ปิดโลกใหม่ด้วย AMD Phenom (ซีพียูแนะนำ สำหรับ Vista)
มาแล้วครับท่านผู้ชม หมัดฮุกใหม่แบบโหด มันส์ และฮา สำหรับวงการซีพียู เองเอย เอาหล่ะ ใครที่กำลังรอที่จะซื้อซีพียู ตัวใหม่ สำหรับใช้งาน Windows Vista วันนี้ผมแนะนำซีพียูสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดจากค่ายเขียว มรกต AMD ที่มาคราวนี้ขอบอกว่า ไม่ธรรมดา และน่าสนใจมากด้วยคุณสมบัติแบบสุดยอดดังนี้
- 4 คอร์ของแท้ไม่ใช่ 2+2 แบบ Intel Core 2 Quad
- ซอกเก็ตแบบใหม่ AM2+
- 64 บิตขนานแท้ ที่สามารถประมวลผลได้ทั้ง 64 และ 32 บิต
- ใช้ระบบการเชื่อมต่อแบบ Direct Connect ระหว่างซีพียู หมดปัญหาคอขวด
- มีระบบ L3 แคช
- DDR2 Memory Controller, HyperTransport และ 128-bit Floating Point Units เพื่อสมรรถนะและความเร็วในการประมวลผลเลขทศนิยม
- ระบบประหยัดพลังงานอันเยี่ยมยอด
AMD Phenom จะมาเป็นซีพียูสายพันธุ์ใหม่ต่อจาก Athlon 64 ซึ่งจะปวารณาตัวเองไปเป็นซีพียูระดับกลางถึงล่างแทน และปล่อยให้สายเลือดใหม่มาเป็นผู้นำแทนตนเอง หลังจากที่ได้มีการแนะนำซีพียูแบบ 32 และ 64 บิตไปแล้วในปี 2003 AMD หายใจรวยรินมาตลอด หลังจากที่ Intel ปรับเปลี่ยนโลโก้ และรูปลักษณ์ของแบรนด์ตัวเองใหม่หมดเมื่อไม่นานมานี้ จากปัญหาด้านความร้อน และความสับสนของตัวซีพียู รวมถึงภาพลักษณ์ด้านลบต่างๆที่ถาโถมเข้ามาในช่วงหลัง ๆ และเกือบตายสนิทเมื่อ Intel เปิดตัว Core 2 Duo มา ส่วนตัวผมยังคงมองอนาคตของ AMD ไม่แจ่มชัดมากนัก แต่ก็ยังคงหวังว่ายักษ์เขียวจะใช้โอกาสที่ Phenom เข้ามาในสังเวียนนี้ ในการกู้หน้าตัวเองกลับคืนมา (แค่ไหนนั้นต้องติดตามดูกันต่อไป)
ตำแหน่งของ Phenom ในสนามรบ
เอาหล่ะ อย่าหนึ่งที่เราทราบแล้วคือว่า Phenom เป็นซีพียูใหม่ใช่มะ และมันก็จะขึ้นมาแทน Athlon ซึ่งกำลังจะลาสังเวียนไปใช่มะ แต่ว่า มันจะชนกับอะไร ก็ Core 2 Duo และ Quad หล่ะแน่นอน เพราะตำแหน่งของ Phenom ก็จะจับกลุ่มลูกค้าทีต้องการประสิทธิภาพของเครื่องใน ระดับสูงมากๆ ไม่ว่านักทำกราฟิก หรือคอเกมตัวยง (Opteron เอาไว้สำหรับ Server นะครับ) ส่วน Athlon ก็สำหรับผู้ใช้ระดับกลาง ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด ส่วน Sampron ก็สำหรับผู้ที่ต้องการพีซีในราคาประหยัด
ายตระกูลของ Phenom ก็จะมี 3 แบบคือ FX สำหรับผู้ใช้ระดับเทพหน่อย แบบแรงสุดโต่ง Phenom X4 แบบ 4 คอร์ และ Phenom X2 ก็เป็นแบบ 2 คอร์ครับ
Phenom นั้นไม่เพียงแค่เป็นซีพียูแบบ 4 คอร์แท้แล้ว แต่ก็ยังมาพร้อมกับสถาปัตยกรรมใหม่อย่างเช่น SSE4, L3 แคช และเพิ่มความเร็วของระบบ HyperTransport นอกจากนี้ยังได้รับการยกเครื่องระบบ Virtualisation อีกด้วย
สายการผลิตของซีพียูตระกูลนี้จะเป็น 65 นาโนเมตรครับ AMD ได้สัญยิงสัญญาไว้ว่า ซีพียูตระกูลนี้จะไม่กินไฟเกินกว่า 95 วัตต์อย่างแน่นอน และอีกไม่นานก็จะมีรุ่นที่ประหยัดพลังงานกว่านี้ตามม าอีก
ความแตกต่างระหว่าง 4 คอร์ของแท้กับ 2 คอร์คู่
ในขณะที่ Intel ของเรายังคงใช้วิธีลักไก่ใช้ 2 คอร์สองตัวมาใส่ในไดน์เดียวกันแล้วเรียกมันว่า Quad Core จริงๆก็ไม่ผิด แต่ว่าประสิทธิภาพที่ได้นี่สิ มันจะใช่ 4 คอร์จริงๆเร้อ ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ ตรงที่ซีพียูแบบ 2 คอร์นั้นแต่ละคู่จะเชื่อมกันแบบปกติ แต่ระหว่างคู่ทั้งสองจะใช้ Front side bus เป็นตัวสื่อสารระหว่างกันแทน ซึ่งวิธีการแบบนี้ทำให้เกิดปัญหาคอขวดอย่างแรง!!!!
AMD ออกแบบคอร์ของตนเอง แบบใหม่โดยแต่ละคอร์นั้นสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย ่างอิสระ AMD ใช้ระบบ Internal System Request Quest Crossbar ในการให้แต่ละคอร์ติดต่อสื่อสารถึงกัน เชื่อมต่อกับระบบหน่วยความจำ หรือเชื่อมต่อไปยังซีพียูตัวอื่นผ่านระบบ HyperTransport ในกรณีนี้เราจึงไม่ต้องกังวลเรื่องของ Front side bus และปัญหาคอขวดอีกต่อไป
ก่อนหน้านี้ระบบ Dual Core ซึ่งมี 2 คอร์ในซีพียู 1 ตัวนั้น ไม่ค่อยเป็นปัญหามากนัก แต่หากเพิ่มคอร์เข้าไปอีก ปัญหาเรื่อง Front side bus ที่วิ่งได้ไม่เร็วพอจะทำให้เกิดปัญหาคอขวดขึ้นมาได้อ ย่างง่ายดาย และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม Intel จึงเปลี่ยนระบบของตัวเองไปเป็น FB-DIMMs ในระบบเซิร์พเวอร์ ซึ่งก็มีปัญหา Multi-core/ Multi-CPU เช่นเดียวกัน แม้ว่า สถาปัตยกรรม Core จะต้องการแบนวิธน้อยกว่า Pentium NetBurst แต่เมื่อเทคโนโลยีกำลังก้าวไปสู่ DDR3 แล้ว คอร์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ก็ต้องได้รับการดูแล (เป็นอย่างดี) เช่นกัน
AMD กลับไม่เจอปัญหาเหล่านี้แม้ว่าจะเพิ่มคอร์เข้าไปอีก เพราะแต่ละคอร์ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมบนระบบ HyperTransport ในแต่ละซีพียูสามารถเข้าถึงหน่วยความจำได้อย่างอิสระ ซึ่งทำให้เราได้รับการขยับขยายความเร็วของ DDR2 จากเดิม 800MHz ไปเป็น 1066MHz เพื่อแก้ปัญหาตรงนี้
ระบบ SSE แบบ 128 บิต พร้อมระบบคำนวณเลขทศนิยมแบบ 36 บิต เฉพาะ
AMD อัพเดตระบบ SSE ให้สามารถประมวลผลได้แบบ 128 บิต แคช L1 นั้นก็ได้ถูกอัพเกรดไปเป็น 128 บิตเพื่อให้ควรคู่กับ L2 เช่นเดียวกัน ในขณะที่ Quad Core ของอินเทลนั้นแค่ 64 บิตเท่านั้นเอง นั่นหมายความว่า AMD สามารถทำงานได้เร็วกว่า Intel ถึง 2 เท่าสัญญาณนาฬิกาเมื่อเทียบกันเลยทีเดียว
นอกจากนี้ระบบคำนวณเลขทศนิยมก็ได้รับการอัพเดตให้สาม ารถคำนวณได้ถึง 36 บิต ในขณะที่ (อีกแล้ว) ของ Intel นั้นยังคงมีแค่ 32 บิตแบบแชร์กันระหว่างจำนวนเต็มและเลขทศนิยม
เป็นไงครับเห็นความแตกต่างอย่างเหนือชั่น หรือยัง
ระบบ SSE4 ใน Phenom นั้นได้รับการอัพเกรดเช่นเดียวกับ Penryn ของ Intel ซึ่งระบบนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Divx เวอร์ชั่น 6.22 อีกด้วย
บทความโดย
www.monovista.com 