

| | #17 (permalink) |
| สมาชิก TG แรกเริ่ม ![]() โพส: 227 TG ออร่า: ![]() | แข็งแกร่ง…. ต้องเก่งกว่านี้ ต้องเหนือกว่าผู้อื่น จะแพ้ใครไม่ได้ แต่เพื่ออะไรหละ……. เด็กหนุ่มตั้งคำถามนี้กับตัวเอง พลางมองขึ้นไปบนฟ้าเขาตั้งคำถามกับตัวเอง พอคิดแบบนี้ทีเราเขาก็เริ่มรู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถู ก ถึงจะพูดว่าหดหู่ก็ตามทีแต่จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ค่อยมีความสุขกับตัวเองนักหรอก เขามักจะเดินอย่างล่องลอย จะเดินซ้ายหรือขวา ก็ไม่แน่ชัด บางทีก็เดินวนไปวนมาจนใครๆ ต่างพากันคิดว่าเขาบ้า ผมสีดำปนน้ำตาลยาวเพียงคอดวงตาสีทอง กับใบหน้าอันเรียบเฉยของเขา และส่วนสูงที่สูงกว่าระดับมนุษย์ทั่วไป อีกทั้งยังถือดาบเล่นยักษ์ไว้ที่ด้านหลังอีก เลยทำให้เขาดูเด่นกว่าคนอื่น “ เฮ้ย…….. เจ้าหนู ” และการที่เขาดูเด่นสะดุดตานี้เองทำให้ เป็นที่สนใจจากผู้หวังดีและผู้ไม่หวังดี ซึ่งอมนุษย์ครึ่งสิงโตที่สูงกว่าเขา เกือบครึ่งเท่าตัว พร้อมกับแววตาที่ไม่แสดงความเป็นมิตรซักนิดก็เป็นหนึ ่งในนั้น “ อ่ะ …….. ” เด็กหนุ่มร้องอย่างเอ๋อๆ เมืองที่เต็มไปด้วยมนุษย์และอมนุษย์ พวกเขาใช้ชีวิตร่วมกันท่ามกลางชุมชนเหล่านี้จนเคยชิน เสียแล้ว แม้จะมีความเหลื่อมล้ำกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง มีปปัญหากันอยู่ไม่น้อย แต่พวกเขาก็อยู่ร่วมกันได้ เหตุผลที่พวกเขาต้องอยู่ร่วมกัน ก็เพราะพวกเขาต้องเอาชีวิตรอดในโลกที่เต็มไปด้วยอสูร ที่แข็งแกร่งกว่าพวกเขามากเป็นเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็นมังกรตัวใหญ่ จนรวมไปถึงสัตว์ตัวเล็กแต่อันตรายจนไม่น่าเชื่อ ผู้คนที่รวมกลุ่มกันก็มักจะมีจุดประสงค์ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็ตามที อย่างเช่นทหารของเมือง ก็เพื่อปกป้องความสงบของเมือง และเพื่อดูแลเมือง กลุ่มนักช่างตีเหล็กก็รวมตัวเพื่อที่จะผลิดอาวุธชั้น ยอด หรือแม้แต่จอมเวทย์ก็ยังต้องรวมตัวเพื่อแลกเปลี่ยนคว ามรู้ กลุ่มเหล่านี้จะถูกเรียกว่า กิลด์ ซึ่งเป็นสถานที่ เพื่อรวมกลุ่มคนเฉพาะด้านไว้ด้วยกัน แต่ว่าก็มีหน่วยงานหนึ่งที่ต่างออกไป และไม่จำเป็นต้องมีสมาชิกในกลุ่ม การทำงานของพวกเขาง่ายมาก พวกเขาจะไปยังสถานที่ๆ เรียกว่า Terminate ซึ่งจะมีคำร้องต่างๆ ติดประกาศไว้บนบอร์ด ความยากง่าย แตกต่างกันไป งานที่ทำก็ตั้งแต่ ซ่อมท่อประปา ดูดส้วม ปราบมังกร สู้กับสัตว์ประหลาด หาสมบัติ แน่นอนค่าตอบแทนก็จะแตกต่างกันไป Terminate คล้ายกับ Guild หรือจะพูดให้ถูกก็คือ Guild อย่างนึงนั้นเอง ต่างกันเพียงแค่ว่า Terminate นั้นไม่มีสมาชิก (ยกเว้นพนักงานจัดการเอกสารหรือข้อมูลของงาน) งานของ Guild ก็จะให้คนในกลุ่มของตัวเองทำกันไป แต่ว่าของ Terminate นั้นจะให้ใครทำก็ได้ทำ แม้แต่ชาวบ้านธรรมดา หรือคนจาก Guild ไหนก็ได้ ที่หน้าบอร์ด “ งานอันตราย ” ซึ่งมีระดับความอันตรายตามชื่อของมัน ซึ่งมีแต่พวกนักรบ หรือ นักต่อสู้ที่ทำกัน ผู้ที่มีผ้าคลุมสีเขียวคลุมทั้งกาย มองขึ้นไปบนบอร์ดอันว่างเปล่าด้วยความหงุดหงิด เขาดึงผ้าคลุมที่ปิดหน้าและทรงผมให้มิดชิดขึ้น ขยับธนูที่พาดอยู่ที่ไหล่ไปเล็กน้อยเพื่อคลายความเมื ่อยล้า ไม่น่าแปลกใจที่บอร์ดของงาน อันตรายจะมีอยู่น้อย เพราะผู้ที่ว่าจ้างงานเหล่านี้ย่อมต้องการให้งานที่พ วกเขาขอร้องนั้นสำเร็จ และเพื่อให้สำเร็จก็จำเป็นต้องจ่ายค่าตอบแทนสูง ซึ่งหากต้องงานให้พวกนี้จริงๆ แล้วก็ควรจะจ้าง Guild ที่มี “คนที่มีความสามารถ” ทำงานให้สำเร็จดีกว่า ที่จะจ้าง “ใครก็ได้” มาทำงาน แต่ถ้าหากมองในแง่กลับกัน ถ้าหากงานเหล่านั้น ไม่ตรงกับความต้องการของกิลด์ใด หรือว่า ผู้ว่าจ้างจนปัญญาแล้วจริงๆ ก็ต้องนำมาติดที่นี้ และ ผู้ที่มั่นใจว่าทำสำเร็จเช่นเขา ที่ยืนอยู่ตรงนี้ ชิ….. เขาสถบ ด้วยความหงุดหงิด ทั้งๆ ที่รู้ว่างานพวกนี้ไม่ใช่ว่าจะมีมาติดบ่อยๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่พอใจอยู่ดี เมื่อแน่ชัดว่าไม่มีประกาศใดๆ ติดอยู่ เขาจึงค่อยย้ายตัวไปยังบอร์ดข้างๆ โดยพยายามไม่ตั้งความหวังมากเกินไป เช่นเดียวกัน บอร์ดที่อยู่ข้างๆ ก็ว่างเปล่าเหมือนกัน ซึ่งเขาเองก็ทำใจไว้แล้ว นั้นก็เพราะ มันคือ “งานเสี่ยงตาย” ซึ่งงานระดับนี้จัดว่าเป็นงานที่ได้รับการประเมินจาก Terminate และผู้ว่าจ้างแล้วว่ามันอันตราย และเสี่ยงมาก ดังนั้นผู้ที่ รับงานก็ควรตระหนักใน “ความอันตราย” ของมัน ไม่ใช่ ไป “ท้าทาย” มัน เขาหันหลังอย่างอารมณ์เสียแล้วก้าวยาวๆเดินผ่านบอร์ด “งานทั่วไป” กับ “งานฝีมือ” ไปอย่างไม่สนใจ ซึ่งเป็นปกติที่งานสองอย่างนี้จะมีคนเยอะ เพราะว่าผู้ที่มาทำงานให้กับ Terminate นั้นจะเป็นใครก็ได้ และงานระดับสองอย่างนี้ก็ไม่ยากเกินไป เช่นการหาวัตถุดิบบางชนิด หรือว่า ทำงานง่ายๆ นั้นเอง ชาวบ้านจึงพากันมาหางานพวกนี้ทำเป็นรายได้เสริมเป็นป กติ ส่วนตัวนักธนูเองแม้จะอดอยากแค่ไหน เขาก็ไม่สนใจงานเหล่านั้น เพราะเขาเองนั้นสามารถล่าสัตว์และพักในป่าได้อย่างสบ ายๆ เงินทองจึงเป็นเรื่องเล็ก ดังนั้นการที่เขาต้องการทำ “งานอันตราย” หรือแม้แต่ “งานเสี่ยงตาย” ก็ไม่ใช่เพราะว่า เขาอยากได้เงิน เขาเพียงแค่ต้องการฝึกฝีมือของตัวเอง ซึ่งได้มาจากการต่อสู้จริง และไม่สามารถหาได้จากการฝึกฝนทั่วๆ ไป และตัวเขาเองก็ไม่ต้องการสังกัดกิลด์ไหนๆ ถึงแม้ว่าการ สังกัดกับกิลด์ ทำให้หางานเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ก็ตาม ส่วนหนึ่งก็เพราะเขาไม่ต้องการข้อผูกมัดใดๆ และอีกส่วนนึงก็คือ เขามีเป้าหมายของตัวเเอง อยู่แล้ว หลังจากออกมาจาก terminate เขาก็นำเอาอารมณ์ที่เสียไปลงกับกำแพงด้านข้าง โธ่ว้อย…… แม้จะเอาอารมณ์ไปลงกับกำแพงที่ไม่มีความผิด ก็ไม่ได้ช่วยบรรเทาความโกรธลงได้ เขาก็เลยเดินย้ำเท้าด้วยความหงุดหงิดต่อ ทว่าไม่นานเขาก็ได้พบกับสิ่งที่น่าจะบรรเทาอารมณ์ของ เขาได้ นั้นคือเสียงเอะอะของผู้คนภายในเมือง เกินความจำเป็น ซึ่งจากประสบการณ์ของตัวเขาเองก็สามารถบอกได้ว่าเกิด เหตุทะเลาะวิวาทขึ้นแล้ว และฟังจากเสียงของผู้คนก็บอกได้ว่าไม่ใช่การทะเลาะกั นในระดับ “ประชาชน” แน่ๆ ถ้าหากเป็นการทะเลาะกันในระดับประชาชนแล้วหละก็ พวกทหารทั่วไปก็สามารถเข้ามาห้ามเหตุได้ในทันที่ แต่ถ้าหากเป็นการต่อสู้ หรือทะเลาะกันในระดับที่สูงขึ้นไปเช่น การทะเลาะกันในระดับของนักผู้มีฝีมือหละก็ ต้องรอให้ระดับอัศวินลงมาจัดการเลยทีเดียว เมื่อคิดอย่างนั้น รอยยิ้มของเขาก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าในทันที มันทำให้อารมณ์หงุดหงิดเมื่อกี้หายไปเป็นปลิดทิ้ง “ ฮ่าๆๆๆ อะไรกัน มีฝีมืออยู่เท่านี้เองรึไงกัน!! ” อมนุษย์ร่างครึ่งสิงโตยักษ์หัวเราะเด็กหนุ่มที่มีผมส ีดำปนน้ำตาลที่นอนแผ่หลา โดยไหวติง “ ดาบที่อยู่ด้านหลังแกเป็นแค่เครื่องประดับหรือไงกัน ” มันพูดจาอย่างอวดดีและกำลังหลงระเริงกับชัยชนะอันแสน ง่ายดายที่ได้มา ผู้คนที่มุงดูได้แต่สงสารเด็กหนุ่มที่นอนนิ่งไม่ขยับ ผู้นั้น แต่ว่าก็ไม่กล้าทำอะไร เพราะไม่ว่า มนุษย์หรืออมนุษย์ก็ล้วนแต่กลัวตายกันทั้งนั้น พวกเขาได้แต่หวังว่าสิงโตตัวนี้จะพอใจกับชัยชนะ แล้วจากไป แล้วพวกเขาจะได้พาเด็กหนุ่มไปยังสถานพยาบาล หรืออย่างเลวร้ายที่สุดก็พาไปยังหลุมศพและจัดพิธีให้ อย่างดี “ ฮ่าๆๆๆ อะไรมันจะกระจอกป่านนั้นว่ะ ไอ้เราก็นึกว่ามันจะมีฝีมือ ” มันหัวเราะอย่างสำราญ แต่ว่า ขณะที่มันกำลังสนุกกับการเอาชนะคนที่อ่อนแอกว่าอยู่น ั้นเองก็มีคนมาขัดความสำราญนั้น “ น่าสมเพชจริงๆ สนุกนักหรือไงกับการเหยีบย้ำคนที่อ่อนแอกว่า ” เสียงนั้นดังแหวกฝูงชนออกมา สิงโตตัวนั้นหันกลับไปมองต้นตอของเสียง ซึ่งหาได้ไม่ยากเท่าไหร เพราะเหล่าชาวบ้านที่กลัวถูกลูกหลงก็พากันหลีกทางออก มาจนเหลือเพียงแค่เจ้าของเสียง เท่านั้น พอมองรูปลักษภายนอกและอาวุธที่ใช้ สิงโตตัวนั้นก็หัวเราะอย่างสมเพช เพราะคิดว่าผู้กล้าที่ไหนจะมาท้าทายเขา “ อะไร อะไรกัน ไม่น่าเชื่อว่านักธนูหนุ่มต้องการทำตัวเป็นฮีโร่หรือ ไงกัน ” ผู้ที่มาท้าทายเขากลับเป็นเพียงแค่นักธนูหนุ่มที่มีข นาดเพียงแค่ 1 ใน 3 ของเขาอีกทั้ง ดูจากท่าทางแล้วอายุไม่น่าเกิน 20อีกด้วย “ อย่าดีกว่านะ หนุ่มน้อย มันไม่คุ้มกับการไปนอนที่สถานพยาบาลหรอกนะ ~ ” นักธนูไม่สนใจคำปรามาสนั้น เขาหยิบคันธนูมา พลางพูดกับสิงโตตัวนั้น “ จริงๆ ฉันเองก็ไม่ชอบทำตัวเป็นฮีโร่นักหรอกนะ ” ผ้าคลุมสีเขียวขยับไปตามแรงน้อยๆ มันทำให้ฮู้ดเปิดออกนิดๆ จนพอที่จะมองเห็นริมฝีปากที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันทรน งของเด็กหนุ่มผู้นั้น “ แต่แกทำในสิ่งที่ฉันไม่ชอบ 3 อย่าง ” นักธนูหนุ่มผู้นั้น หยิบลูกธนูขึ้นมาง้างเล็งไปทาง อมนุษย์ร่างสิงโตผู้นั้น “ อย่างแรกก็คือแกรังแกคนที่ไม่มีทางสู้ ” สิงโตตัวนั้นยักไหล่พูดพลางตอบอย่างเซ็งๆ “ อ้อเหรอ….. งั้นอันนี้ข้าก็ไม่ผิดหรอก เพราะมันดันอ่อนแอเอง ข้าเองเห็นมันแบกดาบใหญ่ๆ ก็นึกว่ามันจะมีฝีมืออยู่บ้างที่ไหนได้ กระจอกเป็นบ้าเลย โดนเข้าไปแค่ทีเดียว ก็จอดแล้ว ” มันก้มตัวลงแล้วยิ้มอย่างหยิ่งผยอง “ แล้วแกเองก็ทำในสิ่งที่ฉันเองก็ไม่ชอบเหมือนกัน ” ในวินาทีนั้นเองร่างของสิงโตตัวนั้นก็หายไปจากสายตาข องเด็กหนุ่ม หรือจะพูดให้ถูกก็คือมัน กระโดดขึ้นไปกลางอากาศเพื่อมาโจมตีเด็กหนุ่มจากมุมสู ง ซึ่งนั้นเป็นจุดบอดของมนุษย์ มันกางกรงเล็บออกจากอุ้งมือเพื่อใช้สังหารศัตรูเบื้อ งล่าง “ นั้นก็คือแกพูดจาอวดดี !!! ” มันกวาดกรงเล็บของมันลงสู่เป้าหมาย แต่ว่าที่กรงเล็บของมันตัดได้นั้นกลับเป็นเพียงแค่ผ้ าคลุมเท่านั้น ส่วนตัวเด็กหนุ่มหลบฉากออกมาแล้วง้างคันธนูเพื่อรอยิ งในระยะเผาขนเช่นนี้อยู่แล้ว “ ฉันเอง ………..” ตามปกติแล้ว การยิงในระยะยิงเช่นนี้ โอกาสที่จะพลาดเป้านั้นแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ แต่ทว่าอมนุษย์ตัวนี้เก่งกว่าคนทั่วไปมาก นอกจากมันจะมีพละกำลังและความเร็วแล้ว มันยังมีสายตาที่ดี บวกกับปฎิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็ว อีก ทำให้มันหลบหลีกลูกธนูนี้ไปได้ โดยมีเพียงแค่แผลถลอกเท่านั้น ผ้าคลุมนั้นถูกสะบัดไปตามแรง ฮู้ดที่ปกปิด ศรีษะค่อยๆ เคลื่อนออกไปตามแรง ทำให้มองเห็นใบหน้าและทรงผมของเขา หรือจะพูดให้ถูกก็คือเธอ เธอเป็นเด็กสาวที่มีผมสีเขียวยาวระบ่า ดวงตาเป็นสีมรกรตสดใส ผิวของเธองดงามราวกับเพรชที่ส่องประกาย ผู้คนรอบข้างต่างตะลึงกับความงามของเธอ ซึ่งตัวสิงโตตัวเมื่อครู่ก็เช่นกัน เขาไม่นึกว่าคู่ต่อสู้ของเขาจะเป็นเด็กผู้หญิงไปได้ “ ก็เกลียดคนที่พูดจาอวดดีเหมือนกันนั้นหละ!! ” เด็กสาวร้อง ในขณะที่ร่างของเธอกำลังลอยคว้างกลับหัวอยู่ในอากาศ ในมือของเธอคือคนธนูที่มีลูกศร 5 ดอก เด็กสาวคิดจะยิงมันออกพร้อมๆ กันเพื่อโจมตีเป็นวงกว้าง เพราะจากการประเมินสถานการณ์จากลูกธนูดอกแรกนั้น ดูเหมือนสิงโตตัวนั้นจะรวดเร็วมาก แทนที่ลูกธนูดอกแรกจะสร้าง “แผลสาหัส” ได้ กลับทำได้แค่ “แผลถลอก” เท่านั้น ลูกศร 5 ดอกถูกยิงออกมาพร้อมกัน พวกมันกระจายตัวออกจากกัน ทำให้สิงโตตัวเมื่อครู่ไม่มีโอกาสหลบมันได้พ้นทั้งหม ด เป็นไปตามที่เด็กสาวต้องการ ลูกธนู 2 ใน 5 โดนเป้าหมาย แต่ว่ามีดอกนึงโดนเข้าที่เกราะไหล่ ซึ่งมันแข็งจนลูกธนูยิงไม่เข้า ในขณะที่อีกดอก โดนแขนซ้ายอย่างจัง เด็กสาวทิ้งระยะห่างออกมาแล้วสะบัดผ้าคลุมอย่างมีมาด พลั้นชี้นิ้วไปที่คู่ต่อสู้ “ ข้อสุดท้าย… ฉันเกลียดคนที่เรียกฉันว่าไอ้หนูที่สุด!! ” อมนุษย์ถึงกับร้อง อ้าก เลยทีเดียว เมื่อโดนธนูยิงในระยะขนาดนี้ มันทรุดตัวลงพร้อมๆ กับความเจ็บปวด และอับอาย และต้องยอมปล่อยให้นักธนูสาวทิ้งระยะห่างออกไปได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำกับการต่อสู้กับผู้ใช้อาวุธร ะยะไกล มันก้มหน้ารับความอัปยศ และหลังจากพักหายใจอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าของมันก็กลับมาเติมเต็มด้วยร้อยยิ้มอีกครั้ง จริงอยู่ที่มันพลาดท่าไป แต่ว่านั้นก็เป็นเพราะความประมาท บวกกับการประเมินค่าศัตรูไว้ต่ำเกินไป แท้ที่จริงแล้วคู่ต่อสู้ของเขานั้นมีฝีมือ การโจมตีเมื่อกี้ก็เป็นก็เป็นเครื่องยืนยันที่ดี ถึงแม้จะประหลาดใจที่ฝั่งตรงข้ามเป็นผู้หญิงหละก็ ที่อยู่เบื้องหน้าเขา ย่อมเป็นการต่อสู้ที่สนุกกว่าการรังแกคนอ่อนแอก็ตามท ี มันหัวเราะอย่างพอใจ ที่ได้พบกับศัตรูที่มีฝีมือทัดเทียมซึ่งหาไม่ได้ง่าย ๆ นัก มันดึงลูกธนูออกแล้วร่ายมนต์เบาๆ ในทันใดนั้น บาดแผลของมันก็ปิดลงสนิท เป็นเวทย์มนต์รักษาบาดแผลอย่างหนึ่ง เวลาเดียวกันเด็กสาวก็ประเมินสถานการณ์ ไว้ในหัวคร่าวๆ ศัตรูมีความสามารถในการรักษาบาดแผล ถ้าจะปล่อยให้การต่อสู้ยืดเยื้อ เธอจะเป็นฝ่ายที่แพ้ลงไปก่อน ดังนั้นการรีบจบการต่อสู้อย่างรวดเร็วนันจึงเป็นวิธี ที่ดี ถ้าจะยิงลูกธนูกระจาย เพื่อหวังผลแบบที่เคยทำ ในระยะนี้จะทำให้ศัตรูเข้ามาประชิดได้เสียเปล่าๆ ดังนั้นเธอจึงวางแผนที่จะยิงธนูแบบต่อเนื่อง เธอเตรียมธนูขึ้นมา 4 ไว้ในมือข้างขวา โดยใช้ง่ามนิ้วจับหางธนูไว้ ด้วยวิธีนี้ จะทำให้เธอสามารถยิงธนูได้ถึง 4 ดอกในระยะเวลาที่ไล่เลี่ยกัน หลังจากดูเชิงกันและประเมินสถานการณ์กันไม่ถึง นาที ทั้งคู่ก็เปิดฉากการต่อสู้พร้อมๆ กัน สิงโต พุ่งเข้ามาพร้อมๆ กับลูกธนูที่ยิงสวนมา มันใช้กรงเล็บปัดลูกธนูดอกแรกออกไปอย่างง่ายดาย ในขณะที่ ลูกที่สองนั้นเด็กสาวได้ยิงลงไปต่ำแหน่งที่ต่ำกว่าเด ิม โดยเล็งส่วนขา ซึ่งยากแก่การป้องกัน ต้องกระโดดเท่านั้น ซึ่ง มันก็กระโดดหลบตามที่เด็กสาวคาดเดา เธอใช้เวลาเสียววินาทีในการคำนวณว่า ศัตรูที่ลอยคว้างกลางอากาศจะไปตกที่ตรงไหน “ เสร็จฉันหล่ะ!! ” เด็กสาวยิงลูกธนูไปตำแหน่งที่คาดการว่า คู่ต่อสู้จะตกไป สิงโตตัวเมื่อครู่สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด….. ในตอนที่ลูกธนูใกล้จะมาถึงตัวนั้นเอง เขาก็คำรามเสียงดังกึกก้อง จนแผ่นดินสะเทือน เสียงคำรามอันทรงพลัง ทำให้ลูกธนูเบี่ยงออกจาวิถีที่ควรจะเป็น และพลาดเป้าหมายที่ควรจะเป็นในที่สุด และที่สำคัญ เพราะเสียงคำรามทำให้นักธนูสาว เสียหลักไป ชั่ววินาทีหนึ่ง ซึ่งมากพอที่จะทำให้การยิงลูกธนูดอกที่ 4 ต้องชะงักลง สิงโตร่างใหญ่ใช้แรงทั้งหมด ถีบตัวไปข้างหน้า พุ่งเข้าไปหาคู่ต่อสู้ที่ตั้งท่ายิงลูกธนูช้าไปเสี้ย ววินาที “ หน่อย….. ” เด็กสาวร้องอย่างเจ็บใจ ในขณะที่ศัตรูเข้ามาในระยะประชิดได้ “ เสร็จฉันหละ!! ” มันกางกรงเล็บออก แล้วใช้แรงทั้งหมดตะปบเข้าไปยังเป้าหมาย เด็กสาว เอนตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว เธอตัดสินใจเปลี่ยนมารบในระยะประชิด ซึ่งบรรดาพวกนักธนูไม่ทำกัน เธอหมุนลูกธนูเป็นวงกลมแล้วใช้มันแทนดาบ ทิ่มลงไปที่ขาซ้ายของสิงโต เสียงร้อง ‘อั่ก’ เบาๆ หลุดออกมาจากปากของ สิงโตตนนั้น แต่การเคลื่อนไหวของเด็กสาวยังไม่จบ เธอใช้คันธนูด้านหนึ่งที่เธอติดใบมีดไว้ ฟาดเป็นแนวเฉียง สร้างบาดแผลตั้งแต่ต้นขาขวาของ มัน ยาวไปถึงไหล่ซ้าย การรบระยะประชิดของนักธนูสาวสร้างความตื่นตกใจให้แก่ อมนุษย์ตัวนี้เป็นอย่างมาก ในขณะที่มันยังไม่ทันตั้งตัวนั้นเอง เด็กสาวก็ถอดสายธนูออกจากคันธนู แล้วอ้อมไปด้านหลังของ อนมุษย์ แล้วใช้ สายธนู รัดเข้าที่คอของมัน สายธนูนั้น เล็ก คล้ายกับเอ็นตกปลา จึงทำให้มันคมจนเหมือนมีด ถ้าหากออกแรงเยอะๆ มันรู้จักวิธีการใช้แบบนี้จากมือสังหาร แต่ว่าพวกมันจะใช้เส้นเอ็นในการปลิดชีพคู่ต่อสู้ แต่นักธนูสาวคนนี้กลับประยุกค์มาใช้กับสายธนูของตนเอ งได้อย่างลงตัว “ หน่อย …. ” มันสถบอย่างเสียรู้ มันไม่คิดว่านักธนูสาวจะสามารถต่อสู้ในระยะประชิดได้ ดีเช่นนี้ “ ไงหละ จะยอมแพ้หรือยอมตาย ” เด็กสาวกล่าวอย่างมีชัย แต่ว่าเธอกลับไม่เห็นว่าสิงโตตัวนั้นจะยอมแพ้ แต่กลับกัน เธอกลับรู้สึกว่ามันกำลังหัวเราะอย่างพอใจอยู่ “ น่าสนุก…. น่าสนุกนี่!!!! ” มันพูด พร้อมกับระเบิดพลังออกจากตัวอย่างบ้าคลั่ง สิงโตถีบตัวไปด้านหลัง อย่างรวดเร็ว เป้าหมายของมันก็คือ ให้หลังของตัวมันกระแทกกำแพง ซึ่งเด็กสาวเองก็เกาะอยู่ด้านหลังเขา ถ้าหากเธอไม่ยอมปล่อยหละก็ เธอก็จะเป็นฝ่ายกระแทกกำแพงแทนตัวมันเอง หรือถ้าหากเธอยอมปล่อยมือมันก็ต้องเจ็บตัวเล็กน้อย ซึ่งในส่วนนี้แค่ใช้มนต์รักษาอากาบาดเจ็บก็ถือว่าหาย กันไป ไม่ว่าทางไหนมันก็คุ้ม เด็กสาวเองก็เข้าใจจุดประสงค์ของมันดี เธอจึงต้องยอมจำใจปล่อย มันไป และปล่อยให้มันกระแทกกำแพงไป เธอรีบหาวิธีใหม่ในการเผด็จศึกต่อ แต่ในทันทีที่เธอตั้งใจจะเข้าไปตะลุมบอลต่อนั้นเอง คมดาบอันเย็นยะเยือกก็จ่อเข้าที่คอหอยของเธอ พวกอัศวิน….! ไม่เพียงแค่เด็กสาวเท่านั้น สิงโตร่างยักษ์เองก็ถูกเหยียบยอดอกพร้อมกับดาบที่ชี้ ไปยังคอหอยของมันเช่นกัน “ เวด้า นี้เธออีกแล้วหรือ ” อัศวินถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ “ ไม่น่าเชื่อว่า ‘Psylon The Sword’ ผู้พิทักษ์แห่งดาบไพรอนของเอลเซิร์กจะลงมา จัดการกับปัญหาคนตีกันในเมืองเลยนะ ” นักธนูสาวกล่าวอย่างแดกดัน “ นั้นเป็นเพราะ ‘คนก่อนเรื่อง’ เป็นเธอหน่ะสิ เวด้า ” อัศวินผู้นั้นกล่าวอย่างอดกลั้น “ ตายจริง หรือว่า ท่านจะหลงสเนห์เราเข้าให้แล้วหละ ” นักธนูสาวกล่าวอย่างอวดดี “ เชื่อฉันเถอะ เวด้า หากข้าไม่เห็นแก่ความยุติธรรมขององค์เหนือหัวแล้วหละ ก็ ป่านนี้เจ้าคงจะได้นอนตายที่นี้แล้ว ” ไพรอนพูดกับเด็กสาว ก่อนจะสั่งให้อัศวินนายอื่น คุมตัวทั้งสองคนไปเพื่อพิจรณาโทษ ---------------------------------------------------------- “ เวด้า!!!!!!!!! ” ผู้พิพากษาทุบโต๊ะด้วยความเครียด ในขณะที่มองลงมายังผู้ต้องหาทั้งสองคน “ นี้มันครั้งที่เท่าไหรแล้วที่เจ้าก่อเรื่อง เหตุใดเจ้าจึงไม่ยอมสำนึกผิดเสียที!! ” ผู้พิพากษาพูดด้วยน้ำเสียงโมโห อัยการที่นั่งสูงกว่าเวด้าลงมายังเธอ อย่างทรงอำนาจ ในขณะที่เธอหลับตา แล้วยักไหล่อย่างไม่สนใจคำพูดของเขา ที่นั่งของอัยการในศาลถูกใจให้สูงกว่าผู้พิจรณาคดี เพื่อจะทำให้พวกเขา รู้สึกถึงความต่ำต้อยของตัวเองและต้องเงยหน้ามอง อัยการด้วยความรู้สึกผิด แต่ไม่ใช่กับเวด้า นอกจากเธอจะไม่สำนึก เธอยังพูดจาอวดดี กับศาลโดยไม่สนใจฟ้าสูงแผ่นดินต่ำแม้แต่น้อย “ รวมครั้งนี้ก็ ครั้งที่7 ว่าแต่คราวนี้ข้ามีโทษอะไรอีกหละ ” เธอพูดพลางเคาะขี้หู แล้วมองไปทางสิงโตที่แสดงท่าทางไม่ต่างกับเธอ มันนั่งลง แล้วใช้เท้าเกาที่หัว เหมือกับสัตว์ทั่วๆ ไป “ ฮึ..ๆๆ ” ผู้พิพากษาขยับแว่น แล้ว ชี้ไปยังศพของชายคนหนึ่งที่ถูกวางอยู่ข้างหน้าพวกเธอ “ พวกเจ้าก่อเหตุทะเลาะวิวาท!! อีกทั้งยังเป็นเหตุทำให้มีคนตายอีก!! ” ผู้พิพากษากล่าวพลางทุบโต๊ะ “ อ้อ........ เจ้านั้นพอข้าไปถึง มันก็นอนอยู่แบบนั้นแล้ว ” เวด้ากล่าวความจริงแต่ถึงอย่างนั้นผู้พิพากษาก็ย่อมไ ม่เชื่อ ด้วยอคติส่วนตัวที่มีต่อเธอ “ อย่ามาโกหก!! การต่อสู้ของเจ้าสองคนเป็นเหตุทำให้ ชายคนนี้ต้องตาย!! ” “ อ้อ...... จริงๆ ตามที่ยัยนั่นพูดนั้นหละ ข้าเป็นคนตบมันไปเต็มแรงเอง เห็นมันถือดาบเล่มใหญ่ไว้กลางหลังก็นึกว่ามันจะเก่ง ที่ไหนได้ ที เดียวก็ลงไปนอนไม่ลุกขึ้นมาะซะแล้ว ” สิงโตหนุ่มกล่าว แต่เป้าหมายของมันก็ไม่ใช่เพื่อปกป้องเวด้า มันแค่รำคาญผู้พิพากษามีอคติกับใครซักคน ผู้พิพากษา ทุบโต๊ะอย่างแรง เขาไม่สนใจคำพูดของสิงโตหนุ่มแล้วพูด เริ่มอ่านความผิดของทั้งคู่ ซึ่งยืดยาวและเท้าความนานแสนนานน่ารำคาญ ซึ่งทั้งสองคนไม่สนใจฟัง จนต้องหันมาคุยกันเอง “ ข้าสงสัยมานานแล้ว ทำไม พวกผู้พิพากษาต้องใส่วิกทรงแปลกๆ นั้นด้วยนะ ? ” เขาหันมาคุยกับเวด้า “ อ้อ ไอ้นั้นนะเหรอ เพราะพวกนี้มักจะทำงานจนหัวล้านหน่ะสิ ” เวด้าเองก็กล่าวอย่างนึกสนุก จนอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ตึง!! ผู้พิพากษาทุบโต๊ะอย่างแรง และกล่าวอย่างเหลืออด “ กรุณาเงียบเพื่อฟังความผิดของตัวพวกเจ้าด้วย ” “ พวกเจ้าก่อเหตุทะเลาะวิวาท ” เวด้าพูดแทรก “ ข้าไปหยุดเหตุทะเลาะวิวาท ” สิงโตหนุ่มพูดต่อ “ ข้าแค่อย่างประลองฝีมือกับคนเก่งๆ เท่านั้น ” “ หุบปาก!! ” เส้นด้ายแห่งความอดทนของผู้พิพากษาขาดลง เขาชี้หน้า ผู้ต้องหาสองคนซึ่งไม่สมควร “ พวกเจ้าก่อเหตุ จนเป็นเหตุทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน อีกทั้งคราวนี้ยังมีคนต้องเสียชีวิตอีก!! ทำไมพวกเจ้าถึงไม่สำนึกผิดกันอีก หา!! ” ผู้พิพากษาทุบโต๊ะ แล้ว กล่าวคำตัดสิน “ เนื่องจากคดีนี้มีคนตาย ดังนั้นโทษที่พวกเจ้าจะได้รับก็คือ…….. ” ในขณะที่คำตัดสินกำลังจะออกมานั้นเอง ศพที่มีผ้าสีขาวคลุมอยู่ก็ร่วงหล่นมาที่พื้น “ หือ........... ” ร่างที่ควรจะตายไปแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ ราวกับภาพโสลวโมชั่น ปอยผมสีดำปนสีทอง ค่อยๆ สยาย ออกตามแรงลม ดวงตาที่ค่อยๆ ลืมขึ้นมา สะท้อนแสงสีเหลืองทองลึกล้ำราวกับบุษราคัม เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันนั้น “ …เออ..... ห้องน้ำไปทางไหนเหรอครับ? ” แก้ไขโดย Zero Xion : 06 May 2008 เวลา 11:34. |
| | |
| | #19 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | น่าสนใจมาก ๆ ผลงานการแต่งของท่าน Zero Xion เอิ้ก ๆๆ
__________________ ![]() ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~![]() Castlevania : Symphony Of Newworld ข้อมูลปัจจุบัน ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300 ระยะเวลาที่แต่ง = 4-5 ปี จำนวนบท =13 บท .. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ .. |
| | |
| | #20 (permalink) |
| สมาชิกเฝ้าบอร์ด TG ![]() โพส: 2,080 TG ออร่า: ![]() ![]() สถานที่: Somewhere I belong~ | ผิดคาดดองไม่ยาวอย่างที่คิด O.o
__________________ ![]() The Gate Semester II ไหดองใบใหม่ Starry Night - คืนวันจันทรา “Life is a journey that must be traveled no matter how bad the roads and accommodations.” Oliver Godsmith |
| | |
| | #22 (permalink) |
| Through the Fire & Flames ![]() โพส: 5,658 TG ออร่า: ![]() สถานที่: ๑๓ ๔๕ N , ๑๐๐ ๓๐ E | o_O!! ทำไมตอนใหม่ออกเร็วจัง
__________________ หากใครคนหนึ่งมีคำถาม สักวันคุณอยากจะพบใคร.... คำตอบในใจคือใครที่คุณต้องการ .... ------------------------------------------------- No need to act strong, be strong. |
| | |
| | #23 (permalink) |
| สมาชิก TG แรกเริ่ม ![]() โพส: 227 TG ออร่า: ![]() | “ ฮ่าๆๆ พวกนายน่าจะได้เห็น หน้าเจ้าผู้พิพากษานั้นนะ ” สิงโตร่างใหญ่กระดกเบียร์เข้าปาก พลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ กาแวนด์ นายจะดื่มหนักไปหน่อยแล้วนะ ” สหายมนุษย์กล่าวเตือนอย่างเป็นห่วง แต่ว่าสิงโตตัวนั้นยังคงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ จะให้ข้าหยุดดื่มได้ไง ในเมื่อเจอเรื่องดีๆ เจ้าน่าจะเห็นนะ ไอ้วิคบนหัวมันเนี่ยแทบจะหลุดออกจากหัวมันเลยด้วยซ้ำ ไป ฮ่าๆ ” มันดื่มเข้าไปอีกแก้ว ก่อนจะวางมันกระแทกโต๊ะเสียงดัง แล้วตะโกนสั่งเหล้าเพิ่มอีก แน่นอนกาเวนด์กล่าวเองว่าจะเลี้ยงเอง แต่ถึงอย่างนั้นสหายของเขาก็อดที่จะเกรงใจไม่ได้อยู่ ดี จริงๆ กาแวนด์ เองก็เป็นคนรักษาสัจจะ แล้วก็รักพวกพ้อง แต่นั้นก็อาจจะเป็นข้อเสียของเขาด้วยเช่นกัน เพราะเขามักจะไปทะเลาะวิวาท กับคนอื่นเพราะ เพื่อนเขาก็บ่อยอยู่ อีกทั้งนิสัยที่ชอบมองหาคนที่เก่งกว่าเพื่อประลองฝีม ือ จึงทำให้เขาดูเป็นคนน่ากลัว ทั้งๆ ที่จริงๆ ไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมด “ อ้าวๆ นี้ น้องสาวไม่ดื่ม ด้วยกันหรือ ” กาแวนด์ ยื่นแก้วให้แก่นักธนูในชุดเขียว ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ “ ถึงฉันไม่ชอบให้ใครเรียกฉันว่าไอ้หนู แต่ก็ไม่ชอบให้ใครมาเรียกฉันแบบนั้นเหมือนกันน ” เวด้าพูดโดยไม่สนใจน้ำใจที่ กาแวนด์ยื่นให้เลย ในเวลาเดียวกัน กาแวนด์ก็ไม่คิดจะได้รับคำพูดที่รื่นหูกลับมาอยู่แล้ ว เพราะดูจากท่าทางในศาลเขาก็รู้แล้ว ว่าคนอย่างเธอ ทำอะไรตรงไปตรงมาเหมือนกับเขา และมีความทะนงตนและ ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับผู้ที่เหนือกว่าเสมอ นั้นทำให้เขายิ่งถูกใจเธอ แต่ไม่ได้หมายถึงในแง่ความรัก แต่ว่าเขารู้สึกว่า เธอนั้นเป็นคน “พันธุ์เดียวกัน” เสียมากกว่า “แล้วไง.... ชวนข้ามาเพื่อดื่มเหล้ากับพรรคพวกของแกในรัง คงไม่ได้มีจุดประสงค์แค่นี้หรอกใช่ไหม? ” เด็กสาวพูดตรงประเด็น จนสิงโตตัวต้องผิวปากชื่นชมเธอ “ ท่าทางเจ้าจะเจนโลกไม่น้อยเลยนะ แต่จริงๆ แล้วข้ามีจุดประสงค์แค่นั้นหละ ” สิงโตหนุ่มพูดตรงไปตรงมา พลางยื่นแก้วให้กับเด็กสาวอีกครั้ง ครั้งนี้เวด้ารับแก้วมาถึงเธอจะเป็นคนตรงไปตรงมา แต่เธอก็ไม่ใช่คนโง่ เธอระวังตัวเสมอ หรือถ้าจะให้แย่หน่อยก็คือ เธอระแวงทุกอย่าง นั้นเอง แต่นั้นก็เป็นวิธีที่ดีสำหรับ ผู้หญิงตัวคนเดียว เธอดื่มจิบในระดับที่แน่ใจว่าตัวเองจะไม่เมาจนเกินไป พูดง่ายๆ ก็คือ พอเป็นพิธีนั้นเอง ระหว่างที่กาแวนด์กำลังรื่นเริงอยู่ เธอก็ถือโอกาสกวาดตามองไปรอบๆ ที่ๆ เธออยู่เป็นร้านอาหารที่ กาแวนด์เรียกว่า “รัง” มันมีแสงสลัวๆ จาก อักษรเวทย์มนต์ ที่ให้แสงส่องสว่างเท่าเปลวเทียน แต่ไม่จำเป้นต้องเปลืองเทียนไขหรือน้ำมัน ส่วนในร้านก็ดูเหมือนจะไม่มีใคร นอกจากพรรคพวกของกาแวนด์ที่กำลัง ฟาดอาหารฟรีที่กาแวนด์เลี้ยงอยู่ด้วยความเกรงใจบ้างไ ม่เกรงใจบ้างก็ตามที เด็กสาวเองไม่ชอบเสียงดังและความวุ่นวายนัก เธอจึงปลีกตัวออกมาที่ระเบียงแทน ความจริงเธอจะจากไปแบบนี้มันก็แต่ แต่ว่ากาแวนด์กลับเสนอที่จะให้ห้องพักเธอ ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้พักแบบสบายๆ มานานแล้ว จึงตอบข้อตกลงที่ เขาพามาที่ร้านอาหารนี้เพื่อจัดงานเลี้ยงเสียงดังนี่ ดวงจันทร์ครึ่งดวง กำลังทอแสงสีเหลือง ภายใต้ทิวทัศน์อันไร้ดาวบนฟ้า หากแต่มีเพียงแสงจากบ้านเรือนบนผืนดินที่ ส่องสว่างแทนดาวบนฟ้า แต่ว่าเธอนั้นไม่ใช่คนเดียวที่ออกมาชมทิวทัศน์นี้ เบื้องหน้าเธอคือเด็กหนุ่มร่างสูง เขารู้สึกได้ถึงเธอ เขาหันกลับมามองเธอ ผมของเขาปลิวไปตามแรงลม พร้อมๆ กับผ้าพันแผลที่บนหัว สีหน้าของเขานิ่งจนแทบไร้อารมณ์แต่กลับรู้สึกได้ว่า เขากำลังยิ้มอยู่ “ มาชมวิวเหมือนกันหรือครับ ” เขาถามอย่างสุภาพ “ ฉันหนีเรื่องยุ่งยากมาต่างหากหละ ” เวด้าพูดอย่างไม่เกรงใจอย่างที่เธอเคยทำ ก่อนจะเดินไปจุดที่ห่างจากเด็กหนุ่มมาพอตัว เด็กหนุ่มเบื้องหน้าเธอ คือคนที่ถูกกาแวนทำร้ายจนตาย หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เข้าใจผิดว่าตาย จนกระทั่งในศาลเขาก็ฟื้นขึ้นมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนา ว จนผู้พิพากษาที่กำลัง จะตัดสินโทษให้นั้น ถึงกับหน้าหักเลยทีเดียว “ นายหน่ะ...... ” เวด้าเอาตัวไปนั่งบนราวของระเบียงแล้วเติมเต็มประโยค ของตัวเอง “ ……….แกล้งตายตอนที่ กาแวนด์โจมตีในครั้งแรกใช่ไหม ” เด็กหนุ่มละสายตาจากเวด้าก่อน จึงค่อยตอบคำถามของเธอ “ จะพูดแบบนั้นก็ใช่หละครับ..... ” “ ทำไมนายไม่สู้....... ” เวด้าพยายามข่มน้ำเสียงของตัวเองไม่ให้มีอารมณ์โมโหห ลุดออกไป นั้นก็เพราะ เธอไม่ชอบการกระทำของเด็กหนุ่ม เขาเลือกที่จะแกล้งตายเพื่อให้รอดพ้นจากการต่อสู้ ไม่ใช่เลือกที่จะเผชิญหน้าเพื่อต่อสู้และทำให้ปัญหาเ หล่านั้นจบลง “ แล้วทำไมผมต้องสู้หละครับ ” เขาตอบคำถามด้วยคำถาม ซึ่งมีความหมายสมบูรณ์ในตัวเองอยู่แล้ว “ ขี้ขลาด..... ” เวด้าเข้าใจความหมายของคำตอบจึงเผลอหลุดสถบออกมา “ อื้ม...... ” เด็กหนุ่มพูดโดยไม่โกรธที่เวด้าต่อว่าเขาเลยแม้แต่น้ อย แต่ตรงกันข้าม เวด้ากลับเดือดดาลจนทนไม่ไหว เธอเดินตรงเข้ามาแล้วกระชากคอเสื้อของเด็กหนุ่มขึ้น “ แล้วถ้าหากตอนนี้ฉันอัดนาย ด้วยแรงทั้งหมด นายจะยืนเฉยๆ ให้ฉันอัด เหมือนที่นายแกล้งตาย ตอนที่กาแวนด์ทำร้ายนายใช่ไหม!! ” น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความโกรธ เด็กหนุ่มไม่ตอบคำถามของเด็กสาว สีหน้าของเขาบอกไม่ได้ระหว่างกำลังยิ้มหรือกำลังเศร้ า นั้นทำให้เด็กสาวเริ่มใจเย็นลงแล้วปล่อยคอเสื้อของเข าลง ก่อนเธอจะกล่าวขอโทษด้วยน้ำเสียงกระซิบ เด็กสาวรู้ดีว่าต่างคนต่างมีทางเดินเป็นของตัวเอง และทางเดินของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน แต่ว่าสิ่งที่ทำให้เธอโมโหก็คือ ทางเลือกของเขานั้นตรงข้ามกับของเธอโดยสิ้นเชิง “ บางครั้งการใช้กำลัง ก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกครับ...... ” “ แต่จะให้หนีเอาตัวรอดอย่างน่าสมเพชก็ไม่ใช่วิธีการแก ้ปัญหาที่ดีเสมอไปหรอก ” เด็กสาวพูดอย่างหมดอารมณ์เธอหันมามองหน้าของเด็กหนุ่ มตรงๆ อาจจะเป็นเพราะว่างจนไม่มีอะไรทำ เธอจึงสำรวจตัวเด็กหนุ่มด้วยสายตา ถ้าให้เทียบส่วนสูงแล้วหละก็ เขาก็คงสูงราวๆ 180 เซนติเมตร หรือสูงกว่านั้นนิดหน่อย ร่างกายก็ไม่ได้มีกล้ามเนื้อมากแต่ก็ไม่ได้บอบบางจนเ กินไป ดูจากอาวุธที่เขาใช้ ซึ่งเป็นดาบเล่มใหญ่ ก็พอจะบอกได้ว่าเขามีพละกำลังอยู่ แต่ว่ามากแค่ไหนกันหละ..... เลือดของนักสู้เธอก็ค่อยๆ เดือดขึ้น เธอเริ่มเข้าใจความรู้สึกที่กาแวนด์อยากจะลองประทะฝี มือกับเขาดูเสียแล้ว แต่ว่าพอเธอเลื่อนสายตาไปมองผ้าพันแผลที่พันอยู่บนหั ว และส่วนอื่นๆอีก คาดว่าน่าจะเป็นอาการบาดเจ็บข้างเคียงจากการโจมตีของ กาเวนด์ เป็นไปไม่ได้หรอกที่พลังของกาเวนด์จะไม่ทำให้เขาบาดเ จ็บได้หรอก ขนาดพื้นหินแข็งๆ ของเมืองยังถล่มไม่มีชิ้นดี รับแรงกระแทกระดับนั้นเข้าไปเต็มๆ คงจะเจ็บหนักสินะ ปล่อยไว้ก่อนแล้วกัน....... เธอคิดอย่างนั้นแล้วถอนหายใจ “ แผลของนายเจ็บมากไหม? ” เธอลองเอื้อมมือไปสัมผัสบาดแผลอย่างอ่อนโยน แต่ถึงกระนั้นเด็กหนุ่มก็แสดงอาการออกมาแม้จะเล็กน้อ ย “ ……ชินเสียแล้วหละ ” เขาตอบโดยหันมามองเธอเพียงชั่วครู่ ก่อนจะละสายตากลับไปมองทิวทัศน์ข้างนอกต่อ เด็กสาวไม่แน่ใจว่าคำตอบที่ได้รับมานั้นเป็นความจริง หรือไม่ แต่เมื่อเขาพูดมาแบบนั้นแล้ว ย่อมหมายความว่าไม่ต้องการพูดอะไรต่อ เธอเข้าใจความหมายนั้น จึงยิ้มรับแล้วหันไปมองท้องฟ้า ความเงียบของราตรี ทำให้ได้ยินแม้เสียงเบาๆ ในเมือง ข้างหลังพวกเธอนั้น พวกกาแวนด์กำลังสนุกกับการดื่มสุรากับพรรคพวก จนเริ่มร้องเพลงตามประสาคนเมา มันเป็นเพลงที่มีทำนองสนุกๆ แต่เมื่อไม่มีดนตรีมาประกอบทำให้ท่วงทำนองของมันดูเห งาหง่อยไปเสียหน่อย “ นี่....... ” “ หือ? ” เวด้าเข้าใจว่าเด็กหนุ่มเรียกเธอ “ ความเจ็บ มันคืออะไร...... ” เขาถามโดยไม่ละสายตาจากทิวทัศน์ เธอฟังคำถามที่มาเข้าท่านั้นก่อนจะตอบไปอย่างโง่ๆ ด้วยการ ชกซ้ำที่แผลของเขา แม้จะไม่เต็มแรง แต่ก็พอให้เขารู้สึกเจ็บได้บ้าง “ หมายถึงเจ้านี่นะเหรอ? ” “ ……….เปล่า ไม่ใช่แบบนั้น ” เด็กหนุ่มมองขึ้นไปบนฟ้า แก้ไขโดย Zero Xion : 05 Jun 2008 เวลา 01:33. |
| | |
| | #24 (permalink) |
| สมาชิก TG แรกเริ่ม ![]() โพส: 227 TG ออร่า: ![]() | หมายเหตุ * แก้ตอนที่แล้วเล็กน้อย “ งั้นก็หมายถึง เวลาที่รู้สึกเหมือนกับว่าไม่มีความหวังอีกต่อไป ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เหมือนกับลอยอยู่กลางทะเลอันแสนว่างเปล่าและมืดมิด ” เด็กสาวเองก็มองขึ้นไปบนฟ้าอันว่างเปล่าเช่นกัน “เวลาที่อยากให้ใครซักคนมาช่วยเราจากความรู้สึกพวกนั ้น ” เด็กสาวพูดพลางนึกไปถึงอดีตที่แสนเจ็บปวดของตน เธอยังคงจำได้ถึงวันที่หิมะตกลงมา และเปลวไฟที่ลุกโชนขึ้นมา วันที่เธอต้องเธอบนหิมะที่หนาวจนเหมือนกับคมดาบที่กร ีดเข้าที่เท้า ได้แต่ตะโกนไปในความว่างเปล่าโดยหวังจะให้มีใครซักคน มาช่วยเธอ หวังว่าจะให้เธอหลุดพ้นจากฝันร้ายนั้น “ แต่ก็ไม่มีใครมาช่วย.... ” เธอกล่าวพร้อมกับภาพที่ติดอยู่ในความทรงจำ ภาพที่แม่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ตั้งแต่วันนั้นมา เด็กสาวก็หาทางเอาตัวรอด ไม่ว่าจะจากธรรมชาติเอง หรือว่าจากน้ำมือของมนุษย์ด้วยกันเอง มีหลายครั้งที่เธอถูกจับไปขายเป็นทาส แต่ว่า ทุกครั้งที่เธอหลับตาลงแล้วนึกถึงฝันร้ายที่เคยพบนั้ น ก็ผลักดันให้เธอหนีออกมา แม้ไม่สำเร็จ เธอก็จะทำจนกว่ามันจะสำเร็จ ต้องเอาตัวรอดในสนามรบที่เรียกว่าโลกกว้าง การที่ต้องหวาดระแวงกับผู้ที่ยื่นน้ำใจให้แก่เธอ เพื่อการเอาตัวรอด ดังนั้นเธอจึงอยากแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งจนเธอสามารถเอาตัวรอดได้ ธนู คือทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ไม่มีพละกำลังมากนั้น มันสามารถสังหารเป้าหมายได้ จากระยะที่ปลอดภัย สามารถใช้ล่าสัตว์เพื่อประทังชีวิตได้ แม้จะมีข้อเสียในการต่อสู้ระยะใกล้ แต่หากฝึกฝนมากพอก็สามารถเอาตัวรอดได้ เธอเสาะแสวงหาความแข็งแกร่ง จนกลายเป็นว่ามันกลายเป็นนิสัยของเธอไปเสียแล้ว กลายเป็นว่าเธอกระหายในความแข็งแกร่ง นั้นเป็นที่มาของท่าทีอันแข็งกร้าว และการที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจใดๆ ที่มีอยู่เหนือเธอ สิ่งเหล่านั้นทำให้เธอไม่เข้ากิลด์ใดๆ หรืออยู่กับกลุ่มพรรคพวกของใคร แม้ว่าความเป็นอยู่ของเธอจะง่ายและสะดวกสบายขึ้น แต่มันอาจทำให้เธอลืมเป้าหมายดั้งเดิมไป เป้าหมายที่ถูกตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่พระเจ้าได้มอบคว ามหายนะให้แก่เธอ “ งั้นเหรอ ” เด็กหนุ่มรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แฝงมาในน้ำเสียง เขาจึงได้แต่ตอบรับเบาๆ “ สำหรับผม.................................. ” เขาได้แต่มองไปยังเส้นขอบฟ้า ในหัวของเขาก็นึกถึงความหลังเช่นเดียวกัน ในเวลานั้นเองเวด้าก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกของเด็กห นุ่ม มันเป็นความเจ็บปวดที่ถ้าหากไม่ได้พบกับตัวเองนั้นก็ ไม่สามารถพูดได้ว่า เจ็บปวดแสนสาหัสเพียงใด จนเพียงแค่คำพูดนั้นไม่สามารบรรเทาความรู้สึกเหล่านั ้นลงไปได้ ทั้งสองได้แต่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางท้องฟ้าที่ไร้ดาว เสียงเพลงที่ไร้ดนตรี ของกาแวนด์ยังคงร้องต่อไป แต่ครั้งนี้เด็กหนุ่มกลับให้ทำนองเพลงด้วยการฮัมเพลง เบาๆ บทเพลงจึงเริ่มมีสีสันขึ้นมาบ้าง จนแม้แต่เด็กสาวยังนึกสนุก ฮัมเพลงไปด้วย บทเพลงง่ายๆ แต่มีทำนองสนุกๆ จนหลับตาก็ยังจำเนื้อร้องของบทเพลงได้อย่างแม่นยำ ลา♪ ล่า♫ ลันล้า♫ ดาวบนฟ้านั้นมีกี่ดวงกันหน่อ ♪ ดาวบนฟ้านั้น ฉันนับได้ หนึ่ง สอง สี แปด สิบหก แล้วกี่ดวงกันนะ ? นับๆ ♪ แล้วร้องไปกัน ถ้างั้นก็ ก็ร้องเพลงไปนับไปสิ แม้จะนับได้แต่ก็นับได้ไม่หมด ผ่านวันนี้ไป ถึงวันพรุ่งนี้~ ดาวก็ยังนับได้ไม่หมด แต่ฉันก็ยังจะคงนับดาวต่อไป~♪ อา~♪ อา~~♪ อ่า~~♪ “ กึก… กึงๆๆ!!! ” เสียงเพลงขาดช่วงลงพร้อมๆ กับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดิน มันมากจนเด็กสาว ไม่สามารถรักษาสมดุลของร่างกายเอาไว้ได้ แทนที่จะล้มลงพื้นแต่โชคยังดีที่เด็กหนุ่มเข้ามาประค องตัวเธอไว้ทัน ระยะที่ใกล้ชิดขนาดนี้ทำให้เด็กสาวหัวใจเต้นตึกตักที เดียว แม้เธอจะดูห้าวหาญก็จริง แต่จริงๆ แล้วเธอไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับใครมากนัก โดยเฉพาะกับผู้ชาย เธอยิ่งพยายามรักษาระยะห่างไว้ ด้วยเหตุผลต่างๆ นาๆ “ ....แผ่นดินไหว ….ไม่สิ... ” เสียงของเขาช่วยดึงเธอให้หลุดจากภวังค์ เด็กสาวผลักเขาออกเบาๆ ก่อนจะสอดส่ายสายตาไปรอบๆ แสงที่สว่างเกินกว่าที่ควรจะเป็นที่อีกฝากของเมือง พร้อมกับฝุ่นควันที่ลอยขึ้นมา เป็นลางบอกเหตุว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น “ ไฟไหม้..... ” ข้อสันนิฐานของเวด้า แต่ทว่าเด็กหนุ่มข้างๆ กลับสันนิฐานอย่างอื่นแทน “ มังกร...... ” เมื่อเพ่งมองไปท่ามกลางควันไฟดีๆ พวกเธอก็พบกับ ดวงตาสีแดงที่ทอประกายและ “ ก๊าซซซซซซซซซ!!!!! ” เสียงคำรามของมัน ที่ดังจนแม้จะอยู่อีกฝากของเมืองก็ยังได้ยินอย่างชัด เจน สิ่งเหล่านี้บ่งบอกระดับของมังกรตัวนี้ได้เป็นอย่างด ี ว่ามันย่อมไม่ใช่มังกรธรรมดา เมื่อควันจางลงร่างของมันก็ปรากฏเด่นชัดขึ้นท่ามกลาง ความมืด มันเป็นมังกรร่างสีดำ ดวงตาสีแดง ตัวของมันใหญ่กว่ามนุษย์ธรรมดา “ นะ...นี้มัน......... ” เด็กสาวแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อได้เห็นร่างของมัน มันใหญ่กว่ามังกรที่เคยล่ามาหลายเท่าตัวนัก “ เฮ้ๆ... นี้มันไม่ตลกเลยนะ ” กาแวนด์ออกมาข้างนอกแล้วประเมินสถานการณ์ เขาโยนขวดเหล้าราคาแพงทิ้งอย่างไม่ใยดี “ Zeal lagoon กลางเมืองเนี่ยนะ... กว่าระดับอัศวินจะมากำหราบมันก็คงพังไปครึ่งเมืองได้ แล้วหละมั้ง ” กาแวนด์กล่าว จริงดังกาแวนด์พูด พวกอัศวินถึงแม้จะมีฝีมือระดับสูง แต่นั้นก็ต่อเมื่อพวกเขาต้องพร้อมก่อนออกรบเสมอ ซึ่งการเตรียมพร้อมของพวกเขานั้นจะกินเวลาอยู่เหมือน กัน อีกทั้ง อัศวินไม่ใช่ทหารเวรยาม ที่จะเดินลาดตระเวรอยู่ทั่วเมือง พวกเขาจะลงมือต่อเมื่อ “มีงานใหญ่ๆ” เท่านั้น อย่างที่กาแวนด์พูดกว่าพวกอัศวินจะเตรียมพร้อมกันได้ มังกรระดับนี้ก็สามารถพังเมืองนี้ไปได้ครึ่งเมืองแล้ ว พวกทหารธรรมดาก็คงรับมือพวกนี้ไม่ไหว ต่อให้มีเป็นร้อยก็ล้มมันไม่ได้แน่ๆ “ ……ชิ ” เวด้าสถบอย่างไม่พอใจ เธอหันกลับไปคว้าธนู ลูกธนู มีสั้น และผ้าคลุมประจำตัวของเธอ จากนั้นก็กระโดดลงจากระเบียง ไปยังหลังคาบ้านอื่น จากนั้นใช้เส้นทางบนหลังคาแทนถนน ตรงไปหามังกรตนนั้น เธอใช้เวลา สองสามนาทีระหว่างการวิ่งเพื่อจัดเตรียม อุปกรณ์ให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะวิ่งออกไปเต็มฝีเท้า และที่ตามเธอมาติดๆ ก็คือกาแวนด์ราชสีห์หนุ่ม “ ยัยบ้า!! เธอคิดจะทำตัวเป็นฮีโร่ไปช่วยผู้คนรึไงกัน!! ” กาแวนด์พูด “ ฉันเคยบอกแล้วไง กาแวนด์ ” เด็กสาวพูดในขณะตรวจสอบคันธนูของตัวเองว่าอยู่ในสภาพ พร้อมใช้งานจริง “ ฉันเกลียด การรังแกคนที่ไม่มีทางสู้! ” “ ไอ้นี้มันไม่เรียกว่ารังแกแล้ว ว้อย!!! ” กาแวนด์เถียงเสียงเขียว “ มันก็คือๆ กันนั้นหละ!! ” “ มันเอามาเทียบกันได้ที่ไหนกันเล่า!! ” กาแวนด์ พูดตามความจริง ‘รังแกคนที่ไม่มีทางสู้’ นั้นส่วนใหญ่จะถูกใช้กับมนุษย์หรือผู้ที่มีสติปัญญาเ ท่าเทียมกับมนุษย์ จะเอาไปเทียบกับสัตว์ที่ทำตามสัญชาติญาณของตนเท่านั้ นได้ที่ไหนกัน “ ยังไงก็ตาม ถ้าปล่อยไว้แบบนี้เมืองก็ต้องพังไปครึ่งนึงอย่างที่น ายพูดแน่ๆ ” เวด้าให้เหตุผลเสริม “ ขืนทำแบบนั้น ร้านอาหารอร่อยๆ ที่ฉันชอบกินก็ถูกทำลายหมดหน่ะสิ!! ” กาแวนด์เอามือกุมขมับ ในขณะที่ยังคงไล่ตามเด็กสาวไปด้วยในใจก็คิดว่า ยัยนี้เอาแต่ใจเป็นบ้าเลย “ ช่วยไม่ได้ ” กาแวนใช้กรงเล็บหยิบ รากไม้อันเล็กๆ มาร่ายคาถา “ สมิงแห่งพงไพร จงมอบฝีเท้าและความเร็วของเจ้าให้พรรคพวกข้า! ” เวด้ารู้สึกได้ถึงพลัง และทิวทัศน์รอบข้างที่ผ่านไปเร็วขึ้นอีกระดับ เธอเชื่อว่านี้คือ เวทย์มนต์อย่างหนึ่งที่สนับสนุนเธอให้เคลื่อนที่ได้ไ วขึ้น “ ท้าต่อยกับมังกรตัวต่อตัว มันไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหรนัก ข้าจะช่วยเอง แต่ว่าอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม แค่ถ่วงเวลาจนกว่าอัศวินจะมาได้ก็พอ ” “ ถ้าเป็นไปได้หละนะ ” เวด้ายิ้มตอบแทบมนต์สนับสนุน เธอวิ่งเข้าไปในระยะยิง ตั้งท่าให้มั่นคงจากนั้นก็ก็ดึงสายธนูตั้งฉากกับแนวพ ื้น หรี่ตาลงเพื่อความแม่นยำ ไม่จำเป็นต้องให้สัญญาณใดๆ กาแวนด์ร่ายมนต์สนับสนุนอีกชุดให้ทันที “ ดวงตาแห่งเหยี่ยว!! ” ด้วยมนต์สนับสนุนอีกชุด เวด้าสังเกตุว่าเมื่อเธอรวมสมธิสามารมองเห็นได้ไกลขึ ้น เธอสามารถมองเห็นดวงตาของมังกรตัวนั้นอย่างชัดเจนอีก ทั้งยังเห็น วิถีของลูกธนูตนเองเป็นเส้นบางๆ ในอากาศอีกด้วย “ นายใช้ไอ้นี้หลบลูกธนูฉันเมื่อตอนกลางวันสินะ ” “ ถึงอย่างนั้นก็ยังโดนอยู่ดีนั้นหละ ” กาแวนด์พูดเป็นเชิงชม เด็กสาวรวมพลังสมาธิ จากนั้นเล็งธนูไปยัง ดวงตาของมังกรสีดำตัวนั้น ไม่ว่าตัวอะไรก็มักจะมีจุดอ่อนอยู่ที่ดวงตา ต่อให้เกล็ดจะหนาซักแค่ไหนก็ตาม บริเวณดวงตามักจะมีพลังป้องกันน้อยที่สุด อีกทั้งหากโจมตีที่ดวงตามันหละก็ ทัศนวิศัยของมันก็จะลดลงด้วย “ Drive Shot!! ” แสงสีขาวมารวมกันที่มือเธอ ทันใดเมื่อเธอปล่อยสายธนู ร่างของเธอกระเด็นไปตามแรงสะท้อนเล็กน้อย พื้นหลังคาบริเวณนั้นปริแตกออก ด้วยแรงที่มองไม่เห็น มันเป็นแรงสะท้อนที่มองไม่เห็น จนไม่น่าเชื่อว่าธนูจะสามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งพลัง เวทย์มนต์ใดๆ ลูกธนูที่พุ่งกรดอากาศจนเห็นเป็นเส้น พุ่งเข้าสู่ดวงตาของเป้าหมาย แต่ว่ามังกรยักษ์ตัวนั้นรู้ตัวเสียก่อน มัน ใช้มือของมันขึ้นมาบัง มันกลับคิดไม่ถึงว่า ลูกธนูจะแรงขนานที่สามารถพุ่งทะลุมือของมันไปได้ แต่เพราะพุ่งผ่านมือไปจึงทำให้ลูกธนูเบี่ยงและพลาดเป ้าที่ดวงตาไปโดน หางตามันแทน “ ก๊าซซซซซซซซ!! ” มันร้องอย่างโหยหวน จริงอยู่ลูกธนูที่พุ่งไปอาจจะเล็กเท่าเข็มสำหรับมัน แต่ว่า เข็มที่พุ่งทะลุมือไปได้นั้น ย่อมสร้างความเจ็บปวดได้เป็นธรรมดา ยิ่งหวังจะโดนข้างดวงตาหละก็ ยิ่งหนักเข้าไปอีก “ ชิ ” เวด้าผิดหวังกับผลลัพที่เกิดขึ้น แม้จะสร้างบาดแผลให้ที่มือของมังกรได้ แต่ว่า การยิงให้โดนดวงตาเพื่อลดการมองเห็นนั้นคือเป้าหมาย เดิม อีกทั้ง Drive Shot เมื่อครู่ เล่นเอามือของเธอชาไปเลย เธอคงไม่สามารถยิงธนูได้ในอีก 2-3 นาทีเลยทีเดียว Zeal lagoon จ้องมองมายังศัตรูที่ทำให้มันบาดเจ็บได้ มันไม่สนใจทหารกระจอกที่อยู่ตรงปลายเท้ามัน มันหันหน้าไปทาง เวด้าและกาแวนด์ พร้อมๆ กับอ้าปากและรวบรวมลมหายใจของมันเข้า “ มันกำลังจะพ่นไฟ!! ” เวด้า ให้สัญญาณกาแวนด์ ว่าได้เวลาหนีแล้ว แต่กาแวนกลับโต้กลับมา “ ไม่ทันหรอก!! มาหลบด้านหลังข้า!! ” กาแวนด์พูดเป็นเชิงสั่ง จากนั้น เขาก็โปรยเมล็ดพืชขึ้นมา “ รากไม้แห่งอิกดราชิลด์ จงปกป้องข้า!! ” เมล็ดพืชที่กาแวนด์โปรยลงไปทันใดนั้นก็งอกออกมา มันไม่มีรูปร่างเหมือนต้นไม้ หากแต่มันเหมือนรากไม้แข็งๆ เสีย มากกว่า มันก่อตัวกันจนเป็นกำแพงทันเวลาที่จะป้องกันเปลวไฟได ้ แต่ว่าในเวลานั้นเองกาแวนด์ก็สังเกตุเห็นว่าเปลวไฟที ่พุ่งมาใส่เขานั้นเป้นสีฟ้า “ บ้าน่าเปลวไฟสีฟ้า!! ” กาแวนด์สถบ ก่อนจะถอยมาสองสามก้าวและใช้มนต์เดิมซ้ำอีก ถึง สองสามครั้ง ถึงกระนั้น รากไม้ที่คอยป้องกันเขาก็ค่อยๆ หายไปทะละชั้นๆ เปลวไฟสีฟ้าที่เกิดจากการเผาไหม้อันสมบูรณ์ หากเป็นจอมเวทย์หละก็ กล่าวได้ว่า มีคนอยู่ไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถใช้มันได้ เปลวไฟพวกนี้ให้ความร้อนได้มากกว่าสีแดงมากนัก อีกทั้งพลังทำลายล้างก็น่ากลัวกว่าซึ่งปกติจะมีข้อจำ กัดว่าใช้ได้วงแคบกว่าไฟสีฟ้า แต่นี้มองยังไงเปลวไฟสีฟ้านี้ก็ปล่อยออกมาได้เป็นวงก ว้างได้ ถึงแม้ว่ากำแพงรากไม้3-4 ชั้นจำพอป้องกัน เปลวไฟได้ แต่ก็ไม่ใช้กับพื้นหลังคาที่ไม่สามารถทนความร้อนได้ก ็เริ่มปริแตก สีหลังคาที่ถูกทาไว้อย่างงดงามก็ระเหยออกไปจนหมด เมื่อถึงจุดหนึ่งพื้นหลังคาไม่สามารถทนความร้อนได้ มันก็ปริแตก และไม่สามารถรับน้ำหนักของ กาแวนด์และเวด้าได้ก็ต้องถล่มลง ในวินาทีที่เธอกำลังจะร่วงลงนั้นเองเวด้า ก็ผูกเชือกของเธอไว้กับด้ามมีดที่ใช้ จากนั้นก็จับตัวกาแวนด์ไว้ หาจังหัวที่ พื้นถล่มลงมากับ ไฟที่สงบลงมาหน่อย ก็ขว้างมีดไปปักกำแพงจากนั้นก็ใช้มันประคองตัวเธอกับ กาแวนด์ไม่ให้ตกกระแทกพื้นเต็มๆ พวกเขาลงพื้นได้อย่างปลอดภัยแต่ว่า อันตรายมันพึ่งจะเริ่มต้นขึ้น ตอนนี้มังกรมันพุ่งความสนใจมาที่พวกเขาสองคนเสียแล้ว “ มีแผนสองไหม ” สิงโตหนุ่มถามราวกับล้อเล่น “ ไม่มีแผนตั้งแต่ต้นแล้วไม่ใช่รึไง ” เด็กสาวพูดตามจริง เตรียมลูกธนูให้พร้อมยิงอีกครั้ง พวกเขามองตากันเพียงชั่ววินาทีหนึ่งพวกเขาก็ กระโดดแยกกันไปคนละทาง พวกเขาตัดสินใจจะแยกกันโจมตี พวกเข้ามีเป้าหมายคือ ถ่วงเวลาจนกว่าพวกอัศวินจะมาถึงและจัดการทุกอย่างได้ เวด้าเลือกที่จะวิ่งไปตรงตรอกแคบๆ เพื่อให้มังกรจะเข้าถึงตัวเธอได้ลำบากขึ้น แต่เหมือนมันจะไม่ได้ช่วยอะไรนัก เมื่อมังกรตัวนั้นใช้กรงเล็บของมันถล่มตึกข้างๆ เธอไปเหมือนกับไม้อัดธรรมดาๆ เธอใช้ฝีเท้าของตัวเอง กระโดด และใช้กำแพงเป็นพื้นเพื่อเป็นฐานในการกระโดด และ ทำแบบเดียวกันนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อโดนชิ่งไปมาระหว่างกำแพงสองข้างทาง และเมื่อสบโอกาสที่จะทิ้งระยะห่างออกมาได้เล็กน้อยเธ อก็ ลอยตัวกลับหัว และใช้ จังหว่ะเล็กๆนั้นยิงธนู ใส่มัน แต่ว่า เนื่องจากไม่ได้ตั้งท่ายิงให้มั่นคง ความแรงจึงไม่ได้ครึ่งหนึ่งของครั้งแรกด้วยซ้ำ ลูกธนูจึงยิงไม่เข้าเลยแม้แต่ดอกเดียว “ ฮึ่ม...... ” เธอกัดฟันกรอด ในหัวได้แต่วางแผนการต่างๆ นาๆ ไว้ แต่ไม่ว่าอันไหนที่คิดไว้ก็ดูเหมือนจะไม่เข้าท่าเสีย เลย แค่ถ่วงเวลาจนกว่า พวกอัศวินจะมา ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย แต่ว่าเธอจะต้องถ่วงเวลานานแค่ไหนกันหละ สิบนาที? ยี่สิบนาที? หรือ หนึ่งชั่วโมง..... ความสามารถของเธอในตอนนี้คงไม่สามารถล้มมันได้เป็นแน ่ ขนาดDrive Shot ที่ถือเป็นท่าไม้ตายหนึ่งของเธอยังทำได้แค่ให้มันบาด เจ็บเล็กน้อยเท่านั้น จริงๆ แล้ว Drive shot ไม่ใช่ท่าที่มีพลังทำลายล้างสูงสุด แต่เธอเลือกใช้เพราะว่ามันสามารถยิงจากระยะไกลได้ และมีความแม่นยำพอที่จะใช้เล็กโดนดวงตาหรือจุดบางจุด เล็กๆ ต้องใช้ Absolute Buster………. เด็กสาวนึกถึงท่าไม้ตาย ซึ่งมีความรุนแรงสูงสุด ซึ่งจำเป็นจะต้องยืนอย่างมั่นคง อีกทั้งจะต้องเรียกพลังในร่างกายให้พร้อม จะให้ดีต้องใช้เลือดเขียนสัญลักษณ์ที่มือ เพื่อรวบรวมพลังวิญญาณในตัวทั้งหมดไว้ที่แขน และยิงลูกธนูออกไป เด็กสาวได้แต่ว่า พวกทหารชั้นปลายแถวจะช่วยดึงความสนใจจากมังกรไปจากตั วเธอบ้าง แต่ดูเหมือน มังกรตัวนี้จะเหม็นขี้หน้าเธอเป็นพิเศษ มันไล่ตามเธอมาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว พวกทหารปลายแถวพยายามใช้โอกาสนี้สร้างความเสียหายให้ แก่มัน แต่ว่าก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่า ทำให้มันมีรอยแผลเล็กๆ เท่านั้น พวกมีฝีมือต่างๆ ก็เริ่มทยอยๆ มากันแล้ว แต่ว่าดูเหมือนจะไม่มีใครทำให้มังกรตัวนั้นบาดเจ็บได ้เลย สำหรับมันแล้วพวกนั้นก็เหมือนกับเป็นแค่มดกัดเองสินะ ส่วนเราก็เป็นยุงที่น่ารำคาญที่ต้องตบให้ตายคามือให้ ได้ “ รากแห่งอิกดราชิลด์!! มอบพันธนาการให้แก่อริข้า!! ” เวด้าจำได้ในทันทีว่านั้นคือเสียงของกาแวนด์ ทันใดนั้นรากไม้ จำนวนมากก็ชอนไชขึ้นมาจากพื้นดินและพันทั้งมือและแขน ของมังกรตัวนั้นไว้ และดึงร่างมันบังคับให้มันลงไปนอนหมอบกับพื้น รวมไปถึง พันส่วนของปากมันไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มันใช้เปลวไฟ “ ฮึ่ม!!.... ” กาแวนด์กัดฟัน ขณะที่บังคับให้รากพันร่างของศัตรูไว้ มนต์บทนี้ไม่ได้สะดวกสบายขนาดที่ร่ายมนต์แล้วรากจะสา มารถ ดึงศัตรูไว้กับที่ได้ตลอด แต่มันต้องใช้กำลังกายและพลังเวทย์ในการควบคุมรากด้ว ย กาแวนด์ตะโกนให้สัญญาณ ไม่เพียงแค่ เวด้าแต่เขาหมายถึงทุกคนที่ได้ยินเสียงของเขา “ ตอนนี้หละ!! จัดการมันซะ!! ” เสียงโห่ร้องของทหาร และนักสู้ทั่วไปร้อง และกระหน่ำดาบและอาวุธต่างๆ นาๆ ใส่มังกรตัวนั้นอย่างไม่ยั้ง นี้เป็นโอกาสดีของเวด้า เธอรีบขึ้นไปยังที่ หอนาฬิกา เพื่อความปลอดภัยจากนั้น ก็ใช้ปลายธนูเฉือนปลายนิ้วตัวเองวาดสัญลักษณ์ เป็นลวดลาย ยาวตั้งแต่หัวไหล่ ยาวไปถึงแขนทั้งสองข้าง เธอง้างคันธนูจนโก่งด้วยแรงมหาศาล พลังในร่างเธอไหลเวียนไปรวมที่มือทั้งสองข้าง “ เริ่มเดินพลัง....... ” ตุบ!! เสียงชีพจรเธอดังขึ้น ในทันใดนั้นลวดลายของสัญลักณ์ที่เธอเขียนขึ้นด้วยเลื อดก็ท่อประกายแสงสีแดง มันเคลื่อนไหวไปตามลวดลายที่เธอวาดขึ้นตั้งแต่ปลายแข นมาจนถึงหลังมือทั้งสองข้าง เศษอิฐ และ เศษหินรอบๆ ลอยต้านแรงโน้มถ่วง ด้วยพลังอันมหาศาลที่ไหลล้นออกมาจากตัวเวด้า ยัง.............. แต่เธอรู้ดีว่าลำพังพลังแค่นี้ไม่อาจยิงมังกรตัวนั้น ให้ตายภายในนัดเดียวได้เป็นแน่ เธอเพิ่มพลังเข้าไปอีก จนลวดลายที่เธอเขียนขึ้นเริ่มขยับและลามจากหัวไหล่ไป ที่ต้นคอ และค่อยๆ เลื้อยเหมือนกับงู ไปจนถึงใต้ดวงตา เหงื่อกาฬไหล่ออกมากทั่วร่างเธอ ร่างกายเธอตอนนี้ต้องทนรับพลังอันมหาศาลเกินตัวไว้ ยัง..... ยังไม่พอ เวด้ากัดฟันแน่น ในขณะที่เล็งเป้าหมายคือมังกรที่อยู่เบื้องล่าง “ กรรร ” มันคำรามผ่านปากที่ถูกปิดด้วยรากไม้ สิ่งหนึ่งที่กาแวนด์ไม่รู้ก็คือ มังกรตัวนี้ไม่จำเป็นต้องพ่นไฟออกจากปากได้เสมอไป มันเร่งไอร้อนจากรอบตัวมันให้ออกมาจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย จากทำให้เกิดเปลวไฟ สีแดงรอบตัวมัน ทหารที่อยู่ใกล้ๆ คนที่โชคดีหน่อยก็หลบออกมาทัน แต่คนที่โชคร้ายก็ถูกเผาให้ตายทั้งเป็น รอบๆ ตัวมัน มันใช้เปลวไฟพวกนั้น แผดเผารากไม้ที่พันธนาการเอาไว้จนกลายเป็นเพียงแค่ขี ้เถ้าสีดำ “ บ้าน่า!! ” กาแวนด์ได้แต่ตื่นตะลึงกับความสามารถของมังกรที่มันค ิดไม่ถึง ในขณะที่มันค่อยๆ ลุกขึ้นมาแล้วคำรามเสียงกึกก้อง ราวกับประกาศว่านี้คือชัยชนะของมัน ทางด้านเวด้า เมื่อเห็นมังกรเป็นอิสระ เธอก็ตื่นตกใจ จนเกือบลืมเดินพลังให้กับท่าไม้ตายของเธอ ตอนนี้เธอมีทางเลือกอยู่2ทาง ทางแรกก็คือ ยิงAbsolute Busterไปโดยที่ยังเดินพลังไม่เต็มที่ และได้แต่หวังว่ามันจะสร้างบาดแผลให้มังกรตัวนั้นได้ บ้าง อีกทางก็คือ เสี่ยงเดินพลังให้เต็มที่ แล้วยิงมันอย่างเต็มกำลัง เพื่อสังหารมันภายในครั้งเดียว แต่ว่าเธอรู้ดีว่ามังกรตัวนี้ มีสติปัญญาพอที่จะรู้ว่าควรกำจัดเธอการจะยิง Absolute Buster คิดสิ.... เธอจะทำยังไงดี มังกรตัวนั้นค่อยๆ หันมาหาเธอราวกับภาพช้า เวด้าหนีไป!!! แม้กาแวนด์จะตะโกนจนสุดเสียงแต่ว่ามันก็เบาจนเธอแทบไ ม่ได้ยิน ในขณะที่มังกรหันมามองใบหน้าเธอ และค่อยๆ อ้าปาก เปลวไฟ ค่อยๆ เอ่อล้นออกมาจากลำคอของมัน เราต้องยิง.......... จริงๆ แล้วทางเลือกของเธอไม่น่าจะเลือกได้ยากเลย เพียงแต่สถานการณ์มันบีบบังคับให้เธอมั่วแต่ตื่นตระห นก จนคิดถึงทางเลือกสองทาง จุดประสงค์เดิมของเธอคือถ่วงเวลาจนกว่าอัศวินจะมาถึง และกำหราบมันได้ ไม่ใช่การล้มมันด้วยฝีมือเธอ ดังนั้นเมื่อดูจากสถานการณ์ เพียงแค่เธอปล่อยสายธนูและสร้างบาดแผลให้กับมันได้ เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับการถ่วงเวลาแล้ว โธ่ว้อย....... เวด้าได้แต่ติตัวเองทีมัวแต่หลงระเริงว่าเธอสามารถจะ ล้มมันได้ด้วยตัวเอง จนลืมเป้าหมายเดิมไป เธอปล่อยสายรั้งธนูออกทันทีที่คิดได้ ลวดลายบนแขนสีแดงที่เธอวาด ค่อยๆ เลื้อยกลับจากใต้ดวงตาไปยังหัวไหล่และกลับไปที่มือ และ วิ่งไปตามสายธนูและคันธนูไปสู่ลูกศร ก่อนจะตรงออกกรีดกำแพงอากาศจนเป็นเสียง วี้ดดดดด ดังๆ แรงสะท้อนของการยิงเล่นเอาหอนาฬิกาที่เธอยิงนั้น นั้นแทบกระจุยเป็นชิ้นๆ กระสุนที่พุ่งไปด้วยความเร็วสูง หากมันโดนมังกรตัวนั้น อย่างน้อยๆ ก็ทำให้มันลงไปนอนกับพื้นได้เป็นแน่ แต่ว่าด้วยการตัดสินใจที่ช้าไปของเวด้าเพียงชั่ววินา ทีเดียวเท่านั้นเอง มังกรตัวนั้นก็พ่นไฟสวนมากับลูกธนูเธอ ลูกธนูของเธอนั้นทรงพลังมาก หากเป็นเปลวไฟสีแดงหรือสีฟ้าหละก็ ลูกธนูนี้ก็สามารถทะผ่านเปลวไฟนั้นและทะลุเข้าสู่ลำค อของมันได้เป็นแน่ หากแต่เปลวไฟครั้งนี้ไม่ใช่ทั้งสีแดงหรือสีฟ้า แต่มันคือเปลวไฟสีดำ เปลวไฟจากนรกโลกันต์ที่แผดเผาได้ทุกอย่างที่มันสัมผั สมัน ลูกศรที่เด็กสาวปล่อยไปนั้นไม่อาจต่อต้านกับพลังเปลว ไฟอันมหาศาลนั้นได้ จนได้แต่ถูกแผดเผาให้กลายเป็นเถ้าธุลีในอากาศเท่านั้ น บ้า.... บ้าน่า เด็กสาวได้แต่มองลูกศรตนที่หายไปกลางอากาศ อย่างตื่นตะลึง เปลวไฟสีดำค่อยๆ พุ่งเข้ามาหาเธอ เราจะมาตายที่นี้งั้นหรือ...... ในวินาทีนั้นความสิ้นหวังเข้าถาโถมเวด้า เธอไม่อาจหันหลังหนีให้กับเปลวไฟ แม้จะยังอาจจะมีโอกาสอยู่บ้างหากจะหนีเอาตัวรอดตอนนี ้ ไม่นะ ปากของเธอขยับแต่ว่าไม่มีเสียงใดๆ ออกมา เปลวไฟในสายตาของเธอค่อยๆ คืบคลานเข้ามาหาเธอเป็นภาพช้า ราวกับเวลาที่ตรงนั้นถูกทำให้เดินช้าลง วูบ!!!!! ในภาพช้านั้นเอง มีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาขวางระหว่างตัวเธอและเปลวไฟ ในภาพช้านั้นมาชั่วพริบตาหนึ่งที่เจ้าของร่างนั้นสบต ากับเธอ ดวงตาสีเหลืองอร่าม นั้นมองตรงมายังตัวเธอ ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกับที่เขาเคยยิ้ มให้กับเธอที่ระเบียง ร่าง ลอยจากพื้นหอนาฬิกาที่พังไม่มีชิ้นดี ด้วยแรงกระแทก ที่เด็กหนุ่มมอบให้กับเธอ เธอที่ค่อยๆ ลอยคว้างในอากาศมองเห็นเด็กหนุ่มที่มอบยิ้มให้กับเธอ และค่อยๆ ถูกเปลวไฟสีดำ กลบหายไปต่อหน้าต่อตา “ ............................!! ” เธอตั้งใจจะตะโกนเรียกชื่อของเขา แต่ว่าในเวลานั้นเองเธอก็รู้ตัวว่าเธอยังไม่รู้จักแม ้แต่ชื่อเขาเลยด้วยซ้ำ เวลาที่เชื่องช้ากลับมาเดินเป็นปกติ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตาที่มอบให้แก่ผู้ที่ไม่รู้ แม้กระทั่งชื่อ ไม่รู้แม้กระทั่งเป็นใคร รู้แต่เพียงแค่เขาได้หายไปแล้ว หายไปในเปลวไฟสีดำนั้น |
| | |
| | #25 (permalink) |
| สมาชิกเฝ้าบอร์ด TG ![]() โพส: 2,080 TG ออร่า: ![]() ![]() สถานที่: Somewhere I belong~ | สรุปมันแก้จากตรงไหนงะลุงจิ๊บผมอ่านไม่รู็เรื่องเลยเ หอๆ =w="
__________________ ![]() The Gate Semester II ไหดองใบใหม่ Starry Night - คืนวันจันทรา “Life is a journey that must be traveled no matter how bad the roads and accommodations.” Oliver Godsmith |
| | |