Thaigaming Network the 8th: the ultimate evolution of gamertainment tribes. Protect the earth from global warming.

สมัครสมาชิก | รายชื่อสมาชิก | ค้นหา | ข้อความใหม่วันนี้ | ทำสัญลักษณ์ว่าอ่านแล้ว |
 





กลับไป   Thaigaming > Thaigaming General > Fiction

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม แสดงผล
เก่า 22 Aug 2006, 17:28   #1 (permalink)
joi113
Guest
 
โพส: n/a
ดาวโหลด:
อัพโหลด:




Lightbulb FFVII[FIC] : The Next Story

บทนำ



ไลฟ์สตรีมสายธารแห่งชีวิตที่หล่อเลี้ยงและค้ำจุนโลกใ บนี้ตลอดมา จนชินระบริษัทยักษ์ใหญ่สร้างเตาปฎิกรณ์ดูดเอาไลฟ์สตี มมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานโดยไม่สนใจผลกระทบที่เกิดขึ ้น ทั้งนี้ชินระ ยังสนับสนุนการทดลองต่างๆเพื่อเพิ่มแสนยานุภาพของกอง ทัพ ในการทดนี้ได้ให้กำเนิดสุดยอดทหารนามว่า "เซฟิรอส" จนสุดท้ายเซฟิรอสได้รู้ว่าตัวเขาเองเกิดจากการทดลองอ ันน่าขยะแขยงทำให้เขาเคียดแค้นในทุกสิ่งจนถึงขั้นจะท ำลายโลกใบนี้ แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่ออกเดินทางเพื่อที่จะหยุด "เซฟิรอส" ในการเดินทางมีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย มีทั้งมิตรภาพที่เกิดขึ้น และการสูญเสีย ถึงพวกเขาจะสามารถหยุด"เซฟิรอส"และช่วยโลกได้ แต่เหตุการมันยังไม่จบแค่นั้น 2ปีถัดมาจากวันที่"เซฟิรอส"ถูกหยุดยั้ง ก็เกิดเหตุการณ์ของการชายผมเงิน3คน และปีถัดมากองกำลังลึกลับที่ถูกฝังไว้ใต้ชินระ"Deep Ground (DG) Soldier" ก็ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับเหตุการณ์ต่างๆที่เหมือนจะเป็ นบทสรุปของปริศนาและยารักษาบาดแผลในจิตใจของกลุ่มผู้ เดินทางเพื่อหยุดยั้ง"เซฟิรอส" จากเรื่องราวในอดีต

ณ เมืองเอดจ์ เมืองใหม่ที่ถูกขึ้นที่ชายแดนด้านเหนือของมิดการ์ อดีตเมืองที่เต็มเป็นด้วยแสงสีและความเจริญภายใต้การ ปกครองของชินระซึ่งบัดนี้มันเป็นเพียงแค่เมืองที่เต็ มไปด้วยซากปรักหักพัง ในเมืองนี้มีบาร์เล็กแห่งหนึ่งชื่อว่า"เซเว่นเฮเว่น" ซึ่งมีมาสเตอร์เป็นสาวสวยผมสีดำสนิท นามว่า "ทีฟา" วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่บาร์แห่งนี้เต็มไปด้วยลูก ค้าที่แวะเข้ามาชิมเหล้ารสเลิศของบาร์แห่งนี้

เด็กหญิงคนหนึ่งผมสีน้ำตาลผูกผมเป็นหางม้าด้วยริบบิ้ นสีชมพูสวมเสื้อแขนกุดสีเทาที่ถักจากไหมพรมสวมกระโปร งไม่สั้นไม่ยาวสีเข้ากับเสื้อของเธอ เดินลงมาจากชั้น2ของบาร์ เมื่อลงมาถึงชั้นล่างก็กวาดสายตาเหมือนจะหาบางสิ่งบา งอย่างหรือใครบางคน แต่แล้วเธอก็ไม่พบในสิ่งที่เธอกำลังหา นอกจากลูกค้าที่มาอุดหนุนบาร์แห่งนี้ เธอจึงวิ่งไปหามาสเตอร์สาวของบาร์แห่งนี้ที่กำลังยืน อยู่ด้านหลังเคาเตอร์

"ทีฟาๆเห็นเดนเซลไหมคะ?" เด็กหญิงเอ่ยถามหญิงสาวที่ยืนอยู่หลังเคาเตอร์

"เอ~ รู้สึกว่าเดนเซลออกไปที่บาร์`จอห์นนี่เฮเว่น` รู้สึกว่ามีนัดไปคุยกับ`รีฟ` เรื่องที่จะขอเข้า WRO แต่เช้าเลยนะ`มาลีน`มีเรื่องอะไรกับเดนเซลเหรอ?" ทีฟาเอ่ยถามกลับมาพลางส่งเหล้าขวดหนึ่งให้ลูกค้าที่ม าสั่ง

"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ งั้นวันนี้หนูขอ ออกไปข้างนอกนะคะ ทีฟา" มาลีนขออนุญาติหญิงสาวที่เป็นเหมือนพี่สาวและผู้ปกคร องของเธอ

"ได้สิแต่อย่าออกนอกเมืองและอย่ากลับให้ช้านักนะ มาลีน" ทีฟาพยักหน้าอนุญาติแล้วพูดกำชับ

"ค่ะ งั้นหนูไปก่อนนะคะ" แล้วเด็กหญิงก็วิ่งออกไปนอกร้าน เธอเดินมาเรื่อยๆจนถึงโบสถ์ร้างในเมืองมิดการ์ ก่อนหน้านี้กลางโบสถ์แห่งนี้เต็มไปด้วยแปลงดอกไม้ของ คนที่เธอเรียกว่า"พี่สาว" เธอคนนั้นเคยช่วยมาลีนไว้ แต่บัดนี้เธอคนนั้นไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้วแต่หลายๆครั ้งที่เธอรู้สึกว่า"พี่สาว"อยู่ใกล้ๆเธอ ตอนนี้แปลงดอกไม้ในอดีตได้กลายเป็นแอ่งน้ำใสสะอาด จากเหตุการณ์ของชายผมเงิน3คนเมื่อ2ปีก่อน ตอนนี้ดอกไม้สีขาวและสีเหลืองออกดอกบานสะพรั่งอยู่รอ บๆแอ่งน้ำแห่งนั้น

มาลีนมักจะมาเก็บดอกไม้ที่นี่เสมอๆ วันนี้ก็เช่นกันขณะที่มาลีนกำลังเดินไปรอบๆแอ่งน้ำดั ่งเช่นทุกครั้ง เด็กหญิงเกิดสะดุดขาตัวเองพลาดตกลงไปในแอ่งน้ำตื้นๆแ ห่งนั้น ทั้นทีตัวเธอแตะน้ำที่นิ่งอยู่ในแอ่งแห่งนั้น ราวกับประสาทรับรู้ต่างๆดับวูบลง

มาลีนมารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองมายืนอยู่ในที่ๆไ ม่รู้จักรอบๆตัวเธอขาวโพลนไปหมดเมื่อเธอหันไปด้านหลั งก็พบกับหญิงสาวคนหนึ่ง ผมเปียสีน้ำตาลผู้ด้วยริบบิ้นสีเดียวกับเธอ ดวงตาสีเขียว อยู่ในชุดสีชมพูอ่อนสวมทับด้วยเสื้อนอกแขนสั้นสีชมพู เข้ม

"พี่สาว!" มาลีนอุทานพลางวิ่งเข้าไปเกาะหญิงสาวในชุดสีชมพูคนนั ้น

เธอคนนั้นย่อตัวลงมาคุยกับมาลีน"ต่อไปนี้พี่ต้องเรีย กเธอว่าพี่มาลีนแล้วน๊า~ ฝากตัวด้วยนะจ๊ะ"

FFVII FIC:The Next Story

บทที่1 เรื่องราวที่เริ่มต้น








15ปีเต็ม จากวันที่มาลีนไปเก็บดอกไม้แล้วพลาดตกลงไปในแอ่งน้ำ

โลกก็ฟื้นฟูขึ้นเรื่อยๆจากวันที่เมเทโอถูกไลฟ์สตรีมท ำลาย 1ในกำลังสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูโลกก็คือองค์กร"WRO" (World Restoration Organization) องค์กร ที่ถูกก่อตั้งโดย Reeve Tuestiพลังงานมาโคที่จำเป็นต้องสูบไลฟ์สตรีมขึ้นมานั ้นถูกเลิกใช้อย่างสิ้นเชิงเพราะทุกคนรู้แล้วว่าการกร ะทำเช่นนั้นเท่ากับทำลายโลกที่ตัวเองอาศัยอยู่ พลังงานที่มาทดแทนนั่นก็คือ น้ำมัน โดยผู้ที่ค้นพบแหล่งน้ำมันก็คือ "แบเร็ต" พ่อของเธอนั่นเอง แล้วนักวิทย์ศาตร์ก็ได้ค้นพบการสร้างพลังงานจากแสงอา ทิตย์ ทำให้ไม่มีใครที่จะใช้พลังงานมาโคอีกต่อไป

ปัจจุบันการคมนาคมต่างๆสะดวกขึ้นมากเพราะเทคโนโลยีเก ี่ยวกับเครื่องบินและเรือเหาะได้ถูกพัฒนาไปมากมาย โดยมีบริษัทHighwind ที่ถูกก่อตั้งโดย "ซิด ไฮวินด์" พลขับในตำนานของนักบินทุกคน และผู้ที่นับถือในตัวเขา ปัจจุบัน ไฮวินด์เป็นบริษัทขนส่งทางอากาศที่มีชื่อเสียงที่สุด

"คลาวด์ ์" ก็ยังคงรับส่งของตามที่ลูกค้าสั่งในชื่อ"สไตรฟ์ดีลิเ วอรี่เซอร์วิซ" ถึงแม้การขนส่งทางอากาศจะเจริญรุดหน้าไปแต่งานของบริ การขนส่งสไตรฟ์ ก็ยังยังมีเข้ามาเรื่อยๆเนื่องด้วยความคุ้นเคยและค่า บริการที่เป็นกันเอง รึบางคนที่ไม่มีเงินก็เอาสิ่งของมาให้ คลาวด์เองก็ไม่ได้ปฎิเสธอะไร เพียงแต่ก่อนส่งของทุกครั้ง เค้าจะขอตรวจสอบของที่จะส่งก่อนเท่านั้น ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่ดีแม้ว่าค่าจ้างจะสูงเท่าไร คลาวด์ก็จะปฎิเสธอย่างไร้เยื่อใย แต่ก็ไม่ค่อยจะมีบ่อยนัก และอีกอย่างที่บริการขนส่งสไตรฟ์ ยังมีงานเข้ามาเรื่อยๆ เพราะพื้นที่บางที่ เครื่องบินหรือเรือเหาะเข้าไปไม่ถึงหรือบางแห่งอาจจะ เข้าไปถึงแต่สถานที่แห่งนั้นมันเต็มไปด้วยอันตรายจาก มอนเตอร์ที่ดุร้ายซึ่งไม่มีใครกล้ารับส่งของชิ้นนั้น แต่บริการขนส่งสไตรฟ์ ก็รับทำ

ซึ่งตอนนี้เดนเซลเองก็เป็น "สไตรฟ์ดีลิเวอรี่เซอร์วิซ" เต็มตัวแล้ว แรกๆเดนเซลก็เพียงแค่ติดรถไปกับคลาวด์ แต่ตอนนี้เดนเซลเก่งพอที่จะไปส่งของด้วยตัวคนเดียวแล ้ว ซึ่งมอไซด์ของเดนเซล ซื้อมาจากเงินเก็บๆเล็กๆน้อย บวกกับ เงินจากบาร์"เซเว่นเฮเว่น" ซึ่งเดนเซลก็ไม่ยอมรับมาเปล่าๆ เดนเซลบอกว่าจะทำงานค่อยๆใช้คืนเงินก้อนนี้ให้กับ"ที ฟา" ทั้งๆที่ ทีฟาเองก็ไม่ได้อยากจะได้คืนเลย แต่เดนเซลก็ดื้อทำงานหามาคืนจนครบ ตอนนี้เดนเซลก็ได้รับความเชื่อถือในการส่งของไม่น้อย ไปกว่าคลาวด์เลย

แม้ว่าอะไรหลายๆอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปแต่บาร์"เซเว่นเ ฮเว่น" ก็ยังคงตั้งอยู่ที่เดิมและมีขนาดเท่าเดิม แม้ว่าจะมีหลายๆคนจะบอกให้ขยายร้าน แต่ทีฟามักจะบอกว่า"เธอพอใจกับบาร์แห่งนี้และไม่คิดจ ะทำให้มันใหญ่ไปกว่านี้เพราะแค่นี้เธอคนเดียวก็แทบจะ ดูแลไม่หมดแล้ว"

วันนี้ก็เป็นอีก1วันที่"เซเว่นเฮเว่น" ยังคงแน่นไปด้วยลูกค้า "มาลีน! วันนี้ขอเหมือนเดิมชุดนึงนะ" ลูกค้าคนหนึ่งตะโกนบอกกับหญิงสาวผมสีน้ำตาลผูกผมที่ย าวปะใหล่ของเธอเป็นหางม้า เธออยู่ในชุดที่แทบไม่ต่างจากชุดของเธอในสมัยเด็กเลย เสื้อแขนกุดคอเต่าถักจากไหมพรมสีเทา แต่กระโปรงของเธอไม่ใช่สีเทาแล้ว แต่เป็นกระโปรงสั้นสีดำเพื่อความคล่องแคล่วในการเคลื ่อนไหว

"รอแปปนึงนะคะ ทีฟา ขอเหล้าโคเรล1ขวดกับเนื้อย่าง1จาน" มาลีนตะโกนเข้าไปยังหลังครัวซึ่งตอนนี้ "ทีฟา" มาสเตอร์ของบาร์แห่งนี้รับผิดชอบอย่างเต็มตัว เพราะได้มาลีนมาช่วยงานเสริฟและรับออเดอร์ที่หน้าร้า น

ซักอึดใจก็มีคนยกของที่เธอเพิ่งสั่งไปออกมาจากหลังคร ัว แต่หาใช่"ทีฟา"มาสเตอร์คนสวยของ"เซเว่นเฮเว่น" เป็นเด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาล ผูกเปียด้วยริบบิ้นสีชมพูสดใส ดวงตากลมโตสีเขียว อยู่ในชุดแซกแขนสั้นกระโปรงสั้นสีชมพูอ่อน (ชุดที่เสื้อและกระโปรงเป็นตัวเดียวกัน) ท่าทางร่าเริงแจ่มใส "พี่มาลีนคะ แม่ให้เอาของที่สั่งมาให้แล้วค่า"

"เอาไปเสริฟที่โต๊ะ3 เลย`แอริธ` แม่น้องสาวตัวดีอย่าทำซุ่มซ่าม คว่ำถาดอีกล่ะ" มาลีนพูดพลางยิ้มให้เด็กหญิงที่เป็นเหมือนน้องสาวของ เธอ ยิ่งโตน้องสาวของเธอคนนี้ก็ยิ่งเหมือน หญิงสาวขายดอกไม้ ชนเผ่าโบราณ คนที่เธอเรียกว่า"พี่สาว" อยู่เสมอ น้องสาวคนนี้เกิด 9 เดือนถัดมาจากวันที่เธอ พลาดหล่นลงไปในแอ่งน้ำที่โบสถ์ร้างแห่งนั้น เธอเป็นลูกของ"คลาวด์"กับ"ทีฟา" 2คนที่มาลีนรักเหมือนพี่ชายและพี่สาว แล้วชื่อ"แอริธ" มาลีนก็เป็นคนตั้งเพราะเธอมั่นใจว่าเด็กทารกคนนี้ต้อ งโตขึ้นมาเหมือน"พี่สาว" แน่ๆเลย ซึ่งก็ไม่มีใครคัดค้านชื่อนี้ เพราะเห็นว่าเหมือนเป็นการระลึกถึง เธอผู้ที่จากไป แต่เมื่อเวลาผ่านไป"แอริธ" ก็โตขึ้นเรื่อย ทุกคนต่างประหลาดใจ ในความเหมือนกับเธอคนนั้น ซึ่งเวลานั้นมาลีนเองก็ได้เล่าเรื่อง ที่เธอพบที่โบสถ์ร้างให้กับทั้งคลาวด์และทีฟาฟัง
ทีฟายิ้มออกมาแล้วเหมือนจะพูดกับตัวเอง "คราวนี้แหละฉันจะดูแลเธอให้ดีที่สุด`แอริธ`" ส่วนคลาวด์เองก็ยิ้มออกมาเช่นกัน

มาลีนสะดุ้งตื่นจากภวังเพราะน้องสาวตัวดีของเธอ กำลังถูกลูกค้าขาจรกลุ่มหนึ่งซึ่งตอนนี้เมาได้ที่ จับแขนรั้งตัวไว้จะให้เธอไปนั่งดื่มกับเขา ซึ่งมันเกิดขึ้นบ่อยๆที่บาร์แห่งนี้ หญิงสาวเดินเข้าไประงับเหตุการ์ณทันที ลูกค้าขาประจำหลายๆคนต่างรู้ดีว่าต่อจากนี้มันจะเกิด อะไรขึ้น

มาลีนเดินมาถึงโต๊ะของขี้เมากลุ่มนั้นทันที "ขอโทษนะคะ บาร์แห่งนี้ไม่มีหญิงบริการนั่งคุยรึทำอย่างอื่นเวลา ดื่มหรอกนะคะ ช่วยปล่อยมือจากน้องสาวดิฉันด้วยนะคะ" แล้วมารีนก็ปัดมือขี้เมาคนนั้นออกจากต้นแขนของ แอริธ ทันที

"ถ้าต้องการคนคุยด้วยแนะนำให้หามาเองรึไม่ก็ไปดื่มที ่อื่นนะคะ" มาลีนเอ่ยต่อ ลูกค้ากลุ่มนั้นต่างมองหน้าหญิงสาวผมน้ำตาลคนนี้อย่า งโกรธแค้น 1ในกลุ่มนั้นลุกขึ้นคว้าขวดเหล้าหมายจะตีให้แหลก แต่พริบตานั้นร่างของเด็กสาวในชุดสีชมพู พุ่งเข้าประชิดตัวแล้วใช้อุ้งมือกระแทกเข้าเต็มปลายค างทำเอาสติหลุดลอยออกจากร่างทันที

ขี้เมากลุ่มนั้นลุกขึ้นทุกคนกรูเข้าจะรุมทำร้ายทั้ง2 สาว เปรี้ยง!!!! เสียงปืนสั้นสีเงินวาววับ ซึ่งไม่รู้มาอยู่ในมือของมาลีนตั้งแต่เมื่อไรดังลั่น ขึ้น กระสุนนั้นถากใบหน้าของคนที่เหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่ มของขี้เมากลุ่มนั้นเลือดซึมออกมาเป็นยางบอน

"ช่วยจ่ายค่าเหล้า+กับค่าเสียหายแล้วช่วยรีบออกไปจาก ที่นี่ด้วยนะคะ" มาลีนพูดเสียงเย็นเฉียบ หลังจากเหวออยู่ซักพักทั้งกลุ่มก็เอาเงินวางบนโต๊ะแล ้วลากเพื่อนที่หลับอยู่ออกไปจากเซเว่นเฮเว่นทันที

"พี่บอกกี่ครั้งแล้วแอริธ ถึงเธอจะเรียน`มาเชียลอาร์ต` มาจากทีฟาก็อย่าทำอะไรผลีผลามถ้าบาดเจ็บขึ้นมาจะทำยั งไง ฮึ! ไหนเอามือมาดูซิเป็นอะไรรึเปล่า"มาลีนหันมากลับมาพูด กับน้องสาวของเธออย่างเป็นห่วง

"โถ่! พี่มาลีนเป็นห่วงเกินไปแล้วหนูไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อ ย หนูไม่ได้ผลีผลามนะ ก็เค้าจะทำร้ายพี่มาลีนนี่นา"แอริธตอบ

ขณะนั้นเอง ทีฟา ก็เดินออกมาจากหลังครัว"มีเรื่องอะไรกันรึเปล่า มารีน แอริธ?"

"ไม่มีอะไรหรอกค่า พี่มาลีนมาช่วยกันเก็บโต๊ะเถอะ เดี๋ยวหนูไปเอาไม้กวาดมากวาดเศษแก้วเอง" แอริธตอบเสียงสดใสแล้ววิ่งไปทางห้องเก็บของ ซึ่งมาลีนได้แต่มองตามไปแล้วส่ายหน้า ถอนหายใจเบาๆ

ลูกค้าประจำของเซเว่นเฮเว่นต่างรู้ดีว่า สาวๆของร้านนี้ทุกคน ทั้งทีฟา มาลีน รึกระทั่ง แอริธ เองก็เถอะถึงจะสวยทุกคนแต่ไม่สมควรไปยุ่งย่ามด้วยทั้ งสิ้น เพราะเห็นกันมาหลายหนแล้วว่า ถ้าไม่อยากโดนซัดหลับกลางอากาศ โดย ทีฟา รึ แอริธ หรือกินลูกตะกั่วของมาลีน อย่าไปยุ่งกับพวกเธอ3คนเป็นดีที่สุด นี่ยังไม่นับ 2หนุ่มของ"สไตรฟ์ดีลิเวอรี่เซอร์วิซ" ที่มีบาร์แห่งนี้เป็นสำนักงาน แต่ทั้ง2คนไม่ค่อยจะอยู่ที่นี่เท่าไร แต่ถ้าอยู่แล้วเกิดมาก่อเรื่องแล้วล่ะก็ ถือว่าซวย2เด้งเลยทีเดียว


จบ บทที่1 เรื่องราวที่เริ่มต้น

บทที่2 ผู้มาเยือนหลังร้านปิด













วันที่แสนธรรมดาของ"เซเว่นเฮเว่น" ก็ผ่านไปอีกวันหนึ่งจนถึงเวลาปิดร้าน ขณะที่ทั้ง3สาวค่อยๆเก็บร้านอยู่นั่นเอง ก็มีชายหนุ่ม2คนเดินเข้ามาในร้าน

"กลับมาแล้ว ทีฟา มาลีน แอริธ" 1ใน2ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาร้าน เขาสวมเสื้อยืดสีขาวข้างนอกสวมทับด้วยแจ๊คเก็ตสีดำมี ฮูดพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก สวมสร้อยคอที่ทำจากเชือกร่มเส้นเล็กๆแขวนแหวนสีเงินว งหนึ่งไว้กับสร้อย ผมของเขาสีน้ำตาลออกแดงนิดๆ กระเซิงๆเหมือนรังนกไม่มีผิด ดวงตาสีฟ้าสดใส สะพายดาบเล่มไม่ใหญ่ไม่เล็กพอดีๆ กับรูปร่างของเขาอยู่ด้านหลังเล่มหนึ่ง

"กลับมาแล้วเหรอ เดนเซล มาพอดีเลยช่วยเก็บร้านทีสิ อ้าว! คลาวด์ เจอกับ เดนเซล ระหว่างทางเหรอคะ?" มาลีนหันไปคุยกับชายหนุ่มอีกคนที่เข้ามาในร้าน ขณะที่กำลังกวาดพื้นอยู่ (ขออนุญาติไม่อธิบายลักษณะของอีตาโบ๊ะ หน้าตาก็เหมือนๆกับที่ท่านเคยเห็นในภาคAC หรือ DOC น่ะแหละครับ อิมเมจชัดเจนมากๆ หุๆ)

ยังไม่ทันที่คลาวด์จะตอบคำถามอะไร เด็กสาวในชุดสีชมพูก็วิ่งเข้ามากอดเขา แล้วเอ่ยออกมาว่า "กลับมาแล้วรึคะพ่อ หนูคิดถึงพ่อจังเลยค่ะ"

คลาวด์ยิ้มแล้วลูบหัวเธออย่างเอ็นดู ทีฟาเองก็เดินออกมาจากครัวพอดีเธอยิ้มให้ทั้ง2คนแล้ว กล่าวต้อนรับ "ยินดีต้อนรับกลับมาทั่ง2คน แอริธไปอ้อนพ่อจะขออะไรอีกล่ะคราวนี้?"

"โถ่! แม่ก็หนูคิดถึงพ่อจริงๆนี่นา เนอะ พี่เดนเซล?" เด็กหญิงผมเปียหันไปพูดกับเดนเซล

"พี่ว่าเธออยากได้ของฝากจากจูน่อนมากกว่าแหงๆ คิดเหมือนชั้นไหมมาลีน?" หนุ่มผมน้ำตาลแดงไม่รับมุขของเด็กสาว

"เดนเซลถ้าเธอมีเวลาว่าไปแหย่ แอริธ ล่ะก็มาช่วยฉันเก็บโต๊ะพวกนี้จะเข้าท่ากว่านะ" มาลีนตอบทั้งที่ยังก้มหน้ากวาดพื้นอยู่ เดนเซลจึงเลิกที่จะแหย่ แอริธ เดินไปที่โต๊ะตัวหนึ่ง วางดาบที่สะพายอยู่ แล้วก็เดินไปช่วยมาลีนขยับโต๊ะเก็บร้าน ทีฟาที่ยืนอยู่หลังเคาเตอร์ ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขนี่แหละครอบครัวเล็กๆที่เธอห วังจะมีมาตลอด

กริ๊งๆ!! ขณะนั้นเองก็มีเสียงดังขึ้น จากโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนเคาเตอร์ ทีฟาจึงเดินไปยกหูเพื่อรับสาย "สวัสดีค่ะ ที่นี่ บาร์เซเว่นเฮเว่นค่ะ"

"อ้าว! ซิดเองเหรอ ได้สิเดี๋ยวฉันกับคลาวด์จะไปเดี๋ยวนี้แหละ" แล้วทีฟาก็วางสาย

"คลาวด์ ซิดโทรมาบอกว่าพวกอาหารกับแป้ง ที่สั่งเขาเอามาส่งให้แล้ว ตอนนี้เรือเหาะจอดอยู่นอกเมืองไปด้วยกันหน่อยสิ" ทีฟาพูดกับคลาวด์พร้อมกับเดินออกมาจากหลังเคาเตอร์

"งั้นผมจะไปช่วยยกของนะครับ" เดนเซลเสนอตัวขณะกำลังยกเก้าอื้ตัวหนึ่งเก็บเข้าที่ม ุมร้าน

"ไม่เป็นไรหรอก เดนเซลของก็ไม่ได้มากมายแล้วอีกอย่างเดี๋ยวพวกลูกเรื อของซิดก็ช่วยขนมาให้ถึงที่นี่ นี่แค่ออกไปเชคสินค้าแค่นั้นเอง ช่วยมาลีนเก็บร้านอยู่ที่นี่ดีแล้วล่ะจ้ะ แอริธนี่ก็ดึกแล้วไปนอนได้แล้วนะจ๊ะ" แล้วทั้งทีฟากับคลาวด์ก็เดินออกไปจากร้านเซเว่นเฮเว่ น

"หนูไม่นอนง่ายๆหรอกค่า นานๆทีจะอยู่กันครบทุกคนซักที พี่เดนเซลมีของฝากหนูบ้างไหมล่ะคะ?" แอริธเดินเข้าไปเกาะเดนเซล

"เอ้า!ของฝากจากวูไท พี่`ยัฟฟี่` เค้าฝากมาให้เธอแนะ ทวงจังเลยยายตัวแสบ" เดนเซลโยนถุงกระดาษใบหนึ่งให้

เด็กสาวรีบแกะดูอย่างรวดเร็ว ก็พบว่าข้าในเป็นถุงมือหนังสีดำสนิทคู่หนึ่ง เหมือนกับของแม่เธอไม่มีผิด "ว้าว! ขอบคุณมากค่ะพี่เดนเซล หนูรักพี่จังเลย"

"เหอะๆ รักเฉพาะตอนได้ของฝากน่ะสิ" มาลีนพูดพลางชโงกดูถุงมือในมือของน้องสาวเธอ

"ของดีนี่นา พี่ยัฟฟี่เค้าไปหามาจากไหนน๊า?" มาลีนถามขึ้นมาลอยๆแล้วก็เดินไปทำความสะอาดร้านตรงหล ังเคาเตอร์และครัวต่อ

"ชั้นเองก็ไม่รู้เหมือนกันนี่ แอริธ ถ้าเธอใส่ถูงมือนี่แล้วไปต่อยใครก็ยั้งๆมือหน่อยก็แล ้วกัน มาลีนขอน้ำแก้วนึงสิ" เดนเซลพูดแล้วเดินไปหามาลีนที่เคาเตอร์

"ทำไมเหรอคะ?" เด็กสาวผมเปียถามพลางมองถุงมือคู่ที่เธอถืออย่างสงสั ย

"ถุงมือที่เธอถืออยู่นั่นน่ะเป็นถุงมือชนิดพิเศษที่เ สริมแรงประทะของการต่อยรึกระแทกด้วยมือน่ะสิ แถมยังลดแรงสะท้อนที่ย้อนกลับมาให้กับผู้ใส่อีก ราคาเฉียดๆแสนกิล เลยนะน่ะ" มาลีนตอบแทนเดนเซลหลังจากไปหยิบเหยือกน้ำและแก้วออกม าจากหลังครัว

"เอ๋? หนูไม่ยักรู้ว่ามันดีขนาดนี้เลยนะนี่แล้วหนูจะระวังค ่ะ" แอริธตอบพลางวิ่งมานั่งข้างๆเดนเซลที่เคาเตอร์ "พี่เดนเซลเล่นให้หนูฟังบ้างสิคะว่าไปส่งของคราวนี้พ ี่ไปเจออะไรมาบ้าง" เด็กสาวผมเปียในชุดสีชมพูอ่อนถามด้วยน้ำเสียงกระตือร ือล้น

แอริธมักจะชอบฟังเขาและคลาวด์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นร ะหว่างไปส่งของตามที่ต่างๆทุกครั้งๆที่เขาหรือคลาวด์ กลับมาที่ร้าน ยังไม่ทันที่เดนเซลจะเริ่มเล่าเรื่องอะไรก็มีเด็กหนุ ่มคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาในร้าน เขาใส่รองเท้าผ้าใบสีน้ำเงินคาดขาว กางเกงยีนส์ เสื้อยืดสีดำสนิท สวมทับด้วยเสื้อยีนส์แขนสั้นสีน้ำเงิน คาดแว่นกันลมของนักบินอยู่บนหัว สะพายกระเป๋าที่ทำจากผ้าเก่าๆใบหนึ่ง แต่สิ่งที่สะดุดตามากมายก็คือผมและอาวุธของเขา ผมของเขาสีดำสนิทยาวถึงใหล่แต่หาได้เหยียดตรงเหมือนค นทั่วๆไป มันชี้ตั้งแหลมๆเหมือนเม่นไม่มีผิด แถมมีตะงอย1อันผมชี้ออกมาด้านหน้าด้วย ส่วนอาวุธของเขาเป็นหอก ไม่สิ น่าจะเรียกว่าท่อเหล็กสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งมีบางส่วนถูกพันไว้ด้วยผ้าซึ่งอดีตเคยเป็นสีขาวแ ต่ตอนนี้มันเป็นสีกะดำกะด่าง แล้วเอามีดสั้นไปแปะไว้ตรงปลายมากว่า

"ขอโทษนะคะตอนนี้ร้านปิดแล้วค่ะ" มาลีนบอกกับเด็กหนุ่มคนนั้น

"ปิดแล้วรึครับ โถ่" เด็กหนุ่มคนนั้นพูดพลางทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง "ถ้าไม่รบกวนผมขอซื้อขนมปังรึอะไรก็ได้ที่มันกินแล้ว อิ่มซักหน่อยได้ไหมครับ คือผมไม่ได้กินอะไรมา3เต็มๆแล้วยังไงๆก็ถือว่าสงสาร ลูกนกลูกกาเถอะนะครับ ผมคงไม่มีแรงจะไปเดินหาร้านอื่นแล้วล่ะครับ" เด็กหนุ่มหัวเม่นคนนั้นร้องขอ อย่างหมดแรง

มาลีนมองหน้าเดนเซลกับแอริธ "พี่มาลีนช่วยเขาหน่อยนะคะน่าสงสารเขาจะตาย นะคะ?" แอริธบอกกับพี่สาวของเธอซึ่งเดนเซลก็พยักหน้าเห็นด้ว ย

"นี่นายหัวเม่นชั้นบอกไว้ก่อนเลยนะว่าชั้นไม่ใช่มาสเ ตอร์ของร้านนี้ถ้าทำออกมาแล้วไม่อร่อยห้ามบ่นนะ ถ้าไม่กลัวแล้วล่ะก็มานั่งที่เคาเตอร์นี่มา" มาลีนบอกอย่างช่วยไม่ได้เพราะเธอเองก็ไม่แน่ใจว่าจะท ำอาหารได้ดีเท่า`ทีฟา`รึเปล่า

"ขอบคุณมากครับพี่สาว"เด็กหนุ่มหัวเม่นคนนั้นรีบคว้า หอกของเค้าที่กองอยู่กับพื้นแล้วมานั้นตรงเคาเตอร์ที ่เดนเซลกับแอริธนั่งอยู่ทันที

"ท่าทางนายไม่ใช่คนแถวนี้ใช่ใหม?" เดนเซลทักทายผู้มาเยือนหลังร้านปิดพร้อมยื่นแก้วแหละ เยือกน้ำให้

"ครับผมเป็นนักผจญภัย พอดี3วันก่อนเสบียงของผมหมดลงเพราะเอาไปให้เด็กๆที่ไ ม่สบายระหว่างทาง แถม มอนเตอร์ที่เจอระหว่างทางมาที่นี่ก็ท่าทางไม่น่าจะกิ นได้เลยซักตัว ก็เลยไม่ได้กินอะไรมา3วันแล้วล่ะครับ" เด็กหนุ่มตอบหลังจากดื่มน้ำอย่างกระหาย

"นักผจญภัยงั้นรึดูนายอายุไม่จากจากน้องสาวของชั้นเล ยนะ หายากนะในยุคนี้แล้วนายชื่ออะไรล่ะ ชั้นชื่อ`เดนเซล` นี่น้องสาวชั้นชื่อ`แอริธ` ส่วนคนที่เข้าไปทำอาหารให้นายชื่อ`มาลีน`" เดนเซลแนะนำ แอริธก็ยิ้มให้

"ผมชื่อ`แซค`ครับ" เด็กหนุ่มผมเม่นตอบซึ่งเป็นเวลาเดียวกับมาลีนเดินออก มาจากหลังครัวพร้อมกับถาดใส่ ขนมปัง เนื้อย่างและซุปข้าวโพด

"ชั้นทำได้ดีสุดแค่นี้แหละ เอ้า" มาลีนยื่นถาดใส่อาหารให้แซค ซึ่งทั้งหน้าตาและกลิ่นของมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย แถมน่าจะอร่อยซะด้วย แอริธคิดในใจว่าพี่สาวของเธอก็ทำอาหารได้ดีพอๆกับแม่ เลยนะ

"ขอบคุณมากครับคุณมาลีน"แล้วหนุ่มหัวเม่นก็กินอาหารเ หล่านั้นอย่างหิวโหยพร้อมชมว่าอร่อยไม่ขาดปากพร้อมขอ อีก2ชุดซึ่งพอมาลีนทำมาก็หมดในพริบตา

"ขอบคุณมากครับที่ทำอาหารอร่อยๆให้ผมกิน ผมขอขนมปังอีกซัก5ก้อนได้ไหมครับ แล้วคิดเงินด้วยเลยครับ" แซคเอ่ยพลางล้วงเงินออกมาเพื่อที่จะจ่ายมาลีน

"ทั้งหมดก็500กิล เอ้าแล้วนี่ขนมปังที่นายสั่ง แล้วไม่ต้องสุภาพนักก็ได้ดูท่าทางนายไม่ใช่สุภาพบุรุ ษอะไรเลยนี่"มาลีนพูดพร้อมกับยื่นถุงใส่ขนมปังให้แซค

"ถึงผมจะไม่ใช่สุภาพบุรุษอย่างที่คุณมาลีนบอกแต่ผมก็ รู้ว่าอะไรควรไม่ควร พวกคุณทั้ง3คนอุส่าห์ให้ผมเข้ามานั่งกินข้าวทั้งๆที่ ร้านปิดแล้วแทนที่จะไล่ตะเพิด ถึงจะเล็กน้องผมก็ถูกว่าเป็นบุญคุณแล้วล่ะครับ" แซคเอ่ยพลางขอบคุณทุกคนอีกครั้ง

"นี่ๆ แซคนายเป็นนักผจญภัยใช่ไหม? เล่นเรื่องการผจญภัยของนายให้ฟังหน่อยสิ นะๆ" แอริธพูดพลางดึงชายเสื้อของแซค

"แต่มันดึกแล้วนะครับจะรบกวนเปล่าๆ"แซคตอบอ้อมแอ ้ม

"นายยังไม่มีที่นอนใช่มั๊ยล่ะ สนใจทำงานพิเศษซักอาทิตย์ไหมล่ะ พอดีอาทิตย์หน้า ทีฟา มาสเตอร์ของร้านนี้จะไปเที่ยวกับคลาวด์ ค่าแรงดีนา" มาลีนเอ่ยชวน

"เอ๋? อย่าบอกนะที่เธอรบเร้าให้ชั้นกับคลาวด์เคลียงานส่งขอ งให้หมดภายในสัปดาห์นี้เพื่อที่จะให้คลาวด์กับทีฟา พักร้อน แล้วชั้นมาช่วยเธอที่ร้าน" เดนเซลถามมาลีนอย่างตกใจ

"ก็ใช่น่ะสิ" มาลีนพยักหน้า

"แล้วฉันล่ะไม่ต้องพักรึไง? ไม่เอายังไงชั้นก็จะพัก" เดนเซลหันหลังให้มาลีน

"เดนเซลนายจะปล่อยให้น้องสาวผู้น่ารักของนาย2คนเฝ้าร ้านกันตามลำพังเหรอ~~?" มาลีนพูดยานคาง

"ไม่! ฉันจะพัก" เดนเซลเสียงแข็ง

"งั้นชั้นจะบอกแอริธว่านาย.....อุ๊บ!" เสียงของมาลีนขาดประโยคไปเพราะถูกเดนเซลหันเอามือมาอ ุดปาก

"โอเคๆ ชั้นช่วยเธอเฝ้าร้านก็ได้จำไว้เลยนะยายมาลีน" เดนเซลตอบรับอย่างเสียไม่ได้

"พี่มาลีนจะบอกอะไรหนูเหรอคะ?" แอริธถามมางงๆ เดนเซลจ้องมาลีนเขม็งทีเดียว

"ไม่มีอะไรหรอกอย่าสนใจเลย" มาลีนตอบปัดคำถามของน้องสาวเธอทันที

"แซคว่าไง สนใจทำงานพิเศษรึเปล่า?" มาลีนหันไปถามหนุ่มหัวเม่น

"สนใจแต่ว่าค่าแรงเท่าไรหรือครับ?" แซคถามอย่างสนอกสนใจเพราะทุนในการเดินทางของเขาก็เริ ่มร่อยหรอแล้วเหมือนกัน

"วันละ500กิล ว่าไง?" มาลีนตอบพลางเก็บจานชามที่วางอยู่เป็นเคาเตอร์ไปล้าง ในครัว

"เอ่อ 550กิลได้ไหมครับ?" แซคต่อ โดยหารู้ไม่ว่าตอนนี้แดนเซลกับแอริธแอบหัวเราะอยู่ใน ใจแล้วต่อใครไม่ต่อดันไปต่อ มาลีนแห่งร้านเซเว่นเฮเว่น

" 450! " เสียงของมาลีนลอยออกมาจากครัว

"เหวอ! ไหงมันลดลงล่ะครับ งั้นวันละ500กิลเหมือนเดิมก็ได้ครับ" แซคเหวอเลยทีเดียว

" 400! " เสียงมาลีนลอยออกมาจากครัวอีกครั้ง

"คร๊าบบบ 400 ครับไม่ต่อแล้วฮะไม่น่าต่อเลยT_T" แซครับรับข้อเสนอเพราะถ้าขืนช้ากว่านี้อาจจะเหลือ300 กิลต่อวันได้

"ฮิๆ ถ้านายรับแต่แรกก็ได้วันละ500กิลแล้วต่อใครไม่ต่อไปต ่อพี่มาลีน" แอริธหัวเราะคิกคัก เดนเซลเองก็ยิ้มๆ ส่วนแซคทำหน้ายุ่งๆ

"เดนเซล พาแซคไปพักที่ห้องว่าหลังร้านทีนะ ห้องรกนิดนึงนะแชค คืนนี้แค่เอาพอนอนไปก่อนละกันเดี่ยวพรุ่งนี้ชั้นจะไป ช่วยเก็บกวาด " มาลีนตะโกนบอก เดนเซล กับ แซค จากในครัว


จบบทที่2 ผู้มาเยือนหลังร้านปิด

แก้ไขโดย joi113 : 22 Aug 2006 เวลา 17:36. เหตุผล: รวมโพสอัตโนมัติ
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
 
เก่า 23 Aug 2006, 00:33   #2 (permalink)
แฟนพันธุ์แท้ TG ในตำนาน
 
tearnote's Avatar
 
โพส: 4,478
ดาวโหลด: 423
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 9

TG ออร่า:
tearnote auratearnote aura


สถานที่: บ้านโนนบักเห็บ

ฟ.......ฟิค FF7 !!!!!

พ....พลาดไม่ได้น่อ เด๋วจะติดตามนะครับ !!!

/me ชวนพี่เจมาอ่าน
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 24 Aug 2006, 15:41   #3 (permalink)
jod
น้องใหม่ TG
 
jod's Avatar
 
โพส: 47
ดาวโหลด: 126
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 5

TG ออร่า:
jod aura



แจ่มมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 24 Aug 2006, 16:43   #4 (permalink)
joi113
Guest
 
โพส: n/a
ดาวโหลด:
อัพโหลด:




ขอบคุณมากครับที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม ^^




อ้างอิง:
ข้อความของ tearnote
ฟ.......ฟิค FF7 !!!!!

พ....พลาดไม่ได้น่อ เด๋วจะติดตามนะครับ !!!

/me ชวนพี่เจมาอ่าน
/me ขอบคุณมากครับที่แวะข้ามาติดตาม

อ้างอิง:
ข้อความของ jod
แจ่มมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
/me ขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมเช่นกันครับ

บทที่3 : อีก1เงาจากอดีต





ขณะที่ทั้งเดนเซล และแซค กำลังจะลุกออกจากเคาเตอร์เพื่อไปยังห้องพักนั่นเอง ทั้งทีฟาและคลาวด์ ก็เดินกลับเข้ามาในร้านพร้อมถุงข้าวของที่ ส่งมากับเรือเหาะของบริษัทไฮวินด์ เมื่อเข้ามาก็เห็น เด็กหนุ่มหัวเม่นกำลังจะลุกออกจากเก้าอี้ที่หน้าเค้า เตอร์

"แซค!!!!!" ทีฟาอุทานอย่างแทบไม่เชื่อสายตา ส่วนคลาวด์ก็จ้องเด็กหนุ่มหัวเม่นอย่างเอาเป็นเอาตาย

"คะ คะ ครับ ผมทำอะไรผิดหรือฮะ" แซคเลิกลั่กทันทีเพราะจู่ๆก็ถูกเรียกชื่อเสียงดังแถม โดนจ้องอย่างเอาเป็นเอาตาย " ตะ ตะ แต่ พวกคุณรู้ได้อย่างไรว่าผมชื่อ แซค ล่ะครับ? "

ทีฟาก็ได้สติหลังจากตะลึงอยู่ชั่วอึดใจ หลังจากสังเกตดูดีๆแล้วถึงรูปร่างหน้าตา ทรงผม และน้ำเสียงจะเหมือนเขาคนนั้นมากมาย แต่แซคคนนี้ดูอ่อนวัยกว่าเขาคนนั้น พอสมควร ดูอายุไม่น่าจะมากไปกว่า แอริธซักเท่าไรเลย "เปล่าไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ แต่ว่าเธอเป็นเพื่อนของ แอริธเหรอจ๊ะ มาหาซะดึกเชียว?"

" เปล่าหรอกค่ะ พอดีเค้าแวะมาหาอะไรกิน พี่มาลีนก็เลยจ้างให้ทำงานพิเศษ1อาทิตย์น่ะค่ะ " แอริธตอบแทน

"จ้าง? ปกติเห็นว่ามาลีนไม่เคยคนช่วยเลยนี่นาเห็นบอกว่าเปลื องโดนใช่เหตุนี่นา รึยังไงมาลีน?" ทีฟาถามพลางหยิบถุงใส่ข้าวของต่างๆจะเดินไปที่ครัว แต่เดนเซนก็เดินเข้าไปช่วยถือเองทั้งหมด รวมถึงถุงของคลาวด์ด้วย โดยกวักมือให้แซคไปช่วย ซึ่งเด็กหนุ่มหัวเม่นก็ไม่ได้อิดออดอะไรเพราะถือว่าเ ริ่มทำงานพิเศษเลยละกัน

มาลีนเดินออกมาจากหลังครัวทันทีที่ได้ยินเสียงอุทานข องทีฟา "ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ ก็อาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์ เจ้าของร้านจะไม่อยู่หนูก็เลยหาคนมาช่วยน่ะค่ะ"

"เจ้าของร้านหมายถึงชั้นน่ะรึ?" ทีฟาถามต่อแบบ งงๆ

"จะมีใครล่ะคะก็ทีฟาน่ะแหละ ปิดร้านพักผ่อนครั้งสุดท้ายเมื่อไรจำได้รึเปล่า?" มาลีนถามพลางเช็ดมือที่เปียกหลังจากล้างจานชาม ที่แซคกินเมื่อกี้

"ก็ ราวๆ5ปีก่อนได้ล่ะมั๊ง" มาสเตอร์คนสวยของเซเว่นเฮเว่น ตอบหลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง

"งั้นก็ตั้งแต่พรุ่งนี้ ทั้งคลาวด์และทีฟาก็ไปพักร้อนซัก7วันละกัน เห็นว่างานของ`สไตรฟ์ดีลิเวอรี่เซอร์วิซ`เคลียหมดแล้ วนี่นา แล้วหนูก็ปิดประกาศ และบอกลูกค้าไปแล้วว่า บริการขนส่งสไตรฟ์ หยุดรับงาน1อาทิตย์ ฉะนั้น2คนนี้ก็ไปพักร้อนกันซะดีๆ " มาลีนพูดพลางยื่นซองกระดาษสีขาวให้ทีฟา

ทีฟารับมาพอแกะออก ก็พบว่ามันเป็นตั๋วเรือเหาะของบริษัท`ไฮวินด์` ชนิดพิเศษไม่จำกัดเที่ยวบินและจำนวนคน ซึ่งคนธรรมดาต่อให้มีเงินแค่ไหนก็ซื้อบัตรชนิดนี้ไม่ ได้ ซึ่งบัตรแบบนี้ ซิด ส่งให้เพื่อนๆเขาทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ยัฟฟี่ ซึ่งแพ้เรือเหาะอย่างแรง

"หนูเห็นว่าทีฟาไม่เคยเอาออกมาใช้ซักทีคราวนี้อยากไป เที่ยวไหน ก็ไปได้เลย หรือจะซ้อนท้ายมอไซด์คลาวด์ไปเที่ยวเดี๋ยวนี้ ก็ได้นะ ฮิๆ เอาล่ะนับจากนี้7วัน เจ้าของบาร์เซเว่นเฮเว่น ไม่ใช่ ทีฟา แล้วน๊า แต่เป็น มาลีน คนนี้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง ยึดอำนาจค่ะ " มาลีนพูดยิ้มๆกับคนที่เธอรักเหมือน พี่ชายและ พี่สาว

"พ่อ กับ แม่ ไม่ต้องห่วงนะคะ แอริธ จะเป็นเด็กดีเชื่อฟัง พี่มาลีน กับ พี่เดนเซลค่ะ"สาวน้อยผมเปียบอกอย่างกระตือรือล้น

"เอ้อ มาลีนเธอนี่จริงๆเลยนะ เอาเถอะนานๆทีพักก็ดีเหมือนกันนะ ว่ายังไงคลาวด์?" ทีฟาหันไปถามคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

คลาวด์ ถอนหายใจเบาๆ"จะว่ายังไงได้ล่ะโดนมัดมือชกขนาดนี้ พรุ่งนี้เรา2คนก็ไปเที่ยวกันเถอะ พอดีว่าจะแวะไปที่`คอสโม่แคนย่อน`ซักหน่อย"

"อืม งั้นก็ฝากทั้ง3คนดูแลร้านด้วยนะจ๊ะ อ้อ! แล้วแซค ยินดีที่ได้รู้จักนะ ชั้นชื่อ ทีฟา เป็นเจ้าของร้านที่เพิ่งโดนยึดอำนาจไปเมื่อกี้นี้ ส่วนคนนี้ชื่อ คลาวด์" ทีฟาหันไปพูดกับเด็กหนุ่มหัวเม่น

"ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณทีฟา คุณคลาวด์ ผม แซค ตอนนี้เป็นนักผจญภัยที่รับจ้างทำงานพิเศษอยู่ครับ" แซคทักทายพร้อมแนะนำตัวเองกับทั้ง2คน

"งั้นฝากเก็บของเข้าไปไว้ในครัวด้วยเลยนะ มาลีน แล้วแอริธ แม่บอกให้ไปนอนแล้วไม่ใช่รึคะ? ตามแม่ขึ้นไปนอนเลยซะดีๆ" พูดจบทั้งทีฟา คลาวด์ และแอริธ ก็เดินขึ้นไปยังชั้น2

"เอ้านาย2คนมาช่วยชั้นเก็บของหน่อยซิ จะได้ไปพักผ่อนกันซักที" มาลีนพูดกับอีก2คนที่เหลือ แล้วทั้งมาลีนและเดนเซลก็ช่วยเรียงของเก็บไว้ในครัว โดยมีแซคคอยช่วยอีกคน

หลังจากเก็บของเสร็จเรียบร้อยมาลีนก็ขอตัวไปอาบน้ำเป ลี่ยนเสื้อผ้าด้านบน ส่วนเดนเซลก็พา แซค ไปยังห้องพักด้านหลังของร้านแต่พอใขกุญแจเปิดเข้าไปใ นห้องก็พอว่า มันรกแบบสุดๆแถมเต็มไปด้วยฝุ่นและใยแมงมุม "เหอๆสงสัยจะนอนไม่ไหวแฮะเอางี้ นายหัวเม่นคืนนี้ไปนอนห้องชั้นก่อนละกัน แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยมา ทำความสะอาดห้องนี้กัน" เดนเซลเสนอพร้อมกับปิดประตูเดินนำขึ้นไปด้านบน

พอเข้าไปในห้องของเดนเซลก็พบว่ามันเป็นห้องโล่งๆ ที่แทบไม่มีอะไรเลย นอกจากเตียง ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเขียนหนังสืออีก1ตัว เดนเซลวางดาบของเขาไว้บนโต๊ะ พร้อมกับถอดเสื้อนอกออกแล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูในตู้เ สื้อผ้า "ชั้นขอตัวไปอาบน้ำก่อนละกันตามสบายเลยนะแซค คืนนี้นอนพื้นไปก่อนล่ะกันนะ ส่วนหมอนกับผ้าห่มก็เอาของบนเตียงไปใช้ก่อนก็ได้เดี๋ ยวชั้นไปขอหมอนกับผ้าห่มของยายมาลีนมาใช้เอง" แล้วเดนเซลก็เดินเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ในห้องนั้น

หลังจากอาบน้ำเสร็จเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ พอออกมาก็เห็นเด็กหนุ่มหัวเม่นหลับกองอยู่กับพื้นไปแ ล้วโดยเอากระเป๋าผ้าของเขาหนุนหัว เดนเซลยิ้มๆ นายนี่สมเป็นนักผจญภัยอะไรๆก็ง่ายๆไปหมดแม้แต่เวลานอ น แล้วเดนเซลก็ทิ้งตัวลงบนเตียงของเขาแล้วก็ม่อยหลับไป อย่างเหน็ดเหนื่อย


วันรุ่งขึ้น เดนเซลตื่นก็มาอย่างสดชื่นเพราะได้นอนอย่างเต็มอิ่ม เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบเจ้าหนุ่มหัวเม่นเดินหัวเปียกออก มาจากห้องน้ำด้วยท่าทางที่แจ่มใส

"ขนาดหัวเปียกผมมันยังชี้เป็นเม่นเหมือนเดิมเลยแ ฮะ" เดนเซลคิดในใจ

"อรุณสวัสครับคุณเดนเซล ขอถือวิสาสะยืมผ้าขนหนูนะครับ" แล้วแซคก็เอาผ้าเช็ดตัวไปพาดตากที่ราว

"อืม เป็นไงเมื่อคืนหลับสบายดีไหม? เห็นนอนกับพื้นเปล่าๆเลยนี่หมอน ผ้าห่มก็ไม่เอา" เดนเซลทักทายพลางบิดขี้เกียจแล้วลุกขึ้นไปหยิบเสื้อผ ้าจะเข้าไปอาบน้ำบ้าง

"โอย หลับสบายมากครับสำหรับผมถือว่าดีมากแล้วล่ะครับ มีกำแพงล้อมรอบกันลม มีหลังคากันฝนกันน้ำค้าง ปกติแค่ก่อกองไฟแล้วก็นอนเลยล่ะครับ แถมนี้นอนสบายไม่ต้องกลัวว่านอนๆจะมีตัวอะไรย่องคาบเ อาไปกินด้วย" แซคตอบ

"อืม เดี๋ยวนายรอเดี๋ยวนะชั้นอาบน้ำแปปนึงเดี๋ยวลงไปข้างล ่างพร้อมกันไปทำความสะอาดห้องที่นายจะนอนตลอดอาทิตย์ นี้" เดนเซลพูดจบก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ

แซคก็เดินไปหยิบกระเป๋าผ้าที่เขาใช้หนุนหัวเมื่อคืนแ ล้วเดินต่อไปที่หน้าต่างมองลงไปด้านล่างก็พบว่าเมือง เอดจ์ ยามเช้าก็คึกคักทีเดียว ผู้คนสันจรผ่านไปผ่านมาบนถนนที่ตัดผ่าน บาร์แห่งนี้ "เอ~ แต่ที่นี่ชื่อร้านอะไรหว่า เมื่อคืนหิวๆโซซัดโซเซเข้ามาไม่ทันได้สังเกตซะด้วยสิ " เด็กหนุ่มหัวเม่นนึกในใจ นึกไปนึกมาก็นึกไม่ออกเดี๋ยวลงไปข้างล่างแวบๆไปดูชื่ อร้านดีกว่าจะถามใครก็ไม่ได้อายเขา ทำงานพิเศษทั้งทีดันไม่รู้จักชื่อร้าน

แซคหันกลับมามองไปรอบๆห้องก็เห็นดาบของเดนเซลวางอยู่ บนโต๊ะจึงเดินไปหยิบขึ้นมาดูแล้วทดลองสบัดไปมาดู ก็พบว่ามันเป็นดาบที่รูปร่างเหมือนมีดคอมแบทของทหารม าขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นดาบขนาดเหมาะมือกับคน รูปร่างสันทัด ที่รู้จักกันในนามButtefly Edge แต่ทั้งน้ำหนักของตัวดาบ วัสดุที่ใช้ทำ ความปราณีต นักผจญภัยที่หากินอยู่กับอาวุธอย่าง แซค จับแวบเดียวก็รู้ว่ามันคุณภาพมันต่างจากดาบชนิดเดียว กันที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไปมากทีเดียว


เดนเซลออกมาจากห้องน้ำก็พบเด็กหนุ่มหัวเม่นกำลังสนอก สนใจอยู่กับดาบคู่มือของเขาจึงเอ่ยทักออกไปว่า"ท่าทา งนายจะชำนาญทางด้านอาวุธทีเดียวนะ แซค?"

แซคตกใจเล็กน้อยแล้วก็รีบวางดาบของเดนเซลลงที่เดิม "ก็พอรู้จักบ้างแค่งูๆปลาๆน่ะครับผมเองก็ไม่สันทัดทา งด้านดาบซักเท่าไร แต่ดาบของคุณเดนเซลนี่เป็นดาบที่สั่งทำขึ้นพิเศษใช่ไ หมครับ คงแพงน่าดูสินะครับดูจากความปราณีตของตัวดาบก็รู้"

"หึๆ ไม่ใช่แค่งูๆปลาๆแล้วมั๊งนายหัวเม่น" เดนเซลหัวเราะหึๆแล้วเดินเข้าไปหยิบดาบของเขาบนโต๊ะ แต่ชั่วพริบตาที่มือเดนเซลแตะดาบเขาก็หมุนตัวสบัดดาบ คู่มือไปยังเด็กหนุ่มหัวเม่นทันที

เคร้ง!!! แซคยกหอกของเขากันไว้ แล้วร้องถามอย่างตกใจ "เล่นอะไรน่ะครับคุณเดนเซล?"

"ปกติดาบเล่มนี้สามารถฟันรถยนต์ รึ ตึก ได้สบายๆ แต่กลับฟันหอกเก่าๆของนายไม่ขาด นายเองก็คงจัดเจนเรื่องอาวุธและการต่อสู้เข้าขั้นเลย สินะ" เดนเซลพูดพลางเก็บดาบเข้าที่ซองดาบด้านหลังของเขา โดยไม่สนใจท่าทีตกใจเล็กน้อยของเด็กหนุ่มผมเม่นเลย

"เอารีบไปกันเถอะแซคป่านนี้ยาย มาลีน คงตื่นแล้วละมั๊ง" เดนเซลพูดพลางเดินออกจากห้องทิ้งให้แซคยืนนิ่งเหมือน คิดอะไรซักพักหนึ่งแล้วเด็กหนุ่มหัวเม่นก็วิ่งตามลงไ ป

แก้ไขโดย joi113 : 24 Aug 2006 เวลา 16:45. เหตุผล: รวมโพสอัตโนมัติ
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 25 Aug 2006, 14:02   #5 (permalink)
น้องใหม่ TG
 
*tpr's Avatar
 
โพส: 63
ดาวโหลด: 14
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
*tpr aura



อ่าน แล้ว แจ่มแจ้มขึ้นเยอะ
__________________
St@rDust Club * *
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 25 Aug 2006, 15:22   #6 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
freedom4612's Avatar
 
โพส: 178
ดาวโหลด: 571
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
freedom4612 aura



ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง freedom4612
น่าติดตามดีนะครับ
__________________
Rockman Fan Club

โลกใบนี้ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์หรอกถึงแม้ว่าเราจะเห็นว ่ามันสมบูรณ์ก็ตาม
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 28 Aug 2006, 17:24   #7 (permalink)
joi113
Guest
 
โพส: n/a
ดาวโหลด:
อัพโหลด:




บทที่4 ยามเช้า ณ เซเว่นเฮเว่น







แซควิ่งตามเดนเซลลงมาจากชั้น2พลางถามว่า"คุณเดนเซลที ่นี่คือ`บาร์เซเว่นเฮเว่น`ใช่ไหมครับ? งั้นคุณก็คืนเดนเซล สไตรฟ์ แห่ง`สไตรฟ์ดีลิเวอรี่เซอร์วิซ`น่ะสิ?"

เดนเซลหยุดเดินแล้วหันกลับมาถามงงๆ"ก็ใช่น่ะสิ อ้าวนี่นายไม่รู้เหรอ?"

"ก็เมื่อคืนผมหิวจนหน้ามืดตาลายไปหมดไม่ได้สังเกตอะไ รเลยน่ะสิครับ แย่ล่ะสิทีนี้" ประโยคสุดท้ายแซคบ่นกับตัวเอง

"แย่อะไรยะ?" เสียงๆหนึ่งดังมาจากด้านหลังเด็กหนุ่มหัวเม่น

แซคสะดุ้งเฮือกหันกลับไปมองก็พบว่า มาลีนเดินลงมาพอดี "นี่นายหัวเม่นจะลงหรือจะขึ้นก็เลือกเอาซักทางอย่ามา ยืนขวางบันได แล้วนี้เมื่อคืนไม่ได้นอนข้างล่างเหรอ?"

"เหอๆ ยายบ๊องห้องนั้นไม่ได้เปิดใช้มากี่ปีไปดูสภาพดิ๊คนที ่ไหนจะนอนได้ฟะ? ชั้นให้แซคไปนอนห้องชั้นเองแหละ" เสียงเดนเซลตะโกนตอบขึ้นมา แซคเองก็เดินมึนๆลงมาพร้อมมาลีนแล้วไปนั่งที่เคาเตอร ์ข้างๆเดนเซล ส่วน มาลีนก็เดินไปหลังเคาเตอร์ผ่านเข้าไปในครัวเพื่อเตรี ยมอาหารเช้าให้ทุกคน

"นี่แซคเป็นไรไปน่ะจ๋อยลงทันตาเห็นเชียว" เดนเซลถามเด็กหนุ่มหัวเม่น

"บอกไว้ก่อนนะยะ นายหัวเม่นนายตกลงทำงานพิเศษแล้ว7วัน ถ้าขืนจะเบี้ยวมีเรื่องแน่ๆ แล้วเช้านี้อยากกินอะไร กาแฟ? ขนมปัง? รึซุป? แล้วนายล่ะเดนเซลจากรับประทานอาหารเช้า อะไรดี?" มาลีนเดินออกมาจากครับถามไปยัง2หนุ่ม

"เอาเหมือนเดิมล่ะกันชั้นไม่ค่อยอยากเสี่ยงกับเมนูให ม่ๆของเธอซักเท่าไร" เดนเซลตอบเนิบๆ

"เอ่อ ผมขอเหมือนคุณเดนเซลละกันครับ" แซคตอบทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเดนเซลเค้ากินอะไรประจำ

"ก็ดี ถึงพวกนายสั่งอย่างอื่นชั้นก็ทำให้นายเมนูนี้แหละ เออแล้วนายหัวเม่นเลิกพูดจาสุภาพเกินบุคลิกได้ละ ตอนนี้นายก็เหมือนครอบครัวเดียวกันกับพวกเราแล้วนะ ถึงจะสั้นๆแค่7วันก็เถอะ จริงๆแล้วนายเป็นพวกเด็กแสบจนพ่อแม่ระอา แล้วหนีอกจากบ้านมาใช่ไหมล่ะ? บุคลิกมันฟ้อง ดูท่าทางนายอายุไม่มากไปกว่าแอริธซักเท่าไรจะเรียกชั ้นกับนายหัวรังนก นั่น ว่า`พี่`เหมือน แอริธก็ได้นะ" มาลีนบอกกับแซค แล้วเดินเข้าไปในครัว

แซคยิ่งมึนหนักเข้าไปอีกมาลีนรู้ได้ไงว่าเขาหนีออกจา กบ้าน เดนเซลมองท่าทางของเด็กหนุ่มหัวเม่นคนนี้ขำๆ แล้วก็บอกมาว่า"ยายมาลีนน่ะทำงานเห็นคนมากมายมาตั้งแ ต่เด็กๆ เรื่องมองบุคลิกแล้วเดานิสัยน่ะยายนี่เก่งนักล่ะ เออมาลีนอย่าลืมนะของชั้นกาแฟใส่นม อย่างชงกาแฟดำมาล่ะ"

"เจ้าค่า~คุณชายเดนเซลเดี๋ยวดิฉันจะทำสุดฝีมือเลยค่า า" เสียงมาลีนพูดประชดออกมาจากในครัว

"อรุณสวัสค่ะ พี่เดนเซล พี่มาลีน แซค" เสียงของสาวน้อยผมเปียดังลงมาจากบันได

"สวัสดียามเช้าจ้าสาวน้อย อ่ะนี่ พี่มาลีนเตรียนมอุ่นๆกับขนมปัง ไว้ให้แล้วนะ อ้าวอรุณสวัสค่ะ คลาวด์กับคุณอดีตเจ้าของร้านทีฟา อิๆ" มาลีนออกมาจากครัวพร้อมถาดใส่อาหารเช้าสำหรับทุกคนพร ้อมทักทายไปยัง คลาวด์กับทีฟา ซึ่งเดนเซลและแซคก็กล่าวอรุณสวัสกับทั้ง3คนที่เพิ่งล งมาเช่นกัน

ทีฟาและคลาวด์ สังเกตเด็กหนุ่มหัวเม่นแบบชัดๆ ถึงจะเหมือนเขาคนนั้นแบบถอดแบบกันมาทีเดียวแต่ก็ดูเห มือนจะมีเงาของใครที่พวกเขาคุ้นเคยทับซ้อนอยู่ด้วยเช ่นกันแต่ทั้ง2คนก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะถึงพูดไปเด็กคนน ี้ก็ไม่รู้หรอกว่า ในอดีตมีคนที่หน้าตาและชื่อเหมือนเขาอยู่อีกคน

"นี่ แซค ชั้นว่าชั้นคุ้นตาจังเลยนะกับหอกและแว่นนักบินของนาย นี่ นายได้มาจากไหนเหรอ?" สาวน้อยผมเปียพูดกับแซค

"อะ เอ่อ เราจิ๊กพ่อมาตอนจะหนีออกจากบ้านน่ะ มันเป็นเหมือนเครื่องรางสำหรับการผจญภัยของเราน่ะแอร ิธ" แซคตอบตรงๆ

"งั้นนายก็เป็นเด็กหนีออกจากบ้านจริงๆน่ะสินายหัวเม่ น เห็นมะชั้นว่าแล้วไม่มีผิด" มาลีนถามมาจากหลังเคาเตอร์

"ว่าแต่ว่านายนามสกุลอะไรล่ะ เพื่อชั้นจะรู้จักพ่อของนาย แต่ชั้นสัญญาว่าจะไม่ไปฟ้องพ่อของนายหรอกนะว่านายขโม ยแว่นกับหอกเขามา อิๆ" มาลีนยังคงถามต่อด้วยความสงสัย ซึ่งทุกคนก็ตั้งใจฟังด้วยเช่นกัน

"ถึงผมบอกไปเจ๊มาลีนและทุกๆคนก็คงร้องอ๋อกับนามสกุลข องผมล่ะฮะ" แซคเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกมาลีนมาเป็นแบบที่เขาชอ บพูด ตามที่เธอเคยบอกไว้

"ผมนามสกุล`ไฮวินด์` ชื่อเต็มๆตามID Card ก็`แซค ไฮวินด์`" แซคแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการ

"หา!!!" ทุกคนร้องออกมาแทบพร้อมๆกัน

"งั้นแซค เธอเป็นอะไรกับคุณลุง`ซิด` คนนี้ล่ะ" แอริธเอ่ยถามพลางเดินไปหยิบกรอบรูปที่ตั้งอยู่ริมเคา เตอร์ ภายในกรอบมันเป็นรูปหมู่ที่ถ่ายกันหน้าโบสถ์ร้าง หลังจากเสร็จเรื่อง`จีโอสติกม่า` และชายผมสีเงิน3คน ซึ่งแอริธมักจะชอบฟังทีฟาแม่ของเธอเล่าเรื่องเกี่ยวก ับเพื่อนๆที่อยู่ในรูปเสมอๆจนเธอจำได้หมดทุกคนเหมือน เธอรู้จักพวกเขา

"ตาลุงขี้บ่นชอบคาบบุหรี่คนนี้เขาเป็น ป๋าของเราเองแหละ" แซคตอบพลางรับรูปกรอบรูปอันนั้นมาดู

"หา นายเป็นลูกชายของ ซิดงั้นเหรอ งั้นแม่ของนายล่ะใช่ คุณ `เซียร่า` รึเปล่า?" ทีฟาถามแบบแปลกใจพอสมควร

"ครับ!" แซคตอบรับ

"งั้นแย่หน่อยล่ะพ่อหนุ่ม" คลาวด์เอ่ยออกมาเป็นประโยคแรกหลังจากเงียบอยู่นาน

"เอ๋? อะไรแย่หรือครับ" แซคถามแบบ งงๆ

"ก็ ชั้นนัดซิดให้แวะมารับ ทีฟากับชั้นที่นี่ตอนเช้า นายหนีออกจากบ้านมาไม่ใช่เหรอ?" คลาวด์ตอบ

เด็กหนุ่มหัวใจแทบตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม แต่เร็วทันความคิดแซค คว้าหอกที่วางไว้ข้างๆ หันกลับมายกขึ้นกันหอกอีกเล่มที่ฟาดเข้ามา

" #%%##%$#ไอลูกเฮงซวยในที่สุดข้าหาแกเจอ" เสียงของชายที่ฟาดหอกลงมาเอ่ยกับเด็กหนุ่มหัวเม่น

"ป๋าใจเย็นๆค่อยๆคุยก็ได้นะ" แซคเอ่ยกับเขา ทุกคนก็มองดูว่าพ่อลูกคู่นี้จะตกลงกันได้อย่างไร

"ไม่ยงไม่เย็นแล้วเว้ย 5ปีนี้แกหายหัวไปไหนมา รู้รึเปล่ายายเซียร่า เค้าเป็นห่วงแกมากรู้ไหม" ซิด ไฮวินด์ เอ่ยกับลูกชายหัวเม่นของตนพลางตวัดหอกหมายจะฟาดเข้าท ี่ชายโครง

"ก็ผมเขียนจดหมายไปบอกแล้วนี่ว่าผมสบายดี " แซคตอบทั้งๆที่ยังคงคอยตั้งรับการโจมตีของป๋าของเขา

"หนอย! 5 ปีเขียนมา3ฉบับชั้นฟังยายเซียร่าบ่นจนไม่รู้จะบ่นอะไ รละ" ซิดยังคงโจมตีลูกชายของเขาต่อไป

"เอาน่าๆ ป๋าก็ผมมันเป็นพวกเดียวกะป๋านี่นา" แซคพูดพลางกระโดดข้ามเคาเตอร์ไปยืนอยู่ข้างๆมาลีนเพื ่อหลบภัย

"ชิชะ เอาข้ามาอ้าง แต่ก็เอาเถอะข้าเห็นแกสบายดีก็พอใจละ เก่งขึ้นจมเลยนี่หว่าแซค" ซิดเองก็หยุดการโจมตีพลางนั่งลงข้างๆคลาวกับทีฟาแล้ว ควักบุหรี่จะจุดขึ้นสูบ

"ป๋ายังไม่เลิกอีกเรอะ ไอมะเร็งอ่ะ เดี๋ยวอายุไม่ยืนอยู่คอยบ่นผมนานๆนา" แซคทักทันที

"ข้าจะสูบมันก็เรื่องของข้าเฟ้ย เอาล่ะแก2คนจะไปไหนฟะถึงเรียกข้ามารับแต่เช้า แต่ก็ดีทำงานอยู่แต่ในบริษัทจะประสาทแด๊กตายอยู่ละหา เรื่องไปเที่ยวมั่งดีกว่า" ซิดหันไปพูดกับ ทีฟาและคลาวด์

"ว่าจะไป`คอสโม่แคนย่อน`น่ะ ว่าแต่ว่าซิดถ้าชั้นจำไม่ผิดนายเคยพูดไว้ว่าเป็นตายร ้ายดียังไงก็จะไม่แต่งกับคุณเซียร่า ไม่ใช่รึ ชั้นจำได้นา" ทีฟาตอบพลางแซวเพื่อเก่าของเธอ

"ชิ! อย่าไปสนใจมันเลยน่า รีบไปกันเถอะ" ซิดตัดบททันทีแล้วลุกจะเดินออกจากร้านทันที เพราะรู้ดีว่าขืนพูดเรื่องนี้ต่อเขาจะโดน ทีฟาและมาลีนต้อน จนมุมแน่ๆ

"คุณลุงซิดจะไม่ทานอาหารเช้าก่อนเหรอคะ พี่มาลีนเข้าครัวทำเองเลยนะคะ" แอริธเอ่ยถามอย่างซื่อๆ

"ไม่ล่ะสาวน้อย เดี๋ยวเที่ยงๆลุงต้องเข้าบริษัทไปดูการประกอบเรือเหา ะลำใหม่ด้วยน่ะ" ซิดตอบพลางมองดูสาวน้อยผมเปียคนนี้อย่างเอ็นดู เป็นอย่างที่ทีฟาเคยพูดไว้จริงๆ เด็กคนนี้ยิ่งโตยิ่งเหมือนเธอคนนั้นที่จากพวกเขาไปใน การเดินทางโดยที่พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย

"งั้นฝากดูแลร้าน กับ แอริธ ด้วยนะทุกคน ไปกันเถอะคลาวด์" ทีฟาลุกพลางเรียกคลาวด์ให้เดินตามซิดออกจากร้านไป

"เอ๋? ป๋าแค่โผล่มาหวดๆผมแล้วก็ไปง่ายๆอย่างงี้อ่ะ?" แซคถามซิดกำลังจะเดินออกจากประตูพอดี

"เหอะๆ แล้วคิดว่าถ้าข้าลากแกกลับบ้านโดยที่แกไม่อยากไปแล้ว แกจะกลับไปกะข้าง่ายๆรึ? ถึงไม่อยากยอมรับก็เถอะ แกน่ะถอดนิสัยข้ามาทั้งดุ้นเลย เอาเป็นว่าแกก็กลับบ้านไปเยี่ยมแม่ของแกบ้างละกัน" ซิดตอบโดยไม่หันหลังมา แล้วทั้ง3คนก็เดินออกจากร้านไป

ทีฟา คลาวด์ และซิด เดินไปยังเรือเหาะที่จอดอยู่นอกเมือง เอดจ์ "นี่ ซิด ทำไมถึงตั้งชื่อลูกนายว่าแซคล่ะ?" ทีฟาถามขึ้นระหว่างทาง

"อืมก็ตอนมันเกิด เรียกชื่อไหนที่ตั้งไว้มันก็แหกปากร้องตลอด จนเรียกมันว่าแซคนี่แหละมันถึงหุบปากลงได้" ซิดตอบหลังจากนึกอยู่อึดใจ

"ถ้ามีเด็กหน้าตาเหมือน เซฟิรอส โผล่มาอีกคนชั้นจะไม่แปลกใจเลยให้ตายสิ" ทีฟาหันไปกระซิบกับคลาวด์ ซึ่งเขาเองก็ยิ้มๆ แล้วทั้ง3คนก็ขึ้นเรือเหาะของซิด มุ่งหน้าไป คอสโม่แคนย่อน












บทที่5: งานนอก




กลับมาที่ เซเว่นเฮเว่น ขณะนี้ภายในร้านเหลือเพียง4คน ก็คือ เดนเซล มาลีน แอริธ และ แซค ซึ่งตอนนี้กำลังกินอาหารเช้าฝีมือมาลีนกันอยู่ ซึ่งมันก็รสชาติดีทีเดียว "ท่าทางให้มาลีนรับงานในครัวโดยไม่ต้องห่วงอะไรแ ล้ว" เดนเซลคิดในใจ

หลังจากินเสร็จ มาลีนและแอริธ ก็เก็บจานชามและแก้วเข้าไปในครัวแล้วช่วยกันล้างจนถึ งเตรียมอาหารที่จะสำหรับขายในวันนี้ ส่วน2หนุ่มที่เหลือก็เดินไปหยิบไม้กวาด และไม่ถูพื้น ที่ห้องเก็บของใต้บันไดแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องอันเต็ม ไปด้วยฝุ่นและใยแมงมุมที่บริเวณหลังร้าน

เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยง2หนุ่มก็เสร็จภารกิจในการเก็บก วาด ซึ่งก็ทำเอาทั้ง2คนมอมแมม ออกมาทีเดียว ซึ่งก็โดนมาลีนไล่ให้ไปอาบน้ำกันใหม่อีกรอบ ซึ่งเมื่อ2หนุ่มกลับมาจากห้องน้ำก็พบอาหารเที่ยงฝีมื อ มาลีน และ แอริธ ตั้งรออยู่ที่เคาเตอร์แล้ว

"มื้อนี้หนู กับ พี่มาลีน ทำสุดผีมือเลยน๊า" สาวน้อยผมเปียพูดกับทั้ง2หนุ่ม

"จ้าๆ แต่ว่าวันนี้เปิดร้านกี่โมงล่ะ มาลีน" เดนเซนหันไปถามมาลีนที่กำลังเดินหยิบเหยือกน้ำมาจากห ลังครัว

"ก็เวลาปกติ บ่าย3โมงครึ่ง น่ะ ว่าแต่ว่าเรามาแบ่งงานกันเลยดีกว่า นายหัวรังนก กับ นายหัวเม่น นาย2คนก็คอยรับออเดอร์แล้วเอาอาหารไปเสริฟละกัน ส่วนที่เคาเตอร์ ชั้นจะให้ แอริธประจำคอยรับออเดอร์จากพวกนายแล้วคอยช่วยพี่เล็ก ๆน้อยๆในครัวนะ แอริธ" สาวผมม้าลูบหัวแอริธอย่างเอ็นดู

"ได้เลยค่ะ พี่มาลีน สบายมากเลยค่ะ" สาวน้อยผมเปียตอบรับเสียงดัง

"แล้วนาย2คนว่าไง?" มาลีนหันกลับถามยัง2หนุ่มที่ตอนนี้กำลังสวาปามอาหารเ ที่ยงอย่างหิวโหยหลังจากกลับมาจากการรบกับห้องที่เต็ มไปด้วยฝุ่นที่หลังร้าน

เดนเซลไม่ตอบแต่ชูมือเป็นสัญญาณว่ารับรู้ แซคเองก็พยักหน้างึกๆ แล้วก็ก้มหน้าก้มตากินอาหารเที่ยงต่อ พอกินข้าวเที่ยงกันเสร็จ มารีนและแอริธก็เข้าประจำที่ตามที่ตกลงกันไว้เพื่อจั ดเตรียม สิ่งของต่างๆล่วงหน้า เดนเซล และแซค ก็ช่วยกันลากโต๊ะ และเก้าอี้ ออกมาจัดเรียง โดยเดนเซลเป็นคนคอยบอกตำแหน่งของโต๊ะแล้วเก้าอี้ ให้กับเด็กหนุ่มหัวเม่นที่เริ่มงานเป็นวันแรก แล้วทุกอย่างก็เสร็จก่อนเวลาเปิดร้านราวๆ 1ชม.

มาลีนเหลือบดูนาฬิกาที่แขวนไว้ที่ข้างฝา แล้วพูดออกมาว่า "ทำเวลากันดีมาก ใช้ได้ๆ" แล้วทุกคนก็มารวมกันที่เคาเตอร์ "เป็นไงนายหัวเม่น เริ่มทำงานวันแรก" มาลีนทักแซค

"สบายมากครับเจ๊มาลีน ผมเองก็เคยทำงานอยู่ในร้านอาหารมาบ้างเหมือนกัน" แซคตอบพลางหยิบเหยือกน้ำมารินใส่แล้วแล้วยกขึ้นดื่มด ับกระหาย แล้วรินอีกแก้วให้เดนเซลที่นั่งอยู่ข้างๆ

"นี่ๆแซค เราดูท่าทางก็อายุไม่ต่างจากเราเลยนายอายุเท่าไรเหรอ ? " แอริธเอ่ยถามแซค

"15 เศษๆน่ะ" แซคตอบสั้นๆ

"หืม? งั้นนายก็หนีออกจากบ้านตอน10ขวบน่ะสิ?" เดนเซลถามหลังจากดื่มน้ำจากแก้วที่แซครินให้

"ครับ แต่มันไม่ใช่หนแรกหรอกนะครับ ครั้งแรกที่ผมหนีออกจากบ้านจริงๆ ก็คือตอน7ขวบ แต่คราวนั้นผมไปเพียง3วันก็ต้องลากสังขารกลับบ้านเพร าะเป็นครั้งแรกจริงๆที่ผมรู้ว่าโลกภายนอกนั้นมันโหดร ้ายกว่าที่ผมคาดคิดไว้ ผมเองใช้เวลาอีก3ปีเต็มๆ เพื่อเรียนรู้ และ ฝึกฝนการใช้หอก และสิ่งต่างๆที่มันจำเป็นต้องใช้ในการผจญภัย" แซคตอบพลางเล่าเรื่องของตัวเขาคร่าวๆ

"แล้วทำไมถึงหนีออกจากบ้านล่ะนายหัวเม่น? ถึงตาลุง ซิด แกจะขี้บ่นไปหน่อยแต่แกก็เป็นคนดีและดูท่าทางรักนายด ีนี่นา?" มาลีนซักถามพนักงานพิเศษของตนบ้าง

"อืม เหตุผลที่ทำให้ผมต้องออกผจญภัยน่ะหรือครับ มันอาจจะฟังดูโง่ๆ แต่ผมก็ออกผจญภัยด้วยเหตุนี้จริงๆผมเคยเขียนจดหมายไป บอก ป๋าและ ม๊า ถึงเหตุผลที่ผมออกจากบ้านมาเช่นกัน คือว่า มันเหมือนจะมีเสียงเรียกอะไรซักอย่างคอยเรียกผมออกไป ดูโลกกว้างอยู่เสมอ สายลมแห่งความฝันของผมมันต่างจากของ ป๋าซิด มันไม่ใช่`ไฮวินด์` สายลม ที่พัดอยู่บนฟากฟ้าที่แสนจะสูงและกว้างใหญ่ แต่มันเป็น `สายลม` ที่พัดผ่านผืนดิน พัดผ่านภูเขา แม่น้ำ ป่าไม้ พัดผ่านสถานที่ต่างๆ ผู้คนตามเมืองต่างๆ ผมอยากจะไปดูสิ่งที่สายลมเหล่านั้นพัดผ่านด้วยตาคู่น ี้ของผม ไปฟังเสียงเหล่านั้นด้วยหูของผม ไปสัมผัสสายลมเหล่านั้นด้วยตัวของผม นี่แหละครับสิ่งที่ทำให้ผมกระโดดออกจากบ้าน เข้ามาสู่การผจญภัยที่ไร้จุดหมายที่แน่ชัดแบบนี้แหละ ครับ" แซคตอบด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เชื่อมั่นในความฝันขอ งเค้า

ทุกคนต่างตั้งใจฟังและคิดในใจตรงกันว่า "หมอนี่มันอายุ15แน่รึ? แต่ก็สมเป็นคนตระกูล`ไฮวินด์`จริงๆ กล้าที่จะออกตามความฝันที่มันเลื่อนลอยแบบนี้ ด้วยจิตใจที่เชื่อมั่น"

ยังไม่ทันที่ใครจะเอ่ยอะไรขึ้นหลังจากที่แซคเล่าสาเห ตุที่เขาออกจากบ้านจบ เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้น

เพล้งงง!!!!

เสียงกระจกหน้าต่างบานหนึ่งของ เซเว่นเฮเว่น แตกกระจายด้วยอะไรบางอย่าง ซึ่งทุกคนกวาดสายตาก็พบว่ามันเป็นก้อนหินขนาดเขื่อง เดนเซลเดินนำออกไปที่หน้าร้านทันที ซึ่งแซคเองก็คว้าหอกที่เขาวางไว้ข้างๆแล้วเดินตามแซค ออกไปอย่างไม่ลังเลเช่นกัน จากประสบการณ์ที่ผ่านๆมากของเด็กหนุ่มหัวเม่น เขาบอกได้ทันทีว่าข้างนอกมีอะไรบางอย่างรออยู่แน่นอน

เฮ้อ!!! มาลีนถอนหายใจออกมา แล้วเลิกเสื้อชายเสื้อของเธอขึ้นพร้อมดึงปืนสั้นสีเง ินวาววับ ออกจากเข็มขัดของเธอ พร้อมหยิบแมกกาซีน ออกมา1อันจาก 4อันเหน็บอยู่กับเข็มขัดที่ทำมาพิเศษ ที่เป็นทั้งซองปืนและที่เก็บแมกกาซีน สาวสวยผมม้าเหลือบมองลูกกระสุนนัดแรกที่บรรจุอยู่ในแ มกฯ ก็พบกระสุนปลอกสีเทา เธอยิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วตบแมกฯเข้าไปในตัวปืนพร้อมกระชากลูกเลื่อนของปืน ส่งกระสุนนัดแรกเข้ารังเพลิงเตรียมพร้อมจะส่งมันออกจ ากปืนของเธอกระบอกนี้ทันที

"แอริธ ท่าทางจะมีงานนอกเข้ามาก่อนเปิดร้านซะแล้วนะ หนูรอพี่อยู่ตรงนี้แล้วกันนะ" มาลีนสั่งพลางกดใหล่ให้สาวน้อยผมเปียในชุดสีชมพูอ่อน นั้งลงบนเก้าอี้ที่หน้าเคาเตอร์ แล้วตัวเธอเองก็เดินไปที่หน้าร้านเช่นเดียวกับแซคและ เดนเซล แอริธไม่ยอมนั่งอยู่เฉยๆตามที่พี่สาวเธอสั่งแต่กลับล ุกแล้ววิ่งขึ้นไปยังชั้น2 เพื่อไปหยิบถุงมือที่เธอได้รับมาเมื่อวานที่เก็บไว้ใ นโต๊ะของเธอ

มาลีนเดินออกมาหน้าบาร์เซเว่นเฮเว่น ก็พบแซคกับเดนเซลยืนประจันหน้ากับกลุ่มคนไม่ต่ำกว่า3 0คน ซึ่งเมื่อมาลีนออกมากลุ่มคนเหล่านั้นก็มีคน3คนแหวก เดินเข้ามาหาเธอ คนนั้น เธอจำหน้าได้ดีเขาเป็นคนที่เธอส่งกระสุนจากปืนของเธอ ถากหน้าของเขาจนเลือดออกซึ่งแผลนั้นก็ยังคงปรากฎอยู่ บนใบหน้าของเขา

"เมื่อวานเธอทำชั้นแสบมากนะแม่สาวน้อย คราวนี้แหละพวกชั้นจะทำให้เธอและร้านของเธอราบเป็นหน ้ากลองทีเดียว" ชายหน้าบากเอ่ยออกมาอย่างเคียดแค้น

"ทำได้ก็ลองดูสิ ถ้าคิดว่า บาร์เซเว่นเฮเว่น แห่งนี้มันพังง่ายขนาดนั้นก็ลองดู? แต่ดิฉันขอเตือนให้พวกคุณกลับไปก่อนจะเจ็บตัวเหมือนก ับหลายๆกลุ่มที่โดนพาส่งโรงพยาบาลกันมาแล้ว" มาลีนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆเย็นๆจนน่ากลัว ตอนนี้แซคคิดในใจว่า เจ๊มาลีน นี่บทจะโหดนี่น่ากลัวชิบเป๋ง

"ทำเป็นปากดีนางนี่! มีแค่3คนจะทำอะไรได้" ชายคนนั้นพูดรอดไรฟันแล้วพุ่งง้างดาบในมือสุดเงื้อ

ปัง!!!!!! เสียงปืนสั้นในมือมาลีนดังขึ้นนัดแรก ชายคนนั้นผงะ แล้วลอยถอยหลังไปทั้งตัวเหมือนถูกฆ้อนยักษ์ฟาดสวนขณะ พุ่งเข้าหาสาวสวยผมม้าสีน้ำตาลเข้มคนนี้

แล้วเสียงปืนนัดนั้นของมาลีนก็เหมือนเสียงระฆังเปิดฉ าก`งานนอก` ก่อนร้านเปิดทันที! กลุ่มคนเกือบๆ30คนพุ่งเข้าหา3คนที่ออกมาจาก เซเว่นเฮเว่นทันที คนอื่นจะเป็นยังไงไม่รู้แต่ตอนนี้แซค พุ่งหอกด้านที่ไม่มีคมมีดเข้ากระแทกครึ่งปากครึ่งจมู กของเจ้าคนที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาด้านหน้าเขาเป็นคนแรก ผลที่เกิดขึ้นก็คือเจ้าหมอนั่นฟันหน้าหลุดออกจากปากเ ป็นแถวเลือดกำเดาทะลัก แซคเองก็ไม่รอช้าปล่อยจังหวะให้หอกตกพื้น เขาพุ่งไปคว้าหอกคู่มือของเขาที่ลอยอยู่กลางอากาศและ กำลังจากหล่นลงไปกระทบพื้นตามกฎแรงโน้มถ่วงของโลก

พอคว้าหอกได้นายหัวเม่นก็เทคตัวโดดเหยียบเข้าที่หน้า อกของเจ้าคนที่โดนด้ามหอกของเขากระแทกเพื่อเป็นฐานใน การกระโดด แซคเทคตัวโดดเข้าไปกลางวงผู้รุกราน เซเว่นเฮเว่นในชัวพริบตา ซึ่งขณะนั้นเสียงปืนสั้นในมือมาลีนก็ดังถี่ยิบราวกับ เจ็มาลีน ของเขาจะกวาดเจ้าพวกนั้นให้เรียบภายใน1นาที แซคเองก็ไม่มีเวลาที่จะเหลือบไปมอง เขาฟาดหอกในมือเข้าแสกหน้าของ1ในผู้บุกรุกดวงตกที่ดั นมาอยู่ตรงใต้ตัวเขาหลังจากกระโดดเข้ามากลางวง ซึ่งมันก็ยกหอกของมันขึ้นมากันไว้ แต่แรงฟาดบวกน้ำหนักของหอกและแรงดึงดูดของโลก ทำให้การฟาดของแซคครั้งนี้มันแรงมากมายจนหอกที่ถูกเข าฟาดมันหักกระจุย แซคอาศัยจังหวะที่มันตกตะลึงกระแทกด้ามหอกเข้าเต็มลิ ้นปี่ ทำเอามันร้องอึกแล้วทรุดลงไปกองกลับพื้น

เด็กหนุ่มหัวเม่นที่เข้ามาอยู่กลางวงล้อมพลิกตัวหันห ลังกลับฟาดหอกในมือเข้าที่ก้านคอของเจ้าคนที่พุ่งมาด ้านหลังเขา แล้วสบัดหอกกลับมาอีกข้างฟาดเข้าชายโครงเต็มๆของเจ้า อีกคนที่พุ่งเข้ามา แซคไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่าแม้แต่เสี้ยววินาที วาดท้ายหอกด้านที่อยู่ด้านล่างตวัดขึ้นเป็นครึ่งวงกล มฟาดเข้าเต็มๆปลายคางของเจ้าอีกคนที่ใช้มีดจะพุ่งเข้ ามาเสียบเขา พริบตานั้นเองแซคเหลือบไปเห็นผู้รุกรานอีกคนเล็งปืนม าทางเขา แซคทิ้งตัวหมอบลงกับพื้อเพื่อหลบวิถีกระสุนทันที แต่เจ้าหนุ่มหัวเม่นไม่ยอมหมอบลงไปฟรีๆ เขาฟาดหอกขนานกับพื้นเข้ากระแทกที่ข้อเท้าเจ้าพวกที่ กรูมารุมเขาที่หมอบลงกับพื้น ทำเอาพวกนั้นล้มลงไปกอง3-4คนทีเดียว แซคลุกขึ้นมามองไปยังคนที่ยิงเขาเมือกี้แล้วง้างหอกก ะที่จะขว้างไปกระแทงเต็มๆหน้า แต่ก็ช้ากว่ามาลีน ที่ส่งกระสุนเข้าแสกหน้าทำเอาเจ้านั่นหงายหลังลงไปกร ะแทกพื้นทันที

แอริธ วิ่งลงมาจากชั้น2 พร้อมสวมถุงมือของเธอแล้ววิ่งออกมาหน้าร้านทันทีก็พบ ว่าตอนนี้ แซค มาลีน และเดนเซคเก็บกวาดเจ้าพวกนั้นแทบหมดแล้ว เจ้าพวกนั้นเห็นสาวน้อยผมเปียวิ่งออกมาจากร้านก็พุ่ง เข้าหาหมายจะจับเป็นตัวประกันทันที

"เฮ้ย! แอริธออกมาทำไมมันอันตราย! " เดนเซลตะโกนสุดเสียงแล้วพุ่งตัวเข้าหากลุ่มเจ้าพวกผู ้รุกราน3-4คนที่พุ่งไปหาน้องสาวผมเปียของเขาทันที เดนเซลใช้สันดาบในมือเขาเก็บได้3คนในชั่วพริบตา แต่ก็มีคนหนึ่งรอดไปได้

"แอริธ!!!!" มาลีนหันมาเห็นเข้าก็ตะโกนสุดเสียงแล้วรีบเล็งเจ้าหม อนั่นทันที แต่คุณพระช่วย! เดนเซลยืนขวางทางปืนในมือเธอ แซคเองก็ติดพันอยู่กับอีก3-4คนที่รุมเขาอยู่

สาวน้อยผมเปียหาได้ตกใจอย่างที่ พี่ชาย และ พี่สาว ของเธอคาดเดา เธอยืนนิ่งรอเจ้าหมดนั่นพุ่งเข้ามาหาเธอ ถึงเธอจะไม่ใช้เด็กตัวเล็กๆ แต่คนที่พุ่งเข้ามาหาเธอนั้นรูปร่างสูงใหญ่ชนิดที่ว่ าบังเธอมิดทั้งตัวเลยทีเดียว เจ้าหมอนั่นยื่นมือเหมือนจะคว้าเข้าที่คอหอยของเธอ แอริธ รอจนแทบมือนั้นจะถึงคอของเธอยู่แล้ว แต่พริบตานั้นเอง สาวน้อยผมเปียก็ใช้หลังมือซ้ายกระแทกเปลี่ยนทิศทางขอ งมือนั้นแบบชนิดเฉียดคอและไหล่ไปนิดเดียว แอริธทิ้งน้ำหนักลงไปยังขาซ้ายที่ใช้เป็นฐาน แล้วเหวี่ยงทั้งใหล่ รวมถึงบิดสะโพก เพื่อส่งแรงทิ้งทั้งตัวต่อยสวนเจ้าหมอนั่นที่พุ่งเข้ ามาทันที

ตุบ!!!!!!!!!!

เสียงดังทึบๆเหมือนชกกระสอบทราย แต่เจ้าหมอนั่นตาเหลือก ลิ้นจุกปากแล้วกระเด็นถอยหลังเหมือนถูกรถสิบล้อชน โครม!!!!!!! เจ้าหมอนั่นลอยไปกระแทกพวกมันอีกหลายๆคนที่นอนกองอยู ่

จังหวะนั้นเองแซคก็ส่งเจ้าพวกที่ล้อมเขาลงไปนอนกับพื ้น เจ้าพวกที่เหลือต่างขี้ขึ้นไปอยู่บนสมองกันหมด "เหวอ!! เจ้าพวกปิศาจ!" เจ้าพวกที่เหลือวิ่งหนีเหมือนโดนผีหลอก
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 29 Aug 2006, 13:55   #8 (permalink)
น้องใหม่ TG
 
*tpr's Avatar
 
โพส: 63
ดาวโหลด: 14
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
*tpr aura



คุณโพสมา .. เราก็จะมาอ่านให้ตา แฉะ ไปเลย
__________________
St@rDust Club * *
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 29 Aug 2006, 15:27   #9 (permalink)
สมาชิก TG รุ่นใหญ่
 
Poongky's Avatar
 
โพส: 708
ดาวโหลด: 3
อัพโหลด: 3
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
Poongky aura


สถานที่: บนกะลา...

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Poongky
ดีครับ น่าติดตาม แต่งต่อไปนะคับ
__________________
Spoiler:

หลักการทำงานที่ดีต้อง ได้คับพี่ ดีคับทั่น อย่างงั้นล่ะคับนาย ง่ายคับผม เหมาะสมคับนาย
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 31 Aug 2006, 11:57   #10 (permalink)
น้องใหม่ TG
 
gunn_2535's Avatar
 
โพส: 76
ดาวโหลด: 4
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
gunn_2535 aura


สถานที่: ตอนน้หลงทางหาทางกลับไม่เจออยู่

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง gunn_2535
แต่งต่อเร็วๆนะคะ ลุ้นมากๆ
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 02 Sep 2006, 18:32   #11 (permalink)
joi113
Guest
 
โพส: n/a
ดาวโหลด:
อัพโหลด:




บทที่6 : มาเทเรีย!?





ทั้งแซค เดนเซล และมาลีนต่างวิ่งเข้ามาล้อมสาวน้อยผมเปียด้วยความเป็ นห่วง

"แอริธ!!!!! พี่บอกแล้วใช่มั๊ยให้รออยู่ในร้าน เป็นอะไรรึเปล่านี่ พี่แทบหัวใจวายตายเลยรู้ไหม?" มาลีนเป็นคนแรกที่เข้ามาถึงตัวแอริธแล้วถามขึ้นด้วยค วามเป็นห่วง แล้วใช้สายตามองดูน้องสาวผมเปียของเธอก็พบว่า แอริธ ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรก็ใจชื้นขึ้นมานิดนึง

"ถ้าเธอเป็นอะไรขึ้นมา จะให้พี่บอกกับ คลาวด์และทีฟายังไง หือ?แม่ตัวดี" มาลีนเอ็ดน้องสาวเธอต่อทันที

"กะ ก็ พวกพี่ๆเผชิญอันตรายเพื่อปกป้องร้านกันอยู่ จะให้หนูอยู่เฉยๆ ปล่อยให้พวกพี่ที่อาจจะได้รับบาดเจ็บสู้ ทั้งๆที่หนูก็สู้ได้น่ะเหรอคะ อย่าคิดว่าพี่เป็นห่วงหนูได้ แล้วหนูไม่มีสิทธิ์ห่วงพวกพี่นะคะ?" แอริธเถียงมาลีนทันที ด้วยสายตาเป็นห่วงน้ำตาซึมดวงตาสีมรกตของเธอทั้ง2ข้า ง

"เอาล่ะๆ พอๆ พี่สาวกับน้องสาว คู่นี้ไม่รู้จะห่วงอะไรกันไปถึงไหนก็ไม่มีใครได้รับบ าดเจ็บไม่ใช่หรือ ว่าไงแซคเรียบร้อยดีใหมตัวนายน่ะ? " เดนเซลรีบตัดบทและไกล่เกลี่ย ทั้ง2สาวทันทีในฐานะพี่ชายคนโตทันที ตัวเขาคอยห้ามศึกของทั้ง2คนนี้อยู่เสมอๆ เพราะ มาลีน มักจะเป็นห่วงแอริธมากเกินความจำเป็นเสมอ ส่วน แอริธเองก็หัวดื้อ ลองสาวน้อยคนนี้ตัดสินใจจะทำอะไรซักอย่างแล้วล่ะก็ แม่ผมเปียไม่สนหรอกว่ามันจะอันตรายขนาดไหน แล้วท้ายประโยคเขาก็ถามไปยังเด็กหนุ่มหัวเม่นที่ยืนด ูพี่น้องคู่ที่เถียงกันด้วยสีหน้าที่วางตัวไม่ถูก

"ก็นอกจาก แผลเล็กๆน้อยๆ ก็ไม่มีอะไรหนักหนาครับ จะมีเสียวบ้างก็ลูกปืนของเจ๊มาลีนเฉี่ยวหัวผมไปหลายท ีเหมือนกันน่ะครับ แล้วก็เจ้าคนที่โดนแอริธ ซัดมาก็ลอยมาจนเกือบทับผม ก็แค่นั้นเองแหละครับ ว่าแต่ว่าดูยังไงๆแอริธ ก็ไม่น่าต่อยคนที่ตัวใหญ่กว่าเธอชนิดบังมิดทั้งตัวขน าดนั้นลอยยังกะโดนรถบรรทุกชนเลยนะ " แซคตอบพลางสำรวจดูหอกคู่มือของเขาว่ามีอะไรเสียหายรึ เปล่า

"ฮึ! จะลองซักหมัดมั๊ยล่ะนายหัวเม่น? " แอริธพูดพลางมองค้อนไปยังแซค

"ไม่อ่ะ เกรงใจน่ะ ว่าแต่ เฮียเดนเซล เจ๊มาลีนเล่นยิงเก็บเรียบอย่างงี้ เราต้องเก็บกวาดศพพวกนี้ด้วยรึเปล่านี้" แซคเดินเข้าไปกระซิบกับเดนเซล

"นี่นายหัวเม่น! คิดว่าชั้นโรคจิตพอจะฆ่าคนได้เป็นผักปลาแล้วรึไง? กระสุนยางย่ะ! ยิงไม่เข้าหรอก แต่แรงประทะมันก็เยอะอยู่จะลองมั๊ยล่ะ" มาลีนพูดออกมาเหมือนจะได้ยินสิ่งที่แซคกระซิบกับเดนเ ซล

แซคทำหน้าเลิกลั่ก เดนเซลเองก็ยิ้มๆพลางกระซิบกับแซคต่อว่า "ยายมาลีนน่ะหูดีเรื่องนินทาจะตายไป แต่ว่าพี่น้องคู่นี้ดูๆไปนิสัยก็เหมือนกันดีเนอะว่าม ะ?"

"เหอะๆ 2คนนั้นถ้ามีเวลาว่าพอที่จะสุมหัวนินทาชั้นแล้วล่ะก็ ช่วยไปเก็บเศษแก้วในร้านแล้วเอากระจกหน้าต่างในห้องเ ก็บของมาเปลี่ยนก่อนร้านเปิดด้วย แอริธ สัญญากับพี่ก่อนว่าทีหลังจะไม่ทำอะไรอย่างนี้อีก" มาลีนพูดกับ2หนุ่มแล้วหันไปคุยกับน้องสาวของเธอ

"หนูไม่สัญญาค่ะ ถ้าพวกพี่ๆตกอยู่ในอันตรายนี่ก็คงไม่ยอมอยู่เฉยๆแน่ๆ เอาเป็นว่าหนูจะทำให้พี่มาลีนเป็นห่วงน้อยที่สุดค่ะ" สาวน้อยผมเปียตอบอย่างฉะฉานแล้วกอดพี่สาวที่ถึงแม้จะ ไม่มีสายเลือดเดียวกันแต่เธอก็รักเหมือนพี่สาวแท้ๆ

"แค่นั้นก็ยังดี เอาล่ะพวกเราไปเตรียมเปิดร้านกันเถอะ เดี๋ยวอีกซักพักพวกเจ้าหน้าที่ของ WRO ก็มาเก็บกวาดเจ้าพวกที่นอนกองอยู่หน้าร้านเราเองแหละ " มาลีนยิ้มออกมาแล้วลูบหัวแอริธอย่างเอ็นดู

แต่ก่อนที่ทุกคนจะเดินกลับเข้าไปในร้านจู่ๆราวกับว่า เวลาบริเวณนั้นหยุดนิ่ง กระแสพลังงานมหาศาลจู่ก็ปรากฎขึ้นหน้าพวกเขา "มาเทเรียอันเชิญ!" เดนเซลร้องออกมาอย่างตกใจ ทุกคนหันกลับมาก็พบว่าเจ้าหัวหน้ากลุ่มคนที่โดนมาลีน ยิงร่วงลงไปนอนกองเป็นคนแรกบัดนี้มันลุกขึ้นมาพร้อมร ่ายเวทย์อัญเชิญ มาเทเรียสีแดงที่ติดอยู่กับดาบของมันส่องแสงสว่าง แล้วบัดนั้นเองประตูมิติก็ถูกเปิดออก

ปรากฏร่างของมังกรขนาดมหึมา สีเขียวเข้มไปทั้งตัว "แกรนดราก้อน! เป็นไปไม่ได้มาเทเรียอัญเชิญมันเรียกได้เฉพาะเทพอสูร นี่นา ทำไมถึงเรียกมอนเตอร์ออกมาได้!!" คราวนี้เป็นแซคที่ร้องออกมา เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าพวกเขามันขัดกับกฎการอัญ เชิญของมาเทเรียแบบสุดๆ

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าบอกแล้วไงพวกแกต้องราบเป็น......" เจ้าหมอนั่นหัวเราะอย่างบ้าคลั่งแต่มันต้องเงียบเสีย งลงไปกระทันหันเพราะถูกมาลีนยิงเข้าแสกหน้า 2นัดซ้อน ชนิดที่ว่าไม่มีสิทธิ์ลุกขึ้นอีกแน่ นอกจากไปฟื้นที่โรงพยาบาล

"เอายังไงดี เดนเซล?" มาลีนถามเดนเซลอย่างร้อนรนเพราะมังกรสีเขียวตัวนี้ตั วมันใหญ่จริงๆ ชนิดที่ว่ามันฟาดหาง หรือ ปีกลงมาสามารถพัง เซเว่นเฮเว่น ทั้งร้านได้ง่ายๆเลยทีเดียว

"ท่าทางจะต้องส่งมันกลับโดยเร็วที่สุดน่ะสิ มาลีนเธอคอยดู แอริธให้ดีๆล่ะ ส่วนแซค คอยระวังไอพวกที่นอนกองๆอยู่ด้วยอาจจะมีใครลุกขึ้นมา เรียกไอตัวพรรคนี้ออกมาอีก รีบ`เก็บ` ก่อนที่มันจะร่ายมนต์อัญเชิญล่ะ ส่วนไอตัวนี้เดี๋ยวชั้นจัดการเอง ชั้นเคยเจอมันหนหนึ่งแถวๆภูเขา`นีเบล` มันใหญ่แต่ตัวแค่นั้นแหละเจ้าจิ้งเหลนสีเขียวนี่" เดนเซลพูดสั่งการกับทุกๆคนก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋า กางเกงหยิบมาเทเรียสีเหลืองขึ้นมาเม็ดหนึ่ง แล้วยัดมันลงไปในช่องใส่มาเทเรียที่มีอยู่4ช่องของ `บัตเทอร์ฟลายเอจ` ในมือเขา

แอริธมองดูสีหน้าของเดนเซลตอนนี้อย่างตกใจเล็กน้อยเพ ราะมันต่างจากเดนเซลในเวลาปกติ ที่เป็นพี่ชายแสนใจดีสุขุม เยือกเย็นและรอบคอบอยู่เสมอ ทั้งสีหน้า แววตา และรอยยิ้มน้อยๆของพี่ชายของเธอในเวลานี้มันเหมือนกั บเด็กๆที่ดีใจเวลาได้ของเล่นชิ้นใหม่ ทั้งๆที่เขายืนประจันหน้ากับมังกรยักษ์ที่แสนน่ากลัว

เดนเซลพุ่งเข้าหาแกรนดราก้อนอย่างไม่เกรงกลัว เจ้ามังกรตัวเขียวก็รับรู้ถึงการมุ่งร้ายของมนุษย์ตั วจ้อย ฟาดหางขนาดใหญ่โตของมันเดนเซลทันที

โครม!!! เสียงหางของมันกระทบกับพื้นเสียงดังสนั่น แต่ก็ไม่ปรากฎร่างของเดนเซลอยู่ตรงนั้นแล้ว ก๊าช!!!!!!!!! เสียงมันร้องอย่างโหยหวน เดนเซลซึ่งขณะนี้ขึ้นไปอยู่บนตัวของแกรนดราก้อนตั้งแ ต่เมือไรก็ไม่มีใครรู้ ฟัน ฉับ!! เข้าที่โคนปีกข้างขวาของมัน ดาบ`คมผีเสื้อ` ในมือของเขาแหวกเข้าไปในเกล็ดอันแข็งแกร่งของมันราวเ อามีดตัดขนมเค้ก

เจ้ามังกรตัวเขียวถึงกับปีกห้อยร่องแร่งไปข้างนึงทัน ที มันอ้าปากหมายจะพุ่งเข้ากัดเดนเซลที่กระโดดลงมาจากตั วมันลงมายืนให้แหลกย่อยยับคาปากมันด้วยความแค้น แต่เดนเซลก็ไม่ยืนรอให้มันเข้ามากัดง่ายๆ กระโดดสุดแรงเกิดขึ้นเหยียบหัวเจ้ามังกรเขียวตัวยักษ ์ ในจังหวะที่มันโน้มคอลงมากัดเขาแล้ววิ่งไปตามคออันยา วเฟื้อยของมัน ฟัน2ทีซ้อนๆลงที่โคนปีกอีกข้างของมันที่เหลือทันที ซึ่งดาบในมือเดนเซลก็ทำหน้าที่ของมันอย่างดีเยี่ยมอี กครั้งคราวนี้ปีกด้านซ้ายของมันหลุดออกจากตัวลงมากระ ทบพื้นเสียงดังลั่น ตอนนี้แกรนดราก้อนเท่ากับโดนหักปีกทิ้งทั้ง2ข้างไม่ส ามารถบินได้อีกแล้ว เดนเซลยิ้มออกเล็กน้อย เจ้าแกรนดราก้อนร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ขณะนี้มันคลุ้มคลั่งจนไม่สนใจสิ่งใด้อีกแล้วนอกจาก ฆ่า! เจ้าคนที่ทำให้มันเจ็บปวด

มันหันหน้ากลับเข้าหาเดนเซลที่ตอนนี้ยืนอยู่บนหลังมั นแล้วเงยหน้าขึ้นสูดลมหายเข้าเข้าเพื่อที่จะพ่นลมหาย ใจเฟลวเพลิงใส่เดนเซลที่อยู่บนหลังมันโดนไม่สนใจว่าต ัวมันเองจะได้รับบาดเจ็บไปด้วยหรือไม่ พ่อหนุ่มหัวรังนกเองก็รู้เหมือนกันว่าเจ้าตัวเขียวนี ้มันจะย่างเขาทั้งเป็น เขาวิ่งสุดกำลังพร้อมเอาดาบ`คมผีเสื้อ` พุ่งเข้าฟันลำคอของแกรนดราก้อนทันที เดนเซลฟันกระหน่ำ4ทีซ้อนๆภายในชั่วพริบตา และนั่นก็เป็นจุดจบของเจ้ามังกรตัวเขียวที่ถูกเรียกอ อกมา คอของมันขาดสะบั้น! ตกลงไปกองกับพื้นทันที

แต่แล้วสิ่งที่น่าตกใจก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ร่างของมันรวมไปถึงหัวและปีกของมันที่กองอยู่กับพื้น ก็กลายเป็นแสงสว่างวาบลอยขึ้นไปยังท้องฟ้าทันที เดนเซลวิ่งเข้าไปกระชากคอเขย่าเจ้าคนที่เรียกแกรนดรา ก้อนออกมา ซึ่งก็ใช้เวลาพอสมควรกว่ามันจะได้สติกลับมา ซึ่งมาลีน แอริธ และ แซคก็เดินเข้ามาล้อมมัน

"แกได้มาเทเรียนี้มาจากไหน!?" เดนเซลกระชากคอเสื้อมันแล้วถามด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

"ได้มาจาก อั่ก!!!!!" เจ้าหมอนั่นพูดได้เพียง3คำแล้วมันก็สะดุ้งเฮือกแล้วก ็นิ่งสนิทไป หลังคอของมันถูกมีดสั้นเล่มหนึ่ง
พุ่งเข้าเสียบมิดเล่ม

"ใคร !!"แซคมองย้อนกลับไปก็พบคนในชุดผ้าคลุมสีดำกำลังกระโ ดดไปตามหลังคาบ้านหนีไป เด็กหนุ่มหัวเม่นขยับจะตามไป

"ไม่ต้องตามไปแซค!!" เดนเซลร้องห้ามน้ำเสียงเฉียบขาด

"ทำไมล่ะเฮียเดนเซล?" แซคชะงั้กแล้วหันมาถาม

"เราไม่รู้ว่ามันเป็นใคร? ต้องการอะไร? และมีพวกเท่าไร? ขืนเราตามไปจะกลายเป็นเดินเข้าไปติดกับดักเปล่าๆ ดูจากการขว้างมีดของมันแล้วฝีมือมันไม่ใช่ธรรมดาแน่ๆ เรากลับไปตั้งหลักในร้านกันก่อนเถอะ" เดนเซลแสดงความรอบคอบออกมา เด็กหนุ่มหัวเม่นได้ฟังก็พยังหน้าเห็นด้วย เดนเซลนี่รอบคอบจริงๆ ตัวเขาเองเกือบจะเสียท่าตามมันไปซะแล้ว

"พี่เดนเซล พี่มาลีน แซค ดูนี่สิ!!!" เสียงของแอริธร้องออกมาอย่างตกใจ ทั้ง3คนต่างหันไปมองตามเสียงของสาวน้อยผมเปียก็พบว่า เธอกำลังยืนชี้ไปที่ดาบของเจ้าคนที่เรียก แกรนดราก้อน ออกมาเมื่อกี้ มาเทเรียสีแดงสดที่เคยติดอยู่กับดาบนั้นบัดนี้มันกลา ยเป็นเพียงลูกหินธรรมดาๆแค่นั้นเอง

เดนเซลก้มไปหยิบดาบเล่มนั้นขึ้นมาแล้วถอดหินที่เคยเป ็นมาเทเรีย มาก่อน ออกมาจากตัวดาบแล้วดูอย่างพินิจ แล้วส่งต่อไปให้แซคผู้ซึ่งน่าจะชำนาญในเรื่องนี้พอสม ควร

"ไม่น่าเป็นไปได้เลยตามตำราที่ผมเคยอ่านเค้าบอกว ่า `มาทีเรียคือพลังงานมาโคที่ถูกควบแน่นจะกลายเป็นมาที เรียมันเป็นความรู้ละความจริงที่สืบทอดมาจากชาวโบราณ คนที่ใช้มาทีเรียจะสามารถใช้พลังงานของแผ่นดินและดวง ดาวได้อย่างอิสระ มันเป็นความรู้ระหว่างเราและดวงดาว มันถูกเรียกว่า ‘เวทมนต์’ ....หรืออะไรก็แล้วแต่.... ` มาเทเรียอาจจะมีการแตกสลายหายไปแต่มันไม่มีทางจะกลับ กลายเป็นก้อนหินธรรมดาแบบนี้" แซคเอ่ยถึงมาเทเรียเท่าทีเขารู้

"ใช่ชั้นก็คิดเหมือนนายท่าทางเรื่องนี้มันจะมีอะไรไม ่ชอบมาพากลซะแล้ว" เดนเซลพูดพลางรับก้อนหินก้อนนั้นกลับมาจากแซค

"ชั้นสังหรใจไม่ดีเลย เหมือนว่าจะมีเรื่องอะไรที่มันแย่ๆมาเคาะประตูเรียกพ วกเราถึงหน้าบ้านเลยแฮะ" มาลีนพูดออกมา ซึ่งทุกคนก็คิดเหมือนเธอเช่นกัน
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 08 Sep 2006, 16:04   #12 (permalink)
น้องใหม่ TG
 
aerick's Avatar
 
โพส: 34
ดาวโหลด: 181
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
aerick aura


สถานที่: Donmuang,Bangkok,Thailand

สุดยอดดด มากๆคับ รอตอนต่อไปอยู่น้า
__________________
แม้ว่าทุกสิ่งจะเป็นจริงหรือกลลวง...
แต่สิ่งเดียวที่พระเจ้าก็ยังพรากไม่ได้...
นั่นคือ การที่ชั้น...จะปกป้องคนที่ชั้นรักตลอดไป
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 09 Sep 2006, 15:54   #13 (permalink)
jod
น้องใหม่ TG
 
jod's Avatar
 
โพส: 47
ดาวโหลด: 126
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 5

TG ออร่า:
jod aura



โอ้jodมันยอดมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 10 Sep 2006, 12:15   #14 (permalink)
joi113
Guest
 
โพส: n/a
ดาวโหลด:
อัพโหลด:




บทที่7 : เรื่องเล่าของเดนเซล



หลังจากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ของ WRO ก็แห่มากันที่บริเวณหน้าร้านจำนวนมากพร้อมอาวุธครบมื อจำนวนเต็มอัตราศึก เพราะได้รับแจ้งจากประชาชนแถวนั้นว่ามีมังกรตัวมหึมา ปรากฎตัวขึ้น แต่เมื่อมาถึงหน้าบาร์ เซเว่นเฮเว่น ก็พบเพียงร่างของกลุ่มคนนอนหมดสติอยู่ไม่ต่ำกว่า20คน เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเหมือนจะเป็นหัวหน้าของกลุ่ม เขาใส่เสื้อคลุมยาวสีน้ำเงินบนใหล่ของเขามีตุ๊กตาแมว สีดำสวมมงกุฎสีทองและผ้าคลุมสีแดงเกาะอยู่ เดินเข้ามาหาเดนเซลซึ่งยืนกอดอก พิงกำแพงหน้าร้านอยู่ เหมือนจะรออะไรซักอย่าง

ยังไม่ทันที่เจ้าหน้าที่คนนั้นจะเอ่ยอะไรออกมาเดนเซล ก็โยนก้อนหินที่เมื่อไม่ถึง20นาทีที่แล้วมันยังเป็นม าเทเรียสีแดงสดที่สามารถเรียก แกรนดราก้อน ออกมาได้ชนิดค้านกับกฎการอัญเชิญแบบสุดๆ ซึ่งเขาก็รับมาไว้ในมือแล้วมองมันด้วยสีหน้าตกใจ แต่เพียงพริบตาเขาก็ปรับสีหน้าเป็นปกติ

"สิ่งที่พวกคุณได้รับแจ้งว่ามันโผล่ออกมาแถวนี้มันถู กเรียกขึ้นมาจากหินก้อนนั้นซึ่งท่าทางคุณก็น่าจะรู้จ ักมันดีนี่ `รีฟ` ไม่งั้นหัวหน้าของWRO คงไม่มาถึงที่นี่ด้วยตัวเองหรอกจริงไหม?ครับ" เดนเซลเอ่ยกับรีฟ ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

"แล้วเธอจะไม่ถามเหรอว่ามันคืออะไร?" หัวหน้าของWROพูดประโยคแรกกับชายหนุ่มหัวรังนก

"เอาไว้คุณอยากจะเล่าให้ผมกับน้องๆฟังคุณก็จะมาบอกกั บพวกเราเองแหละ ผมขอตัวไปจัดร้านก่อนล่ะ อ้อ! แล้วก็มีคนเจ็บ24คนกระดูกหักไป12 นอกนั้นก็ไม่มีอะไรหนักหนานัก แต่มี1คนที่ตาย มันเป็นคนที่ใช้มาเทเรียเรียกเจ้ามังกรสีเขียวออกมาน ่ะแหละ ส่วนคนที่สังหารมันเป็นคนที่สวมผ้าคลุมดำฝีมือสูงมาก ทีเดียว" เดนเซลพูดจบก็หันหลังกลับเข้าไปในร้าน ปล่อยให้ รีฟ มองก้อนหินก้อนนั้นด้วยสีหน้าคิดไม่ตก

"เรื่องยุ่งๆมันกลับมาอีกครั้งแล้วสินะ" รีฟรำพึงเบาๆและถอนหายใจออกมา รีฟหันหลังกลับไปสั่งการให้ขนย้ายคนเจ็บไปรักษาที่โร งพยาบาลของWRO เพราะเจ้าพวกนี้เกือบครึ่งเป็นพวกที่ติดอยู่ในบัญชีด ำ และมีค่าหัวทั้งนั้น ขณะที่รีฟกำลังสั่งการอยู่นั่นเอง ก็มีคนมาสะกิดเขาจากด้านหลัง เมื่อเขาหันกลับมามองก็พบ สาวน้อยผมเปียยิ้มให้เขาอย่างสดใส และข้างๆสาวน้อยคนนั้นก็มีหญิงสาวอีกคนยืนอยู่ด้วย

"สวัสดีค่ะ คุณลุงรีฟ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ" แอริธทักทายอย่างแจ่มใสเหมือนกับว่าเมื่อกี้ไม่มีอะไ รเกิดขึ้น "ตอนนี้พ่อกับแม่ไม่อยู่หรอกค่ะ"

"สวัสดีจ๊ะสาวน้อยไม่เจอกันพักเดียวโตเป็นสาวเลย นะ" รีฟตอบแล้วลูบหัวแอริธอย่างเอ็นดูเด็กคนนี้ยิ่งโตยิ่ งเหมือนเธอคนนั้น เพื่อนๆของเขารวมถึงตัวเขาเองก็ด้วย ตกใจแทบช๊อคเมือเจอหน้าเด็กคนนี้ครั้งแรก

"คุณลุงรีฟจะไม่แวะเข้าไปกินอะไรข้างในหน่อยหรือ คะ?" สาวน้อยผมเปียในชุดสีชมพูอ่อน เอ่ยชวน

"ไม่ล่ะจ๊ะ ลุงต้องจัดการเรื่องนี้ให้จบแล้วลุงยังต้องมีเรื่องไ ปทำอีกหลายเรื่องเลย อ๊ะนี่ลุงให้หนูไว้ละกัน มันชื่อว่า`แคทซิท`" รีฟหยิบตุ๊กตาแมวสีดำที่เกาะอยู่บนใหญ่เค้าส่งให้แอร ิธ

"น่ารักจัง! ขอบคุณนะคะ พี่มาลีนดูสิคะ งั้นหนูของเอามันไปเก็บไว้ในห้องก่อนนะคะ" แอริธกล่าวขอบคุณด้วยสีหน้าดีใจแล้วก็วิ่งเข้าไปในร้ าน

"เป็นยังไงบ้างมาลีน`แบเล็ต`ติดต่อมาบ้างหรือเปล ่า?" รีฟกล่าวทักทายหญิงสาวอีกคนที่ยังยืนอยู่

"ก็โทรมาบ้างราวๆอาทิตย์นึง2-3หนได้น่ะค่ะ เอ่อ... รีฟปืนที่WRO พัฒนาขึ้น ที่คุณเคยบอกว่าจะให้หนูแล้วหนูปฎิเสธไป ยังอยู่มันไหมคะ?" มาลีน ถาม รีฟ

"อืม... ยังอยู่สิเพราะนอกจาก`วินเซนต์` กับ เธอ ก็ไม่มีใครใช้ปืนได้เก่งพอที่จะควบคุมมันได้หรอกนะแม ้แต่นักแม่นปืนมือหนึ่งของWRO ยังส่ายหน้ากับปืนกระบอกนั้นเลย เค้าขอเลือกใช้ไรเฟิลตามเดิมดีกว่า " รีฟตอบหลังจากนึกอยู่พักนึง

"งั้นคุณช่วยให้คนช่วยส่งมันมาให้หนูพรุ่งนี้ได้ไหมค ะ?"มาลีนเอ่ยหลังจากชั่งใจอยู่นิดนึง
"หืม!? ไหนเธอเคยบอกว่ามัน...." ัยังไม่ทันที่รีฟจะพูดจบประโยคมาลีนก็แทรกขึ้นมาว่า "ถ้าในเวลาปกติหรือเอาไปยิงคนล่ะมันรุนแรงเกินไปไม่ผ ิดหรอกค่ะ แต่หนูรู้สึกว่าหนูจะต้องสู้กับอย่างอื่นที่มันมากกว ่านั้นน่ะสิคะ"

"ก็ได้ไม่มีปัญหาพรุ่งนี้เช้าชั้นจะให้คนส่งมันมาให้ เธอ พร้อมกระสุนเต็มอัตรา งั้นวันนี้ชั้นขอตัวก่อนละกัน" รีพหันหลังกลับเดินขึ้นรถแล้วก็จากไป

"พี่มาลีนๆคุณลุงรีฟกลับไปแล้วรึคะ? " แอริธเอ่ยถามพี่สาวของเธอ

"จ๊ะ แม่สาวน้อยของพี่มีธุระอะไรรึจ๊ะ?" มาลีนถามน้องสาวจอมยุ่งของเธอ

"ว้าแย่จัง กะว่าจะแนะนำแซคให้คุณลุงรีฟรู้จักซะหน่อยน่ะค่ะ" แอริธบอกมาอย่างเสียดาย

"เอาไว้โอกาศหน้าก็ได้จ๊ะแม่สาวน้อย เรากลับเข้าไปที่ร้านเถอะได้เวลาเปิดร้านแล้ว" แล้วทั้ง2สาวก็เดินกลับเข้าไปที่ เซเว่นเฮเว่น

แล้ววันนั้นทั้งวันกิจการของเซเว่นเฮเว่นก็ดำเนินไปอ ย่างราบรื่นโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มีติดขัดบ้างก็ที่ทั้ง เดนเซล แอริธและแซค ยังไม่ค่อยชินกับช่วงที่ลูกค้าเข้ามาพร้อมๆกันชนิดเต ็มร้าน ถึงเซเว่นเฮเว่นจะมีเพียง10โต๊ะ และอีก5ที่นั่งที่เคาเตอร์ แต่มันก็เป็นงานที่หนักหนาเอาการเลยทีเดียว เดนเซลเข้าใจถ่องแท้ถึงเหตุผลที่ จนแล้วจนรอด`ทีฟา`ไม่ยอมขยายขนาดร้านนี้ซักที

หลังจากลูกค้าคนสุดท้ายออกไป ทั้งเดนเซลและแซคก็ทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้หน้าเคาเตอร์ อย่างหมดเรี่ยวแรง มาลีนเดินออกมาหลังเก็บกวาดครัวเสร็จแล้วพร้อมกับเหย ือกน้ำเย็น แล้วจัดแจงรินใส่แก้วให้2หนุ่ม

"ท่าทางวันนี้แอริธจะเหนื่อยมากชั้นขอตัวขึ้นไปดูก่อ นละกัน อ้อแล้วอยากกินอะไรก็ไปหากินในครัวเอาละกันขออย่างเด ียวอย่างพังครัวทิ้งล่ะ" แล้วมาลีนก็เดินขึ้นไปชั้น2

"เป็นไงบ้างแซคงานวันแรก?" เดนเซลชวนแซคคุยหลังจากดื่มน้ำจากแก้วที่มาลีนรินให้

"ก็พอทนน่ะฮะ ว่าแต่ว่าเฮียเดนเซล ผมเห็นท่าทางจะรู้จักกับหัวหน้าของWRO คนนั้นนะครับทำไมถึงไม่ทำให้เขาล่ะครับ ผมเห็นไปที่ไหนๆ ใครๆก็อยากจะทำงานให้WRO ทั้งนั้น ทั้งมีเกียรติ และ เงินเดือนก็ไม่ใช่น้อยๆ" เด็กหนุ่มหัวเม่นถามกลับมาบ้าง

"นายนี่ช่างสังเกตดีนะแซค อืมจะว่ายังไงดีล่ะ เมื่อก่อนตอนชั้นเด็กๆชั้นก็อยากจะเข้าWROเหมือนกันน ่ะแหละ แต่ก็เข้าไม่ได้เพราะเขาไม่รับเด็ก ชั้นเองก็ผิดหวังน่าดูเลยตอนนั้น" เดนเซลเริ่มเล่าเรื่องในอดีตให้เด็กหนุ่มหัวเม่นฟัง

"ตอนนั้นชั้นเองก็ไม่อยากอยู่เฉยๆ ก็เลยช่วยที่ร้านนี่มั่ง หรือครั้งไหนที่คลาวด์ไปส่งของที่ๆไม่อันตรายมากชั้น เองก็จะขอติดรถไปด้วย พอว่างๆชั้นก็จะให้คลาวด์สอนวิธีการใช้ดาบให้ จนชั้นเองก็ใช้ดาบได้ดีในระดับหนึ่ง วันนั้นเป็นวันที่อากาศแจ่มใส ทีฟา มาลีน และ แอริธ ซึ่งตอนนั้นเธอยังเด็กอยู่เลย แวะออกไปซื้อของที่เมืองท่าจูน่อน มีชั้นเฝ้าร้านคนเดียว ก็มีชายสูงอายุคนหนึ่งเข้ามาในร้าน"

"คุณตาครับร้านยังไม่เปิดเลยน่ะครับ " เดนเซลกล่าวกับชายชราที่เพิ่งเดินเข้ามาในเซเว่นเฮเว ่น

"อะ... เอ่อ... หลานชายที่นี่ใช่`บริการขนส่งสไตรฟ์` หรือเปล่า " ชายชราถามเดนเซล

"อ้อ ใช่ครับแต่ตอนนี้คนส่งของไม่อยู่หรอกนะครับ เห็นว่าจะไปส่งของที่วูไทน่ะครับ อีก4-5วันก็จะกลับมาคุณตาค่อยมาอีกทีละกันนะครับ " เดนเซลบอกกับชายชราคนนั้นตามทีเขารู้

"อย่างนั้นเหรอ แย่จริงๆ" ชายชราคนนั้นพึมพัม

"มีอะไรหรือครับคุณตา?" เดนเซลถามอย่างสงสัย

"ตาอยากจะให้ส่งตุ๊กตานี่ให้หลานสาวที่เมือง`คาล์ม`เ ป็นของขวัญวันเกิดเธอน่ะหลานชาย แต่อีก3วันก็ถึงวันเกิดเธอแล้ว" ชายชราพูดพลางหยิบตุ๊กตารูปโชโคโบะสีเหลืองตัวอ้วนๆ วางบนโต๊ะ

"งั้นหรือครับ งั้นคุณตาไม่ลองไปจ้างบริการส่งของที่อื่นดูล่ะครับ? ในเมืองนี้ยังมีบริการส่งของด้วยเรือเหาะอีก1ที่ นี่ครับ" เดนเซลพยายามแนะนำเท่าที่เขารู้

"หลานชายตาเป็นแค่คนแก่จนๆไม่มีเงินมากพอที่จะไปใช้บ ริการส่งของด้วยเรือเหาะหรอก" ชายชราคนนั้นพูดเศร้าๆ
เดนเซลยืนนึกชั่งใจอยู่ซักพักใหญ่ๆ พอดี ทีฟา มาลีนและแอริธกลับมาที่ร้านพอดี "มีอะไรเหรอเดนเซล?" ทีฟาถามเดนเซล ซึ่งเดนเซลก็เล่าเรื่องของชายชราคนนี้ให้ทุกคนฟัง หลังจากเล่าจบก็เหมือนเดนเซลตัดสินใจได้

"เอางี้ไหมครับผมจะเอาตุ๊กตานี้ไปส่งให้หลานสาวคุณตา ที่เมืองคาล์มให้เอง ที่นั่นก็ไม่ไกลจากที่นี่มากนักถ้าเดินทางไปก็ไม่น่า จะเกิน3วันทันวันเกิดหลานสาวคุณตาแน่ๆครับ" เดนเซลพูดออกมา

"หา!!?? เดนเซลนี่นายจะไปเองจริงๆรึ" มาลีนร้องถาม

"อืม ไม่เป็นไรหรอกชั้นว่าชั้นเอาตัวรอดได้ แค่เมืองคาล์มเอง ว่าไงครับคุณตา?" เดนเซลหันไปถามยังชายชรา

"งั้นก็ฝากด้วยนะหลานชายแล้วนี่เป็นค่าตอบแทนเล็กๆน้ อยๆ" แล้วชายชราก็เขียนที่อยู่ที่ต้องการส่งของลงในแบบฟรอ มของทาง"สไตรฟ์ดีลิเวอรี่เซอร์วิซ" แล้วก็จ่ายค่าขนส่งซึ่งมันเป็นเพียงเงินแค่300กิลเท่ านั้น แต่เดนเซลก็ไม่สนใจจำนวนเงินซักเท่าไรเพราะหลักการขอ ง บริการขนส่งสไตรฟ์ คืนจะส่งงานที่อยากจะรับทำเท่านั้นส่วนค่าขนส่งก็แล้ วแต่เจ้าของงานจะให้(ฉะนั้นเวลาคลาว์ดจะซื้ออะไรแพงๆ ถึงต้องพึ่งทีฟาทุกทีไป หุๆ)

แล้วชายชราคนนั้นก็เดินออกจากเซเว่นเฮเว่นไป เดนเซลเองก็กำลังจะเดินขึ้นไปยังห้องของเขาเพื่อจัดข ้าวของเตรียมออกเดินทาง แต่ทีฟาก็เรียกเขาไว้ก่อน

"เธอมั่นใจแล้วเหรอ เดนเซล ว่าจะไปเพียงลำพังน่ะ?" ทีฟาถามอย่างเป็นห่วง

"ครับทีฟา แค่เมืองคาล์มเอง แถมตอนนี้ผมเองก็พอที่จะใช้ดาบป้องกันตัวได้บ้างแล้ว ถึงจะไม่เก่งเท่าคลาวด์ก็เถอะ" เดนเซลตอบอย่างมั่นใจ

"ถ้าเธอตัดสินใจอย่างนั้นชั้นก็มีของจะให้เธอ จริงๆแล้วทั้งชั้นและคลาวด์เตรียมไว้จะให้เธอเป็นของ ขวัญวันเกิดของเธอ อาทิตย์หน้าแต่คงต้องให้เธอตอนนี้แล้วล่ะ"แล้วทีฟาก็ เดินขึ้นไปยังชั้น2ห้องของเธอ

" ปี้เดนเซลจะไปไหนหรือก๊ะ?" แอริธซึ่งตอนนั้นอายุเพียง4ขวบเศษๆ เอ่ยถามพี่ชายหัวรังนกของตัวเอง

เดนเซลย่อตัวแล้วอุ้มเธอขึ้นมา"พี่จะไปทำงานจ๊ะแม่สา วน้อยไม่ต้องเป็นห่วงนะแล้วพี่จะซื้อขนมมาฝากนะจ๊ะ"

"จริงๆหรือก๊ะ ปี้เดนเซลใจดีจัง แอริธรักปี๊ที่สุดเยย" สาวน้อยผมเปียโถมตัวเข้ากอดเดนเซลอย่างดีใจ

"เฮ้อ~ ยังไงก็ระวังตัวด้วยละกันล่ะเดนเซล ถึงจะใกล้ๆก็ใช่ว่ามันไม่มีอันตรายระหว่างทาง" มาลีนรับตัวแอริธจากเดนเซลแล้ววางเธอลงให้ยืนบนพื้นต ามเดิม

"สบายมากน่า มอนเตอร์แถวๆนั้นชั้นเคยสู้ฝึกฝีมือมาด้วยแล้วทั้งนั ้นดีไม่ดีอาจจะส่งของเร็วกว่ากำหนดซะด้วยซ้ำ ห่วงโน่นห่วงนี่มากๆระวังเป็นไมเกรนนะ มาลีน" เดนเซลพูดจบสาวผมม้าก็มองค้อนเดนเซลทันที และมันเป็นจังหวะเดียวกับทีฟาเดินลงมาจากชั้น2พร้อมก ล่องสีดำสนิทขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก ซึ่งเดนเซลรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นกล่องสำหรับใส่ดาบเพ ราะเขาเองเคยเห็นร้านขายอาวุธในเมืองนี้แพคดาบใส่กล่ องอย่างนี้เวลาลูกค้าสั่ง

"สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้าจ๊ะ ถือว่าเป็นของขวัญจากทุกคนละกันนะเดนเซล เธอคงได้ใช้มันระหว่างการไปส่งของคราวนี้" ทีฟาพูดพลางยิ้มให้เดนเซล

เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลแดงกระวีกระวาดรีบเปิดดูในกล่องก ็พบ ดาบที่รูปร่างเหมือนมีดคอมแบทของทหารมาขยายขนาดให้ให ญ่ขึ้นจนกลายเป็นดาบขนาดเหมาะมือกับคนรูปร่างสันทัด ชื่อของมันก็คือ"Buttefly Edge " ซึ่งเดนเซลเคยพูดกับคลาวด์เวลาฝึกดาบว่าในบรรดาดาบทั ้ง6เล่มที่คลาวใช้ ตัวเค้าคิดว่า ดาบ"คมผีเสื้อ" เป็นดาบที่ใช้ง่ายและถนัดที่สุดสำหรับตัวเดนเซลแล้ว ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าจะได้รับเป็นของขวัญวันเกิด

เดนเซลหยิบมันขึ้นมาดูอย่างละเอียดและทดลองสบัดไปมาก ็พบว่ามันเบาและปราณีตสวยงามว่าดาบชนิดเดียวกันที่เข าชอบไปดูตามร้านขายอาวุธบ่อยๆซะอีก

"ท่าทางจะถูกใจนะ ชั้นเป็นคนเสนอให้คลาวด์กับทีฟา ให้เจ้านี่เป็นของขวัญวันเกิด นายเชียวนา" มาลีนพูดยิ้มๆ

"ขอบคุณมากครับทุกๆคน" เดนเซลยิ้มทั้งน้ำตาแล้วก้มหัวขอบคุณ ซึ่งตัวเขาเองก็จำไม่ได้ว่าตั้งแต่เกิดมาเคยน้ำตาไหล ด้วยความยินดีครั้งนี้เป็นครั้งแรกจริงๆ

"แล้วชั้นก็ไปเตรียมตัวแล้วก็ออกเดินทางจากที่นี่เย็ นวันนั้นเลย" เดนเซลเว้นจังหวะการเล่าเรื่องราวในอดีตของเขานิดนึง ด้วยการรินน้ำในเหยือกแล้วยกขึ้นดื่ม

"ถ้าให้ผมทายดาบที่เฮียเดนเซลได้รับเป็นของขวัญวันเก ิดคือดาบเล่มที่เฮียใช้เป็นประจำใช่มะฮะ" แซคถามขึ้นมาหลังจากนั่งเงียบตั้งใจฟังอยุ่นาน

"ใช่แล้วล่ะ ชั้นเล่าต่อเลยละกัน ชั้นใช้เวลา2วันเศษๆกว่าถึงเมืองคาล์มถึงระหว่างทางจ ะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมากนักแต่นั่นเป็นออกเดินทางเพ ียงลำพังครั้งแรกของชั้นจริงๆ ชั้นเองถึงเมืองนั้นตอนกลางดึกจึงแวะเข้าไปพักทีโรงแ รมในเมืองนั้น รุ่งเช้าชั้นก็เริ่มออกตามหาที่อยู่ของหลานสาวของคุณ ตาคนนั้น ซึ่งชั้นเองก็ได้รู้ว่าหลานคนนั้นเธอเป็นเด็กที่อยู่ สถาณเลี้ยงเด็กกำพร้าในเมืองคาล์ม " เดนเซลเริ่มเล่าต่อ

เดนเซลมองกระดาษในมือเทียบกับที่อยู่ที่เขียนอยู่บนป ้ายหน้าสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าของWRO ประจำเมืองคาล์มแห่งนี้ เดนเซลเอื้อมมือไปกดกริ่งซักพักก็มีหญิงสาวคนหนึ่งออ กมา

"สวัสดีค่ะ มีธุระอะไรกับที่นี่หรือคะ?" หญิงสาวคนนั้นเอ่ยถามเดนเซล

"คือว่าที่นี่มีเด็กที่ชื่อ`รูตี้`ไหมครับ"เดนเซลถาม ถึงหลานสาวของคุณตาจากชื่อผู้รับที่เขียนไว้ในแบบฟรอ ม

"อ้อ! มีค่ะ แต่ว่าคุณมีธุระอะไรกับแกหรือคะ" หญิงสาวคนนั้นซักถามต่อ

"ผมมาจาก`บริการขนส่งสไตรฟ์` นำตุ๊กตาจากคุณตาคนหนึ่งมามอบให้เขาน่ะครับ" เดนเซลตอบพร้อมยื่มแบบฟรอมให้หญิงสาวคนนั้นอ่าน

หญิงสาวคนนั้นอ่านแบบฟรอมนั้นอย่างละเอียดแล้วก็ยิ้ม ออกมาเล็กน้อย "ขอโทษนะจ๊ะพ่อหนุ่มถ้าชั้นจำไม่ผิด`บริการขนส่งสไตร ฟ์` คนส่งของเค้าเป็นชายหนุ่มผมสีทองขับมอไซด์คันใหญ่ไม่ ใช่เหรอจ๊ะ ชั้นไม่รู้หรอกนะว่าเธอต้องการอะไรแต่กลับไปซะเถอะที ่นี่เป็นเพียงสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ไม่มีอะไรมีค่าหรอก กลับไปซะเถอะพ่อหนุ่ม" เธอยื่นแบบฟรอมกลับคืนให้เดนเซลแล้วก็เดินกลับเข้าไป ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า พร้อมกลับปิดประตู ปล่อยให้เดนเซลยืนทำหน้ายุ่งๆ อยู่หน้าประตู

"ตายละหว่าลืมไปเลยว่าสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าขอ งWRO เขาเข้มงวดกับการเข้าออกมาก ทำไงดีเนี่ยวันนี้ก็วันเกิดเธอแล้วยังไงๆก็ต้องส่งให ้เธอภายในวันนี้" เดนเซลคิดในใจพลางมองตุ๊กตาโชโคโบะอ้วนที่มีการ์ดใบห นึ่งเหน็บไว้ ที่เขาถือไว้

เดนเซลเริ่มคิดหาทางส่งเจ้าตุ๊กตาเจ้าปัญหาตัวนี้ให้ ถึงมือผู้รับ พร้อมๆกับเดินสำรวจสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนั้นไ ปรอบๆ เข้าก็พบแต่เจ้าหน้าที่ของWRO ที่คอยมาดูแลความปลอดภัยของเด็กๆเหล่านั้นเต็มไปหมด การลอบเข้าไปคงไม่ใช่ง่ายๆแน่ ขณะเดนเซลกำลังเดินอยู่นั่นเอง เขาก็เห็นป้ายประกาศของเมืองคาล์มว่า คืนนี้เวลา 20.00-24.00 น. ทางเมืองคาล์มจะดับไฟเพื่อที่จะซ่อมแซมระบบไฟฟ้าประจ ำปี<