| | #61 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | อ่า ใกล้จะสอบแล้ว เวลาใกล้สอบนี่มากี่ทีๆ ก็ทำให้เครียดได้เหมือนเดิม เฮ้อ~ อ่อ แล้วก็ ผมว่าเพื่อนๆอาจจะรู้สึกว่า ช่วงหลังๆมานี้ ตอนนึง มันสั้งลงไป ที่มันเป็นแบบนี้ เหตุผลอาจเป็นเพราะ ผมยังแบ่งเวลาให้กับการแต่งนิยาย ให้กับการเรียน ให้กับการบ้าน ได้ไม่ดีพอ หวังว่า เพื่อนๆคงจะเข้าใจ แต่... ปิดเทอมเมื่อไหร่ มันจะกลับมายาวเท่าเดิมแน่นอน (เผลอๆอาจจะยาวกว่าเดิมอีก เพราะปิดเทอมใหญ่ซะด้วย) ... อ่า บ่นมากไปและเรา ทำตัวเหมือนคนแก่เลยวึ้ย - -' ไม่ได้ไม่ได้ วัยรุ่นต้องสดใสเข้าไว้ สู้สู้! ตำนานที่ 22 เพื่อนเก่า .....บ้านไม้ชั้นเดียวหลังใหญ่หลังหนึ่ง ปลูกอยู่บริเวณริมนอกสุดของหมู่บ้านภูเขาไฟ ตัวบ้านถูกทาด้วยสีขาว หน้าต่างหลายบาน เปิดอ้าออก เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ของธรรมชาติ แปลงดอกไม้เล็กหน้าบ้าน เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน ดูมีชีวิตชีวา ถัดไปจากแปลงดอกไม้ เป็นประตูสีส้มสดใส ข้างๆประตูมีป้ายปักอยู่แผ่นหนึ่ง บนป้ายมีสัญลักษณ์รูปดวงอาทิตย์ฉายและ ข้อความเขียนเอาไว้ว่า สถานพยาบาล อาทิตย์ รับรักษาตลอด 24 ชั่วโมง ค่ารักษา รอยยิ้ม ยานี้ ทานวันละสองเม็ด หลังอาหาร เช้าและเย็น... ...ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวพูดขึ้น พร้อมกับยื่นห่อยาข้ามโต๊ะไปให้ เด็กผู้หญิงผมสั้นหน้าตาซีดเซียว ที่นั่งอยู่กับแม่ของเธอ ทานอาหารให้เยอะๆ พักผ่อนให้มากๆ จะได้หายไวๆนะ หนูน้อย ...ชายวัยกลางคนพูดขึ้นอีกครั้ง พลางขยับแว่นตาทรงกลมให้เข้าที่ และส่งยิ้มให้อย่างเอ็นดู ขอบคุณมากนะคะ คุณหมออาทิตย์ ดิชั้นไม่รู้จะตอบแทนคุณหมออย่างไรดี.. ผู้เป็นแม่กล่าวขึ้น และก้มหัวคำนับ พลางเอามือข้างหนึ่งกดหัวลูกน้อยเบาๆ ให้คำนับตาม ไม่เป็นไรหรอก แค่ขอให้ร่างกายแข็งแรง มีรอยยิ้ม ก็ถือว่าได้ตอบแทนผมแล้ว ขอบคุณจริงๆคุณหมอ ไว้ถ้าลูกดิชั้นหายแล้ว ดิชั้นจะทำอาหารมาให้คุณหมอซักมื้อนะคะ อืม ไว้ผมจะรอกิน .....แล้วสองแม่ลูกก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ และเดินออกจากสถานพยาบาลไป คุณหมออาทิตย์ เปิดตู้ยาที่ตั้งอยู่ข้างๆ ตัวยาสมุนไพรที่จำเป็นต่างๆ ร่อยหรอลงไปมาทีเดียว เห็นทีอีกไม่นาน คงจะต้องออกนอกหมู่บ้าน ไปซื้อยาและสมุนไพรมาเพิ่มซะแล้ว นี่ลุงให้ยาคนไข้ไปฟรีๆอีกแล้วสินะ ... หญิงสาวในชุดนางพยาบาลสีชมพูอ่อนๆคนหนึ่ง เดินออกมาจากห้องพักผู้ป่วยด้านหลังอาทิตย์ เธอเป็นผู้หญิงรูปร่างเล็ก ผิวขาว ไว้ผมเปียยาวสีน้ำตาล อายุราว 1920 ปี หนูบอกกี่ครั้งแล้ว ว่าให้เก็บค่ารักษาจากคนไข้มาบ้าง หรือลุงอยากให้พวกเราอดตายกันค้า!! ...สาวผมเปียยืนท้าวเอวพูดกับลุงอาทิตย์อย่างฉุนเฉียว อ้าว พิชญาณา คนไข้ที่ตกต้นไม้ขาหักเป็นไงมั่งแล้วล่ะตอนนี้ ..อาทิตย์หันมาถามนางพยาบาลผมเปีย ก็ดี.. ณาเพิ่งเอาอาหารกลางวันไปให้เมื่อกี้เอง ........ เอ๊ะ! อย่าเปลี่ยนเรื่องสิลุง ณายังพูดเรื่องค่ารักษาไม่จบเลยนะ เฮ้อ~อ ... อาทิตย์ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย นี่เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ในสองเดือนนี้ ที่พิชญาณาพูดกับเขา เรื่องการเก็บค่ารักษา จนเขาจำเนื้อหาที่เธอจะพูดได้ขึ้นใจแล้ว ลุงอาทิตย์คะ เก็บค่ารักษาเถอะ ... ไม่ต้องเก็บเยอะก็ได้ แค่พอให้เรามีใช้ก็พอ เงินเก็บของลุงอาทิตย์เองก็ใกล้จะหมดอยู่แล้ว นี่ถ้าลุงยังจะไม่เก็บค่ารักษาอีก แล้วต่อไปเราจะใช้อะไรล่ะ... ... พิชญาณา พูดด้วยเสียงที่อ่อนโยนลง .....ตอนนั้นเอง ประตูสีส้มของสถานพยาบาลก็เปิดออกอีกครั้ง บานประตูถูกผลักออกอย่างแรงจนไปกระทบกับกำแพงบ้าน ก่อให้เกิดเสียงดัง อาทิตย์ และพิชญาณา หันไปมองยังต้นเสียงอย่างตกใจ ก่อนจะพบว่า ผู้มาใหม่อย่างเอิกเกริกคนนี้ คือคนที่ทั้งสองรู้จักดี ชายผู้ที่จากหมู่บ้านไปท่องดาวฟีลโซลเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ... สังคีต นั่นเอง .....สังคีตยืนหอบหายใจอยู่ที่ประตู เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีน้ำตาลชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ผมสีแดงกระเซอะกระเซิง ไม่เป็นทรง สภาพเหมือนกับพึ่งวิ่งแข่ง 800 เมตรมาก็ไม่ปาน อ้าว! คิด กลับมา... ...ยังไม่ทันที่พิชญาณาจะทักทายจบ สังคีตก็วิ่งผ่านเธอเข้าไปในห้องผู้ป่วยด้านหลัง ก่อนที่จะวิ่งกลับออกมา แล้วก็เปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของหมออาทิตย์ กวาดสายตามองไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว เหมือนกับหาอะไรบางอย่าง และวิ่งกลับออกมา ไปที่ห้องครัว , ห้องน้ำ , ห้องหนังสือ จนครบทุกห้องในสถานพยาบาลแห่งนี้ แฮ่ก.. ไม่มี .. ที่นี่ก็ไม่อยู่ .. แฮ่ก .. โธ่เว้ย!! นายซ่อนอยู่ไหน ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะเฟ้ย~ย!!! ...สังคีตตะโกนเสียงดัง เหมือนจะเป็นการปลดปล่อยอารมณ์ ชายหนุ่มค่อยๆเดินกลับมาหาพิชญาณาอย่างไร้เรี่ยวแรง ... คิด ... ...พิชญาณา มองดูสังคีตอย่างเข้าใจ ความรู้สึกของการสูญเสียเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันตั้ งแต่เด็กๆ มันเจ็บปวดแค่ไหน เธอรู้ดี....... ...หมอนั่น... โช .... เตโช ตาย...แล้ว ...สังคีตพูดด้วยเสียงสั่นเครือ แล้วโอบกอดร่างบางของพิชญาณาเอาไว้ในอ้อมแขน ใช่ .... โชตายไปแล้ว... แต่... แต่... สังคีตทวนคำของหญิงสาว พลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่นายจะมาแต๊ะอั๋งชั้นแบบนี้! ! .. พิชญาณาพลิกตัว จับต้นแขนชายผมแดงร่างสันทัด แล้วทุ่มคนฉวยโอกาสลงพื้นเต็มแรง!! โครม!! ตาบ้าเอ๊ย! ไม่เจอกันตั้ง 5 ปี ไม่เปลี่ยนไปเลยซักนิดนะ อูย~ เธอเองก็ไม่เปลี่ยนเหมือนกันแหละ ณา แรงเยอะเหมือนเดิม... ...สังคีตค่อยๆยันกายขึ้นจากพื้นไม้ ที่เพิ่งจะลงไปนอนเล่นเมื่อกี้ อ้อ ลุงก็ด้วย ลุงอาทิตย์ ดูไม่แก่ขึ้นเลย ...สังคีตหันไปทักทายชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำง าน อาทิตย์ขยับแว่นตาทรงกลมให้เข้าที่เป็นการตอบรับ แต่ที่เปลี่ยนไปคงเป็น..... ...สีหน้าและน้ำเสียงของสังคีต เศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด เขาลุกขึ้นเดินไปนั่งคอตกอยู่บนเก้าอี้ยาว ที่สองแม่ลูกนั่งอยู่เมื่อครู่นี้ ใครก็ได้ เล่าให้ผมฟังที ... โช ตายยังไง .....อาทิตย์และพิชญาณา หันมามองหน้ากัน แววตาของทั้งคู่เศร้าสร้อย เมื่อนึกถึงเตโช ผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไฟคนนั้น อาทิตย์พยักหน้าช้าๆ เป็นเชิงบอกให้พิชญาณา เป็นคนเล่าเรื่องทั้งหมด ...คิด นายรู้ใช่มั้ยว่าแม่ของโช... คุณน้าน่ะ ตายยังไง .......มะเร็งเม็ดเลือดขาว.... ...สังคีตพูดชื่อโรคที่เป็นสาเหตุการตายขึ้นมาลอยๆ พิชญาณาพยักหน้ารับคำตอบนั้น ..... เรื่องทั้งหมด มันเกิดขึ้น เมื่อ 3 ปีที่แล้ว...
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ |
| | |
| | #64 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | มาอัพแล้วจ้า~ จะอ่านเลยหรือจะเก็บไว้อ่านรวดเดียวหลายๆตอนก็ได้นะ เหอะๆ ฟรีสไตล์ เอ้า อ่านกันเลย ตำนานที่ 23 : เรื่องของ เตโช(1) 3 ปีก่อน ~ หมู่บ้านภูเขาไฟ... .....หญิงสาวผมเปียสีน้ำตาล กำลังเดินตรงไปยังสถานพยาบาลประจำหมู่บ้านอย่างสบายใ จ แดดอ่อนๆในยามเช้า ส่องแสงลอดผ่านช่องว่างระหว่างต้นไม้ใหญ่ เสียงนกร้องรับรุ่งอรุณดังเจื้อยแจ้ว กลิ่นหอมจากดอกไม้ในแปลงเล็กๆ หน้าบ้านไม้สีขาว โชยมาสร้างความเบิกบานให้แก่ผู้มาเยือน .....พิชญาณาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูสีส้ม เธอเอื้อมมือออกไปบิดลูกบิดประตู และค้นพบว่า มันล็อคอยู่ พิชญาณาจึงกำมือ เคาะประตูไปสามสี่ครั้ง ก่อนจะส่งเสียงเรียกคนข้างใน ลุงอาทิตย์คะ ณามาแล้ว เปิดประตูให้หน่อย .....หลังจากยืนรออยู่เกือบนาที บานประตูก็เปิดออก โทษทีที่ให้รอ ลุงกำลังเก็บของอยู่น่ะ เข้ามาข้างในก่อนสิ ... อาทิตย์เดินนำพิชญาณาเข้าไปในบ้าน และจัดให้เธอนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะทำงานของเขา โชยังไม่ตื่นอีกเหรอลุง? ยัง ลูกลุงคนนี้มันก็นอนกินบ้านกินเมืองเหมือนเคยแหละ กว่าจะตื่นคงโน่น 10 โมง ...อาทิตย์ตอบ พลางพับเสื้อผ้าใส่เป้สีส้มใบใหญ่บนโต๊ะ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทาง ครั้งนี้ลุงจะไปกี่วันล่ะ? ...พิชญาณาถามขึ้น ขณะนั่งมองดูลุงอาทิตย์ พับกางเกงขายาวตัวโปรดของเขาใส่เป้ลงไป ถ้าลองเอาตัวนี้ไปด้วยล่ะก็ คงไม่ได้ไปแค่วันสองวันแน่ คงจะซัก 10 วันน่ะ ลุงว่าจะไปหาสมุนไพรสำหรับยาสูตรใหม่ที่เพิ่งคิดขึ้น มา ที่ป่าสมุนไพรแถวๆเมืองเนตรธารา ทวีปวารี ป่าที่นั่นอุดมสมบูรณ์ดี คงจะหาสมุนไพรที่ต้องการได้ไม่ยาก ...อาทิตย์ตอบ เสื้อผ้าตัวสุดท้ายถูกใส่ลงไป อาทิตย์ปิดกระเป๋าเป้แล้วยกมันขึ้นสะพายบ่า ก่อนจะเดินตรงไปยังประตูบ้าน ลุงไปล่ะ ฝากดูแลสถานพยาบาล แล้วก็ช่วยดูแลโชแทนลุงด้วยนะ ได้เลย ลุงอาทิตย์ไม่ต้องห่วงหรอก ไปเที่ยวให้สนุกเถอะค่ะ ลุงไม่ได้ไปเที่ยวซะหน่อย ไปหาสมุนไพรมาทำยาต่างหาก ... งานน่ะ งาน ค่า ค่า เข้าใจแล้ว โชคดีนะลุง ...พิชญาณาพูดพร้อมกับโบกมือลาอย่างอารมณ์ดี อาทิตย์หันมายิ้มรับคำอวยพร พลางขยับแว่นตาทรงกลมให้เข้าที่ แล้วเขาก็ออกจากสถานพยาบาลแห่งนี้ไป .....ประตูสีส้มปิดลงตามหลังคุณหมอผู้แสนใจดี พิชญาณาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง ยืนมองตามร่างของอาทิตย์ จนกระทั่งเขาเลี้ยวหายไปที่มุมบ้านหลังหนึ่ง เธอจึงหันกลับมา และเริ่มลงมือจัดเตรียมยาและอาหารเช้า สำหรับผู้ป่วยที่พักฟื้นอยู่ที่นี่ .....พิชญาณาทำงานของเธออย่างคล่องแคล่ว หญิงสาวเริ่มช่วยงานที่สถานพยาบาลอาทิตย์นี้ มาตั้งแต่ 7 ขวบ จนมาถึงตอนนี้ก็เกือบ 10 ปีแล้ว ดังนั้นการดูแลที่นี่คนเดียว จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับเธอเลย แต่การที่เธอรับปากว่าจะดูแล เตโช เพื่อนซี้ขี้เซาของเธอคนนี้ด้วยนี่สิ ดูท่าจะเป็นปัญหามากกว่า .....ครอบครัวของเตโช เคยมีสมาชิกทั้งหมด 3 คนคือ คุณลุงอาทิตย์ พ่อของโช คุณน้าเรวดี แม่ของโช และตัวเตโชเอง แต่ว่า เมื่อปีที่แล้ว คุณน้าเรวดีก็ตายจากไปด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว... โรคร้ายที่พบผู้ป่วยน้อยมากบนดาวฟีลโซลนี้ และเพราะเหตุนั้น เลยทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้น้อยตามไปด้วย ในตำราแพทย์ที่พิชญาณาเคยอ่าน บอกว่า สาเหตุของโรค เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม และปัจจัยภายนอกบางอย่าง แต่ก็ยังไม่สามารถระบุชัดเจนได้ ส่วนเรื่องวิธีรักษา ... ในตำราเล่มนั้น แทบจะไม่ได้เขียนเอาไว้เลย... .....หลังจากสูญเสียคุณน้าเรวดี ลุงอาทิตย์ก็โทษตัวเองมาตลอด ที่ไม่มีความสามารถพอที่จะรักษาเธอได้ ทั้งๆที่ตัวเองเป็นหมอ... ตั้งแต่นั้นมา ลุงอาทิตย์ก็เริ่มศึกษาค้นคว้า เกี่ยวกับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวนี้มาโดยตลอด ออกเดินทางหลายครั้งเพื่อตามหาสมุนไพรที่ต้องการ พยายามคิดค้น สูตรยา เพื่อที่จะรักษาโรคให้ได้ .....ส่วนเตโช... โชเป็นคนที่ติดแม่มาก ตอนที่คุณน้าตาย เขาเสียใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายวัน สภาพตอนนั้น โทรมน่าดูเชียวหล่ะ แต่โชเองก็เป็นคนที่จิตใจเข้มแข็ง ไม่นาน เขาก็กลับมาสดใสเหมือนเดิม ... โชบอกว่า เขาจะใช้ชีวิตให้เต็มที่ เผื่อแม่ของเขาด้วย... แต่ในความคิดของพิชญาณา เธอว่า มันออกจะ เต็มที่ เกินไปหน่อย... ก็พอโชทำใจได้ เขาก็หันมาอ้อนเธอแทนคุณน้าเรวดีน่ะสิ! พ่อไปแล้วเหรอ? ณา ...เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น เรียกพิชญาณาให้หลุดออกจากภวังค์แห่งความหลัง เธอหันไปทางต้นเสียง และพบกับชายหนุ่มร่างสูง ผมสั้นสีส้มสด ยืนพิงขอบประตูห้องนอนของเขาอยู่ ... นี่ ณา ไม่ได้ตาฝาดใช่มั้ย ... นายเตโชเนี่ยนะ ตื่นเช้าขนาดนี้ได้ด้วย!? ...พิชญาณามองเตโชอย่างแปลกใจ ก็เธอกับพ่อคุยกันซะเสียงดังจนฉันตื่นน่ะสิ ...เตโชพูดพลางขยี้ตาอย่างสลึมสลือ อ่อ ใช่ ณา ทำข้าวเช้าให้กินด้วยนะ ไม่เอาแบบของคนไข้ล่ะ ...สิ้นเสียงร่างสูงก็หายไปในห้องน้ำ และปิดประตูลง .....หลังจากนั้นอีกซักสิบนาที คนขี้เซาเมื่อกี้นี้ ก็มานั่งรอทานอาหารเช้าอยู่ตรงหน้าเธออย่างสดใส มือทั้งสองข้างกำช้อมส้อม เคาะโต๊ะเล่นไปมาเหมือนเด็กๆ อ่ะ นี่ เสร็จแล้ว ...พิชญาณาเดินมาวางจานข้าวลงบนโต๊ะ แล้วนั่งลงตรงข้ามเตโช โหย~ย อะไรเนี่ย แค่ข้าวไข่เจียวเอง ทำไมไม่ทำอะไรที่มันหรูๆหน่อย ... เตโชบ่น แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังตักทานอย่างเอร็ดอร่อย ถ้าไม่หรูแล้วกินทำไม่ล่ะค้า~ คุณชายขา~~~ ...พิชญาณาพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน อุตสาห์ทำให้กิน ขอบใจซักคำก็ไม่มี เฮอะ รู้งี้น่าจะเอาเปลือกไข่ ใส่ลงไปเจียวด้วยซะเลย อ้ออันอิ้วอี้(ก็มันหิวนี่) ... เตโชพูดทั้งๆที่ข้าวเต็มปาก แล้วก็ก้มหน้าก้มตากินต่อไป ...นี่...วันนี้ก็จะไปที่นั่นอีกใช่ป่ะ? ... หญิงสาวถามขึ้น หลังจากที่ชายหนุ่มตรงหน้า กลืนข้าวคำสุดท้ายลงคอไปเรียบร้อย อื้อ ก็เหมือนเมื่อวานแหละ เย็นๆค่อยกลับ กลับเย็นอีกละ นี่นายจะไปทำอะไรที่นั่นอยู่ทั้งวันน่ะ ฮึ อยากรู้ก็ตามไปดูดิ จะตามไปได้ไงล่ะ ณาต้องอยู่เฝ้าสถานพยาบาล ง้าน~น ... ก็ไม่ต้องรู้ อิอิ ... เตโชมองใบหน้าที่เริ่มบึ้งของพิชญาณาแล้วก็อดขำไม่ได ้ ก็ณาน่ะ ทำหน้าบึ้งแล้วน่ารักชะมัด เพราะเงี้ย ถึงได้แหย่เล่นได้ไม่มีเบื่อ เหรอ~ ก็ด้าย ถ้างั้นก็ไม่ต้องเอาข้าวเที่ยงไปกิน ... พิชญาณาพูดแล้วก็หันหน้าหนีเตโชไปอย่างงอนๆ เอ้ย! ไหงงั้นอ่ะ! ก็บอกมาก่อนสิ ว่านายไปทำอะไรอยู่ที่ภูเขาไฟศิลาคำรน โธ่ ณา เดี๋ยวอีกซักพักก็รู้เองล่ะน่า... นะ วันเนี้ย ทำข้าวกล่องให้ก่อนเถอะ นะ นะ... น้า~ .....พิชญาณา ฟังน้ำเสียงออดอ้อนเต็มที่ของชายหนุ่มแล้วก็อดใจอ่อน ไม่ได้ ยิ่งเธอหันหน้ามามองใบหน้าหล่อๆ ที่กำลังส่งสายตาอ้อนวอนมายังเธอแล้ว ความคิดที่จะทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าอดข้าวเที่ยงก็มลาย หายไปในทันที สุดท้าย เธอก็เลยต้องทำข้าวกล่องให้เตโชไป...... ขอบใจมากณา งั้นฉันไปล่ะนะ ... เตโชพูด พลางรับกล่องข้าวเที่ยง ที่เพิ่งเสร็จใหม่ๆมาจากพิชญาณา อ่อ แล้วเย็นนี้ ทำข้าวเย็นไว้รอด้วยนะ เออๆ รู้แล้ว รีบๆไปได้แล้วค่า คุณ~ ชาย~ ... พิชญาณาพูดแล้วก็ดันหลังคุณชาย(ซะเมื่อไหร่) ออกจากบ้านไป
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ |
| | |
| | #65 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | กระเตื้องแล้ว!!... ตอนเล่าอดีตนี่ ที่จริง กะให้จบภายในสองตอนนะนี่ แต่แต่งไปแต่งมา ดันเกินซะได้แฮะ - -' แต่ ตอนหน้าคงจะเล่าอดีตจบละ จากที่คิดๆไว้.. อืม ตำนานที่ 23 - เรื่องของเตโช(ต่อ) .......หลังจากนั้น กิจวัตรประจำวันของพิชญาณาก็เป็นไปตามปกติ เริ่มจากการดูแลรดน้ำแปลงดอกไม้หน้าบ้าน เสร็จแล้วก็มานั่งพักซักหน่อย พอเที่ยงๆ ก็จัดอาหารให้ผู้ป่วย และอาหารกลางวันสำหรับตัวเธอเอง ตกบ่าย พิชญาณาก็จะไปหาหนังสือ จากห้องสมุดของสถานพยาบาลมาอ่าน .......ห้องสมุดที่กล่าวถึงนี้ ที่จริง เป็นเพียงแค่ห้องเล็กๆห้องนึง ที่อัดแน่ไปด้วยหนังสือนานาชนิดเท่านั้น มีทั้งหนังสือเกี่ยวกับการแพทย์ ,หนังสือเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ,ประวัติศาสตร์ ,เศรษฐศาสตร์ ,รัฐศาสตร์ ,ดาราศาสตร์ , จิตวิทยา ,มนุษยศาสตร์ ,เวทมนตร์ ,นวนิยาย และหนังสือชนิดอื่นๆอีกมาก แต่ว่า กว่าครึ่งของหนังสือทั้งหมดในห้องนี้ กลับไม่ใช่หนังสือของคนในบ้านหลังนี้ เพราะเป็นหนังสือที่ถูกฝากเอาไว้โดยสังคีต ด้วยเหตุผลของเจ้าของหนังสือที่ว่า ..ที่ในบ้านไม่พอแล้ว ขอฝากเก็บหน่อยละกัน ..และตอนนี้ เจ้าของหนังสือตัวดี ก็ออกไปท่องเที่ยวทั่วดาวฟีลโซลสบายใจเฉิบเสียแล้ว ไม่มีวี่แววว่าจะมารับหนังสือคืนไปเลย .......พิชญาณานั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ จนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงเย็น เธอจึงเลิกอ่าน และกลับมาทำงานของเธออีกครั้ง ซึ่งก็ไม่พ้นการทำอาหาร จนบางที ตัวเธอเองยังอดสงสัยไม่ได้ว่า นี่เธอเป็นแม่ครัว หรือพยาบาลกันแน่ ....... เมื่อเตรียมอาหารเย็นเสร็จ เตโชก็กลับมาถึงบ้านพอดี ราวกับรู้ล่วงหน้าว่า อาหารจะเสร็จตอนนี้ พิชญาณาลองถามดูอีกครั้งว่า เขาไปทำอะไรอยู่ที่ภูเขาไฟศิลาคำรน แต่ว่าก็เจอลูกอ้อนของเตโช หลีกเลี่ยงคำตอบไปอีกจนได้ และหลังจากทานข้าวเย็นเป็นเพื่อนเตโชเสร็จแล้ว พิชญาณาก็กลับไปบ้านของเธอ .......วันรุ่งขึ้นและวันต่อๆมาของพิชญาณา ก็ดำเนินไปคล้ายๆกับวันแรก เช้า ไปสถานพยาบาล เย็น กลับบ้าน ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น จะติดขัดอยู่หน่อยเดียว ก็ตรงที่เธอยังไม่รู้ซักที ว่าเตโชไปทำอะไรที่ภูเขาไฟศิลาคำรนกันแน่ ถามทีไร ก็บ่ายเบี่ยงหลบไปได้ทุกที แล้ววันเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงเย็นวันที่เก้า หลังจากที่ลุงอาทิตย์ออกเดินทางไป... .......หญิงสาวผมเปียในชุดนางพยาบาลสีชมพูอ่อนๆ กำลังนั่งเช็ดตัวให้เด็กผู้หญิงหน้าตาซีดเซียว ซึ่งนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ผ้าขนหนูชุบน้ำบิดหมาดๆ ถูกใช้ลูบไล้ไปตามใบหน้าและลำคอ เพื่อดูดซับความร้อนจากพิษไข้ พยาบาลสาวแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน พลางทาบหลังมือ ลงบนหน้าผากของเด็กน้อยแผ่วเบา แล้วเอื้อนเอ่ยออกมาว่า ไข้ลดแล้วล่ะ พรุ่งนี้พอพ่อแม่หนูมารับ หนูก็กลับบ้านได้แล้วนะ ดีใจมั้ยเอ่ย? อื้อ ดีใจค่ะ พี่ณา ...เด็กหญิงตอบกลับมา พร้อมรอยยิ้มที่ฟันหน้าหลอไปสองซี่ เนื่องจากฟันน้ำนมหลุด ถ้างั้น คืนนี้ต้องพักผ่อนให้เยอะๆนะ จะได้มีแรงไปเล่นกับพ่อแม่พรุ่งนี้ไง .. พิชญาณาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเด็กหญิง และลูบหัวอย่างเอ็นดู ฝันดีนะ ..เธอกล่าว ก่อนที่เด็กหญิงจะหลับตาลง และเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว .......พิชญาณานั่งมองไปรอบๆห้องพักผู้ป่วยอย่างไร้จุดหมาย ภาพที่เธอเห็น เป็นสิ่งที่คุ้นเคย ทั้งเตียงผู้ป่วย 6 เตียงที่ตั้งหันหน้าเข้าหากันเป็นสองแถวอยู่ในห้อง ทั้งหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดอ้าออกเต็มที่ และผ้าม่านผืนบางสีขาวที่กำลังพลิ้วไหวไปตามสายลมที่ พัดเข้ามาตามหน้าต่างบานนั้น ทั้งๆที่ทุกสิ่งทุกอย่างดูธรรมดา เหมือนกับวันปกติอีกวันนึง แต่พิชญาณากลับรู้สึกกังวลใจอย่างน่าประหลาด ไร้สาเหตุ และเธอก็ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย ...ทำไมถึงยังไม่กลับซะที ตาบ้าเตโชเอ้ย ..พิชญาณาพึมพำกับตัวเองเบาๆ แล้วเธอก็ลุกขึ้น เดินออกไปจากห้องพักผู้ป่วย .......ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มย่างกรายเข้าสู่ความมืดสลัวยามค่ ำคืน แสงสุดท้ายของยามเย็นค่อยๆจางหาย พร้อมๆกับตะวันลาลับขอบฟ้า พิชญาณาเปิดประตูออกมาจากสถานพยาบาล แล้วเริ่มเดินตามทางที่นำไปสู่ภูเขาไฟศิลาคำรน .......เส้นทางที่พิชญาณาใช้อยู่นี้ เป็นเพียงทางเดินสายเล็กๆ สายเดียว ถางผ่านป่าพฤกษายักษ์ จากหมู่บ้าน ตรงไปยังภูเขาไฟศิลาคำรน ต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นหนาแน่นอยู่เต็มสองข้างทาง บดบังแสงจันทร์ยามคำคืนไปไม่น้อย ทำให้มองเห็นทางข้างหน้าได้เพียงแค่รางๆ เท่านั้น แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับพิชญาณา เพราะเธอคุ้นเคยกับทางสายนี้ดีอยู่แล้ว .......ความคุ้นเคย ทำให้หญิงสาวก้าวเดินไปตามเส้นทางที่มืดสลัวนี้ได้อย ่างรวดเร็ว พิชญาณาเร่งฝีเท้าขึ้น จนเกือบจะเป็นการวิ่งเหยาะๆ ความกังวลของเธอยิ่งเพิ่มมากขึ้น ตามระยะทางที่เธอเดินผ่านมา เธอควรจะได้พบกับเตโช ที่กำลังเดินกลับบ้านได้แล้ว แต่เธอกลับไม่พบ... เก้าวันมานี้ เตโชไม่เคยกลับช้าขนาดนี้มาก่อน เขาจะกลับมาพอดีกับเวลาอาหารเย็นทุกครั้ง พิชญาณานึกสงสัย ว่าอะไรกัน ที่ทำให้เตโชคนนั้นพลาดมื้อเย็นได้... ขอให้มันเป็นแค่เรื่องไร้สาระ และขอให้ความรู้สึกเป็นกังวลนี้ เป็นเพียงเพราะเธออารมณ์เสียทีเถอะ บ้า บ้า ตาบ้า เจอตัวเมื่อไหร่ละน่าดู .. พิชญาณาเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอีก จนกลายเป็นการวิ่งเหยาะๆไปแล้ว ตอนนี้เอง ที่เธอมองเห็นเงารางๆ ของอะไรบางอย่าง บนพื้นด้านหน้าเธอ แรกๆ พิชญาณานึกว่า มันเป็นแค่ก้อนหินก้อนใหญ่ๆ ก้อนนึง แต่พอเธอเดินเข้าไปใกล้พอที่จะเห็นว่าอะไรเป็นอะไร ภาพที่ปรากฏ มันทำให้หัวใจของเธอ หล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม! เตโช!! ..
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ แก้ไขโดย Poporin : 21 Jan 2007 เวลา 14:13. |
| | |
| | #67 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | จริงครับ ต้องขอโทษด้วย ช่วงนี้เนื้อเรื่องขยับช้ามากเลย ต้องทำโปรเจค แล้วก็เตรียมสอบปลายภาค อืม เอาเป็นว่า ปิดเทอมเมื่อไหร่ จะกลับมาลงอาทิตย์ละตอน ตอนนึงยาวๆหน่อยเหมือนเดิมละกันนะครับ ก็คงปลายๆเดือน
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ |
| | |
| | #68 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | อา ไม่ได้เอามาลงเกือบเดือนนึงแน่ะ ใช้ไม่ได้จริงๆเลยผม แต่สุดท้าย ก็มีการอัพเดทแล้วในที่สุด ถ้าคุณได้เข้ามาอ่านข้อความนี้ แสดงว่า ยังคงติดตามนิยายของผมอยู่ ขอบคุณจริงๆครับ ความจริงแล้ว ช่วงนี้ผมสอบอยู่ แต่ว่า ช่วงสอบนี่ มันว่างมากกว่าตอนทำโปรเจ็คเยอะเลยนะ ที่จริงวันนี้เค้าให้หยุดอ่านหนังสือ แต่ก็นะ โรคขี้เกียจกำเริบ เลยมานั่งพิมพ์นิยายซะเลย (ก็เลยได้อัพกันนี่แหละ เหอะๆ) พอพูดถึงเรื่องนิยาย คราวนี้ก็ย้อนอดีตกันจบแล้ว กลับสู่ปัจจุบันเสียที - -' อาจจะต้องมีเล่าเรื่องราวอีกนิดหน่อย แต่คราวนี้จะเป็นมุมมองของการเล่าจากปัจจุบัน (ไม่ใช่ ~3 ปีก่อน~ อะไรทำนองนี้แล้ว) ถ้าเทียบเวลาในนิยาย ก็เล่าอดีตกันแค่ ชั่วโมง สองชั่วโมงเอง แต่คนเขียน ใช้เวลาตั้งสองเดือน!! โอ้ อ่ะ บ่นมายาวมากเลย พอก่อนดีกว่า เดี๋ยวมันจะกลายเป็นกระทู้ ไดอารี่ของผมไปซะก่อน ปล. พักหลังนี้รู้สึกใช้วิธีจัดหน้าแบบเดิมแล้วมันดูรกๆแ ฮะ เดี๋ยวไว้คราวหน้าจะลองเปลี่ยนวิธีใหม่ดูดีกว่า - -' ตำนานที่ 24 เรื่องของเตโช(2) เตโช!! .......ชายหนุ่มเจ้าของนามนอนทอดกายคว่ำหน้าอยู่บนพื้นดิน แน่นิ่งไม่ไหวติง ...โลหิตกองย่อมๆไหลเจิ่งนองอยู่บริเวณข้างใบหน้าของเขา ...พิชญาณารีบวิ่งเข้าไปช้อนร่างของเตโชพลิกขึ้นมาตรวจด ูอย่างร้อนรน ลมเย็นพัดแผ่วพลิ้วโบกไหวใบไม้ใหญ่ เปิดทางให้แสงจันทร์นวล ส่องลงตกกระทบใบหน้าซีดขาวของเตโช เลือดกำเดาสีคล้ำเปรอะเปื้อนอยู่ใต้จมูก ไหลย้อยผ่านผิวแก้มไปอย่างแช่มช้า และหยดลงไปรวมกับกองโลหิตบนพื้น ...พิชญาณาปาดคราบของเหลวสีแดงคล้ำนี้ ออกจากใบหน้าเพื่อนรักด้วยมือที่สั่นเทา... .......ความคิดในหัวของพิชญาณาสับสนไปหมด ...นี่มันอะไรกัน มันเกิดอะไรขึ้น เมื่อเช้านี้ก็ยังดูแข็งแรงดีอยู่เลย แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ ทำไมถึงหมดสติ ทำไมถึงมีเลือดกำเดา ... มันมีอะไรผิดพลาดไปรึเปล่า แล้วเราจะทำยังไงดี ! ทำยังไงดี !? .......เสียงลมหายใจของเตโช เรียกสติที่กระเจิดกระเจิงของพิชญาณากลับมา ... แม้จะยากลำบาก แต่หญิงสาวก็พยายามบังคับตัวเองให้ทำในสิ่งที่เธอซึ่ งเป็นพยาบาลควรทำ นั่นก็คือ การดูแลผู้ป่วยให้ดีที่สุด! โช..... นายต้องไม่เป็นอะไร.... ...พิชญาณากระซิบกับตนเอง และเริ่มสำรวจอาการของเตโชอย่างจริงจังอีกครั้ง ..........ไข้ขึ้นสูง หายใจแรง ชีพจรเต้นเร็วและไม่สม่ำเสมอ ...ดูแล้วก็เหมือนๆกับเตโช ไข้ขึ้นสูงจนช็อกหมดสติไป แต่... เลือดกำเดานี่มันอะไร หรือจะเป็นเพราะล้มหน้าฟาดพื้น ...ไม่น่าใช่ นี่มันมากเกินกว่าที่จะเป็นเลือดกำเดา จากการหกล้มธรรมดา ...มันจะต้องมีสาเหตุอื่นอีกแน่... .......พิชญาณาพยายามนึกถึงสาเหตุที่ว่านั้นให้ออก และรู้สึกเหมือนว่ามันสำคัญมากๆ ...เธอมั่นใจว่า เคยพบอาการแบบนี้มาก่อน แต่กลับนึกไม่ออกว่าเคยพบตอนไหน หรืออาจเป็นเพราะ ตัวเธอเองไม่อยากที่จะนึกถึงก็เป็นได้ ...ดังนั้น หญิงสาวจึงตัดสินใจว่า ควรพาเตโชกลับไปเพื่อรักษาอาการช็อกจากไข้สูงก่อน ... ส่วนเรื่องเลือดกำเดา ไว้ค่อยคิดทีหลังแล้วกัน .......พิชญาณาจับร่างของเตโชให้ลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง ก่อนจะดึงแขนซ้ายของเขาเข้ามาคล้องคอเธอ แล้วใช้แขนขวาของเธอโอบหลังของเขาเอาไว้ เพื่อเตรียมพยุงร่างไร้สตินั้นกลับสถานพยาบาล ...หญิงสาวค่อยๆลุกขึ้นยืนอย่างยากเย็น เพราะมีน้ำหนักถ่วงอยู่ข้างๆ ซึ่งน้ำหนักถ่วงที่ว่า มากกว่าน้ำหนักของตัวเธอเองเสียตัวซ้ำ รูปร่างของเตโชนั้น สูงกว่าพิชญาณาอยู่มากพอสมควร ดังนั้น เมื่อเธอประคองร่างเขาไปในลักษณะนี้ เท้าของเตโชจึงจำเป็นจะต้องลากไปกับพื้นอย่างช่วยไม่ ได้ ... เส้นทางขากลับเลยดูยาวไกลกว่าขามาหลายเท่า ทั้งที่ความจริงแล้ว มันก็เป็นทางสายเดิมที่ยาวเท่าเดิม .......ในที่สุด พิชญาณาก็พาร่างของเตโชกลับมาถึงหน้าสถานพยาบาลอาทิต ย์จนได้ ... แม้ว่า ระหว่างทางจะมีการสะดุดหกล้มบ้าง สองสามครั้งก็ตาม ...เธอเปิดประตูสีส้มบานนั้น และประคองเตโชตรงไปยังห้องนอนของเขา แล้วจัดให้เขานอนลงบนเตียง ในท่าที่สบายตัวที่สุด .......เมื่อวางร่างของเตโชลงเรียบร้อยแล้ว พิชญาณาก็รีบเดินออกไปหยิบยาลดไข้ ,น้ำดื่ม และผ้าขนหนูสองผืน ... แล้วเธอก็เดินกลับไปหาเตโช ป้อนยาลดไข้ให้ จากนั้นจึงใช้ผ้าขนหนูเปียก เช็ดเอาคราบเลือดและเหงื่อไคล ออกจากใบหน้าของเขา นายใจร้ายชะมัดเลยโช... ปล่อยให้สาวน้อยอย่างชั้นแบกนายมาจนถึงนี่ ... เพราะงั้น ลุกขึ้นมาโดนดุซะดีๆ ...พิชญาณาพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนเป็นการตัดพ้อต่อว่า แต่ในแววตาของเธอนั้น กลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ... หญิงสาวใช้ผ้าขนหนูสะอาดอีกผืนหนึ่งที่เตรียมไว้ ชุบน้ำหมาดๆ และวางมันลงบนหน้าผากของเตโช .......พิชญาณานั่งลงบนพื้นข้างเตียงของเพื่อนสนิท เธอปล่อยความคิดให้ล่องลอยกลับไปยังสมัยที่เธอเป็นเด ็ก ... นึกถึงตอนที่เธอ เตโช และสังคีต ยังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานในป่าพฤกษายักษ์ นึกถึงปู่บาล ผู้ใหญ่บ้านเผ่าพืชผู้แสนใจดี ที่เล่านิทานและตำนานสนุกๆให้ฟังเสมอ .....นิทานที่บางครั้ง แม่ของเธอก็เล่าให้ฟังก่อนนอน นิทานที่ทุกครั้งจะจบลงอย่างมีความสุข .....ครั้งนี้.....ก็คงจะเป็นอย่างนั้น ใช่มั้ย?....... ... ความคิดของพิชญาณาค่อยๆหยุดลง สติของเธอลางเลือนลงเรื่อยๆ ในที่สุด หญิงสาวก็ฟุบหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า..... __________________________________________________ _________ ~ เช้าวันรุ่งขึ้น ~ ...ณา...หนูณา...หนูพิชญาณา ...เสียงอันคุ้นเคยกำลังเรียกชื่อเธอดังอยู่ใกล้ๆ ปลุกเธอให้ตื่นจากนิทรารมณ์ ...พิชญาณาค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ อย่างงัวเงีย และหันไปมองทางต้นเสียง ...ลุงอาทิตย์ยืนอยู่ตรงนั้น กำลังย่อตัวลงมาปลุกเธออยู่... .......ทันใดนั้น เหมือนประตูแห่งความทรงจำ ที่ปิดล็อคอยู่เมื่อคืนของพิชญาณา ถูกเปิดออกโดยมีภาพของลุงที่เธอเห็นเป็นกุญแจ ...ความทรงจำไหลทะลักเข้าสู่สมอง เป็นเรื่องของคุณน้าเรวดี ภรรยาของลุงที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้ว... สติของพิชญาณากลับมาตื่นตัวเต็มที่ ราวกับความง่วงเมื่อกี้เป็นเรื่องโกหก... สาเหตุที่โชเลือดกำเดาออกมากขนาดนั้น สาเหตุที่เขาล้มลงหมดสติไป สาเหตุสำคัญมากๆที่ตอนนี้เธอนึกออกแล้ว แต่ว่า... ถ้าเป็นเพราะเหตุนั้นล่ะก็... โชอาจ... เป็นอะไรไป หนูณา สีหน้าไม่ดีเลย แล้วทำไม ถึงมานอนฟุบอยู่ข้างเตียงของโชมันอย่างนี้ ... มีเรื่องอะไรรึเปล่า? ... ลุงอาทิตย์ถาม ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด คือว่า... โชเค้า... ป่วยน่ะ ป่วย? เป็นโรคอะไรรึ? หนูณา ไม่... ไม่รู้ ณาว่าลุงตรวจเองจะดีกว่า... ...พิชญาณาตอบกลับไป แต่ความจริงเธอรู้แล้วว่าโชเป็นโรคอะไร เพียงแต่เธอยังไม่แน่ใจ และยังไม่กล้าพอที่จะแน่ใจด้วย .......เมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้น อาทิตย์จึงเดินเข้าไปตรวจอาการของเตโช อืม... มีไข้ การหายใจไม่เป็นปกติ แล้วก็ดูหน้าซีดมากเลย... ก่อนลุงจะกลับมา ได้ทำอะไรไปบ้างแล้วรึเปล่า? ...ลุงอาทิตย์ถามขึ้น หลังจากดูอาการของเตโชอยู่พักใหญ่ๆ ก็มีให้ยาลดไข้ แล้วก็... เช็ดเลือดกำเดา... .......สีหน้าของลุงอาทิตย์ เปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินเรื่องเลือดกำเดา ... ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากการคาดการณ์ของพิชญาณาซักเท่าไหร่ เพราะอาการของเตโชในขณะนี้ มันชวนให้นึกถึงอาการของคุณน้าเรวดี ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้ว... ณาคิดว่า... คุณลุงควรจะตรวจเลือดของเตโชด้วย... ...พิชญาณาพูด พร้อมกับส่งเครื่องมือสำหรับเก็บตัวอย่างเลือด ให้หมออาทิตย์ .......ทักษะการตรวจเลือดด้วยเวทมนตร์ เป็นสิ่งที่หมอทุกคนบนดาวฟีลโซลจำเป็นต้องเรียน ...หลักการสำคัญของทักษะนี้ก็คือ การเปรียบเทียบระหว่างเลือดของผู้ป่วย และเลือดของคนปกติที่มีกรุ๊ปเลือดเดียวกัน โดยอาศัยเวทมนตร์ เป็นตัวแยกความแตกต่างที่สำคัญ เพื่อบ่งชี้ว่า สิ่งแปลกปลอมที่มีในเลือดผู้ป่วย แต่ไม่มีในเลือดของคนปกติคืออะไร ... หลังจากนั้น จึงมาวินิจฉัยว่า สิ่งแปลกปลอมที่พบ คือสาเหตุของโรคหรือไม่ และส่งผลต่อตัวผู้ป่วยในระดับไหน ... ซึ่งเป็นกระบวนการอันซับซ้อนที่ต้องอาศัยความรู้และป ระสบการณ์ .......พิชญาณาหวนนึกไปถึงสิ่งที่ปู่บาลเคยเล่าให้ฟัง ว่าในยุคสมัยที่ดาวดวงเก่ายังเจริญรุ่งเรือง มีเครื่องมือชนิดหนึ่งที่เรียกว่า กล้องจุลทรรศน์ ซึ่งเราสามารถใช้ในการตรวจเลือดได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่มองผ่านมันเท่านั้น ... แต่ว่า เครื่องมือนี้ก็ได้สูญหายไปกับกาลเวลา ผุพังไปพร้อมๆกับดาวดวงเก่า จนเหลือเพียงแค่ตำนาน ที่เล่าขานกันในหมู่แพทย์เท่านั้น... ผลการตรวจเลือด... เป็นยังไงบ้าง ลุง? ...พิชญาณาถามขึ้นหลังจากเวลาผ่านไปได้ซักพัก ลุงอาทิตย์วางมือจากการตรวจเลือดเตโช แล้วหันกลับมาสบตากับพิชญาณา ก่อนจะตอบว่า พบ... เซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีความผิดปกติเป็นจำนวนมาก... ... แม้จะเป็นประโยคที่ฟังดูธรรมดา ...แต่น้ำหนักของคำแต่ละคำที่ลุงอาทิตย์พูดออกมานั้น มันหนักอึ้งเสียจนพิชญาณา แทบหายใจไม่ออก นั่นหมาย... ความว่า...โช... โช เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว... ระยะสุดท้าย... ...ลุงอาทิตย์ต่อคำ ที่พิชญาณาพูดค้างเอาไว้ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขมขื่น.... _________________________________________________ ~ ปัจจุบัน ~ สถานพยาบาลอาทิตย์ หมู่บ้านภูเขาไฟ ...ขอพัก... ซักเดี๋ยวนะ... ...พิชญาณาหยุดเล่าเรื่องของเตโชชั่วคราว ... ... คอแห้งกันรึเปล่า ...เอ่อ งั้นณาไปหาอะไรมาให้ดื่มแล้วกัน พูดจบ เธอก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วเดินเข้าครัวไป ...ลุง หือ? อะไร 5 ปี นี่ทำผมพลาดอะไรไปเยอะเลยเนอะ... .......อาทิตย์รู้สึกได้ถึงความเศร้าเสียใจที่แฝงอยู่ในน้ำเ สียงของสังคีต ความเศร้าที่มีให้แก่เพื่อนสนิท ผู้ซึ่งบัดนี้ได้จากไปไกลแสนไกล ส่วนตัวอาทิตย์เอง แม้เวลาจะผ่านไปถึง 3 ปีแล้ว แต่ทุกครั้งที่เขานึกถึงเตโช ความทุกข์ระทมจากการสูญเสียครานั้นก็จะหวนกลับมาใหม่ ... แจ่มชัด ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน อื้อ... พลาดไปเยอะเลยล่ะ... อาทิตย์เอ่ยออกมาเบาเบา...
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ แก้ไขโดย Poporin : 21 Feb 2007 เวลา 11:25. |
| | |
| | #69 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | ต่อจากตอนข้างบนเลยละกันนะ (ความจริง ขี้เกียจตั้งชื่อตอนน่ะ )..........หลังจากนั้นพิชญาณาก็เดินกลับออกมาจากครัวพร้อมกับแก ้วน้ำ 3 ใบ ซึ่งวางอยู่บนถาดไม้สี่เหลี่ยมแบนๆ เธอวางถาดนั้นลงบนโต๊ะ แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมของเธอ .......... น้ำเปล่าอุ่นๆน่ะ ดื่มกันซะสิ เธอกล่าว แล้วยกแก้วน้าใบที่อยู่ใกล้มือเธอที่สุดขึ้นดื่ม .......... ................... ..........ความเงียบเข้าปกคลุมวงสนทนา ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร คนทั้งสามทำเพียงยกน้ำเปล่าขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไป ... ... 5 นาที 10 นาที ... 30 นาที... .......... เล่าต่อซะทีสิ ณา ...สังคีตเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนั้น .......... พิชญาณา วางแก้วน้ำว่างเปล่าที่ถืออยู่ลงบนโต๊ะ ...เธอถอนหายใจหนักๆ ครั้งนึง ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องต่อจากที่ค้างเอาไว้... .......... ...หลังจากวันนั้น อาการของเตโชก็ทรุดหนักลงเรื่อยๆ... ไม่ว่าทั้งณา และลุงอาทิตย์จะพยายามรักษาอย่างไร ก็ไม่ช่วยอาการของโชดีขึ้นเลย ...ทั้งที่เป็นแบบนั้น โชก็ยังทำเหมือนว่าเขาแข็งแรงดี แล้วก็ขอออกไปทำธุระที่ภูเขาไฟศิลาคำรนต่อ ...แต่ว่า ณากับลุงไม่ยอมให้ไป เพราะกลัวว่า เขาจะไปหมดสติอยู่กลางทาง แล้วทั้งณาและลุงก็ไม่รู้ว่าโชจะไปทำอะไรที่นั่น เพราะถามทีไร เจ้าตัวเขาก็ไม่ยอมตอบตรงๆซักที .......... ... ณายังจำได้ ในวันที่ช่วงเวลาของความพยายามรักษาอันไร้ประโยชน์ ผ่านไปเป็นเวลาหนึ่งเดือน ...วันอังคารที่ 27 กันยายน ...วันนั้น โชพูดมากเป็นพิเศษ... เขาชวนชั้นคุยทั้งวัน ในทุกเรื่องราวที่เราเคยประสบมาในอดีต และก่อนที่ณาจะกลับ โชก็พูดขึ้นว่า .......... ฉันคงไม่ได้เจอกับคิดอีกแล้วสิ... น่าเสียดายชะมัด .......... ไม่เอาน่าโช... นายอย่าพูดอย่างนั้นสิ นายต้องได้เจอ ... ณาตอบกลับไปแบบนั้น แล้วก็กลับบ้านไป ... ตอนนั้น ณาไม่รู้เลยว่า นั่นจะเป็นคำพูดสุดท้าย... ที่จะได้พูดกับโช .......... วันรุ่งขึ้น พอณามาถึงที่สถานพยาบาล ก็ได้พบกับลุงอาทิตย์ที่ดูร้อนรนมาก ณาเลยเข้าไปถาม และพบว่า สาเหตุมาจากการที่เตโช หายตัวไปจากสถานพยาบาล ... ณาเอง พอได้ฟังเรื่องนี้ก็ตกใจมากเหมือนกัน พวกเราจึงรีบออกตามหาโชในทันที .......... ที่ที่โชน่าจะไปนั้นมีอยู่ที่เดียว นั่นก็คือ ที่ถ้ำเสียงคำราม บนภูเขาไฟศิลาคำรน ดังนั้น ณา และลุงอาทิตย์จึงรีบมุ่งหน้าไปที่นั่น แต่ว่า พอเราทั้งคู่ไปถึง กลับไม่พบวี่แววของเตโชเลยแม้แต่น้อย .......... ตอนนั้นเอง ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นภายในถ้ำ เธอคนนั้นรูปร่างสูงโปร่ง มีผมสีส้ม และนัยน์ตาสีแดงเพลิง... ณาไม่เคยรู้จัก และไม่เคยพบหน้าเธอคนนี้มาก่อน .......... หญิงสาวผมส้ม เดินตรงเข้ามาหาเราทั้งคู่ เธอยื่นจดหมายฉบับหนึ่งมาให้ พร้อมบอกว่า .......... คงตามหาเตโชกันอยู่สิ จดหมายนี้ เค้าฝากเอาไว้ให้พวกคุณ รับไว้ด้วย ... แล้วเธอคนนั้นก็เดินหายลึกเข้าไปในถ้ำเสียงคำราม โดยไม่หันกลับมาอีกเลย .......... ณาและลุงรู้สึกสับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก เธอคนนั้นคือใคร? ทำไมถึงมีจดหมายที่โชฝากเอาไว้? ...เป็นคำถามที่จนบัดนี้ ณาก็ยังหาคำตอบไม่ได้... พวกเรา เปิดซองจดหมายออกด้วยความลังเล ไม่แน่ใจว่านี่ เป็นจดหมายที่โชฝากเอาไว้ จริงรึเปล่า แต่ว่า พอได้อ่านเนื้อความในนั้น พวกเราก็รู้ ว่าจดหมายนี้ เป็นของโชจริงๆ... .......... เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ พิชญาณาก็ยื่นจดหมายฉบับหนึ่ง ส่งให้สังคีต .......... นี่... คือข้อความที่โชฝากเอาไว้ นายเปิดอ่านเองดีกว่านะ คิด .......... สังคีตรับจดหมายนั้นมา ซองจดหมายไม่ได้ถูกปิดผนึก เขาจึงหยิบแผ่นกระดาษ ที่บันทึกข้อความจากเตโชไว้ ออกมาอ่านได้อย่างง่ายดาย ถึง พ่อ และณา ..........ผมต้องขอโทษด้วยที่แอบหนีออกมาโดยไม่บอกก่อน คงกำลังตามหาผมกันอยู่ล่ะสิ แต่เมื่ออ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว ผมขอให้เลิกตามหาผมเถอะนะ ... มีเรื่องสำคัญบางอย่างที่ผมอยากจะทำให้สำเร็จ แล้วหลังจากนั้น ผมก็คงจะไปอยู่กับแม่ ขอให้อย่าเศร้าเสียใจไปเลยนะ แล้วพ่อก็อย่าอิจฉาที่ผมได้ไปเจอแม่ก่อนล่ะ ... คุณพ่อทำดีที่สุดแล้ว ณาก็เหมือนกัน .......... พ่อต้องรักษาคนต่อไปนะ ผมรู้ คุณพ่อรักการเป็นหมอ ส่วนณา ก็คอยช่วยงานพ่อผมดีๆล่ะ ดูแลพ่อเผื่อผมด้วย แล้วก็ฝากเอาจดหมายฉบับนี้ให้คิดอ่านตอนหมอนั่นกลับม า คาดว่า หมอนั่นคงช็อกไปเลยถ้าได้รู้เรื่องนี้ ก็ฝากพ่อกับณา ช่วยเล่าเรื่องของผมให้คิดฟังหน่อยละกัน ไม่งั้นหมอนั่นคงยอมรับไม่ได้ .......... สุดท้าย เรื่องของคนที่เอาจนหมายฉบับนี้มาให้น่ะ เธอขอผมไว้ ว่าอย่าเขียนบอกในนี้ว่าเธอเป็นใคร แต่ผมรับรอง ว่าเธอไว้ใจได้ และคิดว่า พ่อกับณา คงจะได้เจอเธออีกแน่นอน .......... ผมรักพ่อ รักณา รักคิด และทุกๆคนในหมู่บ้านภูเขาไฟนะ ผมจะคอยเฝ้าดูแล คุ้มครองทุกๆคน จากที่ไหนซักแห่งพร้อมกับคุณแม่ ...ขอให้ทุกคน ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข...น้า~ ด้วยรัก จากใจจริง เตโช .......... ..........ใช้ชีวิต อย่างมีความสุข...น้า~ ... สังคีตทวนถ้อยคำสุดท้ายของจดหมายนั้นในห้วงความคิด ...เขาเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาด้วยซ้ำ ทำไมถึงต้องมีคำว่า น้า~ ด้วยนะ ...จากนั้น เขาพับจดหมายเก็บเข้าซอง และบรรจงวางมันลงบนโต๊ะ .......... คิด นายโอเครึเปล่า? ... พิชญาณาเอ่ยขึ้น หลังจากเธอเห็นสังคีตนั่งเงียบไปพักใหญ่ๆ .......... อืม โอเคสิ... ก็หมอนั่นบอกให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนี่ ...สังคีตตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่ดูฝืนๆ แต่พิชญาณารู้ดี ว่ารอยยิ้มนั้น จะกลับมาเป็นรอยยิ้มสดใส กวนประสาทได้ดังเดิมในไม่ช้า .......... แล้ว ... ตั้งแต่นั้นมา ลุงอาทิตย์ก็ไม่ยอมเก็บค่ารักษา ใช่มั้ยณา? .......... อื้อ ใช่แล้วล่ะ .......... อ๊ะ! .......... เห? มีอะไรเหรอ? ...สังคีตถาม เพราะสงสัยในท่าทีที่เหมือนจะนึกอะไรออกของพิชญาณา .......... ใช่ .... เรื่องค่ายา... .......... เอ่อ... ลุงออกไปข้างนอกนะ คนรู้จักที่ริมหมู่บ้านฝั่งโน้น เค้าชวนไปกินข้าวเที่ยงน่ะ ... อาทิตย์ชิงพูดขึ้น เพราะเขารู้ว่า พิชญาณากำลังจะนึกถึงเรื่องที่เธอพูดอยู่ ก่อนที่คิดจะมา ออกแล้ว .......... เดี๋ยวสิลุง เรื่องเก็บค่ารักษา.. ... ดูเหมือนคำพูดของเธอจะช้าไปหลายวินาที เพราะว่าตอนนี้ ลุงอาทิตย์ ออกไปจากสถานพยาบาลเสียแล้ว .......... .....จริงๆเล้ย เวลาจะพูดเรื่องนี้ทีไร เป็นต้องหาเรื่องหลบได้ทุกที ... พิชญาณาทอดสายตา มองตามลุงอาทิตย์ที่รีบเดินจากไป .......... ว่าแต่ นี่ก็เที่ยงแล้วจริงๆ นายหิวรึยังล่ะคิด .......... ยังไม่หิวหรอก อีกอย่างคงต้องรีบกลับบ้านแล้ว ป่านนี้ น้องน้ำฝนคงเป็นห่วงแย่ .......... หือ? น้องน้ำฝน? ใคร? .......... หญิงสาวที่บุพเพสันนิวาส ชักนำให้มาหลงคนเสน่ห์แรง อย่างชั้นน่ะสิ .......... แหวะ!! นายนี่นะเสน่ห์แรง น่าเชื่อตายล่ะ ....... เอางี้ ณาไปด้วยเลยละกัน ไปถามเจ้าตัวเค้าเลย น่าจะดีกว่าเชื่อคำพูดของคนหลงตัวเองอย่านาย .......... ไม่ได้หลงตัวเองซะหน่อย มันเป็นความจริงตะหาก .......... ค่า~ ค่า รู้แล้วๆ รีบไปกันเหอะ พูดจบ พิชญาณาก็ดันหลังสังคีต พากันออกจากสถานพยาบาล .......... ..... ขอบใจนะโช ชั้นเข้าใจแล้วล่ะ ความรู้สึกที่นายอยากจะบอกออกมาผ่านทางจดหมายนั้น เพราะงั้น ชั้นจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ทำให้ทุกคนมีความสุข เผื่อในส่วนของนายด้วยละกัน....... น้า~
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ แก้ไขโดย Poporin : 18 Mar 2007 เวลา 18:11. |
| | |
| | #70 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | ครึ่งตอนก่อนนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ หรือมะรืน จะเอาอีกครึ่งมาลง ไม่รู้เป็นไง แต่รู้สึกช่วงนี้ หัวสมองตีบตันแฮะ แต่ยังไงก็สู้ตายครับ ตำนานที่ 25 - ตัวแทน บ้านของสังคีต ~ หมู่บ้านภูเขาไฟ .......... พี่น้ำฝนฮะ .......... มีอะไรเหรอจ๊ะ มารุต? .......... กระดาษเย็บเล่มพวกนี้ มันน่าสนใจมากขนาดนั้นเลยเหรอฮะ ผมเห็นพี่นั่งอ่านมาเป็นชั่วโมงแล้วอ่ะ ...มารุตถาม เขากำลังเซ็งสุดๆ เนื่องจากต้องนั่งเฉยๆ มานานแล้ว .......... อืม น่าสนใจสิจ้ะ มารุตรู้มั้ย หนังสือพวกเนี้ย ส่วนใหญ่ เป็นหนังสือหายากทั้งนั้นเลยนะ ...อย่างเรื่องที่พี่อ่านอยู่นี่ ทั่วทั้งดาว มีแค่ 1,000 เล่มเท่านั้นเองนะจ้ะ ...น้ำฝนชูหนังสือเล่มที่กำลังอ่านอยู่ให้มารุตดู บนปกของหนังสือเล่มนั้นเป็นภาพของเกาะ และนางเงือกที่ถูกวาดขึ้นอย่างหยาบๆ แต่มีตัวอักษรสวยหรูเขียนชื่อเรื่องเอาไว้ว่า... ปริศนาเกาะเงือก เกาะเงือกมีจริงหรือ? เชิญร่วมไขความลับแห่งตำนานที่เล่าขานต่อๆกันมา ของชนพื้นเมืองแห่งทวีปอราตรี .......... ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่ามันน่าสนใจยังไง ...มารุตเอียงคอ มองหนังสือเล่มนั้นด้วยความฉงนสนเท่ห์ .......... ขณะนี้ น้ำฝนและมารุตกำลังนั่งอยู่ในห้องหนังสือ ... ไม่สิ ที่จริงควรเรียกว่า ... ห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยหนังสือที่ล้นออกมาจากห้องห นังสือจริงๆ ของบ้าน ... มากกว่า จากการสอบถามปู่บาลที่ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ... ด้วยฝีมือของมารุต ทำให้ทราบว่า หนังสือเหล่านี้ เป็นของสังคีตและครอบครัว ...พ่อแม่ของสังคีตนั้นเป็นนักสำรวจ เวลาออกเดินทางไปสำรวจครั้งนึงก็จะไม่กลับบ้านเป็นปี ๆ เมื่อกลับมา ก็มักจะมีหนังสือกองโต ติดไม้ติดมือกลับมาด้วยเสมอ ...เพราะการเป็นนักสำรวจนั้น จำเป็นจะต้องอาศัยข้อมูลจากที่ต่างๆมากมาย และพ่อแม่ของสังคีตเองยังเป็นคนที่รักการอ่านมากทั้ง สองคนด้วย ดังนั้น หนังสือก็เลยเต็มบ้านอย่างที่เห็นนี่ .......... นอกจากห้องรับแขกและห้องเก็บหนังสือ บ้านสังคีตก็ยังมีห้องนอนอีกสองห้อง ห้องน้ำหนึ่ง และห้องอเนกประสงค์ซึ่งเป็นห้องโล่งๆที่เปิดประตูเข้ าบ้านมาก็เจอเลย ห้องอเนกประสงค์นี้ ใช้เป็นทั้งห้องนั่งเล่น ,ห้องครัว และห้องรับประทานอาหาร ...ปู่บาลก็ขึ้นอยู่ที่กลางห้องนี้แหละ .......... ปู่บาล~ล!! ตื่น~~!! ... เสียงตะโกนโหวกเหวกของสังคีต ดังขึ้นภายนอกห้องรับแขก ...น้ำฝนปิดหนังสือที่เธออ่านอยู่ลง และเดินออกจากห้องที่เธออยู่พร้อมกับมารุต .......... โอ๊ะ! น้องน้ำฝน ไม่เจอตั้งหลายชั่วโมง คิดถึงจัง~ง ...สังคีตเอ่ยขึ้นเมื่อสังเกตเห็นน้ำฝน เขาทำท่าเหมือนจะพุ่งเข้ามากอด น้ำฝนจึงผงะถอยออกมาโดยสัญชาติญาณ แต่ความจริงเธอไม่ต้องถอยก็ได้ เพราะก่อนที่สังคีตจะเข้าถึงตัวเธอ เขาก็ถูกขัดขาล้มลงหน้าทิ่มพื้น ด้วยฝีมือของหญิงสาวผมเปียที่ยืนอยู่ข้างๆ .......... โทษที แต่นายเดินไม่ระวังเองนะ คิด ...สาวผมเปียกล่าว และเดินเข้ามาทักทายน้ำฝนและมารุต .......... หวัดดี ชั้นชื่อพิชญาณา ยินดีที่ได้รู้จักนะ ...เธอแนะนำตัวเองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม .......... สวัสดีค่ะ ชั้น น้ำฝน ณ วารีนคร ส่วนเด็กชาวปักษาคนนี้ ชื่อมารุต ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ คุณพิชญาณา .......... แหม คุณ เคิน อะไรกัน เรียกชั้นว่า ณา เฉยๆก็พ่อแล้วล่ะ ...พิชญาณาได้ฟังน้ำฝนเรียกเธอว่า คุณ แล้วรู้สึกขัดๆเขินๆ ยังไงพิกล คงเพราะตัวเธอนั้นไม่เคยถูกเรียกแบบนี้มาก่อนเลย .......... พี่ณา เรียกผมว่า โครวที่ สอง นะ ... ได้มั้ยฮะ ...มารุตแนะนำตัวเองอีกครั้งอย่างมีความหวัง น้ำฝนและสังคีตไม่ยอมเรียกเขาด้วยชื่อนั้น แต่บางที พิชญาณาอาจจะยอมเรียกก็ได้ .......... อื้อ ได้สิ โครวที่สอง ...พิชญาณาตอบ ทำเอามารุตดีใจจนกระโดดตัวลอย .......... ... เจ้าปลุกข้าขึ้นมา มีเรื่องอะไรรึ สังคีต ...ปู่บาลเอ่ยขึ้น หลังจากทุกคนทำความรู้จักกันแล้ว .......... ก็ไม่มีอะไรมากหรอกปู่ ...แค่อยากปลุกก็เลยปลุกน่ะ .......... นายอย่ากวนประสาทให้มันมากไป คิด! ...พิชญาณาเตือน ก่อนจะหันไปพูดกับปู่บาล... คือว่า ณาอยากจะคุยกับปู่เรื่องลุงอาทิตย์น่ะ ปู่ช่วยพูดกับลุงให้เค้าเก็บค่ารักษาหน่อยสิ ไม่งั้นมีหวัง ลุงอาทิตย์ได้อดตายแน่เลย .......... ........เสียใจด้วย ที่ข้าไม่อาจช่วยเจ้าเรื่องนั้นได้ ...ปู่บาลตอบ หลังจากนิ่งคิดไปพักนึง... เจ้าเองก็รู้ ว่าลุงเจ้านะ หัวรั้นขนาดไหน ข้าว่า ลุงของเจ้าคงจะไม่ยอมรับฟังคำพูดของใครทั้งนั้น .......... ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ... ปู่ช่วยพูดกับลุงก่อนซักนิดไม่ได้เหรอ? .......... ...ทุกอย่างเป็นไปตามกระแสของมัน ... ข้ามิอาจแทรกแซง .......... พูดอะไรของปู่น่ะ ...สังคีตเอ่ยขึ้นด้วยความขัดใจ... กระแสอะไร ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย ก็แค่ปู่ยอมพูดกับลุงหน่อยก็จบแล้ว ปู่นี่เรื่องมากจริง .......... ช่างเถอะคิด อย่าไปว่าปู่อย่างนั้น ... มันก็คงจะจริงอย่าที่ปู่พูด ลุงอาทิตย์คงไม่ยอมฟังหรอก ...พิชญาณาพูด ในน้ำเสียงของเธอแฝงความผิดหวังเอาไว้เล็กน้อย .......... ...พิชญาณา เจ้าอย่ากังวลเลย เมื่อใดที่ลุงของเจ้าเรียกความมั่นใจในฐานะแพทย์กลับ มาได้อีกครั้ง เมื่อนั้น เขาก็จะกลับมาเก็บค่ารักษาเอง .......... เอ่อ... ขอโทษนะคะที่ขัดจังหวะ ...น้ำฝนเอ่ยขึ้น... ลุงอาทิตย์ที่พูดถึงกันอยู่นี้คือใครหรือคะ? .......... จริงสิ น้องน้ำฝนยังไม่รู้จักสินะ ลุงอาทิตย์เป็นหมอประจำหมู่บ้าน และเป็นพ่อของโช พ่อของผู้สืบทอดจิตวิญญาณแห่งไฟน่ะ ...สังคีตตอบคำถามของน้ำฝน สีหน้าของเขาเศร้าหมองลงไปนิดหน่อย ตอนเอ่ยถึงเตโช แต่ว่าก็แค่แป๊บเดียวเท่านั้น .......... อ้าว! เป็นพ่อของผู้สืบทอดจิตวิญญาณแห่งไฟ ก็หมายความว่า เป็นผู้สืบทอดรุ่นก่อนน่ะสิฮะ ...อย่างนี้ ที่ปู่ต้นไม้บอกว่า ผู้สืบทอดตายหมดแล้วก็โกหกสิ เพราะลุงเค้ายังมีชีวิตอยู่นี่นา ...มารุตพูด .......... นั่นสิคะ... ในกรณีที่ผู้สืบทอดคนปัจจุบันตายไป สัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณก็จะมองผู้สืบทอดรุ่นที่แล้ว เป็นผู้สืบทอดคนปัจจุบันแทนนี่คะ ...อย่างสมมุติว่า เกิดอะไรขึ้นกับหนู สัญลักษณ์ แห่งจิตวิญญาณน้ำนี้ ก็จะกลับคืนสู่คุณแม่ของหนู ....... อ๊ะ...... หรือว่า..... .......... ใช่แล้ว ถูกอย่างที่เจ้าคิดนั่นแหละ ...ผู้สืบทอดจิตวิญญาณแห่งไปรุ่นก่อน ไม่ใช่อาทิตย์ แต่เป็น เรวดี แม่ของเตโช ซึ่งเธอก็ไม่อยู่บนโลกนี้แล้วเช่นกัน ...ปู่บาลกล่าว .......... ใช่จริงๆด้วย .......... ยังไงฮะพี่น้ำฝน อธิบายให้ผมเข้าใจมั่งสิฮะ .......... คือ เรื่องมันเป็นแบบนี้นะจ๊ะ มารุต ...น้ำฝนเริ่มอธิบาย... ผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณน่ะ เป็นตำแหน่งที่สืบต่อกันมาทางสายเลือด ตั้งแต่ผู้สืบทอดรุ่นแรก ซึ่งเป็นต้นตระกูล ไล่ลงมาจนถึงปัจจุบัน ...แน่นอนว่า การที่แต่ละรุ่นจะมีทายาทสืบต่อไปได้นั้น ก็จำเป็นจะต้อง แต่งงาน มีคู่ครอง ...แต่คู่ครองที่ว่านี้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนที่มีสายเลือดพิเศษใดๆ หรือพูดให้ง่ายๆก็คือ ...คุณลุงอาทิตย์ คู่ครองของคุณน้าเรวดีนั้น เป็นเพียงคนธรรมดาที่แต่งงานเข้าตระกูลมาเท่านั้น ไม่มีสายเลือดของผู้สืบทอดรุ่นแรกอยู่เลย แม้แต่นิดเดียว น่ะจ้ะ .......... อืม.... ...มารุตขมวดคิ้ว เอียงคอ ครุ่นคิดอยู่นิดนึง... ผมคิดว่า ผมพอจะเข้าใจแล้วล่ะฮะ ยังมีต่อ...
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ แก้ไขโดย Poporin : 16 May 2007 เวลา 14:11. |
| | |
| | #71 (permalink) |
| สมาชิก TG แรกเริ่ม ![]() | ผมคอยเอาใจช่วยนะครับ เรื่องนี้ผมอ่านมานานตั้งแต่มีแค่หน้าเดียวและ แต่มีอยู่ช่วงนึง(ช่วงยาวน่ะครับ)ไปบ้าเกมส์ทั้งหลาย แหล่จนลืมไปแล้วก้อมา เจอลิ้งจากไหนก้อจำไม่ได้แล้ว(อันนี้ต้องขออภัย คงเข้าข่ายขี้เกียจอ่าน)ก้อเลยกลับมาอ่านอีกทีนึงแต่ แต่งเร็วมากเลยอ่านไม่ค่อยทัน ยางไงก้อ เอาใจช่วย THE FEELSOUL เต็มที่นะครับ ป.ล. ผมคิดว่าคนแต่งเรื่องนี้น่ะ ทุ่มเทมากๆเลย ก้อขอให้โชคดีทั้งเรื่องการแต่งนิยายไปเรื่อยๆและเรื ่องการเรียนด้วยนะครับ
__________________ ปิดเทอมแล้วทำอะไรดีหว่า... ![]() ทำไมเราชอบจุด 3 จุดจังเลยเนี่ย... ![]() ![]() เอาเกมของเราคืนมา อ๊ากๆๆๆๆๆ ![]() รายชื่อ 10 เกมอันตราย ส่งเสริมให้เยาวชน ใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง ![]() |
| | |
| | #72 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | ขอบคุณมากครับ สำหรับกำลังใจ ทุกๆคนที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ เป็นกำลังใจที่ดีสำหรับผม ไม่ว่าจะอ่านเปิดเข้ามาดูผ่านๆ หรือติดตามอ่านอย่างจริงๆจังๆ ผมก็ดีใจครับ นิยายเรื่องนี้ก็ลงมาได้เกือบ 1 ปีแล้ว ก็อัพเดทเร็วบ้าง ช้าบ้าง มากบ้าง น้อยบ้าง เนื้อเรื่องก็ดำเนินมาได้ ประมาณ 1 ใน 3 แล้วล่ะ ช่วงปิดเทอมนี้ ผมก็ลองย้อนๆกลับไปอ่านตอนแรกๆดู แล้วก็ได้มีการแก้ไข ไปบ้าง บางจุดเล็กๆน้อย ก็ทยอยๆ แก้ไปเรื่อยๆครับ รวมทั้งการจัดหน้าด้วย แต่ว่า เนื้อเรื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนไปหรอกนะครับ วันนี้ ก็อัพเดทกันอีกนิดนึง เนื้อเรื่องช่วงนี้ ไม่ค่อยจะโลดโผนซักเท่าไหร่ แต่ก็ขอให้ช่วยติดตามกันหน่อยละกันนะครับ ......... .....พูดถึงผู้สืบทอด ข้าเองก็มีเรื่องอยากจะคุยกับพวกเจ้าอยู่เหมือนกัน .. ปู่บาลกล่าว .. ข้าจะให้ พิชญาณา เป็นผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณไฟ แทนเตโช .......... ........................ ..สิ้นเสียงทุ้มต่ำของผู้ใหญ่บ้านเผ่าพืช ความเงียบก็เข้าแทนที่ แต่ละคนมีเหตุผลที่ยังไม่พูดแตกต่างกันไป ..พิชญาณาเพราะยังตั้งตัวไม่ทัน เลยไม่รู้จะตอบอะไร .. สังคีต เพราะแปลกใจ เลยยังพูดไม่ออก .. น้ำฝน ยังไม่พูด เพราะกำลังรอดูท่าทีของพิชญาณา ..ส่วนมารุต กำลังคิดอยู่ว่า พูดเรื่องอะไรกันเนี่ย? .......... เป็นไปไม่ได้หรอกปู่!! ..สังคีตพูดขึ้นคนแรก หลังจากผ่านไป 4 วินาที .. เมื่อกี้น้องน้ำฝนก็เพิ่งจะบอกไปว่าผู้สืบทอดต้องเป ็นคนในตระกูลที่มีสายเลือดของรุ่นแรก แล้วณาก็ไม่ใช่ญาติของโชซะหน่อย จะไปเป็นผู้สืบทอดได้ไง!? .......... นั่นสิ ..พิชญาณาพูดขึ้นเป็นคนที่สอง.. อีกอย่าง ทำใต้องหาคนมาแทนโชตอนนี้ด้วยล่ะ ตัวสัญลักษณ์แห่งไฟเองก็เก็บอยู่ปลอดภัยดีโดยไม่ต้อง มีผู้สืบทอดคอยดูแลมาตั้ง 3 ปีแล้วนี่ ไม่เห็นจำเป็นเลย .......... จำเป็นสิคะ ..น้ำฝนพูดขึ้นเป็นคนที่สาม.. เพราะเวลาที่บรรดารุ่นแรก สัญญาไว้กับผู้นำพา ได้มาถึงแล้ว .......... เวลา...? หมายถึงคำสัญญาในตำนานนั่นน่ะเหรอ ...ที่ว่าให้ผู้สืบทอดนำสัญลักษณ์มารวมกัน เมื่อความมืดมิดจะชโลมย้อมดวงดาว... .......... ใช่แล้วล่ะค่ะ .......... แต่... เธอ รู้ ได้ยังไงว่าเวลามาถึงแล้วน่ะ .......... เรื่องนั้น ก็เพราะว่า...... ..น้ำฝนค้างคำตอบไว้แค่นั้น ไม่ใช่ว่าเธอตอบไม่ได้ แต่คำถามของพิชญาณามันสะกิดใจเธอ ... นั่นสิ ชั้นรู้ได้ยังไงนะ ว่าเวลาที่ว่ามาถึงแล้ว ...เพราะเผ่าหิมะราตรีโจมตีวารีนครงั้นเหรอ? ... ไม่ใช่... ที่ชั้นรู้ก็เพราะไวท์เป็นคนบอก ..ไวท์เข้ามาบอกเราก่อนเกิดเหตุ ราวกับเขารู้ล่วงหน้า เขาบอกว่า จะเกิดสงครามซึ่งจะลุกลามใหญ่โต และนำไปสู่หายนะของดาวฟีลโซล... แล้วไวท์รู้ได้ยังไงกันนะ? ... อะไร ที่บ่งบอกว่า สงครามที่เพิ่งเริ่มนี้จะเป็นจุดจบของดวงดาว? .......... เอ่อ... เพราะว่า เกิดสงครามขึ้นแล้ว ..น้ำฝนอ้ำอึ้งตอบกลับไป .......... สงคราม!? ..พิชญาณาทวนคำของน้ำฝน เธอรู้สึกตกใจเล็กน้อย .......... คุณพิชญาณาอยู่ในหมู่บ้านนี้ตลอดอาจจะยังไม่ได้ข่าว ... ตอนนี้ เผ่าหิมะราตรี ได้ทำลายคำสัญญาที่จะไม่รุกรานซึ่งกันและกันลง แล้วเข้าโจมตีวารีนคร ...ใช้เวลาเพียงแค่สามวัน วารีนครก็ ...... แตกพ่าย ......และตกอยู่ในการปกครองของเผ่าหิมะราตรี... .......... สงคราม เป็นบ่อเกิดของอารมณ์อันรุนแรง ..ปู่บาลกล่าว .. เมื่อมันลุกลามออกไปก็จะส่งผลทางด้านลบต่อสภาพจิตขอ งผู้คน สิ่งที่จะช่วยชำระล้างจิตใจอันย่ำแย่จากผลของสงครามก ็มีเพียงพลังของสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณเท่านั้น .......... เรื่องนั้น ณาก็เข้าใจ... แต่ณาไม่มีเชื้อสายของรุ่นแรกเลย แล้วอย่างนี้ สัญลักษณ์แห่งไฟ จะยอมรับณาเป็นผู้สืบทอดเหรอ? .......... ถ้าเป็นเจ้า ซึ่งเป็นเพื่อนที่ใกล้ชิด และรู้จักโชดีกว่าใครล่ะก็ ... มันอาจจะเป็นไปได้ .......... อาจเป็นไปได้งั้นเหรอ? ..สังคีตเอ่ยขึ้น.. แสดงว่าปู่เองก็ยังไม่มั่นใจ แล้วอย่างงี้จะรู้ได้ยังไงล่ะว่าสัญลักษณ์แห่งไฟ ยอมรับณาเป็นผู้สืบทอดจริงๆ .......... เรื่องนั้น ผมจะอธิบายเอง ..เสียงพูดของชายคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับประตูบ้านที่เปิดออก!
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ |
| | |