ชื่อกระทู้: Castlevania:Symphony Of Newworld
ดูแบบคำตอบเดียว
เก่า 07 Oct 2006, 16:03   #6 (permalink)
arx-lucifer
สมาชิก TG รุ่นพี่
 
arx-lucifer's Avatar
 
โพส: 488
ดาวโหลด: 100
อัพโหลด: 15
รับคำขอบคุณ: 5

TG ออร่า:
arx-lucifer aura


สถานที่: -* โลกแห่งนวนิยาย*-

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง arx-lucifer
โอ้ว... ไปขุดมาจากไหนกันครับ.....

Chapter II:The Floating Abandon Castle
(บทที่2: ปราสาทลอยฟ้าที่ถูกปล่อยทิ้งร้างไว้)

…… ทุกคนเกาะข้าให้แน่นๆนะ “ พรึบ!! ” เสียงปีกสีดำสนิทอันแข็งแกร่งของอลูคาร์ด กางออกและพร้อมที่จะบินไปในนภาได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
“ ฮ่าๆๆๆ ท่านทวดข้าชอบท่านจริงๆ ” เสียงของลูซิเฟลบอกแก่อลูคาร์ด เมื่อลูซิเฟลกล่าวจบปีกของอลูคาร์ดก็พาทั้ง 4 คนบินไปในนภามุ่งสู่ปราสาทลอยฟ้าของ เค้านท์ แดร็กคูล่า

…… ณ ที่คฤหาสน์ของตระกูลเทปัส……
…… “ฮ่า ๆๆๆ คนในตระกูลนี่ไร้น้ำยาไปหมดแล้วเหรอ มันช่างไม่น่าที่จะใช้นามสกุลของแดร็กคูล่าเลย” เสียงของคนผู้หนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่ที่ลานกว้างของคฤหา สน์เทปัส ที่มือของเขามีเลือดติดอยู่และที่พื้นของลานกว้างมีศ พของยามและเหล่าผู้ปกป้องบ้านตายเกลื่อนกลาดเต็มไปหม ด
“ หยุดนะ ไอ้โจรถ่อยอย่ามาสามหาวในที่แห่งนี้นะ ” ชายคนหนึ่งวิ่งออกมาจากคฤหาสน์และตะโกนด่าใส่ชายที่ย ืนอยู่ที่ลานกว้าง “ ไอ้แก่เอ้ย!! หุบปากไปเลยข้าล่ะเกลียดจริงๆไอ้พวกลูกจอกปากดีเนี้ยะ ” - “ ท่านคือใครมิทราบ มีธุระอะไรอย่างนั้นหรือ ” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง
ท่าทางดูเป็นผู้ดีมีสง่าราศี “ คุณผู้หญิงขอรับ ออกมาทำไมหรือขอรับ มันอันตรายมากนะขอรับ ”
เสียงของผู้ชายที่ดูท่างทางแก่แล้วพูดกับผู้หญิงคนนั ้นอย่างสุภาพ “ อืม ฉันรู้แล้วล่ะ เดี๋ยวฉันจะจัดการเองนะ ” เสียงของผู้หญิงวัยกลางคนกล่าวกลับอย่างสบายใจ “ ไอ้แก่ทั้งหลาย บ่นกันอยู่ได้ อะไรทำให้พวกคนในบ้านนี้กลายเป็นเต่าหดหัวกันนะ ” “ ท่านมีอะไรกับตระกูลของเรางั้นเรอะ ”
“ ฮึ ข้าจะมาฆ่าล้างโครตพวกแกไง ” เมื่อสิ้นเสียงพูดของชายผู้นั้น ก็มีชายอีกผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น
มองเห็นหน้าของเขาไม่ค่อยชัด แต่เขามีปีกใหญ่สีดำสนิท บินมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังชายคนก่อน “ หมดเวลาของคุณแล้ว คุณแฟรงก์ นายท่านให้มาตามคุณกับไปโดยด่วน พวกเราจะเตรียมการฉลองปราสาทเลือดแล้ว ” เสียงของชายมีปีกพูดให้ชายคนก่อนที่ชื่อว่า “แฟรงก์” ฟัง
“ หึ นับว่าวันนี้ตระกูลเจ้าโชคดีมากแต่วันหลังไม่มีแบบนี ้อีกแล้ว ไปพาข้าบินที ” แฟรงก์บอกแก่ชายมีปีก แล้วทั้งสองก็บินหายลับไปในนภา ปล่อยให้คนของตระกูลเทปัสที่อยู่ด้านล่างยืนมองอย่าง งงงวย
“ พรึบๆๆ” เสียงบางสิ่งบางอย่างโบกสะบัดไปในอากาศ มองเห็นลางๆเป็นชาย 4 คน
ในที่สุด ลูซิเฟล เฮฟเวนลี่ อลูคาร์ด และคริส ก็มายืนอยู่กลางลานกว้างของปราสาทลอยฟ้าห่างจากประตู ปราสาทไม่มากนัก “ ฮู้ สูงจริงๆ ” เสียงของลูซิเฟลกล่าวเมื่อเขามองลงไปด้านล่าง
ณ เวลาเดียวกันชายอีกสองคนที่มาจากบ้านตระกูลเทปัสก็บิ นมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขาทั้งสี่คน
“ พวกเจ้าเป็นใคร ” คริสถามชายทั้งสอง “ เอ๊ะ นั่นมันเลือดนี่นา” ลูซิเฟลสังเกตเห็นกรงเล็บที่มือของชายคนที่ม่มีปีก “ เอ๊ะ กลิ่นเลือดนี้มันของพวกทหารที่บ้านเรานิ พวกแกเป็นใครกันแน่ ”
ลู ตะหวาดใส่ด้วยความโกรธเกรี้ยว ลูจะมีประสาทสัผัสที่ดีกว่าคนอื่นๆเป็นพิเศษ“ ข้าชื่อแฟรงก์ ส่วนเจ้าปีกดำนี่ชื่อ ครากซ์ ” ชายคนที่มีกรงเล็บพูด “ ดูท่าทางพวกแกคงเป็นคนของตะกูลเทปัสซินะ ข้าพึ่งไปมาเมื่อกี้นี้เอง ฮ่าๆๆๆ ” แฟรงก์กล่าวอย่างบ้าคลั่ง “ เกร้ง ” เสียงหอกของเฮฟเว่นลี่ชูขึ้นไปในอากาศ “ มาสู้กับข้าเดียวนี้พวกสถุน ” เฮฟกล่าวอย่างโกรธแค้น “ ใจเย็นๆลูก เจ้าไม่สามารถจะเอาชนะมันได้ในตอนนี้หรอก ” คริสบอกลูกชายทั้งสองให้ตาสว่าง และยืนนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง“ ฮึม.. งั้นพวกเราแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งละ 2 คน พ่อกับเฮฟจะอยู่ที่นี่รับมือพวกมันเองส่วนเจ้ากับท่านปู่อลูคาร์ดล่วงหน้าไปก่อน ” “ ได้ครับ ท่านพ่อขอให้โชคดีนะครับ แล้วรีบตามมาล่ะ ” ลู พูดกับพ่อก่อนจะรีบวิ่งไปยังประตูปราสาทที่สูงราวกับ ตึก 3 ชั้นพร้อมกับอลูคาร์ด “ พวกแกทั้ง 4 คนคงจะไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกแล้วล่ะ ฮ่าๆๆๆ ปราสาทนี่ไม่ใช่จะเข้าๆออกๆกันได้ง่ายๆนะเฟ้ย ” แฟรงก์กล่าวให้ คริสและเฮฟฟัง ทันใดนั้นทั้งสองฝ่ายก็หยิบอาวุธประจำกายของตนออกมาเ ตรียมพร้อมสู้
“ โฮลี่ ลานซเพลงหอกศักดิ์สิทธิ์ชำระมาร” เฮฟ กล่าวพลางหมุนหอกไปกลางอากาศ หอกของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวส่องแสงเจิดจ้า เขาซัดหอกตรงไปยังแฟรงก์ “ ดาร์กเนสอะ คราว” แฟรงก์ ตะโกน พร้อมกับใช้กรงเล็บมือขวาที่อาบไปด้วยไอมารสีดำสนิท และตัวของเขากระโจนพุ่งตรงไปปะทะกับหอกของเฮฟ“ !!เปรี้ยง!!” เสียงอาวุธทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง ทันใดนั้นเอง แฟรงก์รีบหมุนตัวหลบหอกของเฮฟและโจมตีอีกครั้ง เฮฟเห็นท่าไม่ดีจึงดึงมือซ้ายของตนกลับมาพร้อมยื่นมือออกไปและใช้ท่า “ โฮลี่ บอมบ์” สิ้นเสียงเฮฟ ทันใดนั้นก็บังเกิดลูกระเบิดสีขาวมีปีกพุ่งตรงเข้าปะ ทะใส่ใบหน้าของแฟรงก์อย่างจัง “ บึ้ม! ” เสียงระเบิดดังสนั่น ร่างของแฟรงก์ลอยไปกลางอากาศ “ อ้าก!!.... ” เสียงของแฟรงก์ร้องโหยหวนขณะลอยอยู่กลางอากาศและมีเล ือดอาบเต็มหน้า “ ฮึ ไอ้กระจอก ขนาดเด็กตัวแค่นี้ยังเอาชนะไม่ได้ ” เสียงของชายผู้มีปีกสีดำนามว่า ครากซ์ พูด “ Feather Cut (ขนนกเฉือดเฉือน) ” หลังครากซ์พูดจบ เขาก็สลัดขนปีกที่คมดั่งใบมีดออกมามากมาย และขนทั้งหมดก็พุ่งตรงไปยังร่างของเฮฟ “ Beehive Strike ”
เสียงตะโกนของ คริส ดังมาแต่ไกล จากนั้นก็ปรากฏรังผึ้งขนาดใหญ่ลอยอยู่กลางอากาศ และผึ้งทั้งหลายก็บินไปปะทะกับพลังของครากซ์ พลังทั้งสองยังไม่ทันปะทะกัน ครากซ์ ก็บินตรงมายัง
คริส อย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอามีดออกมาหมายจะเสียบที่ท้องของคริส แต่คริสก็ดึงดาบออกมากันมีดไว้ อาวุธทั้งสองยังไม่ทันปะทะกัน คริสก็กระโดดข้ามหัวของครากซ์ พร้อมกับเอาดาบตัดปีกข้างขวาของครากซ์ทิ้ง “ อ้ากกก.. ” ครากซ์ร้องโหยหวน “ ไปกันเถอะ เอฟ ” คริส พูดกับเฮฟลูกชายของตนพร้อมกับวิ่งเข้าไปในปราสาท ตามหลังด้วยเฮฟ “ ฝากไว้ก่อนเถอะพวกแก!! ” แฟรงก์ตะโกนอย่างเจ็บใจ
…… Entrance ( ทางเดินยาวก่อนเข้าสู่ตัวปราสาท ) ……
… พวกของอลูคาร์ดวิ่งมาจากประตูปราสาทได้ครู่หนึ่งแล้ว“ หยุดก่อน ลู ” อลูคาร์ดสั่งลู เหลนของตน ตอนนี้พวกเขามาหยุดอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ซึ่งมีเพดานสูง มากแห่งหนึ่ง“ ทำไมเหรอฮะ ” ลู ตอบกลับด้วยความงงงวย “ ดูเศษเหล็กนั่นซิ เจ้าคิดว่ายังไงล่ะ ” อลูคาร์ดถาม “ อืม... มันเรียกว่าหุ่นยนต์ครับ
แต่มันมีขนาดใหญ่มากและก็เก่ามากแล้วด้วย มันไม่น่าจะใช้งานได้แล้วนะครับ แต่ทำไมปราสาทของแดร็กคูล่าถึงมีของอย่างงี้ได้นะ ” ลู บอกแก่อลูคาร์ด “ หุหุ ข้าไม่เคยเจอของอย่างนี้เลยในยุคของข้าไม่มีของอย่างนี้ด้วยซิ ” อลูคาร์ดพูดด้วยหัวเราะไปด้วย “ อืม งั้นเราไปกันเถอะ ” อลูคาร์ด บอกกับลู เนื่องจากหุ่นยนต์กองอยู่กลางห้องโถง ทั้งสองจึงกระโดดเหยียบหุ่นยนต์ ข้ามไปอีกฝั่งของห้องโถง “ เฮ้อ.. เรารีบไปกันเถอะ ” อลูคาร์ด กล่าวด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายและรีบเดินตรงไปข้างหน้า แต่ลู ยังยืนอยู่ที่ห้องโถง “ กึก..กึก.. ” ทันใดนั้นก็เกิดเสียงบางสิ่งบางอย่างดังขึ้น ประตูในห้องโถงที่เชื่อมไปยังห้องอื่นๆก็ปิดลงทันที “ เฮ้ย!! นี่มันอะไรกัน ” ลู ตะโกนด้วยความ
สงสัย “ ลู ได้ยินไม๊ รีบพังประตูมาซิยืนทำอะไรอยู่ ” อลูคาร์ด ตะโกนเสียงดังลั่นข้ามมาอีกฝาก แต่น่าเสียดายที่ ลู ไม่ได้ยินเนื่องจากประตูหนามากและทำมาจากเหล็กกล้า ลู หันหลังกลับไปดูอีกทีก็พบว่า “ ว้าก!! ไอ้หุ่นนี่ ทะ..ทำไม ” ลู ตะโกนลั่นห้อง เพราะสิ่งที่เขาได้ประจักษ์แก่สายตาก็คือ หุ่นยนต์ยักษ์ ที่นอนแน่ยิ่งอยู่เมื่อกี้ บัดนี้มันได้ลุกขึ้นยืน ตัวของมันสูงเกือบถึงเพดานของห้องโถงใหญ่ “ เรื่องใหญ่แล้วไม๊ล่ะ ” ลู พูดลอยๆ ออกมา เมื่อเขามองดูหุ่นยนต์ก็ได้เห็น ดวงตาสีแดงฉาน ร่างอันใหญ่โตกำยำ และมือข้างขวาอันใหญ่โตที่ถือดาบสีเทาขาวเล่นมหึมา
ทันใดนั้นหุ่นยนต์ก็พลันหันมาจ้องมองที่ร่างของลู พร้อมกับคำรามดังสนั่นไปลั่นห้อง จากนั้นมันจึงใช้ดาบเล่มมหึมาของมันฟันลงมาที่ตัวของ ลูอย่างแรง ลู ชูมือขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับตะโกนขึ้นว่า“ ดาร์กเนส บาเรีย ” สิ้นเสียงของ ลูซิเฟล ก็บังเกิดแสงสีดำจากมือเขาและแผ่กระจายออกเป็นวงกลมส ีดำล้อมรอบตัวของเขาไว้ “ ชิ้ง! ” เสียงดาบลงมาปะทะกับบาเรีย
“ อ้ากกซซ ” ถึงแม้ว่าลูซิเฟล จะรับดาบไว้ได้แต่เค้าก็ถึงกับกระอักเลือดออกมาไม่น้ อย
“ ฮึ่ม.. มันจะยามกันมากไปแล้วนะเฟ้ย เดอะ สโตน เคิร์ส” ลู พูดด้วยความโกรธ พร้อมกับร่ายคาถา ทันใดนั้นก็... “ บั่ม!! ” สิ้นเสียงร่างของหุ่นยนต์ยักษ์ก็ถูกสาบให้เป็นหินไปใ นบันดล “ เยซ เซอ! ” ลู ตะโกนด้วยความดีใจ ในความสามารถของตน “ ปึง!! ” เสียงประตูรอบห้องเปิดออกพร้อมกัน “ อั้กซ..! ” ลูซิเฟล กระอักเลือดยกใหญ่ ทันใดนั้นอลูคาร์ดก็รีบวิ่งเข้ามาหาลูซิเฟลทันที เนื่องจากหุ่นยนต์ยังไม่หยุดทำงานแต่แค่ถูกสาปเป็นหิ น ทันใดนั้นมันจึงยกดาบขึ้นและฟันลงมายังคนทั้งสอง “ ฮ่าๆๆมาดูซิว่าในโลกนี้จะมีใครรับพลังของข้าได้บ้าง Dragon Chain Cut( โซ่มังกรเฉือดเฉือน )” เสียงของอลูคาร์ดพูดพร้อมกับปล่อยโซ่ออกไปจู่โจมหุ่น ยนต์ยักษ์ โซ่เลื้อยไปเลื้อยมากลางอากาศดูแล้วละหม้ายคล้ายคลึง กับมังกรมาก จากนั้นโซ่ก็ค่อยๆขยายใหญ่และยาวขึ้นพันรอบตัวของหุ่ นยนต์และรัดเข้า รัดเข้า รัดเข้าไปเรื่อยๆ จนร่างของหุ่นยนต์ขาดสะบั้นกระจายเป็นส่วนๆ “ เป็นยังไงบ้าง ลู เจ้าห้ามหลับตานะ ข้าไม่ดีเองที่พาจะมาที่นี่และทิ้งเจ้าไป ” อลูคาร์ดประคองร่างของลูซิเฟลไว้และพูดกับเขา แต่ท่าทางของลูซิเฟลในตอนนี้ดูย่ำแย่มาก “ ท่านทวด ทำไมข้ารู้สึกง่วงนอนอย่างนี้ เวลาข้าสู้กับพวกผีธรรมดาข้าชนะตลอด แต่ทำไมเจ้านี่มันถึงไม่เหมือนพวกนั้นล่ะครับ นี่ข้าจะตายแล้วใช่ไม๊? ” ลูซิเฟลถามด้วยท่าทางสงสัย
“ ไม่เจ้าต้องไม่ตาย ” อลูคาร์ดบอกลู “ ใช่! เค้าต้องไม่ตาย ” ทันทีที่อลูคาร์ดพูดจบก็มีเสียงพูดแทรกเข้ามา มันทำให้เขาถึงกับขนลุกชูขึ้นมาทันที เพราะมันเป็นเสียงที่คุ้นเคยและจุดเริ่มต้นแห่งภัยพิ บัติต่างๆ…… End Chapter II
__________________

~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~
Castlevania : Symphony Of Newworld
ข้อมูลปัจจุบัน
ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300
ระยะเวลาที่แต่ง = 4-5 ปี
จำนวนบท =13 บท
.. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..

แก้ไขโดย arx-lucifer : 07 Oct 2006 เวลา 16:12.
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม