และเมื่อ Marius สะดุ้งตื่นขึ้น...เพื่อนร่วมเดินทางของเค้าก็บอกแก่เ ค้า “ในที่สุดเจ้าก็ได้รู้ถึงจุดหมายของการเดินทางครั้งน ี้ของข้า..นั่นคือพี่ ของข้าเอง..หลับซะ..รุ่งเช้าเราจะออกเดินทาง”
ในตอนนั้น Marius ยังไม่รู้เลยว่า....สิ่งที่รอคอยเค้าอยู่...จะน่าสะพ รึงกลัวมากเพียงใด...ใน ที่สุด...หลังการเดินทางอันยาวนาน...ในที่สุดทั้งคู่ ก็มาถึง...สุสานขนาด ใหญ่แห่งหนึ่ง....ทั้งสองเดินทางเข้าไปในสุสาน.. Marius เหลือบมองแสงสว่างภายนอกเป็นครั้งสุดท้าย...เสียงๆหน ึ่งในจิตใจของ Marius เตือนเค้าว่าอย่าเข้าไป...แต่สำหรับ Marius แล้วเสียงนั้นช่างดูห่างไกลเหลือเกิน.....
ในที่สุด Marius และชายในผ้าคลุมก็เข้าไปในสุสาน...ทั้งๆที่ภายในสุสา นนั้นมืดสนิทแต่ชายใน ผ้าคลุมก็เหมือนจะรู้ทิศทางเป็นอย่างดี...ในที่สุดทั ่งคู่ก็มาถึงห้องโถง ใหญ่...และที่นั่นเอง...ที่ชายในผ้าคลุมกู่ร้อง..เหม ือนทนทุกข์ทรมานอย่าง สาหัส..และในขณะเดียวกันนั้น Marius ดูเหมือนจะรู้แล้วว่า..หากสิ่งใดที่เคยเป็นความเป็นม นุษย์ที่หลงเหลืออยู่ใน เพื่อนร่วมเดินทางของเค้า...บัดนี้มิมีเหลืออยู่แล้ว ในร่างนั้น....
ในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงจุดหมาย...ห้องโถงขนาดใหญ่ที่ ซึ่งตรงกลางมีร่างๆ หนึ่งถูกผนึกอยู่กับศิลา...ชายในผ้าคลุมรีบเร่งตรงไป ยังร่างนั้นทันที...ใน ขณะที่เค้ากำลังจะเอื้อมมือออกไปนั้นเอง..ร่างอีกร่า งก็ปรากฏตัวเข้าขัด ขวาง... Tyreal เทวทูตผู้คอยเฝ้ารักษาสุสานนั่นเอง... Tyreal กับชายในผ้าคลุมเข้าต่อสู่โรมรันกัน....ในตอนนั้นเอง marius ก็ได้ยินเสียง...เสียงเรียกจากร่างที่ถูกผนึก...”ช่ว ยข้าด้วย!!....ปลดปล่อย ข้าที....” จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่มีใครทราบ... Marius ตัดสินใจทำตามเสียงนั่น...เค้าเอื้อมมือไปยังศิลาที่ ถูกปักอยู่ตรงกลางอกของ ร่างนั้น...ก่อนจะดึงมันออกมา...
“ไม่นะ....ม่ายยยยยยย” เสียงร่ำร้องของเทวทูต Tyreal ดังไปทั่วทั้งสุสาน...ก่อนที่เค้าจะตรงมาจับตัว Marius ไว้ “เจ้าไม่รู้ตัวเลยว่าเจ้าทำอะไรลงไป...เจ้าพึ่งนำพาห ายนะมาสู่โลกนี้....ไป ซะจงนำ Soul Stone ไปยัง Kurast และไปที่วิหารแห่งแสง..ที่นั่นประตูแห่งนรกจะเปิดออก ต่อหน้าเจ้า..จงนำความ กล้าที่มีอยู่แล้วก้าวข้ามประตูนั้นไป...เจ้าต้องไปย ังนรกและไปที่ Hellforge เมื่อไปถึงแล้วจงทำลาย Soul Stone นี่ซะ....ไปซะ...วิ่ง..รีบหนีไป!!!!” ก่อนที่ร่างที่เคยถูกผนึกบัดนี้พึ่งตรงมาที่ Tyreal....แล้ว Marius ก็ออกวิ่ง....หนีออกจากสุสานอันแสนมืดมิด..หนีจากควา มน่าสะพรึง..ที่ไม่ว่า ใครก็คงจินตนาการไม่ถึงอย่างแน่นอน....
Chapter 18 Marius..again.
Marius ออกเดินทาง...ดั้นด้นมาจนถึง Kurast…..และไปจนถึงวิหารแห่งแสง....ภายในชั้นลึกที่สุด..อันเ ป็นที่อยู่ของพี่ใหญ่ของ สามเจ้าอสูร Mephisto … ณ ที่แห่งนี้....สามพี่น้อง ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังจากกาลเวลาอันยาวนาน. ..บัดนี้..ถึงเวลาเริ่มต้นแผนการอันชั่วร้าย....ที่ท ั้งสาม..วางไว้เมื่อนานมาแล้ว....... และ ณ ที่แห่งนี้เอง...เปลือกนอกที่ยังคงเป็นมนุษย์ของ The Dark wanderer สุดท้ายก็แปรเปลี่ยนไป...ในที่สุดวีรบุรุษในอดีต..ก็ กลายเป็นร่างอันสมบูรณ์ให้แก่..เจ้าอสูรแห่งความกลัว ..Diablo.. ก่อนที่ทั้งสามจะเปิดประตูสู่นรก...และ Diablo ก็ก้าวเท้ากลับไปยัง..บ้านที่จากมาแสนนาน...ทุกขั้นต อนอันแสนสยดสยองนั้น Marius ได้ประจักษ์แก่สองตา.....ไม่รู้ว่าเป็นความโชคดีหรือ โชคร้าย..แต่ Marius ก็เป็นมนุษย์เพียงผู้เดียวที่เคยมีโอกาสเห็นทั้งสามพ ี่น้อง..อยู่ด้วยกัน…Marius ไม่สามารถบังคับให้ตนเองก้าวข้ามประตูนรกไปได้...ในท ี่สุดเค้าก็ได้หนีไป..ไกลแสนไกล... กลับมายัง ณ เวลาปัจจุบัน ที่ สถานบำบัดผู้ป่วยทางจิต... Marius เล่าต่อไปว่า เค้าได้ยินมาว่ามีผู้กล้าที่สามารถปราบเจ้าอสูรทั้งส อง คือ Mephisto และ Diablo และนำ Soul Stone ของทั้งสองไปทำลายที่นรกสำเร็จแล้ว..เหลืออีกเพียงหน ึ่งเดียว... ก่อนจะเฝ้าเอาแต่ขอโทษร่างในผ้าคลุมนั้นถึงความผิดที ่เค้าได้ก่อขึ้น.”โอข้าล้มเหลว Tyreal ก็ไม่อาจทำสิ่งที่ท่านสั่งได้..ข้าไม่อาจข้ามประตูแห ่งนรกไปได้..อภัยให้ข้าด้วย...อภัยให้ข้า.. ได้โปรด..” ก่อนร่างในผ้าคลุมนั้นจะยืนขึ้น...”ส่ง Soul Stone มาให้ข้า Marius แล้วเจ้าจะได้รับการให้อภัย..ส่งมา” “เอาไปเลย!!..เอาไป..เอาไป..โอ...ดูซิว่าศิลานี่ทำอะไรกับข้าบ้า ง...โอ..ข้าดีใจเหลือเกินในที่สุดมันก็จบเสียที” “เจ้าได้ทำสิ่งที่เจ้าควรทำแล้ว....แต่ว่า....ข้าไม่ ใช่เทวทูต Tyreal ของเจ้า” ก่อนที่ความมืดในผ้าคลุมจะเผยให้เห็นใบหน้าของเจ้าอส ูรแห่งการทำลายล้าง “เบลล!!! ไม่นะ โอ..ข้าทำอะไรลงไป...ไม่..ไม่..ม่ายย” “เอาล่ะในที่เมื่อเจ้าทำดีขนาดนี้ข้าว่าเจ้าสมควรได้ รับรางวัลของเจ้านะ Marius “สิ้นเสียงคำพูดเสียงร้องด้วยความทรมานก็ดังก้องไปทั ่วทั้งบริเวณ...เจ้าแห่งการทำลายล้างเดินออกมาพร้อมเ ปลวไฟที่เริ่มลุกท่วมภายในตึก....บัดนี้..ถึงเวลาแห่ งหายนะ..ของทุกสิ่งมีชีวิตบน Sanctuary แล้ว...บัดนี้..เจ้าแห่งการทำลายล้าง..กลับมาแล้ว...
The last chapter….จุดจบแห่งการทำลายล้าง......การเปลี่ยนแปลงของ Sanctuary ไปตลอดกาล.. เมื่อ เบลล ได้ Soul Stone ของตนกลับมา...ก็เริ่มต้นแผนการ...ถึงแม้พี่น้องของต นไม่ได้อยู่ด้วยแล้ว...แผนการที่จะเข้าครอบงำ World Stone เพื่อใช้ในการยึดครอง Sanctuary …. เบลลพร้อมกับกองทัพ..เข้าบุก Mount Arret แผ่นดินบ้านเกิดของเหล่า Barbarian …. กองทัพของ เบลลเข้าโจมตีอย่างหนัก...เป็นการศึกครั้งใหญ่โดยมีช ะตากรรมของโลกเป็นเดิมพัน...โดยช่วงก่อนเริ่มต้นศึกค รั้งนี้เหล่าสภาอาวุโสของเหล่า Barbarian ได้ทำการตีฝ่าวงล้อม...ออกไปเพื่อร่ายคาถาป้องกันเมื องของตน...ส่งผลให้เหล่าสภาทั้งหมดเสียสละชีวิตตนเอง ..เหลือเพียง Nirathak หนึ่งในสภาสูงเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตกลับมา.....แต่ ในทุกความมืดมิดยังคงมีความหวังและแสงสว่างการมาถึงข องเหล่าผู้กล้าจากทั่วดินแดน...นำพาความหวังมายังดิน แดนนี้อีกครั้ง....หลังจากผ่านภารกิจต่างๆ..เหล่าผู้ กล้าก็ได้รับรู้ว่า Nirathak นั้นเป็นผู้ทรยศหักหลังเพื่อนพ้องสภาสูงเพราะต้องการ ทำข้อตกลงกับ เบลล และ Nirathak ยังได้นำ Artifact โบราณมอบให้กับเบลลทำให้เบลลสามารถโดนทางเข้าสู่ Mount Arret ได้โดยไม่ต้องผ่าน The Ancients หรือวิญญาณของ Barbarians ผู้กล้า ทั้ง 3 ที่ถูกเลือกให้เฝ้ารักษาทางเข้าสู่ World Stone
หลังจากผู้กล้าเดินทางมาถึงก็ต้องทำการพิสูจน์ตนเองต ่อหน้าเหล่า The Guardians โดยต้องต่อสู้กับทั้ง 3 และหลังจากเอาชนะทั้ง 3 ได้...เหล่าผู้กล้าก็สามารถเดินทางต่อไปเพื่อขัดขวาง เจ้าแห่งการทำลายล้างได้...หลังจากเหล่าผู้กล้าเดินท างเข้าสู่ World Stone ศึกสุดท้ายที่มีชะตากรรมของโลกแห่ง Sanctuary เป็นเดิมพันก็เริ่มต้นขึ้น......
หลังจากการต่อสู้อันดุเดือดและยาวนาน...ในที่สุดเบลล เจ้าแห่งการทำลายล้างของถูกสังหารลง...ในที่สุดจุดจบ แห่งการทำลายล้างก็มาถึง...แต่ว่าเหล่าผู้กล้ามาถึงช ้าไปเสียแล้ว พลังของเบลลได้ครอบงำ World Stone ไปเสียแล้วหากทิ้งไว้เช่นนี้พลังของ World Stone จะต้องตกสู่ความชั่วร้ายอย่างแน่นอน...ในที่สุด Tyreal ก็ปรากฏตัวขึ้น...และบอกว่าสายเสียแล้วที่จะชั่วเหลื อ World Stone เหลือทางเลือกเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น..คือการทำลาย World Stone ทิ้งเสีย...ซึ่งผลลัพธ์ของการกระทำครั้งนี้นั้น แม้แต่ Tyreal เองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อโลก...Sanctuary ….
Tyreal เปิดประตูมิติให้เหล่าผู้กล้าหนีไป...ก่อนจะเริ่มสวด คาถารวบรวมพลังเวทย์เข้าสู่ดาบคู่กาย...เทวทูตผู้องอ าจก้มลงคุกเข่า..สวดคาถา...จนในที่สุดดาบของเค้าก็ส่ องแสงเจิดจ้า...Tyreal ขว้างดาบใส่ World Stone ก่อนจะเกิดแสงสว่างไปทั่วทั้งบริเวณ...ตามมาด้วยการร ะเบิดของพลังงานมหาศาล...ครั้งใหญ่...ความมืดเข้าครอ บงำ....มหากาพย์ครั้งนี้ปิดม่านลงแล้ว....บัดนี้ชะตา กรรมของโลก..จะเป็นอย่างไรต่อไป......20 ปี ต่อมาโลกเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน...ติดตามต่อได้..ใน ....Daiblo 3 …. กำเนิดใหม่เจ้าอสูร ......
ถึงจะบอกว่าเป็นบทสุดท้ายแต่ก็เหลือเรื่องราวมากมายใ ห้เล่ามากเหลือเกิน ถ้าเพื่อนๆยังสนใจผมก็ยังเหลือเรื่องเล่าอีกเช่น แปลนิยายที่เหลืออีก 5 เล่ม ประวัติของเหล่า The Ancients บทความเจาะลึก Class ต่างๆ รวมถึงลักษณะความเป็นไปบนโลก Sanctuary ว่าสถานการณ์เป็นยังไงมีประวัติศาสตร์ยังไง แต่ล่ะเมืองเป็นยังไง ถ้ายังสนใจกันก็จะมาเล่าต่อนะครับ