ณ เวลานั้นผ่านมาได้ 100 ปีหรือ 1 ศตวรรษพอดิบพอดี ปี ค.ศ.2082 ยามมืดของวันหนึ่ง ณ เมืองทรานซิลวาเนีย ประเทศโรมาเนีย .... ผู้คนในเมืองทรานซิลวาเนียเกือบทั้งเมืองต่างตั้งหน้ าตั้งตารอคอยบางสิ่งบางอย่างอยู่อย่างใจจดใจจ่อ บางคนก็พาคู่รักมานั่งรอเวลา ที่ดวงจันทราจะมีสีแดงฉานและเกิดจันทรุปราคาซึ่งในเว ลารอบ 1 ศตวรรษจะเกิดขึ้นเพียงหนเดียวเท่านั้น ซึ่งมันได้ตรงกับเวลานั้นพอดิบพอดี มันคือเวลา! เวลาแห่งการฟื้นคืนและการสังเวยอย่างโหดเหี้ยมที่จะเ กิดกับเหล่ามนุษย์... Chapter I:Return Of The Two King (บทที่ 1:การกลับมาของสองจอมราชันย์) เวลา 4 ชั่วโมงก่อนการเกิดจันทรุปราคาโลหิต .... ณ ห้องลับบนหอคอยชั้นสูงสุดภายในคฤหาสถ์ของตระกูลที่ยิ ่งใหญ่ที่สุดในเมืองทรานซิลวาเนีย นามสกุลว่า เทปัส แสงไฟจากไฟติดผนังภายในห้องส่องแสงสะท้อนให้เห็นร่าง ของชายคนหนึ่งเดินถือไฟฉายเข้ามาภายในห้องและเดินตรง มาหยุดอยู่หน้าโลงศพที่ดูเก่ากึกแต่ก็มีลวดลายสวยงาม ข้างๆสลักคำอ่านเป็นภาษาเก่าแก่ เป็นตัวหนังสือไม่ค่อยชัดแต่คล้ายจะเป็นชื่อคนว่า Alucard Adrain Farenheight Tepas ชายคนนั้นกล่าวขึ้นอย่างเร่งรีบด้วยเสียงแหบๆว่า.. ทะ..ท่านพ่อ.. ตอนนี้ถึงเวลาแล้วขอรับ.. เสียงของชายคนนั้นดูชรามาก ที่แท้เค้าก็คือ สเลเยอร์ เทปัส ลูกชายคนเดียวของอลูคาร์ด ที่มีอายุได้ 89 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ชรามากแล้ว ต่อจากนั้น สเลเยอร์ ก็ท่องคาถาขึ้นมาว่า โคนโทรล เดอะ เอเวอรี่ทิง!! คาถานี้ทำให้เขาสามารถบังคับสิ่งของได้อย่างง่ายดาย เขาได้บังคับฝาโลงที่เก่ากึกกว่า 100 ปี ให้ลอยขึ้นและลงไปวางบนพื้นอย่างช้าๆ เขาใช้สายตามองเข้าไปในโลง เผยให้เห็นหน้าของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่มีหน้าตาสวยงาม ราวกับสตรีเพศเขามีชื่อว่า อลูคาร์ด และยังเป็นถึงลูกชายเพียงคนเดียวของ เค้านท์ ดร็กคูล่า แต่ร่างของเขาตั้งแต่คอลงไปจนถึงเท้ากลับกลายเป็นแค่ หนังเพียงน้อยนิดที่หุ้มกระดูกเท่านั้น มันช่างเป็นร่างกายที่ไม่เข้ากับใบหน้าเอาซะเลย ขะ..ข้ามะ..ไม่คะ..เคยนึกมาก่อนเลยว่าหน้าท่านพ่อจะส วยงามขนาดนี้ แต่ข้าคงได้เห็นหน้าท่านเป็นครั้งสุดท้ายแล้วละขอรับ สเลเยอร์ กล่าวไปพร้อมทั้งดีใจและทั้งสะอื้นไห้ ต่อจากนั้น สเลเยอร์ก็ได้ใช้มืออันเหี่ยวแห้งของตน ไปจับปากของ อลูคาร์ด และง้างมันออกเบาๆเท่าที่แรงของเขามี แล้วเขาก็เริ่มร่ายคาถาพลางใช้มีดที่เขาพกมากรีดข้อม ือตัวเองให้เลือดไหลเข้าสู่ปากของ อลูคาร์ด เลือดที่ไหลลินของข้าพเจ้าจงนำชีวิตของชายผู้นี้กลับ มาจากนิทราด้วยเถิดเดอะ ก็อด ออฟ ไลฟ์ เวค โซล ฟอร์ม สลีปปิ่ง !! สิ้นเสียงของสเลเยอร์ก็บังเกิดบางสิ่งออกมาจากตัวของ สเลเยอร์แล้วทะยานขึ้นเกือบถึงเพดานห้อง มันมีรูปร่างคล้ายหงษ์ มีลำตัวสีแดงเพลิง ส่งเสียงร้องดังสะนั่นไปทั้งห้อง ทันใดนั้นมันก็พุ่งเข้าสู่ร่างของ อลูคาร์ด ทำให้สว่างจ้าไปทั้งห้อง
..CasTlevania
.. ต่อจากนั้นไม่นานร่างของอลูคาร์ดก็ค่อยๆลุกขึ้นอย่าง ช้าๆพร้อมกับเดินออกจากโลงศพที่เก่ากึกอลูคาร์ดตื่นมาพร้อมกับร่างเปลือยกายที่สมบูรณ์แบบแล ้วเพราะได้รับพลังแห่งชีวิตจากสเลเยอร์ จากนั้นอีกไม่นานก็มีชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องอย่า งเร่งรีบพร้อมกับเสียงตะโกนว่า ท่านพ่อ ท่านพ่อ เร็วๆหน่อยใกล้จะได้เวลาแล้วครับ จากนั้นชายคนนั้นก็เข้ามาพบกับ ท่านเป็นใครกันน่ะ แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ทหารอยู่ไหนกันหมดทำไมไม่เฝ้าห้องไว้!!! เสียงตะโกนของ คริส เทปัส วัย 50 ปี ลูกชายเพียงคนเดียวของ สเลเยอร์ ตะโกนด้วยเสียงที่ดังลั่น แต่แล้วเขาก็เหลือบไปเห็นร่างไร้วิญญาณที่นอนแน่นิ่ง ของ สเลเยอร์ เทปัส ท่านพ่อออ.... ท่านเป็นอะไรไป.. คริส ตะโกนเสียงดังไปทั่วห้อง พร้อมกับวิ่งเข้าไปอุ้มร่างไร้วิญญาณของพ่อเขา ตั้งแต่เกิดมา คริส ยังไม่เคยได้ก้าวเข้ามาในห้องนี้เลยซักครั้งเนื่องจา กพ่อสั่งห้ามไว้ เมื่อเขากวาดสายตามองไปรอบๆก็สังเกตเห็นฝาโลงเปิดอ้า อยู่ที่ข้างๆเขียนไว้ว่า Alucard Adrain Farenheight Tepasและมีข้อความว่า ผู้ให้กำเนิดตระกูล เทปัส ลูกชายเพียงคนเดียวของ เค้านท์ แดร็กคูล่า ไม่มีใครจะโค่นเขาได้ จงอย่ารบกวน เทพแวมไพร์ศักดิ์สิทธิ์ ยามถึงเวลาอันเหมาะสมจะมีผู้มาคลายผนึกของเขาเอง เมื่อ คริส อ่านข้อมความนี้จบ ก็ถึงกับรำไห้และสำนึกผิด เพราะเขาได้เข้าใจแล้วว่าพ่อของเขาตายได้อย่างไรและช ายรูปงามแปลกหน้าผู้นี้คือใคร คริสจึงพูดขึ้นว่า ท่านปู่ขอรับ หลานสำนึกผิดแล้วละครับ เดี๋ยวหลานจะพาท่านปู่ลงไปเดี๋ยวนี้เลยขอรับ แต่ถ้าท่านยังเปลือยกายอยู่อย่างนี้ หลานว่า เอ่อ..... หยุดพูดได้แล้วล่ะ ชุดของข้าได้อยู่ในโลงของข้าแล้ว เจ้าจงไปนำมันมาสวมใส่ให้แก่ข้าเดี๋ยวนี้เลย เพราะข้าชักมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีแล้ว อลูคาร์ดกล่าวกลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่มคล้ายผู้ ที่เพิ่งจะมีอายุ 20 ปี กว่าเท่านั้นเอง ทำเอา คริส มึนงง แต่เขาก็เข้าใจแล้วและทำตามที่อลูคาร์ดสั่ง.....
1 ชั่วโมงก่อนการเกิดจันทรุปราคาโลหิต ณ ลานกว้างลอยฟ้าของเมืองจุดที่ผู้คนไปดูดวงจันทร์กันม ากที่สุด ดูนั่นซิ เฮฟ นายว่ามันสวยหรือป่าว เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดกับใครบางคนพวกเขานั่งอยู่บนแท่นขนาดใหญ่ที่ยกขึ้นสูงจากพื้นของ ลานกว้างลอยฟ้าประมาณ 2 เมตร อืม.. ลู...ไม่รู้ตำนานที่ท่านพ่อชอบเล่าให้พวกเราฟังนักฟั งหนามันจะมีจริงหรือเปล่านะซิ เสียงของหนุ่มน้อย นามว่า เฮฟ พูดตอบให้เด็กที่ชื่อว่า ลู ฟัง แต่ฟังจากที่พวกเขาสนทนากันแล้วก็รู้ได้ว่าเขาป็นพี่ น้องกัน ทำไมพอพวกเรากลับมาก็มีแต่อะไรสนุกสนานไปหมดเลย ชักจะตื่นเต้นแล้วซิ เด็กชายชื่อ ลู พูดกลับไป ลูก!!! อยู่ที่นี่เอง ไปทำอะไรอยู่บนนั้น ลงมาเดี๋ยวนี้ เสียงของ คริส!! ที่แท้เด็กหนุ่มน้อยสองคนนี้ก็เป็นลูกของเขานั้นเองแ ละยังเป็นฝาแฝดด้วยแต่หน้าตากลับไม่เหมือนกันเลย คนที่ชื่อ ลูซิเฟล เทปัส คนพี่ มีลักษณะพิเศษคือ มีตาสีแดงเลือด ผมสีขาวเทา และยังมีเขี้ยวอีกด้วย ส่วนอีกคนชื่อ เฮฟเว่นลี่ เบลมอนต์ เค้ามีลักษณะพิเศษของตัวเองคือ มีดวงตาข้างซ้ายเป็นเสี้ยวคล้ายกับตาของของแมว ส่วนข้างขวาเป็นสีเขียวน้ำทะเล มีผมสีเหลืองออกขาวๆ และมีรอยสักที่แค้นซ้ายเป็นรูป เขี้ยวแวมไพร์ และที่แขนขวาเป็นรูป ปีกเทวดา ส่วนเรื่อง นามสกุลที่เขาใช้ของแม่ รอยสัก และดวงตายังไม่มีใครทราบว่าเพราะเหตุใด เฮฟ นายรู้หรือป่าวว่าเสียงนี่เป็นเสียงที่ชั้นรำคาญมากท ี่สุดเลย ลูซิเฟลกล่าวด้วยท่าทางที่น่าเบื่อหน่าย ไม่เอาน่า ลู นายหัดเคารพพ่อซะบ้างซิ เฮฟพูดบอกด้วยเสียงที่ไม่ดังมาก เมื่อ คริส เดินเข้ามาใกล้ๆ พวกลูและเฮฟต่างก็ตกใจที่มีชายแปลกหน้า หน้าตาสละสลวยอย่างกับผู้หญิงเดินมาด้วย ลูแยกเขี้ยวขู่พร้อมกับเฮฟที่ชักดาบออกมาเขาทั้งสองพ ร้อมที่จะสะบั้นชายแปลกหน้าที่มีพลังกดดันอย่างหนักไ ด้ทุกเมื่อ ไอ้ลูกโง่ห้ามทำอะไรท่านผู้นี้เด็ดขาดนะ ถึงพวกเจ้าจะโจมตีมาพร้อมกันก็ไม่สามารถทำอะไรท่านผู ้นี้ได้หรอก เพราะท่านคือ ปู่ของชั้น ชื่อว่า อลูคาร์ด พวกแกเป็นเหลนแท้ๆของท่านนะ คริส พูดตระหวาดด้วยพลังจิตเพื่อไม่ให้ผู้คนที่อยู่ใกล้ๆต กใจ หา!! ไม่อยากจะเชื่อ นี่น่ะเหรอทวดของเรา ทั้งสองคนพูดเป็นเสียงเดียวกันพร้อมหันหน้าเข้าหากัน ด้วยความตกใจ ไม่มีเวลาที่จะอธิบายแล้ว พวกเราต้องรีบไปยัง...แต่มันยังไม่โผล่มาแม้แต่เงาเร าคงต้องรอเวลาที่จันทราจะมืดสนิทอย่างเดียวเท่านั้น แค่คำพูดเดียวของอลูคาร์ดมันถึงกับทำให้ทุกคนรู้สึกค ล้อยตามไปด้วยยังกับถูกเวทมนต์ที่น่าเกรงขามสะกดอยู่ ละ...แล้วพวกเราจะเอาไงกันดีละครับท่านปู่ คริสพูดด้วยความยำเกรงในตัวอลูคาร์ดซึ่งเป็นปู่แท้ๆข องตน พ่อดูนั่นซิ!! ลูซิเฟลตะโกนดังและเมื่อทุกคนหันไปก็พบว่าดวงจันทร์เ ริ่มถูกความมืดบดบังเข้ามาทีละนิดละน้อย โอ้วววว......!! เสียงผู้คนจำนวนมากโฮลั่นเมื่อดวงจันทร์ถูกบดบังแสงจ นมืดมิดสนิทเต็มดวง บางคนก็พากล้องถ่ายรูปมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอ ีกด้วย .....แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ปรากฎขึ้นเมื่อผู้คนส ังเกตุเห็น...ปราสาทขนาดใหญ่ลอยอยู่กลางอากาศค่อยปรา กฎชัดขึ้นมาอีกทีละนิดจนชัดเจน และแล้วผู้คนต่างก็ส่งเสียงด้วยความดีใจที่ไม่เคยได้ พบเห็นสิ่งที่วิเศษขนาดนี้มาก่อนในชีวิต.........End Chapter I
__________________ ~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~ Castlevania : Symphony Of Newworld ข้อมูลปัจจุบัน ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300 ระยะเวลาที่แต่ง = 4-5 ปี จำนวนบท =13 บท
.. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..
แก้ไขโดย arx-lucifer : 04 Oct 2007 เวลา 21:05.
|