Thaigaming Network the 8th: the ultimate evolution of gamertainment tribes. Protect the earth from global warming.

สมัครสมาชิก | รายชื่อสมาชิก | ข้อความใหม่วันนี้ | ค้นหา |






กลับไป   Thaigaming > Thaigaming General > Fiction

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม แสดงผล
เก่า 08 Jun 2008, 18:40   #1 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
rune's Avatar
 
โพส: 146
ดาวโหลด: 104
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 14

TG ออร่า:
rune aurarune aura



Wish – Follow the Rainbow (ยูริเรื่องแรกของผม)

Wish – Follow the Rainbow
ตอนที่1

___เข็มนาฬิกาโค้งหงิกงอเหมือนเถาวัลย์กระหวัดเกี่ยว ค่อยๆเคลื่อนทีละเล็กทีละน้อยบนหน้าปัดเลขโรมันพื้นส ีไข่มุก โรงละครสีเข้มประดับทองตามเก้าอี้ พื้น ชั้นและเวที ผืนผ้าม่านแดงสดห้อยยาวปกปิดสิ่งที่อยู่ข้างหลังมัน ความเป็นจริง! สิ่งเที่ยงแท้! เสียงเครื่องจักรตีเวลาดังแว่วค่อยๆอย่างพร้อมเพรียง จากตัวนับอันแฝงอยู่ทุกที่ในความมืดมิดที่ล้อมรอบอยู ่นั้น ราวกับว่าเป็นโลกแห่งเดียวกลางจักรวาลกว้าง และทรายแห่งเวลาก็กำลังไหลไป

___ผมรู้สึกตัวขึ้นบนเก้าอี้ผู้ชมแถวหน้าสุดที่ให้คว ามรู้สึกสบายอย่างยิ่ง นุ่มจัง... ผมคิด

___“ นายไม่ตกใจเลยหรือ ” เสียงผู้หญิงให้อารมณ์แบบสีส้มดังขึ้นทางด้านขวา นั่นแหละที่ทำให้ตกใจอย่างแท้จริง

___เธอเป็นหญิงสาวร่างเล็กผอมบาง สวมเสื้อแขนกุดรัดรูปสีดำ ส่วนกระโปรงนั้นดูคล้ายกับช่อดอกไม้ตูมสีแดงหม่นๆ ที่แขนและขาเธอสวมถุงมือและถุงน่องยาวขึ้นมา บนหัวมีหมวกทรงสูงติดหูกระต่ายขาว หรือไม่ก็เป็นหูงอกออกมา? เธอมีผมสีชมพูอ่อนยาวรวบเป็นหางไว้สองข้าง

___“ ตกใจที่จู่ๆก็โดนทักมากกว่าครับ ” ผมตอบอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่พอจะนึกออกในตอนนั้น พลางสงสัยนิดๆว่าทำไมผมถึงได้มาอยู่ในที่ที่ดูประหลา ดเช่นนี้ได้ ก็เมื่อไม่กี่นาทีก่อนผมยังนั่งปั่นอนิเมทหาไอเดียอย ู่เลยนี่นา หรือเป็นเพราะผมดูการ์ตูนมากไปกันนะ

___“ ที่นี่คือช่องว่าง ฉันคงบอกนายได้แค่นั้น เป็นที่ที่โจ๊กเกอร์อย่างฉันอยู่ ” เธอจ้องหน้าผมตรงๆด้วยนัยน์ตาสีเขียวอ่อนออกเหลืองเป ็นประกายกล้า “ ส่วนนายก็คือ เจ้าคนอ่อนแอ งี่เง่า ไม่ได้เรื่องที่อยากเป็นนักเขียนจนตัวสั่นเลยสินะ ”

___“ เอ๋? ”

___“ ไม่มีอะไรในจักรวาลนี้ที่ฉันไม่รู้หรอก ” สาวน้อยหัวเราะ แต่สายตานั้นไม่ได้หัวเราะไปด้วยเลย “ อย่างเช่นว่า ตอนนี้นายกำลังหาว่าฉันเป็นไม้กระดานอยู่ ”

___“ อึ๋ย! เปล่าครับ! เปล่า คือ... เอ่อ... ก็นิดหน่อยน่ะ... ”

___“ พวกผู้ชายก็งี้แหละน้า ช่างเถอะ บ่นไปก็คงไม่ได้เรื่องอะไรขึ้นมา แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ ถ้านายคิดกับฉันแบบนี้อีก ฉันจะลบตัวตนของนายออกจากจักรวาลนี้ไปเลย จะส่งนายไปอยู่กับสัตว์ประหลาดตัวเหม็นโฉ่ตลอดกาลเลย คอยดู! ”

___“ ขอประทานโทษขอรับ ” รู้ตัวอีกที ผมก็ลงไปหมอบต่อหน้าเธอแล้ว น่ากลัวว่า เธอจะส่งผมไปอีกโลกหนึ่งจริงๆน่ะสิ!

___“ เอาล่ะ เข้าเรื่องเลยดีกว่า ” สาวน้อยพูด “ ที่ฉันพานายมาที่นี่ตอนนี้ก็เพราะว่ามีคนขอมาให้ฉันส งเคราะห์เรื่องสักเรื่องให้นายเขียน เห็นว่ากำลังตันอยู่สินะ ”

___“ มันก็... แบบ... ”

___“ นายก็เลยเอาแต่นั่งดูอนิเมทตั้งแต่เช้ายันตีหนึ่งเลย ใช่ไหม งานก็ไม่เขียน แล้วเมื่อไหร่จะได้เป็นนักเขียนสักทีล่ะ ”

___“ คือว่า... ”

___“ เจ้าคนขี้เกียจเอ๊ย! ”

___“ ขอประทานโทษอีกครั้งครับ!!! ”

___“ อยากได้โทษสินะ ” ผมแอบชำเลืองขึ้นไปเห็นแส้ในมือเธอ แย่แล้ว! “ ยะ... อย่าทำอะไรผมเลยนะ ”

___“ งั้นก็รีบลุกขึ้นมาสักทีสิ! ฉันจะเริ่มเล่าแล้วนะ สมุดกับดินสอพร้อม! ”

___“ ครับๆ ”

___“ ฉันอาจจะเป็นนักเล่าที่ไม่เก่งสักเท่าไหร่นะ ก็ฉันเคยแต่เป็นผู้ชมมาตลอดเลยนี่นา ”

___“ ครับ... ”

___“ เรื่องทั้งหมดมันเริ่มขึ้นที่ว่า... สายรุ้ง... ”

___“ สายรุ้ง? ”

___“ ใช่แล้ว! สายรุ้งที่ว่ากันว่า มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตใดที่สามารถสัมผัสมัน ณ ต้นกำเนิดได้จะทำให้ความปรารถนาทุกอย่างเป็นจริง ทุกอย่าง... แม้กระทั่งการคืนชีวิตนับแสนก็ด้วย... ”
__________________________________________________ _____

___เปลวเพลิงโหมกระหน่ำเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างบนผืนพ ิภพบนที่ราบกว้าง ซากศพกองเกลื่อนกลาดทับถมกันเป็นภูเขาจนแยกไม่ออกว่า ตรงไหนคือพื้น ตรงไหนคือร่างไร้วิญญาณ เสียงโห่ร้อง เงาเต้นวูบวาบ เสียงชุดเกราะกับโลหะกระทบกัน เสียงคร่ำครวญขอชีวิตรอดกับเสียงแห่งความตาย

___สาวน้อยร่างผอม สูงราวๆร้อยเจ็ดสิบกว่าเซนติเมตรในเสื้อสีแดงทับด้วย เกราะเงินวาวที่พังจนแทบสิ้นกับกระโปรงสั้นสีดำ เธอมีผมสีเขียวเข้มออกดำยาวตรงเกือบถึงเอวกับดวงตาสี เขียวสดฉายแววแข็งกล้าไม่กลัวใคร เธอมีชื่อว่า สเตล่า รูลซาลกี้

___“ องค์หญิง! เสด็จหนีไปก่อนเถิดพะย่ะค่ะ ” ชายไว้เครายาวผู้สวมเกราะสีเงินอาบด้วยโลหิตตะโกน ขณะประดาบอยู่กับนักรบเกราะฟ้าทั้งตัวสามคน ประกายไฟแล่บแปล๊บปล๊าบทุกครั้งที่เกิดเสียงเคร้งดัง ลั่น

___“ ข้าไม่ไป! ข้าจะสู้เคียงบ่าพวกท่าน! ” สเตล่าตะโกน ควงดาบเล่มบางยาวคมกริบเข้าฟาดฟันศัตรูถึงสี่คนซึ่งท ั้งหมดไม่อาจต้านทานเธอไว้ได้แม้เพียงนิด แต่ทันใดนั้นเอง ดาบสั้นเล่มหนึ่งก็ลอยเข้ามาปาดแขนเธอ

___“ องค์หญิง!!! ”

___ทหารรักษาพระองค์ที่เหลืออยู่เพียงหยิบมือเดียวเม ื่อเทียบกับจำนวนข้าศึกครึ่งร้อย อันที่จริงจะพูดว่าข้าศึกก็คงจะไม่ถูกต้องนักเพราะทห ารทั้งหมดนี้ก็เป็นคนจากอาณาจักรเดียวกันนั่นเอง เนื่องด้วยสาเหตุบางอย่างที่ทำให้ต้องมาปะทะกันอย่าง เลี่ยงไม่ได้

___“ เสด็จหนีไป! องค์หญิง! พระองค์ทรงเป็นความหวังสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ ข้าพระองค์ได้ยินมาว่าบนเนินที่อยู่ถัดจากนี้ไปไม่มา กนัก ดูเหมือนจะมีกระแสพลังที่แปรปรวนอยู่ คาดว่าสายรุ้งกำลังจะปรากฏขึ้นแล้วพะย่ะค่ะ ”

___สาวน้อยหันขวับไปอีกทางหนึ่งทิ้งเหล่าทหารไว้เบื้ องหลังพลางกลั้นหยาดน้ำตาเอาไว้ เธอเก็บดาบเข้าฝักข้างเอว วิ่งกุมแขนด้วยท่าทางทุลักทุเลผ่านทางลาดชันกับดงไม้ หนาม หยดเลือดสาดกระเซ็นเป็นทางจากบาดแผลที่เพิ่มขึ้นตามร อยเล็กๆทว่ากลับไม่ได้ทำให้เธอเจ็บปวดไปเสียยิ่งกว่า ความรู้สึกที่เป็นอยู่เลย

___“ เสด็จพ่อ! ” เธอกัดฟันกรอด หวนนึกไปถึงร่างที่เคยใจดีกับเธอที่ชุ่มไปด้วยสายธาร แดงฉาน ผู้บังเกิดเกล้าทั้งสองของเธอล้มลงพร้อมกับอาวุธที่ฝ ังทะลุร่างต่อหน้าต่อตาเธอ “ รอก่อนนะทุกคน ข้าจะนำพาพวกท่านและอาณาจักรกลับมาเอง ฉะนั้น พวกท่านที่เหลืออย่าตายนะ ”
สายรุ้ง! แถบสีบนท้องฟ้าที่ปรากฏขึ้นหลังฝนตก หรือสะพานแสงเล็กๆที่มนุษย์สร้างขึ้น แน่นอน! หากเกิดพวกมันขึ้นมาแล้ว ลองอธิษฐานดู บางครั้งคุณอาจสมปรารถนา หรืออาจไม่ เพราะมันสำคัญอยู่ที่ความตั้งใจ ทว่า... ในบรรดาสายรุ้งทั้งหมดทั้งมวลนั้น ยังมีสายรุ้งที่ถูกจัดให้อยู่ในยอดสูงสุดแห่งความปรา รถนาอยู่ สายรุ้งมายา! ที่น้อยคนนักที่จะรู้จักพอที่จะเชื่อและออกตามหามัน ว่ากันว่า หากผู้ใดพบต้นตอการกำเนิดของมันแล้วล่ะก็ ความปรารถนาทุกอย่างจะเป็นจริงอย่างสมบูรณ์แบบ และไม่ต้องแลกด้วยอะไรเลย

___‘ เสด็จพ่อเคยเห็นสายรุ้งด้วยเหรอ ’ เด็กสาวรวบผมสีเขียวเกือบดำเป็นหางม้าในชุดกระโปรงยา วชมพูกับมงกุฎเล็กๆบนหัว ในสวนดอกไม้ริมทะเลสาบระยิบระยับซึ่งมองข้ามไปจะเห็น ปราสาทสีขาวหลังมหึมาสูงเสียดฟ้า

___‘ ถ้าลูกกำลังพูดถึงรุ้งมายาอยู่ พ่อเคยเห็นครั้งหนึ่ง แต่จากยอดปราสาทนี่ล่ะ ไม่ได้เข้าไปใกล้ อันที่จริง พ่อไม่มีวาสนามากพอที่จะได้เข้าใกล้ต่างหาก ’ ชายผู้มีสีผมและสีตาเหมือนเด็กสาวอย่างไม่ผิดเพี้ยนต อบ เขามีใบหน้าคมเข้าหล่อเหล่าหนุ่มแน่นขนาดว่าดูไม่ออก เลยว่าเป็นพ่อลูกสี่แล้ว ‘ มันสวยมากเลยล่ะ เป็นประกายกล้าจนสามารถกลบแสงทุกแสงเอาไว้ได้ ทั้งดูมั่นคง ราวกับเป็นมังกรที่แข็งแกร่ง วูบวาบสลับไหว แล้วก็... บอกไม่ถูกน่ะ ’ เขาเกาหัวแกรกๆ ก่อนที่จะอุ้มเด็กสาวขึ้นนั่งตัก

___‘ เห็นจากยอดปราสาทเหรอ ’ เด็กสาวตัวเล็กๆเงยหน้าขึ้นมองปราสาทหลังขาว ‘ งั้นหนูก็จะรอดูอยู่ที่ปราสาทนี่ละกัน ’

___‘ แต่มันอาจจะนานมากนะ ลูกอาจจะแก่มากก็ได้ถึงจะได้เห็นมันอีกรอบ ’

___‘ ไม่หรอกค่ะ! ต้องได้เห็นแน่ๆเลย ก็เพราะหนูกับเสด็จพ่อจะรอดูด้วยกันยังไงล่ะ ’

___แสงสว่างปรากฏขึ้นจากช่องทางออกที่ถูกคลุมกั้นไว้ ด้วยหมู่พฤกษา จากเสียงหอบเหนื่อยกลายเป็นเสียงร้องอันตื่นตาตื่นใจ เมื่อกลีบดอกไม้สีขาวปลิวสัมผัสแก้มสเตล่าเบาๆ หญิงสาวพบว่าเธอกระโจนผ่านป่าทึบในช่วงสั้นๆจนมาอยู่ ท่ามกลางทุ่งราบดอกไม้ที่ถูกล้อมรอบด้วยผืนป่า บนเนินสูงขึ้นไปอีกนั้น โบสถ์เล็กๆเก่าแก่ผุพังตระหง่านรอให้มีใครสักคนขึ้นไ ปเยี่ยมเยียน

___“ มี... มีที่แบบนี้ด้วยหรือนี่ ” หญิงสาวกัดฟันกรอด ทุกย่างก้าวของเธอนั้นช่างเจ็บปวดยิ่งนัก เลือดไหลไม่หยุด!จนย้อมกลีบสีขาวให้เปลี่ยนไปโดยสิ้น เชิง “ หนาวจัง... ”

___แล้วสเตล่าก็ล้มลง... บนเตียงบุปผาที่นุ่มนวล

___ฉับพลัน ยามที่สติของเธอกำลังจะหลุดลอยออกไปนั้น คลื่นพลังบางอย่างในอากาศเกิดเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว มุ่งตรงสู่จุดศูนย์กลาง โบสถ์อันเก่าแก่นั่น! สายลมรุนแรงหมุนวนกลับออกมาในทิศตรงข้ามราวกับเป็นกำ แพงที่มองไม่เห็นคอยผลักทุกสิ่งทุกอย่างออก เด็กสาวพยุงตัวลุกขึ้น ยกมือบังนัยน์ตาที่ถูกเศษใบหญ้าและกลีบดอกลอยละล่องเ ข้าใส่ กลางอากาศเคว้งคว้าง เส้นผมยาวสลวยกระจายสะบัดไหวราวกับแหวกว่ายอยู่ในทะเ ลแห่งสีขาว

___ราวกับเวลาได้หยุดลงทันทีทันใด สเตล่ารู้สึกถึงเสียงหัวใจเต้นหนักๆขึ้นครั้งหนึ่งกั บความมืดที่แผ่ปกคลุมรัศมีการมองเห็น ประหนึ่งว่าในโลกนี้นั้นมีเพียงเธอผู้เดียว เป็นความรู้สึกอิ่มเอิบ ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง สงบนิ่งมั่นคงและไร้ตัวตน...

___แว่บ!!!! แสงสว่างผสมผสานทั้งเจ็ดกระจ่างขึ้นจากโบสถ์หลังเล็ก จ้อยสู่ฟากฟ้าอันไม่มีที่สิ้นสุด ลมหมุนมหึมาพัดวนเป็นวงรอบลำแสงหอบเอาดวงไฟกลมจิ๋วเห มือนหิ่งห้อยที่ผุดขึ้นจากผืนดินไปรวมเข้ากับหมู่เมฆ ที่รวมกันเป็นแผ่นรูโหว่ขนาดใหญ่ เสียงครืนสนั่นเลื่อนลั่น แต่ไม่ใช่กับที่หู ไม่ใช่กับการได้ยิน หัวใจต่างหาก!!!

___และแล้วลำแสงก็แตกกระจายออกเป็นสายรุ้งเส้นมหึมาย ิ่งกว่าสายรุ้งใดๆทั้งหมดที่ใครก็ตามเคยเห็น มันพุ่งออกจากสิ่งปลูกสร้างเก่าๆ ผ่านทุ่งหญ้า ผ่านทะเลสาบ ลำน้ำกว้าง บ้านเมือง ผู้คนทั้งหลายทั้งปวงตลอดจนออกไปไกลสุดลูกหูลูกตากว่ าที่จะจินตนาการไปถึงได้ บางทีมันอาจตรงไปยังดินแดนอื่น โลกอื่นที่ยังมีใครก็ตามที่รับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน ได้

___“ สายรุ้ง!?! ” สาวน้อยพึมพำด้วยความตกตะลึง เมื่อเธอเอื้อมมือขึ้นไปแตะบนผิวบางใสสีสดที่ลอยอยู่ เหนือหัวเธอ เกิดเป็นคลื่นวงเล็กแผ่ขยายออกไปจากปลายนิ้ว ในตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างราวกับว่าเป็นสีทั้งเจ็ดสลับไปมาเท่า นั้น เธอไม่เห็นแม้ดวงตะวัน จันทราหรือดาราใด จะมีก็แค่สายรุ้งกับเธอ ก็แค่นั้น... เป็นความรู้สึกอบอุ่น วูบวาบ ราวกับถูกโอบอุ้มด้วยความรัก

___“ ยามนี้... เจ้าไม่มีทางสัมผัสกับต้นกำเนิดแห่งสายรุ้งได้... ” เสียงหญิงสาวอันเปี่ยมไปด้วยอำนาจแต่ให้ความรู้สึกทั ้งเย็นสบายและอ่อนโยนดังขึ้นในหัวของสาวน้อยที่ได้แต ่ยืนจ้องมองปรากฏการณ์ในตำนานที่เกิดขึ้นตรงหน้าอยู่ เท่านั้น “ ข้าจึงไม่อาจมอบสิ่งที่เจ้าปรารถนาได้... ทว่า... ”

___“ ทว่า...? ” สเตล่าพึมพำเหมือนหุ่นที่ไร้จิตใจ

___“ ทว่า... เจ้าจะยังได้รับโอกาสอีก สาวน้อย! ลาก่อน ขอให้โชคดี เจ้าเป็นคนแรกที่ได้เข้ามาใกล้ชิดข้าถึงขนาดนี้ หวังว่า คราวหน้าที่เราได้เผชิญหน้ากันตรงๆอย่างนี้อีก เจ้าจะตัดสินใจเลือกได้ ”

___“ โอกาส... ของข้า... ” สเตล่าล้มลงพร้อมกับนัยน์ตาที่ดับวูบ “ หนาวจัง... ”

___‘ ตุบ! ’
__________________________________________________ _____

___“ อ๋า! เลือดออกเต็มเลยอ่า! เป็นอะไรมากไหม ” เสียงหญิงสาวสดใสเหมือนฤดูร้อนดังก้องขึ้นในหัวที่มื ดมิดมึนงงของเจ้าหญิงอัศวิน สเตล่า รูลซาลกี้พยายามเผยอเปลือกตาขึ้นอย่างยากลำบาก ขณะที่แรงกดเบาๆแต่ก็พอทำให้เจ็บได้พุ่งขึ้นแถวๆแขน

___“ โอ๊ย! ” เธอตาสว่างขึ้นทันที พร้อมเด้งตัวขึ้นหัวกระแทกกับสาวน้อยที่เพิ่งได้เห็น หน้ากันเพียงหนึ่งวินาที บรรดาดวงดาวโผล่ออกมาเต้นระบำในสายตาอย่างร่าเริง

___เด็กสาวที่นั่งยองๆกุมหน้าผากหลับตาปี๋อยู่เบื้อง หน้านั้น เธอมีผมสีส้มสดสั้นประบ่า แต่มีเส้นเรดาห์ยาวเด้งขึ้นชี้โด่กลางหัวอยู่เส้นเดี ยว เธออยู่ในเสื้อยืดสีส้มดำตัวหลวมโพรกและส่วนแขนยาวเส ียจนบังฝ่ามือไปเกือบมิด

___“ เจ็บอ่า... ”

___“ ขะ... ขอโทษนะ ” สเตล่ารีบก้มหัว สมองยังคงตื้อๆนึกอะไรไม่ออก

___“ ไม่เป็นไรๆ ” สาวน้อยร่างเล็กกะทัดรัดผู้มีใบหน้าออกแนวเหมียวๆ ส่งรอยยิ้มควบดวงตาสีเหลืองใสที่มีประกายหยาดน้ำรื้น อยู่เล็กน้อยมาให้ เธอหัวเราะแหะๆ พลางลูบหัวตัวเอง “ ยูมะซุ่มซ่ามเองแหละ อย่างที่โอเนอร์บอกไว้เลย ว่าเวลาเจออะไรอย่ายื่นหน้าเข้าไปก่อน ”

___สเตล่าทิ้งเด็กสาวประหลาดผู้มีแต่รอยยิ้มปิ๊งๆไว้ เบื้องหลังอย่างไม่ลังเลสักนิด เธอออกเดินช้าๆ สอดส่ายสายตาไปรอบๆด้วยความสงสัย ทิวทัศน์ของทุ่งหญ้าปุยขาวที่ถูกอาบไล้ไปด้วยแสงตะวั นยามเย็นโบกสะบัดพลิ้วบนเนินลาดชัดขึ้นด้านหนึ่ง อีกฟากนั้นเป็นรั้วกั้นไม้ขวางระหว่างเมืองเล็กๆในหุ บเขาเบื้องล่างกับท้องฟ้าสีหม่นที่เริ่มปรากฏดาวระยั บขึ้นทีละน้อย ขณะที่สายลมแผ่วเบาหอบเอาเส้นผมสีเขียวเข้มเกือบดำปล ิวไสวน้อยๆ เธอพลันรู้สึกถึงความสงบสุข

___“ รอ... ด้วย... สิ... แอ๊ค!!! ”

___“ ที่นี่.... มัน... ”

___“ อ๋อ! อิเทอนัล ไซด์น่ะ ” เด็กสาวร่างจิ๋วเงยหน้าแดงๆ(จากที่พุ่งชนสเตล่าจากด้ านหลัง)ขึ้นตอบ

___“ อิเทอนัล ไซด์? ”

___“ ยูมะก็ไม่รู้ละเอียดนักหรอกนะ แต่ใครๆก็เรียกที่นี่ว่า ‘ จุดพักสำหรับนักเดินทาง ’ น่ะ ว่ากันว่า หลายๆคนได้พบกับสิ่งที่ตัวเองตามหาที่นี่ด้วยนะ คุณเองก็กำลังออกตามหาบางอย่างด้วยเหมือนกันใช่ไหมล่ ะ ถึงได้มาที่นี่ได้ ”

___“ สิ่งที่ตามหา... เหรอ ” สเตล่าเงยหน้าขึ้นจ้องมองจันทร์เสี้ยวที่ปรากฏขึ้นบน นภาอย่างเลือนราง ภาพของลำแสงเจ็ดสีสว่างขึ้นจากความทรงจำ “ ...สายรุ้งนั่น... ”

___“ เอ๋? ”

___“ หืมม์ ” เจ้าหญิงอัศวินหันไปมองสาวน้อยร่างเล็กด้วยความสงสัย “ มีอะไรหรือ ”

___“ คุณตามหาสายรุ้งอยู่เหรอ ”

___สเตล่าพยักหน้าช้าๆ หวนนึกถึงอาณาจักรที่ล่มสลายของตน เธอกำหมัดแน่น

___“ ยูมะรู้ล่ะ ” เด็กสาวพูดด้วยสีหน้าเริงร่าโดยไม่เอะใจกับท่าทีของห ญิงผู้สะพายดาบกับชุดเปรอะเลือดเบื้องหน้าเลยแม้แต่น ้อย “ สายรุ้งน่ะจะปรากฏขึ้นในเย็นวันเสาร์สุดท้ายของเดือน ทุกครึ่งปีล่ะ โอ๊ย! ”

___“ มันอยู่ไหน! จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ” จู่ๆสเตล่าก็คว้าไหล่สาวน้อยบีบอย่างแรง “ บอกมา! ” เธอตะเบ็งเสียง

___ทว่ากลับต้องชะงักไป...

___“ ทำไมต้องตวาดด้วยล่ะ ยูมะ... ยูมะไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ”

___แล้วเสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาก็ดังขึ้น ทำเอานักรบสาวได้แต่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก แม้ว่าเสียงสะอื้นนั้นจะเป็นเพียงการกระซิบเบาๆอย่าง อดกลั้นไว้เท่านั้น แต่สำหรับสเตล่าแล้ว มันประดุจเสียงคำรามของความมืดที่น่าหวาดหวั่นก็ไม่ป าน

___‘ ถ้าองค์หญิงเป็นพวกขี้แยขนาดนี้ ต่อไปอาณาจักรของเราจะเป็นยังไง ’

___‘ เลิกร้องสักที เจ้าคนอ่อนแอ ’

___‘ แกไม่มีคุณสมบัติที่จะขึ้นครองบัลลังค์ต่อไปหรอก ก็ในเมื่อ ตัวเองยังช่วยตัวเองไม่ได้เลย ’

___‘ พ่อแกดันมีลูกไม่ได้เรื่องแบบนี้ ข้าว่านะ... ป่านนี้มันคงนั่งเสียใจอยู่ในนรกแล้วล่ะ ’

___‘ เจ้าหญิงเรอะ! เฮอะ! ไปเป็นนางบำเรอในกองทัพข้าจะดีกว่ามั๊ง แล้วข้าจะเอ็นดูเจ้าเอง ’

___‘ แกน่ะ... ’

___“ หุบปากนะ!!! หยุดร้องสักที! เจ้าคนอ่อนแอ!!! ” สเตล่าตวาด ราวกับความทรงจำที่ผ่านมานั้นเพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆต ่อหน้า ความเดือดดาลและเจ็บปวดแผดเผาขึ้นในอก จนกระทั่งเด็กสาวถอยหลังหนีด้วยความหวาดกลัว

___ราวกับเป็นกระจกสะท้อนก็ไม่ปาน...

___คลื่นพลังรุนแรงกระจายแผ่ออกประหนึ่งมีก่อนอุกกาบ าตที่อัดแน่นไปด้วยเวทย์มนต์ตกลงมาใส่ ตามติดๆด้วยสายลมพัดกระหน่ำจนอาจคิดได้ว่ามีพายุกำลั งใกล้เข้ามา ณ จุดเชื่อมระหว่างยอดหญ้าและผืนฟ้าที่มองเห็นได้บนเนิ นสูงขึ้นไปนั้น แสงสว่างเรืองรองดุจผ้าแพรใสพลิ้วไสวถูกกระตุกลงจากฟ ากฟ้าสีน้ำเงิน

___สเตล่า รูลซาลกี้วิ่งสุดกำลังตรงดิ่งขึ้นไปยังจุดกำเนิดปราก ฏการณ์อันนอกเหนือจากความปรกติทั่วไปทั้งๆที่สมองยัง ไม่ทันได้รับรู้แน่ชัด ก้าวหนึ่งเธอใช้ออกไปเพื่อไขว่คว้า ทว่าอีกก้าวเป็นแค่การหนีเท่านั้น หนีจากภาพสะท้อนในอดีตของตัวเองที่เธอเห็นในเด็กสาวท ี่ไม่รู้จัก เด็กสาวที่อ่อนแอคนนั้น...

___“ ไม่นะ!!! ”

___แถบแสงเจ็ดสีที่เปล่งประกายพุ่งตรงดิ่งขึ้นสู่ฟาก ฟ้าราวกับเป็นมังกรโผนทะยานพลางส่งรัศมีกลบแสงอื่นๆจ นมิดชิด แรงลมหมุนรอบฐานเชื่อมของสายรุ้งจากพื้นดินสู่ฟากฟ้า นั้นราวกับกำแพงที่ไม่อาจมองลอดไปได้ เพียงข้ามผ่านสายลมนี้ไปเท่านั้น... เพียงแค่นั้น... ก็สามารถรับรู้ได้แล้วว่า... สายรุ้งนั้น... กำเนิดมาจากที่ใด...

___“ ย้ากกกกกกกก!!!!!!! ” นักรบสาวชักดาบยาวคล่องมือออกมา ก่อนจะพุ่งเข้าฟาดฟันใส่กำแพงลมอันรุนแรงจนเป็นสีเข้ ม เพียงวินาทีเดียวที่ดาบได้สัมผัสกระแสแห่งอากาศเท่าน ั้น ร่างของเธอก็ถูกดูดหายเข้าไป...

___“ นี่ยังไม่ถึงเวลาของเจ้าหรอกนะ ” เสียงหญิงสาวที่เหมือนกับว่าเคยได้ยินมาแล้วดังก้องข ึ้นในหัว ขณะที่สเตล่ากำลังล่องลอยไป “ ยังไม่ถึงเวลา... ”
……………………………………………………………………………..

___ยูมะ อันนูน เด็กสาวร่างเล็กผู้ร่าเริง วันนี้ก็ยังสดชื่นอีกเช่นเคย หลังจากทำจานแตกไปเจ็ดใบ แก้วอีกสิบสอง แต่โอเนอร์ก็ยังชมเปาะ ลูกค้าก็ยังยิ้มแย้ม บางทีเธออาจจะเหมาะกับงานนี้ที่สุดแล้วก็ได้

___คุณดวงอาทิตย์ คุณต้นหญ้า คุณถนน ทำไมถึงดูเหนื่อยล่ะ ถ้าเหนื่อยแล้วก็พักบ้างนะ อ๋อ! มิน่าล่ะ ถึงได้เป็นสีส้ม

___อ๊ะ! มีคนนอนอยู่ตรงนั้น เป็นใครกันนะ ตื่นเต้นดีจัง

___“ อ๋า! เลือดเต็มเลยอ่า! เป็นอะไรมากไหม ”

___เจ็บ! ว้าว! ดาวเต็มเลย ยังไม่ถึงกลางคืนสักหน่อย...

___“ หุบปากนะ!!! หยุดร้องสักที! เจ้าคนอ่อนแอ!!! ”

___ทำไมนะ ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงได้ดูเจ็บปวดมากขนาดนั้น แล้วสายรุ้ง... ทำไมเธอถึงได้ตามหาสายรุ้งล่ะ...

___ราวกับว่าไม่ได้เกิดอะไรขึ้น เหมือนลมหมุนรุนแรงเมื่อครู่นี้นั้นไม่ได้มีตัวตน ถ้าไม่นับแสงเจ็ดสีแล้วคงไม่มีอะไรเลย ภาพของทิวทัศน์ทั้งหลายยังคงเป็นเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแ ปลง

___ยูมะยืนหอบน้อยๆเมื่อมาถึงยอดสูงสุดของเนินทุ่งหญ ้าที่อาบไล้ด้วยแสงพร่างพราว เงาตะคุ่มของคนกำลังยกแขนเงื้อง่าคว้าหมู่ดาวบนฟากฟ้ าได้ดึงเอาความสนใจเธอไป
.................................................. .................................................. .......................................


___ว่างเปล่า...

___“ พลาดอีกแล้วเรา ” สเตล่าลดมือลง ค่อยๆยันร่างปวกเปียกและเจ็บปวดแต่ไร้บาดแผลขึ้นนั่ง ภายในตัวรู้สึกโหวงเหวงอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าเธอได้พลาดบางอย่างที่สำคัญที่สุดในชีวิตไป เป็นความรู้สึกที่รุนแรงเหมือนเพิ่งเสียสิ่งสำคัญที่ สุดของเธออีกครั้งหนึ่ง

___อีกนิดเดียว... ถ้าเราเอื้อมมือออกไปอีกนิดล่ะก็...

___เสียงฝีเท้าบนใบหญ้าดังขึ้นข้างหลังเธอ เป็นฝีเท้าที่แผ่วเบาและไม่มั่นใจอย่างยิ่ง คงจะเป็นเด็กสาวแปลกๆคนนั้นสินะ

___“ ตามมาทำไมล่ะ ” นักรบสาวตะเบ็งเสียงโดยไม่หันหน้าไปมอง สายตาจับจ้องอยู่ที่มืออันไร้เรี่ยวแรงของตน เธอรับรู้ได้ถึงไอร้อนผ่าวบนใบหน้าและขอบตา

___นิ่งเงียบไป... ภายใต้อาภรณ์ระยิบระยับแห่งรัตติกาลที่เคว้งคว้าง...

___“ อยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเลยนะ ยูมะจะคอยรับฟังเอง ” เสียงเล็กๆกระซิบที่ข้างหู แขนสองข้างโอบกอดจากด้านหลัง สเตล่ารู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่าน “ ไม่ต้องฝืนไปหรอก ”

___หยาดน้ำไหลรินเป็นสายออกมาอาบแก้มอย่างไม่รู้ตัว หญิงสาวผู้เคยแต่ตวัดดาบฟาดฟันนั้น เธอผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาออกมาเลยแม้แต่หยดเดียวในฐานะ ผู้นำ...

___“ โฮ................................................ ............................................... ”
__________________________________________________ ____

___“ ฉัน ยูมะ อันนูน คุณชื่ออะไรเหรอ ” สาวน้อยร่างเล็กผู้มีใบหน้าออกแนวลูกแมวเหมียวเอียงค อถาม ขณะที่ขาก้าวไปบนทางเดินหินที่ถูกขนาบข้างด้วยทุ่งหญ ้าปุยขาวเรืองแสง เสียงแกร็กๆของฝักดาบกับชุดหนักๆกระทบกันสะท้อนอยู่ใ ต้ผืนฟ้าอันกว้างใหญ่ สเตล่ามองเธออย่างรำคาญน้อยๆ “ คุณชื่ออะไรเหรอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ”

___ขอเปลี่ยนคำพูด รำคาญไม่น้อยเลยต่างหากล่ะ!

___อืม... จะไม่ตอบก็ไม่ได้แฮะ แต่มันก็...

___“ เงียบหน่อยได้ไหม! ”

___“ อือ... โกรธเหรอ... ” ยูมะเหลือบมองนักรบหญิงอย่างกล้าๆกลัวๆ แถมทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมาอีกเสียด้วย

___“ เข้าใจแล้วๆ ” สเตล่าเสยผมด้วยท่าทางเบื่อๆ “ ข้า สเตล่า รูลซาลกี้ เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเฟเบียน จริงๆก็แค่อดีตล่ะนะ ”

___“ สเตล่าเหรอ... ” สาวน้อยตัวเล็กยิ้ม “ เป็นเจ้าหญิงด้วย ”

___“ ก็นะ ”

___“ น่าอิจฉาจัง คงได้อยู่ในปราสาทหลังใหญ่ที่มีของกกินเพียบเลยใช่ม้ า ”

___“ มันก็ไม่เชิงหรอกนะ ” เจ้าหญิงเกาหัว หวนกลับไปยังความทรงจำสมัยเด็ก ปราสาทสีขาวประกายทองที่มหึมายิ่งกว่ามังกรภูผาถึงเจ ็ดเท่า ทุ่งหญ้ากว้างและเมืองเล็กๆสงบสุขที่เปี่ยมไปด้วยรอย ยิ้ม กับเจ้าชาย... ฟอร์เต้ “ ของกินเหรอ... ”

___เธอรู้สึกได้ถึงความหดหู่ที่พุ่งขึ้นมาอีกครั้ง เธอพลาดสายรุ้ง ไม่สามารถที่จะนำอาณาจักรกลับคืนมาได้ แถมยังต้องมาติดแหงกอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้อีกต่างหากกับ เด็กสาวท่าทางประหลาดๆที่ไม่กล้ากลับบ้านตอนค่ำๆคนเด ียว

___ทุกคนจะคิดยังไงนะ ฟอร์เต้... เธอจะคิดยังไงกัน... ท่านพ่อ...

___“ นี่ๆ ดูสิๆ เห็นคุณปลาด้วยล่ะ ” เสียงเรียกของยูมะเบนความสนใจให้ออกห่างจากความนึกคิ ด สเตล่าถูกลากให้ตรงไปยังขอบสะพานไม้ข้ามลำธารเล็กๆ ณ ถนนปากทางลอดผ่านป้ายชื่อเมืองด้วยคำพูด เธอชะโงกตามมือชี้ลงไป ทันใดนั้นเอง ตัวอักษร ‘ อิเทอนัล ไซด์ ’ ก็กลับหัวไปพร้อมกับความรู้สึกหวิวๆในท้อง

___“ เอ๋? ”

___‘ ตูม! ’ ‘ ซ่า! ’

___“ อ๋า? ” เธอร้องงงๆ เมื่อพบว่าตัวเองนั้นลงมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่กลางลำธารต ื้นๆที่ใสสะอาดเสียแล้ว “ ยะ... เย็นชะมัดเลย ทำอะไรน่ะ! ”

___“ รู้สึกดีขึ้นหรือยัง ” ยูมะที่วิ่งตามลงมาริมฝั่งถาม “ เห็นสเตล่าดูซึมๆไปน่ะ ”

___ทันใดนั้นเอง ดวงไฟเล็กจ้อยมากมายก็บินขึ้นจากพงหญ้าอ่อนนุ่มกระจา ยอยู่ทั่วดุจละอองดาวในจักรวาลล้อมรอบสองสาวเอาไว้ เสียงกระดิ่งลมใสกังวานกริ๊งจากที่ไกลแสนไกล พร้อมกับแสงสว่างเรืองรอง สเตล่ารู้สึกราวกับว่าตัวเองนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกลุ ่มดาว และเด็กสาวเบื้องหน้าก็คือ

___“ ฟอร์เต้... ” เธอพึมพำออกมา จุดที่ควรจะเป็นยูมะ กลับเป็นเด็กหนุ่มร่างสูงในชุดสีน้ำเงินเข้ม เขามีผมยาวไม่เรียบร้อยสีน้ำตาลอ่อน ผิวขาวสะอาดสะอ้านและใบหน้าโทนอ่อนหวานเฉกเช่นเจ้าหญ ิง

___“ ตกหลุมพรางของผมอีกแล้วนะ สเตล่า เจ้าหญิงของผม ตอนที่เธอเปียกน้ำก็น่ารักดีนะ ” เขาหัวเราะหึๆ “ ไม่เป็นไรหรอก ขอแค่เธอมีความสุขก็พอแล้ว ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ”

___“ เอ๋? ”

___“ สเตล่า! เป็นอะไรไหม ”

___นักรบสาวผู้เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าที่จริงแล้วนั้นเธ อคือเจ้าหญิง(?)ถูกกระชากให้กลับมายังปัจจุบันอย่างไ ม่ค่อยพอใจนัก นั่นเป็นภาพหลอนหรือ ภาพของเจ้าชายฟอร์เต้ซ้อนทับกับยูมะ

___“ เห็นจู่ๆก็นิ่งค้างไปเลย เป็นอะไรไป ”

___“ โอ๊ย! เจ็บข้อเท้าน่ะ ” สเตล่าร้อง “ สงสัยเป็นเพราะเจ้าผลักข้าลงมานั่นแหละ ”

___“ แย่ล่ะสิ! ” ยูมะพูด “ งั้นจับมือยูมะนะ เดี๋ยวจะ... หว๋า! ”

___แล้วเด็กสาวก็ล้มคว่ำลงลำธารอีกคน

___“ ล้อเล่นย่ะ! ” เจ้าหญิงแล่บลิ้นใส่

___“ มะ... ไม่จริงน่า ” ยูมะเงยหน้าขึ้น

___ขณะที่เสียงหัวเราะของสองสาวดังภายใต้จันทร์เสี้ย ว รัตติกาลแห่งทะเลดวงดาวและเหล่าหิ่งห้อยเล็กๆผู้ไขว่ คว้าแสงดาวล้อมรอบ สายน้ำที่ไหลเอื่อยไปเรื่อยๆดุจการเดินทางที่ไม่รู้จ บ ใบหญ้ากับปุยขาวที่สะบัดพริ้วตามแรงลมแผ่วเบาอย่างอ่ อนโยน และเนินที่ดูราวกับไปสิ้นสุด ณ ชายผ้านภาสีน้ำเงินเข้มระยิบระยับ สเตล่าตัดสินใจที่จะอยู่รอคอยสายรุ้งที่จะเกิดขึ้นใน อนาคต... อีกครึ่งปี...

___“ ถ้าข้าจะอยู่ท่ามกลางความสงบเหล่านี้ไปสักพัก หากแต่ข้าเลือกที่จะหยุดรอคอยแทนที่จะก้าวต่อไป ข้ายังไม่ใช่ผู้แพ้สินะ ท่านพ่อ... ฟอร์เต้... ทุกคน... ”
__________________________________________________ _____

___นี่คือเรื่องราวของอิเทอนัล ไซด์ มิติแห่งการพักผ่อนของนักเดินทาง ซึ่งมีสองสิ่งให้เลือก ระหว่างหยุดรอบางสิ่งที่จะเกิดขึ้น บางสิ่งที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง กับการก้าวต่อไปเพื่อตามหาสิ่งที่ตนต้องการอย่างแท้จ ริง
_______________________________จบตอน
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
 
เก่า 10 Jun 2008, 21:09   #2 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
rune's Avatar
 
โพส: 146
ดาวโหลด: 104
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 14

TG ออร่า:
rune aurarune aura



อ่านแล้วชอบหรือไม่ชอบก็บ่นได้นะครับ อย่าเงียบอยู่เลย....
_______________________________

Wish – Follow the Rainbow
ตอนที่ 2
___อิเทอนัล ไซด์ จุดพักสำหรับนักเดินทาง มิติที่มีจุดเชื่อมอยู่กับโลกทุกใบ ดินแดนทุกดินแดนและอาณาจักรทุกหนแห่ง แต่เป็นมิติที่ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง เป็นสถานที่สำหรับบุคคลผู้ตามหาบางสิ่งบางอย่างด้วยใ จบริสุทธิ์เท่านั้นจึงจะสามารถค้นพบทางเข้าได้ และในชีวิตหนึ่งๆ จะสามารถมาเหยียบที่นี่ได้เพียงคนละครั้งเท่านั้น

___สเตล่า รูลซาลกี้ เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเฟเบียนที่ล่มสลายผู้ออกตามหาสา ยรุ้งเพื่อกอบกู้อาณาจักรของตน ซึ่งเกือบจะค้นพบต้นกำเนิดของสายรุ้งอันเป็นจุดมุ่งห มายได้ แต่เธอกลับถูกส่งข้ามประตูแห่งอิเทอนัลไซด์มาโดยไม่ไ ด้ตั้งใจแทน เธอพบกับยูมะ เด็กสาวท่าทางประหลาดๆ นอกจากนี้ยังเกือบจะจับสายรุ้งได้อีกครั้ง แต่ก็ยังพลาดอยู่ดี หากไม่ใช่เพราะว่าเรื่องการปรากฏของสายรุ้งในตำนานทุ กครึ่งปี ณ จุดพักสำหรับนักเดินทางนี่แล้วล่ะก็ สเตล่าคงจะหาทางกลับโลกเดิมของเธอไปเสียแล้ว ทว่า... ในตอนนี้กลับมีเหตุที่ทำให้เธออยากกลับโลกเดิมมากกว่ าการออกตามหาสายรุ้งต่อเสียอีก

___“ ปล่อยข้านะ!!! ไม่เอา! ข้าไม่ใส่ชุดนั้นเด็ดขาด!!! ” นักรบสาว หรือจะเรียกให้ถูกก็น่าจะเป็น ‘ นักรบที่เป็นนักรบเมื่อสักนาทีก่อนได้ ’ นั่นเพราะว่าเธอต้องมาติดแหงกอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อ เล็กๆแคบๆกับสองสาว และกำลังถูกฉวยโอกาสจับนู่นจับนี่อยู่ “ อ๋า! อย่านะ!! อย่าบีบตรงนั้น!!! ”

___“ พอได้สัมผัสแล้วยิ่งบอกได้เลยว่า ของยูมะน่ะ ไม้กระดาน... สุดๆเลยนะ ” หญิงสาวร่างเล็กพอๆกับยูมะ ไว้ผมยาวสีน้ำตาลอ่อนผูกโบว์ใหญ่ด้านหลัง เธออยู่ในชุดกระโปรงบานเหมือนดอกไม้สีส้มสั้นเหนือเข ่า ถุงเท้าและถุงมือยาวขึ้นถึงต้นแขนต้นขา

___เรเชล ไรซ์ หญิงสาวที่บรรลุนิติภาวะมานานแล้ว(?) ผู้เป็นภรรยาของวิโอล่า ไรซ์ เจ้าของร้านลิตเติลวิงก์คาเฟ่ เธอเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับพนักงานในร้าน และชื่นชอบที่จะจับพนักงานแต่งตัวด้วยชุดที่เธอออกแบ บใหม่ทุกอาทิตย์

___“ โธ่... ทำเป็นพูดไป ของเรเชลน่ะก็ไม่ได้ต่างไปจากยูมะหรอก แถมอายุก็มากกว่าตั้งเกือบสิบปี ” เด็กสาวหัวส้มโพลงขึ้นด้วยน้ำเสียงโมโหเล็กน้อย

___“ กรี๊ด!!! พูดออกมาแล้วๆ ”

___‘ โป๊ก!!! ’

___“ อ๋อย! เจ็บอ่า... มาโขกหัวยูมะทำไม คุณป้า!!! ”

___“ ยะ.... ยะ... ยังไม่หยุดอีก หนอย! งั้นก็จงจมหน้าอกที่ตัวเองไม่มีวันมีไปซะ(เธอก็เหมือ นกันแหละ) ” เรเชลร้อง ก่อนจะกดหน้ายูมะเข้ากับหน้าอกของสเตล่าผู้น่าสงสารท ี่ยังติดแหง็กอยู่กับชุดพนักงานสีส้มรัดติ้วจนแทบหาย ใจไม่ออกด้วยไซส์เดียวกับของยูมะ

___“ หว๋า! อย่านะ! อย่าทำแบบนั้น! ไม่นะ ” สเตล่าดิ้นขลุกขลักอยู่ตรงมุมห้อง “ คุณ... คุณเรเชล ข้า! ข้าหายใจไม่ออก!!! ”

___“ ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะยูมะ!!! ”

___“ … ”

___“ ยะ... ยูมะ... กรี๊ด! ยูมะสลบไปแล้ว! สลบคาหน้าอกเลย!!! ”
__________________________________________________ __

___ถัดออกมาจากบานประตูไม้สู่ห้องกว้างที่สว่างไสวด้ วยสีขาวกับภาพวาดสีน้ำมันโทนเขียวและฟ้า ด้านหนึ่งเป็นบานกระจกใสเชื่อมกับถนนอาบแดดยามเช้าอั นเต็มไปด้วยผู้คน ด้านตรงข้ามคือเคาท์เตอร์สูงและตู้เย็นใส เค้ก พุดดิ้ง ไอศกรีมและอื่นๆ ที่นั่งสูงขนาบข้างนอกเหนือจากที่อยู่รอบๆโต๊ะหลายตั วในร้าน ชายหนุ่มสองคน คนหนึ่งนั่งมีถ้วยกาแฟอยู่ตรงหน้า ส่วนอีกคนยืนเท้าแขนที่เคาท์เตอร์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

___“ วันนี้สาวๆก็ยังร่าเริงเหมือนเคยเลยนะ ” ชายผมยาวสีเงินในเสื้อโค้ทตัวใหญ่ที่นั่งอยู่ เขายกถ้วยกาแฟแต่ที่บรรจุอยู่นั้นไม่ใช่ขึ้นจิบ “ อืม... อยากได้น้ำตาลเพิ่มจัง วิโอล่า ”

___“ นั่นน้ำมะเขือเทศนะ ใส่น้ำตาลเยอะก็แย่สิ ” ชายร่างผอมบางสูงเกินร้อยแปดสิบกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวพ ับตรงข้อมือกับกางเกงขายาวฟิตพอดีตัว เขามีผมสีทองรวบไว้ด้านหลัง นัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นดูแล้วชวนให้นึกถึงทะเลของเหล่าว ิหค “ ตกลงว่านายเลิกดื่มเลือดเพื่อมาซดน้ำตาลงั้นเหรอ ”

___“ เอาน่าๆ ไม่ต้องคิดมาหรอก ยังไงนี่ก็เป็นความเอาแต่ใจของผมเอง ”

___“ ฮ่ะๆ ”

___“ ว่าแต่ว่านะ วิโอล่า ผมล่ะสงสัยจริงๆว่า แฟนนายทำอะไรอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อน่ะ เห็นเอาแต่ขลุกตัวมาเกือบชั่วโมงแล้วนะ ” ชายผมสีเงินพูดขึ้น ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือดของเขาไม่ต่างอะไรไปจากสีแก้ว ในมือสักนิด

___“ ผมก็นึกไม่ออกเหมือนกัน ” หนุ่มผิวขาวผมทองผู้มีใบหน้าเชิงอ่อนหวานยิ้มละไม “ พอดีเมื่อวานเพิ่งมีพนักงานใหม่มาเพิ่มน่ะ ”

___“ อ้อ! เข้าใจล่ะ ”

___ทันใดนั้นเอง ประตูห้องเปลี่ยนเสื้อก็เปิดผัลวะออกอย่างแรงพร้อมกั บยูมะกับเรเชลโกยอ้าวออกมาด้วยความเร็วสูง ทั้งคู่มีสีหน้าตกใจปนหวาดหวั่นเล็กๆ ก่อนจะกระโจนไปอยู่หลังโต๊ะตัวหนึ่งด้วยท่าทางสั่นๆ และ...

___“ สเตล่า! ใจเย็นก่อนสิ! ใจเย็นแล้ววางโต๊ะลงก่อนก็ได้นะ มาค่อยพูดค่อยจากันเถอะ อย่าใช้กำลังเลยน้า ”

___“ ใช่ๆ ยูมะไม่ได้ตั้งใจนะ เราแค่ล้อเล่นนิดๆหน่อยๆเอง ”

____“ ยก... โทษ... ให้... ไม่.... ด้าย... ” เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเฟเบียนในสภาพที่เรียกง่ายๆว่าย ังแต่งตัวไม่เสร็จเดินแบกโต๊ะตัวใหญ่ขนาดเท่าโต๊ะอาห ารขนาดหกคนออกมาด้วยท่าทางเหมือนกับทีเรกซ์ถูกเหยียบ หาง ทำเอาสองหนุ่มที่อยู่ด้านนอกสะดุ้งสุดตัว คนหนึ่งสำลักน้ำมะเขือเทศจนดูเหมือนกับกระอักเลือดแล ะกำเดาพุ่ง ส่วนอีกคนก็... ล้มตึงนอนจมกองเลือด(กำเดา)อยู่จริงๆ

___“ นะ... หน้าอก... ” วิโอล่านอนตาหมุนติ้ว ขณะที่สเตล่าที่รีบกอดอกอย่างเร็วจี๋โดยลืมบางอย่างท ี่แบกไว้อยู่ เธอตามโอเนอร์ไปนับดาวในวินาทีต่อมาจากการถูกน็อคด้ว ยสิ่งที่เรียกว่าโต๊ะทานข้าวขนาดครอบครัวหล่นใส่หัว ท่ามกลางความเงียบงันที่ไม่นับเสียงของน้ำมะเขือเทศไ หลจ๊อกลงพื้น เรเชลหันมองหน้าลูกค้าชายคนเดียวในร้าน ก่อนจะย่องๆเข้าไปสะกิดสเตล่าเบาๆ

___“ ไม่เป็นไร... นะ... ”
………………………………………………………………………………..

___“ ยินดีต้อนรับค่า ” เสียงประสานจากหลายพนักงานสาวผู้สดใสร่าเริงดังขึ้นเ มื่อประตูกระจกใสติดกระดิ่งถูกผลักเปิด มีสเตล่ารวมในกลุ่มทำท่าโค้งคำนับอย่างเก้ๆกังๆและไม ่ค่อยพอใจนัก(ไม่สิ เรียกว่าอย่างมากจะเหมาะกว่า)

___“ ไม่ได้นะ สเตลิน ” สาวน้อยผมยาวสีเขียวอ่อนในเครื่องแบบชุดสีเดียวกันพู ดด้วยชื่อที่จงใจให้เพี้ยนซึ่งยูมะเป็นคนคิด “ เวลาลูกค้าเข้ามาน่ะ ต้องยิ้มต้อนรับอย่างงดงามสิ นี่เป็นหน้าที่ของ เอ่อ... ” เธอชะงักไป จากสีหน้าจะกินเลือดกินเนื้อของอดีตเจ้าหญิงผู้กลายม าเป็นสาวเสิร์ฟในปัจจุบัน

___“ ทำไมข้าจะต้องมา... ทำไมข้าจะต้อง... ทำไมข้า... ”

___บรรดาสาวๆในยูนิฟอร์มกระโปรงสั้นๆบานๆต่างพร้อมใจ กันหันมองตามหลังสเตล่าที่เอาแต่บ่นพึมพำอย่างเก็บกด ไปด้วยกันกับบรรยากาศที่แรงกล้าพอจะอัญเชิญวิญญาณหลอ นๆมาได้รอบๆตัว แถมยังทำให้ลูกค้าสูงอายุคนหนึ่งในร้านร้องไห้โฮซบอก พนักงานเสิร์ฟอีก(แต่ความจริงแล้วบางทีชายคนนั้นอาจห าเรื่องเองมากกว่า เพราะวินาทีต่อมา ชายชราจอมฉวยโอกาสนั้นก็ถูกส่งออกจากร้านไปอย่างรวดเ ร็ว)

___เสียงกระดิ่งประตูดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการปราก ฏตัวของกลุ่มนักเรียนชายชุดดำดูไม่เรียบร้อยหกเจ็ดคน ในร้าน พวกนั้นก้าวส่ายอาดๆไปนั่งตรงมุมร้านท่ามกลางสายตาอึ ดอัดของทุกคนในที่นั้น ขณะที่สายตาของทั้งลูกค้าและพนักงานสาวเหลือบมองกันเ องด้วยความรู้สึกไม่ดีอยู่นั้นเอง คนที่ดูเหมือนว่าเป็นหัวโจกก็โพลงขึ้นด้วยเสียงกระโช กโฮกฮาก

___“ มีลูกค้าเข้า ทำไมไม่มารับออเดอร์ล่ะฟระ ” ชายผมทองชี้แหลมเหมือนเม่นทุบโต๊ะเปรี้ยง เขานั้นดูเหมือนเด็กมีปัญหาที่ได้รับความรักมาไม่เพี ยงพอ เหล่าสาวเสิร์ฟทั้งหลายสะดุ้งเฮือกยิ่งถอยออกห่าง ยูมะตกใจสะดุดขาตัวเอง ส่วนวิโอล่าน่ะหรือ เขารีบหลบลงใต้หลังเคาท์เตอร์ตั้งแต่ที่เจ้าพวกนั้นเ ข้ามากันแล้ว ลูกค้าคนอื่นๆก็ได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อ

____“ ใช่ๆ ลูกพี่สั่งแล้วทำไมไม่มาล่ะ ” เด็กหนุ่มร่างสูงหน้าตาเหมือนกบต่างดาวที่นั่งโก่งปร ะหลาดๆอยู่ข้างชายโหดผมทองหัวเราะคิกคักเหมือนคนสติไ ม่เต็มเต็ง หรือบางที เจ้านี่อาจจะไม่เต็มจริงๆก็ได้ “ ...เหอ เหอ เหอ ผู้หญิงเยอะแยะเลยวุ้ย... ท่าทางวันนี้จะเป็นวันดีมากๆๆๆๆๆๆแฮะ ”

___‘ ผัวะ! ’ “ อูย... ”

___“ แกน่ะเงียบไปเลย! ” หนุ่มหัวโจกตบหัวเจ้าโย่งหน้ากบหนึ่งป้าบอย่างแรง ตามด้วยเสียงฮาครืนตามาของบรรดาลูกกระจ๊อกอื่นๆ “ อืม... จะว่าไปก็ใช่ล่ะนะ... เฮ้ย! แม่สาวตรงนั้นน่ะ ที่นมโตๆน่ะ มานี่หน่อยสิ มาเร็วๆ ”

___ทั้งหมดในร้านหันไปมองตามเป้าหมายของเสียง สเตล่ายืนหันหลังคอตกบ่นพึมพำอยู่คนเดียวอยู่หน้าแจก ันดอกไม้ที่โต๊ะตัวในสุดของร้านติดกับประตูเชื่อมไปห ้องครัว ถ้าสังเกตดีๆแล้วจะเห็นได้ว่าดอกไม้ในแจกันนั้นเหี่ย วแห้งไปหมดในทันทีทันใด ทั้งๆที่เพิ่งเปลี่ยนไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเท่านั ้น ยูมะกลืนน้ำลายเอื้อก อันที่จริง สาวๆพนักงานทุกคนเลยต่างหาก

___“ ไม่ได้ยินหรือไง ยัยนมโต! มารับออเดอร์สิ! ”

___น่าแปลกที่สเตล่าทำตามอย่างว่าง่าย เธอเดินคอตกตรงเข้าหาชายกลุ่มใหญ่นั้น พร้อมกับสมุดจดเล่มเล็กในมือ ตามติดๆด้วยวิญญาณหลอนที่มาจากไหนก็ไม่รู้

___“ รับอะไรดีคะ ” สเตล่าพูดด้วยน้ำเสียงอารมณ์ประมาณซอมบี้สุดๆ

___“ เอา... เอ่อ... ขอพนักงานสักคนสิ เธอก็ได้ ” หนุ่มผมทองฉีกยิ้มยียวนโดยไม่ได้สนใจบรรยากาศเลยสักน ิด บรรยากาศที่สาวๆและยูมะพากันไปแย่งที่หลบภัยของวิโอล ่ากันหมด

___“ ร้านเราไม่มีอะไรอย่างนั้นหรอกค่ะ... แต่ถ้าจะให้แนะนำเมนูเด็ดล่ะก็... ไม่สิ... ข้าขอแนะนำเลยละกันนะคะ ” สาวน้อยสเตลิน(ที่บรรดาพนักงานด้วยกันเรียกเพี้ยนๆ)เ งยหน้าขึ้นจ้องมองกลุ่มลูกค้าจอมกวนประสาท ซึ่งนั่นทำให้รอยยิ้มของเหล่าชายจอมหาเรื่องทั้งหมดห ายไปจากใบหน้าทันที หากว่ามองจากมุมของยูมะ สาวเสิร์ฟ รวมถึงลูกค้าทั่วไปคนอื่นๆ อย่างเดียวที่เห็นได้ก็คือ ใบหน้าตื่นกลัวของเหล่าโจ๋ซ่าทั้งหลาย หลังจากที่สเตล่าขึ้นประโยคต่อ

___“ ข้าแนะนำสองอย่าง อย่างแรก ให้ข้าฆ่าแกซะ! ส่วนอย่างที่สอง พวกแกชิงฆ่าตัวตายซะก่อนที่ข้าจะลงมือเอง ”

___ปากกาถูกปักลงโต๊ะอย่างแรง จนทะลุภายในครั้งเดียว มันปักคาไว้อย่างน่ากลัว ราวกับว่าเป็นอนาคตที่ต้องเจอหากตอบคำถามผิด หรือว่าตัดสินใจไม่ตอบเลย...

___“ กรี๊ด!!! ” ไม่ถึงหนึ่งวินาที นักเรียนชายผู้กำลังคึกสุดๆพลันกลายเป็นกลุ่มตาขาวขึ ้นมาในทันทีทันใด พวกนั้นโกยอ้าวออกจากไปร้านแบบที่ประตูยังไม่ทันได้เ ลื่อนปิดสนิทเลยด้วยซ้ำ

___“ เฮ้อ! ” จู่ๆสาวน้อยผมเขียวผู้เต็มไปด้วยความหงุดหงิดก็ถอนหา ยใจเสียงดัง ทำเอาทุกคนที่ยังเหลืออยู่ในร้านกับสภาพเคร่งเครียดแ ละงุนงงอยู่ผวาไปตามๆกัน ราวกับว่าเป็นหนังสยองขวัญตอนช่วงที่ปิศาจร้ายหรือพู ดง่ายๆว่าผีค่อยๆหันหน้ามาทางผู้ชมโดยมีเสียงดนตรีบา ดแหลมดังขึ้นเรื่อยๆ ยูมะกลืนน้ำลายเอื้อก เตรียมหวีดออกมาเป็นคนแรก

___“ สบายใจแล้ว เอ้า! ทำงานๆ ” สเตล่ายิ้มสดใสแบบฤดูใบไม้ผลิปลิวว่อนมาเยือนอย่างไง อย่างงั้น กลางวงล้อมของความอึ้งค้าง เธอก้าวฉับๆไปหยิบผ้ามาเช็ดโต๊ะที่พวกโจ๋เกเรนั่นก่อ นที่จะวิ่งหนีออกไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

___ประตูห้องครัวเปิดออกมาพร้อมกับเรเชลเวอร์ชั่นครี มติดแก้มในชุดผ้ากันเปื้อนชมพูทับชุดกระโปรงแบบเดียว กับพนักงานร้าน อารมณ์ของเธอนั้นไม่ต่างอะไรไปจากเจ้าหญิงในละครเพลง ที่วิ่งอยู่บนทุ่งหญ้าล้อมรอบด้วยหมู่กระรอกและเสียง ดนตรีน่ารัก

___“ วิโอล่า~ มาช่วยฉันหน่อยสิจ๊ะ ” เธอพูดเสียงร่าเริงประดุจสีเหลืองหวาน ก่อนจะสังเกตเห็นท่าทางอันผิดปกติของทุกคน “ เอ๋? มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ ”

___ทุกนิ้วชี้ส่งชี้ไปยังสาวน้อยสเตลินที่กำลังเช็ดโ ต๊ะไปฮัมเพลงไปด้วยราวกับว่าเพลิดเพลินอยู่เสียเต็มป ระดา เรเชลขมวดคิ้วน้อยๆ ก่อนจะเดินกระย่องกระแย่งเข้าไปหา

___“ สเตล่าจ๊ะ! ตั้งใจทำงานใช่ไหม ”

___“ ค่า~ ” สาวน้อยตอบเสียงหวาน

___“ ก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกนี่ แล้ว... วิโอล่า จะซุกตัวอยู่ใต้เคาท์เตอร์ไปถึงเมื่อไหร่ มานี่ได้แล้ว ฉันคิดสูตรเค้กใหม่ได้แล้วล่ะ ” เรเชลลากชายหนุ่มหน้าหวานที่นั่งตัวแข็งทื่อผ่านเข้า ประตูห้องครัวไป

___ยูมะเบ้ปาก พลางอดสงสัยไม่ได้ว่า ในตอนที่พวกเด็กเกเรหนีไปน่ะ สเตล่าไปทำหน้าแบบไหนใส่กันแน่นะ
__________________________________________________ __

___ช่วงบ่าย เป็นช่วงแห่งความร้อนแรงที่แท้จริง แสงแดดจ้าคอยเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างบนผืนแผ่นดินให้ห ่อเหี่ยวไปตามๆกัน ลองมองร้านค้าเลียบสองข้างทางของถนนทางเท้าแคบๆดูสิ ทั้งเจ้าของจนถึงลูกค้าต่างพากันขยับตัวเอื่อยเฉื่อย เหมือนตุ๊กตาลานหมด ขณะที่สายลมจิ๋วๆหอบเอาไอร้อนส่งให้ป้ายสีขาวกับตัวอ ักษร ‘ น้ำแข็ง ’ ตัวใหญ่สะบัดไหวไปมา

___“ ยังไม่ใช่หน้าร้อนสักหน่อย แต่ทำไมมันร้อนตับแล่บเลยล่ะ ” สเตล่าบ่นงึมงำกับตัวเอง พลางเดินห่อเหี่ยวหลบตามเงาที่ทอดยาวไปตามพื้นอยู่ข้ างๆยูมะที่หน้าซีดเหงื่อแตกพลั่กพอกัน นอกจากอยู่เฉยๆก็ร้อนจะแย่อยู่แล้ว ยังมีทั้งสิ่งปลูกสร้าง พื้นอิฐและสิ่งของรอบๆที่เป็นโทนสี
เหลืองเข้มช่วยเพิ่มอุณหภูมิทางความรู้สึกกับสายตาอี กด้วย

___“ ได้ยินจากคุณกาตอนเช้าว่าวันนี้ว่าคุณเรนนี่ไม่ค่อยส บายนะ คุณซันนี่เลยต้องมาคุมสภาพอากาศแทนน่ะ ” ยูมะพูด ชี้มือขึ้นไปบนท้องฟ้าเจิดจ้า

___“ หา? เรนนี่? ซันนี่? ”

___“ เทพธิดาฤดูกาลน่ะ ”

___“ อ้อ! ”

___จากคำบอกเล่าของยูมะและผู้อยู่อาศัย ณ อิเทอนัล ไซด์มานาน เล่ากันว่าแผ่นดินทั้งหมดอันเป็นผืนเดียวและไม่มีที่ สิ้นสุดนั้นถูกดูแลโดยเหล่าเทพธิดาและภูติทั้งหลาย ตั้งแต่เรื่องกระจ้อยร่อยอย่างไม่จิ้มฟันจนกระทั่งถึ งอะไรที่ใหญ่ยิ่งกว่าเรือรบ(แต่ที่นี่รู้สึกว่าจะไม่ มีเรือรบหรอก)จะมีภูติประจำอยู่ทั้งสิ้น ส่วนเรื่องของสภาพอากาศ การไหลของสายน้ำ อุณหภูมิ แสงแดด การเติบโตและก้อนเมฆบนท้องฟ้ายามกลางวันกับดวงดารายา มค่ำคืนล้วนเป็นหน้าที่ของเทพธิดาทั้งสิ้น(รวมถึงควา มหวานของเค้กด้วย) สเตล่าเคยถามตรงๆไปว่าพวกเขารู้ได้อย่างไร ซึ่งคำตอบที่ได้นั้นจะเหมือนกันหมดเสมอ

___‘ เดี๋ยวก็รู้เองแหละ ’

___“ ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ไปบอกคุณซันนี่หน่อยสิว่าตอนนี้ร้อนเกินไปแล้ว ” สเตล่าประชด

___“ เอ๋? นี่ไม่เชื่อยูมะเหรอ ” ยูมะดูประหลาดใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าแบบจะร้องไห้ออกมา “ อือ... ”

___“ โอเคๆ เชื่อก็ได้ โธ่เอ๊ย! ” สาวร่างสูงแอบเบ้ปาก

___“ ...นี่... ”

___“ อะไร? ”

___“ ไปหาอะไรเย็นๆกินกันถอะ ”

___“ นั่นสินะ ”

___อากาศร้อนระอุเคลื่อนที่ไปมาอย่างอิสระผ่านซอกมุม ของบ้านเรือนร้านค้าอย่างคล่องแคล่ว ทั้งๆที่ไม่มีคู่แข่งอยู่แท้ๆ แต่ดวงอาทิตย์สีเจิดจ้าก็ยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไปด ้วยความตั้งใจเกินร้อย ในบ้านเปิดหลังหนึ่ง เด็กสาวสามคนพี่น้องนอนเท้าแช่น้ำอยู่ตรงชานบ้าน ที่ใต้เงาต้นหูกวางใหญ่ริมถนน แมวห้าหกตัวนั่งแบบสฟิงค์เฝ้าพีระมิดคอยจ้องหน้าผู้ผ ่านทางที่มีเพียงน้อยนิด หญิงสาวร่างท้วมผมฟูป่องยาวคาดผ้ากันเปื้อนสีหม่นทับ ชุดสีขาวเปื้อนๆในมือถือตะหลิวกำลังวิ่งไปมาตรงนั้นท ีตรงนี้ที พลางตะโกนเรียกชื่อคนไปด้วย

___“ มีอะไรหรือคะ ” ยูมะ เด็กสาวผมสั้นประบ่าสีส้มผู้มีรูปร่างเล็กเท่าเด็กปร ะถมเดินเข้าไปถาม

___“ ไทร่าน่ะสิ หายตัวไปไหนก็ไม่รู้ นี่ก็เลยเวลาข้าวเที่ยงมาชั่วโมงกว่าแล้ว ปกติก็ไม่เคยหายตัวไปดื้อๆแบบนี้เลย ” หญิงวัยกลางคนพูด มือลูบด้ามจับตะหลิวอย่างใจลอย “ แย่จัง เจ้าลูกคนนี้นี่ ”

___“ เห... แล้วลองไปหาดูที่บ้านเพื่อนแล้วหรือยังคะ ”

___“ ไปมาแล้วล่ะ แต่ทางนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน ลูกเขาก็ด้วย หายตัวไปพร้อมๆกันหมดเลย เฮ้อ! ในวันร้อนๆแบบนี้ด้วยล่ะนะ ถ้าเกิดเป็นล้มเป็นแล้งไปจะว่ายังไง ”

___“ ...งั้นหนูจะช่วยตามหาอีกแรงนะคะ ” ยูมะที่ใช้เวลาคิดเพียงหนึ่งวินาที หรืออาจไม่ได้หยุดคิดเลยด้วยซ้ำโพลงขึ้นด้วยน้ำเสียง ร่าเริงพอๆกับความร้อน “ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ คุณป้า ”
สเตล่าที่นั่งหลบอยู่ใต้ต้นไม้ข้างๆแมวดำสามตัว สีสวาทอีกหนึ่งแล้วก็อื่นๆที่อยู่บนกิ่งไม้เหนือหัวไ ปอีกหน่อยอยู่หกเจ็ดตัว เธอถอนหายใจและเขย่าคอเสื้อให้ลมพัดเข้าข้างในขณะมอง ยูมะเดินสปริงตัวน้อยๆเข้ามาหาหลังจากหางานเพิ่มให้ต ัวเองเรียบร้อยแล้ว พลางรู้สึกว่าสิ่งที่ทำให้เธอปวดหัวได้มากกว่าไอร้อน ระอุนี้ได้ก็คือเด็กสาวท่าทางไม่เต็มเต็งคนนี้นี่เอง

___“ ไปตามหาไทร่ากันเถอะ! ”

___“ เห... ไม่เอาหรอก ” สเตล่าขมวดคิ้ว ทำสีหน้าเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเอนหลังพิงลำต้น “ เจ้ารู้จักกับป้าคนนั้นด้วยหรือไง ”

___“ เปล่า... ”

___“ หา? ไม่รู้จัก... แล้ว? ”

___“ ก็ถ้าคนอื่นเดือดร้อน เราก็ต้องช่วยสิ ” ยูมะพูดยิ้มแย้มขัดกับสภาพอากาศจริงๆ ซึ่งนั่นทำให้สเตล่าอดรู้สึกฉุนกึกอย่างน่าประหลาดไม ่ได้ “ นะๆ ไปช่วยกันหน่อยนะ น่านะๆๆๆๆๆๆๆ ขอร้องล่ะ ” เธอทำท่าไหว้ประหลกๆ

___อดีตเจ้าหญิงผู้กำลังรู้สึกหงุดหงิดเต็มที่จากควา มร้อนหันไปจ้องหน้าแมวดำตัวหนึ่งด้วยสีหน้าประมาณว่า ‘ เซ็ง! ’ ขณะที่เสียงหนวกหูที่ขึ้นต้นด้วยตัว ‘น’ ของยูมะยังคงดังต่อไปเหมือนระบบเทปแบบออโต้รีเวอร์ส ภายในชั่วอึดใจ สเตล่าตบหน้าผากตัวเองเบาๆแสดงถึงการยอมแพ้ต่อความใจ อ่อนของตัวเอง

___“ ก็ได้ๆ แต่แค่ไปเป็นเพื่อนนะ ”

___ตามทางเดินเล็กๆระหว่างตัวบ้านที่ปลูกชิดกันเป็นพ รืด พื้นอิฐแข็งสีโทนส้มเรียงรายทอดยาวไปเบื้องหน้าบังคั บเส้นทางซ้ายขวาของมันเอง ป้ายไม้แขวนรูปรองเท้า รูปเครื่องเขียนและรูปปลาถูกยึดไว้เหนือหัว เลี้ยวที่มุมครั้งแรกเป็นน้ำพุเล็กๆกลางลานแคบๆระหว่ างกำแพงสามด้านและประตูบ้านหนึ่งบาน ไปตามเส้นทางเปิดระหว่างกำแพง เลี้ยวขวาอีกสามครั้ง ผ่านหน้าต่างอีกเจ็ดบานก็พบกับทางน้ำเล็กๆลึกพอถึงเข ่า สายน้ำใสสะอาดดูเย็นสบาย มีแมวนับสิบตัวนอนหลับอุตุใต้ร่มไม้ใหญ่เพียงต้นเดีย วกลางลานกว้าง

____“ ทำไมทางมันถึงได้วนๆแคบๆอย่างนี้นะ ” สเตล่าบ่นพึมพำ มือปาดเหงื่อเม็ดโป้งที่ไหลรินผ่านแก้ม ก่อนจะชะโงกหน้ามองผิวน้ำ ดวงตาสีเขียวสดจ้องตอบกลับมาจากโลกคู่ขนานอันห่างไกล แต่กลับใกล้เพียงผืนน้ำกั้น “ น้ำนี้ใช้ได้หรือเปล่า ”

___“ อืม... ทานได้นะ นี่เป็นน้ำที่เดินทางมาจากยอดเขาไกลๆทางนู้นน่ะ เป็นของประทานจากเทพธิดาวอตี้ล่ะ ชาวบ้านใช้ดื่มแล้วก็ปรุงอาหาร ” ยูมะพูด ชี้มือไปทางท้องฟ้ากว้างๆที่มองอะไรไม่เห็นนอกเสียจา กแสงที่เจิดจ้าและเมฆสีขาวเท่านั้น

___“ เข้าใจล่ะ ” สาวน้อยผมเขียววักน้ำขึ้นดื่มแล้วล้างหน้า เหมือนได้คืนชีพขึ้นมาในทันทีทันใด “ ว่าแต่เจ้าจะเอายังไงอีกล่ะ เดินมาก็นานแล้วนะ ยังไม่เห็นเด็กสักคนเลย แถมร้อนขนาดนี้ด้วยนะ ใครจะมาบ้าเล่นกันตอนนี้ ”

___“ นั่นสิ... แต่ว่า ยูมะก็ว่าแปลกนะ เพราะปกติ ทุกๆวันคี่จะต้องมีเด็กออกมาวิ่งเล่นกันเต็มตรอกซอยไ ปหมดเลยไม่ใช่เหรอ แม้แต่ในวันร้อนๆแบบนี้ก็มีให้เห็นบ้างเหมือนกันนะ ” เด็กสาวตอบ ที่ว่าวันคี่นั้น ในอิเทอนัล ไซด์มีคำกล่าวว่า ‘ วันคู่คือการเล่าเรียน ส่วนวันคี่คือการละเล่น ’ ดังนั้น โรงเรียนต่างๆจะเปิดสอนเฉพาะวันคู่เท่านั้น “ แล้วยังพ่อแม่ที่หาลูกๆไม่เจออีก ”
เจ็ดรายแล้ว... สำหรับผู้ปกครองที่ตามหาลูกๆของพวกเขาไม่เจอ เจ็ดรายแล้วในระหว่างทางที่ผ่านมา...

___“ ฟังดูอย่างกับ... เรื่องของ พายด์ ไพเพอร์เลยนะ ”

___“ พาย ไพเพอร์? ” ยูมะทวนคำงงๆ

___“ มันเป็นเรื่องเล่าจากแดนไกลน่ะ เกี่ยวกับชายเป่าปี่ผู้น่าพิศวง ข้าก็ได้ฟังเขามาอีกทีจากนักดนตรีลึกลับที่มาเยือนอา ณาจักรของข้าตอนข้ายังเด็ก ” สเตล่าทรุดตัวลงนั่งใต้ร่มเงาไม้ เงยหน้าขึ้นมองลำแสงที่ส่องลอดหมู่ไม้ลงมา นัยน์ตาเหม่อลอยจากการย้อนอดีตด้วยการตั้งสมาธิอย่าง หนัก “ มีหมู่บ้านหนึ่งที่ถูกโจมตีด้วยบรรดาหนูมากมาย ส่วนชาวบ้านก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับพวกหนูนี้ดี พวกเขาไม่มีวิธีที่ดีพอที่จะไล่พวกมันไปได้ ดังนั้น พวกเขาก็เลยป่าวประกาศไปว่า จะให้รางวัลแก่ผู้ที่สามารถไล่หนูทั้งหมดออกจากไปจาก เมืองได้ และแล้ววันหนึ่ง ชายประหลาดกับปี่ของเขาก็ปรากฏตัวขึ้น ในยามที่เขาเล่นเพลง หนูทั้งหลายก็ต้องมนตร์สะกดในทันที พวกมันออกจากที่ซ่อนแล้วตามชายผู้นั้นไป จนกระทั่งชายคนนั้นข้ามแม่น้ำ พวกหนูก็ข้ามตาม แต่ว่า หนูน่ะ ว่ายน้ำที่ลึกและก็เชี่ยวไม่ได้... ก็เลยถูกพัดตายไปจนหมด ”

___“ หมดเลยเหรอ? ฟังดูโหดร้ายจัง ”

___“ นั่นสินะ ” สเตล่าจ้องมองผ่านรอยแยกของใบไม้ขึ้นไป ความทรงจำหนึ่งกลับแจ่มชัดขึ้นมา ฟอร์เต้... “ ชีวิตน่ะ... มีแต่เรื่องโหดร้าย... ”

___“ ไม่หรอก ” ยูมะส่ายหน้า ยื่นมือมากุมมือหญิงสาวอย่างแผ่วเบา “ ถ้าเรามองในมุมอื่นบ้าง มันก็ไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไปหรอกนะ ”

___“ อืม... ” เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรที่ล่มสลายไปสิ้นฝืนยิ้มออกมาเล ็กน้อย “ แล้วทีนี้ ชายประหลาดคนนั้นก็กลับไปพบกับชาวบ้านเพื่อรับรางวัล ที่เขาควรได้ ทว่า... ชาวบ้านกลับเกิดความเสียดายขึ้นมา... ดังนั้น พวกเขาตัดสินใจที่จะไม่ให้รางวัลใดๆเลยนอกจากความว่า งเปล่า ซึ่งนั่นทำให้ชายแปลกหน้านั้นโกรธมาก วันรุ่งขึ้น... เขาจึงเล่นเพลงปี่อีกครั้ง แต่คราวนี้ เป้าหมายกลับเป็นเด็กๆทุกคนในเมือง ว่ากันว่า... เด็กๆทุกคนตามเขาไป และไม่มีใครได้พบกับเด็กน้อยเหล่านั้นอีกเลย ”

___“ เด็กๆเหรอ... คิดไปก็คล้ายๆเหมือนกันนะ แต่ว่า... ก็ไม่เห็นจะมี... ”

___“ หมายถึงเสียงปี่งั้นสินะ ” เสียงหนึ่งดังออกมาจากเงามืดที่ลึกเข้าไปในประตูบ้าน ที่เปิดแง้มเอาไว้ เป็นเสียงที่ฟังดูนุ่มนวลและหนุ่มแน่น ทั้งสุภาพเรียบร้อย “ บางทีการนำพานี้อาจมาในรูปแบบอื่นก็เป็นได้ ”

___“ เจ้าเป็นใคร หมายความว่ายังไง! เผยตัวออกมานะ!!! ” สเตล่าหันกลับไปตะโกนเสียงแข็ง ลุกพรวดขึ้นยืนตั้งท่าเตรียมพร้อม

___“ เรียกผมว่าดาร์ค แล้วก็ต้องขออภัยด้วยที่ผมไม่อาจออกไปทักทายพวกคุณได ้ โปรดอย่าโกรธเคืองกับความไม่สุภาพของผมเลยนะครับ ผมแพ้แสงแดดน่ะ แพ้มากๆเลยด้วย ”

___“ คุณเป็นลมแดดเหรอ ” ยูมะถามเสียงใส “ งั้นสเตลิน เราอย่าไปกวนเขาเลยนะ ”

___สเตล่าขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ...แพ้แสงแดดงั้นเหรอ

___“ ให้ผมแนะนำนะ... ลองเปิดใจให้กว้างสิ แล้วมองหาสิ่งที่แปลกไปจากเดิมแม้เพียงน้อยนิด ” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้แฝงแววขบขันไว้ด้วย “ แต่ระวังให้ดีล่ะ เพราะปลายสุดของเส้นทางนั้นคือการหลงออกนอกเส้นทาง ”

___“ เอ๋? ” สาวน้อยผมยาวร้องงงๆ

___“ อ๊ะ! ผีเสื้อนี่นา ” จู่ๆยูมะก็โพลงขึ้นด้วยเสียงตื่นเต้น ก่อนจะออกวิ่งไป “ ว้าว! ผีเสื้อเต็มเลยล่ะ! ”

___“ ดะ... เดี๋ยวก่อน! ” สเตล่ายื่นมือออกไปคว้าแขนเด็กสาว ทว่าช้าไป “ ยูมะ! จะไปไหนน่ะ ยูมะ ไม่เห็นจะมีผีเสื้อเลยสักหน่อย!!! ”

___“ ไม่จริงน่า! ”

___สเตล่าวิ่งออกตามสาวน้อยร่างเล็กที่นำหน้าไปตามตร อกซอยแคบๆอย่างคล่องแคล่วเชี่ยวชาญ ภาพด้านหน้านั้นคือด้านหลังยูมะที่สั่นไหวบิดเบี้ยวไ ปเพราะความร้อน ไม่ว่าจะวิ่งตามด้วยแรงขนาดไหน ก็ยิ่งจะดูห่างออกไป ราวกับเป็นภาพลวงตาตามอุณหภูมิ... ห่างออกไป... ทุกที... ทุก... ที...

___“ ยูมะ? ” รู้ตัวอีกที เจ้าหญิงผู้หลุดมาจาดต่างแดนก็พบว่า มีเธอยืนอยู่เพียงคนเดียวกลางจัตุรัสเล็กๆเสียแล้ว
__________________________________________________ _

___อิฐบล็อกสีเทาๆต่อเรียงรายยื่นและบุ๋มจากบนพื้นผิ วที่ราบเรียบ ทว่าหากมองอีกครั้งก็จะพบว่ามันดูมีน้ำหนักเป็นสามมิ ติขึ้นมาราวกับเป็นภูเขาที่เกิดขึ้นจากก้อนสี่เหลี่ย มนับไม่ถ้วนต่อกัน และพอเพ่งดีๆต่อไปอีกก็เหมือนกันทิศทางทั้งหมดนั้นกล ับหัวกลับหางไปเรื่อยๆอย่างไม่สิ้นสุด

___ยูมะยืนปวดหัวอยู่กับทิวทัศน์เหลี่ยมๆสีหม่นที่กว ้างไกลสุดสายตารอบๆตัว ทั้งซ้ายขวาบนล่าง ไม่มีว่างเว้นเลยสักนิด และตัวเธอเองก็กำลังยืนอยู่บนบล็อกก้อนหนึ่งซึ่งเป็น ก้อนที่อยู่ตำแหน่งสูงที่สุด และต่อกันได้ราวกับเชือกที่ขึงไว้ไม่ตึง ทว่าอีกนัยหนึ่งนั้นคือ ตำแหน่งที่ต่ำที่สุดนั่นเอง

___ทันทีที่เธอคิดเช่นนั้น ตัวเธอพลันร่วงหล่นลงจากพื้นที่ยืนได้อย่างมั่นคง หมุนติ้วๆมากองบนอิฐบล็อกยักษ์... ก้อนเดิม แต่เป็นด้านที่อยู่ทางขวานับจากเดิม ถ้าเปรียบง่ายๆก็คือร่วงจากเต๋าแต้มหกไปยังหน้าแต้มท ี่อยู่ติดกันด้านใดด้านหนึ่งนั่นเอง

___“ อะไรเนี่ย? ” หญิงสาวพึมพำงงๆ และแน่นอน เธอกำลังมึนๆกับสิ่งที่เกิดกับเธอ งงกับทิวทัศน์ที่อธิบายได้อย่างงงๆ และงงกับเหล่าเด็กน้อยที่กระจัดกระจายกลับหัวกลับหาง กันไปอยู่ตามจุดต่างๆทั่วไปในโลกแห่งอิฐบล๊อกยักษ์ที ่มั่วได้อย่างน่าคลื่นไส้ได้แห่งนี้ “ พวกเด็กๆ! ”

___วินาทีที่ยูมะตัดสินใจที่จะโดดลงไปยังพื้นที่ที่ต ่ำกว่าหนึ่งขั้นเพื่อตรงไปหาเด็กสาวผมทองในชุดที่คล้ ายกับผ้ากันเปื้อนผูกทับชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน ทุกสิ่งรอบๆตัวเธอพลันพลิ้วไหวจนยืนแทบไม่อยู่ แล้วยูมะก็พบว่าตัวเองเสียหลักลงมากองอยู่บนพื้นที่อ ยู่ตำแหน่งเพดานของเด็กสาวคนนั้น เมื่อเธอลุกขึ้นยืน หัวของทั้งสองก็เข้ากระแทกกันอย่างจัง

___“ อูย... เจ็บอ่า... เอ๋? ” ยูมะร้องเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าเด็กสาวคนนั้นก ็เงยหน้าลงมาจ้องหน้าเธอเหมือนกัน หรือว่าเป็นเธอต่างหากที่เงยหน้าลงมองเด็กสาวคนนั้น จะอย่างไรก็เถอะ... “ เอ่อ... นี่... รู้หรือเปล่าว่าที่นี่ที่ไหนเหรอ ”

___“ ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ” เด็กคนนั้นตอบอย่างสุภาพ “ แปลกดีนะคะ ”

___“ อืม ” ยูมะเห็นด้วย ชั่วขณะหนึ่งดูราวกับว่าเธอนั้นกำลังห้อยหัวลงมา แต่อีกขณะกลับเป็นการเงยหน้าขึ้นไป ทว่าไม่มีอาการปวดเมื่อยหรืออึดอัดใดๆเลย “ ฉัน... ยูมะ แล้วเธอล่ะ ”

___“ อลิซค่ะ ”

___“ แล้วอลิซจำได้หรือเปล่าว่ามาที่นี่ได้ยังไง ”

___“ ตอบยากค่ะ คือ หนูจำได้ว่าเห็นกระรอกน่ารักตัวหนึ่ง ก็เลยวิ่งไล่จับ แต่ว่าไล่ยังไงก็ไม่ทันซะที สุดท้าย พอรู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว ” เด็กสาวตอบ

___“ ของยูมะเป็นผีเสื้อล่ะ น่าตื่นเต้นดีเนอะ ”

___“ คุยกันได้อย่างสบายใจจริงนะ ” เสียงห้าวๆดุๆดังขึ้นจากทางด้านหลังของยูมะ สเตล่ายืนกอดอกขมวดคิ้วอยู่ด้วยท่าทางน่ากลัว “ ตกลงว่ากลับออกจากโลกงี่เง่านี่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรสิน ะ ”

___“ อ๊ะ! สเตลินนี่นา! ” สาวน้อยผมส้มผู้เริงร่ากระโดดเข้ากอดเธอ เจ้าหญิงถอนหายใจเบื่อๆ “ นี่อลิซ อลิซ นี่สเตลินล่ะ ”

___เด็กสาวผมฟ้าตัวเล็กๆจ้องมองหญิงสาวผมยาวสีเขียวด ้วยสายตานิ่งเฉยอยู่ครู่หนึ่ง

___“ ชื่อประหลาด ”

___“ หยุดนะ! ข้าไม่ได้ชื่อว่าสเตลินสักหน่อย อย่ามั่วเอาเองสิ!! ” สเตล่าหันไปโป๊กหัวยูมะเข้าทีหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาชี้หน้าอลิซ “ แล้วเจ้าก็ห้ามเรียกข้าแบบนั้นด้วย! ”

___“ สเตลินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ” อลิซกระดกลิ้นรัวๆ นอกจากเธอจะดูไม่กลัวเกรงแล้ว ยังสนุกอยู่ด้วยซ้ำ

___“ ยะ... อยากตายสินะ!!! ” เจ้าหญิงหน้าแดงวาบขึ้นมาด้วยความโกรธ เธอดึงดาบออกจากฝักเล็กน้อยเป็นเชิงขู่

___“ สเตลิน... ดาบ? ” ยูมะร้องงงๆ ก็ดาบเล่มนี้ สเตล่าทิ้งไว้ที่บ้านของเธอเมื่อเช้านี่นา

___“ อ้อ! ดาบเล่มนี้เป็นดาบที่สามารถมาปรากฏต่อข้าได้ยามที่ข้ าเรียก ” สเตล่าพูด เธอเหลือบมองไปรอบๆ “ ในตอนที่เจ้าหายตัวไปน่ะ เจ้าคนกลัวแดดที่ชื่อดาร์คบอกกับข้าไว้ ที่นี่คือ ‘มิติยามบ่ายของคอริแกน ’ หรืออีกชื่อคือ ‘ โลกของผู้หลงทาง ’ เป็นที่ที่คนที่ไม่รู้ตัวว่าหลงทางอยู่จึงจะมาได้ พูดง่ายๆก็คือ เจ้าจะต้องหลงทางเสียก่อนที่เจ้าจะมาถึงที่ที่ทำให้เ จ้าหลงทางได้ ”

___“ แล้วสเตลินเข้ามาที่นี่ได้ยังไงล่ะ ” ยูมะเกาหัว รู้สึกงงๆกับคำอธิบายที่แสนประหลาดนี้ “ ไม่เข้าใจเลยอ่า ”

___“ หากุญแจไง ประตูทุกบานย่อมจะต้องมีกุญแจอยู่ เพียงแต่จะเห็นหรือไม่ก็เท่านั้นเอง ”

___“ กุญแจ... ”

___“ อย่างของเจ้าคือผีเสื้อไงล่ะ แต่ข้าไม่รู้หรอกนะว่าของเด็กๆแต่ละคน พวกเขาตามอะไรถึงได้หลงเข้ามาที่นี่ได้ ” สเตล่าตอบ

___“ หนูตามกระรอกมาค่ะ ” อลิซพูดขึ้น

___“ นั่นล่ะ ” สเตล่าดึงดาบออกจากฝัก ประกายสีเงินของมันสดใสราวกับดวงตะวัน “ แต่กรณีของข้าไม่ได้เข้ามาแบบของพวกเจ้าก็เท่านั้นเอ ง ” ว่าแล้ว... หญิงสาวก็ตวัดดาบใส่อากาศว่างๆ ท่ามกลางความงุนงงของยูมะและอลิซต่อการกระทำอันแปลกป ระหลาดนี้

___“ จงเปิดออกเพื่อข้า! ซิลเวอร์ไลท์ เควตซัลโคอัลต์! ”
__________________________________________________ _-

___ภาพในหัวออกจะหมุนติ้วๆอยู่สักหน่อย หรือบางทีอาจไม่ใช่ภาพหรอกที่หมุน แต่เป็นตัวเองต่างหากล่ะ ยูมะรู้สึกได้ขึ้นมาตงิดๆ พลางถูกจู่โจมด้วยความรู้สึกคลื่นไส้เหมือนกำลังนั่ง อยู่บนเรือโคลงเคลง วินาทีต่อมา เธอก็พุ่งอัดกับพื้นแข็งๆร้อนฉ่าบวกสว่างจ้าจากแสงอา ทิตย์ มีเสียงตูมซ่าดังลั่น เมื่อสเตล่ากับอลิซหล่นปุลงในทางน้ำใสสะอาด ละอองสดใสเย็นสดชื่นล่องลอยขึ้นก่อให้เกิดรุ้งเล็กๆข ึ้นในชั่วพริบตา

___“ รุ้ง!?! ” สเตล่าพึมพำ ทันใดนั้นเอง ยูมะก็กระโจนเข้ากอดเธอ

___“ กะ... กะ... เกิดอะไรขึ้นอ่า ทำไมมัน... หมุนติ้วๆ ฟิ้วๆ อ๊อค! ” ยังไม่ทันจะพูดจบ สาวน้อยหัวส้มร่างเล็กก็อ้วกใส่เจ้าหญิงนักดาบ “ โอ้ก!!! ”

___“ กรี๊ด!!! ”
…………………………………………………………………………….

___“ ตกลงแล้ว... ดาบนี่สามารถผ่านข้ามมิติแปลกๆได้งั้นเหรอ ” ยูมะถามอย่างสนใจ ขณะที่สเตล่าสะบัดเสื้อนอกสีแดงที่เปียกโชก “ น่าสนุกจัง... ”

___“ เออ! ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะ ” หญิงสาวผมเขียวพูดโกรธๆ ตอนนี้มีเพียงเสื้อตัวจิ๋วสีขาวบางๆสวมอยู่กับกระโปร งสีดำสั้นเท่านั้น ทั้งรองเท้า ทั้งเข็มขัดสะพายดาบต้องถอดออกมาตากแดดทั้งหมด “ เพิ่งจะเห็นประโยชน์ของแดดแรงๆก็ตอนนี้แหละนะ ” พูดจบ เธอก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

___“ พี่สาวเลอะอ้วก! ” อลิซโพลงขึ้นด้วยเสียงดังฟังชัด กลายเป็นว่าสเตล่าได้ชื่อเรียกใหม่นอกจาก ‘ สเตลิน ’ ไปเรียบร้อยแล้ว “ นี่ไปโดนอะไรมาน่ะ ”

___“ อย่าเรียกข้าแบบนั้นนะ! ” สเตล่าหันมาตวาด ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหลังตัวเอง “ นี่เหรอ... ไม่มีอะไรหรอก ”

___ยูมะอดสังเกตไม่ได้ว่า... สายตาของสเตล่าช่างเศร้าสร้อยและมืดมนเพียงใด ก็นั่นน่ะ... เป็นรอยที่ถูกของมีคมทะลุผ่านเข้าไปไม่ใช่หรือ แถมเป็นร่องรอยที่กระจายอยู่ทั่วไปทั้งแผ่นหลังเสียด ้วย...

___“ ทีนี้ก็เสร็จไปอีกหนึ่งงานนะ ” องค์หญิงพูดยิ้มๆ พลางลุกขึ้นยืนแต่งตัว “ เอาเถอะ! ถึงจะเลอะไปบ้างแต่ก็ไม่เป็นไร ”

___หญิงสาวทั้งสามที่อยู่ใต้ต้นไม้กลางลานจัตุรัสเล็ กๆจ้องมองเด็กๆหลายสิบคนที่มีท่าทางงุนงงเดินแยกย้าย กันไป ยูมะเงยหน้าขึ้นมองสเตล่าผู้ปรากฏรอยยิ้มละไมท่ามกลา งสายลมและไอแดด วินาทีนั้นเอง... สาวน้อยผมประกายสีส้มรู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างจี๊ดข ึ้นมาในท้อง

___“ เท่ห์... เท่ห์จัง ”

___“ หืมม์... มีอะไรเหรอ ” สเตล่าหันมาถาม ทันใดนั้น พลันปรากฏร่างๆหนึ่งข้างหลังเธอ จากประสาทสัมผัสอันเฉียบคมที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี “ เจ้าเป็นใคร! ”

___กลายเป็นว่าผู้ที่มาปรากฏตัวอยู่ข้างหลังเธอนั้นค ือยูมะ แต่... เมื่อครู่... ยูมะยังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้อยู่เลยไม่ใช่หรือไง

___“ เอ๊ะ? ” ทั้งสองร้องงๆ

___วินาทีต่อมา มือที่ยังมองไม่เห็นเจ้าของก็ผลักให้สเตล่าล้มใส่สาว น้อยผมส้มร่างเล็ก ทั้งคู่ล้มคว่ำโครมลงน้ำอีกรอบ และที่ไม่คาดคิดคือ ทั้งคู่ได้จูบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ...

___“ อ๋อย! ” ยูมะยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก “ ฟันกระแทก... เจ็บจังอ่า... ”

___ทว่าทางด้านสเตล่ากลับควันขึ้นหน้าแดงแปร๊ด ราวกับมีภาพใบหน้าของคนๆหนึ่งซ้อนทับขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะพูดได้ไม่เต็มปากนัก แต่ยูมะก็มีบางอย่างในตัวที่ทำให้เธอนึกถึงเจ้าชายฟอ ร์เต้

___“ แก! ใครกัน! ”

___หญิงสาวผมสีชมพูยาวตรงมีม้วนเป็นก้อนกลมตรงปลาย เธออยู่ในชุดเหมือนนักบัลเล่ต์สีฟ้าใสราวกับจะมองทะล ุผ่านเข้าไปได้ ที่หลังของเธอนั้นมีปีกใหญ่มหึมารูปทรงเหมือนปีกผีเส ื้อเป็นสีโทนเหลือง ฟ้าและชมพูดูประหลาดๆ หญิงสาวผู้นี้มีขนาดตัวพอๆกับสเตล่า เพียงแต่ว่าเป็นไม้กระดานอย่างแรง และนัยน์ตาเธอก็เป็นสีชมพูอ่อนจางๆ

___“ เป็นภาพที่ให้ความประทับใจจัง แม่นี่หน้าแดงเลยล่ะ ใบหน้าร้อนผ่าวๆ ฮะๆๆๆๆ ” สาวน้อยปีกผีเสื้อหัวเราะคลอคำพูดที่ดูเหมือนจะพูดกั บตัวเองโดยเฉพาะ “ ข้าคือคอริแกน เป็นภูติแห่งการหลงทาง ”

___สเตล่าพุ่งเข้าใส่ตั้งใจจะคว้าคอ ฉับพลัน สาวน้อยตรงหน้าก็หายวับไป แล้วปรากฏขึ้นอีกทีที่ด้านหลังเธอ แถมยังใช้มือปิดตาเธออีกต่างหาก

___“ ใครเอ่ย ” คอริแกนถามเสียงเยาะๆ

___พูดจบ... ภูติแห่งการหลงทางก็จูบสเตล่าเข้าอีกคน

___“ จูบล่ะๆ ” ยูมะพูดกับอลิซ

___“ แก! ทำอะไรน่ะ ” สเตล่าแยกเขี้ยว ดูโกรธเอามากๆ(ผสมกับความอายด้วย) แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีกับภูติที่หายตัววับไปมาได้อ ย่างอิสระ

___“ จูบไง ข้าชอบจูบ ” คอริแกนหัวเราะลั่น

___“ อืม... สาวๆนี่สนุกจังเลยแฮะ... ” เสียงผู้ชายลึกลับที่ดังลอดผ่านประตูออกมาเบาๆ ชายหนุ่มที่ชื่อดาร์คกำลังเฝ้ามองอย่างพอใจ (ไอ้โรคจิต ถ้ำมองเอ๊ย!) “ นี่แหละ! อิเทอนัล ไซด์ล่ะ ”

______________________________จบตอน
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 17 Jun 2008, 08:31   #3 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
rune's Avatar
 
โพส: 146
ดาวโหลด: 104
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 14

TG ออร่า:
rune aurarune aura



ลงต่อเลยนะครับ
__________________________________________________ ________-
Wish – Follow the Rainbow
ตอนที่ 3

___สายลมอันอ่อนละมุนเช่นเดียวกับใบหญ้าบนเนินกว้างไ กลพัดโบกโอบไล้ใบหน้าขาวเนียนของหญิงสาว สเตล่า รูลซาลกี้ในเสื้อยืดขาวตัวใหญ่นอนหลับสนิทอยู่ใต้ต้น โอ๊คใหญ่กลางทุ่งสีเขียวอ่อนกับฟ้าใส ผีเสื้อสองสามตัวบินร่อนวนไปวนมาอยู่ใกล้ๆดงไม้ในเงา มืดอันเกิดจากแสงแดดสดใส และหากสังเกตดีๆแล้วล่ะก็ แถวๆชายป่าก็จะมีหญิงสาวร่างสีเขียวใบไม้ในชุดที่ดูค ล้ายกับนำผ้าแพรขาวสะอาดมาพันกันเป็นชุดกระโปรงรุ่มร ่ามลอยไปมา นั่นคือ เทพธิดาแห่งป่า

___สาวน้อยผู้นอนหลับสนิทรู้สึกตัวตื่นขึ้นจากความรู ้สึกเย็นวาบแถวๆใบหน้า เมื่อเธอลืมตาขึ้นอย่างัวเงียนั้น แสงสะท้อนสีชมพูจางๆจากนัยน์ตานั้นอยู่ใกล้เสียจนแทบ ชนกัน เธอรู้สึกถึงลมหายใจอันแผ่วเบาที่พ่นลงมา กับรอยยิ้มร่าเริงดูเจ้าเล่ห์พอดู

___‘ วูบ ’ ‘ ควับ! ’

___คอริแกนหายตัววับไปอยู่ห่างจากสเตล่าที่ลุกพรวดขึ ้นแล้วเหวี่ยงแขนปัดออกอย่างแรง

___“ รุนแรงอีกแล้วนะ ” หญิงสาวผีเสื้อหัวเราะลั่น “ แต่ใบหน้ายามหลับของเจ้าน่ารักมากๆเลยล่ะ ”

___“ เจ้าอีกแล้วหรือ! ”

___“ อ๊ะ! คอริลนี่นา ” ยูมะ สาวน้อยร่างเด็กแต่อายุพอๆกับสเตล่าวิ่งเข้ามาหา “ วันนี้ก็มาเที่ยวด้วยกันเหรอ ”

___“ เปล่าจ้าๆ วันนี้ข้ามีธุระแถวนี้น่ะ ” คอริแกนสั่นหัว ก่อนจะรีบพูดต่ออย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสีหน้าของสเตล่ า “ ไม่เกี่ยวกับ ‘ มิติยามบ่าย ’ หรอกน่า ก็ตอนนั้นเจ้าน่ะ เล่นผ่ามิติของข้าจนเหวอะหวะ ตอนนี้มีแต่รอยรั่วเต็มไปหมด คงใช้ไม่ได้ไปอีกนานเลย ”

___“ สเตลินโหดร้าย ” ยูมะเสริม

___“ เงียบไปเลย นั่นข้าช่วยเจ้านะ! แล้วการลักพาตัวอย่างนั้นมันถูกที่ไหน และอย่ามาเรียกข้าแบบนั้นนะ ” สเตล่าแหวใส่แบบคนต่อคนแล้ววนกลับมาซ้ำอีกรอบ

___“ โหย... ดุเป็นบ้าเลย ”

___“ สเตลินโหดร้ายอ่ะ ”

___“ เลิกสุมหัวกันว่าข้าได้แล้ว! ”

___สาวน้อยผมยาวเขียวสด อดีตเจ้าหญิงผู้ข้ามมิติมาตบหน้าผากตัวเองเมื่อยูมะก ับคอริแกนจับมือกันวิ่งเล่นไปตามทางเดินที่ปูด้วยพื้ นหญ้าเหมือนเด็กๆ เธอทรุดตัวลงนั่ง ก่อนจะหวนระลึกไปถึงเรื่องเมื่อสามวันก่อน ที่เธอล้มทับยูมะ...แล้วปาก... ปาก...

___เธอหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง

___“ จะ... จะ... จะไปคิด... คิดมากอะไรกันนะ! มันก็แค่อุ... อุบัติเหตุไม่ใช่หรือไง...! ” เธอทำท่าเหมือนปัดความคิดล่องหนที่อยู่เหนือหัวออกไป ด้วยท่าทางลนลาน แล้วจึงเลื่อนมือมาแตะที่ริมฝีปากตัวเอง “ แต่ทำไม เหมือนกับว่าข้าเห็น... ฟอร์เต้... ”

___ดวงจันทร์กลมโตใสกระจ่างลอยเริงร่าอยู่กลางท้องฟ้ าสีเข้ม เหนือปราสาทสีขาวใหญ่โตถูกล้อมรอบด้วยอาณาจักรอันกว้ างไกล ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสีน้ำเงินเข้มและหญิงสาวผมยาวสล วยสีเขียวสดในชุดขาวรุ่มร่าม บนลานโล่งๆที่เชื่อมระหว่างหอคอยคู่ไว้ด้วยกัน ทั้งสองทำพิธีจุมพิตกันโดยมีนภาและจันทราเป็นพยาน เป็นครั้งแรกของสาวน้อย...

___แม้ว่าวันเวลาจะผ่านไป แต่สเตล่ายังคงจำความรู้สึกตอนนั้นได้อย่างชัดเจน จูบแรกที่เธอมอบให้แก่ชายผู้ที่เธอรัก

___“ สเตลินๆ เหม่ออะไรอยู่น่ะ ”

___เสียงเล็กๆอันเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาดังขึ้นขัดจัง หวะความคิดของเธอ สเตล่าสะดุ้งเพื่อที่จะพบว่ายูมะกับคอริแกนกำลังจ้อง มองเธออยู่อย่างใกล้ชิดด้วยสายตายิ้มแย้มจนน่ากลัว

___“ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะ กำลังนึกถึงอะไรอยู่ล่ะจ๊ะ ” ภูติสาวแห่งการหลงทางลากเสียงยาวพลางจิ้มแก้มเธอเบาๆ “ เห... เกี่ยวกับ ‘ จูบ ’ หรือเปล่าเอ่ย? ”

___‘ ปุ้ง!!! ’

___“ หว๋าว! ดูเหมือนจะจริงแฮะ ” คอริแกนหัวเราะ เมื่อสเตล่าเผลอหลุดอาการตกใจเหมือนถูกรู้ทันออกมา “ เห็นดูเถื่อนๆ(?)แบบนี้ แต่จริงๆแล้วก็อ่อนไหวไม่ใช่เล่นเลย ”

___“ ใช่ๆ สเตลินอ่อนโยนล่ะ ” ยูมะพยักหน้าหงึกๆ

___“ พูดอะไรกันอีกล่ะ ” สเตล่าดูโกรธอยู่เหมือนกัน เธอยกมือทำท่าจะทุบคอริแกน แต่เพราะใบหน้าที่แดงซ่านราวผลสตรอเบอร์รี่นั้นพาลกล บอารมณ์นั้นไปเสียหมด “ หุบปาก... ไป... เลย ”

___จู่ๆเธอก็พลันชะงักเมื่อสายตาส่ายไปเห็นบางสิ่งเข ้าพอดี สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่สร้างด้วยอิฐที่ทำขึ้นจากทราย สิ่งที่เป็นรูปทรงสามเหลี่ยมประกบกันสี่ด้าน พีระมิดมหึมาปรากฏจากความว่างเปล่าบนภูเขาอย่างฉับพล ัน

___“ อะ... อะไรกันเนี่ย? ” สเตล่าร้องงๆ ภายในเงามืดจากสิ่งที่มีขึ้นในทันทีทันใด มันได้บดบังแสงไปเสียหมด “ มันคือ...? ”

___“ พีระมิด... ” ยูมะพึมพำ

___“ รู้จักด้วยหรือ ” คอริแกนถาม

___“ อื้ม! ในโลกเดิมก่อนที่ยูมะจะมาที่นี่น่ะ ” เด็กสาวพูด ขณะเดินเข้าไปใกล้ “ มันเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของประเทศหนึ่ง รู้สึกว่าจะถูกเรียกว่าสิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วยล่ะมั ๊ง ”

___“ สัญลักษณ์? ประเทศ? สิ่งมหัศจรรย์ของโลก? เจ้ากำลังพูดถึงอะไรน่ะ ” สเตล่าเลิกคิ้ว

___“ ข้าคิดว่ายูมะกำลังจะบอกว่าเจ้าสิ่งนี้น่ะ มาจากต่างดินแดน แต่เป็นที่แห่งเดียวกันที่เธอจากมา ” สาวน้อยปีกผีเสื้อมีท่าทางครุ่นคิด “ น่าสนใจมาก แต่ว่า... ข้าลืมไปเลยแฮะ ว่าข้ามีธุระนี่นา ถึงจะน่าเสียดาย แต่ข้าคงต้องไปก่อนล่ะนะ ”

___พูดจบ คอริแกนก็หายวับไปราวกับใบไม้หลุดลอย

____“ จะมาก็มา จะไปก็ไปแฮะ เดาไม่ถูกเลย ”

___“ สเตลิน! เข้าไปดูกันนะ!!! ” ยูมะทำตาปิ๊งๆใส่สเตล่าที่ผงะถอยกรูดไปทันที ซวยแล้วไงล่ะ... “ เข้าไปกันนะๆๆๆๆๆๆๆ ”

___“ เข้าไป? ในนั้นน่ะนะ? ” องค์หญิงนักรบผู้มาจากต่างแดนชี้มือไปยังทางเข้าที่เ ป็นช่องสี่เหลี่ยมขนาดพอคนหนึ่งซึ่งดูราวกับว่ามีไอป ระหลาดไม่น่าไว้ใจแผ่ออกมาตลอด แถมเธอยังได้ยินเสียงกระซิบน่าขนลุกดังแว่วเสียด้วยส ิ “ ขะ... ข้า ข้าไม่เข้าไปแน่ ”

___“ น่าๆนะ! ” สาวน้อยร่างเล็กหุ่นเด็กประถมยิ้มหวานยิ่งขึ้น “ ตลอดมาตอนที่อยู่อีกโลกหนึ่งน่ะ ยูมะอยากไปลองเที่ยวดูข้างในอยู่เสมอเลย คุณพีระมิดเนี่ย แต่ว่านะ เพราะบ้านที่ยูมะอยู่น่ะ มันคนละซีกโลกกับเจ้านี่เลย ดังนั้น เข้าไปดูกันนะๆ รับรองว่าไม่เป็นไรแน่ๆ ”

___และแล้วสเตล่าก็ถูกยูมะลากไปด้วยอย่างไม่เต็มใจนั ก อย่างแรกเลย เธอไม่เข้าใจที่ยูมะพูดสักคำ อย่างที่สอง ถึงเธอจะไม่เข้าไป แต่ยังไงยูมะก็จะเข้าไป และเธอก็ต้องตามไปอยู่ดี(?) และสุดท้าย คือ สายตาปิ๊งๆของยูมะนั่นเอง มันเหมือนลูกแมวน่ารักจริงๆแหละ และเธอก็ชอบแมวที่สุดเลย

___“ ไม่ต้องห่วงๆ เทคโนโลยีสมัยเก่าของโลกเดิมของยูมะน่ะ ไม่มีทางระเบิดหรืออะไรไปได้หรอก มันก็เป็นแค่หินแข็งๆนั่นแหละ แต่เห็นว่ากันว่ามันมีคำสาปล่ะ สำหรับใครก็ตามที่รุกล้ำเข้าไป ”

____“ อึ๋ย! คำสาปเหรอ! ” สเตล่าตัวสั่น “ ทะ... ทำไมไม่รีบบอกก่อนล่ะ ”

___ช้าไปแค่วินาทีหลังจากที่สองสาวได้ ‘ รุกล้ำ ’ เข้าไปแล้ว...

___“ ขอ... ขอข้ากลับออกไปก็แล้วกันนะ ” เจ้าหญิงพูด ขณะมองควันประหลาดๆลอยเอื่อยผ่านหน้ามุดเข้ากำแพงหิน ไป ตามทางเดินทรายแคบยาวทอดไปเบื้องหน้านั้นมีอักษรภาพส ลักไว้เรื่อยๆ ที่เคลื่อนสวนทางผ่านกลับมานั้นคือสายลมอับๆแห้งๆ และความมืดที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นจนมองแทบไม่เห็นทาง

___“ อะไรกัน สเตลินกลัวเหรอ น่ารักจัง... ” ยูมะพูด ถึงแม้จะเดินกันมาสักพักจนมาอยู่ในที่มืดเกือบสนิทแล ้ว แต่หญิงสาวก็พอเดาได้ว่ายูมะกำลังยิ้มอยู่ “ แต่ไม่เอาอ่ะ! ยูมะอยากเห็นข้างในนี่นา ”

___“ มืดขนาดนี้เนี่ยนะ แถม อึ๋ย! อากาศชวนคลื่นไส้ชะมัดเลย ”

___‘ แชะ! ’ ‘ พรึ่บ! ’

___สิ้นเสียง แสงสว่างสีฟ้าอ่อนก็วาบขึ้นจากตำแหน่งแถวๆมือของเด็ก หญิงร่างจิ๋วจากกระบอกเรืองแสงได้อันเป็นหนึ่งในพลัง งานแสงสว่างที่ได้รับการประทานจากเทพธิดาแห่งการมีชี วิต เผยให้รู้ว่า ตอนนี้ทั้งสองหลุดจากทางเดินแคบมาเป็นห้องโถงที่ไม่ใ หญ่นักแล้ว ทว่าสิ่งต่างๆกลับดูไม่ต่างไปมากเท่าใด ลวดลายสลักบนกำแพง กองทรายตามจุดต่างๆ แต่ที่เพิ่มมาก็คือรูปปั้น...

____“ หยึ๋ย! ” สเตล่าผงะกับรูปสลักคนหัวสุนัขที่สูงกว่าเธอสักเท่าค รึ่งได้ มันยืนตัวแข็งทื่อเย็นชืดอยู่ข้างๆเธอ ดวงตาที่แกะกลวงเข้าไปนั้นดูน่ากลัวมากกว่าปกติ ราวกับว่ามีเวทย์มนต์บางอย่างสถิตอยู่ และได้ทำให้มันมีชีวิตชีวาอย่างน่าประหลาด อย่างกับว่ากำลังจ้องมองอยู่นั่นแหละ

___“ ว้าว! น่ารักจังเลย ” ยูมะรีบวิ่งเข้าใส่ พลางยื่นกระบอกเรืองแสงเข้าไปใกล้ๆ

___ยิ่งดูยิ่งน่าอยู่ห่างๆมากกว่าล่ะสิ สเตล่าอดไม่ได้ที่จะคิดอย่างหวาดหวั่น

___“ อ๊ะ! นั่นประตู ”

___“ จะ... จะเข้าไปจริงๆเหรอ ”

___“ อื้ม! ”

___“ งั้นก็... ” สเตล่าถอนหายใจ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีทางเลือก แต่ที่อยากได้ตอนนี้ที่สุดก็คงจะเป็นเวลาทำใจสักครู่ ล่ะ “ เธอต้องทิ้งขนมที่พกมาด้วยไว้ตามทางนะ ”

___และแล้ว ทั้งคู่ก็ก้าวผ่านช่องหินเล็กๆขนาดพอดีคนไป โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า มีร่างเล็กๆร่างหนึ่งในเงามืดตามติดมาอย่างรวดเร็ว

___เสียงหินขรุขระเลื่อนกระแทกดังโครมใหญ่เมื่อประตู ทางเข้าหล่นลงมาปิดทางสนิท สองสาวพบว่าตัวเองนั้นถูกขังอยู่ในทางเดินแคบๆที่ทอด ยาวลาดชันไปเบื้องหน้าเท่านั้น เป็นทางเดินที่มืดมิดราวกับไม่มีที่สิ้นสุด

___“ ถูกขังแล้ว? ” สเตล่าร้อง ก่อนจะทุบกำแพงอย่างแรง “ มันอะไรกันเนี่ย ”

___“ อย่าเพิ่งไปกังวลให้มากเลย มันเป็นปกติในเกมนี่นา แบบพวกดันเจี้ยนลับอะไรอย่างเนี้ย แล้วอีกเดี๋ยวก็จะมีบอสโผล่ออกมา ดังนั้นรีบไปต่อกันเถอะ(?) ”

___“ เจ้ากำลังพูดอะไรอยู่น่ะ เราติดอยู่ในนี้แล้วนะ ” สเตล่าจ้องมองไปยังความมืดรอบๆด้วยประสาทเครียดเขม็ง ถ้ามีศัตรูมากันตอนนี้ล่ะก็ ในสภาพพื้นที่ที่เธอไม่รู้จักเลยสักนิดเสียด้วย

___‘ ตุบ! ’

___บางอย่างเท่าชิ้นขนมสีขาวๆร่วงผ่านหน้าสเตล่าไปบน พื้น ตามมาด้วยความรู้สึกขนลุกแปลกๆที่วาบขึ้นมาตามแขนขา มันดูเหมือนกับเป็นความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นมานานแล้ ว และเธอก็ลืมมันไป แต่ที่แน่ๆ มันคงไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีหรอก...

___ราวกับจะตอกย้ำความทรงจำที่เลือนราง เมื่อเจ้าสิ้งนั้นร่วงลงมาอีกอัน หรือเรียกให้ถูกว่าอีกตัว และคราวนี้มันตกลงมาบนหัวยูมะ

____“ อ๊ะ! คุณบุ้งนี่นา มีคุณบุ้งในนี้ด้วยล่ะ ” ยูมะใช้กระบอกเรืองแสงสีฟ้าเขี่ยเจ้าสิ่งมีชีวิตจิ๋ว ที่เต็มไปด้วยขนลงมาบนถุงขนมในมือ “ สเตลินดูสิๆ ”

___แต่หญิงสาวไม่ตอบ ไม่สิ! เธออยู่ในสภาพที่ตอบไม่ได้แล้วตอนนี้ ราวกับเป็นระเบิดที่จุดชนวนเมื่อไหร่ก็ได้ สเตล่ากับความหวาดหวั่นสุดขีดจนแทบหยุดหายใจ

___“ หืมม์? ” สาวน้อยหัวส้มมององค์หญิงที่ตัวแข็งทื่อไปแล้วด้วยสา ยตางุนงง ก่อนจะยื่นซองขนมเข้าไปใกล้

___สเตล่าถอยหลังไปก้าวหนึ่ง...

___ยูมะตามติดอีกก้าว...

___“ ยะ... อย่าเอามาใกล้นะ!!! ” สเตล่าพูดเสียงสั่นๆ หยาดน้ำตารื้นออกมา

___“ อ่ะฮ้า! สเตลินกลัวสินะ ”

___“ ปะ... เปล่าสักหน่อย... ข้า... ข้าแค่ แค่ไม่ชอบที่มันขยับตัวงอๆ แล้ว... แล้วก็... ขน... ”

___“ กลัวสินะ... ”

___“ กรี๊ด!!! อย่าเข้ามานะ!!! ”

___ยูมะกับสีหน้าที่แสดงถึงชัยชนะ(?)ก้าวสะดุดหินก้อ นเล็กๆ แต่ล้มทับสเตล่าโครมใหญ่ มีเสียงกริ๊กดังขึ้นเบาๆ และช่วงเวลาเล็กน้อยให้พอหายใจสักนิด ก่อนที่จะ...

___ก่อนที่จะไปกันต่อ เรามาลองนึกกันดูว่าส่วนใหญ่ตามหนังหรือเกมเกี่ยวกับ การผจญภัยในดันเจียนต่างๆ เวลามีเสียงกริ๊กดังขึ้นนี่มีอยู่หลายความหมาย โดนกับดัก เก็บไอเทมได้ เจอบอสไม่ใหญ่นักเข้าแล้ว และก็โดนกับดัก มาลองทายสิว่า เสียงกริ๊กนี้คืออะไร...

___ก่อนที่จะ...

___ปุยขาวกองมหึมาหลุดร่วงหล่นลงจากความมืดมิดเบื้อง บน สเตล่าลืมตาขึ้นพอดีทันเห็นกองทัพแมลงก่อนที่จะเป็นล มไปเสียดื้อๆ ในวินาทีนั้นเอง ประตูหินที่ทั้งสองพิงอยู่นั้นพลันเลื่อนขึ้นส่งให้ส าวน้อยทั้งสองกลิ้งหลุนๆออกมายังลานโล่งๆ
.................................................. .................................................. ......................................

___“ เอ้า! ถอดเลยๆ ” เสียงทุ้มต่ำเหมือนใช้หินขูดหินด้วยกันดังเชียร์ลั่น จนแก้วหูสั่นสะเทือนอย่างแรงจนสาวน้อยผู้จมอยู่กับคว ามหลับใหลรู้สึกตัวตื่นขึ้นพร้อมกับเย็นหวิวๆวาบตามต ัว “ เป่ายิ้งฉุบ!!! เฮ้! พวกข้าชนะอีกแล้ว ”

___เปลือกตาอันหนักอึ้งของสเตล่าเปิดพรวดรับความสว่า งจากแสงนวลสีฟ้าเมื่อพบว่ามีมือมายุ่มย่ามแถวๆท้อง เธอลุกพรวดขึ้นจนหัวกระแทกเข้าอย่างจังกับบางสิ่ง ซึ่งต่อมาเธอจึงรู้ว่านั่นคือหน้าผากของอลิซ เด็กหญิงปากเสียที่เคยพบกันในตอนที่ฝ่าเข้าไปในมิติข องคอริแกน

___“ ทะ... ทำอะไรกันน่ะ! ” สเตล่าร้อง เสื้อนอกสีแดงของเธอหายไป... ไปอยู่ที่มือของรูปปั้นคนหัวสุนัขตนหนึ่งในหลายๆตัวท ี่กำลังพูดผสมกับหอนกันอย่างคึกคัก แถมในมือยูมะที่อยู่ห่างไปไม่มากนัก คือถุงเท้าทั้งสองข้างของเธอ

___“ ถอดเลยๆๆๆๆๆๆ ” เสียงเชียร์เป็นลูกคลื่นตามจังหวะการกระโดดโลดเต้นขอ งรูปปั้น “ พวกเธอแพ้แล้วนี่ๆ ”

___“ คือว่า... เรากำลังเล่นเกมเป่ายิ้งฉุบกันน่ะ พนันกันด้วยเสื้อผ้า ” ยูมะตอบสีหน้าสงสัยของเจ้าหญิง “ ไม่งั้นพวกเราจะผ่านห้องนี้ไปไม่ได้ ”

___“ แล้ว... แล้วทำไมถึงต้องถอดเสื้อผ้าข้าล่ะ ”

___“ อย่าไปสนใจกับเรื่องหยุมหยิมเลยน่า ยัยเลอะอ้วก! ” อลิซพูดด้วยท่าทางโกรธๆ มือหนึ่งกุมหน้าผากไปด้วย

____“ ก็แล้วทำไมเจ้าไปถอดเองล่ะ ” สเตล่าตวาดแหว

___“ เอ้า! ถอดสิ ถอดเลย แม่สาวอกโต เย้! ”

___“ ยอมๆหน่อยเถอะน่า สเตลิน เดี๋ยวเทิร์นหน้ายูมะก็ชนะได้แน่ๆ ”

___“ เจ้าพูดจริงง่ะ ชนะแน่ๆเหรอ ” สาวน้อยพูดอย่างไม่มั่นใจนัก เสื้อนอก ถุงเท้า แล้วก็เข็มขัดดาบเธอไปแล้ว ถ้าแพ้อีกที คงมีรายการโชว์กันแน่ๆ แต่ปัญหามันคือว่า เจ้าพวกรูปปั้นมันมีอะไรให้ถอดด้วยหรือไงกันนะ “ ขะ... ข้าไม่เอาด้วยหรอก ”

___“ เสียสละแค่นี้ไม่ได้หรือไง กะอีแค่โชว์อกโตๆน่ะ ” อลิซโพลงขึ้น

___“ วิ้ว! หน้าอก!!! ” เสียงประสานเฮลั่น

___“ สเตลินโชว์อกล่ะ เย้ว! ” ยูมะร้องเป็นเพลง

___สเตล่าที่ตอนนี้กำลังตัวสั่นหน้าแดง(ด้วยความโกรธ ?) ในที่สุดก็ถึงจุดที่ขีดความอดทนทั้งหลายทั้งปวงขาดผึ งเสียที เธอทุบพื้นทรายแตะทะลุเป็นหลุมลงไปภายในครั้งเดียว เกิดความเงียบขึ้นโดยฉับพลัน

___“ ไอ้~ พวก~ โรค~ จิต~ ” เจ้าหญิงผู้กราดเกรียวจนกลายเป็นปิศาจเสียแล้วก้มหน้ ามองพื้น เสียงพูดของเธอเหมือนกำลังกัดฟันอยู่ ขณะที่ถอนกำปั้นออกจากพื้นแตกๆที่ร่วงกราว ยูมะ อลิซและเหล่ารูปสลักสะดุ้งเฮือก

___“ แก! ตาย!!! ”

___“ กรี๊ด! สเตลินคลั่งแล้ว!!! ”

___“ อ๊าคคคคค! หนีเร็ว! ”

___‘ ตูม! ’ ‘ พล่อก!!! ’ ‘ เปรี้ยง!!! ’
……………………………………………………………………….

___“ นะ... น่ากลัวเป็นบ้าเลย ” อลิซกระซิบกับยูมะ ขณะที่ทั้งสองเดินตามหลังสเตล่าที่หาทางออกอย่างเอาเ ป็นเอาตายด้วยท่าทางอารมณ์บูดสุดๆ “ คนอะไรก็ไม่รู้ ซัดรูปปั้นกระจายได้ด้วยหมัดเดียว ”

___“ สองคนนั้นน่ะ! ซุบซิบอะไรกัน ฮึ! ” สเตล่าโพลงขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอายูมะสะดุดล้มโครมใหญ่ “ ทั้งหมดก็เพราะพวกเจ้านั่นแหละ ” พูดอีกก็ถูกอีก อลิซแอบตามเข้ามา(เก็บกิน)จากชิ้นขนมที่ทิ้งไว้เป็นเ ครื่องหมายบนพื้น(?) ยูมะที่ลากสเตล่า(ตอนเป็นลม)ก็ดันเดินมั่วๆจนหลงทางแ ละเผลอไปรับคำท้าเป่ายิ้งฉุบกับพวกรูปปั้นหินโรคจิต ยังดีหน่อยที่ตอนทางเดินบุ้งหล่นนั้น อลิซที่อยู่อีกฟากหนึ่งของประตูบังเอิญไปกดถูกสวิตซ์ เปิดประตูพอดี แต่จะว่าไป... ต้นเหตุทั้งหมดก็มาจากที่ยูมะอยากจะเข้ามาสำรวจในไอ้ พีระมิดบ้าๆนี่แหละ

___“ เอาน่าๆ อย่าไปเครียดมันเลย เดี๋ยวแก่เร็วนะ ” อลิซพึมพำ

___“ หุบปากไปเลย! ”

___ประตูบานใหญ่เปล่งประกายสะท้อนแสงจากกระบอกสีฟ้า ‘ ประกายแสงแห่งแฟรี่ ’ ในมือสเตล่า ลวดลายดวงตากับผู้คนหันข้างดูแปลกประหลาด ทันใดนั้นเอง คบเพลิงหินที่ดูทื่อๆพลันลุกโพลงสว่างไสวขึ้น เผยให้เห็น...

___“ กรุณาถอดรองเท้าไว้ด้านนอกด้วยฮะ กับ ผมยุ่งอยู่ฮะหม่ามี๊ ” สเตล่าอ่านป้ายกระดาษแหว่งวิ่นแผ่นเล็กๆที่ติดอยู่บน กำแพงข้างๆประตูด้วยน้ำเสียงงุนงง “ มันควรจะมีอะไรแบบนี้ด้วยหรือไง? ”

____“ บางทีมันอาจจะเป็นห้องนอนก็ได้มั๊งถึงได้แปะป้ายแบบน ั้นเอาไว้ ” ยูมะพูด

___“ ในที่ต้องสาปอย่างนี้เนี่ยนะ ”

___“ หรืออาจเป็นห้องน้ำก็ได้ ” อลิซต่อ

___“ นั่นยิ่งแล้วใหญ่เลย ” องค์หญิงผมเขียวพูด กอดอกด้วยท่าทางราวกับแม่ที่กำลังไม่พอใจ “ แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม เราจะไม่เข้าประตูนี้เด็ดขาด เห็นได้ชัดว่าเรามากันผิดทางแล้ว ดังนั้น อ้าว...? ”

___เด็กสาวทั้งสองถอดรองเท้าเปิดประตูเข้าไปเรียบร้อ ยแล้ว

___ชั้นวางไม้เก่าแก่จนน่ากลัวว่ามันจะหักถล่มลงมาได ้ในทุกวินาที หีบสมบัติใบใหญ่ทำจากทองคำหลายร้อยใบตั้งกองอยู่ทั่ว ไปบนพื้นที่ราบเรียบจนแทบไร้เม็ดทราย เพียงแค่ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้ามาในห้องนี้ แสงไฟจากเปลวเทียนพลันลุกพรึ่บต่อกันเป็นทอดๆลึกเข้า ไปเรื่อยๆ เผยให้เห็นถึงความใหญ่โตและกว้างขวางน่าตื่นตาตื่นใจ ด้านในสุดของห้องนั้น เป็นหีบทองคำยาวพอจุคนเข้าไปได้ ซึ่งรูปร่างบนฝาหีบ คือคนนอนลืมตาโพลงมือไขว้กัน

___“ โลงศพ... ” สเตล่าขมวดคิ้ว พลางก้าวผ่านประตูทองคำอย่างระมัดระวัง “ คำสาปงั้นหรือ ”

___“ ว้าว! ตุ๊กตาหมีล่ะ ”

___“ เอ๋? ” เจ้าหญิงร้องงงๆ

___ตุ๊กตาสัตว์ตั้งแต่หนูตัวเล็กเท่าฝ่ามือไปจนถึงปล าวาฬยัดนุ่นขนาดเท่าเรือสำเภาวางเรียงรายอยู่บนชั้นไ ม้ที่ผนังทอดยาวไปด้านหนึ่ง ส่วนทางผนังอีกด้าน มีเกมกระดานทุกชนิดเท่าที่จะคิดจินตนาการได้กับของเล ่นสังกะสีและไม้ ภายในห้องนั้นมีโต๊ะตัวใหญ่ขนาดนั่งได้สองคน สามคน สี่คนและเป็นครอบครัวใหญ่ตั้งระเกะระกะ ที่สำคัญ สภาพทั้งหมดนั้นดูเหมือนเพิ่งมีการจัดปาร์ตี้มาหมาดๆ

___“ ขยะเกลื่อนเลย ” อลิซร้องแหวะ “ อี๊! เค้กช็อคฯขึ้นรา ”

___“ ดูสิๆ กระต่ายล่ะ มาเต้นรำกันนะ ” ยูมะอุ้มตุ๊กตากระต่ายขายาวสูงเท่าเธอในชุดทักซิโดสี ดำกับสีขนประดุจหิมะขึ้นมาเต้นรำหมุนๆ

___“ นะ... นี่มันอะไรกันเนี่ย ” ยิ่งผ่านไป สเตล่าก็ยิ่งงงกับสิ่งที่เจอ จะอันตราย... ก็ไม่ แต่จะเรียกว่าปลอดภัย... มันก็...

___“ อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิ! ” เด็กสาวผมสั้นสีส้มหัวเราะร่า “ มาเต้นกับคุณกระต่ายเถอะ อ๊ะ! นี่มันซุปเปอร์แฟมิค่อมนี่นา!! ”

___“ อะไรหรือ ” สเตล่ากับอลิซก้าวเข้าหายูมะที่วางกระต่ายทักซิโดลงบ นโต๊ะ แล้วก้มหยิบกล่องสีดำสนิทขึ้นมา

___“ มันเป็นเครื่องเกมน่ะ เป็นของที่มาจากโลกที่ยูมะเคยอยู่ ” สาวน้อยพูด ขณะพิจารณาเจ้าวัตถุประหลาดชิ้นนั้นอย่างสนอกสนใจ “ มันต้องใส่ตลับตรงนี้ จากนั้นก็ต่อกับทีวี แล้วก็... ”

___ทั้งสเตล่าและอลิซมองหน้ากัน ทั้งคู่ไม่เข้าใจที่ยูมะพูดเลยสักคำ

___“ อย่าไปใส่ใจกับกล่องดำประหลาดนั่นเลย มาสำรวจกันดีกว่า พนันได้เลยว่าในนี้ต้องมี... ” เด็กสาวผมทองในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนทับด้วยผ้ากันเปื้ อน อลิซมุดหัวเข้าไปในหีบสมบัติใบโตแล้วหยิบเอากล่องกระ ดาษทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวออกมา “ เกมกระดานล่ะ มีเต็มเลย... เอ๊ะ!?! ”

___สองสาวยืนหน้าซีดตัวแข็งทื่อ มือสั่นๆของยูมะชี้ตรงมาที่เธอ... อลิซหันกลับไป...

___“ กรี๊ด!!! สัตว์ประหลาด!!! ”

___สิ่งที่รูปร่างคล้ายมนุษย์อบแห้งจนหวิดจะเป็นฝุ่น ในผ้าพันแผลขาดๆรุ่ยๆยืนอ้าปากโชว์ฟันบิ่นๆหักๆกับลม หายใจอับๆเป็นฝุ่นทุกครั้ง บนหัวของมันสวมหมวกทรงสูงที่รูปร่างเหมือนมงกุฎ ดูท่าท่าว่าเจ้านี่ต้องเป็นราชาของที่นี่แน่ๆ

___“ ยูมะ... ยัยเลอะอ้วก...!?! หายไปแล้ว!!! ”

___และสิ่งสุดท้ายในขณะนี้ที่อลิซสามารถรับรู้ได้คือ ประตูที่ปิดงับลงกับผู้ที่น่าจะเป็นเพื่อนทั้งสองคนเ ผ่นหายไปเรียบร้อยแล้ว
.................................................. .................................................. ............................

___เสียงครางประหลาดให้ความรู้สึกหนาวยะเยือกไปถึงสั นหลังดังแว่วผ่านอากาศอับๆอันไม่อาจรู้สึกถึงสายลมได ้เลยแม้แต่น้อย บนทางเดินตรงแคบๆ หญิงสาวสองคนออกแรงวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต โดยมีตัวประหลาดในผ้าพันแผลนับสิบก้าวเบี้ยวๆบิดๆแต่ เร็วเหลือเชื่อไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ นอกจากนี้เจ้าตัวพวกนั้นยังมีงูสีดำแดงเลื้อยโผล่มาก ลางหัวที่แตกๆร้าวๆเสียด้วย

___“ เขาเรียกว่ามัมมี่ สเตลิน! แต่ว่าพวกเราทิ้งอลิซมานะ ”

___“ ลืมไปเลย!!! ” สเตล่าหอบแฮ่ก “ ว่าไงล่ะ! จะย้อนกลับไปไหมล่ะ นี่คือโอกาสที่จะตัดสินใจได้ ”

___“ มันก็แน่อยู่แล้ว... ” ยูมะพูดอย่างมั่นใจ ก่อนจะหันกลับไปมอง แต่พอสบตาเข้ากับศพแห้งๆและเบ้าตากลวงโบ๋นั่นแล้ว ความมั่นใจดูจะหายกลับไปยังก้นบึ้งเสียหมด “ คะ... ใครจะกลับไปกันอ่ะ ”

___“ ยูมะ ”

___“ หืมม์ ”

___“ มัมมี่นี่เป็นผีใช่ไหม ”

___“ อืม ”

___“ เจ้าบอกว่าพวกมันจะคอยไล่ใครก็ตามที่บุกเข้ามาในสุสา น ไอ้พีระมิดนี้ใช่ไหม ”

___“ อื้ม! จะว่ายูมะงั้นเหรอ! ยูมะไม่รู้นี่นาว่ามัมมี่มันวิ่งได้ด้วย ”

___“ ตอนนี้ข้าว่าเรื่องนั้นมันไม่ใช่ปัญหาหรอก ที่ข้าสงสัยน่ะ คือ ทำไมพวกผีตายซากนั่นถึงได้ร้องว่ากางเกงในๆมาตั้งนาน แล้วล่ะ ” สเตล่าพูด แล้วทั้งคู่ก็พร้อมใจกันหันกลับไปมองอีกรอบ บรรดามัมมี่หัวงูทั้งหลายต่างดูมีชีวิตชีวาอย่างน่าป ระหลาด ก่อนที่สเตล่าจะพบว่า กระโปรงสีดำแดงลายตารางของเธอนั่นถูกเกี่ยวขาดเป็นทา งยาว

___“ สเตลิน! สีชมพู!!! ”

___“ กาง~ เกง~ ใน~ ”

___“ ไม่น่าเชื่อ! สเตลินนี่นะใส่สีชมพู น่ารักจังเลย~ ”

___“ เงียบนะ! ” สเตล่าหน้าแดงเหมือนมะเขือเทศสุก

___“ กาง~ เกง~ … ”

___“ รำคาญเฟ้ย! หุบปากไปเลยพวกแก!!! ” เธอตะโกนกลบเสียงครางของมัมมี่ “ จงมา ซิลเวอร์ไลท์ เควตซัลโคอัลต์! ”

___‘ วิ้ง!!! ’

___ตูม............
__________________________________________________ _____

___แสงแดดเจิดจ้าสดใสกับสายลมอันอ่อนโยนที่พัดพาความ เย็นฉ่ำดุจละอองน้ำหลังสายรุ้ง ใบหญ้าเขียวขจีอ่อนนุ่มหอมหวานยามล้มตัวลงนอน เจ้าหญิงร่างสูงค่อยๆวางเด็กสาวลงใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างพ ีระมิดยักษ์อย่างแผ่วเบา เธอเขี่ยเส้นผมสีส้มที่ปรกหน้ายูมะ ก่อนจะเผยรอยยิ้มสดใสออกมา

___แล้วหญิงสาวก็หัวเราะ หัวเราะกันทั้งสองคน ก่อนจะเกิดความเงียบงันขึ้น เมื่อสองสาวไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา ทว่า... ทั้งคู่ต่างก็เข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี

___จะเรียกว่าสนุก... ก็คงได้มั๊ง...

___ราวกับเป็นสายรุ้งเล็กๆที่เกิดขึ้นหลังฝนพรำ หรือเสียงหัวเราะร่าเริง หลังจากที่ผ่านเรื่องงี่เง่าไร้สาระบางเรื่องมาได้

___“ อ้าว! หลับไปแล้วหรือเนี่ย ข้าหรือก็อุตส่าห์รีบทำธุระแล้วรีบมาแล้วเชียวนะ ” หญิงสาวผมชมพูม้วนเป็นหลอดตรงปลายผู้มีปีกผีเสื้อบนห ลังพูดพลางถอนหายใจ “ ก็เอาเถอะ ถือว่ามารับนี่แทนก็แล้วกันนะจ๊ะ ”

___พูดจบ คอริแกนก็โน้มตัวลงจูบริมฝีปากทั้งสเตล่าและยูมะ

___“ อืม... ได้เรื่องดีๆของวันมาแล้ว ว่าแต่... เอ... เจ้าสิ่งประหลาดนี่มีรูโหว่ด้วยเหรอ ”

___ภาพของพีระมิดที่โดนระเบิดหายไปแถบใหญ่ๆแถบหนึ่ง และเมื่อคอริแกนเห็นดาบในอ้อมแขนสเตล่า เธอก็ยิ้มออกมาในทันที

___“ เจ้าก็ด้วยนะ ” ภูติสาวโน้มตัวลงจูบด้ามดาบเบาๆ
.................................................. .................................................. .....................................

___“ แล้วทีนี้นะ หล่อนก็ไล่เราออกไปนอนนอกห้อง ” มัมมี่แห้งๆผู้สวมมงกุฎบนหัวยักไหล่ “ ข้าทนไม่ไหวเลยหนีออกมาจากวัง คิดว่าจะมานอนที่นี่สักหน่อย ไปๆมาๆเราก็พบว่าตัวเองตายแล้วนี่แหละ เอาขนมอีกไหม... ”

___“ ไม่ต้อง! คิดจะหลอกหนูด้วยขนมงั้นหรือ ไม่หลงกลหรอกน่า! เอ้า! หกแต้ม! หนูชนะแล้ว!!! ” อลิซทอยเต๋า ก่อนจะหยิบตัวเดินไปวางไว้ที่เส้นชัย ทำเอามัมมี่ มัมมี่ มัมมี่แล้วก็มัมมี่ต่างชะงักค้างไปตามๆกัน

___“ ม่ายจริงน่า!!! ” ทั้งหมดประสานเสียงร้อง
________________________________________จบตอน
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19 Jun 2008, 18:16   #4 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
rune's Avatar
 
โพส: 146
ดาวโหลด: 104
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 14

TG ออร่า:
rune aurarune aura



Wish – Follow the Rainbow
ตอนที่ 3

___สายลมอันอ่อนละมุนเช่นเดียวกับใบหญ้าบนเนินกว้างไ กลพัดโบกโอบไล้ใบหน้าขาวเนียนของหญิงสาว สเตล่า รูลซาลกี้ในเสื้อยืดขาวตัวใหญ่นอนหลับสนิทอยู่ใต้ต้น โอ๊คใหญ่กลางทุ่งสีเขียวอ่อนกับฟ้าใส ผีเสื้อสองสามตัวบินร่อนวนไปวนมาอยู่ใกล้ๆดงไม้ในเงา มืดอันเกิดจากแสงแดดสดใส และหากสังเกตดีๆแล้วล่ะก็ แถวๆชายป่าก็จะมีหญิงสาวร่างสีเขียวใบไม้ในชุดที่ดูค ล้ายกับนำผ้าแพรขาวสะอาดมาพันกันเป็นชุดกระโปรงรุ่มร ่ามลอยไปมา นั่นคือ เทพธิดาแห่งป่า

___สาวน้อยผู้นอนหลับสนิทรู้สึกตัวตื่นขึ้นจากความรู ้สึกเย็นวาบแถวๆใบหน้า เมื่อเธอลืมตาขึ้นอย่างัวเงียนั้น แสงสะท้อนสีชมพูจางๆจากนัยน์ตานั้นอยู่ใกล้เสียจนแทบ ชนกัน เธอรู้สึกถึงลมหายใจอันแผ่วเบาที่พ่นลงมา กับรอยยิ้มร่าเริงดูเจ้าเล่ห์พอดู

___‘ วูบ ’ ‘ ควับ! ’

___คอริแกนหายตัววับไปอยู่ห่างจากสเตล่าที่ลุกพรวดขึ ้นแล้วเหวี่ยงแขนปัดออกอย่างแรง

___“ รุนแรงอีกแล้วนะ ” หญิงสาวผีเสื้อหัวเราะลั่น “ แต่ใบหน้ายามหลับของเจ้าน่ารักมากๆเลยล่ะ ”

___“ เจ้าอีกแล้วหรือ! ”

___“ อ๊ะ! คอริลนี่นา ” ยูมะ สาวน้อยร่างเด็กแต่อายุพอๆกับสเตล่าวิ่งเข้ามาหา “ วันนี้ก็มาเที่ยวด้วยกันเหรอ ”

___“ เปล่าจ้าๆ วันนี้ข้ามีธุระแถวนี้น่ะ ” คอริแกนสั่นหัว ก่อนจะรีบพูดต่ออย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสีหน้าของสเตล่ า “ ไม่เกี่ยวกับ ‘ มิติยามบ่าย ’ หรอกน่า ก็ตอนนั้นเจ้าน่ะ เล่นผ่ามิติของข้าจนเหวอะหวะ ตอนนี้มีแต่รอยรั่วเต็มไปหมด คงใช้ไม่ได้ไปอีกนานเลย ”

___“ สเตลินโหดร้าย ” ยูมะเสริม

___“ เงียบไปเลย นั่นข้าช่วยเจ้านะ! แล้วการลักพาตัวอย่างนั้นมันถูกที่ไหน และอย่ามาเรียกข้าแบบนั้นนะ ” สเตล่าแหวใส่แบบคนต่อคนแล้ววนกลับมาซ้ำอีกรอบ

___“ โหย... ดุเป็นบ้าเลย ”

___“ สเตลินโหดร้ายอ่ะ ”

___“ เลิกสุมหัวกันว่าข้าได้แล้ว! ”

___สาวน้อยผมยาวเขียวสด อดีตเจ้าหญิงผู้ข้ามมิติมาตบหน้าผากตัวเองเมื่อยูมะก ับคอริแกนจับมือกันวิ่งเล่นไปตามทางเดินที่ปูด้วยพื้ นหญ้าเหมือนเด็กๆ เธอทรุดตัวลงนั่ง ก่อนจะหวนระลึกไปถึงเรื่องเมื่อสามวันก่อน ที่เธอล้มทับยูมะ...แล้วปาก... ปาก...

___เธอหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง

___“ จะ... จะ... จะไปคิด... คิดมากอะไรกันนะ! มันก็แค่อุ... อุบัติเหตุไม่ใช่หรือไง...! ” เธอทำท่าเหมือนปัดความคิดล่องหนที่อยู่เหนือหัวออกไป ด้วยท่าทางลนลาน แล้วจึงเลื่อนมือมาแตะที่ริมฝีปากตัวเอง “ แต่ทำไม เหมือนกับว่าข้าเห็น... ฟอร์เต้... ”

___ดวงจันทร์กลมโตใสกระจ่างลอยเริงร่าอยู่กลางท้องฟ้ าสีเข้ม เหนือปราสาทสีขาวใหญ่โตถูกล้อมรอบด้วยอาณาจักรอันกว้ างไกล ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสีน้ำเงินเข้มและหญิงสาวผมยาวสล วยสีเขียวสดในชุดขาวรุ่มร่าม บนลานโล่งๆที่เชื่อมระหว่างหอคอยคู่ไว้ด้วยกัน ทั้งสองทำพิธีจุมพิตกันโดยมีนภาและจันทราเป็นพยาน เป็นครั้งแรกของสาวน้อย...

___แม้ว่าวันเวลาจะผ่านไป แต่สเตล่ายังคงจำความรู้สึกตอนนั้นได้อย่างชัดเจน จูบแรกที่เธอมอบให้แก่ชายผู้ที่เธอรัก

___“ สเตลินๆ เหม่ออะไรอยู่น่ะ ”

____เสียงเล็กๆอันเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาดังขึ้นขัดจั งหวะความคิดของเธอ สเตล่าสะดุ้งเพื่อที่จะพบว่ายูมะกับคอริแกนกำลังจ้อง มองเธออยู่อย่างใกล้ชิดด้วยสายตายิ้มแย้มจนน่ากลัว

___“ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะ กำลังนึกถึงอะไรอยู่ล่ะจ๊ะ ” ภูติสาวแห่งการหลงทางลากเสียงยาวพลางจิ้มแก้มเธอเบาๆ “ เห... เกี่ยวกับ ‘ จูบ ’ หรือเปล่าเอ่ย? ”

___‘ ปุ้ง!!! ’

___“ หว๋าว! ดูเหมือนจะจริงแฮะ ” คอริแกนหัวเราะ เมื่อสเตล่าเผลอหลุดอาการตกใจเหมือนถูกรู้ทันออกมา “ เห็นดูเถื่อนๆ(?)แบบนี้ แต่จริงๆแล้วก็อ่อนไหวไม่ใช่เล่นเลย ”

-___“ ใช่ๆ สเตลินอ่อนโยนล่ะ ” ยูมะพยักหน้าหงึกๆ

___“ พูดอะไรกันอีกล่ะ ” สเตล่าดูโกรธอยู่เหมือนกัน เธอยกมือทำท่าจะทุบคอริแกน แต่เพราะใบหน้าที่แดงซ่านราวผลสตรอเบอร์รี่นั้นพาลกล บอารมณ์นั้นไปเสียหมด “ หุบปาก... ไป... เลย ”

___จู่ๆเธอก็พลันชะงักเมื่อสายตาส่ายไปเห็นบางสิ่งเข ้าพอดี สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่สร้างด้วยอิฐที่ทำขึ้นจากทราย สิ่งที่เป็นรูปทรงสามเหลี่ยมประกบกันสี่ด้าน พีระมิดมหึมาปรากฏจากความว่างเปล่าบนภูเขาอย่างฉับพล ัน

___“ อะ... อะไรกันเนี่ย? ” สเตล่าร้องงๆ ภายในเงามืดจากสิ่งที่มีขึ้นในทันทีทันใด มันได้บดบังแสงไปเสียหมด “ มันคือ...? ”

___“ พีระมิด... ” ยูมะพึมพำ

___“ รู้จักด้วยหรือ ” คอริแกนถาม

___“ อื้ม! ในโลกเดิมก่อนที่ยูมะจะมาที่นี่น่ะ ” เด็กสาวพูด ขณะเดินเข้าไปใกล้ “ มันเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของประเทศหนึ่ง รู้สึกว่าจะถูกเรียกว่าสิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วยล่ะมั ๊ง ”

___“ สัญลักษณ์? ประเทศ? สิ่งมหัศจรรย์ของโลก? เจ้ากำลังพูดถึงอะไรน่ะ ” สเตล่าเลิกคิ้ว

___“ ข้าคิดว่ายูมะกำลังจะบอกว่าเจ้าสิ่งนี้น่ะ มาจากต่างดินแดน แต่เป็นที่แห่งเดียวกันที่เธอจากมา ” สาวน้อยปีกผีเสื้อมีท่าทางครุ่นคิด “ น่าสนใจมาก แต่ว่า... ข้าลืมไปเลยแฮะ ว่าข้ามีธุระนี่นา ถึงจะน่าเสียดาย แต่ข้าคงต้องไปก่อนล่ะนะ ”

___พูดจบ คอริแกนก็หายวับไปราวกับใบไม้หลุดลอย

___“ จะมาก็มา จะไปก็ไปแฮะ เดาไม่ถูกเลย ”

___“ สเตลิน! เข้าไปดูกันนะ!!! ” ยูมะทำตาปิ๊งๆใส่สเตล่าที่ผงะถอยกรูดไปทันที ซวยแล้วไงล่ะ... “ เข้าไปกันนะๆๆๆๆๆๆๆ ”

___“ เข้าไป? ในนั้นน่ะนะ? ” องค์หญิงนักรบผู้มาจากต่างแดนชี้มือไปยังทางเข้าที่เ ป็นช่องสี่เหลี่ยมขนาดพอคนหนึ่งซึ่งดูราวกับว่ามีไอป ระหลาดไม่น่าไว้ใจแผ่ออกมาตลอด แถมเธอยังได้ยินเสียงกระซิบน่าขนลุกดังแว่วเสียด้วยส ิ “ ขะ... ข้า ข้าไม่เข้าไปแน่ ”

___“ น่าๆนะ! ” สาวน้อยร่างเล็กหุ่นเด็กประถมยิ้มหวานยิ่งขึ้น “ ตลอดมาตอนที่อยู่อีกโลกหนึ่งน่ะ ยูมะอยากไปลองเที่ยวดูข้างในอยู่เสมอเลย คุณพีระมิดเนี่ย แต่ว่านะ เพราะบ้านที่ยูมะอยู่น่ะ มันคนละซีกโลกกับเจ้านี่เลย ดังนั้น เข้าไปดูกันนะๆ รับรองว่าไม่เป็นไรแน่ๆ ”

___และแล้วสเตล่าก็ถูกยูมะลากไปด้วยอย่างไม่เต็มใจนั ก อย่างแรกเลย เธอไม่เข้าใจที่ยูมะพูดสักคำ อย่างที่สอง ถึงเธอจะไม่เข้าไป แต่ยังไงยูมะก็จะเข้าไป และเธอก็ต้องตามไปอยู่ดี(?) และสุดท้าย คือ สายตาปิ๊งๆของยูมะนั่นเอง มันเหมือนลูกแมวน่ารักจริงๆแหละ และเธอก็ชอบแมวที่สุดเลย

___“ ไม่ต้องห่วงๆ เทคโนโลยีสมัยเก่าของโลกเดิมของยูมะน่ะ ไม่มีทางระเบิดหรืออะไรไปได้หรอก มันก็เป็นแค่หินแข็งๆนั่นแหละ แต่เห็นว่ากันว่ามันมีคำสาปล่ะ สำหรับใครก็ตามที่รุกล้ำเข้าไป ”

___“ อึ๋ย! คำสาปเหรอ! ” สเตล่าตัวสั่น “ ทะ... ทำไมไม่รีบบอกก่อนล่ะ ”

___ช้าไปแค่วินาทีหลังจากที่สองสาวได้ ‘ รุกล้ำ ’ เข้าไปแล้ว...

___“ ขอ... ขอข้ากลับออกไปก็แล้วกันนะ ” เจ้าหญิงพูด ขณะมองควันประหลาดๆลอยเอื่อยผ่านหน้ามุดเข้ากำแพงหิน ไป ตามทางเดินทรายแคบยาวทอดไปเบื้องหน้านั้นมีอักษรภาพส ลักไว้เรื่อยๆ ที่เคลื่อนสวนทางผ่านกลับมานั้นคือสายลมอับๆแห้งๆ และความมืดที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นจนมองแทบไม่เห็นทาง

___“ อะไรกัน สเตลินกลัวเหรอ น่ารักจัง... ” ยูมะพูด ถึงแม้จะเดินกันมาสักพักจนมาอยู่ในที่มืดเกือบสนิทแล ้ว แต่หญิงสาวก็พอเดาได้ว่ายูมะกำลังยิ้มอยู่ “ แต่ไม่เอาอ่ะ! ยูมะอยากเห็นข้างในนี่นา ”

___“ มืดขนาดนี้เนี่ยนะ แถม อึ๋ย! อากาศชวนคลื่นไส้ชะมัดเลย ”

___‘ แชะ! ’ ‘ พรึ่บ! ’

___สิ้นเสียง แสงสว่างสีฟ้าอ่อนก็วาบขึ้นจากตำแหน่งแถวๆมือของเด็ก หญิงร่างจิ๋วจากกระบอกเรืองแสงได้อันเป็นหนึ่งในพลัง งานแสงสว่างที่ได้รับการประทานจากเทพธิดาแห่งการมีชี วิต เผยให้รู้ว่า ตอนนี้ทั้งสองหลุดจากทางเดินแคบมาเป็นห้องโถงที่ไม่ใ หญ่นักแล้ว ทว่าสิ่งต่างๆกลับดูไม่ต่างไปมากเท่าใด ลวดลายสลักบนกำแพง กองทรายตามจุดต่างๆ แต่ที่เพิ่มมาก็คือรูปปั้น...

___“ หยึ๋ย! ” สเตล่าผงะกับรูปสลักคนหัวสุนัขที่สูงกว่าเธอสักเท่าค รึ่งได้ มันยืนตัวแข็งทื่อเย็นชืดอยู่ข้างๆเธอ ดวงตาที่แกะกลวงเข้าไปนั้นดูน่ากลัวมากกว่าปกติ ราวกับว่ามีเวทย์มนต์บางอย่างสถิตอยู่ และได้ทำให้มันมีชีวิตชีวาอย่างน่าประหลาด อย่างกับว่ากำลังจ้องมองอยู่นั่นแหละ

___“ ว้าว! น่ารักจังเลย ” ยูมะรีบวิ่งเข้าใส่ พลางยื่นกระบอกเรืองแสงเข้าไปใกล้ๆ

___ยิ่งดูยิ่งน่าอยู่ห่างๆมากกว่าล่ะสิ สเตล่าอดไม่ได้ที่จะคิดอย่างหวาดหวั่น

___“ อ๊ะ! นั่นประตู ”

___“ จะ... จะเข้าไปจริงๆเหรอ ”

___“ อื้ม! ”

___“ งั้นก็... ” สเตล่าถอนหายใจ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีทางเลือก แต่ที่อยากได้ตอนนี้ที่สุดก็คงจะเป็นเวลาทำใจสักครู่ ล่ะ “ เธอต้องทิ้งขนมที่พกมาด้วยไว้ตามทางนะ ”

___และแล้ว ทั้งคู่ก็ก้าวผ่านช่องหินเล็กๆขนาดพอดีคนไป โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า มีร่างเล็กๆร่างหนึ่งในเงามืดตามติดมาอย่างรวดเร็ว

___เสียงหินขรุขระเลื่อนกระแทกดังโครมใหญ่เมื่อประตู ทางเข้าหล่นลงมาปิดทางสนิท สองสาวพบว่าตัวเองนั้นถูกขังอยู่ในทางเดินแคบๆที่ทอด ยาวลาดชันไปเบื้องหน้าเท่านั้น เป็นทางเดินที่มืดมิดราวกับไม่มีที่สิ้นสุด

___“ ถูกขังแล้ว? ” สเตล่าร้อง ก่อนจะทุบกำแพงอย่างแรง “ มันอะไรกันเนี่ย ”

___“ อย่าเพิ่งไปกังวลให้มากเลย มันเป็นปกติในเกมนี่นา แบบพวกดันเจี้ยนลับอะไรอย่างเนี้ย แล้วอีกเดี๋ยวก็จะมีบอสโผล่ออกมา ดังนั้นรีบไปต่อกันเถอะ(?) ”

___“ เจ้ากำลังพูดอะไรอยู่น่ะ เราติดอยู่ในนี้แล้วนะ ” สเตล่าจ้องมองไปยังความมืดรอบๆด้วยประสาทเครียดเขม็ง ถ้ามีศัตรูมากันตอนนี้ล่ะก็ ในสภาพพื้นที่ที่เธอไม่รู้จักเลยสักนิดเสียด้วย

___‘ ตุบ! ’

___บางอย่างเท่าชิ้นขนมสีขาวๆร่วงผ่านหน้าสเตล่าไปบน พื้น ตามมาด้วยความรู้สึกขนลุกแปลกๆที่วาบขึ้นมาตามแขนขา มันดูเหมือนกับเป็นความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นมานานแล้ ว และเธอก็ลืมมันไป แต่ที่แน่ๆ มันคงไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีหรอก...

___ราวกับจะตอกย้ำความทรงจำที่เลือนราง เมื่อเจ้าสิ้งนั้นร่วงลงมาอีกอัน หรือเรียกให้ถูกว่าอีกตัว และคราวนี้มันตกลงมาบนหัวยูมะ

___“ อ๊ะ! คุณบุ้งนี่นา มีคุณบุ้งในนี้ด้วยล่ะ ” ยูมะใช้กระบอกเรืองแสงสีฟ้าเขี่ยเจ้าสิ่งมีชีวิตจิ๋ว ที่เต็มไปด้วยขนลงมาบนถุงขนมในมือ “ สเตลินดูสิๆ ”

___แต่หญิงสาวไม่ตอบ ไม่สิ! เธออยู่ในสภาพที่ตอบไม่ได้แล้วตอนนี้ ราวกับเป็นระเบิดที่จุดชนวนเมื่อไหร่ก็ได้ สเตล่ากับความหวาดหวั่นสุดขีดจนแทบหยุดหายใจ

___“ หืมม์? ” สาวน้อยหัวส้มมององค์หญิงที่ตัวแข็งทื่อไปแล้วด้วยสา ยตางุนงง ก่อนจะยื่นซองขนมเข้าไปใกล้

___สเตล่าถอยหลังไปก้าวหนึ่ง...

___ยูมะตามติดอีกก้าว...

___“ ยะ... อย่าเอามาใกล้นะ!!! ” สเตล่าพูดเสียงสั่นๆ หยาดน้ำตารื้นออกมา

___“ อ่ะฮ้า! สเตลินกลัวสินะ ”

___“ ปะ... เปล่าสักหน่อย... ข้า... ข้าแค่ แค่ไม่ชอบที่มันขยับตัวงอๆ แล้ว... แล้วก็... ขน... ”

___“ กลัวสินะ... ”

___“ กรี๊ด!!! อย่าเข้ามานะ!!! ”

___ยูมะกับสีหน้าที่แสดงถึงชัยชนะ(?)ก้าวสะดุดหินก้อ นเล็กๆ แต่ล้มทับสเตล่าโครมใหญ่ มีเสียงกริ๊กดังขึ้นเบาๆ และช่วงเวลาเล็กน้อยให้พอหายใจสักนิด ก่อนที่จะ...

___ก่อนที่จะไปกันต่อ เรามาลองนึกกันดูว่าส่วนใหญ่ตามหนังหรือเกมเกี่ยวกับ การผจญภัยในดันเจียนต่างๆ เวลามีเสียงกริ๊กดังขึ้นนี่มีอยู่หลายความหมาย โดนกับดัก เก็บไอเทมได้ เจอบอสไม่ใหญ่นักเข้าแล้ว และก็โดนกับดัก มาลองทายสิว่า เสียงกริ๊กนี้คืออะไร...

___ก่อนที่จะ...

___ปุยขาวกองมหึมาหลุดร่วงหล่นลงจากความมืดมิดเบื้อง บน สเตล่าลืมตาขึ้นพอดีทันเห็นกองทัพแมลงก่อนที่จะเป็นล มไปเสียดื้อๆ ในวินาทีนั้นเอง ประตูหินที่ทั้งสองพิงอยู่นั้นพลันเลื่อนขึ้นส่งให้ส าวน้อยทั้งสองกลิ้งหลุนๆออกมายังลานโล่งๆ

.................................................. .................................................. ......................................

___“ เอ้า! ถอดเลยๆ ” เสียงทุ้มต่ำเหมือนใช้หินขูดหินด้วยกันดังเชียร์ลั่น จนแก้วหูสั่นสะเทือนอย่างแรงจนสาวน้อยผู้จมอยู่กับคว ามหลับใหลรู้สึกตัวตื่นขึ้นพร้อมกับเย็นหวิวๆวาบตามต ัว “ เป่ายิ้งฉุบ!!! เฮ้! พวกข้าชนะอีกแล้ว ”

___เปลือกตาอันหนักอึ้งของสเตล่าเปิดพรวดรับความสว่า งจากแสงนวลสีฟ้าเมื่อพบว่ามีมือมายุ่มย่ามแถวๆท้อง เธอลุกพรวดขึ้นจนหัวกระแทกเข้าอย่างจังกับบางสิ่ง ซึ่งต่อมาเธอจึงรู้ว่านั่นคือหน้าผากของอลิซ เด็กหญิงปากเสียที่เคยพบกันในตอนที่ฝ่าเข้าไปในมิติข องคอริแกน

___“ ทะ... ทำอะไรกันน่ะ! ” สเตล่าร้อง เสื้อนอกสีแดงของเธอหายไป... ไปอยู่ที่มือของรูปปั้นคนหัวสุนัขตนหนึ่งในหลายๆตัวท ี่กำลังพูดผสมกับหอนกันอย่างคึกคัก แถมในมือยูมะที่อยู่ห่างไปไม่มากนัก คือถุงเท้าทั้งสองข้างของเธอ

___“ ถอดเลยๆๆๆๆๆๆ ” เสียงเชียร์เป็นลูกคลื่นตามจังหวะการกระโดดโลดเต้นขอ งรูปปั้น “ พวกเธอแพ้แล้วนี่ๆ ”

___“ คือว่า... เรากำลังเล่นเกมเป่ายิ้งฉุบกันน่ะ พนันกันด้วยเสื้อผ้า ” ยูมะตอบสีหน้าสงสัยของเจ้าหญิง “ ไม่งั้นพวกเราจะผ่านห้องนี้ไปไม่ได้ ”

___“ แล้ว... แล้วทำไมถึงต้องถอดเสื้อผ้าข้าล่ะ ”

___“ อย่าไปสนใจกับเรื่องหยุมหยิมเลยน่า ยัยเลอะอ้วก! ” อลิซพูดด้วยท่าทางโกรธๆ มือหนึ่งกุมหน้าผากไปด้วย

___“ ก็แล้วทำไมเจ้าไปถอดเองล่ะ ” สเตล่าตวาดแหว

___“ เอ้า! ถอดสิ ถอดเลย แม่สาวอกโต เย้! ”

___“ ยอมๆหน่อยเถอะน่า สเตลิน เดี๋ยวเทิร์นหน้ายูมะก็ชนะได้แน่ๆ ”

___“ เจ้าพูดจริงง่ะ ชนะแน่ๆเหรอ ” สาวน้อยพูดอย่างไม่มั่นใจนัก เสื้อนอก ถุงเท้า แล้วก็เข็มขัดดาบเธอไปแล้ว ถ้าแพ้อีกที คงมีรายการโชว์กันแน่ๆ แต่ปัญหามันคือว่า เจ้าพวกรูปปั้นมันมีอะไรให้ถอดด้วยหรือไงกันนะ “ ขะ... ข้าไม่เอาด้วยหรอก ”

___“ เสียสละแค่นี้ไม่ได้หรือไง กะอีแค่โชว์อกโตๆน่ะ ” อลิซโพลงขึ้น

___“ วิ้ว! หน้าอก!!! ” เสียงประสานเฮลั่น

___“ สเตลินโชว์อกล่ะ เย้ว! ” ยูมะร้องเป็นเพลง

___สเตล่าที่ตอนนี้กำลังตัวสั่นหน้าแดง(ด้วยความโกรธ ?) ในที่สุดก็ถึงจุดที่ขีดความอดทนทั้งหลายทั้งปวงขาดผึ งเสียที เธอทุบพื้นทรายแตะทะลุเป็นหลุมลงไปภายในครั้งเดียว เกิดความเงียบขึ้นโดยฉับพลัน

___“ ไอ้~ พวก~ โรค~ จิต~ ” เจ้าหญิงผู้กราดเกรียวจนกลายเป็นปิศาจเสียแล้วก้มหน้ ามองพื้น เสียงพูดของเธอเหมือนกำลังกัดฟันอยู่ ขณะที่ถอนกำปั้นออกจากพื้นแตกๆที่ร่วงกราว ยูมะ อลิซและเหล่ารูปสลักสะดุ้งเฮือก

___“ แก! ตาย!!! ”

___“ กรี๊ด! สเตลินคลั่งแล้ว!!! ”

___“ อ๊าคคคคค! หนีเร็ว! ”

___‘ ตูม! ’ ‘ พล่อก!!! ’ ‘ เปรี้ยง!!! ’
……………………………………………………………………….

___“ นะ... น่ากลัวเป็นบ้าเลย ” อลิซกระซิบกับยูมะ ขณะที่ทั้งสองเดินตามหลังสเตล่าที่หาทางออกอย่างเอาเ ป็นเอาตายด้วยท่าทางอารมณ์บูดสุดๆ “ คนอะไรก็ไม่รู้ ซัดรูปปั้นกระจายได้ด้วยหมัดเดียว ”

___“ สองคนนั้นน่ะ! ซุบซิบอะไรกัน ฮึ! ” สเตล่าโพลงขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอายูมะสะดุดล้มโครมใหญ่ “ ทั้งหมดก็เพราะพวกเจ้านั่นแหละ ” พูดอีกก็ถูกอีก อลิซแอบตามเข้ามา(เก็บกิน)จากชิ้นขนมที่ทิ้งไว้เป็นเ ครื่องหมายบนพื้น(?) ยูมะที่ลากสเตล่า(ตอนเป็นลม)ก็ดันเดินมั่วๆจนหลงทางแ ละเผลอไปรับคำท้าเป่ายิ้งฉุบกับพวกรูปปั้นหินโรคจิต ยังดีหน่อยที่ตอนทางเดินบุ้งหล่นนั้น อลิซที่อยู่อีกฟากหนึ่งของประตูบังเอิญไปกดถูกสวิตซ์ เปิดประตูพอดี แต่จะว่าไป... ต้นเหตุทั้งหมดก็มาจากที่ยูมะอยากจะเข้ามาสำรวจในไอ้ พีระมิดบ้าๆนี่แหละ

___“ เอาน่าๆ อย่าไปเครียดมันเลย เดี๋ยวแก่เร็วนะ ” อลิซพึมพำ

___“ หุบปากไปเลย! ”

___ประตูบานใหญ่เปล่งประกายสะท้อนแสงจากกระบอกสีฟ้า ‘ ประกายแสงแห่งแฟรี่ ’ ในมือสเตล่า ลวดลายดวงตากับผู้คนหันข้างดูแปลกประหลาด ทันใดนั้นเอง คบเพลิงหินที่ดูทื่อๆพลันลุกโพลงสว่างไสวขึ้น เผยให้เห็น...

___“ กรุณาถอดรองเท้าไว้ด้านนอกด้วยฮะ กับ ผมยุ่งอยู่ฮะหม่ามี๊ ” สเตล่าอ่านป้ายกระดาษแหว่งวิ่นแผ่นเล็กๆที่ติดอยู่บน กำแพงข้างๆประตูด้วยน้ำเสียงงุนงง “ มันควรจะมีอะไรแบบนี้ด้วยหรือไง? ”

___“ บางทีมันอาจจะเป็นห้องนอนก็ได้มั๊งถึงได้แปะป้ายแบบน ั้นเอาไว้ ” ยูมะพูด

___“ ในที่ต้องสาปอย่างนี้เนี่ยนะ ”

___“ หรืออาจเป็นห้องน้ำก็ได้ ” อลิซต่อ

___“ นั่นยิ่งแล้วใหญ่เลย ” องค์หญิงผมเขียวพูด กอดอกด้วยท่าทางราวกับแม่ที่กำลังไม่พอใจ “ แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม เราจะไม่เข้าประตูนี้เด็ดขาด เห็นได้ชัดว่าเรามากันผิดทางแล้ว ดังนั้น อ้าว...? ”

___เด็กสาวทั้งสองถอดรองเท้าเปิดประตูเข้าไปเรียบร้อ ยแล้ว

___ชั้นวางไม้เก่าแก่จนน่ากลัวว่ามันจะหักถล่มลงมาได ้ในทุกวินาที หีบสมบัติใบใหญ่ทำจากทองคำหลายร้อยใบตั้งกองอยู่ทั่ว ไปบนพื้นที่ราบเรียบจนแทบไร้เม็ดทราย เพียงแค่ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้ามาในห้องนี้ แสงไฟจากเปลวเทียนพลันลุกพรึ่บต่อกันเป็นทอดๆลึกเข้า ไปเรื่อยๆ เผยให้เห็นถึงความใหญ่โตและกว้างขวางน่าตื่นตาตื่นใจ ด้านในสุดของห้องนั้น เป็นหีบทองคำยาวพอจุคนเข้าไปได้ ซึ่งรูปร่างบนฝาหีบ คือคนนอนลืมตาโพลงมือไขว้กัน

___“ โลงศพ... ” สเตล่าขมวดคิ้ว พลางก้าวผ่านประตูทองคำอย่างระมัดระวัง “ คำสาปงั้นหรือ ”

___“ ว้าว! ตุ๊กตาหมีล่ะ ”

___“ เอ๋? ” เจ้าหญิงร้องงงๆ

___ตุ๊กตาสัตว์ตั้งแต่หนูตัวเล็กเท่าฝ่ามือไปจนถึงปล าวาฬยัดนุ่นขนาดเท่าเรือสำเภาวางเรียงรายอยู่บนชั้นไ ม้ที่ผนังทอดยาวไปด้านหนึ่ง ส่วนทางผนังอีกด้าน มีเกมกระดานทุกชนิดเท่าที่จะคิดจินตนาการได้กับของเล ่นสังกะสีและไม้ ภายในห้องนั้นมีโต๊ะตัวใหญ่ขนาดนั่งได้สองคน สามคน สี่คนและเป็นครอบครัวใหญ่ตั้งระเกะระกะ ที่สำคัญ สภาพทั้งหมดนั้นดูเหมือนเพิ่งมีการจัดปาร์ตี้มาหมาดๆ

___“ ขยะเกลื่อนเลย ” อลิซร้องแหวะ “ อี๊! เค้กช็อคฯขึ้นรา ”

___“ ดูสิๆ กระต่ายล่ะ มาเต้นรำกันนะ ” ยูมะอุ้มตุ๊กตากระต่ายขายาวสูงเท่าเธอในชุดทักซิโดสี ดำกับสีขนประดุจหิมะขึ้นมาเต้นรำหมุนๆ

___“ นะ... นี่มันอะไรกันเนี่ย ” ยิ่งผ่านไป สเตล่าก็ยิ่งงงกับสิ่งที่เจอ จะอันตราย... ก็ไม่ แต่จะเรียกว่าปลอดภัย... มันก็...

___“ อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิ! ” เด็กสาวผมสั้นสีส้มหัวเราะร่า “ มาเต้นกับคุณกระต่ายเถอะ อ๊ะ! นี่มันซุปเปอร์แฟมิค่อมนี่นา!! ”

___“ อะไรหรือ ” สเตล่ากับอลิซก้าวเข้าหายูมะที่วางกระต่ายทักซิโดลงบ นโต๊ะ แล้วก้มหยิบกล่องสีดำสนิทขึ้นมา

___“ มันเป็นเครื่องเกมน่ะ เป็นของที่มาจากโลกที่ยูมะเคยอยู่ ” สาวน้อยพูด ขณะพิจารณาเจ้าวัตถุประหลาดชิ้นนั้นอย่างสนอกสนใจ “ มันต้องใส่ตลับตรงนี้ จากนั้นก็ต่อกับทีวี แล้วก็... ”

___ทั้งสเตล่าและอลิซมองหน้ากัน ทั้งคู่ไม่เข้าใจที่ยูมะพูดเลยสักคำ

___“ อย่าไปใส่ใจกับกล่องดำประหลาดนั่นเลย มาสำรวจกันดีกว่า พนันได้เลยว่าในนี้ต้องมี... ” เด็กสาวผมทองในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนทับด้วยผ้ากันเปื้ อน อลิซมุดหัวเข้าไปในหีบสมบัติใบโตแล้วหยิบเอากล่องกระ ดาษทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวออกมา “ เกมกระดานล่ะ มีเต็มเลย... เอ๊ะ!?! ”

___สองสาวยืนหน้าซีดตัวแข็งทื่อ มือสั่นๆของยูมะชี้ตรงมาที่เธอ... อลิซหันกลับไป...

___“ กรี๊ด!!! สัตว์ประหลาด!!! ”

___สิ่งที่รูปร่างคล้ายมนุษย์อบแห้งจนหวิดจะเป็นฝุ่น ในผ้าพันแผลขาดๆรุ่ยๆยืนอ้าปากโชว์ฟันบิ่นๆหักๆกับลม หายใจอับๆเป็นฝุ่นทุกครั้ง บนหัวของมันสวมหมวกทรงสูงที่รูปร่างเหมือนมงกุฎ ดูท่าท่าว่าเจ้านี่ต้องเป็นราชาของที่นี่แน่ๆ
“ ยูมะ... ยัยเลอะอ้วก...!?! หายไปแล้ว!!! ”

___และสิ่งสุดท้ายในขณะนี้ที่อลิซสามารถรับรู้ได้คือ ประตูที่ปิดงับลงกับผู้ที่น่าจะเป็นเพื่อนทั้งสองคนเ ผ่นหายไปเรียบร้อยแล้ว
.................................................. .................................................. ............................

___เสียงครางประหลาดให้ความรู้สึกหนาวยะเยือกไปถึงสั นหลังดังแว่วผ่านอากาศอับๆอันไม่อาจรู้สึกถึงสายลมได ้เลยแม้แต่น้อย บนทางเดินตรงแคบๆ หญิงสาวสองคนออกแรงวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต โดยมีตัวประหลาดในผ้าพันแผลนับสิบก้าวเบี้ยวๆบิดๆแต่ เร็วเหลือเชื่อไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ นอกจากนี้เจ้าตัวพวกนั้นยังมีงูสีดำแดงเลื้อยโผล่มาก ลางหัวที่แตกๆร้าวๆเสียด้วย

___“ เขาเรียกว่ามัมมี่ สเตลิน! แต่ว่าพวกเราทิ้งอลิซมานะ ”

___“ ลืมไปเลย!!! ” สเตล่าหอบแฮ่ก “ ว่าไงล่ะ! จะย้อนกลับไปไหมล่ะ นี่คือโอกาสที่จะตัดสินใจได้ ”

___“ มันก็แน่อยู่แล้ว... ” ยูมะพูดอย่างมั่นใจ ก่อนจะหันกลับไปมอง แต่พอสบตาเข้ากับศพแห้งๆและเบ้าตากลวงโบ๋นั่นแล้ว ความมั่นใจดูจะหายกลับไปยังก้นบึ้งเสียหมด “ คะ... ใครจะกลับไปกันอ่ะ ”

___“ ยูมะ ”

___“ หืมม์ ”

___“ มัมมี่นี่เป็นผีใช่ไหม ”

___“ อืม ”

___“ เจ้าบอกว่าพวกมันจะคอยไล่ใครก็ตามที่บุกเข้ามาในสุสา น ไอ้พีระมิดนี้ใช่ไหม ”

___“ อื้ม! จะว่ายูมะงั้นเหรอ! ยูมะไม่รู้นี่นาว่ามัมมี่มันวิ่งได้ด้วย ”

___“ ตอนนี้ข้าว่าเรื่องนั้นมันไม่ใช่ปัญหาหรอก ที่ข้าสงสัยน่ะ คือ ทำไมพวกผีตายซากนั่นถึงได้ร้องว่ากางเกงในๆมาตั้งนาน แล้วล่ะ ” สเตล่าพูด แล้วทั้งคู่ก็พร้อมใจกันหันกลับไปมองอีกรอบ บรรดามัมมี่หัวงูทั้งหลายต่างดูมีชีวิตชีวาอย่างน่าป ระหลาด ก่อนที่สเตล่าจะพบว่า กระโปรงสีดำแดงลายตารางของเธอนั่นถูกเกี่ยวขาดเป็นทา งยาว

___“ สเตลิน! สีชมพู!!! ”

___“ กาง~ เกง~ ใน~ ”

___“ ไม่น่าเชื่อ! สเตลินนี่นะใส่สีชมพู น่ารักจังเลย~ ”

___“ เงียบนะ! ” สเตล่าหน้าแดงเหมือนมะเขือเทศสุก

___“ กาง~ เกง~ … ”

___“ รำคาญเฟ้ย! หุบปากไปเลยพวกแก!!! ” เธอตะโกนกลบเสียงครางของมัมมี่ “ จงมา ซิลเวอร์ไลท์ เควตซัลโคอัลต์! ”

___‘ วิ้ง!!! ’

___ตูม............
__________________________________________________ ____________________

___แสงแดดเจิดจ้าสดใสกับสายลมอันอ่อนโยนที่พัดพาความ เย็นฉ่ำดุจละอองน้ำหลังสายรุ้ง ใบหญ้าเขียวขจีอ่อนนุ่มหอมหวานยามล้มตัวลงนอน เจ้าหญิงร่างสูงค่อยๆวางเด็กสาวลงใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างพ ีระมิดยักษ์อย่างแผ่วเบา เธอเขี่ยเส้นผมสีส้มที่ปรกหน้ายูมะ ก่อนจะเผยรอยยิ้มสดใสออกมา

___แล้วหญิงสาวก็หัวเราะ หัวเราะกันทั้งสองคน ก่อนจะเกิดความเงียบงันขึ้น เมื่อสองสาวไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา ทว่า... ทั้งคู่ต่างก็เข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี

___จะเรียกว่าสนุก... ก็คงได้มั๊ง...

___ราวกับเป็นสายรุ้งเล็กๆที่เกิดขึ้นหลังฝนพรำ หรือเสียงหัวเราะร่าเริง หลังจากที่ผ่านเรื่องงี่เง่าไร้สาระบางเรื่องมาได้

___“ อ้าว! หลับไปแล้วหรือเนี่ย ข้าหรือก็อุตส่าห์รีบทำธุระแล้วรีบมาแล้วเชียวนะ ” หญิงสาวผมชมพูม้วนเป็นหลอดตรงปลายผู้มีปีกผีเสื้อบนห ลังพูดพลางถอนหายใจ “ ก็เอาเถอะ ถือว่ามารับนี่แทนก็แล้วกันนะจ๊ะ ”

___พูดจบ คอริแกนก็โน้มตัวลงจูบริมฝีปากทั้งสเตล่าและยูมะ

___“ อืม... ได้เรื่องดีๆของวันมาแล้ว ว่าแต่... เอ... เจ้าสิ่งประหลาดนี่มีรูโหว่ด้วยเหรอ ”

___ภาพของพีระมิดที่โดนระเบิดหายไปแถบใหญ่ๆแถบหนึ่ง และเมื่อคอริแกนเห็นดาบในอ้อมแขนสเตล่า เธอก็ยิ้มออกมาในทันที

___“ เจ้าก็ด้วยนะ ” ภูติสาวโน้มตัวลงจูบด้ามดาบเบาๆ
.................................................. .................................................. .....................................

___“ แล้วทีนี้นะ หล่อนก็ไล่เราออกไปนอนนอกห้อง ” มัมมี่แห้งๆผู้สวมมงกุฎบนหัวยักไหล่ “ ข้าทนไม่ไหวเลยหนีออกมาจากวัง คิดว่าจะมานอนที่นี่สักหน่อย ไปๆมาๆเราก็พบว่าตัวเองตายแล้วนี่แหละ เอาขนมอีกไหม... ”

___“ ไม่ต้อง! คิดจะหลอกหนูด้วยขนมงั้นหรือ ไม่หลงกลหรอกน่า! เอ้า! หกแต้ม! หนูชนะแล้ว!!! ” อลิซทอยเต๋า ก่อนจะหยิบตัวเดินไปวางไว้ที่เส้นชัย ทำเอามัมมี่ มัมมี่ มัมมี่แล้วก็มัมมี่ต่างชะงักค้างไปตามๆกัน

___“ ม่ายจริงน่า!!! ” ทั้งหมดประสานเสียงร้อง
__________________________________________จบตอน
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 20 Jun 2008, 12:28   #5 (permalink)
น้องใหม่ TG
 
mudo_bun's Avatar
 
โพส: 61
ดาวโหลด: 72
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 1

TG ออร่า:
mudo_bun aura



ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง mudo_bun
ฮาดีครับ แต่มันยังไงๆอยุนา....

ขยันมาเกินไปไม่ดี หัดทำแบบใครบางคนที่ดองเป็นชาติบ้างเซ่
__________________
รอแร้วรอเล้า เฝ้าแต่(เล่นเกม)รอ


เหอๆ
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 20 Jun 2008, 22:08   #6 (permalink)