Thaigaming Network the 8th: the ultimate evolution of gamertainment tribes. Protect the earth from global warming.

สมัครสมาชิก | รายชื่อสมาชิก | ค้นหา | ข้อความใหม่วันนี้ | ทำสัญลักษณ์ว่าอ่านแล้ว |
 





กลับไป   Thaigaming > Thaigaming General > Fiction

ดูผลการโหวต: คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับตำนาน...?
ถึงคนอื่นไม่เชื่อ แต่ผมก็เชื่อและศรัทธาในมันอย่างมาก... 4 11.76%
เป็นเรื่องที่สนุกสนานและมีสิ่งที่น่าจะเป็นในหลายๆเ รื่อง แต่อาจมีการแต่งเพิ่มเติม.. 18 52.94%
เชื่อบ้าง ไม่เชื่อบ้าง แต่ก็น่าสนใจ... 11 32.35%
ไม่เชื่อหรอก มนุษย์แต่งทั้งเพ ถึงมีเรื่องจริง ก็อาจน้อยนิด... 1 2.94%
ผู้โหวต: 34. ไม่อนุญาติให้โหวตกระทู้นี้

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม แสดงผล
เก่า 08 Sep 2007, 16:26   #31 (permalink)
สมาชิก TG รุ่นเก๋า
 
Vedora's sword's Avatar
 
โพส: 1,103
ดาวโหลด: 86
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 8

TG ออร่า:
Vedora's sword auraVedora's sword aura



ร้อยอันดับที่โลกต้องจารึก

http://my.dek-d.com/nightmare_PAN/st....php?id=219485
__________________


Castlevania: Vlad Radu Legend

เล่ม 1

เล่ม 2



Lord Radu Cel Frumos

Ytinrete rof dlrow eht esruc llahs i!!

แก้ไขโดย Vedora's sword : 09 Sep 2007 เวลา 06:55.
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
 
เก่า 12 Sep 2007, 12:49   #32 (permalink)
สมาชิก TG รุ่นพี่
 
arx-lucifer's Avatar
 
โพส: 493
ดาวโหลด: 113
อัพโหลด: 16
รับคำขอบคุณ: 8

TG ออร่า:
arx-lucifer auraarx-lucifer aura


สถานที่: -* โลกแห่งนวนิยาย*-

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง arx-lucifer
ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากๆเลยครับ ท่านVedora's Sword
ส่วนผมก็ได้ทำการอัพโหลดให้อ่านกัน นะครับ
-------------------------------------------
ไฟล์แนบเอกสาร
ชนิดของไฟล์: doc Search The Planet X.doc (274.5 KB, 80 views)
ชนิดของไฟล์: doc PlanetXAgain.doc (184.5 KB, 107 views)
__________________

~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~
Castlevania : Symphony Of Newworld
ข้อมูลปัจจุบัน
ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300
ระยะเวลาที่แต่ง = 4-5 ปี
จำนวนบท =13 บท
.. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 24 Sep 2007, 02:35   #33 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
pongchai's Avatar
 
โพส: 209
ดาวโหลด: 287
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 2

TG ออร่า:
pongchai aura


สถานที่: กลุ่ม naruto ของคนบ้า naruto

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง pongchai
อืม.....หมดแล้วเหรอครับ ทำไมไม่ลงต่อล่ะครับ
__________________
Spoiler:
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 24 Sep 2007, 04:12   #34 (permalink)
แฟนพันธ์แท้ TG
 
Ignite Virgil's Avatar
 
โพส: 3,481
ดาวโหลด: 28
อัพโหลด: 0
Blog Entries: 29
รับคำขอบคุณ: 497

TG ออร่า:
Ignite Virgil auraIgnite Virgil aura
Ignite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil aura


สถานที่: Thaigaming Site™

ข้อความถูกลบ!
__________________

Grooves
- Main idea
true work has to attend in it, too.
- Principle each grooves are gonna be awesome, must be created by your own mind.

Contact me at http://tinykiddo.hi5.com (Fliggz)

แก้ไขโดย Ignite Virgil : 26 Feb 2008 เวลา 08:17.
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 24 Sep 2007, 04:51   #35 (permalink)
สมาชิกเฝ้าบอร์ด TG
 
Myzrael's Avatar
 
โพส: 2,286
ดาวโหลด: 19
อัพโหลด: 0
Blog Entries: 2
รับคำขอบคุณ: 7

TG ออร่า:
Myzrael auraMyzrael aura


สถานที่: Along the path to the brightest star in the universe...

ส่งข้อความผ่าน ICQ ถึง Myzrael ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Myzrael ส่งข้อความผ่าน Yahoo ถึง Myzrael Send a message via Skype™ to Myzrael
ภาษาซี..มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องตำนานเนี่ย ? เท่าที่พี่รู้จักเนี่ย มันมีแต่ภาษาซีที่ใช้เขียนโปรแกรมนี่นา...รึว่ายังมี อีกหว่า -__-?
__________________
Find a penny
Pick it up
All that day you'll have good luck.

Lose a penny
Curse your strife
You won't see it in your fucking life.



...Bitch.
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 25 Sep 2007, 15:08   #36 (permalink)
สมาชิก TG รุ่นพี่
 
arx-lucifer's Avatar
 
โพส: 493
ดาวโหลด: 113
อัพโหลด: 16
รับคำขอบคุณ: 8

TG ออร่า:
arx-lucifer auraarx-lucifer aura


สถานที่: -* โลกแห่งนวนิยาย*-

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง arx-lucifer
ภาษาซี ไม่เคยได้ยินเลยครับ มิว ถ้าแบบที่พี่บอนด์บอกคงพอรู้มั่ง อิอิ
ผมความรู้น้อย ต้องถามท่าน Vedora's Sword แล้วล่ะครับ
---------------------------------------
งั้นเอานี่ไปแก้เคล็ดก่อนนะครับ

คำพยากรณ์ของพระเยซู
ท่านคงจะเคยได้ยินคำทำนายของนักพยากรณ์หลายๆท่าน ซึ่งบางครั้งก็ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง แต่หากผู้พยากรณ์คนนั้นเป็นพระเจ้าล่ะ มันจะเป็นเพียงแค่คำทำนายธรรมดาทั่วไป หรือว่าเป็นแผนการของพระเจ้าที่จัดเตรียมไว้?

และนี่เป็นส่วนหนึ่งของคำทำนายจากผู้เป็นพระเจ้า นั่นคือพระเยซูคริสต์ มีคำพยากรณ์ที่พระเยซูคริสต์ได้บอกกับอัครสาวกและได้ ถูกบันทึกโดยการดลใจจากพระเจ้าลงในพระคัมภีร์ไบเบิลใ นภาคพันธสัญญาใหม่






1. คริสตจักรจะอยู่รอดและเจริญรุ่งเรือง
Matthew 16:17
พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "ซีโมนบุตรโยนาเอ๋ย ท่านก็เป็นสุข เพราะว่าเนื้อหนังและโลหิตมิได้แจ้งความนี้แก่ท่าน แต่พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงแจ้งให้ทราบ ฝ่ายเราบอกท่านด้วยว่า ท่านคือเปโตร และบนศิลานี้เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ และประตูแห่งนรกจะมีชัยต่อคริสตจักรนั้นก็หามิได้
คริสตจักรจะไม่ถูกเอาชนะหรือหมดสิ้นไปเพราะขาดผู้เชื ่อ คริสเตียนในยุคแรกได้ทนต่อการถูกข่มเหงอย่างมากใน 3 ยุคสมัยของอาณาจักรโรมัน แต่คริสตจักรก็อดทนอย่างแรงกล้าและเจริญรุ่งเรืองมาจ นถึงกระทั่งทุกวันนี้

2. วิหารที่กรุงเยรูซาเล็มจะถูกทำลายลง
Matthew 24:1-2
ฝ่ายพระเยซูทรงออกจากพระวิหาร แล้วพวกสาวกของพระองค์มาชี้ตึกทั้งหลายของพระวิหารให ้พระองค์ทอดพระเนตร พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า "สิ่งสารพัดเหล่านี้พวกท่านเห็นแล้วมิใช่หรือ เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ศิลาที่ซ้อนทับกันอยู่ที่นี่ ซึ่งจะไม่ถูกทำลายลงก็หามิได้




วิหารได้ถูกทำลายลงครั้งแรกเมื่อ 586 BC และได้ถูกบูรณะขึ้น 70 ปีหลังจากนั้น วิหารได้คงอยู่ 586 ปี และได้ถูกทำลายลงเมื่อปี 70 AD
การทำลายวิหารทั้งสองครั้งถูกทำลายโดยอาณาจักรที่เจร ิญรุ่งเรืองที่สุดในยุคนั้นๆ คือ ยุคแรกบาบิโลน และยุคหลังคือ โรมัน
เมื่อ 70 ADโรมันได้เข้าทำลายเยรูซาเล็ม และฆ่าชาวยิวประมาณ 1.1 ล้านคน ระหว่างนั้นได้มีการเผาทำลายวิหารเพื่อหลอมเอาทองคำ และเมื่อทองคำหลอมละลายก็ไหลลงไปตามซอกหิน ทหารโรมันจึงทำลายหินที่ทับซ้อนกันเพื่อเอาทองคำ จึงไม่มีหินก้อนไหนที่ทับซ้อนกันอยู่เลย
3.ข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของพระเยซู จะถูกประกาศไปทั่วโลก
Matthew 24:14
ข่าวประเสริฐเรื่องอาณาจักรนี้จะประกาศไปทั่วโลกให้เ ป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง
ข่าวประเสริฐจะถูกประกาศไปทั่วทั้งโลก ในทุกวันนี้เรื่องของพระเยซูถูกประกาศออกไปมากมายทั่ วโลก แม้แต่ในประเทศไทยเองก็เช่นกัน และยิ่งยุคนี้ด้วยแล้วการติดต่อสื่อสาร ส่งข่าวทั้งทางโทรทัศน์และอินเตอร์เน็ต หรือโทรศัพท์ก็มีศักยาภาพที่ดีในการส่งข่าวไปได้ทุกท ี่แล้ว และเมื่อทุกคนได้ยินเรื่องข่าวประเสริฐแล้ว ที่สุดปลายจะมาถึงก็คือวันพิพากษานั่นเอง

4. จะเกิดเหตุการณ์ความทุกยากลำบาก
Matthew 24:21-22
ด้วยว่าในคราวนั้นจะเกิดความทุกข์ลำบากใหญ่ยิ่ง อย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่เริ่มโลกมาจนถึงเวลานี้ และจะไม่มีต่อไปอีกเลย และถ้ามิได้ทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า จะไม่มีเนื้อหนังใดๆรอดได้เลย แต่เพราะทรงเห็นแก่ผู้ที่เลือกสรรไว้ จึงทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า



ปัจจุบันเกิดเหตุการณ์เลวร้ายทั้งจากโรคระบาด การกันดารอาหารความทุกทรมานต่างๆและสงครามทั่วทุกมุม โลกได้เกิดขึ้นแล้ว
5. ชาวยิวจะกระจัดกระจายไปทั่วโลก
Luke 21:24
เขาจะล้มลงด้วยคมดาบ และต้องถูกกวาดเอาไปเป็นเชลยทั่วทุกประชาชาติ และคนต่างชาติจะเหยียบย่ำกรุงเยรูซาเล็ม จนกว่าเวลากำหนดของคนต่างชาตินั้นจะครบถ้วน
ชาวยิวถูกเหยียบย่ำโดย Gentiles และชาวยิวจะกระกระจายไปยังทุกชาติ และนี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นโรมันได้เข้าทำลายกรุง เยรูซาเล็มเมื่อปี 70 AD และอีกครั้งในปี 35 AD การเข้าทำลายกรุงเยรูซาเล็มทั้งสองครั้งได้คร่าชีวิต ชาวยิวไปกว่า 1.5 ล้านคน ชาวยิวอีกหนึ่งคน ได้ตกเป็นทาสของคนประเทศอื่น ส่วนใหญ่ทางยุโรป และเอเชียบางส่วน และในยุคต่อมาชาวยิวก็ได้รับการยอมรับของคนทั่วโลกใน ทุกทวีป

6. อิสราเอลจะกลับมารวมกันเป็นประเทศอีกครั้งและเป็นสัญ ญาณเตือนถึงวันพิพากษา
Luke 21:29-31
พระองค์ตรัสคำอุปมาแก่เขาว่า "จงดูต้นมะเดื่อและต้นไม้ทั้งปวงเถิด เมื่อผลิใบออกแล้ว ท่านทั้งหลายก็เห็นและรู้อยู่เองว่าฤดูร้อนจวนจะถึงแ ล้ว เช่นนั้นแหละ เมื่อท่านทั้งหลายเห็นเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้น ก็ให้รู้ว่าอาณาจักรของพระเจ้าใกล้จะถึงแล้ว 32เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนในชั่วอายุนี้จะไม่ล่วงลับไปจนกว่าสิ่งทั้งปวงนี้จ ะสำเร็จ ฟ้าและดินจะล่วงไป แต่ถ้อยคำของเราจะสูญหายไปหามิได้เลย



อิสราเอลได้กลับมาเป็นประชาชาติอีกครั้ง เมื่อ 2000 ปีก่อนอิสราเอลได้ถูกปกครองโดยโรมัน อิสราเอลไม่มีอำนาจในการปกครองตนเองในยุคนั้น จนกระทั่งหลังยุคของการเนรเทศ ชาวยิวได้กลับสู่แผ่นดินอิสราเอลอีกครั้งและได้ฟื้นฟ ูอำนาจอธิปไตยและรวมกันเป็นประเทศในปี 1948 AD เมื่อไม่นานมานี้เอง !! นั่นหมายความว่านี่เป็นสัญญาณว่าเวลานั้นใกล้เข้ามาแ ล้ว...
7. พระวจนะของพระเยซูจะดำรงอยู่เป็นนิจ
Luke 21:33
ฟ้าและดินจะล่วงไป แต่ถ้อยคำของเราจะสูญหายไปหามิได้เลย

คุณเคยเห็นใครที่กล้าอ้างเช่นนี้บ้างรึป่าวว่าถ้อยคำ ของเขาจะไม่ถูกลืมเลือน กว่า 2000 ปีมาแล้วที่ถ้อยคำของพระเยซูถูกบันทึกมาตลอด และคริสเตียนนั้นก็มีอยู่ทั่วโลก ดังนั้นไม่มีทางเลยที่พระวจนะของพระเยซูจะถูกลืมไปจา กโลกนี้


8. จะเกิดภัยพิบัติแก่โลกและแหล่งน้ำของโลกจะมีสารปนเปื ้อน
Revelation 8:7-11
เมื่อทูตสวรรค์องค์แรกเป่าแตรขึ้น ลูกเห็บและไฟปนด้วยเลือดก็ถูกทิ้งลงบนแผ่นดิน ต้นไม้ไหม้ไปหนึ่งในสามส่วน และหญ้าเขียวสดไหม้ไปหมดสิ้น
เมื่อทูตสวรรค์องค์ที่สองเป่าแตรขึ้น ก็มีสิ่งหนึ่งเหมือนภูเขาใหญ่กำลังลุกไหม้ถูกทิ้งลงไ ปในทะเล และทะเลนั้นได้กลายเป็นเลือดเสียหนึ่งในสามส่วน สัตว์ทั้งปวงที่มีชีวิตอยู่ในทะเลนั้นตายเสียหนึ่งใน สามส่วน และบรรดาเรือกำปั่นแตกเสียหนึ่งในสามส่วน
เมื่อทูตสวรรค์องค์ที่สามเป่าแตรขึ้น ก็มีดาวใหญ่ดวงหนึ่งเป็นเปลวไฟลุกโพลงดุจโคมไฟตกจากท ้องฟ้า ดาวนั้นตกลงบนแม่น้ำหนึ่งในสามส่วน และตกที่บ่อน้ำพุทั้งหลายดาวดวงนี้มีชื่อว่าบอระเพ็ด รสของน้ำกลายเป็นรสขมเสียหนึ่งในสามส่วน และคนเป็นอันมากก็ได้ตายไปเพราะน้ำนั้นกลายเป็นน้ำรส ขมไป
เมื่อทูตสวรรค์องค์ที่สี่เป่าแตรขึ้น ดวงอาทิตย์ก็ถูกทำลายไปหนึ่งในสามส่วน ดวงจันทร์และดวงดาวทั้งหลายก็เช่นเดียวกันจึงมืดไปหน ึ่งในสามส่วน กลางวันก็ไม่สว่างเสียหนึ่งในสามส่วน และกลางคืนก็เช่นเดียวกับกลางวัน





ในพระธรรมตอนนี้ได้บรรยายไว้เหมือนกับการทำสงครามยุค ใหม่ หรืออาจจะเป็นฝนดาวตก พระธรรมตอนนี้ได้พูดถึงวัตถุที่ตกลงมาจากท้องฟ้าและล งมาทำลายโลกและเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำมีรสขม ในภาษาเดิมนั้น คำว่าขมยังสามารถแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า ไม่บริสุทธิ์ อีกด้วย จะมีคนตายจำนวนมากเพราะน้ำนั้นมีรสขม นักวิชาการได้ใคร่ครวญดูแล้วก็กล่าวได้ว่านี่เป็นการ อ้างอิงถึงอนาคตที่อาจจะมีการปนเปื้อนของสารกัมมันตภ าพรังสีของแหล่งน้ำในโลก

9. จะมีการรวบรวมทหาร 200 ล้านคนRevelation 9:16
จำนวนพลทหารม้ามีสองร้อยล้าน นี่คือจำนวนที่ข้าพเจ้าได้ยิน


พระคัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่าจะมีการรวมทหาร 200 ล้านคน คำทำนายนี้ยังไม่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ประชากรของโลกมีประมาณ 6,000 ล้านคนแล้ว และทำให้เพิ่มความเป็นไปได้ที่จะมีการร่วมมือกันระหว ่างประเทศในการรวมกองทหารเข้าด้วยกันเป็นจำนวน 200 ล้านคน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกินกว่าจินตนาการของเราในอนาคต
10. ประชาชาติจะได้เห็นการตายของพยานทั้งสองพร้อมกันทั่ว โลก
Revelation 11:9-10
คนหลายชาติ หลายตระกูล หลายภาษา หลายประชาชาติ จะเพ่งดูศพเขาตลอดสามวันครึ่ง และจะไม่ยอมให้เอาศพนั้นใส่อุโมงค์เลยคนทั้งหลายซึ่ง อยู่ในแผ่นดินโลกจะยินดีเพราะเขา และจะสนุกสนานรื่นเริง

เหตุการณ์นี้ยังไม่เกิดขึ้น คือมีพยาน 2 คน ลงมาจากสวรรค์เพื่อประกาศข่าวประเสริฐ คือ โมเสสและเอลียาห์และจะมีสัตว์ร้ายที่ขึ้นมาจากบาดาลส ู้กับพยานทั้งสองและฆ่าเค้าเสีย แต่เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยใน สมัยที่ยุคพระคัมภีร์ถูกเขียนขึ้นที่คนทั่วโลกจะเห็น ศพของทั้งสองคนพร้อมกันในเวลาเพียงแค่ 3 วัน แต่ใน


ปัจจุบันนี้เรามีทั้งโทรทัศน์และอินเตอร์เน็ต จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่คนทั่วโลกจะเห็นเหตุการณ์นี้พร ้อมกันในเวลา 3 วันได้อย่างไร

11. คนทั่วโลกจะถูกบังคับให้ติดเครื่องหมายแห่งสัตว์ร้าย
Revelation 13:16-18
และมันยังได้บังคับคนทั้งปวง ทั้งผู้น้อยผู้ใหญ่ คนมั่งมีและคนจน ไทยและทาส ให้รับเครื่องหมายไว้ที่มือขวาหรือที่หน้าผากของเขา เพื่อไม่ให้ผู้ใดทำการซื้อขายได้ นอกจากผู้ที่มีเครื่องหมายนั้น หรือชื่อของสัตว์ร้ายนั้น หรือเลขชื่อของมัน ในเรื่องนี้จงใช้สติปัญญา ถ้าผู้ใดมีความเข้าใจก็ให้คิดตรึกตรองเลขของสัตว์ร้า ยนั้น เพราะว่าเป็นเลขของบุคคลผู้หนึ่ง เลขของมันคือหกร้อยหกสิบหก พระธรรมตอนนี้ได้บอกเราว่าจะมีการบังคับให้ติดเครื่อ งหมายของสัตว์ร้ายไว้ที่มือขวาหรือที่หน้าผาก หากผู้ใดที่ไม่มีเครื่องหมายนี้ก็จะไม่สามารถทำการซื ้อขายได้ เมื่อพระธรรมตอนนี้ได้ถูกเขียนขึ้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้คนทุกคนติดเครื่องหมาย แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นเรื่องที่ง่ายมาก เป็นไปได้ที่จะมีการฝังไมโครชิปไว้ที่ใต้ผิวหนังเพื่ อใช้งานในการติดต่อซื้อขายกัน





12. แม่น้ำยูเฟรติสจะแห้งเพื่อเป็นทางสำหรับข้ามไป
Revelation 16:12
ทูตสวรรค์องค์ที่หกเทขันของตนลงที่แม่น้ำใหญ่ คือแม่น้ำยูเฟรติส ทำให้น้ำในแม่น้ำนั้นแห้งไป เพื่อเตรียมมรรคาไว้สำหรับบรรดากษัตริย์ที่มาจากทิศต ะวันออก




พระธรรมตอนนี้ได้บอกไว้ว่าเมื่อน้ำยูเฟรติสจะหยุด หรือแห้งไป เพื่อเตรียมทางไว้สำหรับ กษัตริย์ที่มาจากทิศตะวันออก นักวิชาการบางท่านได้ เชื่อมโยงไปถึงการทำสงครามในอิสราเอล ในสมัยที่พระคัมภีร์ถูกเขียนขึ้นนั้น การที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ได้จะต้องมีภัยพิบัติทรงธรร มชาติขั้นรุนแรง หรือใช้แรงงานคนมหาศาลจึงจะสามารถทำให้สายน้ำเบี่ยงเ บนหรือหยุดไปได้ แต่ปัจจุบันมีเขื่อนมากมายที่ทำให้การหยุดหรือเบี่ยง เบนน้ำกลายเป็นเรื่องง่ายไปเสียแล้ว

ในพระคัมภีร์ไบเบิลของคริสเตียน มีคำทำนายมากมายเป็นพันๆเลยทีเดียว และส่วนใหญ่ได้เกิดขึ้นและสำเร็จไปแล้ว แต่ก็มีอีกหลายข้อที่ยังไม่เกิดขึ้นและกำลังรอเหตุกา รณ์นั้นอยู่ โดยเฉพาะสัญญาณบางอย่างที่เป็นตัวบ่งบอกว่าใกล้จะถึง วันพิพากษานั้นแล้ว เช่น การที่อิสราเอลเองรวมตัวกันขึ้นเป็นประเทศซึ่งเพิ่งเ กิดขึ้นไปเมื่อไม่นานนี้เอง หรือว่านี่จะเป็นการสำแดงสัญญาณเตือนของพระเจ้ามาสู่ โลกมนุษย์จริงๆ? ไม่มีใครสามารถบอกได้ จนกว่าวันสุดท้ายของโลกจะมาถึง


__________________

~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~
Castlevania : Symphony Of Newworld
ข้อมูลปัจจุบัน
ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300
ระยะเวลาที่แต่ง = 4-5 ปี
จำนวนบท =13 บท
.. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 25 Sep 2007, 15:12   #37 (permalink)
แฟนพันธ์แท้ TG
 
Ignite Virgil's Avatar
 
โพส: 3,481
ดาวโหลด: 28
อัพโหลด: 0
Blog Entries: 29
รับคำขอบคุณ: 497

TG ออร่า:
Ignite Virgil auraIgnite Virgil aura
Ignite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil aura


สถานที่: Thaigaming Site™

งั้นก็ไม่เป็นไรฮับอ่านเรื่องอื่นคลายฟิคซ์ได้ละกาน. .
__________________

Grooves
- Main idea
true work has to attend in it, too.
- Principle each grooves are gonna be awesome, must be created by your own mind.

Contact me at http://tinykiddo.hi5.com (Fliggz)
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 01 Oct 2007, 17:14   #38 (permalink)
สมาชิก TG รุ่นเก๋า
 
Vedora's sword's Avatar
 
โพส: 1,103
ดาวโหลด: 86
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 8

TG ออร่า:
Vedora's sword auraVedora's sword aura



เป็นเรื่องที่น่าสนใจทีเดียว ในคัมภีร์ทั้งหลายมักจะทำนายออกมาเหมือนหรือใกล้เคีย งกันเสมอ ที่สำคัญทุกศาสนาทำนายเรื่องภัยภิบัติตรงกันทั้งหมดส ิ้นและในปัจจุบันก็ดูเหมือนว่าวิทยาสาสตร์กำลังพยายา มทำนายเรื่องเหล่านี้และได้ผลลัพธืตรงตามคัมภีร์ของแ ต่ละศาสนาที่ได้ทำนายมาก่อนล่วงหน้านับพันปี

สำหรับสาสนาพุทธในคัมภีร์กล่าวว่าหลังจากปี พศ 2500 เป็นต้นไป โลกจะค่อยๆเข้าสู้ยุคมือ "กลียุค" ไปเรื่อยๆ ผู้คนจะทำชั่วมากขึ้น และอายุไขของคนจะลดลง 1 ปีในทุกๆรอบ 100 ปี ซึ่งปัจจับันนี้อายุเฉลี่ยมนุย์อยู่ที่ 75 ปีครับ พุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันที่เรานับถือหรื อพระโคดมจะดำรงอยู่ไปได้ 5000 ปีแต่ว่าบารมีของพระพุทธเจ้าจะปกป้องความชั่วร้ายได้ แค่ครึ่งเดียวคือ 2500 ปีครับเพราะว่าพระพุทธเจ้าองค์นี้ใช้เวลาบำเพ็ญเพียร สั้นที่สุด ดังนั้นปีนี้ปี 2550 โลกก็ได้ก้าวเข้าสู้กลียุคไปแล้ว 50 ปี

สำหรับคุยที่มืดมนที่สุดของมนุษย์คือยุคที่มนุษย์จะม ีอายุไขเฉลี่ยแค่ 10 ปี ผู้คนจะมีสภาพความเป็นอยู่ประดุจสัตว์เดียรัจฉาน จะมีการเสมเมถุนกันอย่างบ้าคลั่นจนประชากรโลกเพิ่มจน ล้นโลก แล้วหลังจากนั้นมนุย์ทั้งโลกก้จะฆ่าฟันกันเองอย่างบ้ าคลั่งจนสิ้นโลกใช้เวลาเจ้ดวันเจ็ดคืนแต่จะมีคนที่รอ ดคือพวกที่มีสติ รับรู้ว่าตนคือมนุย์เป็นสัตว์ประเสริฐพวกนี้จะหนีไปอ ยู่ป่ารอคนครบเจ้ดวันเจ็ดคืนแล้วจะออกมา ซึ่งกว่าจะถึงยุคมนุย์อายุไขลดเหลือ 10 ปีก็ต้องคำนวนออกมาครับจากมนุษย์อายุลด 1 ปีในรอบร้อยปีก็จะตกอประมาณ พศ 9000 แต่หลังจากยุคนั้นมนุษย์จะเจริญขึ้น มนุษย์ก็จะอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 1 ปีในรอบร้อยปีจนไปอยู่ที่แปดหมื่นปี หนึ่งอสงไขย์รอจนกระทั้งเริ่มมีคนชั่วเกิดขึ้นอีกแล้ วมนุย์ก็จะอายุลดลง 1 ปีในรอบร้อยปีจนเหลือ 80000 ปี ยุคนี้พระพุทธเจ้าองค์ที่ 5 พระศรีอาริย์จะประสูตร พอลองคิดดูแล้วเวลามันนานมากเลยใช่มั้ยครับ ที่คือสิ่งที่ผมจำได้จากการอ่าน ยังไม่เน้นรายละเอียด เห่อๆ

ครับ อย่าอื่นเรื่องลี้ลับเพิ่มเติมมั้ยครับ ถ้าอยากอ่านก็ไปที่ ชมรมลี้ลีบประจำบอร์ TG ชมรมนี้ผมซุกไว้เป็นปีแล้วเลยไม่ค่อยมีความคืบหน้าอะ ไร (ความจริงเพิ่งจะรู้ว่าตัวเองเป็นคนตั้งชมรมขึ้นมา เห่อๆ)
__________________


Castlevania: Vlad Radu Legend

เล่ม 1

เล่ม 2



Lord Radu Cel Frumos

Ytinrete rof dlrow eht esruc llahs i!!
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 03 Oct 2007, 08:06   #39 (permalink)
สมาชิก TG รุ่นพี่
 
arx-lucifer's Avatar
 
โพส: 493
ดาวโหลด: 113
อัพโหลด: 16
รับคำขอบคุณ: 8

TG ออร่า:
arx-lucifer auraarx-lucifer aura


สถานที่: -* โลกแห่งนวนิยาย*-

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง arx-lucifer
ใช่เลยครับ อาจารย์ ก็เคยบอกเรื่องนี้เหมือนกัน อิอิ
แต่ยังไงเราก็เดี้ยง ขอโทษครับ เสียชีวิตก่อนอยู่แล้วล่ะ
__________________

~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~
Castlevania : Symphony Of Newworld
ข้อมูลปัจจุบัน
ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300
ระยะเวลาที่แต่ง = 4-5 ปี
จำนวนบท =13 บท
.. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 04 Oct 2007, 13:41   #40 (permalink)
สมาชิก TG รุ่นพี่
 
arx-lucifer's Avatar
 
โพส: 493
ดาวโหลด: 113
อัพโหลด: 16
รับคำขอบคุณ: 8

TG ออร่า:
arx-lucifer auraarx-lucifer aura


สถานที่: -* โลกแห่งนวนิยาย*-

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง arx-lucifer
พระเจ้าจากอวกาศนะครับ
ลงยังหว่า?
-----------------------
จากเว็บ Mythland ครับ ต้องขอบพระคุณ พี่Sonic มากๆๆๆๆ



จากงานเขียนของ วิลเลียม เซเลอร์ และแรงบันดาลใจจากภาพอภิมหาคลาสสิคแห่งวงการพระเจ้าจ ากอวกาศ อันเป็นภาพของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวมายาโบราณนาม ปากัล-Pakal มาเป็นบทความอภิมหายาว The Return of Ancient Astronauts แอ่น-แอน-แอ๊น (ทั้งที่แอตแลนติสก็ยังทำไปได้ไม่ถึงไหน) ท่านที่ตามงานของนายโซนิคเป็นประจำคงจะเอียนกับเรื่อ งของ Anunnaki และ Nibiru กันเต็มทน มาบัดนี้ท่านจะได้เอียนซ้ำอีกรอบหนึ่ง แต่เป็นคนละมุมมอง นายโซนิคไม่รับประกันนะครับว่าเรื่องที่ทำอยู่นี้จะเ สร็จเมื่อไหร่ และนี่คือสาระสังเขปของเรื่องราวที่ท่านกำลังจะได้อ่ านกัน คลิกที่ลิงค์เพื่อเข้าไปอ่านบทเต็ม(เฉพาะบทที่เสร็จน ะครับ จะทยอยอัพเดทตามเวลาที่มีอยู่) ด้านล่างคือสารบัญสำหรับผู้ต้องการลัดไปอ่านบทที่สนใ จโดยเฉพาะ



บทนำ ไหว้ครู โหมโรง อารัมภบท ฯลฯ แล้วแต่จะเรียกครับ




จิ๊กซอแห่งประวัติศาสตรชิ้นส่วนเล็กๆที่จะนำมาประกอบกันเพื่อยืนยันทฤษฎี "พระเจ้าจากอวกาศ" ทั้งจากตำนานโบราณ วรรณคดี โบราณวัตถุต่างๆที่ขุดค้นพบกัน ที่บ่งชี้ว่าครั้งหนึ่งพระเจ้าจากห้วงเวหาได้เหินลงม าสร้างอาณานิคมอยู่บนลกมนุษย์ของเรา หลายชิ้นได้รับการยอมรับแล้วจากวงการวิทยาศาสตร์ในปั จจุบัน ในขณะที่อีกหลายๆชิ้นยัง"หาคำตอบกันไม่ได้"



ลายเส้นบนพื้นราบ ลวดลายเรขาคณิตบนที่ราบนาซก้าและที่อื่นที่มีลักษณะเ ดียวกัน เป็นลวดลายที่สร้างขึ้นมาโดยคนโบราณโดยมีความน่าประห ลาดคือ มันสามารถมองเห็นได้จากทางอากาศเท่านั้น นี่คือไอเดียใหม่ๆที่จะชยายความให้ท่านฟังว่า คนโบราณสร้างลวดลายเหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไรและสร้าง มันขึ้นมาเพื่ออะไร



โบราณสถานขนาดยักษ์ ที่กระจัดกระจายอยู่ทุกหนแห่งบนโลกบูดๆเบี้ยวๆใบนี้ หรือเป็นความจริงตามในพระคัมภีร์ที่ว่า "กาลครั้งหนึ่ง เคยมียักษ์อาศัยอยู่บนโลกใบนี้" คนโบราณสร้างอนุสรณ์สถานด้วยหินยักษ์หนัก 2,000,000 ปอนด์ได้อย่างไร ในเมื่อด้วยวิทยาการของโลกปัจจุบัน ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย มันก็ยังเป็นไปได้อย่างยากเย็น บางทีไอเดียบางอย่างในบทนี้ อาจเป็นคำตอบที่ถูกต้องในอนาคต



ปิระมิด-ปิระมิด-ปิระมิด สูงน้อยหน่อยก็ 400 ฟิต ที่สูงมากหน่อยก็ 2,300 ฟิต แถมพบในชนชาติโบราณที่เจริญผิดยุคแทบทุกชาติ พวกเขาสร้างมันขึ้นมาทำไม? นี่คือหลักฐานที่บ่งบอกว่า ปิระมิดคือโบราณสถานที่เกิดขึ้นมาพร้อมอารยธรรมมนุษย ์และทำหน้าที่อย่างหลากหลาย เป็นจุดสังเกตในการลงจอด เป็นลานบินฉุกเฉิน สถานีเติมเสบียง หลุมหลบภัย และศาสนสถานเพื่อประกอบพิธีบวงสรวง ข้อสรุปของบทนี้คือ ปิระมิดถูกสร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์มีโอกาสได้ติดต่อก ับพระเจ้า - - The Contact



ปริศนาแห่งตำนานโบราณ ความลับของนักบินอวกาศยุคโบราณ ที่ซุกซ่อนอยู่ในตำนานของชนชาติที่เจริญด้วยอารยธรรม อย่างผิดยุค พันธุวิศวกรรม ยานอวกาศในคัมภีร์ไบเบิล และไขข้อข้องใจที่ว่า ทำไมแนวคิดเกี่ยวกับพระเจ้าจากอวกาศจึงไม่เป็นที่ยอม รับของคนหมู่มาก




From Myth to Myth จากตำนานสู่ตำนาน จากปริศนาสู่ปริศนาที่ซับซ้อนกว่า จะนำพาท่านไปพบกับเรื่องราวอันชวนพิศวงของ


  • ชนชาติสุเมเรียน ทายาทของทวยเทพจากดาวเคราะห์ดวงที่สิบ
  • เรื่องลึกลับในคัมภีร์ไบเบิล นักท่องอวกาศยุคโบราณผู้สมอ้างตนเป็นพระเจ้า
  • มหากาพย์กิลกาเมช วรรณกรรมเรื่องยิ่งใหญ่ที่ไม่ได้เป็นเพียงตำนานวีรบุ รุษธรรมดาๆ
  • มหาภารตะ เพียงจินตนาการหรือสงครามนิวเคลียร์ยุคก่อนประวัติศา สตร์จริงๆ...



พาหนะของทวยเทพ "มนุษย์อินทรีย์" ของสุเมเรียน, "นาวาแห่งสวรรค์(Boat of Heaven)" ของอียิปต์, "วิมานะ" ของอินเดีย, "มังกรบิน" ของตะวันออกไกล, "พญางูมีปีก" ในอเมริกากลาง และบัลลังก์ลอยฟ้าที่ถูกกล่าวถึงบ่อยๆในจารึกของชนชา ติฮีบรู ฯลฯ มันคืออะไร?



การบวงสรวงบูชายัญ แกะ วัว แพะ หรือแม้กระทั่งมนุษย์ พระเจ้าที่ว่ากันว่าอมตะต้องการอาหารเหล่านี้ไปทำไม? ศาสนสถานหลายแห่งบ่งชี้ว่า มันคือสถานที่ที่พระเจ้าเสด็จลงมา"เติมเสบียง"ที่เรี ยกร้องเอาจากมนุษย์ ยะโฮวา เรียกร้องวัว 100 ตัวลูกแกะ 100 ตัว ลูกแพะร้อยตัว ยะโฮวาเอาไปทำไม เก็บไว้ในตู้เสบียงของยานขณะเดินทางหรือ? คิฮัวโคเทิล เทพโบราณของอเมริกากลางต้องการให้มีการสังเวยมนุษย์ท ุกสัปดาห์ พระเจ้าองค์นี้ต้องการมนุษย์เพื่ออะไร เอาไปกินหรือแค่ต้องการชิ้นส่วน?



สงครามนิวเคลียร์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ "ยาวราวเจ็ดชั่วตัวคน ขับเคลื่อนด้วยเปลวไฟในตัวเอง สามารถทำลายเมืองได้ทั้งเมือง", "เคลื่อนที่เป็นวิถีโค้ง ร้ายแรงราวกับรวมพลังจากทั่วสากลโลกเอาไว้ อานุภาพการทำลายเต็มไปด้วยไฟ ควัน และคลื่นความร้อนราวกับดวงอาทิตย์ขึ้นพร้อมกันทีละสิ บดวง อาวุธนี้สามารถแปรสภาพพื้นที่รอบบริเวณได้ในพริบตา มันเผาผลาญธัญญาหารจนเกรียมวายวอดไปทั้งท้องทุ่ง ผู้คนจะผมเผ้าขาวโพลนและหลุดร่วง นกบนท้องฟ้าจะเปื้อนฝุ่นละอองสีขี้เถ้า ตกลงมาตายนับพันตัว มิช้ามินาน อาหารและเสบียงที่มีจะเป็นพิษจนหมดสิ้น วิธีการหนีรอดจากไฟบรรลัยกัลป์นี้ของทหารภารตะโบราณค ือ ถอดเสื้อผ้าและชุดเกราะออก ลงไปชำระกายในน้ำครับ เพื่อมิให้ฝุ่นละอองนี้ติดตัว" - - จาก มหาภารตะ



วิทยาการแห่งชีวิต - - Biotechnology of the God พระเจ้าทรงปั้นแต่งมนุษย์ขึ้นจากฝุ่นผงแห่งพสุธา เป่าลมหายใจให้มีชีวิต ประทานสติปัญญา เรื่องราวจากพระคัมภีร์เหล่านี้แฝงไว้ด้วยฉากหลังที่ เต็มไปด้วยความซับซ้อนของกระบวนการพันธุวิศวกรรม ทูตสวรรค์ที่อยู่กินกับหญิงสาวชาวมนุษย์ การผสมข้ามสายพันธุ์ของมนุษย์และพระเจ้า เข้าแทรกแซงวิวัฒนาการตามธรรมชาติของมนุษย์ เรื่องราวเหล่านี้ยังคงสร้างความกังขาและถกเถียงกันอ ย่างไม่จบสิ้น บัดนี้เทคนิคทางพันธุวิศกรรมที่เรียกว่า "cross-species cell transfer" และ "recombinant DNA" กำลังจะให้คำตอบเราและยืนยันกับเราว่า อย่างช้าๆ...มนุษย์กำลังเจริญรอยตามพระผู้สร้างในอดี ต...



อมตะ ไม่ใช่หนังสือรางวัลซีไรท์ แต่เป็นความลับแห่งอายุขัยของพระเจ้า



Orion: Home of the God? พระเจ้าโบราณของพวกเราไปอยู่เสียที่ไหน? บางทีร่องรอยขนาดยักษ์ที่พระเจ้าทิ้งเอาไว้บนโลก ดวงจันทร์ ดาวอังคาร คือ step เล็กๆที่พระเจ้าต้องการให้เราก้าวตามไป เมื่อผนวกเข้ากับปริศนาแห่ง Orion แล้ว พระเจ้าของเราน่าจะอยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่งบริเวณกลุ่มดาว Orion - - มุมมองใหม่ที่ไม่ใช่ Nibiru...



พลิกฟ้าคว่ำดิน ไม่ใช่วิทยายุทธในหนังจีน... แต่เป็นเรื่องราวของทฤษฎี Pole Shift, Pole Round ซึ่งได้ให้ข้อสังเกตกับเราว่า การที่แกนโลกเปลี่ยนแนวนั้น สัมพันธ์กับการตั้งถิ่นฐานของอายธรรมโบราณอย่างไร แกนโลกกำลังจะพลิกในเร็ววันนี้จริงหรือไม่ ถ้าจริง มันจะพลิกเมื่อใด?



Akkadian Seal - จารึกดินเหนียวชิ้นเล็กๆในพิพิธภัณฑ์เบอร์ลิน ที่ Zecharia Sitchin บอกว่า มันคือข่าวสารจากโลกโบราณที่บอกกับเราว่า บรรพชนของเรารู้จักระบบสุริยะจักรวาลเป็นอย่างดี จารึกดินเหนียวชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึง ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ทั้งเก้า(รวมไปถึง... Nibiru) Titan ดวงจันทร์ของดาวเสาร์ ดวงจันทร์ของโลกเรา แต่ไม่ยักกะมีพลูโต นักวิชาการหลายคนค้าน Sitchin ว่าด้วยเรื่องของจำนวนดาวเคราะห์และ scale ที่ผิดสัดส่วน Akkadian Seal คือความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนงั้นรึ? ไม่มั้ง... ไปฟังเค้าเถียงกันหน่อยเป็นไร



บทสรุป ปัจจุบัน พระเจ้าจากอวกาศเหล่านี้อยู่ที่ไหน ปรากฏในรูปแบบใด พระเจ้าเคยสัญญาว่าจะหวนกลับมาสู่โลกมนุษย์ คำสัญญานี้จะเป็นจริงเหมือน "I'll Back!" กับภาคต่อของคนเหล็ก Terminator หรือไม่ และถ้ากลับมาจริง พระเจ้าจะกลับมาเพื่ออะไร?

บทนำ: A brief history of Ancient Astronaut




มีหลายคนถามผมว่า ทำไมผมจึงใช้ชื่อของเว็บไซต์นี้ว่า Myth มันมีที่มาจากคำว่า Mythology หรือเปล่า?


ถูกแล้วครับ ชื่อของเว็บไซต์นี้มาจากคำว่า Mythology หรือ Mythical เพราะหนึ่งนั้นผมชอบเรื่องราวในแนวตำนานเป็นการส่วนต ัว ประการที่สองคือ โดยรากศัพท์แล้ว Myth ไม่ใช่แค่ตำนานการบอกเล่าธรรมดา แต่มันหมายถึงอะไรที่มัน "Incredible" เอามากๆ และผมเห็นว่าเรื่องราวที่ผมจับอยู่นั้น มันเป็นอย่างว่าเสียด้วยก็เลยตัดสินใจใช้ชื่อนี้ คงพอจะหายสงสัยแล้วนะครับ ว่าทำไมผมไม่ใช้คำว่า UFO หรือ Alien หรือ X-Files อะไรอย่างที่ชาวบ้านเค้าใช้ เพราะผมเน้นตำนาน(ที่บางทีก็ตำนานไปจนคนอื่นรออ่านไม่ไหวเอาเหมือนกัน)






เอ้านอกเรื่องมาซะนาน เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ใครที่เบื่ออินโทรนี้จะข้ามไปก็ได้นะครับไม่ว่ากัน ผมขอเล่าแบบคร่าวๆให้ผู้ที่บังเอิญหลงเข้ามาฟังเท่าน ั้นเองว่า ในการศึกษาคัมภีร์หรือจารึกโบราณนั้น ส่วนใหญ่เท่าที่เราพบเเห็นกันจะอิงไปทางศาสนาเสียส่ว นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นไบเบิ้ล อัลกุรอาน มหาภารตะ หรืออื่นๆ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีเรื่องของกฤษฎาอภินิหารเข้ามเกี่ ยวข้องด้วยเป็นส่วนใหญ่ บางเรื่องก็เหลือเชื่อเอามากๆ ทีนี้ถ้าเราลองมองอย่างเป็นธรรม มองในแง่ของวิทยาศาสตร์เพียวๆโดยตัดอภินิหารหรือศัรท ธาอะไรเทือกนั้นออก เราจะมองเห็นและตั้งคำถามในใจขึ้นมาหลายต่อหลายคำถาม โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศาสนาของคนโบราณ หินยักษ์ก้อนใหญ่ที่ถูกนำมาก่อร่างสร้างวิหารอันโอฬา ร ลายเส้นบนพื้นราบที่มองได้เฉพาะจากบนอากาศ ด้วยรูปลักษณ์ที่แตกต่างและยากจะตีความ




ครับ... นั่นคือเฉพาะสิ่งที่เราเห็นและจับต้องได้ ไม่รวมไปถึงอภินิหารทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในพระคัมภีร ์ การสร้างมนุษย์ สงครามระหว่างเทพกับคน น้ำท่วมโลก ฯลฯ เราเพิกเฉยกับส่งเหล่านี้พร้อมกับโยนมันให้วงการศาสน วิทยามาแสนนาน จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้เอง... ในรุ่งอรุณแหงยุคอวกาศ ด้วยพลังของไบโอเทคโนโลยี สิ่งที่มนุษย์เราสามารถทำได้มันก็คล้ายคำว่า "อภินิหาร" เข้าไปทุกทีๆ มนุษย์ทำได้ในหลายๆสิ่งที่พระเจ้าเคยทำมาในพระคัมภีร ์ และยิ่งถ้ามองกลับลงไปในเรื่องของสิ่งก่อสร้างขนาดมห ึมา โบราณวัตถุ โบราณสถาน ที่เราเคยฉงนฉงายมาตั้งนมนานว่า คนโบราณเขาสามารถทำได้อย่างไร เราก็เริ่มที่จะเข้าใจและสามารถใช้คำอธิบายในเชิงของ วิทยาศาสตร์มากกว่าคำว่าอภินิหาร


แล้วมันทำไมหรือครับ?

มันก็ไม่ทำไมหรอกครับ ที่มาของแนวคิดเกี่ยวกับ Ancient Astronaut หรือนักบินอวกาศยุคโบราณ ที่แวะเวียนมาสร้างอาณานิคมบนโลกเรา สั่งสอนศิลปวิทยาการให้กับมวลมนุษย์จนได้รับการยกย่อ งให้เป็นพระเจ้า สำหรับรายละเอียดอื่นๆนั้น ตามหาอ่านได้จากงานเก่าๆของผม หรือจากหนังสือเล่มอื่นๆตามท้องตลาดได้ครับ เนื้อหาส่วนใหญ่กล่าวเอาไว้ค่อนข้างตรงกัน และนี่คือ Summary of Ancient Astronaut Hypothesis ที่ผมจะยึดเป็นแกนหลักในงานเขียนฉบับนี้ครับ







Ancient Astronaut(s) ได้ลงมาที่โลกของเราเมื่อหลายล้านปีที่ผ่านมาแล้ว วิทยาการด้านไบโอเทคโนโลยีของพวกเขาคล้ายคลึงกับมนุษ ย์ในปัจจุบันมาก พวกเขาได้สร้างชาติพันธุ์มนุษย์ด้วยวิธีการทางพันธุว ิศวกรรม โดยผสานยีนของพวกเขาเข้ากับสิ่งมีชีวิตคล้ายมุนษย์บน โลก ปรับปรุงสั่งสอนศิลปวิทยาการให้เพื่อใช้มนุษย์ในการท ำงานบางประการ เช่น เป็นหน่วยผลิตอาหาร ทำเหมืองแร ่และแรงงานในการก่อสร้าง




พระเจ้าจากอวกาศ (ควรใช้คำว่า Gods from Space แต่ผมขอใช้ในความหมายเดียวกันกับ Ancinet Astronauts คงไม่ว่ากันนะครับ เพื่อความคล่องปาก) ไม่ต้องการให้มนุษย์เข้าใกล้หรือเห็นพวกเขา เพียงอนุญาตให้มนุษย์รับรู้การคงอยู่ของพระเจ้าโดยให ้เห็นในรูปของสัญลักษณ์ หรือปรากฏกายแก่สายตามนุษย์ในลักษณะที่น่าเกรงขามและ พรั่นพรึง อย่างไรก็ตาม มนุษย์บางส่วนก็ยังสามารถ contact กับบริวารของพระเจ้าได้ เช่นทูตสวรรค์ หรือเทพกึ่งสัตว์ (หุ่นยนต์?) พระเจ้าไม่ต้องการให้มนุษย์เข้าใกล้แหล่งพำนักของพระ เจ้านัก ยกเว้นเฉพาะนักบวชชั้นสูง มีข้อสังเกตว่า สาเหตุอาจจะมาจากการป้องกันการติดเชื้อบางชนิด ซึ่งมีเฉพาะบนโลกของเราก็เป็นได้




พระเจ้าจะไปไหนมาไหนด้วยพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิงเคมี ในคัมภีร์โบราณหลายเล่มกล่าวตรงกันว่า ช่วงแรกพระเจ้ามักเสด็จลงมาบนยอดเขาสูง ในซอกเขา หรือปล่องถ้ำ ทั้งนี้อาจจะเพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย และการทำอันตรายแก่เหล่าทาสรับใช้คือมนุษย์ ที่อาจโดนลูกหลงเมื่อตอนยานลงจอด และพัฒนามาเป็นตามเทวสถานใหญ่ๆ เช่น ปิระมิด หรือ ซิกกูรัตในภายหลังเมื่อเวลาผ่านไปได้ช่วงใหญ่ และมนุษย์เริ่มพัฒนาอารยธรรมขึ้นมาแล้ว (นึกภาพปิระมิดแบบตะวันออกกลางหรือมายาที่มียอดตัดเร ียบสิครับ เหมาะสำหรับนำ ฮ.ลงจอดหรือไม่?) ในกรณีที่ไม่มีที่จอดที่เหมาะสม พระเจ้าอาจสั่งให้คนงานชาวโลก ทำสัญลักษณ์ชี้พิกัดที่ใกล้เคียงกับการลงจอดและสามาร ถมองเห็นได้จากอากาศ เช่น เลย์ไลน์ในยุโรป หรือนาซก้าไลน์ในอเมริกากลาง




พระเจ้าจากอวกาศยังต้องการอาหาร เราไม่แน่ใจว่าพระเจ้ากินอาหารด้วยวิธีไหน หรือกินอย่างไร แต่ที่แน่ๆ พวกเขามีการป้องกันหรือฆ่าเชื้ออย่างง่ายๆ โดยการให้มนุษย์ย่างหรือเผาเครื่องสังเวยที่มนุษย์นำ มาถวายเสียก่อน (อาจเป็นที่มาของธรรมเนียมการบวงสรวงพระเจ้าในการบูช ายัญด้วยไฟ ของหลายๆชนชาติในภายหลัง) จากหลักฐานที่มี พระเจ้าจะสั่งเครื่องสังเวยที่ต้องการมาเป็นล็อทๆ และมนุษย์ต้องหาและนำไปให้ที่เทวสถานหรือในถ้ำในตามเ วลาที่พระเจ้าสั่ง (ยังกะ Just in Time เลยแฮะ) ส่วนใหญ่คือเนื้อสัตว์ และในบางครั้งสิ่งที่พระเจ้าต้องการคือมนุษย์




พระเจ้าได้ทรงสอนศิลปวิทยาการแขนงสำคัญแก่มนุษ์หลายๆ สาขา เช่น กสิกรรม วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ ประทานกฏหมายฉบับแรกแก่มนุษย์ สุดท้ายสงครามชิงความเป็นใหญ่ระหว่างพระเจ้าโดยใช้โล กเป็นสมรภูมิก็เกิดขึ้น (นึกถึงสงครามชิงอาณานิคมของมหาอำนาจตะวันตกนะครับ พระเจ้ากับมนุษยืนี่จริงๆแล้วก็ไม่ต่างกันเลย) และสุดท้ายเมื่อโลกประสบภัยพิบัติจากดาวหางที่พุ่งเข ้ามาชน พระเจ้าก็ได้ถอนตัวจากไป คงเหลือไว้แต่ซากอารยธรรมและตำนานที่สืบขานกันมารุ่น ต่อรุ่น ยังผลให้พวกเราคนรุ่นใหม่ฉงนฉงายกันจนถึงทุกวันนี้




ครับ นี่คือสรุปเนื้อหาโดยรวมที่กล่าวถึง Ancient Astronauts ยืนพื้นบนงานเขียนของ Zecharia Sitchin, Eric Von Daniken, William Saylors และ Alan F. Alford ผู้เขียน The Gods of new Millenium หนังสือดีที่ออกมาตั้งนานแต่นายโซนิคเพิ่งได้มาจับ (เค้าให้มาอีกทีครับ) เนื้อหาอาจจะซ้ำกับที่เคยเขียนเอาไว้แล้วบ้าง ตัดทอนเนื้อหาจนสั้นห้วนและบางคนตามไม่ทันบ้าง ก็ต้องขอให้ทำความเข้าใจนะครับว่า หนังสือหรือเอกสารหลายสิบเล่ม หนาเป็นพันๆหน้านั้น ผมทำได้ดีที่สุดแค่วิธีตัดมาปะติดปะต่อกันเป็นเรื่อง เป็นราว หรือหยิบมาแต่ประเด็นสำคัญๆ (ซึ่งบางครั้ง ผู้อ่านต้องเข้าใจพื้นฐานในบางสาขา เช่นโบราณคดี มานุษยวิทยา หรือ ศาสนเปรียบเทียบพอสมควร) แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็เพื่อตอบคำถามสี่ประเด็นหลัก ที่ผมตั้งใจจะเก็บมานำเสนออันประกอบด้วย




1. ลักษณะตามธรรมชาติของพระเจ้าจากอวกาศ


2. อธิบาย "อภินิหาร" ของพระเจ้าด้วยวิทยาศาสตร์ของมนุษย์ในปัจจุบัน


3. พระเจ้ามาจากไหน? และ 4. พระเจ้ากำลังจะไปที่ไหน (อืมห์ ยังกับทิศทางและแนวโน้มทางเศรษฐกิจเลยแฮะ)

------------------------------------------------------






กรณีศึกษา



ในราวปี 1930 นักบินชาวอเมริกันและออสเตรเลีย ได้รับภารกิจให้เป็นทีมสนับสนุนการสำรวจป่าลึกแห่งหน ึ่งในนิวกีนี พวกเขาต้องทำการบินเพื่อลงจอดบนเกาะและลำเลียงเสบียง รวมไปถึงเครื่องมือต่างๆ แน่นอนว่าพวกเขาพบกับชาวพื้นเมืองของที่นั่น บนเกาะเล็กๆแถบนิวกีนีที่มีลักษณะถูกตัดขาดจากโลกภาย นอกโดยสิ้นเชิง ชาวป่าประหลาดใจกับการมาของพวกเขา และยิ่งตระหนกกับ"นกยักษ์"ที่นักบินโดยสารมาด้วย นักบินทั้งสองมาที่เกาะบ่อยๆเพื่อส่งเสบียง และแน่นอน พวกเขาไม่ลืมที่จะทิ้งของฝากเล้กๆน้อยๆ เช่นอาหารกล่อง หรือ โค้ก ให้กับชาวป่าเพื่อสร้างมิตรภาพ ไม่มีใครเอะใจกับเหตุการณ์ช่วงนั้นจนกระทั่งเวลาผ่าน ไปสิบกว่าปี




นักสำรวจอีกทีมได้มาที่เกาะนี้ พวกเขาประหลาดใจกับพฤติกรรมของชนพื้นเมืองที่นี่ โดยเฉพาะเมื่อเครื่องบินของทีมสำรวจลงจอด ที่หมู่บ้านของชาวป่า นักสำรวจทีมนั้นได้พบกับเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวป่า เป็นรูปแกะสลัก"นกยักษ์"ที่เห็นได้ชัดว่าเลียนแบบเคร ื่องบินใบพัดสองชั้น เซอร์ไพรส์กว่านั้น... ชาวป่าเหล่านี้ได้ทำแม้กระทั่งกล่องที่เลียนแบบวิทยุ สื่อสารของนักบินที่ทำจากไม้ไผ่!!



ล่ามพื้นเมืองที่ไปกับคณะนักสำรวจได้สอบถามชาวป่าเหล ่านี้พบว่า พวกเขาได้ทำสิ่งเหล่านี้ขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระเจ้าจาก ท้องฟ้า ผู้มาพร้อมกันนกยักษ์ "Jon Frum" และมาทราบกันทีหลังเมื่อทีมสำรวจชุดนี้สืบสาวราวเรื่ องขึ้นไปว่า ทีมนักบินที่มาที่เกาะนี้ชุดแรกนั้นชื่อ John และชื่อ Jon Frum นี้ก็น่าจะมาจากคำว่า "John From New York" ซึ่งเป็นคำปกติธรรมดาเวลาที่จอห์น - นักบินคนนั้นแนะนำตัว


อ่านแล้วพอปิ๊งอะไรขึ้นมาบ้างไหมครับ?




หรือว่าสิ่งประดิษฐ์โบราณเหล่านี้ เป็นสิ่งที่บรรพชนเราทำเลียนแบบ "นกเหล็ก" ที่พวกเขาเคยเห็น

จิ๊กซอชิ้นเล็กๆเท่าที่พอจะเอามาเชื่อมเพื่อเป็นภาพใ หญ่ๆโดยรวมของพระเจ้าจากอวกาศ ที่เราจะพูดถึงกันก็ได้แก่




ลายเส้นขนาดยักษ์ บนพื้นราบทั่วโลก เช่นลวดลายบนที่ราบนาซก้าและถนนในบริเวณใกล้เคียง เช่น ceques อันเป็นถนนสายสำคัญที่ผ่านบริเวณโบราณสถานหลายแห่งใน โบลิเวีย หรือ Ley Line ในอังกฤษ ที่เป็นเส้นตรงเชื่อมกองหินโบราณหลายๆแห่งเข้าด้วยกั น


ปิระมิดหลากสไตล์ ซึ่งตรงนี้เราจะมาพูดถึงกันโดยละเอียดในภายหลัง เพราะดูเหมือนว่านอกจากวัตถุประสงค์ทางศาสนาแล้ว ปิระมิดเหล่านี้ยังถูกสร้างขึ้นมาด้วยประโยชน์ใช้สอย ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นในอียิปต์ อเมริกากลาง จีน เมโสโปเตเมีย หรือแม้แต่ในอเมริกาใต้


สิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์ ที่ยักษ์สมชื่อ เพราะบางที่ใช้หินก้อนขนาดสองล้านปอนด์ในการสร้าง คนโบราณสร้างมันขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีไหน? การสร้างอาจไม่มีปัญหาแต่การขนย้ายเล่า เรื่องนี้แม้แต่วิศวกรระดับโลกยังส่ายหน้าด้วยความกั งขา


บันทึกโบราณ ที่เขียนถึงพระเจ้าผู้สามารถไปไหนมาไหนได้ทางอากาศ ทั้งคัมภีร์ Enuma Elish, อัลกุรอาน, โปโปล วู (มายา), มหาภารตะ, ไบเบิ้ล, และจารึกดินเหนียวที่บันทึกการเดินทางของพระเจ้าที่เ ราพบกันในตะวันออกกลาง

ประตูสวรรค์ (Heaven Gates - - หรือจะ Star Gates ตามหนังดีล่ะครับ) เป็นประตูหรือช่องทางที่ใช้สัญจรระหว่างโลกและสวรรค์ ที่ปรากฏอยู่ในตำนาน หากมองตามประวัติศาสตร์ที่เราทราบ สถานที่ติดต่อระหว่างสวรรค์กับโลกนี้ มีการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ลองไปหาตำนานสุเมเรียนสักเล่ม หรือคัมภีร์พันธสัญญาเก่ามาอ่านสิครับ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ก่อนที่ศาสนสถานขนาดมหึมาจะถูกสร้างขึ้นนั้น ถ้ำหรือซอกหินตามธรรมชาติ คือแหล่งที่พระเจ้าใช้เสด็จลงมายังโกลมนุษย์ ในบางคราว ก็มีเฉพาะนักบวชชั้นสูงหรือกองอารักขาเท่านั้นที่สาม ารถเข้าไปในสถานที่หวงห้ามเหล่านี้ได้ ในบางครั้ง สถานที่เหล่านี้ กลับดูเหมือนหลุมหลบภัยที่ใช้ป้องกันกัมมันตรังสีมาก กว่าศาสนสถาน ลองมาดูตัวอย่างกันไหมครับ






"He who wonders discover that this in itself is wonderful" - - M.C. Escher



ห่างหายกันไปเสียแสนนาน ใครที่นึกว่าผมทิ้งเว็บนี้ไปแล้วก็อย่าเพิ่งปลงนะครั บ นายโซนิคยังอยู่นี่ไม่ได้ล้มหายตายจากไปไหน ถึงจะห่างกันหน่อยตามกรรมและวาระ นั่นก็เป็นความจำเป็นของชีวิตที่เลี่ยงไม่ได้




ผมลองมาไล่ๆดูเรื่องที่ตัวเองทำทิ้งไว้ ตกใจเหมือนกันครับเพราะมันค้างเติ่งอยู่หลายเรื่องมา กเลย ประมาณว่าทำได้ซักพักก็ค้างเอาไว้ไม่ยอมทำให้จบ ซึ่งตรงนี้ต้องขอทำความเข้าใจอีกรอบล่ะนะครับว่า บทความหรือเรื่องที่ผมนำมาเสนอนั้นช่วงหลังๆมันมีแต่ ยาวๆทั้งนั้น ครั้นจะทำให้จบเรื่องเป็นซีรี่ส์ๆไป เช่นร่ายยาวแอตแลนติสให้จบเสียในทีเดียวนั้น คงกินเวลามากเอาการ แล้วก็อาจจะมีหลายๆท่านที่สนใจเรื่องอื่นมากกว่า ดังนั้นผมจึงเลือกใช้วธีนี้แหละครับ ทยอยทำไปทีละหลายเรื่องๆ เรื่องละตอนสองตอนสลับกันไป ผลก็คือมีหลายเรื่องมากที่ผมยังห้อยท้ายไว้ว่า Under Construction หรือ "รอหน่อย มี Update ต่ออีก" อะไรประมาณนั้น ใครที่หงุดหงิดอยุ่กับการรอคอย ก็คงให้อภัยผมนะคร๊าบ ^.^




เอ้า... มาต่อเรื่องของเรากันเลยดีกว่า กับ Ancient Astronauts Revisited (ต่อไปจะพูดย่อๆว่า AA หรือ AAR เพื่อความคล่องปาก) ซึ่งแรกทีเดียวเมื่อได้ต้นฉบับมาเป็นหนังสือเล่มหนึง และเอกสารที่ Print มาอีกสองปึ๊ง แต่มัน"เยอะมาก"เลยครับ แถมศัพท์แสงที่พี่แกใช้ก็ยากเย็นแสนเข็ญสำหรับนายโซน ิคเหลือเกิน งานชิ้นนี้เลยเป็นไปแบบกระดึ๊บๆเหมือนกิ้งกือเดิน อีกประการ งานใหญ่เนื้อหาเยอะแบบนี้ถ้าย่อยสั้นเสียจนเกินเหตุล ่ะก็ มันไม่ดีกับคนอ่านแน่ๆ โดยเฉพาะเรื่องในวันนี้น่ะ ผมต้องแกะอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมันใหญ่โตมโหฬารอยู่ค่อนข้างมาก




อ๋อ... เราจะมาคุยกันเรื่องปิระมิดครับ...




เชื่อว่าทุกท่านคงรู้จักและคุ้นเคยกับปิระมิดเป็นอย่ างดี เจ้าสิ่งก่อสร้างโบราณขนาดมหึมานี้ นักโบราณคดีเค้าว่ามันมีวิวัฒนาการมาจากรูปทรงของภูเ ขาครับ ใครเรียนประวัติศาสตร์หรืออารยธรรมโลกมาก็คงได้ข้อมู ลจากอาจารย์ตรงกันว่า ทุกชาติทุกภาษาที่สร้างปิระมิดล้วนแต่พัฒนารูปทรงของ มันมาจากภูเขาทั้งสิ้น ทั้งนี้เพราะคนโบราณเชื่อกันว่า เทพเจ้าของพวกเขาสถิตย์อยู่บนขุนเขานั่นเอง ตัวอย่างเช่น ภูเขาโอลิมปัสของกรีก เขาไกรลาสของอินเดีย เขาแอนดิสในอเมริกาใต้ รวมไปถึงฟูจิซังภูเขาไฟที่มีภูมิทัศน์สวยงามที่สุดใน ญี่ปุ่น



ในไบเบิลเองก็กล่าวถึงยะโฮวา ในฐานะผู้สวมบทบาทของ"พระเจ้าแห่งขุนเขา" ด้วยครับ



แต่นักลึกลับศาสตร์และนักจานผีวิทยา(OFOlogist) กลับมองลึกลงไปกว่านั้น พวกเขาเชื่อว่าการสร้างปิระมิดของคนโบราณ คือมรดกตกทอดที่มนุษย์ได้รับมาจากพระเจ้า(ซึ่งมาจากอ วกาศ?) ตัวอย่างง่ายๆ ชนชาติที่เจริญผิดยุคในสมัยโบราณนั้น ล้วนแล้วแต่มีวัฒนธรรมที่เกี่ยวพันกับการสร้างปิระมิ ดอย่างล้ำลึก บางชาติเช่นสุเมเรียนและอินคาถึงกับมีบันทึกระบุไว้ช ัดเจนเลยว่า ศาสตร์ในการสร้างปิระมิดขนาดใหญ่นั้น พวกเขาได้รับการถ่ายทอดจาก"พระเจ้า"ครับ




อืม... ฟังดูคลาสสิคและก็เป็นไปได้มากเสียด้วย เพราะปิระมิดหลายแห่งนั้น ต่อให้ใช้เทคโนโลยีและกำลังคนที่มีในศตวรรษที่ 21 ก็ยังทำได้ยาก ลำพังคนโบราณที่อาศัยเพียงแรงหรือเครื่องไม้เครื่องม ือง่ายๆนั้นไม่น่าจะสร้างขึ้นมาได้ นอกจากอาศัยความช่วยเหลือของ "พระเจ้า" เท่านั้น คำพูดนี้ว่ากันตามความน่าจะเป็นและการศึกษาทางโบราณค ดีนะครับ มิได้ดูถูกสติปัญญาของคนโบราณแต่ประการใด




Why The Pyramids Everywhere...

ปิระมิดทั้งหลายที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลกใบนี้ ล้วนแต่มีสถาปัตยกรรมและรูปแบบเป็นของตัวเอง นับว่าน่าแปลกนะครับ ปิระมิดเหล่านี้มีอยู่แทบจะทุกทวีป ทั้งใน ยุโรป อเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลางและตะวันออกไกล เอเชียแปซิฟิค รวมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราด้วย กระจายกันอยู่ทุกสารทิศว่างั้นเถอะครับ



เนื่องจากนายโซนิคไม่มีอาชีพเป็นไกด์ผี ดังนั้นจึงไม่สามารถพาทุกท่านไปทัวร์ปิระมิดจนครบทุก ที่ สิ่งเดียวที่พอจะทำได้คือแนะนำปิระมิดในบางสถานที่ซึ ่งมีความ "พิเศษ" บางประการ ความพิเศษดังกล่าวคือสิ่งที่ผมเรียกมันว่าจิ๊กซอครับ จิ๊กซอชิ้นเล็กๆที่จะเชื่อมต่อกันเป็นภาพใหญ่ที่ผมอย ากให้ท่านได้ทัศนากันในวันนี้ แล้วมันมีอะไรน่าสนใจบ้างหรือ? ไปดูกันเป็นที่ๆเลยดีกว่าครับ



Ziggurat อันยิ่งใหญ่ของชาวเมโสโปเตเมียโบราณ


อิรัค: สิ่งก่อสร้างทรงปิระมิดโบรารที่เราเรียกกันว่าซิกกูร ัต(Ziggurat) ในเมือง Ur ของดินแดน Sumer โบราณ
อียิปต์: ปิระมิดแบบ step ในเมืองซัคคารา
อียิปต์: หมู่ปิระมิดทั้งสามที่เมืองกีซา หรือมหาปิระมิดนั่นเองครับ ที่นี่เป้นปิระมิดที่มีลักษณะโดดเด่น เพราะผนังของปิระมิดถูกทำให้ราบเรียบ(อย่างน้อยก็ในส มัยก่อน ปัจจุบันไม่เรียบแล้วล่ะครับ เพราะผุพังไปตามกาลเวลาและน้ำมือมนุษย์) นักเขียนชื่อเกรแฮม แฮนค็อค ได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับปิระมิดที่กีซาเอาไว้ว่า สิ่งก่อสร้างที่เป็น ground plan ของบริเวณนั้นดูแตกต่างจากสิ่งก่อสร้างอื่นที่อยู่เบ ื้องบน เนื่องจากอายุอานามที่ปาเข้าไปถึง 10,500 B.C. หรือหมื่นสองพันกว่าปีนั่นเทียว แต่ตัวปิระมิดแห่งกีซาและปิระมิดเล็กที่รายรอบ กลับสร้างขึ้นราวๆ 2,500 B.C. เท่านั้นเอง ซึ่งนับว่าแปลกมาก

เพราะอายุอานามที่แตกต่างกันถึงขนาดนั้นนั่นเอง ทำให้หลายคนเชื่อว่า ปิระมิดสามหลังนั้นถูกสร้างเพื่อคร่อมทับซากโบราณสถา นในยุคก่อน แต่ข้อนี้ไม่มีใครยืนยันได้เต็มปากเต็มคำหรอก อีกอย่างนะครับ เสียงเล่าลือที่หนาหูเกี่ยวกับอุโมงค์ลับใต้ดินที่อย ู่ใต้ปิระมิดนั้น ช่างเย้ายวนใจนักโบราณคดีและผู้ชื่นชอบเรื่องลึกลับเ สียเหลือเกิน เป็นที่น่าเสียดายว่าปัจจุบันทรายได้กลบทับบริเวณนั้ นไปหมดแล้ว ครั้นจะมีการรื้อขุดค้นเพื่อหาอุโมงค์ดังกล่าว รัฐบาลอียิปต์และองค์การที่เกี่ยวกับมรดกโลกเค้าคงยอ มอยู่หรอกนะครับ ฮึ่ม...

ปริศนาอีกประการที่อยู่ใกล้ๆกับกีซาก็คือสฟิงซ์ครับ น่าแปลกใจมากที่สฟิงซ์นั้นเลือกสร้างในทำเลที่โดดเด่ นมากๆ และมองเห็นได้ง่ายแม้ว่าอยู่บนชั้นบรรยากาศ แถมรูปร่างและพื้นที่รายรอบนั้นก็ดันไปใกล้เคียงกับพ ื้นที่บนดาวอังคารที่เรียกว่าไซโดเนียอย่างเป็นที่สุด อันว่าไซโดเนียนี้คือพื้นที่ที่ NASA ไปได้ภาพถ่ายใบหน้าคนบนดาวอังคารมานั่นเองครับ แม้จะมีแถลงการออกมามากมาย และมีหนังสือสนับสนุนจานักวิชาการยืนยันว่ามันเป็นเพ ียงภูเขาธรรมดาก็เหอะ...






ปิระมิดของชาวมายา



เม็กซิโก: ปิระมิดแบบ step สุดสูงแห่งเมือง ชิเซ่น-อิทซา, มองเต อัลบาน, วิหารในเมืองพาเลงกอ, ที่ซึ่งมีส่วนคล้ายคลึงกับหมู่ปิระมิดแห่งกีซาอย่างน ่าประหลาด อันนี้เป็นปริศนาที่ชวนให้ขบกันหัวแตกอีกประการหนึ่ง ในวงการโบราณคดีเหมือนกันครับ ว่าทำไม๊ทำไมชนโบราณแห่งอเมริกาใต้ถึงได้บุกบั่นขึ้น ไปสร้างปิระมิดและศาสนสถานกันบนเขาสูงนัก ปิระมิดหลายๆลูกจงใจต่อเสริมเติมยอดให้โดดเด่นเป็นพิ เศษ ราวกับว่าสร้างเพื่อให้สามารถสังเกตได้ง่ายจากทางอาก าศกระนั้น...

เม็กซิโก:
ไซต์ทางโบราณคดีที่ขุดค้นกันใหม่ที่โชลูลาซึ่งตั้งอย ู่บริเวณภูเขาไฟโปโปเค เตเพเทิล หรือ เอล โปโป(El popo) ในภาษาโบราณของชนพื้นเมือง อันแปลว่า "man-made moutain" หรือภุเขาที่สร้างขึ้นด้วยฝีมือของมนุษย์
ซึ่งบริเวณนี้เองที่ตำนานของชาวอินคากล่าวไว้ว่า เควซซัลโคเทิลเทพผู้ยิ่งใหญ่ได้เสด็จลงมาสู่ผืนโลกคร ั้งแรก โชลูลามีความหมายในภาษาอังกฤษว่า "the place of flight" ครับ น่าคิดดีป่ะ? และในบริเวณใกล้ๆกันมีปิระมิดที่เรียกกันว่า "Piramide Tepanapa" อยู่ เป็นปิระมิดยักษ์ใหญ่ที่มีความสูงถึง 200 ฟุต และฐานโดยรอบรวม 1300 ฟุต นับเป็นปิระมิดที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้ อ้อ... อาจจะใหญ่ที่สุดในโลกด้วยซ้ำ ปิระมิดแห่งนี้มีวิหารเล็กๆประดับอยู่ด้านบนเพื่อประ กอบพิธีกรรมลึกลับบางประการ ซึ่งภายหลังในยุคที่สเปนรุกรานวิหารดังกล่าวก็แปรสภา พกลายเป็นโบสถ์คริสต์ไปและยังคงอยู่ตราบถึงปัจจุบัน

เม็กซิโก: ปิระมิด เทรส ซาโปเทส (1400-1300 B.C.) ของชาวออลเม็ค นับเป้นปิระมิดดินเผาที่เก่าแก่ที่สุดในเมโสอเมริกา เป้นแหล่งโบราณคดีอีกแหล่งหนึ่งที่ทำให้วงการโบราณคด ีงงกันเป็นไก่ตาแตก เพราะออลเม็คคืออารยธรรมของชนผิวดำครับ "มีอารยธรรมของนิโกรในอเมริกาก่อนยุคค้าทาส? มันจะเป็นไปได้ไงในเมื่อประวัติศาสตรืที่เราเรียนมา นิโกรจากอาฟริกาขึ้นฝั่งสู่โลกใหม่กับเรือค้าทาสของช าวยุโรป ก่อนหน้านั้นอเมริกากลางไม่เคยมีนิโกรหรือชาวยุโรปไป พำนักอาศัยอยู่แน่ๆ..." หลายท่านอาจจะเถียงผมแบบนี้ ก็ตรงกับที่ผมคิดและสงสัยน่ะนะครับ ซึ่งเราก็คงต้องงงกันต่อไปตราบใดที่ปริศนานี้ยังไขกั นไม่กระจ่างชัด เรื่องของชาวออลเม็คนั้น มีคนโยงเข้ากับโมอายที่เกาะอีสเตอร์และหอคอยคนบาปบาเบลด้วย ว่างๆจะเอามาเล่าให้ฟังกัน






นี่ก็ปิระมิดของชาวมายาเช่นกันครับ



เม็กซิโก: ปิระมิดและวิหารสุริยเทพของชาวอินคาที่เมืองติโอติฮั วกัน หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของชาวอินคาที่รู้จักกันไปทั่วโ ลก จอห์น มิเชล กล่าวในงานเขียนของเขาว่า วิหารสุริยานั้นใช้มาตรและหน่วยวัดที่ตรงกับหน่วยวัด ของชาวฮีบรูว์โบราณ ซึ่งก็บังเอิญว่าไปตรงกับหน่วยวัดที่ใช้กับกองหินยัก ษ์สโตนเฮนจ์ในอังกฤษ หรือโบราณสถานทั้งสองที่มีความเกี่ยวพันกันทั้งที่อย ู่กันคนละทวีปครับ?


กัวเตมาลา: ที่นี่เป็นชุมชนโบราณของชาวมายาที่ชื่อว่า El Miradors ซึ่งเต็มไปด้วยปิระมิดสไตล์มายามากมาย ในจำนวนนี้มีปิระมิดที่ใหญ่ที่สุดชื่อ Trige pyramid รวมอยู่ด้วยครับ
เปรู: วิหารแห่งพระอาทิตย์ของชาวโมเช่ (Moche) สิ่งมหัศจรรย์อีกอย่างในวงการโบราณคดี เพราะสร้างจากอิฐดินเผานับสิบๆล้านก้อน และในเปรุอีกเช่นกัน บริเวณที่เรียกกันว่า Huaca del Sol ในหุบเขาโมเช่ มีปิระมิดทรงสูงสร้างจากอิฐดินเผา ด้านหน้าของปิระมิดมีวิหารที่ชื่อ Huaca del luna วิหารที่ใช้บวงสรวงพระเจ้า ซึ่งตำนานของคนพื้นเมืองกล่าวว่านั่งเรือสีทองลงมาจา กท้องฟ้า






ซิกกูรัตแห่งนคร Ur อันเลื่องลือ


โบลิเวีย: Akapana ซึ่งเป็น Platform-Pyramid ในเมืองเทียฮัวนาโค นักโบราณคดีคะเนอายุของมันเอาไว้ว่าสร้างขึ้นเมื่อ 1580 B.C. สถาปัตยกรรมของปิระมิดนี้นับว่าคล้ายคลึงกับที่ยิปต์ อย่างน่าประหลาด
ชวา: Cani Sukuh Pyramid ที่อยู่ใกล้ๆเมืองไทยของเรานี่เอง นักโบราณคดีกล่าวว่า มันน่าประหลาดที่ปิระมิดในชวากลับไปมีลักษณะการออกแบ บคล้ายกับปิระมิดในอเมริกาใต้ ใครครับ? ใครกันที่หอบเอาสถาปัตยกรรมแบบอินคาข้ามน้ำข้ามทะเลม าถึงอินโดนีเซียเพื่อนบ้านของเรา



หลุมหลบภัย?

ย้อนกลับมาดูที่อียิปต์ ปิระมิดจำนวนมากที่เข้าใจว่าสร้างเพื่อเก็บพระศพของฟ าโรห์นั้น จริงๆแล้วกลับไม่ใช่เสียแล้วสิครับ ปิระมิดหลายลูกเต็มไปด้วยห้องลับมากมาย ที่นักโบราณคดีขบไม่แตกว่าจะสร้างขึ้นมาทำพระแสงของ้ าวอะไรกัน ตัวอย่างเช่น ห้องที่เรียกกันว่า Queen Chamber และห้องลับใต้ดินในปิระมิดของสเนเฟรูครับ แต่ก็แปลกนะครับ ที่ห้องที่นักโบราณคดีว่ากันว่าเป็นห้องเก็บพระศพนั้ น ทำไม๊ทำไมการออกแบบถึงได้ไปคล้ายคลึงกับหลุมหลบภัยใน สมัยปัจจุบันนัก

ปิระมิดเก่าๆในยุคต้นเช่น ปิระมิดแห่งไมซีรินุส, ยูนาส, เทตี ต่างก็มีห้องใต้ดินครบครัน ไม่มีหลักฐานใดๆที่ระบุว่าปิระมิดเหล่านี้สร้างขึ้นเ พื่อเก็บพระศพของบรรดาคนในราชวงศ์ แต่ละที่ก็ล้วนมีอุโมงค์ใต้ดินที่ขุดลึกลงไปชนิดลึกม ากๆ คนโบราณเค้าขุดกันลงไปทำไมครับ ขุดไว้หลบระเบิดนิวเคลียร์เรอะ?




"...ก็อาจเป็นไปได้นา"




ไม่ใช่คำพูดนายโซนิคนะครับ ^^! อันนี้มาจากคำกล่าวของนักวิทยาศาสตร์บางท่าน ที่ทำการศึกษาสถาปัตยกรรมและบริเวณรายรอบของปิระมิดเ หล่านั้นอย่างลึกซึ้ง น่าแปลกตรงที่ว่าปิระมิดที่กล่าวมาถูกออกแบบราวกับหล ุมหลบภัยในสมัยใหม่ แถมเป็นหลุมหลบภัยชั้นดีเมื่อเกิดสงครามนิวเคลียร์ด้ วยครับ เนื่องจากทางเดียวที่จะรอดพ้นจากรังสีและพิษร้ายของน ิวเคลียร์บอมบ์ได้ ก็คือการลงไปอยู่ใต้ดิน (ว่างๆลองหาหนังสือหรือบทความว่าด้วยเรื่องของระเบิด ปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนางาซากิมาอ่านเล่นกันนะครับ ลักษณะของความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น มีแต่อยู่ใต้ดินหรือศูนย์กลางแรงระเบิดนั่นแหละ ถึงจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด - - ระเบิดปรมาณูส่วนใหญ่ระเบิดกลางอากาศสูงเหนือพื้นดิน ขึ้นไปนะครับ อย่าลืมเสีย) ดูเหมือนเป็นสิ่งก่อสร้างแบบโบราณๆ แต่ความหนาจากอิฐและดินนี่แหละครับ ที่ช่วยป้องกันแรงทะลุทะลวงของรังสีแกมมาจากนิวเคลีย ร์บอมบ์ได้เปHนอย่างดี

...สำหรับเรื่องการใช้นิวเคลียร์เป็นอาวุธสงครามนั้น ผมจะกล่าวถึงในตอนต่อๆไปของชุดนี้ครับ






ส่วนนี่คือปิระมิดที่พบแถบหมุ่เกาะในแปซิฟิคครับ...



มาดูกันหน่อยครับ กับข้อมูลที่นักเขียนชื่อ Mark และ Richard Wells ได้เขียนเอาไว้ พวกเขากล่าวว่า ตำแหน่งที่ตั้งของปิระมิดกับตำแหน่งดาวบนท้องฟ้าดูจะ มีความสัมพันธ์กันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกับกลุ่มดาวนายพรานหรือ Orion's belt ครับ... ทฤษฎีนี้ไม่น่าประหลาดเพราะรู้กันมานานแล้ว ในเว็บของผมก็เพิ่งเอาบทความที่ได้จากน้องโอลงไปแหม่ บๆ แต่ทราบไหมครับว่า นอกจากปิระมิดทั้งสามที่กีซาแล้ว ปิระมิดที่เมืองซีอานในจีน และที่ทิโอติฮัวกันในเม็กซิโกนั้นห็มีลักษณะคล้ายกัน ไม่มีผิด มันบังเอิญเกินไปไหมจ๊ะแฟนๆจ๋า?




สรุป


เรื่องของเราในวันนี้ พูดกันถึงแต่ปิระมิดเพียวๆ ที่สูงตั้งแต่ 40-400 ฟุต ฐานมีขนาดตั้งแต่ 100-2300 ฟุต ภายในมีอุโมงค์และห้องลับที่ขุดลึกลงถึงชั้นใต้ดิน สถาปัตยกรรมเชิงโครงสร้างเป็บแบบขั้นบันไดบ้าง ผนังเรียบบ้าง วัสดุในการก่อสร้างส่วนมากจะหาได้ในท้องถิ่น ซึ่งก็มีทั้งหินก้อนมหึมาที่เอามาตัด อิฐดินเผา อิฐดินเหนียว และบนยอดของปิระมิดส่วนมากมีลักษณะเป็นหน้าตัด บางแห่งมีวิหารเล็กๆประดับอยู่ด้านบนเสียด้วย สำหรับจุดประสงค์ในการสร้างนั้น ผมคงสรุปไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์หรอกนะครับว่าสร้างขึ้นเพื่ออะไรกันแน่ ก็ผมเกิดไม่ทันยุคนั้นนี่นะ^^! จึงได้แต่อ้างข้อสันนิษฐานของชาวบ้านมาอีกต่อหนึ่งว่ า ปิระมิดหลากขนาดหลายไสตล์ที่ระจัดกระจายกันอยู่ทั่วท ุกมุมโลกนั้น วัตถุประสงค์ในการสร้างน่าจะประกอบด้วย เพื่อเป็นจุดชี้พิกัดจากทางอากาศ, หลุมหลบภัย, ลานจอดอากาศยานที่ขึ้นลงแนวดิ่ง, รวมไปถึงเป็นสถานที่ประกอบพิะกรรมอันศักดิ์สิทธิ์เพื ่อบวงสรวงพระเจ้าจากอวกาศ...

...และทั้งหมดทั้งเพนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น ในยุคสมัยอันไกลโพ้นที่มนุษย์และพระเจ้าอาศัยอยู่ร่ว มกัน




ตอนต่อไปคือ Bio Technology of the Gods รออ่านกันนะครับ


-------------------------
จบครับ เยอะจริง ๆ
__________________

~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~
Castlevania : Symphony Of Newworld
ข้อมูลปัจจุบัน
ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300