

| | #1 (permalink) |
| สมัครไว้แต่ไม่ได้โพส | (original fic) Silver Fang Part of Tak และแล้วก็ทนไม่ได้ เอามาปล่อยที่นี่อีกที่นึง(หลังจากไปปล่อยที่เด็กดี อาร์ซีที และพีเคเบสิกมาแล้ว) เอาละครับ ผมไม่ขออธิบายอะไรมาก ใครที่ชอบนิยายแนวแฟนตาซี ผมก็ขอแนะนำเรื่องนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้อ่านทุก ท่าด้วยนะครับ และคำติชมทุกคำที่ทุกท่านโพสให้ มันคือกำลังใจในการทำนิยายเรื่องนี้นะครับ ขอเชิญทุกท่านได้รับชมได้ ณ เวลานี้ กับ Silver Fang Part of Tak : The silver wolf ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ Silver Fang Part of Tak Before The 1st Chapter : กำเนิดหมาป่าน้อย ( Born of Little wolf ) ...กลางดึกคืนหนึ่ง ณ หน้าโกดังร้างแห่งหนึ่ง ในซอยเปลี่ยว ชายร่างสูงใส่ชุดคลุมสีน้ำตาลผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่ ณ สถานที่ แห่งนั้น เขาเหมือนกำลังโอบอุ้มบางสิ่งอยู่ในอ้อมอกของเขา และสิ่งที่อยู่ในอ้อมอกเขาก็มิใช่อะไร สิ่งนั้นคือเด็กทารกที่กำลังนอนหลับอย่างมีความสุข เขามองหน้าเด็กคนนั้นด้วยสายตาที่ไม่สบายใจนัก และสีหน้าของเขาก็บ่งบอกว่าเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอ ย่าง จนในที่สุดเขาก็พูดกับตัวเอง "จะทำไงต่อดีเนี่ย..."แล้วเขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ ่... ...เขา ควรทำอย่างไรดี... .................................................. .................................................. .................................................. .... ...ประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านั้น ก่อนที่ชายผู้นี้จะไปอยู่ที่หน้าโกดังนั่น ก่อนที่เรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้น... ณ ในป่าแห่งหนึ่ง ชายผู้หนึ่งวิ่งไปด้วยความกระวนกระวาย เขาต้องการที่จะไปถึงที่หมายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะท ำได้ "แฮ่ก...ๆ....ๆ...." เสียงกระหืดกระหอบของชายผู้หนึ่งดังขึ้น เขากำลังมุ่งตรงไปที่บ้านหลังเล็กๆหลังหนึ่ง ที่อยู่ไม่ไกลจากนี่นัก เมื่อเขาเห็นบ้านนั่นอย่างถนัดตา เขายิ่งเพิ่มความเร็วขึ้น เมื่อถึงบ้านหลังนั่น เขาก็รีบเปิดประตูทันที ปัง!! เขาเปิดประตูบ้านอย่างแรง แล้วเกาะที่ขอบประตูเพื่อพักหายใจ...เมื่อเขารู้สึกด ีขึ้น เขาก็ตะโกนออกมา "ม...มา..ยะ...ลูกของเรา....เป็นชายรึหญิง!"เขาต ะโกน ถามหญิงสาวผมสีเงินยาวสลวยที่นอนอนอยู่บนเตียง ที่ข้างเธอนั้นมีเด็กทารกที่พึ่งคลอดประมาณไม่กี่ชั่ วโมงนอนอยู่ช้างๆตัวเธอ แล้วเธอก็พูดกลับไปเบาๆ "ชู่ว.... เบาหน่อยสิ เดี๋ยวลูกตื่น " เธอเอ็ดผู้เป็นสามี ชายคนนั้นเป็นหนุ่มรูปร่างสมส่วนสูงดูน่าเกรงขาม ผมสีดำยาวประบ่าของเขาช่างเข้ากับนันย์ตาสีดำของเขาย ิ่งนัก "จ้า....ไหนขอดูหน้าชัดๆหน่อย"แล้วเขาก็เดินไปที ่เตี ยงแล้วค่อยๆอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาอย่างช้าๆและเบาแรงที่ สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วเขาก็ถามขึ้น "เออ...เธอยังไม่ได้บอกเลย...ลูกของเราเป็นผู้ชา ยรึผ ู้หญิง"เขาถามขึ้น เธอยิ้มแล้วตอบกลับมา"ผู้ชาย...หน้าเหมือนเธอด้วยนะซ ิส" "อะ...จริงด้วย...หน้าเหมือฉันตอนเด็กๆแฮะ..เชื้ อพ่อ มันแรง...อืม...ส่วนสีผมนี่ก็ได้เธอมาเต็มๆเลย"เขาพู ดยิ้มๆ เธอยิ้ม เมื่อเห็นท่าทางของสามี แล้วเขาก็ล้วงเอาบางสิ่งออกมาจากเสื้อหนังของเขา มันเป็นสร้อยที่ทำจากเขี้ยวสัตว์ร้อยสลับกับลูกหินเล ็กๆสีดำ เขาใส่สร้อยนั้นให้ลูกของเขา เมื่อสร้อยถูกสวม...มันเกิดแสงเรืองขึ้นมาวูบหนึ่งเห มือนมันจะตอบรับกับบางสิ่ง "อืม....มายะ ชื่อลูกของเราเอาชื่อนั้นนะ"เขาพูดขึ้น "ก็ดั.."เธอตอบกลับมา "โอเค...นามของเจ้าซึ่งเป็นบุตรของข้าทั้งสอง คือ ทาคา อาร์ ซิลเลอร์"เขาพูดขึ้นแล้วสร้อยก็เรืองแสงขึ้นอีกครั้ง เหมือนเป็นการตอบรับ "เล่นง่ายจังนะ...."เสียงของคนผู้หนึ่งดังขึ้นข้ างหล ังเขา ทั้งสองก็มิได้ตกใจแต่อย่างไร "นี่...เมื่อไหร่จะเลิกนิสัยนี้ซักที"เขาหันกับไ ปว่า คนผู้นั้น บุคคลผู้นั้นเป็นชายร่างสูงใส่ชุดโรบสีกรมท่าและสวมเ สื้อคลุมแบบมีฮู้ดสีน้ำตาล เขาถอดฮู้ดที่คลุมศีรษะของเขาออก แล้วนั่นเผยให้เห็นผมยาวสลวยสีครามและหูที่แหลมยาวขอ งเขา เขาเป็นหนุ่มชาวเอล์ฟ "ความสุขของฉัน ขออุ้มลูกนายหน่อยนะ"เอล์ฟผู้นั้นเดินเข้าไปหาเขา แล้วเขาก็ส่งลูกของเขาให้เอล์ฟผู้นั้น "อา..หน้าเหมือนนายจัง แต่เรื่องชื่อนี่ไม่คิดเลยรึไง"เอล์ฟผู้นั้นก็ยังแขว ะเรื่องชื่ออีกครั้ง แล้วเขาก็ทำท่าตกใจเหมือนจะคิดอะไรออก "อะ!...อย่างนี้ฉันก็เป็น... "เขาทำท่าครุ่นคิดซักครู่แล้วพูดขึ้น"พี่สินะ" "เฮ้ๆ...อย่างนายมันต้องลุง"เขาแย้งขึ้น "หยาบคาย ถ้าเทียบกับมนุษย์แล้วฉันพึ่งจะยี่สิบต้นๆเองนะ"เอล์ ฟตอบด้วยสีหน้าเหยเก "แล้วถ้าอายุจริงล่ะ ปูนไหนแล้ว แม็กซิโนเลี่ยน"เธอถามเอล์ฟผู้นั้น เขายิ้มแหยๆแล้วตอบกลับมา "เฮอะๆ 212ปีมนุษย์.."เอล์ฟยิ้มแห้งๆ "ปู่!" ทั้งสองพูดออกมาพร้อมกับโดยมิได้นัดหมาย เอล์ฟผู้นั้นทำท่าเหมือนจะร้องไห้ทันทีที่สิ้นเสียงข องทั้งสอง "อา....หยาบคาบที่สุด อุตส่าห์หนีประชุมสภาสูงมาเยี่ยมพวกนายนะ" แล้วเอล์ฟก็เชิดหน้าใส่ทั้งสอง "นี่..ไม่ใช่เด็กนะ จะได้มางอน"เขาอดอมยิ้มกับพฤติกรรมของเพื่อนของเขามิ ได้ แล้วทั้งสามก็คุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานจนกระทั่ง เฮ้............! เสียงโห่ร้องเหมือนมีกองทัพกำลังยกทัพมาดังขึ้น ต้นเสียงนั้นอยู่ห่างจากที่นี่ไม่มาก "ชิ! นี่มันยังตามมาอีกรึ อุตส่าห์มาหลบที่นี่แล้วนะ"เขาสบถ "อะ..นี่มันยังไม่เลิกตามพวกนายอีกรึ"เอล์ฟถาม "ไม่ พวกนั้นมันไม่เลิกราง่ายๆแน่"เขาถอนหายใจ แล้วเปรยออกมา "...ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากจะข้ามมิติไปให้รู้แล้วร ู้รอ ดจริงๆ"สิ้นเสียงเปรย เขาตะโกนบอกทั้งสองคนทันที "มายะ เตรียมตัวเร็ว แม็กโก้ฝากลูกฉันไว้กับนายก่อนนะ"เขาส่งเด็กทารกให้เ อล์ฟผู้นั้นอุ้ม โดยเอล์ฟผู้นั้นก็รับมาอุ้มแบบเลยตามเลย แล้วเขาและภรรยาก็เตรียมตัวออกไปสู้ แต่แล้ว...เขาก็ทำท่าเหมือนจะนึกอะไรออก "ใช่แล้ว! แม็กโก้!! นายใช้เวทย์ข้ามมิติได้นี่ พาพวกเราไปมิติอื่นที่สิ"เขาพูดกับเอล์ฟผู้นั้นด้วยส ีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง แต่เอล์ฟกลับทำท่าไม่สบายใจนัก "เออ....แต่ฉัน...นำคนข้ามมิติไปกับฉันได้เพียงค นเดี ยวนะ"เอล์ฟผู้นั้นพูดไม่เต็มเสียง เขาไม่ต้องการจะทำให้ความหวังของเพื่อนมลายไป เมื่อได้คำตอบอย่างนั้น เขานิ่งไปครู่หนึ่ง เขามองหน้าเด็กทารก ผู้เป็นภรรยา และผู้เป็นเพื่อนของเขา เขาหลับตาลง ครู่ต่อมาเขาค่อยๆลืมตาขึ้นแล้วพูดด้วยท่าทีที่าจริง จัง "...งั้นเอาลูกฉันไป โตเมื่อไหร่ค่อยพากลับมา หวังว่าพวกเราคงจะรอดจนถึงวันที่ลูกของพวกเรากลับมาท ี่นี่..."เขาหมองหน้าเอล์ฟ แล้วภรรยาของเขาก็ท้วงทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น "เดี๋ยวซิส นี่เธอจะไม่ถามความคิดเห็นฉันบ้างเลยรึไง"เธอท้วง น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกเป็นห่วงลูกและโก รธผู้เป็นสามีที่พูดอย่างนั้น เฮ้.......................!เสียงโห่ค่อยๆดังเข้ามาใ กล้เรื่อย มันกำลังจะมาถึง เขา...ต้องรีบตัดสินใจเดี๋ยว การตัดสินใจที่จะทำให้ลูกชายของเขารอด "ไม่มีเวลาแล้วน่า ขอให้ลูกของเราปลอดภัยก็พอ แม็กโก้! รีบไปเร็ว!!"เขาตะโกนบอกเอล์ฟ เอล์ฟเองก็ทำอะไรไม่ค่อยจะถูกกับสถานการณ์ตอนนี้ เมื่อเห็นการกระทำที่แสนจะทำให้หงุดหงิดใจของเอล์ฟผู ้นั้น เขาจึงตะโกนอีกครั้ง " แ-ม็-ก-โ-ก้!!!"เขาเน้นเสียงและเน้นคำเท่าที่จะเน้นได้ เอล์ฟผู้นั้นได้สติอีครั้ง เขามองหน้าเพื่อนและภรรยาเพื่อนแล้วพูด "....แล้วเจอกันสหาย....ไดแมนชั่น!!"ร่างของเอล์ ฟที่ กำลังอุ้มเด็กทารกนั้นได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยทันทีท ี่สิ้นเสียงของเขา "ไม่นะ...."เธอร้องขึ้นหลังจากร่างของเอล์ฟหายไป แล้ว เธอก็หันมาค้อนผู้เป็นสามี ผู้เป็นสามีก็ได้แต่นิ่งไม่พูดอะไร เสียงโห่ร้องของทหารค่อยดังขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเขาและเธอหันมาสบตากัน สายตาของเธอที่เต็มไปด้วยความโกรธสามี ก็หมดลงทันทีที่เจอสายตาที่เต็มไปด้วความห่วงใยลูกไม ่แพ้กัน เธอถอนหายใจ แล้วทั้งสองก็มองตากันอีกครั้ง การมองตาครั้งนี้เหมือนเป็นการส่งสารถึงกัน ทั้งคู่พยักหน้าแล้วค่อยๆเดินออกไป เมื่อทั้งสองก้าวข้ามธรณีประตู ร่างของทั้งสองก็แปรเปลี่ยนเป็นมนุษยหมาป่าที่เต็มไป ด้วยความกราดเกรี้ยว แล้วพุ่งทะยานเขาสู่กองทหารทัพนั้น... .................................................. .................................................. .................................................. .... ".....ที่นี่มันที่ไหนเนี่ย"แม็กโก้พูดขึ้น หลังจากที่โผล่มาที่หน้าโกดังร้างแห่งนั้น มีเพียงแค่ไฟที่เสาไฟดวงหนึ่งส่องให้ความสว่างเท่านั ้น เป็นเคราะห์ดีอย่างหนึ่งที่เขาโผล่มาตอนกลางดึก อีกทั้งแถวนี้ก็เปลี่ยวจึงไม่มีใครผ่านมา แล้วแม็กโก้ก็ทำท่าเหมือนพึ่งคิดอะไรออก "แย่แล้ว ทำยังไงดีเนี่ย ให้ตายสิเราก็เลี้ยงเด็กไม่เป็นซะด้วย..."แล้วเขากทำ ท่าเหมือนคนที่อาการโรคประสาทกำเริบ แต่ทุกการกระทำของเขาก็ต้องหยุดลงทันที เมื่อเด็กที่อยู่ในอ้อมอกของเขาทำท่าเหมือนกำลังจะตื ่น เขาจ้องหน้าเด็กคนนั้นแล้วครุ่นคิด คิดเท่าไหร่ๆ เขาก็คิดไม่ออก จนในที่สุดเขาก็เปรยออกมา "จะทำไงต่อดีเนี่ย..."เขาเปรยออกมาด้วยสีหน้าที่ กังว ลพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่... ...เขาควรทำอย่างไรต่อดี... ฟิ้ว....ลมฟัดบางสิ่งลอยมาติดหน้าของเขา เขาจึงหยิบขึ้นมาอ่าน "....."เขาเงียบแล้วยิ้มขึ้น สิ่งนั้นทำให้ความกังวลทั้งหมดของเขามลายหมดสิ้นไป เขาคว้าอากาศด้วยมือซ้ายของเขา แล้วปรากฏเป็นหินสีเทาขนาดเท่านามบัตรขนาดเล็ก เขาบ่นพึมพัมแล้วหินชิ้นนั้นก็ปรากฏอักษรขึ้นทั้งสอง หน้า เขานำมันมาใส่ไว้ในสร้อยเส้นที่สวมให้เด็กน้อย เขามองดูหน้าเด็กน้อยแล้วกล่าวขึ้น "โหสิให้ฉันด้วยนะ...หมาป่าน้อย"แล้วเขาก็หายไปจ ากตร งนั้นทันที .................................................. .................................................. .................................................. .... แก้ไขโดย warewolfwarrior : 18 Feb 2007 เวลา 18:04. |
| | |
| | #2 (permalink) |
| สมัครไว้แต่ไม่ได้โพส | Silver Fang Part of Tak The 1st Chapter : จุดเริ่มต้นของชีวิตที่ผันเปลี่ยน ( Started point of Changed life ) ...17ปีต่อมา ...ฉันชื่อมาริศ นามสกุลนั้นไม่มีเนื่องจากเป็นเด็กกำพร้า ตั้งแต่ที่จำความได้ฉันก็มาอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กแ ห่งหนึ่ง ฉันถูกทิ้งไว้ที่นั่น พร้อมกับของสองสิ่งนั้นคือสร้อยเขี้ยวสัตว์กับกระดาษ แผ่นหนึ่งเขียนด้วนลายมือหวัดๆว่า 'ฝากหน่อยนะ' ตั้งแต่เด็กฉันถูกตั้งแง่แล้วถูกมองเป็นตัวประหลาดใน เด็กรุ่นเดียวกัน นั้นเพราะสีผมและที่ตาของฉันที่เป็นสีเทาเงิน แล้วยังประสาทสัมผัสที่ดีกว่าคนทั่วไปและความสามารถใ นการฟื้นตัวสูง แต่ใช่ว่าฉันจะไม่มีเพื่อนเสียทีเดียว เพื่อนคนแรกของฉันคือสา เธอเป็นคนแรกที่กล้ามาเล่นกับฉัน เธอเป็นเด็กกำพร้าเหมือนกัน เพราะเธอที่เข้ามาเล่นกับฉันทำให้เด็กทุกคนค่อยๆยอมร ับและเลิกคิดว่าฉันเป็นตัวประหลาดไปในที่สุด... .................................................. .................................................. .................................................. .... "พวกเธอนี่มัน....ถามจริงเถอะ จะมีซักวันมั้ยที่จะไม่มีเรื่อง" เสียงอาจารย์ฝ่ายปกครองพูดขึ้น แล้วมองหน้าเด็กนักเรียนสองคนที่อยู่ตรงหน้าของเขาด้ วยสีหน้าละเหี่ยใจ หนึ่งในนั้นคือฉัน ฉันก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับนักเรียนรุ่นพี่คนหนึ่งที่เ ป็นหัวโจกคอยรีดไถเงินนักเรียนรุ่นน้อง ฉันเห็มมันกำลังไถเงินกับเด็กคนหนึ่ง ฉันจึงเข้าไปต่อยกับมันจนเกิดเรื่อง "อาจารย์ครับ ไอ้การที่ผมช่วยคนนี่มันผิดด้วยเหรอครับ"ฉันถามด้วยท ่าทางซื่อๆ "มันก็ไม่ผิด แต่วิธีที่เธอใช้มันผิดนะนายมาริศ ส่วนนายธีรเดช...ครูขอสั่งพักการเรียนเธอหนึ่งสัปดาห ์"เขาพูดด้วยเสียงเรียบๆ "อา....ครับ"แล้วมันก็ก้มหน้ารับความผิด แต่มันแอบส่งสายตาอาฆาตมาทางฉัน "ส่วนเธอ นายมาริศ เธอต้องทำความสะอาดสนามเด็กเล่นเป็นเวลา1สัปดาห์"เขา พูด "ครับ"ฉันรับคำ "อืม...ไปได้...มาริศเธออยู่นี่ก่อน"แล้วคู่กรณีของฉ ันก็ออกไปจากห้อง "ครูแนะนำนะ เธอใช้ทุนเรียนอยู่อย่าพยายามก่อเรื่องให้มันมากนัก อีกอย่าง ไปตัดผมซะ ผมยาวเชียว"เขาส่งสายตาเข้มมาทางฉัน "ครับ"ฉันรับคำแล้วเดินออกไปจากห้องฝ่ายปกครอง น่าแปลก ผมฉันยาวอีกแล้ว ธรรมดาผมของฉันจะยาวเร็วกว่าคนปกติอยู่แล้ว แต่นี้มันเร็วขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ระหว่างที่ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น "เข้าห้องฝ่ายปกครองเป็นไงบ้าง นี่กระเป๋าเธอ"สาทักฉันแล้วส่งกระเป๋าหนังสือให้ฉัน "อืม..ขอบใจ อย่าพูดถึงมันเลยกลับหอกันเถอะ"ฉันพูด แล้วเราทั้งสองก็เดินออกจากโรงเรียน หอที่ว่านั้นเป็นหอพักของสถานรับเลี้ยงเด็กที่ฉันอยู ่ มันอยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณกิโลนึง แต่ทางที่จะผ่านนั้นเป็นซอยเปลี่ยว แล้วยังมีจิ๊กโก๋คอยดักไถเงินอยู่ แต่มันก็คงไม่กล้า เพราะต่างก็รู้ซึ้งในรสพระบาทของฉันแล้ว เมื่อมาถึงที่ซอยนั้น พวกเราเจอกับจิ๊กโก๋ที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เมื่อมันเห็นพวกเรามันก็พูดด้วยท่าทางกวนๆพร้อมหยิบม ีดขึ้มมา "ไอ้หนู...ไม่อยากเจ็บตัวก็ส...อุ้ฟ!!"ก่อนที่มันจะพ ูดจบ เท้าฉันก็ขึ้นไปประทับที่หน้าของมันเรียบร้อย แล้วมันก็ล้มลงไปไม่ไหวติง แล้วพวกเราก็เดินผ่านมันไปโดยที่ไม่คิดจะกลับไปเหลีย วดูมัน "แหม่! ยังคมเหมือนเดิมเลยนะ ถึงว่า วันนี้ถึงมีเรื่องที่โรงเรียน"สาแขวะฉัน "เออ!"ฉันตอบกลับไปโดยไม่ใส่ใจอะไร "อืม...คืนนี้ลงมากินข้าวด้วย ไม่ใช่อาบน้ำเสร็จแล้วนอนเลยนะ"เธอพูดขึ้นแล้วทำหน้า บึงเล็กน้อย "จ้า.."ฉันตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจเท่าไรนัก เธอเห็นฉันไม่จริงจังจึงพูดขึ้นมา "นี่ ขอแค่คืนนี้ได้มั้ย อย่าลืมนะ ไม่งั้นไม่ต้องมาพูดกัน"แล้วเธอก็ทำท่าเหมือนจะงอนฉั น "จ้าๆ...จะไม่ลืมจ้า"ฉันตอบกลับไปแล้วยิ้มแหยๆ แล้วเราทั้งสองก็มาถึงที่หอพอดี "ไง ริศ สา กลับมาแล้วรึ"เสียงของลักษณ์ทักขึ้นเมื่อเห็นเราสองค นเดินเข้าหอ เธอเรียนบัญชีปีสอง เธอสนิทกับสามากๆ "กลับมาแล้ว อืม...แล้วเจอกันตอนมื้อเย็นนะ"แล้วฉันก็แยกตัวออกมา ปล่อยให้สองสาวคุยกันต่อไป ฉันตรงไปที่ห้องของฉันแล้วอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า "อืม....ฮ้าว....."ฉันเริ่มรู้สึกง่วงเมื่อแต่งตัวเส ร็จ ฉันทิ้งตัวลงนอนบนเตียงโดยไม่สนว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว .................................................. .................................................. .................................................. .... "อืม......ฮ้าว..."ฉันลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ แล้วมองดูนาฬิกาที่หัวเตียง "....5ทุ่มรึ...เราไม่เคยตื่นมาตอนนี้นี่หว่า"ฉันขยี ้ตาเพื่อให้ประสาทตื่นตัว..แล้วฉันก็เห็นแสงสว่างออก มาจากลิ้นชักเล็กที่หัวเตียงของฉัน "อะไรหว่า" ฉันจึงเปิดลิ้นชักออกมา ต้นแสงนั้นออกมาจากสร้อยที่ติดตัวฉันมาตั้งแต่เด็ก ฉันหยิบมันขึ้นมาดู แล้วสำรวจ มันอย่าถี่ถ้วน แล้วฉันก็แปลกใจเล็กน้อย ที่ฉันอ่านอักษรบนจี้หินที่ติดมากับสร้อยออก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เคยพยายามหาหนังสือมาเทียบอ่านดู แล้วก็ไม่เป็นผล เมื่อลองอ่านผ่าน มันเหมือนเป็นบทพูดอะไรซักอย่าง แล้วฉันก็พลิกดูอีกด้าน มันบอกให้ฉันสวมสร้อยและอ่านบทพูดที่อยู่ที่อีกด้าน ฉันจึงลองทำตามดู "อืม...เอาไงเอากัน"เมื่อสวมสร้อยเสร็จ ฉันจึงเริ่มพูดตามอักษรที่สลักไว้อีกหน้า "...ด้วยนามของข้า..ทาคาอาร์ซิลเลอร์..ผู้มีสายเลือด แห่งหมาป่าศักดิ์สิทธิ์ไหวเวียนอยู่...ข้าขอประกาศว่ าตัวข้านั้นเป็นแวร์วูล์ฟ.." ฉันพูดตามที่อ่านได้ แต่เสียงที่ออกมานั้นมิได้เป็นภาษาที่ใช้อยู่แต่อย่า งไร มันเป็นภาษาที่ฉันไม่เคยได้ยินแต่คุ้นเคยมากๆ... ...เมื่อฉันพูดเสร็จ ฉันรู้สึกเจ็บแปลบที่ต้นแขนขวา มันเป็นจุดเดียวกับบริเวรที่เป็นปานรูปกากบาทอยู่ ความเจ็บเริ่มแผ่ขยายวงกว้างขึ้นและเจ็บขึ้นเรื่อย.. "อะ...อา....อ้ากกกกกกกกกกกกกก"ฉันร้องโหยหวนเพราะคว ามเจ็บ มันเจ็บมากจนบรรยายไม่ถูก มันเหมือนกล้ามเนื้อทั้งตัวเกร็งขึ้นและขยายตัวออกพร ้อมๆกัน แล้วยังมีความรู้สึกเหมือนกระดูกในร่างกายกำลังเปลี่ ยนรูปร่าง มัน...ปวด...ปวดมากๆ...จนในที่สุดฉันก็สลบไปเพราะควา มเจ็บปวดนั่น... .................................................. .................................................. .................................................. .... "อะ...อืม..."ฉันค่อยๆลุกขึ้นนั่ง...เมื่อคืนมันอะไร กัน ความเจ็บปวดนั้น ฉันหันไปดูนาฬิกาแล้วก็ตกใจ "เฮ้ย!...3โมงกว่าแล้วรึ"ฉันรีบลุกขึ้นเพื่อไปเปลี่ย นเสื้อผ้า ดีนะที่เป็นวันเสาร์ แต่ยังไงก็ตามฉันก็ควรจะลงไปข้างล่างแล้ว ระหว่างที่ฉันจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าฉันเดินผ่านกระจ กเงา ฉันรู้สึกผิดสังเกตกับเงาที่ผ่านไปแว้บนึง ฉันจึงเดินไปที่กระจกอีกครั้ง สิ่งที่สะท้อนออกมาทำให้ฉันตะลึง "น...นี่มัน....ก..เกิดอะไร...กับฉัน"ฉันอุทาน เมื่อเงาที่ปรากฏนั้นกลับเป็นเงาของมนุษย์หมาป่าขนสี เทาเงินที่ใส่เสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งแทนเงาของฉัน ฉันเริ่มกระวนกระวาย นี่...เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ใคร...ใครบอกฉันทีว่ากำลังฝันอยู่ ว่าแล้วฉันก็ลองหยิกแก้มตัวเองทีนึง "โอย!!"ฉันร้องขึ้น ทันทีที่หยิกแก้ม ความเจ็บมันก็แล่นทันที นี่ฉัน...เรื่องจริง...ทำไงดี...ฉันควรทำยังไงดี ในระหว่างที่ฉันกำลังกระวนกระวายกับสิ่งที่เกิดขึ้นก ับตัวเอง แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากตรงเตียงของฉัน "ไง หมาป่าน้อย"คนผู้หนึ่งพูดขึ้นฉันหันกลับไปที่เตียง คนผู้นั้นนั่งอยู่บนเตียงของฉัน เขาใส่เสื้อคลุมสีน้ำตาล ฮู้ดที่คลุมศีษระของเขา ทำให้ฉันมองเห็นหน้าของเขาไม่ชัดเท่าทีควร "คุณเป็นใคร เข้ามานี่ได้ไง"ฉันถามด้วยคำถามเบสิกที่ใช้ได้ดีในสถ านการณ์นี้ คนผู้นี้เข้ามาได้ไงในเมื่อห้องของฉันถูกล็อคไว้ทั้ง หมด เขาถอดเสื้อคลุมออก มันทำให้ฉันตะลึงอีกครั้ง(หลังจากที่ตะลึงกับสภาพตัว เอง) เขาเป็นชายผมยาวสีคราม เช่นเดียวกับสีตาของเขา และหูที่แหลมยาว ชายคนนี้เป็น...เอล์ฟ... ฉันอ้าปากค้างกับภาพต้องหน้า อะไรกัน นี่นอกจากตัวเองเป็นมนุษย์หมาป่าแล้ว ยังมีเอล์ฟมานั่งอยู่ที่เตียงด้วย มันเกิดอะไรขึ้น!! ใครก็ได้บอกฉันที ว่าที่อยู่ตรงหน้านี่มันไม่จริง มันเป็นเพียงความฝันเท่านั้น... แล้วเขาก็พูดขึ้น "อืม...ฉันคือแม็กซิโนเลี่ยน แม็กซี่ หรือ แม็กโก้ ฉันมาที่นี่เพื่อพาเธอกลับไป"เขาพูดขึ้นด้วยสีหน้านิ ่งๆและน้ำเสียงที่ราบเรียบ "กลับไป...ที่ไหน"ฉันสงสัย นี่ฉันมีที่จะให้กลับด้วยรึไง ในเมื่อฉันเป็นเด็กกำพร้า อย่าบอกว่าจะให้ฉันไปอยู่ในสวนสัตว์นะ โอ้ย ไม่เอาด้วยหรอก "กลับไปบ้างเกิดของเธอไง จริงๆแล้วเธอไม่ใช่คนของมิตินี้อยู่แล้ว"เขาแจง มิตินี้ เฮ้ย!! เอาเข้าไป นี่ฉันเป็นคนจากต่างมิติเรอะ เป็นไปไม่ได้ เรื่องมันชักไปกันใหญ่แล้ว "....หมายความว่าไง อย่าบอกนะ ว่าผมมาจากมิติอื่น เหลวไหลน่า"ฉันย้อนถามกลับไป เขายิ้ม "ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล เธอไม่ใช่คนของที่นี่ อย่าทำหน้างง ฟังให้ชัดอีกครั้ง เธอไม่ใช่คนของที่นี่"เขาตอบ คำตอบของเขาทำให้ฉันแทบทรุด อะไร บ้าไปแล้ว... ฉันก้มหน้า นี่มัน เกิดอะไรขึ้นกันแน่(ฟะ!!) งง งงเต๊ก แล้วเขาก็พูดขึ้น "รีบๆไปกันเถอะ เปลี่ยนเสื้อผ้าซะ"เขาพูดนิ่งๆ เมื่อฟังแล้ว ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ทีนึง สงสัย คงต้องเลยตามเลยซะแล้ว ในเมื่อฉันอยู่ในสภาพอย่างนี้... "งั้นก็นะ ผมไปกับคุณก็ได้ แต่...จะให้ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ไงผมอยู่ในร่าง..... อะ นี่ฉันเป็นเหมือนเดิมแล้ว"ฉันดูตัวเองก็พบว่าอยู่ในร ่างเดิมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขายิ้ม(ไม่รู้จะยิ้มทำไม น่ากลัวพิลึก) ฉันรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า...ฉันเริ่มคิดว่าจะบอกลาสาก่อ นดีมั้ย ในระหว่างที่กำลังคิดอยู่...เสียงโทรศัพท์มือถือ(ที่ อุตส่าห์ทำงานพิเศษแทบตายเพื่อซื้อ)ของฉันก็ดังขึ้น ฉันรีบรับมันโดยทันที "สวัสดีครับ.....อะไรนะ.....แก.....เฮ้ย เดี๋ยวสิ...ให้ตายสิ"ฉันสบถ แล้ววางสายทันที บังอาจ....... "...เกิดอะไรขึ้นรึ"เขาถามฉัน ด้วยสีหน้าเป็นห่วงฉัน คนๆนี้นอกจากทำหน้านิ่งกับยิ้มที่เหมือนจะแฝงไปด้วยบ างอย่าง เขายังมีที่ท่าเป็นห่วงฉันด้วนรึ "โทษทีนะครับ สงสัยผมจะไปตอนนี้ไม่ได้"ฉันพูดนิ่งๆ แล้ววิ่งออกไปจากห้องอย่างรีบร้อนทันที "...ตามไปดูดีกว่ามั้ง"เขาพูดจบ แลัวเขาก็หายไปจากเตียงของฉันทันที .................................................. .................................................. .................................................. .... แก้ไขโดย warewolfwarrior : 18 Feb 2007 เวลา 17:54. |
| | |
| | #3 (permalink) |
| สมัครไว้แต่ไม่ได้โพส | Chapter 2nd Silver Fang Part of Tak The 2nd Chapter : จากลา ( Parting ) "แฮ่ก...ๆ....ๆ...ๆ"เสียงหอบของฉันดังขึ้นอย่างชัดเจ น มันมาจากการที่ฉันวิ่งอย่างรีบร้อนและร้อนใจ ให้ตายสิ...ฉันต้องไปให้เร็วที่สุด ก่อนที่มันจะไม่ทันการ... ...โทรศัพท์เมื่อตะกี้มันโทรมาบอกว่า ตอนนี้สาอยู่กับมัน ถ้าอยากได้ตัวคืนให้มาที่โกดังร้างหมายเลข7 มันทำให้ฉันร้อนรนใจเป็นอย่างมาก...ทำไมเธอถึงโดนจับ ตัว ใครกันที่เป็นคนที่จับตัวไป ฉันจะซัดมันไม่เลี้ยง! เมื่อฉันมาถึง ฉันรีบเปิดประตูโกดังแห่งนั้นเข้าไปทันที ฟ้าว!! เสียงไม้หน้าสามแหวกอากาศตรงมาที่หัวฉัน แต่ฉันก็หลบได้อย่างไม่ยากนัก เมื่อตั้งหลักได้ฉันก็พบว่าตัวเองถูกล้อมไปด้วยเหล่า นักเลงนับสิบ และที่อยู่ห่างจากตรงหน้าฉันไม่กี่เมตรนั้นคือจิ๊กโก ๋คนที่ถูกฉันถีบหน้าเมื่อวาน กับลังเอามีดจ่อคอสาที่ถูกมัดมือเท้าและถูกปิดตาอยู่ "สา!!.....แก"ฉันสบถแล้วทำท่าจะวิ่งเข้าไปหามัน มันเอามีดจ่อคอสาใกล้กว่าเดิมแล้วมันยิ้มขึ้นแล้วพูด "ไอ้หนู...แกไม่อยากให้นังนี้เจ็บตัวก็อยู่เฉยๆซะ"มั นยิ้ม รอยยิ้มของมันช่างน่าขยะแขยงเหลือล่ำ "ไอ้เลว...กรอด..."ฉันกัดฟันแน่น "จัดการไอ้ผมเงินซะ"มันพูดขึ้น แล้วเหล่านักเลงที่มีอาวุธครบมือก็เข้ามารุมฉัน เมื่อฉันทำท่าจะตอบโต้มันก็พูดขึ้น "อะๆ อย่าตอบโต้ดีกว่า...ถ้ายังอยากให้เจ้าหล่อนปลอดภัย" 'ให้ตายสิ...'ฉันคิด สถานการณ์ตอนนี้ฉันเป็นรองอย่างมาก ฉันได้แต่หลบอย่างเดียว จะโต้ตอบก็ไม่ได้ จะเข้าไปหาไอ้เลวนั้นก็ไม่ได้ ระหว่างที่กำลังคิดหาทางอยู่ จนเผลอเปิดช่อง พวกมันซักคนได้ใช้จังหวะงามๆนั้น จัดการใช้ไม้หน้าสามฟาดเข้าที่ท้ายทอยของฉันอย่างแรง ผลั่ก!! เสียงไม้กระแทกเข้าที่ท้ายทอยฉันอย่างรุนแรง... "อัค..." ฉันรู้สึกว่าโลกทั้งโลกกำลังหมุน...แล้วนอกจากนั้น ฉันรู้สึกเหมือนมีเลือดอุ่นๆกำลังไหลออกมาจากท้ายทอย ...ฉันทรุดลง แล้วมือเท้าจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งมาที่ฉัน......... หลังจากที่พวกมันรุมสกัมฉันจนพอใจ พวกมันสองคนหิ้วปีกร่างที่สะบัดสะบอมของฉันขึ้นมา แล้วพวกมันก็หิ้วฉันมาที่ตรงหน้าเจ้านั้น มันยิ้มแสยะ ฉันได้แค่เหลือบตามองรอยยิ้มที่แสนอุบาทว์ของมันเท่า นั้น ผลั่ก!!แล้วมันชกเข้าที่ท้องฉันอย่างแรง มันทำให้ฉันจุก บวกกับมือเท้านับไม่ถ้วนก่อนหน้า มันทำให้สติของฉัน ใกล้ดับวูบลงไปทุกที "อ็อก....."ฉันร้องออกมา แล้วพวกมันก็ปล่อยให้ฉันล้มลง ภายใต้สติที่ใกล้จะเลือนหายไปเต็มที มันก็พูดขึ้น "นี่สำหรับการที่มาทำร้ายฉัน"แล้วมันก็หันไปหาสาที่ถ ูกมัดอยู่ มันเริ่มลวนลามสา สาพยายามจะขัดขืน ผลั่ก!!มันต่อยเข้าที่ท้องน้อยของเธอทีนึง มันทำให้เธอสลบไป ฉันซึ่งกำลังจะสิ้นสติ เมื่อเห็นเหตุการณ์นั้น สติของฉันก็กลับคืนมา พร้อมกับอารมณ์ที่เดือดดาลที่เห็นบุคคลที่เป็นเพื่อน ที่สนิทที่สุดนั้น โดนทำร้าย ความโมโหและโกรธแค้นของฉันพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเ ร็ว ความเจ็บปวดทั้งหลายมลายไปจนหมดสิ้น ฉันลุกขึ้นมาด้วยความโกธาอย่างสุดซึ่งแล้วตะโกนออกมา ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยโทษะ "อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"เสียงตะโกนที่โหยหวน เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วนเพลิงโทษะของฉันดังขึ้น "ยังลุกได้อีกรึ"มันตกใจเมื่อมันตั้งสติได้มันก็พูดข ึ้น"จัดการจับมันซะ"มันสั่งอย่างเด็ดขาด แล้วพวกมันสองคนก็เข้ามาจับแขนของฉันคนละข้าง ฉันดิ้นแล้วตะโกนขึ้น "ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"ฉันเหวี่ยงทั้งสองกระเด็นไ ปชนกำแพง ไม่รู้เพราะความโกรธรึเปล่า ที่บันดาลพลังอันมหาศาลให้ฉัน เหตุการณ์นั้น ทำให้พวกมันค่อยๆถอยไป เว้นระยะห่างระหว่างฉันกับพวกมัน "อาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา"แล้วฉันก็ร้องขึ ้นโดยที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ พลัง ฉันรู้สึกถึงพลังไหลล้นไปทั่วร่างกาย ก่อนที่ทุกอย่างในร่างฉันกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป... "อาาาาาาาาาาาโบร๋ววววววววววววว"เสียงร้องของฉันแปรเ ปลี่ยนเป็นเสียงหอน บาดแผลเริ่มสมานตัว ร่างกายเริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้น เขี้ยวเล็บหางเริ่มงอกยาว ปากค่อยยืดยาวออก ขนสีเงินค่อยๆขึ้นปกคลุมร่างกายฉัน นันย์ตาสีเงินที่แฝงไปด้วยสัญชาตญาณดิบเริ่มฉายแวว เพียงเวลาไม่กี่วินาที ร่างกายของฉันก็กลายเป็นมนุษย์หมาป่าสีเทาเงินโดยสมบ ูรณ์ "กรรรรรรรรรรร"ฉันแยกเขี้ยวใส่พวกมัน ตอนนี้พวกมันอยู่ในอาการตกตะลึง บางคนอุทานออกมาว่าปีศาจ แล้วเจ้านั้นก็ตั้งสติได้แล้วตะโกนขึ้น "อ...อย่าไปกลัวมัน พวกเราเยอะกว่า จัดการมันซะ!!"มันสั่ง แล้วพวกมันก็เข้ามารุมฉันอีกครั้ง "บรู๋วววววววววววววว"ฉันหอนขึ้นแล้วส่งสายตาอันเต็มไ ปด้วยความหิวกระหายไปทางพวกมัน แล้วฉันก็เริ่มเข้าโจมตีพวกมันอย่างบ้าคลั่ง ฉันทั้งกัด ทั้งข่วน ใครที่อยู่ใกล้นั้น มีอันต้องเป็นเหยื่อของคมเล็บคมเขี้ยวของฉันไป ต่อมาในเวลาไม่นานนัก พวกมันทั้งหมด ยกเว้นเจ้านั้นก็ลงไปนอนกองจมกองเลือด ร้องโอดครวญจากบาดแผลอยู่เป็นนิจ ขนสีเทาเงินที่ดูมีประกาย บัดนี้ถูกชโลมไปด้วยเลือดของพวกมัน ฉันค่อยๆเดินไปหาเจ้านั้นช้าๆ "กรรรรรรรรรรรรรรร"ฉันคำรามในคอ แล้วเดินเข้าไปหามันอย่างช้าๆ ด้วยสายตาที่หิวกระหาย ร่างที่เต็มไปด้วยคราบเลือด กอรปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันสั่นด้วยความกลัวอย่างหาที่สุดมิได้ "อย......อย่า...เข้ามา...."มันพูดด้วยเสียงสั่นเครื อเพราะความกลัวที่กัดกินในดวงจิต มันรวมความกล้าเท่าที่มีของมัน หยิบปืนขึ้นมาด้วยอาการสั่นจนเกือบจะควบคุมมิได้แล้ว เล็งมาที่ฉัน ฉันก็ยังเดินเข้าไปอย่างช้าๆ มิได้เกรงกลัวอาวุธที่มันถือแต่อย่างไร หน้าของมันเริ่มเหยเกขึ้นเรื่อยพร้อมกับการสั่นที่ทว ีความรุนแรงขึ้น จนในที่สุด เมื่อเดินเข้าใกล้ได้ระยะหนึ่ง ฉันก็กระโจนเข้าหามัน "อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"เสียงมันตะโกนโห ยหวนด้วยความกลัว พร้อมกับที่มันเหนี่ยวไกปืนอย่างไม่ยั้ง ปังๆๆๆๆๆ แก๊กๆๆๆ มันยิงใส่ฉันจนกระสุนหมด ร่างของฉันกระเด็นไปข้างหลังตามแรงของกระสุน โครม!! เสียงร่างของฉันร่วงหล่นลงสู่พื้น แล้วนอนแน่นิ่งไป "แฮ่กๆๆ...ฟืด...."มันหอบ แล้วมันก็ค่อยๆลดปืนลง ความกลัวของมันกำลังจะคลายลง แต่ความกลัวของมันก็เกิดขึ้นอีกครั่ง เมื่อร่างที่แน่นิ่งนั้น ค่อยๆลุกขึ้นมา "แค่กๆ...จุกนะเฟ้ย...."ฉันพูดอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วค่อยๆลุกขึ้นพร้อมกับเอามือซ้ายกุมที่หน้าอก กระสุนเกือบทุกนัดพลาดหมด แต่มีอยู่นัดหนึ่งพุ่งตรงมาที่หัวใจของฉัน เคราะห์ดีที่จี้นั้นรับกระสุนไว้พอดี ฉันจึงแค่รู้สึกจุกเท่านั้น และก็เป็นการดีอีกอย่างหนึ่ง เพราะความจุกนั้นได้ช่วยทำให้สติของฉันกับมาอีกครั้ง "แก....เป็นอะไรกันแน่...."มันพูดขึ้น หน้าของมันซีดจนเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล่ำ และยังมีหน้าที่เหยเกนั่นอีก มันคงจะกลัวสุดๆ "...แก...บังอาจทำกับสา..."ฉันไม่สนที่จะตอบคำถา มมัน เค้นเสียงเหี้ยม แล้วส่งสายตาที่เต็มไปด้วยโทษะไปหามัน พร้อมกับพุ่งใส่มัน มันสั่นจนทำอะไรไม่ถูก แล้วต่อยเข้าที่หน้ามันอย่างจัง กร๊อบ...!!เสียงกระดูกคางของมันเลื่อน แล้วมันก็กระเด็นไปตามแรงหมัดของฉัน หลังจากที่ซัดมัน ฉันตรงไปที่สารีบแก้มัดเธออย่างเบามือ แต่ฉันยังไม่เอาผ้าปิดตาเธอออก กลัวว่าเธอจะเห็นฉันในร่างนี้ แล้วจะพาลตกใจไปเปล่าๆ แล้วฉันก็ค่อยๆอุ้มเธออกไปจากโกดัง "มืดแล้วรึนี้"ฉันมองไปรอบๆ ไฟที่เสาไฟใกล้ๆนั้นติดขึ้น เธอก็รู้สึกตัวพอดี "อา...อูย.."ฉันค่อยๆวางเธอลงพื้น แล้วถอยออกมา เธอค่อยๆลุกขึ้นนั่งแล้วพูดขึ้น "...ริศใช่เปล่า มืดจัง"แล้วเธอก็กำลังจะแกะผ้าปิดตาออก "อย่าพึ่ง!!"ฉันร้องห้าม ฉันไม่อยากให้เธอเห็นฉันในตอนนี้ "ทำไมเล่าริศ"เธอถามฉัน ฉันเงียบไปครู่นึง แล้วเริ่มคิดว่า ถึงตอนนี้เธอยังไม่รู้ความจริง ยังไงเธอคงต้องรู้เข้าซักวัน เมื่อคิดได้ฉันจึงพูดขึ้น "...สา เปิดแกะผ้าที่ปิดตาเธอเถอะ..."ฉันพูดด้วยเสียงที่เรี ยบๆ พยายามข่มอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลเอาไว้ "อะไรกัน ฉันนึกว่าเธอจะมีอะไรซะอีก"แล้วเธอก็แกะผ้าออกมา เธอหยีตาเมื่อเจอกับแสงไฟ ครู่หนึ่งเมื่อตาเธอชินกับแสง เธอก็พูดขึ้น "อูย....ให้ตายสิ เธอน่าจะมาช่วยฉันเร็วกว่านี้นะ"แล้วเธอก็หันมาทางฉั น เธอนิ่งไปชั่วขณะหนึ่งเมื่อเห็นฉัน... สีหน้าของฉันในขณะที่มองเธอในตอนนี้ช่างเศร้านัก ฉันเองก็นิ่งไม่พูดอะไรเช่นกัน... "...ริศ....เธอ...."สีหน้าของเธอนั้นเริ่มตระหนกเมื่ อเห็นฉัน เป็นดังที่คาดไว้จริงๆ อยู่ดีๆก็มีตัวประหลาดอยู่ตรงหน้า ไม่ตกใจรึกลัวก็แปลกแล้ว "...สา....ฉัน....ฉัน....."ฉันก้มหน้ารับชะตากรร ม เสียงที่เปล่งออกมา คำพูดที่จะพูด มันเหมือนถูกความเสียใจ กังวล อัดอั้นเอาไว้ไม่ให้ออกมา "นี่...เธอไม่ใช่คนรึเนี่ย"เธอพูดขึ้น สีหน้าของเธอในตอนนี้กับกลายเป็นสีหน้าของคนที่ตื่นเ ต้นกับสิ่งตรงหน้าแทน "..น...นี่ ไม่กลัวฉันบ้างรึไงฮะ...ยัยบ๊อง!!"ฉันเริ่มงงกับการแ สดงออกของเธอในตอนนี้ เธอ ไม่ได้กลัฉันแต่อย่างไรงั้ยเรอะ... "จะกลัวไปทำไม ในเมื่อเป็นนาย ฉันคิดแล้วว่าเธอคงไม่ใช่คนธรรมดาหรอก"เธอพูดด้วยสีห น้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและตื่นเต้น "สงสัยจะโดนพวกนั้นตีหัวเอาด้วยมั้ง เธอนี่..."ฉันพูดประชด แล้วเธอก็เดินเข้ามาใกล้ๆฉัน แล้วจับหูของฉัน "แหม่...ฉันเองก็ชอบอะไรที่มีสีเงินอยู่แล้วด้วยสิ"เ ธอพูดขึ้น แล้วยิ้ม รอยยิ้มของเธอช่วยให้ความรู้สึกก่อนหน้านั้นมลายสิ้น ไปหมด แล้วความรู้สึกดีใจก็เข้ามาแทน ดีใจที่เธอไม่กลัวรึรังเกลียดฉัน เธอก็ยังเป็นเธอ เด็กหญิงคนแรกที่กล้าเข้ามาเล่นกับคนที่แตกต่างจากคน อื่น... แต่ความดีใจนั้นก็หมดไป เมื่อฉันคิดได้ว่า...วันนี้...ฉันกำลังจะไปจากที่นี่ ... "นี่...สา...คือว่า"ฉันรีบเปลี่ยนเรื่องทันที สีหน้าของฉันหมองลงทันที "อะไรรึ"เธอถาม เหมือนเธอจะเห็นสีหน้าของฉัน เพราะคำถามสั้นๆประโยคนี้ มันเต็มไปด้วยความรู้สึกห่วงใยของเธอ "คือว่า..เออ...อา....."ฉันพยายามจะพูดแต่ก็พูดไม่ออ กซักที มันเหมือนถูกอะไรอุดปากเอาไว้ไม่พูดออกมา มันคงจะพูดออกอยู่หรอก การบอกลาเพื่อนที่สนิทที่สุดเนี่ย "...เดี๋ยวหมาป่าน้อยจะไปกับฉันแล้ว"มีเสียงหนึ่งพูด แทรกเข้ามา เสียงนั้นดังมาจากข้างหลังฉัน เราทั้งสองรีบหันกลับไป พบว่าเอล์ฟผู้นั้นมายืนอยู่ข้างหลังฉันตั้งแต่เมื่อไ หร่ไม่รู้ "อะ..เอล์ฟ"เธอตกใจเล็กน้อย"น..นี่มันวันรวมญาติอมนุ ษย์รึไงเนี่ย"ไม่น่าเชื่อว่าประโยคนี้จะหลุดออกมาจาก ปากเธอได้(ยังมีกะใจเล่นมุกอีก) "ง่า....เสียนะเนี่ยแม่คุณ"เขาหน้าเสียเล็กน้อย "ขอโทษคะ...พอดีตกใจที่ว่าเพื่อนตัวเองเป็นหมาแล้วยั งมีเอล์ฟโผล่มาอีก"น่าน เจ้แกยังเล่นไม่เลิก ฉันชักไม่แน่ใจว่าคบยายนี่มาตั้งหลายปีได้ยังไง แต่คิดดูดีๆ เธอก็ประสาทแข็งดี ถ้าเป็นคนอื่นคงร้องลั่นไปแล้ว "อ่านะ...ฉันขอแนะนำตัวอีกครั้ง ฉันคือแม็กซิโนเลี่ยน แม็กซี่ หรือแม็กโก้ ถ้าจะให้ดีเรียกพี่แม็กโก้แล้วกันนะ" "เดี๋ยวๆ ปูนไหนแล้วจะให้เรียกว่าพี่เนี่ย"ฉันย้อนกลับไป "อืม...ถ้าเทียบแล้วคงประมาณยี่สิบต้นๆนะ"เขาตอบพร้อ มกับยิ้ม "เหรอคะ...แล้วอายุจริงๆล่ะคะ"สาถามต่อ สีหน้าเข้าเปลี่ยนไปทันที "อ่า...เออ..."เขาอ้ำอึ่ง"...คือ...อายุมันเป็นเพียง ตัวเลขอย่าไปสนมันเลยนะ"แล้วเขาก็มองมาที่พวกเรา เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความใคร่รู้เขาถึงกับเหง ื่อตกแล้วพูดถึง"เฮ้อ....บอกก็ได้...229ปี"เขาตอบ จากน้ำเสียง คงจะไม่ค่อยอยากพูดออกมาซักเท่าไรนัก แล้วเราทั้งสองก็พูดถึงเป็นเสียงเดียวกันว่า"ปู่!!!" เขาหน้าเหย คงรู้ตัวว่าคำตอบที่จะได้รับเมื่อเผยสังขารตัวเองแล้ วคงจะเป็นอย่างนี้ "ง่า......"เขาหน้าเสีย แล้วเขาก็ตีหน้าเครียดทันที"หมาป่าน้อย...ไปกับฉันได ้แล้ว"เขาพูดนิ่งๆ "เดี๋ยวคะ คุณจะพาริศไปไหนคะ หนูจะถามตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว"เธอถามขึ่น "ก็พาเขากลับบ้านเกิดนะสิ เธอไม่คิดว่าแปลกบ้างรึที่มีแวร์วูล์ฟอยู่ที่นี่ แล้วยังมีเอล์ฟอย่างฉันปรากฏตัวขึ้นมาอีก"เขาถาม เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง "มันก็จริงนะคะ แล้วที่ๆเขาจากมามันอยู่ส่วนไหนของโลกคะ"เธอพูดจากคว ามคิดของเธอ "มันไม่ได้อยู่ในโลกนี่หรอก พวกฉันทั้งสองคนไม่ได้อยู่ที่มิตินี่ พวกเราอยู่ที่อีกโลกที่มันเป็นโลกที่คุ่ขนานกับโกของ พวกเธอ"เขาอธิบายสั้นๆ พอให้รู้ "เหรอคะ"เธอทำท่าเหมือนเข้าใจ(ไม่รู้ว่าเข้าใจจริงๆร ึเปล่านะ) แล้วแม็กโก้ก็จับมือฉันแล้วพูดขึ้น "สาวน้อยพวกเราคงต้องไปแล้ว ขอให้เธอลืมเรื่องในวันนี่เสียเถอะ อันรีเมมเบอร์!!"เขาตะโกนขึ้นแล้วชี้ไปทางเธอ แล้วแสงสีม่วงก็พุ่งจากมือของเขาไปที่ตัวเธอทันที "ว้าย!!"เธอร้องเมื่อแสงนั่นปะทะเข้าตัวเธอแล้วเธอก็ สลบไป "สา......!!"ฉันตะโกนเรียกเธอแล้วหันกับมาที่เขา"คุณ ทำอะไรกับเธอ!!"ฉันถามเขา เขาเงียบไม่ตอบแล้วเขาก็พูดขึ้น "ไดแมนชั่น"แล้วรอบๆตัวฉันก็กลับกลาย กลายเป็นป่าแทนภายในชั่วพริบตา แล้วตรงหน้าของฉันนั้น มีบ้านหลังเล็กๆหลังหนึ่งตั้งอยู่ มันเหมือนถูกทิ้งร้างไว้หลายปี แต่น่าแปลกตรงที่ว่ามันกลับไม่มีร่องรอยถูกสัตว์ป่าแ ถวนี้มาทำความเสียหายเลย "ที่นี่มันที่ไหน..."ฉันพูดขึ้นเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ รอบๆตัว "เขาไปในบ้านกันเถอะ"เขาพูดขึ้น ฉันพึ่งสังเกตอะไรบางอย่าง ตอนนี้ สีหน้าที่ดูขี้เล่นของเขาถูกแทนที่ด้วยสีหน้าที่นิ่ง เรียบจนน่ากลัวแทน แล้วเขาก็เดินตรงไปที่บ้านหลังนั้น แล้วเข้าไป "ด...เดี๋ยวสิ"ฉันรีบวิ่งตามเข้าไป เมื่อเข้าไปข้างในบ้าน สิ่งที่เห็นคือฝุ่นที่เกาะข้าวของในบ้านจนหนาเตอะ เป็นหลักฐานอย่างดีว่าบ้านนี้ถูกทิ้งไว้นานแล้ว เขาตรงไปที่โต๊ะที่ดูเหมือนโต๊ะอาหาร บนโต๊ะนั้นมีจดหมาย สมุด และดาบเล่มหนึ่งวางอยู่ เขาปัดฝุ่นที่เกาะของเหล่านั้นจนฟุ้ง "ฮัดชิ้ว...!!"ฉันจามขึ้น เขาหันมามองฉันแป้บนึง แล้วกลับไปสนใจขอที่ยู่บนโต๊ะแทน เขาหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมา มันจ่าหน้าซองด้วยอักษรชนิดเดียวกับจี้ของฉัน มันเขียนไว้ว่า 'ถึงแม็กซิโนเลี่ยน' เขาแกะผนึกออกแล้วอ่าน เมื่อเขาอ่านไปได้ซักพักสีหน้าที่ดูราบเรียบเริ่มมีร อยยิ้มขึ้น ฉันเองก็งงกับพฤติกรรมของคนผู้นี้เหลือเกิน ในหัวของฉันเองก็มีคำถามอยู่หลายอย่างแต่ที่อยากรู้ท ี่สุดในตอนนี้คือ ที่นี่มันที่ไหนเนี่ย "เฮ้อ.....ดีจริงๆ"เขาถอนหาบใจเฮือกใหญ่เมื่ออ่านจดห มายเสร็จแล้วเขาก็เก็บจดหมายนั้นแล้วหันมาหาฉัน "อืม...เธอคงจะสงสัยสิว่าที่นี่ที่ไหนล่ะสิ ทำไมฉันถึงถือวิสาสะเข้ามาได้"เขาถามฉัน "ใช่ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะถามมากตอนนี้ ผมเดาว่านี่น่าจะเป็นบ้านคุณรึไม่ก็บ้านคนที่คุณรู้จ ักใช่มั้ย"ฉันพูดออกมาจากการที่ได้สังเกตรูปการณ์ที่ เขาแสดงออกมา "ข้อหลังถูก ที่นี่เป็นบ้านของคนที่ฉันรู้จัก มันเป็นบ้านของพ่อกับแม่เธอไงล่ะหมาป่าน้อย"เขาเฉลย ฉันตกใจและตื่นเต้นกับคำตอบนั่น พ่อ...แม่...แล้วเขาอยู่ไหน "ล...แล้วพ่อแม่ผมล่ะ"ฉันสงสัย เพราะถ้าเป็นบันของพ่อแม่ฉันทำไมพวกเขาถึงไม่อยู่ที่ นี่ แถมยังทิ้งบ้านไว้อีก "อืม....อันนี้ฉันไม่แน่ใจนะ พวกนั้นอาจจะย้ายไปอยู่ที่อื่นก็ได้หรือไม่ก็... เอาเถอะ ถึงยังไงตอนนี้ซิสกับมายะก็ไม่รู้อยู่ไหน แต่พวกเขาทิ้งมรดกไว้ให้เธอด้วย" แล้วเขาก็หยิบดาบกับสมุดเล่มนั้นให้ฉัน ที่สมุดนั้นเขียนด้วยอักษรอีกแบบนึง แต่น่าแปลกที่ฉันกลับอ่านมันออกทั้งๆที่พึ่งจะเคยเห็ น ที่สมุดเล่มนั้นเขียนไว้ว่า 'พื้นฐานการใช้อาวุธ' "อืม...ผมสงสัยอะไรบางอย่างนะ ทำไมผมจึงอ่านภาษาพวกนี้ออก"ฉันถามขึ้นด้วยความสงสัย แล้วเขาก็ชี้ไปที่จี้ของฉันแล้วพูดขึ้น "เพราะจี้นนั้นไง ฉันฝังคาถา 'เพสเจส' เอาไว้ มันจะทำให้เธอรับรู้ภาษาต่างๆที่ใช้ในโลกนี้ได้"เขาพ ูดด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มตามแบบฉบับของเขา "อ้าว แล้วทำไมก่อนหน้านั้นผมจึงอ่านอักษรที่อยู่บนจี้ไม่อ อกอ่ะ"ฉันยังไม่คลายความสงสัย "ภาษาที่อยู่บนจี้นันเป็นภาษาประจำเผ่าเธอ ถึงไม่ได้เรียนรู้ก็จะอ่านออกเองได้เมื่อถึงเวลาที่เ ธอจะกลายร่างครั้งแรก ฉันเองก็ไม่อยากให้เธอหนักสมองมากเกินไป จึงตั้งเงื่องไขไว้กับจี้นั่นว่าถ้าเธอกลายร่างครั้ง แรกเมื่อไหร่ คาถาจะเริ่มทำงานทันที 'ใจเปล่า"ฉันพยักหน้าตอบ "แล้วภาษาที่อยู่ที่หน้าปกสมุดนี้ล่ะ"ฉันถามต่อ "มันคือภาษาโตรเซียมันเป็นภาษาลางของที่นี่ คนทุกอาณาจักรจะใช้ภาษานี้ แล้วที่นี่ภาษาที่เธอเรียกว่าภาษาอังกฤษนั้นเรียกว่า ภาษาแรนเมอร์ ออกจะเป็นภาษาที่คนมีความรู้ใช้กัน"เขาพูดด้วยสีหน้า นิ่งๆ "ครับ เครียร์แล้ว"ฉันหมดข้อสงสัย "งั้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ นี่ ฉันเอาชุดเธอมาด้วย"แล้วเขาก็ยื่นชุดหนึ่งชุดมาให้ฉั น 'อืม...นี่ฉันกลับร่างตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย'ฉันดูตัวเอ งที่อยู่ในร่างมนุษย์ที่ใส่เสื้อผ้าขาดวิ่น ฉันรับชุดมา แล้วรีบเปลี่ยนทันที เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเขาก็พูดขึ้น "ลองหยิบดาบแล้วชักออกมาดูซิ" ฉันทำตามที่เขาบอก ฉันหยิบดาบขึ้นมาแล้วชักออกจากฝักหนัง มันดูเป็นเงางามไม่มีสนิมเกาะแม้แต่น้อย ที่ตัวดาบมีอักษรสลักไว้ว่า 'แด่อัศวินแห่งเชน' (เป็นอักษรแบบเดียวกับจี้ นี่คงเป็นภาษาประจำเผ่าเหมือนกัน) "แด่อัศวินแห่งเชน....ใครกัน"ฉันพูดลอยๆออกมา "ก็พ่อเธอนั้นแหละ เขาเคยเป็นอัศวิน นี่เป็นดาบของพ่อเธอ รักษาแล้วใช้มันดีๆด้วย แล้วจี้นั้นก็อย่าให้หายด้วยนะ"เขาตอบเมื่อได้ยินที่ ฉันพูด "ครับ"ฉันรับคำ แล้วเก็บดาบเข้าฝัก "เดี๋ยวพวกเราจะไปเมืองที่ใกล้ที่สุด ถ้าเดินไปประมาณสองถึงสามวันก็ถึง รึว่าจะใช้มนต์ไปก็ได้นะ"เขายื่นข้อเสนอมา "อืม..."ฉันคิดนิดนึง ถ้าไปด้วยเวทย์มันก็ถึงเลย ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ถ้าเดินไปก็จะได้รู้สภาพของโลกนี้ด้วย งั้นก็.... "เอางี้ เดินไปดีกว่า ผมจะได้สำรวจพื้นที่ไปด้วยเลย"ฉันตอบ เขายิ้มที่มุมปากอย่างมีเลสนัยแล้วพูดขึ้น "เมื่อคุณขอมา เราจัดให้"เขาพูดแบบมีทีเล่นทีจริงตามบุคลิกของเขา"อ อกเดินทางได้"แล้วเขาก็ออกไปจากบ้าน ฉันตามเขาไปแล้วเราทั้งสองก็เริ่มออกเดินทางจากบ้านข องพ่อแม่ฉัน ไปสู่เมืองที่ใกล้ที่สุด .................................................. .................................................. .................................................. .... |
| | |