การแปลงไฟล์ MIDI เป็นไฟล์ประเภท Digital Audio ด้วย Jet Audio
คิดว่าหลายๆคนคงเคยฟังเพลงจากไฟล์ MIDI ( .mid ) มาก่อน และบางคนก็ชอบเพลงเหล่านั้น และเคยพยายามเอาไปเล่นกับเครื่องเล่นซีดีเพลง ( ซึ่งอ่านเพลงได้แค่ Track Audio และไฟล์สกุล .mp3 ) ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่สามารถเล่นได้
เคยมีสมาชิกคนหนึ่งถามผมว่าจะหาโปรแกรมแปลงไฟล์ midi เป็นไฟล์ mp3 ได้ยังไง ซึ่งส่วนมากที่ผมเจอมักจะเป็นโปรแกรมประเภทแชร์แวร์เ มื่อหมดอายุการใช้งาน ก็ต้องขอ serial มาต่ออายุการใช้งาน ซึ่งจะต้องจ่ายเงินไปตามระเบียบ
แต่ก็มีโปรแกรมฟรีๆที่หลายๆคนมองข้ามไป นั่นคือ โปรแกรม Jet Audio ซึ่งมีความสามารถในการเล่นเพลง ดูหนัง อัดเสียง เขียนแผ่นเพลง ริปเพลงจากแผ่น ฟังเพลงออนไลน์ และรวมไปถึงการแปลงไฟล์เพลงได้ด้วย
ซึ่งที่ต่างจากโปรแกรมแปลงเพลง(เสียง)ทั่วๆไป คือ Jet Audio นี้มีความสามารถในการแปลงไฟล์ MIDI หรือ .mid เป็นไฟล์เสียงประเภท Digital Audio ได้นั่นเอง
โปรแกรม Jet Audio สามาหาโหลดได้ที่
www.jetaudio.com ซึ่งเวอร์ชั่น Basic เป็นเวอร์ชั่นฟรีแวร์ ก็ให้โหลดตัวนี้มาใช้ ( ข้อเสียของเวอร์ชั่น Basic คือ แปลงเสียงเป็น mp3 ไม่ได้ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาหรอกนะ )
วิธีแปลงไฟล์ MIDI เป็นไฟล์เสียงประเภท Digital Audio
- เปิดโปรแกรม Jet Audio ขึ้นมาแล้ว
คลิกไปที่เมนู Convert =>Convert Audio
จะปรากฏหน้าต่าง Convert Audio ซึ่งประกอบไปด้วยหัวข้อหลักๆ 5 หัวข้อ คือ Source , Target , Status , Run Audio Trimmer , Run Audio Mixing Recorder
Source ประกอบไปด้วย
Add Files เพิ่มไฟล์เพลง
Add Album เพิ่มไฟล์เพลงจากอัลบั้มหรือรายชื่อเพลงที่สร้างไว้
Import นำเข้าไฟล์จากรายชื่อเพลงที่สร้างไว้
Export สร้างรายชื่อเพลง
Start เริ่มกระบวนการแปลงไฟล์
Close ปิดหน้าต่างนี้
Remove ลบรายการเพลงที่เลือก
Clear ลบรายการเพลงที่แสดงในหน้านี้ทั้งหมด Target ประกอบไปด้วย
File Naming ชื่อไฟล์ที่จะแปลง มีให้เลือกดังนี้
- Source File Name ไฟล์ชื่อเดียวกันกับต้นฉบับ
- Counter Source File Name ไฟล์นับตามชื่อไฟล์
- Number Source File Name ไฟล์เรียงตามลำดับเลขน้อยไปมาก
- Shot date 12 Times ตั้งชื่อไฟล์แบบวันที่แบบสั้น แยก AM PM
- Long Date 12 Times ตั้งชื่อไฟล์แบบวันที่แบบเต็ม แยก AM PM
- Shot date 24 Times ตั้งชื่อไฟล์แบบวันที่แบบสั้น
- Long Date 24 Times ตั้งชื่อไฟล์แบบวันที่แบบเต็ม
Create new files in the same folder with source file สร้างไฟล์ที่แปลงลงในโฟลเดอร์เดียวกันกับไฟล์ต้นฉบับ
Create new files in the folowing folder สร้างไฟล์ที่แปลงลงในโฟลเดอร์ต่อไปนี้ หากเลือกข้อนี้เราสามารถเลือกตำแหน่งในการวางไฟล์ที่ แปลงได้ครับ
Output Format ประกอบไปด้วย APE - Monkey's Audio File Format
FLAC - Free Lossless Audio Codec
MPC - Musepack
OGG - Ogg Vorbis
RealMedia
Speex - Speex Encoder
Wav - Wave
WMA - Windows Media Audio 7
WMA - Windows Media Audio 9 Status แสดงสถานะโดยรวมในขณะแปลงไฟล์ครับ ไม่ต้องอธิบายนะ Run Audio Trimmer สำหรับตัดเสียงครับ เวอร์ชั่นเบสิคเซฟไม่ได้ครับ Run Audio Mixing Recorder สำหรับอัดและมิกซ์เสียงครับ เวอร์ชั่นเบสิคเซฟไม่ได้ครับ
- หลังจากนั้น
คลิกปุ่ม Add Files แล้วเลือกไฟล์ MIDI ที่ต้องการมาครับกี่ตัวก็ได้
- ในส่วนของ
Target แนะนำให้เลือกเป็น
Source File Name ครับ และเลือก Create new files in the folowing folder ไปยังตำแหน่งที่ต้องการนะครับ
- ในส่วนของ Out put Format แนะนำให้เลือก Ogg ครับ

- เมื่อพร้อมแล้วให้ ค
ลิก Start เพื่อเริ่มต้นการแปลงไฟล์ได้เลย
เมื่อแปลงไฟล์เสร็จแล้วโปรแกรมจะถามว่าต้องการสร้างอ ัลบั้มหรือไม่ ตรงนี้แล้วแต่นะครับ แต่ผมไม่สร้างนะ
- ลองเอาไฟล์ที่แปลงไปเล่นกับโปรแกรมเล่นเพลงทั่วไปนะค รับ (แนะนำที่เวอร์ชั่นล่าสุด เพราะจะรองรับ Ogg ได้ ) จะพบว่าเพลงได้ถูกเปลี่ยนเป็น Digital Audio ตามที่ต้องการแถม บิทเรตยังวิ่งสลับไปตามจังหวะด้วย
อันเนื่องมาจากโปรแกรม Jet Audio Basic นี้ไม่สามารถแปลงเป็นไฟล์ mp3 ได้ ( ถ้า Jet Audio Plus จะทำได้ ) ดังนั้น ใครที่ต้องการแปลงเป็น mp3 ก็ควรหาโปรแกรมที่มีความสามารถในการแปลง Ogg เป็น mp3 ได้มาใช้นะครับ
ที่ฟรีๆดีๆที่ผมขอแนะนำก็ คือ โปรแกรม
dBpowerAMP Music Converter ซึ่งมี Plugin
Ogg Vorbis
เสริมสำหรับแปลงไฟล์ตระกูล Ogg เป็น Mp3 ได้ครับ ลองใช้ดูนะ ไม่ยากเกินความสามารถ
เมื่อแปลงเป็น MP3 ได้แล้วจะนำไปฟังกับเครื่องเล่นซีดีเพลงก็ไม่เป็นปัญ หาแล้วละครับ
พูดถึงวิธีการแปลงไฟล์มาเยอะ เลยไม่ได้บอกข้อแตกต่างของ MIDI กับ Digital Audio ไปเลยแฮะ
เทคโนโลยีด้านเสียงในขณะนี้อาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ- Weveform audio หรืออาจเรียกว่า digital audio เป็นเทคโนโลยีที่เปรียบเสมือนการเก็บเสียงลงเทปเพลง แต่ในที่นี้จะเป็นการบันทึกเสียงในรูปของ waveform (รูปแบบคลื่นเสียง) ลงในแฟ้มข้อมูลตามฟอร์แมตต่าง ๆ เช่น .WAV ของ windows เป็นต้น ซึ่งสามารถนำเสียงที่บันทึกไว้นี้อ่านกลับมาเป็นคลื่ นเสียงออกทางลำโพงได้ และเนื่องจากข้อมูลเสียงที่เก็บไว้อยู่ในรูปของดิจิต อล ทำให้การปรับแต่งเสียงสามารถทำได้โดยสะดวก
- MIDI (Musical Instrument Digital Interface) เป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมดนตรีแบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้สำหรับการส่งและแลกเปลี่ยนสัญญาณเสียงในรูปแบบที่ อุปการ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถใช้งานได้ โดยจะเป็นเทคโนโลยีที่เปรียบเสมือนการเก็บโน้ตเพลง เนื่องจากข้อมูลแบบ MIDI จะเป็นคำสั่งในการสังเคราะห์เสียงแทนที่จะเป็นเสียงเ พลงจริง ๆ และจะใช้อุปกรณ์ ซินธิไซเซอร์ (Sythesizer) ใน การรับคำสั่งจากข้อมูล MIDI ทำให้สามารถแก้ไขหรือปรับแต่งเพลงได้ทีละตัวโน้ต รวมทั้งสามารถปรับแต่งจังหวะได้โดยไม่กระทบกระเทือนถ ึงระดับเสียงของตัวโน้ต
ข้อมูลในส่วนเทคโนโลยีเสียงนำมาจากจากเว็ปไซต์
IT For Life