Thaigaming Network the 8th: the ultimate evolution of gamertainment tribes. Protect the earth from global warming.

สมัครสมาชิก | รายชื่อสมาชิก | ค้นหา | ข้อความใหม่วันนี้ | ทำสัญลักษณ์ว่าอ่านแล้ว |
 





กลับไป   Thaigaming > Thaigaming General > E-Book Shelf

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม แสดงผล
เก่า 10 May 2008, 03:07   #1 (permalink)
สมาชิก TG เต็มตัว
 
aekwatt's Avatar
 
โพส: 265
ดาวโหลด: 78
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 30

TG ออร่า:
aekwatt auraaekwatt auraaekwatt auraaekwatt aura



มาร ฟ้า เทพ หิมะ (นิยายจีน)

มาร ฟ้า เทพ หิมะ (นิยายจีน) บทที่ 1



มาร ฟ้า เทพ หิมะ

ผู้แต่ง : 兰玉 (หลันยี่ว์)


บทนำ


ในช่วงสมัยราชวงศ์ฉิน ประวัติศาสตร์จีนได้บันทึกไว้ว่าในยุคนั้นแม้นแผ่นดิ นจะเป็นหนึ่ง แต่ชาวประชาต่างทุกข์ร้อนจากภัยธรรมชาติ ฝนตกหนัก น้ำท่วมอย่างรุนแรง อีกทั้งภัยจากโรคระบาดอหิวา จนผู้คนต้องล้มตายเป็นจำนวนมาก จนฮ่องเต้ต้องเดินทางไปสัการะเทพเจ้ามังกรทะเลเพื่อข อให้หยุดเภทภัยต่าง ๆ เหล่านี้เสีย

ทว่าในทางตรงกันข้ามในช่วงปีนั้น บันทึกเรื่องราวของยุทธภพ กลับถูกกล่าวขานไว้ว่ายามนั้นทั้งชาวยุทธ์และปวงประช านอกจากต้องเผอิญกับภัยธรรมชาติน้ำท่วม อีกทั้งภัยร้ายแรงที่สุดกลับมาจากพรรคมารอันแสนอำมหิ ตซึ่ง สังหารผู้คนเพื่อใช้เลือดของเหยื่อฝึกวิชามารอย่างไร ้สำนึก

จนใจฮ่องเต้ในสมัยนั้นต้องเดินทางเพื่อไปยังศาลเจ้าเ ทพมังกรทะเลเพื่ออัญเชิญเซียนเทพผู้หนึ่งซึ่งเป็นหลว งจีนบำเพ็ญตบะแก้กล้าให้ช่วยมากำจัดจ้าวมารผู้ชั่วร้ าย เซียนผู้นั้นแม้นละทิ้งเรื่องทางโลกมาเนิ่นนาน แต่เมื่อได้ฟังคำขอจากฮ่องเต้ซึ่งมาแทนประชาราษฏ์ทั่ วแผ่นดินจึงมิอาจปฏิเสธคำขอได้แต่อย่างใด

และในที่สุดศึกระหว่างจ้าวมารและเซียนเทพ ก็ได้อุบัติขึ้น วิชามารที่จ้าวมารใช้นั้นทั้งลึกลับ รุนแรง อำมหิต ฝืนธรรมชาติ ในขณะที่เซียนเทพนั้นใช้วิชาเซียนบังคับกระบี่เหิน อีกทั้งกระบี่ที่ใช้นั้นยังเป็นกระบี่ที่ทำขึ้นจากหย กสีน้ำเงินอันหายาก ซึ่งมีคุณสมบัติต้านทานอวิชามาร

ในศึกเทพ มารครั้งนี้ฟังดูเพียงคล้ายหนึ่งนิทาน ซึ่งหลงเหลือข้อความในบันทึกยุทธภพเพียงว่าเทพ มารได้สู้กันกว่าสิบวันสิบคืนสุดท้ายทั้งจิตมารและเท พ ต่างหายสาบสูญสิ้นไม่ทราบผู้ในชนะ ผู้ใดคงอยู่ ผู้ใดหายจาก


ณ ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่นอกเมืองลั่วหยาง

ภายใต้ท้องฟ้าสีดำน้ำหมึกในยามรัตติกาล และเมฆดำ ฝนปรอย ฟ้าร้อง ฟ้าลั่น หลวงจีนชราผู้หนึ่งเดินมุ่งหน้าเข้าผ่านประตูเมืองแต ่เพียงลำพังโดยหาเกรงกลัวต่อเฆฆฝนฟ้าร้องไม่ ผู้อาวุโสนี้ใช้สองมือโอบอุ้มเด็กน้อยแรกเกิดทั้งสาม ไว้โดยโน้มกายเพื่อใช้ร่างป้องฝนมิใช้โดนเด็กทั้งสาม

ใบหน้าของหลวงจีนนั้นนอกจากบ่งบอกถึงวัยอันชรามากแล้ ว ยังคงบ่งบอกถึงสีหน้าอันดูเหนื่อยล้าและอ่อนแรงอย่าง ยิ่ง ทว่าเมื่อสายตาของผู้อาวุโสเหลือบไปมองเห็นร้อยยิ้มข องเด็กผู้หนึ่ง หลวงจีนผู้นี้ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบเสียมิได้

“เด็กเหล่านี้ย่อมมิใช่ชนชั้นสามัญแท้จริง แม้นพายุฝน ฟ้าร้อง มันกลับยิ้มรับได้”
ชายชราเดินไปไม่นานนั้นก็มีสีหน้าบาดเจ็บภายในสุดแสน ทว่ายังคงกัดฟันเดินต่อเข้าไปจนผ่านประตูเมืองลั่วหย างได้ ซึ่งภายในเมืองยามนั้นเรียกได้ว่าไม่เห็นผู้ใดเลย

“วิชามารของจ้าวมารร้ายกาจยิ่งนัก” หลวงจีนชรากล่าวจบก็ถอนหายใจหนัก ๆ หนึ่งคราคล้ายหมดสิ้นเรี่ยวแรง ใบหน้ามีเพียงภาพแห่งความเหนื่อยล้าและน้ำฝนที่ชะโลม หน้า ชายแก่อ่อนล้าอย่างยิ่ง เหนื่อยอย่างมากจนต้องล้มทรุดเข่าลงแทบกับพื้น

“น่าเสียดายข้าไม่มีความสามารถพอจะกำจัดมารได้ แต่อย่างน้อยก็ยังพอทำให้มันต้องสูญสิ้นพลังวัตรต้อง พักฟื้นไม่ต่ำกว่ายี่สิบปี” หลวงจีนเฒ่ากล่าวก่อนจะเปิดเผยรอยยิ้มและมองไปยังเด็ กทั้งสามในอ้อมอกด้วยแววตาแห่งความหวัง

“เจ้าเด็กน้อยทั้งสามเอ่ย ชะตาของเจ้าถูกลิขิตมาให้ หนึ่งในพวกเจ้าจะเป็นเทพ อีกหนึ่งจะเป็นฟ้า อีกหนึ่งจะเป็นมาร แต่ทั้งสามนั้นเกิดมาเป็นดาวข่มจ้าวมารโดยแท้ หากจะมีผู้ใดกำจังจ้าวมารผู้ชั่วร้ายได้ มันก็ย่อมต้องเป็นพวกเจ้า” หลวงจีนเฒ่ากล่าวจบก็ร่วมรวมพลังขึ้นอีกครั้งก่อนจะล ุกก้าวเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็มาหยุดลงตรงหน้าศาลเจ้าเก่าแก่แห่งหนึ่ง

“อีกยี่สิบปีต่อมาจ้าวมารคงจะหวนคืนยุทธภพอีกครั้งพร ้อมหายนะ ยามนั้นข้าคงอยู่ไปไม่ถึง ตอนนี้คงได้แต่หวังว่าพวกเจ้าจะเป็นกุญแจสำคัญในการห ยุดมัน”
หลวงจีนเฒ่ากล่าวจบก็วางเด็กทั้งสามไว้หน้าประตูศาลเ จ้าอย่างนิ่มนวล ก่อนจะทุบกำปั้นลงบนประตูศาลเจ้าแรง ๆ สามครั้ง ก่อนจะจากเด็กทั้งสามไปเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของคนใ นศาลเจ้าที่กำลังเดินมาถึงประตูใหญ่

...และนี้คือเรื่องราวยี่สิบปีก่อนเหตุการณ์ยุทธภพปั จจุบัน




บทที่ 1

ยุทธภพปัจจุบัน ณ เมืองหังโจว หมู่ตึกพรรคกระจ่างแจ้ง


ภายในห้องโถงกว้างใหญ่ซึ่งอยู่บนชั้นสูงสุดของหมู่ตึ กที่สูงตระหง่านอย่างกลางเมือง ภายในห้องนั้นได้ถูกตกแต่งไว้อย่างวิจิตรงามตาอย่างย ิ่ง

ยามนั้นชาวยุทธ์หลายร้อยต่างมาชุมนุมกันอย่างมากมายโ ดยนั่งประจำโต๊ะที่ถูกจัดไว้เลี้ยงรับรองทางฝั่งปีกด ้านขวาของทางห้องโถง ในขณะที่ปีกด้านซ้ายถูกจับจองไปด้วยคนของหมู่ตึกกระจ ่างแจ้ง

เสียงพูดกล่าวเจรจาพาทีดังกึกก้องไปทั่วห้องโถง หัวข้อกล่าวขานย่อมไม่พ้นเรื่องราวในโลกยุทธภพ ฝ่ายคนของหมู่ตึกต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารกันอย่า งถึงพริกถึงขิง ในขณะที่ชาวยุทธ์ต่างคุยจับกลุ่มกับคนที่ตนคุ้นเคย

เสียงพูดคุยดังอยู่เนิ่นนานไม่มีทีท่าจะหยุดลงได้ง่า ย ๆ แต่ทว่าเพียงเสียงฝีเท้าหนึ่งบุรุษกระทบแผ่นไม้อย่าง หนักแน่นบนเวทีใหญ่ด้านหน้าก็ทำเอาหมู่คนทั้งหลายต้อ งหยุดปากพร้อมเพรียงอย่างอัศจรรย์หันมองเป็นตาเดียวก ันไปที่บรุษผู้นั้น ชายในวัยเทียบเคียงห้าสิบ รูปร่างสัดทัน เครายาวสีขาว ดวงตากลมโต ในชุดสีม่วงที่ดูสูงศักดิ์มีสง่าราศี ใบหน้าเปล่งประกายถึงสติปัญญาอันเลิศล่ำ และวรยุทธ์อันสูงส่ง ชายผู้นี้ย่อมไม่ใช่ใครประมุขพรรคกระจ่างแจ้งอันรอบร ู้ทุกเรื่องราวในยุทภพนามว่าหวังเผิง

ผู้อาวุโสผู้นี้เดินเรียบเฉียบมาจนถึงกลางเวทีก่อนจะ กล่าวไปว่า

“ พิธีจัดลำดับยอดยุทธ์ปีนี้ได้เริ่มแล้ว ณ บัดนี้” ประมุขเฒ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังยิ่ง อันนำมาซึ่งเสียงกล่าวร้องยินดีตามมาจากทางฝั่งลูกพร รคและชาวยุทธ์ทั้งหลาย

มันเริ่มเกริ่นนำด้วยข่าวคราวของราชสำนัก สลับกับเรื่องราวของยุทธภพทั้งหลายอันน่าสนใจยิ่ง แต่เรื่องราวเหล่านั้นกลับไม่เป็นที่สนใจต่อชายวัยกล างคนผมสีน้ำตาลแดง ผู้หนึ่งซึ่งยืนปะปนอยู่ในหมู่ชาวยุทธ์ทางปีกขวาของต ึก

ชายผมสีน้ำตาลแดงผู้นี้อายุราวสามสิบเศษสวมใส่เสื้อผ ้าสีแดงสด ใบหน้าดูดุดัน เคร่งเครียด อีกทั้งผมเผ้ายังยุ่งเยิ่งดูไม่ได้ แต่จุดที่ประหลาดที่สุดของชายผู้นี้กลับเป็นที่แบกกร ะบี่ไว้กว่าสิบเล่มที่ด้านหลัง โดยมัดรวมกันและสพายไว้ ในขณะที่มือขวาก็กำดาบรูปร่างยาวโค้งงอในฝัก

ชายผมแดงผู้นี้ดูไม่สนใจคำกล่าวของหวังเผิงประมุขพรร คกระจ่างแจ้งแต่อย่างใด จนกระทั้งถึงช่วงเวลาที่ประมุขเฒ่ากล่าวลำดับยอดยุทธ ์ ชายผมแดงถึงได้สนใจรับฟังจนจบ แต่ยิ่งฟังชายผมแดงก็ยิ่งมีสีหน้าไม่พอใจจนในที่สุดก ็ตะโกนลั่นกล่าวเสียงดังกึกก้องอันเปี่ยมไปด้วยพลังว ัตรอันสูงส่งไปทั่วห้องโถงใหญ่ว่า

“ข้าพเจ้ามิอาจยอมรับการจัดอันดับอันมิเที่ยงเยี่ยงน ี้ได้” สิ้นเสียงชายผมแดงทั้งห้องล้วนเงียบกริบไม่มีแม้นสัก ครึ่งคำหลุดจากปากใคร จนใจเจ้าสำนักกระจ้างแจ่งต้องออกหน้ากล่าว

“มิเที่ยงเช่นใด ท่านตัดกระบี่ (ต้วนเจี้ยน) โปรดชี้แนะ” ชายแก่กล่าวสุภาพด้วยรอยยิ้ม

“เทพกระบี่แดนใต้ ที่ได้อันดับหนึ่งนั้นทั่วทั้งยุทธภพย่อมรู้ดีอยู่แล ้ว เรื่องนี้ข้าพเจ้าไม่เถียงแต่ เหตุอันใดจึงจัดนาม “ตัดกระบี่” ของข้าพเจ้าให้ต่ำเตี้ยเสียกว่ามารโลหิต นั้นไม่สมควร” ชายผมแดงกล่าวเกรี้ยวกราดโอหัง


หนึ่งเดือนก่อนหน้า ณ ทุ่งหญ้านอกเมืองฉางซา

มือขวาสีซีดเผือดหนึ่ง ได้จุ่มลงในโถงดินอย่างช้า ๆ ก่อนจะชักออกมาพร้อมเลือดอันแดงฉาดเลอะไปทั่วมือข้าง นั้น แต่ทว่าเจ้าของมือนั้นกลับทำสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะป้ายเลือดแดงสดนั้นเป็นเส้นใต้ตาและลากยาวลงแก ้มเหมือนเขียนหน้างิ้ว จากนั้นจึงจุ่มมือลงไปในโถงเลือดอีกคราแต่ครานี้เปลี ่ยนเป็นใช้เลือดจากมือวาดภาพลงบนกระดาษขาวบนกระดานวา ดรูปเบื้องหน้าแทน

จิตกรเลือดเป็นชายผู้มีใบหน้าขาวซีดตัดกับผมยาวสีดำเ ข้มในชุดสีดำอีกา บรรจงวาดรูปด้วยมือจากเลือดสีแดงสดอย่างตั้งใจด้วยใบ หน้าลุ่มหลงอย่างยิ่ง วาดนิ้วด้วยจังหวะที่บางครั้งรวดเร็วบางครั้งเชื่องช ้าจนที่สุดแล้วภาพที่ออกมาก็กลายเป็นเสือสีเลือดอันง ดงามไปได้

“อันเสือร้ายได้มาเยือน ใยไม่ปรากฎกาย” ชายวาดภาพกล่าวลอย ๆ แต่กลับเป็นแท้จริง พริบตาบุรุษผมแดงนาม “ตัดกระบี่” ก็ปรากฎกายจากทุ่งหญ้าสูงใหญ่ ด้วยใบหน้าขมึงตึงเช่นปกติ

“มารโลหิต วันนี้ข้าพเจ้าจะขอลบชื่อท่านออกท่านจากยุทธภพ” ตัดกระบี่กล่าวไม่เกรงใจผู้อื่นเช่นกิจวรรต

“ข้าพเจ้าไม่ต้องการเลือดคนยามนี้ อีกทั้งงานวาดก็เสร็จสิ้นแล้ว” มารโลหิตกล่าวน้ำเสียงนุ่ม แต่กลับกระตุกอารมณ์ร้อนของตัดกระบี่ยิ่ง

“น่าขำ อันเลือดข้าพเจ้าไหนเลยคนอย่างท่านจะได้ชม หากมีดีจงชักกระบี่ต่อกรข้า” ตัดกระบี่กล่าวเสียงกร้าว

“ทั่วทั้งยุทธภพรู้ ข้าไม่ใช้กระบี่” มารโลหิตกล่าว

“ทั้งยุทธภพรู้ข้านั้นตัดกระบี่” ตัดกระบี่กล่าวก่อนชักนำลมปราณแผ่พุ่ง บังคับกระบี่นับสิบที่มัดไว้สพายหลัง กระจายพุ่งขึ้นท้องฟ้าเป็นแนวรบก่อนจะพุ่งตกกระหน่ำล งมาดุจสายฝนเข้าใส่มารโลหิตอย่างรวดเร็ว

“นี้กระมัง ความใจกว้างของตัดกระบี่ที่ผู้คนกล่าวขาน ถ้าเช่นนั้นข้าพเจ้าคงไม่ขัดศรัทธา” มารโลหิตหลบคมกระบี่ที่ตกจากฟ้านับสิบอย่างคล่องแคล่ วด้วยท่าก้าวเท้าที่สง่างามดุจการเต้นรำ จนครั้นเมื่อหลบได้ครบทั้งสิบจึงชักกระบี่หนึ่งในสิบ นั้นแล้วกล่าวว่า

“ข้าพเจ้าขอยืมเล่มนี้ก็แล้วกัน” สิ้นคำกล่าวก็เห็นเป็นตัดกระบี่ที่พุ่งเข้าหาด้วยควา มรวดเร็วก่อนจะชักดาบยาวโค้งในฝักออกฟันเป็นวง ฟาดเข้าใส่มารโลหิตทั้งที โดยดาบของตัดกระบี่นั้นแปลกยิ่งทั้งโค้งมนและที่ด้าน คมเป็นหยักเหมือนเลื่อยฟันปลา

ฝ่ายมารโลหิตก็ใช้กระบี่ที่ยืมนั้นยกขวางขึ้นรับอย่า งรวดเร็ว แต่สุดจะคาดดาบเลื่อยฟันปลากลับตัดเข้าเนื้อกระบี่ไป กว่าครึ่งทำเอามารโลหิตจ้องมองตะลึงงัน

“ดาบเลื่อยฟันปลาร้ายกาจยิ่ง เหตุนี้เองท่านถึงพกกระบี่นับสิบให้คู่ประลองของท่าน ได้มีกระบี่เปลี่ยนใช้ไปจนจบศึก” มารโลหิตกล่าวพร้อมทั้งพยายามก้าวเท้าถอยร่นเพื่อลดท อนพลังวัตรแรงดาบ แต่ตัดกระบี่ก็ร้ายกาจยิ่งตามติดไม่ปล่อย ดาบเลื่อยยังคงค้างคาเข้าลึกไปถึงครึ่งในเนื้อกระบี่ ของมารโลหิต จนกระทั้งในที่สุดเมื่อทั้งสองหยุดเท้าตัดกระบี่จึงเ รียกพลังวัตรกระแทกสู่ดาบอีกคราหมายตัดให้ขาดทั้งมาร โลหิตและกระบี่

แต่มารโลหิตก็หาใช่ไร้วิชา จึงชักนำพลังวัตรรวมศูนย์ไปในดรรชีมือซ้ายก่อนจะวาดด รรชีอันเปี่ยมพลังกลางอากาศเข้าปะทะกับดาบเลื่อยฟันป ลาตรงรอยตัดของกระบี่ทันที พริบตาพลังวัตรทั้งสองปะทะกันดุเดือด กระบี่ในมือมารโลหิตถึงกับแตกสิ้น แต่มารโลหิตก็อาศัยแรงปะทะนั้นลอยตัวถอยหนีไปอย่างสว ยงามในขณะที่ตัดกระบี่ก็เซถอยไปเล็กน้อย

แต่ตัดกระบี่ก็ไม่หยุดให้มารโลหิตได้พักฟื้นเรียกพลั งกลับแต่อย่างใด เขาพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วไม่รอท่าฝ่ายมารโลหิตจึงพุ ่งถอยไปหยิบกระบี่ที่ปักพื้นมาอีกสองเล่มไว้ในมือซ้า ยขวา อาศัยกระบี่สองเล่มนั้นสลับกันต้านทานเงาดาบของตัดกร ะบี่ที่ฟาดฟันแหวกอากาศไม่หยุดหย่อน

มารโลหิตยามนี้ทำได้เพียงแต่สลับกระบี่ร่ายรำต้านทาน อย่างเดียว จนในที่สุดกระบี่ทั้งสองก็หักครึ่ง และการบุกครั้งนี้ของตัดกระบี่ก็บีบคั้นมารโลหิตให้ถ อยไปจนหลังติดหินขนาดใหญ่

“ขาดซะ” ตัดกระบี่ประกาศกร้าวพร้อมวาดดาบเป็นวงด้วยพลังวัตรส ุดต้าน แรงดาบกดดันจนมารโลหิตต้องใช้สองกระบี่ที่หักเหลือเพ ียงครึ่งขึ้นต้านรับแต่ถึงกระนั้นก็เหมือนมิอาจทนได้ กระบี่ทั้งสองสั่นเทาใกล้จะแตกเป็นเสี่ยง ๆ แต่พริบตาตัดสินมารโลหิตไม่ลนลานเพียงเบี่ยงทิศกระบี ่บีบให้ทางวิ่งของดาบที่เข้าหาต้องลากผ่านผนังหินผาด ้านหลัง ให้มันกลายเป็นตัวเข้าต้านแรงดาบไปอีกทาง

เสียงปะทะดังกึกก้องกระบี่หักกระจายกลางอากาศ พร้อมกับหินผาให้ขาดครึ่ง ทว่าสุดท้ายดาบเลื่อยฟันปลากลับตัดมารโลหิตได้เพียงอ ากาศธาตุ

“รอดไปได้” ตัดกระบี่กล่าวอย่างเสียมิได้ แต่ฉับพลันกลับต้องกลายเป็นฝ่ายตั้งรับเมื่อมารโลหิต พุ่งเข้าหาพร้อมกระบี่อันใหม่ในมือ

มารโลหิตยามนี้เลือกไม่ฟันกระบี่แนวขวางเพราะมันจะถู กดาบวิเศษในมือศัตรูตัดโดยง่าย ตรงข้ามกลับใช้ออกเพียงกระบวนท่าทิ่มแทงให้ตัดกระบี่ ปัดป้องอย่างลำบาก อันธรรมชาติผู้รุกย่อมไม่เก่งตั้งรับ แต่กระนั้นตัดกระบี่ก็ยังทำได้ดีทั้งปัดป้องทั้งตัดต ีจนปลายคมของกระบี่ในมือมารโลหิตค่อย ๆ สั้นลง ๆ เพราะถูกตัดกระบี่ไปเสียนี้

“ยิ่งรบยิ่งร้ายกาจ” มารโลหิตกล่าวเมื่อเห็นกระบี่ในมือที่ทิ่มแทงถูกตัดร อนจนเหลือครึ่ง ในที่สุดต้องซัดใส่ศัตรูเพราะหมดประโยชน์จะใช้ต่อไป

ตัดกระบี่ วาดดาบปัดป้องกระบี่ที่ซัดมาให้แตกเป็นเสี่ยงก่อนจะม องเห็นมารโลหิตยื่นอยู่ห่าง ๆ ม้วนเก็บภาพวาดเลือด อย่างนิ่งนอนใจ

“บัดซบนัก ยามนี้ยังมีเวลาละสายตาหรือ” ตัดกระบี่กล่าวเกรี้ยวกราดก่อนจะพุ่งเข้าจู่โจมอย่าง บ้าคลั่ง

“พอเพียงนี้เถิด” มารโลหิตกล่าวพร้อมร้อยยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเร่งเร้าพลังปราณสีดำออกจากสองมือซ้ายขวา จากนั้นจึงจุ่มมือขวาลงในโถดินชุบเลือดจนเต็มมือ จากนั้นจึงชักออกแล้วใช้กระบวนท่าดรรชนีสลัดเลือดจาก มือสิ้น แผ่พุ่งเข้าหาตัดกระบี่อย่างรวดเร็ว

“ดรรชนีเลือด!!!!!”

หยุดเลือดนับร้อยเปลี่ยนกลายประดุจเข็มบินสีแดงฉาดที ่คมกริบไปด้วยพลังวัตรอันสูงล่ำพุ่งเข้าหาตัดกระบี่อ ย่างรวดเร็ว

“บัดซบ” พริบตายากเปลี่ยนแปลง ตัดกระบี่ทำได้เพียงเปลี่ยนท่ากลางอากาศจากรุกเป็นรั บควงดาบหมุนวนสร้างเงาดาบปัดป้องคมโลหิตรวดเร็ว

เสียงดรรชนีเลือดกระทบดาบดังระรัวคล้ายเสียงฝนกระทบก ระเบื้องหลังคาจนที่สุดเมื่อเสียงเงียบไปจึงเผยให้เห ็นร่างของตัดกระบี่ที่เต็มไปด้วยเลือด แต่ทว่าส่วนมากล้วนแล้วแต่เป็นเลือดที่ถูกซัดมาสิ้น

“บัดซบ มันเรียกเลือดเราได้” แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีบางจุดที่ตัดกระบี่ไม่สามารถปกป ้องได้ ที่ต้นขาบังเกิดรอยทิ่มแทงจากโลหิตเลือด

และเมื่อสายตาของตัดกระบี่มองออกไปเบื้องหน้าก็ไม่พบ มารโลหิตแล้ว มันจากไปเสียแล้วพร้อมเรียกเลือดจากตัดกระบี่ได้


กลับมาที่งานจัดอันดับฝีมือ ณ หมู่ตึกพรรคกระจ่างแจ้ง

“ข้าพเจ้าได้ยินข่าวมาเช่นนี้ แม้นการสู้นั้นไม่บรรลุผลแต่ท่านก็เสียเลือดให้กับมา รโลหิต เช่นนี้แล้วการจัดท่านต่ำกว่ามารโลหิตเพียงหนึ่งขั้น เหตุใดว่าไม่เที่ยง” ชายชราประมุขพรรคกล่าวเหตุการณ์ถูกต้องคมคายทำเอาตัด กระบี่จนด้วยแต้ม แต่ยังคงไม่ยอมแพ้

“ชิ ข้าพเจ้ามิสู้ท่านประเด็นนี้แล้ว แต่ถึงกระนั้นอย่างไรถึงจัดข้าต่ำกว่านางมารหิมะได้”


เคตดิต http://www.bloggang.com/viewdiary.ph...roup=6&gblog=3
__________________
อย่ายึดติดกับอดีตจงอยู่กับปัจจุบันและก้าวเดินไปข้า งหน้าอย่าไปสนใจกับอนาคต



  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
 
เก่า 18 Sep 2008, 11:24   #2 (permalink)
สมาชิก TG เต็มตัว
 
watptr's Avatar
 
โพส: 279
ดาวโหลด: 94
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 5

TG ออร่า:
watptr aura



แล้วเมื่อไหร่จะจบล่ะครับ
__________________
DOKAPON สนุกจริงๆ

น้องหนู Molde น่าร้ากที่ซู้ด...

  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 02 Dec 2008, 10:38   #3 (permalink)
สมาชิก TG เต็มตัว
 
aekwatt's Avatar
 
โพส: 265
ดาวโหลด: 78
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 30

TG ออร่า:
aekwatt auraaekwatt auraaekwatt auraaekwatt aura



มาร ฟ้า เทพ หิมะ (นิยายจีน) บทที่ 2
บทที่ 2

สามเดือนก่อนหน้า ณ ภูเขาฮวงซัน


หากจะกล่าวไปแล้วคงมีเพียงภูเขาหิมะเหินแห่งนี้กระมั งที่คงความหนาวเย็นไว้ได้เกือบตลอดปี และยิ่งเมื่อมองไปรอบ ๆ สิ่งที่จะพบเห็นได้ก็เพียงสิ่งแวดล้อมอันขาวโพลนจากห ิมะ และบันไดที่ทอดยาวไปสู่ตำหนักหมื่นน้ำแข็ง ซึ่งถือเป็นสำนักนอกรีตอันดับหนึ่งเคียงคู่สำนักหมื่ นอัคคีโดยสำนักนอกรีตทั้งสองนี้ได้ค้านอำนาจสำนักฝ่า ยธรรมะอย่าง สำนักเทพกระบี่ใต้ไว้

ปกติแล้วหากมองไปทางด้านหน้าจะเห็นตำหนักหมื่นน้ำแข็ งซึ่งเป็นสีขาวปนฟ้าสวยงามและหากเมื่อมองไปทางด้านหล ังจะเห็นบันไดที่ยาวลงไปสุดตาจนถึงตีนเขา

แต่ยามนี้หากมองไปทางด้านหลังสิ่งที่เห็นกลับเป็นเพี ยงร่างที่ไร้วิญญาณของลูกพรรคหมื่นน้ำแข็งที่นอนทอดร ่างไร้วิญญาณเรียงรายกันตามบันได

“อ๊าาาากกกก” เสียงร้องลั่นของลูกพรรคหมื่นน้ำแข็งนายหนึ่งดังก้อง ไปทั้งหุบเขาก่อนที่ร่างของเขาจะ ปรากฏกายร่วงจากฟ้ากระแทกพื้นบันไดกระดูกหักไปทั่ว แต่ไม่น่าเชื่อที่เขายังแข็งใจไม่สิ้นชีพไปทันที อีกทั้งยังจุดพลุเตือนภัยให้คนในพรรคได้ทราบถึงภัยร้ ายที่กำลังจะมาเยือนได้อีกด้วย

พลุระเบิดกลางฟ้าเป็นประกายสวยและเผยให้เห็นร่างของห ญิงงามในชุดขาวที่ล่องอากาศลอยเด่นดุจเทพธิดาซึ่งกำล ังเดินบนบันไดเมฆก็ไม่ปาน เธอค่อยๆ ร่อนลองจากฟ้าอย่างงามหมดจดตรงมายังชายหนุ่มผู้บาดเจ ็บนั้นทันที

“นางมารร้าย….” ชายหนุ่มกล่าวไม่ทันจบประโยคปลายเท้าของนางก็เหยียบย ่ำลงบนอกของมันทำเอาทั้งกระดูกและกำลังภายในแตกซ่าน กระอักเลือกหนึ่งคราและสิ้นชีพไปทันที

เธอมองดูเหยื่อด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ก่อนจะเหลียวมองไปทางด้านหลังผ่านกลุ่มร่างไร้วิญญาณ ที่เรียงรายบนบันไดด้วยใบหน้าที่ภูมิใจในความสามารถข องตน

มารหิมะ เป็นเพียงชื่อที่เธอถูกขนานนาม “หิมะ” นั้นมาจากการที่เธอมีมีผิวกายที่ขาวราวหิมะ อีกทั้งเสื้อผ้าที่ส่วมใส่ล้วนมีเพียงสีขาว ส่วน “มาร” นั้นย่อมมาจากวิถีแห่งยุทธ์และนิสัยของนาง

หากเพียงพบหน้าชาวยุทธ์นั้นยากนักจะรู้ได้ว่าเธอคือ มารหิมะ ผู้เลื่องลือซ้ำร้ายอาจคิดใคร่หลงรักด้วยใบหน้าอันดู ใสซื่อและขี้เล่นเย้ายวน แต่มีสิ่งหนึ่งที่หากสังเกตก็คงพอจะให้ทราบได้นั้นคื อนางจะสวมถุงมือตาข่ายเงินทั้งซ้ายขวาเป็นประกายระยิ บระยับตลอดเวลา

“ท่านอาข้ามาเอาชีวิตท่านแล้ว” สาวน้อยกล่าวพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเหินร่างมุ่งตรงไปยัง ตำหนักหมื่นน้ำแข็งทันที

เพียงแรกเข้าตำหนักหมื่นน้ำแข็งนางก็พบกับกลุ่มลูกพร รคที่ยืนรอท่าอยู่เต็มไปหมดทั่วทั้งลานหน้าตำหนักฯ โดยนับได้ร่วมร้อยชีวิตที่มาเพราะเห็นพลุสันญญาณเตือ นภัย

ใบหน้าอันดุดันของพวกลูกสมุนพรรคหมื่นน้ำแข็งก็พลันเ ปลี่ยนทันทีเมื่อเห็น ผู้บุกรุกใบหน้าไร้เดียงสาที่มาเพียงลำพัง

“สาวน้อย เจ้าเป็นใคร?” ลูกสมุนผู้หนึ่ง ซึ่งยืนนำหน้ากล่าวเสียงนุ่มแต่ทว่าไม่มีคำตอบจากนาง มารหิมะ เธอเพียงยิ้มอย่างอ่อนหวานก่อนจะพูดอย่างเชิญชวนว่า

“เข้ามาใกล้ข้าพเจ้าเถิด” เสียงนุ่มอ่อนหวานทำเอาสมุนฯ ห่าม ๆ เดินกรู่กันเข้าหานางอย่างเต็มใจ

“แม่นางน้อยมาให้ข้าดูแลเจ้าจะดีไหม” ลูกสมุนผู้หนึ่งกล่าวลามปามอีกทั้งยื่นมือขึ้นหมายจั บแก้มหล่อนอย่างได้ใจ

แต่พริบตาดุจฟ้าร้องกลับเป็นมือซ้ายใต้ถุงมือตาข่ายเ งินของนางมารหิมะที่ยกขึ้นจับกุมข้อมือของสมุนผู้ไม่ รู้ที่ต่ำที่สูงแทน และเป็นมันที่ร้องลั่นโอดครวญเหมือนถูกฟ้าผ่าก็ไม่ปา น

วิชามารประหลาดลึกล้ำยิ่ง พริบตาพลังวัตรของสมุนผู้โชคร้ายนั้นได้ถูกนางมารหิม ะดึงดูดออกไปอย่างอัศจรรย์ ส่วนตัวสมุนนั้นเมื่อยิ่งเผชิญความทุกข์ทรมาณก็ยิ่งด ิ้นรน มันตะเกียดตะกายใช้มือข้างที่เหลือคว้าจับลูกพรรคฯ คนอื่น ๆ หมายขอความช่วยเหลือ แต่กลับเป็นว่าผู้อื่นก็กลับถูกดูดพลังวัตรผ่านตามร่ างมันไปด้วย เสมือนคนถูกไฟดูดแล้วอีกไปคว้าจับผู้อื่นให้ถูกดูดไป ด้วย

ผู้ถูกดึงดูดพลังจึงเพิ่มจากหนึ่งเป็นสาม และจากสามก็เพิ่มเป็นเจ็ดด้วยว่าอีกสองคนเมื่อโดนวิช ามารให้ต้องทุกข์ทรมาณก็ยิ่งเอื้อมมือไปคว้าจับผู้อื ่นเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จากเจ็ดก็เป็นสิบห้า จนกระทั้งท้ายที่สุด สมุนทั้งห้าสิบคนจากจำนวนหนึ่งร้อยก็โดนดูดพลังจนหมด สิ้น ไร้เรี่ยวแรง บางคนที่พลังวัตรต่ำทรามก็ถึงกับสิ้นชีพไป

ในขณะที่ลิ่วล้อที่เหลืออยู่อีกห้าสิบกว่าคนได้เห็นภ าพอันน่าสยองเบื้องหน้า ก็ได้แต่ตะลึงงัน ค่อยๆ ก้าวเท้าถอยหลังอย่างพร้อมเพรียงด้วยความหวาดกลัวต่อ ผู้หญิงเพียงคนเดียว

“หากไม่บุกเข้ามาผู้น้อยก็จะบุกเข้าไปล่ะนะ” นางมารหิมะกล่าวยิ้มแย้มแจ่มใส

อันข้อเสียของวิชามารดึงดูดพลังของนางนั้น คือไม่ว่าจะดูดพลังปราณมาสักเท่าใดก็จะต้องรีบใช้ออก ไปให้หมดทันที ไม่สามารถเก็บกักพลังไว้ในกายได้นานมิฉนั้นจะทำให้เก ิดธาตุไฟเข้าแทรกได้ เพราะพลังปราณของผู้อื่นย่อมไม่เข้ากับพลังปราณดั่งเ ดิมของหล่อนได้

ยามนี้นางจึงร่ายรำฝ่ามือเป็นเงาสีเงินสวยงามชักนำหิ มะบนพื้นลอยขึ้นเป็นเม็ดหิมะเล็ก ๆ กลางอากาศพร้อมกับร้อยยิ้มที่มุมปากแล้วกล่าวว่า

“ตาย!!!!” สิ้นเสียงกล่าว นางก็ชักนำพลังที่ได้ดึงดูดมาทั้งสิ้น ใช้ออกโดยสบัดแขนไปข้างหน้าพร้อมถ่ายโอนพลังวัตรอันส ูงส่งออกไป พริบตาหิมะเล็ก ๆ ที่ลอยคว้างกลางอากาศก็พุ่งออกเสมือนมีดบินสีขาวกระจ ายออกไปข้างหน้าทั่วทิศทั่วทางทะลุร่างของลูกพรรคฯที ่ยังเหลืออยู่ สิ้นชีพโดยไร้โอกาสแม้นจะตอบโต้

เธอยิ้มอย่างไร้ความหมายค่อยๆ ดูร่างของหมู่ศัตรูค่อยๆ ล้มลงกับพื้นหลายสิบชีวิตดุจใบไม้ร่วงนี้นับว่าอำมหิ ตนัก

แต่สำนักใหญ่เช่นหมื่นน้ำแข็งนี้ย่อมไม่หมดสิ้นยอดฝี มือเพียงง่ายดายเท่านี้ พริบตาเดียวก็มีชายสองคนพุ่งเข้าหานางมาร โดยคนแรกฟาดดาบสุดแรงปรากฎเป็นเงาดาบขนาดยักษ์หมายตั ดมารหิมะให้เป็นสองท่อน

“นางมารรับดาบข้าไปซะ” ชายผู้นี้นับว่ามีพลังวัตรสูงล้ำย่อมไม่ต่ำกว่าหนึ่ง ในผู้คุมตึกเป็นแน่

แต่เพียงนี้นางกลับไม่เห็นอยู่ในสายตา ไม่แม้นแต่จะรวบรวมพลังเข้าต้าน แต่กลับร่ายรำฝ่ามือที่ไร้พลังเข้ารับคมดาบเสียอย่าง งั้น และพริบตาที่ฝ่ามือของนางรับดาบได้สำเร็จ พลังปราณของศัตรูก็ถูกดึงดูดผ่านภาวะว่างเปล่าทางมือ ซ้ายอย่างแยบคายก่อนจะพลักดันพลังนั้นโอนถ่ายไปยังมื อขวาของเธอแทนแล้วใช้ออกด้วยหนึ่งฝ่ามือเข้ากระแทกหน ้าอกศัตรูอย่างจัง

“เคลื่อนย้ายดารา” นี้ย่อมนับเป็นกระบวนท่าหยิบยืมพลังสนองคืนที่สมบูรณ ์แบบยิ่ง หนึ่งฝ่ามือที่นางใช้ล้วนมีเพียงพลังของศัตรูเท่านั้ นหาได้ลำบากแรงนางแต่อย่างใด

สิ้นกระบวนท่านี้ร่างของมันก็พุ่งลอยกลับไปยังทิศที่ พุ่งมาหากจะต่างก็เพียงร่างนั้นไร้วิญญาณไปซะแล้ว และดาบนั้นก็ยังค้างคาอยู่ที่ปลายมือของหล่อนอยู่เลย

ยากจะเชื่อระดับผู้คุมตึกยังจบชีวิตด้วยกระบวนท่าเดี ยวในขณะที่ผู้คุมตึกอีกคนที่มาพร้อมกันยังไม่ทันได้เ ข้าปะทะกับเธอซะด้วยซ้ำ

“นางมาร รับมือ” ผู้คุมตึกอีกคนกล่าวเมื่อเข้าระยะต่อสู้พร้อมทั้งรวบ รวมพลังวัตรหมายเข้าปะทะให้แตกดับกันไปข้างหนึ่ง

“พลังหมื่นน้ำแข็งขั้นที่ 4”

ผู้คุมตึกผู้นี้โจมตีเข้าสู้ร่ายรำเพลงหมัดเข้าปะทะอ ย่างดุเดือดรุนแรง แต่เธอก็ไม่แตกตื่นตกใจพลันเปลี่ยนกลยุทธ์นำดาบที่คี บอยู่ระหว่างมือข้างซ้าย เปลี่ยนเป็นจับมั่นคงแล้วร่ายรำเพลงดาบเข้าป้องกันต้ านรับเชิงถอย

พริบตาเดียวนั้นเองที่นางต้องใช้เพลงดาบรับเพลงหมัดท ี่พุ่งเข้าใส่นับสิบกระบวนท่าและทุกเพลงหมัดนั้นยังค งแฝงพลังไอเย็นไม่ธรรมดา ต้านรับไปได้เพียงสิบกระบวนท่าดาบของเธอก็กลายเป็นน้ ำแข็งไปทั้งสิ้นแล้ว

"เพลงหมัดอันร้ายกาจ" นางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ผู้คุมตึกเผยออกด้วยร้อยยิ้มคาดว่าได้เปรียบแต่หารู้ ไม่ว่ากลับเป็นนางมารที่ดูผ่อนคลายกว่า ฉับพลันนางจึงเปล่งพลังจากภายในทำลายดาบในมือสิ้น เศษดาบที่แตกกระจายพลันเปลี่ยนคล้ายกลายเป็นมีดบินก็ ไม่ปาน หยุดให้ผู้คุมตึกต้องเปลี่ยนเพลงหมัดจากรุกเป็นรับปั ดป้องเศษดาบวุ่นวายและพริบตาที่ละจากการบุกนั้นเอง พลังสายหนึ่งก็ได้พุ่งลอบผ่านแนวป้องกันของผู้คุมตึก ไปได้

เป็นดรรชนีของนางมารที่พุ่งผ่านแทงทะลุคอหอยของมันอย ่างง่ายดายนี้นับว่าร้ายกาจมากแล้ว ผู้คุมตึกจ้องมองนางมารตาค้าง และเมื่อหิมะชักนิ้วที่เต็มไปด้วยเลือดออกมา ร่างของมันก็ค่อยๆ ล้มกองไปกับพื้น

ถึงขั้นนี้แล้วหากเจ้าสำนักไม่ยอมออกตัวเกรงว่าลูกพร รคทั้งหลายจะตายสิ้นเป็นแน่ ยามนั้นจึงบังเกิดเสียงดังอันเต็มไปด้วยโทสะว่า

“นางมารบังอาจนัก” ผู้กล่าวเป็นชายสูงวัยผมเฝ้าขาวโพลน แต่งกายดูภูมิฐาน ใบหน้าดุดัน ผู้มาพร้อมกลับดาบขนาดยักษ์ นี้ย่อมไม่ใช่ใคร เจ้าสำนักหมื่นน้ำแข็ง นาม “มังกรเย็น”

ไม่พูดพร่ำทำเพลงผู้เฒ่าแห่งตำหนักหมื่นน้ำแข็งก็พุ่ งเข้าโจมตีด้วยเพลงดาบอันรุนแรง เงาดาบยามนี้ย่อมเหนือกว่าผู้คุมตึกอย่างยิ่ง

แต่ก็ยังคงเป็นนางมารที่นิ่งไม่ไหวติง ร่ายรำเพลงฝ่ามือรับปราณดาบด้วยท่วงท่าที่ผ่อนคลาย เสมือนตัวเธอเป็นเพียงความว่างเปล่าดึงดูดพลังปราณขอ งผู้เฒ่าจากมือซ้ายก่อนจะเปลี่ยนถ่ายไปมือขวาแล้วซัด คืนกลับออกด้วยเพลงฝ่ามือ เป็นอีกหนึ่งกระบวนท่ายืมพลังสนองกลับที่สมบูรณ์

ปกติผู้ใดจู่โจมสุดกำลังย่อมไม่เหลือพลังไว้ค่อยป้อง กันตัว ภายใต้กลยุทธ์เช่นนี้เองจึงสามารถพิชิตผู้คุมตึกด้วย กระบวนท่าเดียวได้ แต่ไม่ใช่กับระดับปรมจารย์ อย่าง “มังกรเย็น”

ผู้เฒ่าผู้นี้ยังคงร้ายกาจใช้อีกมือที่ไม่ได้จับดาบ ฟาดฝ่ามือต้านรับพลังฝ่ามือของมารหิมะและคลี่คลายสถา นการณ์ได้อย่างง่ายได้

“ท่านใช้พลังเพียงครึ่งจู่โจมข้าพเจ้า” นางมารกล่าว

“ข้ารู้จักพ่อเจ้าย่อมรู้จักวิชามารของเจ้า” ผู้เฒ่ามังกรเย็นกล่าว

“งั้นผู้เฒ่าย่อมรู้ว่าวรยุทธ์ข้ายามเป็นเยี่ยง ไร”

“เทียบเท่าพ่อของเจ้า”

“ครั้งนั้นท่านกับท่านอามังกรร้อน สองคนรุมถึงชนะพ่อข้าได้ยามนี้คงถึงคราตายของท่านแล้ วกระมั่ง”

“ผิดแล้ว ข้าพเจ้ายามนั้นหาได้สำเร็จยุทธ์ขั้น 9 เช่นนี้” ผู้เฒ่ามังกรเย็นกล่าวมั่นใจก่อนจะรวมพลังปราณ

“พลังหมื่นน้ำแข็งขั้นที่ 9” ไม่มีรั้งรอชายแก่ฟาดฟันเพลงดาบกับพื้น เปลี่ยนหิมะที่นอนนิ่งบนพื้นกลายเป็นเป็นคลื่นหิมะขน าดยักษ์โถมกระหนั้นเข้าใส่นางมารหิมะทันที

พลังปราณยิ่งใหญ่บีบคั้นให้เธอทำได้เพียงหลบหลีก แต่ผู้เฒ่าร้ายกาจก็ไม่ปล่อยให้เธอได้พักเสียสักจังห วะ เร่งรัดฟาดฟันเพลงดาบลงพื้นสร้างคลื่นหิมะเข้าบีบคั้ นต่อเนื่อง นางมารจึงถูกรุกไล่แต่ฝ่ายเดียว ต้องถอยร่นแทบจนมุมและพริบตานั้นเองสุดจะคาด ในขณะที่คลื่นหิมะขนาดยักษ์กำลังพุ่งกระหน่ำเข้าหาเธ อจากทุกทิศทุกทาง

ในสถานกาณ์ที่เหมือนสิ้นหนทางรอด นางมารหิมะกลับเพียงนั่งลงวางสองมือลงบนพื้นหิมะจากน ั้นจึงใช้ออกด้วยอดวิชา ดึงดูดปราณที่แฝงมากับคลื่นหิมะให้ไหลผ่านมาบนพื้นหิ มะเข้าหามือนางที่วางแนบอยู่ ฉับพลันคลื่นหิมะขนาดยักษ์ก็ค่อยๆ สลายไปอย่างสุดจะคาด

“ร้ายกาจนัก” ชายแก่ลอบกล่าวอย่างตื่นตะลึง มิคาดวิชาเคลื่อนย้ายดาราจะดึงดูดพลังเช่นนี้ได้ มันจึงเปลี่ยนกลยทุธ์จากเพลงดาบเป็นเพลงหมัดพุ่งกระห น่ำหมัดใส่อย่างต่อเนื่อง

นางมารหิมะก็ถ่ายคืนพลังที่ดึงดูดมาโดยร่ายรำเพลงฝ่า มือเป็นเงาสีเงินเข้าปัดป้องแต่ถึงกระนั้นเพียงแค่ผ่ านไปไม่กี่เพลงถุงมือเงินทั้งสองข้างของเธอก็ได้เหมื อนถูกเคลือบไปด้วยน้ำแข็งทำเอามือของเธอนั้นเย็นชาจน แทบไร้ความรู้สึกไปเลยทีเดียว

“พลังหมื่นน้ำแข็งร้ายกาจจริงๆ ไม่มีมีจังหวะให้ตอบโต้เลย” นางมารหิมะลอบกล่าวในใจ ทำได้แต่ปัดป้องเพลงหมัดวุ่นวาย ฉับพลันเธอเหลือบสายตาไปเห็นต้นไม้ใหญ่ที่ด้านซ้าย จึงเปลี่ยนกระบวนท่าดีดตัวผละออกจากการต่อสู้ลอยตัวข ึ้นเหนือต้นไม้ใหญ่ทันที

“รับมือ” เธอซัดพลังเพลงฝ่ามือเข้าใส่หิมะบนพุ่มไม้พริบตาเดีย วหิมะก็พลันเปลี่ยนประดุจมีดบินพุ่งเข้าโจมตีจากมุมส ูงทันที

ทว่าชายแก่ก็รับมือร่ายรำเพลงหมัดเข้าต้านทานแก้ไขแล ะคลี่คลายอย่างง่ายดาย ที่แท้นี้นับว่าเป็นเพียงลูกไม้หลอกล่อเท่านั้น ฉับพลันแม้นหันมองไปทั่วก็ไม่เห็นนางมารหิมะแล้ว

“มันหายไปไหน” ชายแก่กล่าวในขณะที่หิมะก็ค่อยๆ เริ่มร่วงหล่นลงมาและพริบตานั้นเองชายแก่ก็ตระหนักได ้ว่า นางมารนั้นอยู่ที่ไหนเมื่อเห็นเงาของนางทอดลงมาจากฟา กฟ้า

“ข้างบนงั้นรึ” มังกรเย็นรีบรวบพลังถ่ายลงไปที่ฝ่ามือก็จะใช้ออกด้วย พลังถึงแปดส่วน ทะยานขึ้นฟ้าเข้าปะทะในขณะที่เธอก็ร่ายรำเพลงฝ่ามือเ ข้าปะทะด้วยพลังไม่ต่ำกว่าห้าส่วนเช่นกันแต่พริบตาก่ อนที่เพลงฝ่ามือทั้งสองจะปะทะกัน

“ท่านอาหลงกลแล้ว” นางมารหิมะลอบเปลี่ยนกระบวนท่าชักนำพลังของตนกลับเปล ี่ยนสภาพเป็นไร้สภาวะเพื่อดูดรับพลัง หยิบยืมพลังสนองกลับตามเคล็ดวิชาเคลื่อนดารา

พริบตานั้นเองก็เป็นดังคาดพลังฝ่ามือของชายแก่ก็ได้ถ ูกเธอดึงดูดผ่านมือซ้ายไปอย่างแยบคายเป็นไปตามแผนการ ยามนี้สาวน้อยยิ้มอย่างได้ชัยแล้วเมื่อลอบดึงดูดพลัง สำเร็จ

ทว่า....

“หลานข้า เจ้าหลงกลแล้ว” เป็นมังกรเย็นที่กล่าวอย่างเยือกเย็น หรือว่าที่แท้มันเป็นเพียงแผนลวงอีกชั้นหนึ่ง ในขณะที่พลังปราณได้ถูกดึงดูดจากแขนซ้ายของนางเข้าถึ งกลางกายนั้นเอง พลังนั้นก็ได้แปรผันไม่น่าเชื่อ

“พลังหมื่นน้ำแข็งขั้นที่ 10” สุดจะคาดสายพลังของชายแก่ที่นางมารดึงดูดมาได้พริบตา กลับเปลี่ยนเป็นพลังไอเย็นสุดขั้วทั้งสิ้นจับแข็งอยู ่ในลมปราณทำให้แม้นแต่เธอเองก็ไม่สามารถโอนถ่ายออกไป ได้

“อะไรกัน….” นางกระอักเลือดออกมาคราหนึ่งด้วยด้วยว่าพลังไอเย็นนั ้นทำร้ายเธอจากภายในอย่างเยือกเย็น

“นี้คือเหตุผลที่พ่อของเจ้าพ่ายแพ้” ชายแก่ควงหมัดเข้ากระแทกกลางลำตัวหญิงสาวด้วยพลังที่ เหลืออยู่สองส่วนแต่นั้นก็เพียงพอที่ดับชีพเธอแล้ว

แต่เคราะห์ยังดีเธอยังคงมีสติพอที่จะใช้เพียงกำลังภา ยในของตนต้านรับแล้วอาศัยแรงนั้นทะยานเหยียบอากาศหนี ไปได้พร้อมรายเลือดหยดตามพื้นหิมะเป็นทาง

ชายแก่นึกไม่ถึงว่านางจะหนีได้พลังมีสีหน้าโกรธายิ่ง พร้อมทั้งตะโกนเสียงดังก้อง สั่งลูกสมุนไปว่า

“ตามไปจับนางมารนั้นมาให้ได้ ข้าต้องการเคล็ดวิชาของมัน”


ปัจจุบัน ณ หมู่ตึกพรรคกระจ่างแจ้ง งานจัดลำดับยอดยุทธ์

“แม้นนางมารจะไม่ชนะผู้เฒ่ามังกรเย็น แต่ก็ต้องยอมรับว่าเคล็ดวิชามารของมันไม่ธรรมดา” หวังเผิงประมุขพรรคกระจ่างแจ้งเล่าต่อตัดกระบี่ด้วยน ้ำเสียงเลื่อมใส

“นางมารจะเท่าไรกัน ข้าพเจ้าจะตามไปเด็ดชีพมันให้เห็นเป็นประจักษ์เอง” ตัดกระบี่กล่าวน้ำเสียงมั่นใจยิ่งนัก

“แต่นางมารซึ่งได้รับบาดเจ็บและไม่สามารถขับไอเย็นออ กได้ยามนี้ หากท่านจะเข้าสู้ด้วยไม่เรียกว่าซ้ำเติมเกินไปหรือ” ชายแก่ผู้ทรงศักดิ์กล่าว

“แม้นซ้ำเติมผู้บาดเจ็บไม่ใช่วิถีชาวยุทธ์แต่สำหรับน างมารที่ชั่วรายแล้ว ย่อมถือเป็นการกำจัดภัยยุทธภพ” ตัดกระบี่กล่าวเช่นนี้ ย่อมสร้างกระแสทั้งเห็นด้วยและคัดค้านเป็นเสียงอื้ออ ึงไปทั่วทั้งหมู่ตึกกระจ่างแจ้ง ก่อนที่ตัดกระบี่จะกล่าวต่อไปว่า

“สำนักกระจ่างแจ้งขายข่าว หวังว่าข้าพเจ้าจะซื้อข่าวที่อยู่ของนางมารจากท่านได ้” ตัดกระบี่ กล่าวน้ำเสียงมั่นคง


ปล.นานจะมาโพสขอโทษครับ
__________________
อย่ายึดติดกับอดีตจงอยู่กับปัจจุบันและก้าวเดินไปข้า งหน้าอย่าไปสนใจกับอนาคต



  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 02 Dec 2008, 10:48   #4 (permalink)
น้องใหม่ TG
 
thursday's Avatar
 
โพส: 85
ดาวโหลด: 0
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
thursday aura



อ่านแล้ว ง่วงนอนจังเลย - -"
__________________
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
แสดงผล

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are งดใช้


Thaigaming Network : Japan Music World | Flixya Idm | Coming soon.
Home | News | Event | Article | Howto | Preview | Review | Cheat | Play | Anime | Club | Download | Blog | Group | Service | Forum
Blog | Article | Good Articles | Get Index Directory | Upload Files | Games | Online Shop | Lyrics and Tabs | Buy Netbook | Netbook Thai
Copyright © 2000-2008 Thaigaming Network. All Right Reserved.