| แล้วพวกเราทั้งหมดก็จะกลับมาที่ยอดเขาอีกครั้ง...จาก นั้นขอเชิญชมฉากที่น่าประทับใจยิ่งจ้า.....
เอาล่ะครับ...ย้อนกลับไปที่ End of Time ไปคุยกับผู้เฒ่าอีกที (กลายเป็นที่ปรึกษาอาวุโสไปแล้วครับท่าน) จากนั้นกลับไปที่ A.D.1,000 โดยให้ไปที่เกาะโจรัล (Choral)ทางด้านขวาล่าง ที่เป็นเกาะอยู่โดด ๆ เข้าไปรวบรวมข้อมูล แล้วให้ไปที่แหลมทางด้านซ้าย (West Cape) จะพบหลุมศพของโทม่า (Toma) แล้วให้เราย้อนเวลามาที่หมู่บ้านโจรัลในปี A.D.600 แล้วให้เข้าไปในคาเฟ่ (Cafe) แล้วไปคุยกับชายชื่อโทม่า รู้สึกว่าจะคุยถูกคอกันนะ แล้วเขาจะฝากเหล้าไว้กับเรา...(เหอ..เหอ..แผล่บ..ดื่ มเหล้าม่ายดีเน่อเด็ก ๆ เอิ้ก...) แล้วขอให้เราเอาเหล้าไปเยี่ยมโทม่า ในตอนที่เขาตายไปด้วย (อะ..โห..มันมองการณ์ไกล..ขนาดตายยังไม่เว้นเล้ย..) เพื่อนขอมาก็ทำให้ซะเลย..กลับไปที่โจรัลในปี A.D.1,000 แล้วเอาเหล้าไปที่หลุมศพโทม่าตามคำขอ แล้ววิญญาณของโทม่าจะปรากฎขึ้นมา แล้วบอกเป้าหมายต่อไปให้ นั่นคือแล็บแห่งยักษ์(Giant' s Claw) ในปี A.D.600 ซึ่งเป็นเกาะอยู่ด้านซ้ายของเกาะโจรัล
เข้าไปสำรวจข้างใน ในห้องด้านซ้าย ที่พื้นห้องจะมีปุ่มสลักเปิดปิดอยู่ เหยียบให้หมด มีอันหนึ่งจะทำให้เกิดหลุม และโดดลงหลุมมาที่ทางใต้ดิน แล้วเดินต่อไปให้สุดทาง แล้วจะพบรุสท์ ทีราโน่ ตัวเบ้อเริ้มอยู่ข้างใน ให้เข้าทางข้าง ๆ ของมัน เหมือนจะไม่ต้องสู้..แต่ก็ต้องสู้กันจนได้...ลุย...
เข้าไปอีกเราจะพบเปลือกหอยสายรุ้ง เข้าไปสำรวจดู แต่เอาออกมาม่ายด้าย...(แหง๋ล่ะขะ...อันเบ้อเริ่มเทิ ่มเลย) ให้เรากลับไปที่ปราสาทกัลเดีย ไปคุยขอความช่วยเหลือจากพระราชา แล้วท่านก็จะส่งเหล่าทหารไปนำเปลือกหอยสายรุ้งออกมมา จากนั้นให้ไปปีที่ B.C.1,200 ไปที่ลานกว้าง แล้วคุยกับผู้หญิงที่มีต้นไม้ คุยกับเธอ แล้วตอบเธอให้ปลูกต้นไม้นั้นต่อไป แล้วกลับไป A.D.600 อีกครั้ง
ไปที่กระท่อมของฟีโอน่า (Feona' s Villa) ที่เห็นเป็นบ้านหลังเดียวอยู่ด้านล่าง ๆ ของปราสาทกัลเดีย (ข้ามสะพานไป) เข้าไปคุยกับฟีโอน่า และมัลโก้ เราจะรู้ว่าเขาพยายามที่จะปลูกป่า แต่ทำไม่ได้เพราะมีปีศาจ และทะเลทรายอยู่ข้าง ๆ บ้าน จากนั้นให้ไปที่หลุมทรายดูดที่อยู่ข้าง ๆ บ้านฟีโอน่า..?!! ลงไปเลย..(ฉากอาจเลือนต้องกด 3 ช่วย) เข้าไปข้างในสุดจะเจอกับปีศาจคล้ายแมงมุม ในห้องที่มันอยู่ บนทรายที่เราเดินยิ่งอยู่บนทรายนาน ๆ พลังเราจะถูกดูดไปเรื่อย ๆ ลองเช็คสถานะดู..ชนะได้แล้วให้กลับไปคุยกับฟีโน่า... ตอนนี้เธอก็สามารถปลูกป่าได้แล้ว...
จากนั้นให้บินไปที่ด้านขวา เหนือ Giant' s Claw นั่นก็คือที่ป้อมของบีเนเกอร์ (Ozzie' s Fort) เหอ...เหอ..มาอีกแล้ว..คราวนี้จะไม่ให้หนีได้เลย...อ ้อ...หลังจากที่ราชาปีศาจมากัสถูกดูดเข้าประตูเวลาไป คราวนู้น..แล้ว พี่แกก็ฉวยโอกาสสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นจอมปีศาจบีเนเกอ ร์ซะเลย อะไรมันจะขี้โกงปานนั้น...
เข้าไปข้างในก็จะเจอเจ้าปีศาจตัวดียืนอยู่แล้ว เหมือนเดิมครับ...หนีอีกแล้ว..พร้อมกับส่งซอยโซ และมาโยเน่ออกมา (ยังอยู่กันอีกแฮะ) จัดการให้หมด แล้วไล่ตามบีเนเกอร์เข้าไป (ระหว่างทางมีกับดักต๊อง ๆ สารพัด แต่อันตรายนา...) บีเนเกอร์หนีมาจนถึงห้องสุดท้าย จนตรอกแล้ว...คราวนี้ก็จะหันมาสู้กับเราล่ะ..โดยมันจ ะสร้างบาเรียน้ำแข็งป้องกันตัวเอาไว้ ให้เราโจมตีไปที่สวิทช์ 3 อันที่อยู่ด้านหลัง..ถ้าตกลงไปข้างล่างก็ไม่เป็นไรคร ับ กลับขึ้นมาลุยใหม่ สักพักจะมีแมวตัวหนึ่ง มาจากไหนไม่รู้วิ่งไปกดสวิทช์ เปิดช่องทำให้บีเนเกอร์เสร็จกับดักตัวเองอีกครั้ง..เ หอ..เหอ..สะจาย..แต่เจ้าแมวตัวนี้มาจากไหนก็ไม่รู้ ขนาดเล่นจบไปแล้วยังไม่มีเฉลยเลย..
จากนั้นให้กลับไปหาฟีโอเน่อีกครั้ง คราวนี้เอาหุ่นโรโบมาเข้ากลุ่มด้วย โรโบจะไปคุยกับฟีโอน่า แล้วจะอาสาอยู่ช่วยฟีโอน่าปลูกป่าเพื่อมนุษยชาติรุ่น ต่อ ๆ ไปแยกกับโรโบแล้ว ให้ข้ามเวลาไปที่ปี A.D.1,000 ตรงบริเวณที่เป็นบ้านของฟีโอน่า ตอนนี้จะกลายเป็นป่าแล้ว...โรโบทำสำเร็จแล้ว..และตรง ที่แต่เดิมเป็นบ้านฟิโอน่า ตอนนี้ก็กลายเป็นวิหารฟีโอน่า (Feona' s Shrine) ไปแล้ว..เข้าไปสำรวจดู เราจะพบกับโรโบ ที่ตอนนี้ถูกทำให้หยุดการเคลื่อนไหวมาถึง 400 ปีแล้ว นำเอาโรโบออกมา แล้วพวกเราทุกคนก็จะเข้าไปพักในป่านั่นเอง แล้วลุคก้าจะช่วยซ่อมแซมโรโบให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ฝ่าฟันกันมามากแล้ว ตอนนี้ก็มาหยุดพักเติมแรงกายแรงใจกันบ้าง... ตกดึกทุกคนก็หลับไป...แต่ลุคก้าจะตื่นขึ้นมากลางดึก. ..(ปวดฉี่มั้ง...) ให้เราเดินไปทางขวา ก็จะพบประตูเวลาบานใหม่ เหมือนมันจะโผล่ขึ้นมาเพื่อลุคก้าโดยเฉพาะ...เข้าไปเ ลยครับ..
ออกจากประตูเวลา ก็จะพบว่าตอนนี้ลุคก้าอยู่ที่บ้านตัวเอง สมัยที่เขายังเป็นเด็ก เมื่อปี A.D.990 (แสดงว่าลุคก้าปัจจุบันก็ 10 กว่าขวบเองแฮะ...เพิ่งรู้นะเนี่ย...) สำรวจบ้านระลึกความหลังกันหน่อย อ่านโน้ตทุกฉบับ (เดี๋ยวจะมีเหตุการณ์สำคัญครับ save ไว้หน่อยก็ดีครับ..)
แล้วให้เดินมาที่ด้านหน้าของบ้าน จะพบแม่ลุคก้า และลุคก้าวัยเด็กอยู่ พร้อมกับมีเครื่องจักรเครื่องใหญ่ตั้งอยู่กลางบ้านซึ ่งกำลังทำงาน และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น.!!.. แม่ของลุคก้าพลาดชายกระโปรงถูกสายพานเครื่องจักรนั้น ดูดเข้าไป อ้อ..!! นี่เองที่เป็นสาเหตุที่ทำให้แม่ลุคก้าต้องพิการ และเกลียดพวกเครื่องจักร...
เป็นโอกาสของลุคก้าแล้วที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ช่ว ยคุณแม่... ให้รีบวิ่งไปกดรหัสหยุดเครื่องที่แผงควบคุม โดยกดปุ่ม L, A, R, A ตามลำดับ (ถ้ารหัสถูกจะมีเสียงดังทุกครั้งที่กดครับ) ซึ่งรหัสนี้ก็คือชื่อของแม่ลุคก้านั่นเอง (หากช่วยไม่ทันก็ลองโหลดใหม่ หรือปล่อยไว้ก็ได้ครับ...ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้ายังพิการอยู่ฉากจบจะเป็นไง..) (สมมติว่า)สำเร็จ ช่วยแม่ลาร่าได้แล้ว ก็ใช้ประตูเวลาบานเดิม กลับไปยังปี A.D.1,000
ออกมาจะพบโรโบกำลังยืนรออยู่ คุยกับโรโบ แล้วเขาจะให้ GreenDream (ฝันสีเขียว !?? ใช้ทำไรหนอ..) เช้าแล้วครับ...รีบกลับไปที่บ้านลุคก้า ไปดูผลงานที่เพิ่งทำไว้เมื่อคืนเร็ว... ผลหรือครับ..คุณแม่เธอเดินปร๋อเชียว..สำเร็จ..เย้..( แต่ยังขี้บ่นเหมือนเดิมแฮะ..)
จากนั้นก็ข้ามเวลากันต่อ ไปที่ปี A.D.2,300 จากโปรโตโดม (Proto Dome) ไปทางขวาล่าง จะพบกับจีโน่ เด็กน้อย..เอ๊ยไม่ใช่ จะพบจีโน่โดม (Geno Dome) เข้าไปจะพบคอมพิวเตอร์อยู่ แต่ไม่มีใครใช้ได้นอกจากโรโบ ดังนั้นซีรี่นี้ยกหน้าที่พระเอกให้โรโบซะดี ๆ (นั่นก็หมายความว่าความยากกำลังจะเริ่มอีกแล้วครับท่ าน..) หลังจากโรโบมาใช้คอม ก็จะทำให้ประตูเปิดได้
สำรวจให้ทั่ว หาคอมที่อยู่กลางห้อง แล้วที่ข้าง ๆ คอมเครื่องนั้น จะมีประตูให้โรโบเข้าไปชาร์ตไฟซะ จะมีกระแสไฟฟ้าติดตัวโรโบ ก่อนกระแสไฟจะหมด ให้วิ่งเข้าไปในช่องประตูลักษณะเดียวกันตามจุดต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้ประตูลมข้าง ๆ เปิดได้ มีประตูบานนึงจะเปิดได้เมื่อเรากดสวิทช์สี 3 อันให้ถูกก่อน คือ ซ้ายขวาเป็นสีแดง อันกลางสีเขียว จากนั้นก็ให้โรโบกลับไปชาร์ตไฟมาเปิดประตู เข้าไปเก็บตุ๊กตา..(Doll)
อ้อ...สังเกตดี ๆ เราจะเห็นลูกศรเขียวตรงกำแพง หมายความว่าเราสามารถทะลุเข้าไปได้ ให้เข้าไปให้สุด แล้วลองกดสวิทช์สุ่มดูที่สุดทาง จะทำให้สายพานกลับทิศทางได้ เพื่อให้เราวิ่งนำกระแสไฟไปเปิดประตูได้ทัน..(บอกหมด เปลือกเลยเนี่ย...)
สังเกตดี ๆ จะมีอยู่ห้องหนึ่งที่เปิดแล้ว จะมีหุ่นตัวหนึ่งเดินตามเรามาห่าง ๆ ให้ล่อมาที่ด้านซ้ายสุดจะพบตุ๊กตา (Doll) อีกตัวซึ่งมีหุ่นขวางอยู่ ก็ให้ล่อเจ้าหุ่นตัวที่ตามเรามาเนี่ย เอาไปขวางมัน แล้วเข้าไปเก็บตุ๊กตามา เป็นอันครบ 2 ตัว
แล้วก็ขึ้นไปชั้น 2 ของโดม สำรวจเก็บของตามประสาคนงก เอ๊ย..!!คนรอบคอบ แล้วเราจะพบหุ่นสาว (หรือเปล่าไม่รู้) ที่คล้ายโรโบขวางอยู่ ดูเหมือนว่าจะเป็นเพื่อนโรโบ แต่ตอนนี้ถูกล้างสมองตั้งโปรแกรมใหม่ให้ทำลายมนุษย์. ..
เนื่องจากโรโบอยู่กับพวกลุคก้า ได้เรียนรู้มิตรภาพและความจริงใจของมนุษย์ ทำให้โรโบเห็นคุณค่าของมนุษย์มากกว่า...ดังนั้น..จึง ต้องลงเอยที่โรโบต้องสู้กับเพื่อนเขาตัวต่อตัวแล้ว.. . ล้มหุ่นสาวได้ ดูเหมือนเธอจะเริ่มจำอะไรบ้างอย่างได้ และเริ่มเห็นคล้อยตามโรโบ..จากนั้นเธอจะให้ Power up แก่โรโบ...แล้วก็จากไป....
จากนั้นให้เข้าไปเราจะพบประตูบานใหญ่ที่ปิดอยู่ ให้เรานำตุ๊กตาทั้ง 2 ตัวไปวางไว้ซ้ายขวา ประตูจะเปิดออก เข้าไปด้านในสุด เราจะพบกับเมนคอมพิวเตอร์ และมาร์เธอร์เบรน ต้นเหตุที่ทำให้คอมทรยศมนุษย์อยู่ในนั้น ทำลายมาร์เธอร์เบรนให้ได้ แล้วโรโบจะได้อาวุธใหม่มา...
ต่อจากนั้นให้เราไปทางด้านล่างของอาริสโดม (Arris Dome) จะพบเกาะของวิหารเทพสุริยะ (Sun Palace) เข้าไปสำรวจดูจะพบปีศาจซันออฟซัน (หินน่าดู..ห้ามใช้เวทย์มนต์ใส่มัน และให้โจมตีแต่เจ้าลูกกลมที่อยู่รอบ ๆ จะมีอันหนึ่งที่จะส่งผลถึงเจ้าตัวปีศาจ) โค่นมันได้ มันจะหนีไป ให้เราเข้าไปสำรวจข้างใน จะพบแท่นที่มีหินนิลอยู่ (Sun Stone) เก็บเลยครับไม่ต้องลังเล...จากนั้นก็ให้ย้อนกลับไปที ่ B.C.65,000,000 และไปที่ขวาบนของแผนที่จะพบเกาะเล็ก ๆ และถ้ำ Sun Keep เข้าไปด้านในสุด แล้วเราจะทิ้งหินนิลไว้เพื่อรับแสงอาทิตย์....
แล้วก็ให้เราไล่ลองเข้าไปดูหินนิลใน Sun Keep แต่ละยุคดู จะพบว่าในปี A.D.1,000 นี่เอง ที่หินนิลใน Sun Keep ได้หายไป ที่ A.D.1,000 ให้ลงไปที่หมู่บ้านทางล่างสุดของวิหารฟีโอน่า จะพบว่ามีบ้านอยู่หลังหนึ่ง (Mayor' s Manor) มีประกายแสง เข้าไปคุยกับเจ้าของบ้าน เขาจะบอกม่ายรู้ม่ายเห็น สังเกตจากคำพูดของคนในบ้านก็จะรู้ว่า เขาเป็นคนงกเงินมาก...เฮ้อ..ไม้แก่ดัดยากแล้วครับพี่ น้อง...
ออกมาอย่างผิดหวัง เป้าหมายต่อไปคือปราสาทกัลเดียครับ (คราวนี้มาร์ลต้องเป็นตัวเอกนะจ้ะ...) เข้าไปจะพบพวกขุนนางคุยกัน อะ..อะไรกันเนี่ย...ระหว่างที่มาร์ลไม่อยู่ เสด็จแม่ก็สิ้นพระชนม์ ไปเสียแล้ว...
เดินสำรวจดูก็จะพบว่าห้องต่าง ๆ ถูกปิดหมด ให้เดินไปทางซีกขวาของปราสาท ให้ลงไปที่ทางเดินแรก จะพบกับห้องพิพากษา คุยกับทหารยาม แล้วมาร์ลก็จะว้าก... ให้ทหารยามยอมให้เข้าไปข้างใน ซึ่งคนที่ถูกพิจารณาคดีก็คือพ่อของมาร์ล หรือกษัตริษย์กัลเดีย ข้อหานำเอาสมบัติประจำตระกูล "เปลือกหอยสายรุ้ง" ไปขาย แล้วพวกเราจะถูกไล่ออกมาจากห้องพิพากษา
ออกจากห้องพิพากษาแล้ว ก็ให้ไปที่ห้องสมบัติที่อยู่ด้านขวา ติดกับทางเข้าห้องพิพากษา ไปดูให้รู้ซิมีอยู่จริงป่าว...เข้าไปแล้วเราจะพบว่าม ีพวกปีศาจอยู่ในนี้ เข้ามาได้ไงเนี่ย ยามออกจะแน่น...ฝ่าเข้าไปเลย...ในขณะนั้นกษัตริย์กัล เดียก็กำลังจะถูกตัดสินแล้ว สังเกตดี ๆ ดูเหมือนว่าการพิจารณาคดีครั้งนี้จะมีกลิ่นทะแม่ง ๆ (ลูกขุนไม่ได้อาบน้ำมั้ง)
ที่ข้างใน เราจะพบเปลือกหอยสายรุ้ง (แน่ล่ะซิครับก็ที่ A.D.600 พวกเราขอให้กษัตริย์โทรูสช่วยยกมานี่ จำได้ไหมเอ่ย...ก็ไม่แปลกที่ท่านพ่อของมาร์ลจะยังไม่ รู้เรื่อง แต่...พวกขุนนางรู้ได้ยังไง...นอกจากพวกเรา และคนในยุค 600 ที่รู้เรื่องแล้ว พวกที่รู้เรื่องนี้อีกก็คือ....!!)
อย่าโลภครับท่าน...อย่าโลภ...เอาไปทั้งก้อนคงไม่ไหวแ น่ ให้หยิบไปเป็นหลักฐานบางส่วนก็พอ แล้วให้รีบนำชิ้นส่วนนี้ไปที่ห้องพิกพากษา แต่คราวนี้ยามจะไม่ยอมให้ผ่าน เข้าไป ทำไงดี...อ้อ.เข้าด้านหน้าไม่ได้ ก็ไปเข้าด้านหลังดิ๊...
พระราชาถูกตัดสินโทษซะแล้ว...มาร์ลมาไม่ทันหรือนี่.. ทันใดนั้น..ปรากฏเงาของผู้หนึ่งยืนอยู่หลังม่าน...แล ้วเขาก็กระโดดออกมาอย่างเท่..(หรือเปล่าไม่รู้..) มาร์ลนั่นเอง แล้วเธอก็จะโชว์หลักฐานชิ้นส่วนเปลือกหอยสีรุ้งให้ผู ้พิพากษาดู กษัตริย์ก็เป็นอันพ้นผิดไป...ทันพอดี...เฮ้อ..~~~
อ่ะ...ฮ้า...ในที่สุดก็เผยร่างแท้จริงออกมาแล้ว เจ้าขุนนางตัวดี ที่แท้ก็เป็นพวกปีศาจนั้นเอง...บังอาจทำกับกษัตริย์อ ย่างนี้ จัดการพี่ท่านเสีย...
จากนั้นมาร์ล และท่านพ่อก็จะมาปรับความเข้าใจกัน...ไม่มีใครถูกทั้ งหมด หรือผิดทั้งหมดหรอกเน้อ....ให้อภัย...ให้อภัย...และใ ห้อภัย
คุยกับกษัตริย์แล้ว ลุงบอชเจ้าเก่าก็จะแวะมา คุยกันแล้วเขาก็จะไปที่ห้องเก็บสมบัติ เพื่อไปนำเปลือกหอยสายรุ้งไปสร้างเป็นเกราะป้องกันให ้ ตามไปอาวจ้า...(เพื่ออรรถรส โปรดใช้น้ำเสียงเดียวกับรายการตามไปดู ทำเป็นงง..เกิดไม่ทันอีกซิเนี่ย)
ลุงบอชจะให้เลือกว่าเราจะให้เขาทำชุดเกราะป้องกันสำห รับผู้หญิง 1 ชุด (แน่นอนครับ..ผู้หญิงใส่อย่างเดียว พวกโครโน่คงไม่มีใครเป็นตุ๊ดนะ...) หรือจะเอาเกราะหมวกปริซึม 3 ใบ (ผมว่าหมวกน่าจะดีกว่า เพราะใส่ได้ทุกคนแม้แต่หัวโต ๆ อย่างโรโบ หรือไอ้หัวเขียด เอ๊ย..กบ..อย่างฟร็อคจ้า..)
เอ...ลืมใครไปหนอ..เจ้าขุนนางตัวจริงนั่นเอง ให้เราเข้าไปในห้องพิพากษาอีกครั้ง แล้วสังเกตที่มุมซ้ายห้องจะมีอะไรกระพริบอยู่ เก็บเสีย..(เก็บดี ๆ ไม่ได้เหรอ ทำไมต้องเก็บเสีย) ก็จะได้กุญแจมาครับซึ่งระหว่างทางมาห้องพิพากษาจะมีห ีบสมบัติหีบหนึ่งที่เราเปิดไม่ได้ ให้ใช้กุญที่เพิ่งได้เอามาเปิดครับ แล้วสิ่งที่อยู่ในนั้นก็คือ...ขุนนางตัวจริง เสียงจริงจะกระโดดออกมา ท่าจะเมื่อยอยู่นาน ไม่รู้ถูกจับยัดเข้าไปได้ไงกล่องนิดเดียวเอง...
จากนั้นมาว่าเรื่อง Sun Stone หรือหินนิลกันต่อครับ ให้ไปที่ร้าน Snail Stop ที่ด้านล่างของวิหารฟีโอน่า คุยกับเจ้าของร้าน เขาจะขายเนื้อให้ (Jerky) ราคา 9,900 โหดเล็กน้อย แต่ผมเดาว่าตอนนี้คุณมีทองเป็นแสนแล้วมั้ง...ซื้อไว้ เลยครับ..
อย่างที่บอกครับไม้แก่ดัดยาก อย่างนี้ต้องย้อนเวลาไปบอกให้คุณแม่ช่วยสั่งสอน เจ้าคนแก่คนนี้ซะตั้งแต่ยังเด็กซะแล้ว คิดได้ดังนี้ก็ขึ้น Epoch บินไปบริเวณ Mayor' s Manor บ้านที่มีประกายแสง แล้วก็ย้อนกลับไปปี A.D.600 กันเลย....
ตอนนี้บ้านของผู้เฒ่าคนนั้นจะเป็น Elder' s House เข้าไปเลยครับ...เข้าไปต่อว่าคุณแม่ของผู้เฒ่าคนนั้น เลยครับ..เลี้ยงลูกยังไงให้ขี้งก...แต่เอ...ทำไมบ้าน โทรมจัง คุยกับทุกคนดูก็จะรู้ว่ากำลังอดอยาก ไม่มีอะไรจะกิน...(อ้อ..ตอนเด็ก ๆ เป็นยากจนอย่างนี้นี่เอง พอโตขึ้นก็เลยขี้งก เพราะกลัวจะกลับมาจนอีก...) ฮือ..ฮือ...น่าสงสารจังเลย ว่าแล้วก็เข้าไปคุยกับแม่พวกเขา แม่เขาก็จะขอซื้อเนื้อที่เราเพิ่งซื้อมาตะกี้ต่อ...อ ะโห..คุณจะใจดำเอาเงินคุณแม่เขาได้ลงคอหรือครับ...ให ้ไปเลยครับ...มีเท่าไรให้ไปให้หมดเลยครับ... แล้วคุณแม่คนนั้นก็ซึ้งในความมีน้ำใจของเรา แล้วสัญญาว่า จะสอนลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไปให้เป็นคนมีน้ำใจเหมือนกับพวกเรา...(เขินจัง..คนทำ เกมคิดมาได้ไงเนี่ยพล็อตเนี้ย...ปรบมือให้ดัง ๆ เลยครับ...)
อิ่มอกอิ่มใจกันแล้ว ก็ขึ้น Epoch ข้ามเวลามาปี A.D.1,000 เลยครับ แล้วเข้าไปในบ้านที่มีประกาย ลองหยั่งเชิงคุยกับคนอื่น ๆ ในบ้านก่อน อืม..มีทัศนคติต่อผู้เฒ่าคนนี้ดีขึ้นแฮะ...งั้น ลองเข้าไปคุยกับเขาเลย... เหอ..เหอ...เป็นพ่อพระไปแล้วครับท่านผู้โชม...ในที่ส ุดก็ได้ Sun Stone กลับมา... จากนั้นในปีเดียวกัน ก็ให้เรานำ Sun Stone กลับไปไว้ที่ Sun Keep เหมือนเดิม แล้วขึ้น Epoch ไปอีกทีข้ามเวลาไปที่ A.D.2,300 ในตอนนี้ Sun Stone ได้เติมพลังไว้อย่างเต็มเปี่ยมแล้ว
ให้ลุคก้าเข้าไปสำรวจที่ Sun Stone แล้วเธอก็จะเอามันกลับบ้าน แล้วลุคก้าก็จะเอา Sun Stone มาทำปืนมิราเคิ้ลช็อค (ให้ตัวเองอีกแล้ว...) และพ่อของลุคก้าก็จะทำแว่นตาสุริยะให้อีกด้วย....
แล้วให้กลับไปพบลุงบอชที่ห้องสมบัติในปราสาทกัลเดีย แล้วลุงบอชจะทำดาบสายรุ้งให้โครโน่ และแว่นตาสายรุ้ง...จากนั้นก็ไปที่เมืองโจรัส (Choras) เป็นเกาะอยู่ขวาล่าง แล้วให้เข้าไปในบ้านที่อยู่ด้านล่างของเมือง คุยกับคนในบ้าน เขาจะให้กล่องเครื่องมือมา จากนั้นให้ย้อนเวลาไปที่หมู่บ้านโจรัสในปี 600 แล้วให้เข้าไปใน cafe คุยกับชายที่กำลังดื่มเหล้าอยู่ (เดี๋ยวก็ตายเหมือน โทม่า หรอกเพื่อน..) ไปคุยกับเขา จะรู้ว่าเขาเป็นช่าง แต่ไม่มีเครื่องมือ เราเพิ่งได้มานี่นา...ก็ให้เขาไปอีกตามระเบียบ...
แล้วเขาจะเข้าไปซ่อมทางในปราสาท Northern Ruins ที่อยู่ข้างบนให้ แต่ในนั้นยังมีปีศาจอยู่ จึงไม่สามารถซ่อมให้ได้ทั้งหมด..ให้พวกเราเข้ากวาดล้ างให้หมด...จากนั้นก็ให้กลับไปที่บ้านที่อยู่ด้านล่า ง ไปตามช่างคนนั้นซ่อมทางเดินต่อ (คราวนี้ไม่ฟรีจ้า) แล้วเราก็เข้าไปจัดการปีศาจ แล้วออกมาตามช่างไปซ่อมอีก สลับกันไปจนสุดทาง
ที่ชั้นบนจะพบดาบโอนิมารุ และธนูไซเรนอยู่ อาวุธใหม่สำหรับโครโน่ และมาร์ล...แล้วให้ฟร็อคเข้าไปสำรวจที่หลุมฝังศพของอ ัศวินไซรัส แล้ววิญาณอัศวินไซรัสก็จะปรากฏขึ้น คุยกันก็จะรู้ว่าที่วิญญาณเขายังไม่ไปสวรรค์เพราะ ยังห่วงฟร็อค กับองค์หญิงรีเน่ อยู่ แต่เมื่อได้เห็นว่าขณะฟร็อคแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก สามารถดูแลตัวเอง และคนอื่น ๆ ได้แล้ว วิญญาณอัศวินไซรัส ก็จะลอยขึ้นสวรรค์ไป...
ทันใดนั้น...ดาบมาซามูเน่ ดาบในตำนานของฟร็อค จะลอยออกมาและแยกออกเป็นปีศาจ มาซา และ มูเน่ คุยกับพวกเขา แล้วเหมือนว่าพวกเขาจะรับรู้ถึงความเติบโตทั้งฝีมือ และจิตใจของฟร็อคได้ แล้วมาซา กับ มูเน่ จะทำคอนฟิวชั่น รวมร่างกันอีกครั้ง เป็น ดาบมาซามูเน่ ที่สมบูรณ์แบบ...Power Up กันใหญ่ คงจะเดาได้แล้วนะครับว่า ศึกใหญ่ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว...
เอาล่ะครับ..เป้าหมายต่อไปคือเจ้าป้อมลอยฟ้า (Black Omen) ที่เราเห็นคาใจอยู่ในทุก ๆ ยุค...ตอนนี้ได้เวลาแล้วครับ...ใช้ยาน Epoch บินขึ้นไปเลย บุกทะลวงเข้าไปเรื่อย ๆ เลยครับ...แล้วเราจะพบปีศาจกีก้ามิวแต้นท์ กำจัดมันซะ บุกต่อไปก็จะพบกับเทร่ามิวแต้นท์ โค่นมันเลย บุกต่อไปก็จะพบ พูจิราวอส R ไม่มีอะไรหยุดพวกเราได้อีกแล้ว บุกต่อไปในที่สุด ก็จะพบกับราชินีซีล เอาชนะให้ได้ แล้วจะมีปีศาจอีกตัวโผล่มาทันที ทำลายมันให้ได้ แล้วขึ้นไปชั้นบนสุด ราชินีก็จะมาปรากฏตัวอีก แล้วแปลงร่างมาสู้กับเรา สังหารมันซะ...
และแล้วก็ถึงคราวราวอสจะออกโรงมาสู้กับเรา ในร่างแรก เจ้าราวอสจะไปดึงเอาความสามารถของพวกตัวเอ้ ๆ แต่ละตัวมาเป็นของตน แล้วโจมตีเรา ไม่ต้องกลัว...ลุยมัน ความสามารถเราตอนนี้เหนือกว่าเจ้าปีศาจตัวเก่าพวกนั้ นมากมายนัก พยายามเก็บพลังเวทย์มนต์ไว้ใช้ช่วงหลังดีกว่า แล้วร่างสุดท้ายก็คือเจ้าราวอสนั้นเอง จัดการมันเลย...
ชนะได้ส่วนหัวของราวอสจะหายไป แต่...ดูเหมือนจะยังมีพลังอันมหาศาลอยู่ภายในตัวของม ันอีกนะ เข้าไปในตัวมันเลยครับ...อึ๋ย..น่าเกลียดน่ากลัวดีคร ับ มีเสียงหัวใจเต้นอีกต่างหาก หากคุณมั่นใจใน กำลัง และไอเทม ของตนแล้ว ก็มุ่งหน้าต่อไปเลยครับ แต่ถ้าคุณมีกำลังอ่อนล้าเกินไป ก็จะมีประตูเวลาทางซ้ายให้เข้าไป (ที่ด้านขวาจะเป็นประกายให้ save ให้เข้าไป save ไว้เลยครับ ต่างจากการ save ด้วยการกด F3 ครับ และจะมีผลต่อการเริ่มเกมใหม่)
แล้วจะมาโผล่ที่ End of Time จัดการเติมพลัง หรือข้ามเวลาไปเก็บ Level หรือซื้อไอเทมอีก ก็เชิญครับ (ตุน Full Tonic และ Mid. Ether เยอะ ๆ สัก 20 อัน..แหะ..แหะ..แบบว่ากันไว้ก่อนง่ะ...ศึกสุดท้ายแล้ วครับ...ตุน ๆ ไว้เถอะ...นะ..นะ...)
พร้อมแล้วเตรียมกลับไปทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างสิ้นสุดกั นสักที ผลจะดีหรือร้าย ขึ้นอยู่กับคุณครับ...การจะกลับไปทำได้ 2 วิธีครับ...คือ จะใช้ยาน Epoch แล้วเลือกปี 1999 ก็ได้ โดยยานจะบินทะลวงเข้าไปในตัวราวอส แล้วยาน Epoch ก็จะพังครับ... (ปราบราวอสได้ จะได้เห็นฉากจบที่น่าประทับใจเหมือนกันครับ แต่ผมว่าจะไม่สมบูรณ์แบบ และมันส์ซซซ...เท่าอีกวิธี...ดังนั้นก่อนกลับไปสู้ ขอให้กด F3 เพื่อ save ไว้นะครับ จะได้ย้อนกลับมาดูฉากจบได้ทั้ง 2 แบบ)
อีกวิธีคือ ให้กลับไปที่ End of Time แล้วที่ข้าง ๆ ประตูเข้าห้องสเป็คคิโอ้ จะมีก้อนหินอยู่ เข้าไปสำรวจแล้ว ก็จะพาข้ามเวลาไปหาราวอสได้เหมือนกัน...
สำหรับผมแล้ว กลุ่มที่สมบูรณ์แบบที่สุด และน่าจะทนที่สุด คือ โครโน่ มาร์ล และฟร็อค... เดินหน้าวิ่งเข้าไปเผชิญกับเจ้าราวอสตัวจริงกันเลยคร ับ...
โอ้โฮ..ตัวเบ้อเริ่มเลยครับ รวมพลังกันจัดการมันให้ได้ โดยให้ทำลายแขนทั้ง 2 ข้างก่อน แล้วค่อยจัดการส่วนหัว...สำเร็จ..!! ชนะได้แล้ว....แต่ยังก่อน มันไม่ง่ายอย่างนั้นครับ เจ้าราวอสร่างสุดท้าย ในที่สุดจะออกมา...
มันจะบอกว่า มันเป็นคนส่งสิ่งมีชีวิตมาเป็นต้นกำเนิดของเป็นของสิ ่งมีชีวิตบนโลกทั้งมวล รวมถึงมนุษย์.... โลกใบนี้เป็นเพียงฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของราวอสเท่านั้น และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะกำจัดสัตว์เลี้ยงที่ไร้ค่าอย ่างมนุษย์โลกแล้ว....
ใครบอกว่าพวกเราเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงไร้ค่า... จากการผจญภัยต่าง ๆ ที่พวกเราได้ไปพบเจอ พวกเราได้แสดงออกถึงคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์มากมาย ความเป็นห่วงกัน ความรัก และความเอื้ออาทรที่มนุษย์มีให้แก่สรรพสิ่งทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ด้วยกัน เทพ ต้นไม้ หรือแม้แต่ปีศาจ นี่คือคุณค่าของคำว่ามนุษย์....
สำหรับโรโบเอง แม้จะเป็นสิ่งประดิษฐ์จากมนุษย์ แต่จากการเดินทางที่ผ่านมา เขาได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า เขามีความรู้สึก และจิตใจที่ดีงามไม่ได้น้อยไปกว่ามนุษย์เลย
พวกเรามนุษย์โลก..ไม่ได้เป็นสัตว์เลี้ยงของใครทั้งนั ้น และเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีคุณค่าที่สุดด้วย.....
นี่คือพลังทั้งหมดของพวกเราชาวมนุษย์โลก... จงรับรู้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์ซะ.....เจ้าราวอ ส....!!!!
สำเร็จ...เมฆหมอกแห่งความเลวร้ายได้ถูกปัดเป่าให้ผ่า นพ้นไปได้อีกครา.......
เช้าอันสดใส...ทหารคนหนึ่งได้ขึ้นไปปลุกโครโน่ถึงบนห ้องนอน บอกว่ากษัตริย์กัลเดียรับสั่งให้นำตัวไปเข้าเฝ้า...ท ี่ปราสาทเราจะได้พบกับทุก ๆ คน จากทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่คิโน่ จากปีก่อนประวัติศาสตร์ 65,000,000 กษัตริย์จากเมืองโทรูส จากอดีตปี 600 และผู้เฒ่าแห่งอาริสโดมจากอนาคตปี 2,300 มาได้ไงเนี่ย...อ้อ..เจ๊ลุคก้าใช้เกทโฮลเดอร์ (จำได้ไหม..) ข้ามเวลาไปพามานี่เอง...ซึ่งผลสุดท้าย คนพวกนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ที่แท้ก็คือ บรรพบุรุษ และเหลน ของมาร์ล (องค์หญิงนาเดีย) นั่นเอง...อ่ะ..โห..มุขนี้...พี่ท่าน หักมุมได้มักง่ายดีจัง...แต่ชอบครับ.... ^_^
กษัตริย์กัลเดีย ได้รับรู้ถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของโครโน่ มาร์ล (องค์หญิงนาเดีย) และลุคคก้าแล้ว แล้วก็มีทัศนคติที่ดีขึ้นมาก ๆ ต่อโครโน่...แล้วก็เชิญให้ไปร่วมในขบวนพาเหรด ที่รีเน่สแควร์ด้วย....
หลังจากร่วมเดินขบวนอันยิ่งใหญ่ (ซะเหลือเกิ๊น...) แล้ว ก็ให้วิ่งขึ้นไปบนสุด ที่ตั้งของเครื่องเทเลพอต ที่ลุคก้ากับพ่อของเขาได้สร้างไว้...
ที่นี่เราจะพบทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็น ไอร่า จากปี65,000,000 ก่อนประวัติศาสตร์ ฟร็อค และ มากัส จากปี 600 และสุดท้ายคือ โรโบ จากปี 2,300 ในอนาคต ประตูเวลาใกล้ปิดลงเต็มทีแล้ว ถึงเวลาต้องร่ำลาจากกันเสียแล้ว...แล้วทุก ๆ คน ก็จะค่อย ๆ เข้าไปในประตูเวลาทีละคน กลับสู่ยุคสมัยของตนต่อไป เหลืออยู่แต่ โครโน่ มาร์ล และลุคก้า......
เฮ้อ...ไปกันหมดซะแล้ว..ประตูเวลาก็กำลังจะปิดแล้วด้ วย.. พวกเราไปเที่ยวงานฉลองกันต่อดีกว่า.... แต่..ทันใดนั้น..!!! แมวของโครโน่ ไม่รู้วิ่งทะเร่อทะร่ามาจากไหน กระโจนเข้าประตูเวลาไป...ขณะที่แม่ของโครโน่เอง ก็วิ่งตามจับเจ้าแมวนั้นอยู่...ไม่ทันสังเกตสิ่งรอบข ้าง...แล้วคุณแม่ของโครโน่ ก็วิ่งตามแมวหายเข้าไปในประตูเวลาเหมียนกัน...และเป็ นเวลาที่พอดีกับประตูเวลาบานสุดท้ายก็ได้ปิดลง....
จ๊าก..!!! แม่ผม...!!! ไปอยู่ยุคไหนกันล่ะเนี่ย เฮ้อ...คิดว่าเรื่องวุ่น ๆ จะหมดแล้วนะเนี่ย...เอาล่ะ...เรายังมียาน
Epoch อยู่ ไปตามหาคุณแม่กันเถอะ....แต่จะมีทหารของกษัตริย์มาตา ม บอกว่ากษัตริย์กำลังตามหาพวกเราอยู่นะ...
มาพบกับกษัตริย์ ท่านก็พูดของท่านไปเรื่อย แล้วก็ให้ทหารนำระฆังใบใหม่มา ซึ่งมีชื่อว่า ระฆังนาเดีย (ตามชื่อจริงของมาร์ล) เพื่อให้ทุกคนได้ระลึกถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของพวกเร า.....โครโน่ และลุคก้าเห็นท่าว่าเรื่องยาวแน่ ๆ ป่านนี้แม่โครโน่ไปอยู่ยุคไหนแล้วก็ไม่รู้...ทั้ง 2 จึงแอบหลบออกไป...
ส่วนมาร์ลนั้นเล่า...นิสัยส่วนตัวของคุณเธอไม่ใช่คนท ี่ชอบอยู่เฉย ๆ เลยครับท่านผู้โชม...พอกษัตริย์กัลเดียหันหลังไปติดร ะฆัง (มุขติดระฆังนี่ก็ช่างสรรหาวิธีการจริง จริ๊ง...) มาร์ลก็เผ่นตามโครโน่ และลุคก้าไป....เป็นเวลาเดียวกันกับที่พ่อของลุคก้า นำเอา Sun Stone มาตีด้วยฆ้อน....
__________________ : Each Day gets better...  |