| มาแล้วครับบบบ ต่อๆ Chapter IV : Heaven Or Hell (บทที่ 4 : แดนสวรรค์ หรือ นรกอเวจี) ณ เมืองทรานซิลวาเนีย หน้าบ้านใหญ่หลังหนึ่ง ในยามราตรีที่เงียบสงัด ...... นิ๊งน่อง เสียงออดหน้าบ้านหลังหนึ่งดังขึ้น ทำลายความสงบเงียบในยามราตรี สวัสดีครับ มีใครอยู่บ้างไหมครับ เสียงของคนๆหนึ่งที่ยืนอยู่นอกรั้วตะโกนเข้ามาในบ้าน ฮ้าว...ใครกันนะมาเรียกตอนดึกๆ น่ารำคาญจริง เสียงของยามเฝ้าบ้านบ่นพึมพำอยู่ในป้อมยาม ใครก็ได้ช่วยเปิดประตูให้ผมหน่อย ผมเป็นเพื่อนของ เฮฟเวนลี่ เบลมอนต์ ถ้าได้ที่อยู่ไม่ผิดก็น่าจะเป็นบ้านหลังนี้นี่นา เสียงของชายคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านพูดขึ้น มาแล้วคร้าบ...มาแล้ว ยามอายุประมาณ 20-25 ปี ตอบขานเสียงเรียกของชายคนที่ยืนอยู่ข้างนอก พร้อมกับวิ่งมาที่ประตูบ้าน มาหาใครเหรอครับ แล้วทำไมดึกดื่นอย่างนี้ล่ะ ยามถามชายแปลกหน้า ชายที่อยู่ข้างนอกไม่พูดอะไร แต่กลับเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง และ ค่อยๆหยิบบางสิ่งบางอย่างออกมา นี่ครับ..เฮฟ เขาบอกให้ผมพกบัตรนี้ไว้ ถ้าจะมาหาเค้าน่ะครับ.. ชายแปลกหน้า พูดพร้อมกับยื่นบัตรให้กับยามที่เฝ้าบ้าน โอ้!.. นี่มันบัตรประจำตัวของท่านเฮฟเวนลี่ นี่นาแถมยังมีลายเซ็นอีกด้วยรอสักครู่นะครับ คุณคงเป็นเพื่อนกับนายน้อย เดี๋ยว..ผมจะเปิดประตูบ้านให้นะครับ ยามเฝ้าบ้านกล่าวกับชายแปลกหน้าอย่างสุภาพ พร้อมกับรีบเปิดประตูเหล็กให้อย่างรวดเร็ว เชิญเข้ามาในบ้านได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะไปเรียนนายท่านให้.... เอ๋อ... แต่ไม่ทราบคุณชื่ออะไรเหรอ..? ผมชื่อว่า คาเก็ตสึ โทยะ ครับ ถ้าไปบอกกับ เฮฟ เข้าก็รู้แล้วล่ะครับ อ้อ.. ตอนนี้นายน้อยเฮฟ ไม่อยู่บ้านหรอกครับ ท่านออกไปกับ พ่อ และ แฝดของท่านที่ชื่อว่า ลูซิเฟล กับผู้ชายหน้าตาสวย แต่แต่งชุดโบราณคนหนึ่งตั้งแต่ตอนเย็นแล้วครับ เพราะวันนี้เป็นวันที่เกิดจันทรุปราคาเลือด ที่จะเกิดแค่ 100 ปีต่อครั้งเองครับ ใครไม่ได้ดูเกิดมาคงเสียเที่ยวแย่... ยามพูดขณะเดินนำทางชายที่ชื่อว่า คาเก็ตสึ โทยะ ไปที่คฤหาสน์ของตระกูลเทปัส หา!!..เมื่อกี้คุณบอกว่าจันทรุปราคาเลือดเหรอครับ... มันเกิดนานหรือยังครับ..? ชายชื่อ โทยะ ถามยามด้วยความตกใจ อ๋อ...ก็ประมาณเมื่อตอนเย็นราวๆสัก 1ทุ่ม 15 ครับ อ้าว...แล้วคุณไม่ได้ไปดูเหรอเนี่ย? ยามตอบคำถามของโทยะด้วยท่าทางงงงวย ครับ วันนี้ผมไม่ได้ดูหรอกครับ เพราะผมต้องนั่งเครื่องบินมาจากญี่ปุ่นกะจะมาเซอไพร์ เฮฟเค้าซักหน่อยนะครับ โทยะกล่าวกับยามด้วยน้ำเสียงสุภาพโดยไม่ได้เห็นว่ายา มเป็นอาชีพที่มีฐานะต่ำต้อยเลยแม้แต่นิดเดียว แค่สิ่งนี้ก็บ่งบอกแล้วว่าเค้าเป็นคนมีอ่อนน้อม อ๋อ...งั้นก็แย่หน่อยนะครับ น่าเสียดายจริงๆ เอ้า เชิณเข้ามาด้านในเลยครับ เดี๋ยวผมจะไปเรียนนายหญิงให้ครับ อืมมม.... ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ช่วยหาห้องให้ผมหน่อยได้ไม๊ครับเอ๊ะ แต่เดี๋ยวก่อนทำไมตั้งแต่เดินเข้ามาผมก็รู้สึกแปลกๆเ งียบๆเหมือนกับไม่มีใครอยู่บ้านเลยล่ะครับ แล้วทำไมยามถึงมีแค่คุณคนเดียวล่ะครับ? โทยะถามยามด้วยความแปลกใจ เอ๊ะ...ทำไมตัวคุณถึงไม่มีพลังชีวิตของมนุษย์ติดอยู่ เลยล่ะครับ? หรือว่า..! เจ้าหนูหลบไป....กางเขนศักดิ์สิทธิ์ (Holy Cross) เสียงๆหนึ่งดังมาจากด้านหลัง สิ้นเสียงก็เกิดแสงขึ้นด้านหลังโทยะ โทยะจึงกระโดดหลบไปทางขวา กางเขนลอยไปชนยาม...แต่! ยามกลับกลายไปเป็นฝูงค้างคาวกลุ่มหนึ่ง จากนั้นมันก็รีบกระจายฝูงและบินหนีออกไปทางประตู หายไปในท้องฟ้ายามราตรี นี่มันอะไรกัน ละ...แล้วเมื่อกี้นี่มัน...? โทยะตกใจมาก ที่มาถึงบ้านเพื่อนรักครั้งแรกแต่กลับได้รับการต้อนร ับที่น่าหวาดเสียว เจ้าหนู เจ้ามาที่นี่ทำไมเหรอ แล้วทำไมมาดึกๆดื่นๆอย่างนี้ ข้าชื่อว่า อลิซาเบ็ธ เบลมอนต์เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ แล้วเธอเป็นใครล่ะ ที่แท้คนที่ส่งเสียงดังและใช้เวทย์มนต์กางเขนศักดิ์ส ิทธิ์ก็คือ อลิซาเบ็ธ เบลมอนต์ นายหญิงแห่งคฤหาสน์หลังนี้นี่เอง ทะ..ทำไมถึงเกิดเรื่องอย่างนี้ได้ครับ ผมมาหาเฮฟเวนลี่เพื่อนรักของผมครับ ถ้าผมเดาไม่ผิดคุณก็คือแม่ของเฮฟใช่ไม๊ครับ? โทยะที่เริ่มสงบสติได้ จึงถามผู้หญิงที่ชื่ออลิซาเบ็ธทันที ใช่แล้วล่ะ เจ้าคงเป็นเพื่อนของลูกเฮฟที่เรียนวิชามาด้วยกันซินะ อลิซาเบ็ธ นึกขึ้นได้ถึงเพื่อนที่ลูกมักจะพูดให้ฟังเสมอ ใช่แล้วครับ ผมเองแหละครับ ผมชื่อว่า คาเก็ตสึ โทยะ ครับ เอ่อ... แล้วทำไมบ้านถึงได้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นล่ะครับ คุณป้า โทยะ ส่งเสียงถามไปในความมืด ในขณะเดียวกัน อลิซาเบ็ธ ก็ค่อยๆเดินแหวกความมืดออกมา แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างเล็กน้อยพอที่จะทำ ให้เห็นใบหน้าของ อลิซาเบ็ธ ใบหน้าของเธอเริ่มดูแก่ลงแล้วแสดงว่าเธอก็คงจะอายุมา กแล้ว และเธอก็ตอบคำถามของโทยะ เมื่อตอนเย็นประมาณ 1 ทุ่ม น่ะจะ ไม่รู้ใครที่ไหน มาฆ่ายามและคนเฝ้าบ้านตายกันเกลื่อนบ้านเลย อลิซาเบ็ธกล่าวด้วยท่าทางหดหู่ ละ...แล้วเมื่อกี้มันตัวอะไรกันครับ แล้วเป็นพวกเดียวกับไอ้คนที่มาตอนเย็นหรือป่าวครับ โทยะ พูดด้วยท่าทางสั่นๆ เค้าคงจะตกใจมากเพราะอะไรล่ะ...? อือ...ก็น่าจะใช่นะ แต่พวกเมื่อตอนเย็นมันยังไม่เก่งเท่านี้เลยน่ะซิ จะว่าเป็นหัวหน้าพวกมันก็ไม่น่าจะใช่น่ะ อลิซาเบ็ธ กล่าว อะ..อาจารย์เคยบอกไว้ว่า แวมไพร์ชั้นต่ำจะมีปีกสีดำใช้ไปไหนมาไหนได้และบางตัว ก็ไม่มีปีก แต่แวมไพร์ชั้นสูงจะมีปีกที่ใหญ่กว่าและบางครั้งก็จะ แปลงกายเป็นค้างคาวกลุ่มใหญ่ได้ด้วยครับ ถ้างั้น.... ไอ้ตัวเมื่อกี้ก็คงจะเป็นแวมไพร์ระดับMaster หรือไม่ก็...Dracula.! อลิซาเบ็ธ กล่าวแทรก โทยะ ทำเอาโทยะ ดวงตาลุกโชน ตัวสั่นไปทั้งตัว กะ..ก็คงงั้นแหละครับ ตะ..แต่ไม่น่าจะใช่เค้านท์ แดร็กคูล่าหรอกครับ โทยะ กล่าวด้วยเสียงสั่นๆ จะใช่ตัวที่เราเคยเจอหรือป่าวนะ ( สัญลักษณ์นี้คือกระซิบหรือบ่นพึมพำนะครับ) หนูพูดว่าอะไรนะ..? อลิซาเบ็ธ ส่งเสียงถาม ทำเอาโทยะสะดุ้ง ปะ...ป่าวครับ ผมแค่นึกอยู่ว่ามันจะเป็นใครกันแน่..? โทยะ ตอบกลับอย่างรวดเร็ว ถ้างั้น... หนูช่วยดูแลคฤหาสน์ให้ป้าหน่อยได้ไม๊จ๊ะป้าจะออกเดินทางไปเอาของบางอย่างซักหน่อย ถ้างั้นคงต้องฝากหนูแล้วล่ะนะจ๊ะ คงไม่มีใครเข้าใจความคิดของอลิซาเบ็ธที่ฝากบ้านทั้งห ลังของวงศ์ตระกูลไว้กับที่เพิ่งเคยได้เจอเป็นครั้งแร ก แต่เธอคงมีเรื่องสำคัญที่ต้องรีบไปทำแน่ๆ เออ... ก็ได้ครับ ผมจะอยู่จนกว่าคุณป้าหรือไม่ก็พวกเฮฟกลับมาครับ โทยะไม่มีทางเลือกจึงต้องตอบตกลง ทั้งๆที่เขายังคงมีบางสิ่งติดค้างอยู่ในใจ มันคืออะไรกันแน่.....!? เมื่อโทยะกล่าวจบ อลิซาเบ็ธก็จากไปอย่างรวดเร็วทันที ...... แสงอาทิตย์สาดส่องทั่วฟ้า บ่งบอกว่าเป็นเวลาเช้าแล้ว ผู้คนต่างออกจากบ้านไปทำงานแต่เช้า แต่บางคนก็เดินอยู่ตามท้องถนน แม้ว่าแสงอาทิตย์จะเจิดจ้าเพียงใด แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำให้มองเห็นปราสาทบรานที่ลอยอยู ่กลางนภาในยามเช้าได้..... ลูซิเฟล เทปัส..! เสียงของใครคนหนึ่งเรียก ลูซิเฟล หา!! ไฟไหม้ที่ไหนเหรอเดี๋ยวฉันจะไปดับให้!! ลูซิเฟล ส่งเสียงดังไปทั่วทั้งห้องนอน อ้าว..ที่แท้ก็พ่อนี่เองทำเอาผมตกใจหมดเลย ฮ่าๆๆๆๆ ตลกจริงๆเลยไอ้ลูกคนนี้ นอนตื่นสายแล้วยังจะละเมออีก ฮ่าๆๆ คริส ซึ่งยืนอยู่ที่ข้างๆเตียงหัวเราะลูกของตนเองยกใหญ่ พ่อฮะ ให้ผมนอนต่ออีกซักแปปไม่ได้เหรอฮะ ลูซิเฟล พูดอ้อนวอนพ่อเหมือนกับเด็กที่อายุยังน้อย คงจะไม่ได้หรอกนะ นี่ก็เวลา 10 โมงเช้าเข้าไปแล้ว ส่วนปู่อลูคาร์ดกับเฮฟก็ไปฝึกวิชาที่ลานกว้างตั้งแต่ 8 โมงแล้ว คริส กล่าวแก่ลูกชาย เอ่อ..พ่อฮะ แล้ว..เจ้าแดร็กคูล่าจอมเสแสร้งล่ะฮะ ลูกระซิบให้พ่อฟังเบาๆ พ่อไม่อยากจะพูดเรื่องนี้หรอกนะ แต่ตั้งแต่ตอนเช้าก็ยังไม่เห็นหน้าเลย คริส พูดกับลูกอย่างไม่ค่อยเต็มใจที่จะพูด เอ้า..! ถ้างั้นผมจะไปอาบน้ำแต่งตัวลงไปฝึกซ้อมวิชากับเค้าบ้ างจะได้เก่งๆดีไม๊ฮะพ่อ อืมก็ดีเหมือนกันแต่เจ้าจะไม่กินอะไรก่อนเหรอ? คริสถามลูกด้วยความเป็นห่วง ไม่ล่ะฮะ ผมยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ สงสัยเมื่อคืนจะยัดมากไปหน่อยนะครับ อืม..ถ้างั้นก็อย่าหักโหมนะ คริสกล่าวจบก่อนที่ลูกชายจะวิ่งเข้าห้องน้ำไป ตอนเที่ยงวัน เมืองทรานซิลวาเนีย ในย่านชุมชนแห่งหนึ่ง ณ ตึกที่มีคนคุ้มกันอยู่หน้าประตู.... ..... ให้ข้าเค้าไปหน่อย ข้ามีข่าวด่วนมารายงานหัวหน้า ผู้ชายอายุราวๆ 40 ปี คนหนึ่งบอกแก่คนเฝ้าประตู อ๋อ.. ท่านนี่เอง หัวหน้ากำลังรออยู่เลยครับ ยามกล่าวอย่างสุภาพ พลางยืนมาไปเปิดประตูให้ จากนั้นชายอายุราวๆ 40 ปี จึงรีบวิ่งเข้าไปข้างใน.... ......... ที่ชั้นสามของตึก ชายคนนั้นรีบวิ่งขึ้นบันได้มาอย่างลุกลี้ลุกลนและเข้ าไปในห้องๆนึงที่มีหัวหน้าของตนรออยู่ แฮ่กๆ นายท่านครับ พวกเราได้ข่าวคราวมาว่า เจ้าเค้านท์ แดร็กคูล่า ฟื้นชีพขึ้นมาแล้วครับ และยังมีคนกลุ่มหนึ่งเดินทางไปถึงปราสาทตั้งแต่เมื่อ คืนแล้วด้วยครับ..แฮ่กๆๆๆ ชายคนที่วิ่งขึ้นบันไดมา รีบรายงานข่าวให้หัวหน้าของตนทราบ ท่าทางเค้าคงจะเหนื่อยและรีบร้อนมาก... อืม.. เมื่อคืนข้าก็ได้เห็นแล้วเหมือนกัน ไม่เลวเลยนิ ปราสาทที่ลอยอยู่กลางท้องฟ้าน่ะ ชายแปลกหน้า ที่เป็นหัวหน้า ตอบกลับ ด้วยสีหน้าท่าทางที่พึงพอใจ จากนั้นเขาจึงค่อยๆเดินไปที่หน้าต่าง แสงอาทิตย์ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เผยให้เห็นใบหน้าในวัยหนุ่มอันหล่อเหลาของชายซึ่งเป็ นหัวหน้า ทั้งๆที่ยังหนุ่มแต่เป็นถึงหัวหน้าคนเค้าคงจะไม่ธรรม ดาแน่ๆ แต่ที่น่าแปลกก็คือ เค้ามองเห็นปราสาทบรานที่ลอยอยู่ในท้องฟ้าได้..? หัวหน้าจะให้ผมเรียกเหล่านักล่าให้มาชุมนุมกันพรุ่งน ี้เลยดีไม๊ครับ ชายคนนั้นเสนอความคิดแก่หัวหน้า ดูเหมือนว่าเค้าคงจะหายเหนื่อยแล้ว หึหึ เป็นความคิดที่ดีมากเลย ท่านเจฟ ตั้งแต่ผมได้ท่านมาทำงานด้วย ผมก็มักจะได้ความคิดดีๆจากท่านเสมอ โอ้..ไม่หรอกครับหัวหน้า ท่านกล่าวเกินไปแล้ว ว่าแต่จะให้เรียกชุมนุมหรือเปล่าครับ ชายอายุราวๆ 40 ปี ที่ชื่อว่า เจฟ กล่าวกลับอย่างสุภาพ ไม่ต้องก่อนหรอก ตอนนี้พวกแวมไพร์ มันยังไม่แผลงฤทธิ์กันมากนัก เราก็อย่าด่วนไปทำร้ายพวกมันเลย เดี๋ยวจะโดนหาว่าโหดร้ายเสียเปล่าๆ เขาตอบกลับอย่างฉลาดไม่น่าแปลกใจเลยที่เค้าได้เป็นหัวหน้าตั้งแต่ยังหนุ่ ม เพราะ เขามีความใจเย็นและตัดสินใจได้อย่างเด็ดเดียวนั้นเอง แต่จากที่ฟังเค้าสองคนสนทนากัน แสดงว่าพวกเค้าคงเป็น นักปราบแวมไพร์ เป็นแน่.... ณ ลานกว้างของปราสาทบราน ..... Hell Fire ( ไฟนรก ) เสียงของอลูคาร์ด ใช้เวทมนต์ที่พ่อของตนเคยสอนตอนเด็กๆ เป็นเวทย์ที่คนในตระกูลแดร็กคูล่าใช้กันได้ทุกคน มันเป็นการวาร์ปหายตัวหลบไปอยู่ด้านหลังของคู่ต่อสู้ อย่างรวดเร็ว พร้อมกับปล่อยลูกไฟออกมาจากผ้าคลุม ข้าก็ไม่ยอมแพ้ท่านหรอกท่านทวด คอยดูนะ ดาร์กเนส บาเรีย! ลูซิเฟล กล่าวกับอลูคาร์ด สิ้นเสียงของเขาก็ปรากฏวงกลมสีดำสนิทห้อมล้อมตัวเขาเ อาไว้ ทันใดนั้นเปลวไฟที่อลูคาร์ดปล่อยออกไปเปลี่ยนทิศทาง มันหันกลับมาพุ่งเข้าใส่ร่างของลูซิเฟล ไม่เท่าไหร่หรอก..ท่านทวด.. ลูซิเฟลกล่าวแก่อลูคาร์ดอย่างสบายใจ ทันใดนั้นลูกไฟประมาณ 3-4 ลูก ก็พุ่งเข้าใส่ ลูซิเฟล จนเกิดเสียงระเบิด เมื่อควันหายไปจนหมด ก็เผยให้เห็น ลูซิเฟล ที่ยืนอยู่ โดยร่างกายไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว โฮ..ฝีมือไม่เลวเลยนี่ ลูซิเฟล ที่สามารถรับพลังประจำตระกูลของเราได้ เสียงของใครบางคน ดังมาจากข้างในปราสาท จากนั้นเขาจึงค่อยๆเดินออกมา ร่างค่อยๆกระทบกับแสงแดดทำให้เห็นใบหน้า เค้าก็คือ....เค้านท์ แดร็กคูล่า นั่นเอง.... ณ ที่ชุมนุมของเหล่าแวมไพร์และมนุษย์หมาป่า ไม่ทราบที่ตั้งแน่ชัด ..... ฮ่าๆๆๆ วันนี้ที่ข้าเรียกทุกคนมาชุมนุมกันพวกท่านคงจะรู้นะว ่าเพราะอะไรถึงแม้พวกเราจะเป็นคนละเผ่าพันธุ์กันแต่เราก็มีจุดมุ ่งหมายเดียวกันใช่ไม๊ล่ะทุกท่าน เสียงของชายผู้มีใบหน้าเคร่งเครียดที่ยืนอยู่บนเวทีใ นห้องกว้างห้องหนึ่งกล่าวกับเหล่าแวมไพร์และมนุษย์หม าป่ามากมายที่อยู่ในห้องที่ไม่ได้ใหญ่โตและหรูหรามาก นัก เอ่อ...แล้วที่ท่านเรียกพวกเรามาเพราะอะไรเหรอครับ.. . เสียงของแวมไพร์ตนหนึ่ง ถามชายที่ยืนกล่าวปราศรัยอยู่บนเวทีด้วยความโง่เขลา หึหึ...ข้าไม่นึกเลยว่า จะยังหลงเหลือเหล่าพวกที่โง่เขลาอยู่อีก ชายที่อยู่บนเวทีกล่าวด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก ทันใดนั้นเขาจึงหันไปมองแวมไพร์ที่ถามคำถาม นัยน์ตาของชายที่อยู่บนเวทีมีสีแดงก่ำ เขาเพ่งเล็งไปที่ดวงตาของแวมไพร์ตนนั้นอย่างดุดัน เมื่อเขาหันกลับไป แวมไพร์ตนนั้นก็ล้มลงไปนอนกองอยู่บนพื้นโดยที่เนื้อต ัวเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกและกลายเป็นสีขาวซีด ข้ามีนามว่า ดาร์ค ซีเรียสเป็นเสมือนแม่ทัพของเหล่าแวมไพร์ สำหรับเหล่าแวมไพร์ ทุกตนคงจะรู้จักข้าข้าไม่ใช่คนที่จะมาออดอ้อนและทำใจดีกับใครหรอกนะ และที่เรามาในวันนี้ก็เพราะท่านเค้านท์ แดร็กคูล่า ได้ตื่นขึ้นมาจากนิทราอันยาวนานแล้ว และน้องชายของเค้าท่าน เวด ราดู นายท่านของข้า ก็ใกล้ที่จะกลับมาแล้ว ถ้าแวมไพร์อาวุโสทั้ง 2 ท่าน มารวมพลังกันเมื่อไหร่ ความฝันของเหล่าแวมไพร์ ที่มีมากว่า 1 ศตวรรษ ที่จะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ที่โสมมก็คงจะไม่ไกล เกินเอื้อมเป็นแน่ ชายที่ยืนอยู่บนเวทีนามว่า ดาร์ค ซีเรียส กล่าวด้วยความกระหายเลือดและบ้าคลั่ง เมื่อเขากล่าวจบเหล่าแวมไพร์ก็ต่างส่งเสียงโฮร้องดัง สนั่นไปทั่วห้องประชุม แล้วพวกเราจะได้ประโยชน์อะไรจากงานนี้บ้างล่ะ? เสียงของมนุษย์หมาป่าชายตนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมาด้วยเสี ยงที่ดังลั่นไม่แพ้เสียงโฮเลยทีเดียว เออ..ใช่ท่านแฟรงก์พูดถูกเหมือนกันใช่ไม๊พวกเรา มนุษย์หมาป่าอีกตนรีบกล่าวสนับสนุนมนุษย์หมาป่าตนแรก ที่ชื่อแฟรงก์ ใช่แล้วเขาก็คือแฟรงก์ที่สู้กับเฮฟเวนลี่ เบลมอนต์ แล้วพ่ายแพ้ ที่หน้าปราสาทของเค้านท์ แดร็กคูล่านั่นเอง ในตอนนี้เขาปราศจากดวงตาข้างขวาเสียแล้ว คงจะเกิดจากการต่อสู้กับเฮฟครั้งนั้นเป็นแน่ ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะใจเย็นลงไปมาก แต่เมื่อวันก่อนเขาไปทำอะไรที่ปราสาทบรานก็ยังคงเป็น ปริศนาอยู่เมื่อมนุษย์หมาป่าอีกตนที่กล่าวสนับสนุนแฟรงก์กล่าวจ บ เหล่ามนุษย์หมาป่าภายในห้องชุมนุมก็พากันส่งเสียงโห่ ร้องอย่างไม่พอใจ หยุดก่อนเหล่ามนุษย์หมาป่าทุกท่าน..! ดาร์ค ซีเรียส ใช้เสียงทั้งหมดสั่งให้เหล่ามนุษย์หมาป่าหยุด ทำเอาเหล่ามนุษย์หมาป่าหวาดกลัวและพากันเงียบไม่กล้า ส่งเสียง ข้าต้องขอโทษพี่น้องมนุษย์หมาป่าทุกท่านด้วยที่ข้าลื มบอกเรื่องนี้แก่พวกท่านพวกท่านลองคิดดูซิการได้ฆ่ามนุษย์มันสนุกแค่ไหน ดาร์ค กล่าวสาธยายความบ้าคลั่ง และกล่าวต่อไปว่า และยังได้เป็นการฝึกปรือฝีมือการต่อสู้ของพวกท่านด้ว ยมิใช่หรือ? ดาร์ค กล่าวถูกต่อมกิเลศของเหล่ามนุษย์หมาป่าเข้าไปเต็มๆ เพราะเผ่าพันธุ์มนุษย์หมาป่าจะชอบการฆ่าฟันและการนองเลือดเป็นที่สุด เมื่อเขากล่าวจบเหล่ามนุษย์หมาป่าและแวมไพร์ก็ต่างพา กันโฮร้องด้วยความพอใจ ในขณะเดียวกันดาร์ค ซีเรียส ก็เดินลงไปทางด้านหลังของเวทีและกล่าวกับสมุนตนหนึ่ง ว่า ที่เหลือเราก็แค่รอเวลาเท่านั้นสินะหึหึหึหึ ............... End Chapter IV.............
คุณ Vedora' Sword กับ คุณ Yufaritus ครับ
ผมขอเว็บที่เอาไว้ฝากรูปที่มันเข้าเร็วๆหน่อยอ่ะครับ
คือเน็ตที่บ้านช้าอ่ะ แล้วอยากลงรูปมากๆ.....
__________________ ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~ Castlevania : Symphony Of Newworld ข้อมูลปัจจุบัน ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300 ระยะเวลาที่แต่ง = 4-5 ปี จำนวนบท =13 บท
.. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..
แก้ไขโดย arx-lucifer : 10 Oct 2006 เวลา 10:13.
เหตุผล: รวมโพสอัตโนมัติ
|