| | #77 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | ฝนตก อากาศแปรปรวน แล้วในที่สุด ผมก็ไม่สบายจนได้ - -' ไข้ขึ้นไปหลายวัน นี่ก็พึ่งจะหาย ขอให้ทุกๆคน รักษาสุขภาพนะ อย่าให้ไม่สบายเหมือนผมล่ะ ตำนานที่ 26 บททดสอบ ~ กลางดึกคืนนั้น ~ ..........เสียงฝีเท้าดังก้องสะท้อนไปทั่วทางเดินภายในถ้ำหินอั นคับแคบ จังหวะการเดินนั้น มั่นคงสม่ำเสมอแม้ทางสายนี้จะมืดมิด จนไม่สามารถมองเห็นได้กระทั่งมือของตนเอง ... เสียงฝีเท้านั้นเคลื่อนที่ต่อไปข้างหน้า ตามเส้นทางอยู่ช่วงระยะหนึ่ง ทางเดินอันคับแคบก็เปิดกว้างออกไปสู่โพรงถ้ำขนาดใหญ่ ผนังหินด้านในสุดของห้องโถงจากธรรมชาตินี้ สะท้อนแสงสีส้มแดงจางๆ แสงนั้นสว่างพอให้เห็นร่างเจ้าของเสียงฝีเท้าได้เพีย งรางๆ ร่างนั้นก้าวเดินต่อไปจนมาถึง กึ่งกลางโพรงถ้ำ ก็หยุดเดิน ... เหวลึกปรากฏอยู่เบื้องหน้า ที่ก้นเหวมีธารลาวาสีส้มแดงร้อนระอุ กำลังส่งเสียงปะทุเดือดพล่าน ฟังราวกับเป็นเสียงคำรามของสัตว์ร้าย แสงสีส้มแดงที่สะท้อนผนังถ้ำ ก็มาจากธารลาวานี้เอง มวลอากาศร้อนลอยขึ้นสู่เบื้องบน ส่งผลให้อุณหภูมิภายในถ้ำนี้สูง เหมือนดังอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง .......... ...อ้าว!? นึกว่าใครมาเดินที่ถ้ำร้อนๆนี่ดึกๆดื่นๆ ที่แท้ก็นายเองหรอกเรอะ ... เสียงใสๆของหญิงสาวนางนึง ดังขึ้น จากบริเวณที่ทางเดินเปิดกว้างเข้าสู่โพรงถ้ำ เธอปรากฏตัวพร้อมกับเปลวไฟจริงๆ ที่กำลังลุกไหม้ฝ่ามือขวาของเธออยู่ ... แต่ดูเหมือน เธอจะไม่รู้สึกร้อนเลย .......... หญิงสาวเดินตรงเข้าหาชายที่ยืนนิ่งอยู่หน้าเหวลึก เธอใช้มือขวาต่างคบเพลิง แสงไฟจากมือของเธอส่องสว่างให้เห็นลักษณะของชายตรงหน ้าได้อย่างชัดเจน ... เขามีผมสีขาวยาวประบ่า รวบเป็นหางม้าด้วยผ้าสีดำ นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนดูลึกลับ หน้าสวยผิวขาวจนดูคล้ายผู้หญิง รูปร่างสูงสง่าสวมด้วยชุดเกราะอัศวินสีขาวบริสุทธิ์ ... เขาก็คือ ไวท์ นั่นเอง .......... อะไรกัน... นี่นายจะไม่ทักทายกันหน่อยเหรอ? หญิงสาวพูด เธออยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ดูกระฉับกระเฉง รูปร่างเธอสูงโปร่ง แต่เมื่อยืนอยู่กับไวท์เธอก็ยังเตี้ยกว่าเขาอยู่ดี เธอมีนัยน์ตาสีแดงเพลิง และมีผมสีส้มยาวถึงกลางหลัง .......... เรื่องนั้น ... คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว? ไวท์ถาม .......... ฮึ! สาวผมส้มทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจ อุตสาห์ได้เจอกัน ไม่คิดจะถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันก่อนรึไง มาถึงก็พูดเรื่องงานเลย นายนี่มันน่าเบื่อจริงๆ .......... ....................... ไวท์ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่มองหน้าหญิงสาวผมส้ม ด้วยสายตาที่สื่อความหมายได้ประมาณว่า รีบๆ ตอบมาเถอะ! .......... ไม่ต้องมองฉันอย่างนั้น ฉันก็ตอบอยู่แล้วน่า เธอกล่าว วิธีการกับสถานที่น่ะ เตรียมเอาไว้แล้ว พอดีได้เจ้ารุ่น สุดท้ายมาช่วย เลยเสร็จเร็ว หมอนั่นมันรู้ว่าตัวเองอยู่ได้ไม่นาน จึงมาคุยกับฉันเรื่องนี้ก่อน การเตรียมบททดสอบนี้กว่าครึ่ง ก็เป็นฝีมือของเจ้านั่น .......... ...แต่ที่จริงแล้ว มันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้ารุ่นสุดท้ายหรอกนะ เพราะถึงหมอนั่นจะตายกะทันหันโดยไม่บอกฉันก่อน ฉันก็จัดการเรื่องบททดสอบเองได้อยู่ดี แค่อาจจะเสร็จช้ากว่านี้นิดหน่อยเท่านั้นแหละ .......... สรุปว่า ... เตรียมการเรียบร้อย ไวท์พูด .......... อื้อ ก็คงงั้น ... มันก็ขึ้นอยู่กับทางนายแล้วล่ะว่าจะหาคนที่มีคุณสมบั ติพอได้รึเปล่า .......... เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้ผู้ที่จะเข้ารับการทดสอบก็จะมาแล้ว .......... เหรอ... ดูนายมั่นใจเหลือเกินนะ ว่าคนที่มาพรุ่งนี้จะผ่านการทดสอบน่ะ .......... ผมดูคนไม่ผิดหรอก น้ำเสียงของไวท์หนักแน่น .......... เห็นนายพูดอย่างนี้ ฉันยิ่งอยากเจอคนที่เข้ารับการทดสอบครั้งนี้เร็วๆ หญิงผมส้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี .......... เสียงปะทุของธารลาวาเบื้องล่าง ดังคำรามกึกก้องขึ้น ทำให้ทั้งคู่ต้องพักการสนทนาไว้ เพื่อรอให้เสียงรบกวนนั้น เบาลงเสียก่อน .......... ...พรุ่งนี้ วรุณลาวัลย์จะมาด้วย ไวท์เริ่มบทสนทนาต่อ เมื่อความเงียบสงบกลับมา .......... เอ๋!? จริงเหรอ!? สามผมส้มอุทานเสียงดัง ... แต่ไม่ใช่เพราะเธอตกใจกลัวหรอกนะ .......... ...จริง ไวท์พยักหน้า คุณสองคนคงมีเรื่องคุยกันเยอะ แต่... อย่าคุยเพลินจนเสียงานล่ะ .......... อื้อ รู้แล้วน่า หญิงผมส้มตอบรับ เธอรู้สึกดีใจมาก ที่จะได้เจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันมานาน .......... อีกเรื่องนึง ..... โปรดเรียกผมว่า ไวท์ .......... ไวท์... งั้นเหรอ? ทำไมต้องเรียกแบบนั้นด้วยล่ะ ชื่อเก่านายก็ดีอยู่แล้วนี่ .......... .....เพราะในตอนนี้ ผมไม่ใช่คนๆนั้น ที่คุณเคยรู้จัก ....... คุณคงพอเข้าใจนะ .......... อืม... สาวผมส้มครุ่นคิดอยู่ครู่นึง ก่อนจะเดินเข้าไปเคาะชุดเกราะของไวท์เบาๆ เสียงข้อนิ้วมือกระทบโลหะดัง ก๊อง! ก๊อง! ...ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ และจากร่างกายนาย ฉันก็พอจะเข้าใจล่ะ .......... ดีแล้วที่คุณเข้าใจ ... ผมหมดธุระแค่นี้ ขอตัวกลับก่อน ไวท์กล่าวแล้วก็เริ่มเดินย้อนกลับไปทางเดิมที่เขาเข้ ามา .......... อ้าว! ทำไมรีบกลับจัง อยู่คุยกันต่ออีกหน่อยสิ ... เฮ้! ... นี่~! หญิงผมส้มพยายามเรียกให้ไวท์อยู่ต่อ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล ร่างของเขาเดินห่างออกไปและจมหายเข้าสู่ความมืดของทา งเดินภายในถ้ำ... หญิงสาวผมส้มยืนมองตามทางที่ไวท์เดินจากไปด้วยสีหน้า บูดบึ้ง แล้วเธอก็ดับเปลวไฟบนฝ่ามือลง...
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ แก้ไขโดย Poporin : 09 May 2007 เวลา 11:02. |
| | |
| | #80 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | ..ที่แต่งช้าเพราะอ่านหนังสือนั่นก็จริงครับ แต่ว่า... เป็นหนังสือการ์ตูนกับนิยายน่ะนะ เนื้อเรื่องเลยไปช้าซะหยั่งกะเต่าแน่ะแถมตัวผมเอง พอแต่งๆไป ก็อยากจะเพิ่มนู่น เพิ่มนี่ เต็มไปหมด ...แต่ว่า ผมก็พยายามอัพเดทเรื่อยๆล่ะ แต่งไปเรื่อย มันต้องจบในซักวันนึงแน่ๆ ตอนแรกๆ ผมวางแผนไว้ว่าจะแต่งให้จบภายใน สองปี นี่ผ่านไปปีนึงละ ..แต่ดูจากเนื้อหาตอนนี้ท่าทางจะเกินสองปีแน่ๆเลยเหอ ะๆ มันเป็นความอ่อนหัดของผมเองแหละให้อภัยผมหน่อยละกันน ้า ปล. คราวนี้ ลองจัดหน้าใหม่ โดย ขึ้นบรรทัดบ่อยขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา การขาดครึ่งของคำ อย่างเช่น แบ บนี้น่ะ มีความเห็นยังไง ชอบหรือไม่ชอบ หรือว่าแบบเดิมดีกว่าก็บอกได้นะครับ ปล.2 ไม่รู้ว่า หน้าจอที่ทุกคนเปิด มันจะจัดหน้า เหมือนอย่างที่ผมเห็นรึเปล่าแฮะ อืม แต่ก็คงเหมือนล่ะมั้ง(ผมปรับใช้ขนาดตัวอักษรของIE6(T extsize) เป็น medium น่ะนะ ~วันรุ่งขึ้น~ .......... เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ ลุงอาทิตย์ .......... วันนี้ พิชญาณาเดินทางมาที่สถานพยาบาลอาทิตย์แต่เช้าตรู่ เพื่อบอกเรื่องราว เกี่ยวกับการเข้ารับบททดสอบให้ลุงอาทิตย์ฟัง เธอใช้เวลาอธิบายรายละเอียดทั้งหมด ของเรื่องอยู่หลายนาที และเพิ่งจะเล่าจบไปเมื่อสักครู่นี้เอง .......... อืม... เพราะเหตุนั้น หนูณาก็เลยมาช่วยงานที่สถานพยาบาลไม่ได้ไปซักพัก.. อาทิตย์เอ่ยพลางขยับแว่นตาให้เข้าที่ เฮ้อ~ นี่ถ้าลุงอายุน้อยกว่านี้ซัก 20 ปี ลุงจะเป็น คนเข้ารับบททดสอบเอง ไม่ให้เดือดร้อนถึงพวกหนูหรอก .......... อย่าพูดอย่างนั้นสิลุง ลุงไม่ได้ทำให้พวกหนูเดือดร้อนเลยซักนิด .......... ...แล้วนี่หนูณาจะตรงไปที่ภูเขาไฟศิลาคำรนเลยรึเปล่ า? .......... ก็... เดี๋ยวณาต้องไปที่บ้านสังคีตก่อน แล้วค่อยไปทีเดียวพร้อมกับพวกนั้นเลย .......... ถ้างั้น หนูณาก็ควรจะรีบไปได้แล้ว เรื่องงานที่นี่ ลุงดูแลคนเดียวได้ ไม่ต้องเป็นห่วง .......... ณาจะไม่ห่วงเลยซักนิด ถ้าลุงเก็บค่ารักษา .......... ...เอ่อ... เดี๋ยวพวกนั้นจะรอนานนะ .......... ค่า ค่า ณาจะไปเดี๋ยวนี้แหละ พิชญาณารู้ดีว่าถึงพูดเรื่องการเก็บค่ารักษากับลุงตอ นนี้ ก็เปลืองน้ำลายเปล่าๆ บายค่ะ ลุงอาทิตย์ เธอกล่าวลา แล้วออกจากสถานพยาบาลไป .......... บ้านของสังคีตอยู่บริเวณใจกลางหมู่บ้าน ใช้เวลาเดินจากที่นี่ไปประมาณ 10 นาทีก็ถึง ระหว่างทาง มีคนในหมู่บ้านที่พิชญาณารู้จักเข้ามาทักทายเธอ 2-3 คน พิชญาณาคุยกับพวกเขาอยู่ซักพักนึง เรื่องที่คุยก็เป็นเรื่องทั่วๆไป อย่างเช่น อากาศวันนี้ร้อนนะ หรือ สุขภาพเป็นไงบ้าง? อื้อ ก็แข็งแรงอย่างที่เห็นนี่แหละ เป็นต้น .......... ในที่สุด พิชญาณาก็เดินมาถึงบ้านของสังคีต ประตูบ้านไม่ได้ล็อค เธอจึงเปิดเข้าไป โดยไม่ได้เคาะประตูก่อน .......... อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณพิชญาณา เสียงทักทายของน้ำฝนดังขึ้นเมื่อพิชญาณาเดินเข้ามาใน บ้าน .......... รุณสวัสดิ์น้ำฝน พิชญาณาหันไปทักทายตอบ วันนี้น้ำฝนอยู่ในชุดวันพีซแขนสั้นสีขาว ดูเหมือนเธอจะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เพราะผมของเธอยังเปียกอยู่ .......... นี่ ฉันบอกแล้วไงให้เรียกว่า ณา เฉยๆ เรียก คุณพิชญาณาแล้วมันดูห่างเหินน่ะ .......... ค่ะ เข้าใจแล้ว ณา น้ำฝนพูด พลางใช้ผ้าขนหนูซับผมของตนให้แห้ง ว่าแต่... ดีจังเลยนะคะ ที่หมู่บ้านเล็กๆ กลางป่าแบบนี้ มีน้ำประปาใช้ด้วย .......... อ๋อ นั่นน่ะ เป็นระบบส่งจ่ายน้ำที่คนในหมู่บ้านสร้างขึ้นมาเอง โดยใช้แหล่งน้ำจาก ลำธารสายเล็กๆ ใกล้ๆหมู่บ้าน ไม่ใช่น้ำประปาแบบที่วารีนครหรอก พิชญาณาอธิบาย .......... คนอื่นๆยังไม่ตื่นกันอีกเหรอ? สาวผมเปียมองสำรวจไปรอบๆ ห้องอเนกประสงค์ แต่เธอไม่พบใครอีกเลย นอกจากน้ำฝน และปู่บาลที่หลับอยู่กลางห้อง .......... ไวท์กับมารุตก็ตื่นแล้วค่ะ แต่ออกไปไหนกันตั้งแต่เช้าก็ไม่รู้ .......... ...เหลือแต่คิดที่ยังไม่ตื่นสินะ แย่จริงๆเลย ณาไปปลุกให้ก็แล้วกัน แล้วพิชญาณาก็ เดินเข้าไปในห้องนอนของสังคีต และปลุกเจ้าเพื่อนขี้เซาด้วยการถีบตกเตียง!! ...แน่นอน คนที่โดนปลุกด้วยวิธีนี้ก็ต้องเจ็บตัวบ้าง เป็นธรรมดา แต่รับรองว่าตื่นแน่ 100% .......... อูย~ อะไรของเธอเนี่ย ปลุกดีๆไม่ได้รึไง คนกำลังฝันดีแท้ๆ สังคีตบ่นกระปอดกระแปด ก่อนจะเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวในยามเช้า .......... เอ่อ... วิธีปลุกนั่นไม่รุนแรงไปหน่อยเหรอคะ? .......... โฮ้ย~ ไม่หรอก ลองเข้าไปปลุกแบบธรรมดาสิ หมอนั่นได้แกล้งละเมอขึ้นมากอดเธอแน่ .......... อืม... นั่นสิคะ อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ น้ำฝนเห็นด้วยกับพิชญาณา ดูจากนิสัยของสังคีต มันมีความเป็นไปได้ที่เขาจะฉวยโอกาสแบบนั้น ถ้างั้น นี่คงเป็นวิธีปลุกแบบปลอดภัยไว้ก่อนสินะ เห็นที คงต้องจำไปใช้บ้างแล้วล่ะ น้ำฝนคิด .......... ไม่ อาจจะ หรอก แต่ แน่นอน เลย พิชญาณาพูด .......... ตอนนั้นเอง อีกาสีเขียวตัวหนึ่งก็บินเข้ามาในห้อง ทางหน้าต่างที่เปิดไว้ กาตัวนั้นคาบผลไม้สีแดงสด รูปร่างคล้ายๆมะม่วงมาด้วย ขนาดของผลนั้นใหญ่กว่าตัวของอีกาซะอีก แต่มันก็ยังสามารถขนมาได้ อีกาเขียวร่อนลงบนโต๊ะกินข้าวในห้อง และวางผลไม้ลง .......... พี่น้ำฝน ลองชิมนี่ดูสิฮะ ผมเก็บมาจากในป่า มีเพียบเลย อร่อยมากด้วยฮะ อีกาตัวนั้นพูด .......... ..ดูจากการพูด กาตัวนี้คือมารุตรึเนี่ย พิชญาณาคิด เคยอ่านในหนังสือเหมือนกัน ว่าเผ่าปักษา สามารถแปลงร่างเป็นนกได้ แต่เพิ่งเคยเห็นของจริงก็คราวนี้แหละ .......... ...นี่มัน... ผลไม้อะไรเนี่ย? น้ำฝนหยิบผลไม้ขึ้นมาพิจารณา เธอไม่เคยเห็นมันมาก่อน .......... นั่นเรียกว่า แอ๊ปเปิ้ลไฟ น่ะ พิชญาณาตอบ หาได้ง่ายๆในป่าพฤกษายักษ์ รสชาติจะออกหวาน และมีรสเผ็ดร้อนแฝงอยู่นิดๆ อร่อยดีนะ แต่ถ้ากินตอนดิบๆละก็ มันเผ็ดมากเลยล่ะ .......... แอ๊ปเปิ้ลไฟ? ทำไมถึงเรียกแบบนี้ล่ะคะ? น้ำฝนดูยังไงๆ มันก็คล้ายมะม่วงยักษ์มากกว่า .......... คนรุ่นแรกๆเขาเรียกมาแบบนี้น่ะ ณาแค่เรียกตาม ก็เลยไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน .......... เหรอคะ? แล้วผลนี้สุกรึยังค่ะเนี่ย? น้ำฝนถามเพื่อความแน่ใจ เพราะเธอไม่ชอบกินอาหารรสเผ็ด ถ้ามันยังดิบอยู่ เธอจะต้องแย่แน่ๆเลย .......... สุกแล้วล่ะ ถ้ายังไม่สุกจะเป็นสีส้มน่ะ กินได้เลย .......... น้ำฝนลองกัดแอ๊ปเปิ้ลไฟดู ... รสชาติหวานชุ่มฉ่ำ แต่พอเคี้ยวๆไปแล้วจะมีรสเผ็ดๆอยู่ด้วย มันอร่อยจริงๆ แต่เธอไม่ค่อยชอบซักเท่าไหร่ เพราะถึงยังไง มันก็เผ็ดเกินไปสำหรับเธออยู่ดี .......... มารุต แล้วไวท์ล่ะจ๊ะ ไม่ได้ไปด้วยกันเหรอ? น้ำฝนถามอีกาสีเขียว .......... ไม่นี่ฮะ ตื่นมาผมก็ไม่เห็นไวท์แล้ว ไม่รู้ไปไหน .......... ...ไปไหนของเค้านะ... น้ำฝนคิด เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจที่ไวท์ชอบหายตัวไปคนเดียว โดยไม่บอกเหตุผลอยู่บ่อยๆ และเขาก็ไม่ยอมบอกอีกด้วยว่าไปไหนมา... หรือไวท์จะมีเรื่องปิดบังอะไรเราอยู่นะ .......... โอย หิวข้าวๆ เสียงบ่นหิวของสังคีตดังขึ้น เขาเพิ่งจะล้างหน้า แปรงฟันเสร็จ ไม่มีอะไรให้กินเลยรึเนี่ย .......... บ้านนาย นายก็ทำกินเองสิ พิชญาณาพูด .......... เอานี่ไปกินรองท้องก่อนก็ได้ค่ะ น้ำฝนพูดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน พิชญาณาหันไปมองน้ำฝน ด้วยสายตาที่สื่อความหมายประมาณว่า อย่าให้หมอนั่นกินดีกว่าน่า.. แต่น้ำฝนไม่ทันสังเกต เธอยื่นแอ๊ปเปิ้ลไฟที่กัดไปแล้ว 2-3 คำให้สังคีต .......... อะ โอ้ว~ นี่มัน... สุดยอด~ สังคีตรับแอ๊ปเปิ้ลไฟมา ท่าทางดีใจสุดๆ .......... เอ๋? น้ำฝนสงสัย ว่าทำไมสังคีตต้องดีใจจนเวอร์แบบนั้น หรือว่าเขาจะชอบแอ๊ปเปิ้ลไฟมาก? .......... เฮ้อ~ จะให้ณาบอกมั้ย ว่าหมอนั่นคิดอะไรอยู่ .......... แล้วอะไรเหรอคะ? .......... ก็แอ๊ปเปิ้ลไฟลูกนั้นน่ะ น้ำฝนกินไปแล้วใช่มั้ย ...หมอนั่นมันก็กำลังคิดอยู่ว่า นี่เป็นการจูบทางอ้อมน่ะสิ พิชญาณาอธิบายด้วยท่าทีเซ็งๆ .......... ห๊า!! เรื่องแบบนี้ ไม่เคยอยู่ในความคิดของน้ำฝนมาก่อนเลย ... เธอพลาดซะแล้ว...
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ แก้ไขโดย Poporin : 16 May 2007 เวลา 14:06. |
| | |
| | #81 (permalink) |
| แฟนพันธ์แท้ TG ![]() โพส: 2,577 Blog Entries: 22TG ออร่า: ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() สถานที่: Thaigaming Site™ | ผมไม่ได้อ่านนิยายหรอกนะครับ... ผมไม่ว่างขนาดนั้นหรอก ผมแค่มาศึกษาแนวทางของคู่ต่อสู้เท่านั้นเอง พี่ Poporin ก็แต่งเก่งดีนะครับ เห็นคนชมหลายคนแล้ว อีกอย่างนิยายพี่ก็น่าจะสนุกกว่านิยายผมเป็นเอาไหน ๆ เลยสินะเนี่ย - -" ดูจากคนเข้ามาอ่านแล้วก็น่าจะรู้นะครับตอนนี้ Score อยู่ที่โพสต์ 80 คนอ่าน 1,950 กว่า ๆ *ส่วนของผม 68 โพสต์ คนอ่าน 1,480 กว่า ๆ เอง ถ้านำมาเทียบกันเชิงแล้วจะได้ออกมาว่า.. พี่ Poporin คือ ไลท์ (อินน์หนักไปหน่อย ขอโทษที !!) เอาใหม่ ๆ ... เทคที่สอง.. แสดงว่า พี่ Poporin ต้องอายุมากกว่า 17 ปีอย่างแน่นอนดูจากคำพูดของตัวละครแล้วเหมือนกับผู้ใ หญ่พูดมากกว่าเด็กซะส่วนใหญ่นะครับ จึงทำให้นิยายของพี่นี้ มีคนอ่านมากกว่าผมถึง 8 เท่าเลยทีเดียว ยินดีด้วยนะครับพี่ Poporin . /me หายตัวไปในยลม ว่าง ๆ จะกลับมาใหม่อีกทีนะ...
__________________ แก้ไขโดย Ignite Virgil : 19 May 2007 เวลา 09:29. |
| | |
| | #82 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | หิวข้าวจังเลย~ เอาเป็นว่า อันนี้ ตอนจากตอนข้างบนเลยก็แล้วกันนะ นั่นทำให้ ตอนที่ 26 เป็นตอนที่ยาวที่สุด!! ไปแล้ว เย้~ ............ ประตูบ้านเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้ผู้ที่เดินเข้ามาก็คือไวท์ เขามองสำรวจไปรอบๆ ห้อง และเมื่อเห็นว่ามากันครบแล้ว ไวท์จึงถามขึ้นว่า ............ พร้อมจะไปรึยัง? ............ พร้อมแล้ว ไปกันเล้ย~ สังคีตตอบด้วยท่าทีฮึกเหิม ............ อ้าว? สังคีตไม่กินข้าวเช้าแล้วหรือฮะ? ............ หึหึ แค่แอ๊ปเปิ้ลไฟจากน้องน้ำฝนลูกเดียว ก็อิ่มอกอิ่มใจพอแล้ว เขาพูดพลาง แลบลิ้นเลียริมฝีปาก และหันมาส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้กับน้ำฝน ....พอน้ำฝนเห็นภาพ นั้นแล้วทำให้รู้สึก... สะ สยอง~ ............ ไม่ปลุกปู่บาลขึ้นมาบอกหน่อยเหรอ ว่าพวกเราจะไปกันแล้วน่ะ พิชญาณากล่าว ............ ไม่ต้องหรอก ผู้ใหญ่บ้านบาลคงรู้อยู่แล้ว ออกเดินทางเลยเถอะ ไวท์พูดและ เดินออกจากบ้านไปเป็นคนแรก ถ้านับเวลาที่เขาอยู่ในบ้านตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาเม ื่อกี้ ยังไม่ถึงสองนาทีเลยด้วยซ้ำ ............ จะรีบไปไหนของเขาเนี่ย ทุกคนนึกเหมือนๆกัน แล้วทั้งหมดก็ออกเดินทาง สู่ภูเขาไฟศิลาคำรน ............ ทางเดินสายแคบๆที่ถางผ่านป่าพฤกษายักษ์นี้ เป็นเส้นทางเดียวกับที่พิชญาณา เคยใช้เมื่อสามปีก่อน ...ตั้งแต่เตโชตายไปก็ไม่มีใครใช้เส้นทางสายนี้อีกเล ย แต่ว่าสภาพ ของมันในปัจจุบันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนซ ักเท่าไหร่ ทางเดินยังไม่มีหญ้า ขึ้นรก เหตุผลคงเป็นเพราะต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่เต็มสองข้างทาง บดบังแสงอาทิตย์เอาไว้ จนต้นหญ้าไม่สามารถเติบโตได้ บนพื้นดินจึงมีหญ้าขึ้นแค่เป็นหย่อมๆ เฉพาะบริเวณที่ แสงแดดส่องผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ลงมาได้เท่านั้น ............ หลังจากเดินทางผ่านป่ามาเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง ภูเขาไฟศิลาคำรนก็ปรากฏ ให้เห็นอยู่เบื้องหน้า มันเป็นภูเขาหินขนาดมหึมา ที่ไม่มีการระเบิดครั้งใหญ่ๆมากว่า 400 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีการระเบิดเล็กๆน้อยๆอยู่ทุกๆ 20 30 ปี ............ ใกล้จะถึงถ้ำเสียงคำรามแล้วล่ะ พิชญาณาเอ่ยขึ้น เธอนำทุกคนเลียบตีนเขา ไปอีกราวสิบห้านาที ก็มาถึงบริเวณที่ผนังหินแยกตัวออกจากกัน เกิดเป็นปากทางเข้าถ้ำ ขนาดไม่กว้างนัก ถ้าหากเป็นคนไม่ช่างสังเกตล่ะก็ อาจจะเดินผ่านไปเฉยๆเลยก็ได้ ............ พิชญาณาหยุดเดิน ถึงแล้วที่นี่แหละ เธอพูด ............ เนี่ยเหรอ ถ้ำเสียงคำราม ผิดกับที่ผมคิดไว้ลิบเลยแฮะ มารุตเอียงคอมอง รอยแยกแคบๆที่เป็นปากทางเข้าถ้ำด้วยท่าทางผิดหวัง ............ แล้วแบบที่นายคิดเอาไว้ มันเป็นยังไง? สังคีตถาม ............ ก็... ต้องมีปากทางเข้าถ้ำเป็นรูปครึ่งวงกลมใหญ่ๆ เดินเข้าไปแล้วเจอสัตว์ประหลาดตัวโตๆ ฟ่นไฟได้ คอยเฝ้าหีบสมบัติที่เก็บสัญลักษณ์แห่งไฟเอาไว้ไงล่ะฮ ะ มารุตอธิบายความคิดของเขา แววตาเป็นประกายระยิบระยับ ............ จินตนาการบรรเจิดจริงนะ แต่โทษที ความจริงมันก็เป็นอย่างที่เห็น ทางเข้า แคบแค่นี้ไม่มีสัตว์ประหลาดตัวโตๆ เดินเข้าเดินออกหรอก สังคีตพูด ............ ใช่... ถ้ำแบบนั้นน่ะคงมีแค่ในนิทานเท่านั้น น้ำฝนที่ยืนฟังอยู่ นึกในใจ ............ นี่ รีบเข้าไปกันเถอะ ไวท์เดินไปโน่นแล้วนะ พิชญาณาเรียก และชี้ไปทาง ไวท์ที่เดินเข้าถ้ำไปแล้ว ............ แม้จะเป็นเวลากลางวัน แต่ทางเดินภายในถ้ำเสียงคำรามที่แสงอาทิตย์ส่องมาไม่ ถึงนี้ ทั้งมืด ,แคบ และขรุขระ ทั้งห้าคนเดินเป็นแถวเรียงหนึ่ง โดยมีไวท์เดินนำ ตามมา ด้วยพิชญาณา ,น้ำฝน ,มารุต และสังคีต ............ ว้าย! น้ำฝนอุทานออกมาเบาๆ เธอเดินสะดุดก้อนหินจนเสียหลัก แต่โชคยังดีที่ เธอเกาะแขนพิชญาณาซึ่งเดินอยู่ข้างหน้าไว้ได้ทัน จึงไม่หกล้มหน้าทิ่มพื้น ............ เป็นอะไรรึเปล่าน้องน้ำฝน ............ เป็นอะไรรึเปล่าฮะ พี่น้ำฝน สังคีตและมารุตถามขึ้นเกือบจะพร้อมๆกัน ............ ไม่เป็นไรค่ะ แค่สะดุดก้อนหิน น้ำฝนตอบ ............ น้ำฝนคงมองไม่เห็นทางล่ะสิ ก็มันมืดขนาดนี้..... ถ้างั้น ณาจะจุดไฟให้ก็แล้วกัน พิชญาณารวบรวมสมาธิอยู่ซักครู่นึง แล้วลูกไฟขนาดราวกำปั้นก็ลุกพรึ่บขึ้นเหนือฝ่ามือข้า งหนึ่งของเธอ แสงจากเปลวไฟดวงเล็กๆนี้ไม่ได้สว่างไสวถึงขนาดมองเห็ นไปทั่วทั้งถ้ำ มันทำได้เพียงแค่ ส่องแสงสีส้มสลัวๆ ไปยังบริเวณรอบๆแค่เพียงไม่กี่เมตร แต่..... แค่นั้นก็พอที่จะทำให้ คนไม่เดินสะดุดแล้วล่ะ ............ เวทมนตร์น่ะ พิชญาณาอธิบาย ฉันเองก็ศึกษาทางด้านนี้มาไม่น้อย โดยหวัง ว่าจะสามารถประยุกต์ใช้เวทมนตร์เข้ากับการรักษาได้ แต่ที่ทำได้ตอนนี้ก็มีแค่เวทมนตร์ พื้นๆพวกนี้แหละ ............ เวทมนตร์รักษาเหรอ? ถ้าอย่างนั้นพี่ณาก็ให้ไวท์ช่วยสอนสิฮะ มารุตพูด เรื่องนี้ไวท์เค้าเก่งนะฮะ เพราะคราวที่แล้วไวท์ยังรักษาบาดแผลของพี่น้ำฝนให้หา ยได้ในพริบตาเลย ............ เอ๋? รักษาแผลในพริบตา!? พิชญาณาประหลาดใจ เรื่องใช้เวทมนตร์รักษาแผล นับเป็นความฝันสูงสุดสำหรับคนในวงการแพทย์อย่างเธอเล ยทีเดียว ............ โธ่... ไอ้ถั่วเขียวทึ่มเอ๊ย! ฉันเคยอธิบายให้แกฟังไปทีแล้วไง ว่าที่ไวท์ใช้น่ะ มันไม่ใช่เวทมนตร์ สังคีตพูด ............ แต่ว่า... มันก็น่าจะสอนกันได้ไม่ใช่เหรอ... สอนได้รึเปล่าฮะไวท์? มารุตถามไวท์ที่เดินอยู่ข้างหน้าสุด ............ ... ไม่ได้หรอกนี่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของผม ถึงสอนคนอื่นไปก็ใช้ไม่ได้ ไวท์ตอบโดยไม่ได้หันหน้ากลับมา ............ ...เหรอ... น่าเสียดายจัง พิชญาณารู้สึกผิดหวัง ถ้าเป็นไปได้เธอก็อยากจะลองเรียนดู ............ ยิ่งเดินลึกเข้าไปภายใน อุณหภูมิรอบกายก็ร้อนขึ้นเรื่อยๆ อากาศภายในถ้ำที่ ถ่ายเทไม่สะดวกก็ยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัด ตอนนี้น้ำฝนและคนอื่นๆ ต่างก็เหงื่อออกโซมกาย ... จะมีก็แต่ไวท์คนเดียวที่ไม่มีเหงื่อซักเม็ด ทั้งที่ใส่เกราะเหล็กน่าจะร้อนกว่าคนอื่นแท้ๆ ............ หลังจากเดินทนความร้อนอยู่เกือบ 20 นาที ทั้งห้าก็ต้องมาเจอกับอากาศที่ร้อนยิ่ง กว่าเก่าเมื่อมาถึงโพรงถ้ำขนาดใหญ่ ภายในมีเหวลึก ธารลาวาแดงเดือดไหลอยู่เบื้องล่าง พิชญาณามองสำรวจไปรอบๆ และพบว่า ตนไม่ใช่คนกลุ่มแรกที่มาถึงที่นี่ เพราะมีหญิงสาว นางนึง ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ............ ยินดีต้อนรับ สู่ใจกลางภูเขาไฟศิลาคำรน หญิงคนนั้นกล่าวทักทาย ............ อ๊ะ! เธอ คนที่เอาจดหมายของเตโชมาให้เมื่อ 3 ปีที่แล้วนี่นา พิชญาณาจำผม สีส้มและรูปร่างสูงโปร่งของคนๆนี้ได้ดี ............ น่าดีใจที่ยังจำชั้นได้ หญิงผมส้มยิ้ม ฉันชื่ออังลัคณา ส่วนคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง พวกเธอคือวรุณลาวัณย์ พวกเราเป็นผู้ดูแลการทดสอบครั้งนี้ ............ คนที่อยู่ข้างหลัง... งั้นเหรอ!? คำพูดนั้น ทำให้พิชญาณา ,น้ำฝน ,สังคีต และ มารุต หันกลับไปมองข้างอย่างรวดเร็ว และพวกเขาก็ต้องตกใจ เมื่อพบหญิงสาวผม สีน้ำเงินคนนึงยืนอยู่ข้างหลังพวกเขาจริงๆ เธอโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!? ไม่รู้ตัวเลย! ............ อย่าพูดส่งเดชสิอัง คนที่จะดูแลการทดสอบน่ะ แค่เธอคนเดียว ฉันไม่เกี่ยวซักหน่อย วรุณลาวัณย์กล่าว ............ คุณวรุณลาวัณย์!!? นี่คุณออกมาข้างนอกได้ยังไงกันคะเนี่ย!? น้ำฝนมองวรุณลาวัณย์ กับสร้อยสัญลักษณ์ที่คอของเธอเองสลับกันไปมา ............ อ๋อ เป็นเพราะจิตวิญญาณแห่งดวงดาวในสถานที่นี้มีความบริส ุทธิ์สูงมาก ฉันเลย สามารถดึงเอาพลังวิญญาณจากสัญลักษณ์แห่งน้ำมาใช้ได้เ ต็มที่ และเมื่อผนวกกับพลัง วิญญาณของตัวฉันเอง จึงสามารถสร้างร่างจิตขึ้นมาได้อย่างที่เห็นนี่แหละจ ้ะ วรุณลาวัณย์อธิบาย ............ เดี๋ยวๆ เรื่องร่างจิตอะไรนั่นช่างมันก่อนเถอะ พวกเธอเป็นใครกัน ตอบมาก่อน สังคีตถาม ............ พวกเราคือผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณรุ่นแรก และเป็นผู้พิทักษ์สัญลักษณ์ แห่งจิตวิญญาณในตอนนี้ วรุณลาวัณย์ตอบ ............ รุ่นแรก!? หมายความว่าพวกเธอเป็นยายแก่ 2000 ปีเหรอเนี่ย!?... โธ่~ ไม่น่าเลย สังคีตมอง หญิงสาว 2000 ปี ทั้งสองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา... ออกจะสวยแท้ๆ แต่... แก่ขนาดนี้คงไม่ไหว เขาคิด ...ดูเหมือนเขาจะเสียดายผิดเรื่องไปหน่อย ............ เสียมารยาทที่สุด!! อย่ามาเรียกกันว่ายายแก่นะ! อังลัคณาตวาด กายทิพย์ ของฉันน่ะ อายุแค่ 17 เองนะยะ! รู้ไว้ซะด้วย! ............ ใจเย็นๆก่อนอัง วรุณลาวัณย์ปราม ฉันจะอธิบายให้พวกเธอฟังเองจ้ะ ความจริง พวกเราน่ะหมดอายุขัยไปแล้วตั้งแต่เมื่อราว 2000 ปีก่อน แน่นอน ร่างกายของเราก็ สูญสลายไปหมดแล้วเช่นกัน... ............ เมื่อสิ้นอายุขัยวิญญาณก็จะออกจากร่าง เราเรียกร่างวิญญาณตอนนี้ว่า กายทิพย์ ตามปกติแล้ว กายทิพย์จะต้องเดินทางไปสู่ ดินแดนหลังความตาย แต่ในกรณีของพวกเรา เพราะพันธะสัญญาที่ทำไว้เมื่อตอนรับสืบทอดจิตวิญญาณแ ห่งดวงดาว กายทิพย์จึงต้องมา อาศัยอยู่ภายในสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณ และคอยทำหน้าที่พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งดวงดาว ในส่วนของตนเอง ............ กายทิพย์ จะมีรูปร่างเหมือนกับร่างกายตอนมีชีวิตของคนๆนั้น ในช่วงอายุที่พลัง วิญญาณขึ้นสูงที่สุด เช่น กายทิพย์ของอัง ที่มีรูปร่างเหมือนตอนอายุประมาณ 17 และของ ฉัน ที่มีรูปร่างเหมือนตอนอายุ 23 ...กายทิพย์คงอยู่ได้ด้วยพลังวิญญาณ แน่นอน อายุและ รูปร่างของกายทิพย์ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกลาเวลา ต่างจากร่างกายยามมีชีวิต ...หากกายทิพย์อายุ 17 ก็จะอายุ 17 อยู่เช่นนั้นไปตลอดจนกวาวิญญาณจะดับสูญ ............ แต่ว่า... คนธรรมดาไม่สามารถมองเห็นกายทิพย์ได้ ดังนั้น พวกเราจึงต้องสร้าง ร่างจิตขึ้นมา และร่างจิตที่สร้างง่าย อีกทั้งประหยัดพลังวิญญาณที่สุดก็คือ ร่างจิตที่มีลักษณะ เหมือนกับกายทิพย์ นั่นก็คือ ร่างที่พวกเธอเห็นตอนนี้ อายุ 17 และ 23 ดังนั้น จึงไม่ควร เรียกพวกเราว่า... ยาย.. ยังไงล่ะจ๊ะ เข้าใจมั๊ยจ๊ะ วรุณลาวัลย์จบการอธิบายด้วยรอยยิ้ม แต่รอยยิ้มนั่น ดูน่ากลัวยังไงพิกล... ............ ...... อธิบายซะยืดยาว ที่จริงก็เพราะเธอเองไม่อยากถูกเรียกเป็นยายเหมือนกั นน่ะแหละ อังลัคณานึก ............ เข้าใจแล้วค่ะ เพราะแบบนี้คุณวรุณลาวัณย์ก็เลยปรากฏตัวได้ ............ คุยกันจบรึยัง เข้าเรื่องบททดสอบซะทีสิ ไวท์กล่าวเสียงแข็ง อังลัคณาหันไป มองเขาอย่างไม่พอใจ แต่เธอก็ไม่ได้ต่อว่าอะไร ............ ...ก็ได้... ฉันจะเข้าเรื่องเลยแล้วกัน พวกเธอคนไหนคือคนที่จะเข้ารับการทดสอบ? ............ ฉันเอง พิชญาณาและสังคีตพูดขึ้นพร้อมๆกัน ............ อ้าว สองคนงั้นเหรอ อังลัคณาแปลกใจเล็กน้อย อืม... ช่างเถอะ เอาเป็นว่า ตามฉันมาทั้งคู่เลยแล้วกัน แล้วเธอก็เดินนำผู้รับการทดสอบทั้งสองไป ............ พี่ณากับสังคีตจะไหวมั้ยฮะเนี่ย มารุตถาม ............ ไม่รู้สิจ๊ะ... พี่ยังไม่รู้เลยว่าเค้าจะทำอะไรกันบ้าง ไวท์ คุณพอจะรู้มั้ยคะ? ............ ......ดูไป เดี๋ยวคุณก็รู้เอง ไวท์กล่าว
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ แก้ไขโดย Poporin : 03 Jun 2007 เวลา 18:53. |
| | |
| | #84 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | โดนวีดีโอเกมดูดไป ทำให้ผมหายตัวไปตั้ง สามอาทิตย์ เหอะๆ ใช้ไม่ได้เลยแฮะ เรานี่ ... เอ่อ ช่างมัน เอาเป็นว่า มาต่อเลยละกัน จะมาอัพเรื่อยๆ นะ อย่างน้อยก็เดือนละครั้ง อย่างมากก็อาทิตย์ละครั้ง เอาเป็นว่า ให้นี่เป็นตำนานที่ 27 เลยละกัน 55+ ตำนานที่ 27 - ณ ก้นเหว .......... อังลัคณาพาพิชญาณาและสังคีตมายืนอยู่ที่ขอบเหว .......... เอ้า มองลงไปข้างล่างซิ แล้วบอกมา พวกเธอเห็นอะไรมั่ง .......... สังคีตและพิชญาณามองลงไปยังก้นเหวตามที่อังลัคณาบอก ไอร้อนจากหิน หลอมเหลวเบื้องล่างลอบขึ้นมาปะทะใบหน้า มันร้อนมากจนแทบอยากจะเบือนหน้าหนี ไปเสียเดี๋ยวนั้น .......... เห็นแต่ลาวากับพื้นหิน ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ สังคีตพูด .......... ...นั่นสิ ไม่เห็นมีอะไร...... เดี๋ยวนะ! นั่นมันอะไรน่ะ พิชญาณาไล่สายตา ไปตามพื้นหินด้านล่างจนเจอกับอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายๆ กับกล่องใบใหญ่ .......... ไหน? .......... นั่นไง บนพื้นใกล้ๆกับผนังน่ะ สีมันเหมือนก้อนหินนายต้องสังเกตดีๆ พิชญาณา ชี้สิ่งนั้นให้สังคีตเห็น .......... จริงด้วย... เหมือนกล่องอะไรซักอย่าง แต่มองจากตรงนี้เห็นไม่ชัดเลยแฮะ มันอยู่ไกลไป .......... พวกเธอก็เข้าไปดูใกล้ๆสิ อังลัคณาเสนอ .......... ใกล้ๆ?.... ไปยังไงล่ะ สังคีตถามไปอย่างนั้น เขาคิดว่ามันคงไม่มีทางไปดู ใกล้ๆได้หรอก ก็ข้างล่างน่ะมีแต่ลาวา ขืนลงไปดูไอ้กล่องนั่นใกล้ๆก็ตายลูกเดียว พิชญาณา เองก็คิดเหมือนกัน .......... ไปใกล้ๆก็.... ไปอย่างนี้ไง!! อังลัคณาพูดจบก็ผลักสังคีตและพิชญาณาให้ร่วงลงสู่เหว ลึกเบื้องหน้า!! .......... เหวอ~~~อออออออ!!! .......... กรี๊ด~~~ดดดดดดด!!! .......... !!ทำอะไรน่ะ คุณอังลัคณา! น้ำฝนตกใจมาก เธอรีบวิ่งไปยังขอบเหวทันที แต่วรุณลาวัณย์ฉุดแขนเธอเอาไว้ ไม่ให้ไป .......... ใจเย็นๆก่อน หนูน้ำฝน .......... จะให้เย็นอยู่ได้ไงกันคะ!! ก็ 2 คนนั่น...!! .......... เหวอ~~~อออออออ!!! กรี๊ด~~~ดดดดดดด!!! เสียงร้องของพิชญาณาและ สังคีตยังดังอยู่ แสดงว่ายังไม่ตกถึงก้นเหว แปลว่าเหวนี้ลึกมากๆ แย่แน่ ถึงพื้นเมื่อไหร่ ตายแน่ๆ!! .......... เหอะน่า! ไม่ต้องห่วง ... วรุณลาวัณย์เธออธิบายแทนทีนะ ฉันไม่มีเวลาแล้ว อังลัคณาพูดจบ ก็กระโดดพุ่งหลาวตามสองคนนั่นลงไปติดๆ .......... คุณอังลัคณา!! น้ำฝนสับสนไปหมด นี่มันอะไรกันนี่ มารุต! รีบตามลงไปช่วยพวกเค้าเร็ว! .......... ไม่จำเป็น! ไวท์ห้ามมารุตเอาไว้ คุณน้ำฝน ช่วยสงบสติอารมณ์และฟังคุณวรุณลาวัณย์พูดก่อนได้มั้ย .......... แต่ว่า... น้ำฝนเงี่ยหูฟัง เสียงของสังคีตและพิชญาณาเงียบไปแล้ว ตอนนี้ ถึงเธอจะ โวยวายไปก็คงไร้ประโยชน์ ...ก็ได้ค่ะ น้ำฝนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ 1 ครั้ง และตั้งใจฟัง สิ่งที่วรุณลาวัณย์กำลังจะอธิบาย... เวลาเดียวกันนั้น ~ ที่ก้นเหว ~ .......... ร่างของพิชญาณาและสังคีตนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่ข้าง ๆธารลาวาเดือดปุดๆ สร้างอุณหภูมิที่ร้อนจนผิวหนังของคนทั้งสองแทบไหม้ การหายใจเข้า ออก แต่ละครั้ง ช่างทรมานเหมือนปอดจะลุกเป็นไฟ... ใช่ ทั้งสองยังไม่ตาย เพียงแค่สลบไสลไปเพราะ ช็อกจากการตกจากที่สูงเท่านั้น... .......... เฮ้อ~ แค่นี้ก็สลบซะแล้ว... ไม่ได้เรื่องเลยแฮะ อังลัคณานั่งท้าวคางมองร่างไร้สติ ของพิชญาณาและสังคีตด้วยความผิดหวังเล็กน้อย .......... นึกว่าเด็กรุ่นใหม่จะใจแข็งกว่านี้แท้ๆ ...... เอ้า! ลุกขึ้นมา เร็ว! เธอเขย่าตัวผู้เข้า รับการทดสอบทั้งสองแรงๆ .......... อือ~ พิชญาณาครางก่อนจะค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ...เรา... ยังไม่ตายรึเนี่ย .......... ...ดูเหมือนจะใช่นะ... สังคีตที่เพิ่งได้สติเหมือนกันพูดขึ้น .......... ก็แหงสิ คิดว่าฉันจะปล่อยให้พวกเธอตกเหวตายรึไง? .......... ...เล่นผลักพวกเราลงมาอย่างนั้น เป็นใครก็ต้องคิด สังคีตนึกในใจ .......... ที่พวกเรารอดมาได้นี่ ...เป็นเพราะเธอช่วยเอาไว้เหรอ? พิชญาณาถาม .......... ไม่น่าถาม ของมันเห็นๆกันอยู่ .......... ว่าแต่... เธอทำได้ยังไง? .......... พวกเธออยากรู้? อังลัคณาถาม พิชญาณาและสังคีตพยักหน้าพร้อมๆกัน .......... ฉันก็... อังลัคณายิ้มอย่างมีเล่ห์นัยน์ ช่วยพวกเธอแบบนี้ไง พูดจบ เธอก็คว้า คอเสื้อสังคีตเอาไว้ แล้วก็ลอยขึ้นไปกลางอากาศพร้อมๆกับหิ้วสังคีตขึ้นไปด ้วย! .......... เหวอ~ เฮ้ย! ลอยได้ด้วย! สังคีตตกใจมาก เขากวัดแกว่งเท่าไปมาในอากาศ ที่ว่างเปล่า แล้วตัวเขาก็ร่วงลงมากระแทกพื้นดัง โครม!! .......... อย่าดิ้นมากสิ เดี๋ยว ก็ทิ้งลงพื้นซะเลย ฮิฮิ ดูเหมือนอังลัคณาจะชอบใจมากที่ได้แกล้งคน .......... อย่าทิ้งก่อนแล้วค่อยพูดสิเฟ้ย! สังคีตต่อว่า
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ |
| | |
| | #90 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | หายไปอีก สามอาทิตย์ แล้วก็มาลง.... - -' เอ รู้สึก ตอนแรกๆ ผมลงอาทิตย์ละตอนนะ - - รู้สึกเหมือนตัวเองทรยศคนอ่านเลยอ่ะ เวลาลงนิยายช้านี่ ไม่มีอะไรจะแก้ตัวครับ อันนี้ คราวนี้ เอามาลง เยอะกว่าคราวที่แล้วนิดนึง(แต่ก็ยังชดเชยไอ้สามอาทิต ย์ที่หายไปไม่ได้อยู่ดี) และก็จะได้รู้กันซะที่ ว่าจะทดสอบอะไรกัน แล้วก็ แถมอะไรไว้ให้คิดเล็กๆ ง่ายๆ (ถ้าจะคิดนะ หรือว่า อาจหาไม่เจอก็ได้มั้ง?) เอาล่ะ เชิญอ่านได้เลยครับ ปล. ย้อนขึ้นไปอ่านข้างบนนิดนึงก็ได้นะ นานจัด อาจจะลืมไปแล้วว่า ทำอะไรกันอยู่ หุหุ (ทำเนื้อเรื่องย่อที่หน้าแรกไว้ดีมั้ยนี่?) ขอบคุณสำหรับทุกคนที่คอยตามอ่านครับ ผมต้องทำให้ได้ กลับไปลงอาทิตย์ละตอนเหมือนเดิม จะพยายามคร้าบ~ ต่อจาก สามอาทิตย์ที่แล้วจ้า~ ........... ...เมื่อกี้นี้มัน ... เวทมนตร์เหรอ? พิชญาณารู้สึกทึ่ง ........... เอ่อ... มันก็ไม่เชิง ฉันใช้เวทย์ลมช่วยในการเคลื่อนไหว แต่ที่ฉันทำจริงๆก็แค่ สร้างร่างจิตกลวงๆขึ้นมา แล้วดึงเอาอากาศร้อนแถวนี้มาใส่ข้างใน ควบคุมการลอยขึ้นลง โดยการปรับความหนาแน่นของร่างจิต... อืม ... คิดซะว่า ร่างจิตของฉันตอนนี้เป็น... บอลลูน ก็คงได้มั้ง? อังลัคณาพยายามอธิบาย ........... หา? ... บอลลูน? ... มันเกี่ยวกันยังไงเนี่ย... ........... เอาเหอะน่า รู้แค่ว่าฉันช่วยพวกเธอไม่ให้ตกลงมากระแทกพื้นตายก็พ อ ไอ้เรื่อง อธิบายอะไรยาวๆเนี่ย ฉันไม่ถนัดเลย ถ้าจะถามรายละเอียดก็ไว้ไปคุยกับวรุณลาวัณย์ทีหลัง แล้วกัน ........... นั่นสินะ นี่ไม่ใช่เวลามาสงสัยเรื่องนี้ซะหน่อย พิชญาณานึก ........... ใกล้ๆกับจุดที่พิชญาณาและสังคีตตกลงมา มีกล่องหินใบหนึ่งตั้งอยู่บนยกพื้นศิลา ชิดผนังผา กล่องใบนั้นกว้างราวๆ 70 ซม. ยาวประมาณ 2 เมตร และสูงซัก 50 ซม. เห็นได้ชัดว่ามันถูกทำขึ้นโดยฝีมือของมนุษย์ ........... ดูใกล้ๆแล้ว...มันใหญ่เหมือนกันนะ แถม... ฉันรู้สึกว่ามันคล้ายกับ... โลงศพ? เลย สังคีตเอ่ย ........... ความรู้สึกไวเหมือนกันนี่ ถูกแล้ว นี่ล่ะ โลงศพของรุ่นสุดท้าย... ........... สิ้นเสียงของอังลัคณา บรรยากาศโดยรอบก็พลันเงียบกริบ ราวกับเป็นการไว้อาลัย ให้แด่ศพผู้ลาลับตรงหน้า พิชญาณาก้าวเดินอย่างช้าๆ เข้าไปสัมผัสโลงหินด้วยความห่วงหาอาทร... ........... ......เตโช... เธอเอ่ยชื่อเพื่อนรักเบาๆ แต่น้ำเสียงนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความเศร้า ภาพความทรงจำเก่าๆหวนกลับเข้าสู่ความนึกคิดอีกครั้ง น้ำตาเหมือนกับจะรินไหล แต่เธอ ก็สะกดกลั้นมันเอาไว้... ........... โลงนั่นน่ะ เจ้าเตโชสร้างขึ้นมาเองกับมือ อังลัคณากล่าว เจ้านั่นมาที่นี่แทบทุกวัน เพื่อสร้างโลงศพให้เสร็จก่อนตาย... อืม... จะว่าเป็นคนมีความรับผิดชอบหรือว่าเพี้ยนดีล่ะเนี่ย. .. ........... โชอยู่ที่นี่ แล้วสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณไฟล่ะอยู่ไหน ไม่เห็นเลย สังคีตละสายตา จากโลงศพของเตโชและมองไปรอบๆ แต่เขาก็ไม่พบอะไรนอกจากกำแพงหินและธารลาวาร้อนๆ ........... ก็สัญลักษณ์แห่งไปเก็บอยู่อีกที่นึงน่ะสิ... ฉันจะพาไปเอง ตามมา ........... อังลัคณาเดินนำสังคีตและพิชญาณา ตรงไปยังผนังผาที่อยู่ไม่ไกลจากโลงศพของเตโชมากนัก เธอคลำกำแพงหินบริเวณนั้น เหมือนกับหาบางอย่างอยู่ครู่นึง แล้วอังลัคณาก็ทำในสิ่งที่ทั้งสองคาดไม่ถึง เธอผลักผนังหินตรงหน้าให้เปิดอ้าเข้าไปภายใน!...ที่แ ท้ บริเวณนั้นมันก็คือประตูลับ ที่ทาสีเหมือนกับกำแพงหินนั่นเอง! ช่างทำได้แนบเนียนจริงๆ ........... โอ้! มีห้องลับด้วยรึเนี่ย ถ้ามารุตมาเห็นคงตื่นเต้นน่าดู สังคีตพูด ........... เจ๋งมั๊ย!? นี่น่ะ เป็นของอีกอย่างที่ฉันกับเจ้ารุ่นสุดท้ายช่วยกันสร้า งขึ้นมาเพื่อเก็บ สัญลักษณ์แห่งไฟ อืม~ กว่าจะสร้างเสร็จก็ลำบากพอดูเลยล่ะ อังลัคณาดูจะภูมิใจกับห้องลับ นี้ไม่น้อย เอ้า! จะมัวยืนอึ้งอยู่ทำไม เข้ามาสิ ........... สัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณไฟวางเด่นอยู่บนแท่นหินกลางห้ องโล่ง มันส่องแสงสีส้ม อันแสนอบอุ่นไปทั่วบริเวณ อังลัคณาเดินเข้าไปหยิบสิ่งนั้นมาถือไว้ในมือ ลักษณะของ สัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณไฟไม่ได้เป็นสร้อยคล้องคอ แต่เป็นผลึกแก้วทรงหกเหลี่ยม ขนาดเล็กที่มีเปลวเพลิงลุกโชติช่วงอยู่ภายใน ........... พวกเธอจะลองถือมันดูหน่อยมั๊ย? อังลัคณาส่งสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณไฟ ให้พิชญาณาถือเอาไว้ และทันทีที่เธอรับมันมา แสงสีส้มจากสัญลักษณ์ก็จางหาย เปลวไฟ ที่ลุกอยู่ภายในลดขนาดลงเหลือเพียงสะเก็ดไฟริบหรี่ ราวกับจะดับลงเสียเดี๋ยวนั้น พิชญาณาส่ายหน้า และลองส่งต่อให้สังคีตถือดูบ้าง ซึ่งผลที่ได้ก็ไม่แตกต่างกันเลย ........... อืม~ ถ้าไม่ผ่านบททดสอบนี่ ยังไงก็ไม่ได้จริงๆด้วยแฮะ อังลัคณากล่าว พลางรับ สัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณไฟคืนมา เปลวไฟที่อยู่ภายในกลับมาลุกโชติช่วงอีกครั้ง ........... แล |