| | #47 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | ตำนานที่ 15 - สมาชิกใหม่? 3 วันต่อมา ~ อัคคีนคร : โรงแรมทวาทศ .....น้ำฝนรู้สึกตัวขึ้นบนเตียง ในห้องของเธอที่โรงแรมทวาทศ เธอขยับตัวเพื่อที่จะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับมีมือของใครบางคน จับเธอให้นอนลงตามเดิม อย่าเพิ่งลุก คุณน้ำฝน นอนพักซักพักนึงก่อน ..ไวท์ที่นั่งอยู่ข้างเตียงน้ำฝนพูดขึ้น .......ไวท์........ ...น้ำฝนพูดออกมาได้เพียงแค่นั้น เธอรู้ว่าไวท์เป็นคนช่วยเธอเอาไว้ แต่ตอนนี้ หัวสมองของเธอมันเบลอไปหมด จนคิดคำพูดไม่ออกเลย พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันแล้ว ฉะนั้น วันนี้คุณน้ำฝนพักผ่อนให้เต็มที่เถอะ ...พูดจบ ไวท์ก็ลุกจากข้างเตียง และเดินออกจากห้องไป .....น้ำฝนนอนมองดูไวท์ เดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ ความจริง เธออยากให้เขานั่งอยู่ข้างๆเธอต่อ อีกซักพักนึงก็ยังดี แต่เธอก็ไม่ได้พูดออกไป เธอไม่เข้าใจเลย ว่าทำไม ไวท์ต้องคอยทำตัวออกห่างคนอื่นแบบนี้เสมอ ทั้งที่จะต้องเดินทางไปด้วยกันแท้ๆ เหอ เหอ เหอ ฟื้นแล้วรึ แม่หนูน้อย ...คูณยายผู้ดูแลโรงแรมทวาทศ เปิดประตูห้องของน้ำฝนเข้ามา อ๊ะ.....คะ....คุณยาย เหอ เหอ เหอ ยายเอาข้าวต้มร้อนๆ มาบริการให้เป็นกรณีพิเศษน่ะ แม่หนูน้อยต้องขอบใจ พ่ออัศวินเกราะขาวนั่นนะ เหอ เหอ คุณยายพูด พลางวางถาดข้าวต้ม ลงบนโต๊ะข้างเตียง ไวท์น่ะเหรอคะ? เหอ เหอ ใช่แล้วล่ะ พ่อหนุ่มคนนั้นน่ะ คอยดูแลหนู ตลอดสามวัน ที่หนูสลบไปเลยนะ เหอ เหอ นี่หนู.....สลบไปสามวันเชียวเหรอคะ? ...น้ำฝนถามคุณยาย เหอ เหอ เหอ ใช่ๆ สามวัน เหอ เหอ ยายว่า ยายไม่กวนแม่หนูน้อยแล้วดีกว่า เดี๋ยวแม่หนู ก็ลุกขึ้นมากินข้าวต้มเองละกันนะ เหอ เหอ เหอ ... แล้วคุณยายผู้ดูแลโรงแรม ก็เดินออกจาห้องไป .....น้ำฝนค่อยๆลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ และหยิบชามข้าวต้มข้างๆเตียง ขึ้นมาตักทาน ข้าวต้มร้อนๆนี้ ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมากทีเดียว ...ระหว่างที่กินข้าวต้ม น้ำฝนก็สังเกตเห็นว่า ตอนนี้ เธออยู่ในเสื้อผ้าชุดใหม่แล้ว และนั่น ก็ทำให้เธอนึกถึงคำพูดของคุณยายขึ้นมา (.......ไวท์ดูแลฉันตลอดสามวันที่ฉันสลบไป......รึว่ า......รึว่า!....คนที่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ชั้นคือ... ไวท์!!) คิดแล้ว น้ำฝนก็หน้าแดงก่ำ เป็นลูกตำลึง.. ----------------------------------------------------------------------------------------------------- ย่านการค้า : ร้านเครื่องดื่มร้อยแก้ว สาขาอัคคีนคร อิจฉาไอ้หมอนั่นจริงว้อย~ย! มันได้เปลี่ยนเสื้อผ้าของน้องน้ำฝนด้วย~ย!! ...สังคีตพูดเสียงดัง พลางเอามือทุบโต๊ะดังปัง! อิจฉาทำไมอ่ะ? สังคีต ก็แค่เปลี่ยนเสื้อผ้า? ..มารุตถาม อย่างใสซื่อบริสุทธิ์ เด็กอย่างแก ไม่มีวันเข้าใจหรอก~ก ..สังคีตพูดพร้อมน้ำตา .....สังคีตก็คือ ชายผมแดงที่น้ำฝนเจอในตู้เสื้อผ้า หรือที่มารุตเคยเรียกว่า นายโรคจิตนั่นแหละ เขาเป็นชายผิวคล้ำ มีผมสีแดงและนัยน์ตาสีดำ รูปร่างสันทัด สูงกว่าน้ำฝนเพียงเล็กน้อย มีอายุประมาณ 22 ปีได้ แต่ไวท์นี่ก็เก่งจริงๆนะ ใช้เวทมนตร์ รักษาพี่น้ำฝนได้ง่ายๆเลย ..มารุตพูด ไม่...นั่นไม่ใช้เวทมนตร์หรอก ..สังคีตทำหน้าเครียดทันที (อะ....เปลี่ยนอารมณ์เร็วจังวุ้ย) มารุตคิด ไม่มีเวทมนตร์แขนงไหนบนดาวฟีลโซล ที่จะสามารถรักษาบาดแผลได้หรอก ..สังคีตพูด อ้าว? ถ้าไม่ใช่เวทมนตร์ แล้วอะไรล่ะ? ..มารุตถามอย่างสงสัย ชั้นเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ ...แต่ชั้นคิดว่า ความสามารถของไอ้หมอนั่น น่าจะเป็นการควบคุม และเปลี่ยนรูปร่างของสิ่งที่สัมผัส ได้อย่างสมบูรณ์ สังเกตได้จากการที่หมอนั่น เปลี่ยนปลอกแขนเหล็ก ให้กลายเป็นโซ่ได้ยังไงล่ะ ..สังคีตตอบ ??อะไรของนาย? ไม่เห็นเกี่ยวกับการที่รักษา พี่น้ำฝนได้เลยนี่? เกี่ยวสิ ความสามารถที่หมอนั่น ใช้ในการรักษาน้องน้ำฝน ก็คงเป็นความสามารถ ในการควบคุมนี่แหละ .... แต่ทำยังไง ชั้นเองก็ไม่รู้ บอกได้แน่ๆอย่างเดียว นั่นไม่ใช่เวทมนตร์ชัวร์ เพราะไม่มีการรวมจิต ทำสมาธิเลย ..............โห~ นายนี่ก็รู้อะไรเยอะเหมือนกันนะ ตอนแรกนึกว่าจะเป็นแค่ ไอ้โรคจิตธรรมดาๆซะอีก ..มารุตรู้สึกทึ่ง ที่เห็นสังคีตพูดเรื่องมีสาระ ออกมาได้เป็นชุดๆ ...นี่แกจะดูถูกชั้นเกินไปแล้ว ไอ้ถั่วเขียว เห็นแบบนี้ ชั้นก็เป็นถึงนักวิชาการอัจฉริยะเชียวนะ! หา~! นักวิชาการ นายเนี่ยนะ!? โกหกน่า .. มารุตอึ้งหนักกว่าเก่าเป็นเท่าตัว หึ... อึ้งไปเลยล่ะสิ ..สังคีต แย้มรอยยิ้มยียวน กวนประสาท ว่าแต่..... ถ้าน้องน้ำฝนฟื้นขึ้นมา แล้วพวกนายจะไปไหนกันต่อ? เห็นไวท์บอกว่า จะเดินทางไปที่ หมู่บ้านภูเขาไฟน่ะ ..มารุตตอบ อ้าว พอดีเลย ชั้นก็กำลังจะไปที่นั่นพอดี ทำไมล่ะ? นายก็มีธุระ ที่หมู่บ้านภูเขาไฟงั้นรึ? ..มารุตถาม ไม่มีธุระอะไรหรอก แต่ที่นั่นเป็นบ้านเกิดของชั้น แล้วชั้นก็กำลังจะกลับไป ..สังคีตอธิบาย หา~! นี่นายเป็นคนหมู่บ้านภูเขาไฟรึเนี่ย!? ..มารุตอึ้งอีกรอบ ก็ใช่น่ะสิ มีอะไรแปลกรึไง? เปล่าๆ ไม่แปลกหรอก... แค่รู้สึกทึ่งกับความบังเอิญน่ะ ..มารุตพูด ดาวดวงนี้มันก็กลมๆ มันก็ต้องมีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นบ้างอยู่แล้ว ธรรมดา ....... แต่ตอนนี้ เรากลับโรงแรมทวาทศกันก่อนดีกว่า บางที น้องน้ำฝน อาจจะฟื้นแล้วก็ได้ ..สังคีตเสนอ อืม...นั่นสิ กลับกันเหอะ ..แล้วมารุตกับสังคีต ก็เดินออกจากร้านร้อยแก้ว กลับโรงแรม ทวาทศไป ------------------------------------------------------------------------------------- เย็นวันนั้น ~ ห้องของน้ำฝน : โรงแรมทวาทศ เรียกพวกเรามารวมกันที่นี่ มีเรื่องอะไรเหรอฮะ? ไวท์ ..มารุตพูด หลังจากที่เขา เดินเข้ามาในห้อง พร้อมๆกับสังคีต เรื่องสถานที่ ที่พวกเราจะไปในวันพรุ่งนี้ ผมอยากให้ทุกคน ทำความเข้าใจให้ตรงกันอีกครั้ง ... โดยเฉพาะ คุณน้ำฝน ..ไวท์ไล่สายตา มองคนในห้องไปที่ละคน จนมาหยุดสายตาอยู่ที่น้ำฝน ..ทะ....ทำไม... ต้อง ...ดะ.. โดยเฉพาะชั้นด้วยล่ะ ..น้ำฝนพูดตะกุกตะกัก หน้าแดงขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ เพราะคุณน้ำฝน เป็นคนเดียว ที่ยังไม่รู้สถานที่ ที่เราจะไปในวันพรุ่งนี้ ..ไวท์พูดด้วยสีหน้าที่ราบเรียบตามเดิม อะ...อย่างนี้เอง ... จริงสิ ... ฝน ... สลบไปตั้งสามวันนี่นะ ..น้ำฝนก้มหน้า หลบสายตาของไวท์ เป็นเพราะเรื่องที่ไวท์ เป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ ตอนที่เธอไม่ได้สติ ทำให้ตอนนี้ น้ำฝนไม่รู้จะทำตัวยังไง ต่อหน้าไวท์เลย โธ่เอ๊ย! น้องน้ำฝนไม่ต้องอายไปหรอกน่า พี่ว่า หมอนี่มันคงเห็นเรือนร่าง ของผู้หญิงมาจนชินตาแล้วมากกว่า ถึงได้ทำเฉยแบบนี้ได้ ..สังคีตพูด ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ พลางมองไวท์อย่าง แค้นนิดๆ ปนอิจฉาหน่อยๆ ตาบ้า!! ..น้ำฝนจับหมอน ปาใส่หน้าสังคีตไปเต็มๆ แล้วนายมาเกี่ยวอะไรด้วย!? รีบกลับไปเลย ..น้ำฝนพูด เกี่ยวสิ ก็เราทางเดียวกัน เลยจะไปด้วยกันไง ..สังคีตแย้มยิ้มยียวนกวนประสาท ห๊ะ~!! ..น้ำฝนอุทาน ถ้าไม่เชื่อ ลองถามไวท์ดูก็ได้นะ ..สังคีตพูด .....จริงเหรอ?? ไวท์? ..น้ำฝนหันไปถามไวท์ โดยหวังว่าคำตอบจะเป็น ไม่จริง จริง สังคีตเป็นนักวิชาการของหมู่บ้านภูเขาไฟ เขาจะร่วมเดินทางไปกับเราด้วยในวันพรุ่งนี้ ..ไวท์ตอบ เอ๋!? นักวิชาการ!?? ..น้ำฝนหันมามองสังคีต อย่างไม่อยากจะเชื่อว่า จะมีนักวิชาการ ที่โรคจิตแบบนี้อยู่ด้วย นักวิชาการสังคีต ยินดีรับใช้ เรามาเดินทางร่วมกันอย่างสนุกสนานเถอะนะ ..สังคีตพูด และโค้งให้น้ำฝน โดยที่ยังไม่หยุดยิ้มอย่างยียวนกวนประสาท ________________________ น้ำฝน ถึงกับอึ้ง พูดไม่ออก จากนี้ต่อไป เธอจะได้มีเวลา อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ได้อย่างสบายใจอีกมั้ยเนี่ย เอาล่ะ เข้าเรื่องกันได้แล้ว ..ไวท์พูด ที่ที่พวกเราจะเดินทางไปในวันพรุ่งนี้ คือ หมู่บ้านภูเขาไฟ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในป่าทึบ บริเวณเชิงภูเขาไฟศิลาคำรน ห่างจากตัวเมืองอัคคีนครแห่งนี้ ไปทางตะวันตกประมาณ สิบหก กิโลเมตร และเนื่องจากป่าที่ล้อมรอบหมู่บ้านอยู่นั้น มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นมาก ทำให้รถม้า ไม่สามารถผ่านไปได้ ..ไวท์อธิบาย หมายความว่า... พวกเราจะต้องเดินผ่านป่านั้นไปเหรอฮะ? ..มารุตถามขึ้น ขณะที่นั่งโยกเก้าอี้อยู่หน้าโต๊ะ ใกล้ๆกับเตียงของน้ำฝน ไม่ ... พวกเราไม่จำเป็นต้องผ่านป่านั่นไปหรอก ... เพราะในโรงแรมนี้ มีทางเชื่อมไฟถึงหมู่บ้านภูเขาไฟ ได้โดยตรง ..ไวท์พูด และหันมามองสังคีต เหมือนจะให้ช่วยยืนยัน ฮึ. รู้ไปทุกเรื่องเลยนะ ..... ถูกแล้วล่ะ ที่โรงแรมนี้น่ะ มีอุโมงค์ใต้ดินที่ทอดยาวไปจนถึงหมู่บ้าน ..สังคีตพูด อุโมงค์ใต้ดิน!? ที่โรงแรมทวาทศ นี่น่ะนะ!? ..มารุตรู้สึกประหลาดใจ (...อย่างนี้นี่เอง... มิน่าล่ะ ไวท์ถึงต้องเจาะจงมาพักที่โรงแรมนี้) น้ำฝน ที่นั่งฟังการสนทนาอยู่บนเตียงคิด พรุ่งนี้เช้า ให้ทุกคนไปรวมกัน ที่บริเวณด้านหน้า เคาน์เตอร์ลงทะเบียนของโรงแรม เก็บของไปเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น เพราะเราจะกลับมาที่โรงแรมนี้อีก หลังจากได้ตัวผู้สืบทอดจิตวิญญาณ และสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณไฟ มาแล้ว ..ไวท์พูด แล้วไวท์แน่ใจเหรอฮะ? ว่าผู้สืบทอดจิตวิญญาณไฟ และสัญลักษณ์ จะอยู่ที่หมู่บ้านนั้นน่ะ ..มารุตถาม ผมมั่นใจ ..ไวท์ตอบอย่างหนักแน่น ........... เรื่องที่ผมจะบอกทุกคนก็มีแค่นี้ ...มีใครไม่เข้าใจอะไรมั้ย? ไม่มีฮะ มารุตส่ายหน้า เข้าใจแล้วล่ะค่ะ น้ำฝนพูด ......อืม .....ใช่ๆ พวกนายสองคน กลับห้องไปได้แล้วล่ะ ชั้นจะได้อยู่กับน้องน้ำฝน สองต่อสองซะที ..สังคีตพูด พลางเดินไปนั่งบนเตียง ข้างๆน้ำฝน.....แล้วถือโอกาส โอบไหล่เธอซะหนึ่งที ...โครม!! ..น้ำฝนผลักสังคีต ออกไปอย่างสุดแรง จนสังคีต เสียหลักตกจากเตียง ลงไปกระแทกพื้นเต็มๆ ..มารุต ช่วยลากหมอนี่ออกไปที ..น้ำฝนพูด ได้ฮะ พี่น้ำฝน ..มารุตลงจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ แล้วเดินมาลากสังคีตออกไป โธ่~ น้องน้ำฝนใจร้าย ~ ย ..สังคีตพูด ขณะถูกลากออกจากห้อง .......พักผ่อนให้มาก คุณน้ำฝน ..ไวท์กล่าวทิ้งท้าย และเดินออกจากห้องไป.... (เฮ้อ~ หวังว่า... นายสังคีตนั่น คงจะแค่เดินทางร่วมกับเราชั่วคราวเท่านั้นนะ) น้ำฝนคิด ... จบตำนานที่ -15-
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ |
| | |
| | #48 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | ตำนานที่ 16- ปริศนาทางเข้าอุโมงค์ ....... แสงจันทร์ยามค่ำคืน สาดส่องกระทบลงสู่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งปลูกอยู่อย่างโดดเดี่ยว แถบชานเมืองอัคคีนคร บริเวณรอบตัวบ้านนั้นเต็มไปด้วยวัชพืช ...ไม้เลื้อยนานาพันธุ์ ขึ้นปกคลุมกำแพงบ้านที่เก่าจนแตกร้าว ประตูและหน้าต่างที่เคยใช้ได้ดี บัดนี้ ผุพังจนไม่อาจเปิดปิดได้อีก หลังคาบ้านทรุดโทรม จนเป็นรูรั่วขนาดใหญ่หลายแห่ง ...สภาพบ้านที่ปรากฏให้เห็น ท่ามกลางแสงนวลยามราตรีหลังนี้นั้น คงไม่สามารถหาคำเรียกใดที่เหมาะสมไปกว่าคำว่า ..บ้านร้าง.. ได้อีกแล้ว .......แต่ว่า บนพื้นบ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่น ในบ้านร้างเก่าๆหลังนี้ กลับมีผ้าพันแผลเปื้อนเลือดที่เพิ่งถูกใช้ ทิ้งระเกะระกะอยู่บนพื้นหลายผืน ร่างของเจ้าของผ้าพันแผลเหล่านั้น นั่งพิงกำแพงอยู่บนเตียงที่เก่าคร่ำคร่า ผุพังไปแล้ว ผ้าพันแผลผืนใหม่ กำลังถูกบรรจงพันทับ ลงบนบาดแผลลึก บริเวณหัวไหล่ ที่ได้รับมาเมื่อสามวันก่อน .......เวคีกัดฟันอย่างคับแค้นใจ ขณะที่เขาพันผ้าพันแผล สามวันแล้วที่เขาหลบเข้ามารักษาตัว อยู่ในบ้านร้าง ที่เขาพบโดยบังเอิญหลังนี้ เขาทำภารกิจพลาดอีกครั้ง พลาดอย่างไม่น่าให้อภัย ...ทั้งๆที่มียักษ์ไร้ใจแห่งแดนหิมะ ..โอฮาร์ต มาช่วย แต่เขาก็ทำภารกิจไม่สำเร็จ แถมยังบาดเจ็บกลับมา แล้วอย่างนี้ เขาจะกลับไปรายงานท่านซีล ที่เมืองมืดได้อย่างไรกัน! โธ่ว้อย!~ นี่ถ้าข้าแข็งแกร่งกว่านี้ล่ะก็...!! ... เวคีพูดเสียงดังออกมาคนเดียว แล้วเขวี้ยงผ้าพันแผลที่พันอยู่ ทิ้งลงบนพื้น เพื่อระบายความคับข้องใจ หึหึ สภาพดูไม่ได้เลยนะ เวคี ...เสียงชายคนหนึ่งพูดขึ้น พร้อมๆกับที่ประตูพังๆ ของบ้านหลังนี้ถูกดันเปิดออก .....ผู้ที่เข้ามาใหม่ในบ้านหลังนี้ สวมผ้าคลุมยาวสีดำ ที่ดำมืดยิ่งกว่าความมืดมิดในยามราตรี ใบหน้าของเขาถูกซุกซ่อนเอาไว้ ภายใต้เงามืด ของฮู้ดสีดำขนาดใหญ่ เจ้าเป็นใคร!? ... เวคีถาม หลังจากที่คว้าดาบสั้น ขึ้นมาเตรียมป้องกันตัวตามสัญชาติญาณ หึหึ ข้าก็คือ มิตร ของเจ้าไงล่ะ เวคี... ชายผ้าคลุมดำตอบ มิตรงั้นรึ? ข้าจะแน่ใจได้ไง ว่าเจ้าเป็นมิตรจริงๆ ทั้งๆที่แม้แต่ชื่อเจ้า ข้าก็ยังไม่รู้ มิตรน่ะ ไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อก็ได้ ...แค่รู้ว่าไม่ใช่ศัตรูก็พอแล้ว ...ชายผ้าคลุมดำพูด พลางเดินเข้ามาใกล้เวคี อย่าเข้ามาใกล้ข้า!! ...เวคีตวัดดาบฟันอากาศเพื่อขู่ชายผ้าคลุมดำ แต่ชายผ้าคลุมดำไม่มีการผงะ หรือตกใจเลยแม้แต่น้อย เขายังคงเดินเข้าหาเวคีอย่างใจเย็น บอกว่าอย่ามาใกล้!! ...เวคีฟันดาบสั้นเข้าใส่ชายผ้าคลุมดำ แต่วา เขากลับใช้มือขวาข้างเดียว รับเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย หึ ...อย่าใจร้อน ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก ...ชายผ้าคลุมดำเอ่ย พลางทาบฝ่ามือซ้าย ลงบนบริเวณบาดแผลลึก ที่หัวไหล่ของเวคี และไม่นาน บาดแผลสาหัสที่เวคีได้รับก็หายสนิท! !!พลังแบบนี้!...มัน....!! ...เวคีมองบาดแผลที่ปิดสนิท จนแทบไม่เหลือร่องรอยของตน อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ทีนี้ ... เจ้าจะเชื่อได้รึยัง ว่าข้าคือมิตรของเจ้า ..........เจ้าต้องการอะไรกันแน่? ...แล้วทำไมเจ้าถึงได้..มีพลังแบบเดียวกับ ชายเกราะขาวนั่น!? ...เวคีถามอย่างสงสัย แต่ก็ยังไม่วายชี้ปลายดาบสั้นไปที่ชายผ้าคลุมดำ ตอบมา!! ...เวคีคาดคั้น ...ข้าตอบคำถามแน่ ..แต่เจ้าต้องลดดาบลงก่อน ...ชายผ้าคลุมดำพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน ........................ก็ได้ ...เวคีวางดาบสั้นไว้ข้างลำตัว ที่ข้ามาหาเจ้า ก็เพราะข้าต้องการนำสิ่งๆหนึ่ง มาให้เจ้าไงล่ะ เวคี สิ่งๆหนึ่ง? เจ้าเอาอะไรมาให้ข้า? ...เวคีถาม ความ 'แข็งแกร่ง' ไงล่ะ ....หึหึหึหึ ...ชายผ้าคลุมดำตอบ พร้อมเสียงหัวเราะเยียบเย็น ------------------------------------------------------------------------------------------- ช้าจริงๆเลย! สังคีตมัวทำอะไรอยู่นะ ...มารุตบ่น ขณะที่ยืนรวมกลุ่มกับไวท์และน้ำฝน อยู่หน้าเคาน์เตอร์ลงทะเบียนเข้าพัก โดยที่มีคุณยายผู้ดูแลโรงแรม นั่งอยู่ที่อีกด้านของเคาน์เตอร์ .......เช้าวันนี้ เป็นวันที่คณะเดินทาง จะออกเดินทางไปยังหมู่บ้านภูเขาไฟ โดยผ่านทางอุโมงค์ใต้ดิน ของโรงแรมทวาทศ ดังนั้น ทุกคนจึงได้มารวมตัวกันที่นี่ แต่ว่า นี่ก็ผ่านมาสิบนาทีแล้ว สังคีตก็ยังไม่มา ทั้งๆที่พักอยู่โรงแรม เดียวกันแท้ๆ แต่ก็ยังอุตสาห์มาสายได้ ผมจะขึ้นไปตามสังคีตนะฮะ พี่น้ำฝน อืม ไปเถอะจ้ะ ...น้ำฝนตอบไปแบบนั้น แต่ที่จริง เธอจะดีใจกว่ามาก ถ้าสังคีตไม่มาซะเลย .....มารุตรีบวิ่งขึ้นบันได ตรงไปยังห้องนอนของสังคีต ที่อยู่สุดทางเดินบนชั้นสอง เสียงฝีเท้าของมารุต ก้าวกระทบกับพื้นไม้เก่าๆ ของโรงแรมดังลั่น ชวนให้นึกกลัวว่า พื้นไม้นั้นจะพังลงมาเสียจริงๆ มัวทำอะไรอยู่สังคีต รีบลงไปได้แล้ว! ...มารุตเปิดประตูห้องของสังคีตเข้าไป และพบว่า สังคีตนั้น ยังคงนอนกอดหมอนอย่างมีความสุข หลับอุตุอยู่บนเตียงอยู่เลย เฮ้ย~ย!! ตื่นได้แล้ว! ตื่น! ตื่น! ...มารุตตะโกนปลุกเสียงดัง จนได้ยินลงไปถึงชั้นล่าง ทำให้สังคีตตกใจตื่น ลุกขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็ว ...เฮ้อ~อ......โธ่ จะมาปลุกไมเนี่ย กำลังฝันดีเลย... ...สังคีตมองมาทางมารุต และถอนหายใจ สังคีต นายลืมไปแล้วเหรอ ว่าวันนี้เราจะไปหมู่บ้านภูเขาไฟกันน่ะ .....เออ! จริงด้วย!! ...สังคีตอุทาน แล้วรีบลุกจากเตียง ไปจัดการธุระส่วนตัวของตนอย่างรวดเร็ว (.......เซ็งเลยแฮะ) มารุตคิด .......หลังจากผ่านไปอีกซักประมาณสิบนาที ในที่สุด ทุกคนก็มารวมตัวกันได้ครบ คุณยายผู้ดูแลโรงแรม จึงนำทุกคนมายังห้องเล็กๆห้องหนึ่ง ซึ่งอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ลงทะเบียน .......ภายในห้องนั้น มีโต๊ะกลมทำจากไม้ตัวหนึ่ง ตั้งอยู่ที่มุมห้องด้านขวา บนโต๊ะกลมค่อนข้างสะอาด มีเชิงเทียนทำจากโลหะ ดูมันวาว ตั้งอยู่ตรงกลาง ..เก้าอี้ไม้ตัวหนึ่ง ซึ่งดูเข้าชุดกันกับโต๊ะ ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโต๊ะตัวนั้น ...ที่มุมห้องด้านซ้ายมีเตียงหลังหนึ่งตั้งอยู่ ข้างๆเตียง มีโต๊ะสี่เหลี่ยมเล็กๆ ..ความสูงของโต๊ะสูงพอดีกับขอบเตียง บนโต๊ะสี่เหลี่ยมนั้น มีปากกาและสมุดวางอยู่ ...ชั้นหนังสือตั้งอยู่ริมสุด ติดผนังห้องด้านใน ..หนังสือมากมายเรียงราย อยู่เต็มชั้นหนังสือนั้น.. ฝุ่นละออง เกาะอยู่บนชั้นหนังสือ และตามหนังสือจนหนาเตอะ ...ข้างๆกับชั้นหนังสือ มีตู้กระจกที่ฝุ่นจับหนาไม่แพ้กันตั้งอยู่ ภายในตู้นั้นใส่เครื่องแก้วต่างๆ เอาไว้จนเต็ม ...ภาพวาดพร้อมกรอบภาพ แขวนอยู่บนผนัง รูปภาพในนั้น ดูเหมือนจะเป็นภาพของคุณยายผู้ดูแลโรงแรม สมัยยังสาว และครอบครัว ซึ่งภาพนั้น ก็มีฝุ่นเกาะอยู่เต็มเหมือนกัน .......คุณยายผู้ดูแลโรงแรม หยุดยืนอยู่กลางห้อง และมองไปรอบๆ เหมือนหาอะไรซักอย่าง คุณยายหันมองรอบห้องอยู่สองสามรอบ ก่อนจะพูดออกมาว่า เหอ เหอ เหอ โทษทีนะหลานๆ ดูเหมือนยายจะลืมวิธีเปิดทางเข้าอุโมงค์ ซะแล้วล่ะ อ้าว!? ไหงงั้นล่ะยาย ...มารุตอุทาน เฮ้ๆ อย่าเพิ่งตกใจไป ถึงคุณยายจะลืม แต่ก็ยังมีชั้นอยู่นี่ทั้งคน ...จริงสิ นายเป็นคนหมู่บ้านภูเขาไฟ คงรู้วิธีเปิดทางเข้าสินะ สังคีต หึ ของมันแน่อยู่แล้ว... ...สังคีตก้าวเดินตรงไปยังชั้นหนังสือ วิธีเปิดน่ะ ก็แค่หยิบหนังสือออกมาจากชั้นให้ถูกเล่ม แค่นี้เอง.. ...สังคีตพูดอย่างมั่นใจ พลางหยิบหนังสือเล่มหนึ่ง ออกมาจากชั้นหนังสือที่ฝุ่นจับหนานั้น........แต่... .......กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย... ...........................อ๊ะ ฮะๆ.. สงสัยจะหยิบผิดเล่มน่ะ ...สังคีตเก็บหนังสือเล่มเดิมเข้าไป แล้วหยิบเล่มใหม่ออกมาอีกเล่มนึง.............. ......ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนเลยฮะ สังคีต ...มารุตมองไปรอบๆห้อง ที่ยังคงสภาพเดิมทุกอย่าง เฮ้ย!? เป็นไปได้ไง ก็ชั้นจำได้ว่าต้องเป็นเล่มนี้แน่ๆนี่นา!? ...สังคีตออกอาการงงเต๊ก และเริ่มเปลี่ยนหยิบหนังสือ ออกมาจากชั้นอีกหลายเล่ม แต่ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง... เฮ้ย! มารุตอย่ายืนเฉย มาช่วยกันหาหน่อย ...สังคีตเรียก มารุตจึงเดินเข้าไปที่ชั้นหนังสือ เพื่อที่จะช่วยสังคีต แต่ระหว่างนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเครื่องแก้ว นานาชนิดที่ตั้งอยู่ในตู้ข้างๆ มารุตจึงเบนเป้าหมาย ไปยืนดูเครื่องแก้วอยู่ตู้ข้างๆแทน เฮ้ย! บอกให้มาช่วยหา ไม่ใช่ให้มายืนบื้ออยู่แบบนี้ ...สังคีตหันไปเห็นมารุตยืนนิ่งอยู่ที่ตู้ข้างๆ จึงฉุดตัวมา เพื่อให้เริ่มหาซะที .....สังคีตและมารุต ช่วยกันดึงหนังสือออกจากชั้น จนฝุ่นที่เกาะอยู่ พุ้งกระจายไปทั่ว แต่ว่า แม้ทั้งสองจะดึงออกมากี่เล่ม ก็ไม่มีทีท่าว่า ทางเข้าอุโมงค์จะเปิดเลย นี่....คุณยายคะ นึกอะไรไม่ออกเลยจริงๆเหรอคะ? ...น้ำฝนถามคุณยาย ระหว่างที่ สังคีตและมารุต ยังทำการค้นหาของพวกเขาอยู่ เหอ เหอ ที่ยายพอนึกออกก็... ยายเพิ่งเปลี่ยนกลไกเปิดประตูอุโมงค์ ไปเมื่อเดือนที่แล้วเอง กลไกมันไม่ได้อยู่ที่ชั้นหนังสือแล้วล่ะ เหอ เหอ เหอ แล้วทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่า!! ...สังคีตและมารุตที่กำลังค้นชั้นหนังสืออยู่ หันกลับมาพูดพร้อมกัน ก็พวกหลานๆ ไม่ถามเองนี่นา เหอ เหอ เหอ (....คุณยายแกลืมจริงๆเร้อ.....) สังคีตคิด แล้วพวกเราจะทำยังไงดีล่ะฮะ? ...มารุตพูด ......ไวท์..คุณมีความคิดอะไรดีๆมั้ยคะ? ...น้ำฝนถามไวท์ ......สมุดที่อยู่ข้างเตียงนั้น.. เป็นสมุดบันทึก คุณน้ำฝนลองอ่านดู อาจจะพบวิธีเปิดทางเข้าอุโมงค์ เหอ เหอ มันจะไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว ไปหน่อยเหรอ พ่อหนุ่ม ...คุณยายผู้ดูแลโรงแรม เดินไปหยิบสมุดขึ้นมาถือไว้กับตัว ไม่หรอกค่ะ คุณยายเปิดอ่านเองก็ได้ บางที คุณยายอาจจะเขียนวิธีเข้าเอาไว้ก็ได้นะคะ ...น้าฝนพูด หา? ว่าอะไรนะ? ยายไม่ได้ยิน คุณยายเปิดอ่านเอง แล้วค่อยบอกพวกเราก็ได้ค่ะ ...น้ำฝนพูดเสียงดังกว่าเดิม เหอ เหอ ไม่เอาหรอก ทำแบบนั้น พวกหนูก็รู้น่ะสิ ต้องหาทางเข้ากันเองสิ ถึงจะสนุก เหอ เหอ เหอ (อ้าว.. แบบนี้แปลว่า คุณยายกำลังแกล้งพวกเราอยู่สิเนี่ย...) น้ำฝนคิด ขณะมองคุณยายผู้ดูแลโรงแรม ยืนกอดสมุดบันทึก ยิ้มแฉ่งอย่างอารมณ์ดี จบตำนานที่ 16
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ แก้ไขโดย Poporin : 15 Oct 2006 เวลา 16:18. |
| | |
| | #49 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | ตำนานที่ -17- ปริศนาทางเข้าอุโมงค์ (2) คุณยายคะ บอกวิธีเปิดทางเข้าอุโมงค์ให้พวกเราเถอะค่ะ พวกเรามีเรื่องจำเป็น ที่จะต้องไปหมู่บ้านภูเขาไฟจริงๆ ... น้ำฝนลองขอร้องคุณยายดูอีกครั้ง เหอ เหอ วันนี้ตื่นเช้าเกินไป ยายนอนต่อดีกว่า ...พูดจบ คุณยายก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง แถมเอาสมุดบันทึกสอดไว้ใต้หมอน แล้วนอนทับอีกต่างหาก คุณยาย... ...น้ำฝนมองดูคุณยายผู้ดูแลโรงแรม ที่แกล้งทำเป็นนอนหลับไม่รู้ไม่ชี้ อยู่บนเตียง ท่าทางคุณยาย คงจะไม่ยอมบอกวิธีเปิดทางเข้าแน่ๆเลย เฮอะ! น้องน้ำฝนไม่ต้องไปใส่ใจ คนแก่เอาแต่ใจนั่นหรอก แค่ทางเข้าเดี๋ยวพี่หาให้ก็ได้ ...สังคีตพูด และเริ่มออกหากลไกเปิดทางเข้าอุโมงค์ โดยมุ่งเป้าไปที่ตู้เครื่องแก้วข้างๆ ซึ่งมารุตยืนดูอยู่ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เฮ้! อย่ายืนดูเฉยๆซี่ มารุต อื้อ ให้ช่วยหาสินะฮะ ...มารุตเปิดตู้กระจกออก แล้วหยิบเครื่องแก้วในตู้ ออกมาสำรวจกันทีละชิ้น .......มารุตมองเครื่องแก้วที่หยิบขึ้นมาสำรวจ ตาเป็นประกาย ความใสและแสงสะท้อนจากเครื่องแก้วนั้น ทำให้มารุตหลงใหลได้เสมอ ตั้งแต่มารุตเริ่มจำความได้ เขาก็รู้สึกชอบสิ่งของที่มีแสงแวววาว หรือมีความใสเป็นประกาย อย่างเช่นอัญมณีหรือพวกเครื่องแก้วเหล่านี้ สมัยที่มารุตเป็นเด็กเล็กๆ เขาชอบแอบหลบพ่อแม่ ไปเล่นที่ร้านขายเครื่องแก้ว ไม่ก็ร้านขายอัญมณีเป็นประจำ แล้วก็มักจะทำข้าวของเสียหายเพราะความซุ่มซ่าม ทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน จนโดนพ่อแม่ดุอยู่เสมอๆ แต่มารุตก็ไม่เคยเข็ด ไอ้ถั่วเขียวเอ้ย! ถ้าชิ้นนั้นมันไม่ใช่ ก็ลองเปลี่ยนดูชิ้นอื่นซี่ ยืนจ้องอยู่ได้! ...สังคีตพูดขึ้นด้วยความรำคาญ หลังจากเห็นมารุตยืนมองเครื่องแก้วชิ้นเดียว อยู่เป็นนานสองนาน ฮะ....เปลี่ยนฮะ ...มารุตตอบอย่างเลื่อนลอย พลางเอื้อมมือไปเปลี่ยนเครื่องแก้วอย่างช้าๆ .......ไวท์ยืนมองมารุต และสังคีตอยู่เงียบๆ เขาไม่คิดว่า กลไกเปิดทางเข้านั้น จะอยู่ที่ตู้เก็บเครื่องแก้ว แต่เขารู้สึกสะกิดใจกับสิ่งๆหนึ่ง ตั้งแต่ที่คุณยายบอกว่า เพิ่งจะเปลี่ยนกลไกไปเมื่อเดือนที่แล้ว สิ่งๆนั้นก็คือ ฝุ่น .......ทั้งๆที่คุณยาย เพิ่งจะเปลี่ยนกลไกไปได้แค่เดือนเดียว แต่ทำไม ตู้กระจก, ชั้นหนังสือ และภาพวาด กลับมีฝุ่นจับหนาเตอะ เหมือนไม่มีใครได้ใช้มาเป็นปีๆ แสดงว่า คุณยายไม่ได้ยุ่งกับสามอย่างนี้เลย ในเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา และเมื่อคุณยายไม่ได้แตะต้อง กลไกเปิดทางเข้าจึงไม่ได้อยู่ที่ของสามอย่างนี้แน่นอ น ดังนั้น สิ่งที่น่าจะมีกลไกเปิดทางเข้าอุโมงค์ ก็จะเหลือแค่โต๊ะกลมและเตียงเท่านั้น สังคีต , มารุต กลไกเปิดอุโมงค์ ไม่ได้อยู่ที่ตู้กระจก.. ...ไวท์พูดขึ้น หือ? นายแน่ใจเรอะ? ...สังคีตหันมาพูด ขณะที่ มือข้างหนึ่ง ถือตุ๊กตาแก้วรูปสุนัข ส่วนอีกข้าง ถือลูกแก้วกลมๆใสๆ ขนาดประมาณฝ่ามือ ผมมั่นใจ เหรอ? งั้นอยู่ที่ไหนล่ะ ...สังคีตเก็บตุ๊กตาแก้วรูปสุนัข และลูกแก้วเข้าไปในตู้ ส่วนมารุตยังคงยืนดูตุ๊กตาแก้วรูปนกที่ถืออยู่ อย่างไม่วางตา .......ที่โต๊ะกลม ...ไวท์ตอบ ที่โต๊ะกลมนี่เรอะ?... ดูธรรมดาจะตาย มันจะมีกลไกอยู่แน่เร้อ ...สังคีตเดินเข้ามาดูโต๊ะกลมตัวที่ว่า ก่อนจะลองขยับโต๊ะตัวนั้นดู แต่... ฮื้ด~ด ...เฮ้ย! ทำไมไม่ขยับเลยฟะ! โต๊ะมันคงไม่ชอบหน้าสังคีตมั้งฮะ เลยไม่ยอมขยับ ...มารุตที่เพิ่งเก็บตุ๊กตาแก้วรูปนกเข้าตู้ไป พูดขึ้น โป๊ก! โอ้ย! เขกหัวผมไมอ่ะ สังคีต ผมแค่พูดอย่างที่คิดเอง ...มารุตเอามือลูบหัวที่โดนสังคีตเขกป้อยป้อย ความคิดแก มันทำคนอารมณ์เสียเฟ้ย! .....นี่.....ฝนว่า มันแปลกนะคะที่โต๊ะไม้ธรรมดา แบบนี้ เคลื่อนย้ายไม่ได้.... กลไกเปิดอุโมงค์ ต้องอยู่ที่โต๊ะตัวนี้แน่เลยค่ะ ...น้ำฝนพูด อ๊ะ! จริงด้วยสิ แหม น้องน้ำฝนนี่ฉลาดจริงๆเลย ...สังคีตพูดอย่างอารมณ์ดี (...อารมณ์เปลี่ยนเร็วอีกแล้ววุ้ย) มารุตคิด ...ว่าแต่ ไวท์รู้ได้ยังไงคะ ว่ากลไกเปิดทางเข้าอุโมงค์ อยู่ที่โต๊ะตัวนี้ ...น้ำฝนไม่สนใจสังคีต หันไปพูดกับไวท์แทน ......เพราะว่า... เพราะว่า ยายนอนอยู่บนเตียง ใช่มั้ยล่ะ พ่อหนุ่ม ...คุณยายผู้ดูแลโรงแรม พูดขัดขึ้นมา เอ๋? หมายความว่าไงคะ คุณยาย ...น้ำฝนหันมามองคุณยาย ซึ่งตอนนี้ เปลี่ยนท่า มานั่งท้าวคางอยู่บนเตียงแทน ให้พ่อหนุ่มเกราะขาวคนนั้น อธิบายจะดีกว่า เหอ เหอ เหอ ......เพราะว่า... การที่คุณยายแกล้งทำเป็นหลับบนเตียงนั้น เป็นการบอกใบ้ว่า กลไกไม่ได้อยู่ที่เตียง พูดอะไรไร้สาระน่า กะแค่คนแก่หัวดื้อนอนเล่นบนเตียง มันบ่งบอกตรงไหน ว่ากลไกไม่ได้อยู่ที่นั่น ...สังคีตขัดขึ้น หือ? เมื้อกี้ ใครว่ายายเป็นคนแก่หัวดื้อ เหอ นั่นสิ นั่นสิ เมื่อกี้ใครว่ายายเหรอ? บอกผมมาสิ เดี๋ยวจัดการให้ ...สังคีตแกล้งพูด พลางแย้มยิ้มยียวนกวนประสาท เหอ เหอ กวนนักนะเอ็ง! ...คุณยายลุกจากเตียง เดินข้ามห้อง มาเขกกบาลสังคีตเข้าให้ โป๊ก เบ้อเร่อ ฮึ... คราวนี้รู้รึยังล่ะ ว่าโดนเขกหัวน่ะ มันเจ็บนะฮะ ...มารุตที่อยู่ข้างๆสังคีตพูดขึ้น แก....เงียบไปเลย! ...สังคีตลูบหัวตัวเองป้อยป้อย เอ้า อธิบายต่อได้ พ่อหนุ่ม เหอ เหอ .....การที่คุณยายแกล้งหลับ ทำให้ผมคิดได้สองกรณีคือ หนึ่ง เพื่อขัดขวางไม่ให้พวกเราหาที่เตียง เพราะกลไกอยู่ที่นั่น และสอง คือพวกเราไม่ต้องหาที่เตียง เพราะที่นั่นไม่มีกลไก แต่ว่า คุณยายนั้น จงใจที่จะให้พวกเราหากลไกกันเอง และไม่คิดขัดขวางการหาของพวกเราแต่แรกแล้ว ดังนั้น ความคิดที่หนึ่งจึงตกไป เหลือเพียงความคิดที่สอง คือ กลไกไม่ได้อยู่ที่เตียงเท่านั้น ...ไวท์อธิบาย อืม... วิเคราะห์ได้ตรงจุดดี ฉลาดนี่ พ่อหนุ่ม เหอ เหอ เหอ แต่ว่า... ถึงจะรู้ว่ากลไกอยู่ที่ไหนแล้ว แต่ยายก็ไม่บอกหรอกนะ ว่าเป็นกลไกยังไง เหอ เหอ ............... ไวท์มองสำรวจโต๊ะกลมตัวนั้นอีกครั้ง เชิงเทียนโลหะที่วางอยู่กลางโต๊ะนั้น ดูน่าสงสัยไม่น้อย เขาจึงเอื้อมือออกไปหยิบเชิงเทียนนั้นขึ้นมา แกร๊ก ... เสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างถูกปลดล็อคดังขึ้น ทันทีที่เชิงเทียนถูกหยิบออกจากโต๊ะ แกร๊ก?? ...มารุตพึมพำทวนเสียงที่ได้ยิน แกร๊ก? ...แกร๊กแล้วไง ไม่เห็นเกิดไรขึ้นเลย? ...สังคีตมองไปรอบห้อง พลางเอามือค้ำโต๊ะกลมไว้ข้างหนึ่ง แต่ว่า พอสังคีตทิ้งน้ำหนักตัวลงไปบนมือข้างนั้น พื้นโต๊ะกลมก็เริ่มหมุน ตามน้ำหนักตัวของสังคีตทันที! เหวอ!? ...สังคีตเสียหลักล้มลง เพราะขาดที่ค้ำยัน ....เฮ้ สังคีต ดูสิเจอทางเข้าแล้วล่ะฮะ .......พื้นไม้บริเวณกลางห้องเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นช่องทางลับที่ทอดลึกลงไปใต้ดิน มารุต เดินลงไปตามทางลับนั้น แสงจากภายในห้อง ส่องลงมาให้มองเห็นได้เพียงสลัวๆ อุโมงค์ยาวดำมืด ปรากฏขึ้นตรงหน้า เมื่อมารุตลงบันไดมาจนสุด เหอ เหอ เหอ แล้วก็เจอทางเข้ากันจนได้ ดีใจด้วยนะ หลานๆ เหอ เหอ ...คุณยายผู้ดูแลโรงแรม เดินตามลงมา และหยิบคบเพลิงบนผนังอุโมงค์มาจุดไฟ นี่สินะคะ อุโมงค์ที่ทอดยาวไปสู่หมู่บ้านภูเขาไฟ ...น้ำฝนพูดขึ้น หึ นี่ล่ะฝีมือของชั้น นักวิชาการอัจฉริยะ สังคีต ทางลับแค่นี้น่ะ หาเจออยู่ง่ายๆแล้ว เอ...แต่ผมว่า คนที่เจอน่ะ ไวท์ไม่ใช่เหรอฮะ? ...มารุตพูด มารุต นายนี่ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยนะ ที่ไวท์มันรู้ได้น่ะ ก็เพราะสังคีตคนนี้ กระซิบบอกไงล่ะ หึหึ ว้าว! จริงเหรอฮะ สังคีตนี่เยี่ยมจริงๆ ...มารุตพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นชื่นชม ต้องเยี่ยมอยู่แล้ว ก็ชั้นมันอัจฉริยะนี่นา ฮ่าๆๆ ...สังคีตหัวเราะชอบใจ นี่สังคีต นายเลิกหลอกเด็กได้แล้ว , มารุต เธอก็อย่าไปเชื่อ หมอนี่น่ะ ไม่รู้อะไรหรอก ...น้ำฝนพูด แหม น้องน้ำฝน คนฉลาดน่ะ ไม่จำเป็นต้องแสดงออกว่ารู้ไปซะหมดทุกเรื่องหรอกนะ งั้นเหรอ แล้วที่ไปค้นตู้หนังสือและตู้เครื่องแก้วอยู่เป็นนาน นั่นล่ะ หมายความว่าไง? เอ่อ...คือ..เรื่องนั้น.. ...สังคีตแกล้งลากเสียงพูดยาวๆ ขณะที่พยายามคิดหาข้อแก้ตัว ........ทุกคน..... ไปกันได้แล้ว ...ไวท์รับคบไฟมาจากคุณยาย และออกเดินนำไปในอุโมงค์ ....ใช่ๆ ไปกันได้แล้วล่ะ , เฮ้ย!มารุต เดินมาเร็ว ...สังคีตเรียกมารุต แล้วรีบเดินตามไวท์ไปอย่างรวดเร็ว จริงๆเลยน้า... งั้นหนูไปก่อนนะคะ คุณยาย ...น้ำฝนพูด เหอ เหอ โชคดีนะ ...เออ แล้วขากลับ ให้เอาคบเพลิงใส่กลับเข้าที่กำแพง แล้วหมุนไปทางขวาสามรอบ ประตูก็จะเปิดให้เอง เหอ เหอ เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณยาย ...แล้วน้ำฝนก็เดินตามทุกคนไปในอุโมงค์ เหอ เหอ ไปกันหมดแล้ว อยู่คนเดียวอีกแล้วสิเรา เหอ เหอ เหอ ...คุณยายผู้ดูแลโรงแรม พูดกับตัวเอง ก่อนที่จะเดินกลับขึ้นไปยังห้องด้านบน และปิดทางลับลง... จบตำนานที่ -17-
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ |
| | |
| | #51 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | คือ ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ช่วยๆ คอมเม้นต์ หน่อยนะครับ จะติ จะชมไม่ว่ากัน อย่างเช่น เรื่องกลไก เปิดทางเข้าอุโมงค์เนี่ย มันดูเด็กๆ ไปมั้ย? หรือว่า ผมมีอธิบายเนื้อหาอะไรส่วนไหนที่มันอ่านดูแล้วขัดๆ บ้างรึเปล่า? ขอขอบคุณสำหรับคำคอมเม้นต์ล่วงหน้านะครับ
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ |
| | |
| | #52 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | ตำนานที่ 18 : รถราง - หมู่บ้าน - ต้นไม้ .......เปลวไฟในคบเพลิง ส่องให้เห็นทางห่างออกไปได้เพียงไม่กี่เมตร ผนังดิน เรียบแน่น ดูแข็งแรง ที่ปรากฏให้เห็น บ่งบอกได้ชัดเจนว่า อุโมงค์นี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างดีเพียงไร .....ไวท์ , น้ำฝน , มารุต และสังคีต เดินตามทางในอุโมงค์นี้มาได้ซักพักนึง ทั้งสี่ก็ได้พบกับ รางรถไฟเล็กๆ ทอดยาวตรงออกไปตามพื้นอุโมงค์ มีรถโบกี้เล็กๆ แบบที่ใช้กันในเหมืองคันหนึ่ง จอดอยู่บนนั้น โชคดีแฮะ รถอยู่ที่ปลายด้านนี้พอดี ...สังคีตเดินนำทุกคน เข้าไปสำรวจสภาพของรถโบกี้คันนั้น ล้อ , เบรก , ที่นั่งโดยสาร และคันโยกสำหรับขับเคลื่อน ทุกอย่างยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมใช้งานได้เสมอ ดีจังเลยนะฮะ พี่น้ำฝน แบบนี้ก็ไม่ต้องเดินตลอดทั้ง 16 กิโลฯแล้ว... มารุตพูด จ้ะ ดีจริงๆเลย ...น้ำฝนรู้สึกดีใจ การได้นั่งรถรางแทนที่จะต้องเดินนั้น คงทำให้เธอผ่านอุโมงค์นี้ไปได้เร็วขึ้น เพราะเธอไม่ชอบบรรยากาศมืดๆทึบๆ ในอุโมงค์นี่เลย ถึงแม้จะมีแสงจากคบเพลิงก็เถอะ .......รถโบกี้คันนั้น สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้สี่คนพอดี ทุกคนจึงขึ้นไปนั่ง แล้วรถก็แล่นออกไป ...ความเร็วของรถรางค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนคงตัวอยู่ที่ความเร็วระดับนึง ซึ่งเร็วพอสมควรทีเดียว หลังจากที่รถรางวิ่งออกมาได้ประมาณยี่สิบนาที ...ผนังดินที่เห็น ก็ค่อยๆเปลี่ยนไป จากผนังดินเรียบๆ เป็นผนังดินที่มีรากไม้ชอนไชอยู่ และยิงรถวิ่งไปเรื่อยๆ รากไม้ที่เห็นตามผนัง ก็ค่อยๆเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ตอนนี้พวกเรา กำลังอยู่ใต้ป่าทึบที่ล้อมรอบหมู่บ้านภูเขาไฟ ...สังคีตเอ่ย อุโมงค์นี้ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัย ผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไฟรุ่นที่หนึ่ง ว่ากันว่า เป็นอุโมงค์ที่ใช้ ในการพาชาวหมู่บ้านภูเขาไฟรุ่นแรก ปลีกตัวออกจากเมือง ไปสร้างหมู่บ้านกลางป่าทึบ เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ ของจิตวิญญาณแห่งไฟไว้ โห~ อุโมงค์นี้เก่าขนาดนั้นเชียว ...มารุตมองไปรอบๆอุโมงค์ ด้วยความทึ่ง แทบไม่น่าเชื่อว่า อุโมงค์ที่มีสภาพดีขนาดนี้ จะมีอายุเก่าแก่ถึงเกือบสองพันปี แล้วรถรางนี่ล่ะคะ สร้างขึ้นในตอนนั้นด้วยเลยรึเปล่า? ...น้ำฝนถามสังคีต ไม่ใช่หรอก น้องน้ำฝนรถรางนี่เพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 100 ปีที่แล้วเอง เพราะทุกคนคิดว่า การเดิน 16 กิโลฯ ผ่านอุโมงค์มืดๆ นี่มันไม่ค่อยจะสะดวกซักเท่าไหร่ อืม~ สังคีตก็รู้เรื่องเกี่ยวกับอุโมงค์นี้ดีนี่นา แบบนี้ค่อยสมกับเป็นนักวิชาการขึ้นมาหน่อยนะ ...น้ำฝนพูด โอ้ว!~ คำชมจากน้องน้ำฝน พี่ซึ้งใจจริงๆเลย ~ ย ...สังคีตออกอาการดีใจจนหน้าบาน ....แต่ว่า สังคีตเป็นคนหมู่บ้านภูเขาไฟ แค่รู้เรื่องพวกนี้ก็คงไม่แปลกอะไร.... งั้น ฝนขอถอนคำพูดเมื่อกี้ก็แล้วกัน แหม ถอนไม่ได้หรอกน้องน้ำฝน รากมันชอนไชลึกจนถอนไม่ขึ้นแล้ว~ว ...สังคีตเก๊กเสียงหล่อพูด พร้อมแย้มยิ้มยียวนกวนประสาท ที่เจ้าตัวคิดว่า เท่ซะเต็มประดา ราก? คำพูดนี่มันมีรากด้วยเหรอฮะ? สังคีต ...มารุตที่ฟังบทสนทนาอยู่ ถามขึ้นด้วยความสงสัยจริงๆ มารุต... แกนี่มันซื่อจนบื้อเลยนะ ...สังคีตพูด แต่มารุตก็ยังทำหน้างงๆอยู่ ว่าที่ตัวเองถามไปน่ะ มันผิดตรงไหน? .......ไวท์นั่งเงียบๆ ขณะที่บทสนทนาของทั้งสามคน ยังดำเนินต่อไป ตัวไวท์เอง ไม่ได้มีความคิดที่จะเข้าร่วมสนทนาด้วยเลย ...ความจริงแล้ว สมาธิทั้งหมดของเขาในตอนนี้ กำลังจดจ่ออยู่กับจิตชั่วร้าย ที่เขารู้สึกได้ ตั้งแต่รถรางเริ่มเข้ามาอยู่ที่ใต้ป่าทึบนี่แล้ว ไวท์รู้จักจิตชั่วร้ายที่เขาสัมผัสได้นี้ดี.... รู้จักดีมากทีเดียว.. .......รถโบกี้เล็กที่ทั้งสี่นั่งมา ค่อยๆลดความเร็ว จนหยุดนิ่งลงที่สุดรางรถไฟเล็กๆนี้พอดี ...สังคีต , มารุต , น้ำฝน และไวท์ ทยอยลงมาจากรถ ผนังอุโมงค์ด้านนี้ที่แสงจากคบเพลิงส่องให้เห็นนั้น มีรากไม้ชอนไชอยู่เพียงเล็กน้อย ไม่มากเหมือนช่วงที่รถวิ่งผ่านป่าทึบมา ...ทั้งสี่ ออกเดินต่อไปในอุโมงค์อีกซักพักนึง เส้นทางที่เดินอยู่ ก็เลี้ยวหักมุมไปทางขวา เมื่อทั้งสี่เลี้ยวตามทางไป ก็ได้พบกับ ทางตรงที่ค่อยๆลาดชันขึ้น ไปสู่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เอาล่ะ ถึงซะที ยินดีต้อนรับ สู่หมู่บ้านภูเขาไฟ สังคีตกล่าว .......ปลายอุโมงค์ดินที่นำทั้งสี่ออกมานั้น ดูเหมือนจะอยู่บริเวณใจกลางของหมู่บ้านภูเขาไฟพอดี ...บ้านเรือนที่พบเห็นโดยรอบ ปลูกขึ้นอย่างง่ายๆด้วยไม้ และมีเพียงแค่ชั้นเดียว แสงแดดในยามสาย ส่องผ่านช่องว่างของต้นไม้ใหญ่ ให้ความรู้สึกร่มรื่น และสดใส ไปในเวลาเดียวกัน ...ผู้คนในหมู่บ้าน ใช้ชีวิตกลมกลืนไปกับ ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ช่างเป็นภาพที่สวยงาม และดูบริสุทธิ์ยิ่งนัก สวยมั้ย... นี่ล่ะ บ้านเกิดที่น่าภาคภูมิใจของชั้น... ...สังคีตกล่าว ด้วยน้ำเสียงที่แฝงอารมณ์ไว้หลากหลาย นัยน์ตาสีดำของเขา กวาดมองไปรอบๆหมู่บ้านด้วยความคิดถึง สังคีต คงรู้สึกผูกพัน กับหมู่บ้านภูเขาไฟนี้มาก น่าอยู่จังเลยฮะ ...มารุตพูด ตอนนี้ เขาเริ่มรู้สึกอยากแปลงร่างเป็นนก แล้วบินขึ้นไปเล่น บนยอดไม้ใหญ่เหล่านี้ซะแล้ว ...สังคีต.. พาคุณน้ำฝน และมารุต ไปหาผู้ใหญ่บ้านก่อน.. อ้าว? แล้วนายไม่ไปด้วยเรอะ? ...สังคีตถามไวท์ ....เดี๋ยวผมตามไป ...ไวท์ตอบ แล้วก็เดินแยกจากทั้งสามคนไป เดี๋ยวค่ะไวท์ นั่นคุณจะไปไหนน่ะ!? ...น้ำฝนเรียกถาม แต่ว่าไวท์ก็ไม่หยุด และไม่ได้หันกลับมาตอบ เขายังเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ทำเหมือนไม่ได้ยินคำถามเลย อย่าไปสนใจเลยน้องน้ำฝน สงสัยเห็นหมู่บ้านพี่สวยมากจนอดใจไม่ไหว ต้องไปเดินดูมั้ง ...สังคีตพูด ......ไวท์...... ...น้ำฝนมองดูไวท์เดินจากไป เธอยังไม่เคยลืม เรื่องที่เกิดขึ้นบนเกาะน้ำวน เธอไม่อยากให้ไวท์ฆ่าใครอีก แม้จะเป็นพวกเผ่าหิมะราตรีก็ตาม ไปกันเถอะน้องน้ำฝน ...สังคีตเร่ง เดี๋ยวไวท์ก็คงมาแหละฮะ เค้าแค่ไปเดินเที่ยวเองนี่นา ...มารุตพูด ...นั่นสิ...คงแค่...ไปเดินเล่นเท่านั้นเอง ...น้ำฝนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่บางที เธออาจจะแค่คิดมากไปเองก็ได้ .......สังคีตพาน้ำฝนและมารุตไปยังบ้านไม้หลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากทางออกของอุโมงค์ บ้านไม้หลังนี้ ดูจากภายนอกก็เหมือนกับบ้านไม้ธรรมดาๆหลังอื่นๆ แตกต่างกันแค่ มันมีต้นไม้ขึ้นทะลุหลังคาบ้านออกมาเท่านั้นเอง ผมกลับมาแล้ว~ว!! ผู้ใหญ่บ้าน~น!! ...สังคีตตะโกนเสียงดัง หลังจากเปิดประตูเข้ามา นี่! อยู่ดีๆ ตะโกนซะเสียงดังทำไมน่ะ ตกใจหมด ...น้ำฝนใช้นิ้วเรียวงามนวดใบหูของเธอเบาๆ เสียงตะโกนของสังคีตเมื่อกี้ ทำให้เธอหูชา ขอโทษนะน้องน้ำฝน แต่ผู้ใหญ่บ้านขี้เซามาก ไม่ตะโกนแบบนี้ไม่ตื่นหรอก คนอะไรจะขี้เซาขนาดนั้นเชียว.. ...น้ำฝนพูดเหมือนไม่เชื่อ ....เผอิญว่า ข้าไม่ใช่คนน่ะสิ ...เสียงทุ้มใหญ่ที่น้ำฝนไม่คุ้นหูพูดขึ้น น้ำฝนรู้สึกตกใจ จึงหันไปทางต้นเสียงนั้นดู และเธอพบว่า สิ่งที่พูดก็คือ ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่กลางบ้านนั่นเอง อ๊ะ! ผู้ใหญ่บ้านเป็น...เผ่าพืช... ...น้ำฝนแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาว่า ที่อยู่ตรงหน้าเธอนี้คือเผ่าพืชจริงๆ.... .......ตามที่เธอได้เรียนมา เผ่าพืชเป็นเผ่าพันธุ์ที่เก่าแก่และหายากมากๆ คิดว่าบนดาวฟีลโซลนี้คงมีไม่ถึงพันต้น ช่วงชีวิตของเผ่าพืชนั้น ยืนยาวถึงกว่า 1000 ปี ...ว่ากันว่า เมื่อเผ่าพืชต้นหนึ่งตายลง ความรู้และความทรงจำของเผ่าพืช จะถ่ายทอดลงสู่ดิน และให้กำเนิดเผ่าพืชต้นใหม่ขึ้นจากดินนั้น เผ่าพืชจึงมีทั้งความรู้ และวิธีการคิดที่ล้ำลึก ...นอกจากนี้ ในหนังสือที่เธอเคยเรียนยังบอกอีกว่า เผ่าพืช เป็นเพียงชนเผ่าเดียวในดาวฟีลโซล ที่มีความทรงจำในช่วงเวลาของดาวดวงเก่า ก่อนที่พวกเราจะย้ายมาอยู่บนดาวดวงนี้ ยินดีต้อนรับกลับ สังคีต แล้วสองคนที่เจ้าพามาด้วยนั่นใครรึ? ...ผู้ใหญ่บ้านถามสังคีต อ้อ น้องสาวคนนี้ชื่อน้ำฝน ส่วนเด็กชาวปักษานั้นคือมารุต ครับปู่บาล ...สังคีตแนะนำทั้งสอง ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ หนูขอโทษด้วยนะคะ ที่เมื่อครู่ แสดงกริยาไม่สมควร ...น้ำฝนถอนสายบัว ทำความเคารพผู้ใหญ่บ้าน ไม่เป็นไรหรอกแม่หนู... ผู้ไม่รู้ ย่อมไม่ผิด ... ปู่บาลกล่าว... พวกเจ้าดั้นด้นเดินทางมาถึงที่นี่ คงจะมีเรื่องสำคัญ เล่าให้ข้าฟังได้มั้ย? พวกหนูกำลังเดินทาง เพื่อรวมรวบสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณค่ะ .... ได้ยินมาว่า ที่หมู่บ้านนี้ มีผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไฟอยู่ เลยคิดว่า จะมาขอให้เขา ร่วมเดินทางไปด้วยน่ะค่ะ ...น้ำฝนกล่าว และผมก็เป็น บอดี้การ์ดของพี่น้ำฝน ในการเดินทางครั้งนี้ฮะ ...มารุตพูดอย่างภาคภูมิใจ ..........ข้าเข้าใจแล้ว แต่ว่า......พวกเจ้าคงจะพบกับผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่ง ไฟไม่ได้หรอก... เอ๋? ทำไมล่ะคะ? ....เพราะว่า ผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไปคนสุดท้าย ตายไป ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนแล้ว.. จบตำนานที่ 18
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ |
| | |
| | #54 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | มาแล้วครับ ตำนานที่ 19 ในที่สุด คณะเดินทางของเราก็มาถึงหมู่บ้านภูเขาไฟซะที (เฮ้อ~กว่าจะแต่งมาถึงนี่ได้) แต่ผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไฟ ดันตายไปแล้วซะนี่ แล้วทีนี้ จะเป็นยังไงต่อล่ะ? ... อ่านตอนที่ 19 นี่ได้เลยครับ ตำนานที่ 19 : การกลับมาของผู้มีความเร็ว .....ราวกับมีสายฟ้า ฟาดลงไปในห้วงความคิดของทุกคน ที่ได้รับฟังความจริงข้อนี้ ผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไฟ ตายไปแล้ว นี่หมายความว่า... จะไม่สามารถรวบรวมผู้สืบทอดสัญลักษณ์ ได้ครบทั้งหกคนงั้นรึ ถ้าเช่นนั้น การเดินทางนี่ล่ะ จะเป็นอย่างไรต่อ แล้วดาวฟีลโซลนี่ล่ะ จะมิต้องถูกชโลมย้อมด้วย ความมืดมิดแห่งดวงดาวงั้นหรือ ฮะ ฮะ ล้อเล่นแรงไปแล้วนะ ปู่บาล ไอ้หมอนั่นมันจะตายง่ายๆอย่างนี้ได้ไง ...แม้สังคีตจะพูดด้วยเสียงที่พังดูสั่นๆ แต่เขาก็ยังพยายามฝืนยิ้ม เศษเสี้ยวความหวังส่วนหนึ่งของเขา เรียกร้องขอให้เรื่องที่พึ่งได้ยิน เป็นเพียงแค่เรื่องล้อเล่นเท่านั้น เจ้าก็รู้ สังคีต ว่าข้าไม่เคยพูดเล่น ...ปู่บาลพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ...ไม่......ไม่จริง!! ผมไม่เชื่อหรอก!! ... สังคีตร้องตะโกนออกมา เขาหันหลังกลับไป กระชากเปิดประตู แล้ววิ่งออกไปจากบ้านหลังนี้ สังคีต!! ...น้ำฝนและมารุตตะโกนเรียกสังคีต แต่ดูเหมือน มันจะเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์ ปล่อยไปก่อนเถอะ... เจ้านั่น คงต้องใช้เวลาทำใจซักพัก... ...ผู้ใหญ่บ้านพูดเนือยเนือย ...ผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไฟ... ตายแล้วจริงๆเหรอคะ ..น้ำฝนถาม แม้ว่าเธอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่อยากที่จะยอมรับเรื่องนี้เหมือน กัน ใช่... เขาตายไปแล้วจริงๆ ..ปู่บาลพูดย้ำอีกครั้ง ถ้าอย่างนั้น... พวกหนูจะทำอย่างไรกันต่อไปล่ะคะ... ..น้ำฝนรู้สึกหดหู่ นี่เธอจะไม่สามารถทำอะไรได้เลยงั้นหรือ ...ไม่ต้องเป็นกังวลไปแม่หนู... มันยังพอมีวิธี ...ยังพอมีวิธี... หมายถึง... จะสามารถคืนชีพให้ผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไฟได้งั้นเห รอคะ? ..น้ำฝนถามอะไรที่มันดูโง่ๆ แต่ว่า เธอก็คิดถึงความเป็นไปได้อื่นๆไม่ออกแล้วจริงๆ ไม่ใช่หรอก... คนตาย ไม่ว่าทำอย่างไรก็ไม่มีวันฟื้นคืน... ..ปู่บาลกล่าว.. ที่ว่ายังพอมีวิธีคือ เราอาจสามารถหาคนที่จะมาแทน ผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไฟคนเก่าได้ หาคนมาแทน?... แต่ว่า ตำแหน่งผู้สืบทอดสัญลักษณ์นั้น เป็นสิ่งที่สืบต่อกันมาทางสายเลือดนี่คะ แล้วเราจะเอาคนอื่นมาแทนได้ยังไง ... น้ำฝนรู้เรื่องเหล่านี้ดี เพราะเธอเอง ก็เป็นผู้สืบทอดสัญลักษณ์เช่นกัน .....กรณีแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน... ผู้สืบทอดสัญลักษณ์ ตายไปโดยไร้ทาญาติ ข้าเองก็ไม่รู้ว่า การที่จะให้คนอื่นมาแทนแบบนี้ ตัวสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณไฟจะยอมรับมั้ย แต่... มันก็ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว... งั้นลองให้ผมแทนมั้ยฮะ? ผมเก่งนะ ...มารุตพูดขึ้นมาอย่างซื่อๆ โดยหวังว่าตัวเองจะเป็นประโยชน์บ้าง ไม่ได้หรอกเจ้าหนู... แต่เดิม สัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณไฟ ได้มอบให้มนุษย์เป็นผู้ถือครอง ดังนั้น คงไม่ยอมรับเจ้าที่เป็นชาวเผ่าปักษาแน่ๆ ...ผู้ใหญ่บ้านอธิบาย แล้วท่านคิดเอาไว้ว่า จะให้ใครมาแทนผู้สืบทอดที่ตายไปแล้วคะ? ... น้ำฝนถามผู้ใหญ่บ้าน ...ข้าเองก็มีคิดเอาไว้สองสามคน... แต่ข้าก็ยังตัดสินใจไม่ได้ ..ผู้ใหญ่บ้านกล่าว.. แต่พวกเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องนี้มากหรอก ข้ารับรอง ว่าจะหาผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไฟคนใหม่ให้ได้ ค่ะ... ขอบคุณมากค่ะท่านผู้ใหญ่บ้าน ไม่ต้องขอบคุณหรอก มันเป็นหน้าที่ของข้า... ระหว่างนี้ พวกเจ้าก็พักอยู่ที่บ้านนี้ก่อนได้ ...พูดจบ ผู้ใหญ่บ้านเผ่าพืชก็หลับตาลง ทำให้เขาดูเหมือนเป็นต้นไม้ธรรมดาๆอีกครั้ง ------------------------------------------------------------------------------------ .....ป่าทึบที่ล้อมรอบหมู่บ้านภูเขาไฟอยู่นี้ มีชื่อเรียกว่า ป่าพฤกษายักษ์ ที่มีชื่อเช่นนี้ ก็เนื่องมาจากขนาดอันใหญ่โตของต้นไม้ที่อยู่ในป่า ต้นไม้ทีเล็กที่สุดในนี้ ยังต้องใช้คนถึงห้าคน จึงจะสามารถโอบรอบลำต้นได้ .....ไม่เพียงแค่ต้นไม้ แต่บรรดาสรรพสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่านี้ ก็มีขนาดใหญ่โตกว่าปกติเช่นกัน ..กระต่ายน้อยที่เมื่ออยู่ภายนอก อาจจะดูตัวเล็กน่ารัก แต่ถ้าเป็นกระตายในป่าพฤกษายักษ์นี่ล่ะก็ ขนาดของมัน อาจจะโตพอๆกับสุนัขล่าเนื้อตัวใหญ่ๆ เลยทีเดียว .....สรรพชีวิตในป่าพฤกษายักษ์แห่งนี้ ดำรงอยู่กันอย่างปกติธรรมดา แม้ว่าจะมีขนาดที่ไม่ธรรมดาเลยก็ตาม ...แต่... ในวันนี้ ทุกสิ่งดูจะไม่ปกติ บรรดาสัตว์ป่าทั้งปวง ต่างหลบลี้ ไม่ออกมาหากิน ราวกับรู้สึกได้ ถึงอันตรายบางอย่าง ที่กำลังจะเกิดขึ้น .....อัศวินในชุดเกราะสีขาว เดินอย่างไม่กลัวเกรง ในป่าใหญ่ที่เงียบสนิท จิตชั่วร้ายอันคุ้นเคยที่เขาสัมผัสได้ ยิ่งรุนแรงขึ้นกว่าเก่า ราวกับเป็นการเชิญชวน ให้เขาเข้าไปหา ..อัศวินก้าวเท้าออกเดินต่อไปตามคำเชิญชวน จนกระทั่งมาถึงลานโล่งแห่งหนึ่ง กลางป่าพฤกษายักษ์แห่งนี้ ต้นไม้ใหญ่เขียวชอุ่ม ขึ้นล้อมรอบลานดินแห้งผาก แตกระแหง ดูขัดแย้งกันยิ่งนัก หึหึ ข้าคิดแล้ว ว่าเจ้าต้องมาตามคำเชิญชวนองข้าแน่ๆ เป็นยังไง ลานดินนี่ ถูกใจเจ้ามั้ย?.... ไวท์ ...เสียงชายลึกลับ ดังออกมาจากเงาไม้ใหญ่ รอบลานดิน ......ออกมาคุยกันดีๆเถอะ... รึว่าตัวตนของเจ้า ยังไม่มากพอที่จะปรากฏร่างได้.......... แบล็ค ...ไวท์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา เจ้ายังพูดอะไรตรงประเด็นเหมือนเดิมนะไวท์... ใช่ ตัวตนของข้าในตอนนี้ ยังไม่มากพอที่จะปรากฏร่างในตอนกลางวันแบบนี้จริงๆ ... แบล็ค กล่าว ..แต่ว่าอีกไม่นานหรอก ตัวตนของข้าจะต้องชัดเจนขึ้นแน่นอน... หึหึหึ ...แบล็ค... เจ้าต้องการอะไร ข้าพาคนที่อยากพบเจ้าคนนึงมาหาแน่ะ... แต่จะเรียกว่าคนก็คงจะไม่ถูกซักเท่าไหร่ จริงมั้ย? ...เวคี .....เวคีเดินออกมาจากเงาไม้ใหญ่รอบๆลานดิน บาดแผลที่ได้รับจากไวท์ ในการต่อสู้ครั้งที่แล้วทั้งหมด หายเป็นปลิดทิ้ง ดาบสั้นคู่ที่ลับจนคมกริบถูกชักขึ้นมา เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ จะเรียกว่าอะไรก็เรื่องของแก คำพูดของคนที่ข้าไม่รู้ชื่อจนถึงเมื่อกี้ ข้าไม่สนใจหรอก ... เวคีพูด ...แต่ก็ต้องขอบใจแกล่ะนะ ที่ทำให้ข้าได้เจอกับไอ้หมอนี่อีกครั้ง... เวคีแสยะยิ้ม ดวงตาสีเหลืองคู่โตที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น จ้องมองมายังชายเกราะขาว ศัตรูของเขาเขม็ง ...กลับไปเสียเถอะ เผ่าหิมะราตรี ... เจ้าไม่ใช่คู่มือของข้าหรอก ...ไวท์พูด หึ... เจอกันทีไร แกก็ไล่ข้ากลับทุกที ... ข้าไม่ใช่คู่มืองั้นรึ! เอาไว้พูดหลังจากชนะข้าได้เถอะ!! ครืน~น!!! ...อากาศรอบๆตัวเวคี เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว จนเกิดเป็นสายลมกรรโชกแรง! เวคีใช้เวทมนตร์ หน่วงเหนี่ยวสายลมนั้น เข้ามาเป็นกำลังของตนเอง เหมือนกับที่เคยทำ ที่อัคคีนคร... แต่ทว่า... ครั้งนี้ มีบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างออกไป นั่นก็คือ คลื่นจิตชั่วร้ายจำนวนมาก ที่แฝงอยู่ในสายลม!! ......เจ้ากลายเป็นความชั่วร้ายไปแล้ว.... ...ไวท์กล่าว พร้อมเปลี่ยนปลอกแขนเหล็กของเขา ให้กลายเป็นดาบสองมือเล่มใหญ่ ความชั่วร้าย... ต้องถูกกำจัด!! .. ไวท์กระชับดาบในมือ แล้วพุ่งเขาประชิดตัวเวคีในพริบตา!! เคร้ง~ง!! ...เสียงดาบโลหะปะทะกัน ดังลั่นสนั่นไปทั่วผืนป่าพฤกษายักษ์ เวคีใช้ดาบสั้นทั้งสองของเขา รับดาบใหญ่ของไวท์ ได้อย่างไม่ยากเย็น รอยยิ้มหยิ่งผยอง ผุดขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยขนสีน้ำตาล เวคีดันดาบของไวท์กลับไป ก่อนจะกระโดดถอยหลังออกมาสองสามก้าว ไงล่ะไวท์... เจ้าคิดว่าเวคีแข็งแกร่งขึ้นมาบ้างมั้ย ...เสียงของแบล็ค ดังออกมาจากเงาของต้นไม้ใหญ่ ที่ล้อมรอบลานดินนี้อยู่ พวกเจ้าสองคนสู้กันให้สนุกนะ... ส่วนตัวข้าจะขอชมความบันเทิงอยู่ในเงามืดนี่ก็แล้วกั น หึหึหึ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า .....เสียงหัวเราะของแบล็ค เงียบหายไป พร้อมๆกับที่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เวคีกระโจนเข้าหาไวท์ ฟาดฟันดาบสั้นลงมาในแนวทแยง แต่ไวท์ก็รับเอาไว้ได้ด้วยดาบใหญ่ของเขา .. การจู่โจมของเวคียังคงดำเนินต่อไป ดาบสั้นคู่ ทำหน้าที่ราวกับเครื่องจักรสังหาร ที่ทั้งรวดเร็ว แม่นยำ และรุนแรง ...เสียงการประดาบของทั้งสอง ดังกังวานอย่างต่อเนื่อง ฟังคล้ายจังหวะดนตรีอันร้อนแรง ที่ถูกบรรเลงด้วยเพลงดาบ ไวท์พลิกแพลงดาบใหญ่ไปมา ป้องกันการโจมตีของเวคีเอาไว้ได้ทั้งหมด ลมแรงพัดกระหน่ำจากการลงดาบของเวคี สั่นไหวใบไม้ในป่าใหญ่ ให้พลิ้วไหวหลุดโรยลงจากกิ่งก้าน .....นักรบเผ่าหิมะราตรี เงื้อดาบสั้นทั้งสองขึ้นเหนือหัว แล้วสับลงมาด้วยความเร็วปานลมกรด หมายผ่าร่างศัตรูให้กลายเป็นสองซีก ...ไวท์พลิกตัวหลบดาบสังหารได้ทันท่วงที ก่อนจะซัดลูกเตะเข้ากลางลำตัวของเวคี แรงเตะอันหนักหน่วง ส่งร่างของเวคีให้กระเด็นออกไป ล้มไถลไปบนลานดิน! ในนามของพิสุทธิ์ ข้าขอบัญชา พื้นดินจงกลายเป็... พลั่ก!! ...ยังไม่ทันที่ไวท์ จะกล่าวถ้อยคำสั่งจบ เวคีที่ล้มลง ก็ลุกขึ้น แล้วพุ่งตัวเข้ากระแทกใส่ไวท์อย่างรวดเร็ว ไวท์ไม่ทันได้ป้องกัน จึงถูกกระแทกเต็มแรง จนกระเด็นออกไปชนต้นไม้ใหญ่ ที่ขึ้นล้อมรอบอยู่ริมลานดิน หึหึ ทันพอดี ถ้าเป็นตัวข้าเมื่อก่อนล่ะก็... คงจะเสร็จแกไปแล้ว ... เวคีกล่าวด้วยน้ำเสียง ที่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ............... ...ไวท์ค่อยๆลุกขึ้นยืน สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย ไม่มีการตื่นตระหนก จะบอกอะไรให้อย่าง .. เวคีพูด .. ความสามารถของแกน่ะ ข้าอ่านออกหมดทุกอย่างแล้ว จบตำนานที่ - 19 ปล. พรุ่งนี้ผมเปิดเทอมแล้วอ่ะ... เศร้าเลย
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ |
| | |
| | #56 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | โย่ กลับมาแล้วครับ หลังจากที่หายหน้าหายตากันไปถึงสองอาทิตย์ ที่จริง ผมจะมาลงตั้งแต่วันอาทิตย์ที่แล้ว (วันที่ 12 ) แล้วล่ะ แต่ว่า เว็บบอร์ดกลับเข้าไม่ได้ซะนี่(เหตุผลที่เข้าไม่ได้คง เป็นเพราะเข้ากำลังอัพเกรด serverอยู่นั่นล่ะมั้ง) .... ก็เลยถือว่าว่างไปหนึ่งอาทิตย์เลย เหอๆ ตอนแรกคิดว่าวันนี้จะเข้าไม้ได้อีกนะเนี่ย แต่ในที่สุดก็เข้ามาได้แล้ว งั้น ก็เชิญอ่านตำนานที่ 20 ได้เลยคร้าบ ตำนานที่ 20 ดวลเดือดกลางป่าใหญ่ .............. ไวท์ค่อยๆลุกขึ้นยืน สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย ไม่มีการตื่นตระหนก จะบอกอะไรให้อย่าง .. เวคีพูด.. ความสามารถของแกนะ ข้ารู้หมดทุกอย่างแล้ว ... การที่แกจะควบคุมรูปร่างสิ่งของได้อย่างสมบูรณ์ จะต้องได้สัมผัสโดยตรง แต่หากการควบคุมนั้น มีความสลับซับซ้อนมาก การสัมผัสอย่างเดียวจะไม่เพียงพอ จึงจำเป็นจะต้องมีการใช้ถ้อยคำสั่ง ในการควบคุมด้วย นั่นก็คือ ถึงแกจะไม่ต้องรวมจิต ทำสมาธิในการใช้วิชา แต่แกก็ต้องออกเสียงพูดถ้อยคำสั่งจนจบ .......งั้นรึ.......แล้วไง ...ไวท์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เขาไม่ยี่หระต่อคำอธิบายยาวเหยียด อวดรู้ของเวคีแม้แต่น้อย แล้วไงรึ..... ก็ถ้าข้าขัดขวาง ไม่ให้แกพูดถ้อยคำสั่งจนจบได้ ข้าก็ไม่ต้องกลัวการจู่โจมที่รุนแรงของแกอีกต่อไปแล้ ว!! .....เวคีระเบิดมนต์ลมที่เขารวบรวมอยู่ ตลอดเวลาที่พูดกับไวท์ออกมา สายลมกรรโชกรุนแรง ก่อตัวเป็นพายุหมุนขนาดใหญ่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ล้อมรอบลานดินแห่งการต่อสู้นี้เอาไว้ (แบล็คคงจะบอกเรื่องของเราให้เวคีรู้ ... ดูเหมือนศึกนี้จะตึงมือกว่าที่คิดซะแล้ว) ... ไวท์คิดในใจ ขณะยืนอยู่ท่ามกลางลมพายุของเวคี เขากระชับดาบใหญ่ในมือให้มั่นอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งเขาต่อสู้กับเวคีอย่างสุดกำลัง!! เปรี้ยง!!! ..... ไวท์และเวคีพุ่งเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง จนพื้นดินบริเวณรอบๆทั้งสองปริแตกออก ก้อนดินเล็กๆจำนวนมาก หลุดกระเด็นขึ้นจากพื้นดิน ดาบสั้นคู่ของเวคี และดาบใหญ่ของไวท์ ต่างออกแรงต้านกันอย่างเต็มที่ ...จังหวะนั้นเอง ดาบใหญ่ของไวท์ ก็เปลี่ยนสภาพกลายเป็นโซ่โลหะ หมายพันธนาการการเคลื่อนไหวของเวคี แต่เวคีไหวตัวทัน รีบดึงดาบสั้นคู่กลับ แล้วกระโดดถอยหลังหลบออกไป ... ไวท์ควบคุมสายโซ่ให้พุ่งตรง ตามร่างของศัตรูที่ถอยห่าง เสียงหวีดหวิวแหวกอากาศ ดังเข้าโสตประสาทสัมผัส นักรบเผ่าหิมะราตรีพลิกตัวหลบโซ่สังหาร พลางทำสมาธิรวมเวทมนตร์ลมมาที่ดาบ ก่อนจะโจมตีสวนกลับไป เคล็ดวิชาดาบเมืองมืด..... วาโยพล!! ..... เวคีฟันดาบคู่ทั้งสองเล่มไขว้กันอย่างรวดเร็ว มนต์ลมที่อัดแน่นอยู่บนใบดาบทั้งสองเข้าปะทะกัน ก่อเกิดเป็นพายุหมุน พัดกระหน่ำเข้าใส่ไวท์ .....อัศวินชันเข่าลงข้างหนึ่ง และทาบฝ่ามือลงบนพื้นดิน เพื่อควบคุมให้เปลี่ยนรูปร่างเป็นกำแพง ขึ้นมาป้องกันการจู่โจมของเวคี ...กำแพงดินของไวท์ ต้านทานวาโยพลเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่มันก็ไม่สามารถหยุดเวคี จากการโจมตีต่อเนื่องได้ นักรบเผ่าหิมะราตรี อาศัยลมหมุนจากเพลงดาบของเขา เป็นแรงส่งให้กระโดดข้ามกำแพงดินของไวท์ไป ถ้าไม่ได้เอ่ยถ้อยคำสั่ง แกก็ทำได้แค่นี้แหละ!! ... เวคีพูด ขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศ เคล็ดวิชาดาบเมืองมืด ..... พาณพาต!! .....เวคีเล็งปลายดาบทั้งสองไปที่ไวท์ ก่อนจะรวมมนต์ลมไปไว้ที่ฝ่าเท้า แล้วถีบตัวเองกลางอากาศ พุ่งลงมาโจมตีไวท์อย่างรวดเร็ว! .....ไวท์กระโดดหลบการทิ้งดิ่งเข้าใส่ ราวลูกธนูได้อย่างฉิวเฉียด ดาบสั้นที่พลาดเป้าทั้งสองเล่ม พุ่งปักลงไปบนพื้นดินจนลึก ทำให้การโจมตีของเวคีหยุดชะงักลง ...ไวท์ได้จังหวะ จึงรีบเปลี่ยนรูปร่างโซ่โลหะ ให้กลายเป็นดาบสองมือ แล้วกระโจนเข้าฟันใส่เวคี ที่เพิ่งดึงดาบขึ้นมาจากพื้นดินได้ ...เวคีพยายามหลบ แต่ก็หลบไม่พ้น เพราะความเร็วและระยะที่ประชิดเกินไป ดาบใหญ่ของไวท์จึงได้ฝากรอยแผล ลงไปบนลำตัวของศัตรู! ฉัวะ!! .....เลือดจำนวนไม่น้อย สาดกระเซ็นออกจากบาดแผลของเวคี แต่งแต้มใบหน้าขาวและชุดเกราะของไวท์ ให้มีลวดลายสีแดงสด ...เวคีรีบถอยห่างออกจากไวท์ เพื่อหลบการโจมตีต่อเนื่อง อั่กก! ... บ้าชะมัด!.. ... เวคีกระอักเลือดออกมา เมื่ออยู่ห่างจากไวท์พอสมควร ระหว่างนี้เอง หมอกสีดำก็ปรากฏขึ้นรอบตัวเวคี และเข้ารักษาบาดแผลของเขาจนหายอย่างรวดเร็ว ...แต่ไวท์ก็ไม่ปล่อยให้ช่องว่างอันมีค่านี้ผ่านไป เขารีบกล่าวถ้อยคำสั่ง ในขณะที่เวคียังไม่พร้อมจู่โจม ในนามของพิสุทธิ์ ข้าขอบัญชา พื้นดินจงกลายเป็นคมหอกคมดาบ ทิ่มแทงศัตรูข้า! เขี้ยวพสุธา!! .. ... ไวท์เอ่ยถ้อยคำสั่ง พลางปักดาบใหญ่ลงบนพื้นดิน ลานดินรอบๆตัวเวคีสั่นไหว และเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นเขี้ยวแหลมคม พุ่งขึ้นมาจู่โจมเวคีจากทุกทิศทาง! ...เวคีกระโดดหลบเขี้ยวดินขึ้นไปบนอากาศได้อย่างหวุดหวิ ด เวทมนตร์ลม ถูกรวบรวมไปที่ฝ่าเท้าและดาบสั้นทั้งสองเล่มอีกครั้ง ก่อนที่เวคีจะกลับตัวกลางอากาศ แล้วโจมตีออกมา!! เคล็ดวิชาดาบเมืองมืด... ทะลวงคู่!! ...เวคีสะบัดดาบสั้นในมือทั้งสองเล่ม ให้พุ่งตรงเข้าใส่ไวท์ด้วยความเร็วปานพายุ! เช้ง! เช้ง! .....ไวท์ใช้ดาบใหญ่ สะบัดปัดป้องดาบสั้นของเวคีเอาไว้ แต่พอไวท์ปัดดาบทั้งสองทิ้งไปแล้ว ก็ต้องพบกับความแปลกใจ เมื่อเจอกับเวคี ที่พุ่งตามดาบสั้นทั้งสองลงมา ประชิดตัวเขาได้!! บึก!! .....เวคีซัดฮุคขวาเขาไปที่แก้มซ้ายของไวท์เต็มแรง! ... อัศวินเกราะขาว เซถลาไปเพราะหมัดอันหนักหน่วง เวคีชิงจังหวะที่ไวท์กำลังเสียหลัก ตามไปซัดหมัดซ้ายตรงที่อัดแน่นไปด้วยมนต์ลมเข้ากลางล ำตัว!!! .....แม้ว่าร่างของไวท์ จะสวมใส่ด้วยเกราะสีขาวอันแข็งแกร่ง แต่แรงกระแทกจากหมัดเวทมนตร์ของเวคี ก็รุนแรงพอที่จะส่งร่างของอัศวิน ให้กระเด็นออกไปกระแทกต้นไม้ใหญ่จนหักโค่นลง กิ่งก้านใบ ที่หลุดกระจัดกระจายออกจากต้น ถูกพัดปลิวว่อนด้วยลมพายุที่ล้อมรอบลานดินนี้อยู่ เวคีรีบวิ่งไปเก็บดาบสั้นทั้งสองมาอยู่ในมือ และตั้งหลักเพื่อจู่โจมอีกครั้ง รีบลุกขึ้นมาซะ!! ข้ารู้แค่นี้แกไม่ตายหรอก! ...เวคีทำสมาธิ รวบรวมเวทมนตร์ลมมาไว้ที่ดาบคู่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตี .....แน่นอน ..... ไม่ตายหรอก ... ไวท์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาจนน่าขนลุก ขณะยืนขึ้นปัดฝุ่นที่เปรอะตามตัว แม้จะโดนการโจมตีที่รุนแรงขนาดนั้น แต่ร่างกายของไวท์กลับไร้รอยขีดข่วน ไร้ซึ่งบาดแผล! นี่แกไม่เป็นไรเลยรึ!? ... ข้าชักไม่แน่ใจแล้วสิ ว่าแกเป็นมนุษย์จริงรึเปล่า ...เวคีรู้สึกตกใจเล็กน้อย ที่การโจมตีของเขาเมื่อกี้ ไม่สามารถสร้างบาดแผลให้ไวท์ได้เลย ........................ .....ไวท์ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไป เขาเพียงแต่กระชับดาบใหญ่ในมือให้มั่น เตรียมต่อสู้อีกครั้ง อา... ถ้าอย่างนั้น ก็ลองรับท่าไม้ตายของข้าดู!! แล้วดูสิ จะยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อนได้อีกมั้ย!! ....เวคีส่งเสียงดัง พลางปลดปล่อยเวทมนตร์ลมที่รวบรวมไว้บนใบดาบทั้งสองออ กมาเต็มกำลัง!! จบตำนานที่ 20
__________________ เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้ |
| | |
| | #58 (permalink) |
| สมาชิก TG รุ่นพี่ ![]() | อา..พักหลังๆนี้ไม่ค่อยได้โผล่เข้าไปในส่วนอื่นๆของบ อร์ดเลยแฮะ เข้ามาถึงก็มาที่บอร์ด Fiction อ่านๆๆ แล้วก็ลง ...... เฮ้อ ทำไมคนเราไม่มีเวลาวันๆนึงซัก 48 ชั่วโมงนะ.... อ่า.. อย่าไปสนใจกับคำบ่นลมๆแล้งๆของผมเลย อ่าน ตำนานที่ 21 กันดีกว่า ตำนานที่ 21 ลาก่อน |