ดูแบบคำตอบเดียว
เก่า 12 Jun 2008, 16:44   #27 (permalink)
Zero Xion
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
Zero Xion's Avatar
 
โพส: 227
ดาวโหลด: 151
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 2

TG ออร่า:
Zero Xion aura



ดาบที่หนักขึ้นเรื่อยๆ กับดวงตาที่เริ่มมองเห็นได้น้อยลง กลิ่นสาบฉุนของเลือด ที่สาดกระจาย

“ ฮะๆๆ ”

เราได้แต่หัวเราะแห้งๆ พลางดึงดาบออกจากร่างศัตรูที่นอนอยู่บนพื้น กะอีแค่ ศัตรูหมื่นตัว มันไม่เท่าไหรหรอก เยอะกว่านี้ก็เคยล้มมาแล้วเลยเฟ้ย
แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เหอะ นั้นก็มันหลายปีมาแล้ว ตอนนั้นมีดาบแห่งไฟ หรืออย่างน้อยๆ ก็เคลย์มอร์ เป็นอาวุธคู่มือ แต่นี้เล่น ฉุกหละหุกจนหยิบมาได้แต่ดาบห่วยๆ ที่มีดีแค่เอาไว้ประดับยศเท่านั้นเอง อีกทั้งขนาดก็ไม่พอมืออีก จะจับสองมือก็ไม่ถนัดเอาเลย

ฮะๆๆๆๆ นี้อาจจะแย่ก็ได้เหะ

“ ว่าไงหละ มีดีแค่นี้แค่นี้รึไงกัน ”

ทำเป็นพูดดีไปเรา ทั้งๆ แรงถือดาบในมือก็แทบไม่มีแล้วแท้ๆ
ล้มไปได้ เก้าพันกว่าตัวแล้ว เหลือแค่หนึ่งในสิบ แค่นี้มันไม่เท่าไหรหรอกน่า!!

อึก...

ทำเทห์อยู่ไม่ได้นานขาเราก็เริ่มไม่มีแรงแล้วเหะ.... . ชิ แย่ชะมัด

ฟินิกซ์ได้แต่มอง ศัตรูที่เหลือเพียงหนึ่งในสิบที่อยู่เบื้องหน้า พวกมันมองอัศวินหนุ่มที่ ล้มกองทัพของพวกมันลงไปได้ถึงเก้าในสิบ ด้วยความหวาดกลัว

“ อะไรกัน หรือแม้แต่พวกแกก็กลัว มนุษย์ตัวเล็กๆคนนึงรึไงกัน ”
อัศวินหนุ่มดึงตัวให้ยืนขึ้นมาด้วยแรงเฮือกสุดท้าย ทั้งร่างเขาเปื้อนไปด้วยเลือด

“ แก.......มันไอ้ปิศาจ..... ” ดาร์พรีส กล่าวด้วยความหวาดกลัว

“ ฉันไม่อยากได้ยินคำนั้นจากคนที่ทรยศพระเจ้ามาหรอกนะ ” ฟินิกซ์แดกดันพลางควงดาบ

“ อีกพันตัวหรือสองพันตัวก็เข้ามา ฉันจะล้มพวกแกให้หมดนั้นหละ!! ” เขาทิ่มดาบลงพื้น พร้อมกับเปลวไฟรูปนกฟินิกซ์ที่สยายปีกขึ้นด้านหลังเข า

“ เข้ามาเลย!!!! ” เขาเรียกเปลวไฟรูปนกนั้นเข้ามาในดาบ จนดาบกลายเป็นสีแดงฉาน เขาพุ่งตรงไปหาศัตรูเบื้องหน้าพร้อมกับเปลวไฟสีแดงขอ งดาบที่ลากเป็นแนวยาวตามไปด้วย

“ หน่อย!! ” ดาร์กพรีสสถบ พลางสั่งการให้ abyss knight ที่เหลือ พุ่งเข้าตรงไปหาเขา พร้อมๆ กับให้บลัดดี้ไนต์และ มิโนทอร์ตั้งแนวป้องกันให้กับ การ์กอยและวินโกส์ที่อยู่แถวหลังคอยยิงสนับสนุน

“ อย่าไปกลัวมัน มันก็แค่มนุษย์ที่ใกล้ตายคนหนึ่ง!!! ”


“ การ์กอยหน่วยที่ 1 ยิงธนูได้!! ”

สิ้นคำสั่ง ห่าธนูระรอกใหญ่ก็เข้าตรงมาหาอัศวินหนุ่ม แต่ว่าพวกมันกลับหายไปในเปลวไฟที่เขาปล่อยออกมาเพียง วูบเดียว

“ ปะ..... เปลวไฟนั้นมันอะไรกัน!! ”

ฟินิกซ์ยิ้มในขณะที่เผชิญหน้ากับอัศวินดำขี่ม้า

“ พวกแกคงไม่รู้สินะ!!! ”

เขาเหยียบหลังม้าของabyss knight เพื่อใช้เป็นฐานในการกระโดด

“ ว่าเปลวไฟของนกฟินิกซ์หน่ะ!! ”

เขาออกแรงกระโดดแล้วตัดหัวของ abyss knight ขาดออกจากบ่าด้วยดาบเดียว

“ เปลวไฟของนกฟินิกซ์หน่ะไม่มีวันมอด!!!!!!! ”

ร่างที่ตายไปของ abyss knight กลายเป็นเปลวไฟสีแดงฉาน เขาฟาดดาบเช่นเดียวกันนี้ใส่ abyss knight ตัวอื่นๆ มันกลายเป็นพวกมันกลายเป็นเพียงแค่เปลวไฟสีแดงฉาน เบื้องหลังร่างเขา

“ จงไปเกิดใหม่ ด้วยเปลวไฟของนกอมตะเสียเถอะ ” ฟินิกซ์วาดดาบลงอย่างงดงาม ท่ามกลางร่างของเหล่าปิศาจที่มอดไม้ด้วยเปลวเพลิงสีแ ดงฉาน และค่อยๆ กลายเป็นเถ้าธุลี ไปท่ามกลางความมืด

พวกที่เหลือมองร่างของอัศวินผมแดง ที่เบื้องหลังเขาคือ นักรบชั้นแนวหน้าที่เรียกได้ว่ามีฝีมือเป็นอันดับหนึ ่งของพวกมัน กลับกลายเป็นเพียงแค่เปลวไฟฉากหลังของเขา

“ กรอด....... ”

แม้แต่ตัวดาร์กพรีส ก็เริ่มขยาดอัศวินที่มีฝีมือเกินคาดคนนี้

“ หน่อย...... ” ในใจมันเริ่มถูกสิ่งที่เรียกว่าความกลัวเกาะกิน ทำให้ความเยือกเย็นและสุขุมที่เคยมีหายไปทีละน้อยๆ
มันกำลังชั่งใจว่าระหว่างล้มอัศวินเบื้องหน้าดี หรือถอยกลับไปตั้งหลักทางไหนจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า กัน
แต่ในระหว่างที่มันคิดอยู่นั้นเอง เสียงที่เย็นยะเยือกก็ดังขึ้นด้านหลังเขา

“ ............ ไม่น่าเชื่อว่าจะหยุดพรรคพวกของข้าได้เพียงแค่ลำพังต ัวคนเดียว ”

เสียงนั้นทำเอาดาร์พรีสตัวแข็งและสั่นด้วยความกลัว ในขณะที่ฟินิกซ์ ได้แต่มองไปยังเจ้าของเสียงนั้น

“ เจ้าช่างเป็นคนเก่งจริงๆ ข้าชักสนใจเจ้าแล้วสิ ” เจ้าของเสียงนั้นลอยอยู่เหนือพื้น พร้อมๆกับวงเวทย์ใต้ขา มันมองมายังอัศวินหนุ่มข้างหน้าด้วยดวงตาที่เป็นเพีย งแค่แสงสว่างสีเหลืองแดง ภายใต้ใบหน้ารูปหัวกะโหลกของมัน

“ ถ้าเจ้ามาอยู่ฝ่ายเดียวกับข้าคงดีไม่น้อยเลยทีเดียว ”มันกล่าว พร้อมกับผ้าคลุมสีดำที่สยายออกในความมืด


“ เหอะ............ หลังจากให้เพื่อนแกมารุมกระทืบข้า 9000กว่าตัว แล้วถึงค่อยมาชวนมาเป็นพวก พูดตลก ก็ให้มันน้อยๆหน่อย เจ้าปิศาจหน้าใหม่ ” ฟินิกซ์พูด


“ ฮ่าๆๆ เจ้าก็ตลกไม่แพ้กันเลยนะ ” มันพูดอย่างนึกสนุก
“ ถ้าข้าอยากให้เจ้าเป็นสมุนข้า ก็แค่ทำให้ตายเสียก่อน เช่นเดียวกับที่ข้าเคยคืนชีวิตให้กับสหายเจ้านั้นหละ ”

ฟินิกซ์ กัดฟันแน่น เมื่อได้ยินเรื่องนี้

“ ใช่แล้ว ข้านี้หละคือคนที่เคยทำให้เพื่อนของเจ้ากลายเป็น undead และให้มาอยู่ฝ่ายเดียวกับพวกของข้า น่าเสียดาย เจ้านั้นมีจิตใจเข้มแข็งไปหน่อย เลยควบคุมไม่ได้ ช่างเป็นผลงานที่น่าผิดหวังจริงๆ ”

มันหัวเราะอย่างยะโสในขณะที่โทสะของฟินิกซ์พลุกพล่าน

“ ข้าว่า เจ้าคงเหลือแรงอยู่ไม่มาก แค่อัศวินที่ใกล้ตายคงไม่เป็นคู่ต่อสู่ที่สมศักศรีข้ าเท่าไหรหรอก...... ”

มันวาดวงเวทย์ในอากาศ และดึงดาบเล่มนึงออกมาจากวงเวทย์ มันเป็นดาบเล่มยักษ์ ปลายดาบเป็นงอลงมาคล้ายเคียว
มันคือดาบที่โบราณเคยใช้ประหาญนักโทษ “ Executioner ”

“ ถ้าเป็นดาบเล่มนี้คงจะเหมาะกับมือของเจ้าสินะ ” มันกล่าว
และในทันใดนั้นดาบเล่มนั้นก็ลอยไปหาฟินิกซ์ พร้อมกับคำพูดของมัน “ รับไปซะ ”

“ ข้าว่าดาบ ’ธาตุมืด’ คงไม่เป็นปัญหาสำหรับเจ้า ใช่ไหมอัศวินหนุ่ม ”

ฟินิกซ์รับดาบเล่มนั้นขึ้นมากวัดแกว่งแล้วมันเหมาะมื อกว่าดาบโกโรโกโส ในมือเสียอีก

“ คิดเสียว่าเป็นของขวัญให้กับพรรคพวกข้าคนหนึ่งแล้วกั น ”

“ นั้นหมายถึงถ้าข้าตายหละนะ ” ฟินิกซ์ตั้งท่า เขาสูดหายใจลึกๆ เข้าปอด และเพ่งสมาธิไปที่ดาบ

ทันใดนั้นดาบสีดำก็ค่อยๆ เปลี่ยนสีกลายเป็นสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิง ‘ธาตุ’ ในดาบก็ไม่ใช่ธาตุมืดอีกต่อไป

“ งั้นแสดงพลังของเจ้าให้ข้าดูหน่อยอัศวินหนุ่มผู้เคยค รอบครองดาบแห่งอัคคี ”

“ งั้นฉันไม่เกรงจะแล้วนะเฟ้ย!!!!!!!!!!!! ”

ฟินิกซ์ระเบิดพลังและพุ่งตรงหวังจะปิดฉากคู่ต่อสู้ที ่อยู่เบื้องหน้าลงในดาบเดียว เขาพุ่งร่างตัวเองไปเร็วราวกับกระสุน

“ เปรี้ยง!!!!!!!!!!!!!! ”

ดาบที่หวังจะปลิดชีพคู่ต่อสู้ลงในครั้งเดียว

“ เป็นไปไม่ได้......... ”

กลับถูกหยุดลงได้ด้วยนิ้วเดียว.....

“ ………..ไม่เลวนี้นา เจ้าทะลุมนต์ป้องกันข้ามาได้ ก็เก่งแล้ว ” หัวกะโหลกนั้นกล่าวด้วยความชื่นชมอย่างจริงใจ แต่สำหรับอัศวินหนุ่มนั้น มันคือคำปรามาสและสบประมาทอย่างรุนแรง

“ กรอด......... ”

“ แต่ไม่ต้องกลัวไป.... วันที่เจ้าจะมาเป็นสมุนข้ายังอีกยาวนานนัก..... ” มันผลักอัศวินหนุ่มกลับไปด้วยแรงที่มองไม่เห็น

นี้มันไม่ตลกเลยแม้แต่น้อย!! พลังเช่นนี้ อาจจะเทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของdragon zombie ในอดีตเลยทีเดียว!! พลังระดับนี้หากไม่มีดาบRagnarok แล้วหละก็ คงล้มมันไม่ได้แน่!!

“ เอาหละ ” มันหันหลังให้แก่อัศวินหนุ่ม และลอยตัวมายังสมุนของมัน ก็คือ ดาร์คพรีส

“ ทีนี้........ก็มาถึงเรื่องของเจ้าแล้ว ดาร์กพรีส...... เจ้าคงรู้ดีสินะ การที่เอากำลังของข้ามาใช้โดยที่ข้าไม่รู้จะมีโทษเช่ นใด ”

“ ข้าขออภัย ท่าน Dark Lord…… แต่ว่า ข้าเห็นว่านี้เป็นโอกาสดีที่จะทำลายเมืองหลักของมนุษ ย์ ในขณะที่พวกมันกำลังฉลองกันอยู่!! ”

“ เจ้าโง่!! ”

Dark Lord กล่าวด้วยโทสะ พร้อมกับสั่งให้สายฟ้าหนึ่งสายฟาดใส่ลูกน้องมันอย่าง ไม่ปราณี

“ เจ้ารู้ไหม ทำไมทั้งๆ ที่ข้าทรงพลังและมีสมุนใต้อาณัติข้า มากมายแต่ข้ากลับไม่ส่งไปร่วมสงครามตอนที่ราชาแห่งปิ ศาจฟื้นคืนชีพขึ้นมา!! และเจ้าUnknowขึ้นไปควบคุมมัน!!!!!! ”

“ ขะ... ข้า ”

“ ทั้งๆที่ข้าสนุกข้าสนุกที่จะได้เห็นมนุษย์ต้องยุ่งเห ยิง ข้าสนุกที่ได้เห็นพวกมันหวาดกลัว!! ข้าสนุกที่พวกมันต้องหลบพวกเราอย่างหวาดหวั่น!! สนุกที่ได้มองเห็นมันตายอย่างทุกข์ทรมาร!! ”

“ แต่รู้ไหมว่าทำไมข้าถึงไม่ไปร่วมในแน่วหน้าใน ความสนุกอันน่าตื่นเต้นนั้นรู้ไหม สมุนข้า!!!! ” มันเพิ่มความรุนแรงไปตามโทสะของมัน

“ แต่ถ้าหากพวกมันตายไปหมด แล้วจะเหลือสิ่งใดเป็นความสุขให้กับข้า เจ้าตอบข้ามาสิ สมุนข้า!! หรือเจ้าอยากให้ข้าสนุกกับการทรมารของทหารข้าเช่นเจ้ าแทน!! ”

มันเพิ่มความรุนแรงจนสมุนของมัน ลงไปนอนกองกับพื้น

“ การกระทำของเจ้านั้นผิดพลาดเกินกว่าจะโทษตายของเจ้าจ ะได้รับ แต่ว่า...... ”

Dark Lord หันมามองอัศวินหนุ่ม “ อย่างน้อยๆ เจ้าก็ทำให้ข้าได้เห็นเรื่องสนุกๆ ในคืนนี้ ”

“ อัศวินแห่งอัคคี เอย วันนี้เจ้าต่อสู้และฆ่าฟันพวกพ้องข้าไปมาก........ แต่ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า เนื่องด้วยความกล้าหาญ ”
มันยิ้มอย่างผยองและพูดต่อ “ หรือพูดให้ถูกก็คือ ความบ้าบิ่นของเจ้า ”

“ มันเป็นการแสดงที่สนุกมาก ฮึๆๆๆ ”

ฟินิกซ์ค่อยๆ ลุกขึ้นมาด้วยเรี่ยงแรงที่เหลือ เขาฟังคำเหล่านั้นเหมือนดั่งคำสบประมาทและดูถูก

“ จริงสิ.......... เจ้าคงยังไม่รู้ ” dark lord ขยับมือ เบาๆ ทันใดนั้น ก้อนหินยักษ์ ด้านหลังฟินิกซ์ก็ถูกเคลื่อนออก ด้านหลังก้อนหินนั้น มีเด็กน้อยผมสีม่วงอยู่

“ พู!! ” อัศวินหนุ่มมองไปยังเด็กน้อยที่มีท่าทีหวาดกลัวคนนั้ น

มันขยับมือ เบาๆ ทันใดนั้น ร่างของเด็กสาวคนนั้นก็ลอยไปหามัน

“ สาวน้อยคนนี้ดูการต่อสู้ของเจ้ามาซักพักแล้ว..... ” dark lord จับร่างของพูล เบาๆ

“ หือ....... ” ทันใดที่Dark lord ต้องตัวเด็กสาว มันก็รู้สึกประหลาดใจ

“ เจ้าก็คือ....... ” มันพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

“ ปล่อยพูล ลงมา!!! ” ฟินิกซ์รวบรวมแรงที่เหลือทั้งหมด ที่อาจจะเป็นแรงเฮือกสุดท้าย ระเบิดเปลวเพลิงสีแดงรูปนกฟินิกซ์ออกมา อย่างรุนแรง

อ้ากกกกกกกกกกกกกกกก!!!

ฟินิกซ์ตัดสินใจด้วยพลังทั้งหมด เปลวไฟสีแดงค่อยๆ ลุกโชติช่วง นกอมตะเบื้องหลังเขาค่อยๆ เด่นชัดขึ้นมา และกระพือปีกและ สลัดสะเก็ดไฟออกไปคล้ายกับขนนก

เขาวาดดาบ กลางอากาศ จากนั้นใช้แรงทั้งหมด พุ่งไปข้างหน้าพร้อมๆ กับเปลวไฟรูปนกที่บินตามเข้ามา

“ Phoenix Breaker!!!!!!!!!!!!!! ”


ด้วยแรงทั้งหมดที่เขามี เขาพุ่งตรงไป ใช้ดาบฟาดลงไปพร้อมๆ กับเปลวไฟนั้น มันถูกม่านพลังอันแข็งแกร่งกั้นเอาไว้ได้

แต่ก็เพียงชั่วพริบตานึงเท่านั้น

แม้แต่ดาร์กหลอดยังประหลาดใจ ด้วยดาบและเปลวไฟอันมหาศาลนั้น ทะลุม่านพลังมา และตัดแขนข้างที่จับพูลไว้ออกอย่างง่ายดาย

มันถอยไปหนึ่งก้าว ขณะที่ฟินิกซ์ หมุนตัวและรับพูลมาในอ้อมแขน


“ ฮึๆ.... ” มัน หัวเราะ

“ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!! ” มันหัวเราะอย่างพอใจ

“ มันต้องอย่างนี้สิ ถึงจะสมกับชื่อ อัศวินผู้เคยครอบครองดาบRagnarok แห่งเปลวไฟ!! ฮ่าๆๆๆๆๆ !! ” มันหัวเราะ

“ วันนี้ข้าสนุกจริงๆ อัศวินหนุ่ม ” มันสะบัดผ้าคลุม แล้วหันหลังกลับ

“ วันนี้เจ้าข้าสนุกจริงๆ ” มันร่ายมนต์ครอบคลุมทั้งกองทัพของมัน

“ หวังว่าวันหน้าเจ้าคงจะทำให้ข้าสนุกกว่านี้นะ ” มันยิ้มและหายไปในความมืด พร้อมๆ กับพรรคพวกของมัน


“ แฮ่ก....... แฮ่ก........ ” เมื่อเห็นว่าปลอดภัย ฟินิกซ์ก็ทรุดร่างของตัวเองลงกับพื้น

“ พี่ชาย!! พี่ชาย!!! ” พูลกอดร่างที่แทบไม่เหลือแรงนั้น พร้อมกับร้องไห้ออกมา

ฟินิกซ์ยิ้มบางๆ แล้วลูบผมของเธอเบาๆ “ ไม่เป็นไรแล้วหละ...... ”

----------------------------------------

เหนื่อยชะมัด...............

ฟินิกซ์คิดเช่นนั้น

ทันทีที่เขากลับไปถึงเมืองและได้รับการปฐมพยาบาลอย่า งดี แต่เขาก็ปฎิเศษที่จะนอนเฉยๆ ในห้องพยายบาล
เขามาที่งานเลี้ยง และหามุมดีๆ เพื่อนั่งชมงานรื่นเริง

งานรื่นเริงและชีวิตของคนที่นี้ทั้งหมด ที่เขาปกป้อง...... แต่กลับไม่มีใครรู้เรื่องนี้

เอาเถอะ มันก็มีค่าพอให้ปกป้องหละนะ.......

เขายิ้ม เมื่อคิดอย่างนั้น

เขาจำเป็นต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ด้วยชุดที่ขาดกระจ ุยและยับเยิน นั้นก็เพราะ เขาไม่เหลือชุดอื่นให้ใส่อีกแล้ว
นั้นทำให้ให้คนอื่นนินทาเขา และตีตัวออกห่างจากเขา ราวกับว่ารังเกียจเขา

ก็ไม่แปลกหรอก แค่ชุดหน่ะไม่เท่าไหรหรอก แต่ว่าเล่นมีกลิ่นสาบเลือดปิศาจมาด้วยนี้สิ

และในทันทีที่เข้าในงาน เขาก็เตรียมใจที่จะฟังคำสบประมาทอีกสองสามคำจาก ครูเซส ซิกาชูที่ท้าเขาหาสาวให้มาเป็นคู่ควง

หลังจากได้รับคำถากถางและเยอะเย้ย อย่างเช่น
“ ไอ้นกกินแห้ว ” หรือ “ เด้งจากตำแหน่งอัศวินแล้วไปทำไร่แห้วซะเถอะ ” อะไรพวกนั้นมานิดหน่อย เลยต้องฟาดปากกันพอเป็นพิธีหน่อย

อื้ม...... ถึงจะพูดว่าพอเป็นพิธีก็เหอะ ต้องให้ลูกน้องของแต่ละฝ่ายมาห้ามมวยด้วยนี้ก็หนักเอ าการอยู่เหมือนกัน

แต่มันก็อดไม่ได้จริงๆ มันเล่นเอาสาวรุ่นแม่มาเป็นคู่ควงเพื่อเอาตัวรอด จากการเด้งออกจากตำแหน่งนี้สิ!!!

บัดซบเอ๋ยยย!!!! ถ้ารู้ว่ามันจะใช้วิธีสกปรกแบบนั้นก็พา พูลมาในงานซะก็ไม่ต้องก้มหน้ารับความพ่ายแพ้แบบนี้แล ้ว

บ้า เอ๋ย!!!!!!!!!!!!!!!!

“ เออ..... ”

บัดซบเอ๋ย.........

“ คือว่า.... ” เสียงหนึ่งเข้ามาพูดกับเขา จนทำให้เขาต้องหยุดความคิดบ้าๆ ของเขาไว้เสียก่อน
เขาเงยหน้ามามองคู่สนธนาของเขา

เบื้องหน้าเขาคือหญิงสาวผมยาวในชุดราตรี ที่เรียกได้ว่าสวย.... อาจจะเป็นสตรีที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมาก่อนเลยก ็ว่าได้

นางโค้งให้ฟินิกซ์อย่างสง่างาม และพูดด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ

“ ช่วยให้เกียรต เต้นรำกับฉันได้ไหมค่ะ........ ”

----------------------------------------------------------
ยังมีต่อ........

- -!! ปั่น เผา ย้ากๆๆ!!




ก็ยังไม่ได้เขียนต่ออ่ะ เหะๆๆๆ ^^''
vvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvv
__________________

แก้ไขโดย Zero Xion : 12 Jun 2008 เวลา 18:30.
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม