

| | #16 (permalink) |
| Guest โพส: n/a | บทที่8 : ยามเช้าของ2หนุ่ม เช้าวันรุ่งขึ้นวันนี้เป็นวันที่ 2 แล้วเด็กหนุ่มหัวเม่นทำงานให้บาร์ เซเว่นเฮเว่น แซคยกแขนขึ้นมามองนาฬิกาข้อมือที่เขาสวมไว้ประจำ แต้มพรายน้ำที่เข็มของมันชี้บอกเวลา 5.00 น. พอดิบพอดี เคยมีคนถามเขาว่าทำไมถึงยังใช้นาฬิกาเข็มแบบโบราณรุ่ นนี้อยู่เพราะสมัยนี้เค้าใช้แบบดิจิตอลแสดงเวลา วันที่ อุณหภูมิ ฯลฯ อีกมากมายเท่าที่วิทยาศาตร์จะยัดเทคโนโลยีเข้าไปในนา ฬิกาข้อมือเรือนหนึ่งได้ ซึ่งเหตุผลง่ายๆที่แซคตอบอยู่เสมอๆก็ "ตูชอบของตูแบบนี้นี่นา" "ยังไม่สว่างเลยแฮะ ก็ดีเหมือนกันจะได้มีเวลาไปเดินเล่นในเมืองซักหน่อย แต่ว่าไม่ค่อยชินเลยแฮะนอนที่นอนนุ่มๆนี่" แซคเก็บที่นอนซึ่งมาลีนบอกให้เขาไปขนมาจากห้องเก็บขอ ง ซึ่งเขาก็พบว่ามันเป็นของใหม่แกะห่อยังไม่เคยใช้เลย ซึ่งตอนแรกเขาก็ปฎิเสธ แต่แอริธ ก็คะยั้นคะยอให้เอามาใช้จนได้ เด็กหนุ่มเดินไปทำธุระส่วนตัวยามเช้าที่ห้องน้ำหลังร ้าน ก็พบว่ามีทั้งสบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน รวมไปถึงแชมพูสระผม เตรียมไว้ให้เขาแล้ว ซึ่งทุกอย่างใหม่เอี่ยมยังไม่เคยใช้มาก่อนเลยซักอัน เด็กหนุ่มหัวเม่นสงสัยเล็กน้อย ไม่กล้าหยิบใช้ในตอนแรก จนพบกระดาษโน๊ตแผ่นเล็กๆติดไว้ที่กระจกเหนืออ่างล้าง หน้าที่ ของเหล่านั้นถูกวางอยู่ กระดาษแผ่นนั้นเขียนข้อความสั้นๆว่า "นายหัวเม่นเอาไปใช้ซะเมื่อวานไม่ได้เตรียมไว้ให้เพร าะมันฉุกละหุกไปหน่อย มาลีน" แซคยิ้มออกมาทันทีที่อ่านโน๊ตจบ เจ๊มาลีนถึงจะดูโหดๆไปบ้างแต่ช่างเป็นพี่สาวที่ละเอี ยดรอบคอบและเป็นขี้ห่วงจริงๆ อุส่าห์เป็นห่วงเขาจนเตรียมของเล็กๆน้อยๆแบบนี้ไว้ให ้ ซึ่งตัวเขาเองก็แทบไม่ได้สนใจหาของพวกนี้มาใช้นานแล้ วเพราะการผจญภัยของเขาไม่มีอะไรที่แน่นอน บางทีต้องเดินทางผ่านทะเลทรายที่แห้งแล้งเป็นวันๆ อย่าว่าน้ำจะอาบรึแปรงฟันเลย น้ำจะกินยังต้องประหยัดแบบสุดๆ เด็กหนุ่มหัวเม่นทำธุระส่วนตัวจนเสร็จเรียบร้อยตาบแบ บฉบับชาวเมือง ซึ่งเขาก็ไม่ได้ อาบน้ำ แปรงฟัน สระผม ครบสูตรแบบนี้มานานแล้วเพราะปกติจะตะลอนๆไปทั่วนานๆจ ะเข้าเมืองทีนึงนั่นเอง หลังจากเอาพวกสบู่ ไปเก็บไว้ในห้องของเขา เด็กหนุ่มหัวเม่นก็เดินออกมาจากห้อง แล้วยืนคิดอยู่หน้าห้องอยู่พักนึง "จะทำอะไรก่อนดีหว่า?" ขณะนั้นเองแซคก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างมาจากสวนหลัง ร้าน"เอ๋~ เมื่อกี้ตอนไปห้องน้ำยังไม่มีใครลงมานี่นารึว่าเป็นแ ขกไม่ได้รับเชิญ!" แซคคิดได้ดังนั้นจึงเดินเงียบกริบไปทางหลังร้านทันที เมื่อมาถึงสวนหลังร้านนายหัวเม่นก็พบว่าสิ่งที่เขาคา ดการไว้นั้นผิดถนัดทีเดียว สิ่งที่เขาพบก็คือ สาวน้อยผมเปียในชุดสีชมพูอ่อน กำลังฝึก "มาเชียลอาร์ต" วิชาการต่อสู้ด้วยมือเปล่าที่สืบทอดมาแต่โบราณซึ่งปั จจุบันแทบจะไม่มีคนใช้การต่อสู้แขนงนี้แล้ว ซึ่งเขาเองก็เพิ่งเห็นแบบเต็มๆครั้งแรกก็หนนี้แหละ ท่วงท่าของแอริธในเวลานี้เหมือนเธอกำลังเต้นรำอยู่แต ่มันแฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่ง ซึ่งตอนนี้เอง แซคก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อวานสาวน้อยคนนี้ส่งผู้ ชายที่ตัวใหญ่กว่าเธอ ชนิดบังกันมิดไปกองกับพื้น ดูจากสายตาของแซค แอริธ เองก็คงได้ "ยอดฝีมือทางด้าน`มาเชียลอาร์ต`สอนเธอมาแน่ๆ" แซคยังคงยืนนิ่งดูแอริธฝึกโดยที่เจ้าตัวไม่รู้สึกตัว แม้แต่น้อยเพราะนี่ยังเป็นเวลาเช้ามืดแสงสว่างก็ยังไ ม่ส่องมามากนักเป็นเพียงแสงสลัวๆเท่านั้น เด็กหนุ่มหัวเม่นมารู้สึกตัวอีกทีเพราะมีคนมาสะกิดเข าจากข้างหลัง เมื่อเขาหันกลับไปก็พบ เดนเซลยืนอยู่ "อ้าว อรุณสวัสดิ เอียเดนเซล เฮียตื่นเช้าเหมือนกันนะนี่" แซคทักทายเบาๆเพราะไม่อยากรบกวนแอริธที่กำลังฝึกอยู่ "อืม แล้วนายตื่นขึ้นมายืนดู แอริธ นานแล้วหรือ?" เดนเซลถามกลับมาด้วยเสียงไม่ดังมากเช่นกัน "ก็พักหนึ่งแล้วล่ะฮะ พอดีอาบน้ำเสร็จได้ยินเสียงแปลกๆจากทางนี้เลยเดินมาด ูเผื่อมีอะไรไม่ชอบมาพากล ก็เจอ แอริธ นี่แหละฮะ ว่าแต่ แอริธ ท่าทางได้ครูที่เก่งมากสอนนะครับถึงผมจะไม่มีความรู้ ทางด้านนี้มากนัก แต่เท่าที่ดูให้เอามือเปล่าไปสู้กับเธอสงสัยโดนหักกร ะดูกส่งลงไปนอน รพ. แหงมๆ " แซคตอบตามตรง "อืม... นั่นสินะอย่าว่าแต่นายเลยชั้นเองก็คงจะไม่ไหวเหมือนก ันเมื่อวานนายก็เห็นนี้ ยายนี่ซัดซะปลิวไปคนนึง ถ้านายรู้จักพ่อกับแม่ของยายนี่ก็จะไม่แปลกใจนักหรอก `คลาวด์` เป็นนักดาบฝีมือเยี่ยมจะมีซักกี่คนที่จะใช้ดาบขนาดให ญ่ได้ดีเท่าเขาแม้แต่ตัวชั้นเอง ส่วน`ทีฟา` แม่ของเธอ ก็เป็นลูกศิษย์รุ่นสุดท้ายของปรมาจารย์`แซ็งแก็น` ยอดฝีมือแห่ง`มาเชียลอาร์ต` แล้วคนที่สอนยายแอริธก็ไม่ใช่ใครที่ไหนก็ ทีฟาแม่ของยายนั่นน่ะแหละ " เดนเซลตอบตามที่เขารู้ "โอ้โห~ มิน่าล่ะไม่น่าเชื่อนะครับว่าคนสวยๆอย่างคุณ ทีฟา จะเก่งขนาดนี้ แต่จะว่าไปก็สมทีเขาเล่าลือนะครับว่า`เซเว่นเฮเว่น`เ ป็นร้านของยอดฝีมือ" แซคพึมพัม "เอาไว้ว่างๆชั้นมีเรื่องของที่นี่เล่าให้ฟังเยอะแยะ เลยล่ะรวมถึงพ่อนายด้วย พ่อนายเคยเป็น1ในผู้ช่วยโลกด้วยนา" เดนเซลพูดยิ้มๆพลางนึกถึงเรื่องในอดีตที่เขาเคยได้ยิ นได้ฟัง และอยู่ในเหตุการ์ณ "เอ๋!? จริงเหรอฮะ " แซคทำท่าตกใจพอสมควร "อ้าว? นี่นายไม่รู้หรอกรึนี่ชั้นเห็นนายรู้โน่นรู้นี่ไปหมด มาเทเรีย ยังรู้จักดีเลยนี่ไหงไม่รู้เรื่องพวกนี้ล่ะ?" เดนเซลถามงงๆเพราะคาดไม่ถึง "โธ่ เฮียเดนเซลผมเพิ่งจะอายุ15เองง่ะ ไอที่รู้ก็รู้เฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ในการผจญภัย ไออย่างอื่นเช่นประวัติเรื่องราวเก่าๆสมัยผมยังไม่เก ิดผมจะรู้ได้ไงอ่ะ" เด็กหนุ่มหัวเม่นบ่นพลางทำหน้ายุ่งๆ "อืม... นั่นสินะ นายก็พูดถูกว่าแต่ว่าตื่นแต่เช้ามาทำอะไรแต่เช้านี่ล ่ะแซค?" เดนเซลเอ่ยถาม "อ้อ ผมว่าจะไปเดินเล่นในเมืองตอนเช้าซักหน่อยครับแล้วว่า สายๆจะกลับมาทำงานต่อน่ะฮะ ตั้งแต่มาถึงที่นี่ก็ไม่มีโอกาศได้สำรวจเลย" แซคตอบพลางเหลือบมองไปหลังเดนเซลก็พบมาลีนเดินเข้ามา หาทั้ง2คนพร้อมถาดอาหารเช้า "มารวมหัวนินทาอะไรกันรึเปล่านี่2หนุ่ม?" มาลีนทักทาย "เปล่านินทาครับแค่ชมว่าเจ๊มาลีนหุ่นดี๊ดี หน้าตาก็สวยยังกะนางฟ้า" แซคตอบหน้าเป็น "เหอะๆ ไม่ต้องมายอกันหรอกย่ะ นี่จะขออะไรล่ะสิบอกไว้ก่อนถ้าขึ้นค่าแรงหมดสิทธิ์ เข้าใจ๋" มาลีนพูดดักคอ "ผมไม่กล้าขอหรอกครับกลัวมันจะลดลงเหมือวันจะ300กิลเ อาน่ะสิ คือว่าตอนเช้าถ้ายังไม่มีอะไรผมขอไปเดินเที่ยวในเมือ งหน่อยน่ะฮะ " แซคพูดเชิงขออนุญาติกับมาลีนซึ่งเป็นคนจ้างเขา "อ้อ อยากไปก็ไปสิไว้ สายๆค่อยกลับมาช่วยงานก็ได้ชั้นลืมบอกไป งานของนายเริ่ม9โมงเช้าน่ะ ส่วนก่อนน่านั้นนายจะไปไหนก็ตามใจไม่ต้องมาขอชั้นหรอ ก แต่ว่าเมืองนี้เป็นแค่เมืองเล็กๆไม่มีอะไรน่าดูหรอกน ะ แต่ช่วยกินอาหารเช้าก่อนแล้วค่อยไปละกัน ของนายกับเดนเซลชั้นวางไว้ที่เคาน์เตอร์น่ะ" มาลีนพยักหน้า "ของชั้นกาแฟใส่นมใช่มะ มาลีน?" เดนเซลถามน้องสาวต่างพ่อต่างแม่ของเขา "เจ้าค่าคุณชาย ดิชั้นทราบค่าว่า คุณชายเดนเซล ต้องดื่มกาแฟใส่นม ย้ำมากๆเดี๋ยวแม่วางยาพิษซะนี่ ชั้นเอาข้าวเช้าไปให้ แอริธ ก่อนล่ะ" แล้วมาลีนก็เดินเข้าไปหาแอริธที่สวนหลังร้าน "รักกันซะจริงพี่น้องคู่นี้ เราไปกินกันบ้างเถอะ เดี๋ยวชั้นไปเดินเที่ยวกับนายเองไม่ได้เดินเที่ยวที่ เมืองนี้นานแล้วเหมือนกัน มันแต่ไปส่งของนานๆพักทีก็ดีเหมือนกัน" เดนเซลเดินนำไปยังเคาน์เตอร์ทันที ซึ่งแซคก็เดินตามไปเช่นกัน หลังจาก2หนุ่มทำจัดการอาหารเช้าฝีมือมาลีนเรียบร้อย ทั้งคู่ก็เดินออกจากร้านทันที เดนเซลพาเดินไปยังตรอกข้างร้าน เมื่อเข้ามาก็พบมอไซด์ขนาดใหญ่2คนจอดคู่กันอยู่ คันแรกสีดำสนิทแซคสนใจเข้าไปลูบๆคลำดูทันที มันเป็นมอไซด์รุ่นเมื่อเกือบๆ20ปีที่แล้วแต่มันยังดู เงาวับและน่าจะใช้งานได้ดีอยู่ แซคก้มลงไปดูเครื่องยนต์อย่างสนใจก็พบว่าเครื่องยนต์ ถูกดูแล ซ่อมแซม และรักษาอย่างดี แซคเดินสำรวจไปรอบๆคันจนแทบลืมไปเลยว่าเขากำลังจะไปเ ที่ยวในเมือง เดนเซลยืนกอดอกยิ้มมองดูท่าทีของเด็กหนุ่มหัวเม่นอย่ างเอ็นดู "นายนี่สมเป็นคน ตระกูล`ไฮวินด์`จริงๆเห็นพวกเครื่องยนต์กลไกเป็นไม่ไ ด้ต้องเข้าไปสำรวจดูเป็นบ้าเป็นหลัง นายนี่เหมือนลุง`ซิด`ไม่มีผิดนะ" แซคสะดุ้งโหยงเมื่อถูกทักแล้วก็ยืนขึ้นมาหลังจากก้มไ ปดูใต้ท้องรถ แล้วก็หัวเราะแหะๆ "ขอโทษทีเฮียเดนเซลลืมตัวไปหน่อยน่ะฮะ" "คันนี้มันเป็นรถของ คลาวด์ ชื่อว่า`Fenrir ` ส่วนอีกคันรถของชั้นเองส่วนชื่อชั้นไม่ได้ตั้งให้มัน หรอกนะ เดนเซลชี้ไปยังมอไซด์อีกคันที่จอดคู่กันอยู่มันเป็นร ถมอไซด์สีดำสนิทเช่นกัน มันเป็นมอไซด์รุ่นล่าสุดในตลาดรถมอไซด์ซึ่งนานๆทีจะอ อกมาซักรุ่นหนึ่งเนื่องจากปัจจุบันนี้คนหันไปใช้เรือ เหาะกันหมดแล้ว "โห! นี่มันรุ่นล่าสุดเลยนี่เฮียเดนเซล ผมเคยเห็นมันแคตตาล๊อครถมอไซด์ ท่าทางจะแพงนะนี้เฮียซื้อมันเองเหรอฮะ?" แซคถามพลางวิ่งไปสำรวจทั่วๆเช่นเดิม "ถึงนายจะบอกว่ารุ่นล่าสุดก็เหอะแต่มันก็เกือบ7ปีแล้ วนะ ชั้นยืมเงินทีฟามาซื้อมันก่อนน่ะกว่าจะใช้คืนหมดก็หล ายปีอยู่ นายขับเป็นไหมล่ะ?" เดนเซลตอบยิ้มๆ "ผมขับได้แทบทุกอย่างที่มันมีเครื่องยนต์น่ะครับ สงสัยความสามารถทางด้านนี้มันจะซึมอยู่ในสายเลือดมั๊ งฮะ" แซคตอบมาทั้งๆที่ยังก้มดูโน่นดูนี่อยู่ "จะลองขับดูไหมล่ะ? กุญแจทั้ง2คันอยู่กับชั้น คลาวด์ฝากชั้นก่อนไปพักร้อนน่ะ" เดนเซลถามพลางโยนกุญแจของรถเขาให้แซค ซึ่งตัวเขาเองก็อยากลองขับ`Fenrir`ของคลาวด์มานานละไ ม่มีโอกาศเหมาะๆซักที "เอาจริงเหรอ? เฮียเดนเซล" แซคถามอย่างไม่แน่ใจนัก ซึ่งเดนเซลก็พยักหน้าแล้วขึ้นคร่อม`Fenrir`บิดกุญแจส ตาสเครื่องทันที เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลแดงบิดมอไซด์ของคลาวด์ออกจากตรอกไ ปทันที แซคเองก็ไม่รอช้ากระโดดขึ้นรถของเดนเซลแล้วก็ขับตามอ อกไป ทั้ง2หนุ่มขับรถสำรวจไปจนทั่วเมืองเอดจ์ยามเช้าจนพอใ จ แล้วเดนเซลก็ขับรถนำแซคออกไปนอกเมืองทันทีเด็กหนุ่มห ัวเม่นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเดนเซลจะนำไปที่ไหน แต่เขาก็ขับตามไปติดๆ ทั้ง2บึ่งมอไซด์ทั้ง2คันจนมาถึงเชิงเขาแห่งหนึ่งเต็ม ไปทุ่งหญ้าเขียวขจี เดนเซลจอดรถ ที่หน้าผาแห่งหนึ่งที่สามารถมองเห็นซากเมืองมิดการ์แ ละเมืองเอดจ์ได้อย่างชัดเจน ที่นั่นมีดาบเล่มใหญ่ถูกปักนิ่งสนิทอยู่กับผืนดินดูจ ากเหล่าต้นหญ้าและเถาไม้เลื้อยที่พันอยู่รอบๆดาบเล่ม นั้นแสดงว่ามันถูกปักไว้ตรงนั้นเป็นเวลานานพอสมควรเล ยทีเดียว เดนเซลดับเครื่องยนต์แล้วลงจากรถมายืนสูดอากาศเข้าเต ็มปอด ทอดสายตามองไปยังซากเมืองมิดการ์เมืองที่เต็มไปด้วยค วามทรงจำในวัยเด็กของเขา แซคเองก็จอดรถแล้งก็ลงมาพลางกวาดสายตามองสำรวจไปรอบๆ ปล่อยให้เดนเซลเหม่อมองซากเมืองโดยไปเข้าไปรบกวนเพรา ะเข้าใจดีว่าบางทีคนเราก็มีเวลาเช่นนี้ แซคเดินเงียบๆจนไปถึงดาบเล่มใหญ่ที่ถูกปักไว้กับพื้น เขารู้สึกคุ้นตากับมันเหลือเกินทั้งๆที่ตั้งแต่เกิดม าเขาไม่เคยมาที่นี่เลยซักครั้ง แซค มองดาบเล่มนั้นอย่างพิจารณา เหมือนว่าเขาจะนึกอะไรเกี่ยวกับดาบเล่มนี้ออก แต่สุดท้ายเขาก็นึกมันไม่ออกอยู่ดี "นึกไม่ออกก็ช่างมันเหอะ" แซคนึกในใจแล้วก็หันไปดูเดนเซล ซึ่งตอนนี้เขานั่งลงกับพื้นบริเวณนั้นแล้วแซคเดินไปน ั่งข้างๆเงียบๆ "นี่แซครู้รึเปล่าว่าเมื่อก่อนซากเมืองที่นายเห็นนี่ มันเคยเป็นเมื่องที่เต็มไปด้วยแสงสี ชั้นเองก็เคยอยู่ที่นั่น แต่ตอนนี้เป็นเป็นเพียงซากแห่งความทรงจำอันแสนเจ็บปว ดเท่านั้น ชั้นเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไปที่เมืองนี้หลายครั้งหล ายครา แต่ทุกครั้งที่ชั้นมีเรื่องไม่สบายใจชั้นก็มักจะมาที ่นี่เสมอเหมือนกับว่าถ้าเทียบกับการสูญเสียที่ชั้นเส ียไปที่เมืองนี้แล้ว ปัญหาที่ชั้นกำลังเผชิญมันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท ่านั้น " เดนเซลพึมพัมเบาๆ ซึ่งแซคก็ไม่ได้ตอบอะไรแต่ก็เหม่อมองไปยังซากปรักหัก พังแห่งนั้นเช่นกัน ทั้ง2คนนั่งเงียบจมอยู่ในความคิดซักพักใหญ่ๆ เดนเซลก็ลุกขึ้น "เอาล่ะนี่ก็สายมากแล้วพวกเรากลับกันเถอะ" แซคเองก็ตื่นจากภวังพยักหน้าตอบรับแล้วทั้ง2หนุ่มก็ข ับมอไซด์ทั้ง2คันมุ่งตรงกลับไปยังเซเว่นเฮเว่น บทที่ 9 : ยามเช้าของ2สาว แอริธสะดุ้งตื่นจากภวังในการฝึกของเธอด้วยเสียงมอไซด ์ที่ดังกระหึ่มยามเช้าเช่นนี้เสียงนั้นค่อนข้างดังที เดียว สาวน้อยผมเปียคิดในใจ"พี่เดนเซลเค้าไปไหนน๊า? แต่ทำไมถึงมีเสียงมอไซด์ถึง2คันล่ะ?" แอริธคิดว่าจะเดินเข้าไปถามพี่สาวของเธอซึ่งตอนนี้น่ าจะอยู่ในครัว แต่ทันทีที่หันหลังกลับมาเธอก็เห็นมาลีนยืนรอเธออยู่ ตรงประตูที่จะเข้าไปในร้าน พร้อมถาดอาหารเช้า "ว่าไงแม่สาวน้อยตั้งใจฝึกน่าดูนะ พี่มายืนดูเธอซักพักหนึ่งแล้วเธอยังไม่รู้สึกตัวเลยถ ้าเจ้า2คนนั้นไม่บิดมอไซด์ส่งเสียงดังสงสัยต้องยืนรอ เธออีกซักพักใหญ่ๆล่ะมั๊ง" มาลีนพูดยิ้มๆกับน้องสาวผมเปียของเธอ "พี่มาลีนไม่เรียกหนูล่ะคะ แล้วอุส่าห์เอาอาหารเช้ามายืนรอหนูตั้งนาย จริงๆให้หนูไปทานข้างในก็ได้ค่ะ ไม่ต้องลำบากเอามาให้หนูถึงข้างนอกนี่หรอกค่ะ"แอริธพ ูดพลางเดินไปหามาลีนซึ่งมาลีนก็เดินไปนั่งลงใต้ต้นไม ้ใหญ่ต้นหนึ่งในสวนหลังร้านแห่งนั้นพร้อมพยักหน้าเหม ือนจะให้แอริธมานั่งข้างๆเธอ "พี่เรียกเธอตั้ง2-3หนแล้วแต่เธอก็ยังไม่รู้สึกตัว แล้วอีกอย่างพี่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมาทานอาหารเช้าใน สวนบ้างน่ะ" มาลีนตอบพร้อมๆกับวางถาดอาหารเช้าแล้วจัดมันให้พร้อม ที่จะรับประทานกับน้องสาวของเธอ "นี่พี่มาลีน เสียงมอไซด์เมื่อกี้ พี่เดนเซลเค้าไปไหนกับใครเหรอคะ?" แอริธถามขณะรับประทานอาหารเช้ากับพี่สาวของเธอใต้ต้น ไม้ "อ๋อ เมื่อเช้านายหัวเม่นเค้าบอกอยากจะออกไปเดินดูในเมือง น่ะ เดนเซลก็เลยไปด้วยแต่สงสัยขี้เกียจเดินเลยเอารถทั้ง2 คันไป คลาวด์ ฝากกุญแจของ`Fenrir` ฝากไว้กับเดนเซลน่ะแล้วเจ้าหมอนั่นน่ะเล็งอยากจะลองข ับ`Fenrir`ทุกครั้งที่มีโอกาศน่ะแหละ" มาลีนตอบพร้อมๆกับรินน้ำจากเหยือกให้น้องสาวของเธอ "ว้า~~ น่าเสียดายหนูอยากจะไปด้วยจัง" แอริธบ่นเสียดาย "ไว้คราวหน้าละกันแล้วนะ กินเสร็จแล้วเราเข้าไปในร้านกันเถอะ" แล้วทั้ง2สาวก็เก็บถาดอาหารเช้าเดินกลับเข้าไปในเซเว ่นเฮเว่น ขณะที่ทั้ง2กำลังช่วยกันล้างจานชามจากการกินอาหารเช้ าของทั้ง4คน เสียงประตูของเซเว่นเฮเว่นก็ถูกเปิดออก ทั้ง2สาวจึงเดินออกมาจากครัวก็พบเจ้าหน้าที่3คนของWR O กำลังถือกระเป๋าสีเทาใบหนึ่งและยกลังไม้ขนาดไม่ใหญ่ไ ม่เล็กเข้ามาอีกใบในร้าน "อ้าว! มาถึงเช้าดีจังเลยนะขอบใจนะที่เอามาส่ง แวะดื่มอะไรก่อนไหม?" มาลีนเดินเข้าไปทักทายผู้ที่มาเยือนพร้อมๆกับตรวจดูล ังไม้ใบนั้นพร้อมกับรับกระเป๋ามาจากเจ้าหน้าที่ของWR O คนหนึ่ง "ไม่เป็นไรมิได้ครับถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวก่อนนะ ครับ เพราะพวกเรายังติดภาระกิจอีกครับ" เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตอบแทนทุกคนแล้วจึงยกกลุ่มเดินออก จากเซเว่นเฮเว่นไป "แหม! มาไวไปไวจริงแฮะพวกเจ้าหน้าที่เป็นอย่างนี้ทุกคนรึเป ล่านะ?" มาลีนพึมพัมพลางเปิดลังไม้ใบนั้นก็พบว่าภายในเป็นกระ สุนปืน4ชนิดถูกเรียงไว้เต็มลัง มาลีนหยิบกล่องลูกกระสุนปืนที่มีสีขาวคาดอยู่แกะออกพ ร้อมถือมันขึ้นมาดู แล้วก็เก็บมันลงไปที่เดิม แอริธซึ่งสังเกตท่าทีของพี่สาวผมสีน้ำตาลของเธออยู่ซ ักพักหนึ่งจึงเดินเขามาถามอย่างสนใจ "มีอะไรในกระเป๋าหรือคะพี่มาลีน?" "อยากรู้ก็ตามพี่มาสิ อ้อ!ช่วยหยิบกระสุนในลังนั่นมาสีละ1กล่องนะ" มาลีนตอบพร้อมกับเดินไปปิดประตูร้านแล้วล๊อคกุญแจ เพราะยังไงเดนเซลก็มีกุญแจสำรองของร้านอยู่แล้ว แล้วอีกอย่างเธอไม่อยากเปิดร้านไว้โดยเธอไม่ได้อยู่เ ฝ้า มาลีนเดินไปยังตู้`พินบอล`ที่มุมร้านแล้วหมุนรูปที่ถ ูกแขวนอยู่เหนือตู้ให้กลับหัวลงจากปกติ แล้วพื้นรอบๆตู้พินบอลก็ค่อยๆเลื่อนลงไปด้านล่างช้าๆ แอริธซึ่งรู้ดีว่าพี่สาวเธอจะลงไปด้านล่างของเซเว่นเ ฮเว่นจึงรีบเดินไปยืนตรงพื้นที่ค่อยๆเลื่อนลง เมื่อมันเลื่อนลงมาสุด มาลีนก็เดินไปกดสวิตซ์เพื่อเปิดไฟอย่างคุ้นเคย ทันทีที่แสงจากหลอดไฟสว่างขึ้นแอริธก็มองไปรอบๆอย่าง สนอกสนใจ เพราะเธอค่อนข้างจะรู้สึกสนุกสนานทุกครั้งที่ลงมาที่ ห้องนี้พร้อมๆกับมาลีน ห้องนี้เป็นห้องซ้อมยิงปืนที่ถูกสร้างขึ้นโดยคุณลุง` แบเร็ต` พ่อบุญธรรมของพี่มาลีน แม่ของเธอเล่าให้ฟังว่าทันทีที่คุณลุงแบเร็ตรู้ว่าพี ่มาลีนชอบที่จะยิงปืนจนต้องไปฝึกยิงนอกเมืองไกลๆผู้ค นเพื่อไม่เป็นการรบกวน เขาจึงจัดการสร้างห้องซ้อมแห่งนี้ขึ้นเพื่อให้พี่มาล ีนได้ซ้อมยิงใด้ตามใจชอบ แม่เล่าพร้อมหัวเราะกับอาการตามใจมาลีนแบบสุดๆของคุณ แบเร็ต ซึ่งพี่มาลีนเองก็ชอบว่า "`ป๊ะป๋า`ว่าทำอะไรเว่อร์เกินเหตุ" มาลีนวางกระเป๋าสีเทาใบนั้นลงบนโต๊ะพร้อมเปิดแล้วหยิ บของที่อยู่ด้านในขึ้นมาดูอย่างละเอียด แอริธเองก็เดินไปดูใกล้ๆเช่นกัน ก็พบว่ามันเป็นปืนสั้นสีเงินวาววับรูปร่างเหมือนกับป ืนที่มาลีนใช้อยู่เป็นประจำ แต่วัสดุที่ใช้สร้างปืนกระบอกนี้มันจะต่างจากปืนที่เ ธอเห็นพี่สาวของเธอให้อยู่เสมอๆ แล้วที่ด้ามปืนในกระเป๋าใบนั้นมันถูกสลักเป็นรูปนางฟ ้ากำลังกางปีกอยู่ทั้ง2ด้าน "สวยจังเลยค่ะพี่มาลีนปืนอะไรหรือคะ?" สายน้อยผมเปียเอ่ยชื่นชมปืนในมือพี่สาวของเธอ "มันเป็นปืนที่ถูกพัฒนาโดยWRO ภายใต้โมเดลของปืนสั้น`Quick Silver` ชื่อของมันคือ`Silver Angel` แต่พี่ว่าน่าจะชื่อว่า `ปีศาจสีเงิน` มากกว่า `นางฟ้า`นะ" มาลีนตอบแล้ววางมันลงไปที่เดิมแล้วหยิบแมกฯ 1 ใน 4 อันที่วางอยู่ในกระเป๋าขึ้นมาแล้วหยิบกระสุนจากกล่อง ที่มีแถบสีขาวคาดไว้ที่เธอแกะไว้เมื่อกี้ ใส่มันลงไปใน แมกฯทีละนัดๆ "ทำไมเหรอคะพี่มาลีน หนูว่าเรียกว่านางฟ้าก็ถูกแล้วนี่คะเพราะที่ด้ามปืนก ็มีรูปนางฟ้าสลักไว้นี่นา?"สาวน้อยผมเปียถามต่อ "ใช่ดูหน้าตามันก็สวยเหมือนนางฟ้าดีอยู่หรอก แต่ระบบปฎิบัติการของมันไม่น่าจะเรียกว่านางฟ้าซักเท ่าไรเลยน่ะสิ นักแม่นปืนหรือคนใช้ปืนหลายๆคนต่างส่ายหน้ากับปืนกระ บอกนี้ทั้งนั้น" มาลีนตอบน้องสาวเธอพร้อมยัดกระสุนจนเต็ม แม็กฯ หยิบตัวปืนขึ้นมาจากกระเป๋า แล้วจึงตบแมกฯเข้าที่พร้อมดึงลูกเลื่อนส่งกระสุนนัดแ รกเข้ารังเพลิง "เอ๋?" สาวน้อยผมเปียร้อง งงๆ มาลีนยังไม่ตอบอะไรแต่เดินเข้าไปยังช่องที่ไว้ซ้อมยิ งปืน พร้อมกดปุ่มเพื่อเลื่อนเป้าออกมา ทันทีที่เป้าถูกเลื่อนขึ้นมา มาลีนเริ่มกระหน่ำยิงไปยังกระดาษที่ถูกเลื่อนขึ้นมาท ันที เสียงปืนกระบอกใหม่ในมือเธอถูกยิงอย่างถี่ยิบ ไม่ต่างจากปืนกล กลิ่นดินปืนคลุ้งไปทั่วห้องซ้อม แอริธเพ่งไปยังเป้ากระดาษที่ถูกมาลีนกระหน่ำยิง ซึ่งมันอยู่ห่างออกไปราวๆ150เมตร ซึ่งถ้าไม่สังเกตก็แทบมองไม่ออกทีเดียวว่ามันเป็นอะไ ร เป้ากระดาษตรงกลางถูกกระสุนจากปืนในมือมาลีนเจาะซะพร ุน จนเป็นรูขนาดใหญ่ตรงกลาง มาลีนหยุดยิงพร้อมๆกับปืนในมือเธอดีดปลอกกระสุนนัดสุ ดท้ายออกจากตัวปืน แม้ห้องนี่จะถูกสร้างมาเป็นพิเศษเพื่อให้เสียงปืนไม่ ดังสะท้อนกลับมาทำลายหูของผู้ยิงและผู้ที่อยู่ในห้อง ซ้อมแห่งนั้น แต่สาวน้อยผมเปียก็ถึงกับหูอื้อไปพักนึงทีเดียว มาลีนหันมาดูน้องสาวเธอแล้วยิ้มๆ "เป็นไงพี่บอกแล้วว่าน่าจะเรียกว่า`ปิศาจ`มากกว่ า แมกกาซีนบรรจุ30นัด ความเร็วในการดีดปลอกกระสุนแล้วส่งนัดใหม่ขึ้นรังเพล ิงเฉลี่ยนัดละ 0.5วินาที ระยะหวังผลเต็มที่500เมตร แรงปะทะต้นที่ระยะ100เมตร 5700ฟุตปอนด์/ตารางนิ้ว" "ฟุตปอนด์/ตารางนิ้ว????" แอริธถามงงๆ "อืม... พูดกันง่ายๆ ก็แรงปะทะเฉียดๆ3ตันน่ะ ความสามารถของมันเหนือกว่าไรเฟิลบางกระบอกซะอีก แต่ด้วยที่โมเดลมันเป็นปืนสั้น ทำให้การควบคุมวิถีกระสุนปืนนี้มันยากสุดๆจนหลายๆคนต ้องส่ายหน้า นอกจากพี่ กับ `วิเซนต์` ก็ไม่เห็นใครที่พอจะควบคุมปืนกระบอกนี้ได้เลย นี่แหละที่พี่บอกว่าน่าจะเรียกว่าปิศาจมากกว่า" มาลีนพูดพลางกดปลดแมกฯออกจากตัวปืนแล้ววางมันลงบนโต๊ ะแล้วหยิบกระสุนทั้ง4ชนิด จาก4กล่อง ใส่ลงในแมกฯ ทีละอันจนครบ4อัน แล้วจึงนำมันเหน็บมันเก็บไว้ที่เข็มขัดของเธอเปลี่ยน เอาแมกฯอันเดิมและปืนกระบอกเดิมเก็บไว้ในกระเป๋าใบนั ้นแทนซึ่งมันใส่แทนกันได้พอดีอย่างไม่น่าเชื่อ "พี่มาลีนคะ" สาวน้อยผมเปียเรียกเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง "มีอะไรเหรอ ทำซุ่มทำเสียงซะน่ากลัวทีเชียว" มาลีนถามยิ้มๆ "นี่พี่กำลังจะสู้อะไรกันแน่เหรอคะ?" แอริธถามด้วยสีหน้าจริงจัง "เอ๋? ก็แค่อยากทดลองของใหม่ก็แค่นั้นเองคิดมากไปแล้วเราน่ ะ" มาลีนกลบเกลื่อน "เหตุผลฟังไม่ขึ้นเลยนะคะ พี่มาลีน หนูรู้จักพี่ดีนะคะถ้าไม่จำเป็นอะไรพี่จะไม่หยิบปืนข ึ้นมาใช้เป็นอันขาด แต่นี่พี่ถึงกับต้องเปลี่ยนปืนมันต้องไม่ใช่เรื่องปก ติใช่ไหมคะ?" แอริธเอ่ยถามต่อ มาลีนไม่ตอบได้แต่นิ่งเงียบเพราะเธอเองก็ไม่รู้เหมือ นกันว่าจะตอบน้องสาวของเธอว่าอย่างไร แอริธก็จ้องหน้าเหมือนจะหาคำตอบให้ได้ "เฮ้อ เอาล่ะๆพี่บอกเธอก็ได้ จริงๆแล้วพี่แค่มีลางสังหรว่า เร็วๆนี้ต้องมีอะไรซักอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ แล้วอีกอย่างเธอก้เห็นว่าปืนกระบอกเดิมของพี่มันไม่ม ีค่าอะไรเมื่อต้องเจอมอนเตอร์ตัวใหญ่หนังหนาอย่าง`แก รนดราก้อน` พี่ก็แค่เตรียมตัวไว้ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น จริงๆเธอน่ะคิดมากเกินไปแล้ว" มาลีนเดินไปลูบหัวน้องสาวเธอย่างเอ็นดู "จริง เหรอคะ?" แอริธยังไม่วายสงสัย "เธอเห็นพี่เป็นคนชอบโกหกหรือไงหืม? เอาล่ะเราขึ้นไปข้างบนกันเถอะป่านนี้คงจะได้เวลา2คนน ั้นกลับมาแล้วมั๊ง" มาลีนตัดบทจูงแอริธเดินไปปิดไฟแล้วขึ้นมาด้านบนทันที เมื่อขึ้นมาก็พบว่ายังไม่มีใครกลับมา มาลีนจึงเดินเข้าไปในครับเพื่อตระเตรียมข้าวของต่างๆ โดยมีแอริธเดินเข้าไปช่วยด้วย ซึ่งขณะทั้ง2คนเตรียมสิ่งของต่างๆในครัวอยู่แอริธก็เ อ่ยขึ้นมาว่า "พี่มาลีนคะถ้าเกิดอะไรหนูจะปกป้องพี่เอง" มาลีนหันหน้ามามองแล้วยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน "เธอไม่จำเป็นต้องปกป้องพี่หรอกเพราะพี่สัญญากับพ่อแ ม่ของเธอ และตัวเองไว้แล้วว่าจะดูแล และ ปกป้องเธอให้ดีที่สุด ไม่ให้เหตุการ์ณ มันซ้ำรอยกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นอันขาด" " อดีต?" แอริธทวนคำ "ไม่มีอะไรเรามาทำงานกันต่อเถอะ" มาลีนก็หันไปเตรียมข้าวของต่อโดยไม่สนใจสีหน้าอยากรู ้ อยากถาม ของน้องสาว ผมเปียของเธอ แก้ไขโดย joi113 : 02 Oct 2006 เวลา 07:03. |
|
| | #17 (permalink) |
| Guest โพส: n/a | บทที่ 9 : ยามเช้าของ2สาว แอริธสะดุ้งตื่นจากภวังในการฝึกของเธอด้วยเสียงมอไซด ์ที่ดังกระหึ่มยามเช้าเช่นนี้เสียงนั้นค่อนข้างดังที เดียว สาวน้อยผมเปียคิดในใจ"พี่เดนเซลเค้าไปไหนน๊า? แต่ทำไมถึงมีเสียงมอไซด์ถึง2คันล่ะ?" แอริธคิดว่าจะเดินเข้าไปถามพี่สาวของเธอซึ่งตอนนี้น่ าจะอยู่ในครัว แต่ทันทีที่หันหลังกลับมาเธอก็เห็นมาลีนยืนรอเธออยู่ ตรงประตูที่จะเข้าไปในร้าน พร้อมถาดอาหารเช้า "ว่าไงแม่สาวน้อยตั้งใจฝึกน่าดูนะ พี่มายืนดูเธอซักพักหนึ่งแล้วเธอยังไม่รู้สึกตัวเลยถ ้าเจ้า2คนนั้นไม่บิดมอไซด์ส่งเสียงดังสงสัยต้องยืนรอ เธออีกซักพักใหญ่ๆล่ะมั๊ง" มาลีนพูดยิ้มๆกับน้องสาวผมเปียของเธอ "พี่มาลีนไม่เรียกหนูล่ะคะ แล้วอุส่าห์เอาอาหารเช้ามายืนรอหนูตั้งนาย จริงๆให้หนูไปทานข้างในก็ได้ค่ะ ไม่ต้องลำบากเอามาให้หนูถึงข้างนอกนี่หรอกค่ะ"แอริธพ ูดพลางเดินไปหามาลีนซึ่งมาลีนก็เดินไปนั่งลงใต้ต้นไม ้ใหญ่ต้นหนึ่งในสวนหลังร้านแห่งนั้นพร้อมพยักหน้าเหม ือนจะให้แอริธมานั่งข้างๆเธอ "พี่เรียกเธอตั้ง2-3หนแล้วแต่เธอก็ยังไม่รู้สึกตัว แล้วอีกอย่างพี่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมาทานอาหารเช้าใน สวนบ้างน่ะ" มาลีนตอบพร้อมๆกับวางถาดอาหารเช้าแล้วจัดมันให้พร้อม ที่จะรับประทานกับน้องสาวของเธอ "นี่พี่มาลีน เสียงมอไซด์เมื่อกี้ พี่เดนเซลเค้าไปไหนกับใครเหรอคะ?" แอริธถามขณะรับประทานอาหารเช้ากับพี่สาวของเธอใต้ต้น ไม้ "อ๋อ เมื่อเช้านายหัวเม่นเค้าบอกอยากจะออกไปเดินดูในเมือง น่ะ เดนเซลก็เลยไปด้วยแต่สงสัยขี้เกียจเดินเลยเอารถทั้ง2 คันไป คลาวด์ ฝากกุญแจของ`Fenrir` ฝากไว้กับเดนเซลน่ะแล้วเจ้าหมอนั่นน่ะเล็งอยากจะลองข ับ`Fenrir`ทุกครั้งที่มีโอกาศน่ะแหละ" มาลีนตอบพร้อมๆกับรินน้ำจากเหยือกให้น้องสาวของเธอ "ว้า~~ น่าเสียดายหนูอยากจะไปด้วยจัง" แอริธบ่นเสียดาย "ไว้คราวหน้าละกันแล้วนะ กินเสร็จแล้วเราเข้าไปในร้านกันเถอะ" แล้วทั้ง2สาวก็เก็บถาดอาหารเช้าเดินกลับเข้าไปในเซเว ่นเฮเว่น ขณะที่ทั้ง2กำลังช่วยกันล้างจานชามจากการกินอาหารเช้ าของทั้ง4คน เสียงประตูของเซเว่นเฮเว่นก็ถูกเปิดออก ทั้ง2สาวจึงเดินออกมาจากครัวก็พบเจ้าหน้าที่3คนของWR O กำลังถือกระเป๋าสีเทาใบหนึ่งและยกลังไม้ขนาดไม่ใหญ่ไ ม่เล็กเข้ามาอีกใบในร้าน "อ้าว! มาถึงเช้าดีจังเลยนะขอบใจนะที่เอามาส่ง แวะดื่มอะไรก่อนไหม?" มาลีนเดินเข้าไปทักทายผู้ที่มาเยือนพร้อมๆกับตรวจดูล ังไม้ใบนั้นพร้อมกับรับกระเป๋ามาจากเจ้าหน้าที่ของWR O คนหนึ่ง "ไม่เป็นไรมิได้ครับถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวก่อนนะ ครับ เพราะพวกเรายังติดภาระกิจอีกครับ" เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตอบแทนทุกคนแล้วจึงยกกลุ่มเดินออก จากเซเว่นเฮเว่นไป "แหม! มาไวไปไวจริงแฮะพวกเจ้าหน้าที่เป็นอย่างนี้รึเปล่านะ ?" มาลีนพึมพัมพลางเปิดลังไม้ใบนั้นก็พบว่าภายในเป็นกระ สุนปืน4ชนิดถูกเรียงไว้เต็มลัง มาลีนหยิบกล่องลูกกระสุนปืนที่มีสีขาวคาดอยู่แกะออกพ ร้อมถือมันขึ้นมาดู แล้วก็เก็บมันลงไปที่เดิม แอริธซึ่งสังเกตท่าทีของพี่สาวผมสีน้ำตาลของเธออยู่ซ ักพักหนึ่งจึงเดินเขามาถามอย่างสนใจ มีอะไรในกระเป๋าหรือคะพี่มาลีน "อยากรู้ก็ตามพี่มาสิ อ้อ!ช่วยหยิบกระสุนในลังนั่นมาสีละ1กล่องนะ" มาลีนตอบพร้อมกับเดินไปปิดประตูร้านแล้วล๊อคกุญแจ เพราะยังไงเดนเซลก็มีกุญแจสำรองของร้านอยู่แล้ว แล้วอีกอย่างเธอไม่อยากเปิดร้านไว้โดยเธอไม่ได้อยู่เ ฝ้า มาลีนเดินไปยังตู้`พินบอล`ที่มุมร้านแล้วหมุนรูปที่ถ ูกแขวนอยู่เหนือตู้ให้กลับหัวลงจากปกติ แล้วพื้นรอบๆตู้พินบอลก็ค่อยๆเลื่อนลงไปด้านล่างช้าๆ แอริธซึ่งรู้ดีว่าพี่สาวเธอจะลงไปด้านล่างของเซเว่นเ ฮเว่นจึงรีบเดินไปยืนตรงพื้นที่ค่อยๆเลื่อนลง เมื่อมันเลื่อนลงมาสุด มาลีนก็เดินไปกดสวิตซ์เพื่อเปิดไฟอย่างคุ้นเคย ทันทีที่แสงจากหลอดไฟสว่างขึ้นแอริธก็มองไปรอบๆอย่าง สนอกสนใจ เพราะเธอค่อนข้างจะรู้สึกสนุกสนานทุกครั้งที่ลงมาที่ ห้องนี้พร้อมๆกับมาลีน ห้องนี้เป็นห้องซ้อมยิงปืนที่ถูกสร้างขึ้นโดยคุณลุง` แบเร็ต` พ่อบุญธรรมของพี่มาลีน แม่ของเธอเล่าให้ฟังว่าทันทีที่คุณลุงแบเร็ตรู้ว่าพี ่มาลีนชอบที่จะยิงปืนจนต้องไปฝึกยิงนอกเมืองไกลๆผู้ค นเพื่อไม่เป็นการรบกวน เขาจึงจัดการสร้างห้องซ้อมแห่งนี้ขึ้นเพื่อให้พี่มาล ีนได้ซ้อมยิงใด้ตามใจชอบ แม่เล่าพร้อมหัวเราะกับอาการตามใจมาลีนแบบสุดๆของคุณ แบเร็ต ซึ่งพี่มาลีนเองก็ชอบว่า`ป๊ะป๋า`ว่าทำอะไรเว่อร์เกิน เหตุ มาลีนวางกระเป๋าสีเทาใบนั้นลงบนโต๊ะพร้อมเปิดแล้วหยิ บของที่อยู่ด้านในขึ้นมาดูอย่างละเอียด แอริธเองก็เดินไปดูใกล้ๆเช่นกัน ก็พบว่ามันเป็นปืนสั้นสีเงินวาววับรูปร่างเหมือนกับป ืนที่มาลีนใช้อยู่เป็นประจำ แต่วัสดุที่ใช้สร้างปืนกระบอกนี้มันจะต่างจากปืนที่เ ธอเห็นพี่สาวของเธอให้อยู่เสมอๆ แล้วที่ด้ามปืนในกระเป๋าใบนั้นมันถูกสลักเป็นรูปนางฟ ้ากำลังกางปีกอยู่ทั้ง2ด้าน "สวยจังเลยค่ะพี่มาลีนปืนอะไรหรือคะ?" สายน้อยผมเปียเอ่ยชื่นชมปืนในมือพี่สาวของเธอ "มันเป็นปืนที่ถูกพัฒนาโดยWRO ภายใต้โมเดลของปืนสั้น`Quick Silver` ชื่อของมันคือ`Silver Angel` แต่พี่ว่าน่าจะชื่อว่า `ปีศาจสีเงิน` มากกว่า `นางฟ้า`นะ" มาลีนตอบแล้ววางมันลงไปที่เดิมแล้วหยิบแมกฯ 1 ใน 4 อันที่วางอยู่ในกระเป๋าขึ้นมาแล้วหยิบกระสุนจากกล่อง ที่มีแถบสีขาวคาดไว้ที่เธอแกะไว้เมื่อกี้ ใส่มันลงไปใน แมกฯทีละนัดๆ "ทำไมเหรอคะพี่มาลีน หนูว่าเรียกว่านางฟ้าก็ถูกแล้วนี่คะเพราะที่ด้ามปืนก ็มีรูปนางฟ้าสลักไว้นี่นา?"สาวน้อยผมเปียถามต่อ "ใช่ดูหน้าตามันก็สวยเหมือนนางฟ้าดีอยู่หรอก แต่ระบบปฎิบัติการของมันไม่น่าจะเรียกว่านางฟ้าซักเท ่าไรเลยน่ะสิ นักแม่นปืนหรือคนใช้ปืนหลายๆคนต่างส่ายหน้ากับปืนกระ บอกนี้ทั้งนั้น" มาลีนตอบน้องสาวเธอพร้อมยัดกระสุนจนเต็มแม็กฯ หยิบตัวปืนขึ้นมาจากกระเป๋า แล้วจึงตบแมกฯเข้าที่พร้อมดึงลูกเลื่อนส่งกระสุนนัดแ รกเข้ารังเพลิง "เอ๋?" สาวน้อยผมเปียร้อง งงๆ มาลีนยังไม่ตอบอะไรแต่เดินเข้าไปยังช่องที่ไว้ซ้อมยิ งปืน พร้อมกดปุ่มเพื่อเลื่อนเป้าออกมา ทันทีที่เป้าถูกเลื่อนขึ้นมา มาลีนเริ่มกระหน่ำยิงไปยังกระดาษที่ถูกเลื่อนขึ้นมาท ันที เสียงปืนกระบอกใหม่ในมือเธอถูกยิงอย่างถี่ยิบ ไม่ต่างจากปืนกล กลิ่นดินปืนคลุ้งไปทั่วห้องซ้อม แอริธเพ่งไปยังเป้ากระดาษที่ถูกมาลีนกระหน่ำยิง ซึ่งมันอยู่ห่างออกไปราวๆ150เมตร ซึ่งถ้าไม่สังเกตก็แทบมองไม่ออกทีเดียวว่ามันเป็นอะไ ร เป้ากระดาษตรงกลางถูกกระสุนจากปืนในมือมาลีนเจาะซะพร ุน จนเป็นรูขนาดใหญ่ตรงกลาง มาลีนหยุดยิงพร้อมๆกับปืนในมือเธอดีดปลอกกระสุนนัดสุ ดท้ายออกจากตัวปืน แม้ห้องนี่จะถูกสร้างมาเป็นพิเศษเพื่อให้เสียงปืนไม่ ดังสะท้อนกลับมาทำลายหูของผู้ยิงและผู้ที่อยู่ในห้อง ซ้อมแห่งนั้น แต่สาวน้อยผมเปียก็ถึงกับหูอื้อไปพักนึงทีเดียว มาลีนหันมาดูน้องสาวเธอแล้วยิ้มๆ "เป็นไงพี่บอกแล้วว่าน่าจะเรียกว่า`ปิศาจ`มากกว่ า แมกกาซีนบรรจุ30นัด ความเร็วในการดีดปลอกกระสุนแล้วส่งนัดใหม่ขึ้นรังเพล ิงเฉลี่ยนัดละ 0.5วินาที ระยะหวังผลเต็มที่500เมตร แรงปะทะต้นที่ระยะ100เมตร 5700ฟุตปอนด์/ตารางนิ้ว" "ฟุตปอนด์/ตารางนิ้ว????" แอริธถามงงๆ "อืม... พูดกันง่ายๆ ก็แรงปะทะเฉียดๆ3ตันน่ะ ความสามารถของมันเหนือกว่าไรเฟิลบางกระบอกซะอีก แต่ด้วยที่โมเดลมันเป็นปืนสั้น ทำให้การควบคุมวิถีกระสุนปืนนี้มันยากสุดๆจนหลายๆคนต ้องส่ายหน้า นอกจากพี่ กับ `วิเซนต์` ก็ไม่เห็นใครที่พอจะควบคุมปืนกระบอกนี้ได้เลย นี่แหละที่พี่บอกว่าน่าจะเรียกว่าปิศาจมากกว่า" มาลีนพูดพลางกดปลดแมกฯออกจากตัวปืนแล้ววางมันลงบนโต๊ ะแล้วหยิบกระสุนทั้ง4ชนิด จาก4กล่อง ใส่ลงในแมกฯ ทีละอันจนครบ4อัน แล้วจึงนำมันเหน็บมันเก็บไว้ที่เข็มขัดของเธอเปลี่ยน เอาแมกฯอันเดิมและปืนกระบอกเดิมเก็บไว้ในกระเป๋าใบนั ้นแทนซึ่งมันใส่แทนกันได้พอดีอย่างไม่น่าเชื่อ "พี่มาลีนคะ" สาวน้อยผมเปียเรียกเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง "มีอะไรเหรอ ทำซุ่มทำเสียงซะน่ากลัวทีเชียว" มาลีนถามยิ้มๆ "นี่พี่กำลังจะสู้อะไรกันแน่เหรอคะ?" แอริธถามด้วยสีหน้าจริงจัง "เอ๋? ก็แค่อยากทดลองของใหม่ก็แค่นั้นเองคิดมากไปแล้วเราน่ ะ" มาลีนกลบเกลื่อน "เหตุผลฟังไม่ขึ้นเลยนะคะ พี่มาลีน หนูรู้จักพี่ดีนะคะถ้าไม่จำเป็นอะไรพี่จะไม่หยิบปืนข ึ้นมาใช้เป็นอันขาด แต่นี่พี่ถึงกับต้องเปลี่ยนปืนมันต้องไม่ใช่เรื่องปก ติใช่ไหมคะ?" แอริธเอ่ยถามต่อ มาลีนไม่ตอบได้แต่นิ่งเงียบเพราะเธอเองก็ไม่รู้เหมือ นกันว่าจะตอบน้องสาวของเธอว่าอย่างไร แอริธก็จ้องหน้าเหมือนจะหาคำตอบให้ได้ "เฮ้อ เอาล่ะๆพี่บอกเธอก็ได้ จริงๆแล้วพี่แค่มีลางสังหรว่า เร็วๆนี้ต้องมีอะไรซักอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ แล้วอีกอย่างเธอก้เห็นว่าปืนกระบอกเดิมของพี่มันไม่ม ีค่าอะไรเมื่อต้องเจอมอนเตอร์ตัวใหญ่หนังหนาอย่าง`แก รนดราก้อน` พี่ก็แค่เตรียมตัวไว้ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น จริงๆเธอน่ะคิดมากเกินไปแล้ว" มาลีนเดินไปลูบหัวน้องสาวเธอย่างเอ็นดู "จริง เหรอคะ?" แอริธยังไม่วายสงสัย "เธอเห็นพี่เป็นคนชอบโกหกหรือไงหืม? เอาล่ะเราขึ้นไปข้างบนกันเถอะป่านนี้คงจะได้เวลา2คนน ั้นกลับมาแล้วมั๊ง" มาลีนตัดบทจูงแอริธเดินไปปิดไฟแล้วขึ้นมาด้านบนทันที เมื่อขึ้นมาก็พบว่ายังไม่มีใครกลับมา มาลีนจึงเดินเข้าไปในครับเพื่อตระเตรียมข้าวของต่างๆ โดยมีแอริธเดินเข้าไปช่วยด้วย ซึ่งขณะทั้ง2คนเตรียมสิ่งของต่างๆในครัวอยู่แอริธก็เ อ่ยขึ้นมาว่า "พี่มาลีนคะถ้าเกิดอะไรหนูจะปกป้องพี่เอง" มาลีนหันหน้ามามองแล้วยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน "เธอไม่จำเป็นต้องปกป้องพี่หรอกเพราะพี่สัญญากับพ่อแ ม่ของเธอ และตัวเองไว้แล้วว่าจะดูแล และ ปกป้องเธอให้ดีที่สุด ไม่ให้เหตุการ์ณ มันซ้ำรอยกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นอันขาด" " อดีต?" แอริธทวนคำ "ไม่มีอะไรเรามาทำงานกันต่อเถอะ" มาลีนก็หันไปเตรียมข้าวของต่อโดยไม่สนใจสีหน้าอยากรู ้ อยากถาม ของน้องสาวผมเปียของเธอ |
|
| | #18 (permalink) |
| Guest โพส: n/a | บทที่10 : การรวมตัวและข่าวร้าย เช้าวันเดียวกันที่ "วูไท" เมืองฝั่งตะวันตกของแผนที่โลก เมืองที่มีอารยธรรมเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองจนมีนักท่อ งเที่ยวแวะเวียนมาท่องเที่ยวบ่อยๆจนกลายเป็นเมืองท่อ งเที่ยวไปแล้ว ณ เมืองแห่งนี้ มีเจ้าเมืองนามว่า"โกโด้" ซึ่งเขาก็มีบุตรสาวอยู่คนหนึ่ง นามว่า"ยัฟฟี่ คิซารากิ" ในอดีตยัฟฟี่เคยอยู่ร่วมในหลายๆเหตุการ์ณ ที่เกี่ยวพันกับความเป็นอยู่ของโลก รึจะเรียกว่าเธอเองเป็น1ในผู้ช่วยโลกก็ว่าได้ ทั้งๆที่จริงๆแล้วเธอเพียงต้องการขโมย"มาเทเรีย"เท่า นั้น แต่เหตุการณ์หลายๆเรื่องที่ผ่านเข้ามาทำให้จุดหมายขอ งเธอค่อยๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเธอก็ได้เข้าร่วมกับWRO ในฐานะนินจาแห่งหน่วยข่าวกรองอย่างเต็มตัว ในปัจจุบันนี้เธอได้กลับมาดูแลบ้านเกิดของเธอ ในฐานะลูกสาวของเจ้าเมือง จนชาวเมืองวูไท รักและนับถือในตัวเธอมากทีเดียว ยัฟฟี่เดินออกมาจากบ้านพักของเธอภายในวูไท ชาวเมืองที่ผ่านไปผ่านมาต่างทักทายเธอด้วยสีหน้ายิ้ม แย้ม ซึ่งยัฟฟี่ก็ทักทายตอบกลับไปเช่นกัน นินจาสาวผมสั้นสีดำเดินทอดน่องไปเรื่อยๆจนถึงหน้าเมื องวูไท ก็พบว่ามีเรือเหาะของบริษัทไฮวินด์ ค่อยๆร่อนลงจอดที่หน้าหมู่บ้านของเธอ ยัฟฟี่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย เพราะวันนี้ไม่มีรายการสินค้าจากไฮวินด์มาส่งที่เมือ งนี้เลยนี่นา ยัฟฟี่ยืนรอดูจนเรือเหาะลำนั้นจอดลงจนนิ่งสนิท แล้วสายตาของเธอก็สังเกตเห็นสาวน้อยผมสั้นสีส้มสดคนห นึ่งก้าวลงมาจากเรือเหาะ เธออยู่ในชุดเสื้อเชิ๊ทแขนกุดสีชมพูปกเสื้อสีขาว สวมมินิสเกิ๊ตลายสก๊อตสีแดง ที่สะดุดตาอีกอย่างคือดาบเลเซอร์คู่ที่สะพายอยู่ด้าน หลังของเธอ ซึ่งไม่ค่อยจะมีคนใช้อาวุธชนิดนี้ซักเท่าไรนัก "อ้าวลมอะไรหอบมาจ๊ะ `เซลก์จัง` ถึงแวะมาหาชั้นได้ถึงนี่ อ้าวแล้ว นายวินเซนต์ ล่ะไม่มาด้วยกันเหรอ?" ยัฟฟี่กล่าวทักทายสาวน้อยที่เพิ่งลงมาจากเรือเหาะ จู่ๆก็มีเสียงชายหนุ่มดังขึ้นมาจากด้านหลังของเธอ "ถามถึงชั้นเหรอ ยัฟฟี่?" "เหอๆ ตายยากจริงวุ้ย อืมสำนวนนี้ใช้กะตานี่ไม่ได้แฮะเพราะยังไงก็ไม่แก่ตา ยนี่นา ว่าไงพ่อหนุ่ม มีธุระอะไรถึงถ่อมาหาชั้นได้ฮึ?" ยัฟฟี่หันไปคุยกับชายหนุ่มในชุดผ้าคลุมกะรุ่งกะริ่งส ีแดงสด "รีฟเรียกให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่สำนักงานใหญ่WRO สายๆวันนี้น่ะ ชั้นก็เลยแวะมารับเธอ " วินเซนต์ตอบสั้นๆแต่ได้ใจความ "หา! สายวันนี้งั้นก็ต้องนั่งเรือเหาะไปน่ะสิ" ยัฟฟี่ร้องโวยวาย "ก็ใช่น่ะสิคะ นี่แหละเหตุผลที่ต้องมารับพี่ยัฟฟี่ ถึงที่นี่" สาวน้อยผมส้มนามว่า เซลก์ เอ่ยกับนินจาสาว "ไม่อาวเป็นตายร้ายดียังไงชั้นก็ไม่นั่งเรือเหาะ ไป " ยัฟฟี่ปฎิเสธเสียงแข็ง "ชั้นกะแล้วว่าเธอต้องพูดอย่างนี้" วินเซนต์ถอนหายใจก่อนจะขยับตัวอย่างรวดเร็วปลดดาวกระ จายขนาดยักษ์ในมือยัฟฟี่ออก โยนดาวกระจายอันนั้นให้เซลก์รับไว้แล้วกึ่งลากกึ่งจู งนินจาสาวขึ้นเรือเหาะไป "ม่ายอาวววววววววววววววววว" เสียงของยัฟฟี่ร้องโวยวาย ลานจอดเรือเหาะสำนักงานใหญ่ WRO มีเรือเหาะลำหนึ่งจอดลงอย่างรวดเร็วและนิ่มนวล ทำเอาเจ้าหน้าที่ประจำลานจอดแห่งนั้น มองด้วยสายตาทึ่งๆ ชั่วอึดใจก็มีกลุ่มคนก้าวลงมาจากเรือเหาะ ซึ่งคนแรกที่ก้าวลงมาจากเรือเหาะเป็นชายวัยกลางคนสวม เสื้อยืดสีน้ำเงินคาดแว่นตานักบินไว้บนหัว ที่ปากคาบบุหรี่ไว้1มวน "เฮงซวย! กว่าจะรับพวกแกแต่ละคนเล่นเอาข้าบินวนรอบโลกเลยนะเฟ้ ย " ชายคนนั้นบ่นออกมา "เอาน่าๆ ซิด นานๆที หยวนๆน่า" สุนัขสีแดงเพลิงมีหางเป็นเปลวไฟลุกอยู่เอ่ยขึ้น "แกไม่ใช่คนขับก็พูดได้น่ะสิวะ เรด ไม่รู้เจ้ารีฟมันจะเรียกรวมตัวกะทันหันอะไรของมัน ถ้าเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องล่ะก็มีโดนด่าแน่ๆ" ซิดบ่นๆ "แกก็บ่นอยู่ได้น่าซิด ใช่ว่าจะมีแต่แกที่โดนลากมา ข้าก็โดนลากมาจากโคเรลแต่เช้าเหมือนกันน่า ถ้าเป็นเรื่องไม่สำคัญเจ้า รีฟโดนแน่ๆ" ชายร่างใหญ่ที่มีมือขวาเป็นปืนกลบ่นออกมาเช่นกัน "ใจเย็นๆกันน่าทุกคนชั้นว่ารีฟคงจะมีเรื่องสำคัญจริง ๆน่ะแหละถึงเรียกพวกเรามารวมตัวกันครบแบบนี้ เอางี้หลังคุยกันเสร็จแล้วแวะไปที่ เซเว่นเฮเว่นสิเดี๋ยวชั้นเลี้ยงเอง" ทีฟามาสเตอร์สาวสวยแห่งเซเว่นเฮเว่นรีบห้ามทัพ " เหอะๆไม่ต้องเลี้ยงหรอกทีฟา เพราะเห็นเจ้าพวกนี้แวะไปร้านเธอที่ไรเธอไม่เคยคิดเง ินเลยนี่นา แต่ว่าชั้นเห็นด้วยกับ แบเร็ต กะ ซิดนะถ้าเป็นเรื่องไม่เข้าท่า มีหวัง สำนักงานใหญ่WRO ลุกเป็นไฟแหงๆชั้นเอาด้วยคนล่ะ มีอย่างที่ไหนจู่ๆลากชั้นขึ้นเรือเหาะมาซะงั้น ดีนะ ซิดเป็นคนขับถ้าคนอื่นขับชั้นโดดลงกลางทางจริงๆด้วย" ยัฟฟี่ นินจาสาวผู้ไม่ค่อยถูกกับการโดยสารเรือเหาะ จาก วูไท ผสมโรงบ่นเช่นกัน "เรามัวแต่มายืนบ่นกันอยู่อย่างนี้ท่าทางวันนี้ก็ไม่ รู้เรื่อง ชั้นว่าเรารีบเข้าไปข้างในกันเถอะ เซลก์เธอทำงานอยู่ที่นี่นำทางไปทีสิ " วินเซนต์พูดตัดบทพลางตบหลังแฮกเกอร์สาวน้อยผมส้มให้อ อกเดินนำไป "เราก็ไปกันบ้างเถอะ คลาวด์ เรด ปล่อยพวกคนขี้บ่น3คนนั่นไว้แถวนี้แหละ" ทีฟาหันไปพูดกับนักส่งของหนุ่มผมทองและสัตว์ป่าสีแดง ที่มีหางเป็นไฟ แล้วทั้ง3คนก็เดินตาม วินเซนต์และเซลก์ไป โดยทิ้งให้ ยัฟฟี่ แบเร็ต และซิด ยืนอยู่อย่างนั้นพักหนึ่งก่อนที่จะออกเดินตามทุกคนไป อย่างช่วยไม่ได้ ทั้ง8คนเดินจนมาถึงห้องประชุมของสำนักงานใหญ่ ก็พบหัวหน้าใหญ่ของ WRO นั่งคอยอยู่แล้ว พร้อมกับเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของWRO อีกหลายคน ทุกคนต่างรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาๆแน่ๆ "ขอบใจนะที่อุส่าห์มาทุกคน นั่งก่อนสิ เราจะได้เริ่มประชุมกันซักที" รีฟพูดกับทุกคน แล้วทุกคนก็นั่นลงแล้วการประชุมก็เริ่มต้นขึ้น "การที่ผมเรียกทุกคนมารวมกันในวันนี้เพราะ จะมีเรื่องมาแจ้งให้ท่านทราบว่า ขณะนี้ได้มีองค์กร ลึกลับ ได้สร้างมาเทเรียเทียม ออกมา ซึ่งทางเราWRO ได้สืบทราบมาว่าองค์การนี้ได้พัฒนาแสนยานุภาพของกองท ัพอย่างลับๆ แล้วสิ่งที่แทบไม่น่าเชื่อคือองค์กรนี้สามารถพัฒนาหุ ่นยนต์จนกลายเป็นเครื่องจักรสังหารสมบูรณ์แบบไปแล้ว แถมยังโคลนนิ่งมนุษย์ได้อย่าง100%แล้ว แต่เราไม่รู้แน่ชัดว่าเป้าหมายขององค์กรนี้คืออะไร" รีฟเอ่ยข่าวสารที่รวบรวมมาได้ให้ทุกคนในห้องประชุมแห ่งนั้นได้รับทราบ ทำเอาแทบทุกคนเย็นสันหลังวาบเพราะสิ่งที่หัวหน้าWRO พูดออกมามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลย ดีไม่ดีมันอาจจะใหญ่พอๆกับเรื่องของ บริษัทชินระ กับ เซฟิรอส คราวนั้นก็ได้ "รีฟ นี่นายหมายความว่าพวกเราจำเป็นต้องเปิดศึกกับองค์กรน ั้นอย่างนั้นรึ?" ซิดเอ่ยถามหลังจากคิดทบทวนอย่างรอบคอบ "อันนี้ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะเราไม่รู้เหมือนกันว่า องค์กรนี้ สร้างมาเทเรียเทียม พัฒนาหุ่นยนต์ โคลนนิ่งมนุษย์ ขึ้นมาเพื่ออะไร แต่ลางสังหรของชั้นมันบอกว่า คงจะไม่ใช่เรื่องดีๆแน่ๆ" รีฟตอบตามที่คิด "เหอะๆ ท่าทางงานนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆซะแล้วสิ แกว่ายังไง เรด" แบเร็ต หันไปถาม เรดเธอทีน "ตอนนี้เราก็ได้แต่เฝ้าระวัง แต่ถ้าฝั่งนั้นสะสมกำลังจนมั่นใจแล้วล่ะก็ ชั้นว่าจุดมุ่งหมายของมันก็จะปรากฎขึ้นเร็วๆนี้แหละ" เรดเธอทีน หรือ ชื่อจริงคือ นานากิ ตอบทำเอาทุกคนต้องหยุดคิด ขณะนั้นเองเสียงโทรศัพท์มือถือ(PHS) ของ ทีฟาก็ดังขึ้น ทำเอาทุกคนในห้องประชุมหันไปมองเป็นตาเดียว ทีฟาก็เอ่ยขอโทษที่ไม่ได้ปิดเครื่อง แล้วก็หยิบมือถือขึ้นมารับสาย ก็พบว่าเดนเซลนั่งเองที่โทรมา "หา!!! ว่าไงนะเดนเซล ที่เซเว่นเฮเว่นเกิดเรื่องตอนนี้มาลีนอยู่ที่โรงพยาบ าล งั้นแค่นี้แหละเดี๋ยวชั้นจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย" ทีฟาพูดอย่างรวดเร็วกรอกลงไปในมือถือของเธอ "มาลีน เป็นอะไรไปทีฟา!! " แบเร็ตถามถึงลูกสาวบุญธรรมของเขาอย่างร้อนรนด้วยความ เป็นห่วง "ชั้นเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ซิดช่วยเอาเรือเหาะบินไปโรงพยาบาลประจำเมื่องเอดจ์ เดี๋ยวนี้ เร็วที่สุดเลยได้มั๊ย" ทีฟาหันไปพูดกับซิดด้วยน้ำเสียงร้อนรนไม่แพ้แบเร็ตเช ่นกัน "ไม่มีปัญหาเร็วที่สุดเท่าที่จะมีปัญญาเลยล่ะ ไม่รู้ไอลูกเฮงซวยมันจะเป็นอะไรด้วยรึเปล่า รีบไปกันเถอะ" ซิดกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปทันที ตามด้วยทีฟา แบเร็ต คลาวด์ "เฮ้ย รอด้วย" ยัฟฟี่ อุทานออกมาแล้ววิ่งตามออกไปพร้อม เรดเธอทีน "ท่าทางเรื่องชักจะไม่ดีซะแล้ว ว่าไงรีฟจะไปด้วยรึเปล่า?" วินเซนต์หันไปถามหัวหน้าของWRO แล้วออกวิ่งตามทุกคนไปพร้อมกับเซลก์ โดยไม่รอคำตอบของ รีฟ "ทุกคนฝากเรื่องทางนี้ด้วยนะ" รีฟกล่าวกับเจ้าหน้าที่ของWRO ที่นั่งประชุมอยู่แถวนั้น แล้วรีบวิ่งตาม เซลก์และวินเซนต์ไป ณ โรงพยาบาลประจำเมืองเอดจ์ ทุกคนต่างวิ่งเข้าไปในโรงพยาบาลอย่างร้อนใจ เพราะมาลีนก็เปรียบเหมือนกับ ลูกสาว หรือน้องสาว คนหนึ่งของพวกเขานั่นเอง เมื่อถึงห้องฉุกเฉินก็พบ เดนเซล ยืนสีหน้าเป็นกังวลอยู่กับแซค ซึ่งสภาพทั้ง2คนก็ ค่อนข้างจะยับเยินทีเดียว แต่ก็ไม่ได้มีแผลอะไรใหญ่โตมากนัก "เดนเซล! แซค! มันเกิดอะไรขึ้นล่ะนี่ แล้วมาลีนตอนนี้เป็นไงบ้าง" ทีฟาถามอย่างรวดเร็ว "เจ๊มาลีนโดนพิษแต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว นอนพักอยู่ในห้องน่ะฮะ" เด็กหนุ่มหัวเม่นตอบมาแทนเดนเซลที่กำลังรวบเรื่องราว ในหัวสมองอันหนักอึ้งเพราะไม่รู้จะเริ่มยังไงดี "แล้วแอริธล่ะ?" ทีฟาถามมาอีกครั้ง "เอ่อ......" แซคครางด้วยสีหน้ายุ่งยากพลางมองไปทางเดนเซลเหมือนจะ โยนให้เป็นหน้าที่เขาที่จะตอบ "ว่ายังไง แซค เดนเซล! " ทีฟาคาดคั้นมาด้วยความร้อนใจเพราะสังหรใจไม่ดีเลยเมื ่อดูจากท่าทีของเด็กหนุ่มทั้ง2คน "คือว่า แอริธ โดนจับตัวไปครับ" เดนเซลตอบไปตรงๆด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก "หาว่ายังไงนะ!!!! " แทบทุกคนร้องออกมาแทบพร้อมกัน |
|