Thaigaming Network the 8th: the ultimate evolution of gamertainment tribes. Protect the earth from global warming.

สมัครสมาชิก | รายชื่อสมาชิก | Social Groups | ปฏิทิน | ค้นหา | ข้อความใหม่วันนี้ | ทำสัญลักษณ์ว่าอ่านแล้ว |


กลับไป   Thaigaming > Thaigaming General > Fiction


  • เปิดรับความคิดเห็น เสนอไอเดีย ปรับปรุงแก้ไข Thaigaming ของฉัน โฉมใหม่ Click Here

  • ด่วน !!! รับสมัคร ผู้มีความรู้ โชคโชน คลุกคลี มีสนใจ เกี่ยวกับวงการ Console และ เครื่องเล่น พกพาทุกประเภท เพื่อมาร่วมเป็น ทีมงาน Thaigaming.com กับเรา เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ครั้งใหญ่ สมัครได้ที่โดยส่ง PM ไปหา Mod Better, Hitzuja ได้เลยครับ


  • ดูผลการโหวต: หลังอ่านบทนำจบ...คุณคิดว่าใครปกติสุด ?
    ชายหนุ่ม 5 45.45%
    หญิงสาว 6 54.55%
    เด็กผู้ชาย 0 0%
    เด็กผู้หญิง 0 0%
    ผู้โหวต: 11. ไม่อนุญาติให้โหวตกระทู้นี้

    ตอบ
     
    Share คำสั่งเพิ่มเติม แสดงผล
    เก่า 10 Jan 2012, 20:25   #61 (permalink)
    น้องใหม่ TG
     
    gaganehehe's Avatar
     
    สมัคร: Oct 2011
    สถานที่: ไทย
    โพส: 23
    รับคำขอบคุณ: 3
    ดาวโหลด: 0
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    gaganehehe aura
    จบรอบหนึ่งแล้วววว
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 10 Jan 2012, 20:59   #62 (permalink)
    สมาชิก TG แรกเริ่ม
     
    LondaBell's Avatar
     
    สมัคร: Oct 2009
    สถานที่: Hunter Guild
    โพส: 177
    รับคำขอบคุณ: 49
    ดาวโหลด: 5
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    LondaBell auraLondaBell auraLondaBell auraLondaBell auraLondaBell auraLondaBell aura
    อ้างอิง:
    ข้อความของ Malagor อ่านข้อความ
    ปล.จะพยายามเขียนเรื่องให้อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นใจกว่ านี้นะครับ
    อ่านตั้งแต่แรกใหม่แล้วมาอ่าน ปล. อันนี้....

    อืม.....

    me/ *กุมขมับ*
    __________________
    สถานะปัจจุบัน : รำคาญพวกที่เริ่มทำอะไรแล้วไม่ยอมทำต่อ....
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 10 Jan 2012, 21:48   #63 (permalink)
    สมาชิก TG รุ่นเก๋า
     
    Graybackson's Avatar
     
    สมัคร: Mar 2009
    สถานที่: หน้าโน๊ตบุ๊คคู่ใจ =w=
    โพส: 1,221
    รับคำขอบคุณ: 267
    ดาวโหลด: 249
    อัพโหลด: 1
    Rep Power: 0
    Graybackson aura
    Graybackson auraGraybackson auraGraybackson auraGraybackson auraGraybackson auraGraybackson aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Graybackson
    แหม่ อุตส่าห์โหวตตัวละครตัวเองตกรอบนะเนี่ย เหอๆๆๆๆ
    __________________
    Click the image to open in full size.
    เห่าเข้าไปเลยลูกพ่อ!!

    สมาชิก Thaigaming แอดมาคุยกันครับผม

    รวบรวมลิงก์ผลงาน
    .
    [Fire Emblem Fanfiction]
    .
    [แกลลอรี่ผลงานวาดรูป(กากๆ)]
    .
    [ผลงานแปลซับ(กากๆ) Rest in peace Evee...]
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 11 Jan 2012, 13:04   #64 (permalink)
    สมาชิก TG เต็มตัว
     
    MoNoR!Z@'s Avatar
     
    สมัคร: Feb 2010
    สถานที่: กำกวม
    โพส: 369
    รับคำขอบคุณ: 51
    ดาวโหลด: 46
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    MoNoR!Z@ auraMoNoR!Z@ auraMoNoR!Z@ auraMoNoR!Z@ auraMoNoR!Z@ auraMoNoR!Z@ aura
    เดี๋ยวก่อน แพ้แล้วตาย ?

    อาเมนนน ...
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 11 Jan 2012, 17:57   #65 (permalink)
    สมาชิก TG แรกเริ่ม
     
    LondaBell's Avatar
     
    สมัคร: Oct 2009
    สถานที่: Hunter Guild
    โพส: 177
    รับคำขอบคุณ: 49
    ดาวโหลด: 5
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    LondaBell auraLondaBell auraLondaBell auraLondaBell auraLondaBell auraLondaBell aura
    ก่อนหน้านี้ ตอนสมัครไม่ได้คิดจะอ่านกติกาสักเท่าไหร่.....

    แล้วก็มาสะดุดไอ้ข้อนี้

    อ้างอิง:
    ข้อความของ Malagor อ่านข้อความ

    11) การทำให้ผู้เล่นคนอื่นตกรอบโดยเจตนากระทำภายในเกมเป็ นกติกาอย่างหนึ่งสำหรับเกมนี้ การทำให้ผู้เล่นอื่นไม่สามารถเข้าแข่งขันในรอบถัดไปใ นช่วงนอกเวลาเกมถือว่าเป็นการทำผิดอย่างร้ายแรง คนผู้นั้นจะได้รับโทษคือการบังคับให้ตกรอบทันทีและด่ านก็จะข้ามไปด่านถัดไปทันที
    แล้วเทียบกับเนื้อเรื่อง......นี่คือวิธีบังคับตกรอบ ใช่มั้ย ? หรือไม่ใช่หว่า ?

    เพราะดูแล้วเหมือนเอวาจะมีสถานะตกรอบเรียบร้อยแล้วตอ นยกแท่นแก้วนั่นขึ้นใช่มะ ? ถ้างั้นก็กลายเป็นการทำร้ายผู้เข้าแข่งขันโดยคนนอก ดังนั้นวิธีลงโทษก็เอาถึงตาย....สินะ ?

    อ้างอิง:
    "เสียงหัวเราะและความสนุกสนานที่มีความฝันของคุณ เป็น เดิมพันรอคอยคุณอยู่ !"
    ....แต่ยังไงโทนเรื่องชักไม่เข้ากับสโลแกนรายการที่ร ะบุไว้ท้ายสุดของกติกาแล้วนา

    เอ....หรือยังเข้ากันอยู่นะ ?

    ปล.ที่ว่ามานี่ยังคิดในแง่ดีอยู่นะ
    __________________
    สถานะปัจจุบัน : รำคาญพวกที่เริ่มทำอะไรแล้วไม่ยอมทำต่อ....

    แก้ไขโดย LondaBell : 11 Jan 2012 เวลา 18:00
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 12 Jan 2012, 02:28   #66 (permalink)
    สมาชิก TG แรกเริ่ม
     
    Malagor's Avatar
     
    สมัคร: May 2006
    สถานที่: ทะเลทรายไชฮาลัด
    โพส: 163
    รับคำขอบคุณ: 82
    ดาวโหลด: 86
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    Malagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Malagor
    Profile

    ก่อนที่จะเอาตอนใหม่มาลงก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เอา โปรไฟล์แบบเป็นทางการมาโพสต์เลย
    ดังนั้นก็ลงเลยละกัน พร้อมด้วยคอมเมนต์ตัวละครแบบรวม ๆ และตอบคำถามหรืออธิบายข้อสงสัยที่อาจจะอยากหรือไม่อยากร ู้กันอะนะ

    --------------------------------------------------------------------------------------------

    ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข
    1 - ยูริน คิสึเนะ
    ชื่อเล่น : มักให้คนอื่นเรียกและใช้คำแทนตัวเองว่า 'ยูจัง' แต่แฟนของตัวเองจะเรียกแค่ 'ยู' เฉย ๆ
    เพศ :
    หญิง
    อายุ :15 (ที่จริงยัง 14 ปลาย ๆ ไม่ 15 ดี)
    นิสัย : ร่าเริงแจ่มใส เฮฮาบ้าต๊อง เข้ากับคนอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ก็เป็นพวกแอบคิดมากอยู่เหมือนกัน ชอบเล่นเกมและมีความมั่นใจในตัวเองที่สูงลิบลิ่ว เป็นพวกโอตาคุบ้าชุดนักเรียนหญิงของโรงเรียนต่าง ๆ (รวมถึงโรงเรียนในไทยด้วย) และด้วยตรงนี้เองที่ทำให้เธอมักจะใส่ชุดนักเรียนของโ รงเรียนนี้ทีโรงเรียนนั้นทีเวลาไปไหนมาไหนตลอด (ยกเว้นตอนเล่นบาส)
    ความรู้ความสามารถ : โดดเด่นในฐานะนักกีฬาบาสเกตบอล ม.ต้น ของโรงเรียน แต่เรื่องเรียนไม่เอาอ่าวจนไม่รู้ว่าจะเข้าเรียนต่อใ นระดับ ม.ปลาย ที่เดียวกับแฟนที่ฉลาดติดอันดับท็อปทรีของประเทศได้ห รือไม่ (ไม่กล้าใช้โควต้านักกีฬา เพราะได้ยินมาว่าที่โรงเรียนแห่งนั้นมีชมรมบาสเกตบอล ที่มีแต่นักกีฬาระดับทีมชาติกันทั้งนั้น จนเธอไม่กล้าเทียบรัศมี)
    อาชีพ : นักเรียน
    ความฝัน/สิ่งที่ต้องการให้เป็นจริง : ได้เป็นคู่ชีวิตของมิจจัง
    รูปร่าง : สูง 158 cm. หนัก 45 kg. ไว้ผมทรงบ็อบสีดำ ตาสีดำ ตาโต หุ่นเพรียวมีกล้ามเนื้อที่ขาหน่อย ๆ เนื่องจากเป็นนักกีฬา
    ภูมิหลัง : อาศัยในครอบครัวที่ฐานะไม่ได้ดีมากนัก เข้าเรียนอยู่ในโรงเรียนเอกชนเพราะสอบเข้าโรงเรียนรั ฐบาลไม่ได้ด้วยสาเหตุบางประการ ซึ่งที่แห่งนั้นที่ไม่ได้มีการบังคับเรื่องเครื่องแบ บตายตัว คุณเธอเลยเล่นใส่ชุดนักเรียนของแต่ละที่ในแบบที่ไม่ซ ้ำกันเลยแต่ละวัน ปัจจุบันอาศัยอยู่กับพ่อแม่อย่างอบอุ่นและมีความสุข นอกเหนือจากนี้ก็ยังเป็นไอดอลของโรงเรียนด้วยเนื่องจ ากที่ที่เรียนอยู่นั้นหาคนที่สวยกว่าเธอไม่ได้แล้ว
    เหตุผลที่เข้าสมัคร : ท้าแฟนไว้ว่าจะชนะเกมนี้ให้ดูเลยมาสมัคร ซึ่งถ้าแพ้....ก็ยังไม่รู้ว่าจะลงโทษผู้แพ้ยังไงกันด ี

    --------------------------------------------------------------------------------------------

    ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 2 -มิตสึซาเกะ ไดจิ
    ชื่อเล่น : เพื่อนเรียก 'มัตสึซากะ' ไม่ก็ 'ไดจิ' , แฟนเรียก 'มิจจัง' , ที่บ้านเรียก 'มิตสึ'
    เพศ : ชาย
    อายุ :15 (กลาง ๆ)
    นิสัย : น้ำใจงาม อัธยาศัยดี แต่ชอบมองโลกในแง่ร้ายไปสักหน่อย เป็นพวกที่ไม่ค่อยตั้งใจเรียนแล้วดันฉลาดจนเป็นที่น่ าหมั่นไส้ของเพื่อนฝูง ยิ่งมีแฟนที่เป็นถึงไอดอลของโรงเรียนที่เรียนอยู่ทำใ ห้ต้องรับมือกับคลื่นอิจฉาที่ถาโถมใส่อยู่เรื่อย ๆ และมักจะคอยช่วยติวให้เพื่อน ๆ และแฟนตอนช่วงสอบเป็นประจำ
    ความรู้ความสามารถ : ดีกรี 1 ใน 3 หัวกะทิของประเทศ ความสามารถด้านวิชาการเป็นเยี่ยม แต่กีฬาก็ไม่ได้ห่วยอะไรเท่าไหร่
    อาชีพ : นักเรียน
    ความฝัน/สิ่งที่ต้องการให้เป็นจริง : อยากให้ 'ยูจัง' ฉลาดขึ้นกว่านี้มาก ๆ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ขอแค่ให้ได้อยู่เคียงข้างเขาก็พอ
    รูปร่าง : สูง 166 cm. หนัก 60 kg. มีพุงนิด ๆ มีกระอยู่ที่แก้มทั้งสอง หน้าตาดูงั้น ๆ (แต่ดันมีแฟนเป็นไอดอลของโรงเรียน) สวมแว่นที่หนาอยู่สักหน่อยเนื่องจากสายตาสั้น 200 จนดูคล้ายพวกเด็กเนิร์ดทั้งที่ความเป็นจริงไม่ใช่
    ภูมิหลัง : บ้านฐานะดีมาก แต่กลับมีชีวิตในวัยเด็กที่ค่อนข้างลำบากเนื่องจากพ่ อแม่เสียไปในอุบัติเหตุ เลยต้องฟันฝ่ากับพี่น้องของพ่อที่จ้องจะแย่งสมบัติโด ยมีน้าสาวที่สนิทกับพ่อของเขาที่สุดคอยช่วยเหลือ เข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งที่มีตั้งแต่ระดับ อนุบาลไปจนถึงมัธยมปลาย แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดกับไหวพริบดีและชีวิตที่วัน ๆ มีแต่การเรียนก็ทำให้เขาได้ขึ้นเป็นเด็กอัจฉริยะอันด ับหนึ่งของประเทศ จนกระทั่งได้เจอกับยูรินที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นคนแรกท ี่ทักเขาตอนเข้า ม.ต้นปี 1 แล้วก็คอยเข้ามาลากเขาไปเข้าสังคม ตั้งแต่นั้นมาชีวิตเขาก็เริ่มออกนอกลู่นอกทาง (เล็กน้อย) กระนั้นก็ยังรักษาอันดับท็อปทรีเอาไว้ได้
    เหตุผลที่เข้าสมัคร : เป็นห่วงแฟนก็เลยสมัครด้วย....

    --------------------------------------------------------------------------------------------

    ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 3 :พิสิทธิ์ เบคเกอร์
    ชื่อเล่น : จะเรียกมันว่าไอ้หมาบ้า หมาน้อย หรืออะไรก็ตามแต่ที่เกี่ยวกับหมาก็ได้
    เพศ : ชาย!!! ทั้งดุ้น และทั้งแท่ง!!
    อายุ :19 ขวบ กว่าๆ
    นิสัย : ไม่ค่อยจะทุกข์ร้อนอะไรเท่าไหร่ ไม่คิดมาก แต่ยียวนกวนประสาท ปากเสีย แต่ไม่พูดด้านเสียๆหายๆของใครกับใคร แค่แกล้งเล่นตามประสาคนสนิทกับคนรู้จัก เป็นมิตร และมีมนุษยสัมพันธ์ดีทีเดียว ติดตรงนิสัยชอบแกล้งและปากเสียนี่แหละ และรักหมาที่สุด!! แต่หากว่าหมอนี่เจอใครที่ทำไม่ดีกับหมาแล้ว มันจะโกรธเกลียดเข้าใส้แล้วหาทางแก้แค้น(แทนหมา)ทันท ี
    ความรู้ความสามารถ : มีความรู้เรื่องสุนัขทุกสายพันธุ์ในขั้นปรมาจารย์ แถมฝึกสุนัขเก่งด้วย ไม่รู้ในตัวมีออร่าอะไรหมาถึงเชื่อฟังมันนัก หมอนี่คำนวณเก่งทีเดียว กำลังศึกษาในสาขาการสัตวแพทย์และเรียน รด. ชั้นปีที่ 5 ในเหล่าทหารช่างควบไปด้วย
    อาชีพ : นักศึกษามหาลัยเอกชนในประเทศไทย คณะวิทยาศาสตร์ เอกวิทยาศาสตร์การแพทย์สัตว์
    ความฝัน/สิ่งที่ต้องการให้เป็นจริง : อยากเปิดโรงเรียนฝึกสอนสุนัขที่เป็นที่หนึ่งในโลก
    รูปร่าง : หนุ่มผอมสูง 186 cm. หนัก 92 kg โครงหน้ายาวแหลม ไว้ผมรองทรงสูงสีน้ำตาลเข้ม ดวงตาเล็กแววดูแล้วเจ้าเล่ห์สีฟ้า จมูกปากเรียวเข้ากับเค้าหน้า ร่างกายค่อนข้างแข็งแรง สามารถยกกระสอบอาหารหมาหนัก 40 กิโลได้สบาย ๆ
    ภูมิหลัง : ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย - อเมริกันผู้รักหมา หน้าหมา ปากหมา เพราะเกิดมาในครอบครัวที่ฝ่ายพ่อเป็นทหารช่างสัญชาติ อเมริกัน ส่วนฝ่ายแม่เป็นสัตวแพทย์ ซึ่งมีความผูกพันกับสุนัขเป็นพิเศษ หมอนี่เห็นหมาไม่ได้จะเข้าไปหาตลอด แต่กับคนก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ หมอนี่ค่อนข้างเป็นมิตรดีทีเดียว พูดมากปากเสียเป็นพิเศษกับคนที่รู้จัก ขี้โวยวายด้วย แต่กับคนแปลกหน้ามันก็หาเรื่องมาคุยได้ถ้าหากสถานการ ณ์เป็นใจ และที่สำคัญ มันเป็นคนเจ้าชู้ทางสายตาแบบสุดๆ (คุกคามผู้หญิงทางสายตา มองอยู่นั่นแหละ) สเป็คไม่เลือก ขอให้ใส่หูแมวหูหมา มันชอบบบ!!!
    เหตุผลที่เข้าสมัคร : ขณะกำลังให้อาหารหมากะบรรดาคู่หู (หมาน่ะแหละ) ก็เห็นโฆษณาเกมส์โชว์ The Shattered ขึ้นมา และบรรดาคู่หูของเจ้านี่ก็ทำท่าเห่าและสนใจมาก มันจึงมาสมัครเพื่อที่จะหาเหตุผล "ทำไมโฆษณานี้ดึงดูดสัตว์เลี้ยงของมันนัก"

    --------------------------------------------------------------------------------------------

    ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 4 -สุภลักษณ์
    ชื่อเล่น : ตุ๊กตา
    เพศ : ทอม
    อายุ :20
    นิสัย : มีเพื่อนสนิทคือคอมพิวเตอร์ เป็นคนอยู่เงียบๆ มีสังคมแคบๆ คิดมากในเรื่องที่ไม่สมควรคิด สงสัยง่าย เข้าใจยาก ในเรื่องที่ไม่ควรอธิบายไม่ชอบความวุ่นวายที่มากเกินไป แต่ถ้าอารมณ์ดีเมื่อไหร่ บทจะพูดก็พูดไม่หยุด
    ความรู้ความสามารถ : เล่นกีตาร์ วาดรูป แต่งรูป และถ่ายรูปบ้างบางที แต่รวม ๆ ก็ใช้คอมพิวเตอร์ได้ค่อนข้างดี
    อาชีพ : เด็กมหาลัย บริหารปี3
    ความฝัน/สิ่งที่ต้องการให้เป็นจริง : เป็นนักวาดภาพประกอบ ใช้ชีวิตบนเขา
    รูปร่าง : สูง 172 cm หนัก 47 kg ไว้ผมบ็อบย้อมเป็นสีน้ำตาลเข้มจนดูไม่ต่างกับสีดำมาก นักประเภทที่ถ้าไม่โดนแสงที่สว่าง ๆ หน่อยก็จะแยกไม่ออก และด้วยส่วนสูงที่ค่อนข้างมากและน้ำหนักที่ต่ำกว่าปก ติไปไม่น้อยทำให้เธอดูผอมกะหร่องเหมือนคนขาดสารอาหาร ชอบยืนและนั่งหลังค่อม(นั่งหน้าคอมเป็นกิจวัตร) ตาโล ๆ เสื้อยืดสีพื้น ๆ กับยีนสีเดียว คือแฟชั่นที่คิดว่ายั่งยืนที่สุด
    ภูมิหลัง : เป็นลูกคนเดียว พ่อและแม่ทำงานต่างประเทศ ความเงียบมาเยือนตอนพ่อลาโลก จึงเริ่มจริงจังขึ้นบ้างและเข้าเรียนบริหารตามที่แม่ ต้องการ แต่ก็แพ้ภัยเพราะสิ่งที่ตนสนใจ
    เหตุผลที่เข้าสมัคร : โฆษณารับสมัครผู้แข่งขันนี้ เป็นรายการโทรทัศน์แรกในรอบ4ปีที่ผ่านสายตาแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจ

    --------------------------------------------------------------------------------------------

    ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 5 -วิจิตร พงศรี
    ชื่อเล่น: เป้
    เพศ: ชาย
    อายุ:19 ต้นๆ
    นิสัย: เป็นคนเย็นชา ชอบพูดจาแบบขวานผ่าซาก แต่ก็ไม่ถึงกับใจจืดใจดำไปซะทีเดียว ช่วยเหลือคนอื่นเมื่อตนเห็นว่าควรช่วย ถ้าไม่มั่นใจก็จะไม่ยอมทำอะไรเสี่ยง ๆ นอกเสียจากไม่มีทางเลือก ไม่ค่อยอยากมีเรื่องกับใครแต่ก็อย่าไปมีเรื่องกับเขา เชียว
    ความรู้ความสามารถ: มีความสามารถในการใช้มีดทุกชนิดได้อย่างคล่องแคล่ว ตั้งแต่มีดสปาร์ต้า ยันมีดปอกผลไม้ , คาราเต้สายดำ
    อาชีพ: ฆาตกรโรคจิต
    ความฝัน/สิ่งทีต้องการให้เป็นจริง: กำจัดคนชั่วให้หมด
    รูปร่าง: สูง 186 เซนติเมตร น้ำหนัก 65 กก มีรอยแผลเป็นที่มีลักษณะคล้ายเลข 13 อยู่ที่อกข้างซ้าย ผมสีดำ มีแผลที่ตาข้างขวา ใส่แว่นดำอยู่ตลอดเวลาด้วยเพราะเป็นโรคตาแพ้แสงอย่าง รุนแรง
    ภูมิหลัง: ครอบครัวถูกสังหารโหดโดยกลุ่มหัวรุนแรงทางการเมือง จึงคิดที่จะล้างแค้นให้ครอบครัว โดยตามเก็บตั้งแต่หัวคะแนนยันสมาชิกพรรค แต่ละรายจะโดนสังหารโดยมีดอย่างทารุณ จนใกล้ที่จะสังหารไปถึงรายสุดท้าย แต่โดนจับได้เสียก่อน จึงโดนจับเข้าคุกโดยที่ยังไม่ล้างแค้นไม่สำเร็จ
    เหตุผลที่สมัคร: ไม่มีเวลาให้คิดมาก เพราะตอนนั้นหนีตำรวจอยู่แล้วทางรายการเสนอเข้าไปเอง ด้วยเหตุผลบางประการ

    --------------------------------------------------------------------------------------------

    ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 6 -ปาริฉัตร ภัทรวุฒินันท์
    ชื่อเล่น : ปาร์ตี้
    เพศ : หญิง (เลสเบี้ยน)
    อายุ :16 ปี
    นิสัย : เป็นคนที่ไม่ค่อยไว้วางใจใครเท่าไหร่นัก เพราะแต่ละคนต่างก็เข้าหาเธอโดยหวังผลประโยชน์ทั้งนั ้น และนอกจากพี่กับพ่อที่ปกติก็ไม่ค่อยจะถูกกันเท่าไหร่ นักแล้วก็ยังไม่ชอบผู้ชายคนอื่นค่อนข้างมากด้วยชนิดท ี่ถ้าเข้ามาตอแยเป็นโดนด่าเละ ไม่ก็โดนเมินชนิดที่เหมือนเป็นไม่ได้กระทั่งไรฝุ่น
    ความรู้ความสามารถ : เก่งฟิสิกส์และเคมีขั้นเทพ เป็นนักว่ายน้ำของโรงเรียน มีความสามารถในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด ที่สำคัญคือกินจุมาก
    อาชีพ : นักเรียนม.ปลาย
    ความฝัน/สิ่งที่ต้องการให้เป็นจริง : อยากมีเพื่อนและ/หรือคนที่ไว้วางใจได้จริง ๆ
    รูปร่าง : เป็นเด็กสาวรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น สูง 164 หนัก 49 สัดส่วน 30-24-29 ผิวขาว หน้าตาดี
    ภูมิหลัง : ลูกสาวอภิมหึมามหาเศรษฐี ที่มีบรรยากาศภายในบ้านไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไหร่ แม่เสียชีวิตไปแล้วเหลืออยู่แต่พ่อและพี่ชายที่มักจะ ทำตัวสำมะเลเทเมาจนเป็นที่เอือมระอา และยังกลัวว่าหากวันใดที่ทั้งสองไม่ได้สนใจสายเลือดท ี่มีร่วมกันขึ้นมาแล้วอนาคตของเธอจะเป็นอย่างไร (ในหลาย ๆ ความหมาย)
    เหตุผลที่มาสมัคร : อยากให้คนอื่นยอมรับในความรู้ความสามารถของตน และคบหากับตัวเองด้วยความจริงใจมากกว่าหวังเงินทองขอ งทางบ้านของเธอ

    --------------------------------------------------------------------------------------------

    ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 7 -เอวา บรูนส์
    ชื่อเล่น : เอวา
    เพศ : หญิง
    อายุ :42
    นิสัย : เป็นคนดุร้าย ขี้หงุดหงิด หูเบา ใจจืดใจดำ ชอบทำดีเอาหน้าแบบเวลาเห็นใครมีประโยชน์กับตนก็ทำดีด ้วย แต่พอจะเห็นเป็นผลเสียก็เฉดหัวทิ้งแบบไม่ไยดี แน่นอนว่ากับสามีเธอเองก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน (เพียงแต่ตอนนี้ยังทำงานหารายได้สูงดีอยู่จึงยังไม่โ ดนอย่างหลัง) เป็นพวกเหยียดสีผิวอีกต่างหาก......และจากคำรับรองแพ ทย์ประจำตัวนั้นจริง ๆ หล่อนเป็นคนวิกลจริตหน่อย ๆ ด้วย
    ความรู้ความสามารถ : *ไม่มีความสามารถพิเศษ*
    อาชีพ : แม่บ้าน (อยู่บ้านเฉย ๆ)
    ความฝัน/สิ่งที่ต้องการให้เป็นจริง : อยากให้สามีตายด้วยอุบัติเหตุเพื่อรับเบี้ยประกันรวม กว่า 100 ล้านดอลล่าร์มาใช้
    รูปร่าง : สูง 159 cm หนัก 99 kg. ค่อนข้างท้วมจนน่าจะเรียกว่าอ้วนไปเลยจะดีกว่า หน้าตาก็งั้น ๆ
    ภูมิหลัง : เคยคบกับแฟนหนุ่มคนหนึ่งช่วงเรียนไฮต์สคูลแล้วโดนเค้ าเข้าหาเพื่อหลอกฟัน ก่อนจะโดนทิ้งไปมีคนใหม่ ซึ่งหล่อนเสียใจมากจนเกือบจะเป็นบ้ากันเลยทีเดียว และหลังจากนั้นมาก็กลายเป็นคนนิสัยแบบนั้นนั่นเอง
    เหตุผลที่เข้าสมัคร : เพราะเชื่อในคำโฆษณาที่ว่าสามารถทำให้ความฝันของตนเป ็นจริงได้

    --------------------------------------------------------------------------------------------

    ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 8 -ซาน สจ๊วต
    ชื่อเล่น : ซูซาน (เรียกกันโดยเพื่อน ๆ ที่ทำงาน)
    เพศ : ชาย (แต่เป็นไบ)
    อายุ :32
    นิสัย : ภายนอกดูอัธยาศัยดี น้ำใจงาม เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนฝูง แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนที่มักเฝ้ามองคนอื่นด้วยความอิจฉาแล้วก็ได ้แต่ถอนหายใจเท่านั้น ในด้านหน้าที่การงานก็มักจะทำอย่างเต็มที่เพื่อให้มั นเสร็จ ๆ ไป.....เป็นคนที่เวลาอยากมีเซ็กส์จะเอาได้หมดไม่ว่าจ ะเป็นชายหรือหญิง และชอบคนหนุ่มที่เอาะ ๆ เป็นพิเศษ
    ความรู้ความสามารถ : เชี่ยวชาญเรื่องการใช้มือสลับสับเปลี่ยนสิ่งของขนาดเ ล็กเอามาก ๆ
    อาชีพ : คนแจกไพ่ในคาสิโนแห่งหนึ่งในลาสเวกัส
    ความฝัน/สิ่งที่ต้องการให้เป็นจริง : ได้เปิดคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในลาสเวกัส
    รูปร่าง : สูง 188 cm. หนัก 97 kg. รูปร่างกำยำผิดกับความเป็นไบของเขา หัวโล้นผิวคล้ำ ดูน่ากลัวจากภายนอกทั้งที่จริง ๆ ....ก็น่ากลัว
    ภูมิหลัง : เป็นคนที่เกิดในรัฐมิสซิสซิปปี้ แต่หนีออกจากบ้านร่อนเร่พเนจรตั้งแต่อายุ 12 เนื่องจากถูกพ่อแท้ ๆ ของตนทารุณเฆี่ยนตีจนทนไม่ไหว แล้วแสวงโชคไปเรื่อย ๆ และทำงานหลายที่ทั้งเป็นเด็กส่งเอกสารในย่านวอลสตรีท ส์ คนขายเบอร์เกอร์คิงส์ และอื่น ๆ แต่สุดท้ายก็มีคนรู้จักชักชวนมาทำที่คาสิโนในลาสเวกั สตอนอายุ 22 และทำมาจนถึงปัจจุบันรวมเป็นเวลา 10 ปีโดยประมาณ
    เหตุผลที่เข้าสมัคร : อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองที่ดูแล้วโก้หรูสุด ๆ

    --------------------------------------------------------------------------------------------

    ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 9 -ฐานันดร โอภาสกุล
    ชื่อเล่น : ทัพ
    เพศ : ชาย
    อายุ :23
    นิสัย : เป็นชายที่สุภาพบุรุษสุดๆ ไม่ว่าจะยังไงเขาจะไม่ทำอะไรผู้หญิงก่อนยกเว้นกรณีที ่ฝ่ายหญิงคิดร้ายต่อเขากับผู้ชายด้วยกันจะค่อนข้างเฮฮาปาร์ตี้ และบ้าบอคอแตกในบางครั้ง มักจะชอบตบมุกที่คนอื่นยิงมาโดยไม่รู้ตัวประจำ (แต่ส่วนใหญ่คนยิงจะเป็นใหม่)
    ความรู้ความสามารถ : มีวาจาดุจมีสาลิกาลิ้นทอง ชำนาญการใช้อาวุธประเภทปืน และดาบเผื่อไว้ป้องกันตัวเองด้วย
    อาชีพ : หัวหน้าฝ่ายขายของบริษัทแห่งหนึ่ง
    ความฝัน/สิ่งที่ต้องการให้เป็นจริง : อยากพบผู้หญิงที่จริงใจ และรักเขาเหมือนที่เขารักเธอ
    รูปร่าง : สูง 180cm หนัก 70 kg หน้าตาค่อนข้างหล่อและหล่อพอที่จะทำให้สาวๆ หันมามองได้
    ภูมิหลัง : อดีตเด็กหนุ่มที่หน้าตาขี้เหร่เอาโคตรๆ ซะจนเคยถูกเรียกว่า "ไอ้ตูดหมึก" (แต่พอโตมาแล้วทำไมหน้าตามันดีจังฟะ)
    เหตุผลที่เข้าสมัคร : ก็ผู้หญิงแต่ละคนที่เขาเจอน่ะ มีแต่พวก xxx แล้วก็ xxx ทั้งนั้นเลย (ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ) พอเห็นแบบนี้แล้วเลยอยากเสี่ยงดูซักตั้งเผื่อจะเจอคน รู้ใจในระหว่างแข่ง

    --------------------------------------------------------------------------------------------

    ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 10 -บรรณพักตร์ แก้วสดุดี
    ชื่อเล่น : ใหม่
    เพศ : ชาย
    อายุ : 25
    นิสัย : เป็นคนที่ดูจากภายนอกแล้วก็เฮฮาบ้า ๆ บอ ขี้โวยวาย แต่จริง ๆ แล้วรอบคอบและค่อนค้างฉลาดพอสมควร มีการตัดสินใจเด็ดขาดมาก ชอบคิดว่าคนที่ไม่ทำอะไรก็ไม่มีสิทธิได้อะไรกลับไป และเกลียดการโกงมาก
    ความรู้ความสามารถ : มีความรู้ความสามารถในการจัดการบริหารงานทางด้านการเ งินการบัญชี รวมถึงบริหารทรัพยากรมนุษย์ด้วย
    สาขาอาชีพ : นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะบริหารธุรกิจ
    ความฝัน/สิ่งที่ต้องการให้เป็นจริง : เป็นนักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ไม่มีวันล้มละลาย
    รูปร่าง : สูง 167 cm หนัก 60 kg ผมสั้นสีดำ ใส่แว่นตาอันเล็ก ไม่อ้วนไม่ผอม มีกล้ามนิดหน่อย
    ภูมิหลัง : ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนอกจากธุรกิจพ่อแม่ล้มละลายแล้วก็เป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยของทัพ
    เหตุผลที่เข้าสมัคร : เนื่องจากพ่อแม่เป็นนักธุรกิจล้มละลาย จึงอยากได้เงินทุนไปปลดสถานะให้พ่อแม่และตั้งธุรกิจใ หม่ขึ้นมา

    --------------------------------------------------------------------------------------------

    ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 11 -รัตนะ พะดาวดี
    ชื่อเล่น : เค
    เพศ : หญิง
    อายุ :27
    นิสัย : ร่าเริงแจ่มใส ดูเป็นคนดีสุด ๆ แต่ที่จริงแล้วยังมีอีกด้านที่โหดร้ายทารุณเกินจะพรร ณนาได้
    ความฝัน/สิ่งที่ต้องการให้เป็นจริง : ทำให้พวกเจ้าชู้หายๆไปให้หมด
    รูปร่าง : สูง 174 cm หนัก 55 kg ผิวขาวผ่อง หน้าตาดูหมวยนิด ๆ ผมยาวถึงเอวหน้าตาดูสดใสและจริงใจมากผมปิดตาซ้ายไว้อ ยู่ผมสีออกดำแดงอกใหญ่พอตัว ทรวดทรงองค์เอวก็ได้รูป
    ภูมิหลัง : สาวสวยที่แค้นแฟนคนแรกสุดสมัยเรียน ซึ่งเป็นคนเจ้าชู้กำลังมีอะไรกันกับหญิงอื่นจึงลงมือ สังหารทั้งเขาและหล่อนแล้วรู้สึกติดใจ (เนื่องด้วยความผิดปกติทางจิต) จึงคิดฆ่าไปเรื่อย ๆโดยเป้าหมายจะเป็นผู้ชายที่คิดมีอะไรกับเธอ ซึ่งก็มีเหยื่อมาแล้วหลายราย แต่ถึงอย่างนั้นตำรวจก็ยังไม่สามารถสืบหาตัวเธอได้เส ียที
    เหตุผลที่เข้าสมัคร : ต้องการทำให้คนเจ้าชู้หายไปให้หมด

    --------------------------------------------------------------------------------------------

    Comment ตัวละครแบบรวม ๆ :

    โปรไฟล์ชุดนี้แก้จากของดั้งเดิมที่แต่ละคนส่งเข้ามาก ัน บางตัวก็แก้เยอะ บางตัวก็แก้น้อย อย่าง 'ยูริน' กับ 'ไดจิ' นี่ภูมิหลังตัวละครทั้งสองที่ใช้จริงนี่สลับกันเลย (สลับกันยังไงต้องไปดูที่โปรไฟล์ต้นฉบับเทียบกับเนื้ อหาในบท Intro)

    นอกเหนือจากสองคนแรก....ของ
    ตัวละครอื่นส่วนใหญ่แก้น้อยมาก ซึ่งมักจะเป็นการใส่รายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเข้าไปอี กเพื่อให้รู้สึกสมเหตุสมผลขึ้น

    โดยตัวละครที่ถูกแก้ไข+เพิ่มเติม+ลบออกน้อยสุดก่อนจะ เริ่มแต่งเรื่องก็ 3 อันดับแรกคือ
    - อันดับ 1 'เอวา' ซึ่งแค่ใส่ส่วนสูงกับน้ำหนักเพิ่มเข้าไปก็เรียบร้อย
    -
    ตามมาด้วยอันดับ 2 มี 2 คน คนแรกคือ 'เบคเกอร์' ที่ปรับนิสัยนิดนึงและ 'ทัพ' ที่เพิ่มเติมเรื่องนิสัยเข้าไปนิดเดียวเช่นกัน (ว่าจะให้สองคนนี้เป็นคู่พระนางอะนะ )
    และตัวละครที่แก้ไข+เพิ่มเติม+ลบออกเยอะที่สุดจัดเป็ นอันดับ 1 ร่วมกัน 3 คนเลยก็คือ
    - 'ไดจิ' กับ 'ยูริน' ที่ต้องพิมพ์คู่กันเพราะอย่างที่บอกไปก่อนหน้าว่า ภูมิหลังของทั้งคู่เอามาสลับกันและปรับปรุงทั้งเรื่อ งนิสัยและพื้นหลังเกือบทั้งกระบิ
    - และอันดับ 1 ร่วมอีกคนก็คือ 'ปาตี้' ที่แก้ไขส่วนของนิสัยและเพิ่มภูมิหลังเข้าไปให้ละเอี ยดกว่าเดิมเพราะภูมิหลังดูไม่ค่อยมีแรงผลักดันเท่าไห ร่เลย
    ต่อจากนี้ไปก็ขอฝากอนาคตของตัวละครเหล่านี้ไว้กับคะแ นนโหวตของทุกท่านด้วยละกันนะ

    --------------------------------------------------------------------------------------------

    พื้นที่ไขข้อสงสัย :

    อ้างอิง:
    ข้อความของ MoNoR!Z@ อ่านข้อความ
    เดี๋ยวก่อน แพ้แล้วตาย ?

    อาเมนนน ...
    อันนี้ก็ไม่รู้อะนะ....อาเมน.....

    อ้างอิง:
    ข้อความของ LondaBell อ่านข้อความ
    แล้วเทียบกับเนื้อเรื่อง......นี่คือวิธีบังคับตกรอบ ใช่มั้ย ? หรือไม่ใช่หว่า ?

    เพราะดูแล้วเหมือนเอวาจะมีสถานะตกรอบเรียบร้อยแล้วตอ นยกแท่นแก้วนั่นขึ้นใช่ มะ ? ถ้างั้นก็กลายเป็นการทำร้ายผู้เข้าแข่งขันโดยคนนอก ดังนั้นวิธีลงโทษก็เอาถึงตาย....สินะ ?

    ....แต่ยังไงโทนเรื่องชักไม่เข้ากับสโลแกนรายการที่ร ะบุไว้ท้ายสุดของกติกาแล้วนา

    เอ....หรือยังเข้ากันอยู่นะ ?

    ปล.ที่ว่ามานี่ยังคิดในแง่ดีอยู่นะ
    ก็มองอย่างงั้นก็ได้นะ....ไม่ผิดอะไร ส่วนเรื่องเข้าหรือไม่เข้ากับสโลแกนรายการอ่านตอนหลั ง ๆ ไปก็รู้เองแหละ เพราะพล็อตเนื้อเรื่องเบื้องหลังมันแต่งได้เลยโดยแทบ ไม่ต้องอิงผลการแข่งในเรื่องอยู่แล้ว

    .......แล้วก็ดีแล้วล่ะที่คิดในแง่ดี


    พบกันใหม่คราวหน้าครับ
    __________________
    -----------------------------------------------------------------------------------
    ::Fiction Zone::
    -----------------------------------------------------------------------------------

    The Shattered: เกมล่าท้าฝัน
    จะแลกสิ่งที่คุณมีกับความฝันที่คุณต้องการรึเปล่าล่ะ ?

    Xero: La Comienzo -Tale of the Iron Magus-

    คนสองคนกับจุดเริ่มต้นของเรื่องราว


    แก้ไขโดย Malagor : 15 Jan 2012 เวลา 02:16 เหตุผล: แก้ไขเรื่องอายุของ 'ไดจิ' นิดหน่อย
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    สมาชิกจำนวน 2 คน ที่ได้ขอบคุณ Malagor สำหรับโพสที่มีประโยชน์นี้
    เก่า 15 Jan 2012, 02:39   #67 (permalink)
    สมาชิก TG แรกเริ่ม
     
    Malagor's Avatar
     
    สมัคร: May 2006
    สถานที่: ทะเลทรายไชฮาลัด
    โพส: 163
    รับคำขอบคุณ: 82
    ดาวโหลด: 86
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    Malagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Malagor
    7 Days a Week #2:
    [Day 1] (Part 1)


    - ยูริน คิสึเนะ (3) -

    นอนไม่หลับเลย......

    ไม่ว่ายังไงก็ลืมภาพนั้นไม่ได้เลย......

    ภาพที่แม้จะผ่านไปแล้วสองวันเต็ม ๆ นับตั้งแต่วันที่แข่งขันกันเมื่อวาน และจนถึงตอนนี้.......



    “แปดโมงเช้าแล้วเหรอเนี่ย”



    เราบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงนอนที่เป็นเพียงฟูกนอนแข็ง ๆ เหมือนเมื่อครั้งที่เรายังอยู่ที่บ้าน โดยมีพัดลมขนาดไม่ใหญ่มากนักตั้งอยู่ที่ปลายเท้าซึ่ง ถูกปิดเอาไว้เนื่องจากอากาศค่อนข้างเย็นอยู่แล้ว


    ภายในห้องที่มีทั้งตู้เสื้อผ้าของเราที่ตั้งอยู่มุมห ้องเยื้องไปทางขวามือของเรา ซึ่งมีชุดนักเรียนตัวหลักที่เราใช้ใส่ไปโรงเรียนแขวน เอาไว้กับมือจับของบานประตูตู้ โต๊ะโคทัตสึที่ทำหน้าที่เป็นโต๊ะทำงานของเราไปด้วยใน ตัว และของกระจุกกระจิกต่าง ๆ รวมถึงกระทั่งบานหน้าต่างที่ถูกปิดอยู่นั้นก็เหมือนอ ยู่ในห้องของเราจริง ๆ


    กระนั้นทุกอย่างที่อยู่ในห้องที่เรานอนอยู่นี้นั้นก็ เป็นเพียงของเลียนแบบที่ไม่ได้มีคุณค่าทางใจเลย..... .



    “เมื่อคืนมิจจังจะนอนหลับรึเปล่านะ ?”



    แม้เขาจะไม่ได้แสดงท่าทีเป็นกังวลหรือหวาดวิตกใด ๆ ออกมาเมื่ออยู่ต่อหน้า แต่เราก็ยังกังว่าในใจลึก ๆ แล้วเขาจะคิดยังไงกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับ
    ‘พวกเรา’

    จะคิดยังไงถ้าหากเมื่อถึงเวลาที่เราต้องแข่งกันเพื่อ ให้ตัวเองรอดขณะที่ต้องดูคนอื่นตาย


    และจะคิดยังไงถ้าเมื่อถึงเวลาที่เหลือพวกเราเพียงสอง คน


    จ๊อกกกก......



    “หิวจังแฮะ”



    จะว่าไปเราเองก็กินอะไรไม่ลงมาตลอดสองวันเลยนี่นะ จะรู้สึกหิวบ้างก็คงไม่แปลกล่ะมั้ง......


    ขาสองข้างของเราก้าวไปอย่างช้า ๆ ไม่ได้รู้สึกเร่งรีบอะไรเพราะไม่มีสิ่งใดที่จะเร่งเร ้าให้เราต้องรีบร้อนเลย แม้จะยังรู้สึกแย่กับเรื่องที่เกิดขึ้นจนไม่ค่อยอยาก กินเท่าไหร่ แถมกินตอนดึก ๆ แบบนี้จะทำให้อ้วนด้วย แต่หิวก็คือหิวนั่นแหละนะ


    ทว่าที่ห้องโถงกลางที่ปกติแล้วเรามักจะเข้ามาเป็นคนแ รก ๆ นั้น เช้าวันนี้กลับเต็มไปด้วยคนที่เริ่มคุ้นหน้าคุ้นตากั นดีและเสียงโหวกเหวกโวยวายที่ฟังดูแล้วยังไงก็บ่งบอก ว่าคนเหล่านั้นกำลังทะเลาะกัน



    “จะบ้ารึไง.....บอกให้พวกเรายอมรับกับเรื่องแบบนี้ง่ าย ๆ เนี่ยนะ ?” เสียงของพี่เบคเกอร์ดังขึ้น


    “ก็แล้วพวกเราจะทำอะไรกันได้ล่ะ ?” พี่เป้ถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ราวกับไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไหร่นัก



    อันที่จริงในการแข่งขันเมื่อวาน หลังจากเกิดเหตุการณ์ได้ไม่กี่นาทีทุกคนรวมถึงเราต่า งก็คงรู้สึกแย่ไม่ต่างกัน ขนาดพี่ใหม่ยังถึงกับอาเจียนออกมาซะด้วยซ้ำ ส่วนตัวเรานั้นมิจจังก็เข้ามาบังไม่ให้เรามองขณะที่เ ขาเองก็หันหลังให้กับร่างป้าเอวา


    ทว่าเพราะมิจจังบังเราอยู่นั่นเองทำให้เราไม่เห็นอะไ รอย่างอื่นนอกจากแผงอกของเขาและพี่เป้ที่อยู่ด้านข้า ง ซึ่งยืนกอดอกแสดงท่าทีเฉยชาราวกับไม่ได้รู้สึกอะไรกั บสิ่งที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่นั่นก็อาจจะเป็นเรื่องที่เราคิดไปเองก็ได้ เพราะถึงยังไงสีหน้าเขาก็ถูกบังไว้ด้วยแว่นกันแดดแฟช ั่นที่เขาใส่อยู่ตลอดเวลานั่นเอง



    “อรุณสวัสดิ์จ้ะ” พี่เคเข้ามาทักทายเราด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย

    “อรุณสวัสดิ์ค่ะ......ปาร์ตี้เค้าเป็นยังไงบ้างเหรอค ะ ?”


    “ไข้ลดลงนิดหน่อยแล้วน่ะ”



    ส่วนเรื่องของปาร์ตี้หลังจากที่เธอฝืนเข้าแข่งขันจนผ ่านพ้นไปได้แล้วก็สลบไปเพราะพิษไข้ พี่เคก็อาสาดูแลเองโดยให้เราไปพักผ่อน ซึ่งดูจากรอยคล้ำใต้ตาแล้วดูเหมือนตัวพี่เคก็คงจะคอย ดูแลปาร์ตี้จนไม่ได้นอน หรือไม่ก็อาจจะนอนไม่หลับอยู่แล้วเหมือนกับเราก็ได้



    “แล้วลุงสจ๊วตล่ะคะ ?”


    “ยังไม่ออกมาเลย......แต่อาจจะเพราะลุกไม่ไหวด้วยล่ะ มั้ง ? เมื่อวานโดนฟาดเข้าไปเต็มแรงเลยนิ”


    “น่าเป็นห่วงเหมือนกันนะคะ”



    และสุดท้ายก็คือเรื่องของลุงสจ๊วตหลังจากที่เมื่อวาน โดนฟาดด้วยแท่นแก้วแข็ง ๆ จนแตกกระจายแล้ว ท่าทางของคุณลุงเขาก็ดูเหมือนจะไม่ได้เจ็บปวดอะไรมาก นัก ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะร่างกายที่แข็งแรงกำยำของลุงเค้ าเองนั่นแหละ


    แต่เรื่องแบบนี้ยังไงก็วางใจไม่ได้อยู่ดี......



    “ไอ้เป้......นี่แกมองชีวิตคนเหมือนไม่มีค่าเลยนะเฟ้ ย
    !” เสียงของพี่เบคเกอร์แว่วเข้าหูเราอีกครั้งก่อนที่เรา จะหันไปมองแล้วพบว่าพี่เขากระชากคอเสื้อของพี่เป้เขา

    “จะมีค่าหรือไม่มีค่าแล้วยังไง......คนเราก็มีอยู่แค ่ถ้าไม่ใช่มีชีวิตอยู่ก็ตายสองอย่างเท่านั้นแหละ รีบ ๆ ทำใจยอมรับมันไปซะเถอะ” พี่เป้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สัมผัสได้ถึงความเย็นชา ของเขา


    “งั้นชีวิตแกเองล่ะเฟ้ย
    !?”

    “ก็ไม่มีข้อยกเว้น”


    “พอเถอะน่าเบคเกอร์......ทะเลาะกันไปก็ไม่ได้อะไรขึ้ นมาหรอกน่า” พี่ใหม่ซึ่งนั่งบนเก้าอี้ตรงโต๊ะบาร์พูดปราม ขณะที่สีหน้าของเขานั้นปรากฏความตึงเครียดออกมาให้เห ็นอย่างเด่นชัด และเมื่อพี่เบคเกอร์ปล่อยมือจากคอเสื้อของพี่เป้แล้ว เขาก็พูดออกมาต่อ


    “ดูจากกรณีของปาร์ตี้ แล้วก็สิ่งที่เกิดขึ้นกับป้าเอวา......มันค่อนข้างแน ่ชัดอยู่แล้วล่ะนะว่าพวกทีมงานมันไม่สนใจเลยด้วยซ้ำว ่าพวกเราจะเป็นยังไง จะอยู่หรือตายยังไงพวกเราก็มีค่าเป็นแค่ของเล่นของพว กนั้น”


    “ไม่ต้องมาทวนซ้ำในสิ่งที่ทุกคนรู้หรอกน่า” พี่เบคเกอร์พูดขัดและแสดงถึงฐานะที่พวกเราต่างก็รับร ู้กันแล้วตั้งแต่เมื่อวาน


    “ปัญหาอยู่ที่ว่าต่อจากนี้พวกเราจะทำยังไงต่างห าก จะทำตามกติกาไปเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงคนเดียว หรือหาวิธีหลบหนีไปจากที่นี่ ?”


    “แต่หลบหนีไปจากที่นี่ก็เป็นไปไม่ได้เลยไม่ใช่รึไงกั นน่ะพี่ใหม่ ?” พี่ทัพถามพร้อมยกแขนซ้ายที่มีอะไรติดอยู่ขึ้นมา



    หลังแข่งเกมแรกจบไป พวกเราก็ได้รับรู้ความจริงที่ว่าอุปกรณ์ที่ได้มานี้เ ป็นเครื่องติดตามตัว ที่จะทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าตอนนี้พวกเราอยู่ไหน ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องนอน หรือแม้แต่ในห้องน้ำ ซึ่งพวกเราก็ไม่มีใครรู้ด้วยว่ากิจวัตรส่วนตัวในห้อง น้ำจะถูกถ่ายทอดออกไปด้วยรึเปล่า


    แต่เราก็ไม่สนใจแล้ว เพราะพวกเราเพิ่งจะรู้ตัวว่าโดนถ่ายทอดชีวิตประจำวัน ตลอดเจ็ดวันก่อนการแข่งเกมแรกไป ถ้าหากจะโดนถ่ายไปเราก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้อีกต่อไป



    “นั่นก็จริง......แล้วแถมตอนนี้มีปัญหาเพิ่มเข้ามาอี กข้อที่พวกเราคงต้องคิดกันอย่างจริงจังแล้วนั่นก็คือ ......โจ๊กเกอร์” เมื่อพี่ใหม่พูดจบทั่วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความตึงเครี ยดแทบจะทันที


    ตามกติกานั้นโจ๊กเกอร์จะได้รับการช่วยเหลือจากทางทีม งานอย่างเต็มที่เท่าที่กติกาจะเอื้ออำนวย โดยหน้าที่ของเขาหรือเธอคือการทำทุกวิธีเพื่อจัดการใ ห้ผู้เล่นอื่นตกรอบ และเข้าถึงรอบสุดท้ายที่จะทำให้โจ๊กเกอร์ได้มีโอกาสเ ลือกว่าจะชนะไปเลยหรืออยากแข่งกับผู้เข้าแข่งขันอีกค นที่เหลือด้วยเหตุผลส่วนตัวที่คงไม่มีใครจะคาดเดาได้


    ส่วนใครเป็นโจ๊กเกอร์นั้นพวกเราก็คงต้องตามหาและต้อง ทำให้คน ๆ นั้นตกรอบก่อนที่จะถึงรอบสุดท้ายที่ถ้าคิดตามปกติแล้ ว คงไม่มีใครหน้าไหนที่ได้เป็นโจ๊กเกอร์แล้วจะกล้าพอที ่จะเสี่ยงให้โอกาสผู้เข้าแข่งขันทั่วไปได้แข่งกับตนแ น่นอน


    แต่เมื่อพวกเรารู้ตัวว่าใครเป็นโจ๊กเกอร์แล้ว พวกเราจะกล้าที่จะทำให้คน ๆ นั้นตกรอบซึ่งมีความหมายเทียบเท่ากับการตายได้หรือไม ่



    “ตอนนี้พวกเราก็คงรู้กันแล้วว่าถ้าหากเราไม่หาตัวโจ๊ กเกอร์ให้ได้โดยเร็ว ไม่ว่าใครจะเข้าไปถึงรอบสุดท้ายได้แต่ถ้ายังมีโจ๊กเก อร์อยู่ก็คงไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายล่ะนะ”


    “เดี๋ยวก่อนสิพี่ใหม่.......พี่พูดแบบนี้เหมือนว่าพี ่ไม่ได้แคร์ว่าใครจะตายหรือรอดไปได้เลยนะ”


    “ไม่ใช่แบบนั้นไอ้ทัพ.......ไอ้เรื่องนั้นเราก็ต้องค ำนึงถึงเหมือนกันเพราะตอนนี้พวกเราก็รู้จักกันดีพอตั วแล้ว ก็คงไม่อยากให้ใครตายทั้งนั้นแหละ แต่เรื่องโจ๊กเกอร์ก็เป็นเรื่องที่เราต้องคิดด้วยนะ”


    “รึถ้างั้นนายจะบอกว่าโจ๊กเกอร์จะตายไปก็ไม่เป็นไรสิ นะ ?” พี่เป้ถามเสียงเรียบ แต่คำถามนั้นทำให้คนทั้งหมดตกอยู่ในสภาวะที่ตึงเครีย ดมากกว่าเดิม แน่นอนว่าเราเองก็รู้คิดแบบนั้นเหมือนกัน


    “ถ้าทีมงานมันเลือกคนเป็นโจ๊กเกอร์ ก็หมายคว่าคน ๆ นั้นไม่ได้ต่างอะไรกับพวกมันเลยไม่ใช่รึไง......มันก ็คงมองว่าชีวิตคนไม่ได้มีค่าอะไรเท่าไหร่”


    “แล้วถ้าเกิดว่าโจ๊กเกอร์ไม่ได้เป็นแบบนั้นล่ะ ?” เสียงของมิจจังดังขึ้นทางด้านหลังของเรา ซึ่งเมื่อหันไปก็ได้เห็นเขาที่ตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อย ืดสีเทากับกางเกงผ้าร่มสีดำซึ่งเรารู้ว่าเป็นชุดนอนข องเขา กำลังยืนทำหน้าเครียดอยู่


    “มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง ?”


    “ถ้าสมมติว่าโจ๊กเกอร์โดนพวกทีมงานหรอกใช้ให้ฆ่าพวกเ ราล่ะ ?”


    “โดนหลอกใช้งั้นเรอะ......ที่พูดแบบนี้นายเป็นโจ๊กเก อร์สินะไดจิ ?”


    “ไม่ใช่
    !” มิตจังตะคอกใส่อีกฝ่ายด้วยความโมโหที่แสดงออกมาให้เห ็นอย่างเด่นชัดทั้งจากสีหน้าและน้ำเสียง ซึ่งตั้งแต่ที่เรารู้จักเขามานั้นยังไม่เคยเห็นสีหน้ าแบบนี้มาก่อน

    “ถ้าไม่ใช่แล้วจะพยายามแก้ตัวให้คนที่เรายังไม่รู้ว่ าเป็นใครกันแน่ทำไม ?”


    “หยุดเถอะพี่ใหม่.......ที่พี่พูดชักจะเริ่มไร้เหตุผ ลขึ้นทุกทีแล้วนะ” พี่ทัพร้องห้ามพร้อมมายืนคั่นกลางระหว่างทั้งคู่ ก่อนจะหันมามองทางเราพร้อมส่งสายตาให้เราพามิตจังเดิ นไปที่อื่นก่อน


    “งั้นถ้าสมมติว่าคุณเป็นโจ๊กเกอร์ซะเองแต่ยังไม่มีใค รรู้ แล้วคุณยังอยากให้คนอื่นคิดแบบนั้นกับคุณมั้ยล่ะ ?” มิจจังยิงคำถามกลับไป ก่อนที่เราจะค่อย ๆ จูงมือเขาเดินไปที่ห้องครัวเพื่อหามื้อเช้ากินกันรวม ไปถึงเพื่อไม่ให้ทั้งสองคนทะเลาะกันต่อ


    “เออ......ยอมรับว่าไม่อยาก......แต่ยังไงก็ปฏิเสธไม ่ได้เหมือนกันใช่มั้ยว่ามันก็คงไม่อยากตายเหมือนกัน แล้วสุดท้ายมันก็ต้องร่วมมือกันเพื่อจัดการคนอื่นจนห มดอยู่ดีนั่นแหละ
    !” พี่ใหม่ตะโกนไล่หลังด้วยน้ำเสียงที่ให้ความรู้สึกเหม ือนกำลังไม่สบอารมณ์สักเท่าใดนัก แต่จะด้วยสาเหตุอะไรเราก็คิดว่าคงไม่พ้นไปจากที่มิจจ ังพูดย้อนกลับไปเมื่อกี้นี่แหละ แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่มิจจังทำกลับมีเพียงการพูดเบา ๆ ซึ่งน่าจะมีแค่เราเท่านั้นที่ได้ยิน

    “......ก็จริงนั่นแหละนะ”



    แน่นอนว่าถ้าให้เราเป็นโจ๊กเกอร์ก็คงห่วงชีวิตตัวเอง อยู่เหมือนกัน และคงจะยอมทำตามที่พวกทีมงานสั่งหรือบอกให้ทำอย่างว่ าง่าย แต่เราก็จะไม่ยอมให้อนาคตของมิจจังต้องมาหยุดอยู่ที่ นี่เด็ดขาด


    ......ไม่มีวัน.......



    -
    บรรณพักตร์ แก้วสดุดี (14) -


    ......แต่ก็จริงของไดจิมันล่ะนะ ที่ต่อให้เป็นโจ๊กเกอร์เองก็ใช่ว่าจะเต็มใจทำเสมอไป เพราะยังไงมันก็หมายถึงการฆ่าคนอื่นนี่เอง


    ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ยังไงเรื่องของไอ้เจ้าเป้นี่ก็น่าสงสัยจริง ๆ ไหนตอนที่พิธีกรแนะนำตัวให้ก็เหมือนจะไม่กล้าเปิดเผย อะไรเท่าไหร่ มิหนำซ้ำชื่อ
    ‘วิจิตร พงศรี’ นี่ก็รู้สึกติดหูเหมือนเคยไปได้ยินมาจากที่ไหนมาก่อน ก็ไม่รู้แต่ก็นึกไม่ออกซะที


    “พี่ใหม่......พวกเราจะเอายังไงต่อดี ?” ทัพถามตัวผมที่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีเหมือนกัน


    “ยังไม่รู้เลยว่ะทัพ......เรื่องนี้มันกะทันหันเกินจ นนึกอะไรไม่ออกเลยน่ะ”


    “.....งั้นลองจับกลุ่มปรึกษากับไดจิดูมั้ยอะพี่ เด็กนั่นดูเหมือนจะหัวไวไม่น้อยเลยนะ”


    “โฮ่......อยากไปอยู่ใกล้ ๆ กับยูก็บอกมาเถอะ”


    “อะ.....ผ....ผมไม่ได้หมายถึงอย่างนั้นนะพี่ใหม่.... ..ก็แค่......เอ่อ......เห็นว่าบางทีถ้าเราฟังความเห ็นเรื่องนี้จากเด็ก ๆ ดูบ้างเราอาจจะได้มุมมองอะไรแปลก ๆ ก็ได้นะ” ทัพปฏิเสธและตอบกลับด้วยสีหน้าที่ดูลนลานเล็กน้อยหลั งจากผมแกล้งแหย่ไป ซึ่งแบบนี้ก็ชัดเจนเลยว่าไอ้ที่เคยบอกว่าคิดกับยูแบบ พี่น้องนี่อาจจะมีส่วนที่ไม่จริงอยู่เหมือนกันล่ะนะ


    “เฮ้อ......ไปก็ไป จะได้ไปนั่งกินข้าวกันด้วย......เติมท้องจนเต็มแล้วอ าจจะนอนหลับได้บ้าง”


    “อ้าว......ไม่ใช่ว่าพี่หลับสนิทหรอกเหรอ ? เมื่อคืนนี่กรนคร่อก ๆ ด้วยนิ”


    “อ่า.....งั้นเหรอ” ผมได้แต่ตอบกลับไปสั้น ๆ หลังจากโดนแฉพฤติกรรมของตัวเอง



    เท่าที่รู้มา......ดูเหมือนจะมีเฉพาะห้องพักของผมกับ ไอ้ทัพที่ดูแตกต่างกับคนอื่น ๆ ในที่แข่งขันในที่นี้ โดยของคนอื่น ๆ จะเป็นห้องที่เป็นของคน ๆ นั้นโดยเฉพาะ แต่กับพวกเราสองคนนั้นกลับเป็นห้องที่เหมือนกับห้องใ นหอพักนักศึกษาที่ผมกับไอ้ทัพไปพักอยู่ด้วยกัน ดังนั้นการที่มันจะบอกได้ว่าเมื่อคืนผมนอนกรนนี่ก็คง ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร


    นอกเหนือจากนี้แล้ว......


    ที่จริงพวกผมจะมีเพื่อนร่วมห้องอยู่ด้วยอีกคน แต่เพราะคน ๆ นั้นไม่ได้มาอยู่ในที่แห่งนี้ที่เปรียบได้กับนรกด้วย กัน ดังนั้นการจะไปพูดถึงมันให้ยาวยืดไปกว่านี้ก็คงไม่จำ เป็นเท่าไหร่นัก


    พวกเราสองคนเดินเข้ามาในห้องครัวที่ซึ่งจริง ๆ แล้วน่าจะเรียกห้องรับประทานอาหารมากกว่า เพราะอาหารส่วนใหญ่ถูกตระเตรียมเอาไว้เป็นอย่างดี แต่ที่ยังเรียกกันว่าห้องครัวเพราะตรงประตูด้านในถ้า เงยหน้าขึ้นไปมองด้านบนก่อนจะออกจากห้องนี้ไปจะเห็นค ำภาษาอังกฤษ ‘KITCHEN’ ที่แปลว่า ‘ห้องครัว’ ดังนั้นเราก็เลยเรียกห้องครัวกันล่ะนะ


    ภายในห้องครัวตอนนี้มีเพียงแค่ไดจิกับยูเพียงสองคนที ่นั่งอยู่ ส่วนคนอื่น ๆ นอกจากเป้กับเคที่กินกันไปก่อนหน้านี้แล้วก็ไม่มีทีท ่าว่าจะย่างกรายเข้ามาในบริเวณนี้เลย



    “ขอนั่งด้วยก็แล้วกัน” หลังจากเลือกเมนูเบา ๆ สำหรับตอนเช้าอย่างข้าวต้มกุ้งที่มีกุ้งลอบสเตอร์แกะ เปลือกและหั่นเป็นชิ้น ๆ เสร็จสรรพอยู่ในชาม ผมก็เดินไปยังโต๊ะที่พวกเด็ก ๆ นั่งกันอยู่และถามเพื่อขอนั่งร่วมโต๊ะด้วยจุดประสงค์ แอบแฝงสองอย่าง


    “ตามสบายเลยค่ะพี่ใหม่”


    “เอ่อพี่ใหม่......เรานั่งโต๊ะข้าง ๆ ก็ได้นิ” ทัพแย้งขึ้นขณะที่มันยังจัดการอาหารส่วนของมันไม่เสร ็จ ซึ่งฟังแล้วก็อยากจะตบกบาลมันสักทีจริง ๆ อุตส่าห์หาโอกาสให้แล้วยังจะมายึกยักอีก แต่ถึงจะหงุดหงิดผมก็ไม่ได้แสดงอารมณ์ออกไปเพราะถึงอ ย่างไรมันก็ยังมีอีกจุดประสงค์หนึ่งที่สำคัญกว่า


    “จะคุยเรื่องที่เป็นความลับ ก็ต้องนั่งใกล้ ๆ กันหน่อยสิ”


    “ความลับ......หมายความว่าไง ?” ไดจิมองผมด้วยสีหน้าที่เหมือนไม่ค่อยจะไว้วางใจผมเท่ าไหร่


    “รีบ ๆ มานั่งได้แล้วไอ้ทัพ” ผมเมินคำถามของเด็กหนุ่มที่กำลังจ้องเขม็งมาทางนี้ และหันไปเรียกเพื่อนรุ่นน้องที่กำลังสาละวนอยู่กับกา รชิมและปรุงก๋วยเตี๋ยวหรืออะไรสักอย่างที่อยู่ในชามอ ยู่นั่นแหละ



    ผมนั่งลงในตำแหน่งที่ถัดจากยูมาทางซ้ายและมีไดจิอยู่ ทางซ้ายของผมอีกต่อหนึ่ง และผิวปากรอสักพักโดยไม่สนใจท่าทางของเด็กหนุ่มแม้แต ่นิดเดียวจนกระทั่งทัพเคลื่อนตัวมานั่งลงที่เก้าอี้ฝ ั่งตรงข้ามกับผม



    “เอาล่ะ......ขอเริ่มเรื่องเลยละกัน......ที่จริงก็ไ ม่ได้ลับอะไรมากมาย แต่จะมาถามว่าถ้าพวกเราสี่คนในที่นี้จะจับกลุ่มรวมกั นเป็นทีม พวกนายจะว่ายังไง ?” ผมหันไปถามไดจิก่อน แล้วหันไปมองยูที่แม้ดูเหมือนตั้งใจฟังแต่สายตาของเด ็กคนนี้กลับดูเหม่อลอยยังไงชอบกล


    “จับกลุ่ม ? เพื่ออะไร ?” ไดจิเลิกคิ้วทวนคำแล้วย้อนถามกลับมา


    “แน่นอนว่าก็ต้องร่วมมือกันเพื่อลุยเกมนี้ไปด้วยกันไ ง”


    “ขอปฏิเสธ” หลังฟังผมอธิบายเหตุผลที่เข้าใจได้ง่ายนี้ไป เขาก็ปฏิเสธกลับมาแบบไม่มีความลังเลเลย


    “ทำไมล่ะ......ถ้าพวกเราร่วมมือกันเขี่ยผู้เล่นคนอื่ นให้ตกรอบกันไปให้หมด โอกาสรอดของพวกเราก็สูงขึ้นไม่ใช่รึไง ?”


    “ขอปฏิเสธเหมือนเดิม”


    “ทำไมล่ะไดจิ ?” ทัพถามขึ้นบ้างด้วยสีหน้าที่สงสัยเสียเต็มประดา ขณะที่ใจจริงผมก็รู้เหตุผลของอีกฝ่ายอยู่แล้ว


    “ต่อให้ร่วมมือกัน สุดท้ายพวกเราก็ต้องมาจัดการกันเองไม่ใช่รึไง......ถ ้าเป็นอย่างนั้นผมแค่จับคู่ไปกับยูแค่สองคน โอกาสรอดของพวกเราทั้งสองคนหลังจบเกมยังมีมากกว่าเลย ”


    “หมายความว่าไง ?” ทัพถามต่อ ขณะที่ผมกระเดาะลิ้นจนเกิดเสียงเบา ๆ ด้วยความไม่พอใจเท่าไหร่ ซึ่งดูเหมือนทั้งทัพและไดจิรวมถึงยูที่เริ่มหันมาตั้ งใจฟังตอนที่แฟนของเธอพูดก็จะได้ยินด้วย


    “ถ้าดูจากที่พวกทีมผู้จัดต้องการผู้ชนะเพียงคนเ ดียว มันก็หมายความว่าเจ้าพวกนั้นต้องการให้พวกเราเล่นงาน กันเองอยู่แล้ว ซึ่งจากเงื่อนไขนี้ก็หมายความว่าต่อให้พวกเราร่วมมือ กัน สุดท้ายพวกเราก็จะต้องมาจัดการกันเองอยู่ดี” ไดจิอธิบายแล้วหยุดเว้นช่วงก่อนจะยกถ้วยซุปมิโสะที่เ ป็นส่วนหนึ่งของชุดอาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่นขึ้นซดเสียง ดังพอตัว แล้วค่อยพูดต่อด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังและดุดันขัดกับ ความเป็นเด็กของเขาโดยสิ้นเชิง


    “โดยธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อเราร่วมมือกันแล้วก็จะเกิดความไว้วางใจในซึ่งกั นและความผ่อนคลาย ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดความพลั้งเผลอซึ่งเป็นจุดอ่อนสำค ัญที่พวกคุณสามารถเอามาใช้ได้......ยิ่งพวกเราไม่ได้ มีสายสัมพันธ์อะไรที่แน่นแฟ้นกันมากนัก หรือที่เรียกง่าย ๆ ก็แค่
    ‘คนรู้จัก’ ยังไงก็ไว้ใจกับเรื่องที่หมายถึงชีวิตของพวกเราสองคน ไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้หมายถึงแค่พวกคุณหรอกนะ” ไดจิยั้งคำพูดไว้เล็กน้อยเพื่อหายใจ และประกาศคำพูดที่ผมก็คาดไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นแบ บนี้

    “ดังนั้นผมจึงขอบอกในตอนนี้เลยว่าพวกคุณสองคนและคนอื ่น ๆ คือ
    ‘ศัตรู’ ที่ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องหาทางกำจัดให้ได้ เพื่อให้พวกเราสองคนไปถึงรอบสุดท้ายได้”


    ฮึ......


    ผมหัวเราะในใจเป็นจังหวะสั้น ๆ กับความคิดที่ยังผสมปนเประหว่างความจริงจังในแบบผู้ใ หญ่และความไร้เดียงสาในแบบของเด็ก ซึ่งอันที่จริงจะคิดออกมาแบบนี้ก็ไม่แปลกเท่าไหร่เพร าะสถานการณ์บังคับ แต่ถึงกับประกาศตัวว่าไม่ไว้ใจและเป็นศัตรูกันออกมาโ ต้ง ๆ แบบนี้นี่แหละที่ยังดูเหมือนเด็กอยู่


    ที่ว่ายังเหมือนเด็กก็เพราะการบอกว่าตัวเองเป็นศัตรู กับคนอื่น ๆ ออกมาแบบนี้ก็เหมือนกับการเรียกให้ศัตรูมารุมจัดการต ัวเองก่อนนั่นเอง ซึ่งถ้าคิดรอบคอบกว่านี้สักนิดก็คงไม่มีการพูดออกมาต รง ๆ แบบนี้แน่



    “แล้วเมื่อไปถึงรอบสุดท้ายจะทำยังไง ? ฆ่ายูด้วยมือตัวเอง หรือกลับกันรึไง ?” ผมพูดพลางชำเลืองมองไปที่ทัพและยูที่หน้าซีดลงอย่างเ ห็นได้ชัด ขณะที่ผมก็รู้สึกกลัวตัวเองขึ้นมาหน่อย ๆ ที่พูดคำว่า
    ‘ฆ่า’ ได้แบบไม่รู้สึกรู้สาอะไรในสถานการณ์แบบนี้

    “ผมคิดว่าผมมีวิธี......แต่ก่อนที่จะทำได้พวกคุณก็ต้ องตายไปให้หมดก่อนล่ะนะ”


    “ฮึ......” ผมส่งเสียงในลำคอออกมาเบา ๆ หลังฟังไดจิพูดและมองกลับมาด้วยแววตาที่เหมือนคนที่จ ้องจะฆ่ากันจริง ๆ


    “คิดคำพูดไม่ออกแล้วรึไง ?”


    “เปล่าหรอก......แค่กำลังคิดว่าแบบนี้ยิ่งน่าร่วมมือ กันเข้าไปใหญ่”


    “ไม่กลัวผมคิดหาทางทำให้พวกคุณ
    ‘ออกจากเกม’ ก่อนผู้เล่นคนอื่น ๆ รึไง ?”

    “ไม่กลัว......ก็ไม่มีอะไรต้องมากังวลแล้วไม่ใช่รึไง ในเมื่อต่างฝ่ายต่างจ้องจะเล่นงานกันมาตั้งแต่แรกอยู ่แล้ว ก็ต้องระวังหลังกันเอาเอง......เป็นเงื่อนไขที่ดีพอท ี่จะไม่ให้ทำอะไรกันเองระหว่างที่ยังไม่ถึงเป้าหมายข องแต่ละฝ่ายไม่ใช่รึไง ?”


    “อืม......ก็เข้าใจดีนิ......ถ้างั้นก็มาเป็นพันธมิต รกันชั่วคราวก็แล้วกัน”


    “ด้วยความยินดี”



    แม้ผมจะยื่นมือออกไปจับกับเด็กหนุ่มคนนี้ด้วยความยิน ดีที่ในท้ายที่สุดเขาเอ่ยปากออกมาเองว่าจะร่วมมือด้ว ย แต่ลึก ๆ แล้วผมก็เพิ่งจะเข้าใจในความหมายที่แท้จริงที่เมื่อค รู่เจ้าเด็กนี่ประกาศตัวเองออกมาว่าเป็นศัตรูกับพวกผ มตั้งแต่แรกเลย นั่นก็คือการสร้างอำนาจคานกันเองระหว่างพวกเราสองคู่ ซึ่งก็คือผมกับทัพ และไดจิกับยู กับผู้เล่นคนอื่น ๆ อีกหกคนที่เหลือที่ตอนนี้ยังเป็นกลางอยู่


    แม้จะยังไม่มีอะไรมายืนยันชัดเจนนัก แต่ก็พอเดา ๆ ได้ว่าหากคู่เราลงมือจัดการกับไดจิและยูก่อน ก็รับประกันได้เลยว่าสภาพของพวกเราก็คงไม่ต่างกันคือ การโดนผู้เล่นคนอื่น ๆ จัดการก่อน เพราะเราเผยตัวออกมาก่อนแล้วว่าพร้อมกำจัดคนอื่นก่อน แม้แต่กับในกลุ่มพันธมิตร ซึ่งจะทำลายความไว้วางใจของผู้เล่นคนอื่น ๆ ไปโดยสมบูรณ์ และในทางกลับกันหากสองคนนั้นชิงลงมือก่อนก็จะมีผลลัพ ธ์คล้าย ๆ กันนั่นเอง


    และนั่นทำให้ผมเริ่มกลัวความคิดของเด็กหนุ่มคนนี้ขึ้ นมาเล็กน้อย......


    --------------------------------------------------------------------------------------------

    หลายคนอาจจะงงกับบท 7 Days a Weekเล็กน้อยเพราะคงจำกันได้ว่าก่อนถึงบทแข่งเกมรอบแรกไป ก็มีบทนี้แล้ว.....

    แต่ที่จริงเพราะผมลืมใส่ลงไปในกติกาด้วยว่าหลังจบแต่ ละรอบไปแล้วผู้เล่นจะมีเวลาพัก (ทำใจ) ในเรื่อง เป็นเวลา 1 สัปดาห์แล้วก็จะแข่งสลับกันไปเรื่อย ๆ


    ซึ่งดูได้จากหลังเครื่องหมาย '#' ที่จะบอกว่าสัปดาห์นั้นเป็นสัปดาห์ที่เท่าไหร่ ส่วน [Day *] นั้นจะบอกว่าเป็นวันที่เท่าไหร่ในสัปดาห์นั้น (เช่น ในกรณีนี้เป็นวันพักวันแรกในสัปดาห์ที่สอง เป็นต้น)

    ซึ่งสาเหตุที่ไม่ได้ทำเป็นเกม 10 รอบรวดไปเลยนั่นก็เพราะจะได้ไม่เป็นการเอาตัวละครมาท ิ้งขว้างกันเกินไปล่ะนะ

    อ้อ.....ถึงชื่อบทคือ 7 Days a Week แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแต่ละสัปดาห์ในเรื่องจะลงรายล ะเอียดครบ 7 วันเลยหรอกนะ เพราะ....คนแต่งขี้เกียจ


    ล้อเล่นน่ะ (ถึงจริง ๆ จะเป็นส่วนหนึ่งก็เถอะ) แต่ที่ไม่ลงขนาดนั้นเพราะพัฒนาการของแต่ละตัวละครมัน ไม่ได้มากจนต้องลงรายละเอียดต่อเนื่องกันไปเป็นสัปดา ห์ขนาดนั้นหรอกนะ

    พูด(พิมพ์)แบบนี้ไปอาจจะไม่เข้าใจ แต่ติดตามไปเรื่อย ๆ ก็คงเข้าใจเองแหละครับ

    พบกันใหม่อีกทีอาจจะต้นเดือนหน้าเลย.....ตอนนี้ผมอยู ่ในอารมณ์เดียวกับเพื่อนผมแล้วคือต้องเตรียมเสนอหัวข ้อโปรเจคจบกับเตรียมสอบกลางภาค

    ปล.อีกเรื่องไม่ได้ดรอปนา....แค่ยังไม่ได้แต่งต่อ
    ปล.(2) ในส่วนโปรไฟล์แก้อายุของไดจิให้ลดลงมาปีนึงนะ จาก 16 เป็น 15
    __________________
    -----------------------------------------------------------------------------------
    ::Fiction Zone::
    -----------------------------------------------------------------------------------

    The Shattered: เกมล่าท้าฝัน
    จะแลกสิ่งที่คุณมีกับความฝันที่คุณต้องการรึเปล่าล่ะ ?

    Xero: La Comienzo -Tale of the Iron Magus-

    คนสองคนกับจุดเริ่มต้นของเรื่องราว


    แก้ไขโดย Malagor : 18 Jan 2012 เวลา 10:27
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    สมาชิกจำนวน 3 คน ที่ได้ขอบคุณ Malagor สำหรับโพสที่มีประโยชน์นี้
    เก่า 15 Jan 2012, 12:31   #68 (permalink)
    สมาชิก TG รุ่นเก๋า
     
    Graybackson's Avatar
     
    สมัคร: Mar 2009
    สถานที่: หน้าโน๊ตบุ๊คคู่ใจ =w=
    โพส: 1,221
    รับคำขอบคุณ: 267
    ดาวโหลด: 249
    อัพโหลด: 1
    Rep Power: 0
    Graybackson aura
    Graybackson auraGraybackson auraGraybackson auraGraybackson auraGraybackson auraGraybackson aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Graybackson
    เอาไงก็เอากัน เพราะเอะใจไว้แต่แรกแล้ว ถึงขนาดขออะไรได้ทุกอย่าง ทั้งประวัติอาชญากรรมแล้วก็บลาๆๆ

    ตัวละครที่ตกรอบก็คงจะไม่ได้ออกจากเกมไปดีๆหรอก เอิ้กๆ
    __________________
    Click the image to open in full size.
    เห่าเข้าไปเลยลูกพ่อ!!

    สมาชิก Thaigaming แอดมาคุยกันครับผม

    รวบรวมลิงก์ผลงาน
    .
    [Fire Emblem Fanfiction]
    .
    [แกลลอรี่ผลงานวาดรูป(กากๆ)]
    .
    [ผลงานแปลซับ(กากๆ) Rest in peace Evee...]
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 17 Jan 2012, 01:36   #69 (permalink)
    น้องใหม่ TG
     
    Sawpast's Avatar
     
    สมัคร: May 2010
    โพส: 29
    รับคำขอบคุณ: 1
    ดาวโหลด: 10
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    Sawpast aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Sawpast
    ตาย '0'
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 18 Jan 2012, 10:26   #70 (permalink)
    สมาชิก TG แรกเริ่ม
     
    Malagor's Avatar
     
    สมัคร: May 2006
    สถานที่: ทะเลทรายไชฮาลัด
    โพส: 163
    รับคำขอบคุณ: 82
    ดาวโหลด: 86
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    Malagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Malagor
    7 Days a Week #2:
    [Day 1] (Part 2)


    - ฐานันดร โอภาสกุล (13) -


    “สองคนนั้นพูดแต่เรื่องน่ากลัวนะว่ามั้ย ?” ผมหันไปถามยูจังที่เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับผมแล ะนั่งคุยกันตามประสาคนหัวอกเดียวกัน คือไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับความคิดของอีกสองคนที่ยังคุย กันไม่เสร็จสักเท่าไหร่

    “ค่ะ” เธอตอบกลับมาพร้อมสีหน้าเป็นกังวล


    แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ยูจังที่กังวลกับสิ่งที่สองหนุ่มท ี่อยู่ในครัวกำลังพูดคุยกัน ผมเองก็กังวลไม่น้อยเลยทีเดียวหากพวกเราคิดจะร่วมมือ กันเพื่อจัดการกับผู้เล่นคนอื่นแทนที่จะมาจับมือกันเ พื่อหาวิธีหนีออกไปจากที่นี่

    และเมื่อถึงเวลาจริง ๆ จะกล้าลงมือกับยู ปาร์ตี้ ตุ๊กตา เค และคนอื่น ๆ ที่ผมมองพวกเธอและเขาเหล่านั้นเหมือนเป็นพี่น้องและเ พื่อนได้หรือไม่นั้น......ผมบอกได้เลยว่าไม่มีทางแน่ นอนถ้าไม่ได้มีเหตุบังคับอย่างเช่นอีกฝ่ายคิดจะฆ่าผม ก่อน ที่ถึงตอนนั้นก็คงต้องว่ากันอีกทีล่ะนะ


    มีเพียงยูจังล่ะมั้งที่ตอนนี้ผมวางใจได้ว่าเธอจะไม่ท ำสิ่งที่ผมคิดเอาไว้ และผมก็จะไม่ทำแบบนั้นกับเธอเช่นกัน



    “ว่าแต่......ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย ?”


    “คะ ?”


    “ยูจังกับไดจิเป็นแฟนกันจริง ๆ รึเปล่าน่ะ ?”


    “ค่ะ......พวกเราคบเป็นแฟนกันได้สองปีหน่อย ๆ แล้วล่ะ”


    “งั้นเหรอ......แล้วมีความสุขดีมั้ย ?”


    “อื้อ......ถึงตอนคบกันแรก ๆ จะรู้สึกแปลก ๆ แล้วก็มีปัญหาอยู่สักหน่อย แต่มิจจังเค้าก็เป็นคนดีมากเลยล่ะ คอยปกป้องเค้าอยู่ตลอด”


    “ปกป้อง ? ถ้างั้นยูจังก็เคยโดนแกล้งในชั้นเรียนสินะ ?”


    “ก็......นิดหน่อยค่ะ” เธอตอบและยิ้มแหย ๆ ออกมา



    อืม......อันที่จริงก็เคยเห็นแค่ในการ์ตูนบางเรื่องท ี่เคยอ่านล่ะนะ เห็นว่าในหมู่นักเรียนญี่ปุ่นจะมีการกลั่นแกล้งพวกนั กเรียนที่มีปมด้อยหรืออะไรบางอย่างที่ไปขัดหูขัดตาคน อื่นเข้า ไม่นึกว่าจะมีอยู่จริง ๆ ด้วยแฮะ


    ......ว่าแต่อย่างยูจังเนี่ยนะโดนแกล้ง ?



    “แย่เลยเนอะ” แต่ถึงจะอยากรู้ว่าทำไมถึงเจอเรื่องแบบนั้น ผมก็คิดว่าการไม่ถามจะเป็นอะไรที่ดีกว่า ยกเว้นเสียว่าเธอพูดขึ้นมาเองนั่นแหละผมถึงค่อยถาม


    “แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่ามิจจังเค้าเป็นผู้ชายที่เ ค้าน่าจะฝากชีวิตเอาไว้ได้น่ะค่ะ”


    “โห......คิดไปถึงขั้นนั้นเลยแฮะ” ผมทึ่งหน่อย ๆ กับการที่เด็กมัธยมต้นอย่างเธอคิดจริงจังไปถึงขั้นนั ้นแล้ว แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของผมเองทำให้รู้ว่าในเรื่ องแบบนี้ผู้หญิงจะคิดจริงจังกว่ามากแม้จะยังไม่ใช่วั ยที่เหมาะสมก็ตามที แล้วก็อีกส่วนก็คงเพราะสภาพสังคมของเธอด้วย ซึ่งตัวผมจะบอกว่ารู้ก็ได้รึบอกว่าไม่รู้ก็คงไม่ต่าง กันล่ะนะ เพราะที่รู้ ๆ มาก็มาจากการ์ตูนกับรายการทีวีทั้งนั้น


    “แล้วพี่ทัพล่ะคะ มีแฟนรึยัง ? แต่ดูจากหน้าตาพี่คงมีแฟนแล้วแหงเลยล่ะ”


    “อ่า......”



    เอาล่ะสิ โดนย้อนถามเรื่องนี้กลับมากะทันหันแบบนี้จะตอบยังไงด ี......


    ไอ้เรื่องแฟนจะว่ามีมันก็เคยมีล่ะนะ แต่ว่าไม่อยากไปนึกถึงแต่ละคนเลยจริง ๆ รู้งี้ทำแบบที่พี่ใหม่ว่า ให้เลิกรักใครจริง ๆ จัง ๆ แล้วหว่านไปให้ทั่วก็ดี



    “อือ มีแล้วน่ะ......น่ารักดีด้วย” คิดอะไรของตูถึงโกหกไปแบบนี้วะเนี่ยยยยย
    -----แมร่งเอ๊ย

    “นั่นสินะ ถ้าอย่างพี่ทัพมีแฟนแย่ ๆ นี่คงเป็นเรื่องเหลือเชื่อเลยเนอะ” ยูจังตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเหมือนแสดงความยินดีกับเร า และด้วยสีหน้าที่มองกลับมาก็ดูใสซื่อไร้เดียงสาจนไม่ ต้องบอกเลยว่าที่พูดออกมานั้นเป็นการพูดจากใจจริง ๆ ของเธอเลย จนเราอดยิ้มด้วยความเขินนิด ๆ ไม่ได้



    ......ซะเมื่อไหร่เล่า
    !

    แฟนน่ารักงั้นเรอะ......คิดแล้วก็ได้แต่หัวเราะเยาะด ้วยความสมเพชให้กับตัวเอง แต่ละคนที่เคย ๆ เจอกันมาก่อนมีแต่แบบพวกร่านหวังจับเราทำผัว ไม่ก็คบเอาสนุกกันทั้งนั้น แล้วที่สำคัญคือจะไปโกหกน้องเค้าทำไมกันเนี่ย ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริง ๆ



    “ถ้าพี่ทัพได้กลับออกไป แฟนพี่ทัพจะต้องดีใจแน่ ๆ เลยล่ะค่ะ”

    “อือ” เรายิ้มตอบกลับไปแบบเศร้า ๆ เพราะนอกจากแม่กับเพื่อนทอมที่สนิทกันสุด ๆ คนนึงแล้ว ก็คงไม่มีเพศหญิงคนไหนรอเรากลับออกไปแบบจริง ๆ จัง ๆ นักหรอก

    “หนูจะคอยเอาใจช่วยนะคะ” เธอบอกทั้งที่น่าจะรู้ตัวอยู่แล้วว่ามันหมายความว่าห ากผมออกไปจากที่นี่ได้ เธอก็จะต้องอยู่ที่นี่ไปตลอดกาล ซึ่งผมก็คงยอมรับไม่ได้แน่นอน


    “ขอบคุณมากนะ” ผมบอกกลับไปและเผลอยกมือขวาขึ้นลูบศีรษะของเธอเบา ๆ โดยที่ไม่ทันได้รู้สึกตัวเลยว่าการกระทำนี้ตกอยู่ภาย ใต้การสังเกตของคนสองคน


    “โฮ่......อยู่ที่นี่เองงั้นเรอะ” ผมเงยหน้าหันไปทางประตูทางเข้าออกห้องครัว และได้เห็นพี่ใหม่ยืนยิ้มอย่างมีเลศนัยอยู่ข้าง ๆ ไดจิที่ทำหน้านิ่งคาดเดาความคิดไม่ได้


    “อะ......ขอโทษที” ผมถอนมือออกจากบนศีรษะของยูจังพร้อมบอกขอโทษไปก่อนจะ ลุกขึ้นยืน แล้วยื่นมือให้เธอดึงตัวลุกขึ้นมาโดยไม่ได้สนใจสายตา ของแฟนหนุ่มของเด็กสาวคนนี้ที่อยู่ใกล้ ๆ ผมนี่เอง


    “นั่งกินข้าวกันต่อมั้ยยู ?”



    ไดจิปรับสีหน้าให้ดูยิ้มแย้มก่อนจะถามแฟนสาวของเขา แต่ผมกลับรู้สึกว่าใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนี้กำลังแสดง ความโกรธออกมามากกว่า ซึ่งมันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้วว่าเป็นใครก็คงต้องโมโหล ่ะนะเมื่อเห็นแฟนตัวเองไปพูดคุยกับคนอื่นอย่างสนิทสน มน่ะ ที่สำคัญคือคนอื่นที่ว่านี่มันผมเองด้วยล่ะนะ



    “ไม่ล่ะมิจจัง......เค้าอิ่มแล้วล่ะ เดี๋ยวจะไปเยี่ยมปาร์ตี้จังที่ห้องหน่อยน่ะ”


    “งั้นเหรอ......ให้ไปด้วยมั้ย ?”


    “เป็นผู้ชายคิดจะเข้าห้องผู้หญิงนี่คิดอะไรรึเปล่าเน ี่ย ?” ยูจังพูดแซวแฟนตัวเอง ทำให้ไดจิทำได้แค่ยิ้มแหย ๆ ก่อนจะโบกมือให้กับเธอ



    พวกเราสามคนมองตามหลังยูจังที่เดินตรงไปยังทางออกจาก ห้องโถงกลางไปยังห้องพักแต่ละคน ที่จะเป็นทางเชื่อมแยกกันไปทั้งหมดสิบเส้นทางที่แต่ล ะเส้นก็สั้นยาวไม่เท่ากัน แต่ถ้าให้พูดถึงเส้นทางไปยังห้องที่ไกลที่สุดในหมู่พ วกเราก็ต้องเป็นเส้นทางที่ไปยังห้องของปาร์ตี้ ซึ่งไม่รู้หรอกนะว่ามันมีความหมายอะไรแอบแฝงรึเปล่า แต่ดู ๆ ไปก็อาจจะเหมาะกับนิสัยของเธอก็ได้ล่ะมั้ง


    ก็ว่าไปนั่น......ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เข้าสัปดาห์ที่ สองก็ยังเจอปาร์ตี้แทบนับครั้งได้เลย นิสัยจริง ๆ เป็นยังไงตอนนี้คงมีแค่พี่เคที่อาจจะสนิทกับเธอที่สุ ดล่ะมั้งที่รู้


    แต่ตอนนี้ผมต้องมาสนใจเรื่องของตัวผมเองก่อน เพราะได้ตกกลายเป็นเป้าสายตาของอีกสองคนที่อยู่ข้าง ๆ ไปแล้ว......



    “ไม่เบานี่หว่า หาโอกาสทีเผลอกันแบบนี้เลย”


    “พูดบ้าอะไรกันน่ะพี่ ! ผมคิดกับยูจังเป็นแค่พี่น้องเองนะ”


    พี่ใหม่ครับ......ผมขอสารภาพตามตรงเลยว่าผมไม่ได้คิด ฉวยโอกาสอะไร แม้จะไม่ถึงขั้นกล้าสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ เนื่องจากยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ผมคิดกับยูจังแค่พี่น้องกันเฉย ๆ นะครับ

    แล้วมาชมผมต่อหน้าแฟนเค้าแบบนี้กะให้ไล่ผมให้จนมุมกั นรึไงน่ะ ?



    “คุณทัพ......ผมขอบอกอะไรหน่อยนะครับ” ไดจิพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ดูสงบ แต่กลับรับรู้ได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พยายามจะกดตัวผ มให้จมดิน จนได้แต่ตอบรับไปแบบกล้า ๆ กลัว ๆ


    “อ....อือ”


    “เรื่องของยู......คุณจะพูดคุยอะไรกันผมไม่ว่า เพราะยูมีอัธยาดีชอบทักทายและชวนคนนั้นคนนี้คุยไปเรื ่อย......แต่ขอให้จำไว้อย่างนะว่า ที่คุณบอกว่าคิดกับยูเป็นแค่พี่น้องขอให้คิดเอาไว้แบ บนั้นจนกว่าจะตายไปก็แล้วกันนะครับ” เขาพูดจบแล้วก็เดินผละกลับเข้าไปในครัวอีกรอบ ขณะที่ผมได้แต่ยืนนิ่งอึ้งและปล่อยให้เหงื่อกาฬไหลซึ มเต็มแผ่นหลังของผมทั้งที่อากาศก็เย็นสบายจนไม่น่าจะ มีเหงื่อออกได้หากไม่ได้ออกกำลังหนัก ๆ แบบเมื่อวาน


    “โอ้โหเฮะ......ดูท่าจะจริงจังกับเรื่องนี้ไม่ใช่ย่อ ยเลยแฮะ”



    พี่ใหม่พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะชื่นชมเด็กหนุ่ม ขณะที่ผมได้แต่ยืนนิ่งด้วยความรู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ เพราะน้ำเสียงสงบแบบเมื่อครู่นั้นแฝงไว้ด้วยความมุ่ง อาฆาตที่สัมผัสได้แม้จะไม่ได้ไปฝึกจิตที่น้ำตก หรือที่ไหน ๆ แบบในการ์ตูนก็ตามที



    - ปาริฉัตร ภัทรวุฒินันท์ (9) -


    “ไม่สบายก็ต้องพักผ่อนเยอะ ๆ นะปาร์ตี้” เสียงอันอ่อนโยนของหญิงสาวพร้อมด้วยฝ่ามือเรียว ถอนออกห่างจากตัวเราหลังจากที่ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำ ถูกวางประคบไว้บนหน้าผากของเรา

    “ค่ะ......แม่”


    “ดีมากจ้ะ......ไว้เดี๋ยวหายแล้วเราไปเที่ยวพร้ อม ๆ กันทั้งคุณพ่อ ตัวแม่ แล้วก็พี่ชายของลูกเลยนะ” ใบหน้าอันงดงามและดูแจ่มใสอยู่เสมอของคุณแม่ถ่ายทอดค วามรู้สึกอันแสนอบอุ่นที่ไม่อยากลืมเลือนมาให้เรา



    แม้จะรู้ดีว่านี่คือความฝัน แต่เราก็ไม่อยากที่จะตื่นจากความฝันนี้เพื่อไปเผชิญก ับความเป็นจริงเลยแม้แต่นิดเดียว......



    “งั้นแม่ไปทำงานก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวเพื่อนของลูกมาอยู่ดูแลแทนแม่......ลูกคงไม่เห งาหรอกนะ”


    “เพื่อนเหรอคะ ?” เราถามกลับไป แต่ใบหน้ายิ้มแย้มของแม่กลับค่อย ๆ ลอยห่างออกไปจากเรา



    คำถามที่ไม่ได้รับคำตอบวนเวียนไปมาอยู่ในหัวของเราจน กระทั่งทุกสิ่งที่เห็นดับวูบลงไป และปรากฏขึ้นมาอีกครั้งเป็นภาพเพดานของห้องนอนของเรา โดยที่บนหน้าผากก็มีผ้าชุบน้ำที่ตอนนี้เริ่มจะแห้งแล ้ว และข้าง ๆ กันนั้นเราก็รู้สึกได้ถึงคน ๆ หนึ่งที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เตียงของเรา



    “อรุณสวัสดิ์จ้า” เด็กสาวผมบ็อบอายุน้อยกว่าเราที่ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะ มาจากญี่ปุ่น กล่าวทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสกับคนที่ไม่ได้ส นิทชิดเชื้ออะไรกันอย่างเราจนดูเหมือนพวกบ้า ๆ บอ ๆ


    “......” เราเบือนหน้าหนีเสียงดังสดใสนั้น โดยไม่ใช่เพราะเราเขินอายหรือดีใจ หากแต่เป็นความรำคาญที่เกิดขึ้นมาแบบไม่รู้สาเหตุ


    “เดี๋ยวขอวัดไข้หน่อยนะ” เธอบอกแล้วก็จับหน้าเราบังคับให้หันไปทางเธอ จากนั้นก็เอาหน้าผากของเธอมาแปะกับหน้าผากของเรา



    ดวงตากลมโตดูน่ารักในแบบเด็ก ๆ ประสานเข้ากับตาของเรา พร้อมด้วยลมหายใจอุ่น ๆ ของเธอที่รดใบหน้าของเราทำให้รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั ้งใบหน้า ทว่าก่อนที่จะทันได้คิดอะไรไปมากกว่านี้เธอก็ถอนใบหน ้าออกห่างไปก่อนแล้ว



    “ลดลงแล้วอย่างที่พี่เคว่าจริง ๆ ด้วยแฮะ......ว่าแต่หิวมั้ยอะปาร์ตี้จัง ?” เธอถามและยิ้มให้กับเรา แต่เราก็เลี่ยงที่จะไม่มองด้วยการกรอกตาไปมองทางอื่น และไม่ตอบอะไร



    โครกกกก.......


    เสียงท้องร้องอันแสนหนักหน่วงดังปะทุขึ้นมาจนทำให้เร าต้องรีบดึงผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่ขึ้นมาปิดหน้า แม้พวกเราจะเป็นผู้หญิงเหมือนกันแต่ท้องร้องดังขนาดน ี้แล้วแถมยังให้คนที่ชื่อเรายังจำไม่ได้และพูดคุยกัน แค่ไม่กี่ครั้งจนน่าจะบอกได้ว่ายังไม่ได้สนิทอะไรกัน เลยมาได้ยินแบบนี้แล้ว จัดได้ว่าเป็นความอับอายอย่างหาที่เปรียบมิได้เลยจริ ง ๆ



    “......ท้องร้องดังขนาดนี้แสดงว่ายังไม่ได้กินอะไรเล ยสินะ ?” เราโผล่หน้าออกมาจากใต้ผ้าห่มครึ่งหนึ่งพอให้ดวงตาพ้ นออกมา และเห็นว่าเธอกำลังมองซ้ายขวาสำรวจภายในห้องเราราวกั บกำลังหาอะไรบางอย่าง


    “งั้นนอนรอไปก่อนสักครู่นะ” เธอว่าอย่างงั้นหลังจากมองอะไรเรียบร้อยแล้ว ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่ลากมาจากโต๊ะทำงานของเราแล้วก ็ออกจากห้องของเราไป



    จริง ๆ ไม่ต้องมาสนใจชั้นก็ได้ พวกเราไม่ใช่เพื่อนหรือคนสำคัญของกันและกันสักหน่อย สุดท้ายเราก็ต้องมาแข่งขันกันเพื่อหาคนแพ้แล้วกลับบ้ านไปอยู่ดีนั่นแหละ


    ว่าแต่พี่เคที่ว่า เธอหมายถึงผู้หญิงที่ไว้ผมปรกหน้าคนนั้นสินะ......



    “กลับมาแล้วจ้า” หลังออกไปสักพักเธอก็กลับมาพร้อมถาดพลาสติกสีน้ำตาลเ ข้มที่มีชามใส่อะไรบางอย่างร้อน ๆ และส่งกลิ่นหอมฉุยเข้ามาในห้องของเรา พร้อมด้วยน้ำผลไม้สีเหลืองอ่อน ๆ ในแก้วใส และน้ำเปล่าบรรจุขวดอีกหนึ่งขวด


    “กินกุ้งกับน้ำแอปเปิ้ลได้รึเปล่า ?” เธอถามแล้วรอคำตอบของเรา


    “......” เราไม่ได้พูดอะไรออกไปนอกจากส่ายหน้าเบา ๆ


    “กุ้งของที่นี่ใช้กุ้งลอบสเตอร์ตัวโต ๆ เลย......เดี๋ยวป้อนให้นะ”


    “ม.....ไม่ต้อง”


    “ไม่เป็นไรหรอกน่า......ไม่สบายอยู่เดี๋ยวเค้าเป่าแล ้วป้อนให้เอง แต่คงต้องขอให้ลุกขึ้นมานั่งก่อนอะนะ”



    เธอบอกพร้อมนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม เอาถาดอาหารวางไว้บนตักตัวเองแล้วคนข้าวต้มในชามอีกส ักพักเพื่อไล่ความร้อนออกไปอีกส่วนหนึ่งจากนั้นก็ใช้ ช้อนตักขึ้นมาและเป่า ขณะที่สายตาก็เหลือบมองมาทางเราที่ยังไม่ยอมลุกขึ้นน ั่ง



    “อ๊ะ
    ! ปาร์ตี้จังคงยังลุกเองไม่ไหว......งั้นรอแป๊บนะ”


    ที่จริงเราลุกเองได้แล้วล่ะ ไม่ได้ไม่สบายหนักถึงขั้นลุกหรือขยับตัวไม่ได้แค่ว่า ไม่อยากลุกขึ้นมาก็เท่านั้นเอง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังอุตส่าห์ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี ้ให้ออกห่างจากเดิมไปเล็กน้อยแล้ววางถาดชามข้าวต้มนั ้นลงและมาช่วยจับแกมบังคับให้เราลุกขึ้น จากนั้นเมื่อเราลุกขึ้นมานั่งก็เลื่อนเก้าอี้กลับที่ เดิมโดยไม่ลืมยกถาดออกแล้วเอามาวางบนตักเหมือนเดิม และเริ่มการป้อนข้าวต้มให้เรา


    เรารู้สึกดีใจนิด ๆ ที่ยังมีคนอุตส่าห์มาคอยดูแลและเป็นห่วงเราขนาดนั้น ต่อให้เป็นการทำโดยมีวัตถุประสงค์อะไรบางอย่างก็ตาม



    “อ้ามมมมมม” เธอยื่นช้อนที่มีข้าวต้มซึ่งได้รับการเป่าให้ความร้อ นลดน้อยลงแล้วมาใกล้ ๆ ปากเรา พร้อมทำเสียงเหมือนเวลาที่แม่ป้อนข้าวลูกเล็ก ๆ ไม่มีผิด



    ข้าวต้มอุ่นกำลังดีถูกถ่ายเทจากช้อนเข้ามาอยู่ในปากข องเรา......


    รสชาติหวานหอมกำลังดีไม่มีมากหรือน้อยจนเกินไปที่น่า จะได้มาจากมันกุ้งขณะต้ม ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อยและทำให้รู้สึกอยากอา หารขึ้นมาบ้าง หลังจากที่นอนซมและไม่อยากทานอะไรมากเท่าไหร่ในตลอดช ่วงสี่ห้าวันที่ผ่านมา



    “ปาร์ตี้จังดูซูบไปเยอะเมื่อเทียบกับตอนที่เจอกับเค้ าครั้งแรกเลย......สงสัยก่อนหน้านั้นจะไม่มีใครดูแล ดังนั้นต้องกินให้หมดเลยนะจะได้หายไว ๆ” เธอพูดในสิ่งที่เห็นชัดเจนกันอยู่ก็คือไม่ได้มีใครมา ดูแลเราก่อนหน้านี้เลยแม้แต่คนเดียว รึอาจจะมีบ้างที่มาเคาะประตูถามเราว่าเป็นอะไรหรือมี ปัญหาหรือไม่ แต่สุดท้ายก็มีเพียงแค่การถามโดยที่ไม่มีใครสักคนคิด จะเข้ามาดูจริง ๆ จัง ๆ เลย


    “อือ......” แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ตอบรับไปอย่างว่าง่าย เพราะเรี่ยวแรงตอนนี้ก็แทบจะไม่มี แถมในหัวก็ยังตื้อไปหมดจนคิดอะไรอย่างอื่นไม่ออกแล้ว จริง ๆ



    หลังจากกินข้าวต้มจนเสร็จ น้ำแอปเปิ้ลรสหวานอมเปรี้ยวนิด ๆ ก็เป็นเครื่องดื่มที่ถูกส่งมาให้แทนที่จะเป็นน้ำเปล่ า แม้จะรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้างที่ดื่มน้ำผลไม้หลังทานข้าวต้มเสร็จ แต่มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกนะ



    “อิ่มรึยังเอ่ย ?”

    “อือ” เราส่งเสียงตอบกลับไปในลำคอเพียงแค่นั้น ซึ่งจริง ๆ เราอาจจะยังไม่อิ่มก็ได้ แต่แค่ไม่ค่อยอยากกินอะไรเพิ่มเติมสักเท่าไหร่ ขณะที่ในมือยังคงถือแก้วที่ใส่น้ำแอปเปิ้ลเอาไว้หลัง จากพยายามอยู่นานเพื่อที่จะเอามาถือเองโดยไม่ต้องรบก วนให้อีกฝ่ายคอยป้อน


    “เค้าวางขวดน้ำไว้บนเก้าอี้ข้างเตียงนี่ละกันจะได้หย ิบง่าย ๆ”


    “......”


    “อ้อใช่......เดี๋ยวเค้าอาบน้ำแต่งตัวเสร็จจะมานอนเป ็นเพื่อนนะ”


    “อ....เอ่อ ไม่ต้องหรอก” เราบอกกลับไป แน่นอนว่าเหตุผลที่ไม่อยากให้เธอมาอยู่ด้วยเพราะกลัว ติดหวัดจากเราไป


    “ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า......เวลาที่ไม่สบายแล้วมีคนอ ื่นอยู่ด้วยจะรู้สึกสบายใจกว่าล่ะนะ” เธอตอบกลับมาพร้อมยกชามข้าวต้มที่เหลือเพียงน้ำก้นชา มไปด้วย ก่อนจะเดินออกจากห้องโดยไม่ทันให้เราได้พูดอะไรเพิ่ม เติมเลย



    -
    พิสิทธิ์ เบคเกอร์ (5) –


    “ไม่ต้องคิดมากหรอกเบคเกอร์......ถึงเธอจะไม่ได้ถูกใ จป้าเอวาเท่าไหร่ แต่เธอก็ไม่ได้ทำให้คุณป้าเค้าเป็นแบบนั้นสักหน่อย” พี่เคพูดปลอบขณะที่ตัวผมเองได้แต่นั่งซึมหลังจากที่เ พิ่งทะเลาะกับไอ้เป้มาหมาด ๆ เพราะคาดไม่ถึงว่าคนที่ต่อล้อต่อเถียงกันได้ทุกวันแบ บยัยป้านั่นจะมาด่วนจากไปทั้งอย่างนี้

    “......” ผมที่ไม่รู้จะตอบอะไรไป ได้แต่หันหน้าไปมองสีหน้าที่เหมือนกำลังฝืนยิ้มของพี ่เคที่สภาพค่อนข้างโทรม ทั้งตาบวมเพราะอดนอน และสีหน้าที่ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ได้มีความแจ่มใสแผ่ออกมาพร้อมรอยยิ้มนั้นเลย



    ให้ว่ากันตรง ๆ ตอนนี้ผมก็เห็นใจพี่เคไม่ใช่น้อยนะที่อุตส่าห์คอยเป็ นห่วงเป็นใยคนอื่นน่ะ ไม่ว่าจะเป็นยัยปาร์ตี้ที่นอนซมอยู่ที่ห้อง แล้วไหนจะยังมีเรื่องของพวกเราที่แต่ละคนอีกล่ะ


    อยากจะบอกจริง ๆ ว่าสนใจตัวเองอย่างเดียวก็พอเถอะพี่เค อย่างน้อยก็ผมคนนึงแหละ ที่ไม่ได้เป็นอะไรมากจนถึงขั้นที่พี่ต้องมาคอยดูแลล่ ะนะ


    แต่เอ.......หรือว่าพี่เค้าอยากได้ใครสักคนคอยปลอบหว ่า ?



    “คิดแง่ดีเกินไปมั้ง”


    “ข......ขอโทษนะ”


    “อะ......ขอโทษทำไมน่ะพี่เค ?” ผมสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่ออยู่ ๆ พี่เคก็เอ่ยปากขอโทษออกมาในเรื่องอะไรที่ผมไม่รู้ ทว่าเมื่อผมถามไปพี่เคกลับเบือนหน้าหนีไปซะอย่างงั้น



    ตายหอง......ทำอะไรพลาดไปเนี่ย ทั้งเอ่ยปากขอโทษแล้วก็แสดงท่าทีแบบนี้ยังไงก็ต้องมี อะไรสักอย่างแหง ๆ หรือจะเป็นไอ้ที่เราคิดเมื่อกี้แล้วเผลอพูดออกมาฟะ ?



    “คือผ......ผมไม่ได้หมายความว่างั้นนะพี่เค......ค.. ...คือ.....” ผิดตรงไหนก็พูดแก้ตัวไปก่อนไม่ต้องสนใจละ


    “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ......พี่เข้าใจ” พี่เคบอกพร้อมด้วยน้ำตาที่ปริ่มออกมาหน่อย ๆ



    ตาย......ตายชัก......ตายหอง......ตายห่าน......ตายท ั้งกลม......ตายอะไรอีกดีเนี่ย
    !?

    เข้าใจอะไรกันครับพี่......เข้าใจว่าผมหาว่าพี่จุ้นจ ้านใช่มั้ยถึงได้ทำท่าจะร้องไห้ออกมา......ผมขอโทษนะ พี่......ผมขอโทษ
    !


    “งั้นพี่กลับไปที่ห้องก่อนนะ” พี่เคลุกขึ้นยืนก่อนจะหันหลังแล้วเดินจากไปขณะที่คำว ่า
    ‘ขอโทษ’ ทำได้เพียงแค่วนเวียนอยู่ในหัวผมเท่านั้น

    “ฮึ” เสียงหัวเราะในลำคอดังเป็นจังหวะสั้น ๆ ก่อนที่ผมจะหันขวับไปทางต้นเสียง ซึ่งเป็นผู้หญิงที่ไว้ผมบ็อบเหมือนยูจัง แต่ความน่ารักสู้ไม่ได้ และกำลังนั่งทำอะไรบางอย่างงกับเครื่องโน๊ตบุ๊คของหล ่อนอยู่


    “อะไรของหล่อนฟะ ยัยซอมบี้
    !” ไม่รู้ทำไมแค่ได้ยินเสียงของอีกฝ่ายก็รู้สึกเหมือนกำ ลังโดนเยาะเย้ยยังไงชอบกล

    “ยังเช้าอยู่หัดอยู่เงียบ ๆ บ้างไม่ได้รึไง ?” คราวนี้คนที่ส่งเสียงมาเป็นไอ้เป้ที่ผมเคยคิดว่านิสั ยของมันพอคบได้ แต่ไอ้ที่มันพูดเมื่อครู่ยังไงก็ไม่ถูกใจผมเลยจริง ๆ



    ทว่าหากผมมัวคิดต่อปากต่อคำขึ้นมารับรองได้ว่าแพ้ชัว ร์เพราะยัยซอมบี้นั่นแม้จะยังไม่ได้ลองพูดคุยจริง ๆ จัง ๆ ด้วยสักเท่าไหร่แต่ดูจากสีหน้าบางช่วงขณะ เช่นตอนเมื่อสัปดาห์ก่อนที่พี่เคไปคุยกับพวกพี่ทัพกั บพี่ใหม่หน้าเจ๊แกตอนมองไปนี่โคตรโหดเลยอะ ส่วนไอ้เป้นี่ส่วนใหญ่มันจะเงียบ ๆ แต่เวลาพูดขึ้นมาทีไรก็ทำได้แค่เถียงข้าง ๆ คู ๆ ใส่มันแล้วมันก็ไม่สนใจจนเหมือนว่าเถียงแพ้มันกลาย ๆ เลยล่ะนะ


    แต่เทียบกันแล้วก็ยังดีกว่ายัยปาร์ตี้ที่ตอนเจอหน้าก ันครั้งแรกก็เตะผ่าหมากใส่ล่ะนะ ยังดีว่าตอนนั้นหล่อนเตะไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ แถมเป้ากางเกงเราตุงด้วยเลยไม่ค่อยจะเจ็บ


    แล้วก็สงสัยตั้งแต่เมื่อกี้ละ......พี่ทัพกับพี่ใหม่ ทำหน้าเครียดกันใหญ่.......คุยอะไรกันอยู่หว่า ?


    ไอ้เราก็ไม่ค่อยจะรู้วิธีปลอบใจคนซะด้วย เรื่องของพี่เคคงต้องไว้ทีหลังแล้วเข้าไปแจมสองคนนั้ นก่อนล่ะนะ



    “แต่พี่ใหม่ทำอย่างงั้นก็ไม่ถูกนะ......พวกเราจะยอมใ ห้เป็นแบบนั้นไปได้ยังไง ?”

    “ไม่ถูกตรงไหน ?”


    “ยังจะมาถามผมอีกว่าตรงไหน......มันก็ทั้งหมดนั่นแหล ะ
    !”

    “มันจะไม่ถูกได้ยังไงมันก็แค่
    -----อ้าว เบคเกอร์......มากินข้าวเรอะ ?” พี่ใหม่พูดยังไม่ทันจบก็หันมาทางเราที่อุตส่าห์ย่องม ากะแอบฟัง แต่ตะกี้นี้เหมือนสองคนนี้กำลังทะเลาะอะไรกันอยู่เลย แฮะ ปกติก็เห็นพูดคุยเฮฮาเข้าขากันดีนี่นา

    “อือ......พวกพี่สองคนกินกันยังอะ ?” ผมถามกลับไปตามมารยาท


    “เรียบร้อย......อาหารที่นี่ยังอร่อยเหมือนเดิมไม่มี เปลี่ยนด้วย ใช่มะไอ้ทัพ ?”


    “อ.....อือ” พี่ทัพยิ้มแห้ง ๆ ขณะหันมองมาทางผมเหมือนกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ ถึงเราจะเป็นพวกสอดรู้สอดเห็น แต่ให้ไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของพวกตัวผู้ด้วยกันนี่ คงต้องขอบายล่ะนะ


    “ไดจินั่งโซ้ยเซตอาหารญี่ปุ่นอยู่ข้างในแน่ะ”


    “อืม.....งั้นผมขอตัวกินข้าวมั่งละ”


    “ตามสบายเลย เดี๋ยวพวกพี่ว่าจะไปนอนกันต่อละ.....อยู่นี่ไม่ค่อยม ีอะไรทำเท่าไหร่” พี่ใหม่พูดจบก็ลากพี่ทัพที่สีหน้าเหมือนจะไม่เต็มใจเ ท่าไหร่นักให้เดินไปด้วยกัน



    โดนกีดกันจากวงสนทนาโดยสมบูรณ์เลยแฮะ......แต่ก็ช่าง เหอะ......สนใจไปก็เซ็งจิต

    เมื่อเข้ามาภายในห้องครัว ผมก็ได้เห็นไดจินั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านหนึ่งของโต๊ะสี ่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กตัวหนึ่ง ตรงหน้าของเขามีถาดอาหารที่เป็นที่วางของภาชนะวางอาห ารซึ่งเหลือเพียงเศษก้างปลาอีกนิดหน่อย ๆ ขณะที่ข้าง ๆ ถาดนั้นมีแว่นตาหนาเตอะวางอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ได้พับขา


    แม้ตัวจะยังเป็นเด็ก แต่ท่าทางการนั่งหลับตาทำสมาธิที่ดูสุขุมเกินวัยไปสั กหน่อย ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะชื่นชมวิถีแห่งซามูไรที่ทำให้ผู ้คนของประเทศนี้เป็นที่สุดในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นอนิเมะ หนังโป๊ หรือแม้แต่กั*ดั้ม


    เรามาพักเรื่องของคนอื่นแล้วมาว่าด้วยเรื่องของอาหาร ตรงหน้ากันดีกว่า......

    เช้าวันนี้ที่ค่อนมาทางสายอยู่สักนิดเนื่องจากยังเหม ือนมีภาพติดตามาจากเมื่อวานจนไม่อยากกินอะไรจนถึงเมื ่อครู่ ตอนนี้มันกำลังจะถูกเติมเต็มด้วยข้าวผัดผงกะหรี่สีเห ลืองนวลส่งกลิ่นหอมของเครื่องเทศอ่อน ๆ บนจานใบโต ที่ซึ่งมีน่องไก่ย่างราดน้ำซอสอะไรสักอย่างคละเคล้าก ันจนส่งกลิ่นกระตุ้นให้น้ำลายสอ

    นอกเหนือจากข้าวผัดผงกะหรี่จานนี้แล้วก็ยังมีอาหารอย ่างอื่นอีก ทั้งซูชิหน้าปลาไหลสองชิ้นกับหน้าไข่ปลาคาเวียร์อีกส อง ไข่ม้วนสไตล์ฝรั่งเศส เป็ดปักกิ่ง พาสต้าผักโขม ขนมจีบปูแบบเนื้อเน้น ๆ สามลูก ขนมฝอยทอง กล้วยราดคาราเมล และเครื่องดื่มเป็นน้ำองุ่นที่รสชาติเปรี้ยวหวานกำลั งดี

    และถึงจะเห็นว่าที่หยิบมามีหลายอย่างจนเหมือนจะกินไม ่หมด แต่จริง ๆ แล้วหยิบมาแค่อย่างละนิดอย่างละหน่อย จะได้หลากหลายหน่อย

    ......จะว่าไปตั้งแต่ตอนที่พี่เคเข้ามาดูเหมือนจะยัง ไม่ได้กินอะไรเลยนี่หว่า......เดี๋ยวกินเสร็จจัดไปสั กชุดให้พี่เค้าดีกว่า จะได้หาเรื่องชวนคุยแล้วก็ขอโทษเรื่องเมื่อกี้ด้วย



    --------------------------------------------------------------------------------------------

    เอามาลงให้เป็นกรณีพิเศษฉลองหัวข้อโปรเจคผ่านจ้า

    อ้างอิง:
    ข้อความของ MoNoR!Z@ อ่านข้อความ
    โหวต รอบ 2 ที่เดิม ?
    ยังไม่เปิดโหวตครับ เนื่องจากยังไม่รู้ว่าจะเอาไงกับวิธีโหวตดี....ของเด ิมมันไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่
    __________________
    -----------------------------------------------------------------------------------
    ::Fiction Zone::
    -----------------------------------------------------------------------------------

    The Shattered: เกมล่าท้าฝัน
    จะแลกสิ่งที่คุณมีกับความฝันที่คุณต้องการรึเปล่าล่ะ ?

    Xero: La Comienzo -Tale of the Iron Magus-

    คนสองคนกับจุดเริ่มต้นของเรื่องราว


    แก้ไขโดย Malagor : 19 Jan 2012 เวลา 09:29
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    สมาชิกจำนวน 5 คน ที่ได้ขอบคุณ Malagor สำหรับโพสที่มีประโยชน์นี้
    เก่า 19 Jan 2012, 04:15   #71 (permalink)
    สมาชิก TG เต็มตัว
     
    MoNoR!Z@'s Avatar
     
    สมัคร: Feb 2010
    สถานที่: กำกวม
    โพส: 369
    รับคำขอบคุณ: 51
    ดาวโหลด: 46
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    MoNoR!Z@ auraMoNoR!Z@ auraMoNoR!Z@ auraMoNoR!Z@ auraMoNoR!Z@ auraMoNoR!Z@ aura
    โหวต รอบ 2 ที่เดิม ?
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 01 Feb 2012, 01:06   #72 (permalink)
    สมาชิก TG แรกเริ่ม
     
    Malagor's Avatar
     
    สมัคร: May 2006
    สถานที่: ทะเลทรายไชฮาลัด
    โพส: 163
    รับคำขอบคุณ: 82
    ดาวโหลด: 86
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    Malagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor auraMalagor aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Malagor
    7 Days a Week #2:
    [Day 1] (Part 3)

    - รัตนะ พะดาวดี (15) –

    ซ่า.......ซ่า.......

    ชั้นฟังเสียงน้ำจากฝักบัวที่บางส่วนกระทบผิวกายของเร าเองก่อนจะไหลไปตามร่างลงไปรวมกับอีกบางส่วนที่ตกกระ ทบพื้นกระเบื้องภายในห้องน้ำ

    ความก้องของเสียงอันเกิดจากหยดน้ำเล็กใหญ่ที่ตกกระทบ พื้นเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ ช่วยพัดพาสิ่งที่ทำให้ชั้นรู้สึกทุกข์ใจให้สลายหายไป ทั้งยังทำให้รู้สึกดีไม่น้อยกับท่วงทำนองที่เกิดขึ้น อย่างเอาแน่เอานอนนั้นไม่ได้


    เมื่อล้างตัวและผมเสร็จ สักพักต่อมาก็ค่อย ๆ หย่อนตัวลงไปในอ่างอาบน้ำที่มีน้ำร้อนกำลังดีรองเอาไ ว้ก่อนแล้ว


    ความร้อนของน้ำถูกส่งจากปลายเท้าขึ้นมายังทั้งร่างจน ตัวเราสะดุ้งก่อนจะค่อย ๆ จุ่มเท้าและขาลงไปก่อน แล้วค่อย ๆ หย่อนทั้งตัวลงไปนั่งในอ่าง



    “อา.......” เผลอครางออกมาซะได้ แต่ก็คงไม่เป็นไรหรอกในเมื่ออยู่คนเดียวน่ะ



    ก๊อก ๆๆ......


    ทว่าเมื่อชั้นเผลอคิดไปอย่างนั้นก็มีเสียงเคาะประตูด ังขัดเข้ามาถึงภายในห้องน้ำที่ไม่ได้ปิดประตูเอาไว้ หรือพูดให้ถูกคือประตูห้องน้ำมันพังจนปิดไม่ได้ แล้วยังไม่ได้ซ่อมมากกว่า



    “พี่เค......ผมเองเบคเกอร์
    !” เสียงตะโกนของเด็กหนุ่มดังทะลุเข้ามาภายในห้องที่ไม่ ได้ใหญ่อะไรมากนัก

    “มีอะไรจ๊ะ ?” ชั้นถามกลับไปขณะที่รีบลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำแล้วคว้า ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่มาพันรอบตัวเอาไว้ หน้าอกที่พูดได้แบบไม่อายใครว่าใหญ่ในระดับหนึ่งของช ั้นถูกผ้ารัดแน่นจนแทบทะลักออกมาจะทำให้เขารู้สึกยัง ไงกันนะ



    ที่จริงเสื้อคลุมอาบน้ำชั้นก็มีนะ เพียงแต่ว่าใส่แล้วรู้สึกรุ่มร่ามยังไงก็ไม่รู้ก็เลย ไม่ใช่ แถมห้องนี้แม้แต่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีใครมาเยี่ยมอย ู่แล้วก็เลยใช้แค่ผ้าเช็ดตัวแค่นี้แหละ



    “พี่เคยังไม่ได้ทานมื้อเช้าใช่มั้ยอะ ? ผมยกมาให้แล้วนะ”


    “อ้อ.......เดี๋ยวแป๊บนึงนะ” เมื่อพันผ้ารอบตัวและศีรษะที่เปียกชุ่มเสร็จชั้นก็รี บเดินไปที่ประตูแล้วบิดลูกบิดเปิดออกมา



    สิ่งที่ได้เห็นหลังเปิดประตูออกก็คือสีหน้าตกตะลึงขอ งเบคเกอร์ที่ยืนถือถาดอาหารซึ่งในจานอาหารแต่ละอย่าง ถูกปิดครอบเอาไว้จนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่กลิ่นที่ลอยโชยออกมาหน่อย ๆ นั้นหอมใช้ได้อยู่เหมือนกัน



    “ขอบใจมากจ้ะ” ชั้นบอกไปแบบนั้นโดยไม่ได้รู้สึกอายที่ต้องเผยสัดส่ว นของตัวเองแบบนี้ แต่ปฏิกิริยาของเขานี่ผิดคาดเลยนะเนี่ย


    “ข.....ขอโทษด้วยครับที่เสียมารยาท” เขาเบือนหน้าหนีหันไปมองทางอื่นขณะที่หน้านั้นแดงจนไ ปถึงหูเลย


    “ไม่เป็นไรหรอก......เข้ามาก่อนสิ”


    “เอ่อ....ยังไงก็ช่วยรับชุดอาหารไว้ด้วยครับ”


    “ขอโทษด้วยละกัน พอดีพี่ไม่สะดวกถือเองหรอก” ที่จริงก็ไม่ใช่ว่าถือเองไม่ได้หรอกนะ แต่เผอิญว่ามือนึงจับผ้าเช็ดตัวที่จู่ ๆ ก็ทำท่าว่าจะหลุดเอาไว้อยู่ จะให้ถือถาดอาหารด้วยมือเดียวก็อาจจะมีหกกันได้..... ไม่อาหารก็หน้าอกชั้นเองนี่แหละ


    “ง...งั้น....ผ....ผมขอเอาเข้าไปให้นะ” เขาพูดตะกุกตะกักเป็นเชิงขออนุญาต ซึ่งชั้นเองก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากเปิดประตูให้กว้างขึ ้น แล้วก็หลบให้เขาเดินเข้ามาในห้อง


    “เอาไว้ตรงนั้นละกันนะจ๊ะ” ชั้นบอกพร้อมชี้ไปที่โต๊ะทำงานตัวไม่ใหญ่มากนัก ซึ่งเป็นโต๊ะเพียงตัวเดียวที่มีอยู่ในห้องนี้ ผิดกับเก้าอี้ที่ดันมีถึงสองตัวจนดูไม่เข้าชุดกัน


    “งั้นผมขอตัวนะ” เมื่อวางถาดอาหารเสร็จ เบคเกอร์ก็พูดเร็วปรื๋อก่อนจะรีบเดินจ้ำมาที่ประตูทา งออก แต่ว่า......


    “เดี๋ยวรออยู่ในห้องก่อนสิ พี่ขอตัวไปแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนแล้วจะได้นั่งคุยก ันน่ะ”

    “แต่ว่า......ม....มันไม่ดีมั้งพี่เค”


    “ไม่เป็นไรหรอก......ยังไงเธอก็ยังเด็กชั้นไม่ถือหรอ ก......แต่ถ้าไม่อยู่นี่ละก็ชั้นโกรธเธอแน่”


    “อะ....อ่า.........ก็ได้” สีหน้าแดงก่ำก่อนที่เขาจะตอบตกลงทั้งที่ยังลังเล.... ..ช่างน่ารักน่าแกล้งจริง ๆ


    “ได้ยินจากตุ๊กตามาว่าเธอชอบมองลวนลามเค้านี่นะ..... .หวังว่าคงไม่คิดจะทำอะไรแบบนั้นกับพี่ด้วยหรอกนะ”


    “ม....ไม่ทำหรอกครับ
    !” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและใช้สองมือปิดตายืน อยู่ตรงโต๊ะทำงาน ซึ่งเราเห็นชัดเลยว่าช่องว่างระหว่างมือนั้นมากพอที่ จะลอบมองออกมา แต่ก็ไม่ถือสาอะไรหรอกนะ


    หลังจากที่เขาตอบออกมาแล้วชั้นก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้ า เพื่อเลือกเอาเสื้อผ้าที่จะใส่ ซึ่งแม้จะผิดแผนไปหน่อยที่ตอนแรกกะจะแช่น้ำให้สบายตั วก่อนค่อยแต่งตัวแล้วก็นอน แต่ตอนนี้มีแกล้งหมอนี่น่าสนุกกว่าก็เอาแบบนี้ละกัน


    เราค่อย ๆ ปลดผ้าเช็ดตัวออกพลางลอบมองสังเกตท่าทีของเบคเกอร์ และพบว่าเค้าสะดุ้งและรีบหันหลังให้เราทันที จากนั้นเราก็หยิบเสื้อผ้ามาใส่ทีละชิ้นเริ่มจากชุดชั ้นในสีดำ กางเกงยีนส์ขากุดสีฟ้าซีด ๆ แล้วก็เสื้อยืดบาง ๆ สีขาวที่เผยให้เห็นบราที่เราใส่เอาไว้



    “เรียบร้อยละ หันมาได้เลยจ้ะ” ถึงเราจะอนุญาตไปแล้วแต่พ่อหนุ่มเบคเกอร์ก็ดันนิ่งเง ียบและไม่ยอมหันมา ดังนั้นเราก็เลยย่องเข้าไปหาเงียบ ๆ เข้าไปตะครุบจากด้านหลัง


    “พ.....พี่เค......ต.....แต่งตัวเสร็จแล้วเหรอค รับ ?” เขาถามกลับมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก แสดงว่าเมื่อครู่ไม่ได้ยินที่เราบอกสินะ



    กระนั้นแล้วสายตาของเราก็สังเกตเห็นว่ามือทั้งสองของ หมอนี่ไปกุมบริเวณตัก แต่พูดให้ชัดเลยก็คือกุมเป้าของเขาเองต่างหาก



    “ผู้ชายหน้าไหนก็เหมือนกันหมดจริง ๆ”


    “เอ๊ะ ? พูดว่าอะไรนะครับ ?”


    “ม...ไม่มีอะไรจ้ะ” เผลอพูดออกมาซะได้เรา ไม่รู้ว่าที่ถามนี่ไม่ได้ยินจริง ๆ รึเปล่าแต่คิดซะว่าเค้าได้ยินก็แล้วกัน ถ้างั้นก็เริ่มขั้นต่อไปเลยก็แล้วกัน


    “เอ่อคือ......”


    “นี่เบคเกอร์”


    “ค....ครับ ?”


    “ก่อนหน้านี้เธอมองพี่เป็นคนยังไงเหรอ ?”


    “อ.....เอ่อ......หมายความว่าไงน่ะพี่เค ?” สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความงุนงงและเขินอาย จนชั้นรู้สึกสนุกยิ่งขึ้นที่ได้เห็น


    “ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละจ้ะ” เรายื่นหน้าไปกระซิบข้างหูซ้ายของเขา ก่อนจะพ่นลมออกมาเบาจนสัมผัสได้ถึงร่างที่สั่นระริกข องเด็กหนุ่มคนนี้


    (ตายจริง......จุดอ่อนอยู่ที่หูเหรอเนี่ย)


    “คือ......ก....ก่อนหน้านี้......พ.....พี่เคดู ดี เป็นกันเอง และพึ่งพาได้.....ค...ครับ”


    “เหรอจ๊ะ......แล้วตอนนี้.....” เราพูดแล้วก็หยุดไว้ก่อน พร้อมกันนั้นก็ใช้แขนซ้ายคล้องคอเขา และเลื่อนมือขวาลงไปยังช่วงล่างของร่างกำยำของเขา


    “ด.....เดี๋ยวก่อนพี่เค.......พี่เคจะทำอะไรเนี ่ย !?” เบคเกอร์ยื่นมือของเขาข้างหนึ่งมาจับข้อมือขวาของเรา ไว้แน่น พร้อมถามกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูตื่นตระหนก เมื่อเป็นอย่างนั้นเราก็ถามต่อในสิ่งที่เราหยุดเอาไว ้


    “......เธอชอบพี่มั้ย ?”


    “ว....แว้ก
    !”


    ก่อนที่เขาจะตอบออกมา เราก็จัดการดึงคอเสื้อของเขาฉุดเหวี่ยงจนพวกเราทั้งส องมาอยู่กันบนเตียงโดยที่ตัวเรานั่งคร่อมบนร่างของเข า ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วด้วยร่างกายกำยำของเขานี่หากจะขัดขืนก็ไม่ใช่เรื ่องยากอะไร แต่ไม่ยอมแม้แต่จะดิ้นแบบนี้ก็แสดงว่ามีความต้องการอ ยู่ลึก ๆ เหมือนกันสินะ



    “ดูเหมือน
    ‘เบคเกอร์น้อย’ จะคึกคักน่าดูเลยนะ” เรายิ้มบอกกับเขาขณะที่ชั้นรู้สึกได้ถึงสิ่งที่กำลัง นั่งทับอยู่

    “ม....ไม่ใช่นะพี่เค......น...นั่นมัน.......”


    “นั่นมันอะไรเหรอจ๊ะ ?”


    “น....น....นั่นมันไม่สำคัญหรอกพี่เค แต่ทำแบบนี้มันไม่ดีนะ”


    “หุ ๆๆ ทำเป็นพูดดีไปนะเธอนี่......จริง ๆ แล้วก็คิดอยู่เหมือนกันใช่มั้ยว่าพี่เป็นผู้หญิงที่
    ‘ง่าย’ น่ะ”

    “ผ....ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยนะ
    !”

    “เหรอจ๊ะ......งั้นคิดว่าพี่เป็นยังไงล่ะตอนนี้ น่ะ ?”


    “พ....พี่เคก็เป็น.....พี่เคนั่นแหละครับ”


    “แค่นั้นเองเหรอจ๊ะ ?” เราถามก่อนจะโน้มตัวยื่นหน้าใกล้ ๆ กับหน้าเขา จนทั้งพวกเราสองคนน่าจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจของแต่ละค น


    “ค.....ครับ” เขาขานตอบกลับเพียงสั้น ๆ แต่เสียงสั่นไม่น้อยเลยทีเดียว


    “งั้นถ้าพี่ยอมเป็นของของเธอล่ะเธอจะมองว่าพี่เป็นยั งไง ?” ชั้นถามพร้อมค่อย ๆ ยื่นหน้าลงไปช้า ๆ จนปากของพวกเราใกล้จะชนชิดติดกัน



    ทว่าก่อนที่จะทำได้สำเร็จเสร็จสิ้น เราก็รู้สึกเหมือนมีแรงอะไรบางอย่างผลักเราจนหงายหลั งแล้วทุกอย่างก็ดับวูบไปจนหมด



    “พี่เค
    !” เสียงของเบคเกอร์ที่ร้องเรียกดังลั่นด้วยความตกใจคือ สิ่งสุดท้ายที่เรารับรู้ได้ก่อนที่เราจะไม่รับรู้อะไ รอีก


    -สุภลักษณ์ (6) -

    “คิดผิดรึเปล่านะที่สมัครมาที่นี่น่ะ”


    ชั้นได้แต่บ่นไปเรื่อยอย่างเลื่อนลอย และไม่ได้สนใจว่าจะมีใครฟังหรือไม่ เพราะยังไงซะก็คงไม่มีใครอยู่ฟังแล้วในห้องโถงกลางที ่ตอนนี้ไม่มีเงาของผู้คนเลยแม้แต่คนเดียวในตอนนี้ เนื่องจากทั้งหมดต่างแยกย้ายกันกลับห้องของตัวเองกัน ไปหมด


    “จะตีสามแล้วสินะ......”



    ชั้นได้แต่พูดไปเรื่อย ๆ ขณะสายตาจับจ้องไปที่นาฬิกาแบบตุ้มแกว่งตั้งพื้นเรือ นใหญ่ซึ่งมีหน้าปัดเป็นเลขดิจิตอลบอกเวลาห้าทุ่มสี่ส ิบห้า ซึ่งถูกเพิ่มเข้ามาในห้องภายหลังจากที่พวกเราแข่งเกม ในรอบแรกเสร็จไป ซึ่งแม้คนส่วนใหญ่จะไม่สนใจแต่ชั้นสน


    เพราะนาฬิกาของเครื่องโน้ตบุ๊คของชั้นดูจะเป็นเครื่อ งยืนยันเพียงอย่างเดียวว่าชั้นมาอยู่ที่นี่เมื่อไหร่ และวันนี้เป็นวันที่เท่าไหร่นั่นเอง


    หลังจากง่วนอยู่กับการค้นดูพวกไฟล์บันทึกของระบบและพ บว่าเวลาถูกเปลี่ยนไปตอนไหน ในที่สุดชั้นก็ได้แก้เวลาของเครื่องให้กลับมาเป็นเวล าปกติตามเวลาประเทศไทยซึ่งเป็นเวลา
    9.45 น. ของวันที่ 10 มกราคม 2555

    ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะเชื่อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะ เป็นเวลาตามนี้จริง ๆ หากแต่ตอนนี้ไม่มีอะไรอย่างอื่นให้เชื่อแล้วก็เท่านั ้นเอง



    “จุดนี้เป็นจีเอ็มทีบวกหนึ่งสินะ.......ถ้าดูตามลิสต ์ในประเทศที่เข้าเค้าก็....อืม.....โปแลนด์....สวีเด น....สโลวาเกีย....ฮังการี....โรมาเนีย....เซอร์เบีย ....บัลแกเรีย.....โอ๊ยยยยย จะเยอะไปไหน !?”



    แม้จะมีโปรแกรมแผนที่อยู่ในเครื่องด้วย แต่แค่เห็นและไล่รายชื่อประเทศเฉพาะในโซนยุโรปที่อยู ่ในโซนเวลาบวกหนึ่ง ซึ่งยังพูดออกมาไม่หมดนั่นก็ปวดหัวพอละ ถ้ารวมประเทศในโซนแอฟริกาที่เป็นเขตเวลาเดียวกันอีกห ลายที่เข้าไปด้วยได้ปวดหัวตายกันพอดี


    นี่ถ้าเป็นโซนเวลาลบหนึ่งจะดีมากเลย เพราะอย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าต้องเป็นเกาะอะไรสักเกา ะกลางมหาสมุทรแอตแลนติกแน่ ๆ.......ซึ่งนี่ก็เป็นแค่การประชดล่ะนะ



    “เฮ้ออออออ......” ชั้นได้แต่พับจอคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คตัวเก่งปิดไป และถอนหายใจออกมายาว ๆ ด้วยความเหนื่อยใจ


    ตอนนี้ชั้นรู้สึกเหมือนพวกผู้จัดนั่นจงใจส่งนาฬิกานั ่นมาเพื่อยั่วประสาทยังไงชอบกล เพราะนอกจากช่วยแค่เรื่องที่เราอยู่โซนเวลาไหนของโลก ใบนี้แล้วก็ไม่ได้ช่วยเรื่องอื่น ๆ เลยแม้แต่น้อย
    แต่ที่สำคัญกว่าก็คือ......ช่วงเวลาที่หายไปก่อนและห ลังจากที่มาอยู่ที่นี่

    วันสุดท้ายที่ชั้นจำได้ก่อนจะมาที่นี่ก็คือวันที่
    6 พฤศจิกายน......แม้จะจำไม่ได้ละเอียดนักว่าทำอะไรไปม ั่งในวันนั้น แต่ที่จำได้แน่นอนก็คืออ่านประกาศผลการคัดเลือกเข้าแ ข่งไอ้เกมนรกนี่ เวลาตั้งเดือนกว่า ๆ ที่หายไปชั้นทำอะไรไปบ้างหรือไม่ได้ทำอะไรเลยนั้นไม่ มีทีท่าว่าจะนึกออกเลยแม้แต่นิดเดียว

    ไม่มีอาการปวดหัวเหมือนที่เห็นในนิยายหรือการ์ตูนในเ วลาที่ใช้ความพยายามนึกคิด แล้วเหมือนจะนึกอะไรออก และไม่มีบันทึกการเข้าใช้งานในช่วงเวลาที่หายไปเลยยก เว้นก็เพียงแค่ครั้งเดียวคือเมื่อวันที่
    1 มกราคม ซึ่งเครื่องถูกเปิดใช้ไม่ถึงสิบนาทีเลยซะด้วยซ้ำ คาดว่าคงเป็นตอนที่เครื่องโดนปรับเปลี่ยนเวลานั่นเอง

    ถ้าอย่างนั้นแล้วเวลาที่หายไปร่วมเดือนนั่นเราไปทำอะ ไรที่ไหนมาล่ะ ?



    “โธ่เว้ย
    !” เราตะโกนเสียงดังแบบไม่ได้เกรงว่าเสียงจะไปถึงห้องขอ งคนอื่นที่ต้องเดินแยกย้ายกันไปตามแต่ละเส้นทาง

    “ยังไม่นอนอีกเหรอครับคุณตุ๊กตา ?”


    “หือ ?” ชั้นหันไปมองต้นเสียงที่เดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ แล้วก็สะดุ้ง เมื่อเห็นว่าเป็นชายร่างกำยำหน้าตาน่ากลัว


    “ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะ”


    “ม.....ไม่เป็นไรลุงสจ๊วต......ว่าแต่อาการดีขึ้นแล้ วเหรอ ?” ที่ถามไปนี่ก็ตามมารยาทนะ


    “อือ......จริง ๆ ก็ไม่ได้เจ็บอะไรมากหรอกนะ แค่ว่ารู้สึกสมองมันตื้อ ๆ แล้วก็อยากอยู่เงียบ ๆ คิดอะไรคนเดียวนิดหน่อยก็เลยไม่ได้ออกมาจากห้องเลยน่ ะ”


    “อ้อ” ชั้นขานกลับไปแบบขอไปทีเหมือนเรารับรู้สิ่งที่เขาพูด แต่เราก็ไม่สนใจมากนักเพราะยังไงตาลุงนี่ก็เป็นคู่แข ่งอีกคนในเกมนี้ เพียงแต่ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากปะทะตรง ๆ หรอกนะเพราะดูจากร่างกายแล้วเราสู้ไม่ได้แน่ ๆ


    “ว่าแต่ทำอะไรอยู่เหรอครับ ?”


    “ไม่มีอะไร......แค่ยังไม่ง่วงก็เลยนั่งเล่นเกม ” ชั้นว่าแล้วก็หันจอที่แสดงภาพในเกม
    ‘นกกริ้วโกรธา’ ที่เพิ่งเปิดขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่ชั้นกำลังท ำจนถึงเมื่อครู่ให้ดู

    “อ้อ......ส่วนลุงรู้สึกหิวนิดหน่อยน่ะก็เลยออกมาหาอ ะไรกิน”


    (โทษทีนะ......แต่ไม่ได้ถาม) ชั้นนึกในใจไม่กล้าพูดออกมา ขณะที่สีหน้าก็พยายามปั้นยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุ ด


    “งั้นไปล่ะ......คุณเองก็อย่านอนดึกนักล่ะ เดี๋ยวสุขภาพจะแย่”


    “ขอบคุณที่เตือนนะ”



    ให้ตายสิ......หงุดหงิดกับเรื่องข้อมูลที่ไม่ได้ช่วย อะไรเลยนี่ไม่พอ ตาลุงนี่ก็ดันมาทำท่าสนใจอีก สงสัยคงคิดผิดที่มานั่งใกล้ห้องครัว


    ......เปลี่ยนเป็นเอาไปตุนที่ห้องแทนละกัน

    --------------------------------------------------------------------------------------------

    จบ Week 2 Day 1.....

    กลับมาแต่งต่อหลังจากไม่ได้แตะต้องร่วม ๆ ครึ่งเดือนนี่อารมณ์ไม่ค่อยปะติดปะต่อเท่าไหร่เลย ยังไงก็ขออภัยไว้ด้วยนะครับที่ออกมาไม่ดีเท่าไหร่


    พบกันใหม่คราวหน้าครับ
    __________________
    -----------------------------------------------------------------------------------
    ::Fiction Zone::
    -----------------------------------------------------------------------------------

    The Shattered: เกมล่าท้าฝัน
    จะแลกสิ่งที่คุณมีกับความฝันที่คุณต้องการรึเปล่าล่ะ ?

    Xero: La Comienzo -Tale of the Iron Magus-

    คนสองคนกับจุดเริ่มต้นของเรื่องราว


    แก้ไขโดย Malagor : 21 Feb 2012 เวลา 00:23
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    สมาชิกจำนวน 2 คน ที่ได้ขอบคุณ Malagor สำหรับโพสที่มีประโยชน์นี้
    เก่า 01 Feb 2012, 12:06   #73 (permalink)
    สมาชิก TG แรกเริ่ม
     
    LondaBell's Avatar
     
    สมัคร: Oct 2009
    สถานที่: Hunter Guild
    โพส: 177
    รับคำขอบคุณ: 49
    ดาวโหลด: 5
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    LondaBell auraLondaBell auraLondaBell auraLondaBell auraLondaBell auraLondaBell aura
    กำลังนึก ๆ อยู่....วิธีโหวตเอาแค่ 1 คนหนึ่งโหวตเหอะ.....

    ปั๊มโหวตเดี๋ยวได้มีเอ๋อกันมั่งแหละ = =;
    __________________
    สถานะปัจจุบัน : รำคาญพวกที่เริ่มทำอะไรแล้วไม่ยอมทำต่อ....
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 01 Feb 2012, 19:43   #74 (permalink)
    สมาชิก TG รุ่นเก๋า
     
    Graybackson's Avatar
     
    สมัคร: Mar 2009
    สถานที่: หน้าโน๊ตบุ๊คคู่ใจ =w=
    โพส: 1,221
    รับคำขอบคุณ: 267
    ดาวโหลด: 249
    อัพโหลด: 1
    Rep Power: 0
    Graybackson aura
    Graybackson auraGraybackson auraGraybackson auraGraybackson auraGraybackson auraGraybackson aura
    ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Graybackson
    "นกกริ้วโกรธา" = ="

    อีกหน่อยได้มี "ไก่เกรียน(ปวดเศียร)เวียนเกล้า" แน่นอน...
    __________________
    Click the image to open in full size.
    เห่าเข้าไปเลยลูกพ่อ!!

    สมาชิก Thaigaming แอดมาคุยกันครับผม

    รวบรวมลิงก์ผลงาน
    .
    [Fire Emblem Fanfiction]
    .
    [แกลลอรี่ผลงานวาดรูป(กากๆ)]
    .
    [ผลงานแปลซับ(กากๆ) Rest in peace Evee...]
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    เก่า 05 Feb 2012, 20:11   #75 (permalink)
    น้องใหม่ TG
     
    gaganehehe's Avatar
     
    สมัคร: Oct 2011
    สถานที่: ไทย
    โพส: 23
    รับคำขอบคุณ: 3
    ดาวโหลด: 0
    อัพโหลด: 0
    Rep Power: 0
    gaganehehe aura
    บทของ เค ใน7 Days a Week #2:

    ผมเดาไว้ตั้งแต่คิดตัวละคร แล้วว่าต้องมีฉากนี่ เฮอๆ
      ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
    ตอบ

    Tags
    fiction, the shattered

    คำสั่งเพิ่มเติม
    แสดงผล

    กฎการส่งข้อความ
    You may not post new threads
    You may not post replies
    You may not post attachments
    You may not edit your posts

    BB code is ใช้ได้
    Smilies are ใช้ได้
    [IMG] code is ใช้ได้
    HTML code is งดใช้
    Trackbacks are ใช้ได้
    Pingbacks are ใช้ได้
    Refbacks are งดใช้


    Thaigaming Network : Japan Music World | Flixya Idm | Coming soon.
    Home | News | Event | Article | Howto | Preview | Review | Cheat | Play | Anime | Club | Download | Blog | Group | Service | Forum
    Copyright © 2000-2008 Thaigaming Network. All Right Reserved.