ดูแบบคำตอบเดียว
เก่า 07 Jul 2008, 21:31   #108 (permalink)
Poporin
สมาชิก TG รุ่นพี่
 
โพส: 457
ดาวโหลด: 54
อัพโหลด: 0
Blog Entries: 2
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
Poporin aura


สถานที่: บ้านอันแสนสุข

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Poporin
ต่ออีกนิด - -
___________________________________________

~นครใต้นภา~ ห้องประชุม สภาเมือง

ปึง!!

เสียงกำปั้นทุบโต๊ะดังสนั่น ทำลายความเงียบในห้องประชุม

“ทำแบบนี้มันหยามกันชัดๆ!!” ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีแดงเลือดหมูผุดลุกขึ้นยืน
และกล่าวเสียงดัง ทำเอาสมาชิกสภาหลายคนที่นั่งร่วมประชุมอยู่ถึงกับสะด ุ้ง

“เทเวทธ์ ช่วยสำรวมกริยาในที่ประชุมด้วย” ผู้เฒ่าชาวปักษา นามว่า ‘ทานต์’ ประธาน
ในการประชุมกล่าวตักเตือนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า แต่กลับมีความน่าเกรงขามอยู่
เต็มเปี่ยม

“ชิ!” เทเวทธ์สบถ ก่อนหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ตามเดิม

“แหม อารมณ์ร้อนจริงนะ แต่ก็สมแล้วล่ะ” คำกล่าวด้วยน้ำเสียงเสียดสีที่ฟังดูประหลาด
ดังมาจากชายอ้วนพุงพลุ้ยสูทสีเขียวเข้ม “หึหึ ชื่อเทเวทธ์ก็แปลว่าไฟ ครองเมืองไฟ แล้ว
ยังอารมณ์ร้อนดั่งไฟ ช่างบังเอิญจริงน้า~ แบบนี้โกรธมากไปมีหวังที่ประชุมคงลุกเป็นไฟ
ไปด้วยล่ะมั้ง”

เจอคำพูดล้อเลียนแบบนี้ อารมณ์ที่กำลังร้อนของเทเวทธ์ จึงกลายเป็นเดือดปุดๆในทันใด

“อ้อ พูดงี้แกอยากเป็นหมูย่างนักใช่มั๊ย ไอ้อ้วนธเนศ!” เทเวทธ์สวนกลับอย่างหงุดหงิด
เต็มทน เล่นเอาเส้นอารมณ์ของคนอ้วนเกือบขาดผึง ถ้าไม่มีเสียงระฆังจากผู้เฒ่าเข้า
ปรามไว้ก่อน

“พอได้แล้ว ทั้งคู่นั่นแหละ”

“ชิ!” เจ้าเมืองไฟส่งเสียงแสดงความไม่พอใจอีกครั้ง แล้วนับ 1-10 ในใจ ลดอุณหภูมิอารมณ์


การประชุมสุดยอดผู้นำที่ถูกจัดขึ้นอย่างกะทันหันครั้ งนี้มีสาเหตุสืบเนื่องมาจากการ
ก่อสงครามของเผ่าหิมะราตรี หลังจากข่าวสงครามนั้นรู้ถึงหูสภากลาง สารเรียกประชุม
ด่วนก็ถูกส่งไปยังเจ้านครใหญ่ทั้ง 6 ทันที แต่ทว่า เมื่อมาถึงวันประชุมที่นัดหมายไว้
กลับมีเพียง เทเวทธ์เจ้านครอัคคี, มาลินผู้ครองปฐพีนคร และธเนศแห่งนครใต้นภา
เท่านั้นที่มาเข้าร่วม ส่วนเจ้านครใหญ่อีก 3 คนที่เหลือก็มีเหตุผลที่ไม่มาแตกต่างกันไป

คนแรก สันติ เจ้าเมือง วารีนคร สภากลางได้รับทราบสาเหตุการไม่เข้าร่วมประชุม
ของเขาก่อนวันจริง 1 วัน เมื่อผู้ส่งสารที่ส่งไปยังวารีนครกลับมาพร้อมกับสารเ รียก
ประชุมด่วนที่ยังไม่ได้ส่ง เนื่องจาก ตัวสันตินั้นหายสาบสูญไปท่ามกลางความวุ่นวายของ
สงคราม ข้าราชการระดับสูงหรือสมาชิกสภาเมืองของวารีนครที่คว รจะเป็นผู้รับสารและ
มาร่วมประชุมแทนนั้น ต่างก็ถูกนักรบเผ่าหิมะราตรีสังหารจนหมดสิ้น เป็นผลให้ที่นั่ง
ซึ่งควรจะเป็นของผู้แทนจากวารีนครนั้นว่างไป

คนที่สอง จรัล เจ้านครแสงสว่าง ส่งทูตมาแจ้งสาเหตุการไม่มาเข้าร่วม ก่อนการ
ประชุมจริงเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยตัวเนื้อหาสาเหตุที่มาไม่ได้นั้นถูกนำมาเขียนเป็น
เอกสารยืดยาวราว 10 หน้ากระดาษได้ แต่สรุปใจความแล้วก็คือ ตอนนี้ที่นครแสงสว่าง
กำลังมีกองโจรออกอาละวาดทำให้สภาพในเมืองวุ่นวายต้อง คอยดูแลอย่างใกล้ชิด จึงมา
ประชุมไม่ได้ ซึ่งเหตุผลที่จรัลให้มานี้ก็ยังเป็นที่น่ากังขาอยู่ เพราะมันขัดแย้งกับข่าวสารที่
ได้รับรายงานมาจากสมาชิกสภากลางซึ่งประจำการอยู่ในนค รแสงสว่าง ที่มีใจความว่า
สภาพนครแสงสว่างตอนนี้ยังเป็นปกติ

แต่ว่า เหตุผลในการไม่มาร่วมประชุมที่ถูกลงความเห็นว่า น่าสงสัย นั้นก็ยังไม่สร้าง
ความวุ่นวายในสถานที่ประชุมเท่ากับการมาถึงของทูตจาก เผ่าหิมะราตรีที่นำสารจาก
ซีล เจ้านคร มาประกาศอย่างกล้าหาญว่า

“พวกงี่เง่าในที่ประชุมทั้งหลาย จงฟัง!! จากนี้ไป พวกข้า เผ่าหิมะราตรี คือผู้ปกครอง
สูงสุดในดาวดวงนี้ หากพวกเจ้าแข็งข้อ กองทัพของข้าก็พร้อมจะทำสงคราม เข่นฆ่าพวก
เจ้าให้สิ้นซาก แต่หากยังรักชีวิตก็จงยอมสวามิภักดิ์ เชื่อฟังคำสั่งของข้าอย่างเคร่งครัด
หวังว่า พวกงี่เง่าอย่างพวกเจ้าจะยังพอมีปัญญาเลือกทางที่ถูก ”

พอประกาศจบ ทูตจากเผ่าหิมะราตรีก็หันหลังเดินออกจากที่ประชุมไปโ ดยไม่แยแส
สายตาตื่นตะลึงของสมาชิกสภากลางแม้แต่น้อย และเพราะแบบนี้เสียงทุบโต๊ะจากเทเวทธ์
เจ้านครอัคคีจึงดังขึ้นมา จนทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันภายในที่ประชุมเล็กน ้อย
ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว

“แล้วคุณล่ะมีความเห็นอย่างไร มาลิน?” ผู้เฒ่าทานต์ดึงการประชุมกลับเข้าสู่ประเด็น
โดยการถามความเห็นจากเจ้านครใหญ่อีกคนหนึ่งซึ่งยังคง นั่งสงบมาจนถึงบัดนี้

“ดิฉันเห็นด้วยกับเจ้านครอัคคีค่ะ” เจ้าของความเห็นเป็นหญิงผิวคล้ำอายุราว 30 ปี
รูปร่างทะมัดทะแมงในชุดสูทสีดำบวกกับผมตัดสั้น ทำให้เธอดูจะเหมาะกับคำว่า เท่ห์
มากกว่า สวย “ฝ่าฝืนมติเรียกประชุมด่วน ไม่มาเข้าร่วมยังพอว่า แต่ การส่งทูตมา
ประกาศสงครามในที่ประชุมแบบนี้มันดูหมิ่นพวกเราชัดๆ! ”

“ใช่!” เทเวทธ์สนับสนุน “แบบนี้มันหยามกันเห็นๆ แถมยังเป็นการกระทำโง่เง่าด้วย
การตั้งตนเป็นศัตรูกับคนทั้งดาว!”

“ศัตรูกับคนทั้งดาว? จะเป็นอย่างนั้นแน่เร้อ~?” ธเนศทวนถามพลางเหลือบมองไปยัง
ที่นั่งว่างอีกที่นึงของโต๊ะประชุมซึ่งควรมีผู้นำจาก นครแสงสว่างนั่งอยู่
มาลินสังเกตเห็นท่าทีเช่นนั้นของธเนศ จึงเอ่ยถาม

“ธเนศ คุณคิดว่านครแสงสว่างจะให้ความร่วมมือกับเผ่าหิมะราต รีรึ?”

“ก็แค่สงสัยน่ะ...แต่ถ้ายังไม่มีการเคลื่อนไหว ก็ยังคงสรุปอะไรไม่ได้”

ผู้เฒ่าทานต์มองเก้าอี้ประชุมที่ว่างเปล่าทั้ง 3ตัว แล้วทอดถอนลมหายใจ

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ การหวังจะยุติความขัดแย้งด้วยการเจรจาคงเป็นไปไม่ได้ ”

“ตอนนี้ สถานการณ์ที่ทวีปวารีก็ย่ำแย่เต็มที” หัวหน้ากรมข่าวสารของสภากลางกล่าวขึ้น
“กองทหารที่แตกพ่ายของแต่ล่ะเมืองได้ไปรวมตัวกันกับก องกำลังของเมืองต้นธาราซึ่ง
เป็นเมืองเดียวที่ยังไม่ถูกยึดครอง เพื่อร่วมกันต่อต้านกองทัพของเผ่าหิมะราตรี แต่ว่าทั้ง
กำลังพลและประสิทธิภาพของอาวุธยุทโธปกรณ์ก็แตกต่างกั นมาก ... อย่างดี ก็คงจะต้านทาน
การบุกโจมตีได้เพียง 7 วัน”

“แค่ 7 วันก็เหลือเฟือ! แบบนี้ก็ไม่ต้องรีรออะไรแล้ว กองทัพของอัคคีนครจะเคลื่อนพล
ไปกำราบไอ้พวกลิงหิมะนั่นเอง” เทเวทธ์เสนอ

“มีท่านใดไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของเจ้านครอัคคีผ ู้นี้บ้าง?” ผู้เฒ่าทานต์ถาม
ความเห็นจากสมาชิกสภา เกิดเสียงพูดคุยปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่มีใครคัดค้าน

“ถ้าเช่นนั้น เรื่องการช่วยเหลือทวีปวารีก็ยกให้เป็นหน้าที่ของอัค คีนครแล้ว เทเวทธ์”

“วางใจได้เลย! ชาวอัคคีจะสู้สุดความสามารถ” เทเวทธ์ทุบอกตนเองอย่างภาคภูมิ

“เอาล่ะ เรื่องต่อไป เป็นการกำหนดมาตรการป้องกันการรุกรานของเผ่าหิมะราตร ี...”
ผู้เฒ่าทานต์กล่าวเปิดประเด็นใหม่ แล้วการประชุมก็ดำเนินต่อไปอย่างเคร่งเครียด...
__________________________________________________ _
__________________
เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ

THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม