ดูแบบคำตอบเดียว
เก่า 03 Sep 2006, 20:37   #51 (permalink)
4040040400
สมาชิกเฝ้าบอร์ด TG
 
4040040400's Avatar
 
สมัคร: May 2006
สถานที่: ข้างหลังคุณไง!!! แฮ่ๆๆ!
โพส: 1,699
Blog Entries: 1
รับคำขอบคุณ: 44
ดาวโหลด: 85
อัพโหลด: 6
Rep Power: 0
4040040400 aura4040040400 aura4040040400 aura4040040400 aura4040040400 aura
สฟิงซ์ (Sphinx)


เป็นสัตว์ที่มีส่วนผสมของสัดหลายชนิดรวมอยู่ในตัวเดี ยวกัน ตามความเชื่อของคนแถว

อียิปต์ จะว่าเฉพาะอียิปต์ซะทีเดียวก็จะรวบรัดไป เพราะสฟิงซ์มีอยู่หลายเผ่าพันธุ์ต่าง

ไปตามการแต่งเติมสีสัน ให้น่ากลัวมากขึ้นเท่าไร อย่างของชาวกรีก สฟิงซ์จะมีใบหน้า

และทรวงอกของหญิงสาว ท่อนล่างเป็นสิงโต และมีปีก แบบนกอินทรี ส่วนของอียิปต์

หรือพันธุ์ที่เราเรียกว่า แอนโดรสฟิงซ์ (Andro-Sphinx) ก็มีรูปร่างเหมือนชาวกรีกนั่นแหละ

เพียงแต่ว่าไม่มีปีกเท่านั้นเอง และของพวกอียิปต์อีกเช่นกัน ที่สฟิงซ์แตกเผ่าเป็น

ครีโอสฟิงซ์ (Crio-Spninx) ที่มีหัวเป็นแกะบ้าง หรือเป็นนกเหยี่ยวบ้าง ในเปอร์เซีย (Persia),

แอสซีเรีย (Assyria), และฟีเนียเซีย(Phoenicia) มีสฟิงซ์ทั้งสองเพศ ตัวผู้จะมีหนวด

และผมหยักศก ส่วนของโรมโบราณเป็นผู้หญิง และอาจจะเป็นแบบที่ส่งผ่านมาให้

กับอียิปต์ก็ได้ เพราะว่าตัวนี้สวมงูแอสพ์ (Asp) คาดอยู่ที่หน้าผากด้วย สฟิงซ์ของตะวันออก

กลางเป็น!ที่ได้ชื่อว่าฉลาด ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะมันจะเปิดเผยสิ่งที่มันรู้ยากมา ก

มันพอใจที่จะนอนผึ่งแดดอย่างเป็นสุข ท่ามกลางการเคารพบูชาของผู้ที่เทิดทูนมัน

ส่วนสฟิงซ์ของพวกกรีก กลับมีลักษณะที่ตรงกันข้าม มันทรยศหักหลัง ก้าวร้าวรุนแรง

และกระหายเลือด และพวกนี้ยังชอบกินคน เป็นอาหารเสียด้วยลักษณะที่เด่นชัดของ

สฟิงซ์กรีกอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความคล้ายแมว หรือจะว่าอีกทีก็คล้ายผู้หญิงด้วย นั่นคือ

มันจะพูดคุยหยอกเหยื่อของมันก่อนที่จะสวาปามเข้าไป แต

่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเกิด

เยื่อหนีรอดไปได้ สฟิงซ์จะบินดิ่งทิ้งตัวกระแทกพื้นหรืออะไรสักอย่าง ด้วยความโกรธเกรี้ยว

จนตายไปเองก็บ่อย เรื่องราวเกี่ยวกับสฟิงซ์ของกรีกที่โด่งดังเรื่องหนึ ่ง เห็นจะไม่พ้นเรื่อง

ของเจ้าแม่เฮรา (Hera) ซึ่งมอบหมายหน้าที่ลงโทษชาวเมืองธีบีส (Thebes) เพราะความ

เมามายไร้สติของพวกเขา หลังจากที่ไดโอนิซุส เทพแห่งเมรัยได้มาสอนการทำไวน์

ให้แก่ชาวเมืองนี้ ตามปกติสฟิงซ์จะไม่เข้าขย้ำเหยื่อ ที่ผ่านมาในทันทีทันใด แต่จะให้

โอกาสเหยื่อด้วยการถามปัญหา ที่เรียกกันว่าปัญหาของตัวสฟิงซ์ (The Riddle of the Sphinx)

ซึ่งสัญญาจะปล่อยเหยื่อเป็นอิสระ หากตอบปัญหาของนางได้ แน่ล่ะตามท้องเรื่องที่จะกล่าว

ถึงพระเอกคนหนึ่งนี้ ต้องมีเรื่องให้ไม่มีใครตอบได้ จนกว่าพระเอกของเรื่องคือ เอดิปุส (Oedipus)

แห่งโครินท์ผ่านมาในเมืองธีบีสพอดิบพอดี สฟิงซ์กระโดดออกมาจากหลังพุ่มไม้

แลบลิ้นเลียปากด้วยความอยากกินเนื้อ มานพน้อยรูปงาม ก่อนจะส่งเสียงคำรามให้ขวัญหาย

เข้าใส่เอดิปุสและถามปัญหา "อะไรเอ่ยเดินสี่ตีนในยามเช้า เดินสองตีนในยามสาย และเดิน

สามตีนในยามเย็น….? "อ๋อ ใช่ก็สโนว์ไวท์นะซี เอ๊ยคนละเรื่อง มันก็คือมนุษย์นั่นแล

ย่อมเดินด้วยการคลานทั้งมือและเข่า เมื่อยังเป็นเด็ก ยืนด้วยขาสองข้างเมื่อโตเต็มที่

และต้องใช้ไม้เท้าพยุงตัวเอง เป็นขาที่สามในยามสายัณห์ของชีวิต เอดิปุสตอบอย่างไม่ลังเล

สฟิงซ์เมื่อได้ฟังคำตอบ ที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากมนุษย์หน้าไหนเลย ถึงกับกรีดร้องด้วย

ความเจ็บใจ นางโผบินขึ้นบนฟ้า แล้วทิ้งตัวดิ่งลงฆ่าตัวตายในทะเล นี่ดูเหมือนหล่อนจะเป็น

ฝ่ายแพ้ ทั้งๆที่ถ้าจะนับแล้วสฟิงซ์ต่างหาก ที่เป็นฝ่ายชนะ เพราะหลังจากที่สฟิงซ์ ซึ่งเป็น!

ที่น่ากลัวที่สุดของปวงชาวธีบีสได้ตายไป ผู้รักษาการณ์เมืองธีบีส ถึงกับเชิญเอดิปุสขึ้นเป็นราชา

และให้แต่งงานกับราชินีม่าย โจคัสต้า (Jocasta) ของกษัตริย์องค์ก่อน และกว่าจะรู้ความจริง

ว่าโจคัสต้านี่เอง คือมารดาผู้ให้กำเนิดเอดิปุส ก็เมื่อนางได้ตกเป็นราชินี อย่างแท้จริงของเอดิปุส

ไปเสียแล้ว โชคชะตาย่อมเล่นกลต่อชีวิตของเขา มากกว่าที่จะถูกสฟิงซ์กินตายไปรู้แล้วรู้รอด…

Click the image to open in full size.
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม