| | #1 (permalink) |
| สมาชิก TG แรกเริ่ม ![]() โพส: 146 TG ออร่า: ![]() ![]() | Terkiary-Meteora นิยายขุดจากบอร์ดเก่า จะค่อยๆลงต่อๆนะครับ ขอย้อยตั้งแต่แรกเลยละกัน --------------------------------------------------------- _______________________เทอร์เคียรี เมเทโอร่า _______________________ความทรงจำแห่งสัญญา ตอนที่ 1 นักเรียนใหม่ ___ ตื่นได้แล้วจ้า เสียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ฟังดูร่าเริงดังขึ้นกระทบ โสตประสาทของรูน ทำให้เขารู้สึกตัว ตื่นขึ้น เขาค่อยๆใช้แขนดันตัวขึ้นช้าๆ ในขณะที่เขาค่อยๆดันตัวขึ้นนั้นเขาได้ยินเสียงบ่นพึม พำแบบไม่พอ ใจของเพื่อนร่วมห้องของเขา ___ พอรูนลุกขึ้นนั่งได้แล้ว เขาใช้มือขยี้ตา อ้าปากหาวกว้าง และค่อยๆหันหน้ามองไปรอบๆห้อง เพื่อหาที่มาของเสียงผู้หญิง สายตาของเขายังมองเห็นมัวๆไม่ชัดเจน แต่แล้วจู่ๆเขาก็เริ่มสงสัย เอ๊ะ! ... ที่ นี่มันเป็นหอพักชายนี่นา จะมีผู้หญิงไปได้ยังไง รูนบ่นพึมพำในลำคอ ___ เนื่องจากอีกฝ่ายได้ยินที่รูนพึมพำหรือไม่ก็เพราะว่า เขาไม่ยอมลุกจากที่นอนสักที จู่ๆก็มีน้ำ สาดมาใส่ตัวเขาและมีแสงสว่างวาบขึ้นในห้อง รูนรู้สึกตื่นตัวเต็มที่และตาสว่างขึ้นทันที แบบที่ปกติหลังจาก ที่เขาเพิ่งตื่นนอนก็ไม่ตาสว่างเท่าตอนนี้ และมีเสียงร้องลั่นของเพื่อนร่วมห้องของเขาดังขึ้นตา ม ตอนนี้เขา รู้สึกโมโหมาก รีบมองไปรอบๆห้องเพื่อหาตำแหน่งของผู้มาที่มารบกวนเว ลาหลับของเขา สายตาของเขามอง ผ่านผ้าม่านเก่าๆซีดๆ มีรอยปะเต็มไปหมด สีของผ้าม่านนั้นพอๆกับผนังเก่าๆของห้องที่มีราเป็นจ ุดดำๆ และเข้ากับเครื่องเรือนไม้ที่ดูเหมือนกับมีอายุซักคร ึ่งศตวรรษ ___ โมโหมากหรือไง นี่แค่การปลุกแบบเบาๆเองนะ เสียงผู้หญิงที่ฟังดูดุดันต่างจากเสียงที่ ปลุกรูนในตอนแรกดังขึ้น สายตาของเขารีบตวัดไปทางต้นเสียงก็เห็นเด็กหญิง 2 คนยืนอยู่ตรงประตูห้อง ไม้ ซึ่งเป็นสิ่งที่มองแล้วใหม่ที่สุดในห้องนี้ เนื่องจากเพิ่งเปลี่ยนเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ___ ขอโทษนะรูน เสียงร่าเริงเสียงเดิมดังขึ้นอีกคราวนี้แฝงความสงสาร ไว้ด้วย รูนเห็นเด็ก ผู้หญิงคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาหาเขา ผมดำประบ่าของเธอทอประกายเมื่อต้องแสงแดดที่ส่องเข้า มาทาง หน้าต่าง ดวงตาดำขลับที่มีความสดใสมองมาทางเขา และแก้มที่มีสีชมพูตลอดเวลาตั้งแต่ที่เห็น ไม่รู้ทำไม ว่าพอรูนเห็นคนๆนี้เขาก็รู้สึกว่าความโกรธในตัวเขาลด ลงไปมาก ___ มะ...ไม่เป็นไรหรอก รูนพูดเสียงค่อยและตะกุกตะกัก คนๆนี้คือซิลค์ หนึ่งในบรรดาคน ที่ยอมพูดคุยกับเขาและเป็นเพื่อนที่มีอยู่น้อยนิด ที่เหลือนอกจากนี้ก็คือเขาจะรู้สึกแปลกๆเวลาเจอเธอเก ือบ ทุกครั้ง ___ ซิลค์เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเตียงนอน 2 ชั้นเพื่อเข้ามาคุยใกล้ๆ รูนสังเกตชุดที่เธอสวมใส่ อยู่จากชั้นบนของเตียง มันเป็นแบบเดียวกับทุกๆวันซึ่งเขาเคยเห็นกันจนชินตา ชุดกระโปรงสีน้ำเงินกับ ขาว มีผ้าคาดเอวสีแดงผูกเป็นโบว์อันใหญ่ข้างหลัง ถุงเท้าสีขาวยาวเกือบถึงเข่า และรองเท้าสีแดง เขา เคยลองถามซิลค์หลายครั้งเกี่ยวกับชุดนี้หลายครั้งแล้ ว ได้ความว่าเธอชอบสวมชุดแบบนี้มากและมีอยู่หลาย ชุดอีกด้วย ___ วันนี้เปิดเทอมใหม่นะ รีบไปโรงเรียนกันเถอะ ซิลค์พูดรัวเร็วไม่มีตะกุกตะกักแบบที่รู นพูด เธอเป็นคนขยันเรียนและเรียนเก่งมาก ผิดกับเขาที่วันวันเอาแต่ขี้เกียจและหัวช้า ___ ไม่ต้องไปรอเจ้างั่งนั่นหรอก เจ้ารูนน่ะใครๆก็รู้ว่าขี้เกียจจะตาย นี่สงสัยการบ้านปิดเทอม คงยังไม่ได้ทำเลยคิดจะไปสายๆรอให้ผ่านคาบที่ต้องส่งก ารบ้านก่อนละมั๊งนี่ เสียงผู้หญิงอีกเสียงหนึ่งที่ฟังดู เย็นชาดุดันดังขึ้น คำที่เธอพูดนั้นตรงกับความจริงอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย เสียงนี้รูนแค่ฟังในตอนนี้โดยไม่ ต้องดูหน้าเลยก็รู้ได้เลยว่าเป็นใคร เขาค่อยๆหันหน้าไปตามเสียงที่ดังมาจากทางด้านหลังของ ซิลค์ เป็นไป ตามคาดคนผู้นั้นคือ ดาน่า อัศวินขาวฝึกหัด และไม่ต้องให้เดา ข้างๆเธอมีถังน้ำเปล่าๆตกอยู่ ___ ดาน่ามองเขาด้วยสายตาเย็นชาและรังเกียจแบบที่เธอใช้ม องเขาในยามปกติด้วยนัยน์ตาสีดำ สนิท แต่ไม่ใช่ว่าดาน่าจะใช้สายตานี่เฉพาะกับเขาคนเดียวเท ่านั้นนะ คนอื่นๆที่ไม่ใช่ซิลค์ที่เป็นเพื่อน สนิทของเธอก็โดน และไม่มีใครรู้เหตุผลที่ดาน่าเป็นแบบนี้เพราะอะไรกัน ___ ไม่ใช่นะ รูนไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก บอกดาน่าสิรูน!ว่าเธอทำการบ้านเสร็จแล้ว ซิลค์ พูดกับดาน่า ถึงแม้น้ำเสียงของเธอจะฟังดูไม่เชื่อมั่นก็ตาม ส่วนประโยคหลังหันมาพูดกับรูน ___ รูนอึกอักไม่ตอบ เขามองไปยังดาน่าที่มีรอยยิ้มสะใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าข าวๆของเธอ มี เขี้ยวสีขาวเงาวับแต่ไม่ค่อยยาวนักโผล่ให้เขาเห็น และใบหูที่เหมือนแมวมีขนปุยสีดำที่อยู่บนหัวเธอก็ กระดิกแบบในยามที่เธอรู้สึกสนุก ใครๆก็รู้ว่าเธอมีเชื้อสายปีศาจแมวอยู่ครึ่งหนึ่ง ___ อ้าว! ทำไมไม่ตอบล่ะ ดาน่าพูดเสียงหวานที่แฝงไปด้วยความสนุกสนาน ___ รูนบอกไปเถอะ นายยังไม่ได้แตะเลยซักนิดเดียวไม่ใช่เหรอ เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น จากเตียงชั้นล่าง เขาคือ นิก เพื่อนสนิทของรูนและพักอยู่ห้องเดียวกัน ตอนนี้เขากำลังใช้ผ้าห่มผืนเก่าๆ เช็ดหน้าอยู่ ปลุกเบากว่านี้ไม่ได้เลยนะ เนี่ย! เลยต้องเอาไปตากใหม่เลย ทั้งๆที่เพิ่งซักแล้วแห้งไปเมื่อ วานเอง นิกพูดเสียงขุ่นๆพลางชี้ที่เตียงสีฟ้าๆที่เขานั่งอยู ่ ___ เอาเถอะ รูน เธอรีบๆไปโรงเรียนแล้วกันแล้วฉันจะให้เธอลอกของฉัน ซิลค์พูดยิ้มๆแต่ เสียงกลับเบาและฟังดูผิดหวัง เธอมองดูนาฬิกาเก่าๆที่แขวนอยู่บนผนังห้องของรูน 7 โมงกว่าแล้ว ไป ก่อนนะ พอดีฉันมีธุระด่วน ซิลค์พูดแล้วรีบวิ่งออกจากห้องไป มีดาน่าที่แยกเขี้ยวให้รูนก่อนวิ่งตามซิลค์ ไปติดๆ ___ ดาน่า ทำความเดือดร้อนให้แต่เช้าเชียว รูนบ่น เขาค่อยๆเก็บที่นอน โยนลงจากเตียง แล้วปีนลงจากชั้นสองที่เขานอนเป็นประจำ ก่อนจะแบกที่นอนออกไปตากที่ระเบียง มองวิวทิวทัศน์ของ เมืองจากระเบียงที่หันหน้าไปทางเหนือ ตั้งแต่ภูเขาสีเขียว 2 ลูกที่มีต้นไม้หนาทึบล้อมรอบเป็นบริเวณ กว้าง ต้นไม้เหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างเบียดๆกันจนแทบไม่มีแส งส่องลงไปถึงพื้นเลย ภายในป่านี้จึงมืดทึบ และได้ชื่อว่าป่าดำ มีพวกสัตว์ที่ไม่ค่อยชอบแสงอาศัยอยู่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ร้าย ไม่มีใครเลยที่กล้า เข้าไปในนั้น และยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับป่านี้อีกมากมาย ถัดจากป่าดำจะเป็นป้อมปราการยักษ์สีเทาๆกั้น ระหว่างป่ากับตัวเมือง ที่ป้อมนี้จะมีพวกอัศวินขาวประจำเมืองคอยเฝ้าตลอดเวล า เห็นได้จากตอนกลางคืน จะมีจุดคบไฟสว่างไสวรอบๆป้อม และต่อจากป้อมจึงจะเป็นตัวเมือง ที่มีผู้คนอาศัยอยู่มากมาย เขามองและ สูดอากาศจนพอใจแล้วก็เดินกลับเข้ามาในห้อง ___ 5 นาทีต่อมา รูนกับนิกก็ออกมาอยู่ท่ามกลางแสงแดดยามเช้าพร้อมที่จ ะไปโรงเรียนแล้ว ทั้ง สองวิ่งไปตามทางถนน สองข้างทางมีบ้านตั้งเรียงรายกันไปสลับกับร้านค้า ซึ่งเริ่มทยอยกันเปิดร้าน มีเสียง ประกาศโฆษณาขายของดังมาเป็นระยะๆ เสียงม้าควบเหยาะๆลากรถไปตามถนนที่ปูด้วยอิฐสีออกแดง ๆ ใน เมืองนี้ทั้งบ้านกับร้านค้าจะอยู่รวมกัน ไม่มีส่วนที่เรียกว่าตลาด ผู้คนเดินตามถนนขวักไขว่ไปมาผ่านทั้งคู่ บางคนก็หยุดเดินทักทายกับทั้งคู่ มีสัตว์เลี้ยงต่างๆวิ่งเล่นด้วยความร่าเริงนำหน้าเจ้ าของที่วิ่งตามจนเหนื่อย หอบ ___ซักพักเขากับนิกก็วิ่งมาได้ถึงครึ่งทางของโรงเรีย นซึ่งตรงกับท่าเรือขนส่งสินค้าท ี่เมืองนี้ ทิวทัศน์รอบๆ เริ่มไม่มีทั้งบ้านและร้านขายของตั้งชิดเรียงกันแล้ว มีชายหาดขาวทอดยาวไปทั่วทั้งชายฝั่ง บ้านแต่ละหลังที่ ตั้งอยู่แถวนี้จะอยู่ห่างกันค่อนข้างมาก รูนค่อยๆชะลอความเร็วและหยุดวิ่ง มือเกาะรั้วไม้ที่กั้นระหว่างชาย หาดกับตัวเมือง นิกเห็นเช่นนั้นก็หยุดตาม ลมพัดแรงพัดเอากลิ่นเกลือมาปะทะเข้ากับใบหน้าทั้งคู่ เสียง คลื่นและเสียงนกดังแว่วเข้าหูพวกเขา ___ ท่าเรือแห่งนี้เป็นแหล่งที่รวมสินค้าแปลกๆและผู้คนแป ลกๆหลากหลายอาชีพที่มาจากที่อื่ นๆซึ่ง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองนี้ ไม่นับทางเข้าจากเมืองข้างๆที่เป็นถนนอีกที่ในด้านตะ วันออก นอกจากนั้น จะเป็นป่าดำซึ่งว่ากันว่ามีสัตว์อันตรายอยู่มากมายใน ทางเหนือและมีทะเลกั้นอีกตรงทิศ ใต้และตะวันตก ซึ่ง ทั้งรูนและนิกตื่นตาตื่นใจกับท่าเรือนี้มาก ปกติรูนกับนิกที่กำลังไปโรงเรียนจะต้องหยุดเพื่อมองผ ู้คนในที่ แห่งนี้ก่อนไปต่อทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกัน ทั้งคู่หยุดและมองไปยังพื้นไม้ที่สร้างต่อเชื่อมกันก ินเนื้อที่ขนาด ใหญ่ออกไปยังทะเล มีเรือจอดอยู่มากมายตั้งแต่เรือบดลำเล็กๆ จนถึงเรือเดินสมุทรลำใหญ่หลายลำ ไล่ สายตาไปยังฝูงชน ก็มีพวกที่ต้องการจะเดินทางออกจากเมืองนี้ไปยังเกาะอ ื่น ซึ่งรูนและพวกที่อายุเท่าเขา ถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกเพราะเด็กเกินไป คำสั่งนี้ขัดกับความต้องการของเขามากเพราะเขาต้องการ ออกไปสู่ที่ อื่นๆที่มีเรื่องน่าตื่นเต้นรอเขาอีกมากมาย ___ รูนไล่สายตามองไปเรื่อยๆไปยังกลุ่มคนที่เดินทางเข้าม าในเมืองนี้ มีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นปลูก เรียงรายไปตามชายหาด และเฉพาะท่าเรือกับชายหาดนี้เท่านั้นที่จะอยู่ต่ำกว่ าระดับความสูงของเมืองซัก เมตรถึง 2 เมตร เขาเห็นพ่อค้าคนเดิมๆที่ชอบสวมผ้าคลุมปิดหน้ามิดชิดท ี่นำของเข้ามาขายในเมืองเป็น ประจำ และมองตามนิกที่ชี้ไปที่คนที่มีผ้าพันแผลพันตามตัวจน เต็มเหลือไว้แต่ตา จมูกกับปาก ___ ลำบากแย่แฮะหมอนี่ ไปโดนไรมาน้า นิกพูดเสียงต่ำๆพร้อมๆกับปล่อยเสียงหัวเราะไป ด้วย คงจะเดินทางผ่านที่นี่ไปรักษาตัวต่อที่เมืองแห่งการร ักษาแน่ๆ นิกพูดต่อ เขาเป็นคนหนึ่งที่เก่ง เรื่องภูมิศาสตร์และแผนที่ของทวีปเทอร์เคียรีมาก(แต่ ก็เฉพาะท่องจำในตำราเท่านั้น) ___ ดูนั่นสิครอบครัวของเรนเดียร์กลับมาแล้ว หวังว่าจะมีของฝากมาถึงเราบ้างนะ รูนพูดถึง ครอบครัวที่เขากับนิกรู้จักและสนิทสนม และครอบครัวนี้ก็เพิ่งจะกลับจากเที่ยวเกาะอะไรก็ไม่ร ู้กลางทะเล นิกพยักหน้ารับรู้ ใช่ๆ นิกพูด สายตายังคงส่องไปตามกลุ่มชนเรื่อยๆ ยังไงก็มีแต่พวกที่มาเมืองนี้ บ่อยๆ ไม่ค่อยเห็นอะไรใหม่ๆ แปลกๆบ้างเลย นิกบ่นออกมาเบาๆ ทั้งเขากับรูนมาที่ท่านี้ประจำจน สามารถจดจำผู้คนที่มาบ่อยได้อย่างแม่นยำ และแทบจะไม่มีผู้ใดที่จะทำให้ทั้งคู่แปลกใจกับรูปลัก ษณ์และ ลักษณะอาชีพของเขาได้อีกแล้ว ___ และแล้วสายตารูนก็ไปหยุดที่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ในกลุ่มนั้นมีคนสองคนที่เขารู้สึกคุ้นตามาก คนหนึ่งสวมชุดกระโปรงสีชมพู โบว์สีแดงอันใหญ่ข้างหลัง ถุงเท้าสีขาวยาวเกือบถึงเข่า และรองเท้าสีแดง อีกคนหนึ่งคือดาน่าซึ่งสวมชุดสีแดงเข้ม มีเกราะที่ไม่ค่อยจะใหญ่นักหุ้มตรงลำตัวทั้งด้านหน้า และหลังสีเงิน สะท้อนแสงแยงตาเขา สะพายดาบเล่มใหญ่ข้างหลัง ขนาดความกว้างก็ฝ่ามือหนึ่ง ส่วนความยาวก็เลยเมตร เลยล่ะ (และนับว่าแปลกมากสำหรับนักเรียนทั่วไปที่จะไม่ได้รั บอนุญาตให้พกพาอาวุธประจำตัวของ ตนออก นอกบริเวณโรงเรียนจนกว่าจะสอบเอาใบประกาศเรียนจบและม ีใบอนุญาตพกอาวุธจากทางราชวังได ้ก่อน แต่ดาน่ากลับพกดาบไปมาได้ ซึ่งไม่มีใครรู้เหตุผลที่แท้จริงที่ดาน่าทำแบบนี้ได้ ซักคน) สวมกระโปรงดำ รองเท้าขาวสูงขึ้นมาจนเกือบถึงเข่า หูแมวสีดำขนปุยและหางสีดำส่ายไปมา ส่วนที่เหลืออีก 2 นั้น เป็นเด็ก หนุ่มที่รูนไม่รู้จัก ___ นั่นซิลค์กับดาน่านี่นา ไปทำอะไรกันที่นั่นหว่า รูนถามนิก นิกส่ายหน้าเป็นคำตอบ ___ ลงไปดูเลยสิ จะได้หายสงสัย นิกพูด เขาออกเดินนำหน้ารูน และเปลี่ยนเป็นวิ่งไปบน พื้นไม้กว้างมากที่สร้างเชื่อมตั้งแต่ถนนในเมือง ข้ามชายหาดไปสุดที่ในทะเล ซิลค์หันมาเห็นทั้งคู่พอดี เธอ รีบวิ่งมาหาพวกเขาทั้งคู่ โดยมีดาน่าและคนอีก 2 คนที่ยังไม่รู้จักตามมาด้วย ___ ยังไม่ไปโรงเรียนอีกเหรอ เดี๋ยวสายนะ นี่ก็ใกล้จะเข้าเรียนแล้ว ซิลค์ถามขึ้นเมื่อวิ่งมา หยุดอยู่หน้ารูนแล้ว ___ อ้าว! แล้วพวกเธอล่ะ ทำไมยังไม่ไป นิกถามกลับ สายตามองไปยังเรือลำใหญ่ลำ หนึ่ง มาเที่ยวที่นี่งั้นเหรอ ___ พวกฉันมาทำหน้าที่ต่างหาก ไม่ได้มาเที่ยวซะหน่อย ฉันไม่เหมือนพวกนายหรอก ที่วัน วันเอาแต่เที่ยวเล่นไร้สาระ ดาน่าตวาดนิกที่รีบถอยห่างจากเธอ ___ ดาน่า! ซิลค์พูดด้วยน้ำเสียงตำหนิ มือดึงแขนดาน่าให้ถอยมาอยู่ข้างหลังเธอ ขอโทษ นะ พอดีเมื่อวานอาจารย์หาคนมาทำหน้าที่ต้อนรับนักเรียนใ หม่ที่จะมาเข้าเรียนที่โรงเรียน เราน่ะ แล้ว อาจารย์ก็เจอฉันกับดาน่าก่อนคนอื่นๆ เราก็เลยต้องมาทำหน้าที่นี้ ซิลค์หันมาพูดกับนิกและรูน ___ งั้น รูนชี้ไปทางเด็กหนุ่ม 2 คนที่ยืนอยู่ด้านหลังซิลค์ นี่คงเป็นเด็กใหม่สินะ ผมรู นยินดีที่ได้รู้จัก รูนยื่นมือออก ___ อ้อ เด็กหนุ่มผิวขาวซีดๆที่สวมแว่นพูดขึ้นอย่างช้าๆ หลังจากที่เงียบมานาน ยินดี มาก เอ่อ...พวกคุณเรียกผมสั้นๆว่าเจละกัน เขาจับมือกับรูน ด้านหลังเขามีกระเป๋าใหญ่ๆสีน้ำตาล 3 ใบ วางตั้งอยู่ รูนรู้สึกว่าชื่อเจนี่ก็ไม่น่าจะใช่ชื่อจริงของเขาหร อก แต่อย่าเพิ่งคิดมากไปหรอกน่า ___ ผมแอล เด็กหนุ่มอีกคนพูดเสียงร่าเริง เขากระโดดโลดเต้นไปมารอบๆตัวดาน่า พร้อม จับหูแมว และดึงหางของเธอเล่น ว้าว! ของจริงล่ะ ของจริง ดูสิ ดูสิ เจ เขาวิ่งอ้อมหลบด้านหลังซิลค์ ทันก่อนที่ดาน่าจะทุบเขา ___จู่ๆสายตาของแอลก็ตวัดไปยังดาบเล่มยาวของดาน่า ทันใดนั้นเองรูนก็ได้เห็นสีหน้าประหลาดใจและดู เคร่งเครียดของแอลแวบหนึ่ง แวบเดียวจริงๆ และเพียงแค่กระพริบตาครั้งเดียว แอลก็กลับมีสีหน้าร่าเริง แบบเดิม ___และต่อมาแอลก็ได้ลงมือทำในสิ่งต้องห้ามสำหรับเหล่ าอัศวินขาวรวมถึงผู้ที่ตั้งใจจะ ฝึกหัดเพื่อจะเป็นนั่น คือ การชิงเอาดาบประจำตัวของอัศวินนั้นๆไป ไม่ว่าจะเล่นๆหรือเอาจริง นี่เป็นหนึ่งในข้อห้ามของเหล่า อัศวิน (กฎข้อที่ 75 ห้ามไม่ให้ผู้อื่นสามารถดึงดาบของตนออกจากฝักได้โดยท ี่ไม่ได้รับการอนุญาตจาก ตน) กฎพวกนี้ตั้งขึ้นเพื่อฝึกให้เหล่าอัศวินขาวไม่ประมาท เพราะถ้าอยู่ในการรบจริงคงไม่ต้องพูดถึงเมื่อ ถูกชิงอาวุธไปได้ ___แอลปลดกระดุม 2 ตัวที่ฝักและดึงดาบของดาน่าออกจากฝักมากวัดแกว่งเล่น ไปมาโดยที่ไม่มีใคร สามารถจะห้ามได้ทัน (แอลรวดเร็วมากจริงๆนะ) สำหรับพวกนักเรียนที่ฝึกหัดเพื่อจะเป็นอัศวินขาวปกติ ทั่ว ไปคงจะแค่โกรธไม่พูดด้วย อาจจะมีด่าเล็กน้อยและคอยระวังตัวเองมากขึ้น แต่สำหรับดาน่าผู้โมโหร้ายกับ แค่เรื่องเล็กๆและชอบอาละวาดใหญ่โตแล้วละก็ หึๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ ___รูนกับนิกมองตาค้างยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง ตายแน่เลยแอล ทั้งคู่คิดได้เหมือนกันเปี๊ยบ ___ เจ้าบ้า!!! เสียงดาน่าตะโกน ตายซะเถอะ เจคว้ากระเป๋าโยนให้แอล 2 ใบโดยไม่ พูดพร่ำทำเพลง เหมือนกับรู้แน่นอนว่าต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นแน่ๆ ก่อนที่นิกกับรูนจะดึงทั้งคู่ให้ออกวิ่ง ___ เฮ้อ! สุดท้ายก็มาทันเข้าเรียนได้พอดี นิกพูดเสียงขาดๆ เพราะเหนื่อยหอบจากการวิ่ง แต่ว่าการวิ่งนี้ไม่ใช่วิ่งเพื่อต้องการเข้าเรียน จริงๆแล้วเพื่อหนีดาน่าที่เกิดอาละวาดขึ้นมาเพราะแอล ต่าง หาก เขาดึงเก้าอี้ไม้ออกมานั่งพัก ภายในห้องมีเสียงพูดคุยกันดังของบรรดานักเรียนในห้อง ที่รวมตัวกัน เป็นกลุ่มๆตามโต๊ะ หลังห้องเจกำลังพยายามยกกระเป๋าขึ้นวางบนล็อคเกอร์เห ล็กเก็บของหลังห้อง ก่อนจะ เดินออกทางประตูหลังห้อง ___ เหลือเชื่อจริงๆ ในโลกนี้ยังมีคนที่กล้าทำให้ดาน่าโกรธอีกหรือเนี่ย รูนพูด มองหน้า แอล สีหน้าแสดงความชื่นชม นั่งลงบนเก้าอี้ประจำของเขา ___ แต่ผมว่าเพราะว่าแอลยังไม่รู้จักดาน่ามากกว่า นิกพูดกับรูน ___ แอล! ไปพบอาจารย์ก่อนเถอะ เสียงเจดังจากหน้าห้อง แอลตะโกนตอบแล้ววิ่งออกจาก ห้อง หวังว่าผมคงได้อยู่ห้องเดียวกับพวกคุณนะ แอลพูดกับรูนและนิกก่อนจะออกนอกห้องไป ทั้งคู่ รู้สึกหนาวๆกับคำพูดนี้ ห้องเดียวกัน! งั้นแอลก็ต้องเจอดาน่าทุกวันน่ะสิ หลังจากที่ทำให้เธอโกรธสุดๆ แถมดาน่ายังเป็นคนเก็บความแค้นได้นานอีกด้วย ___ ยังไม่ทันที่แอลจะออกไปได้ไม่นานเท่าใดนัก ดาน่าก็วิ่งเข้ามาในห้อง มีซิลค์วิ่งตามหลังมา ติดๆ ดาน่าวิ่งมาทางพวกเขา ___ เจ้านั่นอยู่ไหน ดาน่าพูดเสียงดัง อย่าคิดจะโกหกช่วยมันนะ เธอทุบโต๊ะ หันมอง รอบๆห้อง ___ แอลเพิ่งจะไปพบอาจารย์ ถ้าอยากจะเจอเขามากนักก็ไปหาเขาที่นั่นละกัน นิกพูดเสียง เย็น นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องมองเธอเขม็งด้วยความไม่ค่อยพอใจ ท่าทางเขาจะยังโมโหเรื่องที่ดาน่าสาดน้ำใส่ เมื่อเช้า ___ อ้อ! ดาน่าจ้องตานิกกลับด้วยสายตาแข็งกร้าวไม่แพ้กัน เป็นนายคงไม่โกหกหรอก คิดว่าให้เจ้านั่นไปอยู่ใกล้ๆอาจารย์สินะ ฉันจะได้ทำอะไรไม่ได้ ฉลาดนี่ ดาน่ากัดฟันพูดอย่างโกรธๆ หันหลังให้กับพวกเขาและเดินไปยังที่นั่งของเธอที่อยู ่แถวด้านหน้าทางขวาของที่นั่งรู น พวกนักเรียนที่จับ กลุ่มคุยกันอยู่แถวนั้นพากันหลบออกห่างๆ ___ สุดท้ายดาน่าก็ยังคงทำอะไรแอลไม่ได้ รูนพูดยิ้มๆ ขณะมองดาน่าที่ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ เจ้าเด็กใหม่นี่ท่าทางจะร้ายไม่เบา ___ แต่ก็ยังไม่ค่อยจะรู้อะไรเท่าไหร่เลยนะ ไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร สงสัยมาจากเมืองที่ไม่มี การเรียนเพื่อเป็นอัศวิน ซิลค์พูด ขณะเดินไปหลังห้องหยิบสมุดเล่มหนึ่งที่อยู่ในล็อคเกอ ร์ ถ้าพวกเธอ ไม่พาแอลหนีนะ ป่านนี้แอลคงได้ไปนอนห้องพยาบาลแล้ว ___ นิกพยักหน้าหงึกๆ สำหรับดาน่าคงไม่จบแค่นี้ง่ายๆหรอก ยิ่งแอลยังไปทำอย่างนี้อีก แต่ อย่างน้อยเราก็คอยช่วยหน่อยละกัน ผมไม่อยากจะเห็นคนอื่นๆถูกดาน่าทำร้ายจากเรื่องไม่เป ็นเรื่องอีก แล้ว นิกหัวเราะ น่าจะกระจายข่าวว่าดาน่าโดนแอลชิงดาบไปเหวี่ยงเล่นนะ คงกลายเป็นเรื่องพูดกัน สนุกเลยและดาน่าจะได้เสียหน้าบ้าง ___ ซิลค์ยื่นสมุดการบ้านให้รูนที่รับสมุดเธอไปและเอาสมุ ดของเขาเองออกมาจากลิ้นชักโต๊ะ จะ เล่นแรงไปหรือเปล่า เธอพูดขัดนิกอย่างรวดเร็ว รูนส่ายหน้า หัวเราะหึๆ หยิบปากกาออกมาจากลิ้นชัก แล้ววางบนสมุด หันหน้าไปทางซิลค์ ไม่หรอก ถ้าเทียบกับที่ดาน่าเคยทำเราไว้ อีกอย่าง ถ้านิกทำอย่าง นี้นะ เขาคงถูกฝังทันทีเลย ___มีเสียงดังขึ้นแถวๆหน้าห้องตรงประตูและหน้าต่างที ่เชื่อมต่อกับระเบียงทางเดินขัด จังหวะการพูดคุยของ พวกเขา ทั้ง 3 หันไปมองก็เห็นกลุ่มนักเรียนกลุ่มใหญ่มาออกันอยู่เต็ มพยายามจะเข้ามาในห้อง พวกนี้ เป็นพวกแฟนคลับที่ตามนักเรียนเด่นๆ รู้สึกว่าในห้องเรียนประจำที่รูนอยู่นี้มีคนนึง นิกหัวเราะในลำคอ ซักพักดาน่าก็ควงดาบเล่มยาวของเธออย่างว่องไวอย่างน่ าแปลกเข้าขับไล่กลุ่มนักเรียนนั ้น นักเรียนใน ห้องคนอื่นๆมองด้วยความเบื่อหน่ายเพราะเห็นทุกวัน ___ ทำไมมีนักเรียนมาออกันอยู่เต็มเลยล่ะ เสียงหนึ่งดังขึ้น ฟังคล้ายๆเสียงแอล ___ นี่เป็นกลุ่มแฟนคลับน่ะ นิกตอบแบบไม่หันมองผู้ถาม เป็นเรื่องปกติของทุกวันนั่นแหละ นิ กจ้องดาน่าที่กำลังควงดาบอยู่ ___ แล้วทำไมดาน่าต้องเข้าไปไล่พวกนั้นด้วยล่ะ เสียงเดิมดังขึ้นอีก ___ คงรำคาญมั๊ง มาออกันอยู่ทุกวันเลยนี่นา แล้วดาน่ายังเป็นพวกที่รู้สึกรำคาญอะไรง่ายๆด้วย การลง มือเป็นส่วนหนึ่งของเธอล่ะ ___ แล้วนี่แฟนคลับของใครเหรอ ___ เอ...ผมก็ไม่ค่อยรู้หรอก คงเป็นใครซักคนในห้องนี้แหละ รู้สึกว่าจะเป็นคนรู้จักของซิลค์มั๊ง ลองถาม เธอดูสิ นิกตอบ เขาหันมามองหน้าผู้ถามก็เห็นแอลที่กำลังหัวเราะร่า ___ เธอยังไม่ได้ไปหาอาจารย์เหรอ ซิลค์พูดด้วยความตกใจ เธอหันมาเห็นแอลพร้อมๆกับนิก ส่วนรู นยังคงนั่งปั่นการบ้านไม่สนใจ (เวลารูนต้องอยู่ในการทำงานที่เร่งรีบ เขาจะเข้าสู่โหมดเร่งรีบแล้วจะไม่ สนใจอะไรรอบข้างเลย ถึงแม้ว่าโลกจะแตกก็เถอะ) ___ หาทางไปไม่เจอ เลยขี้เกียจไปแล้ว แอลหัวเราะ ตอนนี้เจคงเจอห้องอาจารย์แล้วมั๊ง ถ้า อาจารย์บอกอะไรมาเดี๋ยวเจก็มาบอกผมเองแหละ ไม่ต้องห่วงไปหรอก เขาพูดต่ออย่างอารมณ์ดีกับนิกที่ พูดไม่ออกและมีสีหน้าอ่านได้ว่าเรื่องที่กังวลไม่ใช่ เรื่องนี้ ___นิกรีบหันกลับไปมองตรงที่ดาน่าอยู่ไล่พวกนักเรียน แฟนคลับเมื่อครู่ แต่ตอนนี้กลับไม่มีทั้งเธอและ กลุ่มคนอื่นๆอีกแล้ว เขาเริ่มรู้สึกถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับแอล ในขณะที่เขากำลังจะบอกให้แอลรีบไปพบ อาจารย์โดยเร็ว ดาน่าก็โผล่มาอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว ___ หาเจอแล้ว ดาน่าพูดเบาๆ มีรอยยิ้มอย่างผู้ชนะอยู่บนใบหน้า ___ เหวอ! นิกดึงตัวแอลหลบดาบที่ฟันลงมาของดาน่า และดาน่าก็ดึงซิลค์หลบพร้อมๆกับการจู่โจม แอล ส่วนรูนก็ยังคงปั่นงานต่อไปอย่างไม่รับรู้อะไรถึงแม้ จะมีเสียงดังแค่ไหนก็ตาม พวกนักเรียนเริ่มถอย ไปรวมกลุ่มกันใกล้หน้าต่างที่กั้นระหว่างห้องเรียนกั บระเบียงทางเดิน ___ งวดนี้ดาน่าเป็นอะไรอีกล่ะ ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินช้าๆเข้ามาในห้อง รูนรู้สึกถึงน้ำหนักจากมือ ที่แข็งแรงกดทับลงมาที่ไหล่ของเขา เขาละสายตาจากการบ้านที่เขากำลังปั่นอยู่ตรงหน้า มองไปรอบๆ เห็น นิกที่ดึงแขนแอลหนีดาน่าที่กวัดแกว่งดาบไล่กวดอย่างไ ม่ลดละไปรอบๆห้อง ซิลค์ที่วิ่งตามหลังดาน่าเพื่อห้าม เธอ ทำอะไรกันอยู่น่ะ เขาพึมพำ แล้วเขาก็เงยหน้ามองด้านข้างของเขาที่มีคนมายืนอยู่แ ละวางมือบน ไหล่ของเขา ___ อะ อาจารย์ รูนพูดตะกุกตะกัก น้ำเสียงสั่นเมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่ด้านข้าง เขารีบเด้งตัวขึ้นยืน อย่างรวดเร็ว ชายคนนั้นเสยผมสั้นๆสีดำ ดวงตาจับจ้องที่รูน ปากกาที่มือและกองการบ้านที่วางอยู่บนโต๊ะ ___ ครูไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรดีแล้ว หลังจากที่ครูใช้เวลาทั้งปีที่แล้วในการตักเตือนเธอใ นเรื่องนี้ ชายคนนี้หัวเราะอย่างอารมณ์ดี เขาใช่แขนล็อคคอรูนแบบที่ชอบทำเป็นประจำในเวลาที่เขา คุยกับรูนใน เรื่องที่รูนทำอะไรซักอย่างผิด รู้ไหม พวกครูคนอื่นๆเขาว่ายังไง วอลเลซ เตือนเด็กชื่อรูนด้วยนะ หรือไม่ก็ สอนเจ้านั่นให้ดีดีหน่อยสิ ตอนนี้ในฐานะครูประจำชั้นครูควรจะทำอย่างไรกับเธอดีน ้า เขา มีท่าทางแบบคนที่ใช้ความคิด ___ หยุดเถอะดาน่า นิกตะโกนออกมาขณะผลักแอลหลบดาบที่ฟาดลงมาไปข้างๆ และกลิ้งตัวไปเหวี่ยง แอลกลับที่เดิมเมื่อดาน่าตวัดดาบต่อไปทางแอล เขาไม่มีเวลาไปหยิบอาวุธประจำของเขาออกมาจากล็อค เกอร์ด้านหลังเพื่อต้านเธอ บรรดานักเรียนในห้องเริ่มทยอยกันหลบออกจากห้องแล้วท่ ามกลางเก้าอี้ที่ลอย หวือข้ามหัวพวกเขาไปเพราะนิกขว้างใส่ดาน่าเพื่อหาจัง หวะหนีออกจากห้องพร้อมแอลกับคนอ ื่นๆ และดาน่า ก็ใช้ดาบฟาดกลับใส่พวกเขาเหมือนกับว่าเก้าอี้นั้นเหม ือนกับลูกเทนนิสหรือแบตมินตัน ___ ท่าทางจะหลบออกไม่ได้ง่ายๆซะแล้ว นิกบ่นพึมพำ เขาตั้งใจจะหนีออกจากห้องพร้อมกับคนอื่นๆ คาดว่าเมื่อดาน่าเจอคนอื่นขวางเธออาจไม่กล้าโจมตีเพร าะไม่ต้องการให้นักเรียนคนอื่นถ ูกลูกหลงไปด้วย แต่กลับเป็นว่าดาน่าไม่ใส่ใจกับสิ่งรอบๆตัวเธอเลย เธออัดพลังโจมตีใส่เต็มที่อย่างไม่สนใจว่าจะโดนใคร หรือสิ่งใดซึ่งทุกครั้งที่เธออาละวาดขึ้นมาเป็นอย่าง นี้ทุกครั้งแหละ แต่แอลกับนิกตอนนี้ยังถือว่าโชคดี เพราะว่าพวกอัศวินขาวที่มาพร้อมกับอาวุธประจำตัวที่เ ป็นประเภทซิลเวอร์ไลท์จะสามารถป ล่อยสิ่งที่เรียก กันว่า คลื่นพลัง ซึ่งเป็นพลังที่มาจากความแข็งแกร่งของจิตใจและถูกดึง ออกมาใช้โดยแร่ประหลาดที่เป็น ส่วนประกอบของซิลเวอร์ไลท์ มีความรุนแรงมาก และทางดาน่าก็ยังไม่ใช้พลังที่ว่านี้ ___ ตัวเดือดร้อนชัดๆ แถมชอบใช้กำลังอีก นิกถอนหายใจ อันที่จริงแล้วเขาออกจะมั่นใจว่าถ้าเขามี อาวุธของเขาอยู่ในมือแล้วละก็ เขาคงสามารถพาแอลหนีออกจากห้องไปหาอาจารย์ใหญ่เพื่อใ ห้ออกกฎปก ป้องแอลยามที่อยู่ในโรงเรียนได้ตั้งนานแล้ว แต่ว่าตอนนี้อาวุธเขายังคงนอนสงบอยู่ในล็อคเกอร์ด้าน หลัง ห้องอยู่เลย ดังนั้นเขาจึงต้องพยายามคิดหาทางหนีทางอื่นแทน ขณะที่แอลยังคงใจเย็นให้นิกเหวี่ยงไปมา หลบดาน่าให้ อันที่จริงแล้วแอลถึงกับหัวเราะตลอดเวลาซึ่งทำให้ดาน ่าโกรธยิ่งขึ้น ___ ยอดเยี่ยม ยังสามารถหลบการจู่โจมอย่างต่อเนื่องได้นานขนาดนี้แถ มยังมีคนที่คอยพ่วงอยู่อีก สม เป็นนิก ใครเป็นอาจารย์เขานะ วอลเลซปรบมือเสียงดัง พูดชมตัวเองเพราะตอนนี้ไม่มีใครที่มีอารมณ์ จะมาชมเรื่องนี้ ___ ไม่คิดจะห้ามพวกเขาเลยเหรอคะ อาจารย์ ซิลค์รีบเข้ามาถามหลังจากเลิกล้มความตั้งใจที่จะหยุด ดาน่าเป็นครั้งที่ 12 แต่ไม่ได้ผล |
| | |
| | #2 (permalink) |
| สมาชิก TG แรกเริ่ม ![]() โพส: 146 TG ออร่า: ![]() ![]() | ___วอลเลซตัดสินใจพารูนกับซิลค์ออกจากห้องไปดูผ่านหน ้าต่างนอกห้องแทน ระหว่างเดินมีข้าวของต่างๆ ลอยหวือข้ามหัวพวกเขาไปมา ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ที่หักแล้ว ขาโต๊ะและหนังสือเรียนที่นิกคิดว่าจะสามารถใช้ ทำให้ทั้งเขากับแอลรอดตัวไปได้อย่างปลอดภัย และยิ่งเขากับแอลยังหลบรอดได้นานมากขึ้นอีกเท่าใด การ อาละวาดของดาน่าก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าเธอก็ยังไม่ระเบิดพลังออกมาอยู่ดี ถ้าเกิดเธอใช้ขึ้นมา ละก็ อึ๋ย! ไม่อยากจะคิด ___เสียงกริ่งดังบอกเวลาเข้าเรียนดังขึ้น เจเดินช้าๆมาหาวอลเลซ เราไปพบอาจารย์ใหญ่มาแล้ว ท่านอนุญาตให้เรามาเรียนในห้องของนักเรียนปี 1 ห้อง 3 ได้ตามที่แอลขอ รู้สึกว่านายจะเป็นอาจารย์ ประจำชั้นใช่ไหมนี่ ___ เฮ้! อาจารย์ช่วยมาห้ามทีสิ นี่เวลาเรียนแล้วน้า นิกตะโกนขัดจังหวะการพูดของเจ เขาหันไป เห็นวอลเลซพอดี แต่วอลเลซส่ายหน้า ขี้เกียจ วันนี้ไม่ต้องเรียน เขาตอบนิกสั้นๆ และถึงเขาจะไม่ พูด แต่นักเรียนก็รู้อยู่ดี เพราะยามดาน่าอาละวาดครั้งก่อนๆ พวกเขาก็ต้องมานั่งซ่อมแซมและจัดระเบียบ ห้องที่เละเทะใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลาทั้งวัน ___ อาจารย์! ดาน่าจะฆ่าผมแล้ววววววว นิกตะโกนต่ออีก ขณะก้มหลบดาบที่เหวี่ยงมาพอดี แอลก็ทำ เป็นไม่มีแรงให้นิกผลักออก ดึง เหวี่ยง และอะไรต่อมิอะไรที่นิกคิดว่าจะสามารถช่วยแอลได้ ___ เอาเป็นว่าถ้านายรอดนะ นายไม่ต้องสอบทุกอย่างทั้งเทอม คะแนนเต็ม! ไง! ข้อเสนอน่าสนใช่ ม้า วอลเลซพูดยิ้มๆ หัวเราะแหะๆ ___ นายเป็นอาจารย์แน่นะ เจถามช้าๆ วอลเลซพยักหน้าอย่างร่าเริง รูนกับซิลค์ยืนนิ่งคอยดูอยู่ข้างๆ วอลเลซเพราะลำพังทั้งคู่ก็ไม่สามารถหยุดดาน่าที่กำลั งอาละวาดจนได้ที่และเพิ่มความรุ นแรงขึ้นได้เรื่อยๆ ___ อืม ทำไมไม่โต้ตอบกันบ้างเลย วอลเลซมีท่าทางผิดหวัง ___ นายจะให้พวกเขาทะเลาะกันเหรอ เจถามสั้นๆ วอลเลซพยักหน้า ไม่งั้นมันก็น่าเบื่อน่ะสิ เขาตอบ ___ นายเป็นอาจารย์นะ บรรดานักเรียนรอบๆที่ฟังอยู่ตะโกนขึ้นพร้อมๆกัน ___ภายในห้องเรียนตอนนี้ไม่เหลือสภาพที่บ่งบอกถึงควา มเป็นห้องเรียนแล้ว โต๊ะและเก้าอี้พังเป็นท่อนๆ กองระเกะระกะเต็มพื้นห้อง ล็อคเกอร์หลังห้องล้มคว่ำแต่ข้าวของในนั้นไม่มีกระจา ยออกมาซักชิ้น อันที่จริง ล็อคก็ยังคงทำหน้าที่อย่างดี (เรื่องนี้ทำให้นิกเคืองมาก) ทั้งหมดเป็นฝีมือของดาน่าผู้เกรี้ยวกราด(กับนิกที่ พยายามเอาตัวรอด) ถ้าพูดถึงสิ่งในห้องที่ยังไม่เละแบบโต๊ะและเก้าอี้ นั่นคือนิกกับแอลที่ยังหลบรอดจาก เธอได้ แต่นิกในตอนนี้เริ่มเหนื่อยล้าแล้ว การเคลื่อนไหวของเขาช้าลงอย่างเห็นได้ชัด มีอยู่ครั้งสองครั้งที่ นิกหลบดาบที่ตวัดมาเกือบจะไม่ทัน ___ อาจารย์เห็นไหมครับ เธอคิดจะฆ่าพวกเขาจริงๆ รูนตะโกนอย่างร้อนรน ชี้ไปทางดาน่า ไป หยุดพวกเขาเถอะ เขาไม่ไหวจริงๆ ปล่อยไว้แบบนี้ทั้งนิกกับแอลได้ตายแน่ เขาพูดต่อ ___ ครูอยากรู้ว่าแอลเขาเก่งแค่ไหน แล้วอีกอย่างนะ ในตัวเมืองนี้ไม่มีใครที่ใช้คมอาวุธทำร้ายให้เกิด บาดแผลโชกเลือดได้หรอก เพราะงั้นเรื่องฆ่ากันตายน่ะ ลืมไปเลย วอลเลซพูด อืม! ว่าแต่ว่า เขา ไปทำอะไรดาน่าหว่า เธอถึงได้โกรธขนาดเนี้ย เขาถาม รูนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าทั้งหมดให้เขาฟัง ___ โอ้! แอล ครูไม่คิดว่าเธอจะกล้าหาญขนาดนี้ วอลเลซเงยหน้าขึ้นพูดกับอากาศ ครั้งก่อนเมื่อปีที่ แล้วนะ ครูก็เคยทำแบบแอลทำกับดาน่านี่แหละ แค่ล้อเล่นเฉยๆเอง ครูเลยโดนเธอเอาดาบไล่ฟันตั้ง เกือบเดือน ยังไม่รวมกับวิธีแก้แค้นแบบอื่นๆอีกนะ แต่อย่างน้อยห้องเรียนก็ไม่เละล่ะ เขาหันกลับมา เล่าให้รูน ซิลค์และเจฟัง บนใบหน้าเขามีประกายแห่งความชื่นชมระยิบระยับออกมา ___ เราคิดว่านายไม่เหมาะกับการเป็นอาจารย์นะ รู้ทั้งรู้ว่านักเรียนไม่ชอบยังจะทำอีกแน่ะ เอาล่ะ! เรา ไปคุยกับอาจารย์ใหญ่เรื่องนี้ดีกว่า บางทีท่านอาจหางานใหม่ให้นายได้ เจพูดยิ้มๆ น้ำเสียงฟังดูราบ เรียบแต่แฝงแววความสนุกสนานอยู่ รูนกับซิลค์มองหน้ากัน แอบพยักหน้าหงึกๆเห็นด้วยกับเจ ___ อย่าเลยเจ เกรงใจน่ะ วอลเลซพูดยิ้มๆ หัวเราะแหะๆเหมือนไม่คิดอะไรมาก แต่มือจับแขนเจ แน่น (เขาคงกังวลจริงๆแหละ) ซิลค์รู้สึกว่าทั้งคู่เคยรู้จักกันอย่างดีมาก่อนหน้า นี้ คือว่าอาจารย์กับเจ เคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่าคะ เธอถาม ___ เคย ตั้งแต่ทั้งแอลกับเจยังเด็กเลยล่ะ วอลเลซหัวเราะ เจพยายามหาทางให้อาจารย์ใหญ่ไล่ครู ออกมาตั้งแต่ 6 ขวบ ไม่รู้ว่าครูไปทำให้เขาแค้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ___ นั่นเด็กใหม่น่ะรู้ไหม ลีออนเพิ่งมาบอกฉัน วันนี้มีเด็กเข้าใหม่ตั้ง 2 คน คนหนึ่งกำลังโดนดาน่าไล่ อยู่นั่น รูนได้ยินเสียงเพื่อนร่วมห้องของเขาคุยกัน เธอคิดว่าเด็กใหม่นี้จะล้มดาน่าได้ไหมนะ ___ ไม่แน่นะ แต่ว่าเด็กใหม่นั่นไปทำอะไรให้ดาน่าโกรธขนาดนั้นนะ เสียงอีกเสียงพูด ___ ไม่รู้เหมือนกัน เอาเป็นว่าค่อยไปขอให้ลีออนหาสาเหตุให้ดีกว่า เขารู้เรื่องที่เกิดขึ้นทุกอย่างใน โรงเรียนนี้นี่เนอะ เสียงๆเดิมพูด ___ไปที่นิกที่กลิ้งกระโดดไปมาอยู่ จู่ๆเขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นมา ดันที่ท้องอย่างแรง จนตัวลอยละลิ่วข้ามห้อง ทะลุกระจกหน้าต่างไปยังจุดที่รูน ซิลค์ เจและวอลเลซยืนมองอยู่ เสียงเพล้งดัง ขึ้น พร้อมๆเศษกระจกร่วงกราวกระจายเต็มพื้นกับนิกที่นอนแผ ่หมดแรงบนเศษกระจกเหล่านั้น มีเลือด ไหลออกมาจากผม เสียงร้องอย่างงุนงงและประหลาดใจจากเหล่านักเรียนดัง ขึ้น ___ นิกบินได้ มีหลายคนพูดอย่างนี้ ___ อะไรกัน นิกพูดอย่างงุนงง ภายในหัวของเขามึนไปหมด เนื่องจากแรงกระแทกของหัวเขากับ กระจก รูนกับเจเข้ามาพยุงเขาให้ลุกขึ้นยืน ซิลค์ใช้ผ้าเช็ดหน้าของเธอเช็ดเลือดที่ไหลเปื้อนใบหน ้าของนิ ก เป็นอะไรมากไหม เธอถาม ___นิกส่ายหัวช้าๆยืนเอียงๆเซไปมาเมื่อรูนกับเจปล่อย เขา อาจารย์ทำหน้าที่ได้เยี่ยมมาก ปล่อยให้นัก เรียนทะเลาะกัน ไม่สิ เรียกว่าปล่อยให้ฝ่ายหนึ่งรังแกอีกฝ่ายหนึ่งโดยเห็นช อบด้วย เขากัดฟันพูด เขา มองเข้าไปในห้องเห็นแสงวูบวาบจากดาบของดาน่า แอลยืนนิ่งอยู่อีกด้านของห้อง ดาบบางๆสีฟ้าอ่อนยาว เหมาะมือปรากฏขึ้นในมือของเขาอย่างทันทีทันใดโดยไม่ร ู้ว่ามาจากที่ใด ดาน่าไม่รีรอให้แอลเริ่มต้นก่อน เธอกระโจนใส่เขาด้วยความรวดเร็ว กวัดแกว่งดาบด้วยความเร็วเหลือเชื่อใส่แอลที่ถือดาบเ ล่มบางกว่าของ ดาน่ามาก เขายกดาบขึ้นรับ ดาน่าคิดจะเอาจริงแล้วเมื่อไม่มีนิกอยู่ นับว่าเธอไว้หน้านิกมากทีเดียว รู นรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังที่แผ่ออกมาแต่ไม่มากเท่าใดนั ก ___ แอลเริ่มตอบโต้แล้วล่ะ วอลเลซพูดอย่างตื่นเต้น ครูเคยสอนเขาเมื่อตอนเขาอายุ 6 ขวบ ครู ว่าเขามีพรสวรรค์นะ เก่งพอดู ถ้าฝึกมาตลอด ตอนนี้คงสามารถล้มดาน่าได้ เขาพูดต่อด้วยน้ำ เสียงกระตือรือร้น ___ แน่ใจเหรอ รูนถามสั้นๆ วอลเลซพยักหน้าเป็นคำตอบ ตามที่ครูคำนวณได้นะ ___ ทำไมต้องรอให้มีนักเรียนคนอื่นๆมาล้มเธอด้วย ทั้งๆที่นายและอาจารย์คนอื่นๆก็ปราบเธอได้ เจ ถาม นิกมองเข้าไปข้างในห้องเห็นแอลยกดาบขึ้นรับดาบที่ดาน ่าฟันลงมาอย่างแรง ดาบของเขาถูกดีดออก แอลถอยหลังไปเรื่อยๆ ก็ขนาดของดาบต่างกันตั้งขนาดนั้น ความเร็วของดาน่าก็มากด้วย เสียงของ พวกนักเรียนที่คุยกันดังขึ้น ในกลุ่มนักเรียนนั้นมีแบ่งออกเป็น 2 พวก ฝ่ายหนึ่งเชียร์แอลซึ่งพวกเขารู้ ว่าแอลเป็นเด็กใหม่และกล้าสู้กับดาน่า หวังให้เขาชนะ อีกฝ่ายก็คิดว่าเพราะแอลเป็นเด็กใหม่ไม่รู้เรื่อง เลยเผลอไปแหย่ดาน่าเข้า และคิดว่าเขาต้องได้ไปนอนห้องพยาบาลซัก 2 เดือนในไม่ช้า แต่จริงๆแล้ว ทุกคนก็แอบหวังในใจลึกๆว่าแอลจะต้องล้มดาน่าได้ เพราะถ้าล้มเธอได้ เธอคงไม่กล้าเอาแต่ใจ อาละวาด ใส่พวกเขาไปอีกนาน แต่นั่นก็เป็นผลในอนาคตซึ่งยังไม่รู้ ที่พวกเขารู้คือตอนนี้ วอลเลซก็สนใจการต่อสู้ นี้เสียจนไม่มีการเรียนการสอน ซึ่งทำให้นักเรียนส่วนใหญ่ดีใจมาก ถึงจะต้องมานั่งซ่อมแซมห้องทีหลังก็ เถอะ ___ คือว่านะ ถ้าพวกอาจารย์ล้มดาน่าเสียเองเนี่ยยังไงก็แก้นิสัยเธ อไม่ได้หรอก ดาน่าเป็นคนที่มี พรสวรรค์และมั่นใจในฝีมือตนเองมาก เก่งกว่าอาจารย์บางคนเสียอีก แต่เธอก็ยังรู้ว่าสู้อาจารย์ที่เก่งมากๆ ไม่ได้อยู่ดี การที่จะลดความเอาแต่ใจและข่มเหงรังแกคนอื่นของเธอได ้นั้น ต้องใช้คนที่อายุเท่าๆกันล้ม เธอจะได้ผลดีที่สุด ตามความคิดของครูนะ วอลเลซพูดยิ้มๆ เนื่องจากดาน่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์ เลย ทำให้เธอเป็นคนที่เอาแต่ใจ ขี้โมโหและชอบทำอะไรรุนแรงด้วยคิดว่าใครก็สู้ตนไม่ได ้ เพราะหยั่งงี้ไงเลย มีแต่คนที่ไม่ชอบเธอ เชื่อสิ ถ้าเธอเกิดแพ้แอลขึ้นมา หลังจากนี้จะมีแต่คนที่ซ้ำเติมเธอแน่ๆ ไม่ดีเลย นะ เขาพูดต่อกับพวกนักเรียนเป็นเชิงว่า อย่าทำนิสัยแบบนี้นะ ___ นายเพิ่งจะพูดอะไรดีๆเป็นนะเนี่ย เจพูดเสียงดัง ด้วยน้ำเสียงประหลาดใจสุดๆ ซิลค์ รูน นิกที่ ยังมึนๆอยู่และพวกนักเรียนบางคนที่ฟังอยู่พยักหน้าเห ็นด้วยกับเจอย่างยิ่ง ทันใดนั้นเองเกิดมีแสงสีแดง สว่างวาบเข้าตาทุกคนที่อยู่ในที่นั้น รูนรู้สึกขยับตัวไม่ได้ ___ ให้ตายสิ ดาน่าเอาจริงแล้ว วอลเลซพูดแบบฝืนๆ เพราะเขาก็ขยับตัวไม่ค่อยจะได้เช่นกัน แสง ส่องสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆจากในห้องนั้น และเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นในที่สุด ___วันนั้นทั้งวันมีคำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของนิก เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่าการมาถึงที่นี่ของแอลกับเจจะก่ อ ให้เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันและแปลกใหม่ขึ้นตราบเท่าที ่พวกเขาอยู่ และทั้งชีวิตของนิก รูนกับคนอื่นๆก็คงจะ ไม่เหมือนเดิมอีกอย่างแน่นอน ___ อืม นายคิดยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้น่ะ รูนถามนิกที่ยืนพิงรั้วไม้ไม่ค่อยสูงนักที่กั้นระหว่ าง ทะเลกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตากับผืนแผ่นดินที่พวกเขาเห ยียบอยู่ เสียงนกร้องแว่วมาแต่ไกลกับร่างที่กำลัง บินอยู่หลายตัวบนท้องฟ้าลิบๆสีส้ม ดวงอาทิตย์ดูเหมือนกับจะลอยอยู่เหนือน้ำครึ่งๆกลางๆ มีแต่เรื่องที่ เป็นปริศนาเยอะเลยนะ เขาพูดต่อ ___ ไม่รู้สิ แต่ว่าวันนี้เหนื่อยจัง นิกตอบ น้ำเสียงฟังดูเนือยๆ ดวงตาจ้องมองออกไปยังทะเล ลมพัด พากลิ่นเกลือมาปะทะใบหน้าพวกเขาทั้งคู่ นักเรียนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งเดินคุยกันเสียงดังอย่าง ร่าเริงไปตาม ถนนที่เต็มไปด้วยหินกรวดผ่านด้านหลังพวกเขาไป ทำไม แอลถึงสามารถล้มดาน่าได้ในขณะที่เธอใช้ ท่าไม้ตายอยู่ ไม่น่าจะมีใครทำได้แม้แต่พวกอาจารย์ส่วนใหญ่ก็ทำไม่ไ ด้ มันตรึงการเคลื่อนไหวได้ หมด เขาก้มหน้า ใช้เท้าเขี่ยต้นหญ้าที่ปกคลุมผืนดินอยู่ มีเสียงฝีเท้าเดินมาทางด้านหลังพวกเขา ทั้งคู่ หันหน้าไปมอง วอลเลซนั่นเอง ___วอลเลซเดินเข้ามาเกาะรั้ว ลมแรงพัดมาอีกระลอก มีเสียงเสียดสีของใบไม้จากต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลจาก นั้น ใบไม้ปลิวผ่านหน้าพวกเขา วันนี้ทั้งวันพวกเขาไม่ได้เรียนเลยแม้แต่นิดเดียว นักเรียนทั้งหมดใน ห้อง 3 ซึ่งรวมทั้งสอง นิกและรูนด้วยต้องมานั่งเก็บกวาดเศษซากของการทำลายล้ างที่ดาน่าทำไว้ ทาง อาจารย์ใหญ่ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก ทำแค่ตักเตือนวอลเลซที่ไม่ยอมเข้าห้ามเท่านั้น ที่น่าแปลกก็คือแอล สามารถรอดจากท่าไม้ตายของดาน่าและล้มเธอได้ด้วยวิธีท ี่ไม่มีใครรู้ แถมไม่เล่าให้ใครฟังด้วย ส่วนนัก เรียนในห้องอื่นๆกว่าจะได้รู้เรื่องนี้ก็ตอนพักเที่ย งนี่แหละ ___ครูมีเรื่องที่พวกเธอจะต้องรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เก ิดขึ้นวันนี้ วอลเลซพูดช้าๆ ความมืดเริ่มปกคลุมพื้นที่ รอบๆตัวทั้งสาม ขณะที่วอลเลซกำลังเล่าเรื่องที่เขาต้องการให้รูนกับน ิกรู้อยู่นั้น มีบุคคลผู้หนึ่งในชุดผ้าคลุม สีเขียวแก่จับตามองทั้งสามอยู่บนยอดสุดของหอคอยสูงที ่อยู่ในเขตพื้นที่ของโรงเรียน ผ้าคลุมโบกสะบัดไป มาตามแรงลม ใบหน้าถูกบดบังด้วยหน้ากากสีเดียวกับผ้าคลุม มีเงาดำทาบบนหน้ากากอีกชั้นทำให้ถ้าเผื่อ มีคนมองขึ้นไปก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าเป็นใคร แต่ในเงาสีดำนั้นกลับมีแสงสีเขียวสดใสส่องสว่างเรือง ๆ ออกมาจากนัยน์ตาเขา ___วอลเลซ ข้ากลับมาแล้ว บุคคลลึกลับบนหอคอยหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ขณะมองวอลเลซ รูนและที่นิ กเริ่มออกเดินกลับที่พักของตนอย่างไม่รู้ตัวว่าถูกแอ บมองอยู่ เสียงหัวเราะของเขาก้องกังวานไปทั่วฟังดูน่า กลัวยิ่งนัก ___________________________จบตอน |
| | |
| | #3 (permalink) |
| สมาชิก TG เต็มตัว ![]() | พยายามเข้าน้าคร้าบ
__________________ ![]() เว็ปหาเงินโดยการเปลี่ยนลิงค์ครับ เว็ปดู Anime คลิก!!! เว็ปโหลดเกม PC PSP อื่นๆ (Bittorent) เว็ปโหลด Anime คลิก!!! เว็ปสร้างการ์ดยูกิเอง Wallpaper Fainal Fantasy รวมทุกภาค 800กว่ารูป |
| | |
| | #4 (permalink) |
| สมาชิก TG แรกเริ่ม ![]() โพส: 146 TG ออร่า: ![]() ![]() | _____________________________________-เทอร์เคียรี เมเทโอร่า ความทรงจำแห่งสัญญา ตอนที่ 2 จุดเริ่มต้น ___ดินแดนเทอร์เคียรี-เมเทโอรานั้น มีทวีปที่ถูกค้นพบแล้วเพียง 2 ทวีปเท่านั้น คือ ทวีปเทอร์เคียรี และทวีปเมเทโอรา เลยเรียกดินแดนทั้งหมดด้วยชื่อทั้ง 2 ทวีปนี้ ในทวีปเทอร์เคียรีมีเมืองต่างๆถึง 8 เมือง ได้แก่ เมืองแห่งการค้าขาย เมืองแห่งการรักษา เมืองแห่งการศึกษา เมืองเหมืองแร่ เมืองแห่งการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ เมืองแห่งอัศวินขาว เมืองแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ และเมืองแห่งการต่อสู้ แล้วในแต่ละเมืองก็จะมี..... ___สายลมพัดพาเอาความอบอุ่นเข้าทางหน้าต่างที่เปิดกร ะจกไว้ สติของรูนเกือบจะหลุดลอยไปที่อื่นๆที่ไม่ใช่ห้องเรีย น และเขาคงจะหลับไปในอีกไม่ช้าในชั่วโมงเรียนที่แสนจะน ่าเบื่อแน่นอนถ้าไม่มีเจที่สะกิดแขนเขา ___ ขอบใจมาก เจ รูนพูดด้วยน้ำเสียงง่วงๆ ส่ายหัวไปมาเล็กน้อย เขาเป็นคนขอให้เจคอยปลุกเขาถ้ามีท่าทีว่าจะต้องหลับ เพื่อว่าจะได้ไม่ถูกลงโทษเนื่องจากการนอนหลับ ถึงจะเรียนไม่รู้เรื่องเหมือนเดิมอย่างน้อยก็ไม่ถูกล งโทษล่ะ รูนพูดกับเจเมื่ออาทิตย์ก่อน มีนิกพยักหน้าหงึกๆเห็นด้วยอย่างยิ่ง ___รูนหันหน้าไปทางเจ พยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงขอบคุณ จากนั้นเขาก็ยืดตัวขึ้นแล้วมองไปรอบๆห้อง โต๊ะไม้กลมๆซึ่งเป็นโต๊ะของนักเรียนในห้องตั้งเป็น 2 แถวจากหน้ากระดานไปยังหลังห้องอย่างเป็นระเบียบ ในแต่ละแถวมีอยู่ 5 ตัว ในโต๊ะของเขาคนที่นั่งถัดจากเจคือนิกที่นั่งหันหน้าม าทางเขา แต่ตอนนี้นิกไม่ได้มองรูนหรอก เขากำลังก้มหน้าก้มตาเรียนอย่างตั้งอกตั้งใจ (เพราะวิชานี้เป็นวิชาภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาเดียวที่เขาสนใจมากๆและตั้งใจเรียน โดยเวลาที่เขาตั้งใจเขาจะไม่สนใจสิ่งรอบๆใดๆเลย) โต๊ะตัวที่อยู่ด้านหน้าใกล้กับโต๊ะเขาที่สุด รูนเห็นแอลนั่งอ่านหนังสือที่ไม่ใช่หนังสือเรียนอยู่ ที่นั่นและโยกเก้าอี้ไปมาอย่างสบายใจ เขาเดาว่าหนังสือที่แอลนั่งอ่านนั้นไม่น่าจะเป็นอย่า งอื่นไปได้นอกจากการ์ตูนที่แอลอ่านอยู่เกือบทุกวัน และที่น่าแปลกคือแอลรอดจากดาน่ามาได้จนถึงขณะนี้ จริงๆแล้วดาน่าดูสงบเสงี่ยมมากขึ้นหลังจากเหตุการณ์ท ี่เธอพ่ายแพ้ให้แก่แอลในวันเปิดเรียน ดูท่าว่าเธอคงกำลังวางแผนแก้แค้น หรือไม่ก็ซุ่มฝึกฝีมืออยู่ โต๊ะที่ตั้งอยู่ข้างขวาของโต๊ะที่แอลนั่ง รูนเห็นซิลค์นั่งเหม่อลอยไม่เหมือนปกติที่เธอต้องจดเ นื้อหาที่เรียนลงสมุดของเธอเสมอ ข้างๆที่นั่งเธอเป็นที่นั่งของดาน่าซึ่งในวันนี้ไม่ม ีใครนั่ง และเขามองไปทางหน้าห้องที่มีอาจารย์เฟรเซอร์ ชายแก่ๆประจำวิชาภูมิศาสตร์ที่รูนคิดว่าน่าเบื่อที่ส ุดในโรงเรียน เขาเห็นอาจารย์คนนี้จ้องมองไปทางแอลบ่อยๆด้วยสายตาตำ หนิ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะตั้งคำถามยากขนาดไหนให้แอล เขาก็ตอบได้หมด ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติในทุกๆวัน นับตั้งแต่วันแรกที่ดาน่าอาละวาด ___ 2 สัปดาห์แล้วสินะ ตั้งแต่วันที่เกิดการต่อสู้นั่น รูนพึมพำกับตัวเอง หันหน้ามองไปยังที่นั่งว่างของดาน่าด้วยความแปลกใจที ่เธอไม่มาเรียนในวันนี้ ปกติเธอกับซิลค์ไม่เคยขาดเรียนเลยซักครั้ง พลางนึกย้อนไปในวันเปิดเรียน หลังจากที่นิกโดนบางอย่างดีดเขาออกจากห้อง แอลรับดาบที่ดาน่าฟาดลงมาจังๆ ดาบของเขาถูกดีดออก แอลถอยหลังเซ พอตั้งตัวได้ก็รีบกลิ้งตัวหลบดาบที่ฟาดต่อลงมาออกด้า นขวาแล้วตวัดดาบใส่ดาน่าที่ยกดาบรับได้ทัน ประกายไฟแลบขึ้นมาจากการปะทะกันของดาบ ทั้งคู่กระโดดถอยหลังออกห่างจากกันไปอยู่คนละฟากของห ้องและบรรดานักเรียนนอกห้องเห็นแอลพูดอะไรบางอย่างกั บดาน่า ซักพักดาน่าก็มีท่าทีโกรธมากขึ้นกว่าเดิม เริ่มมีแสงสีแดงสว่างวาบขึ้นออกจากดาบของเธอ ___ทันใดนั้นเองทั้งขา แขนและทุกๆส่วนของร่างกายของรูน รวมถึงคนอื่นๆที่อยู่หน้าห้องก็เกิดขยับไม่ได้ขึ้นมา เฉยๆ ภายในห้องมีแอลที่ยืนค้าง นัยน์ตาบังบอกถึงความประหลาดใจมาก กับดาน่าที่แสงสว่างจากดาบล้อมรอบจนแทบจะมองตัวเธอไม ่เห็น แสงนี้สว่างจ้าขึ้นมากเรื่อยๆไม่หยุด มีเสียงตะโกนอย่างตกใจโหวกเหวกและเสียงเก้าอี้ครูดพื ้นพร้อมๆกับเสียงฝีเท้าดังจากห้องเรียนชั้นบนและชั้น ล่าง แต่ซักพักเสียงฝีเท้าและเสียงพูดทั้งหมดก็หยุดดัง รวมถึงเสียงการเคลื่อนไหวต่างๆทุกๆอย่างด้วย ทั้งหมดมีแต่ความเงียบ ___รูนหยีตามองเข้าไปในห้อง แสงสว่างสีแดงที่สว่างจ้านั้นสว่างจนไม่สามารถมองเห็ นสิ่งต่างๆในห้องได้ เขารู้สึกเหมือนมีคลื่นบางอย่างกระจายออกมาจากห้องนั ้นทำให้คนที่ถูกคลื่นนั้นขยับตัวไม่ได้ ทั้งหมดนี้เป็นท่าไม้ตายที่รุนแรงที่สุดของดาน่า ซึ่งปกติที่เขาเคยเห็นนั้นไม่รุนแรงเท่าครั้งนี้ รุนแรงจนไม่น่าจะเป็นฝีมือของคนที่มีอายุเพียง 16 ปีอย่างเธอ ___แสงค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลและความสว่างลดลงจ นเห็นดาน่าและแอลที่ยืนอยู่ตรงข้ามกันในห้อง ก่อนที่ดาน่าจะควงดาบพุ่งเข้าใส่แอลพร้อมๆกับแสงที่ก ลับมาสว่างจ้าขึ้นอีก จนรูนต้องรีบหลับตา จากนั้นก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น กระจกหน้าต่างแตกกระจายออกมาพุ่งเข้าใส่กลุ่มนักเรีย น รูน ซิลค์ นิก เจและวอลเลซอย่างรวดเร็ว ___ทันใดนั้นเอง เศษกระจกหยุดนิ่งค้างอยู่กลางอากาศ ความอึดอัดที่เกิดจากคลื่นพลังจากท่าไม้ตายของดาน่าพ ลันหายไปจากความรู้สึกของรูน เขากลับมาขยับตัวได้เหมือนเดิม เขามองไปข้างๆก็เห็นนิกกับซิลค์หันมามองเขาเช่นกัน ทั้ง 3 มองตากันความงุนงง บรรดานักเรียนรอบๆตัวทั้ง 3 ยังคงนิ่งค้างแต่กลับดูแปลกๆจากเดิมเพราะทุกคนไม่มีก ารกระพริบตาและหายใจ รูนลองเข้าไปเขย่าตัวนักเรียนคนหนึ่งที่ยืนนิ่งค้างอ ยู่ ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆเกิดขึ้น นิกหยิบนาฬิกาพกของเขาขึ้นมา เข็มนาฬิกาหยุดนิ่งสนิท ทั้งที่เขาเพิ่งจะนำไปส่งซ่อมมา __________________________________________________ ___________________________ ___เสียงกริ่งบอกเวลาพักดังขึ้นทำให้รูนสะดุ้งตื่นจา กภวังค์แห่งความคิด ท่ามกลางความเงียบงันและง่วงเหงาหาวนอนของบรรดานักเร ียนส่วนมากที่นั่งอยู่รอบๆโต๊ะเรียนไม้เก่าๆ ขัดจังหวะการพูดอันน่าเบื่อของอาจารย์เฟรเซอร์เกี่ยว กับภูมิศาสตร์ที่เขาสอนในวันจันทร์คาบก่อนพักกลางวัน นี้ ทันทีที่พวกนักเรียนได้ยินเสียงกริ่งนี้ก็จะเริ่มมีช ีวิตชีวาขึ้นจนอาจารย์รู้สึกได้ ___ รูนไม่หลับด้วยล่ะ แอลหันหน้ามาพูดกับรูนจากที่นั่งตรงโต๊ะด้านหน้าทันท ีที่นักเรียนทำความเคารพและอาจารย์ออกจากห้องไปแล้ว ในมือยังถือการ์ตูนอยู่ ___ นายก็ไม่หยุดอ่านการ์ตูนเหมือนกัน รูนย้อน ___ รีบไปโรงอาหารกันเถอะ เดี๋ยวแถวจะยาว ขี้เกียจรอ นิกลุกพรวด พูดข้ามหัวเจ แอลกับรูนขานรับอย่างร่าเริงทันทีพร้อมกับรีบลุกจากเ ก้าอี้ วิ่งไปทางประตูหน้าอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเองก็มีร่างในชุดสีน้ำเงินและขาวพุ่งเข้ามา ในห้องอย่างรวดเร็วและชนกับแอลอย่างแรงจนกระเด็นล้มล งกับพี้นทั้งคู่ ___ ลีออน เกิดอะไรขึ้น ทำไมนายไม่เข้าเรียนวิชาภูมิศาสตร์ ปล่อยให้ผมทนนั่งเรียนอยู่คนเดียว แอลรีบถามขณะยันตัวลุกขึ้นยืน ไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆแสดงออกมาเลย ทั้งๆที่หัวของทั้งคู่โขกกันอย่างแรง และลีออนก็กำลังนอนกลิ้งอยู่บนพื้น มือกุมหัวร้องโอดโอย ___ หัวแข็งจังแฮะ รูนกระซิบกับนิก ขณะมองดูลีออนที่ยังคงนอนอยู่บนพื้น ซิลค์เดินช้าๆมาทางพวกเขา ___ หยั่งกับเอาหัวไปโขกกับหินเลย ลีออนพูด มีรอยปูดๆแดงๆอยู่บนหน้าผากใต้ผมสีน้ำตาลแดงที่หวีอย ่างเรียบร้อย เขาหยิบการ์ดใบหนึ่งที่เป็นรูปเครื่องหมายบวกสีแดงแล ะมีสีเขียวรอบๆทั่วทั้งพื้นผิวการ์ดจากกระเป๋ากางเกง ขายาวสีน้ำเงินมาแตะที่รอยแดงปูดที่อยู่บนใบหน้าขาวๆ ของเขา ก่อนที่จะมีแสงเรืองๆสว่างออกมาจากการ์ดและรอยแดงปูด ก็หายไป ไม่มีร่องรอยใดๆเหลืออยู่เลย ___ เป็นการใช้การ์ดที่เยี่ยมยอดจริงๆ เราแทบไม่ค่อยจะได้เห็นคนใช้การ์ดจากดินแดนอื่นเลย เจพูดช้าๆ ลีออนพยักหน้ารับ มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนมุมปากให้เห็นเล็กน้อย ลีออนไม่ใช่คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนเทอร์เคียรี-เมเทโอราตั้งแต่แรก เขาเดินทางข้ามประตูมิติมาจากดินแดนอื่นเพื่อมาเรียน ที่นี่ (คล้ายๆกับการไปเรียนเมืองนอก แต่นี่เป็นการไปเรียนต่างมิติ) ___ อืม... ลีออนมีสีหน้าใช้ความคิดอย่างหนัก ที่เขารีบวิ่งเข้ามาในห้องก็เพื่อจะทำอะไรบางอย่างหร ือมาบอกอะไรบางอย่าง แต่หลังจากที่หัวเขาโขกกับแอลก็ดูเหมือนว่าความคิดที ่จะเข้ามาทำอะไรบางอย่างในห้องจะกระเด็นตกหายไป เขาใช้มือเคาะหัวตัวเองเบาๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนมองตรงไปข้างหน้าแต่ไม่ได้จับจ้อ งที่ใดแน่นอน ___ นึกออกแล้ว เขาตะโกนเสียงดัง มีสีหน้าตื่นเต้นมากๆจนนักเรียนส่วนที่เหลือในห้องหั นมามองเป็นจุดเดียวกัน มีเรื่องใหญ่มาก ด่วนจี๋มาบอก และไม่น่าเชื่อเลย ทุกคนที่อยู่ในห้องสูดหายใจเสียงดังด้วยความตื่นเต้น ใครๆก็รู้ว่าลีออนเป็นหน่วยข่าวที่เก่งมาก สามารถหาข่าวและเรื่องที่ต้องการรู้ได้อย่างรวดเร็ว เที่ยงตรงและแม่นยำ ถึงแม้เรื่องนั้นจะถูกปิดเป็นความลับแค่ไหนก็ตาม เป็นคนมีฝีมือด้านนี้มากที่สุดในหมู่เด็กปี 1 ที่ทำงานสายนี้ และฝีมือพอๆกับหน่วยข่าวปี 3 ___ เมื่อคืนดาน่าถูกขโมยซิลเวอร์ไลท์ของเธอไป ลีออนพูดรัวเร็ว (ซิลเวอร์ไลท์ก็คือดาบของเหล่าอัศวินขาว และมีเพียงอัศวินขาวเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ผลสูงสุด มีความสามารถในการดึงพลังของจิตใจผู้ใช้มาเป็นความคม และพลังทำลายล้าง พลังของจิตใจนี้จะเรียกว่าคลื่นพลัง) เกิดความเงียบขึ้นทั่วห้องอึดใจหนึ่ง ก่อนที่จะเกิดเสียงพูดคุยกันดังขึ้นมากกว่าเดิม บางคนก็รีบวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วเพื่อไปเล่าเ รื่องราวที่ได้ยินจากลีออน ปกติลีออนจะหาข่าวมาประกาศเฉพาะกับคนในห้องเท่านั้น ที่ข่าวต่างๆกระจายออกไปก็เพราะคนในห้องกระจายข่าวออ กไปเอง นิกกับรูนมองหน้ากันอย่างงุนงง ฝีมือระดับดาน่านะหรือจะถูกขโมยดาบไปได้ นี่ถือได้ว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับดาน่าที่ใหญ่มากเรื่อง ที่ 2 ต่อจากข่าวแรกที่เธอแพ้ให้แก่แอล ___ เป็นไปไม่ได้ ทั้งคู่พูดพร้อมๆกัน แต่ถ้าลีออนพูดเองละก็ เป็นความจริงแน่ๆ __________________________________________________ ________________________ ___ มันเป็นเรื่องจริง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมดาน่าไม่มาเรียนในวันนี้ ซิลค์พูดขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวล ขณะที่กำลังเดินไปตามทางระเบียงทางเดินหินอ่อนขาวปูด ้วยพรมสีแดงกับทอง แสงแดดส่องผ่านม่านบางๆที่บังอยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่ สะท้อนกับคบเพลิงเงินเงาวับที่อยู่ห่างกันทุกๆ 3 เมตรแยงตาทุกคนที่อยู่ตามระเบียง ไม่ว่าจะเดินหรือหยุดยืนจับกลุ่มคุยกัน ฉันไม่ได้เจอดาน่าเลยหลังจากที่เกิดเรื่องเมื่อคืนนี ้ ซิลค์พูดต่อ ทั้งซิลค์และดาน่าต่างก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการผู้คุม กฎซึ่งมีหน้าที่หลักในการหยุดยั้งและจับตัวนักเรียนท ี่พยายามทำผิดกฎของโรงเรียนไปส่งให้อาจารย์ คู่ปรับตลอดกาลของเหล่าคณะกรรมการก็คือพวกหัวขโมย เนื่องจากพวกนักเรียนจะเริ่มฝึกอาชีพที่พวกเขาต้องกา รจะทำในอนาคตตั้งแต่ตอนเรียน เช่น อย่างลีออนที่อยากเป็นผู้หาข่าวที่เก่งกาจ จึงเริ่มฝึกตั้งแต่อยู่ปี 1 และก็อย่างที่พอจะเดาได้ มีบางส่วนที่อยากจะเป็นหัวขโมย พวกนี้จะรับจ้างขโมยของให้กับพวกนักเรียนที่มีเงิน และเป็นหน้าที่ของเหล่าคณะกรรมการที่จะต้องจับพวกนี้ ให้ได้ ___ เมื่อคืนเราได้รับการร้องเรียนมาจากนักเรียนปี 2 คนหนึ่งว่ามีโจรคนหนึ่งได้ขโมยของบางอย่างจากเขาไป ซิลค์สูดหายใจลึกๆและเริ่มต้นเล่าเรื่อง มีนักเรียนสองสามคนเดินผ่านพวกเขาไป รูปวาดอัศวินถือดาบหนึ่งในวีรบุรุษของเมืองนี้แขวนอย ู่ตรงผนังสีขาวจะตรงหัวมุมบันได สีของเกราะอัศวินในรูปวาดนั้นดูเหมือนจริงมาก ใบหน้าของเขาดูแจ่มใสเหมือนกับจะทักทายผู้คนที่เดินผ ่านไปมา ฉัน ดาน่าและคณะกรรมการคนอื่นรีบออกตามหัวขโมยรายนั้นทัน ที ได้ยินว่าเจ้านั่นอยู่แถวๆชั้น 3 กับชั้น 4 แต่ไม่แน่ใจว่าชั้นไหน เลยคิดว่าจะแยกออกเป็น 2 กลุ่มตรวจคนละชั้น แต่ดาน่าขอแยกไปตรวจชั้น 4 คนเดียว อีกซักพัก คิดว่าแค่ 2 นาทีเองนับจากที่แยกกัน ฉันก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ที่ชั้น 4 ดังนั้นฉันก็รีบไปทันที เธอเล่าต่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย ___ และเธอก็พบว่าซิลเวอร์ไลท์ของดาน่าถูกขโมยไปแล้ว นิกพูดต่อให้ซิลค์ แต่ไม่น่าเรียกว่าขโมยไปนะ เรียกว่าชิงไปน่าจะดีกว่า เขาบอกลีออน ทั้งหมดเดินลงบันไดมาจนถึงห้องโถงกลางซึ่งกว้างและให ญ่มาก ประดับประดาด้วยภาพวาด ผ้าแขวนหลากสี คบเพลิงที่ออกแบบเป็นรูปหัวมังกรอย่างประณีตจนเห็นลา ยละเอียดเล็กๆได้ โคมไฟระย้าที่ห้อยอยู่กลางห้อง ดาบและโล่ติดผนัง ประตูใหญ่เป็นเหล็กหนาสีเงินมันวาวจนสะท้อนเงาของผู้ ที่เดินเข้าออกได้อย่างชัดเจน รวมถึงแสงแดดอีกด้วย (ซึ่งนิกบ่นเรื่องนี้ออกบ่อยๆว่าจะทำประตูให้เป็นแบบ สะท้อนแสงได้แบบนี้ไปทำไม) ___ พอฉันไปถึงห้องดนตรีก็พบดาน่าที่นั่น เธอนอนอยู่บนพื้น ซิลค์เล่าต่อ เธอบอกแค่ว่าเจ้าหัวขโมยคนนั้นมันเล่นสกปรก เจ้านั่นใช้อุปกรณ์ต้องห้ามของโรงเรียนนี้ เธอหมายถึง สิ่งของต่างๆที่ทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้นำเข้ามา ___ เจ้านั่นใช้อุปกรณ์ต้องห้ามด้วยเหรอ นี่น่าจะเป็นข่าวใหญ่ได้นะ ลีออนถามอย่างสนใจ มือหยิบการ์ดใบหนึ่งออกมา ก่อนที่การ์ดใบนั้นจะกลายเป็นสมุดเล็กๆกับดินสอ เป็นขโมยไม่จำเป็นต้องเล่นแบบใสสะอาดหรอก พวกนั้นไม่ได้ถือความมีศักดิ์ศรีแบบพวกอัศวินขาวนี่น า เขาพูดต่ออย่างมีเหตุผล ___ ไม่รู้สิ ดาน่าไม่ได้บอกว่ามันคืออะไร \ ___ ลองเดาดูสิ รูนแนะ แอลส่ายหน้า อุปกรณ์ต้องห้ามในโรงเรียนนี้มีถึง 212 ชนิดที่ทำอันตรายได้ และอีก 78 ชนิดที่แค่กวนประสาทเท่านั้น ยังไม่รวมในหมวดอื่นๆอีก 5 หมวดนะ นายไม่มีทางเดาถูกหรอก แอลพูดขึ้น ทุกคนมองหน้าเขาอย่างประหลาดใจ ___ เธอจำได้ไงน่ะ ซิลค์ถามขึ้น น้ำเสียงแสดงความชื่นชม ขนาดพวกคณะกรรมการบางคนแค่ประเภทมีกี่ประเภทยังจำไม่ ได้เลย เธอท่องมาเหรอ ___ เปล่า ผมเคยอ่านหนังสือที่บอกเรื่องนี้ แต่แค่ครั้งเดียวเองนะ แอลตอบ เขายิ้มกว้างกระโดดโลดเต้นไปรอบๆตัวนิก จนสะดุดขาตัวเองล้มลง ของในกระเป๋าพวกหนังสือต่างๆซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนังส ือการ์ตูนกระจายทั่ว เจ ซิลค์ รูน นิกและลีออนช่วยกันเก็บ ซิลค์เกิดไปหยิบโดนหนังสือเล่มหนึ่งพอดี \___ ตำราเวทย์มนต์และคาถาชั้นสูง เธอพูดเสียงสูงแสดงความสงสัย เจสบตากับนิกและรูนด้วยสายตาคมกริบก่อนจะรีบดึงหนังส ือไปจากมือซิลค์ทันที ซื้อมาจากร้านขายของเก่าในเมืองแห่งการค้าขายระหว่าง ทางที่มาน่ะ แอลกับเราคิดว่ามันดูตลกดี มันเป็นหนังสือประวัติเกี่ยวกับเรื่องด้านนี้น่ะ เจรีบพูดด้วยสีหน้าปกติ ซิลค์มองหน้าเขาอย่างนึกสงสัย ___ นี่ก็เท่ากับว่าดาน่าได้รับความพ่ายแพ้ถึง 2 ครั้งแล้วสินะ รูนพูดขึ้น หน้าตาดูยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นพิเศษกับสิ่งที่พูดออกมา นิกคิดว่ารูนพยายามเปลี่ยนหัวข้อสนทนา แต่ความจริงรูนไม่ได้คิดอะไรเลย เขาแค่พูดได้ถูกจังหวะพอดีเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรน่ายินดีไปกว่านี้อีกแล้ว รูนพูดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็รีบหยุดทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของซิลค์ \___ เราคิดว่าควรจะช่วยกันตามหาดาน่าให้เจอก่อนเพื่อดูสถ านการณ์ เผื่อเธอคิดจะทำอะไรบ้าๆออกไป เจพูดช้าๆ สิ่งที่เขาพูดออกมานั้นตรงกับความต้องการของซิลค์พอด ี อันที่จริงเธอกำลังคิดแบบนี้อยู่ด้วยซ้ำ แต่ประโยคนี้ก็ไม่ตรงกับความต้องการของบางคนอีกเช่นก ัน รูนทำหน้าไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน นิกยืนนิ่งค้าง เขายังไม่ลืมเรื่องที่ดาน่าต้องการจะเก็บเขากับแอล ไปไว้ในห้องพยาบาลพร้อมๆกัน ส่วนแอลกลับไม่มีท่าทีแตกต่างจากเดิม เขายังกระโดดไปรอบๆตัวทุกคนที่ยังคงอึ้งอยู่กับคำพูด ของเจ อย่างไม่คิดอะไรมาก ___ เอาเถอะ แต่ว่าก่อนอื่นเราควรจะรีบเข้าไปในโรงอาหารได้แล้วนะ จู่ๆแอลก็หยุดกึกจากการกระโดดโลดเต้น และพูดขึ้นท่ามกลางความอึ้งที่ยังคงครอบงำรูนกับนิกอ ยู่ จนทำให้รูนสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ หิวแล้ว เขาพูดต่อสั้นๆ ___ นึกว่านายจะไม่สนใจอะไรเลยซะอีก เจพูดช้าๆด้วยท่าทางเย็นชาเล็กน้อย ___ภายในโรงอาหารมีนักเรียนและอาจารย์นั่งอยู่แน่นไป หมด เสียงพูดคุยกันดังอื้ออึงและต่อเนื่องไม่มีการหยุด ข่าวการขโมยดาบของดาน่าแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วจากกา รพูดกันปากต่อปาก และตอนนี้ได้บรรจุเข้าในรายการของหัวข้อสนทนาในเวลาร ับประทานอาหารของบรรดานักเรียนเกือบจะทุกคน ___กลุ่มของรูนเข้าต่อแถวที่ยาวเหยียดเพื่อสั่งอาหาร ที่ร้านหนึ่งในหลายๆร้านที่ตั้งเรียงรายอยู่ด้านซ้าย สุดของโรงอาหาร ร้านอาหารแต่ละร้านจะถูกกั้นออกจากกันด้วยผนังกระเบื ้อง ด้านหลังร้านจะมีประตูเปิดเข้าไปยังห้องครัวใหญ่ห้อง เดียว ด้านหน้าร้านเป็นเพียงเคาท์เตอร์กระจกใสและมีอาหารที ่เพิ่งทำเสร็จตั้งไว้เท่านั้น ที่นี่นักเรียนไม่ต้องจ่ายเงิน จริงๆแล้วค่าเล่าเรียนที่นี่ก็ไม่มีการจ่ายหรอกเพราะ ว่าเจ้าเมืองของเมืองนี้จะออกค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ ่ายทุกๆอย่างเกี่ยวกับการเรียนให้เด็กๆจนเรียนจบและต ั้งตัวได้ ___รูนและพวกเดินตามช่องทางเดินระหว่างโต๊ะไม้ตัวยาว ขัดเงาอย่างดีที่ตั้งเรียงเป็นแถวยาวมากกว่าครึ่งหนึ ่งของห้อง ซึ่งในโรงอาหารนี้มีโต๊ะอยู่ 8 แถว กว่าพวกเขาจะได้ที่นั่งก็เกือบจะสุดแถวที่ 2 อยู่แล้วและเป็นจุดที่แสงแดดส่องผ่านกระจกหน้าต่างบา นใหญ่เข้ามา โรงอาหารนี้มีหน้าต่างรอบๆห้องเกือบๆ 20 บานแต่ละบานอยู่สูงจากพื้นประมาณ 4 เมตร มีลวดลายของเหล่าอัศวินในท่าทางต่างๆ เวลาจะเปิดหน้าต่างจะต้องดึงเชือกที่ผูกติดกับกลไกที ่อยู่เหนือหน้าต่าง ที่นั่งของพวกเขาอยู่ใกล้ประตูบานใหญ่ที่เหมือนกับปร ะตูห้องโถงที่พวกเขาออกมา โต๊ะตัวที่ 6 ทางด้านขวาถัดจากที่พวกเขานั่งมีที่ว่างมากแต่ว่าเป็ นที่เฉพาะอาจารย์เท่านั้น ___ ทำไมในทุกๆส่วนของโรงเรียนนี้ดูหรูหราจัง เว้นแต่ที่ห้องเรียนประจำของเรา ทั้งโต๊ะ ทั้งเก้าอี้ ทุกๆส่วนในนั้นดูเก่าๆโทรมๆ แอลบ่นพึมพำออกมาพอให้เฉพาะรูนและพวกที่อยู่รอบๆเขาไ ด้ยิน ___ ห้องไหนที่ดาน่าอยู่บ่อยๆไม่เคยมีอะไรที่สภาพดีเลย บอกตรงๆนะ ห้องเราเสนอของบในการซ่อมแซมบ่อยมากจนเขารำคาญแล้วให ้พวกนักเรียนในห้องเราซ่อมกันเอง ที่ให้เบิกก็แค่พวกอุปกรณ์เท่านั้น นิกยักไหล่ ความจริงอาจารย์ใหญ่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดที่เลิ กให้งบห้องเราเท่าไหร่หรอก แต่มันเป็นความเห็นส่วนใหญ่ของพวกอาจารย์ ระบบการเบิกเงินที่นี่เงินมันยุ่งยากมากน่ะ ___ แดดส่องตรงนี้นี่ รูนบ่นเสียงดัง เขายืนนิ่งพร้อมกับถาดอาหารในมือของเขา ในขณะที่คนอื่นๆวางถาดลงบนโต๊ะและกำลังจะนั่งลง \ ___ ที่อื่นเต็มหมดแล้วรูน นั่งลงเหอะ อย่าคิดมาก นายอยากฝึกตัวเองเป็นอัศวินขาวไม่ใช่เหรอ แค่นี้ต้องทนได้สิ ลีออนพูดขณะที่เขาก้มลงเก็บส้อมที่ตกบนพื้นกระเบื้อง สากๆ ___แอลพึมพำบางอย่างพร้อมๆกับโบกมือเล็กน้อยเมื่อได้ ยินสิ่งที่รูนบ่น สายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้าผ่านทางหน้าต่าง ทันใดนั้นแสงที่ส่องลงมาพลันหายไป รูน นิกและคนอื่นๆที่นั่งแถวๆนี้เงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นเ มฆก้อนใหญ่ลอยมาหยุดอยู่ตรงกับหน้าต่างที่แสงส่องเข้ ามา และมีท่าหยุดนิ่งไม่ลอยไปไหนอีก ___ ผมชอบผนังที่เป็นแบบนี้ แอลพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง ซึ่งนิกเข้าใจว่าแอลพยายามจะเบนความสนใจของทุกคนจากเ รื่องแปลกนี้ เมฆหยุดอยู่กับที่ด้วยล่ะ แปลกจริงๆ นิกได้ยินนักเรียน 2 คนคุยกันขณะเดินผ่านพวกเขาไปทางประตูทางออก แอลเพิ่งจะร่ายเวทย์ไปเมื่อครู่นี้เอง เขาทำได้ไงน่ะ มองจากด้านนอกผนังเป็นหินธรรมดานี่นา แต่พอมองด้านในมันกลับเป็นหินที่แวววาว แอลพูดต่อ ___ นายจำแร่มอนไทด์ไม่ได้เหรอ เจพูดขึ้นช้าๆ มองแอลด้วยสายตาดุ ทั้งๆที่แร่นี้มาจากเมืองที่นายอยู่ตั้งหลายปีก่อนที ่จะมาที่นี่ จะบอกให้นะ แร่นี้หายากมาก ด้านหนึ่งที่เห็นจะเป็นหินสีน้ำตาลธรรมดา แต่อีกด้านหนึ่งจะคล้ายๆกับอัญมณีหรือไม่ก็เหมือนพวก หินอ่อน หินที่สวยๆและมีหลากสี ตึกทั้งหมดของโรงเรียนนี้ก็ใช้แร่นี้ แต่ต่างสีกัน แร่พวกมีความทนทานต่อพลังต่างๆด้วย มีราคาสูงมากในตลาดตอนนี้ ___ นายนี่รอบรู้จังนะ ขนาดผมยังไม่รู้เท่านี้เลย อีกอย่างเรายังนึกอยู่ตลอดเลยว่าระเบียงทางเดินที่เร าเพิ่งผ่านมานั้นเป็นหินอ่อนแท้ๆ ลีออนพูดขึ้น คำพูดและน้ำเสียงของเขาแสดงความชื่นชมอย่างที่สุด ซิลค์นั่งฟังอย่างตั้งใจอยู่เงียบๆ เธอจะสนใจทุกๆเรื่องที่เป็นความรู้ใหม่ๆ รูนกับแอลแข่งกันว่าใครจะกินเสร็จก่อน ส่วนนิกไม่ได้ฟัง เขานึกไปถึงเรื่องที่เขาจำได้ในในตอนเย็นวันเปิดเรีย น ___ สิ่งที่เธอทั้งคู่ควรจะรู้ก่อนก็คือ แอลกับเจเป็นนักเวทย์ วอลเลซพูด ยืนพิงรั้วกัน ทะเลช่างเงียบสงบเหลือเกินในยามนี้ คลื่นซัดชายฝั่งเกิดเสียงที่แผ่วเบา นิกเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย อาจารย์ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย เขาถามด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจ พวกนักเวทย์สูญหายไปหมดเมื่อร้อยกว่าปีก่อนแล้ว ไม่มีหลักฐานการยืนยันการมีตัวตนของพวกเขา พิสูจน์ออกมาแล้วว่าไม่มีเหลือ ___ ครูรู้ว่ามันไม่น่าเชื่ออย่างมาก เน้นว่าอย่างมาก แต่เชื่อเถอะว่ามันเป็นความจริง เธอก็เห็นกับตาแล้ว วอลเลซพูด รูนเห็นว่าทั้งคู่ นิกและวอลเลซกำลังคุยกันแบบที่คล้ายกับในชั่วโมงเรีย นที่นิกเกิดสงสัยในเนื้อหาที่เรียน อย่างที่เธอรู้ ซึ่งครูแน่ใจว่าเธอรู้แน่นอน ประวัติศาสตร์ของเหล่านักเวทย์สิ้นสุดลงเมื่อร้อยกว่ าปีก่อน จากการขับไล่และเข่นฆ่ากันเองในเหล่านักเวทย์ระหว่าง ฝ่ายดีและฝ่ายชั่ว ตอนนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นทั้งหมดที่ตายไปหรอกนะ แต่ว่ายังเหลือและแยกย้ายกันหลบซ่อน ต่างก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะมาทำร้าย บางส่วนก็อาศัยในกลุ่มพวกเรา ลืมในวิถีแห่งเวทย์มนต์และมาเป็นอัศวิน ทิ้งตำราไปไว้เบื้องหลังจนกลายเป็นของหายาก แต่ว่าก็ยังคงมีบางส่วนที่ยังเหลือและรักษาความเป็นน ักเวทย์ของตนไว้ พวกเขาอยู่รวมกันในที่ที่พวกเขาปลอดภัยจากฝ่ายมืด ที่ที่มีเฉพาะคนวงในที่สุดเท่านั้นที่จะรู้ ที่ที่มีเวทย์แห่งแสงสว่างปกป้องอยู่มากที่สุด....เม ืองแห่งแร่ วอลเลซพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบๆแบบในชั่วโมงที่เขาสอ น ___ อืม อาจจะจริงก็ได้ใครจะรู้ ไม่ใช่ว่าหนังสือจะบอกทุกอย่างได้ทั้งหมดนี่เนอะ นิกทำท่าคิด จากนั้นก็มีสีหน้าเหมือนกับว่าได้ค้นพบอะไรใหม่ ถ้าอาจารย์ไม่หลอกผมเล่นนะ เขาคิด แต่ว่าเขาก็ค่อนข้างจะเชื่อ เพราะเขาได้เห็นกับตามาแล้ว ถึงแม้จะไม่แน่ใจ แต่ว่ามีหลักฐานอะไรว่าแอลกับเจเป็นนักเวทย์จริงๆ เขาอาจเป็นนักมายากลก็ได้ เดี๋ยวนี้พวกนี้มีกลที่ดูคล้ายๆกับว่าพวกเขาใช้เวทย์ ได้จริงๆ นิกยักไหล่ รูนเริ่มหาว ความเบื่อหน่ายเริ่มเข้าครอบงำ เขาไม่ชอบในเรื่องของประวัติศาสตร์และการวิเคราะห์หล ักฐานต่างๆว่าจริงไม่จริง รูนก้มลงหยิบก้อนหินก้อนหนึ่งขนาดเหมาะมือจากบนพื้นท ี่ปกคลุมด้วยต้นหญ้าสั้นๆแล้วขว้างไปในอากาศ ก้อนหินตกลงบนพื้นทรายที่ต่ำกว่าระดับของพื้นถนนไม่ไ กลจากจุดที่เขายืนมากนัก บรรดาแมลงเริ่มชุกชุม ไกลลิบๆตรงเส้นขอบฟ้า จุดเชื่อมระหว่างเส้นผืนน้ำกับผืนฟ้า ดวงอาทิตย์เริ่มที่จะจมลงในน้ำไปเกินครึ่งแล้ว เสียงนกร้องฟังดูเหงาหงอยแว่วมาแต่ไกล ___ เธอได้รับรู้เองแล้วนี่ เธอรู้สึกถึงพลังเวทย์ที่แผ่กระจายออกมา วอลเลซเน้นเสียง เขาหมายถึงเรื่องเมื่อตอนเช้า กระจกไม่ได้ฆ่าพวกเราไม่ใช่เหรอ ทำไมมันถึงลอยหยุดอยู่ในอากาศล่ะ รวมถึงนักเรียนอื่นๆหน้าห้องเรียนด้วย ทำไมพวกเขาถึงหยุดนิ่งไม่แม้แต่จะหายใจด้วยล่ะ นักมายากลไม่มีทริกแบบนี้หรอก นี่มันความสามารถในการควบคุมเวลาสั้นๆของนักเวทย์ที่ ครูรู้จัก ___ ฟังนะทั้งสองคน ครูมีเรื่องจะขอร้องหน่อย เขาพูดต่อ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมที่ทั้งรูนและนิกไม่เคยเห็นมาก่อ น ช่วยปิดเรื่องที่ทั้งสองคนนั่นเป็นนักเวทย์และพยายาม อย่าให้ใครรู้ได้ไหม พวกเขาทั้งคู่มากับภารกิจที่สำคัญมาก ครูไม่อยากให้เสียแผน ฝ่ายอื่นจะต้องไม่รู้ในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ___ หมายความว่าไงครับ นิกถามขึ้นด้วยความสงสัย ___ ตอนนี้ยังบอกอะไรมากมายไม่ได้ เธอต้องค้นพบเอาเองจากแอลและเจ เอาเป็นว่าให้แค่เธอทั้ง 2 รู้ไว้ว่า เรื่องบางเรื่องที่ไม่สมควรจะเกิดมันกำลังจะเกิดขึ้น ความร้ายกาจของอำนาจฝ่ายมืด วอลเลซพูด รูนหยุดจากการปาก้อนหินและเริ่มที่จะตั้งใจฟัง และเรื่องนี้ต้องมีทั้ง 2 คนนั้น แอลกับเจเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เขากำลังปกป้องบางอย่างในเมืองนี้ บางอย่างที่สำคัญมากและเป็นความลับที่เธอและพวกนักเร ียน แม้กระทั่งชาวเมืองคนอื่นๆยังไม่สามารถรู้ได้ในตอนนี ้ ___ อะไรกันครับ บอกให้รู้ไม่ได้เหรอ นิกรีบถาม ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าวอลเลซต้องไม่บอกแน่ๆแต่ก็ถาม ไว้ก่อนแหละ และมันก็จริง วอลเลซส่ายหน้าเป็นคำตอบ แต่ครูบอกได้ว่าเธอทั้งคู่ต้องได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกั บเรื่องของแอลกับเจแน่ๆ ครูรับประกัน และถึงแม้พวกเธอจะยังไม่พร้อมก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง ___วอลเลซพยักหน้ายิ้มๆ ดึงแขนทั้งคู่ให้ออกเดิน และทั้งสามก็กลับไปยังที่พักของแต่ละคน ขณะที่ความมืดเริ่มกระจายครอบคลุมไปทั่วบริเวณ ___ รูน นิก เธอทั้งคู่จะต้องพร้อมก่อนที่จะถึงเวลานั้นให้ได้นะ __________________________________________________ ______________________ ___เย็นวันนั้น รูน นิกและซิลค์เดินคุยกันมาตามทางถนนที่ปูด้วยอิฐก้อนสี แดงๆขรุขระเล็กน้อย ต้นไม้ยืนต้นปลูกเรียงรายสองข้างทาง จากจุดนี้สามารถมองเห็นโรงเรียนของพวกเขาที่ตั้งอยู่ ทางทิศใต้ได้อย่างชัดเจนเนื่องจากอาคารแต่ละหลังของโ รงเรียนมีขนาดใหญ่มาก ___ เราควรทำอะไรต่อดีล่ะ ฉันคิดไม่ออกเลยว่าดาน่าจะอยู่ที่ไหนอีก ซิลค์ถามเสียงค่อย มีท่าทางเหน็ดเหนื่อย หลังเลิกเรียนเธอและพวกรูนช่วยกันออกตามหาดาน่าในที่ ต่างๆที่คาดว่าดาน่าจะไปที่นั่นแต่ก็ไม่พบ (ซึ่งรูนกับนิกออกจะยินดี) ___ ผมว่าเราไปเจอแอลกับเจที่จุดนัดพบดีกว่า เผื่อพวกเขาอาจจะเจออะไรบ้าง นิกพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงออกเหนื่อยๆ จ้องมองไปเบื้องหน้าไปยังตึกสีเทาๆที่มีระเบียงยื่นอ อกมาจากทุกๆห้องในนั้นซึ่งเป็นหอพักชาย จุดนัดพบที่ตกลงไว้แต่แรกก่อนจะแบ่งกลุ่มออกค้นหาดาน ่า มีคน 3 คนอยู่ข้างหน้าตึกอยู่แล้ว ___ ดาน่า ซิลค์ตะโกน รีบวิ่งไปยังกลุ่มคนนั้น มีรูนกับนิกวิ่งตามไปติดๆแบบไม่ค่อยกระตือรือร้นเท่า ใดนัก หน้าตึกนั้นข้างๆประตู ดาน่านั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้พนักตรงท่าทางอ่อนล้าอย่าง เห็นได้ชัด มีแอลยืนยิ้มร่าแบบตามปกติกับเจที่สีหน้าแทบไม่เคยเป ลี่ยนแปลงอยู่ข้างๆ ไง แอลตะโกน โบกไม้โบกมือให้รูนที่วิ่งเข้ามาหาเขา ___ นายไปเจอดาน่าที่ไหน รูนถาม ___ เรื่องนี้เอาไว้ก่อนละกัน เจพูด โบกมือไปมาเล็กน้อยให้รูน เอ่อ... ซิลค์ เธอน่าจะพาดาน่ากลับหอพักก่อน นะ เขาพูดต่อ สายตามองข้ามรั้วกับต้นไม้สูงไปยังตึกหอพักหญิงที่ดู ค่อนข้างใหม่ซึ่งตั้งอยู่ข้างๆหอพักชาย ขณะที่ซิลค์พยักหน้าและทำตามอย่างว่าง่าย เธอบอกขอบใจแอลกับเจแล้วพยุงดาน่าค่อยๆพาเดินกลับไปย ังหอพักหญิง ___ขึ้นห้องดีกว่า เจพูดขึ้นเมื่อร่างของซิลค์และดาน่าลับสายตาเขาไป ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ แอลก็รีบวิ่งเข้าประตูหอพักอย่างรวดเร็ว ตามมาสิ ถ้าอยากให้เราเล่าให้ฟังเดี๋ยวนี้...หรือไม่...ถ้าอย ากฟังจากซิลค์ที่ฟังต่อมาจากดาน่า...ก็พรุ่งนี้ เขาหันมาพูดต่อกับรูนและนิก ซึ่งนิกรีบเดินตามแอลเข้าหอพักทันที มือก็ดึงแขนรูนที่มีท่าทางว่าอยากฟังจากซิลค์มากกว่า เข้าไปด้วย ___สภาพของห้องที่แอลกับเจอาศัยอยู่แตกต่างจากห้องขอ งรูนกับนิกมาก เครื่องเรือนทุกชิ้นมีสภาพใหม่เอี่ยมเหมือนเพิ่งซื้อ มา ด้านในสุดของห้องมีเตียง 2 ชั้นตั้งอยู่ ทางขวาของเตียงก็เป็นโต๊ะเขียนหนังสือไม้ บนพื้นข้างๆเต็มไปด้วยกองสิ่งของแปลกๆกองสุมกันอยู่ กลางห้องมีโต๊ะขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยเก้าอี้ไม้เข้าชุดกัน 8 ตัว บนผนังทั้ง 4 ด้านเต็มไปด้วยโปสเตอร์ กระจกและสร้อยคอหลายแบบติดห้อยอยู่ แสงสว่างเรืองๆสบายตาดูเหมือนจะแผ่ออกมาจากผนังสีขาว ทุกด้านทำให้ภายในห้องสว่างเหมือนกับตอนกลางวันทั้งๆ ที่ตอนนี้เป็นเวลาเกือบค่ำแล้ว ___ ขอโทษทีที่ไม่ได้จัดห้องให้เรียบร้อยก่อน เจพูดเสียงราบเรียบ ขณะเดินไปเปิดหน้าต่าง พร้อมๆกับเสียงดังตึงเนื่องจากแอลวิ่งกระโดดขึ้นบนเต ียงชั้น 2 ___ อือ รูนร้อง เขาอ้าปากค้าง ความแตกต่างของห้องเขากับห้องนี้ทั้งๆที่อยู่ตึกเดีย วกัน ทำเอาเขาอึ้งไปเลย นิกค่อยๆนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างโต๊ะใหญ่กลางห้องพลาง หันสำรวจรอบๆ ___ ดูท่าว่านายอยากจะถามอะไรเราอยู่นี่นะ เจพูดขึ้น ดึงเก้าอี้ตัวหนึ่งที่อยู่ด้านตรงข้ามกับนิกออกมานั่ ง คำพูดของเขาดึงเอาความสนใจของนิกให้กลับมาสู่ประเด็น หลักที่เขาอยากรู้จนตามขึ้นมาถึงห้อง ส่วนรูนเลิกอาการอึ้งและค่อยๆทรุดตัวลงนั่งข้างๆนิก เรากับแอลไปพบดาน่าในเขตสวนธรรมชาติ ที่ห้องลับแห่งหนึ่ง เจพูดต่อโดยไม่รอให้นิกกับรูนยิงคำถามใดๆออกมา ___ เอ...แล้วเธอไปทำอะไรที่ห้องลับนั่นกันล่ะ วางแผนชิงดาบคืนงั้นเหรอ นิกถามออกมาอย่างรวดเร็ว ___ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เราคงพาเธอออกมาไม่ได้ง่ายๆหรอก เธอคงปฏิเสธเสียงแข็งไม่ให้พวกเราเข้าไปยุ่งหรอก จริงไหม ดีไม่ดีคงมาขอแก้มือเรื่องเมื่อตอนนั้นอีก เจตอบ ส่ายหน้าเล็กน้อย นิ้วโป้งชี้ไปที่แอลที่กำลังกลิ้งไปมาบนเตียง คืองี้นะ ที่ดาน่าไปอยู่ที่นั่นน่ะ เธอไม่ได้จะไปซุ่มทำอะไรหรอก แต่เป็นว่าเธอถูกจับตัวไปต่างหาก โดยเจ้าหัวขโมยคนหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า จอมโจรเงาน่ะ เขาพูดต่อ ___ จอมโจรเงา รูนพูดเสียงดัง ใครกันน่ะ เขาถาม ___ เขาเป็นนักเรียนปี 4 เป็นหัวขโมยติดอันดับ 1 ใน 10 ยอดหัวขโมยของโรงเรียน ได้ยินมาว่าเขาใช้วิชามายากลในการออกขโมยด้วย ไม่ค่อยมีใครที่เคยเห็นตัวเขาหรอก นี่คงเป็นที่มาของชื่อว่าจอมโจรเงา เห็นแต่เงามั๊ง นิกอธิบาย การจดจำเหล่าผู้โด่งดังในโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นสาขาไห นก็เป็นหนึ่งในความสามารถของเขา ___ แอลไปพบเธอถูกขังอยู่ในห้องที่ว่านั่น ข้างในโดนแต่งให้กลายเป็นห้องกระจกมายา ซึ่งเต็มไปด้วยทางวงกตที่สะท้อนไปมากับแสงไฟสลัวๆ เจพูดเมื่อนิกอธิบายจบ มีเสียงรูนสูดหายใจดังลั่นด้วยความกลัว ลองนึกภาพดูสิว่า ถ้าคุณไปติดอยู่ในห้องมืดๆเงียบๆเห็นแต่ตัวคุณเองหลา ยสิบคนแถมยังเดินแล้ววนไปมาหาทางออกไม่เจอนั้นจะเป็น ยังไง ถ้าเป็นเราก็คงจะเลือกใช้วิธีทลายกระจกนั่นให้หมด และดาน่าก็ใช้วิธีนั่นด้วย แต่คงลำบากหน่อยตรงที่ว่ากระจกเป็นกระจกกันการโจมตีแ ละเธอก็ไม่ได้มีอาวุธใดๆเลย ดังนั้นเธอก็ติดอยู่ในนั้นออกไม่ได้ เจเล่าต่อ นิ้วชี้ทั้งสองวาดรูปสี่เหลี่ยมในอากาศ ___ ว่าแต่ว่าเจ้านั่นจะจับดาน่าไปทำไมหว่า หลงเสน่ห์แม่นั่นหรือไง หรือไม่ก็คนอื่นที่หลงแล้วจ้างเจ้านั่นมา...เอ...แต่ ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ นิกพึมพำเบาๆแต่ให้ทุกคนได้ยินกันทั่ว ___ นั่นสิ ทำไมกันนะ เจพูด มีรอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นที่มุมปาก เรื่องเหตุผลอะไรนั่นเรายังไม่รู้หรอก และเรื่องที่เกิดขึ้นข้างในห้องนอกจากนี้เราก็ยังไม่ รู้เช่นกัน เราคอยอยู่นอกห้องน่ะ ส่วนทางคนที่บุกเข้าไปเป็นแอลเองแหละ ทั้งหมดหันไปจ้องแอลกันหมด แล้วแอลก็ยังไม่ได้เล่าอะไรให้เราฟังเลยในส่วนนี้ เจยักไหล่ ___แอลเลิกกลิ้งตัวเปลี่ยนเป็นนั่งนิ่ง กระพริบตาปริบๆมองไปยังเหล่าผู้กระหายต้องการฟังข้อม ูลเพิ่มเติม ก่อนจะส่ายหน้ายิ้มๆ ___ จ้างให้ก็ไม่บอก แอลหัวเราะเสียงดัง กระโดดลงจากเตียงและวิ่งไปรอบๆห้องหนีรูนกับนิกที่ตา มจับตัวเขา ส่วนเจยืนหัวเราะหึๆเบาๆในลำคอ __________________________________________________ ________________________ ___ อนาคตของดินแดนนี้ทั้งหมดได้ถูกลิขิตไว้แล้ว ถึงเป็นเจ้าก็เปลี่ยนมันไม่ได้หรอก แอล จงยอมรับเสียเถอะ เสียงแผ่วๆเสียงหนึ่งดังมาจากฟากฟ้าที่มืดมิด _____________________________________จบตอน |
| | |
| | #5 (permalink) |
| สมาชิก TG แรกเริ่ม ![]() โพส: 146 TG ออร่า: ![]() ![]() | ต่อเลยครับ ____________________________เทอร์เคียรี เมเทโอร่า ความทรงจำแห่งสัญญา ตอนที่ 3 การปรากฏตัวครั้งแรกของนักรบมืด ___ภายในห้องๆหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยกระจกที่ตั้งเรียงก ันมากมายอยู่ทั่ว มีเพียงแสงสว่างสลัวๆเท่านั้นที่ส่องให้เห็นว่าอะไรเ ป็นอะไร สาวน้อยคนหนึ่งผู้มีเชื้อสายปิศาจแมวผสมอยู่ในร่างกำ ลังเหนื่อยอ่อนอยู่ในนั้น เนื่องจากเธอได้ใช้แรงทั้งหมดในการพยายามพังกระจกที่ ล้อมรอบตัวเธอด้วยมือเปล่ามาหลายชั่วโมงแล้ว แต่ก็ไม่มีผลใดๆเกิดขึ้น กระจกเป็นกระจกกันการโจมตี เธอเหนื่อยอ่อนจนต้องทรุดตัวลงนั่งพิงกระจกบานหนึ่งพ ลางจ้องไปเบื้องหน้าที่มีตัวเธอเองอีกหลายสิบคนจ้องต อบกลับมา มือทั้ง 2 ข้างที่กำหมัดแน่นมีเลือดไหลออกมา ความกลัวแผ่กระจายเข้าแทนที่ความโกรธในจิตใจตอนแรก ___ทันใดนั้นเองเธอก็ตระหนักได้ว่ามีชายคนหนึ่งซุ่มอ ยู่ในเงามืดคอยจับตาดูเธอมาตั้งนานแล้ว เขาโผล่มาให้เห็นเพียงใบหน้าครึ่งหนึ่งกับหมวกทรงสูง สีดำเท่านั้น คนๆนี้คือคนที่สามารถเอาชนะเธอได้อย่างรวดเร็วก่อนที ่เธอจะใช้ฝีมือที่แท้จริงด้วยซ้ำ แถมยังชิงดาบเธอไปและจับเธอมาไว้ที่นี่ ___“ แกต้องการอะไรกันแน่ ” ดาน่าตะโกนถาม เธอนั่งนิ่งรู้สึกล้าไปทั้งตัว เรื่องจะลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงได้นะหรือ ลืมไปซะเถอะ ___“ หุบปาก และไม่ต้องพูดอะไรออกมา ” ชายในเงามืดนั้นพูด “ ได้เวลาพาตัวเธอไปให้นายจ้างของข้าแล้ว ” นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ดาน่าเริ่มรู้สึกกลัวอ ย่างเต็มที่ ชายคนนั้นเริ่มขยับตัวออกมาจากความมืด ___แต่ก่อนที่ดาน่าจะเห็นร่างของชายคนนั้นชัดๆ ร่างอีกร่างหนึ่งก็พุ่งทะลุกระจกบานหนึ่งเข้ามาขวางร ะหว่างเธอกับชายลึกลับนั่น ร่างที่มาใหม่นั้นอยู่ในผ้าคลุมกับหมวกยอดแหลมสีเขีย วแก่ ในมือมีดาบบางๆสีฟ้าอ่อนดูคุ้นตา เธอมีความรู้สึกแปลกๆว่าคนๆนี้ต้องมาช่วยเธออย่างแน่ นอน แต่เธอจะหวังมากไปหรือเปล่านะ คงไม่มีใครอยากจะมาช่วยเธอหรอก ในเมื่อเธอเคยไปทำไม่ดีกับคนอื่นไว้มากมาก่อนด้วย ___“ นายคงไม่พาเธอไปหรอกนะ ” คนที่โผล่มาใหม่พูด เสียงของเขาฟังดูร่าเริงและมั่นใจมาก ที่สำคัญคือดาน่ารู้สึกว่าต้องเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน แน่ๆ เมื่อเขาพูดจบก็รีบกระโจนใส่ร่างที่อยู่ในเงามืดและห ายไป ___นานเท่าใดไม่สามารถคาดคะเนได้ ทุกสิ่งดูเงียบสงบ เงียบจนน่ากลัว เสียงกระซิบบางอย่างดังขึ้นในหัวของดาน่า ทุกครั้งที่เสียงกระซิบนั้นดังมันทำให้เธอรู้สึกแย่แ ละมึนหัวไปหมด จนไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆเข้ามา ใกล้เธอ และแล้วมือข้างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจับแขนเธอ ___“ อย่าไปฟังเสียงกระซิบนั้นนะ ” เสียงของชายในผ้าคลุมสีเขียวแก่ดังขึ้น ดึงเอาสติเธอกลับมาสู่โลกความจริง “ มันจะพาเธอไปยังฝ่ายมืด ซึ่งเธอก็คงเกือบจะได้ไปสู่ด้านนั้นมาแล้วในหลายๆครั ้ง ” ___“ ผมว่าน่าจะปลอดภัยแล้วนะ เจ้าโจรกระจอกนั่นถอยหนีไปแล้วล่ะ ” เสียงเดิมดังขึ้นอีก พอดาน่าเงยหน้ามองก็พบกับชายผู้สวมหน้ากากสีขาวกำลัง จ้องเธออยู่ “ เอ...ผมมาช่วยคุณนะ อย่าคิดว่าเป็นพวกเดียวกับเจ้านั่นล่ะ อ้อใช่! เธอคงสงสัยสินะว่าผมเป็นใครกัน ผมยังไม่บอกหรอก ยังไม่ถึงเวลา ” ชายคนนั้นพูดต่ออีกเป็นชุดๆ และดูเหมือนจะสรุปให้เสร็จเลยโดยไม่ต้องถามคำถามใดๆ ___“ เอ่อ...หา? ” ดาน่าอึ้งกับท่าทางและการพูดแปลกๆของชายตรงหน้าเธอจน พูดอะไรไม่ออก เขาจับชายผ้าคลุมด้วยมือข้างหนึ่งและใช้มืออีกข้างทำ ท่าเหมือนกับจะหยิบอะไรออกมาจากภายในผ้าคลุมนั้น เมื่อเขาดึงมือกลับออกมาก็มีดาบเล่มยาวเล่มหนึ่งออกม าด้วย ดาบเล่มยาวที่เปี่ยมไปด้วยพลังของดาน่านั่นเอง ___“ วิชาหัวขโมยของเจ้านั่นยังอ่อนอยู่ สู้ผมไม่ได้หรอก ” เขากวัดแกว่งดาบไปมาอย่างคล่องแคล่ว และตกลงเขาก็เป็นหัวขโมยเหมือนเจ้าเงาอะไรนั่นด้วย “ ให้ตายสิ ดาบนี้ออกจะยาวเกินไปสำหรับที่เธอจะใช้นะ สั้นลงบ้างก็ดี ” เขาพูดต่อ พลางยกดาบชูขึ้นเหนือหัว มีแสงสว่างจ้าเปล่งออกมาจากดาบจนดาน่าต้องหลับตา ในวินาทีต่อมาเธอก็พบว่าดาบสั้นลงมากจนต้องยอมรับจริ งๆว่าเหมาะมือเธอมาก ___“ นายทำอะไรน่ะ ” ดาน่าตะโกนออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจนัก “ นี่มันดาบของฉันนะ อย่ามาทำอะไรกันตามใจสิ ” ถึงแม้ว่าสภาพของดาบในตอนนี้น่าจะเหมาะกับเธอกว่าเมื ่อก่อน แต่เธอก็ยังไม่วายหงุดหงิดตามแบบฉบับนิสัยของเธอที่ใ ครๆก็ห้ามมายุ่งกับของๆเธอ ถึงแม้ว่าคนๆนั้นจะเพิ่งช่วยเหลือเธอมาก็ตาม ตอนนี้เธอมีความไม่พอใจแทรกเข้ามาในใจมากพอที่จะมองข ้ามบางสิ่งไป บางสิ่งที่สำคัญ ___“ เฮ้อ! เพราะหยั่งงี้ไงถึงไม่มีใครอยากจะยุ่งกับเธอ ” ชายผู้ที่ไม่ยอมบอกชื่อถอนหายใจ “ นี่ผมอุตส่าห์เดินทางกลับมาที่เมืองนี้อีกครั้งตามสั ญญาเพื่อจะมาหาเธอ คนที่จะมาเป็นคู่หูของผมเชียวนะ แต่ผมกลับพบว่าแค่ในเรื่องคุณสมบัติ เธอก็คงจะไม่ผ่านแล้ว ” ___“ คู่หู? อะไรกัน ” ดาน่าถามออกมาดังๆ น้ำเสียงฟังดูไม่พอใจมากกว่าเดิม ถึงขนาดว่าถ้าเธอยังมีแรงเหลืออยู่นะ ชายที่อยู่ตรงหน้านี้คงโดนเธอต่อยไปแล้ว “ ฉันไม่เคยรู้จักนายมาก่อนเลย ” เธอพูดต่อ ___“ โอ๊ยตาย! เธอลืมผมไปแล้ว ” ชายลึกลับใช้มือตบหัวตัวเองเบาๆ ยืนนิ่งใช้ความคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “ แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ! ผมค่อนข้างจะผิดหวังนะ ดาน่า เธอทำตัวผิดไปมาก ” ดาน่านั่งนิ่งเงียบ เริ่มมีความงุนงงกับคนที่อยู่ตรงหน้า จริงๆแล้วเขาไล่เจ้าโจรนั่นไปเพื่ออะไรกันนะ ไม่ได้ตั้งใจจะมาช่วยพาเธอออกไปจากที่นี่ แต่เป็นว่าจะมานั่งสั่งสอนเธออย่างนั้นหรือ ___“ ที่ผมเคยบอกให้เธอเข้มแข็งขึ้นน่ะ ไม่ได้จะให้เธอกลายเป็นคนที่เอาแต่ใจใช้แต่กำลังนะ ที่ผมต้องการจริงๆคือให้เธอใช้พลังของเธอนั้นช่วยเหล ือผู้อื่นต่างหาก จะได้มีเพื่อนเยอะๆไง ” เขาพูด ปักดาบของดาน่าลงบนพื้น ดาบสั่นเล็กน้อย “ เธอเป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านพลังมากนะ พลังแห่งจิตใจหรือพลังเวทย์มนต์นั้นมีมากมายมหาศาลใน ตัวเธอ ดาน่า มากกว่าที่คนทั่วไปมีเสียอีก ” ___แสงสีเขียวสดใสส่องวาบออกจากดวงตาบนใบหน้าที่ถูกบ ดบังด้วยหน้ากากของชายลึกลับผู้นี้ พร้อมๆกับรอยยิ้มอย่างอ่อนโยนปรากฏขึ้น “ แต่ว่ายังพอมีเวลา เธอยังสามารถแก้ไขกลับตัวได้ เธอยังมีโอกาสอยู่ จงแก้ไขตัวเอง แล้วเธอจะต้องได้แข็งแกร่งมากขึ้นกว่านี้อีกแน่นอน ” ___ถ้าเป็นดาน่ายามปกติแล้วล่ะก็ คนที่มาพูดสั่งสอนเธอแบบนี้คงได้แหลกไปแล้วแน่นอน แต่ว่าในตอนนี้เธอกลับพูดอะไรไม่ออกเลยซักนิดเดียว ภายในหัวสมองตื้อไปหมด เธอจำท่าทางการพูดแบบนี้ได้ อีกทั้งรอยยิ้มและแน่นอนที่สุดคือนัยน์ตาพิเศษที่มีเ พียงคนเดียว นัยน์ตาที่มีแสงสีเขียวสดใสส่องเป็นประกาย ___“ นะ...นาย ” ดาน่าพูดสั้นๆตะกุกตะกักด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแปลกใจม าก นัยน์ตาเบิกกว้าง __________________________________________________ ___________________ ___“ ตื่นเต้นจังๆ ” แอลตะโกน วิ่งไปรอบๆกลุ่มคนที่เดินร่วมทางกับเขา วันนี้เป็นวันแรกของการเข้าเรียนวิชาเลือกของแต่ละคน และทั้งวันก็มีเรียนเพียงวิชานี้วิชาเดียวเท่านั้น แค่ชั่วโมงเดียวด้วย ส่วนเวลาที่เหลือจะใช้ไปหมดกับการเตรียมงานเทศกาลฉลอ งในอีก 3 วันข้างหน้า ซึ่งก็คือเทศกาลฉลองฤดู ที่มีจัดแค่ที่เมืองแห่งการศึกษา‘กรีนกลอรี’ที่นี่ที ่เดียวเท่านั้น และงานครั้งนี้เป็นการฉลองเข้าสู่ฤดูฝน ___“ สงบจิตสงบใจบ้างสิ ” เจพูดเสียงรำคาญ ขณะที่กำลังเดินไปตามถนน สองข้างทางเป็นพุ่มไม้เตี้ยๆเรียงรายไป ระหว่างเดินจะรู้สึกเหมือนกับว่าทางจะชันขึ้นเล็กน้อ ย ป้ายขนาดใหญ่พื้นหลังสีดำติดบนกำแพงรั้วขาวปรากฏให้เ ห็นอยู่เบื้องหน้า ตัวหนังสือสีทองเขียนไว้อย่างชัดเจนแต่ไกลว่า ‘ เลวิเทีย : สถานศึกษาสำหรับทุกๆสายอาชีพและทุกระดับชั้น ’ ส่วนบรรทัดต่อมาเป็นตัวหนังสือที่เล็กลงกว่าเดิมมากบ รรยายเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่สอนที่นี่ ซึ่งไม่ได้มีใครมาสนใจนัก ___หอคอยสูงขนาดใหญ่สร้างติดกับตึกรูปตัวแอลที่สูงที ่สุดในเมืองนี้เป็นสิ่งที่ 2 ที่จะเห็นถัดจากกำแพงสูงและป้ายชื่อโรงเรียน ตึกบวกหอคอยที่ดูคล้ายกับว่าจะสร้างจากหินทั่วๆไปนี้ จริงๆแล้วสร้างมาจากแร่มอนไทด์ และสร้างมาให้มีขนาดใหญ่มากขนาดว่ามีคนอยู่ในนั้นซัก หลายพันคนก็ยังกว้างขวางไม่แออัดยัดเยียดเลย ข้างในมีทั้งหมด 9 ชั้นด้วยกัน ทางด้านขวาของตัวตึกมีทางเชื่อมเล็กๆสั้นๆกันฝนได้เช ื่อมต่อกับตึกโรงอาหารซึ่งมีขนาดเล็กกว่ามาก(แต่ก็ยั งใหญ่อยู่ดี) ___รูนกับแอลเดินแข่งกันไปบนพื้นที่ปูด้วยหินแผ่นสีเ ทาๆต่อกันเป็นทางเดิน ผ่านพวกนักเรียนที่วิ่งเล่นกันอย่างร่าเริงในสนามหญ้ าขนาดใหญ่ทางขวามือ รอบๆมีเก้าอี้หินสีขาวตั้งอยู่เป็นช่วงๆและมีนักเรีย นบางส่วนเกาะกลุ่มคุยกัน สนามนี้กินเนื้อที่ตั้งแต่หน้าตึกเรียนไปจนเกือบถึงท างออกของโรงเรียน ในตอนนี้แสงอาทิตย์ก็เริ่มส่องลงมาทาบบางส่วนของสนาม แล้ว ทำให้เกิดประกายระยิบระยับบนใบหญ้าที่ถูกตัดสั้นเท่า ๆกันอย่างเป็นระเบียบ ___รูนกับพวกใช้เวลาเกือบ 10 นาทีในการเดินจากประตูโรงเรียนจนถึงหน้าประตูห้องเรี ยนประจำของพวกเขา ทันทีที่เปิดประตูและก้าวเข้าไปในห้องเพียงก้าวแรก รูนก็รู้สึกได้ถึงคลื่นแห่งความตื่นเต้นที่แผ่กระจาย ไปทั่วห้อง เสียงคุยกันดังต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนจากกลุ่มนักเรีย นที่มาออกันอยู่หน้าห้อง แอลรีบวิ่งเข้าไปในกลุ่มคนที่ออกันอยู่อย่างหนาแน่น ผลุบๆโผล่ๆอยู่แป๊บนึงแล้วจึงโผล่กลับออกมาพร้อมกับร อยยิ้มตามปกติในยามที่เขารู้สึกพอใจ ___“ รูน นายได้เรียนสายอัศวินขาวล่ะ ยินดีด้วย ” แอลพูด จับมือรูนเขย่า ข้างๆมีนักเรียนคนหนึ่งได้ยินที่แอลพูด เขาส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ มีนักเรียนไม่น้อยที่พอจะรู้จักกับรูนและพวกเขาก็ไม่ คิดว่ารูนจะได้เรียนสายอัศวินขาว “ เธอก็ด้วยนะซิลค์ ดาน่า ” เขาพูดต่อ จับมือซิลค์กับดาน่าเขย่าด้วยเช่นกัน ในเช้านี้รูนกับนิกรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไป ตั้งแต่ตอนที่ซิลค์กับดาน่าโผล่มาปลุกพวกเขา และตลอดการเดินทางมาโรงเรียนพร้อมกันจนถึงห้องเรียน บางอย่างที่ทั้งคู่ยังนึกไม่ออก ___“ ของนาย สายนักรบ ดีมากเลย ” แอลหันมาพูดกับนิก เสียงกรีดร้องอย่างดีใจดังจนแก้วหูแทบแตกดังขึ้นข้าง ๆกลุ่มที่รูนยืนอยู่พร้อมๆกับนักเรียนหญิงคนหนึ่งวิ่ งออกจากห้องด้วยความเร็วสูง เธอคงจะไปประกาศกับเพื่อนๆที่ห้องอื่นของเธอเป็นแน่ การเลือกเรียนสายต่างๆนี้เป็นการเรียนเพื่อที่จะออกไ ปสู่สังคมในอนาคตซึ่งจะต้องใช้ความคิดไตร่ตรองอย่างม าก แนวทางอย่างหนึ่งในการเลือกก็คือ เลือกในสิ่งที่ตัวเองชอบและสนใจ แต่สิ่งที่ตัดสินในท้ายที่สุดก็จะเป็นอาจารย์ในสายวิ ชานั้นๆว่าจะรับเข้าในสาขาของตนไหม และในส่วนนี้ก็เคยมีหลายคนแล้วที่โดนปฏิเสธไม่ไห้เข้ าไปเรียน จะเรียกได้ว่าบ่อยมากเลยก็ได้ จุดนี่แหละที่น่าตื่นเต้นที่สุด จึงไม่แปลกเลยว่าในวันประกาศผลสายวิชาที่นักเรียนเลื อกเรียนเช่นวันนี้จึงเป็นวันที่หนวกหูที่สุด ___“ แล้วพวกนายล่ะ ” นิกถามแอลกับเจ “ ได้เรียนสายอะไรกันบ้าง ” ___“ ผมเหรอ นักดนตรีล่ะ ” แอลพูดอย่างร่าเริง หัวเราะแบบไม่ใส่ใจนักกับสีหน้าประหลาดใจของผู้ฟังที ่รอคอยคำตอบของเขาอยู่ ก่อนจะหันหน้าไปพูดกับเจเสียงดังฟังชัด “ เจ สายนักประดิษฐ์ ” เจพยักหน้า ยิ้มน้อยๆอย่างพอใจ ___“ นักดนตรีกับนักประดิษฐ์อย่างงั้นเหรอ อืม...คงจะเป็นข่าวใหญ่ได้เลยนะเนี่ย รู้ตัวไหมว่านายทั้งคู่น่ะถูกคนอื่นจับตามองอยู่เยอะ เหมือนกันนะ ” เสียงดังขึ้นด้านหลังของรูนพร้อมกับการมาของลีออน “ มีคนไม่ต่ำกว่าร้อยที่คาดว่านายทั้งคู่ต้องลงสายอัศว ินขาวแน่ๆ ก็สายนี้มันฮ็อตมากเลยนี่นะ ใครๆก็ต่างเดินทางมาเรียนต่อสายนี้ที่โรงเรียนนี้ทั้ งนั้น คงผิดหวังกับหมดตัวกันเยอะเลย ” ลีออนหัวเราะ ___“ ไง ลีออน ” รูนทัก ___ชั่วโมงที่ต้องเรียนในวันนี้มีเพียงคาบเช้าเพียงค าบเดียว คือชั่วโมงของวิชาเลือก ซึ่งเป็นการเข้าเรียนครั้งแรก สิ่งที่นักเรียนต้องทำคือ เตรียมตัวให้พร้อมกับการเข้าฟังคำอธิบายอันยืดยาวของ อาจารย์ประจำเกี่ยวกับวิชานั้นๆและพยายามทำใจไม่ให้ต ัวเองหลับไปเสียก่อนที่จะจบชั่วโมง และคาบแรกนี้ก็นับว่าเป็นคาบที่โหดร้ายพอควรสำหรับรู น ผู้ไม่ชอบนั่งฟังอะไรยืดยาว ___คาบของอัศวินขาวเฉพาะในวันนี้เรียนกันในห้องประชุ มขนาดใหญ่ที่ปกติใช้ในงานเทศกาลหรือประชุมนักเรียน เก้าอี้ไม้พนักตรงหลายร้อยตัวตั้งเรียงกันเป็นแถวๆอย ่างเป็นระเบียบ ทุกตัวตั้งหันไปทางเดียวกันคือด้านหน้าที่เป็นเวทีขน าดใหญ่ มีวอลเลซนั่งอยู่ตรงกลาง กำลังจ้องมองนักเรียนเจ็ดสิบกว่าคนบนเก้าอี้ไม้ด้านล ่างอยู่ ___“ ขอต้อนรับพวกเธอทุกคนเข้าสู่วิชาที่จะฝึกเธอให้เป็นอ ัศวินขาวที่เก่งกาจ และสำหรับคนที่จะสอนพวกเธอในวิชานี้ก็คือครูเอง วอลเลซ คงจะรู้จักกันมาบ้างแล้วละนะ ” วอลเลซพูด “ ชั่วโมงแรกนี้จริงๆแล้วก็ไม่ได้มีอะไรมาก เราก็แค่จะมาพูดคุยกันก่อนเฉยๆเท่านั้น เอาล่ะ! ครูขอถามหน่อย ใครรู้บ้างว่า ทำไมที่ดินแดนของเรานี้ต้องมีการเรียนพวกสายต่อสู้กั นด้วย ทั้งที่ดูดูไปก็สงบสุขดีอยู่แล้ว ” เขาเริ่มต้นด้วยการยิงคำถามซ้ำๆที่ถามมาทุกๆปี เสียงพูดคุยปรึกษากันดังขึ้นทันทีที่ถามจบ ___มือหนึ่งชูขึ้นแถวๆด้านหลังของกลุ่มนักเรียน “ สงบสุขหรือ ยังพูดอย่างนั้นไม่ได้หรอก ที่ดินแดนเรานี้อันตรายจะตาย สำหรับในส่วนนอกเมืองที่ไม่มีมาตรการป้องกันล่ะนะ ยังมีการโจมตีของเหล่าอสูรฝ่ายมืดอยู่ แล้วก็อย่าลืมพวกนักรบมืดด้วย พวกนี้ล้มได้ยากมาก เชื่อเถอะว่าไม่มีใครอยากเห็นการโจมตีของพวกมันแน่ ” เสียงตอบดังขึ้น เสียงนี้ฟังดูคล้ายเจมาก “ อีกอย่างการเรียนนี้เป็นแบบเก่าที่ดำเนินมานานมากแล้ ว แต่ยังไม่มีใครที่เรียกร้องว่าให้เปลี่ยนแปลงมัน คงจะยังเป็นประโยชน์เมื่อเรียนจบไปแล้วและไว้ให้ป้อง กันตัวจากพวกฝ่ายมืดมั๊ง ” เสียงตอบยังดังต่อไป รูนและนักเรียนคนอื่นๆหันไปมอง เจจริงๆด้วย มีแอลนั่งอยู่ข้างๆ ___“ แต่ว่าพวกวิชาเกี่ยวกับการคำนวณยังมีอยู่น่ะ แย่จัง ถ้าเป็นไปได้ผมขอร้องเรียนให้ยกเลิกวิชานี้ไปเลย ” แอลบ่นพึมพำเมื่อเจพูดจบ ___“ แอล เจ พวกเธอมาได้ยังไง เธอเรียนวิชาอื่นอยู่ไม่ใช่เหรอ ” ซิลค์ถามขึ้น เธอนั่งอยู่หน้าทั้งคู่สามแถว ขนาบข้างด้วยดาน่าและรูน ___“ วิชาอื่นๆส่วนใหญ่พูดเสร็จแล้ว ดูอย่างแอลสิ นั่นแค่ 5 นาทีเอง ” เจพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแบบว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้ นเป็นปกติวิสัยซึ่งอาจจะจริงก็ได้ แต่รูนค่อนข้างจะแน่ใจว่าสำหรับแอลแล้ว เขาคงต้องหนีออกมากลางคันอย่างน้อยก็ซักเจ็ดสิบเปอร์ เซนต์ “ จะเหลือก็แต่วิชาบางวิชาที่อาจารย์ของวิชานั้นมาเข้า สอนสายนะครับ ” เจพูดต่อ ส่งสายตาแปลกๆไปยังวอลเลซที่นั่งนิ่งยอมรับทุกสิ่งทุ กอย่างที่เจพูดออกมา เขามาเข้าสอนสายเกือบสิบห้านาทีเลย ___“ เอ่อ...ก็นะ ” วอลเลซอึกอัก ที่เจพูดเมื่อครู่ทำให้สมองของเขาชะงักค้างไปครู่หนึ ่ง ก่อนจะปรับท่าทีกลับสู่ปกติได้อย่างรวดเร็ว “ ก็อย่างที่เจพูดไปเมื่อครู่ละนะ เอ้ยไม่ใช่ ไม่ใช่นะเอ็ม ไม่ใช่เรื่องที่ครูเข้าสาย เรื่องที่ถามไว้ตอนแรกต่างหาก ก็...ครูคิดว่าครูคงไม่ต้องบอกสาเหตุที่เหลืออีกแล้ว นะ เจเขาตอบถูกเกือบทั้งหมดแล้วล่ะ ” ___“ สายอัศวินขาวนั้นเมื่อเราเรียนจบออกไปนั้น ถ้าคะแนนความสามารถเราสูงหน่อยก็จะได้ตำแหน่งนักวางแ ผนการรบระดับเดียวผู้บริหารไปเลยอย่างสบายๆ แต่ว่าถ้าพวกเธอเลือกที่จะไปประจำตามที่... ” วอลเลซเริ่มต้นพูดสาธยายและจะเป็นแบบนี้ไปตลอดทั้งชั ่วโมง ทางรูนก็คอพับลงอยู่ในท่าที่สบายที่สุดแล้วเริ่มกรน __________________________________________________ ______________- ___“ แอล ว่าไง ” รูนพูด โบกมือให้แอลกับเจที่กำลังปูผ้าสีดำผืนใหญ่ลงบนโต๊ะต ัวยาวสองตัวต่อกันภายใต้ร่มเงาของเต็นท์ที่ตั้งต่อกั นเป็นแถวๆทั่วสนาม ท่ามกลางความโกลาหลของนักเรียน เวลาแห่งการจัดเตรียมงานฉลองเริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่หมด ชั่วโมงแรกของวิชาเลือก ภายในโรงเรียนจะมีการแบ่งจัดงานเป็นโซนๆ ในห้องประชุมสองชั้นที่ติดกับสนามทางด้านซ้ายจะเป็นส ถานที่จัดงานเลี้ยงและเต้นรำ เรื่องอาหารจะมาจากโรงอาหารซึ่งลำบากหน่อยตรงที่ต้อง ขนผ่านเขตสวนธรรมชาติและน้ำพุรูปอัศวินหญิงที่จะจัดเ ป็นสนามการแข่งขันซักอย่างสองอย่างถึงจะมาเสิร์ฟในห้ องประชุมได้ (ลำบากมากเลยในวันจริงที่มีนักเรียนเดินมั่วเต็มไปหม ด) ___“ ลำบากชะมัด ยัยหัวหน้าห้องบ้านั่นพยายามตามมายัดงานให้ฉันให้ได้ กว่าจะหนีมาได้ก็แทบแย่ ” รูนบ่น “ พวกที่ไม่มีชมรมอยู่ก็โดนกวาดไปช่วยงานของห้องที่จะจ ัดโชว์กันหมดเลย ” ___“ เหรอ ถ้าจะหลบละก็ไปที่ตรงเขตสวนธรรมชาติสิ ตรงนั้นคนยุ่งกันมาก ไม่มีใครสนใจพวกนายแน่ ” เจพูด ชี้ไปทางน้ำพุรูปอัศวินหญิงกลางโรงเรียน ตรงจุดนั้นยุ่งมากจริงๆด้วย ขนาดว่าใครที่มากันเป็นกลุ่มถ้าไม่ตามกันให้ดีละก็คล าดกันแน่ๆ ___“ นายทำงานของชมรมอะไรอยู่น่ะ ” นิกถามแอลที่นั่งบรรจงตัดกระดาษเป็นรูปวงกลม อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าคนที่มีงานในเขตสนามก็จะเป็นพ วกชมรมทั้งนั้นแหละ ไม่มีอย่างอื่นปลอมปนเลย (อาจจะยกเว้นพวกหนีงาน) นักเรียนกลุ่มใหญ่เดินผ่านพวกเขาไป แต่ละคนบ่นกระปอดกระแปดและแบกอะไรใหญ่ๆไปด้วย นิกจ้องมองอย่างขยาด ชมรมบางชมรมนี่โหดมากเลย เพราะหยั่งงี้แหละ ทั้งเขากับรูนเลยไม่คิดจะเข้าชมรมใดๆทั้งสิ้น เผื่อจะเจอกับอะไรโหดๆแล้วถอนตัวไม่ได้ ___“ ชมรมวิจัยเวทย์มนต์ล่ะ ” แอลพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ เป็นชมรมที่ดีมากเลยนะ ” ___“ เหรอ ว่าแต่ใครเป็นหัวหน้าล่ะ ” นิกถามขึ้น ถึงแม้ว่ารูนกับเขาจะไม่ได้เข้าชมรมใดๆเลยแต่ก็ไม่ใช ่ว่าจะไม่รู้อะไร พวกเขารู้จักรายละเอียดของชมรมต่างๆมากกว่าคนเกือบคร ึ่งโรงเรียนเสียอีก และชมรมวิจัยเวทย์มนต์นี้เขาทั้งคู่ก็ไม่เคยได้ยินชื ่อมาก่อนเลย “ แล้วชมรมนี้ตั้งมานานแล้วเหรอ มีสมาชิกมากไหม ” นิกยิงคำถามต่อเป็นชุดๆด้วยความอยากรู้ ___“ ผมเอง หัวหน้า ” เสียงราบเรียบของเจลอยมากระทบหูของรูน “ ชมรมนี้เพิ่งจะขอตั้งจากอาจารย์ใหญ่เมื่อตะกี๊นี้เอง เป็นกรณีพิเศษ(พูดง่ายๆก็น่าจะใช้เส้นนั่นเอง) นายทั้งคู่สนใจไหมล่ะ ถ้านายทั้งคู่เข้านะก็จะเป็น 6 คน ” ___“ 6 เหรอ ” รูนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงประหลาดใจว่าทำไมชมรมประหลาดๆ ที่เพิ่งตั้งมาไม่กี่นาทีก่อนจะมีใครสนใจเข้าเป็นสมา ชิก แต่ว่ามันก็เกิดขึ้นแล้วล่ะ ___“ ไม่ต้องคิดดูถูกเลย คนสองคนก่อนที่มาเข้านี่ก็คือซิลค์กับดาน่า ” เจตอบแบบว่าสามารถรับรู้ถึงความคิดของรูนได้ “ ทีนี้เริ่มสนใจแล้วหรือยังล่ะ ” เขาหัวเราะน้อยๆก่อนจะหันไปจัดการกับกระดาษปึกใหญ่ที ่กองอยู่ด้านหลังของเขา นักเรียนอีกห้าหกคนมีสีหน้าเหน็ดเหนื่อยเดินผ่านซุ้ม ของแอลกับเจพร้อมๆกับบ่นพึมพำไปด้วยตลอดทาง ___“ ตกลง ผมขอเข้าร่วมด้วย ” รูนตอบเจด้วยเสียงอันดังอย่างไม่ลังเล รอยยิ้มน้อยๆปรากฎขึ้นตรงมุมปากของเจ เขาคิดไว้แล้วว่าถ้าได้ซิลค์มาเข้าชมรมนี้ ยังไงเสียก็ต้องมีรูนมาเข้าด้วยแหละ __________________________________________________ ________________- ___“ ขอซื้อแซนไนนซักสองเหรียญทองหน่อยค่ะ ” ซิลค์พูดกับชายวัยกลางคนท่าทางดูใจดีที่ผูกผ้ากันเปื ้อนสีน้ำตาลคล้ำๆดูธรรมดาคนหนึ่ง ทั้งสอง ซิลค์กับดาน่าถูกเจใช้ให้มาซื้อก้อนแซนไนนซึ่งเป็นแร ่ที่สังเคราะห์มาจากต้นไม้ชนิดหนึ่งในเมืองแห่งแร่ทา งเหนือ มีคุณสมบัติในการให้พลังงานสูงในการใช้ประกอบกิจกรรม ต่างๆ เช่น การทำอาหารและใช้ใส่ในตะเกียงกับคบเพลิงโดยไม่ต้องมา จุดไฟให้เกิดมลภาวะใดๆเลย เนื่องจากว่าที่นี่ไม่มีการผลิตไฟฟ้าเหมือนที่ดินแดน และดวงดาวอื่นๆ การผลิตของแบบนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ และเพราะว่าแร่นี้ทำมาจากผลผลิตของพืชจึงไม่ก่อให้เก ิดผลเสียใดๆทั้งสิ้น ___“ นี่ ซิลค์ ทำไมเธอต้องมาเข้าชมรมแปลกๆแบบนี้ด้วยล่ะ มีชมรมน่าจะเกินหลายสิบแห่งเลยนะที่จะยอมรับให้เธอเข ้าเป็นสมาชิกได้ทันทีที่เอ่ยปากขอ ” ดาน่าถามซิลค์ขณะทั้งคู่เดินออกจากร้านขายของทั่วไปใ นใจกลางเมืองหลังจากซื้อของที่เจสั่งมาเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่วันที่โรงเรียนอนุญาตให้นักเ รียนออกนอกเขตโรงเรียนได้ในเวลาเรียน “ แล้วชมรมพวกนั้นก็คงไม่กล้าใช้งานเธอด้วย ” ดาน่าพูดต่อ ____“ นี่ดาน่า เลิกบ่นได้แล้วน่า ” ซิลค์พูดอย่างอารมณ์ดี พลางแกว่งถุงที่ใส่แซนไนนเล่น มีคนที่เธอจำหน้าได้ว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกับ เธอสองสามคนเดินสวนทางไป “ ดูท่าทางเธอจะยังมีอคติต่อแอลเขานะ หัดทำใจยอมรับคนอื่นบ้างสิ ไหนบอกว่าจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นไง ” ซิลค์หัวเราะน้อยๆ ___“ ก็...มันยังทำใจยากน่ะ ” ดาน่าพูดช้าๆด้วยเสียงเบาๆผิดกับปกติ “ จะให้ไปดีกับคนที่เคยแย่งดาบไปเล่นแล้วยังล้มฉันได้เ นี่ย มันยากมากรู้ไหม ” ___“ แต่ทั้งคู่ แอลกับเจก็ไม่ได้คิดร้ายกับเธอนะ คิดดูสิ ในวันที่เธอหายตัวไปนั่นน่ะ จริงๆแล้วไม่มีใครที่จะสนใจเลยว่าเธอหายไปไหน แต่แอลกับเจเขาก็มาช่วยฉันตามหาเธอโดยที่ไม่มีท่าทาง เคียดแค้นอะไรเธอเลย ทั้งที่เธอเคยไปอาละวาดใส่เขามาก่อน ” ซิลค์พูด “ ดังนั้นเธอก็ทำตัวดีๆกับพวกเขาหน่อยละกัน รูนกับนิกก็ด้วยนะ ” เธอพูดต่อกับดาน่าที่เกือบจะเปิดปากพูดโต้แย้ง แต่ก็เงียบเสียก่อนเนื่องจากว่าดาน่าก็ไม่สามารถปฏิเ สธได้ว่า ทั้งรูนกับนิกก็พยายามช่วยเธอไว้เหมือนกัน จึงได้แต่พยักหน้าหงึกๆอย่างว่าง่าย ___“ เฮ้อ... ” ดาน่าถอนหายใจ เมื่อไม่กี่วันก่อนนั้นเธอได้พบกับชายผู้สวมหน้ากากป ริศนาคนหนึ่งในห้องกระจกมายา ซึ่งเธอรู้สึกว่าเคยได้เจอกับเขาในช่วงวัยเด็กหลายปี ก่อน และยังรู้สึกอีกว่าเขาเป็นคนที่เธอรอคอยอยากจะพบมาตล อดจนถึงปัจจุบัน แต่กลับไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงทำให้เธอรู้สึกเช่นนั้น “ คนๆนั้นเป็นใครกันแน่นะ ” เธอพึมพำ พยายามนึกทบทวนความทรงจำในอดีต แต่สิ่งที่อยู่ในหัวเธอกลับว่างเปล่า ความทรงจำเธอสับสนวุ่นวายไปหมด ไม่มีช่วงที่น่าจะเป็นตอนที่เธอได้เจอกับคนๆนั้นเลย ‘ นี่ผมอุตส่าห์เดินทางกลับมาที่เมืองนี้อีกครั้งตามสั ญญาเพื่อจะมาหาเธอ คนที่จะมาเป็นคู่หูของผมเชียวนะ ’ เสียงชายคนนั้นดังแว่วขึ้นในใจของเธอ ‘ อีกครั้งเหรอ นี่เราเคยไปให้สัญญาอะไรกับเขาไว้ด้วยเหรอ ’ ดาน่าคิดอย่างมึนงง แต่ในขณะที่เธอกำลังคิดอย่างหนักอยู่นั้นซิลค์ก็พูดแ ทรกขึ้นมา ___“ เธอกำลังคิดถึงคนลึกลับที่ช่วยเธอออกมาจากห้องลับ แล้วพามาส่งต่อให้กับเจใช่ไหม ” ซิลค์พูดราวกับรู้ว่าดาน่ากำลังคิดอะไรอยู่ เธอก็ได้ฟังเรื่องในวันนั้นจากดาน่าอย่างละเอียดเหมื อนกัน เป็นเรื่องในส่วนที่ดาน่ารับรู้และยังไม่ได้ไปเล่าใน ใครฟัง “ เธอคิดว่าต้องเคยรู้จักกับเขามาก่อนใช่ไหม ” ซิลค์ถาม ดาน่าพยักหน้า ___“ เท่าที่ฉันมาลองนั่งคิดๆดูแล้วนะ เมื่อตอนเด็กๆเธอก็ไม่ค่อยมีใครเล่นด้วยนี่เนอะ ไม่สิ เรียกว่าไม่มีเพื่อนเลยก็ยังได้ ” ซิลค์พูด “ แต่ว่ากลับไปมีสัญญากับเด็กผู้ชายเสียได้ แปลกจังนะ ” ___“ นี่ ซิลค์ ไม่ต้องขุดคุยเรื่องตอนเด็กของฉันมาเล่าใหม่ได้ไหม มันไม่ค่อยมีเรื่องน่าประทับใจซักเท่าไหร่หรอก ” ดาน่าพูดเสียงเบา เมื่อเห็นเด็กนักเรียนกลุ่มเดิมที่เคยสวนกันในตัวเมื องที่มีร้านขายของเยอะๆวิ่งแซงพวกเธอไป “ มันค่อนข้างจะ...เอ่อ...ไม่อยากจะนึกถึงน่ะ ” ___“ ไม่ใช่นะ ดาน่า ฉันไม่ได้ตั้งใจแบบนั้น ” ซิลค์รีบส่ายหน้า “ ฉันลองมานั่งทบทวนแล้วนะ จำได้รางๆในช่วงตอนที่เธอเพิ่งจะมารู้จักกับฉัน มีเด็กชายคนหนึ่งที่...ฉันจำไม่ได้... แต่ฉันรู้ว่าเขามอบดาบเล่มยาวเล่มหนึ่งซึ่งกลายมาเป็ นอาวุธประจำของเธอ ในตอนนั้นเธอยังยกไม่ขึ้นเลยด้วยซ้ำ ต้องใช้ลากเลยล่ะ เวลานั้นเขาน่าจะพูดประมาณว่า ให้เอาไว้ใช้ตอนโต และเมื่อใช้คล่องแล้ว...เอ่อ...ก็...ก็จะมาตามสัญญาห รืออะไรประมาณนี้แหละ ” ____“ เธอมั่นใจเหรอ ” ดาน่าถาม ดวงตามีประกายแห่งการค้นพบวิบวับ “ แน่ใจหรือเปล่า ” ___“ ในส่วนนี้ฉันค่อนข้างแน่ใจนะ ไม่น่าจะผิดพลาด ” ซิลค์พยักหน้า “ เด็กชายคนเดียวที่มายุ่งเกี่ยวกับเธอนอกจากรูนและนิก ก็คือเขานี้แหละ แต่ว่ามันก็ค่อนข้างแปลกนะที่แม้แต่ฉันก็แทบจะจำเขาไ ม่ได้เลย ” ___“ เขาเป็นคนมอบดาบเล่มนั้นให้ฉันเองหรอกเหรอ ” ดาน่าพูดกับตัวเอง “ นั่นเป็นเขาจริงๆเหรอ ” ___“ อาจใช่ ถ้านั่นเป็นตัวจริงนะ หรือไม่เขาก็แค่คนโรคจิตธรรมดาเท่านั้นเอง ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอหรอก แต่ว่าถึงขนาดสามารถเปลี่ยนขนาดของดาบได้ด้วยพลังของ ตัวเอง คงจะเก่งน่าดู ” ซิลค์ยักไหล่ เร่งความเร็วในการเดินขึ้น “ เร่งหน่อย ดาน่า เราช้ามากแล้วนะ เจคงคอยแย่แล้วล่ะ ” เธอพูดตัดบทเพื่อไม่ให้ดาน่าเครียดเกินไป ถึงตอนนี้ทั้งซิลค์กับดาน่าก็พบว่าตนเดินมาผิดทางเสี ยแล้ว ทั้งคู่หยุดยืนเหลียวมองรอบๆ ไม่มีใครเดินอยู่แถวนี้เลย คาดว่าพวกเธอคงจะเดินกันจนมาถึงด้านข้างโรงเรียนตรงส ่วนเขตสวนธรรมชาติ ตรงส่วนนี้ไม่มีกำแพงกั้น บรรดาต้นไม้ต่างๆพากันงอกเงยร่มรื่น บวกกับที่ช่วงนี้เป็นเนินสูงอยู่ในพื้นที่ของโรงเรีย น ก็เป็นเหตุผลพอเพียงในเรื่องของการที่จะไม่มีคนมาเดิ นเล่นกันแถวนี้นัก ยกเว้นพวกนักเรียนอย่างรูนกับนิกในยามที่ไม่มีอะไรทำ จะมานั่งบนกิ่งของต้นไม้สูงๆเล่นเพื่อดูสภาพของเมือง ที่อยู่ต่ำกว่า ___“ เงียบจังแฮะ ” ซิลค์พูดเสียงสั่นเล็กน้อย ที่นี่ให้ความรู้สึกแปลกๆเมื่อมาถึง “ พวกรูนกับนิกชอบมาที่แบบนี้เหรอเนี่ย ” ___“ ไม่นี่ ปกติที่นี่จะไม่เงียบแบบนี้ อย่างน้อยก็ต้องมีพวกสัตว์เล็กๆออกมาเพ่นพ่านบ้าง ” ดาน่าพูด เธอก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบมาแถวนี้เหมือนกัน ตั้งแต่เด็กๆแล้ว เธอชอบมาปีนต้นไม้สูงๆที่นี่เล่น “ ต้องเกิดอะไรขึ้นที่นี่แน่ๆ ” ดาน่าพูดต่อ ขาเริ่มก้าวเดินเข้าไปใกล้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่ใกล้ กับเธอที่สุด ___มีเสียงวัตถุบางอย่างพุ่งเข้าใส่ทั้งคู่อย่างรวดเ ร็ว ดาน่าที่มีปฏิกิริยาตอบโต้รวดเร็วคว้าตัวซิลค์หลบเข้ าหลังต้นไม้ได้เสียก่อน ตรงจุดที่พวกเธอเคยยืนอยู่ก่อนหน้านั้นบัดนี้มีมีดเล ่มหนึ่งปักอยู่บนพื้น คนสามคนปรากฎตัวขึ้นล้อมดาน่าและซิลค์ไว้ ___“ สมเป็นผู้ถูกเลือกแฮะ ประสาทโต้ตอบไม่เลว เอ๊ะ หรือว่าเพราะสายเลือดปิศาจกันนะ ” ชายคนหนึ่งในชุดสีดำทั้งตัวพูดขึ้น ที่เอวเขามีดาบเล่มหนึ่งห้อยอยู่ “ ว่าแต่ว่าพวกนายอย่าเล่นแรงไปล่ะ เดี๋ยวจะใช้การไม่ได้ ” ___“ น่าเสียดายนะ ” ชายอีกคนที่โผล่มาทางด้านหลังของดาน่าพูดขึ้นด้วยเสี ยงแหลมๆ ใบหน้าของเขาทาสีแดงเขียวเหลืองและน้ำเงินจนทั่ว เสื้อผ้าที่สวมใส่นั้นพันกันยุ่งเหยิงไปหมดและมีกระด ิ่งห้อยอยู่มากมาย “ แต่ก็ไม่แน่นะ ถ้าเธอมาเป็นพวกเราละก็ ” ___“ น่าลองนะ คิดดูสิว่าจะดีแค่ไหนที่มีพวกผู้ถูกเลือกมาอยู่ฝ่ายเ รา ” เสียงผู้หญิงดังขึ้นจากคนในผ้าคลุมสีน้ำตาลมิดชิดด้า นข้างผู้ชายที่สวมชุดห้อยกระดิ่ง “ ไงสาวๆ ” เสียงเดิมทักพร้อมๆกับการก้าวเดินล้อมกรอบซิลค์กับดา น่าเข้ามาเรื่อยๆของทั้งสาม เพื่อให้ทั้งคู่ต้องถอยเข้าไปลึกกว่านี้ ___“ อะไรกันเนี่ย มันเกิดอะไรขึ้น ” ซิลค์กระซิบถามดาน่าที่ส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นคำตอบขณะ ขยับขาถอยช้าๆรักษาระยะไม่ให้ผู้มาใหม่ทั้งสามเข้ามา ใกล้เกินไป แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองจะเสียเปรียบเล็กน้อยที่พวกเธอ ไม่มีอะไรเลยที่จะเอาไว้ใช้ป้องกันตัวในสถานการณ์ที่ น่าสงสัยแบบนี้ ___“ หยุดเลยนะเจ้าพวกตัวประหลาด ” เสียงรูนดังขึ้นพร้อมๆกับเปลวเพลิงสายเล็กๆที่พุ่งเข ้าใส่หนึ่งในสามคนที่ล้อมดาน่ากับซิลค์อยู่ “ ไม่ว่าพวกนายจะมีเป้าหมายอะไร ” เขาพูดต่อ ซิลค์รีบมองไปทางต้นเสียงนั้น ก็เห็นรูน นิก(ที่เพิ่งยิงปืนไปเมื่อครู่) แอลกับเจยืนอยู่ ___รูนขว้างดาบสองเล่มมาปักตรงพื้นหน้าซิลค์ ดาบเล่มหนึ่งมีขนาดไม่ยาวนัก ประกายของดาบมีสีชมพูอ่อน ส่วนอีกเล่มเป็นดาบยาวที่แฝงไปด้วยพลังในการใช้ที่มห าศาล ซิลค์กับดาน่ารีบดึงดาบขึ้นจากพื้น ถึงแม้จะยังคงดูงงๆอยู่ ___“ ตามมาก่อกวนถึงที่นี่เลยนะ ” เจพูดเสียงน่ากลัว “ ยังไม่เข็ดสินะพวกนาย ” ใบหน้าของเขาตอนนี้สงบแต่กลับมีบางอย่างที่น่ากลัวแฝ งอยู่ บางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ทันทีที่เจพูดจบเจ้าสามคนนั้นก็รีบแยกย้ายหนีอย่างรว ดเร็วทันที ___“ ให้ตามไหม เจ ” แอลถามช้าๆ เจส่ายหน้า ___“ พวกนั้นไปแล้วสินะ ” นิกพูด เขาถอนหายใจเสียงดัง มีสีหน้าโล่งใจที่ไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่รูนกลับมีท่าทียังไม่สะใจเท่าไหร่ บอกได้เลยว่าเขาออกจะพอใจกับประโยคที่ตะโกนในตอนแรกม าก ดาน่ากับซิลค์เดินช้าๆมาหาพวกเขา ___“ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ” ดาน่าถามแอล นี่เป็นครั้งแรกที่เธอยอมพูดดีๆกับแอลหลังจากที่เธอพ ่ายแพ้ในการต่อสู้กับเขา “ พวกคนเมื่อครู่เป็นใครกัน ” เธอถามต่อ คนอื่นๆก็มีสีหน้างุนงง ___“ นั่นสิ เกิดอะไรขึ้น ” ทุกคนถามแอลกับเจพร้อมๆกัน ___“ จำที่เราพูดในชั่วโมงของวอลเลซวันนี้ได้ไหม ” เจพูดขึ้น ตอนนี้ทั้งหมดเข้ามานั่งล้อมวงกันรอบโต๊ะตัวใหญ่กลาง ห้องพักของแอลแล้ว(สำหรับผู้หญิงสามารถเข้าหอพักชายไ ด้) “ เกี่ยวกับพวกนักรบมืดน่ะ ” ทั้งหมดพยักหน้า ยกเว้นนิกที่ไม่ได้ไปอยู่ในชั่วโมงนั้น เกิดความเงียบขึ้นชั่วอึดใจหนึ่ง ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเป็นเวลานาน ทั้งหมดต่างก็จ้องหน้าเจค้างเพื่อรอให้เขาพูดอะไรต่อ ออกมาอีก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดให้ได้ยิน ___“ แค่นี้เหรอที่นายอยากจะพูดน่ะ ” ดาน่าพูดทำลายความเงียบขึ้น น้ำเสียงแฝงไปด้วยความโกรธเล็กน้อยตามปกติ “ ไม่เห็นจะรู้เรื่องอะไรเพิ่มมากขึ้นเลย ” ___“ มีนักรบมืดมาที่นี่น่ะสิ เจ้าสามคนนั่น ” เจพูดต่อหลังจากคิดหาประโยคมาอธิบายอยู่นาน เขาคงพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เผยข้อมูลบางส่วนออกมาก ่อนที่จะถึงเวลาที่ทุกคนจะได้รู้ “ พักนี้พวกนักรบฝ่ายมืดเริ่มปรากฏตัวมากขึ้นจนสามารถส ังเกตได้ บางทีนี่อาจเป็นลางบอกเหตุบางอย่างก็ได้ ” เจพูด จ้องมองเพดาน สายตาของเขาดูราวกับว่าเข้าไปในโลกแห่งความคิดของเขา เองคนเดียวแล้ว ___“ ลางบอกเหตุ? ” ซิลค์กับรูนถามขึ้นพร้อมกัน “ คืออะไรเหรอ จะเกิดอะไรขึ้น ” ___“ นี่คงอาจใกล้เวลาแล้ว ” เจพูดช้าๆ มือขยับแว่นตาให้เข้าที่ ส่วนแอลมีสีหน้าเคร่งมากขึ้น “ เวลาแห่งการปะทะกันครั้งรุนแรงที่สุดที่เคยมีมาของเห ล่านักรบฝ่ายสว่างกับมืด ” ___“ แล้วเกี่ยวกับการที่เจ้าสามคนนั่นมาปรากฏตัวต่อหน้าฉ ันตรงไหนกัน ” ดาน่าถาม รู้สึกว่ายิ่งเจพูดมากขึ้นเท่าใด ความงุนงงของทุกคนก็เพิ่มมากขึ้นอีก “ ดูท่าทางที่พวกนั้นพูดสิ ทำหยั่งกับเจอสิ่งสำคัญตรงหน้าแน่ะ ” ___“ ก็เจอแล้วไง ” แอลพูดแทรกก่อนเจจะพูดอะไรออกมา “ เธอ เธอ นายและนาย ” เขาชี้ไล่ตั้งแต่ดาน่า ซิลค์ นิกและรูน “ ล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญทั้งสิ้น ” ___“ หา? ” ทั้งหมดร้องขึ้นพร้อมกันด้วยความคิดที่เต็มไปด้วยควา มสงสัย __________________________________________________ ___________________________ ___“ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าสองคนนั่นจะมาเป็นผู้คุ้มครองที่ นี่ อย่างนี้เราคงต้องเปลี่ยนแผนแล้วล่ะ ” เสียงกระดิ่งที่อยู่บนเสื้อของชายผู้หนึ่งดังกรุ๊งกร ิ๊งตามจังหวะการขยับตัว ข้างๆเขาในเงามืดมีคนอีกสองคนยืนนิ่งฟังอยู่ ___“ ต้องรายงานไปยังหัวหน้าแล้วรอดูสถานการณ์ก่อน พนันได้เลยว่าต้องมีพวกระดับที่สูงกว่าเจ้าสองคนนั้น ด้วยแน่ๆ ” ชายผิวขาวซีดในชุดดำทั้งชุดพูดขึ้น ดึงดาบสั้นที่เอวมาแกว่งเล่น ___“ หึหึ งานนี้ต้องสนุกแน่ๆ ” คนในผ้าคลุมน้ำตาลมิดชิดพูดขึ้น ________________________________________จบตอน |
| | |
| | #6 (permalink) |
| สมาชิก TG แรกเริ่ม ![]() โพส: 146 TG ออร่า: ![]() ![]() | ต่อครับ ยังไงก็ฝากเรื่องนี้ด้วยครับ ถึงจะเขียนก่อน The Devil Brooch แล้วก็สนุกน้อยกว่า แต่ก็ขอฝากด้วยครับผม __________________________________________________ _________________ _________________________________เทอร์เคียรี เมเทโอร่า ความทรงจำแห่งสัญญา ตอนที่ 4 เทวี 3 ฤดู ___วันของการจัดเตรียมงานฉลองฤดูที่แสนจะยุ่งเหยิงใน อีก 2 วันต่อมาผ่านไปโดยที่ไม่ค่อยจะมีเหตุการณ์ที่น่าตื่น เต้นและสำคัญๆเท่าใดนัก จะมีก็แค่การหลบรอดของรูนกับนิกจากหัวหน้าห้องที่ไม่ ยอมเชื่อว่าพวกเขามีชมรมอยู่แล้วอย่างหวุดหวิดไป 19 ครั้ง และการยั่วโมโหดาน่าของรูนกับแอล เนื่องจากว่าทั้งคู่ได้ยินเรื่องของดาน่ากับชายลึกลั บผู้ที่ช่วยเธอออกมาจากห้องกระจกมายา(จริงๆแล้วก็ว่า น่าแปลกนะ ตกลงว่าแอลไม่ได้เป็นคนพาออกมาเหรอ? ซึ่งแอลยืนยันตลอดว่าจะไม่มีคำตอบจากปากเขาแน่นอน ดังนั้นจึงต้องเอามาผูกเรื่องมั่วๆกันเอง) บวกกับเรื่องที่ดาน่าคิดจะปรับปรุงตัวเองให้ใจเย็นลง ไม่ขี้โมโหเหมือนเดิม ซึ่งซิลค์ได้เผลอเล่าให้รูนกับพวกฟังในเย็นวันหนึ่งห ลังจากที่ทนการรบเร้าของรูนไม่ไหว ผลก็คือทั้งรูนและแอลก็เกือบจะไม่ได้มาร่วมงานฉลองเพ ราะดาน่าเกิดฟิวส์ขาดขึ้นมาครั้งหนึ่ง ___แต่ความสงสัยที่มีในใจของรูนและพวกยังคงมีอยู่อีก มากมายและหาคำตอบไม่ได้ ยังคงทำให้พวกเขาร้อนใจอยากรู้เสมอ ดูอย่างรูน เขาพยายามหลอกล่อให้แอลเล่าเรื่องที่เขารู้เกี่ยวกับ นักรบมืด(ที่เจนำมาอ้าง)แปลกๆทั้ง 3 คนนั้นเกือบทุกครั้งที่เริ่มต้นการสนทนา แถมยังพยายามโยงเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องให้เข้าสู่คำถ ามได้อย่างน่าประหลาดใจ แต่ก็ไม่มีอะไรที่หลุดจากปากทั้งสองคนแม้แต่คำพูดเดี ยว(จริงๆหลุดจากปากแอลมาคำพูดนึง คือ อ๊า) ___ในที่สุดวันงานฉลองฤดูก็มาถึง มีเสียงดนตรีดังเป็นจังหวะเดียวกันไปทั่วทั้งเมืองจา กเหล่านักดนตรีของเมืองเกือบร้อยคน บรรดาร้านค้าทั้งหลายต่างพร้อมใจกันปิดร้านหมด บรรยากาศครึกครื้นผ่อนคลายและน่าสนุกสนานแผ่ไปทั่วทั ้งเมือง ตามจุดใหญ่ๆต่างๆในเมืองจะมีการจัดงานขึ้นต่างกัน บ้างก็มีจัดการแข่งขัน(แข่งความเร็วในแบบต่างๆ,แข่งต ่อสู้,แข่งตอบปัญหา เป็นต้น แต่อันหลังไม่ค่อยจะนิยมจัดเท่าไหร่) การแสดงโชว์ งานแข่งชิงรางวัล การเต้นรำ การเดินขบวนพาเหรด และในแต่ละที่ที่ขาดไม่ได้ก็คือร้านค้าที่ยกแผงกันไป ตั้งเต็ม(ตามสถานที่ใหญ่ๆ) ___ที่ที่ใหญ่ที่สุดและเป็นศูนย์กลางของการจัดงานจะเ ป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากโรงเรียนเลวิเทีย ซึ่งต่างจากที่อื่นตรงที่ว่าจะมีเทวีผู้ดูแลฤดูกาลมา ร่วมชมงาน และยังมีการโชว์รายละเอียดของชมรมต่างๆในโรงเรียนของ บรรดานักเรียนอีกด้วย ซึ่งจุดนี้เองที่เป็นข้อแตกต่างจุดหนึ่งที่ในส่วนอื่ นๆของเมืองไม่มีใครทำ(เหตุผลหนึ่งก็อาจจะเป็นว่าในเม ืองนี้ไม่มีโรงเรียนของเด็กตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 โรงเรียนอื่นในเมืองนี้ก็เป็นได้) __________________________________________________ ________________ ___ นี่ๆ นายว่าใครน่าจะได้เป็นแชมป์ปีนี้กันนะ รูนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แสนจะกระตือรือร้น เอ้านี่ รายชื่อของทีมแต่ละทีมที่เข้าแข่งขันกันล่ะ เขาส่งแผ่นกระดาษแผ่นใหญ่ๆแผ่นหนึ่งให้นิกอ่าน ___ อืม... นิกหยิบดินสอมาหมุนเล่นในขณะที่ใช้ความคิดอย่างมากกั บกระดาษที่รูนส่งมาให้ ตัวอักษรสีดำตัวใหญ่กลางหน้ากระดาษตอนบนสุดเขียนไว้ว ่า การแข่งขันความเร็วภายในโรงเรียนเลวิเทีย เขามีสีหน้ายุ่งเล็กน้อยขณะที่อ่าน ดูๆแล้วนะปีนี้ท่าจะเดายากกว่าปีก่อนๆเยอะเลยล่ะ มีทั้งแชมป์ของคราวที่แล้ว ทีมที่ดูรายชื่อสมาชิกแล้วน่าจะมีสิทธิ์ชนะกะเข้าบ้า ง กับทีมใหม่ๆแปลกๆที่เข้ามาร่วมด้วยอีก ยังเดาไม่ได้หรอก ___ เหรอ งั้นเอาที่นายคิดว่าน่าจะชนะก็แล้วกัน ตามความคิดนายนะ รูนยังคงเซ้าซี้ถามต่อไปอีก การแข่งขันนี้ถือเป็นงานที่เป็นจุดนิยมของงานฉลองเลย ทีเดียว ที่ว่าแข่งความเร็วนั้น ไม่ใช่แค่ว่าแข่งความเร็วแล้วเข้าเส่นชัยเฉยๆก็พอ กติกาจะเป็นว่า ผู้เข้าร่วมแข่งจะต้องจัดเป็นทีม 3 คน ในการแข่งขันจะใช้อะไรก็ได้เพื่อให้เข้าเส้นชัยก่อน โดยภายในทีมจะต้องช่วยเหลือกันเองให้เข้าเส้นชัยให้ไ ด้อย่างน้อยที่สุดสองคน การแข่งขันจะแข่งกันในเส้นทางที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีสิ่ งต่างๆคอยขัดขวางอยู่มากมาย(ที่ฮิตที่สุดก็คงเป็นดงข องไม้ประหลาดที่คอยรัดพันแข้งพันขาแล้วปล่อยของเหนีย วๆคล้ายกาวออกมา แล้วเชื่อเถอะว่า ดงก็คือดงจริงๆ) ___ คราวนี้เหรอ ผมคิดว่า... นิกกัดดินสอ ดวงตาเพ่งบนแผ่นกระดาษที่จุดๆหนึ่ง ผมขอเชียร์ทีมใหม่ที่เพิ่งตั้งแล้วกัน ทีม...เอ่อ...จิ้งจอก เอ...ชื่อแปลกจังแฮะ เขาพูดต่อ รูนชะโงกหน้ามองรายชื่อในแผ่นกระดาษข้ามหัวนิก ___ ไม่ได้เชียร์แชมป์ปีที่แล้วหรอกเหรอ ใครๆก็เชียร์ทีมนี้กันทั้งนั้นนะ รูนถาม ถ้าจะพูดถึงแชมป์ปีที่แล้วจะต้องบอกว่าเป็นทีมที่เน้ นความเร็วคนเดียวที่เหลือเป็นพวกนักวางแผน(อัศวินขาว )กับคนโจมตีระยะไกล(นักรบ) แต่ละคนก็มีฝืมือสูงมากและเข้าขากันได้อย่างดียิ่ง ประวัติเคยเป็นแชมป์มาแล้ว 3 ปีซ้อน โดยที่ยังไม่มีใครสามารถล้มทีมนี้ได้เลย นายคิดว่าทีมใหม่ชื่อแปลกๆนี่จะเป็นแชมป์ได้เหรอ เขาถามต่อสั้นๆ ___ ก็คิดว่านะ ไม่รู้สิว่าทำไมถึงเลือกทีมนี้ แบบว่ามันแวบขึ้นมาในหัวเองแหละ นิกตอบ แถมน่าสนใจมากเลยไม่ใช่เหรอ ดูสิ เขาว่าเป็นทีมพิเศษด้วย ขนาดว่าไม่มีบอกชื่อสมาชิกทีมซักคน ของชั้นปีไหนก็ไม่บอก น่าลุ้นดีมาก ___ น่าสนใจดีนะ เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังของทั้งสอง เจเดินมาสะกิดนิก ถ้าพวกนายว่างนักนะก็มาช่วยกันหน่อย ด้านหน้าตรงโซนรับสมาชิกยังว่างอยู่ไม่มีใครทำแน่ะเห ็นไหม เจชี้ไปที่เก้าอี้ตรงมุมซุ้มชมรมที่ตั้งติดกับผ้าสีเ ขียวที่ขึงกั้นพื้นที่ระหว่างชมรมแต่ละชมรม ที่ตรงนั้นว่างจริงๆและรวมถึงด้านหน้าที่ให้คนมาสมัค รสมาชิกยืนเข้าแถวด้วย ไม่มีใครมาสมัครเลย ___ ยังเช้าอยู่เลย รูนบ่น งานยังไม่เริ่มเลย เขายังจัดซุ้มกันอยู่ เห็นไหม ไม่มีใครบ้ามาสมัครตั้งแต่เช้าหรอก เขาชี้ไปยังซุ้มตรงข้ามที่มีคนอยู่เกือบสิบคนที่กำลั งง่วนอยู่กับการจัดเตรียมของส่วนที่เหลือให้พร้อม ___ ไงจ๊ะ ซิลค์โผล่มาจากด้านหลังผ้าสีเขียวที่ขึงข้างเก้าอี้ร ับสมัครสมาชิกซึ่งใช้แบ่งพื้นที่ระหว่างชมรมแต่ละชมร มออกจากกัน เธอโผล่พรวดมาจนทำให้รูนที่กำลังบ่นอยู่แถวนั้นสะดุ้ งโหยง จนเตะเก้าอี้ไม้ล้มทับขานิกที่อยู่ข้างๆ ___ ไงซิลค์ วันนี้โผล่มาแบบน่าตกใจดีนะ นิกทักตอบ ยกเก้าอี้ที่ล้มอยู่ให้ตั้งแล้วนั่งลูบเท้าข้างที่ถู กทับ เอ...ว่าแต่วันนี้ดาน่าไม่ได้มาด้วยเหรอ เขาถาม ___ รู้สึกว่าอาจารย์จะเรียกไปนะ ซิลค์ตอบ ไม่รู้เหมือนกันว่าไปไหน ____ นั่นสิ ไปไหนกันนะ เสียงเจดังขึ้นเหมือนพูดลอยๆ แต่ทำให้ทั้งสามคนที่อยู่ซุ้มนั้นด้วยเงียบกริบกันทั ้งหมด รูน นิกและซิลค์รู้ดีว่านิสัยของเจถ้าเข |