ดูแบบคำตอบเดียว
เก่า 04 Sep 2006, 20:50   #83 (permalink)
moopra
สมาชิกเฝ้าบอร์ด TG
 
moopra's Avatar
 
สมัคร: May 2006
สถานที่: CP Farm
โพส: 1,849
รับคำขอบคุณ: 126
ดาวโหลด: 418
อัพโหลด: 0
Rep Power: 0
moopra auramoopra auramoopra auramoopra auramoopra auramoopra auramoopra auramoopra auramoopra auramoopra auramoopra auramoopra auramoopra auramoopra aura
เบอมิวด้า ด้า ด้า

"เบอร์มิวด้า" Bermuda อยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก

พื้นที่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ติดหมู่เกาะเบอร์มิวด้า เปอร์โตริโก และฟอร์ต โลเดอร์เดล รัฐฟลอริดา สหรัฐ มีตำนานเล่าขานตั้งแต่สมัยปี 1492 นักเดินเรือคนดังคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส พบเห็นแสงวาบบนท้องฟ้าเหมือนเปลวไฟดวงใหญ่ ฟาดลงในมหาสมุทร ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ผู้ศึกษาในเวลาต่อมา สันนิษฐานว่า อาจเป็นดาวเคราะห์น้อย หรือรอยต่ออุณหภูมิที่ต่างกันระหว่างขั้วโลกเหนือและ สนามแม่เหล็กเหนือ

ต่อมามีเหตุการณ์สำคัญอีกเรื่อง ในปี ค.ศ.1892 มีผู้พบเรือ Mary Celeste ที่เคยเดินทางออกจากนิวยอร์ก มุ่งหน้าไปเจนัว ไม่มีลูกเรืออยู่บนเรือดังกล่าวเลย เมื่อสืบสวนแล้วพบว่าเรือชูชีพบนเรือก็หายไปด้วย น่าจะเป็นไปได้ว่าเรือลำนี้เจอพายุ แล้วจึงสละเรือหนีกัน ซึ่งสถานที่ที่เรือปรากฏนั้นไม่ใช่ในสามเหลี่ยมเบอร์ มิวด้าแต่อย่างใด แต่ไปเกยตื้นอยู่ที่ประเทศโปรตุเกส

ตำนานลือลั่นต่อมาเกิดขึ้นเมือวันที่ 5 ธ.ค.1945 เมื่อเครื่องบินทิ้งระเบิด Avengers ของสหรัฐ ฝูงบินที่ 9 จำนวน 5 ลำ หายลึกลับไปในบริเวณดังกล่าว ระหว่างการฝึกซ้อม ส่วนเครื่องบินที่ออกค้นหา 6 ลำ ลูกเรือ 27 คน พานหายไร้ร่องรอยไปด้วย

เรื่องนี้สืบดูแล้ว เชื่อว่าลูกเรือทั้งหมดของเที่ยวบิน 19 ไม่มีประสบการณ์ในการฝึก ยกนายร้อยชาร์ลส์ เทย์เลอร์ หัวหน้าทีม แต่วันนั้นนายร้อยเทย์เลอร์อาจไม่มีประสิทธิภาพพอที่ จะควบคุมลูกทีม เพราะว่าเมาค้างมาจากวันก่อน จึงอาจคำนวณทิศทางตามอุปกรณ์ไม่ถูก และอาศัยประสบการณ์บินด้วยสายตาที่คุ้นเคยของตัวเอง เผอิญในวันนั้นมีพายุเข้า นายร้อยเทย์เลอร์ก็ไม่ยอมกดสัญญาณฉุกเฉินติดต่อกับทา งฝั่ง พาลูกทีมบินผิดทิศไปทางตะวันตก

ส่วนเรื่องทีมค้นหา Martin Mariner ที่หายไปนั้น จริงๆ แล้วเพราะประสบอุบัติเหตุตั้งแต่วินาทีที่ 23 เมื่อนำเครื่องทะยานขึ้น เนื่องจากถังแก๊สระเบิด ลูกเรือทั้งหมดจึงตายหมดลำ และไม่ได้ออกไปตามหาฝูงบินที่ 19 ซึ่งนายร้อยชาร์ลส์อาจพาบินไปจนตกในมหาสมุทร ซึ่งหากกระแทกแรงดิ่งลงไปหลายพันฟุต ซากเครื่องบินหรือเรือจะจมหายไปเลย และระดับความลึกของมหาสมุทรแอตแลนติกตรงนั้น ก็ลึกถึง 30,100 ฟุต

เบอร์มิวด้ามาดังจริงๆ ในปี 1964 เมื่อนักเขียน วี.แกดดิส เขียนนิยายเกี่ยวกับเรื่องนี้ แน่นอนว่าต้องมีการใส่เรื่องราวเพิ่มเติมเข้าไปให้น่ าตื่นเต้น จนร่ำลือกันไปต่างๆ นานา

"สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า" กินอาณาบริเวณไพศาล เป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติกตะวันตก ครอบคลุมพื้นที่ทะเลตั้งแต่ตอนเหนือของหมู่เกาะเบอร์ มิวด้าไปทางตอนใต้ของรัฐฟลอริดา ตีวงไปหมู่เกาะบาฮามัส กินลึกไปจนถึงอ่าวเม็กซิโก รวมทั้งสิ้นประมาณ 380,000 ตารางไมล์ทะเล

ชื่อเสียงของเบอร์มิวด้าโจษกันจนชาวโลกคุ้นหูตั้งแต่ ช่วงพ.ศ.2503 เป็นต้นมา ด้วยเรื่องเรือและเครื่องบินที่ผ่านเข้าไปในน่านน้ำ น่านฟ้านั้น พลันสาบสูญไร้ร่องรอย ว่ากันว่าย่านทะเลนั้นกลายเป็นดินแดนมรณะ นักบิน นักเดินเรือพากันเลี่ยง เพราะเหตุการณ์ประหลาดๆ ไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

เวลาผ่านมา เรื่องค่อยซา ชื่อสามเหลี่ยมเบอร์มิวค้าชักคลายอาถรรพ์ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล นักฟิสิกส์ชื่อดังกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า รายงานเหตุการณ์แปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินหรือเรือแถบบริเวณสามเหลี่ย มเบอร์มิวด้าในระยะหลายปีมานี้ไม่สู้จะมีแล้ว ทั้งนี้ เป็นเพราะ 2 สาเหตุใหญ่ สาเหตุหนึ่งเกี่ยวกับคำอธิบายเรื่องเหตุการณ์แปลกๆ ที่เกิดขึ้น สาเหตุหนึ่งเกี่ยวกับความก้าวหน้าของระบบนำร่องของเร ือและเครื่องบิน

สำหรับคำอธิบายสาเหตุการหายไปของเครื่องบินและเรือ แต่เดิมมามีคำอธิบายพิสดารมากมาย เช่น อาจเป็นเพราะว่าที่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติกแถบนั้นมีเมื องโบราณที่เคยก้าวหน้ามากด้านวิทยาการดังเช่น แอตแลนติส จมอยู่ อาจเป็นเพราะฝีมือมนุษย์ต่างดาวที่แอบซ่อนกองทัพจานบ ินอยู่ ฯลฯ


มาเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง หรือจนกระทั่งล่าสุด วงการวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสาเหตุเป็นไปได้มากที่สุดคื อน่าจะเป็นผลจากความแปรปรวนของสนามแม่เหล็กโลกบริเวณ นั้นที่ส่งผลต่อระบบนำร่องของเครื่องบิน ทำให้นักบินหลงทาง ขับเครื่องบินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งน้ำมันหมด เครื่องบินจึงตก

หลักฐานเรื่องความแปรปรวนของสนามแม่เหล็กโลกมาจากข้อ มูลความรู้ใหม่เกี่ยวกับสภาพภายในของเปลือกโลกด้านใน ว่ามีสภาพเป็นภูเขา เป็นหุบเหว ดังเช่นผิวโลกที่เป็นเปลือกนอก มีผลทำให้โลหะที่ละลายอยู่ถัดจากเปลือกโลกด้านในเข้า ไปสู่ใจกลางโลก มิได้ไหลวนอยู่ภายในโลกอย่างราบเรียบ หากมีการชนกับกำแพงหุบเขาหรือภูเขา ทำให้สนามแม่เหล็กโลกจากโลหะละลายแถบนั้นเกิดความแปร ปรวนสูง

บรรดาเครื่องบินที่หายไปนั้นก็ได้ค้นพบกันแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝูงเครื่องบินทหารจำนวน 5 ลำ ซึ่งทำให้เรื่องของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าดังมากนั้นค ้นพบแล้วว่าจมอยู่ใต้น้ำ อย่างไรก็ตาม สาเหตุอย่างอื่นก็ยังอาจเป็นไปได้อยู่ และวงการวิทยาศาสตร์ยังติดตามศึกษาอยู่ เพียงแต่ไม่มากเท่าที่เคยเป็นมา

สำหรับเรื่องที่ว่าทำไมจึงไม่มีข่าวแปลกๆ มาอีกนั้น เป็นเพราะว่าระบบการนำร่องของเครื่องบินและเรือในยุค นี้ดีขึ้นมาก ทำให้นักบินไม่หลงทางได้ง่ายๆ แม้แต่ความแปรปรวนของสนามแม่เหล็กโลกก็มีผลต่อระบบกา รนำร่องน้อย อีกประการหนึ่งการจราจรทางอากาศแถบนั้นก็คับคั่งขึ้น มากด้วย

เครดิต

am_sci
__________________


ชื่อ
: หมู หรือ หมา ตามสะดวกเรียก....
การศึกษา : ธรรมศาสตร์รังสิต
งานอดิเรก : เซนเซ่อ
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม