Thaigaming Network the 8th: the ultimate evolution of gamertainment tribes. Protect the earth from global warming.

สมัครสมาชิก | รายชื่อสมาชิก | Social Groups | ปฏิทิน | ค้นหา | ข้อความใหม่วันนี้ | ทำสัญลักษณ์ว่าอ่านแล้ว |


กลับไป   Thaigaming > Thaigaming General > Fiction


  • เปิดรับความคิดเห็น เสนอไอเดีย ปรับปรุงแก้ไข Thaigaming ของฉัน โฉมใหม่ Click Here

  • ด่วน !!! รับสมัคร ผู้มีความรู้ โชคโชน คลุกคลี มีสนใจ เกี่ยวกับวงการ Console และ เครื่องเล่น พกพาทุกประเภท เพื่อมาร่วมเป็น ทีมงาน Thaigaming.com กับเรา เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ครั้งใหญ่ สมัครได้ที่โดยส่ง PM ไปหา Mod Better, Hitzuja ได้เลยครับ


  • ตอบ
     
    Share คำสั่งเพิ่มเติม แสดงผล
    เก่า 05 Oct 2006, 16:08   #1 (permalink)
    สมาชิก TG รุ่นพี่
     
    arx-lucifer's Avatar
     
    สมัคร: Oct 2006
    สถานที่: -* โลกแห่งนวนิยาย*-
    โพส: 515
    รับคำขอบคุณ: 28
    ดาวโหลด: 121
    อัพโหลด: 16
    Rep Power: 0
    arx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง arx-lucifer
    Castlevania:Symphony Of Newworld

    Castlevania : Symphony Of New World

    ปฐมบทแห่งความเศร้าโศก

    (ต่อจากภาค Symphony Of The Night)
    Alucard : ลาก่อนขอรับ ท่านพ่อและไม่ใช่ว่าข้าไม่รักท่านแต่เพราะรักมาก
    ข้าจึงอยากให้ท่านพ่อได้หลับอย่างสบายขอรับ อาเมน....

    ปี ค.ศ.1797..
    … หลังจากการต่อสู้จบลงปราสาทบรานของ เค้านท์ แดร็กคูล่า เวด เทปัส ได้สลายและหายไปกลับแสงอาทิตย์อัสดงของวันใหม่ อลูคาร์ด ได้จากไปพร้อมกับมาเรียสาวน้อยน่ารักวัย 18 ปี
    โดยได้ปล่อยให้ร่างไร้วิญญาณของ ริทเชอร์ เบลมอนท์ สลายไปพร้อมกับปราสาทบรานที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยอันส ุขสบายและแสนเจ็บปวดของอลูคาร์ด...

    ...ริทเชอร์ เบลมอนท์ ตำนานการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ของนักล่าแวมไพร์ และ อลูคาร์ด ลูกแท้ๆเพียงคนเดียวของ เค้านท์ แดร็กคูล่า ได้หายไปพร้อมกับทิ้งความลับและตำนานอันยิ่งใหญ่ให้ผ ู้คนได้จดจำ แต่แล้วผู้คนรุ่นหลังก็ลืมมันไปในที่สุด...

    แต่ไม่นาน เทพ Cronosก็ได้มาหา อลูคาร์ดและมาเรีย เพื่อบอกถึงหายนะในอนาคต
    และได้พา 2 คน ข้ามเวลาไปในอนาคต เพื่อไปแก้ไขเรื่องราว...
    ปี 1992..
    …หลังจากที่อลูคาร์ด (อายุราวๆ400กว่าปี) กับมาเรีย (อายุ 28 ปี) มีลูกชายตัวน้อยด้วยกันแล้ว
    อลูคาร์ดก็ได้ผนึกตัวเองไว้อีกครั้ง พร้อมกับทิ้งคัมภีร์ ปราบมาร ไว้ให้ลูกหลานรุ่นหลังได้ใช้ และรอเวลา เวลาในการเจอกันอีกครั้งกับ เค้านท์ แดร็กคูล่า พ่อแท้ๆของตนเอง...

    39 ปีต่อมา ปี ค.ศ. 2031
    … ลูกชายของอลูคาร์ดกับมาเรีย ชื่อว่า “สเลเยอร์ เทปัส” อายุได้ 38 ปี ได้ฝึกวิชคาถาต่างๆจนคล่องและได้แต่งงานกับ“ซูเซีย” อายุ 33 ปี และมีลูกชายด้วยกัน 1 คน ตั้งชื่อว่า “คริส เทปัส”
    36 ปีต่อมา ปีค.ศ. 2067
    …ลูกชายของสเลเยอร์ (อายุ 74 ปี) และ ซูเซีย (อายุ 69 ปี) ชื่อว่า “คริส เทปัส” อายุได้ 35 ปี ฝึกวิชา ปราบมารและมนต์ขาวจนชำนาญ ก็ได้แต่งงานกับ อลิซาเบ็ธ เบลมอนท์ ??? อายุ 33 ปี และมีลูกชายฝาแฝดด้วยกัน 2 เแต่หน้าแทบจะไม่เหมือนกันเลย คนหนึ่งตาสีแดงเพลิง มีเขี้ยว คล้ายได้รับสืบทอดพลังมาร อีกคนหนึ่งแข็งแรงมากและมีปานติดตัวตั้งแต่เกิดที่ต้ นแขนซ้ายและต้นแขนขวา ตั้งชื่อว่า คนแรกว่า “ ลูซิเฟล เทปัส ” และคนที่สองว่า “ เฮฟเว่นลี่ เบลมอนท์ ”

    15 ปี ต่อมา ปี ค.ศ. 2082
    … ลูซิเฟล เทปัส และ เฮเว่นลี่ เบลมอนท์ อายุได้ 15 ปีบริบูรณ์ ได้กลับมาจากการฝึกวิชาขั้นพื้นฐาน และเป็นปีที่เกิดจันทรุปราคาเลือดด้วย.....


    ………………………Castlevania…………………………
    __________________
    Click the image to open in full size.
    ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~
    Castlevania : Symphony Of Newworld
    ข้อมูลปัจจุบัน
    ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 10,000
    ระยะเวลาที่แต่ง = ? ปี
    จำนวนบท =13 บท
    .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..

    แก้ไขโดย arx-lucifer : 03 Oct 2007 เวลา 15:08
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 05 Oct 2006, 19:42   #2 (permalink)
    น้องใหม่ TG
     
    gunn_2535's Avatar
     
    สมัคร: Aug 2006
    สถานที่: ตอนน้หลงทางหาทางกลับไม่เจออยู่
    โพส: 76
    รับคำขอบคุณ: 0
    ดาวโหลด: 4
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    gunn_2535 aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง gunn_2535
    น่าสนใจแฮะ
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 06 Oct 2006, 15:17   #3 (permalink)
    สมาชิก TG รุ่นพี่
     
    arx-lucifer's Avatar
     
    สมัคร: Oct 2006
    สถานที่: -* โลกแห่งนวนิยาย*-
    โพส: 515
    รับคำขอบคุณ: 28
    ดาวโหลด: 121
    อัพโหลด: 16
    Rep Power: 0
    arx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง arx-lucifer
    ณ เวลานั้นผ่านมาได้ 100 ปีหรือ 1 ศตวรรษพอดิบพอดี
    ปี ค.ศ.2082 ยามมืดของวันหนึ่ง ณ เมืองทรานซิลวาเนีย ประเทศโรมาเนีย

    .... ผู้คนในเมืองทรานซิลวาเนียเกือบทั้งเมืองต่างตั้งหน้ าตั้งตารอคอยบางสิ่งบางอย่างอยู่อย่างใจจดใจจ่อ บางคนก็พาคู่รักมานั่งรอเวลา ที่ดวงจันทราจะมีสีแดงฉานและเกิดจันทรุปราคาซึ่งในเว ลารอบ 1 ศตวรรษจะเกิดขึ้นเพียงหนเดียวเท่านั้น ซึ่งมันได้ตรงกับเวลานั้นพอดิบพอดี มันคือเวลา! เวลาแห่งการฟื้นคืนและการสังเวยอย่างโหดเหี้ยมที่จะเ กิดกับเหล่ามนุษย์...

    Chapter I:Return Of The Two King
    (บทที่ 1:การกลับมาของสองจอมราชันย์)

    เวลา 4 ชั่วโมงก่อนการเกิดจันทรุปราคาโลหิต
    .... ณ ห้องลับบนหอคอยชั้นสูงสุดภายในคฤหาสถ์ของตระกูลที่ยิ ่งใหญ่ที่สุดในเมืองทรานซิลวาเนีย
    นามสกุลว่า “ เทปัส ”
    แสงไฟจากไฟติดผนังภายในห้องส่องแสงสะท้อนให้เห็นร่าง ของชายคนหนึ่งเดินถือไฟฉายเข้ามาภายในห้องและเดินตรง มาหยุดอยู่หน้าโลงศพที่ดูเก่ากึกแต่ก็มีลวดลายสวยงาม ข้างๆสลักคำอ่านเป็นภาษาเก่าแก่ เป็นตัวหนังสือไม่ค่อยชัดแต่คล้ายจะเป็นชื่อคนว่า “ Alucard Adrain Farenheight Tepas” ชายคนนั้นกล่าวขึ้นอย่างเร่งรีบด้วยเสียงแหบๆว่า..
    “ ทะ..ท่านพ่อ.. ตอนนี้ถึงเวลาแล้วขอรับ.. ” เสียงของชายคนนั้นดูชรามาก ที่แท้เค้าก็คือ
    “ สเลเยอร์ เทปัส ” ลูกชายคนเดียวของอลูคาร์ด ที่มีอายุได้ 89 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ชรามากแล้ว
    ต่อจากนั้น สเลเยอร์ ก็ท่องคาถาขึ้นมาว่า“ โคนโทรล เดอะ เอเวอรี่ทิง!! ” คาถานี้ทำให้เขาสามารถบังคับสิ่งของได้อย่างง่ายดาย เขาได้บังคับฝาโลงที่เก่ากึกกว่า 100 ปี ให้ลอยขึ้นและลงไปวางบนพื้นอย่างช้าๆ เขาใช้สายตามองเข้าไปในโลง เผยให้เห็นหน้าของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่มีหน้าตาสวยงาม ราวกับสตรีเพศเขามีชื่อว่า “ อลูคาร์ด” และยังเป็นถึงลูกชายเพียงคนเดียวของ “ เค้านท์ ดร็กคูล่า ” แต่ร่างของเขาตั้งแต่คอลงไปจนถึงเท้ากลับกลายเป็นแค่ หนังเพียงน้อยนิดที่หุ้มกระดูกเท่านั้น มันช่างเป็นร่างกายที่ไม่เข้ากับใบหน้าเอาซะเลย
    “ ขะ..ข้ามะ..ไม่คะ..เคยนึกมาก่อนเลยว่าหน้าท่านพ่อจะส วยงามขนาดนี้ แต่ข้าคงได้เห็นหน้าท่านเป็นครั้งสุดท้ายแล้วละขอรับ ” สเลเยอร์ กล่าวไปพร้อมทั้งดีใจและทั้งสะอื้นไห้ ต่อจากนั้น สเลเยอร์ก็ได้ใช้มืออันเหี่ยวแห้งของตน ไปจับปากของ อลูคาร์ด และง้างมันออกเบาๆเท่าที่แรงของเขามี แล้วเขาก็เริ่มร่ายคาถาพลางใช้มีดที่เขาพกมากรีดข้อม ือตัวเองให้เลือดไหลเข้าสู่ปากของ อลูคาร์ด “ เลือดที่ไหลลินของข้าพเจ้าจงนำชีวิตของชายผู้นี้กลับ มาจากนิทราด้วยเถิดเดอะ ก็อด ออฟ ไลฟ์ เวค โซล ฟอร์ม สลีปปิ่ง !! ” สิ้นเสียงของสเลเยอร์ก็บังเกิดบางสิ่งออกมาจากตัวของ สเลเยอร์แล้วทะยานขึ้นเกือบถึงเพดานห้อง มันมีรูปร่างคล้ายหงษ์ มีลำตัวสีแดงเพลิง ส่งเสียงร้องดังสะนั่นไปทั้งห้อง ทันใดนั้นมันก็พุ่งเข้าสู่ร่างของ อลูคาร์ด ทำให้สว่างจ้าไปทั้งห้อง

    …………………………..CasTlevania……………………..


    ต่อจากนั้นไม่นานร่างของอลูคาร์ดก็ค่อยๆลุกขึ้นอย่าง ช้าๆพร้อมกับเดินออกจากโลงศพที่เก่ากึกอลูคาร์ดตื่นมาพร้อมกับร่างเปลือยกายที่สมบูรณ์แบบแล ้วเพราะได้รับพลังแห่งชีวิตจากสเลเยอร์
    จากนั้นอีกไม่นานก็มีชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องอย่า งเร่งรีบพร้อมกับเสียงตะโกนว่า
    “ ท่านพ่อ ท่านพ่อ เร็วๆหน่อยใกล้จะได้เวลาแล้วครับ” จากนั้นชายคนนั้นก็เข้ามาพบกับ
    “ ท่านเป็นใครกันน่ะ แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ทหารอยู่ไหนกันหมดทำไมไม่เฝ้าห้องไว้!!! ” เสียงตะโกนของ คริส เทปัส วัย 50 ปี ลูกชายเพียงคนเดียวของ สเลเยอร์ ตะโกนด้วยเสียงที่ดังลั่น แต่แล้วเขาก็เหลือบไปเห็นร่างไร้วิญญาณที่นอนแน่นิ่ง ของ สเลเยอร์ เทปัส
    “ท่านพ่อออ.... ท่านเป็นอะไรไป..” คริส ตะโกนเสียงดังไปทั่วห้อง พร้อมกับวิ่งเข้าไปอุ้มร่างไร้วิญญาณของพ่อเขา ตั้งแต่เกิดมา คริส ยังไม่เคยได้ก้าวเข้ามาในห้องนี้เลยซักครั้งเนื่องจา กพ่อสั่งห้ามไว้ เมื่อเขากวาดสายตามองไปรอบๆก็สังเกตเห็นฝาโลงเปิดอ้า อยู่ที่ข้างๆเขียนไว้ว่า Alucard Adrain Farenheight Tepasและมีข้อความว่า
    “ ผู้ให้กำเนิดตระกูล เทปัส ลูกชายเพียงคนเดียวของ เค้านท์ แดร็กคูล่า ไม่มีใครจะโค่นเขาได้ จงอย่ารบกวน เทพแวมไพร์ศักดิ์สิทธิ์ ยามถึงเวลาอันเหมาะสมจะมีผู้มาคลายผนึกของเขาเอง ”
    เมื่อ คริส อ่านข้อมความนี้จบ ก็ถึงกับรำไห้และสำนึกผิด เพราะเขาได้เข้าใจแล้วว่าพ่อของเขาตายได้อย่างไรและช ายรูปงามแปลกหน้าผู้นี้คือใคร คริสจึงพูดขึ้นว่า
    “ ท่านปู่ขอรับ หลานสำนึกผิดแล้วละครับ เดี๋ยวหลานจะพาท่านปู่ลงไปเดี๋ยวนี้เลยขอรับ แต่ถ้าท่านยังเปลือยกายอยู่อย่างนี้ หลานว่า เอ่อ..... ”
    “ หยุดพูดได้แล้วล่ะ ชุดของข้าได้อยู่ในโลงของข้าแล้ว เจ้าจงไปนำมันมาสวมใส่ให้แก่ข้าเดี๋ยวนี้เลย เพราะข้าชักมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีแล้ว ” อลูคาร์ดกล่าวกลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่มคล้ายผู้ ที่เพิ่งจะมีอายุ 20 ปี กว่าเท่านั้นเอง ทำเอา คริส มึนงง แต่เขาก็เข้าใจแล้วและทำตามที่อลูคาร์ดสั่ง.....

    ……1 ชั่วโมงก่อนการเกิดจันทรุปราคาโลหิต
    ณ ลานกว้างลอยฟ้าของเมืองจุดที่ผู้คนไปดูดวงจันทร์กันม ากที่สุด
    “ ดูนั่นซิ เฮฟ นายว่ามันสวยหรือป่าว ” เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดกับใครบางคนพวกเขานั่งอยู่บนแท่นขนาดใหญ่ที่ยกขึ้นสูงจากพื้นของ ลานกว้างลอยฟ้าประมาณ 2 เมตร
    “ อืม.. ลู...ไม่รู้ตำนานที่ท่านพ่อชอบเล่าให้พวกเราฟังนักฟั งหนามันจะมีจริงหรือเปล่านะซิ ” เสียงของหนุ่มน้อย นามว่า เฮฟ พูดตอบให้เด็กที่ชื่อว่า ลู ฟัง แต่ฟังจากที่พวกเขาสนทนากันแล้วก็รู้ได้ว่าเขาป็นพี่ น้องกัน“ ทำไมพอพวกเรากลับมาก็มีแต่อะไรสนุกสนานไปหมดเลย ชักจะตื่นเต้นแล้วซิ ” เด็กชายชื่อ ลู พูดกลับไป “ ลูก!!! อยู่ที่นี่เอง ไปทำอะไรอยู่บนนั้น ลงมาเดี๋ยวนี้ ” เสียงของ คริส!! ที่แท้เด็กหนุ่มน้อยสองคนนี้ก็เป็นลูกของเขานั้นเองแ ละยังเป็นฝาแฝดด้วยแต่หน้าตากลับไม่เหมือนกันเลย คนที่ชื่อ “ลูซิเฟล เทปัส คนพี่ มีลักษณะพิเศษคือ มีตาสีแดงเลือด ผมสีขาวเทา และยังมีเขี้ยวอีกด้วย ส่วนอีกคนชื่อ “ เฮฟเว่นลี่ เบลมอนต์ ” เค้ามีลักษณะพิเศษของตัวเองคือ มีดวงตาข้างซ้ายเป็นเสี้ยวคล้ายกับตาของของแมว ส่วนข้างขวาเป็นสีเขียวน้ำทะเล มีผมสีเหลืองออกขาวๆ และมีรอยสักที่แค้นซ้ายเป็นรูป เขี้ยวแวมไพร์ และที่แขนขวาเป็นรูป ปีกเทวดา ส่วนเรื่อง นามสกุลที่เขาใช้ของแม่ รอยสัก และดวงตายังไม่มีใครทราบว่าเพราะเหตุใด
    “ เฮฟ นายรู้หรือป่าวว่าเสียงนี่เป็นเสียงที่ชั้นรำคาญมากท ี่สุดเลย ” ลูซิเฟลกล่าวด้วยท่าทางที่น่าเบื่อหน่าย
    “ ไม่เอาน่า ลู นายหัดเคารพพ่อซะบ้างซิ ” เฮฟพูดบอกด้วยเสียงที่ไม่ดังมาก
    เมื่อ คริส เดินเข้ามาใกล้ๆ พวกลูและเฮฟต่างก็ตกใจที่มีชายแปลกหน้า หน้าตาสละสลวยอย่างกับผู้หญิงเดินมาด้วย ลูแยกเขี้ยวขู่พร้อมกับเฮฟที่ชักดาบออกมาเขาทั้งสองพ ร้อมที่จะสะบั้นชายแปลกหน้าที่มีพลังกดดันอย่างหนักไ ด้ทุกเมื่อ
    “ ไอ้ลูกโง่ห้ามทำอะไรท่านผู้นี้เด็ดขาดนะ ถึงพวกเจ้าจะโจมตีมาพร้อมกันก็ไม่สามารถทำอะไรท่านผู ้นี้ได้หรอก เพราะท่านคือ ปู่ของชั้น ชื่อว่า อลูคาร์ด พวกแกเป็นเหลนแท้ๆของท่านนะ ”
    คริส พูดตระหวาดด้วยพลังจิตเพื่อไม่ให้ผู้คนที่อยู่ใกล้ๆต กใจ “ หา!! ไม่อยากจะเชื่อ นี่น่ะเหรอทวดของเรา ” ทั้งสองคนพูดเป็นเสียงเดียวกันพร้อมหันหน้าเข้าหากัน ด้วยความตกใจ
    “ ไม่มีเวลาที่จะอธิบายแล้ว พวกเราต้องรีบไปยัง...แต่มันยังไม่โผล่มาแม้แต่เงาเร าคงต้องรอเวลาที่จันทราจะมืดสนิทอย่างเดียวเท่านั้น ” แค่คำพูดเดียวของอลูคาร์ดมันถึงกับทำให้ทุกคนรู้สึกค ล้อยตามไปด้วยยังกับถูกเวทมนต์ที่น่าเกรงขามสะกดอยู่
    “ ละ...แล้วพวกเราจะเอาไงกันดีละครับท่านปู่ ” คริสพูดด้วยความยำเกรงในตัวอลูคาร์ดซึ่งเป็นปู่แท้ๆข องตน “ พ่อดูนั่นซิ!!” ลูซิเฟลตะโกนดังและเมื่อทุกคนหันไปก็พบว่าดวงจันทร์เ ริ่มถูกความมืดบดบังเข้ามาทีละนิดละน้อย “ โอ้วววว......!!” เสียงผู้คนจำนวนมากโฮลั่นเมื่อดวงจันทร์ถูกบดบังแสงจ นมืดมิดสนิทเต็มดวง บางคนก็พากล้องถ่ายรูปมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอ ีกด้วย
    .....แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ปรากฎขึ้นเมื่อผู้คนส ังเกตุเห็น...ปราสาทขนาดใหญ่ลอยอยู่กลางอากาศค่อยปรา กฎชัดขึ้นมาอีกทีละนิดจนชัดเจน และแล้วผู้คนต่างก็ส่งเสียงด้วยความดีใจที่ไม่เคยได้ พบเห็นสิ่งที่วิเศษขนาดนี้มาก่อนในชีวิต.........End Chapter I………
    __________________
    Click the image to open in full size.
    ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~
    Castlevania : Symphony Of Newworld
    ข้อมูลปัจจุบัน
    ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 10,000
    ระยะเวลาที่แต่ง = ? ปี
    จำนวนบท =13 บท
    .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..

    แก้ไขโดย arx-lucifer : 04 Oct 2007 เวลา 21:05
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 07 Oct 2006, 16:03   #4 (permalink)
    สมาชิก TG รุ่นพี่
     
    arx-lucifer's Avatar
     
    สมัคร: Oct 2006
    สถานที่: -* โลกแห่งนวนิยาย*-
    โพส: 515
    รับคำขอบคุณ: 28
    ดาวโหลด: 121
    อัพโหลด: 16
    Rep Power: 0
    arx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง arx-lucifer
    โอ้ว... ไปขุดมาจากไหนกันครับ.....

    Chapter II:The Floating Abandon Castle
    (บทที่2: ปราสาทลอยฟ้าที่ถูกปล่อยทิ้งร้างไว้)

    …… ทุกคนเกาะข้าให้แน่นๆนะ “ พรึบ!! ” เสียงปีกสีดำสนิทอันแข็งแกร่งของอลูคาร์ด กางออกและพร้อมที่จะบินไปในนภาได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
    “ ฮ่าๆๆๆ ท่านทวดข้าชอบท่านจริงๆ ” เสียงของลูซิเฟลบอกแก่อลูคาร์ด เมื่อลูซิเฟลกล่าวจบปีกของอลูคาร์ดก็พาทั้ง 4 คนบินไปในนภามุ่งสู่ปราสาทลอยฟ้าของ เค้านท์ แดร็กคูล่า

    …… ณ ที่คฤหาสน์ของตระกูลเทปัส……
    …… “ฮ่า ๆๆๆ คนในตระกูลนี่ไร้น้ำยาไปหมดแล้วเหรอ มันช่างไม่น่าที่จะใช้นามสกุลของแดร็กคูล่าเลย” เสียงของคนผู้หนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่ที่ลานกว้างของคฤหา สน์เทปัส ที่มือของเขามีเลือดติดอยู่และที่พื้นของลานกว้างมีศ พของยามและเหล่าผู้ปกป้องบ้านตายเกลื่อนกลาดเต็มไปหม ด
    “ หยุดนะ ไอ้โจรถ่อยอย่ามาสามหาวในที่แห่งนี้นะ ” ชายคนหนึ่งวิ่งออกมาจากคฤหาสน์และตะโกนด่าใส่ชายที่ย ืนอยู่ที่ลานกว้าง “ ไอ้แก่เอ้ย!! หุบปากไปเลยข้าล่ะเกลียดจริงๆไอ้พวกลูกจอกปากดีเนี้ยะ ” - “ ท่านคือใครมิทราบ มีธุระอะไรอย่างนั้นหรือ ” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง
    ท่าทางดูเป็นผู้ดีมีสง่าราศี “ คุณผู้หญิงขอรับ ออกมาทำไมหรือขอรับ มันอันตรายมากนะขอรับ ”
    เสียงของผู้ชายที่ดูท่างทางแก่แล้วพูดกับผู้หญิงคนนั ้นอย่างสุภาพ “ อืม ฉันรู้แล้วล่ะ เดี๋ยวฉันจะจัดการเองนะ ” เสียงของผู้หญิงวัยกลางคนกล่าวกลับอย่างสบายใจ “ ไอ้แก่ทั้งหลาย บ่นกันอยู่ได้ อะไรทำให้พวกคนในบ้านนี้กลายเป็นเต่าหดหัวกันนะ ” “ ท่านมีอะไรกับตระกูลของเรางั้นเรอะ ”
    “ ฮึ ข้าจะมาฆ่าล้างโครตพวกแกไง ” เมื่อสิ้นเสียงพูดของชายผู้นั้น ก็มีชายอีกผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น
    มองเห็นหน้าของเขาไม่ค่อยชัด แต่เขามีปีกใหญ่สีดำสนิท บินมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังชายคนก่อน “ หมดเวลาของคุณแล้ว คุณแฟรงก์ นายท่านให้มาตามคุณกับไปโดยด่วน พวกเราจะเตรียมการฉลองปราสาทเลือดแล้ว ” เสียงของชายมีปีกพูดให้ชายคนก่อนที่ชื่อว่า “แฟรงก์” ฟัง
    “ หึ นับว่าวันนี้ตระกูลเจ้าโชคดีมากแต่วันหลังไม่มีแบบนี ้อีกแล้ว ไปพาข้าบินที ” แฟรงก์บอกแก่ชายมีปีก แล้วทั้งสองก็บินหายลับไปในนภา ปล่อยให้คนของตระกูลเทปัสที่อยู่ด้านล่างยืนมองอย่าง งงงวย
    “ พรึบๆๆ” เสียงบางสิ่งบางอย่างโบกสะบัดไปในอากาศ มองเห็นลางๆเป็นชาย 4 คน
    ในที่สุด ลูซิเฟล เฮฟเวนลี่ อลูคาร์ด และคริส ก็มายืนอยู่กลางลานกว้างของปราสาทลอยฟ้าห่างจากประตู ปราสาทไม่มากนัก “ ฮู้ สูงจริงๆ ” เสียงของลูซิเฟลกล่าวเมื่อเขามองลงไปด้านล่าง
    ณ เวลาเดียวกันชายอีกสองคนที่มาจากบ้านตระกูลเทปัสก็บิ นมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขาทั้งสี่คน
    “ พวกเจ้าเป็นใคร ” คริสถามชายทั้งสอง “ เอ๊ะ นั่นมันเลือดนี่นา” ลูซิเฟลสังเกตเห็นกรงเล็บที่มือของชายคนที่ม่มีปีก “ เอ๊ะ กลิ่นเลือดนี้มันของพวกทหารที่บ้านเรานิ พวกแกเป็นใครกันแน่ ”
    ลู ตะหวาดใส่ด้วยความโกรธเกรี้ยว ลูจะมีประสาทสัผัสที่ดีกว่าคนอื่นๆเป็นพิเศษ“ ข้าชื่อแฟรงก์ ส่วนเจ้าปีกดำนี่ชื่อ ครากซ์ ” ชายคนที่มีกรงเล็บพูด “ ดูท่าทางพวกแกคงเป็นคนของตะกูลเทปัสซินะ ข้าพึ่งไปมาเมื่อกี้นี้เอง ฮ่าๆๆๆ ” แฟรงก์กล่าวอย่างบ้าคลั่ง “ เกร้ง ” เสียงหอกของเฮฟเว่นลี่ชูขึ้นไปในอากาศ “ มาสู้กับข้าเดียวนี้พวกสถุน ” เฮฟกล่าวอย่างโกรธแค้น “ ใจเย็นๆลูก เจ้าไม่สามารถจะเอาชนะมันได้ในตอนนี้หรอก ” คริสบอกลูกชายทั้งสองให้ตาสว่าง และยืนนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง“ ฮึม.. งั้นพวกเราแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งละ 2 คน พ่อกับเฮฟจะอยู่ที่นี่รับมือพวกมันเองส่วนเจ้ากับท่านปู่อลูคาร์ดล่วงหน้าไปก่อน ” “ ได้ครับ ท่านพ่อขอให้โชคดีนะครับ แล้วรีบตามมาล่ะ ” ลู พูดกับพ่อก่อนจะรีบวิ่งไปยังประตูปราสาทที่สูงราวกับ ตึก 3 ชั้นพร้อมกับอลูคาร์ด “ พวกแกทั้ง 4 คนคงจะไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกแล้วล่ะ ฮ่าๆๆๆ ปราสาทนี่ไม่ใช่จะเข้าๆออกๆกันได้ง่ายๆนะเฟ้ย ” แฟรงก์กล่าวให้ คริสและเฮฟฟัง ทันใดนั้นทั้งสองฝ่ายก็หยิบอาวุธประจำกายของตนออกมาเ ตรียมพร้อมสู้
    “ โฮลี่ ลานซเพลงหอกศักดิ์สิทธิ์ชำระมาร” เฮฟ กล่าวพลางหมุนหอกไปกลางอากาศ หอกของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวส่องแสงเจิดจ้า เขาซัดหอกตรงไปยังแฟรงก์ “ ดาร์กเนสอะ คราว” แฟรงก์ ตะโกน พร้อมกับใช้กรงเล็บมือขวาที่อาบไปด้วยไอมารสีดำสนิท และตัวของเขากระโจนพุ่งตรงไปปะทะกับหอกของเฮฟ“ !!เปรี้ยง!!” เสียงอาวุธทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง ทันใดนั้นเอง แฟรงก์รีบหมุนตัวหลบหอกของเฮฟและโจมตีอีกครั้ง เฮฟเห็นท่าไม่ดีจึงดึงมือซ้ายของตนกลับมาพร้อมยื่นมือออกไปและใช้ท่า “ โฮลี่ บอมบ์” สิ้นเสียงเฮฟ ทันใดนั้นก็บังเกิดลูกระเบิดสีขาวมีปีกพุ่งตรงเข้าปะ ทะใส่ใบหน้าของแฟรงก์อย่างจัง “ บึ้ม! ” เสียงระเบิดดังสนั่น ร่างของแฟรงก์ลอยไปกลางอากาศ “ อ้าก!!.... ” เสียงของแฟรงก์ร้องโหยหวนขณะลอยอยู่กลางอากาศและมีเล ือดอาบเต็มหน้า “ ฮึ ไอ้กระจอก ขนาดเด็กตัวแค่นี้ยังเอาชนะไม่ได้ ” เสียงของชายผู้มีปีกสีดำนามว่า ครากซ์ พูด “ Feather Cut (ขนนกเฉือดเฉือน) ” หลังครากซ์พูดจบ เขาก็สลัดขนปีกที่คมดั่งใบมีดออกมามากมาย และขนทั้งหมดก็พุ่งตรงไปยังร่างของเฮฟ “ Beehive Strike ”
    เสียงตะโกนของ คริส ดังมาแต่ไกล จากนั้นก็ปรากฏรังผึ้งขนาดใหญ่ลอยอยู่กลางอากาศ และผึ้งทั้งหลายก็บินไปปะทะกับพลังของครากซ์ พลังทั้งสองยังไม่ทันปะทะกัน ครากซ์ ก็บินตรงมายัง
    คริส อย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอามีดออกมาหมายจะเสียบที่ท้องของคริส แต่คริสก็ดึงดาบออกมากันมีดไว้ อาวุธทั้งสองยังไม่ทันปะทะกัน คริสก็กระโดดข้ามหัวของครากซ์ พร้อมกับเอาดาบตัดปีกข้างขวาของครากซ์ทิ้ง “ อ้ากกก.. ” ครากซ์ร้องโหยหวน “ ไปกันเถอะ เอฟ ” คริส พูดกับเฮฟลูกชายของตนพร้อมกับวิ่งเข้าไปในปราสาท ตามหลังด้วยเฮฟ “ ฝากไว้ก่อนเถอะพวกแก!! ” แฟรงก์ตะโกนอย่างเจ็บใจ
    …… Entrance ( ทางเดินยาวก่อนเข้าสู่ตัวปราสาท ) ……
    … พวกของอลูคาร์ดวิ่งมาจากประตูปราสาทได้ครู่หนึ่งแล้ว“ หยุดก่อน ลู ” อลูคาร์ดสั่งลู เหลนของตน ตอนนี้พวกเขามาหยุดอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ซึ่งมีเพดานสูง มากแห่งหนึ่ง“ ทำไมเหรอฮะ ” ลู ตอบกลับด้วยความงงงวย “ ดูเศษเหล็กนั่นซิ เจ้าคิดว่ายังไงล่ะ ” อลูคาร์ดถาม “ อืม... มันเรียกว่าหุ่นยนต์ครับ
    แต่มันมีขนาดใหญ่มากและก็เก่ามากแล้วด้วย มันไม่น่าจะใช้งานได้แล้วนะครับ แต่ทำไมปราสาทของแดร็กคูล่าถึงมีของอย่างงี้ได้นะ ” ลู บอกแก่อลูคาร์ด “ หุหุ ข้าไม่เคยเจอของอย่างนี้เลยในยุคของข้าไม่มีของอย่างนี้ด้วยซิ ” อลูคาร์ดพูดด้วยหัวเราะไปด้วย “ อืม งั้นเราไปกันเถอะ ” อลูคาร์ด บอกกับลู เนื่องจากหุ่นยนต์กองอยู่กลางห้องโถง ทั้งสองจึงกระโดดเหยียบหุ่นยนต์ ข้ามไปอีกฝั่งของห้องโถง “ เฮ้อ.. เรารีบไปกันเถอะ ” อลูคาร์ด กล่าวด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายและรีบเดินตรงไปข้างหน้า แต่ลู ยังยืนอยู่ที่ห้องโถง “ กึก..กึก.. ” ทันใดนั้นก็เกิดเสียงบางสิ่งบางอย่างดังขึ้น ประตูในห้องโถงที่เชื่อมไปยังห้องอื่นๆก็ปิดลงทันที “ เฮ้ย!! นี่มันอะไรกัน ” ลู ตะโกนด้วยความ
    สงสัย “ ลู ได้ยินไม๊ รีบพังประตูมาซิยืนทำอะไรอยู่ ” อลูคาร์ด ตะโกนเสียงดังลั่นข้ามมาอีกฝาก แต่น่าเสียดายที่ ลู ไม่ได้ยินเนื่องจากประตูหนามากและทำมาจากเหล็กกล้า ลู หันหลังกลับไปดูอีกทีก็พบว่า “ ว้าก!! ไอ้หุ่นนี่ ทะ..ทำไม ” ลู ตะโกนลั่นห้อง เพราะสิ่งที่เขาได้ประจักษ์แก่สายตาก็คือ หุ่นยนต์ยักษ์ ที่นอนแน่ยิ่งอยู่เมื่อกี้ บัดนี้มันได้ลุกขึ้นยืน ตัวของมันสูงเกือบถึงเพดานของห้องโถงใหญ่ “ เรื่องใหญ่แล้วไม๊ล่ะ ” ลู พูดลอยๆ ออกมา เมื่อเขามองดูหุ่นยนต์ก็ได้เห็น ดวงตาสีแดงฉาน ร่างอันใหญ่โตกำยำ และมือข้างขวาอันใหญ่โตที่ถือดาบสีเทาขาวเล่นมหึมา
    ทันใดนั้นหุ่นยนต์ก็พลันหันมาจ้องมองที่ร่างของลู พร้อมกับคำรามดังสนั่นไปลั่นห้อง จากนั้นมันจึงใช้ดาบเล่มมหึมาของมันฟันลงมาที่ตัวของ ลูอย่างแรง ลู ชูมือขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับตะโกนขึ้นว่า“ ดาร์กเนส บาเรีย ” สิ้นเสียงของ ลูซิเฟล ก็บังเกิดแสงสีดำจากมือเขาและแผ่กระจายออกเป็นวงกลมส ีดำล้อมรอบตัวของเขาไว้ “ ชิ้ง! ” เสียงดาบลงมาปะทะกับบาเรีย
    “ อ้ากกซซ ” ถึงแม้ว่าลูซิเฟล จะรับดาบไว้ได้แต่เค้าก็ถึงกับกระอักเลือดออกมาไม่น้ อย
    “ ฮึ่ม.. มันจะยามกันมากไปแล้วนะเฟ้ย เดอะ สโตน เคิร์ส” ลู พูดด้วยความโกรธ พร้อมกับร่ายคาถา ทันใดนั้นก็... “ บั่ม!! ” สิ้นเสียงร่างของหุ่นยนต์ยักษ์ก็ถูกสาบให้เป็นหินไปใ นบันดล “ เยซ เซอ! ” ลู ตะโกนด้วยความดีใจ ในความสามารถของตน “ ปึง!! ” เสียงประตูรอบห้องเปิดออกพร้อมกัน “ อั้กซ..! ” ลูซิเฟล กระอักเลือดยกใหญ่ ทันใดนั้นอลูคาร์ดก็รีบวิ่งเข้ามาหาลูซิเฟลทันที เนื่องจากหุ่นยนต์ยังไม่หยุดทำงานแต่แค่ถูกสาปเป็นหิ น ทันใดนั้นมันจึงยกดาบขึ้นและฟันลงมายังคนทั้งสอง “ ฮ่าๆๆมาดูซิว่าในโลกนี้จะมีใครรับพลังของข้าได้บ้าง Dragon Chain Cut( โซ่มังกรเฉือดเฉือน )” เสียงของอลูคาร์ดพูดพร้อมกับปล่อยโซ่ออกไปจู่โจมหุ่น ยนต์ยักษ์ โซ่เลื้อยไปเลื้อยมากลางอากาศดูแล้วละหม้ายคล้ายคลึง กับมังกรมาก จากนั้นโซ่ก็ค่อยๆขยายใหญ่และยาวขึ้นพันรอบตัวของหุ่ นยนต์และรัดเข้า รัดเข้า รัดเข้าไปเรื่อยๆ จนร่างของหุ่นยนต์ขาดสะบั้นกระจายเป็นส่วนๆ “ เป็นยังไงบ้าง ลู เจ้าห้ามหลับตานะ ข้าไม่ดีเองที่พาจะมาที่นี่และทิ้งเจ้าไป ” อลูคาร์ดประคองร่างของลูซิเฟลไว้และพูดกับเขา แต่ท่าทางของลูซิเฟลในตอนนี้ดูย่ำแย่มาก “ ท่านทวด ทำไมข้ารู้สึกง่วงนอนอย่างนี้ เวลาข้าสู้กับพวกผีธรรมดาข้าชนะตลอด แต่ทำไมเจ้านี่มันถึงไม่เหมือนพวกนั้นล่ะครับ นี่ข้าจะตายแล้วใช่ไม๊? ” ลูซิเฟลถามด้วยท่าทางสงสัย
    “ ไม่เจ้าต้องไม่ตาย ” อลูคาร์ดบอกลู “ ใช่! เค้าต้องไม่ตาย ” ทันทีที่อลูคาร์ดพูดจบก็มีเสียงพูดแทรกเข้ามา มันทำให้เขาถึงกับขนลุกชูขึ้นมาทันที เพราะมันเป็นเสียงที่คุ้นเคยและจุดเริ่มต้นแห่งภัยพิ บัติต่างๆ…… End Chapter II
    __________________
    Click the image to open in full size.
    ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~
    Castlevania : Symphony Of Newworld
    ข้อมูลปัจจุบัน
    ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 10,000
    ระยะเวลาที่แต่ง = ? ปี
    จำนวนบท =13 บท
    .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..

    แก้ไขโดย arx-lucifer : 07 Oct 2006 เวลา 16:12
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 07 Oct 2006, 20:21   #5 (permalink)
    น้องใหม่ TG
     
    gunn_2535's Avatar
     
    สมัคร: Aug 2006
    สถานที่: ตอนน้หลงทางหาทางกลับไม่เจออยู่
    โพส: 76
    รับคำขอบคุณ: 0
    ดาวโหลด: 4
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    gunn_2535 aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง gunn_2535
    ตัวเล็กจัง
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 08 Oct 2006, 11:09   #6 (permalink)
    สมาชิก TG รุ่นพี่
     
    arx-lucifer's Avatar
     
    สมัคร: Oct 2006
    สถานที่: -* โลกแห่งนวนิยาย*-
    โพส: 515
    รับคำขอบคุณ: 28
    ดาวโหลด: 121
    อัพโหลด: 16
    Rep Power: 0
    arx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง arx-lucifer
    กรรม....ตัวเล็กไปเหรอเนี่ย
    ปล.ถ้าตัวเล็กก็Copyไปอ่านในWordซิครับ.... จะได้ปรับให้ใหญ่.....
    ต่อๆๆๆ

    Chapter III : Blood Of Disaster
    ( บทที่3:สายเลือดแห่งความหายนะ )

    …… “ พ่อครับ ทำไมปราสาทนี่มันถึงได้โบราณและทรุดโทรมยังกับผ่านสง ครามยังไงยังงั้นแหละครับ ” เฮฟ มองออกไปและถามบิดาของตนด้วยความสงสัย ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปตามทางในของปราสาทไปเรื่อยๆ “ เรื่องนี้น่ะเดี๋ยวเจ้าค่อยถามทวดของเจ้าตอนเจอกันก็ แล้วกันนะ ” คริส ตอบกลับไปยังลูกชายของตน และแล้วทั้งสองก็เดินมาหยุดอยู่หน้าประตูทางเข้าห้อง โถงใหญ่แห่งหนึ่ง “ โอ้ว... อลูคาร์ด ลูกรักของข้า ข้าคิดถึงเจ้าจริงๆ ไม่ได้เจอกันนานนับ 100 ปี แต่มันช่างเป็นนิทราอันแสนสั้นของข้ากับเจ้าใช่ไหมล่ ะ ” เสียงอันชราของชายคนหนึ่ง !!แต่....จะมีใครอีกล่ะที่จะเรียกอลูคาร์ดว่า ลูก ได้น่ะ ชายคนนั้นก็คือ เค้านท์ แดร็กคูล่า เวด เทปัส นั่นเอง
    …… “ พะ....พ่อ... ทะ...ท่าน..ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ” อลูคาร์ดพูดขึ้นด้วยความตกใจ ทันใดก็เกิดแสงสีดำขึ้นที่ข้างตัวของ เค้านท์ แดร็กคูล่า และค่อยๆขยายออกเป็นผ้าคลุมสีน้ำเงินอ่อน ลอยอยู่กลางอากาศ มีนกกาสีดำ ตาแดงน่ากลัวและเคียวสีนิลลอยอยู่ในอากาศ และมีเสียงพูดขึ้นมาว่า“ นายน้อย อลูคาร์ด ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านครับ เราไม่ได้เจอกันนานเลยนะขอรับ” เสียงพูดที่
    แหบแห้งดังมาจากผ้าคลุม เมื่อลมพัดผ้าคลุมที่ศรีษะก็เปิดออก เผยให้เห็นหน้า??? แต่!!
    ไม่ใช่หน้า มันกลับกลายเป็นหัวกระโหลก!!
    “ หัวกระโกลก!!... หัวกะโหลกที่พูดได้งั้นรึ!!??” เฮฟและคริสที่กำลังแอบฟังอยู่นอกห้องถึงกับพูดเป็นเส ียงเดียวกัน “ เสียงใครกันน่ะ ” เค้านท์ แดร็กคูล่า พูดด้วยความสงสัยพร้อมกับหันไปมองที่ประตู “ ตายแล้วไม๊ล่ะพ่อ ”เฮฟ พูดกระซิบเบาๆแก่พ่อ “ เดธไปดูหน่อยซิ”
    เสียงของ เค้านท์ แดร็กคูล่า ออกคำสั่งแก่ ยมทูตโครงกระดูก ทาสผู้ซื่อสัตย์ของเขา ทันทีที่แดร็กคูล่าพูดจบ เดธ ก็ค่อยๆลอยไปที่ประตูอย่างช้าๆ “ ได้เรื่องแล้ว ซิ สงสัยจะเป็นเสียงของพวกคริสกับเฮฟแน่เลย ” อลูคาร์ดกระซิบแก่ลูซิเฟล ในตอนนี้สภาพของลูซิเฟลดูย่ำแย่ลงทุกที
    “ ลูกรัก เจ้าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ข้าเพียงแค่ดูหน้าตาของเจ้าหนุ่มนี้ ข้าก็รู้แล้ว ข้าจะทำการรักษาให้โหลนของข้าเอง ฮ่าๆๆๆ ” แดร็กคูล่า กล่าวพร้อมกับค่อยๆเดินเข้ามาที่ร่างของอลูคาร์ดและล ูซิเฟล
    อลูคาร์ดก็ไม่ได้หวั่นกลัวอะไร เพราะเขาจับจิตสังหารจากตัวแดร็กคูล่า พ่อของเขาไม่ได้เลย จากนั้น แดร็กคูล่าค่อยๆนั่งลงใกล้ๆกับตัวของลูซิเฟล และกล่าวเบาๆว่า “ เจ้าหนุ่มนี้คงจะได้รับสืบทอดพลังทางสายเลือดจากเจ้าไปเต็มๆเลยซิ นะฮึ ฮึ ” แดร็กคูล่าบอกแก่อลูคาร์ด พร้อมกับแสะยิ้มอย่างมีเลศนัยเล็กน้อย
    ทางด้านของเฮฟเวนลี่และคริส “ ตายล่ะพ่อ! มันกำลังมาทางนี้แล้ว ” เฮฟ กล่าวกับพ่อด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน “ ไม่ต้องตกใจไป...อ๋อ...พ่อมีความคิดดีๆแล้วเจ้าจับมื อพ่อไว้นะ ” คริสบอกกับลูกของตน พร้อมกับยื่นมือไปให้เฮฟจับ “ พลังนี่ไม่เคยใช้มานานแล้วไม่รู้มันจะใช้ได้ไม๊ เอ้า! พระผู้เป็นเจ้าขอให้ข้าเปรียบดังสหายของสายลม จงพลางร่างของข้าด้วย... ” ในขณะที่เขาท่องคาถาเดธก็ลอยใกล้เข้ามาที่ประตูทุกที คริสท่องคาถาพลางสั่นไปพลางเมื่อคริส กล่าวจบ ร่างของเขาก็หายไป เดธก็ลอยออกมาพอดี “ ไม่เห็นมีอะไรเลยขอรับนายท่าน ” เดธบอกแก่ เค้านท์ แดร็กคูล่า ที่กำลังรักษาแผลให้ลูซิเฟลด้วยพลังปละหลาดอยู่ “ อืม..ข้าคงจะหูฝาดไปเอง ใช่ไม๊อลูคาร์ด? ” เค้านท์ แดร็กคูล่า พร้อมกับหันไปยิ้มให้อลูคาร์ดอย่างมีเลศนัย “ ฮึ รีโคเวอร์ ไลฟ์ (Recover Life) ” เค้านท์ แดร็กคูล่า รักษาให้ลูซิเฟลเสร็จ ก็ใช้พลังปกป้องชีวิตของเขาไว้ชั่วขณะหนึ่ง “ ขอบคุณท่านมากนะครับ ” ลูซิเฟล บอกกับ เค้านท์ แดร็กคูล่า ด้วยความไร้เดียงสา
    “ ไม่เป็นไรหรอก ก็เจ้าเป็นโหลนข้านิ ฮึๆ ” “หา!! นี่มันเป็นเรื่องจริงเหรอครับ ทวดอลูคาร์ด ”
    ลูซิเฟลกล่าวด้วยท่าทางตกใจและงงงวย “ แต่ยังมีเหลนและโหลนข้า รออยู่ข้างนอกนี่นา ทำไมไม่เข้ามาล่ะ หรือจะให้ข้าต้อนรับฮ่าๆๆๆ” เค้านท์ แดร็กคูล่า พูดพลางมองออกไปด้านนอกและหัวเราะยกใหญ่ แต่ข้างนอกกับมีแต่ความว่างเปล่า “ อลูคาร์ดเจ้ายังจำวิชาที่พ่อเคยสอนเจ้าได้หรือเปล่าล ่ะ ฮ่าๆๆ...โอเพ่น เดอะ เวิลด์(Open The World) ” แดร็กคูล่าหันไปพูดกับอลูคาร์ด และใช้วิชาบางอย่าง “ หือ วิชานี่มัน ” อลูคาร์ด อุทานด้วยท่างทางตกใจเมื่ออลูคาร์ดพูดจบ ร่างของคริสและเฮฟก็ค่อยๆปรากฏชัดขึ้นทีละนิดๆ “ ว่าไงล่ะ ไม่ว่าพวกเจ้าจะทำอะไร ข้าก็รู้หมด พวกเจ้านึกว่าข้าโง่เรอะ ฮ่าๆๆๆ ” แดร็กคูล่า พูดด้วยท่าทางดีอกดีใจ “ หา!! พ่อนี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี้ย เค้าเห็นเราได้ไงเนี้ยะ ” เฮฟ กล่าวพลางหันไปมองคริสด้วยท่างทางตกใจ คริสก็หันไปมองเฮฟเวนลี่ลูกชายของตนด้วยสีหน้ามึนงงเ ช่นกัน “ เข้ามาสิคนเพิ่งเจอกันจะไม่กล่าวทักทายกันเลยรึ ยังไงพวกเจ้าก็เป็นลูกหลานข้าทั้งนั้น ฮ่าๆๆๆ ” แดร็กคูล่า กล่าวเชิญชวน เฮฟและคริส ทำเอาอลูคาร์ดมึนงง กับความใจดีผิดปกติของเค้านท์ แดร็กคูล่า เวด เทปัส พ่อแท้ๆเพียงคนเดียวของตนหรือว่าเขาจะเปลี่ยนไปแล้วง ั้นหรือ“ เดธ ช่วยพาทุกคนไปเปลี่ยนชุดที่ข้าเตรียมไว้ให้และพาไปห้ องรับประทานอาหารด้วยนะ ฮ่าๆ คืนนี้คงเป็นคืนที่สนุกไม่น้อยเลยล่ะ ฮ่าๆๆๆ” ……





    Eating Hall(ห้องรับประทานอาหาร)
    …… ณ ห้องเปลี่ยนชุด
    “ ท่านทวดครับ ข้าว่า เค้านท์ แดร็กคูล่า ต้องมีอะไรแฝงอยู่แน่นอนเลยครับ ทำไมเค้าต้องแกล้งทำดีกับเราด้วยล่ะครับ เท่าที่ข้ารู้เค้าเป็นคนจิตใตโหดเหี้ยมไม่ใช่เหรอ ” ลูซิเฟลถามอลูคาร์ดด้วยความสงสัย ขณะที่กำลังแต่งชุดที่เค้านท์ แดร็กคูล่า จัดเตรียมมาให้ “ ฮึๆๆๆ ใช่แล้วล่ะ พวกเจ้าเข้าใจไม่ผิดหรอกหนุ่มน้อย แต่ตั้งแต่ท่านอลูคาร์ดเกิดมา นายท่านก็เริ่มใจดีขึ้น แล้วนี่ยังมีลูกหลานของนายท่านอีก ยิ่งทำให้ท่าน ดีใจมากขึ้นไปอีก ” เสียงของเดธ พูดแทรกขึ้นมา ขณะที่ค่อยๆลอยเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ ถึงกลับทำให้ทุกคนงงไปหมด “ ท่าน เค้านท์ แดร็กคูล่า มีคำสั่งให้ข้ามานำทุกท่านไปที่ห้องรับประทานอาหารขอ รับ ” เดธ พูดด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งเมื่อเทียบกับบรรยากาศรอบๆ ของปราสาทมันช่างเข้ากันได้อย่างน่าขนลุกขนพองจริงๆ. ......
    จากห้องเปลี่ยนชุดขนาดใหญ่ของปราสาทบราน พวกอลูคาร์ด คริส ลูซิเฟล เฮฟเวนลี่ กำลังเดินทางไปยังห้องรับประทานอาหาร ซึ่งมีเดธ สมุนผู้ซื่อสัตย์ของเค้านท์ แดร็กคูล่า เป็นคนนำทาง
    ระหว่างเดินทางไปยังที่หมาย ในบางที่ก็จะได้ยินเสียงร้องโหยหวนมาจากความืด เมื่อรวมกับบรรยากาศรอบข้างที่มืดสลัวก็ยิ่งทำให้ดูน ่ากลัวน่าขนลุกยิ่งขึ้น
    ........ ในที่สุดพวกเขาก็เดินมาหยุดอยู่ที่ห้องรับประทานอาหา รขนาดใหญ่ ที่ตรงกลางห้องมีโต๊ะรับประทานอาหารขนาดยาว สวยหรูหรา “ โอ้ว โห นี่มันยังกับในพระราชวังที่เห็นในข่าวเลย ” ลูซิเฟล อุทานด้วยความตะลึง “ มานั่งที่โต๊ะซิอาหารมาร้อนๆเมื่อครู่นี้เองพวกเจ้าจะไม่รับประทานมั นหน่อยเหรอ ” เสียงของ เค้านท์ แดร็กคูล่า ที่พูดเชิญชวนให้พวกอลูคาร์ด มานั่งรับประทานอาหารด้วยกัน ไม่มีใครรู้เลยว่าเค้านท์ แดร็กคูล่า ผู้นี้เข้ามานั่งที่โต๊ะรับประทานอาหารในห้องตั้งแต่ เมื่อไร เพราะตอนที่พวกเขาเดินเข้ามายังไม่มีใครอยู่ในห้องเล ยซักคน ในที่สุดพวกอลูคาร์ด ลูซิเฟล เฮฟเวนลี่และคริส ก็นั่งลงที่เก้าอี้ตามคำเชิญชวนของแดร็กคูล่าและทุกค นก็เริ่มรับประทานอาหารด้วยกัน

    Sleep Time (เวลาพักผ่อน)
    .........นี้ก็เป็นเวลาดึกแล้ว ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว แต่อลูคาร์ดกลับมานั่งอยู่คนเดียวที่หน้าระเบียงห้อง นอนห้องหนึ่งของปราสาทบราน เขาสามารถที่จะมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้อย่างหมดจด เพราะปราสาทบรานลอยอยู่กลางอากาศ แต่เขากลับนั่งเท้าคางเหมือนกลับคิดอะไรอยู่โดยไม่สน ใจวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนเลยแม้แต่นิดเดียว “เพราะอะไรนะ หรือนี่จะเป็นแผนการอะไรสักอย่างของท่านพ่อ” อลูคาร์ด บ่นพึมพำกับตัวเอง ท่าทางที่ไปเปลี่ยนของเค้านท์ แดร็กคูล่า พ่อของตน คงจะทำให้เขาคิดหนักจนไม่สามารถข่มตาให้หลับได้กระมั ง “ข้าอยากจะเหาะขึ้นไปบนฟ้า และใช้พลังที่มีอยู่ทั้งหมดถล่มปราสาทนี้ให้หายไปในพ ริบตาตอนนี้ซะเลย แต่ถึงยังไงปราสาทนี้ก็ต้องสาป ถึงจะทำลายซักพันครั้ง มันก็กลับมาเป็นแบบเดิมได้ทุกครั้งอยู่แล้ว เพราะทุกๆ 100 ปีมันจะฟื้นคืนสภาพมาใหม่ ข้าอยากรู้จริงๆเลยว่าคำสาปนี้จะทำลายมันได้ยังไงอลูคาร์ด มีความคิดที่แทบจะเป็นจริงไปไม่ได้เลย แต่เรื่องคำสาปของปราสาท คนเดียวที่น่าจะรู้คงเป็นเค้านท์ แดร็กคูล่า ผู้เดียวเท่านั้น ตระกูลของเค้านท์ แดร็กคูล่า ถูกสาปให้ไม่มีวันไปผุดไปเกิดได้ ตายแล้วเป็นวิญญาณวนเวียนอยู่หรือไม่ก็เป็นแบบอลูคาร ์ดที่ต้องจำศีลตนเองอยู่ตลอด แต่ทุกคนจะมีหน้าตาที่หล่อเหลาหรือไม่ก็สวยงาม และมีพลังแฝงอยู่มากมาย คงเป็นลิขิตสวรรค์ ที่ให้ดาบ 2 คม มากระมัง........End Chapter III.......
    __________________
    Click the image to open in full size.
    ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~
    Castlevania : Symphony Of Newworld
    ข้อมูลปัจจุบัน
    ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 10,000
    ระยะเวลาที่แต่ง = ? ปี
    จำนวนบท =13 บท
    .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 08 Oct 2006, 12:17   #7 (permalink)
    สมาชิก TG รุ่นพี่
     
    arx-lucifer's Avatar
     
    สมัคร: Oct 2006
    สถานที่: -* โลกแห่งนวนิยาย*-
    โพส: 515
    รับคำขอบคุณ: 28
    ดาวโหลด: 121
    อัพโหลด: 16
    Rep Power: 0
    arx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง arx-lucifer
    อิอิ หวัดดีครับ.....
    มีภาพแถม อิอิ.....
    ภาพที่แนบมาด้วย
    castlevania_sho_8599.jpg  

    __________________
    Click the image to open in full size.
    ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~
    Castlevania : Symphony Of Newworld
    ข้อมูลปัจจุบัน
    ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 10,000
    ระยะเวลาที่แต่ง = ? ปี
    จำนวนบท =13 บท
    .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 08 Oct 2006, 15:48   #8 (permalink)
    สมาชิก TG รุ่นเก๋า
     
    Vedora's sword's Avatar
     
    สมัคร: May 2006
    โพส: 1,142
    รับคำขอบคุณ: 21
    ดาวโหลด: 109
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    Vedora's sword auraVedora's sword auraVedora's sword aura
    ไงแต่งไปถึงไหนแล้วเหรอ อิอิ

    อ้อลืมไป ข้อมูล Castlevania แห่งยุค
    http://castlevania.classicgaming.gamespy.com/games.html
    __________________
    Click the image to open in full size.

    My Arts

    Vedora's sword's Gallery


    ภาพวาดในเวลาว่างของ Vedora's sword

    Click the image to open in full size.

    Lord Radu Cel Frumos

    Ytinrete rof dlrow eht esruc llahs i!!

    แก้ไขโดย Vedora's sword : 08 Oct 2006 เวลา 17:27 เหตุผล: รวมโพสอัตโนมัติ
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 10 Oct 2006, 09:55   #9 (permalink)
    สมาชิก TG รุ่นพี่
     
    arx-lucifer's Avatar
     
    สมัคร: Oct 2006
    สถานที่: -* โลกแห่งนวนิยาย*-
    โพส: 515
    รับคำขอบคุณ: 28
    ดาวโหลด: 121
    อัพโหลด: 16
    Rep Power: 0
    arx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง arx-lucifer
    มาแล้วครับบบบ ต่อๆ

    Chapter IV : Heaven Or Hell
    (บทที่ 4 : แดนสวรรค์ หรือ นรกอเวจี)

    ณ เมืองทรานซิลวาเนีย หน้าบ้านใหญ่หลังหนึ่ง ในยามราตรีที่เงียบสงัด

    ...... “ นิ๊งน่อง ” เสียงออดหน้าบ้านหลังหนึ่งดังขึ้น ทำลายความสงบเงียบในยามราตรี “ สวัสดีครับ มีใครอยู่บ้างไหมครับ ” เสียงของคนๆหนึ่งที่ยืนอยู่นอกรั้วตะโกนเข้ามาในบ้าน “ ฮ้าว...ใครกันนะมาเรียกตอนดึกๆ น่ารำคาญจริง ” เสียงของยามเฝ้าบ้านบ่นพึมพำอยู่ในป้อมยาม “ ใครก็ได้ช่วยเปิดประตูให้ผมหน่อย ผมเป็นเพื่อนของ เฮฟเวนลี่ เบลมอนต์ ถ้าได้ที่อยู่ไม่ผิดก็น่าจะเป็นบ้านหลังนี้นี่นา ” เสียงของชายคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านพูดขึ้น “ มาแล้วคร้าบ...มาแล้ว ” ยามอายุประมาณ 20-25 ปี ตอบขานเสียงเรียกของชายคนที่ยืนอยู่ข้างนอก พร้อมกับวิ่งมาที่ประตูบ้าน “ มาหาใครเหรอครับ แล้วทำไมดึกดื่นอย่างนี้ล่ะ ” ยามถามชายแปลกหน้า ชายที่อยู่ข้างนอกไม่พูดอะไร แต่กลับเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง และ ค่อยๆหยิบบางสิ่งบางอย่างออกมา “ นี่ครับ..เฮฟ เขาบอกให้ผมพกบัตรนี้ไว้ ถ้าจะมาหาเค้าน่ะครับ.. ” ชายแปลกหน้า พูดพร้อมกับยื่นบัตรให้กับยามที่เฝ้าบ้าน “ โอ้!.. นี่มันบัตรประจำตัวของท่านเฮฟเวนลี่ นี่นาแถมยังมีลายเซ็นอีกด้วยรอสักครู่นะครับ คุณคงเป็นเพื่อนกับนายน้อย เดี๋ยว..ผมจะเปิดประตูบ้านให้นะครับ ” ยามเฝ้าบ้านกล่าวกับชายแปลกหน้าอย่างสุภาพ พร้อมกับรีบเปิดประตูเหล็กให้อย่างรวดเร็ว “ เชิญเข้ามาในบ้านได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะไปเรียนนายท่านให้.... เอ๋อ... แต่ไม่ทราบคุณชื่ออะไรเหรอ..? ” “ ผมชื่อว่า คาเก็ตสึ โทยะ ครับ ถ้าไปบอกกับ เฮฟ เข้าก็รู้แล้วล่ะครับ ” “ อ้อ.. ตอนนี้นายน้อยเฮฟ ไม่อยู่บ้านหรอกครับ ท่านออกไปกับ พ่อ และ แฝดของท่านที่ชื่อว่า ลูซิเฟล กับผู้ชายหน้าตาสวย แต่แต่งชุดโบราณคนหนึ่งตั้งแต่ตอนเย็นแล้วครับ เพราะวันนี้เป็นวันที่เกิดจันทรุปราคาเลือด ที่จะเกิดแค่ 100 ปีต่อครั้งเองครับ ใครไม่ได้ดูเกิดมาคงเสียเที่ยวแย่...” ยามพูดขณะเดินนำทางชายที่ชื่อว่า คาเก็ตสึ โทยะ ไปที่คฤหาสน์ของตระกูลเทปัส “ หา!!..เมื่อกี้คุณบอกว่าจันทรุปราคาเลือดเหรอครับ... มันเกิดนานหรือยังครับ..? ” ชายชื่อ โทยะ ถามยามด้วยความตกใจ “ อ๋อ...ก็ประมาณเมื่อตอนเย็นราวๆสัก 1ทุ่ม 15 ครับ อ้าว...แล้วคุณไม่ได้ไปดูเหรอเนี่ย? ”
    ยามตอบคำถามของโทยะด้วยท่าทางงงงวย “ ครับ วันนี้ผมไม่ได้ดูหรอกครับ เพราะผมต้องนั่งเครื่องบินมาจากญี่ปุ่นกะจะมาเซอไพร์ เฮฟเค้าซักหน่อยนะครับ ” โทยะกล่าวกับยามด้วยน้ำเสียงสุภาพโดยไม่ได้เห็นว่ายา มเป็นอาชีพที่มีฐานะต่ำต้อยเลยแม้แต่นิดเดียว แค่สิ่งนี้ก็บ่งบอกแล้วว่าเค้าเป็นคนมีอ่อนน้อม “ อ๋อ...งั้นก็แย่หน่อยนะครับ น่าเสียดายจริงๆ เอ้า เชิณเข้ามาด้านในเลยครับ
    เดี๋ยวผมจะไปเรียนนายหญิงให้ครับ ”“ อืมมม.... ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ช่วยหาห้องให้ผมหน่อยได้ไม๊ครับเอ๊ะ แต่เดี๋ยวก่อนทำไมตั้งแต่เดินเข้ามาผมก็รู้สึกแปลกๆเ งียบๆเหมือนกับไม่มีใครอยู่บ้านเลยล่ะครับ แล้วทำไมยามถึงมีแค่คุณคนเดียวล่ะครับ? ” โทยะถามยามด้วยความแปลกใจ
    “ เอ๊ะ...ทำไมตัวคุณถึงไม่มีพลังชีวิตของมนุษย์ติดอยู่ เลยล่ะครับ? หรือว่า..! ” “ เจ้าหนูหลบไป....กางเขนศักดิ์สิทธิ์ (Holy Cross) ” เสียงๆหนึ่งดังมาจากด้านหลัง สิ้นเสียงก็เกิดแสงขึ้นด้านหลังโทยะ โทยะจึงกระโดดหลบไปทางขวา กางเขนลอยไปชนยาม...แต่! ยามกลับกลายไปเป็นฝูงค้างคาวกลุ่มหนึ่ง จากนั้นมันก็รีบกระจายฝูงและบินหนีออกไปทางประตู หายไปในท้องฟ้ายามราตรี “ นี่มันอะไรกัน ละ...แล้วเมื่อกี้นี่มัน...? ” โทยะตกใจมาก ที่มาถึงบ้านเพื่อนรักครั้งแรกแต่กลับได้รับการต้อนร ับที่น่าหวาดเสียว “ เจ้าหนู เจ้ามาที่นี่ทำไมเหรอ แล้วทำไมมาดึกๆดื่นๆอย่างนี้ ข้าชื่อว่า อลิซาเบ็ธ เบลมอนต์เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ แล้วเธอเป็นใครล่ะ ” ที่แท้คนที่ส่งเสียงดังและใช้เวทย์มนต์กางเขนศักดิ์ส ิทธิ์ก็คือ อลิซาเบ็ธ เบลมอนต์ นายหญิงแห่งคฤหาสน์หลังนี้นี่เอง “ ทะ..ทำไมถึงเกิดเรื่องอย่างนี้ได้ครับ ผมมาหาเฮฟเวนลี่เพื่อนรักของผมครับ ถ้าผมเดาไม่ผิดคุณก็คือแม่ของเฮฟใช่ไม๊ครับ? ” โทยะที่เริ่มสงบสติได้ จึงถามผู้หญิงที่ชื่ออลิซาเบ็ธทันที “ ใช่แล้วล่ะ เจ้าคงเป็นเพื่อนของลูกเฮฟที่เรียนวิชามาด้วยกันซินะ ” อลิซาเบ็ธ นึกขึ้นได้ถึงเพื่อนที่ลูกมักจะพูดให้ฟังเสมอ “ ใช่แล้วครับ ผมเองแหละครับ ผมชื่อว่า คาเก็ตสึ โทยะ ครับ เอ่อ... แล้วทำไมบ้านถึงได้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นล่ะครับ คุณป้า ” โทยะ ส่งเสียงถามไปในความมืด ในขณะเดียวกัน อลิซาเบ็ธ ก็ค่อยๆเดินแหวกความมืดออกมา แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างเล็กน้อยพอที่จะทำ ให้เห็นใบหน้าของ อลิซาเบ็ธ ใบหน้าของเธอเริ่มดูแก่ลงแล้วแสดงว่าเธอก็คงจะอายุมา กแล้ว และเธอก็ตอบคำถามของโทยะ “ เมื่อตอนเย็นประมาณ 1 ทุ่ม น่ะจะ ไม่รู้ใครที่ไหน มาฆ่ายามและคนเฝ้าบ้านตายกันเกลื่อนบ้านเลย ” อลิซาเบ็ธกล่าวด้วยท่าทางหดหู่ “ ละ...แล้วเมื่อกี้มันตัวอะไรกันครับ แล้วเป็นพวกเดียวกับไอ้คนที่มาตอนเย็นหรือป่าวครับ ” โทยะ พูดด้วยท่าทางสั่นๆ เค้าคงจะตกใจมากเพราะอะไรล่ะ...? “ อือ...ก็น่าจะใช่นะ แต่พวกเมื่อตอนเย็นมันยังไม่เก่งเท่านี้เลยน่ะซิ จะว่าเป็นหัวหน้าพวกมันก็ไม่น่าจะใช่น่ะ ” อลิซาเบ็ธ กล่าว “ อะ..อาจารย์เคยบอกไว้ว่า แวมไพร์ชั้นต่ำจะมีปีกสีดำใช้ไปไหนมาไหนได้และบางตัว ก็ไม่มีปีก แต่แวมไพร์ชั้นสูงจะมีปีกที่ใหญ่กว่าและบางครั้งก็จะ แปลงกายเป็นค้างคาวกลุ่มใหญ่ได้ด้วยครับ ถ้างั้น.... ” “ ไอ้ตัวเมื่อกี้ก็คงจะเป็นแวมไพร์ระดับMaster หรือไม่ก็...Dracula.! ” อลิซาเบ็ธ กล่าวแทรก โทยะ ทำเอาโทยะ ดวงตาลุกโชน ตัวสั่นไปทั้งตัว “ กะ..ก็คงงั้นแหละครับ ตะ..แต่ไม่น่าจะใช่เค้านท์ แดร็กคูล่าหรอกครับ ” โทยะ กล่าวด้วยเสียงสั่นๆ ‘ จะใช่ตัวที่เราเคยเจอหรือป่าวนะ ’ ( ‘ ’ สัญลักษณ์นี้คือกระซิบหรือบ่นพึมพำนะครับ) “ หนูพูดว่าอะไรนะ..? ” อลิซาเบ็ธ ส่งเสียงถาม ทำเอาโทยะสะดุ้ง “ ปะ...ป่าวครับ ผมแค่นึกอยู่ว่ามันจะเป็นใครกันแน่..? ” โทยะ ตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ ถ้างั้น... หนูช่วยดูแลคฤหาสน์ให้ป้าหน่อยได้ไม๊จ๊ะป้าจะออกเดินทางไปเอาของบางอย่างซักหน่อย ถ้างั้นคงต้องฝากหนูแล้วล่ะนะจ๊ะ ” คงไม่มีใครเข้าใจความคิดของอลิซาเบ็ธที่ฝากบ้านทั้งห ลังของวงศ์ตระกูลไว้กับที่เพิ่งเคยได้เจอเป็นครั้งแร ก แต่เธอคงมีเรื่องสำคัญที่ต้องรีบไปทำแน่ๆ “ เออ... ก็ได้ครับ ผมจะอยู่จนกว่าคุณป้าหรือไม่ก็พวกเฮฟกลับมาครับ ” โทยะไม่มีทางเลือกจึงต้องตอบตกลง ทั้งๆที่เขายังคงมีบางสิ่งติดค้างอยู่ในใจ มันคืออะไรกันแน่.....!? เมื่อโทยะกล่าวจบ อลิซาเบ็ธก็จากไปอย่างรวดเร็วทันที

    ...... แสงอาทิตย์สาดส่องทั่วฟ้า บ่งบอกว่าเป็นเวลาเช้าแล้ว ผู้คนต่างออกจากบ้านไปทำงานแต่เช้า แต่บางคนก็เดินอยู่ตามท้องถนน แม้ว่าแสงอาทิตย์จะเจิดจ้าเพียงใด แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำให้มองเห็นปราสาทบรานที่ลอยอยู ่กลางนภาในยามเช้าได้.....
    “ ลูซิเฟล เทปัส..! ” เสียงของใครคนหนึ่งเรียก ลูซิเฟล “ หา!! ไฟไหม้ที่ไหนเหรอเดี๋ยวฉันจะไปดับให้!! ” ลูซิเฟล ส่งเสียงดังไปทั่วทั้งห้องนอน “ อ้าว..ที่แท้ก็พ่อนี่เองทำเอาผมตกใจหมดเลย ” “ ฮ่าๆๆๆๆ ตลกจริงๆเลยไอ้ลูกคนนี้ นอนตื่นสายแล้วยังจะละเมออีก ฮ่าๆๆ ” คริส ซึ่งยืนอยู่ที่ข้างๆเตียงหัวเราะลูกของตนเองยกใหญ่ “ พ่อฮะ ให้ผมนอนต่ออีกซักแปปไม่ได้เหรอฮะ ”
    ลูซิเฟล พูดอ้อนวอนพ่อเหมือนกับเด็กที่อายุยังน้อย “ คงจะไม่ได้หรอกนะ นี่ก็เวลา 10 โมงเช้าเข้าไปแล้ว ส่วนปู่อลูคาร์ดกับเฮฟก็ไปฝึกวิชาที่ลานกว้างตั้งแต่ 8 โมงแล้ว ” คริส กล่าวแก่ลูกชาย ‘ เอ่อ..พ่อฮะ แล้ว..เจ้าแดร็กคูล่าจอมเสแสร้งล่ะฮะ ’ ลูกระซิบให้พ่อฟังเบาๆ “ พ่อไม่อยากจะพูดเรื่องนี้หรอกนะ แต่ตั้งแต่ตอนเช้าก็ยังไม่เห็นหน้าเลย ” คริส พูดกับลูกอย่างไม่ค่อยเต็มใจที่จะพูด
    “ เอ้า..! ถ้างั้นผมจะไปอาบน้ำแต่งตัวลงไปฝึกซ้อมวิชากับเค้าบ้ างจะได้เก่งๆดีไม๊ฮะพ่อ ” “ อืมก็ดีเหมือนกันแต่เจ้าจะไม่กินอะไรก่อนเหรอ? ” คริสถามลูกด้วยความเป็นห่วง “ ไม่ล่ะฮะ ผมยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ สงสัยเมื่อคืนจะยัดมากไปหน่อยนะครับ ” “ อืม..ถ้างั้นก็อย่าหักโหมนะ ” คริสกล่าวจบก่อนที่ลูกชายจะวิ่งเข้าห้องน้ำไป

    ตอนเที่ยงวัน เมืองทรานซิลวาเนีย ในย่านชุมชนแห่งหนึ่ง ณ ตึกที่มีคนคุ้มกันอยู่หน้าประตู....

    .....“ ให้ข้าเค้าไปหน่อย ข้ามีข่าวด่วนมารายงานหัวหน้า ” ผู้ชายอายุราวๆ 40 ปี คนหนึ่งบอกแก่คนเฝ้าประตู “ อ๋อ.. ท่านนี่เอง หัวหน้ากำลังรออยู่เลยครับ ” ยามกล่าวอย่างสุภาพ พลางยืนมาไปเปิดประตูให้ จากนั้นชายอายุราวๆ 40 ปี จึงรีบวิ่งเข้าไปข้างใน....
    ......... ที่ชั้นสามของตึก ชายคนนั้นรีบวิ่งขึ้นบันได้มาอย่างลุกลี้ลุกลนและเข้ าไปในห้องๆนึงที่มีหัวหน้าของตนรออยู่ “ แฮ่กๆ นายท่านครับ พวกเราได้ข่าวคราวมาว่า เจ้าเค้านท์ แดร็กคูล่า ฟื้นชีพขึ้นมาแล้วครับ และยังมีคนกลุ่มหนึ่งเดินทางไปถึงปราสาทตั้งแต่เมื่อ คืนแล้วด้วยครับ..แฮ่กๆๆๆ ” ชายคนที่วิ่งขึ้นบันไดมา รีบรายงานข่าวให้หัวหน้าของตนทราบ ท่าทางเค้าคงจะเหนื่อยและรีบร้อนมาก... “ อืม.. เมื่อคืนข้าก็ได้เห็นแล้วเหมือนกัน ไม่เลวเลยนิ ปราสาทที่ลอยอยู่กลางท้องฟ้าน่ะ ” ชายแปลกหน้า ที่เป็นหัวหน้า ตอบกลับ ด้วยสีหน้าท่าทางที่พึงพอใจ จากนั้นเขาจึงค่อยๆเดินไปที่หน้าต่าง แสงอาทิตย์ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เผยให้เห็นใบหน้าในวัยหนุ่มอันหล่อเหลาของชายซึ่งเป็ นหัวหน้า ทั้งๆที่ยังหนุ่มแต่เป็นถึงหัวหน้าคนเค้าคงจะไม่ธรรม ดาแน่ๆ แต่ที่น่าแปลกก็คือ เค้ามองเห็นปราสาทบรานที่ลอยอยู่ในท้องฟ้าได้..? “ หัวหน้าจะให้ผมเรียกเหล่านักล่าให้มาชุมนุมกันพรุ่งน ี้เลยดีไม๊ครับ” ชายคนนั้นเสนอความคิดแก่หัวหน้า ดูเหมือนว่าเค้าคงจะหายเหนื่อยแล้ว “ หึหึ เป็นความคิดที่ดีมากเลย ท่านเจฟ ตั้งแต่ผมได้ท่านมาทำงานด้วย ผมก็มักจะได้ความคิดดีๆจากท่านเสมอ ” “ โอ้..ไม่หรอกครับหัวหน้า ท่านกล่าวเกินไปแล้ว ว่าแต่จะให้เรียกชุมนุมหรือเปล่าครับ ” ชายอายุราวๆ 40 ปี ที่ชื่อว่า เจฟ กล่าวกลับอย่างสุภาพ “ ไม่ต้องก่อนหรอก ตอนนี้พวกแวมไพร์ มันยังไม่แผลงฤทธิ์กันมากนัก เราก็อย่าด่วนไปทำร้ายพวกมันเลย เดี๋ยวจะโดนหาว่าโหดร้ายเสียเปล่าๆ ” เขาตอบกลับอย่างฉลาดไม่น่าแปลกใจเลยที่เค้าได้เป็นหัวหน้าตั้งแต่ยังหนุ่ ม เพราะ เขามีความใจเย็นและตัดสินใจได้อย่างเด็ดเดียวนั้นเอง แต่จากที่ฟังเค้าสองคนสนทนากัน แสดงว่าพวกเค้าคงเป็น “ นักปราบแวมไพร์ ” เป็นแน่....

    ณ ลานกว้างของปราสาทบราน

    .....“ Hell Fire ( ไฟนรก ) ” เสียงของอลูคาร์ด ใช้เวทมนต์ที่พ่อของตนเคยสอนตอนเด็กๆ
    เป็นเวทย์ที่คนในตระกูลแดร็กคูล่าใช้กันได้ทุกคน มันเป็นการวาร์ปหายตัวหลบไปอยู่ด้านหลังของคู่ต่อสู้ อย่างรวดเร็ว พร้อมกับปล่อยลูกไฟออกมาจากผ้าคลุม “ ข้าก็ไม่ยอมแพ้ท่านหรอกท่านทวด คอยดูนะ ดาร์กเนส บาเรีย! ” ลูซิเฟล กล่าวกับอลูคาร์ด สิ้นเสียงของเขาก็ปรากฏวงกลมสีดำสนิทห้อมล้อมตัวเขาเ อาไว้ ทันใดนั้นเปลวไฟที่อลูคาร์ดปล่อยออกไปเปลี่ยนทิศทาง มันหันกลับมาพุ่งเข้าใส่ร่างของลูซิเฟล “ ไม่เท่าไหร่หรอก..ท่านทวด.. ” ลูซิเฟลกล่าวแก่อลูคาร์ดอย่างสบายใจ
    ทันใดนั้นลูกไฟประมาณ 3-4 ลูก ก็พุ่งเข้าใส่ ลูซิเฟล จนเกิดเสียงระเบิด เมื่อควันหายไปจนหมด ก็เผยให้เห็น ลูซิเฟล ที่ยืนอยู่ โดยร่างกายไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว “ โฮ..ฝีมือไม่เลวเลยนี่ ลูซิเฟล ที่สามารถรับพลังประจำตระกูลของเราได้ ” เสียงของใครบางคน ดังมาจากข้างในปราสาท
    จากนั้นเขาจึงค่อยๆเดินออกมา ร่างค่อยๆกระทบกับแสงแดดทำให้เห็นใบหน้า เค้าก็คือ....เค้านท์ แดร็กคูล่า นั่นเอง....

    ณ ที่ชุมนุมของเหล่าแวมไพร์และมนุษย์หมาป่า ไม่ทราบที่ตั้งแน่ชัด

    ..... “ ฮ่าๆๆๆ วันนี้ที่ข้าเรียกทุกคนมาชุมนุมกันพวกท่านคงจะรู้นะว ่าเพราะอะไรถึงแม้พวกเราจะเป็นคนละเผ่าพันธุ์กันแต่เราก็มีจุดมุ ่งหมายเดียวกันใช่ไม๊ล่ะทุกท่าน ” เสียงของชายผู้มีใบหน้าเคร่งเครียดที่ยืนอยู่บนเวทีใ นห้องกว้างห้องหนึ่งกล่าวกับเหล่าแวมไพร์และมนุษย์หม าป่ามากมายที่อยู่ในห้องที่ไม่ได้ใหญ่โตและหรูหรามาก นัก “ เอ่อ...แล้วที่ท่านเรียกพวกเรามาเพราะอะไรเหรอครับ.. . ” เสียงของแวมไพร์ตนหนึ่ง ถามชายที่ยืนกล่าวปราศรัยอยู่บนเวทีด้วยความโง่เขลา
    “ หึหึ...ข้าไม่นึกเลยว่า จะยังหลงเหลือเหล่าพวกที่โง่เขลาอยู่อีก ” ชายที่อยู่บนเวทีกล่าวด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก ทันใดนั้นเขาจึงหันไปมองแวมไพร์ที่ถามคำถาม นัยน์ตาของชายที่อยู่บนเวทีมีสีแดงก่ำ เขาเพ่งเล็งไปที่ดวงตาของแวมไพร์ตนนั้นอย่างดุดัน เมื่อเขาหันกลับไป แวมไพร์ตนนั้นก็ล้มลงไปนอนกองอยู่บนพื้นโดยที่เนื้อต ัวเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกและกลายเป็นสีขาวซีด “ ข้ามีนามว่า “ดาร์ค ซีเรียส”เป็นเสมือนแม่ทัพของเหล่าแวมไพร์ สำหรับเหล่าแวมไพร์ ทุกตนคงจะรู้จักข้าข้าไม่ใช่คนที่จะมาออดอ้อนและทำใจดีกับใครหรอกนะ และที่เรามาในวันนี้ก็เพราะท่านเค้านท์ แดร็กคูล่า ได้ตื่นขึ้นมาจากนิทราอันยาวนานแล้ว และน้องชายของเค้าท่าน เวด ราดู นายท่านของข้า ก็ใกล้ที่จะกลับมาแล้ว ถ้าแวมไพร์อาวุโสทั้ง 2 ท่าน มารวมพลังกันเมื่อไหร่ ความฝันของเหล่าแวมไพร์ ที่มีมากว่า 1 ศตวรรษ ที่จะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ที่โสมมก็คงจะไม่ไกล เกินเอื้อมเป็นแน่ ” ชายที่ยืนอยู่บนเวทีนามว่า “ ดาร์ค ซีเรียส ” กล่าวด้วยความกระหายเลือดและบ้าคลั่ง เมื่อเขากล่าวจบเหล่าแวมไพร์ก็ต่างส่งเสียงโฮร้องดัง สนั่นไปทั่วห้องประชุม “ แล้วพวกเราจะได้ประโยชน์อะไรจากงานนี้บ้างล่ะ? ” เสียงของมนุษย์หมาป่าชายตนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมาด้วยเสี ยงที่ดังลั่นไม่แพ้เสียงโฮเลยทีเดียว “ เออ..ใช่ท่านแฟรงก์พูดถูกเหมือนกันใช่ไม๊พวกเรา ” มนุษย์หมาป่าอีกตนรีบกล่าวสนับสนุนมนุษย์หมาป่าตนแรก ที่ชื่อ“แฟรงก์ ” ใช่แล้วเขาก็คือแฟรงก์ที่สู้กับเฮฟเวนลี่ เบลมอนต์ แล้วพ่ายแพ้ ที่หน้าปราสาทของเค้านท์ แดร็กคูล่านั่นเอง ในตอนนี้เขาปราศจากดวงตาข้างขวาเสียแล้ว คงจะเกิดจากการต่อสู้กับเฮฟครั้งนั้นเป็นแน่ ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะใจเย็นลงไปมาก แต่เมื่อวันก่อนเขาไปทำอะไรที่ปราสาทบรานก็ยังคงเป็น ปริศนาอยู่เมื่อมนุษย์หมาป่าอีกตนที่กล่าวสนับสนุนแฟรงก์กล่าวจ บ เหล่ามนุษย์หมาป่าภายในห้องชุมนุมก็พากันส่งเสียงโห่ ร้องอย่างไม่พอใจ “ หยุดก่อนเหล่ามนุษย์หมาป่าทุกท่าน..! ” ดาร์ค ซีเรียส ใช้เสียงทั้งหมดสั่งให้เหล่ามนุษย์หมาป่าหยุด ทำเอาเหล่ามนุษย์หมาป่าหวาดกลัวและพากันเงียบไม่กล้า ส่งเสียง “ ข้าต้องขอโทษพี่น้องมนุษย์หมาป่าทุกท่านด้วยที่ข้าลื มบอกเรื่องนี้แก่พวกท่านพวกท่านลองคิดดูซิการได้ฆ่ามนุษย์มันสนุกแค่ไหน ” ดาร์ค กล่าวสาธยายความบ้าคลั่ง และกล่าวต่อไปว่า “ และยังได้เป็นการฝึกปรือฝีมือการต่อสู้ของพวกท่านด้ว ยมิใช่หรือ? ” ดาร์ค กล่าวถูกต่อมกิเลศของเหล่ามนุษย์หมาป่าเข้าไปเต็มๆ เพราะเผ่าพันธุ์มนุษย์หมาป่าจะชอบการฆ่าฟันและการนองเลือดเป็นที่สุด เมื่อเขากล่าวจบเหล่ามนุษย์หมาป่าและแวมไพร์ก็ต่างพา กันโฮร้องด้วยความพอใจ ในขณะเดียวกันดาร์ค ซีเรียส ก็เดินลงไปทางด้านหลังของเวทีและกล่าวกับสมุนตนหนึ่ง ว่า “ ที่เหลือเราก็แค่รอเวลาเท่านั้นสินะหึหึหึหึ ” ............... End Chapter IV.............

    คุณ Vedora' Sword กับ คุณ Yufaritus ครับ
    ผมขอเว็บที่เอาไว้ฝากรูปที่มันเข้าเร็วๆหน่อยอ่ะครับ
    คือเน็ตที่บ้านช้าอ่ะ แล้วอยากลงรูปมากๆ.....
    __________________
    Click the image to open in full size.
    ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~
    Castlevania : Symphony Of Newworld
    ข้อมูลปัจจุบัน
    ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 10,000
    ระยะเวลาที่แต่ง = ? ปี
    จำนวนบท =13 บท
    .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..

    แก้ไขโดย arx-lucifer : 10 Oct 2006 เวลา 10:13 เหตุผล: รวมโพสอัตโนมัติ
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 10 Oct 2006, 14:19   #10 (permalink)
    สมาชิก TG รุ่นเก๋า
     
    Vedora's sword's Avatar
     
    สมัคร: May 2006
    โพส: 1,142
    รับคำขอบคุณ: 21
    ดาวโหลด: 109
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    Vedora's sword auraVedora's sword auraVedora's sword aura
    สวัสดีครับ แต่งตอนใหม่รึยังครับ

    เว็บฝากรูปตอนนี้ผมใช้http://photobucket.comอยู่ แต่ยังมีอีกหลายเว็บครับ
    __________________
    Click the image to open in full size.

    My Arts

    Vedora's sword's Gallery


    ภาพวาดในเวลาว่างของ Vedora's sword

    Click the image to open in full size.

    Lord Radu Cel Frumos

    Ytinrete rof dlrow eht esruc llahs i!!
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 14 Oct 2006, 11:21   #11 (permalink)
    สมาชิก TG รุ่นพี่
     
    arx-lucifer's Avatar
     
    สมัคร: Oct 2006
    สถานที่: -* โลกแห่งนวนิยาย*-
    โพส: 515
    รับคำขอบคุณ: 28
    ดาวโหลด: 121
    อัพโหลด: 16
    Rep Power: 0
    arx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง arx-lucifer
    มาแล้วครับ หายไปหลายวัน
    สวัสดีครับ ท่านVedora'S Sword

    Chapter V : Loudness Of lunatic
    ( บทที่5 : เสียงกึกก้องแห่งความบ้าคลั่ง )

    ....... “ เอ๊ะ! ท่านสามารถโดนแสงอาทิตย์ได้เหรอเนี๊ยะ ” ลูซิเฟล ตะโกนถามเสียงดังพลางชี้นิ้วไปที่ตัวของเค้านท์ แดร็กคูล่าที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูคฤหาสน์ “ หึหึหึ ถ้าทวดของเจ้าโดนได้ทำไมข้าจะโดนไม่ได้ล่ะแต่ข้าชักจะสนใจในตัวเจ้าซะแล้วซิ หนูลูซิเฟล ” แดร็กคูล่า ตอบกลับอย่างรวดเร็วพร้อมกับมองไปที่ลูซิเฟลและแสดงท ่าทางสนใจ หลังจากที่ เค้านท์ แดร็กคูล่า กล่าวจบ คริสและเฮฟเวนลี่ ที่ขึ้นไปรับประทานอาหารเที่ยงในคฤหาสน์ก็เดินออกมาพ อดี “ ฮ่าๆๆ อลูคาร์ด เจ้าไม่ภูมิใจในตัวของลูกหลานเจ้าบางเลยรึ พวกเขามีความสามารถได้ถึงขนาดนี้ในวัยแค่ 15 ปีเองนะ.... ฮ่าๆๆ ยังกับเจ้าในตอนเด็กไม่มีผิด ” เค้านท์ แดร็กคูล่า กล่าวกับอลูคาร์ดพลางหันไปมองลูซิเฟลและเฮฟเวนลี่ 2 พี่น้องด้วยความพอใจ ทุกๆคนที่ยืนอยู่ที่ล้านกว้างไม่มีใครคิดที่จะพูดตอบ โต้ เค้านท์ แดร็กคูล่า เลยซักคน ยังกับว่าแดร็กคูล่าเป็นดังเจ้าป่าที่ข่มให้สัตว์อื่ นๆทั้งใหญ่และเล็กหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา “ .... หึ ข้าหวังว่าคงไม่มีใครว่าอะไรที่ข้าพูดมากไปหน่อย แต่จะขอบอกอะไรซักอย่างนะ.... ในตอนนี้ดูเหมือนว่าบ้านของพวกเจ้า จะเกิดเรื่องบางอย่าง จนทำให้คุณนายสกุลเบลมอนต์ ถึงกับต้องเดินทางไปที่อื่นโดยด่วน และ...ปล่อยให้เจ้าหนุ่มแปลกหน้าอยู่เฝ้าบ้านตามลำพั ง ส่วนพวกเจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่นะ.... ” เค้านท์ แดร็กคูล่า กล่าวจบพร้อมกับชี้ไปที่คฤหาสน์ของตระกูลเทปัสได้ถูก ตำแหน่งทั้งๆที่เขาไม่เคยไปหรือเคยเห็นเลยด้วยซ้ำจนถ ึงกับทำให้ทุกคนตะลึง ส่วนคริสที่เป็นห่วงบ้านมากกว่าใครนั้น ถึงกับทรุดนั่งลงไปที่พื้นเลยทีเดียว “ ละ..แล้ว พวกเราจะเชื่อท่านได้ยังไงล่ะ หรือท่านจะหลอกให้พวกเรากลับไป...? ” ลูซิเฟลถามออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ แดร็กคูล่าหันไปมองที่ลูซิเฟลพร้อมกับแสระยิ้มอย่างล ึกลับแล้วกล่าวว่า “ หึหึ ไม่รู้ด้วยซิ รู้แต่ว่าเจ้าหนุ่มที่นอนเฝ้าคฤหาสน์นั่นนะ เป็นคนญี่ปุ่น มีดาบใหญ่ๆลักษณะคล้ายไม้กางเขน และเป็นเพื่อนรักของเฮฟเวนลี่ เบลมอนต์... ” เมื่อเขากล่าวจบ เฮฟเวนลี่ถึงกับเหงื่อตกแม้จะไม่แน่ใจว่าจะเป็นเรื่อ งจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆก็คือเพื่อนรักของเขาเป็นคนญี่ปุ่นและใช้ด าบไม้กางเขนเล่มใหญ่จริงๆ ทำเอาเขาอึ้งในความสามารถของเค้านท์ แดร็กคูล่า จนทรุดนั่งลงกับพื้นเช่นเดียวกับพ่อของเขา “ จริงหรือ เฮฟเวนลี่ ” อลูคาร์ดหันไปถามเฮฟเวนลี่ “ จะ...จริงครับ..มะ...ไม่ผิดแน่เพื่อนผมแน่ๆ.. ” เฮฟเวนลี่กล่าวด้วยเสียงสั่นๆ ทำเอาอลูคาร์ดไปครู่นึง “ อ้อ!..แล้วยังมีอีกเรื่องนึงนะ รู้สึกว่าพวกเจ้าจะไปทำวีรกรรมอะไรกันมากับเจ้ามนุษย ์หมาป่าและแวมไพร์ก่อนที่จะเข้าปราสาทข้าเมื่อคืนก่อ นไว้ ตอนนี้พวกมันก็เลยวางแผนบางอย่าง เพื่อจะล้างแค้นพวกเจ้าโดยเฉพาะ...เจ้าหนุ่มญี่ป่นนั่นต้องรับศึกหนักแน่ๆเลยล่ะ ฮ่าๆๆๆ.... ” เค้านท์ แดร็กคูล่า กล่าวอย่างกับว่ารู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่าง หมดจดยังไงยังงั้น แต่ที่น่าเป็นห่วงคือเจ้าโทยะที่เฝ้าคฤหาสน์ของตระกู ลไว้นะซิ จากนั้นอลูคาร์ดจึงกล่าวกับทุกคนว่า “ เอ้า! ทุกคนเอาเป็นว่าเรากลับบ้านกันก่อน แล้ว... ”
    “ กลับไม่ได้ทุกคนหรอกนะ ข้าให้กลับไปได้แค่ 2 คนเท่านั้น ปราสาทของข้าไม่ใช่ใครจะไปจะกลับไปมาได้ง่ายดายนักหร อกนะ หึหึ ” เค้านท์ แดร็กคูล่ากล่าวแทรก ทำเอาทุกคนอึ้งในเงื่อนไขที่แปลกประหลาดของเขา “ ถ้างั้นให้ลูซิเฟล และ เฮฟเวนลี่กลับไป 2 คนก็แล้วกัน ” เค้านท์ แดร็กคูล่า กล่าวต่อไปทันที ทำให้คนอื่นไม่กล้าออกความเห็นจึงต้องทำตามเงื่อนไข “ แล้วท่านจะให้เด็กแค่ 2 คน ไปสู้กับเหล่าแวมไพร์งั้นรึ ” คริส กล่าวตอบโต้เค้านท์ แดร็กคูล่า “ เจ้าหนู 2 คนนี่ ไม่ธรรมดาหรอก..ให้เค้าได้ฝึกวิชาในภาคสนามจริงกันบ้ างเถอะ....งั้น เดี๋ยวข้าจะส่งพวกเจ้า 2 คนลงไปเอง... Moment Wing (ปีกชั่วขณะ) ” เค้านท์ แดร็กคูล่า กล่าวกลับไปพร้อมกับเสกปีกที่ใช้ได้เพียงชั่วคราวให้ โผล่ออกมาจากหลังของลูซิเฟลและเฮฟเวนลี่ จากนั้นปีกจึงค่อยๆขยับพาร่างของเด็กหนุ่มทั้งสองลงไ ปยังเมืองทรานซิลวาเนียที่อยู่ข้างล่าง....

    ณ คฤหาสน์ของตระกูลที่เทปัสที่เงียบสงัดหลังจากเหตุการ ณ์เมื่อคืนก่อน...

    “ เฮ้อ... นี่เราต้องรอไปอีกนานเท่าไรเนี้ย.. ชักจะหิวซะแล้วซิ..ออกไปซื้ออะไรกินหน่อยดีกว่า คงจะไม่มีใครเข้ามาหรอกนะ... ” โทยะ บ่นกับตัวเอง เขาเป็นเด็กหนุ่มชาวญี่ปุ่น วัย 15 ปี ผู้มีผมสีแดงแต่นัยน์ตามีสีฟ้าที่เพิ่งเดินทางมาถึงเมื่อคืนก่อน เพื่อมาหาเพื่อนรักแต่ก็ดันมาเจอกับเหตุการณ์แปลกประ หลาด ไม่เจอเพื่อน แถมยังต้องมานั่งเฝ้าคฤหาสน์ร้างหลังใหญ่คนเดียว ชะตากรรมช่างเล่นตลกกับเขาเสียจริงๆ จากนั้นเขาก็เดินออกไปนอกคฤหาสน์ในเวลาต่อมา.....
    ในขณะเดียวกัน ลูซิเฟล เทปัส และ เฮฟเวนลี่ เบลมอนต์ 2 พี่น้องว่าที่ผู้สืบทอดคฤหาสน์ตระกูลเทปัส ก็ค่อยๆบินลงมาจากฟ้าด้วยปีกชั่วคราวที่ เค้านท์ แดร็กคูล่า เป็นผู้เสกเพื่อนำทั้ง 2 คน ลงมายังเมืองทรานซิลวาเนีย ที่อยู่ข้างล่างของปราสาทบรานที่ลอยอยู่ในนภาเหนือตั วเมือง แต่คนธรรมดาไม่สามารถมองเห็นได้... เมื่อเท้าของทั้งสองคนลงมาเหยียบพื้นเมือง ปีกก็สลายหายไปกับสายลมทันที........
    พวกเขาทั้งสองคนลงมายืนอยู่บนพื้นกระเบื้องของลานกว้ างในคฤหาสน์ตระกูลเทปัสหรือบ้านที่คุ้นเคยของพวกเขาน ั่นเอง “ โอ้ โห แฮะ พอลงมาเหยียบพื้นปีกมันก็หายไปเลย กะจะบินชมวิวบนท้องฟ้าซักหน่อย ” ลูซิเฟล เทปัส เด็กหนุ่มผู้ร่าเริงที่มีความคิดซุกซนแบบเด็กๆกล่าวอ ย่างสบายใจแต่ก็แฝงด้วยความหดหู่เช่นกัน นั้นก็เพราะการที่เขาได้ลงมาจากปราสาทผีสิงที่น่ากลั วของเค้านท์ แดร็กคูล่า ทำให้เขาสบายใจ และ การที่ต้องปล่อยให้พ่อและทวดแท้ๆของเขาต้องอยู่กัน 2 คน กับอีกหนึ่งจ้าวแห่งผีดูดเลือดมันก็ทำให้เขาไม่สบายใ จเช่นกัน..... “ หึหึ เจ้าอยากจะบินเหรอ..แต่ข้าว่าตอนนี้เราคงต้องหยุดควา มคิดแบบนั้นก่อนแน่ๆ....เจ้าลองดูนั่นซิ ” เฮฟเวนลี่กล่าวกับลูซิเฟล ก่อนที่ลูซิเฟลจะหันไปมอง และ สิ่งที่เขาประจักษ์แก่ตานั้นก็คือ “ฝูงค้างคาวสีขาว” กลุ่มใหญ่ที่บินวนไปวนมาอยู่กับที่ ก่อนที่จะค่อยๆรวมตัวกันเป็นผ้าสีขาวขนาดใหญ่และค่อย ๆคลุมร่างร่างหนึ่งที่อยู่ภายใต้ผ้า “ พรึ่บ.! ” เสียงของผ้าสยายออกไปเผยให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนห นึ่งที่มีรอยสักที่แก้ม ตัวสูงผิวขาว หน้าตาหล่อเหลาและผมดำยาว แต่งตัวโบราณ
    ก่อนที่เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงที่น่ากลัวว่า “ สงครามบ้าคลั่ง-สายเลือดต้องห้าม-โอรสจันทราและโลกใหม่.. หึหึหึ.. พวกเจ้าจงรักษาชีวิตไว้ แล้วพวกเจ้าจะได้เจอกับข้าอีกครั้ง.. ” จากนั้นเขาก็แยกเขี้ยวและกระโดดขึ้นไปในอากาศจากนั้น ร่างของเขาก็สลายกลายป็นฝูงค้างคาวสีขาวกลุ่มหนึ่งแล ะบินหายไปในนภา “ เฮ้ย.! เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไปซิ... ” ลูซิเฟลตะโกน แต่ก็ไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว “ เมื่อกี้นี่มัน... เขาเป็นแวมไพร์..!...และไม่ใช่กระจอกๆซะด้วย.. ” เฮฟเวนลี่กล่าวและคิดบางสิ่งบางอย่างออก “ นายหมายความว่าเขาเป็นแวมไพร์ ใช่ไม๊ แล้วที่เขาพูดนะ นายรู้ความหมายหรือเปล่า? ” ลูซิเฟลถามด้วยความสงสัยทั้งคำพูดของชายลึกลับและคำพ ูดของเฮฟเวนลี่พี่น้องฝาแฝดของตน.....

    เวลาประมาณบ่าย 2 โมงของวันเดียวกัน....

    ความเงียบเหงาได้กลับมาปกคลุมคฤหาสน์อันเก่าแก่ที่ยั งมีกลิ่นอายแห่งยุคโบราณของตระกูลเทปัสอีกครั้ง แต่มันก็คงจะเป็นอย่างนี้มานานแล้วแต่ในยามนี้มีร่างของเด็กหนุ่ม 2 คน ซึ่งมีอายุราวๆ 15 ปี ค่อยๆเดินมายังประตูอันเก่าแก่ของคฤหาสน์และเปิดมันอ อกเบาๆ “ เฮ้อ..ไม่รู้พ่อกับทวดจะเป็นอย่างไรบ้างเนอะ ต้องอยู่กลับแดร็กคูล่าจอมเจ้าเล่ห์ชักจะเป็นห่วงซะแ ล้วซิเออ..ว่าแต่นายรู้จักเจ้าแวมไพร์ตัวเมื่อกี้ด้วยเหรอ?” เด็กหนุ่มที่มีนัยน์ตาสีแดงและผมสีเทาดำยาวสยาย นามว่า “ลูซิเฟล” กล่าวขึ้นมาขณะที่เอาตัวลงไปนั่งพิงกับโซฟาสีขาวตัวใ หญ่ จากนั้นเด็กหนู่มอีกคนที่มีผมสีทองแกมขาวและหน้าตาหล ่อเหลาไม่แพ้กัน นามว่า “เฮฟเวนลี่” ก็ลากเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งมาก่อนที่จะนั่งลงและพูดขึ้น ว่า “ ป่าวหรอก.. แต่แวมไพร์ที่สามารถสลายตัวเป็นฝูงค้างคาวได้น่ะมีน้ อยถึงน้อยมาก... แวมไพร์ที่ทำอย่างงี้ได้น่ะแถมยังมีปีกสีขาวอีกด้วย...คงจะเป็ แวมไพร์ชั้นสูงหรือไม่ก็ระดับตำนานเชียวล่ะ ” เมื่อกล่าวจบ เฮฟเวนลี่ก็หลับตาลงด้วยความรู้สึกที่แสนหดหู่
    “ เอ้อ.. แล้วแม่กับเพื่อนของนายที่ชื่อว่าโทยะล่ะ หรือว่า?... ” คำพูดของลูซิเฟลทำลายความสงบรอบด้านไปอย่างหมดจด “ นิ้งน่อง ” เสียงกริ่งที่คุ้นเคยของคฤหาสน์ตระกูลเทปัสดังขึ้น ดูเหมือนว่าจะมีผู้มาเยือน... แต่จะเป็นมิตรหรือศัตรูก็ยังมิอาจทราบได้แน่ชัด.....

    กลับมาที่ ตึกของเหล่านักล่าแวมไพร์ในย่านชุมชนของเมืองทรานซิลวาเนียก่อนที่ลูซิเฟลและเฮฟเวนลี่จะลงมาจากปราสาทลอยฟ้า...

    ณ ห้องประชุมอันกว้างใหญ่ของตึก ที่จุคนได้ 200-250 คน เหล่านักล่าแวมไพร์สังกัดหนึ่งได้มาชุมนุมกันอย่างพร ้อมเพรียง จากนั้นชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่บนเวทีก็กล่าวขึ้นด้วยเส ียงที่ดังลั่นว่า
    “ เหล่าพี่น้องนักล่าแวมไพร์สังกัด “Saint”ทั้งหลาย... ข้านำสารจากนายท่านมาบอกแก่พวกเรา ขอให้ทุกคนจงตั้งใจฟัง ‘เนื่องจากในเวลาหลายวันมานี้ เหล่าแวมไพร์และมนุษย์หมาป่าได้นัดชุมนุมกันถึงเรื่อ งบางอย่าง เราก็มิทราบแน่ชัด แต่...เนื่องจากเรากลัวว่าอาจจะเกิดเรื่องมิคาดคิดต่ อมวลมนุษย์ผู้ไม่รู้ประสีประสา เราจึงควรใช้มาตรการเร่งด่วน กล่าวคือ.. เราจะเริ่มเทศกาลล่าล้างหมู่มารดังเช่นในอดีตที่บรรพ บุรุษเหล่านักล่าแวมไพร์ของพวกเราเคยทำกันและเราได้ส ่งสารประกาศไปยังเหล่านักล่าทั่วโลกแล้ว ส่วนสนามรบของเราก็คือ..เมืองบลัดคอร์สเซนเมืองแห่งกางเขนเลือด’ จากข้อความข้างต้นพวกเราคงจะรู้ตามนี้แล้วและต้องปฏิ บัติอย่างเคร่งครัด เพราะในตอนนี้หัวหน้าของพวกเราได้เดินทางล่วงไปก่อนแ ล้ว และข้าจะนำพวกเราไปยังดินแดนแห่งการพิพากษา ” คำกล่าวของ เจฟ ผู้รับใช้ส่วนตัวของหัวหน้าสังกัดทำเอาเหล่านักล่าแว มไพร์ทุกคนในสังกัดโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจพร้อมกำล ังใจที่เปี่ยมล้นและปรบมืออย่างพร้อมเพรียง....
    “ เอาล่ะ พี่น้องทุกคน เราจะออกเดินทางกันตอน 5 โมงเย็น ขอให้ทุกคนกลับบ้านไปพบหน้าคนในครอบครัวและตระเตรียม ข้าวของกันก่อนและกลับมาพบกันใหม่ในเวลา 5 โมงเย็น ใครไม่มาหรือมาช้ากว่า 5 โมงครึ่ง เราจะถือว่าสละสิทธิ์... งั้นตกลงตามนี้นะครับ... เอ้า ทุกคนแยกย้ายกันได้ ” เมื่อเจฟกล่าวจบ ทุกคนก็ต่างพากันทยอยออกจากห้องประชุมและแยกย้ายกันก ลับบ้านของตนเอง เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าและเงียบสงบในเวลาต่อมา.. ..

    กลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลเทปัส

    ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนมายืนกดออดอยู่ที่หน้ารั้วขอ งคฤหาสน์ “ เดี๋ยวฉันจะออกไปดูเอง ” เฮฟเวนลี่กล่าวกับลูซิเฟลอย่างเคร่งขรึม ก่อนที่มือข้างนึงของเขาจะเอื้อมไปหยิบหอกอันยาวสีเง ินเป็นมันที่วางพิงกำแพงอยู่ จากนั้นเขาก็เดินออกไปอย่างระมัดระวัง และไปหยุดอยู่ห่างจากประตูรั้วเหล็กประมาณ 1 เมตรกว่า “ คุณมาหาใครเหรอครับ..? ” เฮฟเวนลี่กล่าว พร้อมกับพยายามจ้องมองร่างที่อยู่ใต้ผ้าคลุมสีน้ำเงิ นเข้มอย่างเพ่งพิจารณา “ ผมต้องการจะพบกับ...เอ่อ...นายหญิงสกุลเบลมอนต์หน่อย ครับ... ” ชายแปลกหน้าค่อยๆเบิกผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้มออก เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มวัยกลางคนอายุประมาณ 24 ปี ใช่แล้ว!! เค้าผู้นี้ก็คือหัวหน้าของเหล่านักล่าแวมไพร์สังกัด “ Saint ” นั่นเอง แล้วเค้าไม่ได้เดินทางไปเมืองบลัดคอร์สเซนหรอกหรือ...?
    เฮฟเวนลี่เริ่มสงสัยชายผู้นี้พร้อมกับคิดอะไรบางอย่า ง ‘ ถ้าดูจากหน้าตาและรูปร่างแล้ว เขาน่าจะเป็นคนดีนะ ’เฮฟยืนคิดอยู่ซักพัก ก่อนจะตอบกลับไปว่า “ ตอนนี้แม่ไม่อยู่หรอกนะ ” ชายแปลกหน้ารีบตอบกลับทันที “ เมื่อกี้คุณบอกว่าแม่เหรอ! งั้นก็มาไม่เสียเที่ยวแล้วล่ะ ขอคุยด้วยหน่อยนะครับ... คุณเฮฟเวนลี่และก็ คุณลูซิเฟล ที่อยู่ในบ้านด้วย... ” ชายแปลกหน้ากล่าวและทำหน้าตาพึงพอใจที่แฝงไปด้วยความ ลึกลับ เฮฟเวนลี่สงสัยมากขึ้นเรื่อยๆและยืนคิด.. จากนั้นไม่นานเขาก็เปิดประตูบ้านให้ชายแปลกหน้าเข้าม า “!!หยุดก่อนเฮฟ!!” เสียงของใครบางคนดังมาแต่ไกล พร้อมมีดรูปทรงกางเขนใบมีคมยาวสีแดงฉานเข้ามาจี้ที่ค อของชายแปลกหน้า... -โทยะ!!- เฮฟเวนลี่ตะโกน “ ใช่...ฉัน เองแฮ่กๆ ” โทยะ ตอบกลับด้วยความเหน็ดเหนื่อย ชายแปลกหน้าหันกลับมาจ้องตาของโทยะ “ หมอนี่ธาตุศักดิ์สิทธิ์ปลอดภัยแน่นอน ” โทยะ กล่าว พร้อมกลับลดมีดลง “ เอาเป็นว่าเราเข้าไปคุยในบ้านกันเถอะ ฉันมีเรื่องมากมายจะเล่าให้นายฟัง ” โทยะกล่าวพร้อมมองเฮฟ “ ฉันก็เหมือนกัน ” เฮฟกล่าวตอบ “ ผมก็เหมือนกัน.... ” ชายแปลกหน้าพูดพลางหันไปยิ้มให้ทั้งสองคน จากนั้นทั้งสามก็เดินตรงไปที่ประตู.....

    ~ End Chapter V ~
    __________________
    Click the image to open in full size.
    ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~
    Castlevania : Symphony Of Newworld
    ข้อมูลปัจจุบัน
    ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 10,000
    ระยะเวลาที่แต่ง = ? ปี
    จำนวนบท =13 บท
    .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 14 Oct 2006, 11:36   #12 (permalink)
    น้องใหม่ TG
     
    gunn_2535's Avatar
     
    สมัคร: Aug 2006
    สถานที่: ตอนน้หลงทางหาทางกลับไม่เจออยู่
    โพส: 76
    รับคำขอบคุณ: 0
    ดาวโหลด: 4
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    gunn_2535 aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง gunn_2535
    โอ๊ยตาลาย เพราะตัวเล็กอะ
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 16 Oct 2006, 18:17   #13 (permalink)
    สมาชิก TG รุ่นพี่
     
    arx-lucifer's Avatar
     
    สมัคร: Oct 2006
    สถานที่: -* โลกแห่งนวนิยาย*-
    โพส: 515
    รับคำขอบคุณ: 28
    ดาวโหลด: 121
    อัพโหลด: 16
    Rep Power: 0
    arx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง arx-lucifer
    มาแล้วครับตอนล่าสุด...

    Chapter VI : Symphony Of Knight
    ( บทที่6 :บทเพลงสรรเสริญแห่งอัศวินผู้กล้า )

    ~ภายในคฤหาสน์ตระกูลเทปัสตกแต่งด้วยหินอ่อนและสร้างโด ยใช้การสถาปัตยกรรมในแบบยุคเก่าๆแม้ว่าจะมีอายุกว่า 100 ปีแล้วก็ตาม แต่คฤหาสน์ก็ได้รับการซ่อมแซมปรับปรุงมาโดยตลอด~

    ........ ภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์ตระกูลเทปัส มีเสียงพูดคุยของชายหนุ่ม 4 คน ลั่นวาจาใส่กันไปมาราวกับเสือ 2 ตัวสู้กัน
    “ ถ้าที่ท่านพูดมาทั้งหมดเป็นความจริงเราก็ควรจะเดินทา งไป บลัดคอร์สเซน พร้อมกันจะได้ช่วยกันปราบเหล่าแวมไพร์ เพราะเราก็เรียนวิชาประเภทนี้มามากแล้ว... ” เสียงของ ลูซิเฟล เทปัส ดังขึ้นเมื่อชายแปลกหน้าเล่าเรื่องทั้งหมดจบ เฮฟเวนลี่ เบลมอนท์ หันมาพร้อมกับสีหน้าที่ไม่ยอมรับเงื่อนไขของลูซิเฟล “ แล้วพ่อกับแม่ของเราล่ะ นายลืมที่ปู่สอนไปแล้วหรือ ? จงอย่ามองอะไรเพียงด้านเดียว! ” คำพูดของเฮฟคำนี้ทำให้ลูถึงกับตาตื่น “ ชะ..ใช่แล้ว ข้า....ไม่ค่อยได้ฟังน่ะ ” ลูซิเฟล ได้นึกย้อนไปถึงคำตักเตือนในอดีตที่ตนไม่ยินดีที่จะฟ ังเท่าไหร่ของปู่ แต่มันกลับมีประโยชน์อย่างยิ่งในเวลานี้ “ ใช่... กระผมก็เห็นด้วยเราควรจะแบ่งคนอยู่ที่นี่เผื่อพวกแวม ไพร์กับมนุษย์หมาป่ามันจะบุกมา.... เอ่อ...แล้วก่อนไปนายหญิงได้บอกอะไรไว้บ้างครับ อย่างเช่นจะไปไหน... ” ชายแปลกหน้ากล่าวขึ้นมาสนับสนุนเฮฟเวนลี่ “ ไม่ได้บอกอะไรไว้เลยฮะ..แล้วคุณชายแปลกหน้าอยากทราบไปทำไมล่ะครับ ” โทยะกล่าวตอบ “ เออ... ก็แค่จะประมวลข้อมูลครับ แต่อย่าเรียกผมว่าชายแปลกหน้าเลยครับมันดูแปลกๆ เรียกสั้นๆว่า “ซิม” แล้วกันครับ” .........................

    กลับมาที่หน้าตึกของสังกัดSaint
    “ เอาล่ะ! ทุกท่านที่อยู่ที่นี่คงจะเตรียมพร้อมแล้วซินะ งั้นเราก็ควรจะออกเดินทางได้แล้ว... ” เจฟ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมแทนหัวหน้าสังกัด กล่าวกับคนในสังกัดที่ยืนอยู่ปะมาณ 200 กว่าชีวิต ‘ ผู้คนหายไปประมาณ 60-70 คนเชียวหรือนี่! ’ เจฟ คิดในใจอย่างหดหู่ ม้าทุกตัวที่เป็นพาหนะในการเดินทางมีอาวุธ ข้าวของสำคัญๆ เช่น เสบียง ผ้าห่ม และของอื่นๆให้แบกอยู่ทุกตัว
    “ เอาล่ะ.... ทุกท่านเราไม่รู้ว่าเราไปแล้วจะได้กับมายังบ้านของเราอีกหรือไม่ ดังนั้นข้าขอถามพวกท่านซักข้อ....ท่านพร้อมที่จะพลีช ีพอย่างสมเกียรติในสนามรบหรือไม่!?..... ” สิ้นเสียงอันดังลั่นของเจฟ ผู้คนในสังกัดก็พากันส่งเสียงโห่ร้องอย่างกึกก้องด้ว ยความเต็มใจเจฟถึงกับน้ำตาไหลพรากออกมาด้วยความปลาบปลื้มดีใจก่อ นจะเอ่ยดังๆว่า “ ถ้าเป็นเช่นนี้ เราจะมัวรีรออะไรอยู่อีกล่ะ
    ไปกันเลย! ”เมื่อสิ้นเสียง ขบวนม้าที่มีคนขี่อยู่ก็พากันวิ่งออกจากเมืองไปอย่าง เป็นระเบียบ ตามหลังมาด้วยเสียงโห่ร้องของชาวเมืองเสมือนเป็นบทเพ ลงแก่อัศวินที่กำลังจะไปออกรบ......



    ----- ในสายลมอันหนาวเหน็บของทวีปแอนตาร์กติกที่แทบจะทะลวง เนื้อหนังของสิ่งมีชีวิตนั้น
    อลิซาเบ็ธ เบลมอนต์ นายหญิงของคฤหาสน์ตระกูลเทปัส กำลังเดินฝ่าลมอันหนาวเหน็บไปตามทางน้ำแข็งอย่างยากล ำบาก และฉุกคิดถึงคำพูดของเทพชะตาลิขิตขึ้นมา “ เพราะความแค้นที่ฝังมานานเป็น แสนๆล้านปีของซาตาน ได้ก่อให้เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดมากมายในโลกและจักรวาล นี้ แต่ละยุค ตระกูลของเจ้าต้องลำบากเผชิญชะตากกรมที่โดนเขียนไว้ ไม่ว่าจะต้องผนึกแดร็กคูล่า หรือช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่โดนปิศาจคุกคาม จนโดนหาว่าเป็นปีศาจร้ายเสียเอง ข้าไม่สามารถทนให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นต่อไปได้อีก แล้ว เมื่อ 20 ปีก่อนข้าจึงได้ส่งข้อความถึงเทพ Ioraท่านจึงส่งเทพองค์หนึ่งที่บำเพ็ญเพียรมานานให้มาเกิด เป็นลูกของเจ้าแต่..... ” ความคิดของอลิซาเบ็ธ หยุดทันที
    และมันจึงเริ่มแล่นต่อเหมือนรถที่เพิ่งเริ่มสตาร์ทให ม่ “ซาตาน ก็ไม่รามือ เช่นกัน... เค้าได้แบ่งพลัง ครึ่งนึง มาเกิดเป็นลูกเจ้าด้วย.....แต่เมื่อ 18 ปีก่อน ข้าก็ได้บอกแก่เจ้าแล้วว่าจงตั้งชื่อลูก ให้สลับกันเสีย.... คนที่เป็นเทพมาเกิดก็จงตั้งว่าLucifelส่วนคนที่เป็นซาตานหรือLord Vedoraก็จงตั้งว่าHeavenlyนี่คือวิธีแก้เคล็ดอย่างหนึ่ง..... แต่กับเกิด..... ” “ เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิด คือ คนที่เป็นเทพกลับมีพลังมารที่ติดจาก Alucard บุตรของDraculaและซาตานกับมีพลังเป็นธาตุศักสิทธิ์ซะนี่.. ” อลิซาเบ็ธ เสริม ในตอนนี้เทพชะตาลิขิต มีทางเลือกให้เธอแค่สองทางเท่านั้น..... 1.จงปล่อยให้เรื่องเป็นอย่างนี้ไปก่อน แต่... ถ้าบานปลายจะไม่ใช่แค่พวกเจ้าที่ต้องตาย แต่ข้ารวมทั้งคนทั้งโลก ไม่ซิ.. โลกนี้จะต้องสูญสิ้นไปจากจักรวาล... 2.เจ้าจงฆ่าเฮฟเวนลี่... ในคืนที่ไร้ซึ่งจันทรา... วันเกิดจันทรคราส.... หนทางที่ข้าให้เจ้าจะนำไปซึ่งวันสิ้นสุดของสงครามที่ มีมายาวนานของเทพและมารหรือจะนำไปซึ่งวันสิ้นโลก ก็อยู่ที่เจ้าแล้วล่ะ......หรือ... เจ้าจะทนเห็นฝาแฝดสองพี่น้องต้องสู้กันเองยังงั้นหรื อ!.... คำพูดของเทพชะตาลิขิตได้แทงเอาดวงใจของอลิซาเบ็ธให้ห ลุดลอยออกไปไกลแสนไกล ‘ ในเวลานี้มีแค่ข้าเท่านั้นที่จะหยุดเรื่องนี้ได้ เหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียวเท่านั้น ข้าต้องใช้Excaliber แทงเฮฟเวนลี่ให้สิ้นใจเสีย... ไม่! ไม่! ไม่!...ทำไมสวรรค์ต้องมอบหมายภารกิจนี้ให้ข้าด้วย มันช่างไม่ยุติธรรมต่อข้าเลย ฮือๆ.... ’ อลิซาเบ็ธ กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องทำอ ย่างนี้ มันเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยากมากๆ.......... ในสภาพอากาศที่เป็นลมหนาวเย็น อลิซาเบ็ธ ยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่อาจรู้เลยว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร -----
    __________________
    Click the image to open in full size.
    ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~
    Castlevania : Symphony Of Newworld
    ข้อมูลปัจจุบัน
    ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 10,000
    ระยะเวลาที่แต่ง = ? ปี
    จำนวนบท =13 บท
    .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 16 Oct 2006, 18:46   #14 (permalink)
    สมาชิก TG รุ่นเก๋า
     
    Vedora's sword's Avatar
     
    สมัคร: May 2006
    โพส: 1,142
    รับคำขอบคุณ: 21
    ดาวโหลด: 109
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    Vedora's sword auraVedora's sword auraVedora's sword aura
    สวัสดีครับ คิดว่าไม่มีคนมาโพสจะทำให้บอร์ดเงียบและคนเขียนหมดกำ ลังใจ อิอิ ตอนนี้ Yufaritus ไปไหนแล้วก็ไม่รู้ กระผมอยู่ที่นี่คนเดียว อิอิ

    แต่งได้สนุกดีครับ แต่ถ้าเรียงหน้าหน่อยจะทำให่น่าอ่านมากขึ้นครับ
    __________________
    Click the image to open in full size.

    My Arts

    Vedora's sword's Gallery


    ภาพวาดในเวลาว่างของ Vedora's sword

    Click the image to open in full size.

    Lord Radu Cel Frumos

    Ytinrete rof dlrow eht esruc llahs i!!

    แก้ไขโดย Vedora's sword : 16 Oct 2006 เวลา 18:46 เหตุผล: รวมโพสอัตโนมัติ
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 17 Oct 2006, 11:00   #15 (permalink)
    สมาชิก TG รุ่นพี่
     
    arx-lucifer's Avatar
     
    สมัคร: Oct 2006
    สถานที่: -* โลกแห่งนวนิยาย*-
    โพส: 515
    รับคำขอบคุณ: 28
    ดาวโหลด: 121
    อัพโหลด: 16
    Rep Power: 0
    arx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer auraarx-lucifer aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง arx-lucifer
    ครับ..... ท่านVedora's Sword อิอิ แล้วจะปรับปรุงเน้อ....

    ปล.เอ่อ ที่อ่านยากช่วยทนอีกหน่อยนะครับ เดี๋ยวจะแก้ให้....
    __________________
    Click the image to open in full size.
    ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~
    Castlevania : Symphony Of Newworld
    ข้อมูลปัจจุบัน
    ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 10,000
    ระยะเวลาที่แต่ง = ? ปี
    จำนวนบท =13 บท
    .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    ตอบ

    คำสั่งเพิ่มเติม
    แสดงผล

    กฎการส่งข้อความ
    You may not post new threads
    You may not post replies
    You may not post attachments
    You may not edit your posts

    BB code is ใช้ได้
    Smilies are ใช้ได้
    [IMG] code is ใช้ได้
    HTML code is งดใช้
    Trackbacks are ใช้ได้
    Pingbacks are ใช้ได้
    Refbacks are งดใช้


    Thaigaming Network : Japan Music World | Flixya Idm | Coming soon.
    Home | News | Event | Article | Howto | Preview | Review | Cheat | Play | Anime | Club | Download | Blog | Group | Service | Forum
    Copyright © 2000-2008 Thaigaming Network. All Right Reserved.