ชื่อกระทู้: Castlevania:Symphony Of Newworld
ดูแบบคำตอบเดียว
เก่า 06 Oct 2006, 15:17   #4 (permalink)
arx-lucifer
สมาชิก TG รุ่นพี่
 
arx-lucifer's Avatar
 
โพส: 488
ดาวโหลด: 100
อัพโหลด: 15
รับคำขอบคุณ: 7

TG ออร่า:
arx-lucifer auraarx-lucifer aura


สถานที่: -* โลกแห่งนวนิยาย*-

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง arx-lucifer
ณ เวลานั้นผ่านมาได้ 100 ปีหรือ 1 ศตวรรษพอดิบพอดี
ปี ค.ศ.2082 ยามมืดของวันหนึ่ง ณ เมืองทรานซิลวาเนีย ประเทศโรมาเนีย

.... ผู้คนในเมืองทรานซิลวาเนียเกือบทั้งเมืองต่างตั้งหน้ าตั้งตารอคอยบางสิ่งบางอย่างอยู่อย่างใจจดใจจ่อ บางคนก็พาคู่รักมานั่งรอเวลา ที่ดวงจันทราจะมีสีแดงฉานและเกิดจันทรุปราคาซึ่งในเว ลารอบ 1 ศตวรรษจะเกิดขึ้นเพียงหนเดียวเท่านั้น ซึ่งมันได้ตรงกับเวลานั้นพอดิบพอดี มันคือเวลา! เวลาแห่งการฟื้นคืนและการสังเวยอย่างโหดเหี้ยมที่จะเ กิดกับเหล่ามนุษย์...

Chapter I:Return Of The Two King
(บทที่ 1:การกลับมาของสองจอมราชันย์)

เวลา 4 ชั่วโมงก่อนการเกิดจันทรุปราคาโลหิต
.... ณ ห้องลับบนหอคอยชั้นสูงสุดภายในคฤหาสถ์ของตระกูลที่ยิ ่งใหญ่ที่สุดในเมืองทรานซิลวาเนีย
นามสกุลว่า “ เทปัส ”
แสงไฟจากไฟติดผนังภายในห้องส่องแสงสะท้อนให้เห็นร่าง ของชายคนหนึ่งเดินถือไฟฉายเข้ามาภายในห้องและเดินตรง มาหยุดอยู่หน้าโลงศพที่ดูเก่ากึกแต่ก็มีลวดลายสวยงาม ข้างๆสลักคำอ่านเป็นภาษาเก่าแก่ เป็นตัวหนังสือไม่ค่อยชัดแต่คล้ายจะเป็นชื่อคนว่า “ Alucard Adrain Farenheight Tepas” ชายคนนั้นกล่าวขึ้นอย่างเร่งรีบด้วยเสียงแหบๆว่า..
“ ทะ..ท่านพ่อ.. ตอนนี้ถึงเวลาแล้วขอรับ.. ” เสียงของชายคนนั้นดูชรามาก ที่แท้เค้าก็คือ
“ สเลเยอร์ เทปัส ” ลูกชายคนเดียวของอลูคาร์ด ที่มีอายุได้ 89 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ชรามากแล้ว
ต่อจากนั้น สเลเยอร์ ก็ท่องคาถาขึ้นมาว่า“ โคนโทรล เดอะ เอเวอรี่ทิง!! ” คาถานี้ทำให้เขาสามารถบังคับสิ่งของได้อย่างง่ายดาย เขาได้บังคับฝาโลงที่เก่ากึกกว่า 100 ปี ให้ลอยขึ้นและลงไปวางบนพื้นอย่างช้าๆ เขาใช้สายตามองเข้าไปในโลง เผยให้เห็นหน้าของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่มีหน้าตาสวยงาม ราวกับสตรีเพศเขามีชื่อว่า “ อลูคาร์ด” และยังเป็นถึงลูกชายเพียงคนเดียวของ “ เค้านท์ ดร็กคูล่า ” แต่ร่างของเขาตั้งแต่คอลงไปจนถึงเท้ากลับกลายเป็นแค่ หนังเพียงน้อยนิดที่หุ้มกระดูกเท่านั้น มันช่างเป็นร่างกายที่ไม่เข้ากับใบหน้าเอาซะเลย
“ ขะ..ข้ามะ..ไม่คะ..เคยนึกมาก่อนเลยว่าหน้าท่านพ่อจะส วยงามขนาดนี้ แต่ข้าคงได้เห็นหน้าท่านเป็นครั้งสุดท้ายแล้วละขอรับ ” สเลเยอร์ กล่าวไปพร้อมทั้งดีใจและทั้งสะอื้นไห้ ต่อจากนั้น สเลเยอร์ก็ได้ใช้มืออันเหี่ยวแห้งของตน ไปจับปากของ อลูคาร์ด และง้างมันออกเบาๆเท่าที่แรงของเขามี แล้วเขาก็เริ่มร่ายคาถาพลางใช้มีดที่เขาพกมากรีดข้อม ือตัวเองให้เลือดไหลเข้าสู่ปากของ อลูคาร์ด “ เลือดที่ไหลลินของข้าพเจ้าจงนำชีวิตของชายผู้นี้กลับ มาจากนิทราด้วยเถิดเดอะ ก็อด ออฟ ไลฟ์ เวค โซล ฟอร์ม สลีปปิ่ง !! ” สิ้นเสียงของสเลเยอร์ก็บังเกิดบางสิ่งออกมาจากตัวของ สเลเยอร์แล้วทะยานขึ้นเกือบถึงเพดานห้อง มันมีรูปร่างคล้ายหงษ์ มีลำตัวสีแดงเพลิง ส่งเสียงร้องดังสะนั่นไปทั้งห้อง ทันใดนั้นมันก็พุ่งเข้าสู่ร่างของ อลูคาร์ด ทำให้สว่างจ้าไปทั้งห้อง

…………………………..CasTlevania……………………..


ต่อจากนั้นไม่นานร่างของอลูคาร์ดก็ค่อยๆลุกขึ้นอย่าง ช้าๆพร้อมกับเดินออกจากโลงศพที่เก่ากึกอลูคาร์ดตื่นมาพร้อมกับร่างเปลือยกายที่สมบูรณ์แบบแล ้วเพราะได้รับพลังแห่งชีวิตจากสเลเยอร์
จากนั้นอีกไม่นานก็มีชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องอย่า งเร่งรีบพร้อมกับเสียงตะโกนว่า
“ ท่านพ่อ ท่านพ่อ เร็วๆหน่อยใกล้จะได้เวลาแล้วครับ” จากนั้นชายคนนั้นก็เข้ามาพบกับ
“ ท่านเป็นใครกันน่ะ แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ทหารอยู่ไหนกันหมดทำไมไม่เฝ้าห้องไว้!!! ” เสียงตะโกนของ คริส เทปัส วัย 50 ปี ลูกชายเพียงคนเดียวของ สเลเยอร์ ตะโกนด้วยเสียงที่ดังลั่น แต่แล้วเขาก็เหลือบไปเห็นร่างไร้วิญญาณที่นอนแน่นิ่ง ของ สเลเยอร์ เทปัส
“ท่านพ่อออ.... ท่านเป็นอะไรไป..” คริส ตะโกนเสียงดังไปทั่วห้อง พร้อมกับวิ่งเข้าไปอุ้มร่างไร้วิญญาณของพ่อเขา ตั้งแต่เกิดมา คริส ยังไม่เคยได้ก้าวเข้ามาในห้องนี้เลยซักครั้งเนื่องจา กพ่อสั่งห้ามไว้ เมื่อเขากวาดสายตามองไปรอบๆก็สังเกตเห็นฝาโลงเปิดอ้า อยู่ที่ข้างๆเขียนไว้ว่า Alucard Adrain Farenheight Tepasและมีข้อความว่า
“ ผู้ให้กำเนิดตระกูล เทปัส ลูกชายเพียงคนเดียวของ เค้านท์ แดร็กคูล่า ไม่มีใครจะโค่นเขาได้ จงอย่ารบกวน เทพแวมไพร์ศักดิ์สิทธิ์ ยามถึงเวลาอันเหมาะสมจะมีผู้มาคลายผนึกของเขาเอง ”
เมื่อ คริส อ่านข้อมความนี้จบ ก็ถึงกับรำไห้และสำนึกผิด เพราะเขาได้เข้าใจแล้วว่าพ่อของเขาตายได้อย่างไรและช ายรูปงามแปลกหน้าผู้นี้คือใคร คริสจึงพูดขึ้นว่า
“ ท่านปู่ขอรับ หลานสำนึกผิดแล้วละครับ เดี๋ยวหลานจะพาท่านปู่ลงไปเดี๋ยวนี้เลยขอรับ แต่ถ้าท่านยังเปลือยกายอยู่อย่างนี้ หลานว่า เอ่อ..... ”
“ หยุดพูดได้แล้วล่ะ ชุดของข้าได้อยู่ในโลงของข้าแล้ว เจ้าจงไปนำมันมาสวมใส่ให้แก่ข้าเดี๋ยวนี้เลย เพราะข้าชักมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีแล้ว ” อลูคาร์ดกล่าวกลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่มคล้ายผู้ ที่เพิ่งจะมีอายุ 20 ปี กว่าเท่านั้นเอง ทำเอา คริส มึนงง แต่เขาก็เข้าใจแล้วและทำตามที่อลูคาร์ดสั่ง.....

……1 ชั่วโมงก่อนการเกิดจันทรุปราคาโลหิต
ณ ลานกว้างลอยฟ้าของเมืองจุดที่ผู้คนไปดูดวงจันทร์กันม ากที่สุด
“ ดูนั่นซิ เฮฟ นายว่ามันสวยหรือป่าว ” เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดกับใครบางคนพวกเขานั่งอยู่บนแท่นขนาดใหญ่ที่ยกขึ้นสูงจากพื้นของ ลานกว้างลอยฟ้าประมาณ 2 เมตร
“ อืม.. ลู...ไม่รู้ตำนานที่ท่านพ่อชอบเล่าให้พวกเราฟังนักฟั งหนามันจะมีจริงหรือเปล่านะซิ ” เสียงของหนุ่มน้อย นามว่า เฮฟ พูดตอบให้เด็กที่ชื่อว่า ลู ฟัง แต่ฟังจากที่พวกเขาสนทนากันแล้วก็รู้ได้ว่าเขาป็นพี่ น้องกัน“ ทำไมพอพวกเรากลับมาก็มีแต่อะไรสนุกสนานไปหมดเลย ชักจะตื่นเต้นแล้วซิ ” เด็กชายชื่อ ลู พูดกลับไป “ ลูก!!! อยู่ที่นี่เอง ไปทำอะไรอยู่บนนั้น ลงมาเดี๋ยวนี้ ” เสียงของ คริส!! ที่แท้เด็กหนุ่มน้อยสองคนนี้ก็เป็นลูกของเขานั้นเองแ ละยังเป็นฝาแฝดด้วยแต่หน้าตากลับไม่เหมือนกันเลย คนที่ชื่อ “ลูซิเฟล เทปัส คนพี่ มีลักษณะพิเศษคือ มีตาสีแดงเลือด ผมสีขาวเทา และยังมีเขี้ยวอีกด้วย ส่วนอีกคนชื่อ “ เฮฟเว่นลี่ เบลมอนต์ ” เค้ามีลักษณะพิเศษของตัวเองคือ มีดวงตาข้างซ้ายเป็นเสี้ยวคล้ายกับตาของของแมว ส่วนข้างขวาเป็นสีเขียวน้ำทะเล มีผมสีเหลืองออกขาวๆ และมีรอยสักที่แค้นซ้ายเป็นรูป เขี้ยวแวมไพร์ และที่แขนขวาเป็นรูป ปีกเทวดา ส่วนเรื่อง นามสกุลที่เขาใช้ของแม่ รอยสัก และดวงตายังไม่มีใครทราบว่าเพราะเหตุใด
“ เฮฟ นายรู้หรือป่าวว่าเสียงนี่เป็นเสียงที่ชั้นรำคาญมากท ี่สุดเลย ” ลูซิเฟลกล่าวด้วยท่าทางที่น่าเบื่อหน่าย
“ ไม่เอาน่า ลู นายหัดเคารพพ่อซะบ้างซิ ” เฮฟพูดบอกด้วยเสียงที่ไม่ดังมาก
เมื่อ คริส เดินเข้ามาใกล้ๆ พวกลูและเฮฟต่างก็ตกใจที่มีชายแปลกหน้า หน้าตาสละสลวยอย่างกับผู้หญิงเดินมาด้วย ลูแยกเขี้ยวขู่พร้อมกับเฮฟที่ชักดาบออกมาเขาทั้งสองพ ร้อมที่จะสะบั้นชายแปลกหน้าที่มีพลังกดดันอย่างหนักไ ด้ทุกเมื่อ
“ ไอ้ลูกโง่ห้ามทำอะไรท่านผู้นี้เด็ดขาดนะ ถึงพวกเจ้าจะโจมตีมาพร้อมกันก็ไม่สามารถทำอะไรท่านผู ้นี้ได้หรอก เพราะท่านคือ ปู่ของชั้น ชื่อว่า อลูคาร์ด พวกแกเป็นเหลนแท้ๆของท่านนะ ”
คริส พูดตระหวาดด้วยพลังจิตเพื่อไม่ให้ผู้คนที่อยู่ใกล้ๆต กใจ “ หา!! ไม่อยากจะเชื่อ นี่น่ะเหรอทวดของเรา ” ทั้งสองคนพูดเป็นเสียงเดียวกันพร้อมหันหน้าเข้าหากัน ด้วยความตกใจ
“ ไม่มีเวลาที่จะอธิบายแล้ว พวกเราต้องรีบไปยัง...แต่มันยังไม่โผล่มาแม้แต่เงาเร าคงต้องรอเวลาที่จันทราจะมืดสนิทอย่างเดียวเท่านั้น ” แค่คำพูดเดียวของอลูคาร์ดมันถึงกับทำให้ทุกคนรู้สึกค ล้อยตามไปด้วยยังกับถูกเวทมนต์ที่น่าเกรงขามสะกดอยู่
“ ละ...แล้วพวกเราจะเอาไงกันดีละครับท่านปู่ ” คริสพูดด้วยความยำเกรงในตัวอลูคาร์ดซึ่งเป็นปู่แท้ๆข องตน “ พ่อดูนั่นซิ!!” ลูซิเฟลตะโกนดังและเมื่อทุกคนหันไปก็พบว่าดวงจันทร์เ ริ่มถูกความมืดบดบังเข้ามาทีละนิดละน้อย “ โอ้วววว......!!” เสียงผู้คนจำนวนมากโฮลั่นเมื่อดวงจันทร์ถูกบดบังแสงจ นมืดมิดสนิทเต็มดวง บางคนก็พากล้องถ่ายรูปมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอ ีกด้วย
.....แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ปรากฎขึ้นเมื่อผู้คนส ังเกตุเห็น...ปราสาทขนาดใหญ่ลอยอยู่กลางอากาศค่อยปรา กฎชัดขึ้นมาอีกทีละนิดจนชัดเจน และแล้วผู้คนต่างก็ส่งเสียงด้วยความดีใจที่ไม่เคยได้ พบเห็นสิ่งที่วิเศษขนาดนี้มาก่อนในชีวิต.........End Chapter I………
__________________

~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~
Castlevania : Symphony Of Newworld
ข้อมูลปัจจุบัน
ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300
ระยะเวลาที่แต่ง = 4-5 ปี
จำนวนบท =13 บท
.. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..

แก้ไขโดย arx-lucifer : 04 Oct 2007 เวลา 21:05.
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม