| | #92 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | คงประมาณ 16 บท มั้งครับ รอจนกว่าจะจบ ศึก บลัดคอร์สเซน ประมาณบท - 2 บท นั่นแหละ
__________________ ![]() ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~![]() Castlevania : Symphony Of Newworld ข้อมูลปัจจุบัน ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300 ระยะเวลาที่แต่ง = 4-5 ปี จำนวนบท =13 บท .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ .. |
| | |
| | #93 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | เหงียบไปนาน โดนบ.ก.ไล่ตีตูดแล้ว อิอิ ต่อเลย ----------------------------------- Chapter XII:Solution บทที่ 12 : ผลสัมฤทธิ์ วันแห่งศึก Blood Crossen คฤหาสน์ตระกูลเทปัส เวลา 8.30 น. .... รุ่งอรุณสาดแสงผ่านหน้าต่างเข้ามาถึงตัวของลูซิเฟลโด ยไม่ได้ขออนุญาต ทำให้เขาต้องข่มตาลงเนื่องจากแสงกระทบใบหน้า เขาเอียงตัวไปอีกด้านและต้องตกใจตื่นเมื่อหันไปเห็นใ บหน้าอันขาวนวลของเซลีนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้าง ๆ เตียง.... “ กุ๊ดมอร์นิ่ง เมอร์ซิเยอร์ ลูซี่ ” เซลีนกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มราวกับเมื่อวานไม่มีอะไ รเกิดขึ้น “ อืม... หา.. อะไรนะ..? ” ลู สลึมสลือตื่น เขาค่อย ๆ พยุงตัวเองขึ้นนั่งบนเตียงราวกับผู้ป่วย เขามองดูใบหน้าที่ยิ้มอย่างทะเล้น ๆ ของเซลีนและคิดในใจว่า พอดูจัง ๆ ใกล้ ๆ ก็น่ารักไม่เบาเลยนะ ... “ มีอะไรอยู่ที่หน้าฉันเหรอ ? อ๊ะ... คิดอะไรไม่ดีหรือป่าว..? ” “ อะไรนะ.. หา.. กับเธอเนี่ยนะ.. พระเจ้า..! ” “ ทำไม... ฉันมันไม่ดีตรงไหนย๊ะ!.. ฮึ่ม..อย่าเลย.. เช้านี้ฉันอารมณ์ดีอยู่ ” “ เหอะ.. แล้วเธอมานั่งเสนอหน้าอยู่ตั้งแต่เช้าเนี่ย? มันหมายความว่ายังไงกัน แล้วคนอื่น ๆ ไม่ว่าเอาเหรอ.? ” “ เรื่องนั้นนะ ฉันขอคุณน้าแสนดีที่รับเธอมาเลี้ยงไว้แล้วล่ะแล้วข้างนอกห้องก็มีคนเฝ้าอยู่ด้วย เผื่อนายจะบ้ากามข่มขืนฉันขึ้นมายังไงล่ะ... อ๋อ คุณไซมอนต์ไง เดี๋ยวก็ไปขอโทษเขาด้วยนะ เรื่องเมื่อคืนน่ะ ” “ อืม... ว้าก...! น้าคนไหนกันรับฉันมาเลี้ยง นั่นแม่ช้าน แล้วใครข่มขืนเธอกัน.. ” “ รู้แล้ว ๆ แต่นายไม่เหมาะจะเป็นลูกของน้าอลิซาสักนิดเลยนา ” “ นิ่เธอ.. ” “ เอาเถอะ ๆ ยังไงก็อุตส่าห์จะมาผูกมิตรด้วยนะ ” เซลีนพูดอย่างเขิน ๆ “ อืม ๆ ยังไง... เรื่อง...เอ่อ.. เมื่อวานนะ... ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ... คือมัน.. ” “ รู้แล้วจ้า ฉันไม่ได้โง่หรอก... ว่าแต่ไหนถุงห่อผ้าของฉันที่โยนใส่นายเมื่อคืนล่ะ.? ” “ อ๋อ ...เอ่อ.. ฉันถือสิทธิ์เปิดเอาสร้อยข้างในออกมาดูน่ะ.. นี่ไง.. ” ลู ตอบ พลางเอามือเอื้อมไปหยิบห่อผ้าที่อีกด้านหนึ่งของเตีย ง และแบมือขวาออก เผยให้เห็นสร้อยกุหลาบสีแดงสวยงามทั้งยังส่งกลิ่นหอม ด้วย “ อ้าว... นี่เธอ... กำมัน..ไว้ทั้งคืนเลยเหรอ..? ” เซลีนถามอย่างเขิน ๆ “ อะ... อืม... คงงั้นมั้ง.. ฉันก็ไม่อยากหรอกนะ.. แต่มันเผลอหลับไปน่ะ.. ฮะฮะ.. มันสวยมากนะ ดูมันเป็นสิ่งมีค่ามาก... เอ๊า.. เธอคงอยากจะเก็บมันไว้กับตัวมากกว่ามั้ง รับไปซิ ” ลูพูดอย่างสุภาพที่สุดตั้งแต่เคยเจอกับเซลีนมา พูดจบเขาก็เอาสร้อยพร้อมกับถุงผ้ายื่นให้เซลีนอย่างร ะมัดระวัง “ ว้า.. ทำไงดี.. อยู่ในมือเธอทั้งคืน แม้แต่เพชรก็คงจะเหี่ยวเฉาได้ ยังไงก็ฝากมันไว้ที่เธอก่อนก็แล้วกันนะ จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม ” เซลีนพูดพลางหน้าแดงระเรื่อราวกับกลีบกุหลาบ ครู่ต่อมา เธอก็ลุกจากเก้าอี้และพูดว่า “ อืม.. นี่ก็เช้ามากแล้ว ฉันว่าเธอรีบ ๆ ไปอาบน้ำดีกว่านะ ฉันชักได้กลิ่นตุ ๆ แล้ว เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันลงไปข้างล่างก่อนละกัน ไปนะ ” เซลีนไม่รอคำกล่าวใด ๆ จากปากของลู และเดินอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ลูนั่งเหม่อมองตามจนเธอออกจากห้อง ลูจึงหันมามองสร้อยเส้นที่เซลีนฝากไว้กับเขา ‘ ร้ายจริง ๆ เลย ยัยคนนี้ แต่....เราชักจะชอบเธฮขึ้นมาแล้วสิ ’ ลูคิด ยิ้มให้กับกุหลาบสีแดงที่สร้อยอย่างใจลอย ถึงแม้จะไม่ค่อยแน่ใจ แต่เหมือนกับมันส่งยิ้มตอบให้เขา.... ณ ฐานที่ตั้งของเหล่าSaintนอกเมืองบลัดคอร์สเซนเวลา 8.45 น. .... ตอนนี้ดูเหมือนการสั่งการทุกอย่างจะตกอยู่ที่จอร์จี้ ผู้ช่วยคนสำคัญของเจฟ เขากำลังโบกไม้โบกมือสั่งผู้คนให้จัดข้าวของและเตรีย มการหลาย ๆ อย่าง แต่เฮฟเวนลี่และโทยะกลับไม่มีสิ่งใดให้ต้องทำเลย พวกเขาตื่นมาตั้งแต่ 7.30 น. กินข้าวและจัดของเสร็จแล้ว ตอนนี้เฮฟกำลังนั่งอ่านตำราบางอย่างอยู่ แต่ไม่ใช่กับโทยะซึ่งกำลังวอร์มร่างกายและฝึกใช้ดาบก างเขนยักษ์ของเขาอย่างพิถีพิถัน .... “ เฮฟ นายไม่คิดจะเตรียมตัวเลยเหรอ น่าจะมายืดเส้นยืดสายสักหน่อยนา.. ”โทยะ หยุดกวัดแกว่งดาบและหันมาพูดกับเฮฟ “ ไม่ล่ะ ฉันเป็นพวกไม่ชอบใช้กำลัง นายก็รู้ ” เฮฟ ตอบโดยไม่ละสายตาจากหนังสือ “ เฮ้อ.... พวกแก่เรียน ” โทยะกล่าวจบ ทั้งสองก็แยกกันทำธุระของตน จนผ่านไปราว 4 – 5 นาที เฮฟสงสัยถึงความเงียบที่ผิดปกติ จึงหันไปมอง ก็เห็นว่าเหล่า Saint ทุกคนนั่งเรียงแถวอย่างเรียบร้อยพร้อมถุงอุปกรณ์และอ าวุธของแต่ละคน จอร์จี้หันมาเห็นเฮฟสนใจอยู่จึงกวักมือเรียก เฮฟ เก็บหนังสือ ลุกขึ้นและเดินไปอย่างรวดเร็วโดยไม่บอกโทยะที่เริ่มเ ก็บดาบแล้วในขณะนี้ “ มีอะไรหรือครับ? ” เฮฟ ที่เดินมาถึง ถามจอร์จี้ที่ยืนอยู่หน้าแถวของเหล่า Saint “ อยากให้ดูนี่หน่อย ” จอร์จี้พูด ก่อนจะกางม้วนกระดาษแผ่นใหญ่ที่เขาถืออยู่ เฮฟ ค่อย ๆ มอง และเห็นว่ามันคือแผนผังเมืองบลัดคอร์สเซน “ แปลกใช่ไม๊ล่ะ.. ทั้งรูปแบบของพื้นที่ รวมถึงการวางผังเมืองที่คล้ายเขาวงกตนี่รู้สาเหตุของการสู้รบครั้งนี้ไม๊..? ” จอร์จี้แนะ และถาม “ ท้ารบทั้งครับ..? ” เฮฟ ตอบอย่างไม่มั่นใจ ก่อนที่โทยะจะเดินมาสมทบกับเขาอย่างอาย ๆ “ หุ... มันน่าจะแค่นั้นแหละ แต่ไม่ใช่กับเขา ลอร์ดราดูกับเค้านท์ แดร็กคูล่าไง ” จอร์จี้เปลี่ยนมาใช้เสียงกระซิบ “ เมืองนี้น่ะต้องสาปว่ากันว่าที่นี่มีสิ่งที่สองตนนั้นต้องการแอบอยู่ ” “ แล้วมัน... คืออะไรเหรอครับ พอจะเดาได้ไม๊..? ” เฮฟ เอ่ยปากจะพูดแต่ถูกโทยะขัดขึ้นมา จอร์จี้หันไปมองหน้าผู้มาร่วมวงคนใหม่อย่างงง ๆ “ อ๋อ.. ที่พวกเราคาดไว้นะมีถึง 3 อย่าง อืม.. 1. คือเมืองนี้แหละเราเดาว่าเอาไว้เป็นฐานที่ตั้ง แต่ไม่ยักเห็นพวกมันยึดเมืองไว้ เพราะพวกมันมาถึงก่อนเราตั้งวันสองวันแน่ะ 2. เห็นนี่ไม๊.. แผนผังตรงนี้มันแปลก ๆ ไป ดูเหมือนจะถูกลบทิ้งน่ะ ขนาดนี่เป็นแผนผังฉบับจริงที่มีเพียง 3 แผ่นในโลกเท่านั้นนะ เราเดาว่าพวกมันต้องการเข้าไปตรงนี้แหละ และยังไปไม่ถึงด้วย ไม่งั้นพวกมันก็ทำไปนานแล้วไม่รอเรามาถึงหรอก 3. เอ่อ.. อันนี้มีเพียงฉันกับคุณเจฟเท่านั้นแหละที่รู้ มันคือ เอ่อ.. Crosserasary น่ะ หรือในอีกชื่อหนึ่งก็คือ กางเขนนิรันดร์ ยังไงล่ะ พนันได้ว่ามันต้องอยู่ตรงนี้แน่ ๆ ” จอร์จี้ อธิบายทีละอย่าง พร้อมกับชี้ให้ดูจุด ๆ หนึ่งที่เหมือนทางวกวนไร้ที่สิ้นสุด กล่าวจบเขาก็ม้วนแผนผังเก็บ และหันมามองหน้าเฮฟเวนลี่อย่างเต็ม ๆ ใบหน้าของเขาค่อนข้างแหลม ดูเหมือนพนักงานเสิร์ฟตามภัตตาคารหรู ผมสีดำ ดวงตาสีน้ำตาลทองทอประกาย ดูเป็นคนที่พึ่งพาได้ เฮฟ ละสายตาจากเขาและเริ่มครุ่นคิด แต่ยังไม่ทันจะเริ่ม ก็เกิดเสียงแตรดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว ใช่แล้ว..!! มันคือสัญญาณของการสู้รบนั่นเอง ตอนนี้เหล่า Saint 99 คนทยอยกันลุกขึ้นและค่อย ๆ เดินไปขึ้นม้าของแต่ละคนอย่างเป็นระเบียบ จอร์จี้จูงเฮฟให้เดินตามมาข้างหน้าของขบวน ซึ่งมีม้าว่างอยู่ 2 ตัว ก่อนจะหันมามองเฮฟด้วยสายตาที่รอคอยอีกครั้ง ก่อนจะพูดว่า “ ว่าไงล่ะ... จะเริ่มจากตรงไหน ? พวกเรารอเธออยู่นะ.. ” จอร์จี้ถาม พลางกระโดดขึ้นม้าอย่างชำนาญ “ หา!! ให้ผมนำเหรอครับ..!? ” เฮฟ ถามอย่างฉงน “ ใช่แล้ว.. ” จอร์จี้ตอบสั้น ๆ ห้วน ๆ ก่อนจะหันไปดูโทยะที่ตะเกียกตะกายขึ้นม้าตัวที่อยู่ข ้าง ๆอย่างลำบากแล้วเฮฟเวนลี่ ผู้ที่ถูกปล่อยให้เป็นคนแบกรับชะตาของผู้อื่นล่ะ เขาจะเลือกไปที่จุดไหนก่อน ใช่.. เขาคิดว่า น่าจะเริ่มจากจุดในความเห็นที่ 3 มากที่สุด แต่ก็ต้องผ่านเหล่าแวมไพร์และมนุษย์หมาป่าที่ถูกส่งใ ห้มาค้นหาจุดนี้หลายตนอย่างแน่นอนและต้องมีคนตายมากม าย แล้วความเห็นที่ 2 ล่ะ แต่มันเป็นจุดที่เสี่ยงที่สุดเพราะไม่มีข้อมูลเลย แต่ถ้ามันช่วยผลิกพันสถานการณ์ได้ก็น่าจะลองดู ตอนนี้ความคิดในหัวสมองของเขาตีกันมั่วราวกับพวกอันธ พาลวิวาทกัน เขานิ่งไปครู่ใหญ่ และจู่ ๆ ก็ลืมตาโผงขึ้น ก่อนจะขึ้นขี่ม้าตัวเดียวกับโทยะอย่างว่องไว “ ตามผมมาเลยครับ.... ผมรู้แล้วว่าเราควรจะเริ่มจากตรงไหน... ”
__________________ ![]() ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~![]() Castlevania : Symphony Of Newworld ข้อมูลปัจจุบัน ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300 ระยะเวลาที่แต่ง = 4-5 ปี จำนวนบท =13 บท .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ .. |
| | |
| | #94 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | ต่อ ๆ หายไปนาน เอ้า ... จบเลยน้า.... ปล. คิดชื่อตอนที่ 13 ไม่ออกอ่า.... ------------------------------------------------ ทางด้านของหน่วยลอบสังหาร (เจฟ) เวลาเดียวกัน การเคลื่อนพลเร็ว ดักซุ่มและเฝ้ารอ ดูเหมือนจะทำให้ทุกคนเริ่มเหนื่อยล้า แต่นั่นไม่ได้ทำให้ใจสู้ของพวกเขาลดลงไปเลย เจฟ หัวหน้าหน่วย ได้ส่งหมาป่ากาลิสไปสอดแนมที่ฐานของแวมไพร์และมนุษย์ หมาป่าได้ราว ๆ 10 นาทีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณอะไรกลับมาเลย “ ท่านเจฟ ดูนู่นซิคครับ... ” ชายคนหนึ่งในกลุ่มสังหารชี้ไปยังเมืองบลัดคอร์สเซนที ่มีควันไฟลอยสู่ท้องฟ้า เป็นอีกสัญญาณของการเริ่มรบ “ ฮืม... ฉันรู้สึกเป็นห่วงทางนู้นจริง ๆ เลย ไม่รู้ เจ้าจอร์จี้จะตัดสินใจอะไรแปลก ๆ อีกหรือเปล่าถึงจะเป็นคนฉลาดและรอบคอบ แต่ก็ไม่เคยคุมกองกำลังเลยซักครั้ง... ” เจฟ พูดอย่างเนือย ๆ พลางส่องกล้องส่องทางไกลต่อ “ อ๊ะ..!! มาแล้ว กาลิส..! ” เจฟ บอกแก่ลูกน้องอย่างตื่นเต้น พลางรีบเดินออกไปรอรับหมาป่าตัวโปรด “ กะ.... กรรรซซซ!!! ” ด้วยความไม่ระมัดระวังของเจฟที่มีต่อกาลิส ทำให้หมาป่าตัวใหญ่กระโดดเข้าใส่เขาอย่างบ้าคลั่งราว กับต้องมนต์ เขาล้มลงไป แต่ก่อนจะทันทำอะไร หมาป่าก็กระเด็นล้มลงไปนอนหมดสติอยู่ทางขวามือของเขา เสียแล้ว “ ลูกดอกอาบยาสลบ ชนิดล้มช้าง ซึ่งเป็นของประจำหมู่บ้านข้า อีกประมาณ 10 ชั่วโมงถึงจะตื่น... ขออภัยด้วยค่ะ ท่านเจฟ... ” สาวห้าวเกินวัย 19 ปี พูดตรงไปตรงมา ก่อนจะเดินออกมาจากทางด้านหลังพร้อมกับหน้าไม้สีน้ำต าลเข้ม เธอสวมชุดวอร์มสีดำเอวลอย ผิวสีแทน หน้าตาของเธอไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ และดูจริงจังมาก “ ปฏิบัติหน้าที่ได้เยี่ยม เธอเป็นคนจากไหนเหรอ...? ” เจฟ ถามพลางดันตัวลุกขึ้นและปัดทรายออก “ แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากประเทศขวาน... ‘ไทย’ ค่ะ ” เธอ พูดเสียงดังฟังชัดราวกับทหาร “ ดี... เอาล่ะทุกคน... คงรู้แล้วนะว่ามีหลายสิ่งที่เหนือความคาดหมายและเราไ ม่ควรประมาท ฉันขอให้ทุกคนพึงระลึกไว้เสมอว่า จงดูแลรักษาตนเองก่อนใครอื่นและหากเป็นไปได้ อย่ายอมเสี่ยงตายเพื่อช่วยคนอื่นหรือแม้กระทั่ง.... ฉัน ถ้ามันเสี่ยงต่อชีวิตของตนเอาล่ะทุกคนเดินตามฉันมาอย่างเงียบที่สุด.. ” เจฟพูดเบา ๆ ให้พอได้ยิน และเริ่มออกเดิน เขาหันไปมองกาลิสครู่นึงก่อนจะเดินต่อไป ตรงไปยังฐานของแวมไพร์และมนุษย์หมาป่าอย่างไม่เกรงกล ัว ณ ปราสาทบรานลอยฟ้า เวลา 9.00 น. ภายในห้องนอน เวด ราดูกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ที่พื้นกลางห้องโดยมีวัตถุ กลมสีแดงลอยอยู่ตรงกับหน้าเขาพอดี ไอมารสีดำกระจายไปทั่วห้อง เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและมองวัตถุทรงกลมสีแดงอย่างพออกพอใจ “ สมกับที่เป็นวัตถุซับพลังมารอันดับต้น ๆ จริง ๆ.... อ่า.. คงได้เวลาไปสถานที่จริงแล้วสินะ... ” ราดูพูดกับเนตรโลหิตที่อยู่ในฝ่ามือและเก็บมัน ก่อนจะลอยตัวยืนขึ้นราวกับเทพก็มิปาน “ ตั้งแต่ฟื้นชีพมาดูเหมือนว่าเราจะขาดความเยือกเย็นแล ะความน่าเกรงขามไปมากเลยทีเดียว... เพราะเหตุใดกัน พักนี้ถึงได้รู้สึกถึงขุมพลังที่น่าเกรงกลัวอยู่บ่อย ๆ กันนะ... ” “ อรุณสวัสดิ์ยามเช้า จะออกไปเดินเล่นชมแสงตะวันกับข้าหน่อยมั๊ย..? ” เสียงของเค้านท์ แดร็กคูล่าดังขึ้นมาจากด้านหลังของราดู เขาเข้ามาในห้องโดยที่ราดูไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด ทำให้ราดูส่งสายตาอย่างดูหมิ่นมาที่เขา ก่อนจะเริ่มพูด “ พี่... ไร้มรรยาทเสียจริง ๆ น่าหัวร่อเหลือเกิน... ท่านอย่าคิดว่าพวกเราไม่แพ้แสงอาทิตย์แล้วจะไปเดินชม นู่นชมนี่ตอนกลางวันได้นะ.... ” ราดูเอ็ด เค้านท์ แดร็กคูล่าพยักไหล่อย่างไร้เดียงสา ก่อนจะหันกลับไปอีกทาง และนิ่งไปครู่หนึ่ง “ ค่อยสมกับเป็นเจ้าขึ้นมาหน่อยนะ... กับฉายาว่า ผู้หนีแสง ไงล่ะ ” “ หึ..!! ข้าไม่มีเวลามาเล่นจ้ำจี้กับท่านหรอกนะ ข้ามีธุระนิดหน่อย ” ราดูกล่าวพลางเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วโดยไม่เหล ียวหลัง “ ไม่สมกับเป็นเจ้าเลยนะ... ” เค้านท์ แดร็กคูล่ากล่าวหลังจากประตูห้องปิดลงไม่นาน “ ยังมีอีกหลายเรื่องเลยเชียวล่ะ ที่เจ้ายังไม่รู้ และจะไม่มีวันได้รู้อีกตลอดไป ฮะฮะฮะ.... ” เค้านท์ แดร็กคูล่ากล่าวกับความว่างเปล่าภายในห้องอย่างบ้าคล ั่ง เขาหมายถึงอะไรกันแน่....!? เวลา 9.05 น. ที่ทางฝั่งของโทยะและSaint อีก 40 คน แม้จะเดินทางเข้ามาในเมืองบลัดคอร์สเซนได้ 10 กว่านาทีแล้วแต่พวกเขาก็ยังไม่เจออะไรแปลกประหลาดเลย มันทำให้พวกเขากังวลเสียยิ่งกว่าอีก “ คุณโทยะครับ ผมว่าพวกเรากำลังเข้าไปใกล้จุดวงเวียนที่ 2 แล้วนะครับ ถ้าเราเลี้ยวซ้ายตรงนี้ เดินต่อไปอีกไม่ถึง 5 นาที เราก็คงจะได้เจอกับพวกแวมไพร์และหมาป่าอย่างแน่นอนคร ับผม” เสียงของจอร์จี้ดังมาจากข้างหลังเขา ตอนนี้จอร์จี้กำลังยุ่งอยู่แผนที่จนไม่ได้มองอย่างอื ่น “ เฮฟ นายคิดจะให้พวกเรามาตายกันหมดหรือไงนะ...? ดันแบ่งเราออกเป็นสองพวกแล้วให้ฉันมาทางที่พวกมันต้อ งการมาเป็นจุดแรกเสียด้วย ” โทยะบ่นเบา ๆ พลางเดินเลี้ยวซ้ายตรงทางข้างหน้าตามที่จอร์จี้แนะ แต่แล้วภาพที่เขาประจักษ์ก็คือ.... วิหารสีขาวที่งดงามล้อมรอบด้วยสวนดอกไม้ ช่างตัดกับทิวทัศน์ในเมืองนี้เสียจริง ๆ “ นะ... นี่มัน... อะไรกันเนี้ย!!?? ” โทยะร้องเสียงหลง เพราะตกใจกับภาพที่อยู่เบื้องหน้า “ ยะ.. อย่างนี้นี่เอง... ฮ่า ๆ ว่าแล้ว... ท่านผู้นั้นจะต้องอยู่ที่นี่แน่ ๆ... ” อยู่ ๆ จอร์จี้ก็พึมพำขึ้นมา เขาถึงกับปล่อยแผนที่หลุดจากมือ และคุกเข่าลงกับพื้นพลางตัวสั่น “ อะไรกันเนี้ย... คุณรู้จักที่นี่เหรอ..? ” โทยะถามอย่างงง ๆ พลางก้มลงไปเก็บแผนที่มา “ ถ้าเดาไม่ผิด จุดนี้จะต้องเป็นจุดที่พวกแวมไพร์และมนุษย์หมาป่ายัง เข้ามาไม่ถึงสินะ งั้นพวกเราก็คาดการณ์ผิดที่ว่าจุดนี้น่าจะมีพวกมันอย ู่เกลื่อน อ่ะ..! ถ้างั้น..! ” โทยะดูแผนที่ พลางถึงกับตกใจเมื่อนึกได้ “ ตายล่ะสิ คุณจอร์จี้ครับ พวกเราต้องรีบไปช่วยเฮฟแล้วล่ะ ” “ ไม่จำเป็นหรอก... ถ้าท่านผู้นั้นยังอยู่ที่เมืองนี้ ท่านต้องไม่ยอมให้เจ้าหนูเฮฟเวนลี่ สู้กับ ซีเรียสแน่นอน ใช่.. ไม่อย่างแน่นอน... ” จอร์จี้หันมาพูด และลุกขึ้นยืนอย่างเนือย ๆ “ อะไรกันครับ... แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องไปช่วยเฮฟให้ได้ครับ... ” โทยะยืนกราน “ อย่าวุ่นวายไปหน่อยเลยน่า ในเมื่อมีท่านผู้นั้นอยู่ทั้งคน เจ้านั่นก็ปลอดภัยแล้วล่ะ ” “ แต่พวกแกสิ..... จะไม่ปลอดภัย ฮี่ ๆ ๆ ๆ ๆ.. . ” เสียงพูดที่เจ้าเล่ห์และน่ารังเกียจดังขึ้นเหนือหัวข องพวก Saint และโทยะ อ้า...!!! มันคือมนุษย์หมาป่าตนหนึ่ง ที่นั่งยองอยู่บนกำแพงอันหนึ่ง ส่วนพวกที่เหลือก็ค่อย ๆ เดินออกมาจากมุมตึกและตรอกต่าง ๆ “ ไซ้แว้ว.. เจ้าหัวขาวนั่นบ่อยู่ พวกแกก็เสร็จพวกเฮาล่ะนะ ฮี้ ฮ่าๆๆ” เสียงกวนประสาทของมนุษย์หมาป่าตนหนึ่งดังขึ้น ทำเอาเหล่า Saint ทุกคนเตรียมอาวุธของตนพร้อมที่จะสู้ “ โอ้ว.... ยูจะสู้เหรอ... แต่ไอว่าก็เป็นได้แค่ก้อนเนื้อเท่านั้นแหละน่า ฮะ ฮะ... ” มนุษย์หมาป่าอีกตนที่ใส่ผ้าปิดตาข้างหนึ่งพูดกวน “ คะ คุณจอร์จี้ครับ... เห็นทีพวกเราจะตกที่นั่งลำบากซะแล้ว... ” โทยะพูดกับจอร์จี้ที่ทำท่าทางเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ “ ผมว่าพวกเราถอยไปตั้งหลักในวิหารดีกว่า... ทุกคนไปตั้งหลักในวิหาร!!! ” สิ้นเสียงจอร์จี้ ก็เกิดความโกลาหลขึ้น พวกมนุษย์หมาป่ามองดูอย่างหิวโหยและค่อย ๆ เดินออกมารวมกันเป็นฝูง “ เปรี๊ยะ.... !! เปรี๊ยะ....!! ซ่า..!! ” เสียงบางสิ่งบางอย่างดังลั่นไปทั่วเมือง ต่อมาไม่นานก็เกิดม่านไฟฟ้าสีดำค่อย ๆ เข้าคืบคลานน่านฟ้าของเมืองบลัดคอร์สเซน ทุกคนมองดูมัน แต่โทยะก็ส่งเสียงให้พวก Saint รีบเข้าไปข้างในวิหารสีขาว พวกมนุษย์หมาป่ายังคงมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ “ ฮ่า...!! พวกเราดูสิ มันกำลังเริ่มแล้ว ทีนี้เราก็จะได้อาละวาดอย่างเต็มที่ล่ะนะ วะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ” มนุษย์หมาป่าตัวหัวหน้าที่นั่งอยู่บนกำแพงตะโกนลั่น ทำให้เหล่าลูกน้องฮึดสู้และเริ่มเคลื่อนไปยังวิหารสี ขาวอย่างช้า ๆ ทางด้านของเฮฟเวนลี่และSaintอีก 60 คน ในเวลาเดียวกัน ทางกลุ่มเฮฟที่แยกมาก็เร่งเดินทางอย่างรวดเร็ว ตอนนี้พวกเขาเข้าใกล้ทางวกวนที่จะนำไปสู่กางเขนนิรัน ดร์เต็มทีแล้ว แต่ปรากฏการณ์แปลกประหลาดบนท้องฟ้าได้ดึงดูดความสนใจ ของพวกเขาไว้ “ หา..! พวกเราดูสิ นั่นมันอะไรกัน ท้องฟ้ามืดไปหมดเลย... ” นักล่าแวมไพร์คนหนึ่งที่เพิ่งจะเห็นเบื้องบนเอ่ยขึ้น ปรากฏการณ์นี้เริ่มทำพวก Saint ตระหนก ความมืดเริ่มคืบคลานจนปกคลุมน่านฟ้าและบดบังแสงอาทิต ย์ของเมืองบลัดคอร์สเซนจนสิ้น “ ให้ตายสิ..! ทำไมข้าถึงไม่เอะใจเลยนะ ว่าพวกแวมไพร์ไม่สามารถจะสู้แสงอาทิตย์ได้ นั่นสิ... อาจจะเป็นสาเหตุที่พวกมันไม่ยอมออกมาขัดขวางพวกเราเล ย แต่ตอนนี้.... อ่ะ.. ” เฮฟครุ่นคิด ก่อนจะฉุกใจนึกขึ้นได้ถึงเรื่องสำคัญ “ ทุกคนครับ ขอให้ฟังคำสั่งจากผมนะครับ ในตอนนี้ขอให้ทุกคนหยิบอาวุธออกมาและร่ายคาถา Holy Enamel (คาถาเคลือบอาวุธให้มีรังศีศักดิ์สิทธิ์ : ใช้ปราบภูตผี,แวมไพร์) หวังว่าทุกคนทำได้นะครับ...” เฮฟเร่งสั่งการณ์ พวก Saint ไม่รอช้า รีบทำตามทันที เฮฟก็ถือหอกคู่กายอยู่เช่นกัน เริ่มท่องคาถาด้วย ไม่นานก็เกิดความสว่างออกมาจากกลุ่มพวกเขา มันเป็นแสงที่ออกมาจากอาวุธของแต่ละคน และเป็นเวลาเดียวกับที่พวกแวมไพร์บินเหนือน่านฟ้าพอด ิบพอดี และพวกที่หลบซ่อนอยู่ตามตึก ตามบ้านก็เริ่มปรากฏตัวออกมา พวกมันมาจากทุกด้าน และเริ่มประชิดล้อมพวกเขาไว้เป็นวงกลม “ ทุกคน!! เอาล่ะนะ นี่คือเวลาที่พวกเราจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันแล้ว ถ้าไม่กำจัดมัน มันก็จะกำจัดเรา ทุกคนลุย!!! ” เฮฟออกคำสั่งอย่างชัดเจน ทั้งสองฝั่งรู้โดยสัญชาตญาณ ต่างก็กรู่เข้าปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง.... -End Chapter XII-
__________________ ![]() ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~![]() Castlevania : Symphony Of Newworld ข้อมูลปัจจุบัน ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300 ระยะเวลาที่แต่ง = 4-5 ปี จำนวนบท =13 บท .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ .. |
| | |
| | #98 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | ใช่ครับ เกมนี้หนุกมาก ๆ เลย.... /me ดองนิยายต่อ....
__________________ ![]() ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~![]() Castlevania : Symphony Of Newworld ข้อมูลปัจจุบัน ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300 ระยะเวลาที่แต่ง = 4-5 ปี จำนวนบท =13 บท .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ .. |
| | |
| | #99 (permalink) |
| สมาชิก TG เต็มตัว ![]() โพส: 279 Blog Entries: 2TG ออร่า: ![]() ![]() ![]() สถานที่: แหล่งเพาะพันธุ์แมลงสาบ เอ้ยยย !!! บ้าน - -* | ย๊ากกกกกกกก OoO* ตามมาอ่านตามลายเซ็นต์ ฮิฮิฮิ ^^"" สนุกดีคร้าบบบ ^O^ อ่านต่อๆๆๆ . . . ฮึ่มๆๆ !!! มันมี เฟ้ย อะไรแบบนี้ด้วย ... ??? อื่อ ... ฮ้าววววววววว ก๊อบไปละ ฮิฮิฮิ ^O^ ถอดปลั๊กออกแล้วอ่านในเครื่อง 555+ อัพด้วยยยยยยยยยยยคร้าบบบบบบบ จะได้มาอ่านต่อ อิอิอิ ^^"" - - ->>> ^^""
__________________ >>>![]() ...Thank You For ... IT ... --->> <<--- - - - - - ~ A Good Thing ~ - - - - - ![]() Be Happy And Do ToDay The Best. แก้ไขโดย girlfriend555 : 07 May 2008 เวลา 14:39. เหตุผล: Automerged Doublepost |
| | |
| | #101 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | อ้าว... ท่าน Vedora หายไปนานเลย คิดถึงจัง มาเยี่ยมบ้างสิ ว่าแต่เราก็ยังดองต่อเลย ปล. ไม่อยากบอกเลย บทที่ 13 เนี่ย ยังกะนิยายรัก / รื้อบทที่13แต่งใหม่
__________________ ![]() ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~![]() Castlevania : Symphony Of Newworld ข้อมูลปัจจุบัน ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300 ระยะเวลาที่แต่ง = 4-5 ปี จำนวนบท =13 บท .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ .. |
| | |
| | #103 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | ขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันนะครับ ตอนนี้จะขอรื้อแต่งใหม่หมดเลย เนื้อเรื่องจะเปลี่ยนไปแน่นอน ยังไงก็ต้องขออภัยท่านผู้อ่านที่ติดตามด้วยนะครับ
__________________ ![]() ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~![]() Castlevania : Symphony Of Newworld ข้อมูลปัจจุบัน ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300 ระยะเวลาที่แต่ง = 4-5 ปี จำนวนบท =13 บท .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ .. |
| | |
| | #105 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | รอบนี้แต่งมันส์แหะ ลูซิเฟล กับ เฮฟเวนลี่ ไม่ได้เป็นพี่น้องกันแว้ว แถมเนื้อเรื่องน่าเร้าใจสุด ๆ พูดแล้วไปแต่งต่อดีกว่า อิอิ
__________________ ![]() ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~![]() Castlevania : Symphony Of Newworld ข้อมูลปัจจุบัน ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300 ระยะเวลาที่แต่ง = 4-5 ปี จำนวนบท =13 บท .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ .. |
| | |