ตำนานที่ 16- ปริศนาทางเข้าอุโมงค์ ....... แสงจันทร์ยามค่ำคืน สาดส่องกระทบลงสู่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งปลูกอยู่อย่างโดดเดี่ยว แถบชานเมืองอัคคีนคร บริเวณรอบตัวบ้านนั้นเต็มไปด้วยวัชพืช ...ไม้เลื้อยนานาพันธุ์ ขึ้นปกคลุมกำแพงบ้านที่เก่าจนแตกร้าว ประตูและหน้าต่างที่เคยใช้ได้ดี บัดนี้ ผุพังจนไม่อาจเปิดปิดได้อีก หลังคาบ้านทรุดโทรม จนเป็นรูรั่วขนาดใหญ่หลายแห่ง ...สภาพบ้านที่ปรากฏให้เห็น ท่ามกลางแสงนวลยามราตรีหลังนี้นั้น คงไม่สามารถหาคำเรียกใดที่เหมาะสมไปกว่าคำว่า ..บ้านร้าง.. ได้อีกแล้ว .......แต่ว่า บนพื้นบ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่น ในบ้านร้างเก่าๆหลังนี้ กลับมีผ้าพันแผลเปื้อนเลือดที่เพิ่งถูกใช้ ทิ้งระเกะระกะอยู่บนพื้นหลายผืน ร่างของเจ้าของผ้าพันแผลเหล่านั้น นั่งพิงกำแพงอยู่บนเตียงที่เก่าคร่ำคร่า ผุพังไปแล้ว ผ้าพันแผลผืนใหม่ กำลังถูกบรรจงพันทับ ลงบนบาดแผลลึก บริเวณหัวไหล่ ที่ได้รับมาเมื่อสามวันก่อน .......เวคีกัดฟันอย่างคับแค้นใจ ขณะที่เขาพันผ้าพันแผล สามวันแล้วที่เขาหลบเข้ามารักษาตัว อยู่ในบ้านร้าง ที่เขาพบโดยบังเอิญหลังนี้ เขาทำภารกิจพลาดอีกครั้ง พลาดอย่างไม่น่าให้อภัย ...ทั้งๆที่มียักษ์ไร้ใจแห่งแดนหิมะ ..โอฮาร์ต มาช่วย แต่เขาก็ทำภารกิจไม่สำเร็จ แถมยังบาดเจ็บกลับมา แล้วอย่างนี้ เขาจะกลับไปรายงานท่านซีล ที่เมืองมืดได้อย่างไรกัน! โธ่ว้อย!~ นี่ถ้าข้าแข็งแกร่งกว่านี้ล่ะก็...!! ... เวคีพูดเสียงดังออกมาคนเดียว แล้วเขวี้ยงผ้าพันแผลที่พันอยู่ ทิ้งลงบนพื้น เพื่อระบายความคับข้องใจ หึหึ สภาพดูไม่ได้เลยนะ เวคี ...เสียงชายคนหนึ่งพูดขึ้น พร้อมๆกับที่ประตูพังๆ ของบ้านหลังนี้ถูกดันเปิดออก .....ผู้ที่เข้ามาใหม่ในบ้านหลังนี้ สวมผ้าคลุมยาวสีดำ ที่ดำมืดยิ่งกว่าความมืดมิดในยามราตรี ใบหน้าของเขาถูกซุกซ่อนเอาไว้ ภายใต้เงามืด ของฮู้ดสีดำขนาดใหญ่ เจ้าเป็นใคร!? ... เวคีถาม หลังจากที่คว้าดาบสั้น ขึ้นมาเตรียมป้องกันตัวตามสัญชาติญาณ หึหึ ข้าก็คือ มิตร ของเจ้าไงล่ะ เวคี... ชายผ้าคลุมดำตอบ มิตรงั้นรึ? ข้าจะแน่ใจได้ไง ว่าเจ้าเป็นมิตรจริงๆ ทั้งๆที่แม้แต่ชื่อเจ้า ข้าก็ยังไม่รู้ มิตรน่ะ ไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อก็ได้ ...แค่รู้ว่าไม่ใช่ศัตรูก็พอแล้ว ...ชายผ้าคลุมดำพูด พลางเดินเข้ามาใกล้เวคี อย่าเข้ามาใกล้ข้า!! ...เวคีตวัดดาบฟันอากาศเพื่อขู่ชายผ้าคลุมดำ แต่ชายผ้าคลุมดำไม่มีการผงะ หรือตกใจเลยแม้แต่น้อย เขายังคงเดินเข้าหาเวคีอย่างใจเย็น บอกว่าอย่ามาใกล้!! ...เวคีฟันดาบสั้นเข้าใส่ชายผ้าคลุมดำ แต่วา เขากลับใช้มือขวาข้างเดียว รับเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย หึ ...อย่าใจร้อน ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก ...ชายผ้าคลุมดำเอ่ย พลางทาบฝ่ามือซ้าย ลงบนบริเวณบาดแผลลึก ที่หัวไหล่ของเวคี และไม่นาน บาดแผลสาหัสที่เวคีได้รับก็หายสนิท! !!พลังแบบนี้!...มัน....!! ...เวคีมองบาดแผลที่ปิดสนิท จนแทบไม่เหลือร่องรอยของตน อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ทีนี้ ... เจ้าจะเชื่อได้รึยัง ว่าข้าคือมิตรของเจ้า ..........เจ้าต้องการอะไรกันแน่? ...แล้วทำไมเจ้าถึงได้..มีพลังแบบเดียวกับ ชายเกราะขาวนั่น!? ...เวคีถามอย่างสงสัย แต่ก็ยังไม่วายชี้ปลายดาบสั้นไปที่ชายผ้าคลุมดำ ตอบมา!! ...เวคีคาดคั้น ...ข้าตอบคำถามแน่ ..แต่เจ้าต้องลดดาบลงก่อน ...ชายผ้าคลุมดำพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน ........................ก็ได้ ...เวคีวางดาบสั้นไว้ข้างลำตัว ที่ข้ามาหาเจ้า ก็เพราะข้าต้องการนำสิ่งๆหนึ่ง มาให้เจ้าไงล่ะ เวคี สิ่งๆหนึ่ง? เจ้าเอาอะไรมาให้ข้า? ...เวคีถาม ความ 'แข็งแกร่ง' ไงล่ะ ....หึหึหึหึ ...ชายผ้าคลุมดำตอบ พร้อมเสียงหัวเราะเยียบเย็น -------------------------------------------------------------------------------------------
ช้าจริงๆเลย! สังคีตมัวทำอะไรอยู่นะ ...มารุตบ่น ขณะที่ยืนรวมกลุ่มกับไวท์และน้ำฝน อยู่หน้าเคาน์เตอร์ลงทะเบียนเข้าพัก โดยที่มีคุณยายผู้ดูแลโรงแรม นั่งอยู่ที่อีกด้านของเคาน์เตอร์ .......เช้าวันนี้ เป็นวันที่คณะเดินทาง จะออกเดินทางไปยังหมู่บ้านภูเขาไฟ โดยผ่านทางอุโมงค์ใต้ดิน ของโรงแรมทวาทศ ดังนั้น ทุกคนจึงได้มารวมตัวกันที่นี่ แต่ว่า นี่ก็ผ่านมาสิบนาทีแล้ว สังคีตก็ยังไม่มา ทั้งๆที่พักอยู่โรงแรม เดียวกันแท้ๆ แต่ก็ยังอุตสาห์มาสายได้ ผมจะขึ้นไปตามสังคีตนะฮะ พี่น้ำฝน อืม ไปเถอะจ้ะ ...น้ำฝนตอบไปแบบนั้น แต่ที่จริง เธอจะดีใจกว่ามาก ถ้าสังคีตไม่มาซะเลย .....มารุตรีบวิ่งขึ้นบันได ตรงไปยังห้องนอนของสังคีต ที่อยู่สุดทางเดินบนชั้นสอง เสียงฝีเท้าของมารุต ก้าวกระทบกับพื้นไม้เก่าๆ ของโรงแรมดังลั่น ชวนให้นึกกลัวว่า พื้นไม้นั้นจะพังลงมาเสียจริงๆ มัวทำอะไรอยู่สังคีต รีบลงไปได้แล้ว! ...มารุตเปิดประตูห้องของสังคีตเข้าไป และพบว่า สังคีตนั้น ยังคงนอนกอดหมอนอย่างมีความสุข หลับอุตุอยู่บนเตียงอยู่เลย เฮ้ย~ย!! ตื่นได้แล้ว! ตื่น! ตื่น! ...มารุตตะโกนปลุกเสียงดัง จนได้ยินลงไปถึงชั้นล่าง ทำให้สังคีตตกใจตื่น ลุกขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็ว ...เฮ้อ~อ......โธ่ จะมาปลุกไมเนี่ย กำลังฝันดีเลย... ...สังคีตมองมาทางมารุต และถอนหายใจ สังคีต นายลืมไปแล้วเหรอ ว่าวันนี้เราจะไปหมู่บ้านภูเขาไฟกันน่ะ .....เออ! จริงด้วย!! ...สังคีตอุทาน แล้วรีบลุกจากเตียง ไปจัดการธุระส่วนตัวของตนอย่างรวดเร็ว (.......เซ็งเลยแฮะ) มารุตคิด .......หลังจากผ่านไปอีกซักประมาณสิบนาที ในที่สุด ทุกคนก็มารวมตัวกันได้ครบ คุณยายผู้ดูแลโรงแรม จึงนำทุกคนมายังห้องเล็กๆห้องหนึ่ง ซึ่งอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ลงทะเบียน .......ภายในห้องนั้น มีโต๊ะกลมทำจากไม้ตัวหนึ่ง ตั้งอยู่ที่มุมห้องด้านขวา บนโต๊ะกลมค่อนข้างสะอาด มีเชิงเทียนทำจากโลหะ ดูมันวาว ตั้งอยู่ตรงกลาง ..เก้าอี้ไม้ตัวหนึ่ง ซึ่งดูเข้าชุดกันกับโต๊ะ ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโต๊ะตัวนั้น ...ที่มุมห้องด้านซ้ายมีเตียงหลังหนึ่งตั้งอยู่ ข้างๆเตียง มีโต๊ะสี่เหลี่ยมเล็กๆ ..ความสูงของโต๊ะสูงพอดีกับขอบเตียง บนโต๊ะสี่เหลี่ยมนั้น มีปากกาและสมุดวางอยู่ ...ชั้นหนังสือตั้งอยู่ริมสุด ติดผนังห้องด้านใน ..หนังสือมากมายเรียงราย อยู่เต็มชั้นหนังสือนั้น.. ฝุ่นละออง เกาะอยู่บนชั้นหนังสือ และตามหนังสือจนหนาเตอะ ...ข้างๆกับชั้นหนังสือ มีตู้กระจกที่ฝุ่นจับหนาไม่แพ้กันตั้งอยู่ ภายในตู้นั้นใส่เครื่องแก้วต่างๆ เอาไว้จนเต็ม ...ภาพวาดพร้อมกรอบภาพ แขวนอยู่บนผนัง รูปภาพในนั้น ดูเหมือนจะเป็นภาพของคุณยายผู้ดูแลโรงแรม สมัยยังสาว และครอบครัว ซึ่งภาพนั้น ก็มีฝุ่นเกาะอยู่เต็มเหมือนกัน .......คุณยายผู้ดูแลโรงแรม หยุดยืนอยู่กลางห้อง และมองไปรอบๆ เหมือนหาอะไรซักอย่าง คุณยายหันมองรอบห้องอยู่สองสามรอบ ก่อนจะพูดออกมาว่า เหอ เหอ เหอ โทษทีนะหลานๆ ดูเหมือนยายจะลืมวิธีเปิดทางเข้าอุโมงค์ ซะแล้วล่ะ อ้าว!? ไหงงั้นล่ะยาย ...มารุตอุทาน เฮ้ๆ อย่าเพิ่งตกใจไป ถึงคุณยายจะลืม แต่ก็ยังมีชั้นอยู่นี่ทั้งคน ...จริงสิ นายเป็นคนหมู่บ้านภูเขาไฟ คงรู้วิธีเปิดทางเข้าสินะ สังคีต หึ ของมันแน่อยู่แล้ว... ...สังคีตก้าวเดินตรงไปยังชั้นหนังสือ วิธีเปิดน่ะ ก็แค่หยิบหนังสือออกมาจากชั้นให้ถูกเล่ม แค่นี้เอง.. ...สังคีตพูดอย่างมั่นใจ พลางหยิบหนังสือเล่มหนึ่ง ออกมาจากชั้นหนังสือที่ฝุ่นจับหนานั้น........แต่... .......กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย... ...........................อ๊ะ ฮะๆ.. สงสัยจะหยิบผิดเล่มน่ะ ...สังคีตเก็บหนังสือเล่มเดิมเข้าไป แล้วหยิบเล่มใหม่ออกมาอีกเล่มนึง.............. ......ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนเลยฮะ สังคีต ...มารุตมองไปรอบๆห้อง ที่ยังคงสภาพเดิมทุกอย่าง เฮ้ย!? เป็นไปได้ไง ก็ชั้นจำได้ว่าต้องเป็นเล่มนี้แน่ๆนี่นา!? ...สังคีตออกอาการงงเต๊ก และเริ่มเปลี่ยนหยิบหนังสือ ออกมาจากชั้นอีกหลายเล่ม แต่ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง... เฮ้ย! มารุตอย่ายืนเฉย มาช่วยกันหาหน่อย ...สังคีตเรียก มารุตจึงเดินเข้าไปที่ชั้นหนังสือ เพื่อที่จะช่วยสังคีต แต่ระหว่างนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเครื่องแก้ว นานาชนิดที่ตั้งอยู่ในตู้ข้างๆ มารุตจึงเบนเป้าหมาย ไปยืนดูเครื่องแก้วอยู่ตู้ข้างๆแทน เฮ้ย! บอกให้มาช่วยหา ไม่ใช่ให้มายืนบื้ออยู่แบบนี้ ...สังคีตหันไปเห็นมารุตยืนนิ่งอยู่ที่ตู้ข้างๆ จึงฉุดตัวมา เพื่อให้เริ่มหาซะที .....สังคีตและมารุต ช่วยกันดึงหนังสือออกจากชั้น จนฝุ่นที่เกาะอยู่ พุ้งกระจายไปทั่ว แต่ว่า แม้ทั้งสองจะดึงออกมากี่เล่ม ก็ไม่มีทีท่าว่า ทางเข้าอุโมงค์จะเปิดเลย นี่....คุณยายคะ นึกอะไรไม่ออกเลยจริงๆเหรอคะ? ...น้ำฝนถามคุณยาย ระหว่างที่ สังคีตและมารุต ยังทำการค้นหาของพวกเขาอยู่ เหอ เหอ ที่ยายพอนึกออกก็... ยายเพิ่งเปลี่ยนกลไกเปิดประตูอุโมงค์ ไปเมื่อเดือนที่แล้วเอง กลไกมันไม่ได้อยู่ที่ชั้นหนังสือแล้วล่ะ เหอ เหอ เหอ แล้วทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่า!! ...สังคีตและมารุตที่กำลังค้นชั้นหนังสืออยู่ หันกลับมาพูดพร้อมกัน ก็พวกหลานๆ ไม่ถามเองนี่นา เหอ เหอ เหอ (....คุณยายแกลืมจริงๆเร้อ.....) สังคีตคิด แล้วพวกเราจะทำยังไงดีล่ะฮะ? ...มารุตพูด ......ไวท์..คุณมีความคิดอะไรดีๆมั้ยคะ? ...น้ำฝนถามไวท์ ......สมุดที่อยู่ข้างเตียงนั้น.. เป็นสมุดบันทึก คุณน้ำฝนลองอ่านดู อาจจะพบวิธีเปิดทางเข้าอุโมงค์ เหอ เหอ มันจะไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว ไปหน่อยเหรอ พ่อหนุ่ม ...คุณยายผู้ดูแลโรงแรม เดินไปหยิบสมุดขึ้นมาถือไว้กับตัว ไม่หรอกค่ะ คุณยายเปิดอ่านเองก็ได้ บางที คุณยายอาจจะเขียนวิธีเข้าเอาไว้ก็ได้นะคะ ...น้าฝนพูด หา? ว่าอะไรนะ? ยายไม่ได้ยิน คุณยายเปิดอ่านเอง แล้วค่อยบอกพวกเราก็ได้ค่ะ ...น้ำฝนพูดเสียงดังกว่าเดิม เหอ เหอ ไม่เอาหรอก ทำแบบนั้น พวกหนูก็รู้น่ะสิ ต้องหาทางเข้ากันเองสิ ถึงจะสนุก เหอ เหอ เหอ (อ้าว.. แบบนี้แปลว่า คุณยายกำลังแกล้งพวกเราอยู่สิเนี่ย...) น้ำฝนคิด ขณะมองคุณยายผู้ดูแลโรงแรม ยืนกอดสมุดบันทึก ยิ้มแฉ่งอย่างอารมณ์ดี จบตำนานที่ 16