Thaigaming Network the 8th: the ultimate evolution of gamertainment tribes. Protect the earth from global warming.

สมัครสมาชิก | รายชื่อสมาชิก | ค้นหา | ข้อความใหม่วันนี้ | ทำสัญลักษณ์ว่าอ่านแล้ว |
 





กลับไป   Thaigaming > Thaigaming General > Fiction

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม แสดงผล
เก่า 08 May 2006, 08:08   #1 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
rune's Avatar
 
โพส: 146
ดาวโหลด: 104
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 14

TG ออร่า:
rune aurarune aura



Talking The Devil Brooch มหัศจรรย์เข็มกลัดปิศาจ

ขุดย้ายมาลงใหม่คร้าบบบ
-------------------------------------------------
_______________________The Devil Brooch
มหัศจรรย์เข็มกลัดปิศาจ
ตอนที่1
___“ ลินน์!หนีไป ” เสียงชายคนหนึ่งฟังดูห้าวๆตะโกน ท่ามกลางกระแสเงาดำและแดงเต้นวูบวาบไปมา
น่าเวียนหัว เสียงเปลวไฟปะทุ เสียงกรีดร้องอื้ออึงกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งกันสับสน “ ไป เดี๋ยวนี้ ”
___“ ไม่เอานะ ให้ฉันร่วมสู้ด้วยสิ ” เสียงหญิงสาวฟังดูร้อนรนตะโกนตอบ “ ฉันทิ้งทุกคนไปไม่ได้ ”
___“ แต่เธอต้องไป เพื่ออนาคตของที่นี่ ” เสียงผู้ชายเสียงเดิมตะโกน ทั้งเงาดำและแดงสั่นระริกรัวเร็ว
กว่าเดิม มีเสียงระเบิดดังแทรกเสียงฝีเท้าที่น่าสับสนขึ้นมา เสียงมันดังขนาดทำให้แก้วหูปวดไปหมด “
ไปหาผู้ที่คู่ควรกับมัน เข็มกลัดนี่จะตกอยู่ในมือราชินีไม่ได้ ”
___“ แล้วที่นี่ล่ะ... ”
___“ ไปสิ! วิ่งไป อย่าหันกลับมา ที่นี่ไม่เป็นไรหรอก พี่สัญญา ”
___“ พี่สัญญา... ”
___“ พี่...สัญญา... ”
___“ ...พี่... ”
------------------------------------------------------------------------------------------
___“ ว้าก! ” เสียงเด็กหนุ่มดังก้องในห้องนอนสี่เหลี่ยมสีขาวเล็กๆ ไวต์สะดุ้งตื่นขึ้นบนที่นอนนุ่มๆมานั่ง
หอบหายใจแฮกๆ เม็ดเหงื่อไหลเต็มหน้าผาก แสงอาทิตย์อ่อนๆยามเช้าส่องลอดรอยแยกของม่านสีชมพูที ่
หน้าต่างตรงโต๊ะเขียนหนังสือ
___ไวต์ค่อยๆลุกขึ้นจากที่นอนอย่างเกียจคร้าน ยกมือขึ้นเสยผมดำหนาและเงางามซึ่งเป็นจุดที่ใครๆก็พู ด
ถึง แต่ว่าเขาก็ไม่เคยสนใจ เสียงหัวใจเขายังคงเต้นอย่างถี่รัว ฝันเมื่อครู่นั้นทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยดี
___ไวต์เป็นชายหนุ่มอายุสิบหกที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อ ย วันๆหนึ่งของเขาผ่านไปกับการนั่งฟุบ นอนฟุบและ
กลิ้งไปกลิ้งมา(ถ้าทำได้) เนื่องจากเขานั้นไร้จุดมุ่งหมายในชีวิตและขาดแรงบันด าลใจ ในขณะเพื่อนๆของ
เขาต่างก็กระตือรือร้นในเรื่องการเรียน กีฬา ไม่ก็กิจกรรมอื่นๆ
___เขาเปิดประตูและปิดดังปังโดยไม่สนใจอะไรขณะก้าวเห ยียบพื้นกระเบื้องห้องน้ำสีเนื้
อที่คุ้นเคยทุกๆ
วัน บานกระจกที่ติดอยู่กับผนังนั้นสะท้อนใบหน้าเรียบเฉย นัยน์ตาสีดำสนิทเป็นประกายวาววับ ผิวออก
คล้ำๆแต่ไม่มากนัก จมูกเล็กๆที่ดูเข้ารูปกับใบหน้าและริมฝีปากสีชมพูอ่อ นสดใส ถ้าดูจากใบหน้าแล้ว ไวต์
คงเป็นที่นิยมในโรงเรียนไม่น้อย
___เสียงน้ำไหลซ่าๆกระทบกับพื้นดังอยู่ราวๆห้านาทีก่ อนที่ไวต์จะอาบน้ำเสร็จและอยู่ใ
นชุดนักเรียนสี
น้ำเงินเข้มพร้อมจะออกจากบ้าน เขาเดินลงบันไดไปยังห้องครัว เปิดตู้เย็นและหยิบกล่องอาหารเช้ากับนม
ออกมา กิจวัตรแบบนี้ก็เหมือนกับทุกๆวันที่เขาต้องทำสิ่งต่า งๆโดยลำพังและซ้ำซาก พ่อกับแม่เขาไปทำงาน
ต่างเมือง นานๆทีเท่านั้นถึงจะกลับมาเยี่ยมบ้าน ปกติจะส่งเงินกลับมาเท่านั้น
___“ เฮ่อ! ” ไวต์ถอนหายใจในอีกสิบนาทีต่อมาบนทางเท้าที่เป็นเส้นท างไปโรงเรียน รอบๆตัวเขาคือ
การจราจรที่เร่งรีบ ผู้คนเดินขวักไขว่และส่งเสียงอื้ออึงหนวกหู รถสีฉูดฉาดขนาดต่างๆกันเคลื่อนตัวอย่าง
รวดเร็วบนถนน แต่ทว่าเขากลับไม่ได้สนใจถึงสิ่งเหล่านี้ ภาพของเงาวูบวาบกับเสียงในฝันต่างหากที่
รบกวนเขาอยู่ ไวต์จำได้ว่าเขาฝันแบบนี้ติดต่อกันมาเกือบอาทิตย์แล้ ว ฝันเหมือนกันทุกประการ เป็นฝัน
ที่ดูยุ่งเหยิงและสร้างความรู้สึกคล้ายกับเวลาเมารถใ ห้ ความกังวลถึงบางสิ่งบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจอย่าง
เงียบๆ
___เสียงแตรดังขึ้นจนแก้วหูแทบแตกดึงเอาไวต์กลับเข้า มาสู้โลกแห่งความเป็นจริง เขาสะดุ้งสุดตัวและ
พบว่าได้ก้าวลงไปบนถนนที่รถวิ่งขวักไขว่อย่างไม่รู้ต ัว เขารู้สึกว่าเพิ่งจะได้ใช้โชคครั้งแรกของวันไปกับ
การรอดตายจากรถยนต์ รถคันสีแดงจอดหยุดนิ่งตรงหน้าเขา
___“ เฮ้ย! เดินดูทางหน่อยสิฟะ ”
___“ ขอโทษครับ ” ไวต์พูด รีบเดินกลับขึ้นบนทางเท้า ผู้คนแถวนั้นต่างก็พร้อมใจกันหยุดมองเขาอยู่
ครู่หนึ่งก่อนจะออกเดินอย่างเร่งรีบกันต่อ ไม่มีใครจะมาสนใจ ‘ ความเร่งรีบ... ไม่เคยแปรเปลี่ยนไป
เลยไม่ว่ายุคสมัยไหน ’ เสียงของคนที่เขาเรียกว่าปู่ดังขึ้นในหัว ปู่ที่เสียไปได้ห้าปีแล้ว
___นี่คือปี ว.ศ. 163 โลกได้หมุนรอบตัวเองต่อมาเป็นเวลา 163 ปีหลังสงครามโลกครั้งใหญ่ระหว่าง
มนุษย์กับสิ่งที่ถูกเรียกว่าปิศาจหรือไม่ก็มนุษย์ต่า งดาว สงครามครั้งนั้นรุนแรงจนโลกแทบแยกออกเป็น
เสี่ยงๆและทุกสิ่งแทบจะหายไปหมด มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แทรกเข้ามาแทนสิ่งเก่าๆเด ิม โดยไม่ว่า
มนุษย์จะยอมหรือไม่ แต่เหล่าปิศาจและมนุษย์ต่างดาวก็เข้ามาอาศัยอยู่ในโล กด้วยจนเป็นเรื่องธรรมดาไป
แล้ว
___ไวต์เคยบังเอิญเจอซีดีเก่าๆของปู่ตอนอายุ 9 ขวบ ในนั้นบันทึกเหตุการณ์บางส่วนในช่วงที่แผ่นทวีป
บนเปลือกโลกเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างรวดเร็ว ทวีปบางทวีปจมลงสู่มหาสมุทร และก็มีแผ่นดินโผล่ขึ้นจาก
มหาสมุทร หลังจากความยุ่งเหยิงสงบได้สักพัก เหล่าปิศาจก็ได้ใช้ความสามารถเวทย์มนต์ซ่อมแซมครั้ง
ใหญ่จนแผ่นดินทั้งหมดมาเชื่อมกันทั้งหมดเป็นแผ่นเดีย วกัน เรียกกันว่า แผ่นดินเดอะนิวเวิร์ล และถึง
เรื่องราวที่เล่าขานจะเป็นเช่นนี้แต่ไวต์ก็ไม่เคยพบก ับปิศาจหรือมนุษย์ต่างดาวเลยแม้
แต่ครั้งเดียว
___เดอะนิวเวิร์ลมีขนาดใหญ่จนคาดคะเนไม่ถูก สุดขอบแผ่นดินด้านหนึ่งเรื่อยมาจนถึงสุดขอบอีกด้าน
หนึ่งมีช่วงเวลาที่ต่างกันมากกว่าสิบชั่วโมง ภายในแผ่นทวีปยังแบ่งเป็นเมืองต่างๆอีกถึงสามร้อยกว่ าเมือง
จัดเป็นสามโซนใหญ่ๆ ได้แก่ โซนเมืองทางเหนือของแผ่นทวีป เป็นโซนที่มีทั้งปิศาจและมนุษย์อาศัย ต่อ
มาก็โซนกลางที่มีมนุษย์อาศัยมากขึ้น และโซนใต้ที่ไม่มีปิศาจอาศัยอยู่เลย ว่ากันว่าอาจเนื่องมาเพราะ
แผ่นดินของทางใต้มีบางอย่างที่ไม่เหมาะกับการอยู่อาศ ัยของปิศาจก็ได้
___ไวต์หัวเราะเบาๆในใจเมื่อหวนคิดไปถึงปัญหาจำนวนปร ะชากรของโซนใต้ที่เพิ่มมากขึ้น จากที่ปู่เขา
เคยเล่าให้ฟัง แผ่นดินในช่วงโซนใต้ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าใด ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นก็ยิ่งย้อนกลับไปเหมือน
โลกสมัยเมื่อครั้งอดีตก่อนเกิดสงครามที่มีประชากรหนา แน่นแออัด มีแต่ความรีบเร่งและไร้ชีวิตชีวาตร่ำ
เคร่งกับการทำงานอย่างเดียว
___‘ ทำไมเขาจะต้องคิดด้วยล่ะ ’ ถึงแม้ว่าในอดีตเขาจะเป็นพวกที่กระตือรือร้นต่อปัญหา บ้านเมืองมากก็
ตาม แต่เดี๋ยวนี้เขาหมดไฟแล้ว เขาไม่เคยสนใจเรื่องราวใดๆเลยแม้แต่เรื่องตัวเอง
___“ เฮ้! ไวต์ ” เสียงร่าเริงฟังดูคุ้นเคยดังขึ้นทางด้านขวาของไวต์ที ่หน้าร้านหนังสือ ‘ อ่านสนุก ’ ข้างตั้ง
หนังสือบนโต๊ะเหล็กตัวผอมบาง ชายหนุ่มสองคนยืนยิ้มอยู่ใต้ป้ายลดราคาสิบเปอร์เซ็นต ์ที่ปิดไว้บนกระจก
หน้าร้าน ชุดนักเรียนสีน้ำเงินเช่นเดียวกับไวต์ของทั้งคู่ พอมองดูรวมๆกับการจัดหน้าร้านที่มีไม้เป็นมันสี
น้ำตาล กระจกและผ้าสีเขียวกับแดง ไวต์เห็นว่ามันค่อนข้างเข้ากันดี
___ในขณะที่เขากำลังอ้าปากจะทักทายชายสองคนซึ่งเป็นเ พื่อนของเขานั้น ความรู้สึกวูบหนึ่งก็พุ่งขึ้นใน
ประสาทสัมผัสของไวต์ ราวกับว่ามีใครแอบมองอยู่และก็เป็นแบบนี้มาหลายวันแล ้วด้วย เขาหันมองรอบๆ
ตัวอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่พบใครที่จ้องเขาอยู่เว้นเพื่อนสองคนของเขา
___“ สีหน้านายดูแย่ๆนะ ” หนึ่งในชายสองคนเดินมาตบไหล่เขา คนๆนี้มีรูปร่างผอมและสูงมาก
แขนขายาว ผมสีทอง นัยน์ตาสีฟ้าสดใส ผิวขาวและจมูกโด่ง ทุกครั้งที่ไวต์เห็นคนๆนี้ เขามักนึกถึงตัว
จิงโจ้น้ำไม่ก็ตั๊กแตนตัวยาวๆ “ ฝันนั่นอีกแล้วเหรอ ”
___“ ก็ไม่เชิง เนต ” ไวต์ตอบ เขาเงยหน้ายิ้มกับชายผมทองนั้น ถึงแม้ว่าพวกนักเรียนบางส่วนในชั้น
จะพูดกันว่า เนตคนนี้ดูน่ากลัวด้วยรูปร่างที่สูงกว่าคนปกติมาก แต่สำหรับไวต์ เนตคือเพื่อนที่รู้ใจเขามาก
ที่สุด เนตกับไคล์ “ คราวนี้ค่อนข้างต่างออกไป มันน่ากลัวกว่าเดิม ” ไวต์พูด
___“ นายเป็นพวกเก็บกดหรือไงนะ ว่างๆลองไปคุยกับแม่ฉันสิ แม่ฉันบ้างานจะตาย ” ชายอีกคนที่ไวต์
รู้จักในนาม ไคล์พูด ไคล์เป็นคนผมสั้นสีดำ เส้นผมยาวแค่เซนต์กว่าๆ นัยน์ตาสีดำ ผิวขาวซีด บนใบ
หน้าเขาแทบไม่มีจุดเด่นอะไรนอกจากแว่นกรอบทองที่ทำให ้เขาดูเป็นเด็กเรียนเท่านั้น แต่ว่าสำหรับคนที่
รู้จักเขาดีย่อมรู้ว่าที่ไคล์ใส่แว่นก็เพราะดูการ์ตู นกับเล่นเกมส์มากเกินไป มากเกินไปจริงๆ “ ดูอย่างเมื่อ
วานสิ แม่มาขู่ฉันว่าจะส่งฉันเข้าโรงพยาบาลบ้าด้วยล่ะ ” ไคล์พูด แม่ของเขาเป็นจิตแพทย์
___“ แล้วครั้งนี้นายไปทำอะไรไว้ล่ะ ” เนตพูด เขาก้มตัวน้อยๆเนื่องจากว่าความสูงของไคล์ก็พอๆกับไว
ต์เท่านั้น บางทีเรื่องที่เกิดอาจเป็นเรื่องตามปกติก็ได้ ‘ สาวสองมิติ ’ตามที่ไวต์กับเนตเรียก คือสิ่งที่ไว
ต์ชอบมาก เขาคลั่งไคลเสี้ยจนทำให้เขาหาแฟนจริงๆจังๆไม่ได้สักท ี
___“ ก็แค่แม่มาเห็นฉันตอนจูบกับลิตจี้พอดีเองนะ ” ไคล์ตอบสบายๆ พลางยักไหล่ “ ฉันก็ว่ามันไม่
เห็นจะแปลกตรงไหน แค่จูบธรรมดา ใครๆก็ทำกัน แต่แม่กรี๊ดลั่นบ้านเลย ”
___“ สมควร ” ไวต์กับเนตกลั้นหัวเราะ ลิตจี้ที่ไคล์พูดถึงก็คือ แวมไพร์สาวลิตเติลวิงส์ ซึ่งเป็นการ์ตูน
ฉายทีวีวันอาทิตย์ตอนแปดโมงกว่าๆ ถึงแม้ไวต์จะไม่ได้ฟังรายละเอียดจากไคล์ แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่า
ตอนที่แม่ไคล์มาเห็น เขาต้องกำลังจูบอย่างดูดดื่มกับทีวีอยู่แน่ๆ
___“ ผมว่านายเลิกเหอะ ” เนตพูด ยังคงกลั้นหัวเราะอยู่ เบื้องหน้าของพวกเขาก็คือรั้วเหล็กสีขาวของ
โรงเรียน สองข้างทางเดินประดับด้วยไม้ยืนต้นเขียวสดใสปลูกเรีย งรายอย่างเป็นระเบียบ รอบๆมีนัก
เรียนทั้งหญิงและชายเดินเต็มไปหมด “ แล้วนายลองหาแฟนเป็นตัวเป็นตนสักที ” เขาพูดต่อ ชี้ให้ไคล์
มองเด็กสาวผมสีน้ำตาลสั้นๆคนหนึ่งในชุดนักเรียนสีส้ม กับขาว ตามความเห็นของไวต์ เธอดูน่ารักไม่เลว
___“ ไม่ล่ะ ฉันไม่ชอบคนจริง ” ไคล์ตอบ ทำหน้าเฟ้อฝัน
___ไวต์ไม่คิดว่าเขาจะทนกลั้นหัวเราะได้อีก เขาอ้าปากหัวเราะอย่างเต็มที่พร้อมกับเนต ท่ามกลางสายตา
แปลกๆของนักเรียนอื่นๆ ตามปกติ ทั้งไวต์ เนตและไคล์มักเป็นกลุ่มที่เวลาทำอะไรก็ไม่ค่อยสนใจผู ้ที่อยู่
รอบๆเท่าใดนัก
___ทันใดนั้นเอง ความรู้สึกเหมือนกับว่าถูกจ้องมองจากคนที่มองไม่เห็น ก็โผล่ขึ้นมาในความรู้สึกของไว
ต์อีก เขาสะดุ้งสุดตัวแล้วสะดุดหินปูพื้นสีเทาที่ปูอย่างไม ่เรียบร้อยล้มลง
___“ เป็นอะไรมากหรือเปล่า ” เนตถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง มือจับแขนไวต์แล้วดึงให้ลุกขึ้น ความ
รู้สึกเหมือนถูกจับตามองหายไปแล้ว ทิ้งเอาไว้แต่เพียงความรู้สึกขนลุกซู่เหมือนกับทุกคร ั้ง “ ดูช่วงนี้นาย
แปลกไปนะ ”
___“ ไม่นี่ ก็แค่รู้สึกเหมือนถูกแอบมองอยู่เท่านั้นเอง ” ไวต์ตอบ เมื่อพวกเขาเดินผ่านประตูเข้ามาใน
เขตโรงเรียนแล้ว มัธยมวาเรลีย์ ตึกสีขาวสะอาดตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า “ เป็นอยู่ช่วงนี้ตลอดเลย ”
___“ ก็คงแค่คนที่ชื่นชอบนายมั๊ง ดีไม่ดีเดือนนี้นายอาจได้จดหมายรักอีกสักสองสามฉบับก ็ได้นะ ” เนต
ตบหลังไวต์เบาๆเป็นเชิงปลอบใจ “ คิดในแง่ดีเข้าไว้สิ ”
___“ อือ ” ไวต์พยักหน้ารับ คงเป็นอย่างนี้แหละ อย่างที่เนตพูด ไวต์คิดโดยที่ยังไม่รู้ถึงบางสิ่งบางอย่าง
ที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตเขา...โดยสิ้นเชิง...
------------------------------------------------------------------------------------------
___เสียงรถยนต์วิ่งวุ่นท่ามกลางหมอกฝุ่นที่กระจายอยู ่ทั่ว ไวต์เดินถือกระเป๋าหนังสีดำมุ่งหน้าไปยังสถานที่
ที่เขาเรียกว่าเป็นบ้าน ผู้คนสองข้างทางต่างก็ทักทายเขา
___“ ไวต์! วันนี้มีปลาหายากมาขายนะ รับรองเอาไปทำอะไรก็อร่อย สนใจไหม ลดครึ่งหนึ่งเลยสำหรับ
เธอ ” ชายรูปร่างบึกบึนในชุดผ้ากันเปื้อนสีขาวโบกมือไปมาหน ้ากระบะน้ำแข็งแช่ปลาที่ตั้งอยู
่หน้าร้าน
___“ อ้าว! แล้วทำไมไม่ลดให้ฉันบ้างล่ะ ” ลูกค้าหญิงคนหนึ่งพูดเสียงไม่พอใจ
___“ วันนี้แวะหน่อยไหม ” หญิงชราท่าทางใจดีเจ้าของร้านหนังสือ ‘อ่านสนุก’ ร้องทัก ชูหนังสือเล่มสี
แดงหนาขึ้นในอากาศ
___“ เป็นไงบ้าง ” คู่สามี-ภรรยาวัยกลางคนในชุดสีสันแสบตากับสุนัขพุดเดิ้ลคู่ใจ ทักเมื่อเดินสวนทางกัน
ตรงหัวมุมหน้าร้านทำป้ายโฆษณา แสงไฟนีออนสว่างจ้าหลากสีตั้งแต่ฟ้ายังสว่างอยู่
___ทุกๆวันไวต์มักจะไปแวะที่ตลาด ร้านขายปลา ร้านหนังสือและร้านขายของอื่นๆอีกมากเสมอ ทว่าวันนี้
เขาก็ได้แต่เพียงเดินผ่านและทักตอบเท่านั้น เนื่องจากว่าเขากำลังรีบเร่งอยู่ รีบเร่งจากการที่มีบางสิ่งกวน
ใจเขาอยู่ ความรู้สึกเหมือนถูกมองยังคงติดตามเขาอยู่ตั้งแต่เช้ าจรดเย็น
___ทิวทัศน์ของสวนสาธารณะเขียวสดใสปกคลุมด้วยแสงทองย ามเย็นปรากฏขึ้นเบื้องหน้าไวต์ ความเงียบ
สงัดราวกลางคืนกระจายไปทั่ว ไม่มีคนอยู่ที่นั่นเลยสักคนทั้งๆที่ปกติช่วงเย็นเป็น ช่วงที่มีคนมากที่สุดของวัน
___ไวต์ชะงัก บางสิ่งในตัวเขาเตือนว่า ไม่ควรจะเดินก้าวเข้าไป ขณะมองไปยังม้าหมุนและชิงช้าขึ้นสนิม
ที่โยกเอนน้อยๆ สายลมพัดรุนแรงจนน่าหวาดหวั่น เสียงเสียดสีของใบไม้ดังจากพุ่มไม้ด้านข้างเขาราวกับ
ว่ามีใครแอบอยู่ ไวต์สะดุ้งสุดตัว กระโจนออกห่างอย่างรวดเร็ว
___พุ่มไม้นั้นใหญ่ สูงราวเมตรกว่าๆ กว้างแผ่ขยายปกคลุมพื้นพื้นดินจนหนาแน่น เขาจ้องเข้าไปในเงา
มืดของพุ่มไม้เขม็ง สมองทำงานอย่างหนักจนรู้สึกว่ามันออกจะสั่นเล็กน้อย ร่างกายเตรียมพร้อมจะวิ่งหนี
และแล้ว...ไวต์ก็ได้ยินเสียง...เสียงบางอย่างที่คล้า ยกับ...
___“ โครก...? ” ไวต์พึมพำออกมาเบาๆเลียนแบบเสียงที่เขาได้ยินนั้น ตามความคิดเขา เสียงนั้นฟังดู
เหมือนเสียงท้องร้อง บางทีอาจเป็นตัวอะไรสักอย่างแอบอยู่ ตัวที่ตามสะกดรอยเขามาตั้งนานแล้ว เขาคิด
ย้อนไปถึงข่าวช่วงนี้ที่เคยดูว่ามีตัวอะไรหลุดจากสวน สัตว์บ้าง “ ระวังไวต์ ” เขาพึมพำเตือนตัวเอง มือ
หยิบก้อนหินบนพื้นขึ้นมาก้อนหนึ่งขนาดของมันเหมาะมือ มาก แล้วขว้างใส่พุ่มไม้ที่เป็นต้นกำเนิดของเสียง
ประหลาด...มีเสียงดังโป๊กให้ได้ยิน
___“ ...เจ็บอ่ะ...เจ็บ... ” มีเสียงร้องดังออกมาจากพุ่มไม้ เป็นเสียงผู้หญิง
___“ หา? ” ไวต์ร้องอย่างงงๆ แม้การเต้นของหัวใจจะยังรัวถี่ด้วยความตื่นเต้น แต่เขาก็ลุกขึ้นไปแหวก
พุ่มไม้ออกดู เขาพบสาวน้อยคนหนึ่ง “ ผู้หญิง? ”
___สาวน้อยนางนั้นมีผมสีเหลืองทองประบ่า ด้านหน้าไว้ยาวปิดหน้าผากด้านหนึ่ง นัยน์ตาสีเดียวกับผม
ผิวสีชมพูอ่อน สวมชุดสีน้ำตาลทั้งชุดที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิย ายสมัยโบราณ เธอนั่งคุดคู้ มือกุม
หัวอยู่ และมีเสียงครางอย่างบ้าคลั่งของกระเพาะดังยาวติดต่อก ันเป็นชุดไม่หยุดหย่อน
___“ เอ่อ... ” ไวต์ยืนอึ้งพูดอะไรไม่ออก ความงุนงงแปลกๆผุดขึ้นในสมองและกระจายไปทั่วอย่างรวด
เร็วราวกับโปรยด้วยสปอร์ “ เป็นอะไรไหมครับ ”
___“ นั่น...คุณเอง...พบแล้ว ” สาวน้อยผมทองลุกพรวดขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงที่ไวต์แยกไม่ออกระหว่าง
ยินดีกับตกใจ
___“ ผม…? ” ไวต์พูดงงๆ
___“ เอาล่ะ อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย ต้องรีบไปก่อนที่เจ้านั่นจะมา ” สาวน้อยพูดรัวเร็ว ก่อนจะจับ
มือไวต์และออกแรงดึงเขาให้ตามเธอไป “ อ้อ! ฉันชื่อลินน์จ๊ะ ” เธอพูด เมื่อเห็นสีหน้างงจนพูดไม่ออก
ของไวต์
___“ เอ่อ...ครับ ส่วนผมไวต์ ” ไวต์ตอบตะกุกตะกักด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่บอกอย่างช ัดเจนว่าสิ่งที่เขา
อยากจะได้ยินเป็นอย่างแรกต้องไม่ใช่ชื่อแน่ๆ อย่างน้อยก็ควรจะอธิบายไอ้เรื่องที่จะเกิดขึ้นมาคราว ๆ
ก่อน “ ว่าแต่...มันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ ”
___“ ลิเดีย...เราต้องซ่อนตัวจากเธอ ” ลินน์พูด ขณะจูงมือไวต์วิ่งไปตามตรอกซอย กำแพงรั้วสีเทา
หม่น ตั้งขนาบเรียงรายยาวไปข้างหน้าเรื่อยๆ “ คุณคือเป้าหมายของเธอ ”
___“ หา...? ” ไวต์ร้อง เขาค่อนข้างมั่นใจว่าไม่เคยไปทำให้ใครโกรธแค้นมาก่อน เว้นแต่คราวหนึ่งที่
เขาทำน้ำส้มหกใส่หนังสือการ์ตูน ‘ แวมไพร์สาวลิตเติลวิงส์ ’ ของไคล์ จวบจนบัดนี้ไคล์ยังคงบ่นให้เขาฟังอยู่
เลย
___“ เธอเป็นแวมไพร์ ” ลินน์พูดพลางหอบน้อยๆ “ ต้องหาที่ซ่อนก่อนมืด กลางคืนเป็นเวลาของเธอ ”
___“ แวมไพร์? ผีดิบ? ค้างคาวผี? ” ไวต์ร้อง คีย์เวิร์ดคำว่า แวมไพร์ ทำให้เขานึกถึงสิ่งต่างๆที่เกี่ยว
ข้องกัน ขณะที่สมองยังไม่ให้ข้อมูลคำพูดของลินน์ซึมผ่าน ข้อมูลเหล่านั้นกองขังเป็นแอ่งอยู่บนรอยหยัก “
คุกกี้รูปสัตว์? กระเป๋าของเนเน่? การบ้าน? สอบตก? ”
___“ ไม่ใช่! ” ลินน์ร้อง “ ลิเดียไม่เกี่ยวกับการบ้าน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสอบตกด้วย มันเกี่ยวกับเข็ม
กลัดปิศาจและมาย่าต่างหาก ”
___“ เข็มกลัด...มาย่า... ” ไวต์พูดทวนคำ
___“ หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ ” เสียงหนึ่งพูดขัดจังหวะไวต์ พร้อมกับเงาดำบนพื้นวูบหนึ่งลอยผ่านไวต์ไป
ลินน์ร้องด้วยความตกใจ
___“ ลิเดีย! ”
___“ สิบแต้ม สาวน้อย ” เสียงผู้หญิงฟังดูห้าวๆเสียงเดียวกับเมื่อครู่ดังขึ้ น เบื้องหน้าของไวต์เป็นหญิง
สาวที่ดูอายุประมาณเดียวกับลินน์แต่ท่าทางเป็นผู้ใหญ ่กว่า ไว้ผมสีเหลืองเข้มยาวถึงกลางหลัง นัยน์ตาคู่
สวยเป็นสีฟ้าน้ำทะเล ผิวขาวซีด ที่มุมปากทั้งสองข้างมีเขี้ยวเงาวับยาวโผล่ออกมา ชุดที่เธอสวมอยู่ดูเหมือน
ชุดไปงานเต้นรำสีเนื้อทั้งชุด ข้างๆตัวเธอมีแท่งหินอ่อนรูปไม้กางเขนกลับหัวขนาดใหญ ่ลอยอยู่ “ เป็น
คะแนนที่ตอบถูก แต่หักอีกสิบแต้มสำหรับการเรียกฉันห้วนๆ ” เธอพูด ค่อยๆลดระดับการลอยในอากาศ
ลงมาจนเท้าแตะพื้นอย่างมั่นคง
___“ อย่ามองตานั่นนะ มันมีอำนาจสะกดผู้คนได้ ” ลินน์กระซิบ นัยน์ตาเธอสอดส่ายไปมาไม่จับจ้องที่
ใด ขณะที่มือเธอล้วงลงไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบเอาพวงกุญแจรูปทรงคล้ายไข่ไก่ลายตารางสีขาวดำขึ้ นมา
แล้วยัดใส่มือไวต์ “ เอ้า! มาย่า เจ้าแห่งการสร้าง ข้างในมีเข็มกลัดของฉันอยู่ เร็วหน่อย มอบพลังให้
ฉันที ” ลินน์พูดอย่างร้อนรน และตัวสั่นเล็กน้อย
___“ หา? อะไร...ยังไง ” ไวต์พูดงงๆ รู้สึกอึดอัดเนื่องจากความงุนงงและตกใจปนกัน เขากำพวง
กุญแจไว้แน่น “ มันคืออะไรกัน ”
___“ ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว เร็วเข้า ” ลินน์รีบเร่ง ไวต์ขมวดคิ้ว ไอ้ ‘ มอบพลัง ’ นี่มันคืออะไรกัน
___“ ไม่ทันหรอกลินน์ ” ลิเดียพูด เธอหายตัวจากจุดที่ยืนอยู่แล้วมาปรากฏตัวต่อหน้าลินน ์อย่างฉับ
พลัน ทำให้ไวต์เผลอไปสบตาอย่างจังเข้าพอดี เขารู้สึกว่าร่างกายแข็งทื่อจนไม่อาจขยับได้ ส่วนลินน์ถูกลิ
เดียบีบคอยกขึ้นจนเท้าลอยจากพื้น “ ไม่มีทางที่พวกกึ่งกลางอย่างเธอจะมาต่อกรกับฉันได้หร อก แล้วยิ่ง
เธอยังไม่มีการ์เดียนด้วย แค่นี้ก็แทบขีดจำกัดแล้วใช่ไหมล่ะ ”
___“ ไวต์...ระ...เร็ว...หนี... ” ลินน์สำลัก ขณะที่ลิเดียหัวเราะเสียงดัง
___“ ไม่ได้ ลินน์ ชายผู้นั้นหนีไม่ได้ เขาตกอยู่ใต้อำนาจของฉันแล้ว ตอนนี้เขาเต็มไปด้วยกลิ่นของ
ความกลัว ไม่มีทางที่เขาจะทำอะไรได้แล้วล่ะ ” ลิเดียพูดขณะที่ยังคงบีบคอลินน์อยู่ จริงอย่างที่ลิเดียพูด
ไวต์กลัวจนแทบคลั่ง กลัวแบบที่เขาไม่ได้รู้สึกมานานแล้ว กลัวจนต้องตะโกนสุดเสียงและวิ่งหนีสุดชีวิตถ้า
หากว่าเขาสามารถควบคุมร่างกายได้ “ ความไม่รู้และความสงสัยก่อให้เกิดความกลัวที่รุนแรง ” เธอพูด
ต่อ ปล่อยมือจากคอของลินน์ แต่ว่าร่างของเธอยังลอยอยู่ระดับเดิม ลินน์ทำอะไรไม่ได้นอกจากหอบหายใจ
เท่านั้น
___ในใจของไวต์กำลังปั่นป่วนอย่างมาก เขาพอจะรู้ฉากต่อไปที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อ ความพลุ่งพล่านจาก
ไหนก็ไม่รู้เริ่มค่อยๆเติมเต็มขึ้นในใจ ถ้าเป็นเขาตามปกติ เขาจะต้องเข้าช่วยเหลือลินน์แน่ๆ แม้ว่าเขาจะ
เป็นคนไม่ค่อยสนใจอะไรเลยก็ตาม ‘ สงบสติและคิดสิ ไวต์ ’
___แต่ยังไม่ทันที่เขาจะคิดออกว่าจะทำอย่างไรต่อนั้น ไวต์ก็ได้เห็นสิ่งที่ทำให้เขาแน่ใจยิ่งขึ้นอีกในสิ่ง ที่
ลินน์พูด เรื่องของลิเดีย สิ่งที่เธอเป็น
___“ ต้นคอของเธอสวยมาก ขาว...เนียน ” ลิเดียพูด ขณะดึงลินน์ที่ลอยอยู่ในอากาศเหนือเธอเข้า
มากอดด้วยแขนข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็ลูบไล้ลำคอลินน์ที่กำลังสั่นด้วยควา มกลัว
___“ อ๊า... ” ลินน์ร้อง เมื่อลิเดียก้มหน้าเข้าชิดลำคอเธอ ไวต็เห็นเขี้ยวขาวเงาวับส่องประกายวาบออก
มา ก่อนที่จะกัดฝังลงไปในเนื้อ เลือดสีแดงฉานไหลออกจากแผลเป็นทาง
___‘ เฮ้ย! ’ ไวต์คิด รู้สึกช็อคสุดขีด
______________________________จบตอน
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิกที่ได้ขอบคุณ rune สำหรับโพสที่มีประโยชน์นี้
 
เก่า 19 May 2006, 06:44   #2 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
rune's Avatar
 
โพส: 146
ดาวโหลด: 104
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 14

TG ออร่า:
rune aurarune aura



ตอน2 มาแล้วววววววว
------------------------------------------------------------------------------
The Devil Brooch
มหัศจรรย์เข็มกลัดปิศาจ
ตอนที่2 ชัยชนะครั้งแรก

___ร่างที่สั่นกระตุกของลินน์หยุดสั่นและลงไปกองนิ่ง อยู่บนพื้น ใบหน้าที่เคยมีสีชมพูอ่อนพลันหายไปสิ้น เหลือเพียง
ความซีดเซียวที่แฝงไปด้วยสีหน้าพอใจ เบื้องหน้านั้น แวมไพร์สาวในชุดสีเนื้อ ลิเดีย ยืนตระหง่านประดุจพายุลูก
มหึมาที่กำลังมุ่งเข้าหาไวต์และไม่อาจหลีกหนีได้ ริมฝีปากของเธอมีเลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนเหมือนคนที่ ทาลิปสติก
ไม่ทั่ว บรรยากาศรอบๆเริ่มขุ่นมัว กลิ่นอายแห่งรัตติกาลค่อยๆฟุ้งกระจายปกคลุมโอฟิลเลี่ ยนทาวน์จนทั่ว

___ไวต์รู้สึกว่าสมองปลอดโปร่งอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่าจะมีคำถามค้างคาใจอยู่มากมาย และภาพของลินน์ที่ยังติดตา
เขาอยู่ คำพูดของปู่เขาดูจะลอยขึ้นมาให้นึกถึง ‘ ยามที่คนเรากลัวที่สุด สับสนที่สุดและเชื่อว่าตัวเองหมดความหวัง
ทุกอย่างแล้ว ถ้าเราสามารถก้าวผ่านช่วงนี้ของเราได้ด้วยการเผชิญหน ้ากับมันอย่างใจเย็น คำตอบที่กระจ่างใสจะ
ปรากฏขึ้นมาเอง ’ นี่ไงล่ะ ความกระจ่างใสซึ่งตอนนี้เขารู้สึกถึงแล้ว แต่ไหนล่ะคำตอบ

___ในขณะที่ไวต์กำลังคิดว่าคำตอบอยู่ไหนนั้น ลิเดียค่อยๆก้าวก้าวเข้าหาเขาด้วยท่าทางเหมือนสิงโตท ี่ต้อนเหยื่อจน
ไม่อาจหนีไปไหนได้และกำลังจะเล่นสนุกกับมัน แต่ทว่า...

___“ ทำไมกัน… ” ลิเดียพูดช้าๆ ขมวดคิ้ว แท่งไม้กางเขนหินอ่อนลอยลดระดับลงบนพื้นช้าๆจนมาตั้ง อยู่นิ่งๆ รอบ
ตัวลิเดียและแท่งหินอ่อนนั้นดูเหมือนว่ามีแสงเรืองสี ม่วงกระจายออกมาตลอดเวลา “ ทำไมฉันไม่รู้สึกถึงความกลัว
จากเจ้าแล้วล่ะ ”

___“ เมื่อใดที่เราเผชิญกับความกลัวอย่างที่สุดแล้ว ความกลัวนั้นจะหายไป ถ้าเรามีความเข้มแข็งพอ ” เสียงชาย
คนหนึ่งดังจากที่ใดก็ไม่รู้ ทั้งไวต์และลิเดียสะดุ้ง “ จริงไหมครับ คุณไวต์ ”

___นี่เป็นเรื่องที่ประหลาดมากสำหรับไวต์ เป็นวันที่ประหลาดมาก ไม่กี่วันก่อนเขารู้สึกว่าโดนตาม พอมาถึงวันนี้ก็
พบว่ามีสาวน้อยคนหนึ่งตามเขาอยู่ สาวน้อยคนนั้นบอกให้เขาไปซ่อนตัวเป็นอย่างแรกเมื่อพบ กัน ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
ต่อมา เขาก็พบกับแวมไพร์ โดยที่สาวน้อยคนนั้นได้กลายเป็นอาหารจานหลักของแวมไพ ร์ไปแล้ว ส่วนตัวเขาเองก็
ร่อแร่อยู่เหมือนกัน แล้วยังจะมีอะไรโผล่มาตอนนี้ที่จะทำให้เขาประหลาดใจไ ด้อีกล่ะ

___“ วะฮ่า! ” เสียงผู้ชายดังขึ้นอีก พร้อมกับการปรากฏตัวของชายในชุดคาวบอยในสมัยก่อนประว ัติศาสตร์ของเด
อะนิวเวิร์ล แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นมากกว่าชุดคาวบอยของเขาก็คือ บนหมวกของเขามีเทียนไขสี่เล่มผูกติดอยู่ น้ำตา
เทียนไหลย้อยแห้งทับถมกันจนเป็นเนินแปลกๆบนปีกหมวก มีพวงกระเทียมห้อยอยู่ที่คอและที่เข็มขัดก็มีไม้แหลม
อันใหญ่(เรียกว่าลิ่ม)ห้อยอยู่สี่ห้าอัน “ ผมมาแล้ว! แอล ฟลอเรนซ์ เรียกแอลเฉยๆก็ได้ พร้อมให้บริการครับ ”

___“ … ” ทั้งไวต์และลิเดียเงียบกริบ นิ่งค้างราวกับมีใครมากดปุ่มหยุดไว้

___“ อ้าว ทำนิ่งแข็งกันอย่างนั้นล่ะ ตื่นเต้นกันหน่อยสิ ” ชายลึกลับที่ดูบ้าบอคอแตกที่สุดเท่าที่ไวต์เคยเห็นพู ด
ประกายวิบวับดูเหมือนจะเปล่งออกมาจากนัยน์ตาสีดำสนิท ของเขาทุกขณะ “ เฮ้! สาวตรงนั้นน่ะ ถอยไปก่อนได้
ไหม พอดีผมมีบางอย่างจะคุยกับพ่อหนุ่มไวต์หน่อย ” เขาชี้ลิเดียอย่างไม่กลัวเกรง

___“ ทำไมฉันจะต้องฟังคำสั่งของเจ้าด้วยล่ะ เจ้าคนเพี้ยน ” ลิเดียพูด เธอเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วไปโผล่อยู่หน้า
ชายผู้สวมหมวกคาวบอยและเทียนไข เงื้อแขนขึ้นจะตะปบ “ เจ้ามีอำนาจอะไรมาสั่งข้า ”

___“ นี่ไง อำนาจของผม ” แอลพูดยิ้มๆ เขาชูเข็มกลัดสีแดงเล็กๆขึ้นให้ลิเดียดู ทันใดนั้นเองลิเดียก็รีบถอยออก
ห่างจากเขา หยดน้ำตาเทียนไหลล้นจากปีกหมวกแล้วหยดลงบนรองเท้าบู๊ ต “ เธอคงรู้จักพ่อค้าในตำนานสินะ ”
แอลพูดต่อ ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง สิ้นเสียงดีด ไวต์ก็หลุดจากมนต์สะกดของลิเดีย เขาล้มลงหน้าฟาดพื้นอย่างควบคุมไม่ได้

___“ พ่อค้าในตำนาน เจ้าเนี่ยนะ ” ลิเดียพูด สีหน้าแสดงความไม่เชื่อออกมาอย่างยิ่ง “ ฉันไม่เชื่อ ”

___“ พ่อค้าในตำนาน? ” ไวต์พูดงงๆ มือกุมหัว มีคำถามอย่างน้อยสามคำถามเพิ่มขึ้นในหัวเขา เมื่อไหร่คำถามจะ
หยุดเพิ่มสักทีนะ

___“ พ่อค้าในตำนานคือผู้ไกล่เกลี่ย ” แอลพูด “ เปรียบเสมือนกรรมการที่คอยดูให้ทั้งสองฝ่ายพร้อมก่อน ที่จะสู้
จริง ”

___“ ชิ! ” ลิเดียร้องอย่างไม่สบอารมณ์ ส่วนไวต์รู้สึกเหมือนว่าได้โชคก้อนใหญ่มา “ งั้นถ้าไม่มีเจ้าสักคน ฉันก็
จัดการกับเจ้านั่นได้สินะ ” เธอพูดต่อ ชี้ไปที่แอล แล้วจึงเลื่อนมือไปทางไวต์

___“ นี่เธอคิดว่าผมไม่มีสิ่งที่เอาไว้ใช้ป้องกันตัวเองเล ยหรือ ” แอลพูด ส่งสายตาดุดันออกมาเป็นครั้งแรกไปหาลิ
เดีย คลื่นความกดดันและอารมณ์ที่รุนแรงแผ่กระจายไปทั่ว ไวต์รู้สึกถึงความกระหายเลือด เป็นไปได้ไหมนี่ว่าสิ่งนี้
คือจิตสังหาร ลิเดียถึงกับสะอึกและถอยไปก้าวหนึ่ง ไวต์ไม่รู้หรอกว่าแอลมีอะไรอยู่ แต่ท่าท่างสิ่งนั้นคงจะร้ายกาจ
มาก

___“ อ้อ! คุณไวต์ ผมต้องขอบอกคุณหน่อยว่า ตอนนี้คุณตกอยู่ในวังวนแห่งการต่อสู้เสียแล้ว ตั้งแต่วินาทีแรกที่
เข็มกลัดของลินน์ยอมรับคุณเป็นการ์เดียนของเธอ ก็ตอนที่เธอยัดมาย่าใส่มือนายนั่นแหละ ” แอลพูด เขากลับมามี
สีหน้าและน้ำเสียงที่ดูเพี้ยนๆเหมือนเดิมแล้ว ไวต์ที่เจอเรื่องยุ่งมาตั้งแต่แรกก็เพิ่งจะสังเกตเห็ นพวงกุญแจสีขาวดำ
นั้นเปล่งแสงสีเหลืองอ่อนออกมา แสงนั้นดูอบอุ่นอ่อนโยน “ เอาล่ะ! ฟังผมให้ดี คุณไม่สามารถหลีกหนีการต่อสู้ได้
ทางเดียวของคุณก็คือต้องสู้ รับนี่ไป ” แอลพูด โยนขวดบรรจุน้ำสีฟ้าอ่อนขวดเล็กๆให้ไวต์

___“ มันคือน้ำยาฟื้นพลัง ผมให้ลองใช้ก่อน ตอนนี้เป็นช่วงโปรโมชันทดลองใช้ฟรี แต่ต่อไปขวดนี้ยี่สิบเหรียญ
นะ ” แอลหัวเราะ ไวต์รีบรับขวดไปและเคลื่อนตัวไปหาลินน์ที่นอนฟุบอยู่ ลิเดียมีท่าทางไม่ค่อยพอใจนัก แต่ก็ไม่
ได้ทำอะไร เพราะแอลยังคงส่งสายตาโหดๆไปหาเธอเป็นพักๆ

___ไวต์รีบเปิดจุกขวด แล้วค่อยๆเทน้ำยาสีฟ้าสดใสนั้นเข้าปากลินน์ที่สลบไสล ไม่ได้สติ ทันทีที่น้ำยาแตะถูกริมฝีปาก
เธอ ลินน์ก็ค่อยๆลืมตาขึ้น

___“ คุณไวต์... ” ลินน์พึมพำเสียงเบาๆ ยกแขนขึ้นช้าๆ มือจับไหล่ไวต์และออกแรงดึงให้เขาโน้มตัวลงไปหาเธอ
ในวินาทีนั้นเขาเห็นสีหน้าลิเดียเปล่งประกายบางอย่าง แต่ก็หายไปทันทีเมื่อแอลก้าวยาวๆมาดึงตัวไวต์ให้ยืนข ึ้น
เขาส่ายหน้า

___“ ลินน์เป็นทาสชั่วคราวของลิเดียไปแล้ว แวมไพร์สามารถทำให้คนอื่นเป็นทาสของเธอในบางโอกาสด้ว ยการดูด
เลือดและใช้พลังควบคุม ” แอลพูด มือหนึ่งตบบ่าไวต์ ส่วนอีกมือหนึ่งหยิบเทียนไขจากหมวกของเขา แล้วเริ่มหยด
น้ำตาเทียนใส่ลินน์ เธอร้องลั่นแล้วกระโจนหลบอย่างรวดเร็วไปทางลิเดีย ไปหลบอยู่ข้างหลัง “ เห็นได้ชัดเลย ”
แอลพยักหน้า ไวต์มองด้วยความตื่นตะลึง ลินน์ดูต่างไปจากตอนแรกที่เจอกับเขาอย่างบอกไม่ถูก การดูดเลือดนี่ทำ
ให้เปลี่ยนไปได้อย่างนั้นหรือ

___“ หึ! เจ้านั่นตอนนี้ก็เหมือนตกอยู่ในสภาพของผู้แพ้แล้ว ดังนั้นเจ้าก็เลิกจุ้นสักที ” ลิเดียพูด ท่าทางคลั่งเล็ก
น้อย “ เจ้านั่นไม่มีปิศาจในครอบครองแล้ว ” เธอพูดด้วยเสียงที่แสดงถึงชัยชนะ จนไวต์รู้สึกกังวลอีกครั้ง

___“ อย่าเพิ่งรีบร้อนสิ ” แอลพูดอย่างอารมณ์ดี จับพวงกระเทียมที่คล้องคอเขย่า “ เข็มกลัดเลือกเจ้าของของมัน
แล้ว ที่เหลือก็แค่คอยอีกหน่อย เดี๋ยวก็รู้ว่าอำนาจใครเหนือกว่ากัน ไวต์ นายลองสั่งลินน์สิ สั่งสักหลายๆครั้งเลย
อะไรก็ได้ ”

___“ เอ่อ... ” ไวต์ร้อง เขารู้สึกลังเล ความจริงแล้ว เขายังไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักเรื่องเดียว ทั้งสาเหตุว่าทำไมเขา
ต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้และทั้งไม่เข้าใจเลยว่ามันเ ป็นเรื่องอะไร แต่บางทีเขาอาจจะต้องรู้จักที่จะเชื่อในบาง
เรื่อง “ เอาสิ ลินน์ เอ่อ... บอกหน่อยสิว่า เธออยู่ฝ่ายใคร ”

___“ ลิเดีย... ” ลินน์ตอบอย่างชัดเจน เขี้ยวสีเงินโผล่ที่มุมปาก ลิเดียมีสีหน้าดีใจ ส่วนไวต์ชะงักอย่างแรง
แอลพยักหน้าให้ไวต์เป็นเชิงให้เขาลองอีกที

___“ ตอบมาอีกครั้งสิ ใครกัน ” ไวต์ถามอีก เริ่มรู้สึกร้อนใจขึ้นมา แต่น้ำเสียงของเขาแสดงถึงความหนักแน่น
ไวต์คิดว่าน้ำเสียงครั้งแรกของเขานั้นไม่มีความมั่นใ จใดๆเลย ซึ่งเรื่องนี้ต้องเป็นจุดอ่อนแน่ๆ

___“ ลิ...ลิเดีย... ” ลินน์ตอบตะกุกตะกัก

___“ เห็นไหม เธอก็ยังบอกว่าเป็นฉัน ส่งเจ้าหนุ่มนั้นมาได้แล้ว เจ้าพ่อค้าคนกลาง ” ลิเดียพูดตัดบท ดูเธอจะ
เป็นฝ่ายที่ร้อนรนขึ้นมาบ้างแล้ว

___“ อย่าเพิ่งรีบร้อนสิ ” แอลหัวเราะน้อยๆ “ ลองอีกทีสิ ไวต์ ”

___“ บอกผมมา... ” ไวต์พูด เขารู้สึกมั่นใจเต็มเปี่ยมกับครั้งนี้มาก ท่าทางลังเลของลินน์และความร้อนรนของลิเดีย
เพิ่มความมั่นใจว่าเขาต้องทำได้แน่ๆคราวนี้ เสียงของไวต์ดังขึ้นเรื่อยๆทุกตำพูด “ เธออยู่ฝ่ายใครกัน บอกมา... ”
เขาตะโกน พวงกุญแจในมือเขาเปล่งแสงสว่างวาบออกมา แสงส่องจ้ามากจนเขาต้องหลับตา

___“ ฉันอยู่ฝ่ายคุณค่ะ...คุณไวต์ ” ลินน์ตอบ ไวต์ลืมตาขึ้นทันเห็นเธอหมุนตัวเตะใส่ลิเดียที่หลบได ้อย่างฉิวเฉียด
สีหน้าของลิเดียดูไม่พอใจอย่างยิ่ง

___“ อ๋า... ” ไวต์ร้องอย่างตื่นตะลึงเมื่อเห็นลินน์สไลด์มายืนอยู่ ข้างหน้าเขา ความรู้สึกยามเมื่อมองลินน์ดูจะต่างไป
จากตอนแรกที่เขาพบเจออย่างสิ้นเชิง ดวงตาที่จ้องเขม็งที่ลิเดียอย่างแน่วแน่ ไม่มีท่าทีกลัวเกรงเหมือนตอนแรก
เลย เธอยืดตัวตรงอย่างสง่าผ่าเผยราวกับว่าทั้งเธอและลิเด ียต่างก็มีศักดิ์ศรีของนักรบเท่าเทียมกัน แสงสว่างจาก
พวงกุญแจลดลงจนเป็นเพียงแสงเรืองๆสบายตา ดูอบอุ่น กระแสแห่งพลังหลั่งไหลพรั่งพรูซึ่งรู้สึกได้อย่างชัด เจน
จากร่างของไวต์ไปรวมกันที่พวงกุญแจและส่งออกสู่อากาศ มุ่งตรงไปที่ลินน์

___“ ถ้าเช่นนั้น ทั้งสองฝ่ายก็พร้อมแล้วนะครับ การต่อสู้ก็เริ่มได้อย่างเท่าเทียม ” แอลพูดด้วยรอยยิ้ม “ โชคดี
นะครับ คุณไวต์ ความแข็งแกร่งของลินน์ที่เห็นได้อย่างชัดเจนนั้นมาจา กผลของการดูดเลือดของแวมไพร์นะครับ
คาดว่าน่าจะหมดฤทธิ์ในอีกไม่ช้า คงต้องรีบกันหน่อยแล้วล่ะครับถ้าเป็นผม อ้อ! แล้วก็ คุณลิเดีย กรุณาเปิดเผย
การ์เดียนของคุณด้วยครับ ” แอลพูดต่อ ทำเอาไวต์ยิ้มแหยๆออกมาเลย งั้นความจริงลินน์ก็ไม่ได้เก่งอะไรเลยอ่ะสิ

___ลิเดียดูจะอารมณ์ดีขึ้นมากหลังจากที่ถูกแอลสั่ง เธอดีดนิ้วครั้งหนึ่ง ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด เขาไว้
ผมสั้นสีดำ สวมแว่นตากรอบทอง ผิวขาวซีดและมีใบหน้าทีเรียบเฉย

___“ ไคล์! ” ไวต์ร้องเสียงดัง แต่ทว่าคนที่เพิ่งจะปรากฏตัวออกมาก็ไม่ได้มีปฏิกิริย าตอบรับใดๆ ไคล์มองอย่าง
เหม่อลอยไร้จุดหมายด้วยแววตาที่ดูราวกับคนไร้วิญญาณ( ผีดิบนั่นเอง) เขายืนแข็งทื่อเหมือนหุ่นยนต์ บนอกเสื้อ
ด้านขวาติดเข็มกลัดที่เปล่งแสงสีทองเรืองๆออกมาตลอดเ วลา ขนาดของมันเท่ากับเหรียญกษาปณ์ และไวต์ก็ไม่ลืมที่
จะสังเกตว่าไคล์ถูกยุงกัดจนแขนขาลายไปหมด อันที่จริงแล้ว ขนาดตัวเขาเองก็คันยิบๆอยู่เช่นกัน

___“ เขาถูกลิเดียควบคุมอยู่ อำนาจในการสะกดจิตของแวมไพร์ ซึ่งนายก็เคยโดนมาแล้ว แต่มีผลมากกว่ากับการ์
เดียนของตัวเอง ” แอลพูด โบกมือไปมา แล้วถ้าหากใครสังเกตสักเล็กน้อย เทียนบนหมวกเขาก็ใกล้จะหมดแล้ว
(แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น) “ ทางที่จะแก้ไขได้ก็คือ แกะเข็มกลัดนั่นออกจากเสื้อเขาแล้วนำมาใส่ในพวงกุญแจ ของ
นาย แล้วภาระหน้าที่ในการเป็นการ์เดียนของคนๆนั้นก็จะหมด ลง ”

___ไวต์ย่อเข่าลงเตรียมพร้อม เพียงแค่เขาคิดจะสั่งลินน์ว่าให้กระโจนใส่ลิเดีย เธอก็ลงมือทันทีโดยไม่ต้องออก
ปากราวกับรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ลิเดียยกมือขึ้นปัดกำปั้นลินน์ที่พุ่งตรงอย่างแน่วแน ่เข้าหาเป้าหมายพร้อมกับเตะสวน
แลกออกไป มีเพียงอากาศเท่านั้นที่สัมผัสกับขา ร่างของลินน์ลอยพุ่งอย่างรวดเร็วไปข้างหลังเธอ พร้อมกับมีแสงวาบ
ที่ฝ่ามือลินน์พุ่งตรงเข้าใส่ไหล่ซ้ายลิเดีย เธอกระเด็นพุ่งอัดใส่ชิงช้าเสียงดังโครมใหญ่ ฝุ่นทรายฟุ้งกระจายจนเป็น
ม่านหมอกหนาทึบบดบังลิเดียจนหมด ห่างจากจุดนั้นไม่มากนัก ไวต์เห็นว่าไหล่ซ้ายของไคล์ก็กระตุกเหมือนกันใน
จังหวะเดียวกันกับที่ลิเดียถูกอัด

___ยังไม่ทันที่ไวต์จะคลายใจจากความทึ่งที่ลินน์สามา รถสู้กับลิเดียได้อย่างสูสี และความสงสัยที่เห็นไหล่ไคล์กระตุก
เลย จู่ๆหมัดตรงก็พุ่งเข้าซัดใส่เต็มหน้าเขา ไวต์ทิ้งตัวกลิ้งหลุนๆจากจุดที่ถูกชกทันทีโดยอัตโนมั ติตามความคิดที่ว่า
ควรจะห่างจากจุดที่ถูกจู่โจมโดยเร็วเพื่อที่จะไม่โดน ซ้ำ แล้วจึงดีดตัวลุกขึ้น ‘ท่าคงเท่ไม่หยอก’ เขาคิด ก่อนจะพบว่า
ไคล์กำหมัดวิ่งตรงเข้าหาเขา นัยน์ตาของไคล์ดูเลื่อนลอย

___ถึงแม้ว่าไวต์จะยังคงเจ็บกรามอยู่และอีกฝ่ายเป็นเ พื่อน แต่เขาก็ไม่ลังเลที่จะปัดแขนไคล์ออกแล้วสวนหมัดกลับ
ไปที่ท้อง ก่อนจะก้าวขาถอยหลังออกห่าง

___เสาหินสีขาวรูปไม้กางเขนพุ่งหมุนควงสว่านเข้าหาลิ นน์ มีเสียงดังตึงพร้อมกับพื้นที่แหลกละเอียดเป็นวงกว้าง
ลินน์หลบไม้กางเขนเหาะได้นั้นอย่างฉิวเฉียด ทันใดนั้นเองลิเดียก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศด้านหลังลินน ์และชกเข้าที่
สีข้างด้วยหมัดที่เปล่งแสงแบบเดียวกับที่ลินน์เคยใช้ ไวต์ที่ยืนมองอยู่จู่ๆก็รู้สึกเจ็บแปล๊บอย่างรุนแรงท ี่สีข้างขึ้นมา
เฉยๆ เขาทรุดตัวลงนั่งพร้อมๆกับลินน์ร่วงลงมากองบนพื้นพอด ี แสงสว่างเรืองที่พวงกุญแจของเขากระตุกเป็นช่วงๆ
ตามจังหวะหายใจ

___“ นี่คงหมายถึง... ” ไวต์พึมพำ ความเจ็บปวดไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นโดยไร้สาเหตุได้

___“ แวมไพร์หางแถวชั้นบริวารไม่มีทางเอาชนะฉันได้หรอก ยิ่งเป็นพวกกึ่งกลางอย่างเธอด้วยนะ ” ลิเดียพูด
ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มสะใจ แท่งหินนั้นพุ่งเข้าหาลินน์บนพื้นอีกครั้ง โดยมีเวลาให้เธอกลิ้งหลบเพียงไม่กี่วินาที ไวต์รู้สึก
เสียววาบที่แขนซ้าย นั่นเป็นสิ่งที่แสดงว่าลินน์ยังไม่แบนเป็นปลาหมึกบดไ ปก่อน นั่นถือเป็นข่าวดี ไวต์ลองแอบคิด
ดูว่าถ้าลินน์ถูกทับจังๆขึ้นมา สำหรับเขาผลมันน่าสยองจนไม่น่าคิดต่อเชียว

___“ ไคล์! ” ไวต์พูด ขณะเดินรักษาระยะห่างกับคู่ต่อสู้เป็นวงกลมแบบบนเวที มวย สายตาจ้องประสานกัน แต่ทว่า
กลับไม่มีเงาของสิ่งใดในตาไคล์ “ นี่เราเองนะ ”

____ไคล์พุ่งเข้าหา หมัดเล็งที่จมูกไวต์ แต่ก็ฉิวเฉียด

___“ ไม่มีประโยชน์หรอกน่า ” แอลพูด ไวต์พบว่าแอลได้ปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนกิ่งไม้สูงตั้งแต ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เท้าเขา
ห่างจากพื้นเกือบสองเมตร เทียนบนหมวกเขาดับหมดแล้ว “ ไคล์ตกอยู่ในอำนาจของลิเดียเต็มๆ ผมว่าลิเดียก็
รอบคอบนะที่เลือกไคล์เป็นการ์เดียนของเธอ กะว่าจะได้สั่นคลอนจิตใจนายได้ แถมพลังใจของพ่อหนุ่มนี่ก็แรงไม่
เบา เอ้า! นายต้องรีบหน่อยแล้วล่ะ ดูเหมือนทางนั้นจะเริ่มแย่แล้ว ” เขาชี้ไปทางที่ลินน์สู้อยู่กับลิเดีย

___ลินน์กรีดร้องเสียงดังเมื่อลิเดียปล่อยคลื่นบางอย ่างออกมา พลังนั้นกดลินน์แนบติดกับพื้นด้วยแรงมหาศาลที่ทำ
ให้พื้นดินรอบๆนั้นยุบลงราวกับถูกอุกกาบาตชน ดูเหมือนลินน์จะแก้ปัญหานี้ไม่ได้ ส่วนไวต์ก็รู้สึกแน่นหน้าอกและ
ทั่วทั้งร่างก็รู้สึกหนักๆ

___ไวต์ตัดสินใจในเสี้ยววินาทีเมื่อไคล์ชะงักเพราะอะ ไรบางอย่าง ดูเหมือนเขาจะมีอาการเหมือนคนอ่อนแรง เซไป
เซมา ไวต์พุ่งเข้าชนด้วยไหล่จนล้มลงทั้งคู่ ท่ามกลางความรู้สึกหนักไปทั้งตัวราวกับถูกกดทับและหา ยใจไม่ออก ทั้งคู่
ปล้ำแย่งเข็มกลัดอย่างเอาเป็นเอาตาย ไวต์ออกแรงกระชากทันทีที่เขารู้สึกว่าคว้าของที่ติดบ นเสื้อไคล์ได้ ความรู้สึก
มึนงงจากหมัดที่กระหน่ำบนหัวและใบหน้ารุนแรงเสียจนแท บทรุด

___“ ได้แล้ว! ” ไวต์ร้อง หลังจากกระชากสุดแรงจนเสื้อนักเรียนสีน้ำเงินของไคล์ ขาด เขาเห็นร่างของไคล์กระตุก
ก่อนจะล้มลงแน่นิ่งไป คลื่นบางอย่างดีดกระแทกเขาออกจากห่างจากไคล์

___“ เปิดพวงกุญแจแล้วใส่เข็มกลัดนั้นลงไป เร็ว! ตอนนี้ลิเดียไร้พลังที่ส่งจากไคล์แล้วแต่เธอยังเหลือ ส่วนของเธอ
เอง ” แอลตะโกน ไวต์เห็นร่างของลิเดียพุ่งตรงมาที่เขาอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเธอดูน่ากลัวราวกับภาพประกอบใน
หนังสือรวมสยองปิศาจที่เขาเคยอ่าน แอลทิ้งตัวจากกิ่งไม้สูงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมีกำแพงแสงสีเขียวสว่างจ้าปรากฏ
ขึ้นขวางกั้นระหว่างลิเดียกับไวต์ กำแพงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและส่งเสียงเปรี๊ยะๆดังล ั่นจนหูอื้อ ไวต์เหลือบไปมอง
ลินน์ที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นครู่หนึ่งก่อนจะมองที่พวงก ุญแจที่เขากำเอาไว้ตลอดเวลา ด้วยมืออันสั่นเทา เขากดปุ่มที่ยื่น
ออกมาเพื่อเปิดฝา ทันทีที่ฝาเด้งออก ช่องว่างเปล่งแสงสีเหลืองอ่อนไหลไปมาได้คล้ายน้ำปราก ฏให้เห็น ไวต์จัดการ
ยัดเข็มกลัดที่เขาคว้ามาได้ลงไปแล้วปิดฝาทันที ก่อนจะทรุดตัวล้มลงนอนบนพื้น กลิ่นหญ้าโชยเข้าจมูก ใบหน้าของ
ลินน์แวบขึ้นมาในมโนภาพครู่หนึ่ง ก่อนที่ความมืดจะเข้าปิดบังสายตาเขาทันทีพร้อมๆกับสต ิที่ล่องลอยออกไป

___“ น่ากลัวจังเลยอ่ะ ” เสียงของลินน์ลากยาวดังแว่วแผ่วเบาลงเรื่อยๆอย่างนุ่ มนวลราวกับขนนก
---------------------------------------------------------------------------------------

___“ ตื่นได้แล้วค่ะ คุณไวต์ ” เสียงอ่อนหวานและร่าเริงดังขึ้นในหูอันอื้ออึงของไวต ์ สมองของเขายังคงเหมือนกับ
เครื่องพีซีที่เพิ่งกดปุ่มเปิดใหม่ๆ

___“ ขออีกหน่อย...เถอะ ” ไวต์พึมพำอย่างงัวเงียด้วยประโยคที่เขารู้สึกรางๆว่า ไม่เคยพูดมาแล้วเป็นปี

___“ ไม่ได้นะ...เดี๋ยวจะสายเอา ฉันทำอาหารรอไว้แล้ว รีบลงไปเถอะ ” เสียงเดิมพูดขึ้นอีก

___“ อืม... ” ไวต์ร้อง ยังคงนอนนิ่ง

___“ นี่! ไม่ต้องไปปลุกเจ้านั่นหรอก มาสนุกกับฉันดีกว่าน่า ” เสียงผู้หญิงอีกเสียงที่ฟังดูห้าวๆคุ้นหูดังขึ้น สมอง
ของไวต์เริ่มทำงานอย่างรวดเร็วขึ้นเมื่อได้ยินเสียงน ี้ ราวกับว่าความอันตรายของเจ้าของเสียงจะยังคงหลอกหลอน เขา
อยู่ โหมดระลึกชาติของเขากำลังเรียกข้อมูล

___“ ลิเดีย...อย่านะ ” เสียงอ่อนหวานของลินน์ดังขึ้น โหมดระลึกชาติของเขาทำงานได้ดีทีเดียว ตอนนี้เขาก็จำใคร
ต่อใครได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นอีกเสียงล่ะ? “ อย่านะ...ขอร้องล่ะ...อ๊า... ” ไวต์ลุกพรวด

___“ ลิเดีย!...เหวอ... ” ไวต์ร้องด้วยเสียงตกใจ เพราะพบว่าลิเดียมาอยู่บ้านเดียวกับเขาและเธอกำลังขย ำลินน์
อยู่ เขาเด้งตกเตียงดังตุ๊บ

___เสียงหัวเราะดังขึ้นทันที ลิเดียหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่แล้วมาหัวเราะเขาอย่างเต็ มที่

___“ เป็นอะไรไหม ” ลินน์ถาม ก้มตัวลงดึงไวต์ขึ้น

___“ ไม่เป็นไรๆ ” ไวต์ตอบ เขาเดินเซๆออกจากห้องนอนตรงไปยังห้องน้ำ เขายังรู้สึกมึนๆอยู่เมื่อมายืนหน้า
กระจก เสียงฝีเท้าดังตึงตังลงไปชั้นล่างพร้อมเสียงพูดของลิ เดีย

___“ ไหนๆ อาหารฝีมือเธอ ฉันอดใจไม่ไหวแล้ว ” ดูเหมือนว่าลิเดียจะคลั่งลินน์อย่างรุนแรง นี่สินะที่ไคล์เคย
บอกเขาว่ามันเป็นสายวายแบบหนึ่งที่ไคล์ค่อนข้างคลั่ง ไคล้

___“ ท่าทางจะยุ่งมากแน่ๆ ” ไวต์พึมพำกับเงาตัวเองในกระจก เมื่อคิดถึงสมาชิกใหม่ในบ้านที่เพิ่มขึ้นมาอีกสอง
คน ใครจะไปคิดล่ะว่ามีปิศาจจากโลกอื่นมาอาศัยอยู่ที่บ้า นเขา ใครเล่าจะคิด แล้วชีวิตอันเงียบสงบที่เคยมีของเขาจะ
เป็นยังไงต่อไปล่ะทีนี้

___________________________________จบ
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19 May 2006, 10:51   #3 (permalink)
สมาชิก TG รุ่นเก๋า
 
Vedora's sword's Avatar
 
โพส: 1,103
ดาวโหลด: 86
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 8

TG ออร่า:
Vedora's sword auraVedora's sword aura



แต่งได้ดีนะครับ ท่าทางคุณคงจะมีผลงานอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ลงมือ เขียนลงคอมใช่มั้ยครับ
__________________


Castlevania: Vlad Radu Legend

เล่ม 1

เล่ม 2



Lord Radu Cel Frumos

Ytinrete rof dlrow eht esruc llahs i!!
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 20 May 2006, 05:44   #4 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
rune's Avatar
 
โพส: 146
ดาวโหลด: 104
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 14

TG ออร่า:
rune aurarune aura



ถูกต้องแล้วคร้าบ
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 24 May 2006, 14:50   #5 (permalink)
สมาชิก TG เต็มตัว
 
zHazarDz's Avatar
 
โพส: 367
ดาวโหลด: 53
อัพโหลด: 2
รับคำขอบคุณ: 12

TG ออร่า:
zHazarDz aurazHazarDz aura


สถานที่: หน้าคอมที่แสนซกม๊ก

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง zHazarDz
เย้จาได้อ่านอีกแว้วติดตามตั้งแต่บอร์ดเก่าแล้วงับ
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 09 Jun 2006, 04:39   #6 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
rune's Avatar
 
โพส: 146
ดาวโหลด: 104
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 14

TG ออร่า:
rune aurarune aura



___________________________________-The Devil Brooch
มหัศจรรย์เข็มกลัดปิศาจ
ตอนที่3 ครอบงำ
___“ เฮ้! ไวต์ นายดูเซ็งๆนะ ” เนตพูดขึ้น ผมสีทองของเขาดูสดใสท่ามกลางแสงแดด ขณะที่ทั้งสามกำลังนั่งเล่น
เรื่อยเปื่อยอยู่ข้างสนาม ลูกฟุตบอลกระดอนไปมาตามแรงเตะ พวกนักเรียนวิ่งเฮฮากันบนพื้นหญ้าสีเขียวสด กลิ่น
หญ้าโชยอ่อนๆให้ความรู้สึกอบอุ่น “ ไวต์! ไวต์! ”

___“ เอ้อ! ” ไวต์ร้อง เขาสะดุ้งเฮือก

___“ ถามจริงเหอะ นายเป็นอะไรไป ” เนตถามต่อ เขายกมือขึ้นจับหน้าผากไวต์ จับตรงใต้ตา แล้วบอกให้ไวต์
แลบลิ้นออกมา “ ก็ไม่ได้ป่วยนี่นา ...หรือว่า... นายมีแฟนแล้ว! พอแฟนนายไม่อยู่ด้วยนายก็เลยเอาแต่เหม่อ ผม
ได้ยินมาว่าพวกคนมีแฟนก็มักจะเป็นแบบนี่แหละ ใช่ไหมล่า ” เขาพูดด้วยเสียงตื่นเต้น

___“ จริงอ่ะ ไวต์ นายกำลังจะแยกจากกลุ่มโสดสามเกลอนี้แล้วเหรอ ” ไคล์พูดขึ้นบ้าง เขามีสีหน้าจริงจัง ถ้าเรื่อง
ไหนไม่ใช่เรื่องเรียน ไคล์มักจะจริงจังเสมอ

___“ เปล่านะ! ไม่ใช่ๆ ” ไวต์รีบตอบ เขาสั่นหัวเร็วๆ ดูลนลาน

___“ หรือว่านายกำลังมีความรัก แบบว่า...รักข้างเดียว ใช่มะ ใช้ม้า ” เนตพูดเสียงกระตือรือร้นมาก บุคลิกตาม
ปกติของเขาโผล่ออกมาอย่างเต็มที่ เนตมีความสามารถในการทำให้เรื่องปกติกลายเป็นเรื่องร าวที่ยุ่งยากเกินกว่าจะ
จินตนาการได้ พลังแห่งการเพ้อฝันและคิดเอาเองของเขานั้นรุนแรงค่อน ข้างมาก “ แล้วนายก็แอบติดตามเธอคน
นั้นอยู่ถึงสามวันติดต่อกันมาอย่างเงียบๆ ”

___“ นี่นะ! ไวต์ นายรู้ไหม ถ้าจะให้ฉันพูดนะ ผู้หญิงจริงๆน่ะ อย่าไปสนเลย ” ไคล์พูด มือตบไหล่ไวต์ (ต้องขอ
โทษเหล่าหญิงสาวผู้อ่านอยู่ด้วยฮะ เผอิญบุคลิกของไคล์มันพาไป:ผู้เขียน) “ ต้องแบบฉันสิ ลิตจี้ เจ๋งสุดแล้ว ” เขา
พูดต่อด้วยสีหน้าเพ้อฝัน

___“ นายเลยเครียดที่เขาไม่มองนายสินะ ” เนตพูด

___“ ลิตจี้ๆๆๆๆๆๆๆๆ ” ไคล์พูดรัวๆซ้ำๆไปมา

___ไวต์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ตัดสินใจปล่อยเพื่อนทั้งสองของเขาให้อยู่ในโลกบิดๆเบ ี้ยวๆของพวกเขาเอง
ไป ภาพของใบหน้าแอลดูจะปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าที่ไวต์แหงนหน ้ามอง

___“ พวกเธอมาจากดินแดนที่ไกลแสนไกล ” แอลในชุดคาวบอยเพี้ยนๆพูด เขานั่งบนโต๊ะไม้ในห้องครัวของไว
ต์ “ เฉพาะผู้อาศัยในดินแดนแห่งนั้นเท่านั้นที่เวลาเดินทา งมายังโลกนี้จะต้องอยู่ในรูปที่ประหยัดพลังงานในการค ง
รูปอยู่ที่สุด ในที่นี้คือเข็มกลัด ”

___“ เข็มกลัด...? ” ไวต์พูดงงๆ ยกพวงกุญแจสีขาวดำขนาดเท่าไข่ไก่ขึ้นมาดู “ ไอ้นี่เนี่ยนะ ”

___“ เปล่า! นั่นคือพวงกุญแจต่างหาก ให้ตายสิ! ดูนายไม่ค่อยฉลาดนะ ของแบบนี้ยังต้องถามอีก ” แอลพูด
หัวเราะเบาๆเป็นเชิงเยาะเย้ย ซึ่งมันทำให้เลือดขึ้นหัวไวต์อย่างรวดเร็ว

___“ ว่าไงนะ ” ไวต์พูดเสียงแข็งๆ

___“ เข็มกลัดอยู่ในพวงกุญแจนั่น เข็มกลัดของทั้งสอง ลินน์กับลิเดียที่นายใส่เข้าไปเอง ” เขาชี้ไปที่พวงกุญแจใน
มือไวต์ “ หล่อนคืออุปกรณ์ในการควบคุม...เอ่อ...พวกลินน์...หรื อเรียกกันว่าปิศาจ ที่จริงโลกทางนั้นก็เรียกตัวเอง
ว่าปิศาจเหมือนกัน มันช่วยให้นายควบคุมเหล่าปิศาจเข็มกลัดได้ง่ายขึ้น แล้วก็ทีละหลายๆตนด้วย ” เขาสะบัดหน้า
ไปทางลินน์ที่ยืนมองพวกเขาอยู่

___“ ปิศาจ... ” ไวต์ทวนคำ สีหน้ายังคงเรียบเฉย แต่ในใจเดือดพล่านอย่างเงียบๆไม่มีสาเหตุ

___“ แต่ว่านายไม่ต้องห่วงหรอก ตราบเท่าที่นายยังครอบครองพวงกุญแจอันนี้อยู่ ลิเดียก็ทำอะไรนายไม่ได้ แถม
ยังสามารถป้องกันนายจากปิศาจตนอื่นๆได้อีก ” แอลยักไหล่ให้ไวต์ที่มีสีหน้าตกใจสุดขีด

___“ ยังมีอีกงั้นเหรอ ” ไวต์ร้องเสียงดัง

___“ ใช่ค่ะ ” ลินน์พูดขึ้นหลังจากที่นิ่งเงียบอยู่นาน “ กรุณาใช้พลังของคุณช่วยเหลือพวกฉันด้วยเถอะ ขอร้อง
ล่ะ ”

___“ หา? ” ไวต์ร้องงงๆ เขาไม่รู้อะไรเลยสักเรื่อง มันเกิดอะไรขึ้น “ อะไรนะ ”

___“ พวงกุญแจนั่น ” แอลพูด “ มีชื่อว่า มาย่า เป็นพวงกุญแจที่มีพลังแห่งการสร้าง ถ้าพบหล่อนที่โลกทางนี้ก็
หมายความว่า เกิดเรื่องยุ่งขึ้นที่ดินแดนทางนั้น ที่ที่ลินน์อาศัย ”

___“ … ” ไวต์เลิกคิ้วขึ้น งุนงงกว่าเดิม

___แต่ก่อนที่ไวต์จะอ้าปากพูดอะไรออกมาได้ แอลก็ตัดบทขึ้นเสียก่อน

___“ ความจริงนี่ก็ดึกมากแล้วนะ ” แอลพูดยิ้มๆ มองนาฬิกาบนผนัง “ เวลาของการพักผ่อนมาถึงแล้ว นายไม่
ควรฝ่าฝืนกฎของกลางคืนนะ เธอก็ด้วยลินน์ วันนี้นอนให้เต็มที่ อย่าเพิ่งกังวลเรื่องโลกของเธอไปเลย ความจริง
เธอควรจะกังวลเรื่องที่จะเลือกห้องนอนมากกว่านะ เห็นว่ามีตั้งหลายห้องนี่นา ”

___“ เฮ้ย! ” ไวต์ร้อง “ ทำไม... ”

___“ ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ ความจริงนายก็อยู่คนเดียวนี่นา ” แอลหัวเราะ “ อีกอย่างลินน์ก็เป็นปิศาจของนาย
แล้ว การที่ปิศาจจะอาศัยอยู่ที่เดียวกับการ์เดียนของตัวเอ งก็ไม่แปลกอะไรนี่ ”

___“ อ๊ากกกก!! นายรู้ได้ไงเนี่ย แล้วไอ้ ‘การ์เดียน’ นี่มันอาร้ายยยย ” ไวต์โพลงออกมา

___“ เถอะน่า ” แอลตบไหล่เขา ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามากระซิบใกล้ๆหูไวต์ “ ถ้าเป็นผมล่ะก็นะ จะรีบรับลินน์มาอยู่
ด้วยทันทีที่เอ่ยปากเลย คิดดูสิ เธอก็เชื่องๆนะ แถมนายก็เป็นการ์เดียนของเธอด้วย ผู้ชายผู้หญิงที่อยู่กันตามลำพัง
ในบ้านหลังเดียวกัน วู้ว ไม่ต้องคิดให้มากเลย ฮิๆ ”

___“ อะ...อะไรนะ… ” ไวต์หน้าแดง พูดตะกุกตะกัก

___ในขณะที่แอลหันหลังจะออกจากบ้านไวต์นั้น เขาได้ยินแอลพึมพำบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจ

___“ ท่าทางเรื่องคงจะต้องแย่จริงๆแล้วล่ะ ลูน่า ”
__________________________________________________ _________________

___“ โชคดีนะ นาย ” เนตพูด โบกมือให้ไวต์ตรงสี่แยก “ กลับบ้านระวังรถด้วยนะ ”

___“ อย่าเหมือนเมื่อวานที่มัวแต่เหม่อจนลงไปเดินบนถนนล่ะ ” ไคล์พูดเสียงเรียบๆ แต่ท่าทางจะรู้สึกสนุกกับ
เรื่องนี้ไม่น้อย “ เรายังไม่อยากเจอนายที่โรงพยาบาลนะ ที่นั่นน่ะ ชุดของพยาบาลหญิงมันยาวปิดหมดเลย ไม่เห็น
เหมือนพยาบาลสาวนักสู้ในซีรีย์ของลิตจี้เลย ว้าก! ” เขาบ่นอุบอิบตอนท้าย แล้วก็ตะโกนออกมาจนคนมองอย่าง
หวาดๆ

___“ เอ้อ! ” ไวต์ยิ้มแหยๆ เขาไม่รู้ว่าควรจะทำสีหน้าอย่างไรดี “ โชคดีครับ ”

___ไวต์ถอนหายใจ ไคล์จำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้เกือบทั้งหมด เว้นแต่เหตุการณ์ที่ไวต์สู้กับไคล์เพื่อชิงเข็ม
กลัดของลิเดียเท่านั้นที่จำไม่ได้ เอาเถอะ! มันก็ดีแล้วล่ะ

___“ วันนี้จะรับอะไรดี! ” ชายร่างกำยำสูงใหญ่ผิวคล้ำในชุดผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงิ นเข้มพูดขึ้น เขาชี้ปลาที่นอนเรียง
รายกันอยู่ในกระบะ คนๆนี้คือ วัลลี่ แถวนี้เรียกกันเฉยๆว่า วัล ชายผู้มีอาชีพขายปลาที่ถือกันว่าดีที่สุดในเมือง ไม่
ว่าปลาจะหายากแค่ไหนหรือแพงแค่ไหนก็หาได้ที่นี่ทั้งห มด แถมราคาถูกกว่าที่อื่นๆด้วย

___“ เอ่อ...ขอดูก่อนนะครับ ” ไวต์พูด

___“ นี่ๆ เธอว่าไงล่ะ ไวต์ ” หลังจากที่เงียบกันไปพักหนึ่ง จู่ๆวัลก็พูดขึ้น “ ว่าไง ”

___“ ก็ดีครับ ปลาสดใหม่ดีครับ ค่อนข้างเลือกยากนิดหนึ่ง ” ไวต์ตอบ ยังคงก้มหน้าก้มตาพิจารณาปลาต่อไป “
พอดีผมยังนึกเมนูเย็นนี้ว่าจะทำอะไรไม่ออกเลย ”

___“ ไม่ใช่ๆ ” วัลพูด ไวต์เงยหน้าขึ้นมองงงๆ “ นั่นต่างหาก สาวน้อยแปลกหน้าคนนั้นต่างหาก แจ่มไหม ”

___“ หา? ” ไวต์ร้องงงๆ มองตามมือของวัลไป ไม่ไกลจากเขานัก สาวน้อยผมสีเหลือง สวมชุดสีน้ำตาลเหมือนใน
นิยาย เธอยืนเพ่งปลาตัวยาวเกือบสองไม้บรรทัดเป๋ง “ ...อ๊ะ! นั่น..ละ...ลินน์ ”

___“ เอ๊ะ...คุณไวต์ ” สาวน้อยนางนั้นทัก “ พอดีเลย ฉันไม่ค่อยชินกับอาหารทางนี้น่ะค่ะ คุณไวต์ช่วยเลือกหน่อย
ได้ไหมคะ ”

___“ อ๋า...เธอรู้จักเค้าด้วยเหรอ ” วัลพูด มีสีหน้าตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกายวับ ไวต์สังเกตเห็นเงาดำและ
บรรยากาศที่น่าหวาดหวั่นข้างหลังวัล แต่ยังไม่ทันที่ไวต์จะเตือนเขา วัลก็ขัดขึ้นเสียก่อน “ แนะนำให้รู้จักหน่อยสิ ”

___“ แนะนำอะไรหรือ...คุณคะ? ” เสียงผู้หญิงฟังดูเย็นเยียบไปถึงสันหลังดังขึ้นช้าๆ วินาทีต่อมาวัลก็ถูกลากเข้าไป
ในบ้านไป ไวต์สาบานได้ว่าเขาได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังออกมา วัลมักโดนแบบนี้บ่อยๆทุกครั้งที่เขาเหล่สาวหน้า
ร้าน

___“ เอ่อ...พวกเขาจะเป็นอะไรไหม ” ลินน์ถามช้าๆ

___“ ไม่ต้องห่วงไปหรอก ถึงคู่นี้จะเป็นแบบนี้บ่อยๆแต่พวกเขาก็รักกันดีนะ ” ไวต์พูดแบบไม่ใส่ใจนัก

___“ เอ่อ... ” ลินน์ทำท่าจะพูดอะไรออกมา ท่ามกลางความเงียบของทั้งคู่ เสียงรถวิ่งดัง เสียงฝีเท้าและเสียงคน
เดินคุยกันสับสน

___“ ผมขอสองตัวนี้ครับ อ้อ! นี่ด้วยครับ ” ไวต์พูดกับวัลที่กลับออกมาอีกครั้งในสภาพที่ดูช็อกสุ ดขีด ว่ากันว่าคุณ
นายของวัลมีวิธีกำราบสามี แต่ไวต์ไม่เคยเชื่อเลยว่าจะได้ผลขนาดนี้ จนได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง

___“ เอ่อ... ” ลินน์อ้าปากน้อยๆ เธอเดินตามหลังไวต์ช้าๆห่างๆ ไวต์ก้มหน้ามองพื้น ไม่คิดจะมองหรือตอบอะไร
เธอเลย เขาเดินเงียบๆ

___“ อ่า...เอ่อ... ”

___“ มีอะไรจะพูดก็พูดมา ” ไวต์พูดด้วยเสียงเย็นชา เขาไม่หันมองลินน์แม้แต่นิดเดียว ในใจรู้สึกถึงบางอย่างที่
พลุ่งพล่านอยู่ จะเป็นความโกรธหรือเปล่านะ?

___“ คือว่า...เรื่องของ...เข็มกลัด...กับ...เอ่อ...พวงกุ ญแจ... ” ลินน์พูด เสียงสั่นๆ

___“ พอได้แล้ว ผมไม่อยากฟัง ” ไวต์พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ความเดือดพล่านปั่นป่วนรุนแรงในใจ

___“ อ่อนโยนกับสุภาพสตรีหน่อยสิครับ ” เสียงหนึ่งดังขึ้น ไวต์เงยหน้ามองก็พบกับแอลที่ยืนห่างจากเขาเพียงนิด
เดียวจนจะชนกันเสียแล้ว “ แล้วเวลาเดินก็ดูทางบ้างนะครับ ”

___“ อิ๊! ” ไวต์ร้อง กระโดดออกข้างไปชนกับเสาป้ายบอกทาง “ โอ๊ย! ” มีเสียงแอลหัวเราะลั่น

___“ ท่าทางจะเจ็บนะนั่น ” เสียงหญิงชราดังขึ้น ไวต์เงยหน้ามองทั้งๆที่มือกุมหัวอยู่ก็พบกับคุณเอมิล ี่ หญิงชรา
ท้วมๆในชุดคลุมสีน้ำตาล เจ้าของร้านหนังสือ ‘อ่านสนุก ’ เธอยืนอยู่ข้างๆแอลที่สวมเสื้อสีขาวกางเกงสีดำ ทับด้วยผ้า
กันเปื้อนสีน้ำตาล บนผ้ากันเปื้อนมีโลโก้รูปหนังสือและคำว่า ‘ อ่านสนุก ’ อยู่

___“ นาย! ทำงานอยู่...ที่นี่? ” ไวต์พูดงงๆ นัยน์ตาเบิกกว้าง

___“ ใช่แล้ว ” แอลยิ้ม มองไวต์ด้วยสายตาที่แสดงถึงชัยชนะ “ วันนี้เป็นวันแรกเลย ” เขาพูดเสียงตื่นเต้น

___“ แม่หนูคนนั้น น่ารักจังเลยนะ ” เอมิลี่พูดช้าๆ เธอเดินโยกเยกไปหาลินน์ ไวต์รู้สึกว่าแอลตบไหล่เขาเบาๆ

___“ ฟังนะ! ” แอลพูด บัดนี้ไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้าเขาแล้ว เขาดูราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อครู่ที่หัวเราะเฮฮา “
ที่ลินน์เดินทางมาจากโลกของเธอนั่นก็เพราะว่าเธอมีเร ื่องเดือดร้อนมากนะ ” เขาพูด เหมือนกับว่าจะลองเชิงไวต์

___“ แล้ว…? ” ไวต์พูด เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ท่าทางของเขาคงจะเกินคาดสำหรับแอล เพราะแอลก็เลิกคิ้วขึ้นเช่น
กัน ใบหน้าเขาดูงงๆ

___“ มันเป็นเรื่องที่นายต้องเข้าช่วยเหลือนะ ” แอลตบไหล่ไวต์อีกครั้ง แต่ก็ถูกปัดออก

___“ จะบอกว่ามันเป็นหน้าที่ของผมหรือไง ” ไวต์พูดเสียงแข็ง “ ทีเรื่องยุ่งยากเดือดร้อนก็มีแต่เอามายื่นให้ผม
ทำไมต้องเป็นผมด้วย ขอผมอยู่คนเดียวเหมือนแต่ก่อนได้ไหม อย่ามาปั่นป่วนชีวิตผมเลย คราวก่อนผมก็เกือบตาย
ไปครั้งหนึ่งแล้ว เห็นพูดเล่นๆกันตอนนั้นแต่จริงๆก็ตายได้นั่นแหละ ทุกอย่างเป็นเพราะเธอ ” ไวต์ชี้ไปที่ลินน์
เธอสะดุ้งเฮือก

___“ …ทำไม... ” แอลพูดตะกุกตะกัก “ ทั้งที่นายก็ชอบช่วยเหลือคนอื่นนี่นา ”

___“ หุบปากน่า นั่นมันความน่าสมเพชของผมเมื่อก่อนที่เอาแต่ตอบรับ ปฏิเสธไม่เป็น ” ไวต์ตะโกน เขาไม่สนใจ
ว่าแอลจะมารู้อะไรเกี่ยวกับเขาบ้างหรือว่าคนรอบๆจะมอ งยังไง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรือเปล่าที่แถวนั้นปลอดคนพอดี มี
เพียงรถที่วิ่งผ่านไปผ่านมาเท่านั้น “ แล้วก็ไม่ต้องมาถามว่าทำไม ทำไมด้วย รำคาญ! จู่ๆก็จะมาบอกให้ผมช่วย
เหลือโลกเหรอ ต้องมานั่งเหน็ดเหนื่อยโดยที่ไม่ได้อะไรเหรอ ที่โลกทางนั้นก็ไม่เห็นจะเกี่ยวของกับโลกทางนี้เลย
ปล่อยผมอยู่เงียบๆคนเดียวดีกว่า ”

___“ ทำไมนายถึงเป็นคนแบบนี้นะ ” แอลพูดเสียงเบา

___“ ผมไม่สนหรอก ” ไวต์พูดเสียงดัง “ โลกปิศาจพรรค์นั้น ”

___“ เพราะว่าลินน์เป็นปีศาจงั้นหรือไง ” แอลพูดตอบ ดูท่าทางของเขาค่อนข้างจะอดกลั้นอย่างมาก คำว่าปิศาจดูจะ
กระทบใจของเขาอย่างจัง “ เพราะเหตุผลแค่เนี้ยเหรอ รู้ไว้ซะ คำว่าปิศาจของทางนั้นมีค่าเท่ากับคำว่ามนุษย์ของ
ทางนี้ แล้วสำหรับคำว่ามนุษย์ของทางนั้นน่ะ ก็เป็นคำดูถูกเหมือนกับปิศาจของทางนี้นั่นแหละ เนื้อแท้จริงๆของคำ
สองคำนี้ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่หรอก ”

___“ จะอะไรก็ไม่เกี่ยวกับผม ไอ้ของแบบนี้ ” ไวต์ตะโกน หยิบพวงกุญแจ ‘ มาย่า ’ ขว้างใส่แอลที่กระโจนมารับ
ไว้ได้ทันพอดี ก่อนจะหันหลังให้ทั้งหมดแล้วเริ่มเดินจากไป เสียงสะอื้นของลินน์ดังขึ้นพร้อมกับหยาดน้ำตาที่พรั่ งพรู
ออกมาอย่างไม่ขาดสาย แต่ไวต์ก็ยังเดินต่ออย่างไม่สนใจ

___“ นาย... ” แอลพูด

___“ เดี๋ยวก่อนนะ ไวต์ ” เอมีลี่พูดขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลให้ความรู้สึกเย็นสบาย ไวต์หยุดชะงัก แต่ก็ยังไม่หันกลับ
ไปมอง

___“ จะเทศน์ผมอีกคนหรือไง ” ไวต์พูดเสียงราบเรียบ ความหงุดหงิดที่ไม่รู้สาเหตุยังคงเดือดพล่านต่อไป เขาจะ
ไม่สนใจใคร อย่าเอาภาระหน้าที่มาโยนให้เขารับผิดชอบคนเดียวสิ ปล่อยให้เขาเป็นคนเรื่อยเปื่อยไม่ได้เรื่องต่อไป
เหมือนที่เคยโดนใครต่อใครต่อว่าสิ

___“ เปล่าจ๊ะ ” เอมีลี่พูดเสียงใสราวกับว่าไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ ้น ไวต์ไม่ได้ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ลินน์ไม่ได้
ร้องไห้สะอึกสะอื้น ซึ่งมันทำให้ไวต์รู้สึกโกรธมากยิ่งขึ้นไปอีก เขากำหมัดแน่น “ ฉันแค่อยากจะพูดว่า ถึงสาวน้อย
คนนี้...ลินน์ใช่ไหม ถึงแม้ว่าเธอจะถูกเรียกว่าเป็นปิศาจหรืออะไรก็ตาม แต่ก็อย่างที่แอลพูด คำคำเดียวไม่ใช่เครื่อง
ตัดสินทุกอย่างหรอกนะ แล้วก็ สำหรับฉันแล้ว ปิศาจที่แท้จริงก็คือ ใครก็ตามที่ไม่มีจิตใจ ไม่เห็นใจ ไม่รับรู้ถึง
ความทุกข์ยาก ไม่มีน้ำตาและรอยยิ้มให้ผู้อื่น ซึ่งลินน์ได้ข้ามเขตแดนนี้ไปได้แล้ว ในสายตาของฉัน ลินน์คือ สาว
น้อยที่มีความสมบูรณ์พร้อม และมีความเป็นมนุษย์ในโลกนี้อย่างเต็มเปี่ยม ”

___ไวต์รู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมาใส่เขาอย่างจัง ความโกรธยิ่งลุกโชนมากขึ้นอีก ‘ นี่เขาเป็นอะไรไปเนี่ย ’ ไวต์
ก้าวขาวิ่งสุดแรงไปจากร้าน‘ อ่านสนุก ’

___“ แสดงว่ามาย่ายังไม่ยอมรับว่าไวต์เป็นผู้ครอบครองที่แ ท้จริง ยังคงยึดติดกับราชาคนก่อนอยู่เหรอเนี่ย ” แอล
พูด “ ค่อนข้างย่ำแย่มากเลยนะ เราจะฝากความหวังไว้ที่เขาได้หรือ คุณว่าไง คิดว่าไวต์จะดึงหอกปิศาจออกได้หรือ
เปล่า ”

___“ ฉันเชื่อนะ ” เอมิลี่ตอบ “ เท่าที่ฉันเคยเห็นเขามาไม่ต่ำกว่าเจ็ดปี ฉันคิดว่า ถ้าไวต์ตั้งใจจะทำอะไรจริงๆจังๆ
ขึ้นมา ไม่ว่าอะไรเขาก็สามารถทำได้ จริงไหมลินน์ เธอก็รู้สึกเหมือนกันใช่ไหม ”

___“ ...ค่ะ... ” ลินน์ตอบทั้งน้ำตา แต่มีรอยยิ้มที่สดใสอยู่
__________________________________________________ _______

___“ อะไรกันฟะ! ” ไวต์ร้องตะโกน เตะเก้าอี้ไม้ล้ม ข้าวของต่างๆ แจกัน กรอบรูป ของตั้งโชว์ต่างก็ลงไปกองแตก
ละเอียดบนพื้นจนหมด “ อะไรกันฟะ ” เขารู้สึกร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก อึดอัดจนแทบจะระเบิดออกมา จิตใจของ
เขารู้สึกเหมือนถูกบีบจนบี้แบนผิดรูป ไม่ว่าอะไรก็รู้สึกขวางหูขวางตาไปหมด

___“ น่าสมเพชจริงๆ ” เสียงผู้หญิงดังขึ้น ไวต์หันไปมอง ที่ประตูห้องนั่งเล่น ลิเดียยืนอยู่ที่นั่น เธออยู่ในชุดเดียว
กับที่ปรากฏตัวครั้งแรก แต่ดูหมองลงไปมากจนผิดปกติ “ ดูสิ! เพราะความโกรธที่ไร้เหตุผลของนาย ทำให้ฉัน
หมองลงไปมากเลย ”

___“ หา? ” ไวต์ตะโกน กำหมัดแน่น “ เธอว่าไงนะ ”

___“ ฉันบอกว่านายน่ะ น่าสมเพช ” ลิเดียพูดด้วยสีหน้าดุดันไม่แพ้กันกับไวต์ “ ไม่น่าเชื่อเลยว่านายจะเป็นการ์
เดียนคนแรกที่ล้มฉันได้ ความจริงแล้ว คนอย่างนายไม่คู่ควรแม้แต่จะเป็นการ์เดียนของลินน์ด้ วยซ้ำ คนอย่างนาย
ไม่น่าจะล้มได้แม้แต่ปิศาจตนที่อ่อนแอที่สุด คนไร้ค่าอย่างนาย ”

___“ ว่าไงนะ ” ไวต์ตะคอกใส่ รู้สึกว่าตัวเองกำลังบ้าคลั่งอย่างหยุดไม่อยู่ แล้วเขาก็ไหลตามความบ้าคลั่งนั้นไป “
ว่ายังไงน้า... ” เขาตะโกน วิ่งเข้าหาลิเดีย กำหมัดแน่น เงื้อแขนขึ้นเตรียมชก

___“ วูบ! ” “ เปรี้ยง ”

___สายสีเหลืองทองสะบัดวูบ ไวต์รู้สึกเหมือนถูกของหนักๆฟาดเข้าที่หน้าและลำตัว วินาทีต่อมา เขาก็พบว่าตัวเอง
กำลังนอนแผ่อยู่บนพื้นอย่างหมดท่า

___“ เป็นไง ” ลิเดียถาม มีรอยยิ้มเยาะๆอยู่มุมปาก

___“ อะไร? ” ไวต์ถามงงๆ หัวหมุนน้อยๆ

___“ เย็นลงบ้างหรือยัง ” ลิเดียถามต่อ

___“ หา? ” ไวต์ร้อง

___ไวต์ต้องยอมรับจริงๆว่าเขารู้สึกเยือกเย็นขึ้นมาก เลย ถึงจะเจ็บตัวสักหน่อยก็เถอะ พอมาลองย้อนคิดว่าเมื่อครู่
เขาทำอะไรลงไปนั้น ไวต์ก็อดหนาวไม่ได้ ‘ ทำไมเขาถึงทำตัวแบบนั้น ’

___“ เป็นเพราะมาย่าน่ะ ” ลิเดียพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ เธอดึงเอาความรู้สึกลึกๆของนายออกมา พร้อมกับเพิ่ม
ระดับความรุนแรงเข้าไป นายถูกหล่อนครอบงำ ”

___“ ถูกครอบงำ? ” ไวต์ทวนคำ มือข้างหนึ่งกุมท้อง ส่วนอีกข้างกุมหัว “ หมายความว่าไง ”

___“ ก็ตามนั้นแหละ เจ้าโง่ ” ลิเดียพูด “ หล่อนยังไม่ยอมรับนายเป็นผู้ครอบครอง เพราะว่านายยังอ่อนแอไง
ล่ะ ให้ตายสิ! ฉันแพ้เจ้าคนแบบนี้เหรอเนี่ย ”

___“ ว่าไงนะ ” ไวต์พูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย แต่ลิเดียยิ้มเยาะราวกับจะบอกว่า ‘ อยากเจอแบบเมื่อครู่อีกไหมล่ะ ’
ซึ่งไวต์ชะงักทันที

___“ ฉันไม่ค่อยอยากจะช่วยนายสักเท่าไหร่หรอกนะ แต่ว่านายก็เป็นการ์เดียนของฉันแล้วนี่นา ” ลิเดียพูด “
อีกอย่างลำพังกำลังของฉันคนเดียวก็ล้มราชินีไม่ได้เส ียด้วยสิ ”

___“ ...เอ่อ...แล้วไอ้คำว่า ‘ การ์เดียน ’ นี่หมายความว่า... ” ไวต์ถาม ยังคงคลำหัวป้อยๆ “ ...เรื่องมันเป็นยังไง ”

___“ ในที่สุดนายก็สงบจิตสงบใจจนมาสนเรื่องของพวกเราได้สั กทีนะ ” สิเดียถอนหายใจ “ การ์เดียน...สำหรับ
พวกเราแล้ว มันหมายถึง คนที่คอยปกป้องเราจากพลังกดดันของโลกทางนี้ไง เดอะนิวเวิร์ลที่พวกนายเรียกกันน่ะ
มีพลังบางอย่างที่คอยกดดันไม่ให้พวกเรามาที่นี่ได้ตา มใจชอบ ดังนั้นเราก็เลยต้องอยู่ในรูปเข็มกลัดไงล่ะ คนที่เก็บ
เข็มกลัดของพวกเราได้แล้วเรายอมรับ คนๆนั้นก็คือการ์เดียนล่ะ เขาจะคอยเป็นเกราะคุ้มกันพลังของโลกทางนี้ให้
เรา แล้วยังมอบพลังในการคืนร่างจริงในโลกนี้กับพลังในการ ต่อสู้ให้เราด้วย ”

___“ อย่างนั้นเหรอ... ”

___“ ส่วน ‘มาย่า’ ก็คือ เครื่องที่ช่วยในการดึงเอาความสามารถของพวกเราออกมาอ ย่างเต็มที่ เพิ่มพลังให้กับทั้ง
การ์เดียนและปิศาจของผู้ครอบครองอีกไม่รู่กี่เท่า และยังรักษาความเสถียรระหว่างการ์เดียนกับปิศาจในครอ บ
ครอง ไม่ให้เกิดกรณีที่การ์เดียนเป็นฝ่ายที่ถูกควบคุม ” ลิเดียอธิบาย “ ก็เหมือนกับที่เพื่อนของนายโดนฉันควบ
คุมไง เพราะว่าเขาไม่มีมาย่า แล้วนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมนายยังไม่ถูกฉันควบคุม ไม่ใช่ว่าฉันคิดจะปล่อยนายไป
แต่ฉันทำอะไรนายไม่ได้ต่างหาก ถึงเจ้ามาย่าจะยังไม่รับนายเป็นผู้ครอบครองที่แท้จริ ง... ”

___“ ...แต่พลังในการคุ้มครองก็ยังทำงาน... ใช่ไหม ” ไวต์ต่อให้ ลิเดียพยักหน้า “ แล้ว...ทำไมเธอถึงยอม
มาบอกฉันล่ะ ”

___“ แหม...ไหนๆ เราก็เป็นหุ้นส่วนกันแล้วนี่ ” ลิเดียพูดยิ้มๆ “ ในเมื่อหนทางต่อไปที่ฉันจะต้องก้าวผ่าน ยังต้อง
พึ่งนายอีก ”

___“ เป็นอย่างนี้นี่เอง ” ไวต์พูด แต่ความสงสัยบางอย่างก็ยังไม่หายไป ทำไมถึงต้องเป็นเขา

___“ แต่จำไว้นะ หากวันใดที่ฉันก้าวถึงจุดหมายได้ วันนั้นจะเป็นวันสิ้นสุดของนาย ” ลิเดียพูดเสียงเยียบเย็น
จนไวต์รู้สึกหนาววูบ

___“ เอาล่ะ! ถ้านายเริ่มคิดเป็นแล้วก็ไปซะ ” ลิเดียพูด เธอชี้ไปนอกประตูกระจกที่เชื่อมต่อออกไปยังสวนบริเวณ
บ้าน สายฝนเทกระหน่ำอย่างรุนแรง จนไวต์รู้สึกงุนงงว่าทำไมเขาถึงไม่รู้ตัวเลย

___“ ฝนตกแล้วเหรอเนี่ย ” ไวต์พูด

___“ ถ้าฉันเดาไม่ผิดนะ การต่อสู้คงเริ่มขึ้นใกล้ๆนี้เอง สายฝนนี้คงเป็นพลังของเผ่าพืชแน่ๆ ” ลิเดียพูด ร่างของ
เธอเริ่มจางหายไปเรื่อยๆในอากาศ “ สำหรับนายหากยังอยากจะยุ่งเรื่องของพวกเราต่อไปอีกนะ บางทีนายอาจจะ
แวะไปเยี่ยมเยียนสักหน่อยก็ได้ ” เธอยิ้มเยาะก่อนที่ร่างจะจางหายไปทั้งหมด

______________________________________จบตอน
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19 Jun 2006, 12:26   #7 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
rune's Avatar
 
โพส: 146
ดาวโหลด: 104
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 14

TG ออร่า:
rune aurarune aura



ตอนที่3ลงแล้วเน็ตมันแปลกๆนึกว่าหลุดเลยเผลอกดไปหลาย ครั้ง ไม่ได้ตั้งใจจะปั๊มหรืออะไรนะครับ ขอเพียงมีคนอ่านบ้างผมก็ดีใจแล้ว
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
____________________________________The Devil Brooch
มหัศจรรย์เข็มกลัดปิศาจ
ตอนที่4 เอมี่ สาวน้อยสายฝน
___เสียงฝีเท้าย่ำน้ำเป็นจังหวะถี่ ไวต์ออกแรงวิ่งอย่างเต็มกำลัง ตามที่ลิเดียพูดมา เขาเดาเอาว่าคงมีเรื่องเกิดขึ้นที่
สวนสาธารณะแน่ ทั้งที่เขาก็ยังไม่รู้เรื่องอะไร แต่เขาก็ก้าวต่อไปโดยไม่รู้ว่าทำไม

___“ เผ่าพันธุ์งั้นหรือ คำเรียกสิ่งมีชีวิตของโลกทางนั้นงั้นหรือ ” ไวต์พึมพำ เขาไม่สนใจจะหยิบร่มหรืออะไรเลย
ไม่สนใจแม้แต่นิดเดียว ความรีบเร่งมีชัยเหนือความกลัวเปียก ยังไงก็ตาม ไวต์ก็ไม่เคยเป็นหวัดมาตั้งนานแล้ว
ครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน(มั๊ง?) เสียงของเอมิลี่ยังคงดังในหัวเขาเป็นพักๆ “ ปิศาจที่แท้จริงก็คือคนที่ไร้จิตใจงั้นหรือ ”

___“ ในชีวิตหนึ่งของเจ้า อย่างน้อยๆก็น่าจะรู้จักคำว่าช่วยเหลือบ้าง ทำไมไม่ลองทำอะไรสักอย่างให้คนซาบซึ้งจน
จารึกชื่อเอาไว้ล่ะ อะไรที่ยิ่งใหญ่ แต่ในทางดีนะ ” เสียงของปู่ดังขึ้น ฟังเหมือนจะดังอยู่ข้างๆหู ทั้งที่ข้างไวต์ก็ไม่มี
ใครอยู่ “ ถึงแม้ว่าชื่อของเจ้าจะถูกจารึกในใจของคนเพียงคนเดีย ว แต่มันก็สูงค่าเกินกว่าที่จะประมาณได้ แล้วก็ดี
กว่าที่ไม่มีใครรู้จักเลย ”

___“ อย่างงั้นเองหรือครับ ปู่ ” ไวต์พูดกับตัวเอง เขารู้สึกว่าช่วงนี้ความทรงจำเกี่ยวกับคำพูดของปู่จะ ผุดขึ้นมา
บ่อยๆหลังจากที่ลืมไปนานแล้ว ความทรงจำบางช่วงของเขาดูเหมือนจะเรือนรางมากๆจนเขาเ ลิกสนใจไป การนึกถึง
อดีตไม่ใช่งานอดิเรกที่เขาชอบ แต่คราวนี้เขากลับยอมที่จะนึกถึง “ ผมเข้าใจแล้ว ”

___ไวต์รู้สึกเหมือนค้นพบอะไรบางอย่าง มันเป็นความรู้สึกที่แยกไม่ออกระหว่างความตื้นตันกับ ความรู้สึกดื่มดำใน
ชัยชนะ ขณะที่บรรยากาศรอบๆเริ่มเย็นลง ไวต์ยังคงวิ่งต่อไป ภาพของลินน์สว่างขึ้นมาในใจ เธอกำลังร้องไห้ น้ำตา
ไหลพรั่งพรูเป็นสาย

___แล้วจู่ๆเสียงการต่อสู้ก็ดังขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเต ือนใดๆ เสียงดังตึงตังโครมครามดังมากเสียจนไวต์อดสงสัยไม่
ได้ว่าทำไมเขาไม่ได้ยินตั้งแต่แรก

___“ มาจนได้นะ ดีมาก ” แอลยืนยิ้มๆอยู่หน้าเขา ผมดำที่เคยดูชี้ๆยุ่งๆตกลู่ตามน้ำที่สาดกระหน่ำลงมาย ังร่างของ
เขา ชุดยูนิฟอร์มร้าน ‘ อ่านสนุก ’ เปียกชุ่มไปหมด “ เอ้านี่! ของนาย ” เขาโยนพวงกุญแจสีขาวดำขนาดเท่าไข่ไก่
ให้ไวต์ ทันทีที่นิ้วของไวต์สัมผัสกับมัน แสงสีเหลืองนวลก็ส่องวาบออกมาจากตัวมันเอง

___“ รู้สึกอย่างกับว่าถูกดูดเรี่ยวแรงออกจากร่างเลย ” ไวต์พูด เสียงการต่อสู้ได้ยินชัดเจนมากขึ้น ทำไมเขาถึงไม่
ได้ยินตั้งแต่ก่อนหน้านี้นะ “ ถ้าเสียงดังขนาดนี้ เดี๋ยวมีคนมาเห็นแล้วจะยุ่งเอานะ ”

___“ ไม่ต้องห่วงไปหรอก ” แอลพูด ทั้งคู่เริ่มวิ่งไปตามซอยที่เปียกแฉะและน้ำท่วม สายฝนยังคงซัดกระหน่ำอย่าง
รุนแรงต่อไปไม่มีทีท่าว่าจะเบาลง “ ที่นี่ถูกครอบไว้ด้วยเขตป้องกันแล้ว ความสามารถของพ่อค้าในตำนานน่ะ หาก
ใครเข้าใกล้เขตป้องกันนี้จะเหมือนกับถูกหยุดเวลาไป แล้วพอเขตป้องกันคลายออก ความทรงจำก็จะขาดไปเฉพาะ
ช่วงนั้น ”

___“ งั้น...ทำไมผมถึงไม่โดนหยุดล่ะ ” ไวต์ถาม เริ่มหอบเล็กน้อย เรี่ยวแรงของเขาดูจะเผาผลาญไปอย่างรวดเร็ว
มากกว่าปกติ ความรู้สึกเจ็บแปล๊บกระจายขึ้นตามแขน ขาอย่างไม่มีสาเหตุ “ ถ้ามันทำงานแบบนั้น...โอ๊ย! ” เขา
สะดุดล้ม ความเจ็บปวดที่ขาขวาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ทำไมกัน!

___“ นั่นเพราะนายเป็นการ์เดียนไงล่ะ เขตป้องกันเลยหยุดนายไว้ไม่ได้ ” แอลพูด เขาหยุดวิ่งแล้วพยุงไว
ต์ขึ้น “ แล้วถ้าเข็มกลัดอยู่กับการ์เดียนของมัน ความรู้สึกยามต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายจะถูกถ่ายทอดถึงกั นด้วย ”

___“ งั้นเหรอ! ” ไวต์กัดฟันกรอด ถ้าเขาเจ็บปวดขนาดนี้ แสดงว่าลินน์ก็เช่นเดียวกัน พลางนึกสงสัยว่าลินน์กำลัง
ทำอะไรอยู่กันแน่ เพราะมาย่าดูจะดึงพลังเขาไปมากขึ้นอีก หมายความว่าลินน์ยังไม่ยอมแพ้ทั้งที่บาดเจ็บขนาดนั้น งั้น
หรือ

___“ นั่นไง! ” แอลพูด ในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงสวนสาธารณะจนได้ เบื้องหน้าไวต์นั้น ลินน์กำลังดิ้นรนอย่างเอาเป็น
เอาตาย เสื้อผ้าฉีกขาด เลือดเปรอะเปื้อนเสื้อกับน้ำฝนจนชุ่มโชกดูน่ากลัว เธอวิ่งลากขาไปมาหลบสิ่งที่ตวัดขวับๆใน
อากาศ แส้ลอยอยู่ในอากาศ!

____“ เจ้านั่นเป็นทหารชุดเหลืองของราชินี เผ่าผู้ควบคุม มีความสามารถในการล่องหนได้ สำหรับมนุษย์และ
ปิศาจธรรมดาที่ไม่ใช่กลุ่มผู้ทำลายแล้วจะไม่มีทางมอง เห็นตัวเธอ ” แอลกระซิบ

___“ ลินน์! ” ไวต์ตะโกน ความรู้สึกบางอย่างอัดแน่นจนแทบล้นออกมากำลังพลุ่งพล ่านอย่างดุเดือดข้างในใจ เขา
ไม่รู้ว่าเขาควรจะพูดอะไรออกมาดี ได้แต่ชูมาย่าขึ้นในอากาศเท่านั้น ทันทีที่ลินน์เห็นไวต์เท่านั้นเอง มาย่าก็ส่อง
แสงเหลืองนวลวาบมากขึ้นอีก ไวต์รู้สึกว่าพลังงานมหาศาลกำลังไหลผ่านระหว่างตัวเข ากับมาย่า ความเจ็บปวดดูจะ
ลดลงไปมาก “ นี่มัน...อะไรกัน ” เขาพึมพำ

___“ พลังการต่อสู้ของปิศาจเข็มกลัดอย่างลินน์น่ะ ขึ้นอยู่กับพลังใจของทั้งสองฝ่าย ” แอลพูดยิ้มๆ เขาตบไหล่ไว
ต์เบาๆ “ ถ้าหากมีคนใดคนหนึ่งฮึดสู้ขึ้น พลังก็จะหลั่งไหลเพิ่มขึ้นอีกมาก แถมนายยังมีมาย่าในครอบครองอีกด้วย
ไม่ต้องพูดถึงเลย ”

___“ ส่วนกรณีปิศาจที่คิดจะยอมแพ้หรือไม่มีการ์เดียนแล้วล ่ะก็ หากว่าใช้พลังหมดแล้วคือหมดเลย จะต้องรีบกลับ
เข้าไปอยู่ในเข็มกลัดเหมือนเดิมเพื่อฟื้นพลังตัวเอง อย่างเช่นเด็กคนนั้น ” แอลชี้ไปทางเด็กคนหนึ่งที่นั่งตัวสั่นอยู่
ตรงกำแพงไม่ไกลจากการต่อสู้ที่กำลังดำเนินอยู่

___“ นั่นมัน...ปิศาจนี่ ” ไวต์ร้อง ค่อนข้างแปลกใจที่เห็นตนอื่นอีก คราวนี้เป็นเด็กสาวตัวเล็กๆ สูงสักประมาณ
ลิ้นปี่เขาได้ เธอไว้ผมยาวสีชมพูสดใส นัยน์ตาสีฟ้าเข้ม ผิวขาวแต่ให้ความรู้สึกสดใสต่างจากผิวขาวซีดของลิเดี ย
เธอสวมเสื้อสีส้มกับกางเกงขายาวสีน้ำตาลหลวมโพรก ที่เห็นเป็นจุดเด่นจนไวต์รู้ทันทีเลยว่าเป็นปิศาจก็ค ือใบไม้สี
เขียวอ่อนใบใหญ่สองใบที่โผล่ออกมาจากกลางหัวราวกับยอ ดอ่อนเพิ่งขึ้นก็ไม่ปาน

___“ เธอเป็นพวกพืช อยู่ในกลุ่มผู้สร้าง ” แอลพูด “ พอเธอมาถึงโลกทางนี้ก็ถูกจู่โจมโดยทหารของราชินีที่ด ักอยู่
ทันที ไม่มีเวลาให้เธอหาการ์เดียนเลย ดีว่าลินน์รู้ตัวก่อนก็เลยมาช่วยได้ทันอย่างฉิวเฉียด แต่ว่าผมเจ็บใจเล็ก
น้อยที่ไม่สามารถยื่นมือเข้าช่วยได้ ดูท่าทางคุณกับลินน์จะลำบากอยู่ไม่น้อย ” เขาพูดต่อเมื่อเห็นร่างไวต์สั่นกระตุก
เล็กน้อยทุกครั้งที่ลินน์ถูกหวดใส่

___“ เป็นไรหรอกน่า ” ไวต์กัดฟัน พยายามยิ้มออกมา เขายังจ้องมองเด็กคนนั้นอยู่ เธอกำบางอย่างไว้แน่นใน
มือ “ นั่นเธอกำอะไรอยู่น่ะ ”

___“ นั่นเป็นเข็มกลัดของเธอ มันเกือบจะถูกทำลายทิ้งแล้วถ้าลินน์โผล่มาช้าอีกแค่เ พียงวินาทีเดียว สำหรับปิศาจ
เข็มกลัดอย่างลินน์ หากเข็มกลัดของตัวเองถูกทำลายในโลกนี้อาจทำให้วิญญาณ สูญสลายไปได้เลย ” แอลพูด “
จริงๆตอนนี้ก็ค่อนข้างน่าเป็นห่วงเหมือนกัน เด็กคนนั้นยังใช้พลังติดต่อกันโดยไม่หยุดหย่อนทั้งที ่ยังไม่มีการ์เดียน
ดูเหมือนเธอจะควบคุมพลังไม่ได้ ถ้ายังใช้ต่อไปอีกจะต้องเกิดเรื่องแย่ๆขึ้นแน่ พลังเรียกฝนนั้นน่ะ ”

___“ เรียกฝนเลยเหรอ...อุ๊บ! ” ไวต์รู้สึกเหมือนถูกของหนักๆชนเข้าที่หัว เขาล้มลงพร้อมๆกับลินน์ ในอากาศมีแส้
ลอยขวับๆอยู่ส่งเสียงเปรี๊ยะๆอยู่ “ ...อะไรกัน... ” ไวต์กัดฟัน

___“ ว้าวๆ นั่นมันมาย่าไม่ใช่เหรอเนี่ย ” เสียงพูดช้าๆที่ฟังดูยั่วยวนดังขึ้นจากกลางอากาศโดยท ี่ไม่มีใครเห็น
ร่าง “ แค่มาถึงโลกนี้สองวันก็เจอแล้ว โชคดีจัง ”

___“ ทหารราชินี นักควบคุม กลุ่มผู้ทำลาย ” แอลพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่ดวงตามองอย่างไม่ชอบใจไปทางแส้ใน
อากาศนั้น “ มีเพียงอาวุธเท่านั้นที่ล่องหนด้วยไม่ได้ ”

___“ พูดมากจังน้า คุณพ่อค้า ” เสียงไร้ร่างดังขึ้นอีก “ ดูจากสีหน้าแล้ว คุณคงไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่สินะ ” เสียง
ยังคงดังต่อไปพร้อมหัวเราะคิกคัก

___“ ก็ได้แค่สีหน้านั่นแหละ เธอก็รู้ไม่ใช่หรือว่าผมเข้าไปยุ่งไม่ได้ ” แอลพูดช้าๆด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่ความรู้สึก
รุนแรงกระจายแผ่ออกมา ไวต์ที่นอนมึนงงอยู่นั้นรู้สึกว่าแอลเป็นเหมือนในวัน แรกที่เขาพบ ตอนลิเดีย และครั้งนี้
เขาเห็นเงาดำของคนอีกคนยืนอยู่ข้างหลังแอลอย่างเลือน ราง

____“ ความเป็นกลางที่ต้องรักษาไว้สินะ... ” เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้น ถึงแม้จะฟังดูสั่นๆเล็กน้อยจากกระแสรุนแรง
ที่แอลปลดปล่อยออกมา “ นี่แสดงว่าจิตใจคุณต้องมั่นคงมากจริงๆ ทั้งที่ฝ่ายที่ตัวเองเชียร์อยู่แพ้แล้ว แต่ก็ยังนิ่ง
เฉยอยู่ได้ ”

___“ นั่นเพราะว่าผมยังไม่เห็นว่าพวกเขาจะแพ้เลย ” แอลยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไวต์ไม่เข้าใจว่าฝืนยิ้มหรือเป็นยิ้มท ี่มี
บางอย่างแฝงอยู่ เห็นอยู่ชัดๆว่าทั้งไวต์และลินน์ต่างก็นอนหมดท่าอยู่ บนพื้น “ ผมก็แค่พูดถ่วงเวลาเธอไม่ให้ลงมือ
ขั้นสุดท้ายเท่านั้น ถ่วงเวลาเพื่อให้ ‘บางคน’ ปรากฎตัว ...แล้วก็นะ ไวต์ ผมบอกแล้วไงว่าพลังของเข็มกลัดนั้นขึ้น
อยู่กับจิตใจของนาย ถ้านายยอมแพ้ ทุกอย่างก็จบ ”

___“ อะไรนะ...? ” เสียงจากผู้ล่องหนดังขึ้นอีก

___สิ้นเสียงของเธอ เงาสายหนึ่งพุ่งอย่างรวดเร็วเข้าหาจุดที่แส้ลอยอยู่ก ลางอากาศ พร้อมมีเสียงดังพลั่ก ไวต์เห็น
ภาพแบบตะแคงแต่ก็รู้ว่านั่นคือลิเดีย เธอลอยอยู่กลางอากาศในท่าเตะ

___“ ขอต้อนรับสู่การต่อสู้ในช่วงต่อไป เมื่อลินน์เปลี่ยนตัวเป็นลิเดียแทน ” แอลพูดยิ้มๆ “ หวังว่าเธอคงรู้จักนะ
พวกแวมไพร์ กลุ่มผู้ทำลายเหมือนกัน การล่องหนช่วยเธอไม่ได้แล้ว ” เขาพูดกับอากาศทางด้านขวาของเขา

___“ เล่นรุมกันนี่นา ” เสียงไร้ตัวตนดัง ไวต์รู้สึกว่าได้ยินเสียงดังจากบนพื้นไม่ไกลจากเขานั ก แต่ท่าทางเจ้านั่น
จะไม่สนใจเขา เพราะแส้ยังคงตวัดพุ่งซัดเข้าใส่ลิเดียอย่างบ้าคลั่ง เพียงลิเดียยื่นมือออกมาเท่านั้น แส้ก็ถูกดีดกลับ
คืนพร้อมคลื่นแสงเรืองๆ พื้นระเบิดเป็นหลุม “ ไม่ยุติธรรม! ”

___“ อ้าว! ว่าอย่างนี้ได้ยังไง ไม่เห็นแปลก ถ้าคนหนึ่งไม่ไหวก็เปลี่ยนตัวกันสิ กติกาโลกปิศาจไม่มีห้ามเปลี่ยนตัว
นะ ” แอลเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

___“ นั่นมันกรณีการ์เดียนเดียวกันสิ ” เสียงจากแส้ดังขึ้น ไวต์รู้สึกดีขึ้นมาก ความเจ็บปวดค่อยๆลดลง แสงสีทอง
ส่องวาบออกมาจากมาย่าแทนสีเหลืองนวล ลิเดียที่ลอยอยู่กลางอากาศยังคงปล่อยคลื่นแสงวูบวาบใ ส่พื้นอย่างถี่รัว

___“ ก็ใช่ไง อ้อ! เธอคงยังไม่รู้สินะว่า ลิเดียแพ้ให้แก่ผู้ครอง ‘มาย่า’ ไปแล้ว ” แอลพูด เขายืนอยู่ท่ามกลางหลุม
(!)ที่ล้อมรอบอย่างไม่กลัวเกรง แสงวูบวาบจากลิเดียและแส้ตวัดเฉียดหัวเขาไม่รู้กี่คร ั้งต่อกี่ครั้ง

____“ อย่าพูดแบบนั้นนะ ” ลิเดียตะโกนเสียงเฉียบขาด ดูเธอจะมีผลกระทบกับคำว่าแพ้ให้ไวต์อย่างแรง จู่ๆไม้
กางเขนหินอ่อนยักษ์ก็ปรากฏขึ้นแล้วพุ่งลงอัดพื้นอย่า งไม่มีปี่มีขลุ่ย โดนแส้ที่ลอยไปมาจังๆจมลงพื้น

___“ ชิ! พลาดงั้นหรือ ” ลิเดียพูด นัยน์ตาจับจ้องอยู่ที่ม้านั่งที่หักครึ่ง

___“ เจ้านั่นไปแล้วล่ะ ถึงแม้ว่านายจะมองไม่เห็นก็เถอะ ” แอลพูด ก้าวยาวๆมาพยุงไวต์ขึ้น

___“ ให้ตายสิ! พอปล่อยให้จัดการอะไรเองหน่อยก็สารรูปยับเยินเลยนะ เห็นไหม ลินน์ผู้น่ารักของฉันก็พลอยโดน
ไปด้วยเลย ” ลิเดียบ่นใส่ไวต์ เธอคุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วจับแขนลินน์ “ เป็นอะไรมากไหม ” เธอถามด้วยเสียง-
อ่อนโยนแบบที่ไวต์ไม่เคยได้ยิน ทำเอาเขาอ้าปากค้างไปเลย

___“ เอ่อ...ก็ไม่มากหรอกจ๊ะ ดีที่ได้เธอมาช่วย ” ลินน์ตอบยิ้มๆ

___“ แหม! เลือดไหลซึมออกจากนิ้วมือล่ะ น่าเสียดายนะ ” ลิเดียพูด ก้มหน้าลงดูดปลายนิ้วชี้ลินน์ ฝ่ายที่โดน
สะดุ้งเฮือก “ ว้าว! ช่างอร่อยอะไรเช่นนี้ ” ลิเดียพูด สีหน้าดูเปล่งประกาย

___“ นั่นปะไร ” ไวต์ยิ้มแหยๆ “ กะแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ” เขาพึมพำ แอลยังคงพยุงตัวเขาอยู่ ร่างกายของเขา
เริ่มรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เขาสังเกตเห็นลิเดียดูเคลื่อนไหวค่อนข้างติดขัดกว ่าเดิม เป็นไปได้มากว่า เขากำลังดึงความ
แข็งแรงจากลิเดียมาสู่ตัวเอง

___“ ไปบ้านนายเถอะ ” แอลพูด เขาจับแขนไวต์ที่พาดบ่าอยู่ให้กระชับแล้วออกเดิน

___“ บ้านสวยนะ ” แอลพูด พลางจิบชาจากถ้วยกระเบื้องสีขาวบนโต๊ะไม้ตัวใหญ่ในคร ัว เขานั่งตรงข้ามกับไวต์
น้ำจากเสื้อผ้าหยดแหมะลงบนพื้นอย่างไม่หยุดหย่อน “ โทษทีนะที่ทำบ้านนายเปื้อน ”

___“ เอาเถอะ! มันเลี่ยงไม่ได้นี่ ” ไวต์พูด ยักไหล่ เขาก็ยังคงเปียกมะล่อกมะแลกอยู่เช่นเดียวกับแอล เพราะ
ห้องอาบน้ำในบ้านถูกพวกผู้หญิงยึดอยู่ เสียงกรี๊ดกร๊าดดังลงมาจนถึงชั้นล่าง

___“ พวกนั้นฟื้นสภาพเร็วจังนะ ” ไวต์พูดช้าๆ แสดงสีหน้าเซ็งๆออกมาเหมือนปกติ “ เร็วจนน่ากลัวเลย แผลก็
ไม่เหลือด้วย ”

___“ ก็เพราะนายได้เป็นการ์เดียนของสาวน้อยพันธุ์พืชแล้วไ งล่ะ เธอเชี่ยวชาญมากนะ ไอ้เรื่องใช้พลังฟื้นฟูรักษา
น่ะ ” แอลพูดยิ้มๆ “ เท่านี้นายก็มีปิศาจน่ารักๆในครอบครองถึงสามตนแล้ว ฟังดูเจ๋งชะมัด ”

___“ พูดมาได้ ” ไวต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ บ้านผมไม่ใช่สถานรับเลี้ยงปิศาจนะ ถึงได้โผล่มาเพิ่มได้เรื่อยๆ ”

___“ เอาน่าๆไหนๆนายก็อยู่คนเดียวอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ บ้านก็หลังใหญ่ไม่ใช่เล่น ตั้งสี่ห้องนอนเลยนี่ มีสาวๆมา
พักบ้าง ไม่ถึงตายหรอก นายเอ๋ย ” แอลพูดเสียงร่าเริง โบกมือน้อยๆแบบไม่ใส่ใจนัก “ เอ้อ... จริงๆแล้วเวลา
แบบนี้ เราควรจะไปที่นั่นนะ ที่นั่น... ไม่ใช่มานั่งหง่าวจ้องหน้ากันเองแบบนี้ ผู้ชายด้วยกันอีกต่างหาก แหวะ... ”
แอลส่ายหน้า

___“ ไป...นั่น...ไหน ” ไวต์ถามงงๆ

____“ ห้องอาบน้ำไง ” แอลพูดเสียงเบา “ ห้องอาบน้ำ ฮี่ ฮี่ ” เขายิ้มอย่างมีเลศนัย

___“ เฮ้ย...ปะ...ปะ...ไป...ไปแอบดูมันไม่ดีนะ ” ไวต์ร้อง รู้สึกร้อนผ่าวๆ ภาพของลินน์ ลิเดียและเด็กสาวเอมี่ผุด
ขึ้นในมโนภาพ

___“ ฮั่นแน่... หน้าแดงแล้วนะ ไม่ทราบว่านายกำลังคิดอะไรอยู่คร้าบ ” แอลยิ้มกว้างกว่าเดิม ไวต์รู้สึกร้อนวูบ
วาบมากขึ้น อาจเป็นเพราะถูกแอลว่ามาตรงๆก็ได้ “ จริงๆก็อยากไปบ้างล่ะสิ ”

___“ ปะ...เปล่านะ ” ไวต์รีบสั่นหัวอย่างร้อนรน “ มะ...ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น จริงๆ ”

___“ คิดอะไรอยู่เหรอจ๊ะ ” เสียงของลิเดียดังขึ้นด้านหลังไวต์

____“ เจี๊ยกกกกกกกกกกกก ” เขาสะดุ้งสุดตัว ตกใจสุดขีด รีบดีดตัวออกด้านข้าง เขาพบว่ามีไม้กางเขนสีขาวอัน
เดิมเหมือนทุกครั้งลอยอยู่ แสงสีม่วงเรืองวูบวาบ

___“ นั่นเป็นความสามารถของแวมไพร์ การสื่อสารทางไกลผ่านสิ่งของประจำตัว ” แอลอธิบาย ก่อนจะหันไปพูด
กับไม้กางเขนสีขาว “ หมดนี่คิดจะแอบดูพวกเธอน่ะ ”

___“ ว๊ากกกกกก! ” ไวต์ร้อง “ ไม่ใช่นะ ไม่ใช่น้า!!!!!! ” เขาลนลานสุดขีด มีไม่กี่เรื่องที่สามารถทำให้เขารู้สึก
ลนลานขนาดนี้ได้ นี่ก็เป็นเรื่องหนึ่ง

___“ หึ! เจ้าคนไม่ได้เรื่องนี่ตลกดีแฮะ ” เสียงลิเดียหัวเราะ “ เจ้าก็ด้วยแหละแอล รู้ไว้ซะ ลินน์น่ะเป็นของฉัน
ทั้งตัวและหัวใจ พวกนายไม่มีสิทธิ์มายุ่ง เข้าใจ๋ แล้วถ้ายังคิดจะฝ่าฝืนคำของฉันเมื่อไหร่ พวกนายไม่ได้ตายดี
แน่ ” พอสิ้นเสียงพูด ไม้กางเขนสีขาวก็จางหายไป พร้อมกับเสียงกรี๊ดกร๊าดจากข้างบนดังขึ้นกว่าเดิม

___“ ท่าทางยายนั่นคงจะสนุกมากทีเดียว ” แอลพูด แหงนหน้าขึ้นมองเพดาน “ ฟังจากเสียงแล้วนะ เอ่อ...โอเค
หยุดเล่นก่อนก็ได้ ” เขาพูดต่อเมื่อเห็นสีหน้าของไวต์
-
___“ กลับมาเข้าเรื่องก็ได้ ว้า...จริงๆแล้วก็ไม่ชอบเลย แต่ก็นะ ” แอลยักไหล่ “ นายอยากรู้เรื่องอะไรล่ะ ”

___“ พวกนั้นเป็นอะไรกันแน่ ” ไวต์ถาม ถึงแม้จะเรียกพวกลินน์ว่าเป็นปิศาจ แต่ก็ยังปะติดปะต่อเรื่องไม่ค่อย
ได้อยู่ดี “ แล้วมาเกี่ยวกับผมได้ยังไง ”

___“ ก็เคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ...ปิศาจ จากดินแดนอื่น หรือเรียกว่าดาวดวงอื่นก็ได้ ” แอลพูด “ พอมาอยู่ที่
โลกก็ต้องอยู่ในสภาพที่ประหยัดพลังงานที่สุด เสถียรที่สุด เข็มกลัดไง ”
-
___“ แล้ว...ทำไมต้องเข็มกลัด แบบว่า...เป็นอย่างอื่นไม่ได้เหรอ ” ไวต์ถามอีก “ แล้วก็พวงกุญแจด้วย เห็น
เรียกชื่อมันอย่างกับว่ามีชีวิตด้วยแน่ะ ”

___“ เรื่องเข็มกลัดนี่...ก็...ไม่รู้สินะ ” แอลสั่นหัว “ บางทีปิศาจพวกแรกที่มายังโลกนี้อาจเห็นเข็มกลัดกับพว ง
กุญแจเป็นอย่างแรกแล้วก็ชอบ...ล่ะมั๊ง มันเป็นเรื่องเมื่อหลายร้อยปีก่อนแล้ว ใครจะไปรู้แน่ๆได้ล่ะ ส่วนมาย่า
หล่อนก็เป็นปิศาจเหมือนกันนั่นแหละ แต่ต่างออกไปนิดหน่อย ”

___“ เป็นด้วยเหรอ ” ไวต์หยิบพวงกุญแจออกมาดู

____“ ก็นะ ” แอลพูด “ เธอเป็นหนึ่งในสามปิศาจที่ทรงพลังที่สุด สามปิศาจผู้เป็นตำนานตลอดกาล ”

___“ ตำนาน...งั้นเหรอ ” ไวต์พึมพำเบาๆ คำว่า ‘ ตำนาน ’ ทำให้เขานึกบางอย่างได้ “ แล้วพ่อค้าในตำนานล่ะคือ
อะไร ทำไมใครๆก็เรียกนายอย่างนั้น ”

___“ พ่อค้าก็คือพ่อค้าสิ! ไม่เห็นจะต้องมานั่งสงสัยเลย ” แอลพูดยิ้มๆ “ สำหรับการต่อสู้ของพวกปิศาจในแต่ละครั้ง
จะต้องมีคนจากดินแดนอื่นเข้ารับตำแหน่งนี้ เป็นตำแหน่งตกทอดที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อนนู้นเลยนะ อย่างที่เคยบอก
ไว้ไง กรรมการที่มีของขาย ”

___“ อ้อ... ” ไวต์ร้อง ถึงจะยังงงๆอยู่กับความหมายที่แอลตอบก็เถอะ

____“ แล้วก็นะ คราวหน้าถ้ามีการต่อสู้อีกก็ให้นายพกตังค์ไปด้วยก็แล ้วกัน เผื่อมีของดีมาขายให้ ” แอลพูด
หัวเราะแหะๆ

_____________________________________________จบ
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19 Jun 2006, 12:44   #8 (permalink)
สมาชิก TG รุ่นเก๋า
 
Vedora's sword's Avatar
 
โพส: 1,103
ดาวโหลด: 86
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 8

TG ออร่า:
Vedora's sword auraVedora's sword aura



ครับ เดี๋ยวกระผมจะมาอ่านครับ
__________________


Castlevania: Vlad Radu Legend

เล่ม 1

เล่ม 2



Lord Radu Cel Frumos

Ytinrete rof dlrow eht esruc llahs i!!
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 23 Jun 2006, 07:33   #9 (permalink)
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
rune's Avatar
 
โพส: 146
ดาวโหลด: 104
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 14

TG ออร่า:
rune aurarune aura



ตอนที่5มาแย้วววววววครับ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
The Devil Brooch
มหัศจรรย์เข็มกลัดปิศาจ
ตอนที่5 ชุลมุน
___เปลวเพลิงสีแดงลุกโพลงอยู่ห้ากองในห้องมืดๆ เกิดเป็นแสงสลัวสีส้มทาบบนกำแพงหินสีเทาปนดำ เงาวูบวาบ
ขยับไหวไปมารอบๆร่างหญิงสาวผมยาวจรดพื้นในชุดสีดำที่ ยืนอยู่กลางห้อง ในมือของนางมีวัตถุส่องแสงเรืองๆสีแดง
ให้ความรู้สึกที่รุนแรง

___ทันใดนั้นเอง เงาร่างหนึ่งในกลุ่มที่วิ่งวนอยู่รอบๆก็ก้าวออกจากวง โคจรเดิม ปีกดำทะมึนสยายออกกว้างมากถึง
สามเมตร เปลวเพลิงร้อนระอุลุกพรึบขึ้นรอบปีกอย่างฉับพลัน

___“ เหวอ! ” ไวต์ร้อง เด้งตัวขึ้น ภาพของเปลวเพลิงยังติดตาอย่างแจ่มชัด...นกที่ลุกเป็น ไฟ... “ มันคือ...อะไร
กัน... ” เขากระซิบกับตัวเอง

___นาฬิกาตีบอกเวลาตีห้าครึ่ง นอกหน้าต่างยังคงถูกปกคลุมด้วยเงามืด ไวต์รู้สึกกระหายน้ำอย่างมาก ทั้งๆที่ภายใน
ห้องก็เปิดเครื่องปรับอากาศจนเย็นฉ่ำ แต่เหงื่อกลับไหลชุ่มโชก ความรู้สึกร้อนราวกับไฟวูบวาบอยู่ภายในอก

___“ เอ...หรือบางทีเรานอนต่ออีกหน่อยแล้วค่อยลุกดีหว่า ” เขาพึมพำในคอ สมองที่เริ่มกลับมาทำงานตามปกติ
บอกว่าวันนี้เป็นวันอาทิตย์ วันหยุดที่แสนเงียบสงบของเขาตลอดมา หลังจากคิดอยู่พักหนึ่งเขาก็คิดว่าควรนอนต่อไป
ก่อน

___ไวต์ล้มตัวลงนอน มือความหาผ้าห่ม เขารู้สึกถึงบางอย่างนุ่มๆ บางทีผ้าห่มก็นุ่มแบบนี้แหละ กลิ่นหอมด้วย เอ
กลิ่นหอมที่เหมือนกลิ่นดอกไม้หลายๆชนิดผสมกัน

___“ กลิ่นดอกไม้เหรอ? ” ไวต์พูดงงๆ เขาจำได้ว่า ตลอดเวลาที่เขาอยู่ในบ้านหลังนี้ เขาไม่เคยนำดอกไม้หรือ
อะไรก็ตามที่มีกลิ่นเหมือนดอกไม้เข้ามาในห้องนอนเลยส ักครั้ง นั่นเพราะว่าเขาแพ้เกสรดอกไม้ เลยพาลไม่ชอบ
ดอกไม้ไป “ เอ๊ะ! ”

___ไวต์พลิกตัวตะแคง แล้วก้มหน้าลงพร้อมกับดึงผ้าห่มเปิดออก ที่จริงเขาเห็นบางอย่างสีเขียวๆที่ไม่น่าจะมาอยู่บน
เตียงเขาได้ตั้งแต่แรกแล้ว ทันทีที่ผ้าห่มเปิดออก ไวต์ก็ต้องเอามืออุดปากตัวเองไม่ให้ตะโกนเสียงดังออก มา

___เด็กสาวผมสีชมพูที่ดูอายุราวๆสิบสองสิบสามนอนคุดค ู้อยู่แถวๆลำตัวไวต์ มีใบไม้สีเขียวใบใหญ่สองใบอยู่บนหัว
เธอกำลังหลับสนิท

___“ เอ๋?... ” ไวต์มองอย่างตื่นตะลึง สมองปั่นตัวเองอย่างบ้าคลั่ง คิดหาสาเหตุที่เอมี่มาอยู่บนเตียงเขา เธอควรจะ
นอนอยู่ห้องเดียวกับลินน์ไม่ใช่หรือ แล้วทำไม...

___ในขณะที่สมองเขากำลังคิดหาสาเหตุต่างๆอยู่นั้น เอมี่ก็พลิกตัวมาทางเขา แขนและขาเธอโอบตัวเขาราวกับว่าเขา
เป็นหมอนข้างใบโปรด ไวต์สะดุ้งเล็กน้อย เอมี่อยู่ในชุดสมัยเด็กของเขา ชุดที่เขาใส่ในยามที่พร้อมจะลุยกับเครื่อง
เล่นในสวนสนุกอย่างเต็มที่ ชุดเสื้อแขนสั้นขาสั้น

___“ หวา... ” ไวต์ร้องเบาๆ สถานการณ์เบื้องหน้าเขานี้อันตรายมาก(หมายถึงล่อแหลม ) ความร้อนผ่าวกระจาย
ตั้งแต่ใบหน้าลงไปจนถึงท้องเมื่อเห็นเรียวขาขาวๆและเ ท้าเปลือยเปล่า เสื้อพลิกเปิดขึ้นเล็กน้อย

___‘ นี่ถ้าตอนนี้มีใครมาเห็นต้องแย่แน่ๆเลย คงโดนเข้าใจผิดไปอีกนาน ’ ไวต์คิด สั่นหัว ยกมือขึ้นหยิกหน้าสงบ
สติอารมณ์

___“ เราจะตื่นเต้นไปทำไมกัน อีกฝ่ายเป็นเด็กนะ แค่เด็กเท่านั้น ” ไวต์พึมพำเบาๆ ทันใดนั้นเอง เสียงของ
ไคล์ก็ดังขึ้นมาในมโนภาพเขา ‘ นายเป็นสินะ เป็นโลลิคอนสินะ เป็นพวกเดียวกัน ’ “ ไม่ใช่นะ... ผมไม่ได้เป็นโล
ลิคอน! ” ไวต์โพลงออกมา เขากลัวมากเลยที่จะโดนนับรวมเป็นพวกเดียวกับไคล์ ถึงแม้ว่าไคล์จะเป็นเพื่อนที่ดีมาก
ของเขาก็เถอะ

___แล้วสายตาเขาก็พลันเหลือบเห็นใบไม้บนหัวเอมี่ มันมีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ เขาสงสัยตั้งแต่แรกเห็นแล้วว่า มัน
งอกออกมาจากหัวเลยหรือ ‘ เอาฟะ! ลองจับดูแล้วกัน ’ เขาคิดอย่างกล้าหาญ ไวต์ค่อยๆยื่นมืออย่างกล้าๆกลัวๆไปยัง
ใบไม้เป้าหมาย

___“ คิดจะทำอะไรจ๊ะ ” เสียงหนึ่งดังขึ้นเบาๆในห้อง พร้อมกับการปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันของไม้กางเขนหินอ่อ น
ขาว แต่คราวนี้มันมีขนาดเท่าไฟฉาย ดูเหมือนว่าเจ้านี่จะขยายได้และหดได้(น่ากลัวชะมัด) มันส่องแสงวูบวาบสีม่วง
ท่ามกลางความมืด “ ...พ่อคนโลลิค่อน ”

___“ อิ๊! ” ไวต์สะอึก นี่หมายความว่าลิเดียแอบดูเขามาตลอดเลยงั้นสิ แต่คิดอีกทีก็ค่อนข้างจะเป็นไปได้ เธอเป็น
แวมไพร์ กลางคืนเป็นเวลาของเธอ

___“ คิดจะทำอะไรเด็กคนนั้นเอ่ย ” เสียงลิเดียดังขึ้นอีกจากหินอ่อนเล็กๆอันนั้น ฟังดูจากน้ำเสียงแล้ว ท่าทางเธอ
จะสนุกอยู่ไม่น้อย “ รู้สึกว่ามันจะผิดกฎหมายของโลกทางนี้ด้วยนี่นา ”

___“ เฮ้ย! ” ไวต์ร้องเบาๆ นี่ลิเดียรู้จักกฎหมายของทางโลกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก ัน เธอยังเพิ่งมาถึงโลกนี้เองนี่นา

___“ ฉันควรจะบอกลินน์ดีไหมน้า... ดูเหมือนลินน์จะสนิทกับเด็กคนนี้มากเป็นพิเศษเลยนี่เ นอะ ” เสียงลิเดียยัง
คงดังอย่างสนุกสนานต่อไป “ ต้องสนุกแน่ๆเลย ”

___“ อย่านะ...ขอร้องล่ะ ” ไวต์รีบพูด ดูเหมือนเขาจะพูดเสียงดังเกินไป เพราะเอมี่สะดุ้งตื่น เธอลุกขึ้นขยี้ตา และ
พอเห็นไวต์ เธอก็พุ่งเข้ากอดไวต์อย่างแน่นหนา

___ทันใดนั้นเอง ลินน์ก็เคาะประตูสองสามครั้งก่อนจะเปิดผัลวะเข้ามา

___“ เอ่อ...เอมี่อยู่อยู่ที่นี่หรือปะ...เปล่า... ” ลินน์พูด เธอชะงักค้าง

___“ มะ...ไม่ใช่นะ...มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดนะ ” ไวต์พูดตะกุกตะกัก สั่นหัวเร็วๆ

___“ ฮ่าๆๆๆ กอดกันกลมเชียวนะ ลินน์! ฉันเห็นกับตาเลยว่าไวต์เป็นคนเริ่มก่อน ” เสียงลิเดียดังลั่น

___“ ไม่จริง...คุณไวต์... ”

___“ เหวอ...ลินน์...อย่าเข้าใจผิดนะ...ฟังผมก่อน ”

___“ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ”

___“ กรี๊ด!!!! ” “ เผียะ! ”
__________________________________________________ ________________

___“ อือ... ” ไวต์ร้อง เขาเอนตัวทิ้งน้ำหนักลงบนโซฟาตัวใหญ่สีดำ ตรงข้ามเขาคือเอมี่ที่นั่งจ้องเป๋งแทบไม่กระ
พริบตามาที่หน้าเขาอย่างเงียบๆ ลิเดียนั่งดูทีวีบนโซฟาอีกตัว เธอนั่งดูติดต่อกันมาสามชั่วโมงครึ่งแล้วนับตั้งแต่ท าน
ข้าวฝีมือลินน์เสร็จ ซึ่งไวต์เข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงรู้มาก ส่วนลินน์ก็เดินไปเดินมารอบๆบ้านคอยทำความสะอาด

___ไวต์เหลือบตามองเอมี่ เธอยังคงนั่งจ้องเขาเงียบๆ ตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่ว่าเขาจะไปไหน เธอจะตามไปตลอดทุกที่
(เว้นแต่ห้องน้ำ) คอยจ้องเขาตลอดเวลา ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ถึงแม้ว่าไวต์จะเป็นพวกไม่ค่อยสนใจกับเรื่องรอบๆ
ตัวมากนัก แต่เขาก็ชักหงุดหงิดจากสายตาปิ๊งๆของเอมี่ที่ส่งมาหา ตลอดเวลา

___“ นี่! เธอ มีสักช่วงไหมที่คิดว่าจะไม่จ้องผมเขม็งบ้าง ” ไวต์ส่ายหัวไปมาอย่างเบื่อหน่าย เสียงจากทีวีดังลั่นผสม
กับเสียงหัวเราะของลิเดีย “ รำคาญน่ะ ”

___“ … ” เอมี่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอยังคงจ้องมองไวต์ด้วยสายตาแป๋วแหว๋ว(ที่ลินน์เคยบ อกว่าพอเห็นก็นึก
อยากกอดเอมี่ขึ้นมาทันทีทันใด) และท่ามกลางความเงียบของทั้งคู่นั้นเอง(ยกเว้นเสียงห ัวเราะบวกกับท่าบิดไปมาจน
แทบตกโซฟาของลิเดีย) หยาดน้ำตาก็ปรากกฎปริ่มที่ขอบตาเอมี่

___“ อิ๊! ” ไวต์สะอึก เสียงของแอลดังวาบขึ้นมาในหัวในทันที ‘ เอมี่เป็นเผ่าพืช จัดอยู่ในกลุ่มผู้สร้าง ที่ดินแดน
เธอนั้น เผ่าพันธุ์ของเธอได้รับสมญาว่า ‘ผู้ควบคุมฤดูกาล’ เพราะว่าเธอสามารถเรียกลมเรียกฝนได้ ’ แล้วเขายัง
อุตส่าห์บอกต่ออีกว่า ‘ แล้วเอมี่ก็ยังควบคุมพลังได้ไม่คล่องด้วย ฉะนั้นหากเธอรู้สึกเศร้าสะเทือนใจ พนันได้เลยว่า
ฝนต้องตกแน่ๆ ’

___“ ว้ากกกกก! ไม่ใช่นะๆ ” ไวต์ตะโกน โบกมือให้เอมี่ ขณะที่น้ำตาเธอร่วงผล็อยอาบแก้ม ปุยเมฆเล็กๆสีขาวสด
ใสแวววาวราวไข่มุกปรากฏขึ้นแถวๆเพดานห้อง “ เหวอ! ” ไวต์ร้อง

___“ เงียบหน่อย! นี่ช่วงตื่นเต้นนะ ” ลิเดียเรียกไม้กางเขนสีขาวอันเล็กๆพุ่งชนหัวไวต์จนหน ้าหงาย ในขณะที่
ไวต์รู้สึกอย่างรุนแรงว่าไอ้ที่เขากำลังเจออยู่เนี่ย มันน่าตื่นเต้นกว่าอีก

___“ อูย...คือว่านะ...คือว่า...ผมไม่ได้...ไม่ได้...จ๊าก !! ” ไวต์ดีดตัวลงจากโซฟาทั้งๆที่ยังมึนงงจากการพุ่งชนเมื ่อครู่
อยู่ สายฟ้าสายเล็กๆฟาดลงมาทางไวต์ซึ่งเฉียดไปนิดเดียว ตอนนี้ก้อนเมฆเป็นสีเทาเข้ม กลิ่นไหม้โชยขณะที่โซฟา
ลุกเป็นไฟ ลิเดียหันมาหัวเราะเขาแทน แสงสว่างวาบของมาย่าปรากฏวูบวาบออกมาจากกระเป๋ากางเก งเป็นสีชมพู
แวววาวสดใส นั่นแสดงว่าเอมี่ดึงพลังของเขามาอาละวาดใส่เขา

___สายฟ้ากระหน่ำฟาดอย่างรุนแรงจนกระทั่งสายฝนเริ่มล งเม็ดใหญ่ๆอย่างไม่ขาดสายจนน้ำเจิ่งนองเต็มห้อง ซึ่งไวต์
ก็พยายามจะมองในแง่ดีขณะที่จิตใจปั่นป่วนจนแทบคลั่ง อย่างน้อยไฟที่ไหม้โซฟาและในห้องก็ดับล่ะนะ

___‘ ตูม! ’ เสียงทีวีระเบิด ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของลิเดียซึ่งไวต์คิดว่าเป็นเ พราะโมโหที่ทีวีระเบิด กระแส
ไฟฟ้าวิ่งพล่านในสายน้ำกระจายเป็นแสงสีฟ้าสดใส ร่างของไวต์ถูกดีดลอยขึ้นในอากาศและลอยตุ๊บป่องค้างอ ยู่อย่าง
นั้น ดูเหมือนมีกำแพงใสๆกลมดิ๊กมาครอบตัวเขาไว้ทั้งหมด ‘มาย่า’ เปล่งแสงสีทองวาบสลับกับสีชมพูอย่างบ้าคลั่ง
พลังในร่างไวต์ปั่นป่วนจนอยากอ้วก เขารู้สึกว่ามาย่าจะคอยปกป้องเขาอยู่ถึงแม้ว่าใครๆจะ บอกว่าเขายังไม่ใช่เจ้าของ
ที่แท้จริงก็ตาม พร้อมทั้งส่งพลังให้เอมี่และลิเดียที่ฟิวส์ขาด ร่อนไม้กางเขนไปทั่วห้อง
__________________________________________________ ______

___“ ให้ตายสิ! ” ไวต์บ่นพึมพำขณะที่นั่งอยู่บนเตียงนอนคนเดียวในห้องข องเขา ผนังสีขาวดูสะอาดสะอ้านกับโต๊ะ
เขียนหนังสือไม้รูปทรงโบราณสีน้ำตาลเข้มให้ความรู้สึ กเป็นตัวของตัวเองของไวต์กลับมาอีกครั้ง “ เดือนนี้ก็ใช้ออก
ไปอีกร้อยห้าสิบเหรียญแล้ว ” เขาบ่นต่อ ร้อยห้าสิบเหรียญของเขาล่องลอยไปกับไอเทม ‘ขอให้เหมือนเดิม’ จากแอล
เรียบร้อยแล้ว ไอเทมนี้จะทำให้สิ่งของหรือบาดแผลต่างๆย้อนเวลาตัวเอ งกลับไปในหนึ่งชั่วโมงก่อน ไวต์ใช้ไอเทมนี้
กับห้องที่เละเทะจากเอมี่และลิเดีย ดีที่เขาไปรับไอเทมนี้จากแอลทันเวลาพอดี

___ขณะที่เขากำลังถอนหายใจอย่างเอาเป็นเอาตายนั้น เขาก็พลันสังเกตว่าห้องของเขาออกจะสะอาดสะอ้านมากเกิ น
ไป ราวกับว่าของต่างๆในห้องเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวมันเอง บางอย่างในใจบอกให้ลองเปิดตู้เสื้อผ้าดู เขาลุกขึ้นตามที่ใจ
สั่งด้วยความรู้สึกแย่แปลกๆ และเปิดตู้ออก เสียงสูดหายใจดังขึ้น สิ่งนั้นหายไป...!

___เมื่อสองเดือนก่อน ไคล์ตัดสินใจที่จะฝาก ‘ของรักของข้า’ ของเขาไว้ที่บ้านของเนตกับไวต์ เมื่อต้องพานพบกับ
วิกฤต ‘การค้นบ้าน’ ครั้งใหญ่ของแม่ ครั้งนั้นของเกือบครึ่งหนึ่งของไคล์ถูกย้ายมาซุกตามซ อกเครื่องเรือนบ้านของไว
ต์(อีกครึ่งอยู่ที่เนต) ตั้งแต่ฟิกเกอร์ หนังสือและแผ่นซีดี(ทั้งเกมส์ การ์ตูนและอื่นๆ)

___เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ไคล์ก็เริ่มทยอยขนกลับ แต่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด สำหรับบ้านไวต์หลังนี้ ยังคงเหลือสิ่งที่ไคล์
เรียกว่าสุดยอดไอเทมลับอยู่ สิ่งนั้นก็คือ...

____หัวใจไวต์ร่วงลงไปยังตาตุ่มภายในพริบตาเดียวที่ส มองรับรู้ข้อมูลว่า ไอเทมลับนั้นหายไป ถึงแม้ว่าเจ้าสิ่งนั้นจะ
มานอนกองอยู่ที่บ้านไวต์เป็นเวลาได้สองเดือนแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยเปิดดูและไม่คิดจะเปิดมันด้วย เสียงพูดคุยเฮฮา
จากชั้นล่างดังแว่วขึ้นมาข้างบน ไวต์สะดุ้งโหยง นั่นต้องหมายความว่ามีคนขนลงไปชั้นล่าง งั้นก็...?

___“ เวรแล้ว ” ไวต์พึมพำ พุ่งไปที่ประตูห้อง เท้าซอยถี่ยิบลงบันไดอย่างเงียบเชียบและสปริงตัวเด้ง ข้ามขั้นบันได
สี่ขั้นลงมาบนพื้นอย่างนุ่มนวล เสียงพูดคุยได้ยินดังขึ้นอีกเล็กน้อย เขาโผล่พรวดเข้าไปในห้องนั่งเล่น สิ่งที่ตั้งเด่น
เป็นสง่ากลางโต๊ะกระจกใสที่ถูกล้อมรอบด้วยโซฟานั้นก็ คือ...

___“ คุณไวต์...ชอบ...หรือคะ ” ลินน์โผล่มาทางข้างหลังเขา เธอพูดด้วยเสียงที่ไวต์แยกไม่ออกระหว่างแปลกใจกับ
สะเทือนใจ เขารู้สึกเหมือนตัวตุ่นที่อยากมุดลงดิน

___“ เห็นเงียบๆแต่ก็ร้ายนะเรา อ๊ะ...อะไรเนี่ย สาวน้อยชุดเมดหูแมว ” ลิเดียพูด เธอหยิบกล่องทรงสี่เหลี่ยมผืน
ผ้ากล่องหนึ่งขึ้นมาดูพร้อมรอยยิ้มแปลกๆบนใบหน้า “ นายชอบแบบนี้เหรอ ”

___“ มะ...ไม่ใช่นะ...นั่นมัน...นั่นมันของที่ไคล์เอ