

| | #1 (permalink) |
| Guest โพส: n/a | The Star of RealLove. ๑
รักแท้... แม้อยู่บนท้องฟ้าเดียวกัน...แต่ใช่ว่าความหมายของดวง ดาวจะอยู่กับตัวของมันเอง มันขึ้นอยู่กับคน แล้วแต่คนจะมอง-แล้วแต่คนจะเข้าใจ นักดาราศาสตร์เห็นดาวเป็นตัวอักษร-เห็นจักรวาลเป็นกระดานดำ ต้นหนเรือใช้ดาวสำหรับเดินทางในมหาสมุทร หมอดูเปรียบดวงดาวเป็นดั่งโชคชะตาแห่งสิบสองราศี คู่รักใช้ดาวเป็นพยานสาบานความซื่อสัตย์ของกันและกัน ส่วนคนอกหัก...ดาวจะเป็นอะไรไปมากกว่าใบหน้าของคนรัก เก่าได้ มาวินค่อยๆยกมือขึ้นบีบขมับเพื่อคลายอาการล้าจากคว ามเครียด เขาขยี้ตาอีกทีหนึ่ง แล้วจึงแหงนคอขึ้นมองท้องฟ้าตามเดิม กว่าสามเดือนแล้วที่มาวินมายืนจับเจ่าอยู่บนเชิงเขาน ี่ทุกค่ำ เขาจำได้ว่าเมื่อสามเดือนก่อนไม่ได้มาคนเดียวแบบนี้ จำได้ว่าใครบางคนยังเคยมายืนยิ้มหวานอยู่ข้างๆ ใครคนนั้นชอบตั้งคำถามแปลกๆให้เขาตอบ และจะกอดเขาเมื่อมีลมหนาวเย็นๆพัดมา มันผ่านนานมาสามเดือนแล้ว นานพอจะลืมเรื่องบางเรื่องที่ไม่สลักสำคัญ แต่ไม่นานพอจะลบภาพวันชื่นคืนสุขในอดีตได้เลย มาวินอยากจะลืมและอยากเลิกเจ็บ ทว่า-ความต้องการกับหัวใจดูจะไปกันคนละทาง บ่อยครั้ง เขายังตระเวนไปในที่ที่เคยไปกับคนรักเก่า ไปร้านอาหาร ไปสนามกีฬา ไปดูหนัง ฯลฯ ทั้งที่อยากลืมแทบตาย แต่ขากับหัวใจก็ยังพาไปซึมซับความทรงจำเก่าๆอยู่เสมอ บนท้องฟ้ามีดาวร่วงตกลงมาเป็นเส้นตรงเล็กๆ มาวินไม่รอช้า หลับตาแล้วรีบกุมมืออธิฏฐานทันที ถ้านางฟ้ามากับดาวตกล่ะก็ ฉันอยากจะขอเจอใครสักคนที่รักฉันจริง เพราะฉันได้สร้างรักแท้เอาไว้ แต่โชคร้าย คนที่ฉันอยากมอบให้ กลับไม่ต้องการมัน... มาวินรู้สึกกล้ำกลืนในประโยคนี้เหลือเกิน เขาค่อยๆลืมตา แล้วมองออกไปบนฟ้าไกล ขอนางฟ้าได้โปรดมารับเอารักแท้ไปมอบให้แด่คนจริงใจด ้วยเถิด มันเป็นคำขอแบบเด็กๆเท่านั้น เป็นแค่วิธีไร้สาระสำหรับคนขี้ผิดหวังทำกันเพื่อให้ร ู้สึกดีกับใจตน ใครๆก็รู้ว่านางฟ้าไม่มีอยู่จริง ใครๆก็รู้ว่าคำอธิฏฐานมีโอกาสน้อยเหลือเกินที่จะบังเ กิดผล แต่สิ่งดีๆมักจะเกิดกับคนพิเศษไม่ใช่หรือ และในโลกที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยคำโกหกมดเท็จ แค่คนจริงใจสักคน-คนซึ่งเชื่อมั่นในรักแท้อย่างมาวิน ก็ถือเป็นคนพิเศษคนหนึ่งและก็เหมาะสมกับเรื่องมหัศจร รย์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ ลมบริเวณโดยรอบเริ่มพัดกรรโชกแรง มีเสียงเหมือนท้องฟ้าร้องคำรามดังขึ้น ทีแรก มาวินคิดว่าเป็นแค่เสียงเครื่องบิน-บินผ่านหัว แต่สักพักพอจับสังเกตได้ ก็รู้ว่าเจ้าเสียงนั่นมันดังก้องอยู่ในบริเวณนี้ไม่เ คลื่อนที่ย้ายไปไหน มาวินนึกเอะใจ ลองแหงนขึ้นไปมองดูบนฟ้า ตรงตำแหน่งเกิดเสียงมีแสงประหลาดซ่อนตัวอยู่หลังเมฆ แสงเป็นรูปวงกลมรัศมีกว้าง ครู่เดียว มันก็ค่อยๆแหวกเมฆออกมาปรากฏตัว มันเป็นวัตถุฐานกลมคล้ายยาน UFO โดยเฉพาะจุดแสงเล็กๆที่หมุนอยู่รอบตัวมันแทบจะทำให้ม าวินเชื่ออย่างสนิทใจว่าเป็นพาหนะของผู้มาเยือนนอกโล กจริงๆ ต้นไม้เอนไหวยวบยาบตามแรงลม เศษฝุ่นผงฟุ้งกระจาย ลมสะบัดพัดรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเก่าเพราะวัตถุประหลาดก ำลังมุ่งตรงมาที่เขาอย่างรวดเร็ว มาวินเห็นท่าไม่ดี เริ่มก้าวขาถอยหลังเตรียมวิ่งหนี แต่ก็ซุ่มซ่ามไปสะดุดเอาท่อน้ำล้มหงายลงไป เสร็จแน่ๆฉัน มาวินพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย ไม่มีเวลามาคิดถึงความเป็นไปได้และหาเหตุผล ตอนนี้ที่ควรทำคือหันหลังแล้ววิ่งให้ไวที่สุด แต่โชคชะตาราวกับจะไม่เข้าข้างหนุ่มรักคุดคนนี้ และเทวดาเองก็คงไม่พอใจมาวิน ซึ่งอธิฏฐานขอนางฟ้าแบบนั้น ทั้งคู่จึงบันดาลให้ฝาถังขยะลอยเคว้งมาฟาดหัวของเขาอ ย่างจังเบอร์ จนต้องนอนแน่นิ่งสลบลงไปในทันที กลิ่นหอมเหมือนดอกไม้โชยมาแตะจมูกให้มาวินรู้สึกตัว จากนั้นประสาทสัมผัสในส่วนต่างๆก็เริ่มกลับมาทำงานตา มปกติ บริเวณศรีษะ-เสมือนได้นอนหนุนอยู่บนตักสาวๆ อีกทั้งความนุ่มคล้ายมือน้อยๆของใครบางคนก็กำลังนวดเ ฟ้นตามท่อนแขนของเขาอย่างนุ่มนวล มาวินคงจะคิดเอาเองว่า ตัวเองได้ขึ้นสวรรค์ไปแล้ว ถ้าเสียงใสๆหวานๆ ไม่ปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์เสียก่อน คุณ!...คุณ!เป็นยังไงบ้าง มาวินค่อยๆลืมตาขึ้นมองเจ้าของน้ำเสียงโทนน่ารัก และภาพตรงหน้าที่ปรากฏ เป็นสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ปากนิด จมูกหน่อย ตาโต แถมได้ขาวอีกต่างหาก แม้จะใช้เวลาพิจารณาสั้นๆ แต่มาวินก็สามารถระบุได้ว่า สาวน้อยคนนี้น่ารักแค่ไหน เธอน่ารักมากๆ น่ารักสุดๆ น่ารักกว่าแฟนเก่าของเขาล้านปีแสงเท่าเลยเชียว อธิฏฐานเอาไว้เหรอ สาวน้อยปริศนา เอ่ยถามขึ้นเสียงหวาน ใช่ครับ...อธิฏฐานว่าอยากเจอนางฟ้า มาวินอ้อนตอบ พร้อมแอบสูดกลิ่นหอมของสาวน้อย ฉันไม่ใช่นางฟ้าหรอกนะ และฉันก็ไม่รู้ด้วยว่านางฟ้าคืออะไร อ้าว... มาวินทำหน้างงๆ ถ้าอย่างนั้น คุณเป็นใครล่ะครับ สาวน้อยเอียงหัวคิดนิดหนึ่ง แล้วจึงตอบว่า เอาเป็นว่า ฉันมาจากบนฟ้าก็แล้วกัน หล่อนยื่นหน้าเข้ามาใกล้มาวิน จนเขาประหม่าหายใจติดขัด ฉันมาตามหารักแท้ มาวินหยิกตัวเองทีหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันและ ไม่ได้หูฝาด เขาค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง ทั้งๆที่ใจอยากจะนอนหนุนต่ออยู่อย่างนั้น คุณว่าคุณมาตามหารักแท้ มาวินทวนคำถามของสาวน้อย คุณรู้ไหมว่ามันคืออะไร สาวปริศนาทำปากจู่ส่ายหัวไปมา คุณว่าคุณมาจากบนฟ้า...แล้วไหนล่ะยานคุณ สาวน้อยชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ริมป่า แล้วตอบว่า อยู่ตรงนั้น ฉันซ่อนมันไว้ด้วยระบบล่องหน มาวินแค่นหัวเราะประชด ทำอย่างกับรถของ เจมส์ บอนด์ อย่างนั้นแหละ เจมส์ บอนด์ คืออะไร มาวินโบกมือไปมา ช่างเถอะ ไม่ต้องไปสนหรอก...ว่าแต่คุณน่ะ หน้าตาก็ดี แต่
เป็นบ้ารึเปล่า สาวน้อยทำตาเขียวดุใส่ ดูเธอจะไม่พอใจเป็นอันมากที่ถูกกล่าวหาอย่างนั้น ฉันไม่ได้บ้านะ...คนบ้าที่ไหนจะมาตามหารักแท้ เหมือนถูกแทงโดนใจดำ มาวินนิ่งไปทันตาเห็น เจอรูปประโยคแบบไม่ตั้งใจฆ่ากันเข้า ทำเอาเขาต้องรีบหลบสายตาสาวน้อยเพื่อซ่อนความลับบางอ ย่างไว้ เขาค่อยๆลุกขึ้นยืน แล้วพูดบางอย่างออกมาด้วยน้ำเสียงปนเศร้า จริงสินะ
รักแท้มันเป็นสิ่งวิเศษ คนจริงใจเท่านั้นที่จะได้ครอบครองมัน มาวินลอบถอนหายใจเบาๆ เขารู้สึกสับสน อีกทั้งอาการปวดหัวจากการถูกฝาถังขยะฟาดเข้าให้ก็ยัง ไม่ทุเลาลงเท่าไร ตอนนี้ อะไรๆดูมันจะยุ่งอีรุงตุงนังไปหมด จะหัวเราะ-รึจะเศร้า-รึจะตกใจ อยู่ในอารมณ์ไหน ตัวเองก็ยังแยกไม่ออกด้วยซ้ำ ยิ่งมีสาวน้อยที่ไหนไม่รู้อ้างว่ามาจากต่างอีก จะมาหลอกให้ช้ำใจเล่นรึเปล่า เขาเองยังเดาเจตนาของเธอไม่ออก มาวินครุ่นคิดพิจารณา ตกลงว่าเขาควรจะเชื่อเรื่องเล่าของสาวน้อยดี รึจะปล่อยเธอทิ้งไว้(เพราะคิดว่าบ้า) แล้วก็หนีกลับบ้านไปเลย ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แต่พอเหลือบไปเห็นแววตาหวานๆของแม่สาวนอกโลกเข้า เจ้าความคิดบ้าๆพวกนั้นก็ถูกสลัดทิ้งไป บางที
อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้น แล้วจับพลัดจับผลูให้เธอออกอาการเอ๋อแบบนี้ คงไม่เป็นไรถ้าช่วยเธอ อย่างแย่ที่สุดก็พาไปหาตำรวจก็ยังดี มาวินคิดในใจ หิวจัง
สาวต่างโลกเอ่ยขึ้นเบาๆ เอางี้
เดี๋ยวผมจะพาไปหาอะไรทานดีมั้ย มาวินยื่นมือให้สาวน้อยจับ แล้วช่วยพยุงตัวเธอลุกขึ้นยืน ว่าแต่
คุณชื่ออะไรเหรอ สาวน้อยมองตาเขาเยี่ยงมิตรที่ไว้เนื้อเชื่อใจกันมานา น ยามฝัน
ฉันชื่อยามฝัน มาวินหัวเราะชอบอกชอบใจใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า ยามฝันที่หมายถึงเวลาฝัน หรือ ยามฝันที่หมายถึงยามรักษาการอู้นอนจนฝันกันแน่ สาวน้อยนอกโลกค้อนขวับ แล้วหันมาหยิกแขนมาวินจนเขาสะดุ้งโหย่ง
๒ แฟน ชื่อ ยามฝัน ของสาวน้อยต่างดาวคนนี้ ช่างเหมาะเหม็งกับเธอเสียจริง เพราะเจ้าของชื่อ-สวยจนคนมองคิดว่ากำลังเจอนางฟ้าอยู่ในความฝัน และต่อให้นึกจนหัวแตกตาย มาวินก็จนปัญญาจะสรรหาคำใดมาเรียกแทนตัวเธอได้อีก คนบางคน อาจยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ยอมกินเส้นแล้วค่อยกินลูกชิ้นทีหลัง แต่ในกรณีของยามฝัน มาวินไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องอารัมภบทความงามของเ ธอให้ยืดยาดเสียเวลา และจะกล่าวชื่นชมเธอแบบตรงๆอยู่ในใจไปเลยว่า น่ารักม ากๆจ้ะ นอกจากหน้าตาจะสะสวยเข้าขั้นระดับนางเอกละครแล้ว ชุดที่ยามฝันใส่อยู่ก็ช่วยตอกย้ำความเซ็กซี่เสริมเข้ าไปอีกหนึ่งมุมมอง กระโปรงเอวต่ำสั้นแค่คืบ-สีบลอนด์ กับเสื้อเกาะอกเอวลอยสีเดียวกัน โชว์หน้าท้องแบนราบและเนินอกขาวเนียน พอมองไปมองมา กลายเป็นจะเหมือนพริ้ตตี้ขายรถยนต์มากกว่ามนุษย์ต่าง ดาวตามที่เธอกล่าวอ้างเสียอีก เป็นธรรมดาของผู้ชายที่จะรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเวลา มีสาวสวยอยู่ข้างๆ ยิ่งถ้าแต่งตัววับๆแวมๆ แบบนี้ด้วยแล้ว แต่มาวินก็ไม่มีเจตนาเยี่ยงคนกักขฬะแ ละหวังมุ่งร้าย เขาเพียงรู้สึกเป็นกังวลมากกว่า กลัวว่าถ้าพายามฝันลงจากเชิงเขานี่ไป พวกหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ข้างล่างจะพากันรุมฆ่ายามฝันด้ วยสายตาชีกอแหงมๆ นึกชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดมาวินจึงตัดสินใจ เขาบอกให้ยามฝันรออยู่ที่นี่ ส่วนตัวเขาจะรีบวิ่งเปรี้ยวไปหาเสื้อผ้าสักชุดมาให้เ ธอเปลี่ยน เอาที่มันใส่แล้วรัดกุม-เรียบร้อย กำลังจะก้าวเท้าออกวิ่ง ยามฝันก็เข้ามาคว้าแขนเขาไว้ เธอไม่พูดพร่ำคำใด แต่มองด้วยสายตาอ้อนวอน และมาวินก็บ้าจี้ตามพอจะอ่านจากแววตาออกได้ว่า อย่าทิ้งเธอไปนะ เขายิ้มให้อย่างปลอบใจ พร้อมกับชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว ด้วยเกียรติของคนจริงใจ ผมสัญญาจะกลับมาแน่นอน ยามฝันมองตามหลังมาวินที่เห็นหลังไหวๆวิ่งลับตาลงจาก เนินเขาไป เธออาจไม่เข้าใจความหมายของสัญลักษณ์การชูสองนิ้ว และคำสัญญาจากปากของผู้ชายในดาวโลกดวงนี้ บางทีก็มีความหมายเท่าๆกับการโกหก แต่สำหรับเธอ-ผู้มาเยือนจากดาวอื่น คำสัญญาเป็นสิ่งสำคัญ และมันจะยิ่งสำคัญที่สุด ถ้าคำสัญญานั้นมาจากผู้ชาย-เพศบุรุษที่เธอไม่เคยได้พานพบมาก่อนเลยในชีวิต จนกระทั่ง ได้มาพบกับมาวินคนนี้นี่แหละ ยืนชะเง้อคอเป็นนาน เขาหายไปกว่าครึ่งชั่วโมง ยามฝันถอนหายใจทิ้งเสียหลายครั้ง จะเชื่อได้รึเปล่านะ คำสัญญาผู้ชายเนี่ย เธอคิด แต่ก็ต้องเปลี่ยนมายิ้มอย่างดีใจแทน ทันทีที่เห็นมาวินปุเรงๆวิ่งขึ้นมา เขาหอบถุงผ้าพะรุงพะรัง แถมเกือบจะคะมำล้มไปอีกครั้งด้วย ยามฝันรู้สึกดีใจและอิ่มใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเมื่อ ได้เห็นความพยายามของชายผู้นี้ อุตส่าห์ทุ่มเทกระทำให้แด่เธออย่างไม่เคยมีชายใดทำให ้มาก่อน เธอรีบวิ่งเข้าไปหา ตั้งใจจะกล่าวคำขอบคุณ แต่หนุ่มบ้าพลังโชว์สาวอย่างมาวิน ก็ชิงตัดบทพูดขึ้น ทั้งที่ยังหอบแฮ้กๆอยู่ ผมกะขนาดคร่าวๆ ไม่รู้ว่าคุณจะใส่ได้รึเปล่า ยามฝันรับถุงผ้ามาอย่างงงๆ เธอมองเข้าไปในนั้น แล้วจึงหยิบของข้างในออกมาดู มันใส่ยังไงน่ะ มาวินขอถุงผ้าคืน จากนั้นจึงเริ่มอธิบายวิธีสวมใส่ทีละขั้นทีละตอน ชิ้นนี้เป็นกางเกง เขาเรียกว่า กางเกงยีนส์ เวลาใส่ คุณก็เอาตะเข็บปลิ้นมันเข้าไว้ด้านในก่อน แบบนี้ แล้วก็เอาขาขาวๆ-เอ้ย!-ขาเล็กๆของคุณยัดเข้าไป ยามฝันพยักหน้าเข้าใจ แล้วชี้นิ้วไปที่เสื้อบ้าง อันนี้ก็ใส่ไม่เป็นเหรอ มาวินหัวเราะเบาๆ เกาหัวแกรกๆ นี่เรียกว่าเสื้อ ก็-เหมือนเดิม เอาตะเข็บเข้าไว้ด้านใน แล้วก็เอาหัวยัดเข้าไป จากนั้นก็ใส่แขน ใส่แขน พอยื่นเสื้อให้แล้ว มาวินก็หันหลังเดินดุ่ยออกมา ยามฝันไม่เข้าใจการกระทำของเขา เธอขมวดคิ้วและคิดว่า ผู้ชายคงจะต้องถูกผูกมัดด้วยคำสัญญากระมัง มันถึงจะทำให้พวกเขาอยู่กับร่องกับรอยได้ นั่นคุณจะไปไหน ยามฝันร้องถามขึ้นอย่างสงสัย มาวินค่อยๆแหงะกลับมา เขายกมือขึ้นปิดตา แล้วตอบกลับไป จะให้ผมยืนดูคุณเปลี่ยนเสื้อผ้ารึไง ยามฝันเอียงหัวคิดพิจารณาถึงคำถามของมาวิน เธอลังเลว่ามันเป็นประโยคที่สื่อความหมายตามนั้นจริง ๆ หรือเป็นแค่คำพูดประชดกระทบกระแทกแดกดันเท่านั้น แต่ดูๆแล้วเขาคงไม่ใช่คนปากร้ายอะไร เธอจึงไว้ใจแล้วตอบไปซื่อๆ ก็ใช่น่ะสิ มาวินหัวเราะหึๆ ก่อนจะพูดปนไปด้วย จะบ้าเหรอ ผู้ชายดีๆที่ไหนเขาทำกัน สาวน้อยตีหน้างอนแก้มป่องทันที เธอไม่พอใจตัวเองที่หลงเข้าใจอะไรง่ายเกินไป เป็นอันว่า เรื่องใหม่ที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับผู้ชายก็คือ ผู้ชายมักจะใช้รูปประโยคประชดเสียดสีสื่อความกับผู้ห ญิง แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมเขาถึงยืนดูเธอเปล ี่ยนเสื้อผ้าไม่ได้ คงไม่ได้ด่าผมอยู่ในใจหรอกนะ เสียงมาวินท้วงขึ้นมาอย่างขี้เล่น เปล่าหรอก ฉันคิดถึงบ้านน่ะ ฉันบอกคุณไปรึยังว่าดาวที่ฉันจากมามีแต่ผู้หญิง มาวินส่ายหัว ยังเลย ยามฝันนิ่งไปครู่หนึ่ง ที่ดาวของฉันน่ะนะ ไม่มีผู้ชายเลยสักคน ฉันไม่เคยคุยกับผู้ชายด้วยซ้ำ คุณจึงเป็นคนแรก ฉันทั้งตื่นเต้นและสับสน เพราะการกระทำบางอย่างของคุณก็อยู่นอกเหนือความเข้าใ จของฉันจริงๆ มาวินพยักหน้าเออออ อีกอย่าง ฉันยอมรับว่าฉันบ่นคุณจริง นั่นเพราะคุณว่าฉันบ้ามาสองครั้งแล้ว จ้า ขอโทษจ้า มาวินลากเสียงยาว พร้อมกับคิดในใจไปด้วยว่า ดาวบ้าอะไรวะ มีแต่ผู้หญิง เวลาผ่านไปค่อนข้างนาน มาวินใช้เท้าเขี่ย-เขียนบนดินเป็นชื่อแฟนเก่าแก้เซ็ง กระนั้นก็ยังแอบคิดแขวะยามฝันอยู่ด้วยว่า ผู้หญิงมาจากดาวไหนก็เหมือนกัน คือ แต่งตัวช้า มาวินนึกคำถามสนุกๆขึ้นมาได้ ไหนๆ ยามฝันก็อ้างว่ามาจากต่างดาวแล้ว เขาเองก็น่าจะแกล้งหลิ่วตาตาม ทำฟอร์มถามคำถามเพี้ยนๆ เผื่อจะได้คำตอบที่สามารถทำให้มองเห็นภาพสาวๆสวยๆนุ่ งน้อยห่มน้อยเต็มเมืองได้ นี่แค่คิด-จินตนาการยังรู้สึกเหมือนมีน้ำลายไหลออกมาด้วยเลย คุณว่า ที่ดาวของคุณมีแต่ผู้หญิงใช่ไหม มาวินเปิดประโยคร้องถามขึ้น เขารอให้ยามฝันขานรับ เมื่อเธอร้องอืมห์เบาๆ เขาก็จึงพูดต่อ งั้น คุณก็ไม่เคยมีแฟนน่ะสิ อะไรคือแฟน ยามฝันถามกลับมา พอให้คิดหาคำอธิบายถึงคำว่าแฟน มาวินก็คอตกทันที เจอคำถามสะกิดความทรงจำวันวานเข้า ภาพในโหมดแฟนเก่า ก็ทะลักแทรกสัญญาณเข้ามาในหัวกบาลอย่างไม่ยอมแจ้งไว้ ก่อนล่วงหน้า ทำให้เขาต้องขอเปลี่ยนเรื่องพูดไปเลย ช่างเถอะ ว่าแต่ คุณเปลี่ยนชุดเสร็จรึยัง เสร็จแล้ว ปุ้บปั้บ-ยามฝันก็มายืนประชิดอยู่ด้านหลังแบบไม่ทันให้รู้ตัว ทำเอามาวินตกใจผงะหนี แต่พอหันมาเห็นเธอในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ชุดใหม่ เขาก็ยิ้มอย่างชื่นชม เธอใส่แล้วสวย กางเกงยีนส์ใส่แล้วเต็มสัดส่วนสาวชะมัด มัวแต่ยืนยิ้มเผล่ จนเกือบลืมเรื่องสำคัญบางอย่างไป มาวินคิดได้ว่าถ้าพายามฝันไปไหนต่อไหนด้วยกัน เพื่อนของเขาอาจมาเจอเข้าหรือที่แย่ไปกว่านั้นนั่นก็ คือแฟนเก่า พวกนี้ต้องมีคำถามแน่ๆถ้าเกิดได้เจอยามฝันเดินคู่กับ เขา สำหรับเพื่อนพวกมันคงแปลกใจและแอบอิจฉาเท่านั้น แต่สำหรับแฟนเก่า นี่ถือเป็นการเปิดตัวแฟนใหม่ของมาวินและเป็นช่วงเอาค ืนที่สะใจสุดๆ มาวินเริ่มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ คนเรามันก็เหมือนเหล้าในแก้วของคนไทยขี้เมาบางคน ในนั้นมันไม่ได้มีแต่เพียงเหล้าแท้เพียวๆ แต่มันยังมีทั้งโซดาและน้ำแข็ง มาวินก็รู้ตัวดีว่าเขาเองไม่ใช่คนวิเศษวิโสอะไร ดังนั้น ถ้าจะทำเรื่องที่มันรู้สึกไม่ดีบ้าง ย้ำ-เพียงแค่ความรู้สึกเท่านั้น มันก็คงไม่เลวร้ายถึงขั้นจะทำให้ใครเลือดตกยางออกได้ หรอก คิดได้ตามนั้น มาวินก็ตัดสินใจตะล่อมถามความสมัครใจของยามฝันทันที อยากรู้ไหมว่าแฟนคืออะไร อยากรู้สิ ยามฝันตอบ มาวินฟอร์มทำหน้าขึงขัง แล้วจึงพูดต่อ แฟนหมายถึงเพื่อนนะ รู้จักคำว่าเพื่อนไหม ยามฝันพยักหน้า คุณนับผมเป็นเพื่อนรึเปล่า ยามฝันพยักหน้าอีกครั้ง ถ้าอย่างนั้น ผมก็เป็นแฟนคุณ และคุณก็เป็นแฟนผม มาวินโกหกมั่วสงเดช แต่ยามฝันที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรก็เออออไปแบบไม่ร ู้เรื่องรู้ราว งั้นเราก็เป็นแฟนกันน่ะสิ เธอว่า ถูกต้องนะคร้าาาาาาาาาาบ มาวินชี้นิ้ว พร้อมๆกับเลียนเสียงตลกๆ ถ้าใครมาถามคุณ-ยามฝัน คุณก็บอกไปเลยว่าเราเป็นอะไรกัน แต่ฉันยังไม่รู้จักชื่อคุณเลยนะ อ้าว มาวินเลิกคิ้วขึ้น นี่ผมยังไม่ได้บอกหรอกเหรอ อืมห์ ผมชื่อมาวิน ชื่อแปลกจัง รู้มั้ย-ชื่อคุณคำนี้มันพ้องเสียงกับคำ-คำหนึ่งในภาษาของดาวฉัน ยามฝันเคาะนิ้วอยู่ที่ปากอย่างใช้ความคิด รู้สึกมันจะหมายความว่า เห็นแก่ได้ มาวินหน้าจ๋อยไปในทันที ล้อเล่นน่า... ยามฝันทำแก้มป่อง กระนั้น มาวินยังรู้สึกผิดอยู่ จริงที่การโกหกในครั้งนี้อาจไม่ทำให้ใครบาดเจ็บ แต่ มันอาจทำให้ อาคันตุกะผู้น่ารักจากแดนไกลต้องช้ำใจถ้าได้รู้ความจ ริง แต่ก็อย่างว่า-นิสัยของผู้ชาย มาวินเองก็ต้องยอมรับในเรื่องนี้ จะให้เขากลับแล้วคำเล่าความจริง เดี๋ยวเธอก็หมดความเชื่อใจเท่านั้น ทางออกที่ดีคือสงวนท่าทีและใช้คำว่าแฟนในความหมายของ เขากับยามฝันให้น้อยที่สุด นี่ตูทำอะไรลงไปวะ มาวินคิดด่าตัวเองในใจ ๓ เหมือนหัวใจขยายใหญ่ขึ้นจนโตคับแน่นอยู่ในอก แต่แทนที่มาวินจะรู้สึกจุกหรือหนักใจ เจ้าตัวกลับยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก เป็นหนุ่มคนไหน ก็ต้องดีใจจนหน้าบานละว้า มาวินคิด เขาเดินเคียงข้างมากับยามฝันอย่างชิดใกล้ เธอมักหันรีหันขวางมองนู่น-นี่อย่างสนใจ เหมือนจะสงสัยไปเสีpทุกอย่าง เห็นร้านเสื้อก็หยุดยืนดู เห็นดอกไม้ก็ตรงรี่เข้าไปดมกลิ่น แม้แต่ร้านขายลูกชิ้น เธอยังไปยืนพิจารณามันอยู่เป็นนาน ถ้ายามฝันให้ความสำคัญกับมนุษย์รอบๆตัวบ้าง โดยเฉพาะกับพวกผู้ชาย เธออาจจะประหม่าไปเลย เพราะหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งหลาย ต่างมองเธอจนตาเป็นมัน ไม่ต่างไปจากแววตาที่เธอมองเจ้าลูกชิ้นพวกนั้น เดาเอาว่า แม่สาวน้อยคงหิวจัด และกลิ่นหอมของลูกชิ้นปิ้ง มันช่างยั่วยวนจมูกคนทุกเพศทุกวัยไม่เว้นแม่แต่กับคน ต่างโลกต่างดาวอย่างเธอ แต่มาวินมีเหตุผลเมื่อต้องใจร้ายไม่ยอมควักสตางค์มาซ ื้อเลี้ยงให้เธอได้ชิม หนึ่งพันกว่าบาทสำหรับสัปดาห์นี้และสัปดาห์ถัดไป หายไปแล้วหกร้อยจากการซื้อเสื้อยืดกางเกงยีนส์ให้กับ คนแปลกหน้าที่อ้างว่ามาจากต่างดาว แถมอีกเหตุผลหนึ่ง มาวินให้ความเห็นว่า ลูกชิ้นสามสิบบาทไม่อิ่มเท่ากับก๋วยเตี๋ยวในราคาเดีย วกันหนึ่งชาม กระนั้น เขาก็ไม่ปล่อยให้สาวน้อยต้องหิวจนท้องกิ่ว และไม่ลืมทำหน้าที่สุภาพบุรุษที่ดี เขาจึงพายามฝันมาที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ชายสี่ บะหมี่ห้า มาม่าหก เจ้าเดิมเจ้าเก่า เมนูเด็ดของที่นี่มีสารพัด แต่สำหรับมาวิน ไอ้ที่มากินประจำ กินจำเจจนคนขายจำได้ทันทีที่เห็นหน้า และอาจสงสัยว่า ร้านกรูมันอร่อยแค่อย่างเดียวรึไงฟะ นั่นก็คือ เหมือนเดิม เหมือนเดิมในที่นี้ก็คือ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ กินมาสามปีแล้ว ตั้งแต่เข้าเรียนมหาลัยในเมืองหลวงได้ใหม่ๆ เคยมากินกับแฟนเก่าบ่อยครั้ง กินตั้งแต่รักกันใหม่ๆจนเลิกกันไป แต่เหมือนเดิมของมาวินในคืนนี้ จะต้องพิเศษกว่าคืนก่อนๆแน่ ไม่ใช่เพราะมีแฟนเก่ามาเต้นโยกย้ายส่ายสะโพกให้ดู หากแต่มันคือ เมนูเก่า เหมือนเดิม แต่เป็นสองชาม ไม่ใช่ชามเดียวอย่าทุกครั้ง หะแรก มาวินก็ไม่ตั้งใจจะใช้ไฟต์บังคับ บีบให้ยามฝันต้องทานแบบเดียวกันกับเขา แต่พอนึกได้ว่าแม่นี่อ้างว่ามาจากต่างดาว ถ้าเผลอถามไปว่าอยากกินอะไรเข้า น่ากลัวจะได้คำตอบเป็นชื่ออาหารพิลึกกึ้กกึ๋ยซึ่งไม่ มีขายอยู่บนโลกใบนี้ และคนขายก็จะโบ้ยว่าเขาทั้งสองบ้าโฆษณา ของฟรีไม่มีในโลกซะงั้นไป ดนตรีบนโลกไม่เคยหลับไหล คนอารมณ์ดีที่ไหนไม่รู้ได้เคยกล่าวเอาไว้ แต่มันเห็นจะจริงดังคำกล่าวอ้างโดยไม่ต้องพิสูจน์ เพราะมหรสพบนท้องถนนกู่ก้องร้องบรรเลงไม่เคยหยุด ทั้งจากเสียงทุ้มของท่อไอเสีย และเสียงแหลมจากแตรรถ สอดประสานไพเราะ(รึเปล่าไม่รู้นะ)ราวกับเป็นการต้อนร ับสุภาพสตรีจากต่างดาวอย่างเป็นทางการ มาวิน-ในฐานะแขกเจ้าของบ้านและตัวแทนจากดาวโลก เดินถือแก้วน้ำเปล่าใส่น้ำแข็งมาต้อนรับขับสู้ แล้วนั่งลงตรงข้ามกับสาวน้อยจากแดนไกล ดาวดวงนี้เป็นไงบ้าง เขายิ้มแล้วยื่นแก้วน้ำให้ มันดูยุ่งๆดีนะ ยามฝันตอบ ยกแก้วน้ำขึ้นจิบ ที่วิ่งผ่านไปมา นั่นใช่ยานพาหนะรึเปล่า ใช่ เขาเรียกว่ารถยนต์ มาวินชี้รถเก๋งคันงามให้ยามฝันดู พวกเขาจะไปไหนกันเหรอ มาวินหยุดคิดนิดหนึ่ง แล้วจึงตอบไป ไม่รู้สิ แต่ตราบใดที่ยังมีถนน มันก็มีที่ให้ไปเสมอ แล้วถ้าฉันจะไปตามหารักแท้ล่ะ ฉันต้องขึ้นรถยนต์คันไหน มาวินถอนหายใจ เขาจนปัญญา ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี อ้ำอึ้งอยู่เป็นนาน จึงเริ่มแถลงไขตามความรู้สึกของตัวเอง ถ้าคุณจะไปตามหารักแท้ คุณไม่จำเป็นต้องขึ้นรถยนต์ ไม่จำเป็นต้องออกเดินทางไกล รักแท้มันเกิดจากความสัมพันธ์ที่ซื่อสัตย์และยั่งยืน ถ้าคุณต้องการมันจริงๆ คุณเพียงแค่มองหาใครสักคนที่จริงใจและรักคุณ ในขณะเดียวกัน คุณก็ต้องจริงใจและซื่อสัตย์ต่อคนที่คุณรักด้วย เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้รักแท้มาครอบครอง มันง่ายขนาดนี้เชียวเหรอ ยามฝันทำตาโต มาวินส่ายหัวปฏิเสธ แล้วยิ้มให้กับความอ่อนโลกของสาวน้อย ในหนึ่งชีวิตของคนบางคนบนดาวดวงนี้ ไม่เคยได้รู้จักกับรักแท้เลยสักครั้งก็มี พอได้ยินอย่างนั้น ยามฝันก็ไหล่ตก แล้วพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดความหวัง รักแท้มีความสำคัญต่อดาวของฉันมากๆ เผ่าพันธ์ของฉันจะอยู่รอดหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับมัน ฉันต้องการเพียงหนึ่งรักแท้เท่านั้ น ก่อนบทสนทนาจะบานปลายและชวนปวดหัวไปมากกว่านี้ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวก็เดินยกก๋วยเตี๋ยวต้มยำสองชาม เข้ามาขัดจังหวะ ยามฝันมองอาหารที่อยู่ตรงหน้า เธอกำลังจะอ้าปากถามว่ามันคืออะไร มาวินก็ชิงเฉลยขึ้นก่อน นี่คือก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ? ยามฝันทวนประโยคตาม ส่วนนี่คือช้อน มาวินเริ่มแนะนำอุปกรณ์และเครื่องเคียงบนโต็ะอาหารให ้ยามฝันฟังทีละอย่าง นี่เรียกว่าตะเกียบ และนี่-ทีเด็ด เครื่องปรุง ยามฝันจับช้อนกับตะเกียบเก้ๆกังๆ มาวินแนะว่าถ้าถนัดมือข้างไหนก็ใช้มือข้างนั้นจับช้อ นจับตะเกียบ และจับทีละอย่าง ไม่ใช่ถือมันรวมพร้อมกันหมดแบบนั้น เขาแสดงวิธีการใช้ช้อนกับตะเกียบให้เธอดู จนสาวน้อยเริ่มใช้เป็นและเริ่มทำตามได้บ้างแล้ว แล้วเครื่องปรุงล่ะ เอาไว้ใช้ทำอะไร ยามฝันถามอย่างสงสัย พลางเพ็งมองมันอย่างใคร่รู้ เจ้าเครื่องปรุงพวกนี้ จะทำให้รสชาติของอาหารถูกปากตามที่คนกินต้องการ มันมีทั้งพริกป่น-ให้รสเผ็ด น้ำตาล-ให้รสหวาน น้ำปลา-เค็ม ส่วนน้ำส้ม-เปรี้ยว จำเป็นด้วยเหรอที่ต้องใส่ มาวินอดขำสาวน้อยไม่ได้ ดูเธอจะมีคำถาม-ถามไปเรื่อยไม่สิ้นสุด แต่เขาก็ไม่รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด กลับยิ่งชอบใจด้วยซ้ำ เพราะท่าทางขี้สงสัยของเธอมันช่างไร้เดียงสาดีทีเดีย ว แถมน่ารักน่าหยิกอีกต่างหาก มีคนบอกว่า เครื่องปรุงสามารถบ่งบอกความเป็นคุณได้ มันเป็นปรัชญาขั้นพื้นฐานที่เข้าใจง่าย ถ้าคุณกำลังค้นหาตัวตนที่แท้จริงของคุณอยู่ บางที รสชาตินี่แหละจะอธิบายความเป็นคุณได้ชัดเจนระด ับหนึ่ง มาวินบอกให้ยามฝันลองชิมอาหารในชามของเธอ ก่อนที่มันจะเย็นชืด และขึ้นอืดเต็มจานจนหมดอร่อย สาวน้อยตักน้ำซุบใส่ช้อน แล้วค่อยๆซดเข้าไป เป็นไง มาวินเอ่ยถามขึ้น ยามฝันทำหน้าเหยเก คิ้วแทบจะวิ่งชนกันจนผูกติดได้ จี้ดจ้าด? มาวินซัก สาวจากต่างดาวไม่ตอบ แต่ผงกหัวรับ สีหน้ายังฟ้องความรู้สึกอยู่ แซบ ยามฝันผงกรับอีกครั้ง อร่อยมั้ย มาวินออกอาการลุ้นใจเต้น อร่อยมากๆเลย ยามฝันตอบ ทั้งสองหัวเราะร่วนออกมาพร้อมกัน มาวินหันมาจัดการกับก๋วยเตี๋ยวในชามของตัวเองบ้าง เขาลงมือปรุงแต่งรสชาติก่อน ตักนู่นนิด ผสมนี่หน่อย เสร็จแล้วก็ขอให้ยามฝันช่วยชิม เป็นไงบ้างครับ ยามฝันยิ้มหวาน แล้วตอบว่า อร่อยมาก อร่อยกว่าของฉันที่ยังไม่ปรุงเสียอีก เธอเลื่อนชามของตัวเองให้มาวินช่วยปรุงให้บ้าง ยามฝันบอกว่าขอรสเดียวกันกับเขา มันไม่จืดไปหน่อยเหรอครับ มาวินถามอย่างกลัวเธอจะติเอา ยามฝันส่ายหน้า มันอร่อยกำลังพอดีเลย มาวินจึงลงมือแสดงวิทยายุทธการปรุงแบบมืออาชีพให้เธอ ได้ชมกันสดๆ ระหว่างนั้นยามฝันลอบมองเขาอย่างสนใจ เธอรู้สึกอุ่นใจ และดีใจเป็นพิเศษที่ได้มาพบกับชายหนุ่มคนนี้ เขาใจดี-ดูอบอุ่น และเธอก็คิดว่าเขาต้องช่วยเธอตามหารักแท้จนเจอแน่ๆ แม้จะยังไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากเขาก็ตาม คุณบอกว่า การปรุงจะบ่งบอกตัวตนของเรา ยามฝันยกมือขึ้นเท้าคาง แล้วมองดูมาวินเติมเครื่องปรุงอย่างเพลินตา ช่าย ผมคิดว่างั้นนะ มาวินตอบ ฉันชิมก๋วยเตี๋ยวจากชามของคุณแล้ว แล้วไงครับ รสชาติมันบอกว่าคุณใจดี ยามฝันยิ้ม มันบอกอีกว่า คุณเป็นคนอบอุ่นและใจกว้าง มาวินยิ้มหน้าแป้น คุณเองก็ชอบรสแบบเดียวกันกับผมนี่ งั้นเราก็มีนิสัยเหมือนกัน ใจตรงกัน ยามฝันสรุปเอาง่ายๆ ทั้งสองสบตากันอย่างไม่ตั้งใจ ทว่า มาวินกลับหลบสายตาเธอก่อน เพราะกลัวความเศร้าจะแสดงออกในแววตาของตน ยามฝันนั้นสวยงามและอ่อนต่อโลกนัก เธอเข้าใจอะไรๆแค่ผิวเผิน-มองโลกง่ายๆ แต่ความจริง ทุกอย่างมันมีนัยยะที่ลึกซึ้ง อย่างเช่นคำว่า ใจตรงกัน มันไม่สามารถอธิบายด้วยรสชา ติของก๋วยเตี๋ยวต้มยำได้ เพราะว่าครั้งหนึ่ง เขาจำได้ว่า แฟนเก่าที่เลิกกันไป แม้เธอเองจะชอบรสอันถูกปากเช่นเดียวกันกับเขา แต่สุดท้าย ความรักก็ไม่ได้จบลงที่คำว่า ใจตรงกัน . แก้ไขโดย แดง หัวโต : 28 Sep 2006 เวลา 20:58. เหตุผล: รวมโพสอัตโนมัติ |
|
| | #2 (permalink) |
| Guest โพส: n/a | ตอนที่ 3 ...ห้องเหงากับคนหมายเลขสิบสาม ๔ ห้องเหงากับคนหมายเลขสิบสาม เอาไปเล่าให้ใครฟังก็คงจะไม่ค่อยมีคนอยากเชื่อสักเท่ าไร ว่าคนเกิดวันที่สิบสาม เป็นคนรักมั่นรักจริง ทำไมอย่างนั้นน่ะเหรอ ถ้าให้นึกถึงอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเลขสิบสาม แน่นอน-ส่วนมากที่จะคิดถึงกันเป็นอันดับแรกเลยก็คือ ศุกร์สิบสาม ตามมาด้วยอาถรรพ์ชั้นสิบสาม และอาจจะเป็นผีสิบสามตนตามลำดับ เพราะเหตุนี้ ความหมายของเลขสิบสาม จึงวนเวียนอยู่แต่กับความชั่วร้าย ความตาย ปีศาจ แต่ใครจะรู้บ้างว่า ซาตานเองก็มีหัวใจ แถมยังรักจริงอีกต่างหาก แล้วคนเกิดวันที่สิบสาม เป็นคนแบบไหน คนเกิดวันนี้ นับเอาน้ำใจไมตรีมีค่าสูงสุด เป็นคนอดทนได้ที่จะรอผลอันยาวนาน ถ้าคนเกิดวันนี้ได้รักใครเข้าสักคน ก็จะรักสุดใจและรักอยู่อย่างนั้นไปจนชั่วชีวิต มาวินเป็นคนแบบนี้แหละ เป็นคนเกิดวันที่สิบสาม ถึงจะออกตัวยอมรับอย่างนั้น แต่เรื่องของคนเกิดวันนี้จะสามารถเชื่อได้สักกี่น้ำ ถ้ามันเป็นแค่ดวงวันเกิดที่มาวินบังเอิญไปอ่านเจอมาจ ากหนังสือซุบซิบดารา ข้อนี้ไม่ต้องกังวล มาวินได้พิสูจน์มาแล้ว ตั้งแต่เลิกกับแฟนเก่า หนุ่มรักคุดคนนี้ก็ไม่เคยลืมเธอ-คนที่ทิ้งเขาไปได้เลย ทุกวัน-เวลาถูกจัดสรรปันส่วนแยกย่อยเป็นชั่วโมง เป็นนาที เป็นวินาทีสำหรับการคิดถึงและตรอมใจโดยเฉพาะ เพื่อนๆ และคนรู้จักต่างก็แนะนำให้เขา เปิดใจ มองคนใหม่ๆและให้โอกาสกับตัวเองบ้าง แต่ด้วยเพียงกฎข้อเดียวเท่านั้น ที่ได้ขังมาวินให้จมอยู่ในห้องแห่งการทำใจ และลงกลอนแน่นหนาเอาไว้ กันไม่ให้เขาหนีออกจากประตูหัวใจของตัวเอง และกฎนั่นมีอยู่ว่า สิ่งที่ดีกับเราที่สุด ไม่สามารถแทนที่สิ่งที่เรารักที่สุดได้ มาวินคิดทบทวนเรื่องนี้ตั้งแต่อิ่มก๋วยเตี๋ยวใหม่ๆ ตอนขึ้นรถเมล์ก็คิด และคิดมาจนกระทั่งถึงหน้าห้องพักของตัวเอง เขาลองใช้ยามฝันแทนคำว่าแฟนเก่าลงไปในสมการอดีตความร ักของตน ลองนึกสมมติให้ยามฝันไปอยู่ข้างๆเขาในทุกๆที่ที่เคยไ ปกับคนรักเก่า ไม่ว่าจะเป็นดูดาวบนเชิงเขา กินก๋วยเตี๋ยวต้มยำด้วยกัน หรือแม้แต่กระทั่งในห้องพักของเขาเอง และสิ่งที่ได้จากการคิดแบบนี้ นอกเหนือจากความรู้สึกแย่ๆแล้วนั่นก็คือ เขารู้ว่าใจตนยังไม่พร้อมจะรักใคร แม้ว่าเธอคนนั้นจะดีที่สุด อ่อนหวานที่สุด หรือน่ารักที่สุดเหมือนยามฝันก็ตาม เป็นอะไรเหรอ เสียงหวานๆ ของยามฝันดังขึ้น ในขณะที่มาวินกำลังไขกุญแจห้อง โดยที่ใจเขาไม่ได้จดจ่ออยู่กับมัน อ๋อ เปล่าหรอก มาวินหันมายิ้มให้ แล้วบิดกลอนประตูเข้าไป หลังจากใช้เวลาไขอยู่เป็นนาน ฉันเห็นมาวินนิ่งไป ก็เลยคิดว่า คิดว่าอะไรเหรอครับ สาวน้อยหลบตาเขา แล้วก้มมองมือตัวเองที่ประสานกันแน่นอย่างหวั่นใจ คิดว่าคุณจะรังเกียจที่ฉันมายุ่มย่าม และทำให้คุณลำบากใจ มาวินรีบโบกมือไปมาปฏิเสธเป็นพัลวัน ไม่ครับ ไม่ลำบากใจเลย ผมยินดีช่วยอย่างเต็มที่นะ จริงเหรอคะ ยามฝันทำตาโตเอียงคอถาม จริงครับ เชื่อใจผมเถอะ มาวินยกนิ้วโป้งรับประกันอย่างมั่นใจ ก่อนจะพายามฝันเข้ามาทัศนาจรในห้องพักของตน ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออก ยามฝันก็รับรู้ได้ในทันทีว่า ห้องขนาดหกคนก้าวคูณห้าคนเดินห้องนี้ มีความหงอยเหงาหลบซ่อนอยู่มากแค่ไหน ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ถูกละเลยการปัดกวาดเช็ดถูมานาน กระนั้น แม้อะไรๆมันจะดูวุ่นวายไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยเท่าไ ร แต่ในความไร้ระเบียบนั้นดูราวกับจะมีเหตุผลที่ทำให้ม ันเป็นไป เสมือนเจ้าของห้องจงใจจัดวางมันไว้เอง อาจเพราะเป็นสไตล์ห้องแบบที่เขาชื่นชอบ หรือเพราะอิทธิพลของคนอยู่อาศัยครอบคลุมบรรยากาศภายใ นห้อง จึงทำให้ห้องสี่เหลี่ยมห้องนี้ขังความเศร้าและความเห งาระคนกันไป มันรกหน่อยนะครับ แต่เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมจะจัดการมันเอง มาวินหยิบเบาะรองนั่งสองอัน เอามาตีๆใส่กันจนฝุ่นฟุ้งกระจาย แล้ววางมันลงบนเก้าอี้ให้ยามฝันนั่ง สาวน้อยยังคงมองภายในห้องของเขาอย่างสำรวจอยู่เช่นเด ิม มาวินรู้ดีว่าเธอคงจะมีคำถามเต็มสมองแน่ ด้วยเพราะกลัวยามฝันจะเหนื่อยจากการเดินทางและสับสนก ับโลกต่างบ้าน เขาจึงแนะขึ้นอย่างห่วงใย ผมจะอธิบายให้คุณฟังว่าของแต่ละอย่างในห้องนี้ใช้ทำ อะไร แต่คุณต้องอาบน้ำและพักผ่อนก่อนนะ ยามฝันเบะปากพยักหน้าตกลง แค่การอาบน้ำ ใครจะไปเคยคิดว่ามันจะสลับซับซ้อนต่อการอธิบายขนาดนี ้ ทั้งที่จริงๆแล้ว ประเด็นของมันก็เพียงการใช้น้ำชำระล้างร่างกาย แต่เอาเข้าจริงๆ แค่ตัวมอมๆกับน้ำสะอาดก็ยังตีความหมายของการอาบน้ำไม ่กระจ่างพอ สบู่ ยาสระผม แปรงสีฝัน อ่างล้างหน้า กระจก ฝักบัว จนกระทั่งชักโครก มาวินไม่เคยคิดเลยว่าชาตินี้จะต้องอธิบายเรื่องพวกนี ้ให้ใครฟัง ถ้าคนอยากรู้ไม่ได้มาจากต่างดาวก็คงเป็นคนบ้าหรือไม่ ก็โง่ที่สุด ถึงได้สงสัยอะไรแบบนี้ นอกจากจะต้องอธิบายวิธีการอาบน้ำอย่างยืดยาวแล้ว มาวินยังต้องคอยย้ำยามฝันอีกว่า หลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอต้องนุ่งผ้าขนหนูให้มิดชิดเสียก่อนแล้วจึงค่อยออก จากห้องน้ำ ส่วนจะเอาใจใส่รับฟังรึเปล่า ก็เห็นได้จากตอนที่เธอเดินตัวเปล่าออกมาจากห้องน้ำอย ่างไม่สนใจอะไรนั่นแหละ มาวินแทบเลือดกำเดากระฉูด ผู้ชายอย่างมาวินก็มีจริตเหมือนกัน ถึงแม้จะอยากดูของในล่มผ้าสาวสวยแทบตาย แต่ความเป็นสุภาพบุรุษก็จะคอยปรามเขาเอาไว้ ให้อยู่ในกรอบของลูกผู้ชายที่ดี ทำไมไม่นุ่งผ้าขนหนูออกมาเล่า มาวินร้องขึ้นอย่างหัวเสีย ก็ที่ดาวของฉัน คนที่นั่นเขาไม่อายกันนี่ ยามฝันตัดพ้อกลับมา แต่ที่ดาวโลกของผม คนที่มองผู้หญิงแก้ผ้าถือเป็นคนไม่ดีแบบหนึ่ง ยามฝันตีหน้างอน แล้วคว้าเอาผ้าขนหนูมานุ่งอย่างน้อยใจ คนไม่ดีไม่ใช่คนเลวหรอกหรือ คนไม่ดีไม่ใช่คนที่ทำลายความรักหรือไร ถ้าคนไม่ดีของคุณหมายถึงคนแก้ผ้าแล้ว งั้น-เพียงแค่คนนุ่งผ้าคุณก็นับเขาเป็นคนดีแล้วรึไง โธ่ แม่คุณ ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย มาวินคิดในใจ พลางยกมือบีบขมับอย่างระอา ทางฝ่ายยามฝันเองก็อารมณ์บูดไม่แพ้กัน สังเกตได้จากอาการชักสีหน้างอนทำแก้มป่องของเธอ ทั้งคู่ต่างแสดงอาการกระเง้ากระงอดต่อกัน โดยส่งความรู้สึกผ่านความเงียบโยนใส่กันไปมา มาวินนั้นไม่ค่อยกระไรนัก เขาอยากง้อยามฝันให้หายโกรธเสียด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ขนาดง้อคนบนดาวเดียวกันก็ยังไม่สู้จะได้ผล แล้วนี่ยิ่งเป็นมนุษย์ต่างดาวเข้าไปอีก เขาก็แทบหมดปัญญาจะหาลูกไม้ไหนมาใช้สะกดใจอีกฝ่ายให้ หายขุ่นเคืองกันได้ มาวินคิดออกได้เรื่องหนึ่ง เขานึกไตร่ตรองก่อน ในที่สุดจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปหยิบของบางอย่างในซองขน าดใหญ่ลงมาจากหลังตู้ เขารูดซิบเปิดซองประคองของที่อยู่ในนั้นออกมา แล้วจึงเป่าลมไล่ฝุ่น ก่อนจะจับมันมาตั้งเทียบสายอย่างชำนิชำนาญ ครั้งหนึ่ง ผมเคยสัญญากับตัวเองว่า จะไม่ยอมเล่นให้ผู้หญิงคนไหนฟังอีก ทีแรกยามฝันก็ทำทีเป็นไม่สนใจ แต่พอมาวินควบคุมเจ้าสิ่งนั้นให้เกิดเสียงบรรเลงขึ้น ได้ เจ้าหญิงแสนงอนก็ต้องทึ่งอย่างอัศจรรย์ใจ จนต้องจ้องมันด้วยความใคร่รู้ เจ้านี่คือกีตาร์ มาวินยิ้มไปพูดไปอย่างอารมณ์ดี ส่วนยามฝันก็ถึงกับเคลิ้มไป จนเผลอหลุดปากเอ่ยชมอย่างไม่ตั้งใจ เสียงของมัน ไพเราะมาก แต่ทำไมมันเศร้าจัง อย่างน้อยมันก็ทำให้ยามฝันพูด ทำให้ยามฝันหายโกรธ แม้น้ำเสียงของกีตาร์จะฉายความเศร้าปนความอ้างว้างออ กมา และเขาอาจช้ำใจที่ได้ยินเพลงบางเพลงทิ่มแทงโดนใจ แต่อะไรที่ทำให้คนที่เขาแคร์หายเคือง เขายอมทำมัน นานกว่าชั่วโมง มาวินสรรหาเพลงต่างๆมาเล่นให้ยามฝันฟัง เศร้าบ้างหวานบ้างคละกันไป แต่ยอมรับเลยว่า ไม่เคยมีใครเคยตั้งใจฟังเขาขนาดนี้ ต่างคนก็ต่างคิด ยามฝันเองก็หาคำตอบให้ตัวเองได้ข้อหนึ่งเช่นกัน เธอเข้าใจแล้วว่า ทำไมห้องนี้ถึงเปี่ยมไปด้วยความเหงา และเสียงกีตาร์ของมาวินนั่นแหละ-คือคำตอบนั้น มันคร่ำครวญเหมือนรอใครบางคน เสียงมันฟังเหมือนจะขาดใจ เธออาจไม่รู้สาเหตุ แต่ในฐานะ แฟน ตามความหมายของมาวิน เธอสงสารเขาอย่างจับใจ ดึกเกือบเที่ยงคืน สาวน้อยจึงอ่อนแรงและผล็อยหลับลงไป มาวินเองก็อ่อนล้า เขาค่อยๆทิ้งหัวลงหมอน และหลับไปพร้อมๆกับคำอธิษฐานขอให้ตนและยามฝัน หลับฝั นดี ๕ ดาวสีชมพู คงต้องหมดดินสอไม่รู้ไปกี่หน่วยล้านแท่ง ถ้าจะลองลากเส้นตรงจากดาวโลกไปถึงดาวดวงสีชมพูที่ยาม ฝันจากมา ว่ากันว่า ดาวสีหวานแหววดวงนี้ ดาวที่มีต้นไม้-ใบหญ้าและก้อนเมฆเป็นสีชมพูเหมือนถูกป้ายด้วยพู่กัน อยู่ไกล ณ.เกือบขอบสุดของจักรวาล แต่ไม่ใช่แค่ไกลธรรมดา มันไกลโข อาจไกลพอๆกับเส้นทางค้นหาปริศนาในใจของหญิงสาวเลยก็เ ป็นได้ ดินแดนแห่งนี้เสมือนต้องคำสาป เพราะนอกจากจะอยู่ไกลลิบจนจินตนาการไม่ออกแล้ว ประชากรบนดาวก็ยังเป็นผู้หญิงล้วนเสียอีก และทุกครั้งที่มีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือต่อเ วทีประชุมสภาแห่งจักรวาล ก็มักมีคำถามจากคนกักขฬะขึ้นมาเย้ยหยันอยู่เสมอ เป็นต้นว่า ทำไมมีแต่ผู้หญิง และ จะผลิตประชากรกันอย่างไร ถ้าคนบนดาวสีชมพูเกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ พวกเธอคงจะเอามันเสียบกะโหลกกลวงๆที่มีแต่น้ำโง่ไม่ม ีน้ำดีของคนถาม แล้วตะคอกผ่านรูไม้ไผ่เข้าไปว่า ฉันบอกคุณเป็นครั้งที่หนึ่งล้านแล้วมั้ง จริงๆแล้ว มันเป็นครั้งที่สองล้านสามแสนห้าหมื่นหกพันครั้งต่าง หาก หากเพียงประธานสภาแห่งจักรวาลสนใจรับฟังปัญหาอย่างแท ้จริง แล้วนำมันไปขบคิดแก้ไข บางที-ดาวแห่งผู้หญิงดวงนี้ก็อาจรอดพ้นจากวิกฤติและสามารถผ ลิตประชากรเองได้ แต่การกลับไม่เป็นไปตามนั้น สารจากดาวสีชมพูฉบับแล้วฉบับเล่า ส่งตรงถึงประธานสภาแห่งจักรวาลจนกองเป็นภูเขาเลากา แต่ก็หาได้มีคนสนใจ หลักฐานเอกสารมหึมากองนี้ มันแสดงและยืนยันได้อย่างชัดแจ้งถึงสัจธรรมที่แท้จริ งอย่างหนึ่งว่า ผู้ชายไม่เคยสนใจรับฟังปัญหาของผู้หญิงเลย เรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลัง รู้ๆกันอยู่ว่าใครเป็นผู้บงการ ก็จะใครเสียอีกเล่าถ้าไม่ใช่คนบนดาวสีดำ-อริศัตรูแห่งดาวสีชมพู ด้วยอำนาจบาตรใหญ่ของผู้นำบนดาวดวงนั้น ผนวกเข้ากับกองทัพที่เก่งกาจในเรื่องการรบตบศึก และแผ่นดินซึ่งร่ำรวยทรัพยากรธรรมชาติอย่างมหาศาล จึงทำให้ดาวดินดำสีมฤตยูดวงนี้เป็นที่ครั่นคร้ามเกรง กลัวต่อดาวเล็กดาวน้อยดวงอื่นๆ ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งสภาแห่งจักรวาล แต่เพราะเป็นดาวที่ไม่รู้จักเพียงพอ ชอบก่อสงครามเพื่อแย่งชิงดาวเพื่อนร่วมจักรวาลไปเป็น เมืองขึ้น และยังแถมเป็นดาวแห่งวิปริตกามตัณหาโดยแท้ อนิจจา โรคร้ายจึงเกิดระบาดไปทั่วทั้งดาว ถ้าจะเรียกสถานการณ์นี้ว่า กรรมตามทัน ก็คงไม่ผิดนัก น่าแปลกที่เชื้อไวรัสกลับแพร่กระจายในมวลหมู่อิสตรีเ พศ ไม่เผื่อแผ่มายังเผ่าพันธุ์เพศตรงข้าม บ้างก็ว่าผู้หญิงบนดาวดวงสีดำไม่มีฮอร์โมนต่อต้าน บ้างก็ว่าไวรัสมันไม่พิศวาสผู้ชาย ทว่าความจริงก็ยังมิเคยปรากฏแน่ชัด หรือแม้แต่สถาปนิกผู้สร้างจักรวาล ก็คงไม่อาจล่วงรู้และหาคำตอบให้ตัวเองได้เช่นกัน ว่าทำไมโรคร้ายมันถึงลำเอียงเช่นนี้ ผู้เหลือรอดส่วนใหญ่ซึ่งเป็นเพศบุรุษ ต่างเริ่มมองหาหนทางแก้ไขและวางแผนการรับมือกับปัญหา ก่อนจะสายจนถึงกาลวิบัติ แน่นอน เป้าหมายเดียวที่จะทำให้เผ่าพันธุ์ของตนอยู่รอดนั่นค ือ การสืบพันธุ์ แต่ใครล่ะจะยอมโชคร้ายมาตกเป็นเหยื่อคนใจดำบนดาวดวงน ี้ นักวิชาการลูกอีช่างเอาแต่ใจตัวเอง เสนอให้มีการสำรวจจักรวาล เพื่อค้นหาดาวสักดวงที่มีประชากรหญิงอาศัยอยู่ ด้วยจุดประสงค์หลักเพียงจุดประสงค์เดียวคือการสืบพั นธุ์ ดูท่าคนบนดาวมักมากในกามดวงนี้จะขะมักเขม้นตั้งอกตั้ งใจง่วนอยู่กับงานเพี้ยนๆกันเป็นพิเศษ - มหาเศรษฐีเสนอเงินก้อนโตทุ่มไม่อั้นให้กับเมกะโปรเจค ท์นี้ - กลาโหมสั่งฝึกทหารอย่างหนักเพื่อเตรียมรับมือกับปฏิบ ัติการสืบพันธุ์ครั้งใหญ่ - วิศวกรและนักประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์ค้นหาตำแหน่งดาวที ่มีหญิงสาวอาศัยอยู่ - นักวิทยาศาสตร์ ระดมสมองวิจัยเรื่องการสืบพันธุ์ข้ามสายพันธุ์กรณีที ่ไม่สามารถหามนุษย์ผู้หญิงได้ แม้จะเหนื่อย แต่ทุกคนก็ต่างยิ้ม แล้วก็ยิ้มอย่ามีเลศนัยด้วย เพียงไม่ทันชั่วข้ามคืน หลังจากติดตั้งอุปกรณ์สำรวจสตรีแห่งจักรวาลเสร็จสิ้น ลง สัญญาณเตือนระบุการค้นพบเหยื่อ ก็ดังสนั่นไปทั่วทั้งดาว โชคดีของสาวๆบนดาวโลก ที่อุปกรณ์ทะลึ่งนี้ยังไม่สามารถทำงานในย่านการค้นหา ละเอียดได้ มันจึงสำรวจข้ามดาวสีน้ำเงินดวงนี้ไปอย่างฉิวเฉียด แต่โชคร้ายกลับเป็นของดาวดวงหนึ่ง ณ.ตำแหน่งเกือบขอบสุดของจักรวาลแทน ทำให้ดาวสีชมพูดวงนั้น ต้องมาผจญกรรมที่ตนไม่ได้ก่อไว้ ผู้หลักผู้ใหญ่และนักการเมืองบนดาวสีดำร่วมหารือกันอ ย่างเร่งด่วน เพื่อตัดสินใจอนาคตของดาวสีชมพู ทั้งๆที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์แม้แต่น้อย พวกเขาตัดสินใจใช้แผนโบราณ-ยุทธการเก่า เดาเอาว่ามันคงเป็นวิธีเดียวที่อุตสาห์คิดกันได้ เพราะว่านี่คือวิธีที่คนบนดาวใจทมิฬหินชาติดวงนี้ช่ำ ชองและชำนาญการ นั่นคือ การแย่งชิง วิถีแห่งการรบฆ่าประหัดประหาร ในที่สุด แผนการก็ถูกกำหนดจนเป็นรูปธรรมขึ้น แถลงการณ์เรื่องปฏิบัติการฮุบดาวสีชมพูถูกแจกจ่ายให้ ทหารทุกคนรับทราบ ภารกิจถูกกำหนดเป็นขั้นเป็นตอน มีการซักซ้อมความเข้าใจกันอย่างตั้งใจ เริ่มจากการยกพลขึ้นบกในขั้นแรก ฆ่ามนุษย์ผู้ชายบนดาวสีชมพูให้มากที่สุดในขั้นสอง และชิงตัวผู้หญิงกลับมายังดาวของตนในขั้นสุดท้าย แล้ววันดีเดย์ก็มาถึง เวลาได้ฤกษ์พร้อม กองทัพจากดาวดำนิลกาลก็ทำการเข้าจู่โจมทันที ว่ากันว่า พืชพันธุ์ใบสีชมพูบนดาวผู้ตกเป็นเหยื่อ ถูกย้อมด้วยโลหิตของมหาบุรษผู้พลีกายและใจจากรักแท้ เพื่อปกป้องหญิงอันเป็นที่รักแห่งดาวตน จนชะโลมเป็นดาวแดงไปทั่วทั้งปฐพี แต่ก็ด้วยน้ำตาจากอิสตรี น้ำตาไว้อาลัยแด่ผู้ชายดีๆที่สูญไปจากดาวของตน ที่ได้ช่วยชำระล้างคราบเลือดของยอดชายพวกนั้น ให้สีมันอ่อนแดงลงจนจำนรรจ์กลับมาเป็นดาวสีชมพูตามเด ิมได้ในกาลอันยาวนานต่อมา การศึกครั้งนี้ ถือว่าดาวสีดำกระทำการได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ยิ่ง พวกเขาโห่ร้องตีอกชกลมให้กับชัยชนะ ในขณะที่คนบนดาวสีชมพูต้องร้องไห้แทบขาดใจ น่าแปลกที่สงครามครั้งนี้ราบรื่นปกติดีสำหรับดาวสีดำ เมื่อไม่มีพันธมิตรของดาวสีชมพูเข้าร่วมทำการต่อต้าน ขัดขวาง ไม่ว่าพวกเขาอาจจะเกรงศักยภาพการรบของดาวดำ หรืออาจถูกซื้อด้วยแร่ธาตุมีค่ามากอนันต์ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าเจ็บใจ และสร้างความส่งสารให้เกิดกับดาวสีชมพูนั่นก็คือ เธอได้ถูกเพื่อนๆร่วมจักรวาลหักหลังเสียแล้ว ด้วยเหตุนี้ สารร้องขอความเป็นธรรมฉบับแรกจึงถูกเขียนถึงประธานสภ าแห่งจักรวาล เพื่อให้ดำเนินการลงโทษต่อดาวสีดำ และถ้าคนโง่เขลาเบาปัญญาผู้กินตำแหน่งฟรีๆคนนี้ เคยเปิดอ่านเอกสารจากดาวสีชมพูบ้าง เขาก็คงไม่ต้องมาตั้งคำถามว่าทำไมดาวสีบานเย็นดวงนี้ ถึงมีแต่ผู้หญิง และบางที เอกสารร้องเรียนตั้งสองล้านสามแสนห้าหมื่นห กพันฉบับก็คงไม่ถูกส่งมากองพะเนินจนน่าเวทนาลูกตาอย่ างนี้หรอก มาจะกล่าวบทไปถึงการผลิตประชากรบนดาวสีชมพูกันบ้าง หลังจากสงครามมหาอุบาทว์ถึงคราวยุติลง ดาวสีแดงแต้มขาวก็ตกเป็นเมืองขึ้นของดาวสีดำอย่างไม่ มีกำหนดเงื่อนไข สมดุลที่เสียไปจากโรคร้ายซึ่งได้คร่าชีวิตผู้หญิงบนด าวสีดำ ถูกทำให้กลับสู่สภาพเดิม และเติมเต็มด้วยผู้หญิงจากดาวสีชมพูแทน ทีแรก ได้มีการขนถ่ายผู้หญิงจากดาวผู้แพ้สงครามมายังดาวใจด ำ แต่โรคร้ายก็ยังสามารถแพร่กระจายสู่เชลยศึกสาวจากต่า งดาวได้อยู่ดี เมื่อหมดหนทางและเหลือทางออกเพียงทางเดียว ผู้นำบนดาวดินดำจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ตนไม่ถนัดที่ส ุด นั่นคือ การเจรจา การสืบพันธุ์ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์นั้นเป็นสิ่งที่ส ามารถเกิดขึ้นได้ เรื่องนี้ใครๆก็รู้ แต่การจะรักษาชีวิตของสตรีเพศแม่ ให้ออกลูกออกหลานบนดาวสีดำได้นั้น กลับถูกจำกัดและขีดทิ้งด้วยน้ำมือของโรคระบาด ครั้นจะยกพลพากันอพยพไปอาศัยบนดาวสีชมพูทั้งหมด ก็ดันมานึกเสียดายแร่ธาตุบนดาวตัวเองอีกซะนี่ สุดท้าย เมื่อทุกฝ่ายทุกกระทรวงเห็นพ้องต้องกัน ผู้นำบนดาวสีดำจึงตกลงให้ทำการสืบพันธุ์ด้วยวิธีทางว ิทยาศาสตร์ ณ.ดาวสีชมพูแทน โดยใช้วิธีการผสมเทียม เก็บเด็กไว้ในกระเปราะแก้วจนครบเก้าเดือน จากนั้นจึงพาเด็กเพศชายกลับมายังดาวของตน ส่วนเด็กเพศหญิงก็ถูกทิ้งขว้างอย่างไม่สนใจ แต่ผู้หญิงบนดาวสีชมพูก็ใจเด็ดเกินกว่าที่คาดไว้ พวกเธอไม่ขอเจรจาใดๆทั้งสิ้น ซ้ำยังขู่อีกว่า จะฆ่าตัวตายกันให้หมดทั้งดาวนี่แหละ นัยว่าถ้าพวกเธอตายกันหมด พวกผู้ชายบนดาวดำจะไปสืบพันธ์กับใคร ชะรอยจะสืบพันธ์ กันเอง แบบนี้น่ากลัวจะกลายจากดาวสีดำเป็นดาวสีม่วงแทน เจอไม้นี้เข้าไป พวกดาวดำก็หนาวๆร้อนๆขึ้นมาทันที แต่คนบนดาวดวงนี้เจ้าเล่ห์แถมจิตวิทยาสูง มีรึจะยอมจนมุมง่ายๆ พวกเขาตอกกลับไปด้วยคำขู่น่ากลัว แม้ไม่รู้ว่ายังมีดาวดวงอื่นที่มีประชากรหญิงหลงเหลื ออยู่ในจักรวาล แต่คำประกาศเด่นชัดจากผู้นำดาวดำ ว่าจะเสาะหาและทำลายดาวเล็กดาวน้อยไปเรื่อยๆจนกว่าจะ พบดาวแห่งอิสตรีเข้าสักดวง ก็ทำให้ผู้หญิงบนดาวดวงนี้ต้องตระหนักและยอมรับกับกา รเสียสละอย่างเลี่ยงไม่ได้ และนับต่อแต่นั้นเป็นต้นมา ดาวสีบานเย็นจึงหลงเหลือแต่เพียงหญิงสาว และดาวสีดำก็มีแต่ผู้ชาย แบ่งพวกแบ่งเพศกันอย่างชัดเจน เมื่อถูกดาวดำเข้าปกครอง สาวๆบนดาวสีหวานแหววก็ถูกโขกสับ-เอารัดเอาเปรียบสารพัด พวกผู้ชายเล่นออกกฎเพื่อควบคุมพวกเธอโดยเฉพาะ เช่น ไม่สนับสนุนการศึกษาไม่ว่าแขนงวิชาใดๆ บังคับให้พวกเธอทานอาหารน้อยๆเพื่อจะได้หุ่นสะโอดสะอ ง กระทั่งงบประมาณเรื่องเครื่องแต่งกายก็จำกัดจำเขี่ยจ นสาวๆต้องนุ่งน้อยห่มน้อยอย่างไม่สมัครใจ(จริงๆนะเนี ่ย) ใครจะมาสงสารพวกเธอเท่ากับตัวเธอเอง พันธะมิตรจากดาวดวงอื่นน่ะเหรอ เลิกพูดถึงไปได้เลย พวกนี้แค่เพื่อนกินเท่านั้น คงไม่มีใครช่วยพวกเธอได้อีกแล้ว คำอ้อนวอนและร้องขอความช่วยเหลือก็เป็นแค่เพียงลมปาก ซึ่งสะท้อนกลับมาด้วยความว่างเปล่าเท่านั้น ที่พวกเธอต้องทำคือก้มหน้ายอมรับชะตาและแอบอธิฏฐานหว ังลึกๆให้เกิดปาฏิหารย์ แม้จะรู้ว่ามันแทบไม่มีอยู่จริงก็ตาม แต่อย่าลืมว่า กระทั่งหนุ่มรักคุดจอมอกหักแห่งดาวสีน้ำเงิน ก็ยังเคยแจ็คพอตแตก ได้รับผลจากคำขอมาอย่างเหลือเชื่อแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าคิดเอาซะว่า คำอธิฏฐานให้เป็นผลนี้ เกิดจากจำนวนครั้งของการอ้อนวอนจนถึงกำหนดลิมิต กระทั่ง ผู้ชายจากดาวโลกเพียงคนเดียวก็ยังสามารถภาวนา ดลให้ผลบังเกิดขึ้นได้ ดังนั้น นับประสาอะไรกับผู้หญิงทั้งดาวที่ต่างตั้งจิตปรารถนา จนนับจำนวนคำขอกันไม่หวาดไม่ไหว จะสร้างปาฏิหารย์ที่เป็นเรื่องโม้สุดๆ ให้กลายเป็นจริงบ้างไม่ได้เล่า สมัยยายของยามฝันยังเป็นสาววัยขบเผาะ ในคืนที่มีฝนตกหนักเหมือนใครบนฟ้าลืมปิดก๊อกน้ำเอาไว ้ ขณะที่บรรดาสาวๆ ถูกบังคับให้ดูมิวสิควิดีโอติ้งต๊อง โดยคนบนดาวดำเป็นผู้ผลิตรายการเพื่อใช้มันทำลายมันสม องของพวกเธอ จู่ๆ เครื่องรับภาพก็ถูกแทรกซ้อนด้วยสัญญาณประหลาดที่ทำให ้สาวๆ งงเป็นไก่ตาแตกว่า มันคืออะไร ในคืนนั้น สาวมือไวคนหนึ่งสามารถทำการบันทึกภาพวิดีโอเอาไว้ได้ และยังบันทึกภาพเหล่านั้นอีกเป็นเวลาร่วมเดือน สาเหตุที่ทำให้สัญญาณภาพซ้อนปรากฏ มันน่าจะมาจากรังสีประหลาดซึ่งทอดผ่านดาวสีชมพูหลังจ ากฝนตกหนักในคืนนั้น คำว่า ผู้หญิงเก่ง เห็นจะจริงก็คราวนี้ เมื่อพวกเธอต่างตั้งวงระดมสมองแกะความหมายจากภาพที่เ ห็น เสียงที่ได้ยิน และอักษรที่ได้อ่าน จนในสุด ปริศนาก็ถูกไขหนึ่งเปราะ ภาพที่พวกเธอเห็นในคืนฝนตก เป็นภาพของมนุษย์ผู้ชายและมนุษย์ผู้หญิงตระกองกอดกัน ทั้งสองต่างสนทนาด้วยภาษาใจ และพร่ำพูดคำว่ารักอย่างไม่กลัวมันจะเหือดหาย เป็นต้นว่า ผมรักคุณ,รักแท้ช่วยสร้างโลก และรักแท้จะเยียวยาคุณ แม้สาวๆบนดาวสีชมพูจะตีความหมายของรักแท้ไม่ออก แต่ถ้าให้เดา มันต้องสำคัญมากๆ และหนึ่งในข้อความที่ได้ยิน ประโยคที่ว่าสร้างดาวดวงใหม่ด้วยรักแท้ มันก็ทำให้พวกเธอเกิดความหวังขึ้นมา สาวหัวใสบนดาวสีชมพูเริ่มค้นหาแหล่งที่มาของคลื่นสัญ ญาณมหัศจรรย์นี้ ด้วยระบบการทำงานแบบลับสุดยอด และแสร้งสร้างภาพเป็นคนซื่อบื้อตบตาพวกดาวดำ ก็ทำให้คนพวกนั้นไม่เคยสงสัยระแคะระคายแม้แต่น้อย กว่าจะหาแหล่งกำเนิดของสัญญาณได้ เวลาก็ถูกกินมาจนถึงรุ่นแม่ของยามฝัน แต่อนิจจา ช่างน่าสงสารสาวๆพวกนี้นัก ถ้าเกิดได้มารู้ความจริงในภายหลังว่า สัญญาณปริศนานี้ มันเป็นแค่เพียงละครกิ้กก้อกหลังข่าวจากดาวโลกในระบบ สุริยะจักรวาลเท่านั้น คล้ายๆกับเข้าสำนวน ฟังแล้วไม่ได้ศัพท์ ดันจับไปกระเดียด แต่ในสถานการณ์คับขันและหมดตัวช่วยแบบนี้ อะไรพอจะหยิบฉวยให้ลุกขึ้นสู้ได้ มันก็ต้องรีบคว้าเอาไว้ก่อน องค์กรลับจึงถูกจัดตั้งขึ้นในคราวนั้นเอง และเรียกขานปฏิบัติการอันเหลือเชื่อนี้ว่า ปฏิบัติการตามหารักแท้ หนึ่งในงานยักษ์ขององค์กรลับนั่นคือ การสร้างพาหนะสำหรับเดินทางตามหารักแท้ สาวในองค์กรจึงใช้วิธีครูพักลักจำ แอบลักลอบสร้างยานอวกาศควบคู่ไปกับการวิจัยในสายงานอ ื่นๆด้วย แม่ของยามฝันทำงานกับองค์กรลับนี้ด้วย เธอทำหน้าที่แปลภาษาของดาวสีน้ำเงินให้เป็นภาษาของดา วสีชมพู ด้วยความสามารถนี้เอง มันจึงถูกถ่ายทอดให้กับยามฝันดั่งพรสวรรค์ก็ไม่ปาน เมื่อทุกอย่างพร้อม เหลือก็แต่เพียงขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น นั่นคือ หาวีรสตรีกู้ดาว เด็กสาวกว่าสิบคนถูกคัดเลือกมาจากทั่วทั้งดาว หนึ่งในนั้นมียามฝันรวมอยู่ด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย เธอโดดเด่นกว่าคนอื่นแทบทุกเรื่อง ทั้งความสวย ความฉลาด และที่สำคัญซึ่งจะลืมไม่ได้เลย เธอสามารถพูดภาษาของดาวโลกได้อย่างคล่องแคล่ว แต่การทดสอบก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยามฝันทนเหนื่อยแทบลูกตากระเด็น สาวๆคนอื่นก็อึดไม่ใช่เล่น กว่าจะผ่านมาจนถึงรอบสามคนสุดท้าย เธอก็แอบไปร้องไห้เสียหลายหน เมื่อก้าวมาถึงจุดสุดยอด และเหลือเพียงเอื้อมมือคว้า คำยกย่องว่าวีรสตรีก็จะตกเป็นของสาวคนใดคนหนึ่ง แต่จะไปถึงตรงนั้นได้ ทุกคนต้องผ่านการตอบคำถามเพื่อแสดงปฏิภาณไหวพริบของต ัวเองเสียก่อน เพื่อให้เป็นการเท่าเทียมกัน และวัดผลที่ความแตกต่างทางความคิด คำถามจึงถูกยิงเหมือนๆกันว่า รักแท้คืออะไร ยามฝันไม่รู้สึกกดดัน เธอยิ้มอย่างผ่อนคลายก่อนจะตอบออกมา รักแท้น่ะเหรอ ฉันคิดว่า มันต้องไม่ใช่สูตรคำนวณทางคณิตศาสตร์แน่ๆ แต่มันต้องเป็นทั้งคำนามและคำกริยาในคราวเดียวกัน ความหมายของมันคงจะมีมากหลากหลายเหมือนจำนวนดวงดาวใน จักรวาลที่เรานับไม่เคยหมด แต่ไม่สำคัญว่ารักแท้คืออะไร สำคัญที่มันจะช่วยดาวของเราได้ไหม มันจะทำให้จิตใจอันบอบช้ำของพวกเราหายได้หรือไม่ และถ้ามันทำได้ทั้งสองอย่าง มันก็คุ้มที่ฉันจะเสียสละไปตามหามัน สิ้นคำตอบ เสียงปรบมือของคณะกรรมการก็ดังกราว บางคนถึงกับแอบน้ำตาคลอก็มี และเมื่อผลการประกาศผู้ชนะในการประกวด มิส ยูนิเวิร์ส เอ้ย! ผู้เสียสละเพื่อออกตามหารักแท้ และเป็นวีรสตรีแห่งดาวสีชมพูก็คือ แต่นแต้น ยามฝันค่าาาา เสียงโฆษกประกาศเหมือนฝันไป ยามฝันยืนตะลึงทำอะไรแทบไม่ถูก น้ำตาร่วงแหมะๆ ปากคอสั่น แม่ของยามฝันวิ่งเข้ามากอดลูกสาวอย่างภูมิใจ ลูกทำได้แล้ว หนูจะได้ตอบแทนบุญคุณดาวเราแล้ว หนูจะได้ช่วยผู้หญิงทุกคนนะยามฝัน แม่พูดจบก็หอมแก้มลูกสาวแสนสวยเสียฟอดใหญ่ หลังจากนั้นอีกหลายเดือนต่อมา เมื่อทุกอย่างถูกเตรียมการเรียบร้อย ยามฝันก็พร้อมออกเดินทางสู่ดาวโลก เพราะนี่เป็นปฏิบัติการลับสุดยอด จึงมีคนมาส่งยามฝันที่สถานีปล่อยจรวดไม่มากนัก นับได้ก็มีแค่แม่กับคณะกรรมการไม่กี่คน ก่อนออกเดินทาง แม่เดินเข้ามาหายามฝัน และยื่นของบางอย่างใส่มือลูกสาว หัวใจสีชมพู? ยามฝันเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย ปู่ทวดของหนูเคยให้มันไว้กับยายทวด ตั้งแต่สมัยที่ดาวดำยังไม่เข้ายึดดาวของเรา แม่พูด แล้วแหงนไปมองที่เมฆสีชมพู จงมอบมันให้แก่ผู้ชายแสนดีสักคน ยายทวดคงอยากให้มัน เป็นอย่างนั้น ยามฝันพยักหน้ารับ แล้วหันหลังเดินขึ้นยาน แต่เพราะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เธอจึงหยุดร้องไห้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาโบกมือลาทุกคน ยามฝันจะทำให้สำเร็จค่ะ สาวน้อยตะโกนบอก แล้วกำมือแน่นอย่างมั่นใจ ภายในยาน ทุกอย่างถูกเซตค่าเรียบร้อย เหลือเพียงสองปุ่มคือปุ่มปล่อยยานและปุ่มค้นหาตำแหน่ งรักแท้ ครูฝึกเคยย้ำยามฝันว่า เมื่อเข้าเขตสุริยะจักรวาล ก็ให้กดปุ่มนี้ เครื่องค้นหาจะสแกนหาคนที่รู้จักรักแท้ จากนั้นยานจะขับด้วยระบบออโต้และนำพาสาวน้อยไปสู่ที่ หมายเอง ชั่วขณะหนึ่ง ยามฝันคิดขึ้นในใจ คนแบบไหนนะ ถึงจะมีรักแท้ไว้ครอบครอง สาวจากดาวสีชมพูเม้มปาก แล้วกดปุ่มปล่อยยานมุ่งตรงสู่ดาวสีน้ำเงินทันที ๖ เพื่อนสนิท มาวินเคยได้ยินคำกล่าวแปลกๆ จากไหนสักแห่งว่า ถ้าเพื่อนเรามันเกิดครึ้มอกครึ้มใจ มาบอกเราเป็นเพื่อนสนิทมัน ขอให้เราโปรดจงรักษาความเป็นชายเอาไว้เยี่ยงชีวิตเถิ ด และพึงระวังก้นของเราให้อยู่ห่างๆ มันไว้ให้ดี ด้วยความหมายตามข้อความข้างต้นนี้ น่าจะตีความ เพื่อนสนิท เป็นพฤติกรรมอนุรักษ์พรรณไม้ป่าเดียวกันของเพื่อนเรา ไป ยิ่งถ้าไอ้เพื่อนของเรา มันแอบออกแนวหวานๆ แหววๆ ด้วยแล้ว อันนี้ก็ไม่แปลก ถ้าเราจะแอบเอามือปิดก้นเวลาคุยกับมัน แต่ เพื่อนสนิท สำหรับมาวิน ไม่ได้มีความหมายดังที่เขาได้ยินมาตามนั้น เพื่อนสนิทของมาวินคือเพื่อนที่เป็นเพื่อนจริงๆ เป็นเพื่อนตาย-เพื่อนแท้ และเป็นเพื่อนที่พร้อมจะช่วยเหลือทุกอย่างตามแต่ความ สามารถของตนจะทำให้ได้ ถ้าให้นึกถึงใครสักคนสำหรับกรณีนี้ มาวินจะต้องมีภาพของเจ้าหมอนี่เอาไว้ในหัวเป็นคนแรก ผมหยิก ตัวเตี้ยๆ ท่าทางทะมัดทะแมง และชอบทำตัวตลกชวนให้หัวเราะหัวใคร่อยู่เสมอ เขาคนนี้จะเป็นใครเสียไม่ได้ นอกจาก เจ้าเงาะ-เพื่อนสนิท เมื่อครั้งที่มาวินเข้าเรียนมหาลัยได้ใหม่ๆ ด้วยบุคลิกขี้อาย เป็นคนไม่ช่างพูด ทำให้เขาขาดเพื่อนที่สนิทใจกันตั้งแต่แรกเริ่มรู้จัก มีบ้างที่ทักทายเออออ แต่ก็ไม่มีอะไรพิเศษไปมากกว่าคนคุ้นหน้ากัน และถ้าคุณลักษณะหัวหยิก ตัวเล็ก รวมทั้งท่าทางเป็นกันเองกับทุกคนของเงาะไม่สะดุดโดดเ ด่นกว่าใคร บางที มาวินก็คงทำเป็นไม่สนใจและวางตัวอยู่ในกะลาตาม เดิม มาวินยังคงหัวเราะทุกครั้ง เมื่อนึกถึงถึงจุดเริ่มต้นของความเป็นเพื่อนระหว่างเ ขากับเงาะ จำได้ว่าเพื่อนหัวหยิกคนนี้เดินยิ้มเผล่มาหาด้วยความ ตั้งใจสานมิตร ในขณะที่เขาเองแสร้งทำเป็นมุอ่านหนังสือซะงั้น เพราะความเป็นคนสนุกสนานและช่างพูดช่างคุยของเงาะ ทำให้มาวินรู้สึกผ่อนคลายลงจนหลงเข้าไปติดกับดักสนทน า แต่เจ้าตัวก็อดปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นการพูดจาที่ออกรสออกชาดมากทีเดียว นายถนัดวิชาอะไร เงาะเอ่ยถามขึ้นอย่างสนใจ ไม่รู้สิ ไม่ถนัดวิชาไหนเป็นพิเศษนะ มาวินหัวเราะเบาๆ พร้อมกับส่ายหัวตอบอย่างถ่อมตัว เราถนัดภาษาอังกฤษ เพื่อนใหม่หัวหยิกลูบคางคิด แล้วพูดเนิบๆ ต่อว่า อังกฤษอาอู เหมือนได้ยินไม่ถนัดหู มาวินจึงท้วงกลับไปอย่างสงสัย อังกฤษอะไรนะ เงาะอมยิ้มอยู่แว้ปหนึ่ง แล้วจึงเฉลยอีกครั้งว่า อังกฤษตรางู เซนลุคน่ะ ขำตาย มาวินท้วงอยู่ในใจ แต่ก็แอบเอามือปิดปากหัวเราะคิก เอาซะแล้ว โดนมุขควายยิงเข้าให้แล้ว จากวันนั้นเป็นต้นมา สองหนุ่มก็กลายเป็นคู่ซี้ปึ้ก พฤติกรรมทำตัวนิ่งๆ ของมาวินก็เปลี่ยนเป็นร่าเริงสนุกสนานไม่แก่เรียนเหม ือนอย่างแต่ก่อน ทั้งคู่แยกกันไม่ค่อยจะออก เรื่องนี้มีสาเหตุ นั่นเพราะว่าเงาะมีมอเตอร์ไซค์ ส่วนมาวินมีจักรยาน หลังจากสนิทชิดเชื้อจนคำสรรพนามที่ใช้เรียกแทนกัน เช่น เรากับนาย แปรเปลี่ยนเป็น กูกับมึง เงาะก็จะชอบมานอนคลุกรอเรียนอยู่ที่ห้องของมาวิน ส่วนมาวินก็สบายไป ไม่ต้องปั่นจักรยานไปเรียนเหมือนอย่างเคย สมัยนี้ คำว่า ผู้ชาย ชักจะถูกตีกรอบใส่ความหมายให้แคบลงเรื่อยๆ การแสดงออกบางอย่างที่ผู้หญิงกับผู้หญิงทำด้วยกัน เช่น เดินจับมือ ถือของให้ ฟังซาวอบาวด์คนละหูฟัง ฯลฯ เรื่องพวกนี้กลายเป็นสิ่งที่ผู้ชายกับผู้ชายทำร่วมกั นไม่ได้อีกแล้ว และถ้าเผลอไผลหลุดตัวเมื่อไร ความเป็นชายก็จะถูกประเมินค่าเป็นปริมาณทันที ยิ่งถ้าปริมาณนั้นเหลือน้อย โอกาศที่จะถูกคนอื่นคิดว่าเบี่ยงเบนทางเพศก็มีมาก แต่จะว่าก็ว่าเถอะ กับบางเรื่องที่ไม่น่าจะเก็บไปคิด เพื่อนบางคนก็ดันหยิบมันเป็นประเด็นยกขึ้นมาแซว จนมาวินอดเซ็งไม่ได้เหมือนกัน กะอีแค่เรื่องซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กับเจ้าเงาะแค่เนี ้ย ไม่รู้ทำไมคนอื่นต้องคิดว่าเป็นเกย์ด้วย ไม่เข้าใจ เจ้าเงาะนี่ยิ่งชอบใจใหญ่ โดนแซวเข้าให้แบบนี้ ยังมีหน้ามาหัวเราะร่า บางครั้งทำตัวตุ้งติ้ง ทำทีเล่นทีจริง อย่างนี้ใครมันจะไม่สงสัย เรื่องนี้มันก็แค่ขำๆ เพราะมาวินก็รู้ดีว่า เจ้าเงาะไม่ได้ แอบ แบบนั้น เพื่อนสนิทของมาวินคนนี้ แม้จะไม่ค่อยหล่อเหลาเอาการเท่าไร ทว่าคารมนั้นเหลือร้าย มาวินเคยคิดว่า จริงๆ แล้วเจ้าเงาะน่าจะถูกมองเป็นชีกอมากกว่าชาวสีม่วงด้ว ยซ้ำ ด้วยคุณสมบัติความสามารถในการแซวสาวได้ทุกที่ทุกเวลา อย่างไม่เคยห่วงกาลเทศะ จึงทำให้เจ้าหมอนี่ได้รับรางวัลการเป็นนักขี้หลีตัวย งจากมาวิน ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรสินค้า หน้าโรงหนัง ร้านขายลูกชิ้น โรงอาหาร เป็นได้เห็นสาวที่ไหน เจ้าเงาะจะหันไปมองแทบคอหัก จะที่ไหนมาวินก็ไม่เคยห้าม ยกเว้นที่เดียว ที่-ที่เผลอพลาดเมื่อไร อาจถึงขั้นทำให้ตายได้ นั่นคือบนถนน เชื่อเถอะ แม้แต่รถติด เงาะก็ยังมีแก่ใจแซวสาว จนมาวินต้องออกปากปรามในที่สุด ทำไมเวลาขี่มอเตอร์ไซค์ มึงชอบมองแต่ข้างทางวะ เงาะเลิกคิ้วอย่างกวนๆ ก่อนจะตอบกลับมา แล้วบนถนนมีอะไร มีรถ มาวินตอบ ข้างทางมีอะไร เงาะถามต่อ มีหลายอย่าง เยอะแยะ วัด โรงเรียน ป้อมตำรวจ สารพัด ยังไม่ครบ ขาดหนึ่งอย่าง เงาะชี้นิ้วชี้ขึ้นแล้วจึงเสริมต่ออีก ว่า ข้างทางมีสาวๆด้วยน้า มาวินเกาหัวอย่างเซ็งๆ แล้วตอกกลับไป เอ้า ชีวิตของมึงแขวนอยู่กับสาวๆ ข้างทางนิ เงาะหยุดคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะแย้งกลับมาอย่างไม่ยอมให้กัน แล้วมึงจะหาแฟนเป็นรถยนต์รึไง เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง สุดท้ายมาวินก็ต้องยอมถอย อาจจะเป็นเพราะวัยวุฒิที่ห่างกัน โดยที่มาวินอ่อนกว่าเงาะเกือบสองปี จึงทำให้เขารู้สึกเกรงๆ ไม่ค่อยกล้าแตกคอเถียงเจ้าเพื่อนรุ่นพี่คนนี้เท่าไร ถ้ามิตรภาพวัดกันด้วยจำนวนการเห็นหน้าและพบปะพูดคุย ช่วงที่มาวินกำลังอินเลิฟไปตกหลุมรักสาวรุ่นน้องเข้า ก็คงถือเป็นช่วงที่ความเป็นเพื่อนระหว่างเขากับเงาะเ จือจางลงไปมาก ช่วงนี้ คำว่าแฟนมาแรงกว่าคำว่าเพื่อนหลายเท่าตัวนัก อะไรๆก็แฟนอะไรๆก็คนรัก มาวินก็ทำตัวเหินห่างเงาะไปอย่างไม่รู้ตัว เขาไม่ได้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เจ้าเงาะอีกเลย ไม่ได้ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันเหมือนอย่างเคย และเลิกสนว่าเจ้าเงาะจะมองอย่างไหนมากกว่ากันระหว่าง ริมฟุตบาทกับบนถนน แต่โชคดีที่มิตรภาพวัดกันที่จำนวนไม่ได้ เพราะมิตรภาพ-มันต้องวัดกันที่ใจ วัดกันที่ความห่วงใย ซึ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบากช่วงหนึ่งในชีวิตของมาวิน หลังจากถูกสาวรุ่นน้องหักอกและปล่อยให้เขาจมอยู่กับค วามเศร้า ก็ได้เจ้าเงาะ-เพื่อนแสนดีคนนี้นี่แหละมาอยู่เคียงข้าง ทันทีที่ได้ข่าวเรื่องรักร้าวของมาวิน เงาะก็เป็นเดือดเป็นร้อนแทนเจ้าตัวคนเศร้า เขาเอาแต่พูดกรอกหูให้มาวินทำอะไรสักอย่างเพื่อเอาคื น พอมาวินปฏิเสธ เงาะก็ขันอาสาจัดการให้อีก จนมาวินต้องออกปากขอร้องให้เห็นแก่เขาและความเป็นลูก ผู้ชายของเงาะเอง มันรอให้พ้นวันเกิดมัน แล้วถึงบอกเลิกกับมึง เงาะเดินเอามือล้วงกระเป๋าตวาดขึ้นอย่างหัวเสีย ช่างเขาเถอะ มาวินพูดเสียงอ่อย ช่างไม่ได้ เงาะทำตาถมึงถึงใส่ ท่าทางดูโกรธเอาเรื่อง กูเห็นมึงทำงานพิเศษเก็บเงินแทบตายกว่าจะซื้อสร้อยใ ห้มันได้ มันผ่านไปแล้ว ช่างมัน อย่างน้อยก็เอาสร้อยคืนก็ยังดี คนอะไรวะ อี มึงห้ามด่าเขานะ ไอ้เงาะ! มาวินร้องโวยวายขึ้นจนเงาะตกใจ ถ้าจะด่ามึงก็ด่ากู เสียงมาวินเริ่มสั่นเครือ เขาหลบสายตาไม่กล้ามองเงาะ เอาแต่นั่งกอดเข่าก้มหน้าอมทุกข์อยู่เพียงลำพัง สักครู่เมื่อแน่ใจว่าตนไม่มีน้ำตาไหล มาวินจึงแหงนหน้าขึ้นพูดบางอย่าง วันนี้-ความรักของกูถูกตอบแทนด้วยความเศร้า วันหน้า-กูหวังว่าความเศร้าจะต้องถูกตอบแทนด้วยความรักบ้าง พูดจบ มาวินก็คอตกลงตามเดิม และนับจากวันนั้นผ่านมาสามเดือน มาวินก็แทบจะหายหน้าหายตาไปจากเพื่อนฝูง เรียนก็ไม่ค่อยมาเรียนเหมือนอย่างแต่ก่อน เงาะเองก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ตามไปหาที่ห้องทีไรก็ไม่เคยเจอตัวเป็นๆ ของมาวินเสียที โทรไปก็ไม่เคยรับ รึมันจะคิดสั้นวะ เงาะคิดและรู้สึกหวั่นใจ แต่เขาเชื่ออย่างหนึ่งว่า ตั้งแต่คบกับมาวินมา เพื่อนอายุคราวน้องคนนี้ไม่ใช่คนอ่อนแอแบบนั้น ถึงรักร้าวมันจะทำมาวินมันจุกอกแทบตาย แต่เชื่อเถอะ ไอ้เพื่อนยากแค่อาจจะหลบไปทำใจสักพัก และเมื่อพร้อม มาวินก็จะออกมาเอง เงาะถอนหายใจ มาเร็วๆ ก็ดี กูจะได้ยืมตังค์มึงด้วย เงาะพึมพำกับตัวเองเบาๆ ครั้งสุดท้ายที่เงาะได้เห็นมาวิน อาการของเพื่อนสนิทก็ยังไม่คลายจากความเศร้า มาวินผอมลงไปจม ผอมจนแก้มตอบ ผมเผ้าก็ไม่ตัดไม่แต่ง หนวดเคราก็ยาวรุงรัง ดูท่า-คงต้องใช้เวลานานเอาการกว่ามาวินจะกลับเป็นคนเดิม แต่ให้ตายเถอะ ถ้าสิ่งที่เงาะเห็นอยู่ในขณะนี้เป็นความจริง และผู้หญิงที่เดินเคียงข้างมากับมาวินไม่ใช่สาวหน้าต าถึนถึงที่มาวินคบเพื่อประชดแฟนเก่า น่าเสียดายว่า สามเดือนที่เงาะหลงสงสารมาวินจะมาแปรเปลี่ยนเป็นความ อิจฉาแทนในตอนนี้ หายไปนานเลยนะมึง เงาะทักขึ้น ก่อนจะหันไปเหล่สาวที่ยืนข้างๆ มาวิน กูว่าจะมาถามเรื่องวันลงทะเบียนเรียนนี่แหละ มาวินตอบเฉื่อยๆ แล้วนี่-ใจคอมึงจะไม่แนะนำให้กูรู้จักกับน้องคนนี้รึไงวะ เงาะยืนค้ำสะเอวยิ้ม มาวินหันไปสบตากับสาวสวยข้างกายทีหนึ่ง แล้วจึงแนะนำตัวเธอให้เงาะได้รู้จัก นี่คือ ยามฝัน ยามฝันส่งยิ้มหวานทักทาย จากนั้นจึงกางแขนเหยียดออก และก้มโค้งทำทีเหมือนกำลังออกกำลังกาย เฮ้ย ทำอะไรน่ะ มาวินหัวเราะร้องทักขึ้นอย่างสงสัย มันเป็นวิธีการทักทายบนดาวของฉัน มาวินยังคงขำเอามือกุมท้อง ส่วนเงาะทำหน้างง ไม่เข้าใจท่าทางของคนทั้งสอง แถมยังพูดกันเรื่องกันอะไรอีกไม่รู้ ดูท่าจะบ้า ตกลง น้องคนนี้เป็นแฟนใหม่มึงเหรอ เงาะเอ่ยถามขึ้นตัดบท เพราะขี้เกียจดูคู่หนุ่มสาวเล่นตลก ไม่ใช่แฟน แค่เพื่อนน่ะ มาวินกระอ้อมกระแอ้มตอบเบาๆ แฟนกันไม่ใช่เหรอ ยามฝันแย้งขึ้น เพราะสาวน้อยจำได้ว่ามาวินเป็นคนบอกเองว่าแฟนหมายถึง เพื่อน มาวินหันมองยามฝัน แล้วอมยิ้ม จากนั้นจึงหงกหัวรับกับเงาะ เอ้า แฟนก็แฟนวะ ดูท่าจะเข้าใจกันไม่ได้ เงาะงงเป็นบ้า จับต้นชนปลายคนทั้งสองไม่ถูก เดี๋ยวอีกคนก็ทักทายแบบแปลกๆ เดี๋ยวเจ้ามาวินก็ว่าเป็นเพื่อนบ้างล่ะ-เป็นแฟนบ้างล่ะ ไม่รู้อะไรกันนักหนา ฟังไปฟังมาชักหน้าปวดหัว ในที่สุด เงาะจึงตัดสินใจจูงมือมาวินมาคุยกันลำพัง อะไรของมึงวะ ไอ้วิน เรื่องมันยาวว่ะ มาวินตอบ เย็นนี้มึงว่างไหมล่ะ เงาะหยุดคิดครู่หนึ่งแล้วจึงตอบกลับไป ว่าง ว่างตลอดชีวิตนั่นแหละ ทำไม เดี๋ยวกูเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ไปกันหมดทั้งสามคนนี่แหละ เงาะมองไปที่ยามฝัน แล้วเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย มึงไปรู้จักสาวสวยขนาดนั้นได้ยังไงวะ กูช่วยเขาตามหาคน ชื่อรักแท้อะไรนี่แหละ เงาะทำหน้าตาแบบไม่อยากเชื่อ แล้วพูดเนิบๆว่า ชื่อคนเหรอวะนั่น เชยระเบิด มาวินเห็นด้วย พยักหน้ารับ หลังจากตกลงเรื่องเวลากันเรียบร้อย มาวินก็ก้าวถอยหลังออกมาสองก้าว แล้วกางแขนเหยียดออกพร้อมโค้งหัวคำนับเลียนแบบยามฝัน ทำ ท่าทางเขาดูตลกจนเงาะต้องหัวเราะก้าก ส่วนยามฝันที่มองดูอยู่ ยืนค้ำสะเอว-แล้วกระแทกส้นเท้าทีหนึ่งอย่างแสนงอน อย่าลืมนะโว้ย มาวินร้องย้ำกลับมา เงาะมองเพื่อนเดินเคียงข้างกับสาวสวยจนลับตา จริงอยู่ที่เวลาอาจไม่ช่วยให้ลบภาพความทรงจำครั้งเก่ า แต่ถ้ามีใครสักคนเข้ามาแทนที่ในหัวใจได้ ชีวิตก็คงจะกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง อย่างน้อย กูก็ไม่ต้องเอามือปิดตูดเวลาคุยกับมึงอีก ต่อไป เงาะยิ้มออกมาอย่างรู้สึกโล่งใจ แก้ไขโดย แดง หัวโต : 29 Sep 2006 เวลา 15:11. เหตุผล: รวมโพสอัตโนมัติ |
|