ถ้าหากรักนี้ ไม่บอก... ไม่พูด... ไม่กล่าว...




Results 1 to 4 of 4

ชื่อกระทู้: ถ้าหากรักนี้ ไม่บอก... ไม่พูด... ไม่กล่าว...

  1. #1
    น้องใหม่ TG holy_princess's Avatar
    สมัคร
    Apr 2011
    สถานที่
    http://www.facebook.com/Holy.Princess.Yam
    โพส
    46
    Downloads
    0
    Uploads
    0
    Rep Power
    0

    ถ้าหากรักนี้ ไม่บอก... ไม่พูด... ไม่กล่าว...

    ถ้าหากรักนี้ ไม่บอก... ไม่พูด... ไม่กล่าว...


    คนเราหลายๆ คนคงอาจจะเคยคิดเล่นๆ ว่า “ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ จะทำอะไรดีนะ” คำตอบนั้นก็มีแตกต่างกันไป บางคนอาจจะย้อนกลับไปทำในสิ่งที่ตัวเองไม่มีโอกาสได้ ทำ บางคนอยากจะย้อนกลับไปเฝ้าดูสิ่งต่างๆ เพื่อรำลึกถึงมัน หรือบางคนอาจจะกลับกลับไปแก้ไขสิ่งที่เคยทำผิดพลาดไป ไม่ว่าแต่ละคนจะตอบว่าอะไรก็ตาม แต่สำหรับฉันในตอนนี้ ฉันอยากย้อนกลับไปแก้ไขอดีตมากที่สุด


    ถ้าหากในวันนั้นฉันไม่ได้พูดคำนั้นออกไปละก็... ในวันนี้ฉันก็คงไม่เสียใจขนาดนี้หรอกนะ


    __________________________________________________ ________________________


    เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นจากวันนั้น วันที่ฉันได้ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ฉันไม่เคยมาที่นี่มาก่อน ฉันเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายโดยหวังว่าจะได้สำรวจมหาวิทยาลัยได้ท ุกซอกทุกมุมอย่างละเอียด จนในที่สุดฉันก็ได้เจอกับเขาคนนั้น


    ตอนนั้นฉันยืนคุยอยู่กับกลุ่มเพื่อนของฉันที่มาสำรวจ ที่นี่ด้วยกัน ผู้ชายร่างเล็กพร้อมกระเป๋าเป้ใบใหญ่ก็เดินเข้ามาทาง กลุ่มฉัน เขาเป็นคนตัวเล็กแต่ก็สูงกว่าฉันอยู่นิดหน่อย ท่าทางของเขาดูค่อนข้างอ่อนแอ ใส่แว่นกันแดดสีดำ เสื้อยืดคอกลมสีขาวและกางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าผ้าใบ ท่าทางการเดินของเขาดูไม่ค่อยจะทะมัดทะแมงเท่าไหร่นั ก อาจจะเป็นเพราะกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่เขาสะพายอยู่ก็เป็ นได้


    “เอ่อ... ขอโทษครับ ขอถามอะไรหน่อยครับ”


    เสียงของเขาดังเข้ามาทำลายการสนทนาของเรา พวกเราทุกคนหยุดพูด แล้วหันหน้าไปทางต้นเสียงนั้น


    “คือว่า... แถวนี้มีห้องน้ำไหมครับ” เขาถามขึ้น


    พวกเราทำหน้าตาเหมือนจะครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่สักพ ัก จนกระทั่งฉันเองที่เป็นฝ่ายตอบออกไปว่า


    “ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ขอโทษนะคะ” ฉันพูดออกไปพลางสังเกตสีหน้าของเขา สีหน้าของเขาดูแสดงความผิดหวังออกมาเล็กน้อย ฉันจึงต้องให้เหตุผลไปด้วยเสียงแผ่วๆ ว่า “คือว่าพวกเราก็เพิ่งจะเคยมาที่นี่เหมือนกันค่ะ”


    สีหน้าของเขาคนนั้นดูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าแห่งความหวังเริ่มเข้ามาแทนที่สีหน้าก่อนนั้น และแล้วบทสนาต่างๆ ก็เริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศที่ดูแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก


    จากการคุยกันทำให้ฉันพบว่าเขาเองก็เป็นนักศึกษาที่นี ่เหมือนกัน แต่เรียนกันคนละคณะ เขาเองก็มาสำรวจที่นี่เช่นเดียวกับพวกฉัน ส่วนประเป๋าเป้ที่หลังของเขานั้นคือข้าวของเครื่องใช ้ต่างๆ สำหรับอยู่หอบางส่วน ซึ่งเขาหวังว่า การมาสำรวจที่นี่และบริเวณรอบๆ ในครั้งแรก จะทำให้เขาได้หอพักภายในวันนั้นเลย ฉันเองก็คิดว่าเขาคิดง่ายเกินไปนะ



    __________________________________________________ ________________________


    หลังจากการคุยกันครั้งนั้น ฉันไม่ได้พบกับเขาอีก ไม่ได้ขอเบอร์ ไม่ได้ขอเมล์ และไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จนกระทั่งวันหนึ่งที่ฉันได้พบเขาอีกครั้ง ร่างของเขาในชุดนักศึกษาเดินตรงเข้ามาหาฉัน และเราสองคนก็เริ่มคุยกันอีกครั้ง


    เรื่องที่คุยส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเรื่อยเปื่อย ไม่ได้มีสาระสำคัญอะไร แต่บางครั้งมันก็รู้สึกสนุกและเพลิดเพลินไปกับมันเช่ นกัน ก่อนที่จะจากกัน เขาได้ขออีเมล์ฉันไว้สำหรับที่จะได้เล่นเอ็มติดต่อกั นด้วย และแล้วความสัมพันธ์ของเราก็เริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่น ั้นมา


    พวกเราแลกเบอร์กัน ไปเที่ยวด้วยกันบ้าง กินข้าวด้วยกันบ้าง และกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งๆ ที่อยู่คนละคณะกันแท้ๆ จนบางครั้งฉันเองก็แอบอดคิดไม่ได้ว่า เขาเองชอบฉันหรือเปล่านะ ถึงได้ทำแบบนี้


    ฉันนำเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อนๆ หลายคน แต่ก็ได้คำตอบมาเกือบๆ ตรงกันว่าเขาชอบเราแน่ๆ ถึงแม้เราจะไม่ค่อยเชื่อก็เถอะ แต่ในบางครั้งการแสดงออกของเขาก็คล้ายๆ กับว่าเขาชอบเราอยู่เหมือนกันนะ


    ฉันยังจำได้ดี วันที่พวกเราไปเที่ยวด้วยกันสองต่อสองครั้งแรก วันนั้นเขาขอเลี้ยงข้าวกลางวันฉัน ถึงแม้จะเป็นอาหารที่ฟู้ดคอร์ทก็เถอะ แต่ฉันก็รู้สึกดีนะ ที่เขาทำอะไรเพื่อฉันแบบนี้


    วันนั้น วันที่ฉันต้องขนหนังสือมากมายเดินทางกลับบ้าน เขาก็อาสามาช่วยฉัน ขนหนังสือเรียนทั้งหลายเดินทางไปด้วยกัน เขาส่งฉันจนเกือบถึงหน้าบ้าน โดยที่ไม่บ่นและไม่ได้เรียกร้องสิ่งใดๆ เลย


    วันนั้น วันที่โทรศัพท์เขาเสียและฉันมีธุระต้องติดกับเขา เขาเต็มใจที่จะให้ฉันโทรไปเบอร์แม่ของเขา เพื่อที่จะขอสายพูดคุยกับเขา


    วันนั้น วันที่เป็นวันเกิดฉันและเป็นวันครบรอบที่ฉันอกหัก เขาซื้อเค้กแยมสตรอเบอร์รี่ให้ฉัน เพราะนั่นเป็นเค้กที่ฉันชอบ และนอกจากนั้น เขายังขอยืมเงินฉันไปสิบบาท เพื่อซื้อนมราคาสิบบาทให้ฉันดื่ม พร้อมกับกระดาษที่เขียนข้อความบอกว่า


    “มีคนเคยบอกว่า [รักใครให้ดื่มนม] ที่เราเอาเงินแยมซื้อนมให้แยมกิน เราอยากจะบอกแยมว่า ให้แยมรักตัวเองให้มากๆ นะ อย่าไปคิดถึงมันเลยอดีตที่ไม่ดีน่ะ”


    และคำนั้นเองที่ทำให้ฉันเริ่มหลงใหลในตัวของผู้ชายคน นี้



    __________________________________________________ ________________________


    ความสัมพันธ์ของเราพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งฉันเริ่มมั่นใจว่า เขาเองคงจะชอบฉันจริงๆ ฉันจึงรอ รอวันที่เขาจะบอกคำๆ นั้นกับฉัน รอวันที่ฉันจะได้เริ่มต้นนับหนึ่งร่วมกับเขา และรอวันที่ฉันจะสามารถใช้คำว่า [เรา] ร่วมกับใครสักคน


    จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ สุดท้ายเขาก็ยังไม่พูดคำนั้น แต่ฉันไม่คิดอะไรมากหรอกนะ เพราะปกติแล้ว เขาก็เป็นคนที่ไม่ค่อยจะกล้าพูดอะไรแบบนี้อยู่แล้ว เขาเองค่อนข้างจะขี้อาย ถึงแม้เรื่องการกระทำเขาจะแสดงออกถึงความรู้สึกของเข าได้ดีก็เถอะ แต่เรื่องพูดนี่สิ เขาพูดไม่ค่อยเก่งเอาเสียเลย ฉันจึงตัดสินใจว่า ฉันจะเป็นฝ่ายพูดคำนั้นออกไปก่อนเอง


    และแล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่ฉันตัดสินใจพูดคำนั้นออกไป พวกเราอยู่กันสองต่อสองที่ร้านอาหารที่ฉันชอบกินที่ส ุด ก็ร้านข้าวผัดปูหน้ามหาวิทยาลัยนี่แหละ ถึงแม้ที่ร้านจะมีคนอยู่มากก็เถอะ แต่สำหรับเราแล้ว โต๊ะและบริเวณที่เรานั่งก็ถือว่าค่อนข้างส่วนตัวได้เ หมือนกัน


    ฉันเริ่มจากการชวนคุยอะไรไปเรื่อยเปื่อยก่อนที่จะโยง กลับเข้ามาเรื่องความรัก ฉันถามเขาถึงสเป็กของสาวที่ชอบ รวมถึงแอบพูดเล่นว่าฉันเองก็อยู่ในสเป็กของเขาเหมือน กัน


    และแล้วเวลาที่ฉันจะได้พูดก็มาถึง ในตอนนั้นหัวใจของฉันเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกร้อนผ่าวแผ่ซ่านขึ้นมาบนใบหน้า นี่จะเรียกว่าอาการเขินอายหรือเปล่านะ ตอนนี้เขาจะมองว่าฉันหน้าแดงหรือเปล่านะ ในที่สุดฉันก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วก็พูดออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า


    “เราชอบนายนะ”


    เหมือนกับบรรยากาศรอบตัวจะเงียบสงัด ถึงแม้ว่าเสียงผู้คนรอบข้างจะยังจ้อกแจ้กจอแจอยู่ก็ต าม แต่จิตใจของฉันในตอนนี้จดจ่ออยู่กับคำพูดที่จะออกมาจ ากปากของเขาเท่านั้น


    สีหน้าของเขาเริ่มแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ฉันเห็นเขาก้มหน้าลงทำตัวลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก ฉันจึงได้แต่นิ่งเงียบ เพราะถ้าหากพูดอะไรออกไปละก็ เขาคงจะประหม่ายิ่งกว่านี้แน่ๆ


    เขาพยายามควบคุมสติของตัวเอง และทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่ดูเหมือนว่าไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่สามารถปกปิดใบหน้า ที่แดงก่ำนั้นได้ เขาพยายามพูดออกมาอย่างเขินๆ แบบขอไปทีว่า


    “ไม่บอกตอนนี้ได้มั้ยอ่ะ”


    ซึ่งฉันเองก็ตกลงโดยที่แอบยิ้มเล็กๆ กับท่าทางของเขา



    __________________________________________________ ________________________


    หลังจากวันนั้นมา ความสัมพันธ์ของฉันกับเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นไ ด้ชัด คงจะคิดว่ามันเป็นไปในทางที่ดีสินะ ฉันขอตอบเลยว่ามันผิดอย่างมหันต์ เพราะหลังจากวันนั้น ฉันก็ติดต่อเขาไม่ได้อีกเลย ไม่ว่าจะทั้งทางโทรศัพท์ ทางเอ็ม หรือแม้แต่ไปหาเขาที่คณะก็ตาม ในตอนนี้ เขาหายไปจากชีวิตฉันโดยสมบูรณ์แล้ว


    ฉันใช้ชีวิตในวันต่อๆ มาเรื่อยๆ โดยที่ไม่สามารถติดต่อเขาได้จนกระทั่งวันนั้นมาถึง วันที่ 7 มีนาคม ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา วันนั้นฉันไม่มีเรียนจึงออกไปเที่ยวกับเพื่อนตั้งแต่ ตอนสายๆ กว่าฉันจะกลับมาที่มหาวิทยาลัยก็เป็นเวลาค่ำๆ แล้ว ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่ฉันได้บังเอิญเจอ กับเขาคนนั้น


    ฉันรู้สึกราวกับว่าความกังวลในใจที่มีมาตลอดหลายสัปด าห์เริ่มคลี่คลายออก แค่เพียงเห็นว่าเขายังปลอดภัยดีเท่านั้น ฉันเองก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ฉันเดินเข้าไปหาเขาโดยไม่ได้บอกกล่าวใดๆ กับกลุ่มเพื่อนของฉัน เขาหันมาพบฉันที่กำลังเดินเข้าไปหา ก็แสดงสีหน้าตกใจเล็กน้อย แล้วก็กลับมาสู่สีหน้าปกติ ฉันหยุดยืนเบื้องหน้าเขา จ้องมองไปที่เขาด้วยสายตาที่เป็นห่วงเป็นใย พร้อมกับเอ่ยถามคำถามที่คาอยู่ในใจออกไป


    “นายหายไปไหนมาตั้งเป็นเดือน รู้มั้ยว่าฉันเป็นห่วงมากเลยนะ”


    เขาก้มหน้าลงพลางพึมพำอะไรบางอย่างกับตัวเอง ไม่รู้ว่าฉันรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่า เขาดูเย็นชาขึ้นกว่าเดิมนะ ฉันจ้องมองเข้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น ในตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าเขามีอะไรบางอย่างเปลี ่ยนไป และฉันก็เดาไม่ผิดจริงๆ เขาเริ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงท ี่แผ่วเบาและเย็นชาว่า...


    “ที่เราหายไป แยมก็น่าจะรู้คำตอบของเราแล้วไม่ใช่เหรอ...”


    หลังจากที่เราได้ยินคำพูดนั้น ราวกับว่าหัวใจของฉันถูกทิ่มแทงด้วยเข็มนับพันเล่ม น้ำตาของฉันไหลทะลักออกมาโดยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ฉันยังคงยืนอยู่แบบนั้น มือของฉันกำแน่นจนตัวของฉันเริ่มสั่นเทา และในที่สุด ฉันก็รู้สึกราวกับว่าร่างกายของฉันจะเริ่มทรงตัวไม่อ ยู่แล้ว


    โชคดีที่เพื่อนของฉันที่มาด้วยกันช่วยประคองฉันไว้ได ้ทัน ทำให้ฉันไม่ได้ล้มลงกับพื้น ในตอนนี้ฉันมองไปยังใบหน้าของเขา สีหน้าของเขาแสดงออกถึงความตกใจปนเสียใจ เขาเองก็คงจะรู้สึกผิดสินะ ทำไมกันนะ ทำไมฉันถึงต้องยังคิดถึงความรู้สึกของเขาแบบนี้อีก


    หลังจากที่สติของเพื่อนฉันอีกคนเริ่มกลับมา เพื่อนฉันคนนั้นก็ตรงเข้าไปหมายจะตบหน้าเขา แต่ว่า... ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันที่ฉันดึงแขนเพื่อนของฉันเอาไ ว้ได้ทัน ฉันไม่เข้าใจตัวเองเลยว่า ทำไมฉันถึงต้องช่วยเขาคนนั้นด้วย ทั้งๆ ที่เขาทำกับฉันถึงขนาดนี้


    ฉันพยายามใช้แรงที่เหลืออยู่เข้าไปกอดเพื่อนคนนั้นเพ ื่อไม่ทำร้ายเขาคนนั้นอีก เขาคงนั้นเองก็คงจะตกใจมากพอดู จึงรีบหนีไปจากสถานที่ตรงนั้น โดยมีเพื่อนของฉันตะโกนไล่หลังไปว่า


    “อย่าสะเออมาให้เห็นหน้าอีกนะ ไอ้หน้าตัวเมีย”


    หลังจากที่เขาจากไปแล้ว สติฉันก็เริ่มกลับคืนมาอีกครั้ง ฉันมองไปรอบๆ ตัว มีผู้คนรอบข้างที่ฉันไม่รู้จักจ้องมองฉันอยู่เต็มไปห มด แต่ว่า... เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ต้องมาแคร์ใครแล้ว น้ำตาของฉันเองก็ยังไม่หยุดไหล ฉันทรุดลงนั่งบนพื้นพลางปล่อยโฮออกมาเต็มที่ โดยมีเพื่อนของฉันทั้งสองคนคอยปลอบใจอยู่เคียงข้าง


    ฉันไม่รู้หรอกว่าฉันนั่งอยู่นานแค่ไหนกว่าจะรู้สึกดี ขึ้น กว่าที่จะรู้สึกตัวฉันและเพื่อนฉันเองก็โดนยุงกัดจนม ีผื่นอยู่เต็มไปหมด เพื่อนฉันบอกว่าฉันนั่งอยู่ตรงนั้นนานมาก นั่งร้องไห้อย่างเงียบๆ ถามอะไรก็ไม่ตอบ เหมือนคนไม่มีวิญญาณ และไม่สนใจอะไรภายนอกเลย


    ฉันเองก็ไม่รู้จะขอบคุณเพื่อนฉันยังไง นอกจากทำตามคำแนะนำของเพื่อนฉันคนหนึ่ง ที่บอกให้ฉันเขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา หลายๆ ครั้งที่ฉันมีความทุกข์ใจอะไร การเขียนมันออกมาเป็นเรื่องราว การเล่ามันออกมาเป็นตัวอักษร สามารถช่วยฉันได้เสมอ อย่างน้อย สิ่งนั้นก็เป็นที่ระบายที่ดีสำหรับฉัน


    __________________________________________________ ________________________


    ที่ฉันนำเรื่องที่เกิดขึ้นมาเขียนนิยายนี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรนอกจากต้องการถ่ายทอดความเจ็บ ปวดของฉัน ถ่ายทอดความรู้สึกของฉันให้คนอื่นได้รับรู้ ฉันคิดว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ ในวันนั้น ที่ร้านข้าวผัดปู ฉันคงไม่บอกว่าชอบเขาไปหรอก ถึงแม้ในใจจะอยากบอกแค่ไหนก็ตาม เพราะว่าจริงๆ แล้ว การที่ได้อยู่กับเขา ไม่ว่าในฐานะอะไร มันก็ทำให้ฉันมีความสุขมากพอแล้ว


    ฉันไม่คิดที่จะย้อนเวลากลับไปตอนที่ยังเพิ่งเจอเขาคร ั้งแรก แล้วรีบปฏิเสธเขาไปหรอก เพราะว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาฉันมีความสุขมากๆ ฉันยังเก็บกระดาษที่เขาเขียนให้ฉันตอนวันเกิดไว้อยู่ เลยนะ กระดาษที่เขียนว่า


    “มีคนเคยบอกว่า [รักใครให้ดื่มนม] ที่เราเอาเงินแยมซื้อนมให้แยมกิน เราอยากจะบอกแยมว่า ให้แยมรักตัวเองให้มากๆ นะ อย่าไปคิดถึงมันเลยอดีตที่ไม่ดีน่ะ”


    ฉันหยิบมันขึ้นมาดูทุกครั้งเวลาฉันท้อแท้หรือหมดกำลั ง อย่างน้อยสิ่งนั้นมันก็ทำให้ฉันรู้ว่า “เวลาที่เราไม่มีใครให้รัก นั่นคือเวลาที่เราต้องรักตัวเอง” แต่นับจากวันนี้ กระดาษแผ่นนั้นจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว ฉันจะขยำมัน ฉีกมันเป็นชิ้นๆ แล้วทิ้งมันลงในถังขยะ เก็บไว้เพียงแค่ข้อคิดจากกระดาษแผ่นนั้น เก็บเอาไว้ในความทรงจำ เท่านั้นก็พอแล้ว


    เพราะว่าเวลาไม่อาจไหลย้อนกลับ หัวใจที่บอบช้ำของฉัน จึงไม่อาจกลับเป็นเหมือนเดิมได้ แต่ยังไงตัวฉันก็ยังต้องมีชีวิตต่อไป เพราะฉันยังมีเพื่อนดีๆ ที่คอยเคียงข้างฉันอยู่ ยังมีความทรงจำดีๆ ที่ฉันได้จดจำเอาไว้ ฉันยังมีข้อคิดดีๆ ที่สามารถสร้างความสุขให้กับตัวเองได้ ต่อไปนี้ฉันเองคงต้องซื้อนมมาดื่มบ่อยๆ แล้วละ เพราะฉันจำได้ขึ้นใจแล้วว่า


    “รักใคร ให้ดื่มนม”

  2. #2
    สมาชิก TG รุ่นใหญ่ Boom_Cotton's Avatar
    สมัคร
    Oct 2007
    สถานที่
    เปลี่ยนผันตามกาลเวลา
    โพส
    982
    Downloads
    0
    Uploads
    0
    Rep Power
    0
    จะว่าไป ผมเองก็เคยขยำกระดาษที่เก็บความทรงจำดี ๆ ไว้เหมือนกันนะครับ คงเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่ลึก ๆ แล้วก็เสียดายมากครับ

    เพื่อความรักและสันติภาพ "LOVE & PEACE"

  3. #3
    สมาชิก TG รุ่นเก๋า Graybackson's Avatar
    สมัคร
    Mar 2009
    สถานที่
    หน้าโน๊ตบุ๊คคู่ใจ =w=
    โพส
    1,358
    Downloads
    0
    Uploads
    0
    Rep Power
    0
    ไอ้ที่ขยำไป เชื่อสิ พอคิดถึงก็จะหยิบมันขึ้นมานั่งอ่านทุกทีไป

    รู้สึกเดี๋ยวนี้จะมีแต่เรื่องอกหักรักคุดไปทั่วกองกำ ลังวินเซสเตอร์ (เอ๊ยไม่ใช่!!)

    รู้สึกเวลาที่บรรยายอะไรถึงตัวเองเนี่ย จะเขียนได้ดีกว่าเขียนนิยายอีกนะ 55+

    Latest Update : 21 เม.ย. 57 - 8 ส.ค. 57
    ฝึกงานยาวๆ ที่ AIT (Asia Institute of Technology) จ้า


    Games I'm pro playing

    Pokemon (All)
    Fire Emblem (6-13)
    Advance Wars (All)
    DotA 2 Valve
    Megaman Series (All)

    Harvest Moon (FoMT)

    Farmville 2
    Minecraft
    Rust

  4. #4
    น้องใหม่ TG holy_princess's Avatar
    สมัคร
    Apr 2011
    สถานที่
    http://www.facebook.com/Holy.Princess.Yam
    โพส
    46
    Downloads
    0
    Uploads
    0
    Rep Power
    0
    กระดาษแผ่นนั้นเราทิ้งไปแล้วจ้าาา ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วอ่าาา

    ปกติถ้าเป็นเรื่องที่เรามีความรู้สึกร่วมด้วยมากๆ ก็จะบรรยายออกมาแบบนี้ได้เองอ่าาา

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •  
Thaigaming.com
Thailand Biggest Gaming Communities
ขณะนี้ กำลัง ปรับปรุง อัพเกรดระบบ อาจพบ ปัญหาระบบยังไม่สมบูรณ์
Join us