Thaigaming Network the 8th: the ultimate evolution of gamertainment tribes. Protect the earth from global warming.

สมัครสมาชิก | รายชื่อสมาชิก | ค้นหา | ข้อความใหม่วันนี้ | ทำสัญลักษณ์ว่าอ่านแล้ว |
 





กลับไป   Thaigaming > Thaigaming General > Fiction

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม แสดงผล
เก่า 31 Aug 2006, 12:54   #1 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
numjim's Avatar
 
โพส: 214
ดาวโหลด: 39
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
numjim aura


สถานที่: San Siro

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง numjim
Thumbs up เอา ฟิคเก่าๆ ขุดกลับมาโพสใหม่ Opened Mind จิตใจที่ถูกเปิดออก

ตอนที่1
"หยิบฉันขึ้นมาสิ"
เสียงเล็กๆแววเข้ามาในหูของผม
มันดังมาจากไหนกัน
ผมมองไปเห็นก็มีแต่เด็กสาวน่ารักน่าหลีที่นั่งคุมร้า นขายหนังสือเก่าๆร้านนี้
ผมไม่ยังไม่ค่อยเข้าใจเลยว่าทำไมผมถึงเดินเข้ามาในร้ านหนังสือร้านนี้เนีย
แต่เรื่องที่งงพอๆกันคือไอ้เสียง "หยิบฉันขึ้นมาสิ" มันดังมาจากไหน
เสียงแววไปแววมาผมชักกลัวๆแล้วน่ะ
จะมีผีสิงอยู่ในหนังสือเก่าๆหรือเปล่าเนีย
อืม...
เหมือนผมลืมอะไรบางอย่างไปนะ...
อ๋อ!@#$%
ผมมาเดินหาของขวัญวันเกิดให้แฟนผมนี่หว่า
แล้วผมจะมาหาอะไรในร้านแบบนี้ฟระ
โป๊ก...
เจ็บวุ้ย...อะไรตกใส่หัวตูฟระ
หยิบๆมาดู กำแล้วชีวี หนังสือเล่มโตยังกะควายตกมาใส่หัวผม ดีนะหัวไม่แตก
เหอๆแต่ไม่ค่อยรู้สึกเจ็บแฮะ สงสัยเด๋วนี้แข็งแรง เหอๆ แล้วมันเกี่ยวอะไรกันไหมเนีย
อืม...
หนังสือเล่มนี้ดูๆไปมันก็สวยดีนะ แต่เดี๋ยว...
หนังสือเล่มนี้หรือเปล่านะที่ตะโกนเรียกผมปาวๆ "หยิบฉันขึ้นมาสิ"
ไม่ๆหรอก ผมว่าสงสัยเป็นเสียงของน้องขี้เล่นที่นั่งคุมร้านแน่ ๆเลย
อิอิ น้องจ๋า เสียใจด้วยจ๊ะพี่มีแฟนแล้ว พี่ไม่ค่อยอยากจะนอกใจแฟนซักเท่าไร
แต่พี่ก็รับกิ๊กนะน้อง กร๊ากๆ เกินไปเกินไป
สงสัยเด็กน่ารักมันก็แกล้งแหละ เหอๆ
ไม่ก็ผมป่วยทางจิตนิดๆแล้วมั้ง
โอเค...ช่างมัน ซื้อเล่มนี้กลับบ้านดีกว่า ท่าทางจะดวงสมพงษ์กัน
เอาไปนอนหนุนอาจจะฉลาดขึ้นก็ได้
"น้องพี่เอาเล่มนี้น่ะ เท่าไรจ๊ะน้อง แล้วเอาเบอร์พี่แลกได้มัยจ๊ะ พี่ไม่ค่อยมีตังค์อ่ะจ๊ะ"
น้องเค้ามองหน้าผมแปลกๆแล้วก็ผลิกหนังสือเล่มนี้ไปมา เปิดไปดูกรีดไปมา ทำไปสักพัก
กรรมแล้ว เธอบอก หนังสือเปล่า ไม่สิเรียกงั้นได้ไง พูดให้ตรงๆ สมุดเปล่า
ไม่ไรเขียนอยู่เลย เหอๆ แล้วปักชื่อซะสวยเลยนะ Opened Mind…
แปลว่าอะไรฟระ อังกิดตูตกอ่ะ ขนาดสะกดเป็นภาษาไทยยังไม่ถูกเลยคำว่าภาษาอังกิดอ่ะ เหอๆ
แปป แต่เราต้องมีโชว์ภายเล็กน้อย ไม่งั้นตัวเองคงหมดหวังชีวิตเอาหัวโขกเต้าหู่ตายแน่ๆ
Openนี้ แปลออก แปลว่าเปิด Mindแปลว่าใจ แปลจากหลังมาหน้า โอว์...เปิดใจ
แปปนินี้มันหลังมาน่าแล้วเหรอ ให้ถูกต้อง ใจเปิด ดิ เฮ้ยไม่ได้ความหมายเลย แปลจากหน้าไปหลังแหละถูกแล้ว
ไร้สาระ สมุดเขียนไดอารี่ป่าวหว่า เหอๆ ซื้อกลับไปให้แฟนแหละ ดีแล้ว
เหอๆ เค้าจะดีใจไหมเนีย ชักหวั่นๆแล้ววว
เหอ...
ทำไรได้
ไม่รู้ซื้อไรดีเอามันอย่างนี้แหละ
"น้องแล้วมันสุมดเปล่าก็ให้พี่ฟรีได้ไหมจ๊ะ"
"เห็นแก่พี่...หน้าตาหล้อหล่อ...ตายห่า...กิ๊ปคิดแค่200ค่ะ"
กรรม 200 ชื่อน่ารักเชียว...กีป หน้าตาก็น่ารักด้วย เออ...แต่ราคาไม่น่าเลยว่ะ เหอๆ ให้ๆเด็กมันไปก็ได้ว่ะ
เล่มหนาปกงามงี้เล่มล่ะ200ก็บุญแล้ววว หนายังกะจะเอาไปตีหัวควายเลย
น่ะใบเสร็จมาแล้ววว
สมุดเปล่าเล่มหนา ราคาพิเศษ 200 บาทเท่านั้นเจ้าค้า
เขียนมาน่ารักมาก หลังใยเสร็จมีเบอร์ด้วย เจ็ด!@#$ เจ๋ง
เหอๆ โชคดีว่ะ เสดตูแน่ วางแผนฟาดซะเลยดีไหมเนีย เหอๆ ไร้สาระ พอพอ
เด็กมันจะแกล้งอีกป่าวว่ะเนีย ตะกี้ห็ไม่กล้าเสียหน้าไม่เอาหนังสือโดนกินเงินไป 200 แระ
แล้วมันจะเอาเบอร์ป้าข้างบ้านมันมาหลอกให้เราโทรไปเล ่นป่าวฟระ
เหอๆ ขยำทิ้งแมร่งเลยดีกว่า
"1...2...3... ถ้าไม่รับจะโกรธกันจริงๆนะ"
กำเสียงโทรศัพท์ดัง เป็นไง ริงคืโทนน่ารักมะเหอๆความน่ารักอยู่รอบข้างผมหมดแระ
"นัททท เมื่อไรจะมาถึงซะที แอร์กับเพื่อนรอนานแล้วน่ะ"
กำลืม จะไปกินข้าวเที่ยงที่บ้านแอร์แฟนสุดที่รักนี่หว่า
กรรมแล้วชีวิต ลืมไปว่ามีแฟนแล้ว เผลอไปหลี่เด็กซะนี่ เหอๆ ได้ข่าวว่าจงใจลืมนะ
"เด๋วเราก็ถึงแล้ว รอแปปนะ รถติดมากเลยเนีย ตอนนี้อยู่เกษตรแล้ว ใกล้แล้วๆ"
ปั๊ก เสียงฟังแล้วเหมือนเธอจะโยนโทรศัพท์ใส่ผมนั้นแหละ เหอๆ ซวยไป
เอาล่ะวะ วิ่งไปดีไหมเนีย รถเมลล์ก็ไม่มี
แท๊กซี่ก็ได้ว่ะ เปลืองเงินตูอีกแล้ววว

"งอนนน แล้ววว"
กำหูชา...
แหกปากใส่กันหน้าบ้านเลย โถ่...โกรธกันทำไมเนีย หน้าตายิ่งน่ารักๆเวลาโกรธอยู่
ไม่แรงจะเถียงเลย แก้ตัวนี้ไม่ต้องคิด...
รู้แระ โอกาศรอดเพียง1%
"แอร์จ๊ะ ของขวัญจ๊ะ"
ผมยื่นสมุดเปล่าเล่มโตให้แก่เธอ
"สมุดไดอารี่จ๊ะ นัทเสียเวลาเลือกตั้งนาน นัทอยากอ่านอ่ะ ว่าวันๆแอร์ทำอะไรบ้าง รู้สึกคิดถึงอะไรกันบ้างไหม"
แอร์มองผมแปลกๆแล้วก็มองสมุด
"นัทอยากอ่านจริงๆนะ แอร์จ๋า...ปราณีกันซักนิดซิจ๊ะ ยืนหน้าบ้านต่อไปอย่างนี้ก็ไม่ดีนะ อายชาวบ้านเค้า"
พอแอร์ยิ้มออกมา ไม่รู้ว่าเธอดีใจจริงๆหรือเปล่าที่ได้รับของขวัญจากผ ม
หรือได้ยินผมพูดอะไรไปแล้วนึกแกล้งอะไรผมออก
ทำไรได้ มีเหรอแอร์จะแกล้งผม it's a JOKE ตลกน่า กั๊กๆ
เธอจูงมือผมขึ้นบ้าน
แม่ของเธองีบหลังอยู่หน้าทีวี คุณป้าระวังเป็นหวัดนะครับ ลูกเขยเป็นห่วง เหอๆ

"มาแล้วคร้าบบบ"
ผมพูดเปิดตัวเมื่อก้าวแรกของผมเหียบห้องของเธอ เพื่อนรุมล้อมกันพร้อมหน้า
เหอๆ สงสัยเธอคงไม่อยากรบกวนเวลานอนของแม่มั้งถึงเอาเพื่อ นมาแฮปปี้เบิดเดย์กันข้างบนห้องของเธอเอง
เหอๆ...ไม่อยาก said ว่านี้ครั้งแรกนะเนียที่ได้ขึ้นห้องของเธอ
น่ะไอ้เพื่อนเวรผมก็มา...
ไอ้เงินดีดกีตาร์ร้องรำทำเพลงไปเรื่อย ไม่ได้แคร์เลยว่าเพื่อนที่คบกันมา 11 ปีได้เดินมาเหยีบห้องนี้แล้ว
ไอ้ปิวนั่งเงียบ ขัดกะไอ้ตัวข้างๆที่แหกปากร้องเพลงดีดกีตาร์
ไอ้แนทนอนอ่านการ์ตูน สงสัยเจ๊คนข้างๆลากมาแน่เลย
สายตาน่ากลัวมาอีกแล้ว
ทำไมเพื่อนแอร์ต้องมาเกลียดหน้าผมด้วยนะ
ดีนะที่มีไอ้แนทเป็นเพื่อนผม ไม่งั้นถ้าเธอไม่เกรงใจแนทเธอคงมาตบตีผมระบายอารมณ์เ ล่นแน่ๆเลย
ลืมบอกว่าเจ๊เค้าชื่อเฟิร์น เหอๆไร้สาระดีเนอะแต่ก่อนเพื่อนกัน พอผมเป็นแฟนแอร์กลายเป็นอริ แหอๆ
คนนี้มองผมด้วยตาขวางๆพอๆกัน เจ๊เรย์ฮะ ขอเสียมรรยาทเรียกเจ๊นะฮะ เหอๆ แอบเรียกงี้ไม่มีครายด่าหรอก
เพื่อนแอร์หมด2คนแหละ เกลียดผมกันหมดแระ เหอๆ ไม่รู้เพราะอาราย
แอร์น่าสงสารแหละ แต่ก่อนมีเพื่อนก็แค่ 2 คนนี้เท่านั้นพอเป็นแฟนกะผมก็มีเพื่อนผมเป็นเพื่อนเพ ิ่มอีกก๊ก
เหอๆ...
เวลายิ้มเธอน่ารักนะ เธอเก็บตัวมากไปหน่อย ดูๆไปเธอน่าสนใจมีเอกลักษณ์ในตัวเอง
พอเป็นเพื่อนไปสักพักก็มาเป็นแฟนในท้ายสุด เหอๆ เป็นได้ไงเนีย
อืม...
มาลำลึกอารายตอนนี้ฟระ
กินหนมดีก่า วันเกิดแอร์ทั้งที ผมเรียกเสียงฮาประชาชนตามหน้าที่ดีกว่า กร๊ากๆๆๆ

"เย้ วันนี้มีความสุขมากเพื่อนๆ แอร์ขอขอบใจมักๆน้า"
แอร์พูดขึ้นกลางวง ในมือกอดสมุดที่ผมให้อยู่
"นัทเราเขียนวันนี้เป็นวันแรกเลยนะ เราอยากให้สิ่งดีๆอยู่บนหน้าแรกในสมุดที่นายให้มา"
ปากกาแท่งสีน้ำตาลที่ผมหาให้กำลังจะถูกใช้ขีดเขียนสม ุด
ทั้งห้อง(รวมผมด้วย)จ้องมองกันว่าเธอจะเขียนอะไรลงไป
ขนาดไอ้เงีนยังหยุดเล่นกีตาร์เลย
พริบตาที่เธอปิดหนังสือ เหตุการณ์วิปราศพลันบังเกิดขึ้น
แสงสีขาวส่วางส่องไปทั่วทั้งห้อง
นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!@#$

----------------------------------------------------------------

ผมค่อยๆโพสนะขอรับ ไม่กล้าโพสรอบเดียวหมด= ="

ปล. กลัวยาวไปคนไม่อ่านน่ะ ขอรับ
__________________
ฟุตบอลคือศาสนา ซานซีโร่คือโบถส์ มิลานิสต้าคือนักรบศักดิ์สิทธิ์
อยากมีฟ้าของเรา อยากมีปีกเพื่อบินขึ้นไป

แก้ไขโดย numjim : 12 Sep 2006 เวลา 16:36.
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
 
เก่า 11 Sep 2006, 12:51   #2 (permalink)
น้องใหม่ TG
 
gunn_2535's Avatar
 
โพส: 76
ดาวโหลด: 4
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
gunn_2535 aura


สถานที่: ตอนน้หลงทางหาทางกลับไม่เจออยู่

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง gunn_2535
ลงต่อนะค่ะกำลังลุ้นเลย
ป.ล.แต่งให้สนุกนะค่ะชักดองนานแล้วนะค่ะ
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 11 Sep 2006, 13:32   #3 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
numjim's Avatar
 
โพส: 214
ดาวโหลด: 39
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
numjim aura


สถานที่: San Siro

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง numjim
Thumbs up

ตอนที่2
"แสบวุ้ย..."
มันแสบตามักๆอ่ะ แสบจนต้องเผลอพูดออกมาเลย
แสงสว่าจางหาย ปล่อยให้ผมพบกับภาพเบื้องหน้า
เหอๆ ล้อเล่นกันเปล่าเนีย
ใครเจอแบบผมต้องแทบบ้าแน่เลย
ผมคุมสติอยู่นี้แสดงว่าผมเก่งเกินคนใช่มะ
เหอๆ อย่าล้อเล่นกันนะ ทำไมผมกลายมานั่งอยู่กลางป่าไปได้เนีย
เฮ้ย เกิดอะไรขึ้น
"กรีดดด!@#$%"
เสียงกรีดที่ไม่แสบหู ฟังแล้วคุ้นดี อีแรดตัวไหนมากรีดแถวนี้นะ
เอะคุ้นมาก อ๋อ กำแล้ว แอร์!!!
ผมรีบวิ่งตรงไปที่เธอทันที
ภาพที่เห็นคือเธอติดอยู่บนต้นไม้สูงยาวต้นหนึ่ง
"แอร์เรามาแล้ว"
แอร์เห็นผมไม่ทันไรก็กระโดดลงมาแบบไม่สนใจอะไรเลย
ตุบ...
เธอตกใส่หัวผม...
"โอย...แอร์ โดดลงมาทำไมเนีย"
ผมนอนควำกินดินโดยมีเธอนั่งทับอยู่กลางหลัง
"ก็เค้าลืมตัวนี่หน่า แฮะแฮะ"
เธอฉุดร่างของผมขึ้น ถามคำถามบังคับออกมา "นัทมันเกิดอะรขึ้น" เหอๆ ผมกะไว้แล้ว
ไม่ได้ตอบความอะไรไป ไอ้เราก็งงพอๆกัน ก็เธอเปิดหนังสือไดอารี่ ทำท่าจะเขียน แล้วก็มีแสงสีขาว
ท้ายสุดผมและเธอก็มาโผ่ลอยู่ในที่แบบนี้
แต่ผมมั่นใจอย่าง ที่นี้ไม่ใช่สวนจตุจักรหรอก ไม่น่าใช่ไทยด้วย ต้นไม้ในสีม่วง ก้อนหินฮัมเพลง
บรือ!@#$% น่ากลัว ใบม่วง หวังว่าป่านี้คงไม่ใช่ป่าเกย์น่ะ
ผีเสื้อบินร่อนไปร่อนมา และแล้วก็แร่นลงบนดอกไม้ดอกหนึ่ง ผมและแอร์จ้องดูด้วยความสงสัย
อย่าแปลกใจ ธรรมดาเราสองคนก็ทำตัวแบบเด็กสิบขวบอยู่ก่อนแล้ว
"เฮ้ย ไอ้ดอกเฮงซวย เมื่อไรจะจ่ายค่าที่ฟระ หรือจะให้ข้าไถ่ออกมาจากเกษรเจ้าเอง"
กำ ผีเสื้อไถ่น้ำหวานเหรอ เหอๆแปลกดี ผีเสื้อพูดได้ ที่นี้คงไม่ใช่โลกหรอก และคงไม่ใช่ NeverLand ด้วย
ผีเสื้อโลกนั้นคงไม่เถื่อนแบบนี้
เจ้ากรรมนายเวรมั่วแต่คิดบ่น ลืมดูแอร์
"นี้เธอ เธอจะรังแกคนอ่อนแอกว่าไม่ได้นะ"
แอร์เดินเข้าไปดุผีเสื้อ กรรมแม่คุณคนดีจริงๆ
"เฮ้ย พวกลื้อมาจากไหน เข้ามาในป่าแห่งนี้ได้อย่างไร ลื้อรู้ไหมว่าที่นี้เขตใคร"
"แล้วพวกลื้อมายุ่งอะไรกับวิธีหากินของอั๋ว"
ผีเสื้อบินมาหมุนหมัดข้างหน้าแอร์ ไม่ดีแน่ ไม่ดีแน่
ปั๊บ เอาไปหนึ่งดอกก่อนไอ้นักเลง
ผมต่อยแบบไม่รังเล
ผีเสื้อตัวน้อยร่วงลงมาแบบไม่ต้องสงสัย ฮะฮะ บังอาจมาขู่แฟนตู แน่นักหรือไอ้ตัวจ้อย
พริบตานั้นแหละ ชีวิตผมท่าจะจบเห่
ควันสีแดงพวยพุ่งออกมาจากร่างผีเสื้อตัวน้อย เบื้องหน้าของผมปรากฏชายผู้มีปีกผีเสื้อยักษ์อยู่กลา งหลัง
ตายล่ะหว่า มนุษย์ผีเสื้อ
"ลื้อกล้ามาจากไหนไอ้หนุ่ม ลื้อรุ้ไหม พ่ออั๋วยังไม่กล้าต่อยอั๋วเลย"
กรรมผีสื้อนักเลวจีน พวกนี้แค้นทีแค้นจัด
บุญคุณมีต้องทนแทน มีความแค้นต้องชำระ
มันจะทำอะไรผมไหมเนีย...
"ไอ้พวกมุษย์โอหัง ด้วยพลังแห่งข้า อริร้ายของข้า จงกลายเป็นถุลีถ่านหอมหวน ปล่อยกลิ่นอบอวนอยู่ในป่าแห่งนี้เทอญ "Smoke So Cool" "
ควันสีแดงพวยพุ้งออกมาจากพื้นดิน
โอว์ นี้หรือเวทย์มนต์ แถมบ้านไม่มีไม่เคยเห็นต้องยกมือไห้วไหมเนียแถมชื่อน ่ารักซะด้วย
Smoke So Cool กร๊ากๆ
กรรมมัวแต่คิดอะไรไร้สาระ หลบก่อนสิ
ควันสีแดงไม่ได้รอพวกผมหาที่กำบัง
มันพุ้งตรงใส่ร่างของแอร์ในทันที
พริบตานั้นผมเหมือนเห็นทุกอย่างเป็นภาพช้า
หัวสมองตื้นตันคิดอะไรไม่ออกซักอย่าง
ผมทำได้เพียงแต่พุ้งเอาร่างของผมไปรับควันสีแดงสดน่า กลัวนั้นแทนแอร์ของผม
อ๊าคคคคคค
ผมร้องออกมาก่อนโดน
กรรม ไม่รู้สึกอะไรเลย
กร๊ากๆ กระจอกฟระ
ผมหันหน้ากลับไปหาไอ้มนุษย์ผีเสื้อ
"ฉันเจอกแกซะที เวแตง ผีเสื้อถ่อย หักหลังสมาคมเครื่องหมดเสดทุกคนกลายเป็นหิน แล้วก็โกยเงินมาเป็นล้าน"
"ไม่นึกเลยว่าจะมานักเลงอยู่ในป่าใบม่วงแบบนี้"
เบื้องหน้าผมคือเจ้าของเสียงที่อยู่ในชุดรัดกุมสีดำ
ดูมาดเท่ห์ไม่แพ้ยอดฝีมือในหนังกำลังภายใน
"ชะ...ชะ...ชิบ...หะ...หะ..หาย...แล้ว"
ผีเสื้อเห็นนักบู๊ในชุดดำก็วิ่งทันที อะไรมันจะกลัวขนาดนั้น
แต่เดี๋ยว เก่งขนาดทำลายคำสาปที่ทำให้กลายเป็นหินของไอ้ผีเสื้อ นั้นได้ในชั่วพริบตา
แสดงว่านักบู๊คนนั้นคงมีผีมือพอดู
น่ะเป็นไง ผมพูดเหมือนมีภูมิมะ เหอๆ
นักบู๊คนนั้นวิ่งตามผีเสื้อบ้านั้นจากไป
ผมเลยได้โอกาสหันมามองเทพธิดาของผม
"แอร์เป็นไรป่าว"
เป้นไม่เป็นเจอเธอยืนตัวสั่นเลย
เหอๆ
กลัวมากมั้ง
"นัท..."
เธอพูดแล้ววิ่งเข้ามาซบ
"อย่าทำบ้าๆแบบนี้นะ ถ้านายเป็นไรไปเราจะทำยังไง"
โถ่...มาเป็นห่วงเรื่องที่ผมเอาตัวเข้าบัง
"แอร์...ถ้าแอร์เป็นไรไปเราจะทำยังไงนอกจากจะตัดหัวต ัวเองชดใช้ล่ะ"
ผมทำมาดเท่ห์สุดฤทธิ์
"แอร์ หน้าที่ปกป้องเธอน่ะ เป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว"
ผมปาดน้ำตาสาว
"เราเป็นแฟนกันนะอย่าลืม"
เธอพยักหน้า
"ไอ้บ้าเลิกหลี หมอบ"
เสียงของนักบู๊ชุดดำดังขึ้น
ผมกดร่างของแอร์หมอบลงพื้นพร้อมกับผมทันที
ควันสีแดงพุ้งเฉียดแผ่นหลังของผม
อุ้ย...จ้องตาหวานเลยเชียว
เฮ้ยลืม หลีตอนนี้ไม่ได้
ผมลุกขึ้นมองไปทางที่นักบู๊ชุดดำวิ่งเข้าไป
น่าตกใจไหมเนีย ร่างของไอ้มนุษย์ผีเสื้อลอยออกมา
เหอๆ กะแล้ว จะสู้เค้าได้ไงไอ้กระจอก
นักบู๊ชุดดำเดินตามมาติดๆ เหอๆท่าทางคงจะเก่งกว่ากันเยอะแหละ
ดาบของเธอเปร่งประกายสีเขียวมรกตเมื่อเธอชู้มันขึ้นฟ ้า
ภาพที่น่ากลัวบังเกิดขึ้น
ดีที่ผมเอามือปิดตาแอร์ทัน
แต่ผมดันอยากดู
ดาบเล่มนั้นแทงลงไปที่หัวของมนุษย์ผีเสื้อ
ร่างของมันแตกสลายเป็นอนูๆลอยจากไปยังกะเศษฝุ่น
นักบู๊แกะผ้าที่ปิดใบหน้าออก
สงสัยสูดอากาษหลังจากได้รับรสชัยชนะอันหอมหวาน
ว่าเค้านั้นไม่เคยชิมรู้ได้ไงวะตู
อุ้ยตาย!@#$% ตาเถรหก ผู้หญิง!!!
เธอเก่งจริงๆ ไม่เชื่อดาบปักหัว ผู้หญิง เหอๆ
เธอคงผ่านเรื่องพวกนี้มาเยอะมั้ง เห็นทำได้สบาย
ว่าเค้านั้นตัวเองยังมองได้สบายๆเลย
"ขอบคุณที่มาช่วยครับ"
อะ แฮม มรรยาทงามมีไว้คู่ควรกับสาวสวย
แคกๆ ไม่ตอบกลับ ตูผิดไรป่าวฟระ แต่เดี๋ยวนะสายตานี้จับจ้อง
แอร์!@#$%
เลสป่าวฟระ
เหอๆ แฟนตูนะ
"อ่ะ ขอโทษ ฉันชื่อ สโนวี่ เป็นเมจไนท์รับจ้างจับโจรทั่วไป"
"พวกเธอคงเรียนฉันง่ายๆว่า นักล่าค่าหัวนั้นแหละ"
เธอยื่นมาออกมา
ผมก็จับสิครับ จะไปฉีกหน้าเธอได้ยังไง
"ผม... นัทครับ นักเรียนศิลป์คำนวนไฟแรงชอบเขียนเรื่องไปวันๆครับ"
แอร์เดินมาแนะนำตัวด้วยตัวเธอเอง
ก็สมควรแระ ไม่ใช่เจ้าหญิงซะหน่อย
"แอร์ค่ะ เด็กศิลป์เยอร์มันค้า พูดไม่ค่อยเก่งแต่รักหมดใจ"
กรรมท่าน ไม่ได้ประกวด DJ นะ แนะนำตัวซะ เหอ...
"ศิลป์? คำนวน? เยอร์มัน? ศาสตร์ที่พวกเธอเรียนมันช่างแปลกหูดีจริงๆ"
กรรมแล้วลืม ผิดโลกนี่หว่า เหอๆ เพิ่งจะรู้สึกตัวเมื่อสองวิที่แล้วว่าอยู่บนโลกไหนก็ ไม่รู้
เด่ยวนัทเอ้ย คุมอารมณ์หน่อย อย่าเพิ่งแตกตื่น
เดี๋ยวเสียฟอร์ม
เหอๆใจเต้นตุบๆ นี้ตูอยู่โลกไหนฟระ
"ที่ฉันช่วยเธอเมื่อกี้ไม่ต้องขอบคุณหรอก มันเป็นหน้าที่ ส่วนที่ฆ่าไปตะกี้คือเพื่อความสงบสุขของแผ่นดิน"
"หน้าที่!@#$%"
ผมกับแอร์ร้องเหวออกไปพร้อมๆกัน
"ฉันถูกว่าจ้างมาให้คุ้มกันพวกเธอ"
ใครกันที่จ้างให้สโนวี่มาคุ้มครองผมกับแอร์!@#$%-_-
__________________
ฟุตบอลคือศาสนา ซานซีโร่คือโบถส์ มิลานิสต้าคือนักรบศักดิ์สิทธิ์
อยากมีฟ้าของเรา อยากมีปีกเพื่อบินขึ้นไป

แก้ไขโดย numjim : 13 Sep 2006 เวลา 16:02.
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 12 Sep 2006, 16:42   #4 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
numjim's Avatar
 
โพส: 214
ดาวโหลด: 39
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
numjim aura


สถานที่: San Siro

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง numjim
ตอนที่3
"ฉันจะไม่ยอมให้พวกแกเข้าไปแตะต้องคนในวัดแห่งนี้โดยเ ด็ดขาด!!!"
แสงสีเขียวเปล่งประกายออกมาจากดาบมรกตพร้อมกับเสียงข องสโนวี่
ผมหันหลังกลับไปทางออกของถ้ำศักดิ์สิทธิ์ทันทีที่ได้ ยินเสียงเห็นแสงนั้น
หลวงพ่อเตือนผมอย่างสงบนิ่ง
"สายที่จะย้อนกลับไปแล้วโยม..."
เรื่องทั้งหมดมันไม่น่าเป็นแบบนี้เลย ผมไม่น่าโยนภาระอันยิ่งใหญ๋นี้ให้เธอเลย...

เรื่องบ้าๆนี้เริ่มเมื่อสองสัปดาห์ก่อน...
สโนวี่พาผมและแอร์ไปหาผู้ว่าจ้างที่วัดเก่าแก่มีนามว ่า “วัดสี่ฤดู”
ในไม่นานเรือโดยสารลำน้อยของเราสามคนได้ไปเทียบท่าที ่หมูบ้านแห่งหนึ่ง
สโนวี่เป็นคนที่เก่งมากเธอจัดการทุกอย่างได้อย่างดีเ ยี่ยมด้วยตัวคนเดียว
แต่หญิงสาวออกมาผจญโลกกว้างทำงานรับจ้างดะไปทั่วทุกจ ๊อปแบบนี้มันจะดีแน่เหรอ
ผมคิดมากอะไรเนีย ที่เค้ารับทำทุกอย่างอาจจะล้อผมเล่นก็ได้
แบบแอร์ไง พูดไม่ค่อยเก่งแต่รักหมดใจ ฮากร๊ากๆ
ผู้หญิงอารมณ์ดีย่อมต้องคูควรกะผู้ชายสมบูรณ์แบบอย่า งผมอยุ๋แล้ว
กร๊ากๆๆๆ
พวกเรากำลังเดินทางไกลไปยังวัดสี่ฤดู ผุ้ว่าจ้างของเธอรอยู่ที่นู้น
ผมอยากรู้จริงๆ
เหอๆ และแล้ว พวกเราสามคนเดินเข้าไปในวินรถม้า
เห็นเธอบอกว่าอย่างนั้นนะ ยังกะวินมอเตอร์ไซค์เลย มีคนเล่นหมากรุกด้วย
วินาทีที่เราเข้าไปคุยกับเถ้าแก่นั้นแหละ เราก็ได้ยินเรื่องที่อยากจะเชื่อสักเท่าไร

"อะไรนะ"
สโนวี่ถามตะคอกเพื่อให้เถ้าแก่ในวินรถม้าพูดประโยคตะ กี้อีกครั้ง
"คุณหนู...เออ เราไม่ส่งรถม้าไปวัดสี่ฤดูหรอกครับ"
"ทำไมล่ะ"
เห้ยงี้ไม่สวย ผมช่วยเค้าขู่ไปอีกแรง
"นัทใจเย็นก่อน"
สโนวี่กันผมออกมาแล้วเธอก็คุยกับเถ้าแก่แบบเงียบๆ
ความที่ได้มาคือ
เค้าขายรถม้าให้เราหนึ่งคันแถมม้าให้สองตัว ผมว่าซื้อม้าสองตัวแถมรถมากกว่ามั้ง
แล้วที่เค้าไม่ยอมส่งคนไปนั้น
คือ...
เค้าบอกว่า มีโจรป่าลอบทำร้ายคนที่จะเดินทางไปวัดสี่ฤดู
ไม่มีใครคิดจะเดินทางไปแล้วได้กลับมายังที่นี้แม้แต่ คนเดียว
จะมีก็แต่รถม้าเปล่าที่วิ่งกลับมาเอง
รถม้านั้นปักไปด้วยลูกศรเต็มทั่วทั้งคัน
น่าเศร้าแม่แต่ศพผู้ที่โดยสารไปยังไม่พบเลย

"แงงง เค้าม่ายปายยยยยย เค้ากลัว"
แอร์ร้องไห้ออกมา
"โถ่แอร์ นีมันจำเป็นนะ"
ผมพยายามปลอบใจเธอ
ไม่ว่าใครได้ยินอย่างนั้นก็คงกลัวหมดแระ
แต่ท่าทางสำหรับสโนววี่คงเป็นเรื่องธรรมดา
"ขึ้นรถม้าได้แล้วทั้งสองคนแหละ"
สโนวี่ตะโกนเรียพวกเราขึ้นไป
ผมไม่รู้ทำไงแอร์ไม่ยอมขึ้น
อุ้มขึ้นไปซะเลย อิอิ
7 แม่ มือลื่น แฟนร่วง
"ง่ะ"
แอร์ร้องออกมาก่อนร้องไห้น้ำตาพุ้งยังกะน้ำพุ
กรรมหนีสิครับผมวิ่งขึ้นรถเลย
แอร์วิ่งตามขึ้นมาทุบผมใหญ่เลย
รถม้าก็ได้ออกวิ่งทันทีที่เธอวิ่งตามผมขึ้นมา
รู้สึกว่าวิธีนี้น่าจะเวริค์ที่สุดแฮะ เหอๆ

"นี้แนะ เค้าเจ็บนะ ง่ะ"
แอร์ทุบผม ปุก ปุก ปุก
ทุบมาจะได้ชัวโมงกว่าแล้ว
ออกมาเธอไม่ทำไรเลยนอกจากโวยวาย
แล้วก็
ทุบ
ทุบ
ทุบ
เหอๆ
สงสัยเธอลืมไปแล้วมั้งว่ากลัวอยู่
สโนวี่ไม่ว่าอะไรส่งสายตามองแล้วแอบขำเป็นพักๆ
และแล้ว หญิงสาวนักบู๊ในชุดดำก็พูดจาออกมา
ตอนนั้นผมตื่นเต้นมากเลย ไม่รู้เธอจะพูดไร
"เป็นแฟนกันดีจังเลยนะ อบอุ่นดี..."
กรรม พูดจาเหมือนมีความหลังแฮะ
กลัวไปสะกิดจริงๆ เหอๆ
"สโนวี่ไม่มีแฟนเหรอ"
"ไม่มีหรอกค้า"
"จริงง่ะ สวยขนาดนี้เนียนะ เหอๆ ไม่มีผู้ชายมาจีบเลยเหรอ"
ปุกๆๆๆๆ
"นี้แนะๆๆๆ นอกจากจะทำเค้าเจ็บตัวแล้วยังทำท่าทางนอกใจอีก ไม่เคยจะชมเค้าเลยว่าสวย"
"ฮึ งอนๆๆๆ นัทใจร้ายที่สุด"
"แอร์มันคนละเรื่องกันนะ อย่างอนแบบน่ารักๆแบบนี้สิ เราหนักจาย มีแฟนไม่สวยแต่น่ารัก"
"อีตาบ้าเอ้ย"
แอร์ทุบหัวผมเล่นต่อ ปุกปุกปุก
กะแล้วล่ะว่าเจองี้เค้าไปก็หายงอน
กี่ทีกี่ทีก็หาย
เหอๆ
ไม่สวยหรอกจ้า แต่น่ารัก
เหอๆ กระจอกจ๊าด กร๊ากๆๆๆ
ง้อหญิงยากที่ไหนกานวะ
เหอๆ
"คิก คิก"
สโนวี่ขำคิกๆ ขำซะน่ารักเชียว
แต่สู้แอร์มะได้หรอก
"ถ้าเค้าคนนั้นคิดเหมือนนัท็ดีสิ"
"เหอๆ พูดงี้แสดงว่าแอบไปหลงชายใดคนหนึ่งซะแล้วซี้ เหอๆครายโชคร้ายขนาดนั้นนะ"
พูดจบสโนวี่ไม่รู้ไม่พอใจป่าวกดหัวผมไปอัดกับพื้นรถ
"ว้าย!@#$%"
แอร์ร้องออกมา
"ศร"
แอร์พูดออกมางี้ รู้ชัดแล้วข่าวลือใช่เรื่องจริง
แอร์เล่าให้ฟังตอนหลังว่าตอนนั้นลูกศรพุ่งเฉียดหัวผม พอดีเลย ถ้าสโนวี่ไม่ช่วยไว้ผมคงเสร็จไปแล้วแหละ
"แอร์ก้ม"
สโนวี่ตวาดพลันพร้อมกับกวาดดาบออกเป็นวงกลม
หลังค้าและผนังของรถม้าพังกระจายเผยให้เห็นศรมากมายท ี่ถูกปัดอกไปด้วยลมดาบตะกี๋
เหอๆ เก่งกันจังเลยวุ้ย
มองเห็นธนูนอกรถม้าอีก เหอๆ เก่งกันจังวุ้ย
ยิงมารอบทิศงี้เป็นกลุ่มโจรไม่ใช่โจรแล้ว
เหอๆ
และแล้วเสียงของเด็กสาวที่ผมคุ้นเคยก็ดังขึ้น
เสียงใครนะนึกไม่ออก
"ชิ! ไอ้พวกนีโอบลัดมันยุ่งยากชะมัด"
นีโอบลัด คุ้นๆแฮะชื่อนี้ หรือว่า คนว่าจ้างสโนวี่มาคือ!@#$%
"แกเป็นใคร"
สโนวี่ตวาดคืน พริบตานั้นดาบมรกตเปร่งแสงสีเขียว
"สโนวี่ สังกัดหน่วยที่8ของกองทัพ "Neo Blood" เดี๋ยวนี้ตกต่ำถึงขนาดต้องมารับจ๊อปคุ้มครองด้วยเหรอ "
"พูดจา หาวสามที หุบปากเน่าๆไปซะ"
เอ้านั้นแม่คุณยังอยากเล่นมุข สามหาว...
"อุ้ยตายลืมไป ไม่ใช่รับจ๊อป แต่เป็นงานที่คุณแม่ทัพสุดที่รักขอมาให้ทำนี่น่า คิกคิก"
สโนวี่ไม่สนแล้วๆพุ่งเข้าไปทางต้นต่อเสียงแบบไม่แคร์ พวกผมเลย
แทงใจดำล่ะดิคำพูดนั้น
เหอๆ ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครพิศูจน์ได้ว่าสโนวี่แอบรักกับหน้ ากลุ่มหรือเปล่า เหอๆ
เฮ้ย
ลืมดู
เห็นอีกรอบสโนวี่กลิ้งกลับลงมาที่พื้นแล้ว
ฉึก...เสียงไรวะ คุ้น
รู้สึกว่า...เออ...โอ้ย!!!
ธูนปักที่ตูดขวา
สโนวี่ดึงออกแบบไม่ลังเล
"โอ้ยยย เจ็บกว่าโดนยิงใส่อีก เจี๊ยกกก"
ผมเผลอร้องดังมาก
สโนวี่ร่ายมนต์ออกมา
"Heal"
แสงสีขาวบรรเทาอาการบาดเจ็บได้
ชื่อเวทย์คุ้นๆ ท่าทางจะหลุดมาจากเกมส์สุดฮิตหลายๆเกมส์
"นี้เนียบอกว่าจะปกป้องแอร์ โดนแค่นี้ก็ร้องใจเสาะมาก"
เฮ้ย ไอ้บ้านั้นมันรู้จะผม
เธอเป้นใครกันนะ
"ฉันเฝ้ารอโอกาสที่จะฆ่าแกสองคนมาห้าปีแล้ว ฮะฮะฮะ"
เธอขำน่ากลัวมากรอบนี้
สโนวี่ไม่แสดงสีหน้าสาดกลัว แต่แสดงสีหน้าวิตกกังวล
นี้สโนวี่สู้หญิงคนนี้ไม่ได้หรือ!@#$%
ผมจะรอดไหมเนีย
"นัทรับ"
สโนวี่โยนดาบมรกตมาให้ผม
"ถือมันวิ่งไปตามทาง ที่ปลายางจะมีวัดอยู่ แสดงดาบนี้ให้เขาดูแล้วเขาจะปล่อยให้เธอเข้าไป"
"อืม"
ผมรับคำแบบไม่ลังเล
อยู่ก็ตายสิครับ
"แอร์มา"
ผมฉุดแขนของแอร์แล้วรีบวิ่งไปให้เร็วที่สุด
เสียงของสโนวี่กรีดร้องหลายครั้งดังมาจากด้านหลังของ ผม
ผมเลวไหมที่ปล่อยเธอไว้แบบนั้น
ผมต้องปกป้องแอร์ผมรู้แค่นี้
ผมต้องพาเธอหนีออกมา

ท้องนภาร่ำไห้ แมกไม้เริงระบำ
พายุเข้าแน่ๆ แอร์วิ่งตัวเปียกชุ้มไปทั้งตัวเหมือนผม
อุ้ยผ้าบางเปยีกน้ำแล้ว See-Ture
อุ้ย Sexy เหอๆ
"นี้ไม่ใช่เวลาหัวงูนะ"
กำ...
แอร์รู้อีกว่าผมเห็น
เสียงของสโนวี่เงียบไปนานแล้ว
ผมต้องรีบไปถึงวัดนั้นแล้วรีบไปตามคนมาช่วย
ที่แน่ๆ
เจ้านั้น่าจะอยู่ที่วัด
มันน่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มนีโอบลัด
เพราะชื่อนี้เป็นนามแฝงเวลาวาดรูปของมันนิ
แต่ทำไมมันมาถึงแล้วมีองค์กรเป้นของตัวเองเลยนะ
เดี๋ยวนะ "ฉันรอโอกาสที่จะฆ่าพวกแกมาห้าปีแล้ว"
ห้าปี
เดี๋ยว
ถ้าหญิงคนนั้นคือ...แม่นั้นจริง พวกเค้ามาถึงที่นี้กันก่อนพวกผมห้าปีเหรอ
ไม่มีทาง เป็นไปได้ยังไง
คนที่เป้นหัวหน้านีโอบลัดอาจจะไม่ใช่เพื่อนผมก็ได้
เพราะผมไม่อยากให้หญิงคนนั้นเป็นแม่นั้นเลย
สถานการณ์เลวร้ายมาก
"นัท ตะกี้ใครน่ะ"
"เราพอเดาออก แต่เราอวยพรว่าไม่ เราไม่อยากให้เราเดาถูกเลย"
"นี้เธอพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ"
ผมหยุดยืนคุยกับแอร์ทั้งๆที่ฝนตกหนัก
ท่าทางหนังสือไม่อ่าน ตกหนักเลย
เหอๆ
มุขครับๆ แป๊ก โอ้ย เจ็บ
อืม...อยากให้เป้นเวลาอื่นจัง เสื้อ See-Ture แบบแนบเนื้อเห็นชัดแบบนี้นี่ เหอๆหัวงูไม่ได้
ผมจับมือแอร์เพื่อที่จะวิ่งต่อ
พริบตาผมรู้สึกว่าต้องสะบัดดาบไปด้านหลัง
เสียงดาบปะทะลูกธนูแทบไม่มีเสียง
ฉึก
เสียงลูกธนูปักขาผมรอบนี้เสียงยังดังกว่าเลย
หญิงสาวท่าทางน่ากลัวคนตะกี้มายืนต่อหน้าผมแล้ว
ผ้าสีดำปิดใบหน้าส่วนใหญ่ของเธอ
เธอแต่งกายในชุดดำเหมือนสโนวี่เลย
แต่ แม้ชุดดำพวกนั้นจะปิดบังรูปโฉมของเธอ แต่ เขาของปีศาจทั้งสองข้างก็ไม่อาจถูกปิดได้
ปีศาจ เธอเป็นปีศาจไปแล้วเหรอ
ผมไม่อยากจะเชื่อ
พริยตาที่แววตาคู่นั้นมันสบตากับผม
มันแสบลึกลงไป
ใช่ ผมทายไม่ผิด
ผมักลูกธนูแล้วดึงกระชากออกมา
"ไม่คิดเลยนะว่าจะทำกับแฟนเพื่อนแบบนี้...นะ"
ผมมองหน้าของเธอพร้อมๆกับแอร์
ผ้าดำกำลังถูกแก้ออกทำให้เห็นใบหน้า
ผมตัดสินใจพูดประโยคที่ค้างไว้ให้จบในคำสุดท้าย
"เฟิร์น"


มันยาวไปหรือเปล่าอ่ะครับ= ="
__________________
ฟุตบอลคือศาสนา ซานซีโร่คือโบถส์ มิลานิสต้าคือนักรบศักดิ์สิทธิ์
อยากมีฟ้าของเรา อยากมีปีกเพื่อบินขึ้นไป

แก้ไขโดย numjim : 13 Sep 2006 เวลา 16:05. เหตุผล: รวมโพสอัตโนมัติ
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 13 Sep 2006, 12:10   #5 (permalink)
น้องใหม่ TG
 
gunn_2535's Avatar
 
โพส: 76
ดาวโหลด: 4
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
gunn_2535 aura


สถานที่: ตอนน้หลงทางหาทางกลับไม่เจออยู่

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง gunn_2535
ตัวมันชักจะเล็กๆแล้วน่า
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 13 Sep 2006, 16:07   #6 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
numjim's Avatar
 
โพส: 214
ดาวโหลด: 39
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
numjim aura


สถานที่: San Siro

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง numjim
ตอนที่4
สายฟ้าฟาดฟันใส่พื้นปฐพี
เมฆฝนร่ำไห้พายุซัดกระหน่ำ
ผ้าผืนสีดำหลุดลอยไปตามแรงลมเผยให้ผมเห็นใบหน้าของเพ ื่อนสาว
เฟิร์นเด็กสาวผู้มีผมสีดำยาวยืนง้างคันศรท่ามกลางสาย ฝน
สายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งในช่องแช่ไอติมของตู้เย็นที่บ้ านบาดลึกลงมาในใจผมอีกแล้ว
พูดถึงไอติมทำไมจู่ๆผมก็รู้สึกอยากกินตงิดๆจนลืมไปซะ แล้วว่าตอนนั้นกำลังเกิดอะไรอยู่
เหอๆ
ตอนนั้นผมงงจนทำอะไรไม่ถูกเลยหล่ะ
"ห้าปี ฉันรอมันมานานแสนนานแล้ว"
"ห้าปีอะไรกัน ฉันยังรู้จักเธอมาไม่ถึงสามปีเลยนะ"
คันธนูสีดำยาวถูกปักลงสู่พื้น
มือของสาวน้อยที่ดูแก่เกินวัยคว้าจับเข้าไปหลุมที่บั งเกิดในห้วงอากาศอย่างฉับพลัน
สิ่งที่หลุดลอยออกมาตามอันเรียวงามของเธอเป็นดาบสีดำ ขลับเล่มหนึ่ง
"พวกแกสองคนจะไปรู้อะไร พวกแกเคยจะรับรู้อะไรไหม ความทุกข์ทนของฉันที่ต้องทนอยู่บนโลกใบนี้ถึงห้าปี"
เฟิร์นตั้งท่าดาบเตรียมจะทำการเฉือนคอพวกผมสองคน
"ไม่เข้าใจ อะไรห้าปี พวกฉันเพิ่งมาถึงเมื่อวานเอง"
"กบในกะลาอย่ามาทำอวดรู้ ในเมื่อโลกแห่งนี้อยู่เหนือกฎแห่งกาลเวลา อะไรมันก็เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ได้"
"เฟิร์นนี้เธอจะบอกฉันว่า โลกนี้ตั้งอยู่บนกฎของคำว่า HyperTime งั้นเหรอ"
แอร์ทำท่ามึนงง ในเมื่อสองนักวิชาการจอมปลอมมาถกกัน คนมีภูมิอย่างเธอก็ได้แต่เงียบ
Hyper Time หรือแปลตรงๆไปว่าอยู่เหนือกาลเวลา
อธิบายสั้นง่าย เข้าใจม้า
เหอๆ
"เฟิร์น? ตลกน่า เลิกเรียกชื่อแบบนั้นได้แล้ว ชื่อเน่าๆแบบนั้นฉันเลิกใช้ไปนานแล้ว"
เฟิร์นชักดาบดำมืออกมาจากห้องอากาศที่พลันบิดเบี้ยวเ ป็นช่อง
"ชื่อของฉันตอนนี้คือ "อสูรฟ้า มิมิ" ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ และก็...ลาก่อน"
ดาบดำเปล่งประกายแสงสีดำดุจตัวดาบพร้อมปล่อยเสียงโห่ ร้องของสัตว์นรกโลกมืด
ประกายดาบดำพุ่งตรงเข้ามาพร้อมร่างของสาวน้อยผู้เกิด ใหม่ในโลกลี้ลับแห่งนี้ มิมิ
ห้าปีที่เธอประสบมาคืออะไรกัน อะไรผลักดันให้เธอแค้นเคียดอะไรพวกผมเช่นนี้
ไม่ทันคิดอะไรแล้ววว
ดาบมรกตเปล่งแสงตามหน้าที่ปัดป้องการจู่โจมและต้านรั บการผลักดันของหล่อนด้วยฝีมือของผม
ถ้าเป็นจอมยุทธ์แบบสโนวี่ว่าไปอย่าง แต่ผมยังเป็นคนธรรมดาที่ยังไม่ได้ก้าวข้ามเขตของความ จริงและนิยายแบบเฟิร์น
ผมจะสามารถชนะคนที่ก้าวข้ามเส้นนั้นและเปี่ยมไปด้วยพ ลังเช่นเธอได้ยังไง
โอ้ พระเจ้าจอรด์ มันรอดยาก....
คำพูดประจำของปิว...
โถ่เอ้ย ผมยังไม่ได้มีโอกาสที่จะได้เจอไอ้พวกเพื่อนเวรนั้นอี กครั้งเลย
ผมจะตายที่นี้ไม่ได้เด็ดขาด
ความคิดดิ้นรนผลักดันพลังที่แฝงอยู่ภายในให้ร้อนรนแท บดิ้น
ดาบมรกตเปล่งแสงสีเขียวในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ร่างของผมและดาบเล่มนี้ผลักดันการกดทับของมิมิให้ถอย ร่นออกไป
แต่คงจะได้เพียงชั่วครู่
กระกายแสงสีดำดุจความืดที่แสนน่ากลัวขยายใหญ่
พลังของผมและดาบของสโนวี่คงดิ้นรนได้เพียงเท่านี้หรื อ
แสงสีเขียวค่อยๆดับหาย
ถ้าแสงหดหมดจบกันแน่รอบนี้
"ไม่เลวสำหรับมือใหม่"
มิมิชมผมด้วยเสียงเย็นชา น่ากลัวมาก...
เธอผลักผมลอยกระเด็นชนกับแอร์ที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างห ลัง
โถ่ แฟนจ๋า ไม่เชียร์กันเลย...
เสียดาย
เธอสลบลงไปด้วยแรงที่ผมกระเด็นมาโดน
สำหรับเธอวันนี้คงหนักเกินไป
ผมไม่มีโอกาสที่จะล่ำลาเธอเลย
ไม่นะ
นี้ผมคิดจะตายจริงๆเหรอเนีย
มือซ้ายของผมกอดร่างของแอร์
มือขวากำดาบมรกตเปล่งแสงสีเขียวอ่อนๆ
สองตาหันไปพร้อมหน้าหามิมิอสูรฟ้า
"ยังจะดิ้นรนอยู่อีก"
มิมิพูดจบไม่ทันไรเท้าของเจ้าหล่อนก็เตะดาบผมลอยห่าง ออกไปไกลแล้ว
เท้าข้างเดิมเตะร่างของผมลอยห่างไปจากแอร์...
เธอยืนดูผมด้วยความสะใจผมตะเกียดตะกายลุกขึ้น
ยังไงผมก็ไม่ยอมตายง่ายๆ
ผมจะต้องปกป้องแอร์ไว้
เพื่อเวลาตายมาดจะได้เท่ห์ๆ
ผมกำมือขึ้น ชู้ขึ้นฟ้า
"หมัดเหล็กของข้า จงร้องคำรามโห่ร้องเรียกหาชัยชนะ จงเปล่งประกายแสงสีทอง นัทนัคเคิ้ล!!!"
ตะโกนซะเท่ห์นึกว่าอาจจะมีมนต์อะไรออกมา
เปล่า
มันทำได้แค่เรียกเสียงฮาจากมิมิเท่านั้น
"นายบ้าหรือเปล่า เป้นพวกพระทางพุทธก็ว่าไปอย่าง ฮะฮะฮะ"
มิมิขำอย่างสะใจ เออ ตูมันบ้า
พริบตาสายตาของเธอยังไม่ได้บงบอกถึงการที่จะถอดใจเลิ กฆ่าผม
นิ้วชี้ของเธอชี้ตรงดิ่งมาทางนี้
"Soul Killer"
เธอร่ายออกมาด้วยความร็วดเร็ว
ควันสีเทาโพยพุ่งออกมาจับก้อนเป็นดาบทิ่มแทงเข้ากลาย อกของผมอย่างร็วดเร็ว
ร่างของผมค่อยๆทรุดลงอย่างช้าๆ
รู้สึกอย่างเดียวคือเจ็บแปรบไปทั้งตัว...
แต่ความเจ็บปวดค่อยๆหายไปช้า...
มิมิขำด้วยสีหน้าสะใจ
"ฮะฮะฮะ ไม่นานนายก็จะถุกตัดประสาทสัมพัสทั้งห้าอย่างสมบูรณ์ "
เธอขำอยู่นานท่าทางจะสะใจหนัก
"ดาบเล่มนั้นแทงเข้าที่วิญญาณโดยตรงดึงยังไงก็ไม่ออกห รอก ฮะฮะฮะ"
เธอหันไปมองแอร์แล้วหันดาบไปทางเธอ
เธอสบตาผมช้า
ผมเข้าใจดีว่าเธอหมายถึงอะไร
อะไรกันวะที่ทำให้คนวิปราศอย่างนี้
มันใช่คำว่าแค้นอย่างเดียวเหรอ
เธอแค้นแอร์มากนกเหรอที่แอร์เปิดสมุดแล้วเราทั้งหมดก ็ถูกส่งมายังโลกใบนี้
ผมไม่ยอมให้แอร์ตายก่อนผมเด็ดขาดวุ้ย
ลุกขึ้นมาสิไอ้ร่างบ้า มันจะหนักไปถึงไหนวะ!!!
"น่ารำคาญๆๆๆ"
เธอหันมาตะคอกใส่ผม
ใครจะนึกล่ะว่าผมจะยืนขึ้นมาได้
ความเจ็บปวดมันเจ็บลงไปลึกๆ
แต่ใจเจ็บแสบสันขึ้นแบบทวีคูณ ใครล่ะจะยอมให้คนรักตายไปต่อหน้าต่อตา
แรงสุดท้ายจงสละไปสิ้นเพื่อแอร์ด้วย
มนต์ปลุกใจร่ายจบไปแล้ว
เหลือแต่ซัดมันออกไป
นัทนัคเคิ้ล!!!
ผมวิ่งตรงไปหามิมิอย่างดุเดือด
เธอไม่ใช่เพื่อนของผมที่ชื่อว่าเฟิร์นแล้วแคร์อะไร
อีนางมารตายซะ
ปุก!@#$%
ร่างของผมลอยกระเด็นออกมา
อะไรได้แค่นี้เองเหรอ
เจ็บใจจริงๆโว้ยยย
ไม่มีแม้แต่เสียงจะคำรามออกมาเลย
อะไรกันวะ
มิมิไม่สบอารมณ์อย่างแรง
เธอมากระทืบผมซ้ำแล้วซ้ำอีก
"จะรักอะไรกันนักหนา"
เธอพูดพร้อมน้ำตา
ผมเข้าใจแล้ว ความรู้สึกของเธอ
กระทืบผมเถอะ
เอาผมให้ตายก่อนที่จะแอร์เลย
เธอหยุดซะงั้นแล้วเดินไปเบื้อหน้าของแอร์อีกรอบ
"นัทแกทำอะไรไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก จงดูคนรักตายไปต่อหน้าต่อตาของแกซะ"
ม่ายยย!!!
เสี้ยววินาทีในพริบตานั้น
เสียงดาบปะทะกันดังลั่นไปสุดลูกหูลูกตา
ชายหนุ่มในชุดคลุมขาวในมือซ้ายของเขาแบกร่างของสโนวี ่ พลันปรากฏตัวเบื้องหน้าแอร์ที่หลับไปแล้ว
น่าประหลาดใจชายหนุ่มคนนี้ต้านทานดาบของมิมิด้วยดาบท ี่เปร่งประกายสีขาว
ดีใจจังสโนวี่ไม่เป็นไร...
แอร์คงรอดแล้วสินะ
ผมอยากจะไปกระซิบข้างหูเธอจริงๆ
ผมอยากจะบอกเธออีกครั้งก่อนที่สติจะเลือนหายไปว่า
ฉันรักเธอ...
"สโนวี่ตื่นเร็ว ได้เวลาของเธอแล้ว"
สโนวี่ตื่นขึ้นแล้วรีบวิ่งตรงมาที่ผม
เธอร้องว้ายอย่างน่าตกใจ
อะไรแค่คำสาปธรรมดา
"dispel(ขจัดหรือปัดเป่าแปลยังไงก็ได้ฮะ)"
เธอร่ายมนต์ออกมา
ความเจ็บปวดค่อยๆย้อนกลับ
ประสาททางกายฟื้นฟูมาสินะ
ไม่น่าเลยปล่อยไว้งั้นดีแล้ว
พอๆกะตอนที่ดึงลูกศรออกจากตูดเลย
เหอๆ
เจ็บบบ
โอ้ยยย
ผมจะโกนลั่นป่าเลยยย
กำ
อายเรือหาย
เจ็บจนขยับตัวไม่ได้เลยแฮะ
แต่สายตาผมยังจ้องอยู่
ชายคนนั้นยืนกดดันมิมิจนเธอต้องเริ่มเดินถอยร่นไปหาค ันศรของเธอเลย
"ด้วยนามแห่งข้า"
มิมิเริ่มร่ายมนต์
"สโนวี่พานัทเข้ามาใกล้ๆฉันเร็ว อย่าลืม คว้าดาบคืนมาสู่มือเธอด้วย"
ชายคนนั้นสั่งใหญ่
เสียงคุ้นหูจริงๆ
สโนวี่คว้าตัวผมแล้วฉกดาบจากพื้นไปปล่อยผมนอนกองแถวเ ธอกับชายคนนั้น
แอร์นอนสลบเคียงข้าผมอยู่...
ดีใจจังที่เธอปลอดภัย
"ป้องกันไปไร้ค่าเลยรวมหัวกันสินะ ได้ เจอมนต์บทนี้ไปก็เจ๊งเหมือนกันแหละ"
"ในนามแห่งข้า ข้าขอเปิดประตูสู่นรกโลกา ปลดปล่อยและพัดพา เหล่ามิตรสหายแห่งข้า มาเหยียบย่ำพื้นพสุธาบนโลกแห่งนี้"
เธอทาบผ่ามือว้ายลงบนพื้นดินพร้อมกล่าวต่อว่า
"จงออกมาเถิดสหายข้า จงมาเสกร่ายคาถาม เพื่อประสงค์แห่งข้าด้วยเถิด"
พื้นที่สีดำแพร่ออกมาจากมือข้างนั้น
"จงออกมาสัตว์นรกโลกมืด โอม ประตูนรกจงเปิดออก"
สัตว์แห่งโลกมืดนับร้อยกำลังพยายามตะเกียดตะกายโผล่ข ึ้นมาจากพื้นที่สีดำมืดนั้น
"ไม่เลว"
ชายคนนั้นพูดก่อนชูดาบขึ้นฟ้า
"มาประชันกันไปเลย ในนามแห่งข้า ข้าของเปิดประตูแห่งสวรรค์ศาสตรา ชักนำเทพา สังหารมารร้ายเพื่อนสันติด้วยเถอญ"
ร่ายสั้นกว่าแล้วเร็วกว่าอีก
ท้องฟ้าดำมืดด้วยเมฆฝนหายหมดสิ้น
เทวดาโพยพุ่งลงมาจากฟากฟ้ายิงศรศักดิ์สิทธิ์ใส่อสูรร ้ายที่พยายามขึ้นมาจากนรก
"ถึงอำนาจเชิญของมนต์บทนี้จะน้อยกว่าของเธอ แต่มันเร็วพอที่จะยับยั้งนรกที่เธอกำลังเรียกได้"
พูดจบชายคนนั้นนำดาบลงมาชี้ตรงไปนู้น
"ไสหัวไปให้แก่ข้าพเจ้า ในเมื่อเจ้าประกาศตัวไปแล้วว่าไม่ใช่สหายของพวกเราเฟ ิร์นคนเดิม เจ้าจงไป"
"เจ็บใจนัก อีตาบ้า ยุ่งไม่เข้าเรื่อง วันหลังฉันจะฆ่าแกด้วยมือของฉันอีกคน"
มิมิโวยวายก่อนหยิบคันธนูแล้วกระโดหายจากไป
ดูท่าไม่ใช่เพราะกลัว
แต่เธอไม่พอใจอะไรบางอย่างมากกว่า
ผมพลิกกายนอนหงาย
ชายคนนั้นก้มต่ำลงมาดาบของเขาดันปักไว้ข้างๆหัวของผม
เสียวจริงๆ
มันจะบาดคอไหมเนีย
มือขวาของเขาถอดส่วนของชุดที่ปิดบังใบหน้าของเขาไว้
"ในที่สุดเราก็ได้เจอกันอีกแล้วสินะ เพื่อนรัก"
"ดีใจจริงๆที่เป็นนาย ปิว..."
"ขอต้อนรับ สู่โลกแห่งจิตใจของแอร์..."
อะไรนะโลกแห่งจิตใจของแอร์เฮ้ยอะไรวะงง
"อะไรนะ ฉันไม่เข้าใจคำตะกี้ นายหมายความว่ายังไง"
ไม่น่าเชื่อคำพูดเดียวทำเอาผมลุกขึ้นมานั่งพูดได้
"ตรงไปที่สัดสี่ฤดูซะ มีคนกำลังรอนายอยู่ ฉันเล่าเรื่องไม่ค่อยเก่งนัดหรอก ให้ไอ้หมอนั้นเล่าแทนแล้วกัน"
"ได้ แล้วนาย จะไปด้วยกันกับฉันไหม"
ผมลุกขึ้นพร้อมๆกับปิว
"ธุระมีนิดมีหน่อย ทำยังไงก็ไม่มีวันหมด"
ปิวหยิบดาบแล้วหันหลังออกไป
"แล้วเจอกันใหม่เพื่อนรัก"
ปิวพูดก่อนจะกระโจนจากไป...
"ฉันก็รอวันที่นายจะมาเจอกันฉันอีกเช่นกันเพื่อน..."
__________________
ฟุตบอลคือศาสนา ซานซีโร่คือโบถส์ มิลานิสต้าคือนักรบศักดิ์สิทธิ์
อยากมีฟ้าของเรา อยากมีปีกเพื่อบินขึ้นไป
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 14 Sep 2006, 13:04   #7 (permalink)
น้องใหม่ TG
 
gunn_2535's Avatar
 
โพส: 76
ดาวโหลด: 4
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
gunn_2535 aura


สถานที่: ตอนน้หลงทางหาทางกลับไม่เจออยู่

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง gunn_2535
Thumbs up

ขอบคุณท่แก้ไข
ป.ล.สบายตาแล้วคราวนี้

แก้ไขโดย gunn_2535 : 20 Sep 2006 เวลา 11:05.
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 14 Sep 2006, 17:20   #8 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
numjim's Avatar
 
โพส: 214
ดาวโหลด: 39
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
numjim aura


สถานที่: San Siro

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง numjim
ตอนที่5
“นัทยังไม่นอนอีกเหรอ”
เสียงของแอร์ดังขึ้นมาจากด้านหลังของผม
ตอนนี้พวกเราตั้งแคมป์พักอยู่กลางป่า
สโนวี่บอกว่าที่นี่ห่างไม่ไกลนักจากวัดสี่ฤดูเป้าหมา ยของพวกเรา
แอร์ค่อยคลานออกมาจากผ้าห่มมาหนุนตักของผม
“นัทยังกังวลเรื่องที่ปิวพูดอยู่เหรอ”
แอร์ผมแบบแทงใจดำ
สมแล้วแฟนกันรู้ใจกันดี
“นัท...เราว่านี่มันเรื่องของเราแท้ๆนะ เรายังไม่เครียดเลย เราว่านัทนอนๆไปเหอะ”
“เราจะหลับลงได้ไงกันล่ะ ความคิดยังตีกันไปตีกันมาในหัวสมองเต็มไปหมดเลย ไม่ใช่แค่เรื่องโลกใบนี้นะ เรื่องของเฟิร์นด้วย”
แอร์ไม่รู้จะกล่าวอะไร แต่ก็ได้เอยปากถามออกมา
“แล้วสโนวี่ล่ะ เธอหายไปไหนเหรอ”
“เธออกไปลาดตระเวนแถวๆนี้น่ะ ไปสำรวตจดูว่ามีใครตามเรามาอีกหรือเปล่า...”
แอร์ลุกขึ้นนั่งจ้องหน้าผม
เราสองคนนั่งจ้องตากันและกัน ว้าย โร แมน ติก...
“นัท ปิวบอกว่าโลกนี้คือโลกของเรา... ฉนั้น... เราของสั่งให้เจ้านอน ในฐานะราชินีของโลกใบนี้ ไม่งั้นเจ้าจะถูกเราหอมแก้มหนึ่งที”
เวรแท้ น่ากลัวจริงๆ หอมแก้มหนึ่งที เหอๆ
“จ้าๆนอนก็ได้นอน”
ผมล้มตัวลงนอนกับพื้นดินปล่อยให้แอร์กลับไปนอน ณ ที่นอนของเธอ
ผมไม่จะกังวลอะไรเลย ในเมื่อมีผม มีแอร์ ไม่ว่าอะไรเราก็ผ่าฟันมันไปได้อยู่แล้ว...
หลับซะหนุ่มน้อย พรุ่งนี้แฟนสาวจะได้ไม่ต้องมาปลุก...

“ขี้เซาตื่นๆ”
เสียงใสๆของแอร์ปลุกผมแต่เช้า...
ข้างกายของเธอคือสโนวี่
“หวัดดีสาวๆ”
ผมลุกขึ้นนั่ง
สโนวี่ยื่นผลไม้ป่าสองสามผลให้ผมกิน
ผลอะไรวะเนีย ท่าทางแปลก ไม่เคยเห็นมาก่อน
เธอบอกว่าเป็นผลขับขี่ เด็ดมาจากต้นขับขี่
คนแถวนี้นำใบของมันไปเป็นใบอนุญาตขับขี่พาหนะ
ผมเชื่อเลยว่าโลกนี้เป็นโลกของแอร์แน่ ไม่มีโลกไหนหรอกจะงี่เง่าขนาดมีต้นขับขี่...
“สโนวี่ เราไปถึงจะได้เจอหัวหน้าของเธอป่าว...”
ผมถามสโนวี่สาวน้อยที่วันนี่หน้าตายังกะหมีแพนด้า... ขอบตาคล้ำเลย
“ไม่แน่ใจอ่ะ คือความจริง...ที่นัดไว้คือหน่วยที่8ที่เหลือ แต่ตัวหัวหน้าไม่รู้จะมาด้วยหรือเปล่า คือที่ผ่านมาเรา...โกหกไปนะ ขอโทษนะ คือหัวหน้าบอกว่าให้พูดไปอย่างนั้นก่อน เค้าบอกว่าพวกเธจะได้รีบตามมาด้วยอ่ะ...”
เวรแท้ ตอนนี้ชักอยากรู้จริงๆแล้วแฮะ ว่าหัวหน้ากองทัพนี้คือใครกันนะ... ท่าทางกวนๆ...
ไม่นานนัก ผมละสองสาวก็เดินทางไปตามถนนที่ทอดยาวไปสู่วัดสี่ฤดู

“อะไรกันน่ะ”
สโนวี่ร้องขึ้นเมื่อเห็นซากปรักหักพังเบื้องหน้า
อย่าบอกนะว่าเศษอิฐนี่คือวัดสี่ฤดู
เวรแล้วไง นัดกันภาษาอะไรวะนั้น
“เฮ้ยหัวหน้ามาแล้ว”
เสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้นก่อนที่เจ้าของเสียงจะวิ่งม าเต้นหน้าสโนวี่
“ทุกคนจ่ายมา บอกแล้วหัวหน้ามาถึงวันนี้”
สิ้นเสียงโห่ร้องดีใจอะไรไม่รู้ของมันก็มีพรรคพวกเดิ นตามออกมาอีกสามคน
สีหน้าท่าทางถอดใจ
“เฮ้ยไอ้ขอม แกเอาฉันไปเป็นเครื่องพนันอะไรของพวกแกอีกแล้วเหรอวะ”
สโนวี่พูดกับเด็กหนุ่มด้วยท่าทางโมโห
“ขอมขอโทษคับหัวหน้า แฮะๆ”
เด็กหนุ่มท่าทางเฮฮาหันหน้าไปพาพวกพ้องหลังจากขอโทษส โนวี่
“เฮ้ยไอ้จ๊อปจ่ายมา รุ่นพี่ซันโคลด้วย”
เหอๆ เล่นพนันกันเฮฮาสนุกสนานเลยนะ
ทำไมเฟิร์นไม่มาตบหัวไอ้พวกนี้บ้างนะ จะได้เครียดๆเหมือนพวกเราหน่อย...
ดูท่าสโนวี่จะเห็นพวกผมยืนเอ๋อไม่รุ้จักใครสักคนจึงแ นะนำพวกของเธอแก่ผมและแอร์
“ไอ้บ้าๆนี่ชื่อขอม อย่าไปคบมากระวังเสียคน”
เด็กหนุ่มคนแรกก้มโค้งอย่างสวยงาม ดูท่าจะถูมิใจกับคำว่า “เสียคน”
“คนนี้ชื่อจ๊อป มีอะไรขาดเหลือก็เขาจัดการให้”
เด็กหนุ่มผู้พาดดาบไว้ที่เอวจับมือทักทายกับผมด้วยท่ าทีเป็นมิตร
“คนนี้ ซันโคล เป็นรองหัวหน้าหน่วยที่8นี้”
ซันโคลเด็กสาวดูท่าทางอายุราวคราวเดียวกะสโนวี่ยกมือ ทักทายแบบปกติ
สโนวี่หันหน้ามาทางพวกผม
“สองคนนี้แขกของท่านหัวหน้า”
“แหมมีท่านด้วยนะเนีย”
ซันโคลแซวออกมาเบาๆทำเอาสโนวี่หน้าแดง
“คนนี้นัท เป็นเพื่อนของนักดาบขาว ปิว”
โอ้โห้ปิวมีฉายาแล้วด้วยแฮะ
ไม่น่าเชื่อ ทุกคนตะลึง อะไรกาน แค่เพื่อนไอ้ปิวเอง
“ขอจับมืออีกทีครับ เป็นเกรียติที่ได้คบหากับสหายของนักดาบขาว”
จ๊อปมาคว้ามือของผมอีกรอบ
“ส่วนคนนี้ แอร์ เป็นแฟนของนัทเค้าแหละ คนนี้ฝากดูแลเยอะๆเลยนะซันโคล หัวหน้ากับนักดาบขาวกำชับมาเลย”
แอร์ก้มโค้งถอนสายบัวอย่างสวยงามเป็นการแนะนำตัวเธอเ อง
ซันโคลยกมือทักทายซ้ำอีกรอบ ได้ข่าวว่ากลายเป้นผู้ดูแลของแอรืไปแล้วนิ
“แล้ว ไอส์ซี่กะโฮลองล่ะ”
สโนวี่ถามหาถึงเพื่อนอีกสองคนกับซันโคล
“ให้การอารักขาหลวงพี่อยู่บริเวณหน้าถ้ำด้านใน แถวนั้นยังพอหลงเหลือเป็นวัดอยุ่ไง”
“เออใช่ฉันกะว่าจะถามอยู่พอดีเลย ทำไมวัดกลายเป้นอย่างนี้แล้วล่ะ รอบก่อนมาสำรวจยังดูดีๆอยู่เลย”
ซันโคลเงียบไม่พูดจาหันหลังให้ก่อนจึงคิดกล่าว
“โดนพวกพรรคมารเดินทางมาถล่มเมื่อสองวันก่อน คนของทัพเราล้มตายมากมาย เหลือรอดเพียงหน่วยที่8ของเรา”
พูดจบเธอเดินนำพวกเราทั้งหมดไปยังอารามที่อยู่ด้านใน
__________________
ฟุตบอลคือศาสนา ซานซีโร่คือโบถส์ มิลานิสต้าคือนักรบศักดิ์สิทธิ์
อยากมีฟ้าของเรา อยากมีปีกเพื่อบินขึ้นไป
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 14 Sep 2006, 17:22   #9 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม