ดูแบบคำตอบเดียว
เก่า 29 Oct 2006, 08:23   #54 (permalink)
Poporin
สมาชิก TG รุ่นพี่
 
โพส: 456
ดาวโหลด: 54
อัพโหลด: 0
Blog Entries: 2
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
Poporin aura


สถานที่: บ้านอันแสนสุข

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Poporin
มาแล้วครับ ตำนานที่ 19 ในที่สุด คณะเดินทางของเราก็มาถึงหมู่บ้านภูเขาไฟซะที (เฮ้อ~กว่าจะแต่งมาถึงนี่ได้) แต่ผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไฟ ดันตายไปแล้วซะนี่ แล้วทีนี้ จะเป็นยังไงต่อล่ะ? ... อ่านตอนที่ 19 นี่ได้เลยครับ


ตำนานที่ – 19 : การกลับมาของผู้มีความเร็ว

.....ราวกับมีสายฟ้า ฟาดลงไปในห้วงความคิดของทุกคน ที่ได้รับฟังความจริงข้อนี้ ผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไฟ ตายไปแล้ว นี่หมายความว่า... จะไม่สามารถรวบรวมผู้สืบทอดสัญลักษณ์ ได้ครบทั้งหกคนงั้นรึ ถ้าเช่นนั้น การเดินทางนี่ล่ะ จะเป็นอย่างไรต่อ แล้วดาวฟีลโซลนี่ล่ะ จะมิต้องถูกชโลมย้อมด้วย ความมืดมิดแห่งดวงดาวงั้นหรือ

“ฮะ ฮะ ล้อเล่นแรงไปแล้วนะ ปู่บาล ไอ้หมอนั่นมันจะตายง่ายๆอย่างนี้ได้ไง” ...แม้สังคีตจะพูดด้วยเสียงที่พังดูสั่นๆ แต่เขาก็ยังพยายามฝืนยิ้ม เศษเสี้ยวความหวังส่วนหนึ่งของเขา เรียกร้องขอให้เรื่องที่พึ่งได้ยิน เป็นเพียงแค่เรื่องล้อเล่นเท่านั้น

“เจ้าก็รู้ สังคีต ว่าข้าไม่เคยพูดเล่น” ...ปู่บาลพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“...ไม่......ไม่จริง!! ผมไม่เชื่อหรอก!!” ... สังคีตร้องตะโกนออกมา เขาหันหลังกลับไป กระชากเปิดประตู แล้ววิ่งออกไปจากบ้านหลังนี้

“สังคีต!!” ...น้ำฝนและมารุตตะโกนเรียกสังคีต แต่ดูเหมือน มันจะเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์

“ปล่อยไปก่อนเถอะ... เจ้านั่น คงต้องใช้เวลาทำใจซักพัก...” ...ผู้ใหญ่บ้านพูดเนือยเนือย

“...ผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไฟ... ตายแล้วจริงๆเหรอคะ” ..น้ำฝนถาม แม้ว่าเธอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่อยากที่จะยอมรับเรื่องนี้เหมือน กัน

“ใช่... เขาตายไปแล้วจริงๆ” ..ปู่บาลพูดย้ำอีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้น... พวกหนูจะทำอย่างไรกันต่อไปล่ะคะ...” ..น้ำฝนรู้สึกหดหู่ นี่เธอจะไม่สามารถทำอะไรได้เลยงั้นหรือ

“...ไม่ต้องเป็นกังวลไปแม่หนู... มันยังพอมีวิธี”

“...ยังพอมีวิธี... หมายถึง... จะสามารถคืนชีพให้ผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไฟได้งั้นเห รอคะ?” ..น้ำฝนถามอะไรที่มันดูโง่ๆ แต่ว่า เธอก็คิดถึงความเป็นไปได้อื่นๆไม่ออกแล้วจริงๆ

“ไม่ใช่หรอก... คนตาย ไม่ว่าทำอย่างไรก็ไม่มีวันฟื้นคืน...” ..ปู่บาลกล่าว.. “ที่ว่ายังพอมีวิธีคือ เราอาจสามารถหาคนที่จะมาแทน ผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไฟคนเก่าได้”

“หาคนมาแทน?... แต่ว่า ตำแหน่งผู้สืบทอดสัญลักษณ์นั้น เป็นสิ่งที่สืบต่อกันมาทางสายเลือดนี่คะ แล้วเราจะเอาคนอื่นมาแทนได้ยังไง” ... น้ำฝนรู้เรื่องเหล่านี้ดี เพราะเธอเอง ก็เป็นผู้สืบทอดสัญลักษณ์เช่นกัน

“.....กรณีแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน... ผู้สืบทอดสัญลักษณ์ ตายไปโดยไร้ทาญาติ ข้าเองก็ไม่รู้ว่า การที่จะให้คนอื่นมาแทนแบบนี้ ตัวสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณไฟจะยอมรับมั้ย แต่... มันก็ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว...”

“งั้นลองให้ผมแทนมั้ยฮะ? ผมเก่งนะ” ...มารุตพูดขึ้นมาอย่างซื่อๆ โดยหวังว่าตัวเองจะเป็นประโยชน์บ้าง

“ไม่ได้หรอกเจ้าหนู... แต่เดิม สัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณไฟ ได้มอบให้มนุษย์เป็นผู้ถือครอง ดังนั้น คงไม่ยอมรับเจ้าที่เป็นชาวเผ่าปักษาแน่ๆ” ...ผู้ใหญ่บ้านอธิบาย

“แล้วท่านคิดเอาไว้ว่า จะให้ใครมาแทนผู้สืบทอดที่ตายไปแล้วคะ?” ... น้ำฝนถามผู้ใหญ่บ้าน

“...ข้าเองก็มีคิดเอาไว้สองสามคน... แต่ข้าก็ยังตัดสินใจไม่ได้” ..ผู้ใหญ่บ้านกล่าว.. “แต่พวกเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องนี้มากหรอก ข้ารับรอง ว่าจะหาผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไฟคนใหม่ให้ได้”

“ค่ะ... ขอบคุณมากค่ะท่านผู้ใหญ่บ้าน”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก มันเป็นหน้าที่ของข้า... ระหว่างนี้ พวกเจ้าก็พักอยู่ที่บ้านนี้ก่อนได้” ...พูดจบ ผู้ใหญ่บ้านเผ่าพืชก็หลับตาลง ทำให้เขาดูเหมือนเป็นต้นไม้ธรรมดาๆอีกครั้ง

------------------------------------------------------------------------------------


.....ป่าทึบที่ล้อมรอบหมู่บ้านภูเขาไฟอยู่นี้ มีชื่อเรียกว่า “ป่าพฤกษายักษ์” ที่มีชื่อเช่นนี้ ก็เนื่องมาจากขนาดอันใหญ่โตของต้นไม้ที่อยู่ในป่า ต้นไม้ทีเล็กที่สุดในนี้ ยังต้องใช้คนถึงห้าคน จึงจะสามารถโอบรอบลำต้นได้ .....ไม่เพียงแค่ต้นไม้ แต่บรรดาสรรพสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่านี้ ก็มีขนาดใหญ่โตกว่าปกติเช่นกัน ..กระต่ายน้อยที่เมื่ออยู่ภายนอก อาจจะดูตัวเล็กน่ารัก แต่ถ้าเป็นกระตายในป่าพฤกษายักษ์นี่ล่ะก็ ขนาดของมัน อาจจะโตพอๆกับสุนัขล่าเนื้อตัวใหญ่ๆ เลยทีเดียว

.....สรรพชีวิตในป่าพฤกษายักษ์แห่งนี้ ดำรงอยู่กันอย่างปกติธรรมดา แม้ว่าจะมีขนาดที่ไม่ธรรมดาเลยก็ตาม ...แต่... ในวันนี้ ทุกสิ่งดูจะไม่ปกติ บรรดาสัตว์ป่าทั้งปวง ต่างหลบลี้ ไม่ออกมาหากิน ราวกับรู้สึกได้ ถึงอันตรายบางอย่าง ที่กำลังจะเกิดขึ้น

.....อัศวินในชุดเกราะสีขาว เดินอย่างไม่กลัวเกรง ในป่าใหญ่ที่เงียบสนิท จิตชั่วร้ายอันคุ้นเคยที่เขาสัมผัสได้ ยิ่งรุนแรงขึ้นกว่าเก่า ราวกับเป็นการเชิญชวน ให้เขาเข้าไปหา ..อัศวินก้าวเท้าออกเดินต่อไปตามคำเชิญชวน จนกระทั่งมาถึงลานโล่งแห่งหนึ่ง กลางป่าพฤกษายักษ์แห่งนี้ ต้นไม้ใหญ่เขียวชอุ่ม ขึ้นล้อมรอบลานดินแห้งผาก แตกระแหง ดูขัดแย้งกันยิ่งนัก

“หึหึ ข้าคิดแล้ว ว่าเจ้าต้องมาตามคำเชิญชวนองข้าแน่ๆ เป็นยังไง ลานดินนี่ ถูกใจเจ้ามั้ย?.... ไวท์” ...เสียงชายลึกลับ ดังออกมาจากเงาไม้ใหญ่ รอบลานดิน

“......ออกมาคุยกันดีๆเถอะ... รึว่าตัวตนของเจ้า ยังไม่มากพอที่จะปรากฏร่างได้.......... แบล็ค” ...ไวท์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เจ้ายังพูดอะไรตรงประเด็นเหมือนเดิมนะไวท์... ใช่ ตัวตนของข้าในตอนนี้ ยังไม่มากพอที่จะปรากฏร่างในตอนกลางวันแบบนี้จริงๆ” ... แบล็ค กล่าว ..“แต่ว่าอีกไม่นานหรอก ตัวตนของข้าจะต้องชัดเจนขึ้นแน่นอน... หึหึหึ”

“...แบล็ค... เจ้าต้องการอะไร”

“ข้าพาคนที่อยากพบเจ้าคนนึงมาหาแน่ะ... แต่จะเรียกว่าคนก็คงจะไม่ถูกซักเท่าไหร่ จริงมั้ย? ...เวคี”

.....เวคีเดินออกมาจากเงาไม้ใหญ่รอบๆลานดิน บาดแผลที่ได้รับจากไวท์ ในการต่อสู้ครั้งที่แล้วทั้งหมด หายเป็นปลิดทิ้ง ดาบสั้นคู่ที่ลับจนคมกริบถูกชักขึ้นมา เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้

“จะเรียกว่าอะไรก็เรื่องของแก คำพูดของคนที่ข้าไม่รู้ชื่อจนถึงเมื่อกี้ ข้าไม่สนใจหรอก” ... เวคีพูด

“...แต่ก็ต้องขอบใจแกล่ะนะ ที่ทำให้ข้าได้เจอกับไอ้หมอนี่อีกครั้ง”... เวคีแสยะยิ้ม ดวงตาสีเหลืองคู่โตที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น จ้องมองมายังชายเกราะขาว ศัตรูของเขาเขม็ง

“...กลับไปเสียเถอะ เผ่าหิมะราตรี ... เจ้าไม่ใช่คู่มือของข้าหรอก” ...ไวท์พูด

“หึ... เจอกันทีไร แกก็ไล่ข้ากลับทุกที ... ข้าไม่ใช่คู่มืองั้นรึ! เอาไว้พูดหลังจากชนะข้าได้เถอะ!!”

“ครืน~น!!!” ...อากาศรอบๆตัวเวคี เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว จนเกิดเป็นสายลมกรรโชกแรง! เวคีใช้เวทมนตร์ หน่วงเหนี่ยวสายลมนั้น เข้ามาเป็นกำลังของตนเอง เหมือนกับที่เคยทำ ที่อัคคีนคร... แต่ทว่า... ครั้งนี้ มีบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างออกไป นั่นก็คือ คลื่นจิตชั่วร้ายจำนวนมาก ที่แฝงอยู่ในสายลม!!

“......เจ้ากลายเป็นความชั่วร้ายไปแล้ว....” ...ไวท์กล่าว พร้อมเปลี่ยนปลอกแขนเหล็กของเขา ให้กลายเป็นดาบสองมือเล่มใหญ่

“ความชั่วร้าย... ต้องถูกกำจัด!!” .. ไวท์กระชับดาบในมือ แล้วพุ่งเขาประชิดตัวเวคีในพริบตา!!

“เคร้ง~ง!!” ...เสียงดาบโลหะปะทะกัน ดังลั่นสนั่นไปทั่วผืนป่าพฤกษายักษ์ เวคีใช้ดาบสั้นทั้งสองของเขา รับดาบใหญ่ของไวท์ ได้อย่างไม่ยากเย็น รอยยิ้มหยิ่งผยอง ผุดขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยขนสีน้ำตาล เวคีดันดาบของไวท์กลับไป ก่อนจะกระโดดถอยหลังออกมาสองสามก้าว

“ไงล่ะไวท์... เจ้าคิดว่าเวคีแข็งแกร่งขึ้นมาบ้างมั้ย” ...เสียงของแบล็ค ดังออกมาจากเงาของต้นไม้ใหญ่ ที่ล้อมรอบลานดินนี้อยู่

“พวกเจ้าสองคนสู้กันให้สนุกนะ... ส่วนตัวข้าจะขอชมความบันเทิงอยู่ในเงามืดนี่ก็แล้วกั น หึหึหึ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

.....เสียงหัวเราะของแบล็ค เงียบหายไป พร้อมๆกับที่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เวคีกระโจนเข้าหาไวท์ ฟาดฟันดาบสั้นลงมาในแนวทแยง แต่ไวท์ก็รับเอาไว้ได้ด้วยดาบใหญ่ของเขา .. การจู่โจมของเวคียังคงดำเนินต่อไป ดาบสั้นคู่ ทำหน้าที่ราวกับเครื่องจักรสังหาร ที่ทั้งรวดเร็ว แม่นยำ และรุนแรง ...เสียงการประดาบของทั้งสอง ดังกังวานอย่างต่อเนื่อง ฟังคล้ายจังหวะดนตรีอันร้อนแรง ที่ถูกบรรเลงด้วยเพลงดาบ ไวท์พลิกแพลงดาบใหญ่ไปมา ป้องกันการโจมตีของเวคีเอาไว้ได้ทั้งหมด ลมแรงพัดกระหน่ำจากการลงดาบของเวคี สั่นไหวใบไม้ในป่าใหญ่ ให้พลิ้วไหวหลุดโรยลงจากกิ่งก้าน

.....นักรบเผ่าหิมะราตรี เงื้อดาบสั้นทั้งสองขึ้นเหนือหัว แล้วสับลงมาด้วยความเร็วปานลมกรด หมายผ่าร่างศัตรูให้กลายเป็นสองซีก ...ไวท์พลิกตัวหลบดาบสังหารได้ทันท่วงที ก่อนจะซัดลูกเตะเข้ากลางลำตัวของเวคี แรงเตะอันหนักหน่วง ส่งร่างของเวคีให้กระเด็นออกไป ล้มไถลไปบนลานดิน!

“ในนามของพิสุทธิ์ ข้าขอบัญชา พื้นดินจงกลายเป็...”

“พลั่ก!!” ...ยังไม่ทันที่ไวท์ จะกล่าวถ้อยคำสั่งจบ เวคีที่ล้มลง ก็ลุกขึ้น แล้วพุ่งตัวเข้ากระแทกใส่ไวท์อย่างรวดเร็ว ไวท์ไม่ทันได้ป้องกัน จึงถูกกระแทกเต็มแรง จนกระเด็นออกไปชนต้นไม้ใหญ่ ที่ขึ้นล้อมรอบอยู่ริมลานดิน

“หึหึ ทันพอดี ถ้าเป็นตัวข้าเมื่อก่อนล่ะก็... คงจะเสร็จแกไปแล้ว” ... เวคีกล่าวด้วยน้ำเสียง ที่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

“...............” ...ไวท์ค่อยๆลุกขึ้นยืน สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย ไม่มีการตื่นตระหนก

“จะบอกอะไรให้อย่าง” .. เวคีพูด .. “ความสามารถของแกน่ะ ข้าอ่านออกหมดทุกอย่างแล้ว”

จบตำนานที่ - 19
ปล. พรุ่งนี้ผมเปิดเทอมแล้วอ่ะ... เศร้าเลย
__________________
เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ

THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม