| | #1 (permalink) |
| สมาชิก TG แรกเริ่ม ![]() โพส: 146 TG ออร่า: ![]() ![]() | Wish Follow the Rainbow (ยูริเรื่องแรกของผม) Wish Follow the Rainbow ตอนที่1 ___เข็มนาฬิกาโค้งหงิกงอเหมือนเถาวัลย์กระหวัดเกี่ยว ค่อยๆเคลื่อนทีละเล็กทีละน้อยบนหน้าปัดเลขโรมันพื้นส ีไข่มุก โรงละครสีเข้มประดับทองตามเก้าอี้ พื้น ชั้นและเวที ผืนผ้าม่านแดงสดห้อยยาวปกปิดสิ่งที่อยู่ข้างหลังมัน ความเป็นจริง! สิ่งเที่ยงแท้! เสียงเครื่องจักรตีเวลาดังแว่วค่อยๆอย่างพร้อมเพรียง จากตัวนับอันแฝงอยู่ทุกที่ในความมืดมิดที่ล้อมรอบอยู ่นั้น ราวกับว่าเป็นโลกแห่งเดียวกลางจักรวาลกว้าง และทรายแห่งเวลาก็กำลังไหลไป ___ผมรู้สึกตัวขึ้นบนเก้าอี้ผู้ชมแถวหน้าสุดที่ให้คว ามรู้สึกสบายอย่างยิ่ง นุ่มจัง... ผมคิด ___ นายไม่ตกใจเลยหรือ เสียงผู้หญิงให้อารมณ์แบบสีส้มดังขึ้นทางด้านขวา นั่นแหละที่ทำให้ตกใจอย่างแท้จริง ___เธอเป็นหญิงสาวร่างเล็กผอมบาง สวมเสื้อแขนกุดรัดรูปสีดำ ส่วนกระโปรงนั้นดูคล้ายกับช่อดอกไม้ตูมสีแดงหม่นๆ ที่แขนและขาเธอสวมถุงมือและถุงน่องยาวขึ้นมา บนหัวมีหมวกทรงสูงติดหูกระต่ายขาว หรือไม่ก็เป็นหูงอกออกมา? เธอมีผมสีชมพูอ่อนยาวรวบเป็นหางไว้สองข้าง ___ ตกใจที่จู่ๆก็โดนทักมากกว่าครับ ผมตอบอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่พอจะนึกออกในตอนนั้น พลางสงสัยนิดๆว่าทำไมผมถึงได้มาอยู่ในที่ที่ดูประหลา ดเช่นนี้ได้ ก็เมื่อไม่กี่นาทีก่อนผมยังนั่งปั่นอนิเมทหาไอเดียอย ู่เลยนี่นา หรือเป็นเพราะผมดูการ์ตูนมากไปกันนะ ___ ที่นี่คือช่องว่าง ฉันคงบอกนายได้แค่นั้น เป็นที่ที่โจ๊กเกอร์อย่างฉันอยู่ เธอจ้องหน้าผมตรงๆด้วยนัยน์ตาสีเขียวอ่อนออกเหลืองเป ็นประกายกล้า ส่วนนายก็คือ เจ้าคนอ่อนแอ งี่เง่า ไม่ได้เรื่องที่อยากเป็นนักเขียนจนตัวสั่นเลยสินะ ___ เอ๋? ___ ไม่มีอะไรในจักรวาลนี้ที่ฉันไม่รู้หรอก สาวน้อยหัวเราะ แต่สายตานั้นไม่ได้หัวเราะไปด้วยเลย อย่างเช่นว่า ตอนนี้นายกำลังหาว่าฉันเป็นไม้กระดานอยู่ ___ อึ๋ย! เปล่าครับ! เปล่า คือ... เอ่อ... ก็นิดหน่อยน่ะ... ___ พวกผู้ชายก็งี้แหละน้า ช่างเถอะ บ่นไปก็คงไม่ได้เรื่องอะไรขึ้นมา แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ ถ้านายคิดกับฉันแบบนี้อีก ฉันจะลบตัวตนของนายออกจากจักรวาลนี้ไปเลย จะส่งนายไปอยู่กับสัตว์ประหลาดตัวเหม็นโฉ่ตลอดกาลเลย คอยดู! ___ ขอประทานโทษขอรับ รู้ตัวอีกที ผมก็ลงไปหมอบต่อหน้าเธอแล้ว น่ากลัวว่า เธอจะส่งผมไปอีกโลกหนึ่งจริงๆน่ะสิ! ___ เอาล่ะ เข้าเรื่องเลยดีกว่า สาวน้อยพูด ที่ฉันพานายมาที่นี่ตอนนี้ก็เพราะว่ามีคนขอมาให้ฉันส งเคราะห์เรื่องสักเรื่องให้นายเขียน เห็นว่ากำลังตันอยู่สินะ ___ มันก็... แบบ... ___ นายก็เลยเอาแต่นั่งดูอนิเมทตั้งแต่เช้ายันตีหนึ่งเลย ใช่ไหม งานก็ไม่เขียน แล้วเมื่อไหร่จะได้เป็นนักเขียนสักทีล่ะ ___ คือว่า... ___ เจ้าคนขี้เกียจเอ๊ย! ___ ขอประทานโทษอีกครั้งครับ!!! ___ อยากได้โทษสินะ ผมแอบชำเลืองขึ้นไปเห็นแส้ในมือเธอ แย่แล้ว! ยะ... อย่าทำอะไรผมเลยนะ ___ งั้นก็รีบลุกขึ้นมาสักทีสิ! ฉันจะเริ่มเล่าแล้วนะ สมุดกับดินสอพร้อม! ___ ครับๆ ___ ฉันอาจจะเป็นนักเล่าที่ไม่เก่งสักเท่าไหร่นะ ก็ฉันเคยแต่เป็นผู้ชมมาตลอดเลยนี่นา ___ ครับ... ___ เรื่องทั้งหมดมันเริ่มขึ้นที่ว่า... สายรุ้ง... ___ สายรุ้ง? ___ ใช่แล้ว! สายรุ้งที่ว่ากันว่า มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตใดที่สามารถสัมผัสมัน ณ ต้นกำเนิดได้จะทำให้ความปรารถนาทุกอย่างเป็นจริง ทุกอย่าง... แม้กระทั่งการคืนชีวิตนับแสนก็ด้วย... __________________________________________________ _____ ___เปลวเพลิงโหมกระหน่ำเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างบนผืนพ ิภพบนที่ราบกว้าง ซากศพกองเกลื่อนกลาดทับถมกันเป็นภูเขาจนแยกไม่ออกว่า ตรงไหนคือพื้น ตรงไหนคือร่างไร้วิญญาณ เสียงโห่ร้อง เงาเต้นวูบวาบ เสียงชุดเกราะกับโลหะกระทบกัน เสียงคร่ำครวญขอชีวิตรอดกับเสียงแห่งความตาย ___สาวน้อยร่างผอม สูงราวๆร้อยเจ็ดสิบกว่าเซนติเมตรในเสื้อสีแดงทับด้วย เกราะเงินวาวที่พังจนแทบสิ้นกับกระโปรงสั้นสีดำ เธอมีผมสีเขียวเข้มออกดำยาวตรงเกือบถึงเอวกับดวงตาสี เขียวสดฉายแววแข็งกล้าไม่กลัวใคร เธอมีชื่อว่า สเตล่า รูลซาลกี้ ___ องค์หญิง! เสด็จหนีไปก่อนเถิดพะย่ะค่ะ ชายไว้เครายาวผู้สวมเกราะสีเงินอาบด้วยโลหิตตะโกน ขณะประดาบอยู่กับนักรบเกราะฟ้าทั้งตัวสามคน ประกายไฟแล่บแปล๊บปล๊าบทุกครั้งที่เกิดเสียงเคร้งดัง ลั่น ___ ข้าไม่ไป! ข้าจะสู้เคียงบ่าพวกท่าน! สเตล่าตะโกน ควงดาบเล่มบางยาวคมกริบเข้าฟาดฟันศัตรูถึงสี่คนซึ่งท ั้งหมดไม่อาจต้านทานเธอไว้ได้แม้เพียงนิด แต่ทันใดนั้นเอง ดาบสั้นเล่มหนึ่งก็ลอยเข้ามาปาดแขนเธอ ___ องค์หญิง!!! ___ทหารรักษาพระองค์ที่เหลืออยู่เพียงหยิบมือเดียวเม ื่อเทียบกับจำนวนข้าศึกครึ่งร้อย อันที่จริงจะพูดว่าข้าศึกก็คงจะไม่ถูกต้องนักเพราะทห ารทั้งหมดนี้ก็เป็นคนจากอาณาจักรเดียวกันนั่นเอง เนื่องด้วยสาเหตุบางอย่างที่ทำให้ต้องมาปะทะกันอย่าง เลี่ยงไม่ได้ ___ เสด็จหนีไป! องค์หญิง! พระองค์ทรงเป็นความหวังสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ ข้าพระองค์ได้ยินมาว่าบนเนินที่อยู่ถัดจากนี้ไปไม่มา กนัก ดูเหมือนจะมีกระแสพลังที่แปรปรวนอยู่ คาดว่าสายรุ้งกำลังจะปรากฏขึ้นแล้วพะย่ะค่ะ ___สาวน้อยหันขวับไปอีกทางหนึ่งทิ้งเหล่าทหารไว้เบื้ องหลังพลางกลั้นหยาดน้ำตาเอาไว้ เธอเก็บดาบเข้าฝักข้างเอว วิ่งกุมแขนด้วยท่าทางทุลักทุเลผ่านทางลาดชันกับดงไม้ หนาม หยดเลือดสาดกระเซ็นเป็นทางจากบาดแผลที่เพิ่มขึ้นตามร อยเล็กๆทว่ากลับไม่ได้ทำให้เธอเจ็บปวดไปเสียยิ่งกว่า ความรู้สึกที่เป็นอยู่เลย ___ เสด็จพ่อ! เธอกัดฟันกรอด หวนนึกไปถึงร่างที่เคยใจดีกับเธอที่ชุ่มไปด้วยสายธาร แดงฉาน ผู้บังเกิดเกล้าทั้งสองของเธอล้มลงพร้อมกับอาวุธที่ฝ ังทะลุร่างต่อหน้าต่อตาเธอ รอก่อนนะทุกคน ข้าจะนำพาพวกท่านและอาณาจักรกลับมาเอง ฉะนั้น พวกท่านที่เหลืออย่าตายนะ สายรุ้ง! แถบสีบนท้องฟ้าที่ปรากฏขึ้นหลังฝนตก หรือสะพานแสงเล็กๆที่มนุษย์สร้างขึ้น แน่นอน! หากเกิดพวกมันขึ้นมาแล้ว ลองอธิษฐานดู บางครั้งคุณอาจสมปรารถนา หรืออาจไม่ เพราะมันสำคัญอยู่ที่ความตั้งใจ ทว่า... ในบรรดาสายรุ้งทั้งหมดทั้งมวลนั้น ยังมีสายรุ้งที่ถูกจัดให้อยู่ในยอดสูงสุดแห่งความปรา รถนาอยู่ สายรุ้งมายา! ที่น้อยคนนักที่จะรู้จักพอที่จะเชื่อและออกตามหามัน ว่ากันว่า หากผู้ใดพบต้นตอการกำเนิดของมันแล้วล่ะก็ ความปรารถนาทุกอย่างจะเป็นจริงอย่างสมบูรณ์แบบ และไม่ต้องแลกด้วยอะไรเลย ___ เสด็จพ่อเคยเห็นสายรุ้งด้วยเหรอ เด็กสาวรวบผมสีเขียวเกือบดำเป็นหางม้าในชุดกระโปรงยา วชมพูกับมงกุฎเล็กๆบนหัว ในสวนดอกไม้ริมทะเลสาบระยิบระยับซึ่งมองข้ามไปจะเห็น ปราสาทสีขาวหลังมหึมาสูงเสียดฟ้า ___ ถ้าลูกกำลังพูดถึงรุ้งมายาอยู่ พ่อเคยเห็นครั้งหนึ่ง แต่จากยอดปราสาทนี่ล่ะ ไม่ได้เข้าไปใกล้ อันที่จริง พ่อไม่มีวาสนามากพอที่จะได้เข้าใกล้ต่างหาก ชายผู้มีสีผมและสีตาเหมือนเด็กสาวอย่างไม่ผิดเพี้ยนต อบ เขามีใบหน้าคมเข้าหล่อเหล่าหนุ่มแน่นขนาดว่าดูไม่ออก เลยว่าเป็นพ่อลูกสี่แล้ว มันสวยมากเลยล่ะ เป็นประกายกล้าจนสามารถกลบแสงทุกแสงเอาไว้ได้ ทั้งดูมั่นคง ราวกับเป็นมังกรที่แข็งแกร่ง วูบวาบสลับไหว แล้วก็... บอกไม่ถูกน่ะ เขาเกาหัวแกรกๆ ก่อนที่จะอุ้มเด็กสาวขึ้นนั่งตัก ___ เห็นจากยอดปราสาทเหรอ เด็กสาวตัวเล็กๆเงยหน้าขึ้นมองปราสาทหลังขาว งั้นหนูก็จะรอดูอยู่ที่ปราสาทนี่ละกัน ___ แต่มันอาจจะนานมากนะ ลูกอาจจะแก่มากก็ได้ถึงจะได้เห็นมันอีกรอบ ___ ไม่หรอกค่ะ! ต้องได้เห็นแน่ๆเลย ก็เพราะหนูกับเสด็จพ่อจะรอดูด้วยกันยังไงล่ะ ___แสงสว่างปรากฏขึ้นจากช่องทางออกที่ถูกคลุมกั้นไว้ ด้วยหมู่พฤกษา จากเสียงหอบเหนื่อยกลายเป็นเสียงร้องอันตื่นตาตื่นใจ เมื่อกลีบดอกไม้สีขาวปลิวสัมผัสแก้มสเตล่าเบาๆ หญิงสาวพบว่าเธอกระโจนผ่านป่าทึบในช่วงสั้นๆจนมาอยู่ ท่ามกลางทุ่งราบดอกไม้ที่ถูกล้อมรอบด้วยผืนป่า บนเนินสูงขึ้นไปอีกนั้น โบสถ์เล็กๆเก่าแก่ผุพังตระหง่านรอให้มีใครสักคนขึ้นไ ปเยี่ยมเยียน ___ มี... มีที่แบบนี้ด้วยหรือนี่ หญิงสาวกัดฟันกรอด ทุกย่างก้าวของเธอนั้นช่างเจ็บปวดยิ่งนัก เลือดไหลไม่หยุด!จนย้อมกลีบสีขาวให้เปลี่ยนไปโดยสิ้น เชิง หนาวจัง... ___แล้วสเตล่าก็ล้มลง... บนเตียงบุปผาที่นุ่มนวล ___ฉับพลัน ยามที่สติของเธอกำลังจะหลุดลอยออกไปนั้น คลื่นพลังบางอย่างในอากาศเกิดเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว มุ่งตรงสู่จุดศูนย์กลาง โบสถ์อันเก่าแก่นั่น! สายลมรุนแรงหมุนวนกลับออกมาในทิศตรงข้ามราวกับเป็นกำ แพงที่มองไม่เห็นคอยผลักทุกสิ่งทุกอย่างออก เด็กสาวพยุงตัวลุกขึ้น ยกมือบังนัยน์ตาที่ถูกเศษใบหญ้าและกลีบดอกลอยละล่องเ ข้าใส่ กลางอากาศเคว้งคว้าง เส้นผมยาวสลวยกระจายสะบัดไหวราวกับแหวกว่ายอยู่ในทะเ ลแห่งสีขาว ___ราวกับเวลาได้หยุดลงทันทีทันใด สเตล่ารู้สึกถึงเสียงหัวใจเต้นหนักๆขึ้นครั้งหนึ่งกั บความมืดที่แผ่ปกคลุมรัศมีการมองเห็น ประหนึ่งว่าในโลกนี้นั้นมีเพียงเธอผู้เดียว เป็นความรู้สึกอิ่มเอิบ ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง สงบนิ่งมั่นคงและไร้ตัวตน... ___แว่บ!!!! แสงสว่างผสมผสานทั้งเจ็ดกระจ่างขึ้นจากโบสถ์หลังเล็ก จ้อยสู่ฟากฟ้าอันไม่มีที่สิ้นสุด ลมหมุนมหึมาพัดวนเป็นวงรอบลำแสงหอบเอาดวงไฟกลมจิ๋วเห มือนหิ่งห้อยที่ผุดขึ้นจากผืนดินไปรวมเข้ากับหมู่เมฆ ที่รวมกันเป็นแผ่นรูโหว่ขนาดใหญ่ เสียงครืนสนั่นเลื่อนลั่น แต่ไม่ใช่กับที่หู ไม่ใช่กับการได้ยิน หัวใจต่างหาก!!! ___และแล้วลำแสงก็แตกกระจายออกเป็นสายรุ้งเส้นมหึมาย ิ่งกว่าสายรุ้งใดๆทั้งหมดที่ใครก็ตามเคยเห็น มันพุ่งออกจากสิ่งปลูกสร้างเก่าๆ ผ่านทุ่งหญ้า ผ่านทะเลสาบ ลำน้ำกว้าง บ้านเมือง ผู้คนทั้งหลายทั้งปวงตลอดจนออกไปไกลสุดลูกหูลูกตากว่ าที่จะจินตนาการไปถึงได้ บางทีมันอาจตรงไปยังดินแดนอื่น โลกอื่นที่ยังมีใครก็ตามที่รับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน ได้ ___ สายรุ้ง!?! สาวน้อยพึมพำด้วยความตกตะลึง เมื่อเธอเอื้อมมือขึ้นไปแตะบนผิวบางใสสีสดที่ลอยอยู่ เหนือหัวเธอ เกิดเป็นคลื่นวงเล็กแผ่ขยายออกไปจากปลายนิ้ว ในตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างราวกับว่าเป็นสีทั้งเจ็ดสลับไปมาเท่า นั้น เธอไม่เห็นแม้ดวงตะวัน จันทราหรือดาราใด จะมีก็แค่สายรุ้งกับเธอ ก็แค่นั้น... เป็นความรู้สึกอบอุ่น วูบวาบ ราวกับถูกโอบอุ้มด้วยความรัก ___ ยามนี้... เจ้าไม่มีทางสัมผัสกับต้นกำเนิดแห่งสายรุ้งได้... เสียงหญิงสาวอันเปี่ยมไปด้วยอำนาจแต่ให้ความรู้สึกทั ้งเย็นสบายและอ่อนโยนดังขึ้นในหัวของสาวน้อยที่ได้แต ่ยืนจ้องมองปรากฏการณ์ในตำนานที่เกิดขึ้นตรงหน้าอยู่ เท่านั้น ข้าจึงไม่อาจมอบสิ่งที่เจ้าปรารถนาได้... ทว่า... ___ ทว่า...? สเตล่าพึมพำเหมือนหุ่นที่ไร้จิตใจ ___ ทว่า... เจ้าจะยังได้รับโอกาสอีก สาวน้อย! ลาก่อน ขอให้โชคดี เจ้าเป็นคนแรกที่ได้เข้ามาใกล้ชิดข้าถึงขนาดนี้ หวังว่า คราวหน้าที่เราได้เผชิญหน้ากันตรงๆอย่างนี้อีก เจ้าจะตัดสินใจเลือกได้ ___ โอกาส... ของข้า... สเตล่าล้มลงพร้อมกับนัยน์ตาที่ดับวูบ หนาวจัง... ___ ตุบ! __________________________________________________ _____ ___ อ๋า! เลือดออกเต็มเลยอ่า! เป็นอะไรมากไหม เสียงหญิงสาวสดใสเหมือนฤดูร้อนดังก้องขึ้นในหัวที่มื ดมิดมึนงงของเจ้าหญิงอัศวิน สเตล่า รูลซาลกี้พยายามเผยอเปลือกตาขึ้นอย่างยากลำบาก ขณะที่แรงกดเบาๆแต่ก็พอทำให้เจ็บได้พุ่งขึ้นแถวๆแขน ___ โอ๊ย! เธอตาสว่างขึ้นทันที พร้อมเด้งตัวขึ้นหัวกระแทกกับสาวน้อยที่เพิ่งได้เห็น หน้ากันเพียงหนึ่งวินาที บรรดาดวงดาวโผล่ออกมาเต้นระบำในสายตาอย่างร่าเริง ___เด็กสาวที่นั่งยองๆกุมหน้าผากหลับตาปี๋อยู่เบื้อง หน้านั้น เธอมีผมสีส้มสดสั้นประบ่า แต่มีเส้นเรดาห์ยาวเด้งขึ้นชี้โด่กลางหัวอยู่เส้นเดี ยว เธออยู่ในเสื้อยืดสีส้มดำตัวหลวมโพรกและส่วนแขนยาวเส ียจนบังฝ่ามือไปเกือบมิด ___ เจ็บอ่า... ___ ขะ... ขอโทษนะ สเตล่ารีบก้มหัว สมองยังคงตื้อๆนึกอะไรไม่ออก ___ ไม่เป็นไรๆ สาวน้อยร่างเล็กกะทัดรัดผู้มีใบหน้าออกแนวเหมียวๆ ส่งรอยยิ้มควบดวงตาสีเหลืองใสที่มีประกายหยาดน้ำรื้น อยู่เล็กน้อยมาให้ เธอหัวเราะแหะๆ พลางลูบหัวตัวเอง ยูมะซุ่มซ่ามเองแหละ อย่างที่โอเนอร์บอกไว้เลย ว่าเวลาเจออะไรอย่ายื่นหน้าเข้าไปก่อน ___สเตล่าทิ้งเด็กสาวประหลาดผู้มีแต่รอยยิ้มปิ๊งๆไว้ เบื้องหลังอย่างไม่ลังเลสักนิด เธอออกเดินช้าๆ สอดส่ายสายตาไปรอบๆด้วยความสงสัย ทิวทัศน์ของทุ่งหญ้าปุยขาวที่ถูกอาบไล้ไปด้วยแสงตะวั นยามเย็นโบกสะบัดพลิ้วบนเนินลาดชัดขึ้นด้านหนึ่ง อีกฟากนั้นเป็นรั้วกั้นไม้ขวางระหว่างเมืองเล็กๆในหุ บเขาเบื้องล่างกับท้องฟ้าสีหม่นที่เริ่มปรากฏดาวระยั บขึ้นทีละน้อย ขณะที่สายลมแผ่วเบาหอบเอาเส้นผมสีเขียวเข้มเกือบดำปล ิวไสวน้อยๆ เธอพลันรู้สึกถึงความสงบสุข ___ รอ... ด้วย... สิ... แอ๊ค!!! ___ ที่นี่.... มัน... ___ อ๋อ! อิเทอนัล ไซด์น่ะ เด็กสาวร่างจิ๋วเงยหน้าแดงๆ(จากที่พุ่งชนสเตล่าจากด้ านหลัง)ขึ้นตอบ ___ อิเทอนัล ไซด์? ___ ยูมะก็ไม่รู้ละเอียดนักหรอกนะ แต่ใครๆก็เรียกที่นี่ว่า จุดพักสำหรับนักเดินทาง น่ะ ว่ากันว่า หลายๆคนได้พบกับสิ่งที่ตัวเองตามหาที่นี่ด้วยนะ คุณเองก็กำลังออกตามหาบางอย่างด้วยเหมือนกันใช่ไหมล่ ะ ถึงได้มาที่นี่ได้ ___ สิ่งที่ตามหา... เหรอ สเตล่าเงยหน้าขึ้นจ้องมองจันทร์เสี้ยวที่ปรากฏขึ้นบน นภาอย่างเลือนราง ภาพของลำแสงเจ็ดสีสว่างขึ้นจากความทรงจำ ...สายรุ้งนั่น... ___ เอ๋? ___ หืมม์ เจ้าหญิงอัศวินหันไปมองสาวน้อยร่างเล็กด้วยความสงสัย มีอะไรหรือ ___ คุณตามหาสายรุ้งอยู่เหรอ ___สเตล่าพยักหน้าช้าๆ หวนนึกถึงอาณาจักรที่ล่มสลายของตน เธอกำหมัดแน่น ___ ยูมะรู้ล่ะ เด็กสาวพูดด้วยสีหน้าเริงร่าโดยไม่เอะใจกับท่าทีของห ญิงผู้สะพายดาบกับชุดเปรอะเลือดเบื้องหน้าเลยแม้แต่น ้อย สายรุ้งน่ะจะปรากฏขึ้นในเย็นวันเสาร์สุดท้ายของเดือน ทุกครึ่งปีล่ะ โอ๊ย! ___ มันอยู่ไหน! จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จู่ๆสเตล่าก็คว้าไหล่สาวน้อยบีบอย่างแรง บอกมา! เธอตะเบ็งเสียง ___ทว่ากลับต้องชะงักไป... ___ ทำไมต้องตวาดด้วยล่ะ ยูมะ... ยูมะไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ___แล้วเสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาก็ดังขึ้น ทำเอานักรบสาวได้แต่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก แม้ว่าเสียงสะอื้นนั้นจะเป็นเพียงการกระซิบเบาๆอย่าง อดกลั้นไว้เท่านั้น แต่สำหรับสเตล่าแล้ว มันประดุจเสียงคำรามของความมืดที่น่าหวาดหวั่นก็ไม่ป าน ___ ถ้าองค์หญิงเป็นพวกขี้แยขนาดนี้ ต่อไปอาณาจักรของเราจะเป็นยังไง ___ เลิกร้องสักที เจ้าคนอ่อนแอ ___ แกไม่มีคุณสมบัติที่จะขึ้นครองบัลลังค์ต่อไปหรอก ก็ในเมื่อ ตัวเองยังช่วยตัวเองไม่ได้เลย ___ พ่อแกดันมีลูกไม่ได้เรื่องแบบนี้ ข้าว่านะ... ป่านนี้มันคงนั่งเสียใจอยู่ในนรกแล้วล่ะ ___ เจ้าหญิงเรอะ! เฮอะ! ไปเป็นนางบำเรอในกองทัพข้าจะดีกว่ามั๊ง แล้วข้าจะเอ็นดูเจ้าเอง ___ แกน่ะ... ___ หุบปากนะ!!! หยุดร้องสักที! เจ้าคนอ่อนแอ!!! สเตล่าตวาด ราวกับความทรงจำที่ผ่านมานั้นเพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆต ่อหน้า ความเดือดดาลและเจ็บปวดแผดเผาขึ้นในอก จนกระทั่งเด็กสาวถอยหลังหนีด้วยความหวาดกลัว ___ราวกับเป็นกระจกสะท้อนก็ไม่ปาน... ___คลื่นพลังรุนแรงกระจายแผ่ออกประหนึ่งมีก่อนอุกกาบ าตที่อัดแน่นไปด้วยเวทย์มนต์ตกลงมาใส่ ตามติดๆด้วยสายลมพัดกระหน่ำจนอาจคิดได้ว่ามีพายุกำลั งใกล้เข้ามา ณ จุดเชื่อมระหว่างยอดหญ้าและผืนฟ้าที่มองเห็นได้บนเนิ นสูงขึ้นไปนั้น แสงสว่างเรืองรองดุจผ้าแพรใสพลิ้วไสวถูกกระตุกลงจากฟ ากฟ้าสีน้ำเงิน ___สเตล่า รูลซาลกี้วิ่งสุดกำลังตรงดิ่งขึ้นไปยังจุดกำเนิดปราก ฏการณ์อันนอกเหนือจากความปรกติทั่วไปทั้งๆที่สมองยัง ไม่ทันได้รับรู้แน่ชัด ก้าวหนึ่งเธอใช้ออกไปเพื่อไขว่คว้า ทว่าอีกก้าวเป็นแค่การหนีเท่านั้น หนีจากภาพสะท้อนในอดีตของตัวเองที่เธอเห็นในเด็กสาวท ี่ไม่รู้จัก เด็กสาวที่อ่อนแอคนนั้น... ___ ไม่นะ!!! ___แถบแสงเจ็ดสีที่เปล่งประกายพุ่งตรงดิ่งขึ้นสู่ฟาก ฟ้าราวกับเป็นมังกรโผนทะยานพลางส่งรัศมีกลบแสงอื่นๆจ นมิดชิด แรงลมหมุนรอบฐานเชื่อมของสายรุ้งจากพื้นดินสู่ฟากฟ้า นั้นราวกับกำแพงที่ไม่อาจมองลอดไปได้ เพียงข้ามผ่านสายลมนี้ไปเท่านั้น... เพียงแค่นั้น... ก็สามารถรับรู้ได้แล้วว่า... สายรุ้งนั้น... กำเนิดมาจากที่ใด... ___ ย้ากกกกกกกก!!!!!!! นักรบสาวชักดาบยาวคล่องมือออกมา ก่อนจะพุ่งเข้าฟาดฟันใส่กำแพงลมอันรุนแรงจนเป็นสีเข้ ม เพียงวินาทีเดียวที่ดาบได้สัมผัสกระแสแห่งอากาศเท่าน ั้น ร่างของเธอก็ถูกดูดหายเข้าไป... ___ นี่ยังไม่ถึงเวลาของเจ้าหรอกนะ เสียงหญิงสาวที่เหมือนกับว่าเคยได้ยินมาแล้วดังก้องข ึ้นในหัว ขณะที่สเตล่ากำลังล่องลอยไป ยังไม่ถึงเวลา... .. ___ยูมะ อันนูน เด็กสาวร่างเล็กผู้ร่าเริง วันนี้ก็ยังสดชื่นอีกเช่นเคย หลังจากทำจานแตกไปเจ็ดใบ แก้วอีกสิบสอง แต่โอเนอร์ก็ยังชมเปาะ ลูกค้าก็ยังยิ้มแย้ม บางทีเธออาจจะเหมาะกับงานนี้ที่สุดแล้วก็ได้ ___คุณดวงอาทิตย์ คุณต้นหญ้า คุณถนน ทำไมถึงดูเหนื่อยล่ะ ถ้าเหนื่อยแล้วก็พักบ้างนะ อ๋อ! มิน่าล่ะ ถึงได้เป็นสีส้ม ___อ๊ะ! มีคนนอนอยู่ตรงนั้น เป็นใครกันนะ ตื่นเต้นดีจัง ___ อ๋า! เลือดเต็มเลยอ่า! เป็นอะไรมากไหม ___เจ็บ! ว้าว! ดาวเต็มเลย ยังไม่ถึงกลางคืนสักหน่อย... ___ หุบปากนะ!!! หยุดร้องสักที! เจ้าคนอ่อนแอ!!! ___ทำไมนะ ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงได้ดูเจ็บปวดมากขนาดนั้น แล้วสายรุ้ง... ทำไมเธอถึงได้ตามหาสายรุ้งล่ะ... ___ราวกับว่าไม่ได้เกิดอะไรขึ้น เหมือนลมหมุนรุนแรงเมื่อครู่นี้นั้นไม่ได้มีตัวตน ถ้าไม่นับแสงเจ็ดสีแล้วคงไม่มีอะไรเลย ภาพของทิวทัศน์ทั้งหลายยังคงเป็นเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแ ปลง ___ยูมะยืนหอบน้อยๆเมื่อมาถึงยอดสูงสุดของเนินทุ่งหญ ้าที่อาบไล้ด้วยแสงพร่างพราว เงาตะคุ่มของคนกำลังยกแขนเงื้อง่าคว้าหมู่ดาวบนฟากฟ้ าได้ดึงเอาความสนใจเธอไป .................................................. .................................................. ....................................... ___ว่างเปล่า... ___ พลาดอีกแล้วเรา สเตล่าลดมือลง ค่อยๆยันร่างปวกเปียกและเจ็บปวดแต่ไร้บาดแผลขึ้นนั่ง ภายในตัวรู้สึกโหวงเหวงอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าเธอได้พลาดบางอย่างที่สำคัญที่สุดในชีวิตไป เป็นความรู้สึกที่รุนแรงเหมือนเพิ่งเสียสิ่งสำคัญที่ สุดของเธออีกครั้งหนึ่ง ___อีกนิดเดียว... ถ้าเราเอื้อมมือออกไปอีกนิดล่ะก็... ___เสียงฝีเท้าบนใบหญ้าดังขึ้นข้างหลังเธอ เป็นฝีเท้าที่แผ่วเบาและไม่มั่นใจอย่างยิ่ง คงจะเป็นเด็กสาวแปลกๆคนนั้นสินะ ___ ตามมาทำไมล่ะ นักรบสาวตะเบ็งเสียงโดยไม่หันหน้าไปมอง สายตาจับจ้องอยู่ที่มืออันไร้เรี่ยวแรงของตน เธอรับรู้ได้ถึงไอร้อนผ่าวบนใบหน้าและขอบตา ___นิ่งเงียบไป... ภายใต้อาภรณ์ระยิบระยับแห่งรัตติกาลที่เคว้งคว้าง... ___ อยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเลยนะ ยูมะจะคอยรับฟังเอง เสียงเล็กๆกระซิบที่ข้างหู แขนสองข้างโอบกอดจากด้านหลัง สเตล่ารู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่าน ไม่ต้องฝืนไปหรอก ___หยาดน้ำไหลรินเป็นสายออกมาอาบแก้มอย่างไม่รู้ตัว หญิงสาวผู้เคยแต่ตวัดดาบฟาดฟันนั้น เธอผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาออกมาเลยแม้แต่หยดเดียวในฐานะ ผู้นำ... ___ โฮ................................................ ............................................... __________________________________________________ ____ ___ ฉัน ยูมะ อันนูน คุณชื่ออะไรเหรอ สาวน้อยร่างเล็กผู้มีใบหน้าออกแนวลูกแมวเหมียวเอียงค อถาม ขณะที่ขาก้าวไปบนทางเดินหินที่ถูกขนาบข้างด้วยทุ่งหญ ้าปุยขาวเรืองแสง เสียงแกร็กๆของฝักดาบกับชุดหนักๆกระทบกันสะท้อนอยู่ใ ต้ผืนฟ้าอันกว้างใหญ่ สเตล่ามองเธออย่างรำคาญน้อยๆ คุณชื่ออะไรเหรอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ___ขอเปลี่ยนคำพูด รำคาญไม่น้อยเลยต่างหากล่ะ! ___อืม... จะไม่ตอบก็ไม่ได้แฮะ แต่มันก็... ___ เงียบหน่อยได้ไหม! ___ อือ... โกรธเหรอ... ยูมะเหลือบมองนักรบหญิงอย่างกล้าๆกลัวๆ แถมทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมาอีกเสียด้วย ___ เข้าใจแล้วๆ สเตล่าเสยผมด้วยท่าทางเบื่อๆ ข้า สเตล่า รูลซาลกี้ เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเฟเบียน จริงๆก็แค่อดีตล่ะนะ ___ สเตล่าเหรอ... สาวน้อยตัวเล็กยิ้ม เป็นเจ้าหญิงด้วย ___ ก็นะ ___ น่าอิจฉาจัง คงได้อยู่ในปราสาทหลังใหญ่ที่มีของกกินเพียบเลยใช่ม้ า ___ มันก็ไม่เชิงหรอกนะ เจ้าหญิงเกาหัว หวนกลับไปยังความทรงจำสมัยเด็ก ปราสาทสีขาวประกายทองที่มหึมายิ่งกว่ามังกรภูผาถึงเจ ็ดเท่า ทุ่งหญ้ากว้างและเมืองเล็กๆสงบสุขที่เปี่ยมไปด้วยรอย ยิ้ม กับเจ้าชาย... ฟอร์เต้ ของกินเหรอ... ___เธอรู้สึกได้ถึงความหดหู่ที่พุ่งขึ้นมาอีกครั้ง เธอพลาดสายรุ้ง ไม่สามารถที่จะนำอาณาจักรกลับคืนมาได้ แถมยังต้องมาติดแหงกอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้อีกต่างหากกับ เด็กสาวท่าทางประหลาดๆที่ไม่กล้ากลับบ้านตอนค่ำๆคนเด ียว ___ทุกคนจะคิดยังไงนะ ฟอร์เต้... เธอจะคิดยังไงกัน... ท่านพ่อ... ___ นี่ๆ ดูสิๆ เห็นคุณปลาด้วยล่ะ เสียงเรียกของยูมะเบนความสนใจให้ออกห่างจากความนึกคิ ด สเตล่าถูกลากให้ตรงไปยังขอบสะพานไม้ข้ามลำธารเล็กๆ ณ ถนนปากทางลอดผ่านป้ายชื่อเมืองด้วยคำพูด เธอชะโงกตามมือชี้ลงไป ทันใดนั้นเอง ตัวอักษร อิเทอนัล ไซด์ ก็กลับหัวไปพร้อมกับความรู้สึกหวิวๆในท้อง ___ เอ๋? ___ ตูม! ซ่า! ___ อ๋า? เธอร้องงงๆ เมื่อพบว่าตัวเองนั้นลงมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่กลางลำธารต ื้นๆที่ใสสะอาดเสียแล้ว ยะ... เย็นชะมัดเลย ทำอะไรน่ะ! ___ รู้สึกดีขึ้นหรือยัง ยูมะที่วิ่งตามลงมาริมฝั่งถาม เห็นสเตล่าดูซึมๆไปน่ะ ___ทันใดนั้นเอง ดวงไฟเล็กจ้อยมากมายก็บินขึ้นจากพงหญ้าอ่อนนุ่มกระจา ยอยู่ทั่วดุจละอองดาวในจักรวาลล้อมรอบสองสาวเอาไว้ เสียงกระดิ่งลมใสกังวานกริ๊งจากที่ไกลแสนไกล พร้อมกับแสงสว่างเรืองรอง สเตล่ารู้สึกราวกับว่าตัวเองนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกลุ ่มดาว และเด็กสาวเบื้องหน้าก็คือ ___ ฟอร์เต้... เธอพึมพำออกมา จุดที่ควรจะเป็นยูมะ กลับเป็นเด็กหนุ่มร่างสูงในชุดสีน้ำเงินเข้ม เขามีผมยาวไม่เรียบร้อยสีน้ำตาลอ่อน ผิวขาวสะอาดสะอ้านและใบหน้าโทนอ่อนหวานเฉกเช่นเจ้าหญ ิง ___ ตกหลุมพรางของผมอีกแล้วนะ สเตล่า เจ้าหญิงของผม ตอนที่เธอเปียกน้ำก็น่ารักดีนะ เขาหัวเราะหึๆ ไม่เป็นไรหรอก ขอแค่เธอมีความสุขก็พอแล้ว ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ___ เอ๋? ___ สเตล่า! เป็นอะไรไหม ___นักรบสาวผู้เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าที่จริงแล้วนั้นเธ อคือเจ้าหญิง(?)ถูกกระชากให้กลับมายังปัจจุบันอย่างไ ม่ค่อยพอใจนัก นั่นเป็นภาพหลอนหรือ ภาพของเจ้าชายฟอร์เต้ซ้อนทับกับยูมะ ___ เห็นจู่ๆก็นิ่งค้างไปเลย เป็นอะไรไป ___ โอ๊ย! เจ็บข้อเท้าน่ะ สเตล่าร้อง สงสัยเป็นเพราะเจ้าผลักข้าลงมานั่นแหละ ___ แย่ล่ะสิ! ยูมะพูด งั้นจับมือยูมะนะ เดี๋ยวจะ... หว๋า! ___แล้วเด็กสาวก็ล้มคว่ำลงลำธารอีกคน ___ ล้อเล่นย่ะ! เจ้าหญิงแล่บลิ้นใส่ ___ มะ... ไม่จริงน่า ยูมะเงยหน้าขึ้น ___ขณะที่เสียงหัวเราะของสองสาวดังภายใต้จันทร์เสี้ย ว รัตติกาลแห่งทะเลดวงดาวและเหล่าหิ่งห้อยเล็กๆผู้ไขว่ คว้าแสงดาวล้อมรอบ สายน้ำที่ไหลเอื่อยไปเรื่อยๆดุจการเดินทางที่ไม่รู้จ บ ใบหญ้ากับปุยขาวที่สะบัดพริ้วตามแรงลมแผ่วเบาอย่างอ่ อนโยน และเนินที่ดูราวกับไปสิ้นสุด ณ ชายผ้านภาสีน้ำเงินเข้มระยิบระยับ สเตล่าตัดสินใจที่จะอยู่รอคอยสายรุ้งที่จะเกิดขึ้นใน อนาคต... อีกครึ่งปี... ___ ถ้าข้าจะอยู่ท่ามกลางความสงบเหล่านี้ไปสักพัก หากแต่ข้าเลือกที่จะหยุดรอคอยแทนที่จะก้าวต่อไป ข้ายังไม่ใช่ผู้แพ้สินะ ท่านพ่อ... ฟอร์เต้... ทุกคน... __________________________________________________ _____ ___นี่คือเรื่องราวของอิเทอนัล ไซด์ มิติแห่งการพักผ่อนของนักเดินทาง ซึ่งมีสองสิ่งให้เลือก ระหว่างหยุดรอบางสิ่งที่จะเกิดขึ้น บางสิ่งที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง กับการก้าวต่อไปเพื่อตามหาสิ่งที่ตนต้องการอย่างแท้จ ริง _______________________________จบตอน |
| | |
| | #2 (permalink) |
| สมาชิก TG แรกเริ่ม ![]() โพส: 146 TG ออร่า: ![]() ![]() | อ่านแล้วชอบหรือไม่ชอบก็บ่นได้นะครับ อย่าเงียบอยู่เลย.... _______________________________ Wish Follow the Rainbow ตอนที่ 2 ___อิเทอนัล ไซด์ จุดพักสำหรับนักเดินทาง มิติที่มีจุดเชื่อมอยู่กับโลกทุกใบ ดินแดนทุกดินแดนและอาณาจักรทุกหนแห่ง แต่เป็นมิติที่ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง เป็นสถานที่สำหรับบุคคลผู้ตามหาบางสิ่งบางอย่างด้วยใ จบริสุทธิ์เท่านั้นจึงจะสามารถค้นพบทางเข้าได้ และในชีวิตหนึ่งๆ จะสามารถมาเหยียบที่นี่ได้เพียงคนละครั้งเท่านั้น ___สเตล่า รูลซาลกี้ เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเฟเบียนที่ล่มสลายผู้ออกตามหาสา ยรุ้งเพื่อกอบกู้อาณาจักรของตน ซึ่งเกือบจะค้นพบต้นกำเนิดของสายรุ้งอันเป็นจุดมุ่งห มายได้ แต่เธอกลับถูกส่งข้ามประตูแห่งอิเทอนัลไซด์มาโดยไม่ไ ด้ตั้งใจแทน เธอพบกับยูมะ เด็กสาวท่าทางประหลาดๆ นอกจากนี้ยังเกือบจะจับสายรุ้งได้อีกครั้ง แต่ก็ยังพลาดอยู่ดี หากไม่ใช่เพราะว่าเรื่องการปรากฏของสายรุ้งในตำนานทุ กครึ่งปี ณ จุดพักสำหรับนักเดินทางนี่แล้วล่ะก็ สเตล่าคงจะหาทางกลับโลกเดิมของเธอไปเสียแล้ว ทว่า... ในตอนนี้กลับมีเหตุที่ทำให้เธออยากกลับโลกเดิมมากกว่ าการออกตามหาสายรุ้งต่อเสียอีก ___ ปล่อยข้านะ!!! ไม่เอา! ข้าไม่ใส่ชุดนั้นเด็ดขาด!!! นักรบสาว หรือจะเรียกให้ถูกก็น่าจะเป็น นักรบที่เป็นนักรบเมื่อสักนาทีก่อนได้ นั่นเพราะว่าเธอต้องมาติดแหงกอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อ เล็กๆแคบๆกับสองสาว และกำลังถูกฉวยโอกาสจับนู่นจับนี่อยู่ อ๋า! อย่านะ!! อย่าบีบตรงนั้น!!! ___ พอได้สัมผัสแล้วยิ่งบอกได้เลยว่า ของยูมะน่ะ ไม้กระดาน... สุดๆเลยนะ หญิงสาวร่างเล็กพอๆกับยูมะ ไว้ผมยาวสีน้ำตาลอ่อนผูกโบว์ใหญ่ด้านหลัง เธออยู่ในชุดกระโปรงบานเหมือนดอกไม้สีส้มสั้นเหนือเข ่า ถุงเท้าและถุงมือยาวขึ้นถึงต้นแขนต้นขา ___เรเชล ไรซ์ หญิงสาวที่บรรลุนิติภาวะมานานแล้ว(?) ผู้เป็นภรรยาของวิโอล่า ไรซ์ เจ้าของร้านลิตเติลวิงก์คาเฟ่ เธอเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับพนักงานในร้าน และชื่นชอบที่จะจับพนักงานแต่งตัวด้วยชุดที่เธอออกแบ บใหม่ทุกอาทิตย์ ___ โธ่... ทำเป็นพูดไป ของเรเชลน่ะก็ไม่ได้ต่างไปจากยูมะหรอก แถมอายุก็มากกว่าตั้งเกือบสิบปี เด็กสาวหัวส้มโพลงขึ้นด้วยน้ำเสียงโมโหเล็กน้อย ___ กรี๊ด!!! พูดออกมาแล้วๆ ___ โป๊ก!!! ___ อ๋อย! เจ็บอ่า... มาโขกหัวยูมะทำไม คุณป้า!!! ___ ยะ.... ยะ... ยังไม่หยุดอีก หนอย! งั้นก็จงจมหน้าอกที่ตัวเองไม่มีวันมีไปซะ(เธอก็เหมือ นกันแหละ) เรเชลร้อง ก่อนจะกดหน้ายูมะเข้ากับหน้าอกของสเตล่าผู้น่าสงสารท ี่ยังติดแหง็กอยู่กับชุดพนักงานสีส้มรัดติ้วจนแทบหาย ใจไม่ออกด้วยไซส์เดียวกับของยูมะ ___ หว๋า! อย่านะ! อย่าทำแบบนั้น! ไม่นะ สเตล่าดิ้นขลุกขลักอยู่ตรงมุมห้อง คุณ... คุณเรเชล ข้า! ข้าหายใจไม่ออก!!! ___ ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะยูมะ!!! ___ ___ ยะ... ยูมะ... กรี๊ด! ยูมะสลบไปแล้ว! สลบคาหน้าอกเลย!!! __________________________________________________ __ ___ถัดออกมาจากบานประตูไม้สู่ห้องกว้างที่สว่างไสวด้ วยสีขาวกับภาพวาดสีน้ำมันโทนเขียวและฟ้า ด้านหนึ่งเป็นบานกระจกใสเชื่อมกับถนนอาบแดดยามเช้าอั นเต็มไปด้วยผู้คน ด้านตรงข้ามคือเคาท์เตอร์สูงและตู้เย็นใส เค้ก พุดดิ้ง ไอศกรีมและอื่นๆ ที่นั่งสูงขนาบข้างนอกเหนือจากที่อยู่รอบๆโต๊ะหลายตั วในร้าน ชายหนุ่มสองคน คนหนึ่งนั่งมีถ้วยกาแฟอยู่ตรงหน้า ส่วนอีกคนยืนเท้าแขนที่เคาท์เตอร์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ___ วันนี้สาวๆก็ยังร่าเริงเหมือนเคยเลยนะ ชายผมยาวสีเงินในเสื้อโค้ทตัวใหญ่ที่นั่งอยู่ เขายกถ้วยกาแฟแต่ที่บรรจุอยู่นั้นไม่ใช่ขึ้นจิบ อืม... อยากได้น้ำตาลเพิ่มจัง วิโอล่า ___ นั่นน้ำมะเขือเทศนะ ใส่น้ำตาลเยอะก็แย่สิ ชายร่างผอมบางสูงเกินร้อยแปดสิบกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวพ ับตรงข้อมือกับกางเกงขายาวฟิตพอดีตัว เขามีผมสีทองรวบไว้ด้านหลัง นัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นดูแล้วชวนให้นึกถึงทะเลของเหล่าว ิหค ตกลงว่านายเลิกดื่มเลือดเพื่อมาซดน้ำตาลงั้นเหรอ ___ เอาน่าๆ ไม่ต้องคิดมาหรอก ยังไงนี่ก็เป็นความเอาแต่ใจของผมเอง ___ ฮ่ะๆ ___ ว่าแต่ว่านะ วิโอล่า ผมล่ะสงสัยจริงๆว่า แฟนนายทำอะไรอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อน่ะ เห็นเอาแต่ขลุกตัวมาเกือบชั่วโมงแล้วนะ ชายผมสีเงินพูดขึ้น ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือดของเขาไม่ต่างอะไรไปจากสีแก้ว ในมือสักนิด ___ ผมก็นึกไม่ออกเหมือนกัน หนุ่มผิวขาวผมทองผู้มีใบหน้าเชิงอ่อนหวานยิ้มละไม พอดีเมื่อวานเพิ่งมีพนักงานใหม่มาเพิ่มน่ะ ___ อ้อ! เข้าใจล่ะ ___ทันใดนั้นเอง ประตูห้องเปลี่ยนเสื้อก็เปิดผัลวะออกอย่างแรงพร้อมกั บยูมะกับเรเชลโกยอ้าวออกมาด้วยความเร็วสูง ทั้งคู่มีสีหน้าตกใจปนหวาดหวั่นเล็กๆ ก่อนจะกระโจนไปอยู่หลังโต๊ะตัวหนึ่งด้วยท่าทางสั่นๆ และ... ___ สเตล่า! ใจเย็นก่อนสิ! ใจเย็นแล้ววางโต๊ะลงก่อนก็ได้นะ มาค่อยพูดค่อยจากันเถอะ อย่าใช้กำลังเลยน้า ___ ใช่ๆ ยูมะไม่ได้ตั้งใจนะ เราแค่ล้อเล่นนิดๆหน่อยๆเอง ____ ยก... โทษ... ให้... ไม่.... ด้าย... เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเฟเบียนในสภาพที่เรียกง่ายๆว่าย ังแต่งตัวไม่เสร็จเดินแบกโต๊ะตัวใหญ่ขนาดเท่าโต๊ะอาห ารขนาดหกคนออกมาด้วยท่าทางเหมือนกับทีเรกซ์ถูกเหยียบ หาง ทำเอาสองหนุ่มที่อยู่ด้านนอกสะดุ้งสุดตัว คนหนึ่งสำลักน้ำมะเขือเทศจนดูเหมือนกับกระอักเลือดแล ะกำเดาพุ่ง ส่วนอีกคนก็... ล้มตึงนอนจมกองเลือด(กำเดา)อยู่จริงๆ ___ นะ... หน้าอก... วิโอล่านอนตาหมุนติ้ว ขณะที่สเตล่าที่รีบกอดอกอย่างเร็วจี๋โดยลืมบางอย่างท ี่แบกไว้อยู่ เธอตามโอเนอร์ไปนับดาวในวินาทีต่อมาจากการถูกน็อคด้ว ยสิ่งที่เรียกว่าโต๊ะทานข้าวขนาดครอบครัวหล่นใส่หัว ท่ามกลางความเงียบงันที่ไม่นับเสียงของน้ำมะเขือเทศไ หลจ๊อกลงพื้น เรเชลหันมองหน้าลูกค้าชายคนเดียวในร้าน ก่อนจะย่องๆเข้าไปสะกิดสเตล่าเบาๆ ___ ไม่เป็นไร... นะ... .. ___ ยินดีต้อนรับค่า เสียงประสานจากหลายพนักงานสาวผู้สดใสร่าเริงดังขึ้นเ มื่อประตูกระจกใสติดกระดิ่งถูกผลักเปิด มีสเตล่ารวมในกลุ่มทำท่าโค้งคำนับอย่างเก้ๆกังๆและไม ่ค่อยพอใจนัก(ไม่สิ เรียกว่าอย่างมากจะเหมาะกว่า) ___ ไม่ได้นะ สเตลิน สาวน้อยผมยาวสีเขียวอ่อนในเครื่องแบบชุดสีเดียวกันพู ดด้วยชื่อที่จงใจให้เพี้ยนซึ่งยูมะเป็นคนคิด เวลาลูกค้าเข้ามาน่ะ ต้องยิ้มต้อนรับอย่างงดงามสิ นี่เป็นหน้าที่ของ เอ่อ... เธอชะงักไป จากสีหน้าจะกินเลือดกินเนื้อของอดีตเจ้าหญิงผู้กลายม าเป็นสาวเสิร์ฟในปัจจุบัน ___ ทำไมข้าจะต้องมา... ทำไมข้าจะต้อง... ทำไมข้า... ___บรรดาสาวๆในยูนิฟอร์มกระโปรงสั้นๆบานๆต่างพร้อมใจ กันหันมองตามหลังสเตล่าที่เอาแต่บ่นพึมพำอย่างเก็บกด ไปด้วยกันกับบรรยากาศที่แรงกล้าพอจะอัญเชิญวิญญาณหลอ นๆมาได้รอบๆตัว แถมยังทำให้ลูกค้าสูงอายุคนหนึ่งในร้านร้องไห้โฮซบอก พนักงานเสิร์ฟอีก(แต่ความจริงแล้วบางทีชายคนนั้นอาจห าเรื่องเองมากกว่า เพราะวินาทีต่อมา ชายชราจอมฉวยโอกาสนั้นก็ถูกส่งออกจากร้านไปอย่างรวดเ ร็ว) ___เสียงกระดิ่งประตูดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการปราก ฏตัวของกลุ่มนักเรียนชายชุดดำดูไม่เรียบร้อยหกเจ็ดคน ในร้าน พวกนั้นก้าวส่ายอาดๆไปนั่งตรงมุมร้านท่ามกลางสายตาอึ ดอัดของทุกคนในที่นั้น ขณะที่สายตาของทั้งลูกค้าและพนักงานสาวเหลือบมองกันเ องด้วยความรู้สึกไม่ดีอยู่นั้นเอง คนที่ดูเหมือนว่าเป็นหัวโจกก็โพลงขึ้นด้วยเสียงกระโช กโฮกฮาก ___ มีลูกค้าเข้า ทำไมไม่มารับออเดอร์ล่ะฟระ ชายผมทองชี้แหลมเหมือนเม่นทุบโต๊ะเปรี้ยง เขานั้นดูเหมือนเด็กมีปัญหาที่ได้รับความรักมาไม่เพี ยงพอ เหล่าสาวเสิร์ฟทั้งหลายสะดุ้งเฮือกยิ่งถอยออกห่าง ยูมะตกใจสะดุดขาตัวเอง ส่วนวิโอล่าน่ะหรือ เขารีบหลบลงใต้หลังเคาท์เตอร์ตั้งแต่ที่เจ้าพวกนั้นเ ข้ามากันแล้ว ลูกค้าคนอื่นๆก็ได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อ ____ ใช่ๆ ลูกพี่สั่งแล้วทำไมไม่มาล่ะ เด็กหนุ่มร่างสูงหน้าตาเหมือนกบต่างดาวที่นั่งโก่งปร ะหลาดๆอยู่ข้างชายโหดผมทองหัวเราะคิกคักเหมือนคนสติไ ม่เต็มเต็ง หรือบางที เจ้านี่อาจจะไม่เต็มจริงๆก็ได้ ...เหอ เหอ เหอ ผู้หญิงเยอะแยะเลยวุ้ย... ท่าทางวันนี้จะเป็นวันดีมากๆๆๆๆๆๆแฮะ ___ ผัวะ! อูย... ___ แกน่ะเงียบไปเลย! หนุ่มหัวโจกตบหัวเจ้าโย่งหน้ากบหนึ่งป้าบอย่างแรง ตามด้วยเสียงฮาครืนตามาของบรรดาลูกกระจ๊อกอื่นๆ อืม... จะว่าไปก็ใช่ล่ะนะ... เฮ้ย! แม่สาวตรงนั้นน่ะ ที่นมโตๆน่ะ มานี่หน่อยสิ มาเร็วๆ ___ทั้งหมดในร้านหันไปมองตามเป้าหมายของเสียง สเตล่ายืนหันหลังคอตกบ่นพึมพำอยู่คนเดียวอยู่หน้าแจก ันดอกไม้ที่โต๊ะตัวในสุดของร้านติดกับประตูเชื่อมไปห ้องครัว ถ้าสังเกตดีๆแล้วจะเห็นได้ว่าดอกไม้ในแจกันนั้นเหี่ย วแห้งไปหมดในทันทีทันใด ทั้งๆที่เพิ่งเปลี่ยนไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเท่านั ้น ยูมะกลืนน้ำลายเอื้อก อันที่จริง สาวๆพนักงานทุกคนเลยต่างหาก ___ ไม่ได้ยินหรือไง ยัยนมโต! มารับออเดอร์สิ! ___น่าแปลกที่สเตล่าทำตามอย่างว่าง่าย เธอเดินคอตกตรงเข้าหาชายกลุ่มใหญ่นั้น พร้อมกับสมุดจดเล่มเล็กในมือ ตามติดๆด้วยวิญญาณหลอนที่มาจากไหนก็ไม่รู้ ___ รับอะไรดีคะ สเตล่าพูดด้วยน้ำเสียงอารมณ์ประมาณซอมบี้สุดๆ ___ เอา... เอ่อ... ขอพนักงานสักคนสิ เธอก็ได้ หนุ่มผมทองฉีกยิ้มยียวนโดยไม่ได้สนใจบรรยากาศเลยสักน ิด บรรยากาศที่สาวๆและยูมะพากันไปแย่งที่หลบภัยของวิโอล ่ากันหมด ___ ร้านเราไม่มีอะไรอย่างนั้นหรอกค่ะ... แต่ถ้าจะให้แนะนำเมนูเด็ดล่ะก็... ไม่สิ... ข้าขอแนะนำเลยละกันนะคะ สาวน้อยสเตลิน(ที่บรรดาพนักงานด้วยกันเรียกเพี้ยนๆ)เ งยหน้าขึ้นจ้องมองกลุ่มลูกค้าจอมกวนประสาท ซึ่งนั่นทำให้รอยยิ้มของเหล่าชายจอมหาเรื่องทั้งหมดห ายไปจากใบหน้าทันที หากว่ามองจากมุมของยูมะ สาวเสิร์ฟ รวมถึงลูกค้าทั่วไปคนอื่นๆ อย่างเดียวที่เห็นได้ก็คือ ใบหน้าตื่นกลัวของเหล่าโจ๋ซ่าทั้งหลาย หลังจากที่สเตล่าขึ้นประโยคต่อ ___ ข้าแนะนำสองอย่าง อย่างแรก ให้ข้าฆ่าแกซะ! ส่วนอย่างที่สอง พวกแกชิงฆ่าตัวตายซะก่อนที่ข้าจะลงมือเอง ___ปากกาถูกปักลงโต๊ะอย่างแรง จนทะลุภายในครั้งเดียว มันปักคาไว้อย่างน่ากลัว ราวกับว่าเป็นอนาคตที่ต้องเจอหากตอบคำถามผิด หรือว่าตัดสินใจไม่ตอบเลย... ___ กรี๊ด!!! ไม่ถึงหนึ่งวินาที นักเรียนชายผู้กำลังคึกสุดๆพลันกลายเป็นกลุ่มตาขาวขึ ้นมาในทันทีทันใด พวกนั้นโกยอ้าวออกจากไปร้านแบบที่ประตูยังไม่ทันได้เ ลื่อนปิดสนิทเลยด้วยซ้ำ ___ เฮ้อ! จู่ๆสาวน้อยผมเขียวผู้เต็มไปด้วยความหงุดหงิดก็ถอนหา ยใจเสียงดัง ทำเอาทุกคนที่ยังเหลืออยู่ในร้านกับสภาพเคร่งเครียดแ ละงุนงงอยู่ผวาไปตามๆกัน ราวกับว่าเป็นหนังสยองขวัญตอนช่วงที่ปิศาจร้ายหรือพู ดง่ายๆว่าผีค่อยๆหันหน้ามาทางผู้ชมโดยมีเสียงดนตรีบา ดแหลมดังขึ้นเรื่อยๆ ยูมะกลืนน้ำลายเอื้อก เตรียมหวีดออกมาเป็นคนแรก ___ สบายใจแล้ว เอ้า! ทำงานๆ สเตล่ายิ้มสดใสแบบฤดูใบไม้ผลิปลิวว่อนมาเยือนอย่างไง อย่างงั้น กลางวงล้อมของความอึ้งค้าง เธอก้าวฉับๆไปหยิบผ้ามาเช็ดโต๊ะที่พวกโจ๋เกเรนั่นก่อ นที่จะวิ่งหนีออกไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ___ประตูห้องครัวเปิดออกมาพร้อมกับเรเชลเวอร์ชั่นครี มติดแก้มในชุดผ้ากันเปื้อนชมพูทับชุดกระโปรงแบบเดียว กับพนักงานร้าน อารมณ์ของเธอนั้นไม่ต่างอะไรไปจากเจ้าหญิงในละครเพลง ที่วิ่งอยู่บนทุ่งหญ้าล้อมรอบด้วยหมู่กระรอกและเสียง ดนตรีน่ารัก ___ วิโอล่า~ มาช่วยฉันหน่อยสิจ๊ะ เธอพูดเสียงร่าเริงประดุจสีเหลืองหวาน ก่อนจะสังเกตเห็นท่าทางอันผิดปกติของทุกคน เอ๋? มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ ___ทุกนิ้วชี้ส่งชี้ไปยังสาวน้อยสเตลินที่กำลังเช็ดโ ต๊ะไปฮัมเพลงไปด้วยราวกับว่าเพลิดเพลินอยู่เสียเต็มป ระดา เรเชลขมวดคิ้วน้อยๆ ก่อนจะเดินกระย่องกระแย่งเข้าไปหา ___ สเตล่าจ๊ะ! ตั้งใจทำงานใช่ไหม ___ ค่า~ สาวน้อยตอบเสียงหวาน ___ ก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกนี่ แล้ว... วิโอล่า จะซุกตัวอยู่ใต้เคาท์เตอร์ไปถึงเมื่อไหร่ มานี่ได้แล้ว ฉันคิดสูตรเค้กใหม่ได้แล้วล่ะ เรเชลลากชายหนุ่มหน้าหวานที่นั่งตัวแข็งทื่อผ่านเข้า ประตูห้องครัวไป ___ยูมะเบ้ปาก พลางอดสงสัยไม่ได้ว่า ในตอนที่พวกเด็กเกเรหนีไปน่ะ สเตล่าไปทำหน้าแบบไหนใส่กันแน่นะ __________________________________________________ __ ___ช่วงบ่าย เป็นช่วงแห่งความร้อนแรงที่แท้จริง แสงแดดจ้าคอยเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างบนผืนแผ่นดินให้ห ่อเหี่ยวไปตามๆกัน ลองมองร้านค้าเลียบสองข้างทางของถนนทางเท้าแคบๆดูสิ ทั้งเจ้าของจนถึงลูกค้าต่างพากันขยับตัวเอื่อยเฉื่อย เหมือนตุ๊กตาลานหมด ขณะที่สายลมจิ๋วๆหอบเอาไอร้อนส่งให้ป้ายสีขาวกับตัวอ ักษร น้ำแข็ง ตัวใหญ่สะบัดไหวไปมา ___ ยังไม่ใช่หน้าร้อนสักหน่อย แต่ทำไมมันร้อนตับแล่บเลยล่ะ สเตล่าบ่นงึมงำกับตัวเอง พลางเดินห่อเหี่ยวหลบตามเงาที่ทอดยาวไปตามพื้นอยู่ข้ างๆยูมะที่หน้าซีดเหงื่อแตกพลั่กพอกัน นอกจากอยู่เฉยๆก็ร้อนจะแย่อยู่แล้ว ยังมีทั้งสิ่งปลูกสร้าง พื้นอิฐและสิ่งของรอบๆที่เป็นโทนสี เหลืองเข้มช่วยเพิ่มอุณหภูมิทางความรู้สึกกับสายตาอี กด้วย ___ ได้ยินจากคุณกาตอนเช้าว่าวันนี้ว่าคุณเรนนี่ไม่ค่อยส บายนะ คุณซันนี่เลยต้องมาคุมสภาพอากาศแทนน่ะ ยูมะพูด ชี้มือขึ้นไปบนท้องฟ้าเจิดจ้า ___ หา? เรนนี่? ซันนี่? ___ เทพธิดาฤดูกาลน่ะ ___ อ้อ! ___จากคำบอกเล่าของยูมะและผู้อยู่อาศัย ณ อิเทอนัล ไซด์มานาน เล่ากันว่าแผ่นดินทั้งหมดอันเป็นผืนเดียวและไม่มีที่ สิ้นสุดนั้นถูกดูแลโดยเหล่าเทพธิดาและภูติทั้งหลาย ตั้งแต่เรื่องกระจ้อยร่อยอย่างไม่จิ้มฟันจนกระทั่งถึ งอะไรที่ใหญ่ยิ่งกว่าเรือรบ(แต่ที่นี่รู้สึกว่าจะไม่ มีเรือรบหรอก)จะมีภูติประจำอยู่ทั้งสิ้น ส่วนเรื่องของสภาพอากาศ การไหลของสายน้ำ อุณหภูมิ แสงแดด การเติบโตและก้อนเมฆบนท้องฟ้ายามกลางวันกับดวงดารายา มค่ำคืนล้วนเป็นหน้าที่ของเทพธิดาทั้งสิ้น(รวมถึงควา มหวานของเค้กด้วย) สเตล่าเคยถามตรงๆไปว่าพวกเขารู้ได้อย่างไร ซึ่งคำตอบที่ได้นั้นจะเหมือนกันหมดเสมอ ___ เดี๋ยวก็รู้เองแหละ ___ ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ไปบอกคุณซันนี่หน่อยสิว่าตอนนี้ร้อนเกินไปแล้ว สเตล่าประชด ___ เอ๋? นี่ไม่เชื่อยูมะเหรอ ยูมะดูประหลาดใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าแบบจะร้องไห้ออกมา อือ... ___ โอเคๆ เชื่อก็ได้ โธ่เอ๊ย! สาวร่างสูงแอบเบ้ปาก ___ ...นี่... ___ อะไร? ___ ไปหาอะไรเย็นๆกินกันถอะ ___ นั่นสินะ ___อากาศร้อนระอุเคลื่อนที่ไปมาอย่างอิสระผ่านซอกมุม ของบ้านเรือนร้านค้าอย่างคล่องแคล่ว ทั้งๆที่ไม่มีคู่แข่งอยู่แท้ๆ แต่ดวงอาทิตย์สีเจิดจ้าก็ยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไปด ้วยความตั้งใจเกินร้อย ในบ้านเปิดหลังหนึ่ง เด็กสาวสามคนพี่น้องนอนเท้าแช่น้ำอยู่ตรงชานบ้าน ที่ใต้เงาต้นหูกวางใหญ่ริมถนน แมวห้าหกตัวนั่งแบบสฟิงค์เฝ้าพีระมิดคอยจ้องหน้าผู้ผ ่านทางที่มีเพียงน้อยนิด หญิงสาวร่างท้วมผมฟูป่องยาวคาดผ้ากันเปื้อนสีหม่นทับ ชุดสีขาวเปื้อนๆในมือถือตะหลิวกำลังวิ่งไปมาตรงนั้นท ีตรงนี้ที พลางตะโกนเรียกชื่อคนไปด้วย ___ มีอะไรหรือคะ ยูมะ เด็กสาวผมสั้นประบ่าสีส้มผู้มีรูปร่างเล็กเท่าเด็กปร ะถมเดินเข้าไปถาม ___ ไทร่าน่ะสิ หายตัวไปไหนก็ไม่รู้ นี่ก็เลยเวลาข้าวเที่ยงมาชั่วโมงกว่าแล้ว ปกติก็ไม่เคยหายตัวไปดื้อๆแบบนี้เลย หญิงวัยกลางคนพูด มือลูบด้ามจับตะหลิวอย่างใจลอย แย่จัง เจ้าลูกคนนี้นี่ ___ เห... แล้วลองไปหาดูที่บ้านเพื่อนแล้วหรือยังคะ ___ ไปมาแล้วล่ะ แต่ทางนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน ลูกเขาก็ด้วย หายตัวไปพร้อมๆกันหมดเลย เฮ้อ! ในวันร้อนๆแบบนี้ด้วยล่ะนะ ถ้าเกิดเป็นล้มเป็นแล้งไปจะว่ายังไง ___ ...งั้นหนูจะช่วยตามหาอีกแรงนะคะ ยูมะที่ใช้เวลาคิดเพียงหนึ่งวินาที หรืออาจไม่ได้หยุดคิดเลยด้วยซ้ำโพลงขึ้นด้วยน้ำเสียง ร่าเริงพอๆกับความร้อน ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ คุณป้า สเตล่าที่นั่งหลบอยู่ใต้ต้นไม้ข้างๆแมวดำสามตัว สีสวาทอีกหนึ่งแล้วก็อื่นๆที่อยู่บนกิ่งไม้เหนือหัวไ ปอีกหน่อยอยู่หกเจ็ดตัว เธอถอนหายใจและเขย่าคอเสื้อให้ลมพัดเข้าข้างในขณะมอง ยูมะเดินสปริงตัวน้อยๆเข้ามาหาหลังจากหางานเพิ่มให้ต ัวเองเรียบร้อยแล้ว พลางรู้สึกว่าสิ่งที่ทำให้เธอปวดหัวได้มากกว่าไอร้อน ระอุนี้ได้ก็คือเด็กสาวท่าทางไม่เต็มเต็งคนนี้นี่เอง ___ ไปตามหาไทร่ากันเถอะ! ___ เห... ไม่เอาหรอก สเตล่าขมวดคิ้ว ทำสีหน้าเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเอนหลังพิงลำต้น เจ้ารู้จักกับป้าคนนั้นด้วยหรือไง ___ เปล่า... ___ หา? ไม่รู้จัก... แล้ว? ___ ก็ถ้าคนอื่นเดือดร้อน เราก็ต้องช่วยสิ ยูมะพูดยิ้มแย้มขัดกับสภาพอากาศจริงๆ ซึ่งนั่นทำให้สเตล่าอดรู้สึกฉุนกึกอย่างน่าประหลาดไม ่ได้ นะๆ ไปช่วยกันหน่อยนะ น่านะๆๆๆๆๆๆๆ ขอร้องล่ะ เธอทำท่าไหว้ประหลกๆ ___อดีตเจ้าหญิงผู้กำลังรู้สึกหงุดหงิดเต็มที่จากควา มร้อนหันไปจ้องหน้าแมวดำตัวหนึ่งด้วยสีหน้าประมาณว่า เซ็ง! ขณะที่เสียงหนวกหูที่ขึ้นต้นด้วยตัว น ของยูมะยังคงดังต่อไปเหมือนระบบเทปแบบออโต้รีเวอร์ส ภายในชั่วอึดใจ สเตล่าตบหน้าผากตัวเองเบาๆแสดงถึงการยอมแพ้ต่อความใจ อ่อนของตัวเอง ___ ก็ได้ๆ แต่แค่ไปเป็นเพื่อนนะ ___ตามทางเดินเล็กๆระหว่างตัวบ้านที่ปลูกชิดกันเป็นพ รืด พื้นอิฐแข็งสีโทนส้มเรียงรายทอดยาวไปเบื้องหน้าบังคั บเส้นทางซ้ายขวาของมันเอง ป้ายไม้แขวนรูปรองเท้า รูปเครื่องเขียนและรูปปลาถูกยึดไว้เหนือหัว เลี้ยวที่มุมครั้งแรกเป็นน้ำพุเล็กๆกลางลานแคบๆระหว่ างกำแพงสามด้านและประตูบ้านหนึ่งบาน ไปตามเส้นทางเปิดระหว่างกำแพง เลี้ยวขวาอีกสามครั้ง ผ่านหน้าต่างอีกเจ็ดบานก็พบกับทางน้ำเล็กๆลึกพอถึงเข ่า สายน้ำใสสะอาดดูเย็นสบาย มีแมวนับสิบตัวนอนหลับอุตุใต้ร่มไม้ใหญ่เพียงต้นเดีย วกลางลานกว้าง ____ ทำไมทางมันถึงได้วนๆแคบๆอย่างนี้นะ สเตล่าบ่นพึมพำ มือปาดเหงื่อเม็ดโป้งที่ไหลรินผ่านแก้ม ก่อนจะชะโงกหน้ามองผิวน้ำ ดวงตาสีเขียวสดจ้องตอบกลับมาจากโลกคู่ขนานอันห่างไกล แต่กลับใกล้เพียงผืนน้ำกั้น น้ำนี้ใช้ได้หรือเปล่า ___ อืม... ทานได้นะ นี่เป็นน้ำที่เดินทางมาจากยอดเขาไกลๆทางนู้นน่ะ เป็นของประทานจากเทพธิดาวอตี้ล่ะ ชาวบ้านใช้ดื่มแล้วก็ปรุงอาหาร ยูมะพูด ชี้มือไปทางท้องฟ้ากว้างๆที่มองอะไรไม่เห็นนอกเสียจา กแสงที่เจิดจ้าและเมฆสีขาวเท่านั้น ___ เข้าใจล่ะ สาวน้อยผมเขียววักน้ำขึ้นดื่มแล้วล้างหน้า เหมือนได้คืนชีพขึ้นมาในทันทีทันใด ว่าแต่เจ้าจะเอายังไงอีกล่ะ เดินมาก็นานแล้วนะ ยังไม่เห็นเด็กสักคนเลย แถมร้อนขนาดนี้ด้วยนะ ใครจะมาบ้าเล่นกันตอนนี้ ___ นั่นสิ... แต่ว่า ยูมะก็ว่าแปลกนะ เพราะปกติ ทุกๆวันคี่จะต้องมีเด็กออกมาวิ่งเล่นกันเต็มตรอกซอยไ ปหมดเลยไม่ใช่เหรอ แม้แต่ในวันร้อนๆแบบนี้ก็มีให้เห็นบ้างเหมือนกันนะ เด็กสาวตอบ ที่ว่าวันคี่นั้น ในอิเทอนัล ไซด์มีคำกล่าวว่า วันคู่คือการเล่าเรียน ส่วนวันคี่คือการละเล่น ดังนั้น โรงเรียนต่างๆจะเปิดสอนเฉพาะวันคู่เท่านั้น แล้วยังพ่อแม่ที่หาลูกๆไม่เจออีก เจ็ดรายแล้ว... สำหรับผู้ปกครองที่ตามหาลูกๆของพวกเขาไม่เจอ เจ็ดรายแล้วในระหว่างทางที่ผ่านมา... ___ ฟังดูอย่างกับ... เรื่องของ พายด์ ไพเพอร์เลยนะ ___ พาย ไพเพอร์? ยูมะทวนคำงงๆ ___ มันเป็นเรื่องเล่าจากแดนไกลน่ะ เกี่ยวกับชายเป่าปี่ผู้น่าพิศวง ข้าก็ได้ฟังเขามาอีกทีจากนักดนตรีลึกลับที่มาเยือนอา ณาจักรของข้าตอนข้ายังเด็ก สเตล่าทรุดตัวลงนั่งใต้ร่มเงาไม้ เงยหน้าขึ้นมองลำแสงที่ส่องลอดหมู่ไม้ลงมา นัยน์ตาเหม่อลอยจากการย้อนอดีตด้วยการตั้งสมาธิอย่าง หนัก มีหมู่บ้านหนึ่งที่ถูกโจมตีด้วยบรรดาหนูมากมาย ส่วนชาวบ้านก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับพวกหนูนี้ดี พวกเขาไม่มีวิธีที่ดีพอที่จะไล่พวกมันไปได้ ดังนั้น พวกเขาก็เลยป่าวประกาศไปว่า จะให้รางวัลแก่ผู้ที่สามารถไล่หนูทั้งหมดออกจากไปจาก เมืองได้ และแล้ววันหนึ่ง ชายประหลาดกับปี่ของเขาก็ปรากฏตัวขึ้น ในยามที่เขาเล่นเพลง หนูทั้งหลายก็ต้องมนตร์สะกดในทันที พวกมันออกจากที่ซ่อนแล้วตามชายผู้นั้นไป จนกระทั่งชายคนนั้นข้ามแม่น้ำ พวกหนูก็ข้ามตาม แต่ว่า หนูน่ะ ว่ายน้ำที่ลึกและก็เชี่ยวไม่ได้... ก็เลยถูกพัดตายไปจนหมด ___ หมดเลยเหรอ? ฟังดูโหดร้ายจัง ___ นั่นสินะ สเตล่าจ้องมองผ่านรอยแยกของใบไม้ขึ้นไป ความทรงจำหนึ่งกลับแจ่มชัดขึ้นมา ฟอร์เต้... ชีวิตน่ะ... มีแต่เรื่องโหดร้าย... ___ ไม่หรอก ยูมะส่ายหน้า ยื่นมือมากุมมือหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ถ้าเรามองในมุมอื่นบ้าง มันก็ไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไปหรอกนะ ___ อืม... เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรที่ล่มสลายไปสิ้นฝืนยิ้มออกมาเล ็กน้อย แล้วทีนี้ ชายประหลาดคนนั้นก็กลับไปพบกับชาวบ้านเพื่อรับรางวัล ที่เขาควรได้ ทว่า... ชาวบ้านกลับเกิดความเสียดายขึ้นมา... ดังนั้น พวกเขาตัดสินใจที่จะไม่ให้รางวัลใดๆเลยนอกจากความว่า งเปล่า ซึ่งนั่นทำให้ชายแปลกหน้านั้นโกรธมาก วันรุ่งขึ้น... เขาจึงเล่นเพลงปี่อีกครั้ง แต่คราวนี้ เป้าหมายกลับเป็นเด็กๆทุกคนในเมือง ว่ากันว่า... เด็กๆทุกคนตามเขาไป และไม่มีใครได้พบกับเด็กน้อยเหล่านั้นอีกเลย ___ เด็กๆเหรอ... คิดไปก็คล้ายๆเหมือนกันนะ แต่ว่า... ก็ไม่เห็นจะมี... ___ หมายถึงเสียงปี่งั้นสินะ เสียงหนึ่งดังออกมาจากเงามืดที่ลึกเข้าไปในประตูบ้าน ที่เปิดแง้มเอาไว้ เป็นเสียงที่ฟังดูนุ่มนวลและหนุ่มแน่น ทั้งสุภาพเรียบร้อย บางทีการนำพานี้อาจมาในรูปแบบอื่นก็เป็นได้ ___ เจ้าเป็นใคร หมายความว่ายังไง! เผยตัวออกมานะ!!! สเตล่าหันกลับไปตะโกนเสียงแข็ง ลุกพรวดขึ้นยืนตั้งท่าเตรียมพร้อม ___ เรียกผมว่าดาร์ค แล้วก็ต้องขออภัยด้วยที่ผมไม่อาจออกไปทักทายพวกคุณได ้ โปรดอย่าโกรธเคืองกับความไม่สุภาพของผมเลยนะครับ ผมแพ้แสงแดดน่ะ แพ้มากๆเลยด้วย ___ คุณเป็นลมแดดเหรอ ยูมะถามเสียงใส งั้นสเตลิน เราอย่าไปกวนเขาเลยนะ ___สเตล่าขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ...แพ้แสงแดดงั้นเหรอ ___ ให้ผมแนะนำนะ... ลองเปิดใจให้กว้างสิ แล้วมองหาสิ่งที่แปลกไปจากเดิมแม้เพียงน้อยนิด เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้แฝงแววขบขันไว้ด้วย แต่ระวังให้ดีล่ะ เพราะปลายสุดของเส้นทางนั้นคือการหลงออกนอกเส้นทาง ___ เอ๋? สาวน้อยผมยาวร้องงงๆ ___ อ๊ะ! ผีเสื้อนี่นา จู่ๆยูมะก็โพลงขึ้นด้วยเสียงตื่นเต้น ก่อนจะออกวิ่งไป ว้าว! ผีเสื้อเต็มเลยล่ะ! ___ ดะ... เดี๋ยวก่อน! สเตล่ายื่นมือออกไปคว้าแขนเด็กสาว ทว่าช้าไป ยูมะ! จะไปไหนน่ะ ยูมะ ไม่เห็นจะมีผีเสื้อเลยสักหน่อย!!! ___ ไม่จริงน่า! ___สเตล่าวิ่งออกตามสาวน้อยร่างเล็กที่นำหน้าไปตามตร อกซอยแคบๆอย่างคล่องแคล่วเชี่ยวชาญ ภาพด้านหน้านั้นคือด้านหลังยูมะที่สั่นไหวบิดเบี้ยวไ ปเพราะความร้อน ไม่ว่าจะวิ่งตามด้วยแรงขนาดไหน ก็ยิ่งจะดูห่างออกไป ราวกับเป็นภาพลวงตาตามอุณหภูมิ... ห่างออกไป... ทุกที... ทุก... ที... ___ ยูมะ? รู้ตัวอีกที เจ้าหญิงผู้หลุดมาจาดต่างแดนก็พบว่า มีเธอยืนอยู่เพียงคนเดียวกลางจัตุรัสเล็กๆเสียแล้ว __________________________________________________ _ ___อิฐบล็อกสีเทาๆต่อเรียงรายยื่นและบุ๋มจากบนพื้นผิ วที่ราบเรียบ ทว่าหากมองอีกครั้งก็จะพบว่ามันดูมีน้ำหนักเป็นสามมิ ติขึ้นมาราวกับเป็นภูเขาที่เกิดขึ้นจากก้อนสี่เหลี่ย มนับไม่ถ้วนต่อกัน และพอเพ่งดีๆต่อไปอีกก็เหมือนกันทิศทางทั้งหมดนั้นกล ับหัวกลับหางไปเรื่อยๆอย่างไม่สิ้นสุด ___ยูมะยืนปวดหัวอยู่กับทิวทัศน์เหลี่ยมๆสีหม่นที่กว ้างไกลสุดสายตารอบๆตัว ทั้งซ้ายขวาบนล่าง ไม่มีว่างเว้นเลยสักนิด และตัวเธอเองก็กำลังยืนอยู่บนบล็อกก้อนหนึ่งซึ่งเป็น ก้อนที่อยู่ตำแหน่งสูงที่สุด และต่อกันได้ราวกับเชือกที่ขึงไว้ไม่ตึง ทว่าอีกนัยหนึ่งนั้นคือ ตำแหน่งที่ต่ำที่สุดนั่นเอง ___ทันทีที่เธอคิดเช่นนั้น ตัวเธอพลันร่วงหล่นลงจากพื้นที่ยืนได้อย่างมั่นคง หมุนติ้วๆมากองบนอิฐบล็อกยักษ์... ก้อนเดิม แต่เป็นด้านที่อยู่ทางขวานับจากเดิม ถ้าเปรียบง่ายๆก็คือร่วงจากเต๋าแต้มหกไปยังหน้าแต้มท ี่อยู่ติดกันด้านใดด้านหนึ่งนั่นเอง ___ อะไรเนี่ย? หญิงสาวพึมพำงงๆ และแน่นอน เธอกำลังมึนๆกับสิ่งที่เกิดกับเธอ งงกับทิวทัศน์ที่อธิบายได้อย่างงงๆ และงงกับเหล่าเด็กน้อยที่กระจัดกระจายกลับหัวกลับหาง กันไปอยู่ตามจุดต่างๆทั่วไปในโลกแห่งอิฐบล๊อกยักษ์ที ่มั่วได้อย่างน่าคลื่นไส้ได้แห่งนี้ พวกเด็กๆ! ___วินาทีที่ยูมะตัดสินใจที่จะโดดลงไปยังพื้นที่ที่ต ่ำกว่าหนึ่งขั้นเพื่อตรงไปหาเด็กสาวผมทองในชุดที่คล้ ายกับผ้ากันเปื้อนผูกทับชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน ทุกสิ่งรอบๆตัวเธอพลันพลิ้วไหวจนยืนแทบไม่อยู่ แล้วยูมะก็พบว่าตัวเองเสียหลักลงมากองอยู่บนพื้นที่อ ยู่ตำแหน่งเพดานของเด็กสาวคนนั้น เมื่อเธอลุกขึ้นยืน หัวของทั้งสองก็เข้ากระแทกกันอย่างจัง ___ อูย... เจ็บอ่า... เอ๋? ยูมะร้องเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าเด็กสาวคนนั้นก ็เงยหน้าลงมาจ้องหน้าเธอเหมือนกัน หรือว่าเป็นเธอต่างหากที่เงยหน้าลงมองเด็กสาวคนนั้น จะอย่างไรก็เถอะ... เอ่อ... นี่... รู้หรือเปล่าว่าที่นี่ที่ไหนเหรอ ___ ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เด็กคนนั้นตอบอย่างสุภาพ แปลกดีนะคะ ___ อืม ยูมะเห็นด้วย ชั่วขณะหนึ่งดูราวกับว่าเธอนั้นกำลังห้อยหัวลงมา แต่อีกขณะกลับเป็นการเงยหน้าขึ้นไป ทว่าไม่มีอาการปวดเมื่อยหรืออึดอัดใดๆเลย ฉัน... ยูมะ แล้วเธอล่ะ ___ อลิซค่ะ ___ แล้วอลิซจำได้หรือเปล่าว่ามาที่นี่ได้ยังไง ___ ตอบยากค่ะ คือ หนูจำได้ว่าเห็นกระรอกน่ารักตัวหนึ่ง ก็เลยวิ่งไล่จับ แต่ว่าไล่ยังไงก็ไม่ทันซะที สุดท้าย พอรู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว เด็กสาวตอบ ___ ของยูมะเป็นผีเสื้อล่ะ น่าตื่นเต้นดีเนอะ ___ คุยกันได้อย่างสบายใจจริงนะ เสียงห้าวๆดุๆดังขึ้นจากทางด้านหลังของยูมะ สเตล่ายืนกอดอกขมวดคิ้วอยู่ด้วยท่าทางน่ากลัว ตกลงว่ากลับออกจากโลกงี่เง่านี่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรสิน ะ ___ อ๊ะ! สเตลินนี่นา! สาวน้อยผมส้มผู้เริงร่ากระโดดเข้ากอดเธอ เจ้าหญิงถอนหายใจเบื่อๆ นี่อลิซ อลิซ นี่สเตลินล่ะ ___เด็กสาวผมฟ้าตัวเล็กๆจ้องมองหญิงสาวผมยาวสีเขียวด ้วยสายตานิ่งเฉยอยู่ครู่หนึ่ง ___ ชื่อประหลาด ___ หยุดนะ! ข้าไม่ได้ชื่อว่าสเตลินสักหน่อย อย่ามั่วเอาเองสิ!! สเตล่าหันไปโป๊กหัวยูมะเข้าทีหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาชี้หน้าอลิซ แล้วเจ้าก็ห้ามเรียกข้าแบบนั้นด้วย! ___ สเตลินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อลิซกระดกลิ้นรัวๆ นอกจากเธอจะดูไม่กลัวเกรงแล้ว ยังสนุกอยู่ด้วยซ้ำ ___ ยะ... อยากตายสินะ!!! เจ้าหญิงหน้าแดงวาบขึ้นมาด้วยความโกรธ เธอดึงดาบออกจากฝักเล็กน้อยเป็นเชิงขู่ ___ สเตลิน... ดาบ? ยูมะร้องงงๆ ก็ดาบเล่มนี้ สเตล่าทิ้งไว้ที่บ้านของเธอเมื่อเช้านี่นา ___ อ้อ! ดาบเล่มนี้เป็นดาบที่สามารถมาปรากฏต่อข้าได้ยามที่ข้ าเรียก สเตล่าพูด เธอเหลือบมองไปรอบๆ ในตอนที่เจ้าหายตัวไปน่ะ เจ้าคนกลัวแดดที่ชื่อดาร์คบอกกับข้าไว้ ที่นี่คือ มิติยามบ่ายของคอริแกน หรืออีกชื่อคือ โลกของผู้หลงทาง เป็นที่ที่คนที่ไม่รู้ตัวว่าหลงทางอยู่จึงจะมาได้ พูดง่ายๆก็คือ เจ้าจะต้องหลงทางเสียก่อนที่เจ้าจะมาถึงที่ที่ทำให้เ จ้าหลงทางได้ ___ แล้วสเตลินเข้ามาที่นี่ได้ยังไงล่ะ ยูมะเกาหัว รู้สึกงงๆกับคำอธิบายที่แสนประหลาดนี้ ไม่เข้าใจเลยอ่า ___ หากุญแจไง ประตูทุกบานย่อมจะต้องมีกุญแจอยู่ เพียงแต่จะเห็นหรือไม่ก็เท่านั้นเอง ___ กุญแจ... ___ อย่างของเจ้าคือผีเสื้อไงล่ะ แต่ข้าไม่รู้หรอกนะว่าของเด็กๆแต่ละคน พวกเขาตามอะไรถึงได้หลงเข้ามาที่นี่ได้ สเตล่าตอบ ___ หนูตามกระรอกมาค่ะ อลิซพูดขึ้น ___ นั่นล่ะ สเตล่าดึงดาบออกจากฝัก ประกายสีเงินของมันสดใสราวกับดวงตะวัน แต่กรณีของข้าไม่ได้เข้ามาแบบของพวกเจ้าก็เท่านั้นเอ ง ว่าแล้ว... หญิงสาวก็ตวัดดาบใส่อากาศว่างๆ ท่ามกลางความงุนงงของยูมะและอลิซต่อการกระทำอันแปลกป ระหลาดนี้ ___ จงเปิดออกเพื่อข้า! ซิลเวอร์ไลท์ เควตซัลโคอัลต์! __________________________________________________ _- ___ภาพในหัวออกจะหมุนติ้วๆอยู่สักหน่อย หรือบางทีอาจไม่ใช่ภาพหรอกที่หมุน แต่เป็นตัวเองต่างหากล่ะ ยูมะรู้สึกได้ขึ้นมาตงิดๆ พลางถูกจู่โจมด้วยความรู้สึกคลื่นไส้เหมือนกำลังนั่ง อยู่บนเรือโคลงเคลง วินาทีต่อมา เธอก็พุ่งอัดกับพื้นแข็งๆร้อนฉ่าบวกสว่างจ้าจากแสงอา ทิตย์ มีเสียงตูมซ่าดังลั่น เมื่อสเตล่ากับอลิซหล่นปุลงในทางน้ำใสสะอาด ละอองสดใสเย็นสดชื่นล่องลอยขึ้นก่อให้เกิดรุ้งเล็กๆข ึ้นในชั่วพริบตา ___ รุ้ง!?! สเตล่าพึมพำ ทันใดนั้นเอง ยูมะก็กระโจนเข้ากอดเธอ ___ กะ... กะ... เกิดอะไรขึ้นอ่า ทำไมมัน... หมุนติ้วๆ ฟิ้วๆ อ๊อค! ยังไม่ทันจะพูดจบ สาวน้อยหัวส้มร่างเล็กก็อ้วกใส่เจ้าหญิงนักดาบ โอ้ก!!! ___ กรี๊ด!!! . ___ ตกลงแล้ว... ดาบนี่สามารถผ่านข้ามมิติแปลกๆได้งั้นเหรอ ยูมะถามอย่างสนใจ ขณะที่สเตล่าสะบัดเสื้อนอกสีแดงที่เปียกโชก น่าสนุกจัง... ___ เออ! ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะ หญิงสาวผมเขียวพูดโกรธๆ ตอนนี้มีเพียงเสื้อตัวจิ๋วสีขาวบางๆสวมอยู่กับกระโปร งสีดำสั้นเท่านั้น ทั้งรองเท้า ทั้งเข็มขัดสะพายดาบต้องถอดออกมาตากแดดทั้งหมด เพิ่งจะเห็นประโยชน์ของแดดแรงๆก็ตอนนี้แหละนะ พูดจบ เธอก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ___ พี่สาวเลอะอ้วก! อลิซโพลงขึ้นด้วยเสียงดังฟังชัด กลายเป็นว่าสเตล่าได้ชื่อเรียกใหม่นอกจาก สเตลิน ไปเรียบร้อยแล้ว นี่ไปโดนอะไรมาน่ะ ___ อย่าเรียกข้าแบบนั้นนะ! สเตล่าหันมาตวาด ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหลังตัวเอง นี่เหรอ... ไม่มีอะไรหรอก ___ยูมะอดสังเกตไม่ได้ว่า... สายตาของสเตล่าช่างเศร้าสร้อยและมืดมนเพียงใด ก็นั่นน่ะ... เป็นรอยที่ถูกของมีคมทะลุผ่านเข้าไปไม่ใช่หรือ แถมเป็นร่องรอยที่กระจายอยู่ทั่วไปทั้งแผ่นหลังเสียด ้วย... ___ ทีนี้ก็เสร็จไปอีกหนึ่งงานนะ องค์หญิงพูดยิ้มๆ พลางลุกขึ้นยืนแต่งตัว เอาเถอะ! ถึงจะเลอะไปบ้างแต่ก็ไม่เป็นไร ___หญิงสาวทั้งสามที่อยู่ใต้ต้นไม้กลางลานจัตุรัสเล็ กๆจ้องมองเด็กๆหลายสิบคนที่มีท่าทางงุนงงเดินแยกย้าย กันไป ยูมะเงยหน้าขึ้นมองสเตล่าผู้ปรากฏรอยยิ้มละไมท่ามกลา งสายลมและไอแดด วินาทีนั้นเอง... สาวน้อยผมประกายสีส้มรู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างจี๊ดข ึ้นมาในท้อง ___ เท่ห์... เท่ห์จัง ___ หืมม์... มีอะไรเหรอ สเตล่าหันมาถาม ทันใดนั้น พลันปรากฏร่างๆหนึ่งข้างหลังเธอ จากประสาทสัมผัสอันเฉียบคมที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี เจ้าเป็นใคร! ___กลายเป็นว่าผู้ที่มาปรากฏตัวอยู่ข้างหลังเธอนั้นค ือยูมะ แต่... เมื่อครู่... ยูมะยังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้อยู่เลยไม่ใช่หรือไง ___ เอ๊ะ? ทั้งสองร้องงๆ ___วินาทีต่อมา มือที่ยังมองไม่เห็นเจ้าของก็ผลักให้สเตล่าล้มใส่สาว น้อยผมส้มร่างเล็ก ทั้งคู่ล้มคว่ำโครมลงน้ำอีกรอบ และที่ไม่คาดคิดคือ ทั้งคู่ได้จูบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ... ___ อ๋อย! ยูมะยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก ฟันกระแทก... เจ็บจังอ่า... ___ทว่าทางด้านสเตล่ากลับควันขึ้นหน้าแดงแปร๊ด ราวกับมีภาพใบหน้าของคนๆหนึ่งซ้อนทับขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะพูดได้ไม่เต็มปากนัก แต่ยูมะก็มีบางอย่างในตัวที่ทำให้เธอนึกถึงเจ้าชายฟอ ร์เต้ ___ แก! ใครกัน! ___หญิงสาวผมสีชมพูยาวตรงมีม้วนเป็นก้อนกลมตรงปลาย เธออยู่ในชุดเหมือนนักบัลเล่ต์สีฟ้าใสราวกับจะมองทะล ุผ่านเข้าไปได้ ที่หลังของเธอนั้นมีปีกใหญ่มหึมารูปทรงเหมือนปีกผีเส ื้อเป็นสีโทนเหลือง ฟ้าและชมพูดูประหลาดๆ หญิงสาวผู้นี้มีขนาดตัวพอๆกับสเตล่า เพียงแต่ว่าเป็นไม้กระดานอย่างแรง และนัยน์ตาเธอก็เป็นสีชมพูอ่อนจางๆ ___ เป็นภาพที่ให้ความประทับใจจัง แม่นี่หน้าแดงเลยล่ะ ใบหน้าร้อนผ่าวๆ ฮะๆๆๆๆ สาวน้อยปีกผีเสื้อหัวเราะคลอคำพูดที่ดูเหมือนจะพูดกั บตัวเองโดยเฉพาะ ข้าคือคอริแกน เป็นภูติแห่งการหลงทาง ___สเตล่าพุ่งเข้าใส่ตั้งใจจะคว้าคอ ฉับพลัน สาวน้อยตรงหน้าก็หายวับไป แล้วปรากฏขึ้นอีกทีที่ด้านหลังเธอ แถมยังใช้มือปิดตาเธออีกต่างหาก ___ ใครเอ่ย คอริแกนถามเสียงเยาะๆ ___พูดจบ... ภูติแห่งการหลงทางก็จูบสเตล่าเข้าอีกคน ___ จูบล่ะๆ ยูมะพูดกับอลิซ ___ แก! ทำอะไรน่ะ สเตล่าแยกเขี้ยว ดูโกรธเอามากๆ(ผสมกับความอายด้วย) แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีกับภูติที่หายตัววับไปมาได้อ ย่างอิสระ ___ จูบไง ข้าชอบจูบ คอริแกนหัวเราะลั่น ___ อืม... สาวๆนี่สนุกจังเลยแฮะ... เสียงผู้ชายลึกลับที่ดังลอดผ่านประตูออกมาเบาๆ ชายหนุ่มที่ชื่อดาร์คกำลังเฝ้ามองอย่างพอใจ (ไอ้โรคจิต ถ้ำมองเอ๊ย!) นี่แหละ! อิเทอนัล ไซด์ล่ะ ______________________________จบตอน |
| | |
| | #3 (permalink) |
| สมาชิก TG แรกเริ่ม ![]() โพส: 146 TG ออร่า: ![]() ![]() | ลงต่อเลยนะครับ __________________________________________________ ________- Wish – Follow the Rainbow ตอนที่ 3 ___สายลมอันอ่อนละมุนเช่นเดียวกับใบหญ้าบนเนินกว้างไ กลพัดโบกโอบไล้ใบหน้าขาวเนียนของหญิงสาว สเตล่า รูลซาลกี้ในเสื้อยืดขาวตัวใหญ่นอนหลับสนิทอยู่ใต้ต้น โอ๊คใหญ่กลางทุ่งสีเขียวอ่อนกับฟ้าใส ผีเสื้อสองสามตัวบินร่อนวนไปวนมาอยู่ใกล้ๆดงไม้ในเงา มืดอันเกิดจากแสงแดดสดใส และหากสังเกตดีๆแล้วล่ะก็ แถวๆชายป่าก็จะมีหญิงสาวร่างสีเขียวใบไม้ในชุดที่ดูค ล้ายกับนำผ้าแพรขาวสะอาดมาพันกันเป็นชุดกระโปรงรุ่มร ่ามลอยไปมา นั่นคือ เทพธิดาแห่งป่า ___สาวน้อยผู้นอนหลับสนิทรู้สึกตัวตื่นขึ้นจากความรู ้สึกเย็นวาบแถวๆใบหน้า เมื่อเธอลืมตาขึ้นอย่างัวเงียนั้น แสงสะท้อนสีชมพูจางๆจากนัยน์ตานั้นอยู่ใกล้เสียจนแทบ ชนกัน เธอรู้สึกถึงลมหายใจอันแผ่วเบาที่พ่นลงมา กับรอยยิ้มร่าเริงดูเจ้าเล่ห์พอดู ___‘ วูบ ’ ‘ ควับ! ’ ___คอริแกนหายตัววับไปอยู่ห่างจากสเตล่าที่ลุกพรวดขึ ้นแล้วเหวี่ยงแขนปัดออกอย่างแรง ___“ รุนแรงอีกแล้วนะ ” หญิงสาวผีเสื้อหัวเราะลั่น “ แต่ใบหน้ายามหลับของเจ้าน่ารักมากๆเลยล่ะ ” ___“ เจ้าอีกแล้วหรือ! ” ___“ อ๊ะ! คอริลนี่นา ” ยูมะ สาวน้อยร่างเด็กแต่อายุพอๆกับสเตล่าวิ่งเข้ามาหา “ วันนี้ก็มาเที่ยวด้วยกันเหรอ ” ___“ เปล่าจ้าๆ วันนี้ข้ามีธุระแถวนี้น่ะ ” คอริแกนสั่นหัว ก่อนจะรีบพูดต่ออย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสีหน้าของสเตล่ า “ ไม่เกี่ยวกับ ‘ มิติยามบ่าย ’ หรอกน่า ก็ตอนนั้นเจ้าน่ะ เล่นผ่ามิติของข้าจนเหวอะหวะ ตอนนี้มีแต่รอยรั่วเต็มไปหมด คงใช้ไม่ได้ไปอีกนานเลย ” ___“ สเตลินโหดร้าย ” ยูมะเสริม ___“ เงียบไปเลย นั่นข้าช่วยเจ้านะ! แล้วการลักพาตัวอย่างนั้นมันถูกที่ไหน และอย่ามาเรียกข้าแบบนั้นนะ ” สเตล่าแหวใส่แบบคนต่อคนแล้ววนกลับมาซ้ำอีกรอบ ___“ โหย... ดุเป็นบ้าเลย ” ___“ สเตลินโหดร้ายอ่ะ ” ___“ เลิกสุมหัวกันว่าข้าได้แล้ว! ” ___สาวน้อยผมยาวเขียวสด อดีตเจ้าหญิงผู้ข้ามมิติมาตบหน้าผากตัวเองเมื่อยูมะก ับคอริแกนจับมือกันวิ่งเล่นไปตามทางเดินที่ปูด้วยพื้ นหญ้าเหมือนเด็กๆ เธอทรุดตัวลงนั่ง ก่อนจะหวนระลึกไปถึงเรื่องเมื่อสามวันก่อน ที่เธอล้มทับยูมะ...แล้วปาก... ปาก... ___เธอหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง ___“ จะ... จะ... จะไปคิด... คิดมากอะไรกันนะ! มันก็แค่อุ... อุบัติเหตุไม่ใช่หรือไง...! ” เธอทำท่าเหมือนปัดความคิดล่องหนที่อยู่เหนือหัวออกไป ด้วยท่าทางลนลาน แล้วจึงเลื่อนมือมาแตะที่ริมฝีปากตัวเอง “ แต่ทำไม เหมือนกับว่าข้าเห็น... ฟอร์เต้... ” ___ดวงจันทร์กลมโตใสกระจ่างลอยเริงร่าอยู่กลางท้องฟ้ าสีเข้ม เหนือปราสาทสีขาวใหญ่โตถูกล้อมรอบด้วยอาณาจักรอันกว้ างไกล ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสีน้ำเงินเข้มและหญิงสาวผมยาวสล วยสีเขียวสดในชุดขาวรุ่มร่าม บนลานโล่งๆที่เชื่อมระหว่างหอคอยคู่ไว้ด้วยกัน ทั้งสองทำพิธีจุมพิตกันโดยมีนภาและจันทราเป็นพยาน เป็นครั้งแรกของสาวน้อย... ___แม้ว่าวันเวลาจะผ่านไป แต่สเตล่ายังคงจำความรู้สึกตอนนั้นได้อย่างชัดเจน จูบแรกที่เธอมอบให้แก่ชายผู้ที่เธอรัก ___“ สเตลินๆ เหม่ออะไรอยู่น่ะ ” ___เสียงเล็กๆอันเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาดังขึ้นขัดจัง หวะความคิดของเธอ สเตล่าสะดุ้งเพื่อที่จะพบว่ายูมะกับคอริแกนกำลังจ้อง มองเธออยู่อย่างใกล้ชิดด้วยสายตายิ้มแย้มจนน่ากลัว ___“ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะ กำลังนึกถึงอะไรอยู่ล่ะจ๊ะ ” ภูติสาวแห่งการหลงทางลากเสียงยาวพลางจิ้มแก้มเธอเบาๆ “ เห... เกี่ยวกับ ‘ จูบ ’ หรือเปล่าเอ่ย? ” ___‘ ปุ้ง!!! ’ ___“ หว๋าว! ดูเหมือนจะจริงแฮะ ” คอริแกนหัวเราะ เมื่อสเตล่าเผลอหลุดอาการตกใจเหมือนถูกรู้ทันออกมา “ เห็นดูเถื่อนๆ(?)แบบนี้ แต่จริงๆแล้วก็อ่อนไหวไม่ใช่เล่นเลย ” ___“ ใช่ๆ สเตลินอ่อนโยนล่ะ ” ยูมะพยักหน้าหงึกๆ ___“ พูดอะไรกันอีกล่ะ ” สเตล่าดูโกรธอยู่เหมือนกัน เธอยกมือทำท่าจะทุบคอริแกน แต่เพราะใบหน้าที่แดงซ่านราวผลสตรอเบอร์รี่นั้นพาลกล บอารมณ์นั้นไปเสียหมด “ หุบปาก... ไป... เลย ” ___จู่ๆเธอก็พลันชะงักเมื่อสายตาส่ายไปเห็นบางสิ่งเข ้าพอดี สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่สร้างด้วยอิฐที่ทำขึ้นจากทราย สิ่งที่เป็นรูปทรงสามเหลี่ยมประกบกันสี่ด้าน พีระมิดมหึมาปรากฏจากความว่างเปล่าบนภูเขาอย่างฉับพล ัน ___“ อะ... อะไรกันเนี่ย? ” สเตล่าร้องงๆ ภายในเงามืดจากสิ่งที่มีขึ้นในทันทีทันใด มันได้บดบังแสงไปเสียหมด “ มันคือ...? ” ___“ พีระมิด... ” ยูมะพึมพำ ___“ รู้จักด้วยหรือ ” คอริแกนถาม ___“ อื้ม! ในโลกเดิมก่อนที่ยูมะจะมาที่นี่น่ะ ” เด็กสาวพูด ขณะเดินเข้าไปใกล้ “ มันเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของประเทศหนึ่ง รู้สึกว่าจะถูกเรียกว่าสิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วยล่ะมั ๊ง ” ___“ สัญลักษณ์? ประเทศ? สิ่งมหัศจรรย์ของโลก? เจ้ากำลังพูดถึงอะไรน่ะ ” สเตล่าเลิกคิ้ว ___“ ข้าคิดว่ายูมะกำลังจะบอกว่าเจ้าสิ่งนี้น่ะ มาจากต่างดินแดน แต่เป็นที่แห่งเดียวกันที่เธอจากมา ” สาวน้อยปีกผีเสื้อมีท่าทางครุ่นคิด “ น่าสนใจมาก แต่ว่า... ข้าลืมไปเลยแฮะ ว่าข้ามีธุระนี่นา ถึงจะน่าเสียดาย แต่ข้าคงต้องไปก่อนล่ะนะ ” ___พูดจบ คอริแกนก็หายวับไปราวกับใบไม้หลุดลอย ____“ จะมาก็มา จะไปก็ไปแฮะ เดาไม่ถูกเลย ” ___“ สเตลิน! เข้าไปดูกันนะ!!! ” ยูมะทำตาปิ๊งๆใส่สเตล่าที่ผงะถอยกรูดไปทันที ซวยแล้วไงล่ะ... “ เข้าไปกันนะๆๆๆๆๆๆๆ ” ___“ เข้าไป? ในนั้นน่ะนะ? ” องค์หญิงนักรบผู้มาจากต่างแดนชี้มือไปยังทางเข้าที่เ ป็นช่องสี่เหลี่ยมขนาดพอคนหนึ่งซึ่งดูราวกับว่ามีไอป ระหลาดไม่น่าไว้ใจแผ่ออกมาตลอด แถมเธอยังได้ยินเสียงกระซิบน่าขนลุกดังแว่วเสียด้วยส ิ “ ขะ... ข้า ข้าไม่เข้าไปแน่ ” ___“ น่าๆนะ! ” สาวน้อยร่างเล็กหุ่นเด็กประถมยิ้มหวานยิ่งขึ้น “ ตลอดมาตอนที่อยู่อีกโลกหนึ่งน่ะ ยูมะอยากไปลองเที่ยวดูข้างในอยู่เสมอเลย คุณพีระมิดเนี่ย แต่ว่านะ เพราะบ้านที่ยูมะอยู่น่ะ มันคนละซีกโลกกับเจ้านี่เลย ดังนั้น เข้าไปดูกันนะๆ รับรองว่าไม่เป็นไรแน่ๆ ” ___และแล้วสเตล่าก็ถูกยูมะลากไปด้วยอย่างไม่เต็มใจนั ก อย่างแรกเลย เธอไม่เข้าใจที่ยูมะพูดสักคำ อย่างที่สอง ถึงเธอจะไม่เข้าไป แต่ยังไงยูมะก็จะเข้าไป และเธอก็ต้องตามไปอยู่ดี(?) และสุดท้าย คือ สายตาปิ๊งๆของยูมะนั่นเอง มันเหมือนลูกแมวน่ารักจริงๆแหละ และเธอก็ชอบแมวที่สุดเลย ___“ ไม่ต้องห่วงๆ เทคโนโลยีสมัยเก่าของโลกเดิมของยูมะน่ะ ไม่มีทางระเบิดหรืออะไรไปได้หรอก มันก็เป็นแค่หินแข็งๆนั่นแหละ แต่เห็นว่ากันว่ามันมีคำสาปล่ะ สำหรับใครก็ตามที่รุกล้ำเข้าไป ” ____“ อึ๋ย! คำสาปเหรอ! ” สเตล่าตัวสั่น “ ทะ... ทำไมไม่รีบบอกก่อนล่ะ ” ___ช้าไปแค่วินาทีหลังจากที่สองสาวได้ ‘ รุกล้ำ ’ เข้าไปแล้ว... ___“ ขอ... ขอข้ากลับออกไปก็แล้วกันนะ ” เจ้าหญิงพูด ขณะมองควันประหลาดๆลอยเอื่อยผ่านหน้ามุดเข้ากำแพงหิน ไป ตามทางเดินทรายแคบยาวทอดไปเบื้องหน้านั้นมีอักษรภาพส ลักไว้เรื่อยๆ ที่เคลื่อนสวนทางผ่านกลับมานั้นคือสายลมอับๆแห้งๆ และความมืดที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นจนมองแทบไม่เห็นทาง ___“ อะไรกัน สเตลินกลัวเหรอ น่ารักจัง... ” ยูมะพูด ถึงแม้จะเดินกันมาสักพักจนมาอยู่ในที่มืดเกือบสนิทแล ้ว แต่หญิงสาวก็พอเดาได้ว่ายูมะกำลังยิ้มอยู่ “ แต่ไม่เอาอ่ะ! ยูมะอยากเห็นข้างในนี่นา ” ___“ มืดขนาดนี้เนี่ยนะ แถม อึ๋ย! อากาศชวนคลื่นไส้ชะมัดเลย ” ___‘ แชะ! ’ ‘ พรึ่บ! ’ ___สิ้นเสียง แสงสว่างสีฟ้าอ่อนก็วาบขึ้นจากตำแหน่งแถวๆมือของเด็ก หญิงร่างจิ๋วจากกระบอกเรืองแสงได้อันเป็นหนึ่งในพลัง งานแสงสว่างที่ได้รับการประทานจากเทพธิดาแห่งการมีชี วิต เผยให้รู้ว่า ตอนนี้ทั้งสองหลุดจากทางเดินแคบมาเป็นห้องโถงที่ไม่ใ หญ่นักแล้ว ทว่าสิ่งต่างๆกลับดูไม่ต่างไปมากเท่าใด ลวดลายสลักบนกำแพง กองทรายตามจุดต่างๆ แต่ที่เพิ่มมาก็คือรูปปั้น... ____“ หยึ๋ย! ” สเตล่าผงะกับรูปสลักคนหัวสุนัขที่สูงกว่าเธอสักเท่าค รึ่งได้ มันยืนตัวแข็งทื่อเย็นชืดอยู่ข้างๆเธอ ดวงตาที่แกะกลวงเข้าไปนั้นดูน่ากลัวมากกว่าปกติ ราวกับว่ามีเวทย์มนต์บางอย่างสถิตอยู่ และได้ทำให้มันมีชีวิตชีวาอย่างน่าประหลาด อย่างกับว่ากำลังจ้องมองอยู่นั่นแหละ ___“ ว้าว! น่ารักจังเลย ” ยูมะรีบวิ่งเข้าใส่ พลางยื่นกระบอกเรืองแสงเข้าไปใกล้ๆ ___ยิ่งดูยิ่งน่าอยู่ห่างๆมากกว่าล่ะสิ สเตล่าอดไม่ได้ที่จะคิดอย่างหวาดหวั่น ___“ อ๊ะ! นั่นประตู ” ___“ จะ... จะเข้าไปจริงๆเหรอ ” ___“ อื้ม! ” ___“ งั้นก็... ” สเตล่าถอนหายใจ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีทางเลือก แต่ที่อยากได้ตอนนี้ที่สุดก็คงจะเป็นเวลาทำใจสักครู่ ล่ะ “ เธอต้องทิ้งขนมที่พกมาด้วยไว้ตามทางนะ ” ___และแล้ว ทั้งคู่ก็ก้าวผ่านช่องหินเล็กๆขนาดพอดีคนไป โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า มีร่างเล็กๆร่างหนึ่งในเงามืดตามติดมาอย่างรวดเร็ว ___เสียงหินขรุขระเลื่อนกระแทกดังโครมใหญ่เมื่อประตู ทางเข้าหล่นลงมาปิดทางสนิท สองสาวพบว่าตัวเองนั้นถูกขังอยู่ในทางเดินแคบๆที่ทอด ยาวลาดชันไปเบื้องหน้าเท่านั้น เป็นทางเดินที่มืดมิดราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ___“ ถูกขังแล้ว? ” สเตล่าร้อง ก่อนจะทุบกำแพงอย่างแรง “ มันอะไรกันเนี่ย ” ___“ อย่าเพิ่งไปกังวลให้มากเลย มันเป็นปกติในเกมนี่นา แบบพวกดันเจี้ยนลับอะไรอย่างเนี้ย แล้วอีกเดี๋ยวก็จะมีบอสโผล่ออกมา ดังนั้นรีบไปต่อกันเถอะ(?) ” ___“ เจ้ากำลังพูดอะไรอยู่น่ะ เราติดอยู่ในนี้แล้วนะ ” สเตล่าจ้องมองไปยังความมืดรอบๆด้วยประสาทเครียดเขม็ง ถ้ามีศัตรูมากันตอนนี้ล่ะก็ ในสภาพพื้นที่ที่เธอไม่รู้จักเลยสักนิดเสียด้วย ___‘ ตุบ! ’ ___บางอย่างเท่าชิ้นขนมสีขาวๆร่วงผ่านหน้าสเตล่าไปบน พื้น ตามมาด้วยความรู้สึกขนลุกแปลกๆที่วาบขึ้นมาตามแขนขา มันดูเหมือนกับเป็นความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นมานานแล้ ว และเธอก็ลืมมันไป แต่ที่แน่ๆ มันคงไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีหรอก... ___ราวกับจะตอกย้ำความทรงจำที่เลือนราง เมื่อเจ้าสิ้งนั้นร่วงลงมาอีกอัน หรือเรียกให้ถูกว่าอีกตัว และคราวนี้มันตกลงมาบนหัวยูมะ ____“ อ๊ะ! คุณบุ้งนี่นา มีคุณบุ้งในนี้ด้วยล่ะ ” ยูมะใช้กระบอกเรืองแสงสีฟ้าเขี่ยเจ้าสิ่งมีชีวิตจิ๋ว ที่เต็มไปด้วยขนลงมาบนถุงขนมในมือ “ สเตลินดูสิๆ ” ___แต่หญิงสาวไม่ตอบ ไม่สิ! เธออยู่ในสภาพที่ตอบไม่ได้แล้วตอนนี้ ราวกับเป็นระเบิดที่จุดชนวนเมื่อไหร่ก็ได้ สเตล่ากับความหวาดหวั่นสุดขีดจนแทบหยุดหายใจ ___“ หืมม์? ” สาวน้อยหัวส้มมององค์หญิงที่ตัวแข็งทื่อไปแล้วด้วยสา ยตางุนงง ก่อนจะยื่นซองขนมเข้าไปใกล้ ___สเตล่าถอยหลังไปก้าวหนึ่ง... ___ยูมะตามติดอีกก้าว... ___“ ยะ... อย่าเอามาใกล้นะ!!! ” สเตล่าพูดเสียงสั่นๆ หยาดน้ำตารื้นออกมา ___“ อ่ะฮ้า! สเตลินกลัวสินะ ” ___“ ปะ... เปล่าสักหน่อย... ข้า... ข้าแค่ แค่ไม่ชอบที่มันขยับตัวงอๆ แล้ว... แล้วก็... ขน... ” ___“ กลัวสินะ... ” ___“ กรี๊ด!!! อย่าเข้ามานะ!!! ” ___ยูมะกับสีหน้าที่แสดงถึงชัยชนะ(?)ก้าวสะดุดหินก้อ นเล็กๆ แต่ล้มทับสเตล่าโครมใหญ่ มีเสียงกริ๊กดังขึ้นเบาๆ และช่วงเวลาเล็กน้อยให้พอหายใจสักนิด ก่อนที่จะ... ___ก่อนที่จะไปกันต่อ เรามาลองนึกกันดูว่าส่วนใหญ่ตามหนังหรือเกมเกี่ยวกับ การผจญภัยในดันเจียนต่างๆ เวลามีเสียงกริ๊กดังขึ้นนี่มีอยู่หลายความหมาย โดนกับดัก เก็บไอเทมได้ เจอบอสไม่ใหญ่นักเข้าแล้ว และก็โดนกับดัก มาลองทายสิว่า เสียงกริ๊กนี้คืออะไร... ___ก่อนที่จะ... ___ปุยขาวกองมหึมาหลุดร่วงหล่นลงจากความมืดมิดเบื้อง บน สเตล่าลืมตาขึ้นพอดีทันเห็นกองทัพแมลงก่อนที่จะเป็นล มไปเสียดื้อๆ ในวินาทีนั้นเอง ประตูหินที่ทั้งสองพิงอยู่นั้นพลันเลื่อนขึ้นส่งให้ส าวน้อยทั้งสองกลิ้งหลุนๆออกมายังลานโล่งๆ .................................................. .................................................. ...................................... ___“ เอ้า! ถอดเลยๆ ” เสียงทุ้มต่ำเหมือนใช้หินขูดหินด้วยกันดังเชียร์ลั่น จนแก้วหูสั่นสะเทือนอย่างแรงจนสาวน้อยผู้จมอยู่กับคว ามหลับใหลรู้สึกตัวตื่นขึ้นพร้อมกับเย็นหวิวๆวาบตามต ัว “ เป่ายิ้งฉุบ!!! เฮ้! พวกข้าชนะอีกแล้ว ” ___เปลือกตาอันหนักอึ้งของสเตล่าเปิดพรวดรับความสว่า งจากแสงนวลสีฟ้าเมื่อพบว่ามีมือมายุ่มย่ามแถวๆท้อง เธอลุกพรวดขึ้นจนหัวกระแทกเข้าอย่างจังกับบางสิ่ง ซึ่งต่อมาเธอจึงรู้ว่านั่นคือหน้าผากของอลิซ เด็กหญิงปากเสียที่เคยพบกันในตอนที่ฝ่าเข้าไปในมิติข องคอริแกน ___“ ทะ... ทำอะไรกันน่ะ! ” สเตล่าร้อง เสื้อนอกสีแดงของเธอหายไป... ไปอยู่ที่มือของรูปปั้นคนหัวสุนัขตนหนึ่งในหลายๆตัวท ี่กำลังพูดผสมกับหอนกันอย่างคึกคัก แถมในมือยูมะที่อยู่ห่างไปไม่มากนัก คือถุงเท้าทั้งสองข้างของเธอ ___“ ถอดเลยๆๆๆๆๆๆ ” เสียงเชียร์เป็นลูกคลื่นตามจังหวะการกระโดดโลดเต้นขอ งรูปปั้น “ พวกเธอแพ้แล้วนี่ๆ ” ___“ คือว่า... เรากำลังเล่นเกมเป่ายิ้งฉุบกันน่ะ พนันกันด้วยเสื้อผ้า ” ยูมะตอบสีหน้าสงสัยของเจ้าหญิง “ ไม่งั้นพวกเราจะผ่านห้องนี้ไปไม่ได้ ” ___“ แล้ว... แล้วทำไมถึงต้องถอดเสื้อผ้าข้าล่ะ ” ___“ อย่าไปสนใจกับเรื่องหยุมหยิมเลยน่า ยัยเลอะอ้วก! ” อลิซพูดด้วยท่าทางโกรธๆ มือหนึ่งกุมหน้าผากไปด้วย ____“ ก็แล้วทำไมเจ้าไปถอดเองล่ะ ” สเตล่าตวาดแหว ___“ เอ้า! ถอดสิ ถอดเลย แม่สาวอกโต เย้! ” ___“ ยอมๆหน่อยเถอะน่า สเตลิน เดี๋ยวเทิร์นหน้ายูมะก็ชนะได้แน่ๆ ” ___“ เจ้าพูดจริงง่ะ ชนะแน่ๆเหรอ ” สาวน้อยพูดอย่างไม่มั่นใจนัก เสื้อนอก ถุงเท้า แล้วก็เข็มขัดดาบเธอไปแล้ว ถ้าแพ้อีกที คงมีรายการโชว์กันแน่ๆ แต่ปัญหามันคือว่า เจ้าพวกรูปปั้นมันมีอะไรให้ถอดด้วยหรือไงกันนะ “ ขะ... ข้าไม่เอาด้วยหรอก ” ___“ เสียสละแค่นี้ไม่ได้หรือไง กะอีแค่โชว์อกโตๆน่ะ ” อลิซโพลงขึ้น ___“ วิ้ว! หน้าอก!!! ” เสียงประสานเฮลั่น ___“ สเตลินโชว์อกล่ะ เย้ว! ” ยูมะร้องเป็นเพลง ___สเตล่าที่ตอนนี้กำลังตัวสั่นหน้าแดง(ด้วยความโกรธ ?) ในที่สุดก็ถึงจุดที่ขีดความอดทนทั้งหลายทั้งปวงขาดผึ งเสียที เธอทุบพื้นทรายแตะทะลุเป็นหลุมลงไปภายในครั้งเดียว เกิดความเงียบขึ้นโดยฉับพลัน ___“ ไอ้~ พวก~ โรค~ จิต~ ” เจ้าหญิงผู้กราดเกรียวจนกลายเป็นปิศาจเสียแล้วก้มหน้ ามองพื้น เสียงพูดของเธอเหมือนกำลังกัดฟันอยู่ ขณะที่ถอนกำปั้นออกจากพื้นแตกๆที่ร่วงกราว ยูมะ อลิซและเหล่ารูปสลักสะดุ้งเฮือก ___“ แก! ตาย!!! ” ___“ กรี๊ด! สเตลินคลั่งแล้ว!!! ” ___“ อ๊าคคคคค! หนีเร็ว! ” ___‘ ตูม! ’ ‘ พล่อก!!! ’ ‘ เปรี้ยง!!! ’ ………………………………………………………………………. ___“ นะ... น่ากลัวเป็นบ้าเลย ” อลิซกระซิบกับยูมะ ขณะที่ทั้งสองเดินตามหลังสเตล่าที่หาทางออกอย่างเอาเ ป็นเอาตายด้วยท่าทางอารมณ์บูดสุดๆ “ คนอะไรก็ไม่รู้ ซัดรูปปั้นกระจายได้ด้วยหมัดเดียว ” ___“ สองคนนั้นน่ะ! ซุบซิบอะไรกัน ฮึ! ” สเตล่าโพลงขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอายูมะสะดุดล้มโครมใหญ่ “ ทั้งหมดก็เพราะพวกเจ้านั่นแหละ ” พูดอีกก็ถูกอีก อลิซแอบตามเข้ามา(เก็บกิน)จากชิ้นขนมที่ทิ้งไว้เป็นเ ครื่องหมายบนพื้น(?) ยูมะที่ลากสเตล่า(ตอนเป็นลม)ก็ดันเดินมั่วๆจนหลงทางแ ละเผลอไปรับคำท้าเป่ายิ้งฉุบกับพวกรูปปั้นหินโรคจิต ยังดีหน่อยที่ตอนทางเดินบุ้งหล่นนั้น อลิซที่อยู่อีกฟากหนึ่งของประตูบังเอิญไปกดถูกสวิตซ์ เปิดประตูพอดี แต่จะว่าไป... ต้นเหตุทั้งหมดก็มาจากที่ยูมะอยากจะเข้ามาสำรวจในไอ้ พีระมิดบ้าๆนี่แหละ ___“ เอาน่าๆ อย่าไปเครียดมันเลย เดี๋ยวแก่เร็วนะ ” อลิซพึมพำ ___“ หุบปากไปเลย! ” ___ประตูบานใหญ่เปล่งประกายสะท้อนแสงจากกระบอกสีฟ้า ‘ ประกายแสงแห่งแฟรี่ ’ ในมือสเตล่า ลวดลายดวงตากับผู้คนหันข้างดูแปลกประหลาด ทันใดนั้นเอง คบเพลิงหินที่ดูทื่อๆพลันลุกโพลงสว่างไสวขึ้น เผยให้เห็น... ___“ กรุณาถอดรองเท้าไว้ด้านนอกด้วยฮะ กับ ผมยุ่งอยู่ฮะหม่ามี๊ ” สเตล่าอ่านป้ายกระดาษแหว่งวิ่นแผ่นเล็กๆที่ติดอยู่บน กำแพงข้างๆประตูด้วยน้ำเสียงงุนงง “ มันควรจะมีอะไรแบบนี้ด้วยหรือไง? ” ____“ บางทีมันอาจจะเป็นห้องนอนก็ได้มั๊งถึงได้แปะป้ายแบบน ั้นเอาไว้ ” ยูมะพูด ___“ ในที่ต้องสาปอย่างนี้เนี่ยนะ ” ___“ หรืออาจเป็นห้องน้ำก็ได้ ” อลิซต่อ ___“ นั่นยิ่งแล้วใหญ่เลย ” องค์หญิงผมเขียวพูด กอดอกด้วยท่าทางราวกับแม่ที่กำลังไม่พอใจ “ แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม เราจะไม่เข้าประตูนี้เด็ดขาด เห็นได้ชัดว่าเรามากันผิดทางแล้ว ดังนั้น อ้าว...? ” ___เด็กสาวทั้งสองถอดรองเท้าเปิดประตูเข้าไปเรียบร้อ ยแล้ว ___ชั้นวางไม้เก่าแก่จนน่ากลัวว่ามันจะหักถล่มลงมาได ้ในทุกวินาที หีบสมบัติใบใหญ่ทำจากทองคำหลายร้อยใบตั้งกองอยู่ทั่ว ไปบนพื้นที่ราบเรียบจนแทบไร้เม็ดทราย เพียงแค่ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้ามาในห้องนี้ แสงไฟจากเปลวเทียนพลันลุกพรึ่บต่อกันเป็นทอดๆลึกเข้า ไปเรื่อยๆ เผยให้เห็นถึงความใหญ่โตและกว้างขวางน่าตื่นตาตื่นใจ ด้านในสุดของห้องนั้น เป็นหีบทองคำยาวพอจุคนเข้าไปได้ ซึ่งรูปร่างบนฝาหีบ คือคนนอนลืมตาโพลงมือไขว้กัน ___“ โลงศพ... ” สเตล่าขมวดคิ้ว พลางก้าวผ่านประตูทองคำอย่างระมัดระวัง “ คำสาปงั้นหรือ ” ___“ ว้าว! ตุ๊กตาหมีล่ะ ” ___“ เอ๋? ” เจ้าหญิงร้องงงๆ ___ตุ๊กตาสัตว์ตั้งแต่หนูตัวเล็กเท่าฝ่ามือไปจนถึงปล าวาฬยัดนุ่นขนาดเท่าเรือสำเภาวางเรียงรายอยู่บนชั้นไ ม้ที่ผนังทอดยาวไปด้านหนึ่ง ส่วนทางผนังอีกด้าน มีเกมกระดานทุกชนิดเท่าที่จะคิดจินตนาการได้กับของเล ่นสังกะสีและไม้ ภายในห้องนั้นมีโต๊ะตัวใหญ่ขนาดนั่งได้สองคน สามคน สี่คนและเป็นครอบครัวใหญ่ตั้งระเกะระกะ ที่สำคัญ สภาพทั้งหมดนั้นดูเหมือนเพิ่งมีการจัดปาร์ตี้มาหมาดๆ ___“ ขยะเกลื่อนเลย ” อลิซร้องแหวะ “ อี๊! เค้กช็อคฯขึ้นรา ” ___“ ดูสิๆ กระต่ายล่ะ มาเต้นรำกันนะ ” ยูมะอุ้มตุ๊กตากระต่ายขายาวสูงเท่าเธอในชุดทักซิโดสี ดำกับสีขนประดุจหิมะขึ้นมาเต้นรำหมุนๆ ___“ นะ... นี่มันอะไรกันเนี่ย ” ยิ่งผ่านไป สเตล่าก็ยิ่งงงกับสิ่งที่เจอ จะอันตราย... ก็ไม่ แต่จะเรียกว่าปลอดภัย... มันก็... ___“ อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิ! ” เด็กสาวผมสั้นสีส้มหัวเราะร่า “ มาเต้นกับคุณกระต่ายเถอะ อ๊ะ! นี่มันซุปเปอร์แฟมิค่อมนี่นา!! ” ___“ อะไรหรือ ” สเตล่ากับอลิซก้าวเข้าหายูมะที่วางกระต่ายทักซิโดลงบ นโต๊ะ แล้วก้มหยิบกล่องสีดำสนิทขึ้นมา ___“ มันเป็นเครื่องเกมน่ะ เป็นของที่มาจากโลกที่ยูมะเคยอยู่ ” สาวน้อยพูด ขณะพิจารณาเจ้าวัตถุประหลาดชิ้นนั้นอย่างสนอกสนใจ “ มันต้องใส่ตลับตรงนี้ จากนั้นก็ต่อกับทีวี แล้วก็... ” ___ทั้งสเตล่าและอลิซมองหน้ากัน ทั้งคู่ไม่เข้าใจที่ยูมะพูดเลยสักคำ ___“ อย่าไปใส่ใจกับกล่องดำประหลาดนั่นเลย มาสำรวจกันดีกว่า พนันได้เลยว่าในนี้ต้องมี... ” เด็กสาวผมทองในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนทับด้วยผ้ากันเปื้ อน อลิซมุดหัวเข้าไปในหีบสมบัติใบโตแล้วหยิบเอากล่องกระ ดาษทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวออกมา “ เกมกระดานล่ะ มีเต็มเลย... เอ๊ะ!?! ” ___สองสาวยืนหน้าซีดตัวแข็งทื่อ มือสั่นๆของยูมะชี้ตรงมาที่เธอ... อลิซหันกลับไป... ___“ กรี๊ด!!! สัตว์ประหลาด!!! ” ___สิ่งที่รูปร่างคล้ายมนุษย์อบแห้งจนหวิดจะเป็นฝุ่น ในผ้าพันแผลขาดๆรุ่ยๆยืนอ้าปากโชว์ฟันบิ่นๆหักๆกับลม หายใจอับๆเป็นฝุ่นทุกครั้ง บนหัวของมันสวมหมวกทรงสูงที่รูปร่างเหมือนมงกุฎ ดูท่าท่าว่าเจ้านี่ต้องเป็นราชาของที่นี่แน่ๆ ___“ ยูมะ... ยัยเลอะอ้วก...!?! หายไปแล้ว!!! ” ___และสิ่งสุดท้ายในขณะนี้ที่อลิซสามารถรับรู้ได้คือ ประตูที่ปิดงับลงกับผู้ที่น่าจะเป็นเพื่อนทั้งสองคนเ ผ่นหายไปเรียบร้อยแล้ว .................................................. .................................................. ............................ ___เสียงครางประหลาดให้ความรู้สึกหนาวยะเยือกไปถึงสั นหลังดังแว่วผ่านอากาศอับๆอันไม่อาจรู้สึกถึงสายลมได ้เลยแม้แต่น้อย บนทางเดินตรงแคบๆ หญิงสาวสองคนออกแรงวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต โดยมีตัวประหลาดในผ้าพันแผลนับสิบก้าวเบี้ยวๆบิดๆแต่ เร็วเหลือเชื่อไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ นอกจากนี้เจ้าตัวพวกนั้นยังมีงูสีดำแดงเลื้อยโผล่มาก ลางหัวที่แตกๆร้าวๆเสียด้วย ___“ เขาเรียกว่ามัมมี่ สเตลิน! แต่ว่าพวกเราทิ้งอลิซมานะ ” ___“ ลืมไปเลย!!! ” สเตล่าหอบแฮ่ก “ ว่าไงล่ะ! จะย้อนกลับไปไหมล่ะ นี่คือโอกาสที่จะตัดสินใจได้ ” ___“ มันก็แน่อยู่แล้ว... ” ยูมะพูดอย่างมั่นใจ ก่อนจะหันกลับไปมอง แต่พอสบตาเข้ากับศพแห้งๆและเบ้าตากลวงโบ๋นั่นแล้ว ความมั่นใจดูจะหายกลับไปยังก้นบึ้งเสียหมด “ คะ... ใครจะกลับไปกันอ่ะ ” ___“ ยูมะ ” ___“ หืมม์ ” ___“ มัมมี่นี่เป็นผีใช่ไหม ” ___“ อืม ” ___“ เจ้าบอกว่าพวกมันจะคอยไล่ใครก็ตามที่บุกเข้ามาในสุสา น ไอ้พีระมิดนี้ใช่ไหม ” ___“ อื้ม! จะว่ายูมะงั้นเหรอ! ยูมะไม่รู้นี่นาว่ามัมมี่มันวิ่งได้ด้วย ” ___“ ตอนนี้ข้าว่าเรื่องนั้นมันไม่ใช่ปัญหาหรอก ที่ข้าสงสัยน่ะ คือ ทำไมพวกผีตายซากนั่นถึงได้ร้องว่ากางเกงในๆมาตั้งนาน แล้วล่ะ ” สเตล่าพูด แล้วทั้งคู่ก็พร้อมใจกันหันกลับไปมองอีกรอบ บรรดามัมมี่หัวงูทั้งหลายต่างดูมีชีวิตชีวาอย่างน่าป ระหลาด ก่อนที่สเตล่าจะพบว่า กระโปรงสีดำแดงลายตารางของเธอนั่นถูกเกี่ยวขาดเป็นทา งยาว ___“ สเตลิน! สีชมพู!!! ” ___“ กาง~ เกง~ ใน~ ” ___“ ไม่น่าเชื่อ! สเตลินนี่นะใส่สีชมพู น่ารักจังเลย~ ” ___“ เงียบนะ! ” สเตล่าหน้าแดงเหมือนมะเขือเทศสุก ___“ กาง~ เกง~ … ” ___“ รำคาญเฟ้ย! หุบปากไปเลยพวกแก!!! ” เธอตะโกนกลบเสียงครางของมัมมี่ “ จงมา ซิลเวอร์ไลท์ เควตซัลโคอัลต์! ” ___‘ วิ้ง!!! ’ ___ตูม............ __________________________________________________ _____ ___แสงแดดเจิดจ้าสดใสกับสายลมอันอ่อนโยนที่พัดพาความ เย็นฉ่ำดุจละอองน้ำหลังสายรุ้ง ใบหญ้าเขียวขจีอ่อนนุ่มหอมหวานยามล้มตัวลงนอน เจ้าหญิงร่างสูงค่อยๆวางเด็กสาวลงใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างพ ีระมิดยักษ์อย่างแผ่วเบา เธอเขี่ยเส้นผมสีส้มที่ปรกหน้ายูมะ ก่อนจะเผยรอยยิ้มสดใสออกมา ___แล้วหญิงสาวก็หัวเราะ หัวเราะกันทั้งสองคน ก่อนจะเกิดความเงียบงันขึ้น เมื่อสองสาวไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา ทว่า... ทั้งคู่ต่างก็เข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี ___จะเรียกว่าสนุก... ก็คงได้มั๊ง... ___ราวกับเป็นสายรุ้งเล็กๆที่เกิดขึ้นหลังฝนพรำ หรือเสียงหัวเราะร่าเริง หลังจากที่ผ่านเรื่องงี่เง่าไร้สาระบางเรื่องมาได้ ___“ อ้าว! หลับไปแล้วหรือเนี่ย ข้าหรือก็อุตส่าห์รีบทำธุระแล้วรีบมาแล้วเชียวนะ ” หญิงสาวผมชมพูม้วนเป็นหลอดตรงปลายผู้มีปีกผีเสื้อบนห ลังพูดพลางถอนหายใจ “ ก็เอาเถอะ ถือว่ามารับนี่แทนก็แล้วกันนะจ๊ะ ” ___พูดจบ คอริแกนก็โน้มตัวลงจูบริมฝีปากทั้งสเตล่าและยูมะ ___“ อืม... ได้เรื่องดีๆของวันมาแล้ว ว่าแต่... เอ... เจ้าสิ่งประหลาดนี่มีรูโหว่ด้วยเหรอ ” ___ภาพของพีระมิดที่โดนระเบิดหายไปแถบใหญ่ๆแถบหนึ่ง และเมื่อคอริแกนเห็นดาบในอ้อมแขนสเตล่า เธอก็ยิ้มออกมาในทันที ___“ เจ้าก็ด้วยนะ ” ภูติสาวโน้มตัวลงจูบด้ามดาบเบาๆ .................................................. .................................................. ..................................... ___“ แล้วทีนี้นะ หล่อนก็ไล่เราออกไปนอนนอกห้อง ” มัมมี่แห้งๆผู้สวมมงกุฎบนหัวยักไหล่ “ ข้าทนไม่ไหวเลยหนีออกมาจากวัง คิดว่าจะมานอนที่นี่สักหน่อย ไปๆมาๆเราก็พบว่าตัวเองตายแล้วนี่แหละ เอาขนมอีกไหม... ” ___“ ไม่ต้อง! คิดจะหลอกหนูด้วยขนมงั้นหรือ ไม่หลงกลหรอกน่า! เอ้า! หกแต้ม! หนูชนะแล้ว!!! ” อลิซทอยเต๋า ก่อนจะหยิบตัวเดินไปวางไว้ที่เส้นชัย ทำเอามัมมี่ มัมมี่ มัมมี่แล้วก็มัมมี่ต่างชะงักค้างไปตามๆกัน ___“ ม่ายจริงน่า!!! ” ทั้งหมดประสานเสียงร้อง ________________________________________จบตอน |
| | |
| | #4 (permalink) |
| สมาชิก TG แรกเริ่ม ![]() โพส: 146 TG ออร่า: ![]() ![]() | Wish Follow the Rainbow ตอนที่ 3 ___สายลมอันอ่อนละมุนเช่นเดียวกับใบหญ้าบนเนินกว้างไ กลพัดโบกโอบไล้ใบหน้าขาวเนียนของหญิงสาว สเตล่า รูลซาลกี้ในเสื้อยืดขาวตัวใหญ่นอนหลับสนิทอยู่ใต้ต้น โอ๊คใหญ่กลางทุ่งสีเขียวอ่อนกับฟ้าใส ผีเสื้อสองสามตัวบินร่อนวนไปวนมาอยู่ใกล้ๆดงไม้ในเงา มืดอันเกิดจากแสงแดดสดใส และหากสังเกตดีๆแล้วล่ะก็ แถวๆชายป่าก็จะมีหญิงสาวร่างสีเขียวใบไม้ในชุดที่ดูค ล้ายกับนำผ้าแพรขาวสะอาดมาพันกันเป็นชุดกระโปรงรุ่มร ่ามลอยไปมา นั่นคือ เทพธิดาแห่งป่า ___สาวน้อยผู้นอนหลับสนิทรู้สึกตัวตื่นขึ้นจากความรู ้สึกเย็นวาบแถวๆใบหน้า เมื่อเธอลืมตาขึ้นอย่างัวเงียนั้น แสงสะท้อนสีชมพูจางๆจากนัยน์ตานั้นอยู่ใกล้เสียจนแทบ ชนกัน เธอรู้สึกถึงลมหายใจอันแผ่วเบาที่พ่นลงมา กับรอยยิ้มร่าเริงดูเจ้าเล่ห์พอดู ___ วูบ ควับ! ___คอริแกนหายตัววับไปอยู่ห่างจากสเตล่าที่ลุกพรวดขึ ้นแล้วเหวี่ยงแขนปัดออกอย่างแรง ___ รุนแรงอีกแล้วนะ หญิงสาวผีเสื้อหัวเราะลั่น แต่ใบหน้ายามหลับของเจ้าน่ารักมากๆเลยล่ะ ___ เจ้าอีกแล้วหรือ! ___ อ๊ะ! คอริลนี่นา ยูมะ สาวน้อยร่างเด็กแต่อายุพอๆกับสเตล่าวิ่งเข้ามาหา วันนี้ก็มาเที่ยวด้วยกันเหรอ ___ เปล่าจ้าๆ วันนี้ข้ามีธุระแถวนี้น่ะ คอริแกนสั่นหัว ก่อนจะรีบพูดต่ออย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสีหน้าของสเตล่ า ไม่เกี่ยวกับ มิติยามบ่าย หรอกน่า ก็ตอนนั้นเจ้าน่ะ เล่นผ่ามิติของข้าจนเหวอะหวะ ตอนนี้มีแต่รอยรั่วเต็มไปหมด คงใช้ไม่ได้ไปอีกนานเลย ___ สเตลินโหดร้าย ยูมะเสริม ___ เงียบไปเลย นั่นข้าช่วยเจ้านะ! แล้วการลักพาตัวอย่างนั้นมันถูกที่ไหน และอย่ามาเรียกข้าแบบนั้นนะ สเตล่าแหวใส่แบบคนต่อคนแล้ววนกลับมาซ้ำอีกรอบ ___ โหย... ดุเป็นบ้าเลย ___ สเตลินโหดร้ายอ่ะ ___ เลิกสุมหัวกันว่าข้าได้แล้ว! ___สาวน้อยผมยาวเขียวสด อดีตเจ้าหญิงผู้ข้ามมิติมาตบหน้าผากตัวเองเมื่อยูมะก ับคอริแกนจับมือกันวิ่งเล่นไปตามทางเดินที่ปูด้วยพื้ นหญ้าเหมือนเด็กๆ เธอทรุดตัวลงนั่ง ก่อนจะหวนระลึกไปถึงเรื่องเมื่อสามวันก่อน ที่เธอล้มทับยูมะ...แล้วปาก... ปาก... ___เธอหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง ___ จะ... จะ... จะไปคิด... คิดมากอะไรกันนะ! มันก็แค่อุ... อุบัติเหตุไม่ใช่หรือไง...! เธอทำท่าเหมือนปัดความคิดล่องหนที่อยู่เหนือหัวออกไป ด้วยท่าทางลนลาน แล้วจึงเลื่อนมือมาแตะที่ริมฝีปากตัวเอง แต่ทำไม เหมือนกับว่าข้าเห็น... ฟอร์เต้... ___ดวงจันทร์กลมโตใสกระจ่างลอยเริงร่าอยู่กลางท้องฟ้ าสีเข้ม เหนือปราสาทสีขาวใหญ่โตถูกล้อมรอบด้วยอาณาจักรอันกว้ างไกล ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสีน้ำเงินเข้มและหญิงสาวผมยาวสล วยสีเขียวสดในชุดขาวรุ่มร่าม บนลานโล่งๆที่เชื่อมระหว่างหอคอยคู่ไว้ด้วยกัน ทั้งสองทำพิธีจุมพิตกันโดยมีนภาและจันทราเป็นพยาน เป็นครั้งแรกของสาวน้อย... ___แม้ว่าวันเวลาจะผ่านไป แต่สเตล่ายังคงจำความรู้สึกตอนนั้นได้อย่างชัดเจน จูบแรกที่เธอมอบให้แก่ชายผู้ที่เธอรัก ___ สเตลินๆ เหม่ออะไรอยู่น่ะ ____เสียงเล็กๆอันเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาดังขึ้นขัดจั งหวะความคิดของเธอ สเตล่าสะดุ้งเพื่อที่จะพบว่ายูมะกับคอริแกนกำลังจ้อง มองเธออยู่อย่างใกล้ชิดด้วยสายตายิ้มแย้มจนน่ากลัว ___ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะ กำลังนึกถึงอะไรอยู่ล่ะจ๊ะ ภูติสาวแห่งการหลงทางลากเสียงยาวพลางจิ้มแก้มเธอเบาๆ เห... เกี่ยวกับ จูบ หรือเปล่าเอ่ย? ___ ปุ้ง!!! ___ หว๋าว! ดูเหมือนจะจริงแฮะ คอริแกนหัวเราะ เมื่อสเตล่าเผลอหลุดอาการตกใจเหมือนถูกรู้ทันออกมา เห็นดูเถื่อนๆ(?)แบบนี้ แต่จริงๆแล้วก็อ่อนไหวไม่ใช่เล่นเลย -___ ใช่ๆ สเตลินอ่อนโยนล่ะ ยูมะพยักหน้าหงึกๆ ___ พูดอะไรกันอีกล่ะ สเตล่าดูโกรธอยู่เหมือนกัน เธอยกมือทำท่าจะทุบคอริแกน แต่เพราะใบหน้าที่แดงซ่านราวผลสตรอเบอร์รี่นั้นพาลกล บอารมณ์นั้นไปเสียหมด หุบปาก... ไป... เลย ___จู่ๆเธอก็พลันชะงักเมื่อสายตาส่ายไปเห็นบางสิ่งเข ้าพอดี สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่สร้างด้วยอิฐที่ทำขึ้นจากทราย สิ่งที่เป็นรูปทรงสามเหลี่ยมประกบกันสี่ด้าน พีระมิดมหึมาปรากฏจากความว่างเปล่าบนภูเขาอย่างฉับพล ัน ___ อะ... อะไรกันเนี่ย? สเตล่าร้องงๆ ภายในเงามืดจากสิ่งที่มีขึ้นในทันทีทันใด มันได้บดบังแสงไปเสียหมด มันคือ...? ___ พีระมิด... ยูมะพึมพำ ___ รู้จักด้วยหรือ คอริแกนถาม ___ อื้ม! ในโลกเดิมก่อนที่ยูมะจะมาที่นี่น่ะ เด็กสาวพูด ขณะเดินเข้าไปใกล้ มันเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของประเทศหนึ่ง รู้สึกว่าจะถูกเรียกว่าสิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วยล่ะมั ๊ง ___ สัญลักษณ์? ประเทศ? สิ่งมหัศจรรย์ของโลก? เจ้ากำลังพูดถึงอะไรน่ะ สเตล่าเลิกคิ้ว ___ ข้าคิดว่ายูมะกำลังจะบอกว่าเจ้าสิ่งนี้น่ะ มาจากต่างดินแดน แต่เป็นที่แห่งเดียวกันที่เธอจากมา สาวน้อยปีกผีเสื้อมีท่าทางครุ่นคิด น่าสนใจมาก แต่ว่า... ข้าลืมไปเลยแฮะ ว่าข้ามีธุระนี่นา ถึงจะน่าเสียดาย แต่ข้าคงต้องไปก่อนล่ะนะ ___พูดจบ คอริแกนก็หายวับไปราวกับใบไม้หลุดลอย ___ จะมาก็มา จะไปก็ไปแฮะ เดาไม่ถูกเลย ___ สเตลิน! เข้าไปดูกันนะ!!! ยูมะทำตาปิ๊งๆใส่สเตล่าที่ผงะถอยกรูดไปทันที ซวยแล้วไงล่ะ... เข้าไปกันนะๆๆๆๆๆๆๆ ___ เข้าไป? ในนั้นน่ะนะ? องค์หญิงนักรบผู้มาจากต่างแดนชี้มือไปยังทางเข้าที่เ ป็นช่องสี่เหลี่ยมขนาดพอคนหนึ่งซึ่งดูราวกับว่ามีไอป ระหลาดไม่น่าไว้ใจแผ่ออกมาตลอด แถมเธอยังได้ยินเสียงกระซิบน่าขนลุกดังแว่วเสียด้วยส ิ ขะ... ข้า ข้าไม่เข้าไปแน่ ___ น่าๆนะ! สาวน้อยร่างเล็กหุ่นเด็กประถมยิ้มหวานยิ่งขึ้น ตลอดมาตอนที่อยู่อีกโลกหนึ่งน่ะ ยูมะอยากไปลองเที่ยวดูข้างในอยู่เสมอเลย คุณพีระมิดเนี่ย แต่ว่านะ เพราะบ้านที่ยูมะอยู่น่ะ มันคนละซีกโลกกับเจ้านี่เลย ดังนั้น เข้าไปดูกันนะๆ รับรองว่าไม่เป็นไรแน่ๆ ___และแล้วสเตล่าก็ถูกยูมะลากไปด้วยอย่างไม่เต็มใจนั ก อย่างแรกเลย เธอไม่เข้าใจที่ยูมะพูดสักคำ อย่างที่สอง ถึงเธอจะไม่เข้าไป แต่ยังไงยูมะก็จะเข้าไป และเธอก็ต้องตามไปอยู่ดี(?) และสุดท้าย คือ สายตาปิ๊งๆของยูมะนั่นเอง มันเหมือนลูกแมวน่ารักจริงๆแหละ และเธอก็ชอบแมวที่สุดเลย ___ ไม่ต้องห่วงๆ เทคโนโลยีสมัยเก่าของโลกเดิมของยูมะน่ะ ไม่มีทางระเบิดหรืออะไรไปได้หรอก มันก็เป็นแค่หินแข็งๆนั่นแหละ แต่เห็นว่ากันว่ามันมีคำสาปล่ะ สำหรับใครก็ตามที่รุกล้ำเข้าไป ___ อึ๋ย! คำสาปเหรอ! สเตล่าตัวสั่น ทะ... ทำไมไม่รีบบอกก่อนล่ะ ___ช้าไปแค่วินาทีหลังจากที่สองสาวได้ รุกล้ำ เข้าไปแล้ว... ___ ขอ... ขอข้ากลับออกไปก็แล้วกันนะ เจ้าหญิงพูด ขณะมองควันประหลาดๆลอยเอื่อยผ่านหน้ามุดเข้ากำแพงหิน ไป ตามทางเดินทรายแคบยาวทอดไปเบื้องหน้านั้นมีอักษรภาพส ลักไว้เรื่อยๆ ที่เคลื่อนสวนทางผ่านกลับมานั้นคือสายลมอับๆแห้งๆ และความมืดที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นจนมองแทบไม่เห็นทาง ___ อะไรกัน สเตลินกลัวเหรอ น่ารักจัง... ยูมะพูด ถึงแม้จะเดินกันมาสักพักจนมาอยู่ในที่มืดเกือบสนิทแล ้ว แต่หญิงสาวก็พอเดาได้ว่ายูมะกำลังยิ้มอยู่ แต่ไม่เอาอ่ะ! ยูมะอยากเห็นข้างในนี่นา ___ มืดขนาดนี้เนี่ยนะ แถม อึ๋ย! อากาศชวนคลื่นไส้ชะมัดเลย ___ แชะ! พรึ่บ! ___สิ้นเสียง แสงสว่างสีฟ้าอ่อนก็วาบขึ้นจากตำแหน่งแถวๆมือของเด็ก หญิงร่างจิ๋วจากกระบอกเรืองแสงได้อันเป็นหนึ่งในพลัง งานแสงสว่างที่ได้รับการประทานจากเทพธิดาแห่งการมีชี วิต เผยให้รู้ว่า ตอนนี้ทั้งสองหลุดจากทางเดินแคบมาเป็นห้องโถงที่ไม่ใ หญ่นักแล้ว ทว่าสิ่งต่างๆกลับดูไม่ต่างไปมากเท่าใด ลวดลายสลักบนกำแพง กองทรายตามจุดต่างๆ แต่ที่เพิ่มมาก็คือรูปปั้น... ___ หยึ๋ย! สเตล่าผงะกับรูปสลักคนหัวสุนัขที่สูงกว่าเธอสักเท่าค รึ่งได้ มันยืนตัวแข็งทื่อเย็นชืดอยู่ข้างๆเธอ ดวงตาที่แกะกลวงเข้าไปนั้นดูน่ากลัวมากกว่าปกติ ราวกับว่ามีเวทย์มนต์บางอย่างสถิตอยู่ และได้ทำให้มันมีชีวิตชีวาอย่างน่าประหลาด อย่างกับว่ากำลังจ้องมองอยู่นั่นแหละ ___ ว้าว! น่ารักจังเลย ยูมะรีบวิ่งเข้าใส่ พลางยื่นกระบอกเรืองแสงเข้าไปใกล้ๆ ___ยิ่งดูยิ่งน่าอยู่ห่างๆมากกว่าล่ะสิ สเตล่าอดไม่ได้ที่จะคิดอย่างหวาดหวั่น ___ อ๊ะ! นั่นประตู ___ จะ... จะเข้าไปจริงๆเหรอ ___ อื้ม! ___ งั้นก็... สเตล่าถอนหายใจ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีทางเลือก แต่ที่อยากได้ตอนนี้ที่สุดก็คงจะเป็นเวลาทำใจสักครู่ ล่ะ เธอต้องทิ้งขนมที่พกมาด้วยไว้ตามทางนะ ___และแล้ว ทั้งคู่ก็ก้าวผ่านช่องหินเล็กๆขนาดพอดีคนไป โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า มีร่างเล็กๆร่างหนึ่งในเงามืดตามติดมาอย่างรวดเร็ว ___เสียงหินขรุขระเลื่อนกระแทกดังโครมใหญ่เมื่อประตู ทางเข้าหล่นลงมาปิดทางสนิท สองสาวพบว่าตัวเองนั้นถูกขังอยู่ในทางเดินแคบๆที่ทอด ยาวลาดชันไปเบื้องหน้าเท่านั้น เป็นทางเดินที่มืดมิดราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ___ ถูกขังแล้ว? สเตล่าร้อง ก่อนจะทุบกำแพงอย่างแรง มันอะไรกันเนี่ย ___ อย่าเพิ่งไปกังวลให้มากเลย มันเป็นปกติในเกมนี่นา แบบพวกดันเจี้ยนลับอะไรอย่างเนี้ย แล้วอีกเดี๋ยวก็จะมีบอสโผล่ออกมา ดังนั้นรีบไปต่อกันเถอะ(?) ___ เจ้ากำลังพูดอะไรอยู่น่ะ เราติดอยู่ในนี้แล้วนะ สเตล่าจ้องมองไปยังความมืดรอบๆด้วยประสาทเครียดเขม็ง ถ้ามีศัตรูมากันตอนนี้ล่ะก็ ในสภาพพื้นที่ที่เธอไม่รู้จักเลยสักนิดเสียด้วย ___ ตุบ! ___บางอย่างเท่าชิ้นขนมสีขาวๆร่วงผ่านหน้าสเตล่าไปบน พื้น ตามมาด้วยความรู้สึกขนลุกแปลกๆที่วาบขึ้นมาตามแขนขา มันดูเหมือนกับเป็นความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นมานานแล้ ว และเธอก็ลืมมันไป แต่ที่แน่ๆ มันคงไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีหรอก... ___ราวกับจะตอกย้ำความทรงจำที่เลือนราง เมื่อเจ้าสิ้งนั้นร่วงลงมาอีกอัน หรือเรียกให้ถูกว่าอีกตัว และคราวนี้มันตกลงมาบนหัวยูมะ ___ อ๊ะ! คุณบุ้งนี่นา มีคุณบุ้งในนี้ด้วยล่ะ ยูมะใช้กระบอกเรืองแสงสีฟ้าเขี่ยเจ้าสิ่งมีชีวิตจิ๋ว ที่เต็มไปด้วยขนลงมาบนถุงขนมในมือ สเตลินดูสิๆ ___แต่หญิงสาวไม่ตอบ ไม่สิ! เธออยู่ในสภาพที่ตอบไม่ได้แล้วตอนนี้ ราวกับเป็นระเบิดที่จุดชนวนเมื่อไหร่ก็ได้ สเตล่ากับความหวาดหวั่นสุดขีดจนแทบหยุดหายใจ ___ หืมม์? สาวน้อยหัวส้มมององค์หญิงที่ตัวแข็งทื่อไปแล้วด้วยสา ยตางุนงง ก่อนจะยื่นซองขนมเข้าไปใกล้ ___สเตล่าถอยหลังไปก้าวหนึ่ง... ___ยูมะตามติดอีกก้าว... ___ ยะ... อย่าเอามาใกล้นะ!!! สเตล่าพูดเสียงสั่นๆ หยาดน้ำตารื้นออกมา ___ อ่ะฮ้า! สเตลินกลัวสินะ ___ ปะ... เปล่าสักหน่อย... ข้า... ข้าแค่ แค่ไม่ชอบที่มันขยับตัวงอๆ แล้ว... แล้วก็... ขน... ___ กลัวสินะ... ___ กรี๊ด!!! อย่าเข้ามานะ!!! ___ยูมะกับสีหน้าที่แสดงถึงชัยชนะ(?)ก้าวสะดุดหินก้อ นเล็กๆ แต่ล้มทับสเตล่าโครมใหญ่ มีเสียงกริ๊กดังขึ้นเบาๆ และช่วงเวลาเล็กน้อยให้พอหายใจสักนิด ก่อนที่จะ... ___ก่อนที่จะไปกันต่อ เรามาลองนึกกันดูว่าส่วนใหญ่ตามหนังหรือเกมเกี่ยวกับ การผจญภัยในดันเจียนต่างๆ เวลามีเสียงกริ๊กดังขึ้นนี่มีอยู่หลายความหมาย โดนกับดัก เก็บไอเทมได้ เจอบอสไม่ใหญ่นักเข้าแล้ว และก็โดนกับดัก มาลองทายสิว่า เสียงกริ๊กนี้คืออะไร... ___ก่อนที่จะ... ___ปุยขาวกองมหึมาหลุดร่วงหล่นลงจากความมืดมิดเบื้อง บน สเตล่าลืมตาขึ้นพอดีทันเห็นกองทัพแมลงก่อนที่จะเป็นล มไปเสียดื้อๆ ในวินาทีนั้นเอง ประตูหินที่ทั้งสองพิงอยู่นั้นพลันเลื่อนขึ้นส่งให้ส าวน้อยทั้งสองกลิ้งหลุนๆออกมายังลานโล่งๆ .................................................. .................................................. ...................................... ___ เอ้า! ถอดเลยๆ เสียงทุ้มต่ำเหมือนใช้หินขูดหินด้วยกันดังเชียร์ลั่น จนแก้วหูสั่นสะเทือนอย่างแรงจนสาวน้อยผู้จมอยู่กับคว ามหลับใหลรู้สึกตัวตื่นขึ้นพร้อมกับเย็นหวิวๆวาบตามต ัว เป่ายิ้งฉุบ!!! เฮ้! พวกข้าชนะอีกแล้ว ___เปลือกตาอันหนักอึ้งของสเตล่าเปิดพรวดรับความสว่า งจากแสงนวลสีฟ้าเมื่อพบว่ามีมือมายุ่มย่ามแถวๆท้อง เธอลุกพรวดขึ้นจนหัวกระแทกเข้าอย่างจังกับบางสิ่ง ซึ่งต่อมาเธอจึงรู้ว่านั่นคือหน้าผากของอลิซ เด็กหญิงปากเสียที่เคยพบกันในตอนที่ฝ่าเข้าไปในมิติข องคอริแกน ___ ทะ... ทำอะไรกันน่ะ! สเตล่าร้อง เสื้อนอกสีแดงของเธอหายไป... ไปอยู่ที่มือของรูปปั้นคนหัวสุนัขตนหนึ่งในหลายๆตัวท ี่กำลังพูดผสมกับหอนกันอย่างคึกคัก แถมในมือยูมะที่อยู่ห่างไปไม่มากนัก คือถุงเท้าทั้งสองข้างของเธอ ___ ถอดเลยๆๆๆๆๆๆ เสียงเชียร์เป็นลูกคลื่นตามจังหวะการกระโดดโลดเต้นขอ งรูปปั้น พวกเธอแพ้แล้วนี่ๆ ___ คือว่า... เรากำลังเล่นเกมเป่ายิ้งฉุบกันน่ะ พนันกันด้วยเสื้อผ้า ยูมะตอบสีหน้าสงสัยของเจ้าหญิง ไม่งั้นพวกเราจะผ่านห้องนี้ไปไม่ได้ ___ แล้ว... แล้วทำไมถึงต้องถอดเสื้อผ้าข้าล่ะ ___ อย่าไปสนใจกับเรื่องหยุมหยิมเลยน่า ยัยเลอะอ้วก! อลิซพูดด้วยท่าทางโกรธๆ มือหนึ่งกุมหน้าผากไปด้วย ___ ก็แล้วทำไมเจ้าไปถอดเองล่ะ สเตล่าตวาดแหว ___ เอ้า! ถอดสิ ถอดเลย แม่สาวอกโต เย้! ___ ยอมๆหน่อยเถอะน่า สเตลิน เดี๋ยวเทิร์นหน้ายูมะก็ชนะได้แน่ๆ ___ เจ้าพูดจริงง่ะ ชนะแน่ๆเหรอ สาวน้อยพูดอย่างไม่มั่นใจนัก เสื้อนอก ถุงเท้า แล้วก็เข็มขัดดาบเธอไปแล้ว ถ้าแพ้อีกที คงมีรายการโชว์กันแน่ๆ แต่ปัญหามันคือว่า เจ้าพวกรูปปั้นมันมีอะไรให้ถอดด้วยหรือไงกันนะ ขะ... ข้าไม่เอาด้วยหรอก ___ เสียสละแค่นี้ไม่ได้หรือไง กะอีแค่โชว์อกโตๆน่ะ อลิซโพลงขึ้น ___ วิ้ว! หน้าอก!!! เสียงประสานเฮลั่น ___ สเตลินโชว์อกล่ะ เย้ว! ยูมะร้องเป็นเพลง ___สเตล่าที่ตอนนี้กำลังตัวสั่นหน้าแดง(ด้วยความโกรธ ?) ในที่สุดก็ถึงจุดที่ขีดความอดทนทั้งหลายทั้งปวงขาดผึ งเสียที เธอทุบพื้นทรายแตะทะลุเป็นหลุมลงไปภายในครั้งเดียว เกิดความเงียบขึ้นโดยฉับพลัน ___ ไอ้~ พวก~ โรค~ จิต~ เจ้าหญิงผู้กราดเกรียวจนกลายเป็นปิศาจเสียแล้วก้มหน้ ามองพื้น เสียงพูดของเธอเหมือนกำลังกัดฟันอยู่ ขณะที่ถอนกำปั้นออกจากพื้นแตกๆที่ร่วงกราว ยูมะ อลิซและเหล่ารูปสลักสะดุ้งเฮือก ___ แก! ตาย!!! ___ กรี๊ด! สเตลินคลั่งแล้ว!!! ___ อ๊าคคคคค! หนีเร็ว! ___ ตูม! พล่อก!!! เปรี้ยง!!! . ___ นะ... น่ากลัวเป็นบ้าเลย อลิซกระซิบกับยูมะ ขณะที่ทั้งสองเดินตามหลังสเตล่าที่หาทางออกอย่างเอาเ ป็นเอาตายด้วยท่าทางอารมณ์บูดสุดๆ คนอะไรก็ไม่รู้ ซัดรูปปั้นกระจายได้ด้วยหมัดเดียว ___ สองคนนั้นน่ะ! ซุบซิบอะไรกัน ฮึ! สเตล่าโพลงขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอายูมะสะดุดล้มโครมใหญ่ ทั้งหมดก็เพราะพวกเจ้านั่นแหละ พูดอีกก็ถูกอีก อลิซแอบตามเข้ามา(เก็บกิน)จากชิ้นขนมที่ทิ้งไว้เป็นเ ครื่องหมายบนพื้น(?) ยูมะที่ลากสเตล่า(ตอนเป็นลม)ก็ดันเดินมั่วๆจนหลงทางแ ละเผลอไปรับคำท้าเป่ายิ้งฉุบกับพวกรูปปั้นหินโรคจิต ยังดีหน่อยที่ตอนทางเดินบุ้งหล่นนั้น อลิซที่อยู่อีกฟากหนึ่งของประตูบังเอิญไปกดถูกสวิตซ์ เปิดประตูพอดี แต่จะว่าไป... ต้นเหตุทั้งหมดก็มาจากที่ยูมะอยากจะเข้ามาสำรวจในไอ้ พีระมิดบ้าๆนี่แหละ ___ เอาน่าๆ อย่าไปเครียดมันเลย เดี๋ยวแก่เร็วนะ อลิซพึมพำ ___ หุบปากไปเลย! ___ประตูบานใหญ่เปล่งประกายสะท้อนแสงจากกระบอกสีฟ้า ประกายแสงแห่งแฟรี่ ในมือสเตล่า ลวดลายดวงตากับผู้คนหันข้างดูแปลกประหลาด ทันใดนั้นเอง คบเพลิงหินที่ดูทื่อๆพลันลุกโพลงสว่างไสวขึ้น เผยให้เห็น... ___ กรุณาถอดรองเท้าไว้ด้านนอกด้วยฮะ กับ ผมยุ่งอยู่ฮะหม่ามี๊ สเตล่าอ่านป้ายกระดาษแหว่งวิ่นแผ่นเล็กๆที่ติดอยู่บน กำแพงข้างๆประตูด้วยน้ำเสียงงุนงง มันควรจะมีอะไรแบบนี้ด้วยหรือไง? ___ บางทีมันอาจจะเป็นห้องนอนก็ได้มั๊งถึงได้แปะป้ายแบบน ั้นเอาไว้ ยูมะพูด ___ ในที่ต้องสาปอย่างนี้เนี่ยนะ ___ หรืออาจเป็นห้องน้ำก็ได้ อลิซต่อ ___ นั่นยิ่งแล้วใหญ่เลย องค์หญิงผมเขียวพูด กอดอกด้วยท่าทางราวกับแม่ที่กำลังไม่พอใจ แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม เราจะไม่เข้าประตูนี้เด็ดขาด เห็นได้ชัดว่าเรามากันผิดทางแล้ว ดังนั้น อ้าว...? ___เด็กสาวทั้งสองถอดรองเท้าเปิดประตูเข้าไปเรียบร้อ ยแล้ว ___ชั้นวางไม้เก่าแก่จนน่ากลัวว่ามันจะหักถล่มลงมาได ้ในทุกวินาที หีบสมบัติใบใหญ่ทำจากทองคำหลายร้อยใบตั้งกองอยู่ทั่ว ไปบนพื้นที่ราบเรียบจนแทบไร้เม็ดทราย เพียงแค่ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้ามาในห้องนี้ แสงไฟจากเปลวเทียนพลันลุกพรึ่บต่อกันเป็นทอดๆลึกเข้า ไปเรื่อยๆ เผยให้เห็นถึงความใหญ่โตและกว้างขวางน่าตื่นตาตื่นใจ ด้านในสุดของห้องนั้น เป็นหีบทองคำยาวพอจุคนเข้าไปได้ ซึ่งรูปร่างบนฝาหีบ คือคนนอนลืมตาโพลงมือไขว้กัน ___ โลงศพ... สเตล่าขมวดคิ้ว พลางก้าวผ่านประตูทองคำอย่างระมัดระวัง คำสาปงั้นหรือ ___ ว้าว! ตุ๊กตาหมีล่ะ ___ เอ๋? เจ้าหญิงร้องงงๆ ___ตุ๊กตาสัตว์ตั้งแต่หนูตัวเล็กเท่าฝ่ามือไปจนถึงปล าวาฬยัดนุ่นขนาดเท่าเรือสำเภาวางเรียงรายอยู่บนชั้นไ ม้ที่ผนังทอดยาวไปด้านหนึ่ง ส่วนทางผนังอีกด้าน มีเกมกระดานทุกชนิดเท่าที่จะคิดจินตนาการได้กับของเล ่นสังกะสีและไม้ ภายในห้องนั้นมีโต๊ะตัวใหญ่ขนาดนั่งได้สองคน สามคน สี่คนและเป็นครอบครัวใหญ่ตั้งระเกะระกะ ที่สำคัญ สภาพทั้งหมดนั้นดูเหมือนเพิ่งมีการจัดปาร์ตี้มาหมาดๆ ___ ขยะเกลื่อนเลย อลิซร้องแหวะ อี๊! เค้กช็อคฯขึ้นรา ___ ดูสิๆ กระต่ายล่ะ มาเต้นรำกันนะ ยูมะอุ้มตุ๊กตากระต่ายขายาวสูงเท่าเธอในชุดทักซิโดสี ดำกับสีขนประดุจหิมะขึ้นมาเต้นรำหมุนๆ ___ นะ... นี่มันอะไรกันเนี่ย ยิ่งผ่านไป สเตล่าก็ยิ่งงงกับสิ่งที่เจอ จะอันตราย... ก็ไม่ แต่จะเรียกว่าปลอดภัย... มันก็... ___ อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิ! เด็กสาวผมสั้นสีส้มหัวเราะร่า มาเต้นกับคุณกระต่ายเถอะ อ๊ะ! นี่มันซุปเปอร์แฟมิค่อมนี่นา!! ___ อะไรหรือ สเตล่ากับอลิซก้าวเข้าหายูมะที่วางกระต่ายทักซิโดลงบ นโต๊ะ แล้วก้มหยิบกล่องสีดำสนิทขึ้นมา ___ มันเป็นเครื่องเกมน่ะ เป็นของที่มาจากโลกที่ยูมะเคยอยู่ สาวน้อยพูด ขณะพิจารณาเจ้าวัตถุประหลาดชิ้นนั้นอย่างสนอกสนใจ มันต้องใส่ตลับตรงนี้ จากนั้นก็ต่อกับทีวี แล้วก็... ___ทั้งสเตล่าและอลิซมองหน้ากัน ทั้งคู่ไม่เข้าใจที่ยูมะพูดเลยสักคำ ___ อย่าไปใส่ใจกับกล่องดำประหลาดนั่นเลย มาสำรวจกันดีกว่า พนันได้เลยว่าในนี้ต้องมี... เด็กสาวผมทองในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนทับด้วยผ้ากันเปื้ อน อลิซมุดหัวเข้าไปในหีบสมบัติใบโตแล้วหยิบเอากล่องกระ ดาษทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวออกมา เกมกระดานล่ะ มีเต็มเลย... เอ๊ะ!?! ___สองสาวยืนหน้าซีดตัวแข็งทื่อ มือสั่นๆของยูมะชี้ตรงมาที่เธอ... อลิซหันกลับไป... ___ กรี๊ด!!! สัตว์ประหลาด!!! ___สิ่งที่รูปร่างคล้ายมนุษย์อบแห้งจนหวิดจะเป็นฝุ่น ในผ้าพันแผลขาดๆรุ่ยๆยืนอ้าปากโชว์ฟันบิ่นๆหักๆกับลม หายใจอับๆเป็นฝุ่นทุกครั้ง บนหัวของมันสวมหมวกทรงสูงที่รูปร่างเหมือนมงกุฎ ดูท่าท่าว่าเจ้านี่ต้องเป็นราชาของที่นี่แน่ๆ ยูมะ... ยัยเลอะอ้วก...!?! หายไปแล้ว!!! ___และสิ่งสุดท้ายในขณะนี้ที่อลิซสามารถรับรู้ได้คือ ประตูที่ปิดงับลงกับผู้ที่น่าจะเป็นเพื่อนทั้งสองคนเ ผ่นหายไปเรียบร้อยแล้ว .................................................. .................................................. ............................ ___เสียงครางประหลาดให้ความรู้สึกหนาวยะเยือกไปถึงสั นหลังดังแว่วผ่านอากาศอับๆอันไม่อาจรู้สึกถึงสายลมได ้เลยแม้แต่น้อย บนทางเดินตรงแคบๆ หญิงสาวสองคนออกแรงวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต โดยมีตัวประหลาดในผ้าพันแผลนับสิบก้าวเบี้ยวๆบิดๆแต่ เร็วเหลือเชื่อไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ นอกจากนี้เจ้าตัวพวกนั้นยังมีงูสีดำแดงเลื้อยโผล่มาก ลางหัวที่แตกๆร้าวๆเสียด้วย ___ เขาเรียกว่ามัมมี่ สเตลิน! แต่ว่าพวกเราทิ้งอลิซมานะ ___ ลืมไปเลย!!! สเตล่าหอบแฮ่ก ว่าไงล่ะ! จะย้อนกลับไปไหมล่ะ นี่คือโอกาสที่จะตัดสินใจได้ ___ มันก็แน่อยู่แล้ว... ยูมะพูดอย่างมั่นใจ ก่อนจะหันกลับไปมอง แต่พอสบตาเข้ากับศพแห้งๆและเบ้าตากลวงโบ๋นั่นแล้ว ความมั่นใจดูจะหายกลับไปยังก้นบึ้งเสียหมด คะ... ใครจะกลับไปกันอ่ะ ___ ยูมะ ___ หืมม์ ___ มัมมี่นี่เป็นผีใช่ไหม ___ อืม ___ เจ้าบอกว่าพวกมันจะคอยไล่ใครก็ตามที่บุกเข้ามาในสุสา น ไอ้พีระมิดนี้ใช่ไหม ___ อื้ม! จะว่ายูมะงั้นเหรอ! ยูมะไม่รู้นี่นาว่ามัมมี่มันวิ่งได้ด้วย ___ ตอนนี้ข้าว่าเรื่องนั้นมันไม่ใช่ปัญหาหรอก ที่ข้าสงสัยน่ะ คือ ทำไมพวกผีตายซากนั่นถึงได้ร้องว่ากางเกงในๆมาตั้งนาน แล้วล่ะ สเตล่าพูด แล้วทั้งคู่ก็พร้อมใจกันหันกลับไปมองอีกรอบ บรรดามัมมี่หัวงูทั้งหลายต่างดูมีชีวิตชีวาอย่างน่าป ระหลาด ก่อนที่สเตล่าจะพบว่า กระโปรงสีดำแดงลายตารางของเธอนั่นถูกเกี่ยวขาดเป็นทา งยาว ___ สเตลิน! สีชมพู!!! ___ กาง~ เกง~ ใน~ ___ ไม่น่าเชื่อ! สเตลินนี่นะใส่สีชมพู น่ารักจังเลย~ ___ เงียบนะ! สเตล่าหน้าแดงเหมือนมะเขือเทศสุก ___ กาง~ เกง~ ___ รำคาญเฟ้ย! หุบปากไปเลยพวกแก!!! เธอตะโกนกลบเสียงครางของมัมมี่ จงมา ซิลเวอร์ไลท์ เควตซัลโคอัลต์! ___ วิ้ง!!! ___ตูม............ __________________________________________________ ____________________ ___แสงแดดเจิดจ้าสดใสกับสายลมอันอ่อนโยนที่พัดพาความ เย็นฉ่ำดุจละอองน้ำหลังสายรุ้ง ใบหญ้าเขียวขจีอ่อนนุ่มหอมหวานยามล้มตัวลงนอน เจ้าหญิงร่างสูงค่อยๆวางเด็กสาวลงใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างพ ีระมิดยักษ์อย่างแผ่วเบา เธอเขี่ยเส้นผมสีส้มที่ปรกหน้ายูมะ ก่อนจะเผยรอยยิ้มสดใสออกมา ___แล้วหญิงสาวก็หัวเราะ หัวเราะกันทั้งสองคน ก่อนจะเกิดความเงียบงันขึ้น เมื่อสองสาวไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา ทว่า... ทั้งคู่ต่างก็เข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี ___จะเรียกว่าสนุก... ก็คงได้มั๊ง... ___ราวกับเป็นสายรุ้งเล็กๆที่เกิดขึ้นหลังฝนพรำ หรือเสียงหัวเราะร่าเริง หลังจากที่ผ่านเรื่องงี่เง่าไร้สาระบางเรื่องมาได้ ___ อ้าว! หลับไปแล้วหรือเนี่ย ข้าหรือก็อุตส่าห์รีบทำธุระแล้วรีบมาแล้วเชียวนะ หญิงสาวผมชมพูม้วนเป็นหลอดตรงปลายผู้มีปีกผีเสื้อบนห ลังพูดพลางถอนหายใจ ก็เอาเถอะ ถือว่ามารับนี่แทนก็แล้วกันนะจ๊ะ ___พูดจบ คอริแกนก็โน้มตัวลงจูบริมฝีปากทั้งสเตล่าและยูมะ ___ อืม... ได้เรื่องดีๆของวันมาแล้ว ว่าแต่... เอ... เจ้าสิ่งประหลาดนี่มีรูโหว่ด้วยเหรอ ___ภาพของพีระมิดที่โดนระเบิดหายไปแถบใหญ่ๆแถบหนึ่ง และเมื่อคอริแกนเห็นดาบในอ้อมแขนสเตล่า เธอก็ยิ้มออกมาในทันที ___ เจ้าก็ด้วยนะ ภูติสาวโน้มตัวลงจูบด้ามดาบเบาๆ .................................................. .................................................. ..................................... ___ แล้วทีนี้นะ หล่อนก็ไล่เราออกไปนอนนอกห้อง มัมมี่แห้งๆผู้สวมมงกุฎบนหัวยักไหล่ ข้าทนไม่ไหวเลยหนีออกมาจากวัง คิดว่าจะมานอนที่นี่สักหน่อย ไปๆมาๆเราก็พบว่าตัวเองตายแล้วนี่แหละ เอาขนมอีกไหม... ___ ไม่ต้อง! คิดจะหลอกหนูด้วยขนมงั้นหรือ ไม่หลงกลหรอกน่า! เอ้า! หกแต้ม! หนูชนะแล้ว!!! อลิซทอยเต๋า ก่อนจะหยิบตัวเดินไปวางไว้ที่เส้นชัย ทำเอามัมมี่ มัมมี่ มัมมี่แล้วก็มัมมี่ต่างชะงักค้างไปตามๆกัน ___ ม่ายจริงน่า!!! ทั้งหมดประสานเสียงร้อง __________________________________________จบตอน |
| | |