Thaigaming Network the 8th: the ultimate evolution of gamertainment tribes. Protect the earth from global warming.

สมัครสมาชิก | รายชื่อสมาชิก | ค้นหา | ข้อความใหม่วันนี้ | ทำสัญลักษณ์ว่าอ่านแล้ว |
 





กลับไป   Thaigaming > Thaigaming News Update > Thaigaming News > PC Game News

Comment
 
News Tools แสดงผล
เนื้อเรื่อง Diablo (ภาคต่อ)
เนื้อเรื่อง Diablo (ภาคต่อ)
เขียนโดย jokeboy
21 Aug 2008
เนื้อเรื่อง Diablo (ภาคต่อ)

Chapter 10 จุดเริ่มต้นของฝันร้าย....Terror begin.

ในตอนนั้น องค์ราชา Leoric ทรงปกครองดินแดน Khanduras อยู่อย่างสงบสุข...โดยไม่รู้เลยว่าภายใต้ราชสำนักของ ตนหรือภายใต้โบสถ์แห่ง Horadrim นั้นก้อนผลึกสีแดงดุจโลหิต..นอนสงบรอคอยเวลาที่เหมาะ สมอยู่อย่างเงียบงัน...

ในไม่ช้า Diablo ที่ถูกผนึกอยู่ในSoul Stone ก็เริ่มมีพลังกล้าแข็งมากขึ้นสามารถมีอำนาจล่อลวงหัว หน้าบาทหลวง Lazarus ให้ลงมาใต้โบสถ์ได้สำเร็จ...และในที่สุด Lazarus ก็ถูกครอบงำและได้ปลดปล่อยอำนาจของจอมอสูรแห่งความกล ัว...ออกมาก...บัดนี้แผ่นดิน Tristram กำลังจะเข้าสู่ยุคแห่งความมืด...ช่วงเวลาแห่งฝันร้าย ..ตำนานบทแรกของสงครามสามจ้าวอสูร...เริ่มต้นขึ้นแล้ ว....

Diablo นั้นต้องการได้วิญญาณของมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดเพื ่อมาใช้เป็นร่างของตน...เพื่อฟื้นพลังของตนกลับมา... ในตอนแรกนั้น...Diablo ต้องการจะได้ร่างขององค์ราชา Leoric Diablo เริ่มทำการครอบงำ Leoric ภายในจิตใจ...แต่จิตใจของ Leoric นั้นแข็งแกร่งมาก..Diablo ไม่สามารถครอบงำ Leoric ได้อย่างสมบูรณ์..แต่ถึงแม้ว่าLeoric จะไม่ถูกครอบงำโดยสมบูรณ์แต่อำนาจของ Diablo ก็แข็งแกร่งยิ่งนัก...ในไม่ช้าจิตใจของ Leoric ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปสู่ความคุ้มคลั่งและโดนครอบงำโด ยความมืด ในที่สุดความเปลี่ยนแปลงก็เริ่มเด่นชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งทางจิตใจและรูปกายภายนอก...ในที่สุด..ราชาทรงธรร ม Leoric ผู้องอาจแข็งแกร่งก็กลายเป็นเพียงอดีต....ในที่สุดเห ล่าประชาชน..ก็เริ่มเรียกราชาLeoric ว่า Black Ling หรือ ราชาแห่งความมืด..บัดนี้ราชาทรงธรรมที่ผู้คนเคยนับถื อกลายเป็นเพียงอดีต...คงเหลือเพียงอสูรในร่างมนุษย์ท ี่บ้าคลั่งในนาม ราชา ความมืดและชั่วร้ายมาเยือน Tristram โดยฝีมือ เจ้าแห่งความกลัวผู้กลับมามอบฝันร้ายให้ Sanctuary อีกครั้ง...

หัวหน้าบาทหลวง Lazarus นั้นพยายามทุกวิถีทางเพื่อปกปิดความเปลี่ยนแปลงของ Leoric แต่ขุนนางและ อัศวินที่ซื่อสัตย์ต่อ ราชา Leoric ก็เริ่มสงสัยในความเปลี่ยนแปลงของราชาของตน มากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด Lazarus ก็ต้องคิดแผนการใหม่ขึ้นมา.....ในที่สุด Lazarus ก็เริ่มเป่าหู ราชา Leoric ว่า อาณาจักร Westmarch นั้นวางแผนจะเข้าโจมตีและยึดครอง Khanduras และกล่อมให้ Leoric ประกาศสงคราม... เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ..และกำจัดเหล่าอัศวินตัวปัญห าทั้งหลายโดยส่งพวกเขาไปสู่ความตายในเพลิงสงคราม.... เมื่อกองทัพของอาณาจักรWestmarch นั้นแสนยิ่งใหญ่และเกรียงไกรและมีชื่อเสียงโดยเหล่า พาลาดิน knight of westmarch...กองทัพของ Leoric ก็เหมือนถูกส่งไปตายนั้นเองแต่ด้วยความภักดีของเหล่าอัศวิน...แม้เป็นภารกิจที่เ ลวร้ายเพียงใด...ก็มิมีผู้ใดขัดคำสั่งครั้งนี้...แม้ จะหมายถึงนี่จะเป็นสงครามครั้งสุดท้ายของพวกเขาก็ตาม …
Chapter 11 เจ้าชายที่หายไป..และกองพันราชากระดูก
อย่างไรก็ตาม Diablo นั้นหลังจากไม่สามารถครอบงำวิญญารของ Leoric ได้และได้ค้นพบว่าส่วนนึงของจิตใจของ Leoric ยังคงพยายามต่อสู้ขัดขืนตนเองอยู่ Diablo นั้นจึงได้ย้ายเป้าหมายไปที่เจ้าชาย Albrecht แทน... Lazarus ลักพาตัวเจ้าชายไป....หลังจากการหายไปของเจ้าชาย Albrecht ราชา Leoric ก็ยิ่งคุ้มคลั่งมากขึ้นกว่าเดิมผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก ถูกสั่งประหารเนื่องจากตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการลักพา ตัวองค์ชาย....แต่ถึงจะจับตัวผู้คนมาสอบสวนมากมายเพี ยงใด..ก็ยังไร้ร่องรอยของเจ้าชาย Albrecht ....
Lazarus นั้นนำเหล่าชาวบ้านเข้าไปตามหาเจ้าชายภายใต้โบสถ์ของ เมือง...แต่ขุดประสงค์ที่แท้จริงก็คือล่อลวงเหล่าผู้ คนเข้าไปให้ปีศาจสังหารนั่นเอง...
หลังจากนั้นไม่นาน.. Lachdanan อัศวินหนึ่งในกองทัพของ Leoric ผู้รอดชีวิตกลับมาจากสงครามนองเลือด...นำข่าวความพ่า ยแพ้ของกองทัพ Leoric กลับมา....สองตาของ Lachdanan นั้นได้เห็นการตายของเหล่าสหายอัศวินของตนทั้งหลาย.. .และไม่อาจตอบเหล่าเพื่อนพ้องที่ตาย...ถึงความหมายขอ งสงครามครั้งนี้...แบกรับความทุกข์ความรวดร้าวแสนสาห ัสกลับมาหาราชาที่ตนภักดี...โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ร อตนอยู่....มีเพียงความทรมานรวดร้าวมากกว่าเดิมเท่าน ั้นเอง.......
Lachdanan นำเหล่าอัศวินที่รอดชีวิตเดินทางกลับมาหา Leoric…หลังจากคุกเข่าลงต่อหน้าราชาของตน...สิ่งที่ได้ยินมี เพียงคำสั่งประหารจากราชาที่ตน ภักดี... บัดนี้ Lachdanan รู้แล้วว่าราชาที่จนเคยรักและภักดีได้จากไปแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงเศษซากของชายแก่คลุ้มคลั่งไร ้สติ....สิ่งที่ตนเองทำได้เหลือเพียงอย่างเดียว... Lachdanan สังหารราชา Leoric ด้วยมือตนเอง...ในดาบเดียวหวังที่จะปลดปล่อยวิญญาณที ่คลุ้มคลั่งของราชาของตน....โดยไม่รู้เลยว่าชะตากรรม ที่โหดร้ายกว่าความตายกำลังรอคอยตนเองและราชาของตนอย ู่....
ในห้วงลมหายใจสุดท้ายของ Leoric ราชาแห่งความมืดได้กล่าวคำสาปสุดท้าย...คำสาปแห่งควา มมืดที่ทรงพลังและมีผลต่อเหล่าอัศวินที่ภักดีต่อตนเอ ง...Leoric สาปแช่ง ให้เหล่าอัศวินผู้ภักดีต่อตนต้องตามไปรับใช้ตนเองในน รกไป ...ส่งผลให้เหล่าอัศวินทั้งหลาย...ได้กำเนิดใหม่...เ พื่อรับใช้และสังหารศัตรูของราชาที่พวกตนภักดีอีกครั ้ง...แต่ครั้งนี้ไม่มีอีกแล้ว..เหล่าอัศวินและกองทัพ ที่แสนเกรียงไกรและสง่างามในอดีต...ไม่มีอีกแล้วราชา ทรงธรรมผู้เคยห้าวหาญและมีเมตตาธรรม...บัดนี้หลงเหลื อเพียงเศษซากของความชั่วร้าย..จากคำสาปแห่งความตาย.. บัดนี้เหลือเพียงเหล่าข้ารับใช้แห่งนรกผู้ล่าสังหารม นุษย์.....เหลือเพียงกองพันแห่งราชาโครงกระดูก....Leoric !!!




บทที่ 12 การกลับมาของเจ้าอสูร..แห่งความกลัว
หลังจาก Lazarus ลักพาตัวเจ้าชาย albrecht ในที่สุด Diablo ก็ได้ร่างที่จะใช้ในการกลับมาบนโลกอีกครั้ง...ในที่ส ุด Diablo ก็เข้าครอบงำเจ้าชาย Albrecht ในระหว่างการครอบงำนั้น.. เจ้าชาย Albrecht ต้องพบกับความน่าสะพรึงกลัวอันแสนสาหัส...ความกลัวขอ งเจ้าชายและพลังของเจ้าอสรู Diablo นั้นทำให้เกิดการบิดผันของมิติ....บัดนี้นรกนั้นได้ม าอยู่บนโลกมนุษย์แล้ว...ภายใต้โบสถ์แห่ง Horadrim …….
บัดนี้เจ้าอสูรแห่งความกลัวกลับมาอีกครั้ง......แต่ Diablo นั้นค้นพบว่าตนเองนั้นยังคงอ่อนแรง...และยังมีพลังไม ่เต็มที่...ไม่สามารถออกไปดำเนินการตามแผนการต่อไปได ้จึงเรียกเหล่าปีศาจข้ารับใช้ของตนออกมา....บัดนี้เข าวงกตใต้โบสถ์แห่งเมือง Tristram กลายเป็นรังของเหล่าอสูรจากนรก....
ไม่นานโบสถ์แห่งเมือง Tristram ก็กลายเป็นสถานที่ต้องสาป เหล่าผู้คนพากันหวาดกลัวไม่อยากเข้าใกล้..มีเสียงร่ำ ลือถึง...เสียงร้องโหยหวน..และเสียงของเหล่าปีศาจจาก นรก......
แต่ว่า..เหล่านักเดินทางทั้งหลายก็ต้องการเดินทางมาย ังโบสถ์แห่งนี้...เหล่านักพจญภัยเดินทางมาจากทั่วทุก ทิศตามข่าวลือ...ถึงทรัพย์สมบัตรที่อยู่ภายใต้โบสถ์. ..ผู้คนมากมายเดินทางมายัง Tristram ด้วยจุดประสงค์ที่หลากหลายแตกต่างกัน...มีทั้งเหล่าโ จรปล้นสุสาร..เหล่าจอมเวทย์ที่แสวงหาความรู้ที่สาปสู ญ...หรือกระทั่งเหล่าพาลาดินผู้ต้องการช่วยเหลือผู้ค น..และคนอีกมากมายหลายประเภท....
และนี่คือจุดเริ่มต้นของการพจญภัยของเหล่าผู้อาจหาญท ้าทายอำนาจของจอมอสูร...ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางเข้ าสู่...ความมืดมิดในเขาวงกต....ฝ่าฟันเหล่าอสูรร้ายจ ากนรก...พบกับคำภีร์เวทย์ที่สูญหาย..ทรัพย์สมบัตรมาก มาย...เพชิญหน้ากับ..เจ้าอสูรแห่งความกลัว..ที่ห้วงล ึกในเขาวงกต..ขอเชิญเข้าสู่...Diablo 1 !!!!







เหล่าผู้กล้าจาก Diablo 1…


Warrior
เหล่านักรบผู้กล้าหาญ..มีทั้ง Barbarian จากแดนทางตอนเหนือและเหล่าอัศวินแห่งแสงและเหล่านักร บนิรนามจากทั้วทั้งแผ่นดิน Sanctuary .... ทั้งหมดเดินทางมายัง Tristram เพื่อจุดหมายที่ต่างๆกัน..แต่มีจุดหมายเพียงหนึ่งเดี ยวคือ..โบสถ์ต้องสาปแห่งเมือง Tristram …เพื่อทรัพย์สมบัตรและชื่อเสียงเกียรติยศ..เหล่านักรบ ทั้งหลายจึงเข้าสู่เขาวงกตที่มืดมิดภายใต้โบสถ์ของ Tristram….โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่รอตนอยู่...มีเพียงฝันร้ายตลอ ดการเท่านั้นเอง...

Rogue
เหล่าสมาชิกของกลุ่ม...พี่น้องเนตรไร้แวว (Sisters of Sightless Eye) ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมือธนูอันดับหนึ่งบน Sanctuary และยังฝึกฝนการใช้อาวุธระยะประชิดและเวทย์มนต์อีกด้ว ย...เหล่าผู้คนภายนอก..ไม่เคยได้รู้ถึงโครงสร้างและร ะบบภายในของกลุ่ม...ว่าเป็นเช่นไร..สิ่งที่มีชื่อเสี ยงที่สุดของกลุ่มก็คือชื่อเสียงการธนู...เหล่าสมาชิก นั้นจะฝึกฝนการใช้ “เนตรแห่งจิตใจ”....เพื่อใช้ในการต่อสู้หรือตรวจหากั บดัก...ในขณะที่เหล่าผู้คนทางตะวันตก..คิดว่าพวกเธอเ ป็นเพียงRogue ธรรมดา เหล่า Sisters of Sightless Eye จะปกปิดตนเองในขณะเดินทาง...เป็นเพียงนักเดินทางธรรม ดา..มีเหล่าคนโง่จำนวนมากที่ประเมินค่าพวกเธอต่ำเกิน ไปในการต่อสู้..เมื่อเห็นรูปลักษณ์ภายนอกของพวกเธอ.. ..เหล่าคนโง่เหล่านั้นต้องจ่ายความโอหังของตน...ด้วย ชิวิตตนเอง
เหล่า Rogue เดินทางมายัง Tristram เพราะได้ยินถึงเงินทองและสมบัตรมากมายที่อยู่ภายใต้โ บสถ์ต้องสาป...และเพื่อทดสอบความสามารถของตน..กับเหล ่าปีศาจทั้งหลายที่เล่าลือกันว่าอยู่ใน Tristram…

Wizard
จอมเวทย์ผู้เชี่ยวชาญการใช้มนตราทุกรูปแบบ หนึ่งในสมาชิกของสมาคมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ Vizjerai Wizard ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเหล่า Warrior หรือมีฝีมือการใช้ธนูแบบ Rogue แต่สิ่งที่ทดแทนคือ...อำนาจมนตราที่สามารถสังหารเหล่ าปีศาจร้ายได้อย่างง่ายดาย..เหล่าจอมเวทย์จาก Vizjeria เดินทางมายัง Tristram เพื่อค้นหาความรู้และตำราเวทย์ที่เชื่อว่าน่าจะมีอยู ่ใต้ โบสถ์ของเมือง Tristram พร้อมกับความรู้ต่างๆมากมาย…เป้าหมายสูงสุดของเหล่า Vizjerai คือเป็นหนึ่งในเชิงอาคม...และควบคุมพลังแห่งเวทย์ที่ ยิ่งใหญ่...



บทที่ 13 นักรบนิรนาม....ความพ่ายแพ้ของเจ้าอสูร
หลังจากเหล่านักรบทั้งหลายเดินทางมายัง Tristram ก็ยังไม่มีผู้ใดสามารถลงไปถึงชั้นสุดท้ายได้...ในที่ สุดวันหนึ่ง..นักรบนิรนามผู้หนึ่ง..ได้เดินทางมาถึง Tristram มิมีผู้ใดรู้ว่าเค้าเป็นใครมาจากไหน...รู้แต่ว่านักร บหนุ่มนิรนามเก่งกล้าทั้งทางเชิงดาบและเวทย์มนต์...ย ิ่งนานวันเข้านักรบนิรนามก็สามารถลงไปยังเขาวงกตชั้น ที่ลึกลงไปๆ เรื่อยจนถึงชั้นที่มิเคยมีผู้ใดไปถึง....
นักรบนิรนามต่อสู้ผ่านชั้นต่างๆ...ผ่านราชากระดูก Leoric ปลดปล่อย Lachdanan ต่อสู้กับเหล่าอสูรร้ายจากนรกทั้งหลาย...ผ่านพ้นภารก ิจต่างๆ...สังหาร lazarus และในที่สุด...เค้าก็ลงไปถึงชั้นสุดท้าย...ก่อนการต่ อสู้ครั้งใหญ่จะเริ่มขึ้น...
ในที่สุด...Diablo ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับผู้กล้านิรนาม...เสียงร้องโหยหวน ของเจ้าอสูรแห่งนรกดังกึกก้องไปทั่วทั้ง Tristram ....และหลังสิ้นเสียงของเจ้าอสูร..สิ่งที่อยู่ตรงหน้ าของนักรบนิรนามก็คือ ร่างของเจ้าชาย...ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของเจ้าชายจะ หายไป...
หลังจากวิญญาณของเจ้าชายได้หลุดพ้นจากเจ้าอสูร...สิ่ งที่ยังหลงเหลืออยู่ก็คือ ศิลาสีแดง...นักรบนิรนามหยิบมันขึ้นมา..ก่อนจะมีเสีย งดังก้องอยู่ในหัว...บัดนี้เขารู้แล้วว่าต้องทำสิ่งใ ดต่อไป....ผู้กล้าได้นำศิลาสีแดงนั้นปักลงไปบนหน้าผา กตนเอง....หวังว่าตนเองจะแข็งแกร่งเพียงพอจะผนึกเจ้า อสูรไว้ได้....
ไม่นานหลังจากผู้กล้านิรนามกลับขึ้นมาบน Tristram ทั้งเมืองต่างสรรเสริญผู้กล้าผู้นี้อย่างยิ่งใหญ่..ท ั้งเมืองล้วนกลับมามีความหวัง..พวกเค้าอยากจะลืมเลือ นฝันร้ายจากเจ้าอสูรไปเสีย...ผู้กล้านิรนามบอกว่าตนเ องไม่มีญาติพี่น้อง..และไม่มีบ้านให้กลับไป...ในที่ส ุดชาวเมืองก็ได้ยกบ้านให้นักรบนิรนาม...พวกเค้าไม่รู ้ตัว..เลยว่าฝันร้ายที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล ้ว...




Chapter 14 The Awakening and the Wanderer
บางส่วนจากเอกสารลายมือของ Deckard Cain เชื้อสายสุดท้ายของ Horadrim….
“เมื่อข้าหลับตาลง..ข้ายังคงได้ยินเสียงร้องสุดท้ายข องเจ้าอสูร Diablo ดังก้องอยู่ในหู...มันดังมาจากใต้พื้นโลก..จนทำให้กร ะจกของโบสถ์ต้องสาปแตกเป็นเสี่ยงๆ... มันอาจเป็นเพียงแค่จินตนการของข้าเองแต่ข้ายังได้ยิน เสียงกรีดร้องของชายหนุ่มท่ามกลางเสียงคำรามอันทรมาน นั้น...มันทำให้ข้าซึ่งไม่ค่อยหลับอยู่แล้ว..ยิ่งไม่ สามารถข่มตาลงได้”
“ข้ายังคงจำได้ถึง...ภาพนั้น..ภาพนักรบนิรนามก้าวข้า มประตูโบสถ์ออกมา...และแสงอาทิตย์สาดส่องโดนตัวชายผู ้นั้น... ช่างดูเหมือนเขาได้เดินทางผ่านนรกมาอย่างไรอย่างนั้น ...แต่ใตรจะรู้..บางทีอาจเป็นเช่นนั้นจริงๆ”
“ทั่วร่างของเขาอาบไปด้วยเลือด..ทั้งเลือดของตนเองแล ะเลือดของศัตรู..และแปลกยิ่งหนัก..ข้ามองเห็นรอยแผลแ ปลกๆบนหน้าผากของเขา..มันดูเหมือนเขาปกอะไรบางอย่างล งไประหว่งตาทั้งสอง..ถึงแม้ดูเหมือนรอยแผลจะได้รับกา รรักษาแล้ว..ข้าก็ไม่เคยมีโอกาสถามเขาถึงรอยแผลนั้น. .”
“พวกเราเชื่อว่า Tristram นั้นปลอดภัยแล้ว..และพวกเราก็ต่างยกของรางวัลต่างๆให ้กับผู้กล้านิรนาม..แต่ดูเหมือนว่าคำสรรเสริญและรางว ัลต่างๆ...นั้นไม่มีความหมายใดๆ...นักรบนิรนามดูเศร้ าโศกและลึกลับมากขึ้นเรื่อยๆ..ข้าได้แต่คิดว่ามันคงเ ป็นเพราะสิ่งที่เขาได้เห็นผ่านตาภายใต้โบสถ์ต้องสาป. .และข้าก็ได้แต่คาดเดาว่ามันจะมีผลต่อจิตใจของเขาเพี ยงใด”
“เขาอยู่กับพวกเราช่วงหนึ่ง...เพราะเขาไม่มีครอบครัว และไม่มีที่ไหนให้กลับไป...จึงดูเป็นเรื่องสมควรที่พ วกเราจะต้อนรับเขาสู่ Tristram …และถึงแม้เขาจะดูเป็นมิตรเมื่อมีใครไปพบกับเค้า...แต ่นักรบนิรนามก็มักจะเก็บตัวและแทบจะไม่ออกจากบ้านที่ พวกเรายกให้...Ogden แนะนำว่าเราควรจะจัดงานฉลองให้แก่เค้า..เพื่อให้เค้า กลับมาเป็นปกติ... เราคิดผิด..ระหว่างงานจู่ๆเค้าก็หายตัวไป..โดยไม่มีใ ครเห็น...หลังจากนั้นในตอนเย็นข้าจึงเดินทางไปเยี่ยม เค้าที่บ้าน...ข้าไม่รู้ตัวเลยว่าจะพบกับสิ่งใด....”
“ผู้กล้านิรนามนั่งอยู่ผู้เดียวภายในบ้าน...พูดกับตั วเองในภาษาต่างๆ...และหลายภาษาก็เป็ฯภาษาที่สาปสูญไป นานแล้ว...เค้าสวมผ้าคลุมเดินทางสีดำ...และผ้าคลุมศร ีษะก็ปิดบังใบหน้าของเค้า...และเมื่อเค้าหันมาหาข้า. ..แสงไฟในห้องสะท้อนให้ข้าได้เห็นรูปลักษณ์ที่ดูทรมา นของเค้า...เผยให้เห็นหน้าตาซึ่งบิดเบือน..เหมือนไม่ ใช่ตัวของเค้าอีก...ดวงตาของเขาส่องแสงสีแดงเข้ม...แ ละลำแสงสีแดงก็ส่องสว่างจากภายในผ้าคลุม...แผนบนหน้า ผากของเค้าได้เปิดออก...ข้าคิดว่าข้าเห็น!!!..... ไม่..เป็นไปไม่ได้มันต้องเป็นแค่แสงไฟที่หลอกตาข้ารว มกับจินตาการบ้าๆของคนแก่...ไม่มีทางเป็นไปได้”
“ข้าถามเค้าว่าเป็นอะไรรึเปล่า...แต่เค้าก็ยังคงพูดอ ะไรไปเรื่อยๆ...ด้วยเหตุการณ์แสนน่ากลัวที่ข้าเห็น.. .ข้าคิดออกไปขอความช่วยเหลือ...แต่ทันใดนั้นเองดูเหม ือนเค้าจะหันมาสนใจข้าและก็พูดด้วยน้ำเสียงอันแสนเย็ นเยือก...ที่ทำให้ใจข้าหวาดกลัว..”เวลาที่จะไปจากที่ นี่ได้มาถึงแล้ว..พี่น้องข้ารอข้าอยู่ที่ทางตะวันออก ..โว่ตรวนไม่อาจผูดมัดพวกเค้าได้อีกต่อไป”...ข้าไม่เ ข้าใจว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไรเพราะตอนนั้นเป็นที่เข้า ใจว่านักรบนิรนามผู้นี้ไม่มีพี่น้องหรือครอบครัว.... ..เมื่อข้าเห็นว่าเขากลับมาเป็นปกติแล้วจึงตัดสินใจจ ากมาและปล่อยให้เค้าได้พักผ่อน....ที่จริงแล้ว..ในตอ นนั้นข้าค่อนข้างที่จะหวาดกลัวเค้าและต้องการหนีจากด วงตาสีแดง..คู่นั้น...นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าพบก ับเค้า”
“ผู้กล้าของเราไปจาก Tristram ในเช้าตรู่ของวันต่อมา..เค้าจากไปอย่างลับๆมุ่งหน้าไ ปทางตะวันออกโดยมีเพียงสัมภาระเล็กน้อย..พร้อมกับดาบ อันแข็งแกร่งของเค้า..ข้าได้แต่คาดเดาว่าเค้าออกไปค้ นหาสิ่งใด...ไม่นานหลังจากเค้าจากไป..ฝันร้ายที่พวกเ ราหวาดกลัวที่สุดก็กลายเป็นจริง...เหล่าอสูรร้ายแห่ง นรกกลับมายัง Tristram อีกครั้ง...”
“ในขณะที่ข้าเขียนบันทึกนี้อยู่...ข้าคือผู้รอดชีวิต คนสุดท้าย..ข้าหลบหนีเหล่าสัตว์ร้ายมาหลายราตรีแล้ว. ..แต่ข้ารู้ว่าเวลาของข้ากำลังจะหมดลง..ทำไมพวกมันถึ งกลับมาและฆ่าเหล่าผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก...ข้าคงไม่ม ีวันรู้...สิ่งเดียวที่ข้ามั่นใจคือการกลับมาของพวกม ันมีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับการจากไปของนักรบนิรนา ม...ข้าเขียนบันทึกทั้งหมดนี้ไว้ด้วยความหวังว่า..จะ มีใครสักคนพบข้อความนี้..และสามารถค้นพบถึงสาเหตุของ เรื่องทั้งหมดนี้ได้...ข้าคาดว่าชีวิตของข้าคงจะจบลง ในไม่ช้า..แต่บางที...บันทึกฉบับนี้อาจช่วยไม่ให้เกิ ดโศกนาฎกรรมเช่นนี้...แก่หมู่บ้านอื่นๆ...ดินแดนอื่น ๆ..ข้าจะยังคงอยู่ที่นี่จนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง. .หรือไม่ก็เหล่าอสูรร้ายพบข้า...โอ.สวรรค์ช่วยข้าด้ว ย..หลังจากเรื่องทั้งหมดนั่นข้าก็ไม่ให้ตัวเองละทิ้ง สถานที่สิ้นหวังนี้ไปได้..”
“จงออกตามหานักเดินทางไร้นาม..และค้นหาว่าสิ่งใดคือส ิ่งที่เค้าตามหา..ข้าเกรงกลัวว่า Tristram อาจจะเป็นเพียงที่แรกจากอีกหลายๆที่ ที่จะถูกทำลายโดนเหล่าอสูรร้ายซึ่งครั้งหนึ่งนักรบนิ รนามเคยต่อสู้”





Chapter 15 Marius….marius….

ณ..สถานรักษาผู้ป่วยทางจิต...ร่างๆหนึ่งในผ้าคลุม..เ ดินเข้ามายังสถานที่หางความบ้าคลั่งนี้...ร่างนั้นเด ินไปยังห้องๆหนึ่งที่มีชายชราท่าทางเสียสติคนหนึ่งนอ นอยู่…..
ขายชราเงยหน้าขึ้นมอง....Tyreal… คือชื่อที่เค้าเรียกออกมา....ในขณะที่ร่างในผ้าคลุมก ็เรียกชื่อเค้าออกมาเช่นกัน Marius คือชื่อของชายชรา ก่อนเค้าจะเริ่มเปิดปากเล่า...เล่าถึงการเดินทางอันแ สวยาวนาน....และห่างไกล...การเดินทางพร้อมกับเพื่อนร ่วมเดินทางที่เค้าไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ...
Marius จะเล่าถึงการหลบหนีออกมาจาก Rogue Monastery หลังจากที่มีเหล่าปีศาจได้บุกเข้าไป...ทำให้ Marius พยายามหนีจากฝันร้ายไปหลบยังโรงแรงแห่งหนึ่งที่ซึ่งว ันๆ เค้าจะนั่งทอดอาลัยเพื่อให้ลืมเลือนวันเวลาแห่งฝันร้ ายที่ผ่านมา...วันเวลาผ่านไป...จนกระทั่งคืนหนึ่ง... .ในคืนที่หิมะตกหนัก.... ฝันร้ายของ Marius ก็มาถึง
พายุหิมะพัดกระหน่ำใส่โรงแรม...ที่มีเหล่านักเดินทาง พักผ่อน..ดื่มกินกันอยู่...ตอนนั้นเอง..เสียงประตูก็ เปิดขึ้น..ชายในผ้าคลุมคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในโรงแรง อย่างเงียบเชียบ พร้อมกับดาบขนาใหญ่...ชายในผ้าคลุมนั่งลงใกล้ๆกับ Marius ก่อนจะปักดาบลงกับพื้นเสียดังสนั่น...ทุกสายตาในโรงแ รมหันมามองที่เค้า...ก่อนที่เค้าจะเริ่มสั่น...สั่นเ หมือนมีอะไรบางอย่างภายในตัวเค้าที่เค้าควบคุมไม่ได้ ..เสียงหัวเราะของเหล่านักเดินทาง...ที่หัวเราะชายใน ผ้าคลุม...และในที่สุดสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ ้น...สัตว์ร้ายต่างๆจากนรกปรากฎตัวออกมา.....สังหารผ ู้คนในโรงแรมทั้งหมด...บัดนี้เสียงกรีดร้องดังระงมไป ทั่วทั้งโรงแรม...ก่อนที่สุดท้ายการสังหารหมู่จะสิ้น สุดลง......สัตว์ร้ายและอสูรทั้งหลายจากไปแล้ว....ชา ยในผ้าคลุมกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง...ก่อนจะเดินออก ไปโดยไม่สนใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น..เหลือเพียง Marius กับแก้วเหล้าในมือ...เค้าเป็นเพียงผู้รอดชีวิตคนเดีย ว..ก่อนจะโยนแก้วเหล้าของตนทิ้งไปและเริ่มออกเดินทาง .....ติดตามชายในผ้าคลุมหรือที่ต่อไปผู้คนจะเรียกขาน ร่างในผ้าคลุมนั้นว่า TheDark Wanderer ….. Marius ไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อทั้ง ชะตาขีวิตตนเองและเปลี่ยนโลกของ Sanctuary ไปตลอดกาล....


Chapter..16 จุดเริ่มต้นของการเดินทางของผู้กล้า.....(Act 1)


บัดนี้อสูรร้ายจากนรกได้กลับมาเดินบนผืนแผ่นดินมนุษย ์แล้ว...เหล่าผู้ กล้าจากทั่วทั้งแผ่นดิน Sanctuary จึงมารวมตัวกันที่ Rogue Encampment สถานที่พักฟื้นของเหล่า Rogue หลังจากที่ถูกยึดครอง Monastery ของตนไป... ณ ที่นี้เองที่เหล่านักเดินทางทั้งหลายที่ได้ข่าวของ The Dark wanderer เริ่มเดินทางออกตามล่า นักเดินทางผู้นำมาซึ่งหายนะผู้นี้....


ผู้กล้าทั้งหลายต้องทำภารกิจต่างๆมากมายเพื่อให้ได้ร ับความเชื่อถือจาก เหล่า Rogue ที่อยู่ภายใน Camp ไม่ว่าจะเป็นสังหารเหล่าปีศาจ หรือปลดปล่อยวิญญาณที่ถูกครอบงำของ Blood raven สมาชิกระดับสูงของ Rogue ที่ถูกครอบงำ ( Blood Raven เป็น Rogue ตัวเอกจากภาคแรก) ช่วยเหลือ Deckard Cain เชื้อสายสุดท้ายของ Horadrim


ก่อนที่สุดท้ายจะบุกเข้าไปยัง Monastery ของเหล่า Rogue เพื่อสังหาร Andarieal ปีศาจสาวที่ครอบงำเหล่า Rogue อยู่และเปิดทางผ่านแก่ Caravan เพื่อ ออกเดินทางตามล่า The Dark Wanderer ต่อไป....

Chapter 17 การกลับมาของเจ้าแห่งการทำลายล้าง....


Marius เดินทางรอนแรม ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ...วันและคืนผ่านพ้นไป.. .เค้าเดินทางตามหลังชาย ในผ้าคลุมผู้ซึ่งดูเหมือนจะไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจาก การเดินทาง....ใช่.... ดูเหมือนเค้าจะมีภารกิจสำคัญที่เร่งเร้าให้เค้าเดินท างโดยไม่หยุดพัก ...ในที่สุดทั้งสองก็เดินทางมาถึง...เพรชเม็ดงามแห่ง ทะเลทราย เมืองท่าแห่งการค้าขายที่ยิ่งใหญ่ Lut Gholein ขณะที่ทั้งสองพักแรมภายนอกเมืองอยู่นั้น Marius ฝัน....เค้าฝันเห็นร่างๆหนึ่งในสุสาน...ถูกผนึกไว้กั บศิลาขนาดใหญ่...ก่อน ที่เทวทูต Tyreal จะผนึกศิลา Soulstone ไว้กับร่างๆนั้นและปิดผนึกสุสานลับ ไว้ตลอดกาล...

และเมื่อ Marius สะดุ้งตื่นขึ้น...เพื่อนร่วมเดินทางของเค้าก็บอกแก่เ ค้า “ในที่สุดเจ้าก็ได้รู้ถึงจุดหมายของการเดินทางครั้งน ี้ของข้า..นั่นคือพี่ ของข้าเอง..หลับซะ..รุ่งเช้าเราจะออกเดินทาง”


ในตอนนั้น Marius ยังไม่รู้เลยว่า....สิ่งที่รอคอยเค้าอยู่...จะน่าสะพ รึงกลัวมากเพียงใด...ใน ที่สุด...หลังการเดินทางอันยาวนาน...ในที่สุดทั้งคู่ ก็มาถึง...สุสานขนาด ใหญ่แห่งหนึ่ง....ทั้งสองเดินทางเข้าไปในสุสาน.. Marius เหลือบมองแสงสว่างภายนอกเป็นครั้งสุดท้าย...เสียงๆหน ึ่งในจิตใจของ Marius เตือนเค้าว่าอย่าเข้าไป...แต่สำหรับ Marius แล้วเสียงนั้นช่างดูห่างไกลเหลือเกิน.....

ในที่สุด Marius และชายในผ้าคลุมก็เข้าไปในสุสาน...ทั้งๆที่ภายในสุสา นนั้นมืดสนิทแต่ชายใน ผ้าคลุมก็เหมือนจะรู้ทิศทางเป็นอย่างดี...ในที่สุดทั ่งคู่ก็มาถึงห้องโถง ใหญ่...และที่นั่นเอง...ที่ชายในผ้าคลุมกู่ร้อง..เหม ือนทนทุกข์ทรมานอย่าง สาหัส..และในขณะเดียวกันนั้น Marius ดูเหมือนจะรู้แล้วว่า..หากสิ่งใดที่เคยเป็นความเป็นม นุษย์ที่หลงเหลืออยู่ใน เพื่อนร่วมเดินทางของเค้า...บัดนี้มิมีเหลืออยู่แล้ว ในร่างนั้น....


ในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงจุดหมาย...ห้องโถงขนาดใหญ่ที่ ซึ่งตรงกลางมีร่างๆ หนึ่งถูกผนึกอยู่กับศิลา...ชายในผ้าคลุมรีบเร่งตรงไป ยังร่างนั้นทันที...ใน ขณะที่เค้ากำลังจะเอื้อมมือออกไปนั้นเอง..ร่างอีกร่า งก็ปรากฏตัวเข้าขัด ขวาง... Tyreal เทวทูตผู้คอยเฝ้ารักษาสุสานนั่นเอง... Tyreal กับชายในผ้าคลุมเข้าต่อสู่โรมรันกัน....ในตอนนั้นเอง marius ก็ได้ยินเสียง...เสียงเรียกจากร่างที่ถูกผนึก...”ช่ว ยข้าด้วย!!....ปลดปล่อย ข้าที....” จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่มีใครทราบ... Marius ตัดสินใจทำตามเสียงนั่น...เค้าเอื้อมมือไปยังศิลาที่ ถูกปักอยู่ตรงกลางอกของ ร่างนั้น...ก่อนจะดึงมันออกมา...
“ไม่นะ....ม่ายยยยยยย” เสียงร่ำร้องของเทวทูต Tyreal ดังไปทั่วทั้งสุสาน...ก่อนที่เค้าจะตรงมาจับตัว Marius ไว้ “เจ้าไม่รู้ตัวเลยว่าเจ้าทำอะไรลงไป...เจ้าพึ่งนำพาห ายนะมาสู่โลกนี้....ไป ซะจงนำ Soul Stone ไปยัง Kurast และไปที่วิหารแห่งแสง..ที่นั่นประตูแห่งนรกจะเปิดออก ต่อหน้าเจ้า..จงนำความ กล้าที่มีอยู่แล้วก้าวข้ามประตูนั้นไป...เจ้าต้องไปย ังนรกและไปที่ Hellforge เมื่อไปถึงแล้วจงทำลาย Soul Stone นี่ซะ....ไปซะ...วิ่ง..รีบหนีไป!!!!” ก่อนที่ร่างที่เคยถูกผนึกบัดนี้พึ่งตรงมาที่ Tyreal....แล้ว Marius ก็ออกวิ่ง....หนีออกจากสุสานอันแสนมืดมิด..หนีจากควา มน่าสะพรึง..ที่ไม่ว่า ใครก็คงจินตนาการไม่ถึงอย่างแน่นอน....


Chapter 18 Marius..again.
Marius ออกเดินทาง...ดั้นด้นมาจนถึง Kurast…..และไปจนถึงวิหารแห่งแสง....ภายในชั้นลึกที่สุด..อันเ ป็นที่อยู่ของพี่ใหญ่ของ สามเจ้าอสูร Mephisto … ณ ที่แห่งนี้....สามพี่น้อง ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังจากกาลเวลาอันยาวนาน. ..บัดนี้..ถึงเวลาเริ่มต้นแผนการอันชั่วร้าย....ที่ท ั้งสาม..วางไว้เมื่อนานมาแล้ว.......
และ ณ ที่แห่งนี้เอง...เปลือกนอกที่ยังคงเป็นมนุษย์ของ The Dark wanderer สุดท้ายก็แปรเปลี่ยนไป...ในที่สุดวีรบุรุษในอดีต..ก็ กลายเป็นร่างอันสมบูรณ์ให้แก่..เจ้าอสูรแห่งความกลัว ..Diablo..
ก่อนที่ทั้งสามจะเปิดประตูสู่นรก...และ Diablo ก็ก้าวเท้ากลับไปยัง..บ้านที่จากมาแสนนาน...ทุกขั้นต อนอันแสนสยดสยองนั้น Marius ได้ประจักษ์แก่สองตา.....ไม่รู้ว่าเป็นความโชคดีหรือ โชคร้าย..แต่ Marius ก็เป็นมนุษย์เพียงผู้เดียวที่เคยมีโอกาสเห็นทั้งสามพ ี่น้อง..อยู่ด้วยกัน…Marius ไม่สามารถบังคับให้ตนเองก้าวข้ามประตูนรกไปได้...ในท ี่สุดเค้าก็ได้หนีไป..ไกลแสนไกล...
กลับมายัง ณ เวลาปัจจุบัน ที่ สถานบำบัดผู้ป่วยทางจิต... Marius เล่าต่อไปว่า เค้าได้ยินมาว่ามีผู้กล้าที่สามารถปราบเจ้าอสูรทั้งส อง คือ Mephisto และ Diablo และนำ Soul Stone ของทั้งสองไปทำลายที่นรกสำเร็จแล้ว..เหลืออีกเพียงหน ึ่งเดียว... ก่อนจะเฝ้าเอาแต่ขอโทษร่างในผ้าคลุมนั้นถึงความผิดที ่เค้าได้ก่อขึ้น.”โอข้าล้มเหลว Tyreal ก็ไม่อาจทำสิ่งที่ท่านสั่งได้..ข้าไม่อาจข้ามประตูแห ่งนรกไปได้..อภัยให้ข้าด้วย...อภัยให้ข้า.. ได้โปรด..” ก่อนร่างในผ้าคลุมนั้นจะยืนขึ้น...”ส่ง Soul Stone มาให้ข้า Marius แล้วเจ้าจะได้รับการให้อภัย..ส่งมา” “เอาไปเลย!!..เอาไป..เอาไป..โอ...ดูซิว่าศิลานี่ทำอะไรกับข้าบ้า ง...โอ..ข้าดีใจเหลือเกินในที่สุดมันก็จบเสียที” “เจ้าได้ทำสิ่งที่เจ้าควรทำแล้ว....แต่ว่า....ข้าไม่ ใช่เทวทูต Tyreal ของเจ้า” ก่อนที่ความมืดในผ้าคลุมจะเผยให้เห็นใบหน้าของเจ้าอส ูรแห่งการทำลายล้าง “เบลล!!! ไม่นะ โอ..ข้าทำอะไรลงไป...ไม่..ไม่..ม่ายย” “เอาล่ะในที่เมื่อเจ้าทำดีขนาดนี้ข้าว่าเจ้าสมควรได้ รับรางวัลของเจ้านะ Marius “สิ้นเสียงคำพูดเสียงร้องด้วยความทรมานก็ดังก้องไปทั ่วทั้งบริเวณ...เจ้าแห่งการทำลายล้างเดินออกมาพร้อมเ ปลวไฟที่เริ่มลุกท่วมภายในตึก....บัดนี้..ถึงเวลาแห่ งหายนะ..ของทุกสิ่งมีชีวิตบน Sanctuary แล้ว...บัดนี้..เจ้าแห่งการทำลายล้าง..กลับมาแล้ว...


The last chapter….จุดจบแห่งการทำลายล้าง......การเปลี่ยนแปลงของ Sanctuary ไปตลอดกาล..
เมื่อ เบลล ได้ Soul Stone ของตนกลับมา...ก็เริ่มต้นแผนการ...ถึงแม้พี่น้องของต นไม่ได้อยู่ด้วยแล้ว...แผนการที่จะเข้าครอบงำ World Stone เพื่อใช้ในการยึดครอง Sanctuary …. เบลลพร้อมกับกองทัพ..เข้าบุก Mount Arret แผ่นดินบ้านเกิดของเหล่า Barbarian …. กองทัพของ เบลลเข้าโจมตีอย่างหนัก...เป็นการศึกครั้งใหญ่โดยมีช ะตากรรมของโลกเป็นเดิมพัน...โดยช่วงก่อนเริ่มต้นศึกค รั้งนี้เหล่าสภาอาวุโสของเหล่า Barbarian ได้ทำการตีฝ่าวงล้อม...ออกไปเพื่อร่ายคาถาป้องกันเมื องของตน...ส่งผลให้เหล่าสภาทั้งหมดเสียสละชีวิตตนเอง ..เหลือเพียง Nirathak หนึ่งในสภาสูงเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตกลับมา.....แต่ ในทุกความมืดมิดยังคงมีความหวังและแสงสว่างการมาถึงข องเหล่าผู้กล้าจากทั่วดินแดน...นำพาความหวังมายังดิน แดนนี้อีกครั้ง....หลังจากผ่านภารกิจต่างๆ..เหล่าผู้ กล้าก็ได้รับรู้ว่า Nirathak นั้นเป็นผู้ทรยศหักหลังเพื่อนพ้องสภาสูงเพราะต้องการ ทำข้อตกลงกับ เบลล และ Nirathak ยังได้นำ Artifact โบราณมอบให้กับเบลลทำให้เบลลสามารถโดนทางเข้าสู่ Mount Arret ได้โดยไม่ต้องผ่าน The Ancients หรือวิญญาณของ Barbarians ผู้กล้า ทั้ง 3 ที่ถูกเลือกให้เฝ้ารักษาทางเข้าสู่ World Stone



หลังจากผู้กล้าเดินทางมาถึงก็ต้องทำการพิสูจน์ตนเองต ่อหน้าเหล่า The Guardians โดยต้องต่อสู้กับทั้ง 3 และหลังจากเอาชนะทั้ง 3 ได้...เหล่าผู้กล้าก็สามารถเดินทางต่อไปเพื่อขัดขวาง เจ้าแห่งการทำลายล้างได้...หลังจากเหล่าผู้กล้าเดินท างเข้าสู่ World Stone ศึกสุดท้ายที่มีชะตากรรมของโลกแห่ง Sanctuary เป็นเดิมพันก็เริ่มต้นขึ้น......


หลังจากการต่อสู้อันดุเดือดและยาวนาน...ในที่สุดเบลล เจ้าแห่งการทำลายล้างของถูกสังหารลง...ในที่สุดจุดจบ แห่งการทำลายล้างก็มาถึง...แต่ว่าเหล่าผู้กล้ามาถึงช ้าไปเสียแล้ว พลังของเบลลได้ครอบงำ World Stone ไปเสียแล้วหากทิ้งไว้เช่นนี้พลังของ World Stone จะต้องตกสู่ความชั่วร้ายอย่างแน่นอน...ในที่สุด Tyreal ก็ปรากฏตัวขึ้น...และบอกว่าสายเสียแล้วที่จะชั่วเหลื อ World Stone เหลือทางเลือกเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น..คือการทำลาย World Stone ทิ้งเสีย...ซึ่งผลลัพธ์ของการกระทำครั้งนี้นั้น แม้แต่ Tyreal เองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อโลก...Sanctuary ….


Tyreal เปิดประตูมิติให้เหล่าผู้กล้าหนีไป...ก่อนจะเริ่มสวด คาถารวบรวมพลังเวทย์เข้าสู่ดาบคู่กาย...เทวทูตผู้องอ าจก้มลงคุกเข่า..สวดคาถา...จนในที่สุดดาบของเค้าก็ส่ องแสงเจิดจ้า...Tyreal ขว้างดาบใส่ World Stone ก่อนจะเกิดแสงสว่างไปทั่วทั้งบริเวณ...ตามมาด้วยการร ะเบิดของพลังงานมหาศาล...ครั้งใหญ่...ความมืดเข้าครอ บงำ....มหากาพย์ครั้งนี้ปิดม่านลงแล้ว....บัดนี้ชะตา กรรมของโลก..จะเป็นอย่างไรต่อไป......20 ปี ต่อมาโลกเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน...ติดตามต่อได้..ใน ....Daiblo 3 …. กำเนิดใหม่เจ้าอสูร ......




ถึงจะบอกว่าเป็นบทสุดท้ายแต่ก็เหลือเรื่องราวมากมายใ ห้เล่ามากเหลือเกิน ถ้าเพื่อนๆยังสนใจผมก็ยังเหลือเรื่องเล่าอีกเช่น แปลนิยายที่เหลืออีก 5 เล่ม ประวัติของเหล่า The Ancients บทความเจาะลึก Class ต่างๆ รวมถึงลักษณะความเป็นไปบนโลก Sanctuary ว่าสถานการณ์เป็นยังไงมีประวัติศาสตร์ยังไง แต่ล่ะเมืองเป็นยังไง ถ้ายังสนใจกันก็จะมาเล่าต่อนะครับ
News Tools

news ล่าสุด

สมาชิกจำนวน 8 คน ที่ได้ขอบคุณ jokeboy สำหรับโพสที่มีประโยชน์นี้
 
ความคิดเห็น: Bloodreven on 21 Aug 2008, 14:27
โอ้วมา ต่อละ เขียนแปลได้สนุกเช่นเคยเลยคับ สู้ๆคับ ผมจะรออ่านงานแปลชิ้นต่อไป
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #1 (permalink)  
ความคิดเห็น: aum611 on 21 Aug 2008, 16:02
สนุกคับ ขอบคุณมาก
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
 
  #2 (permalink)  
ความคิดเห็น: jetn_oil on 22 Aug 2008, 00:32
ขอบคุณนะครับ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3 (permalink)  
ความคิดเห็น: masterthai on 22 Aug 2008, 06:00
ขอบคุณ รออีก เรื่อย ๆ ๆ น่ะครับ ขอบคุณมาก ผมอ่านอังกฤษไม่ค่อยออก ถ้าภาค 3 ออกมา แปลยังงี้ ด้วยนะครับ จะได้สนุกมากขึ้น
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4 (permalink)  
ความคิดเห็น: chanary on 22 Aug 2008, 06:12
อ๋อ ไอตัวผ้าคลุมในเรื่องคือนักรบรุ่นแรกนี่เอง นึกว่าไดโบลในร่างมนุษย์ซะอีก(อ้าวที่จริงก็ใช่นี่ มันสิงอยู่อ่ะ)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5 (permalink)  
ความคิดเห็น: osilento on 22 Aug 2008, 19:06
ตอนนี้ได้มาถึงต้นเรื่องของDiablo2แล้ว เคยเล่นแต่Diablo2 ไม่เล่นDiablo1 เลยไม่ค่อยรู้ความเป็นมาของDiabloเท่าไร
สนุกมากคับ ขอบคุณคับ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6 (permalink)  
ความคิดเห็น: birth2406 on 23 Aug 2008, 14:56
ได้ข่าวว่าภาค 3 มีแววว่าจะเลื่อนอีกแล้วนิ เห็นว่าจะเปลี่ยนดีไซน์ไม่รู้จริงป่าววว
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7 (permalink)  
ความคิดเห็น: jokeboy on 23 Aug 2008, 15:30
ไม่จริงจ้า..ไม่ได้เปลี่ยนนะ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8 (permalink)  
ความคิดเห็น: kingofdaeth on 25 Aug 2008, 05:38
เเล้ว ยังเหลือ อีกนี้คร๊าฟ ต่อให้จบเลยได้ มัย อะ


ถ้าได้เนื้อเรื่องภาค 3 ด้วยยิ่งดีเลย
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #9 (permalink)  
ความคิดเห็น: baron1412 on 25 Aug 2008, 05:58
ติดตามมาตลอดคับ ขอยกนิ้วให้เลย เยี่ยมมาก
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #10 (permalink)  
ความคิดเห็น: sitpro on 25 Aug 2008, 08:07
ขอบคุณครับ อ่านรอเล่นภาค3
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #11 (permalink)  
ความคิดเห็น: Noshihar on 25 Aug 2008, 08:27
เป็นเกมๆนึงที่เนื่อเรื่องดีมากๆๆๆๆ เลยครับ เกมของBlizzard เนื้อเรื่องดีทุกอันเลย ไม่ว่าจะ Starcraft หรือ Warcraft
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #12 (permalink)  
ความคิดเห็น: cat1151 on 25 Aug 2008, 13:39
Red face

Diablo III ยังปล่อยตัวละครออกมาให้เห็นกันยังไม่ครบเลยครับ...

ยังเหลือตัวละครอีกตั้ง 5 คนที่ทาง Blizzard ยังงุ๊บงิ๊บไว้อยู่...

ที่ออกมาให้ชมกันแล้ว ก็มีแค่ Barbarian กับ Witch Doctor แค่ 2 คนเองครับ...

ก็ต้องรอลุ้นกันต่อไป...

ปล.แต่ที่ผมอยากรู้และสงสัยจริงๆตอนนี้ คือ นักธนู (Rogue จากภาค 1) ไปโดนครอบงำได้อย่างไง? มันเป็นมายังไง งง ตรงนี้แหละครับ...
แก้ไขโดย cat1151 : 25 Aug 2008 เวลา 13:50.
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #13 (permalink)  
ความคิดเห็น: jokeboy on 25 Aug 2008, 15:54
ก็ถ้าเอาตามเนื้อเรื่องจริงๆแล้วเนี่ย ตอนกลับมาจาก Tristram เจ๊แกก็เริ่มไม่เหมือนเดิมแล้ว..เพื่อนๆ Rogue ก็คาดกันว่าเป็นเพราะความน่าสะพรึงกลัวที่เธอได้ไปพบ เห็น...พอ Andariel ปรากฏตัวขึ้นเหล่า Rogue ส่วนใหญ่ก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจของนางครับ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
Comment

Tags
diablo
News Tools
แสดงผล

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are งดใช้


Thaigaming Network : Japan Music World | Flixya Idm | Coming soon.
Home | News | Event | Article | Howto | Preview | Review | Cheat | Play | Anime | Club | Download | Blog | Group | Service | Forum
Blog | Article | Good Articles | Get Index Directory | Upload Files | Games | Online Shop | Lyrics and Tabs | Buy Netbook | Netbook Thai
Copyright © 2000-2008 Thaigaming Network. All Right Reserved.