| _____________________________________-เทอร์เคียรี เมเทโอร่า
ความทรงจำแห่งสัญญา
ตอนที่ 2 จุดเริ่มต้น
___ดินแดนเทอร์เคียรี-เมเทโอรานั้น มีทวีปที่ถูกค้นพบแล้วเพียง 2 ทวีปเท่านั้น คือ ทวีปเทอร์เคียรี และทวีปเมเทโอรา เลยเรียกดินแดนทั้งหมดด้วยชื่อทั้ง 2 ทวีปนี้ ในทวีปเทอร์เคียรีมีเมืองต่างๆถึง 8 เมือง ได้แก่ เมืองแห่งการค้าขาย เมืองแห่งการรักษา เมืองแห่งการศึกษา เมืองเหมืองแร่ เมืองแห่งการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ เมืองแห่งอัศวินขาว เมืองแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ และเมืองแห่งการต่อสู้ แล้วในแต่ละเมืองก็จะมี.....
___สายลมพัดพาเอาความอบอุ่นเข้าทางหน้าต่างที่เปิดกร ะจกไว้ สติของรูนเกือบจะหลุดลอยไปที่อื่นๆที่ไม่ใช่ห้องเรีย น และเขาคงจะหลับไปในอีกไม่ช้าในชั่วโมงเรียนที่แสนจะน ่าเบื่อแน่นอนถ้าไม่มีเจที่สะกิดแขนเขา
___ ขอบใจมาก เจ รูนพูดด้วยน้ำเสียงง่วงๆ ส่ายหัวไปมาเล็กน้อย เขาเป็นคนขอให้เจคอยปลุกเขาถ้ามีท่าทีว่าจะต้องหลับ เพื่อว่าจะได้ไม่ถูกลงโทษเนื่องจากการนอนหลับ ถึงจะเรียนไม่รู้เรื่องเหมือนเดิมอย่างน้อยก็ไม่ถูกล งโทษล่ะ รูนพูดกับเจเมื่ออาทิตย์ก่อน มีนิกพยักหน้าหงึกๆเห็นด้วยอย่างยิ่ง
___รูนหันหน้าไปทางเจ พยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงขอบคุณ จากนั้นเขาก็ยืดตัวขึ้นแล้วมองไปรอบๆห้อง โต๊ะไม้กลมๆซึ่งเป็นโต๊ะของนักเรียนในห้องตั้งเป็น 2 แถวจากหน้ากระดานไปยังหลังห้องอย่างเป็นระเบียบ ในแต่ละแถวมีอยู่ 5 ตัว ในโต๊ะของเขาคนที่นั่งถัดจากเจคือนิกที่นั่งหันหน้าม าทางเขา แต่ตอนนี้นิกไม่ได้มองรูนหรอก เขากำลังก้มหน้าก้มตาเรียนอย่างตั้งอกตั้งใจ (เพราะวิชานี้เป็นวิชาภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาเดียวที่เขาสนใจมากๆและตั้งใจเรียน โดยเวลาที่เขาตั้งใจเขาจะไม่สนใจสิ่งรอบๆใดๆเลย) โต๊ะตัวที่อยู่ด้านหน้าใกล้กับโต๊ะเขาที่สุด รูนเห็นแอลนั่งอ่านหนังสือที่ไม่ใช่หนังสือเรียนอยู่ ที่นั่นและโยกเก้าอี้ไปมาอย่างสบายใจ เขาเดาว่าหนังสือที่แอลนั่งอ่านนั้นไม่น่าจะเป็นอย่า งอื่นไปได้นอกจากการ์ตูนที่แอลอ่านอยู่เกือบทุกวัน และที่น่าแปลกคือแอลรอดจากดาน่ามาได้จนถึงขณะนี้ จริงๆแล้วดาน่าดูสงบเสงี่ยมมากขึ้นหลังจากเหตุการณ์ท ี่เธอพ่ายแพ้ให้แก่แอลในวันเปิดเรียน ดูท่าว่าเธอคงกำลังวางแผนแก้แค้น หรือไม่ก็ซุ่มฝึกฝีมืออยู่ โต๊ะที่ตั้งอยู่ข้างขวาของโต๊ะที่แอลนั่ง รูนเห็นซิลค์นั่งเหม่อลอยไม่เหมือนปกติที่เธอต้องจดเ นื้อหาที่เรียนลงสมุดของเธอเสมอ ข้างๆที่นั่งเธอเป็นที่นั่งของดาน่าซึ่งในวันนี้ไม่ม ีใครนั่ง และเขามองไปทางหน้าห้องที่มีอาจารย์เฟรเซอร์ ชายแก่ๆประจำวิชาภูมิศาสตร์ที่รูนคิดว่าน่าเบื่อที่ส ุดในโรงเรียน เขาเห็นอาจารย์คนนี้จ้องมองไปทางแอลบ่อยๆด้วยสายตาตำ หนิ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะตั้งคำถามยากขนาดไหนให้แอล เขาก็ตอบได้หมด ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติในทุกๆวัน นับตั้งแต่วันแรกที่ดาน่าอาละวาด
___ 2 สัปดาห์แล้วสินะ ตั้งแต่วันที่เกิดการต่อสู้นั่น รูนพึมพำกับตัวเอง หันหน้ามองไปยังที่นั่งว่างของดาน่าด้วยความแปลกใจที ่เธอไม่มาเรียนในวันนี้ ปกติเธอกับซิลค์ไม่เคยขาดเรียนเลยซักครั้ง พลางนึกย้อนไปในวันเปิดเรียน หลังจากที่นิกโดนบางอย่างดีดเขาออกจากห้อง แอลรับดาบที่ดาน่าฟาดลงมาจังๆ ดาบของเขาถูกดีดออก แอลถอยหลังเซ พอตั้งตัวได้ก็รีบกลิ้งตัวหลบดาบที่ฟาดต่อลงมาออกด้า นขวาแล้วตวัดดาบใส่ดาน่าที่ยกดาบรับได้ทัน ประกายไฟแลบขึ้นมาจากการปะทะกันของดาบ ทั้งคู่กระโดดถอยหลังออกห่างจากกันไปอยู่คนละฟากของห ้องและบรรดานักเรียนนอกห้องเห็นแอลพูดอะไรบางอย่างกั บดาน่า ซักพักดาน่าก็มีท่าทีโกรธมากขึ้นกว่าเดิม เริ่มมีแสงสีแดงสว่างวาบขึ้นออกจากดาบของเธอ
___ทันใดนั้นเองทั้งขา แขนและทุกๆส่วนของร่างกายของรูน รวมถึงคนอื่นๆที่อยู่หน้าห้องก็เกิดขยับไม่ได้ขึ้นมา เฉยๆ ภายในห้องมีแอลที่ยืนค้าง นัยน์ตาบังบอกถึงความประหลาดใจมาก กับดาน่าที่แสงสว่างจากดาบล้อมรอบจนแทบจะมองตัวเธอไม ่เห็น แสงนี้สว่างจ้าขึ้นมากเรื่อยๆไม่หยุด มีเสียงตะโกนอย่างตกใจโหวกเหวกและเสียงเก้าอี้ครูดพื ้นพร้อมๆกับเสียงฝีเท้าดังจากห้องเรียนชั้นบนและชั้น ล่าง แต่ซักพักเสียงฝีเท้าและเสียงพูดทั้งหมดก็หยุดดัง รวมถึงเสียงการเคลื่อนไหวต่างๆทุกๆอย่างด้วย ทั้งหมดมีแต่ความเงียบ
___รูนหยีตามองเข้าไปในห้อง แสงสว่างสีแดงที่สว่างจ้านั้นสว่างจนไม่สามารถมองเห็ นสิ่งต่างๆในห้องได้ เขารู้สึกเหมือนมีคลื่นบางอย่างกระจายออกมาจากห้องนั ้นทำให้คนที่ถูกคลื่นนั้นขยับตัวไม่ได้ ทั้งหมดนี้เป็นท่าไม้ตายที่รุนแรงที่สุดของดาน่า ซึ่งปกติที่เขาเคยเห็นนั้นไม่รุนแรงเท่าครั้งนี้ รุนแรงจนไม่น่าจะเป็นฝีมือของคนที่มีอายุเพียง 16 ปีอย่างเธอ
___แสงค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลและความสว่างลดลงจ นเห็นดาน่าและแอลที่ยืนอยู่ตรงข้ามกันในห้อง ก่อนที่ดาน่าจะควงดาบพุ่งเข้าใส่แอลพร้อมๆกับแสงที่ก ลับมาสว่างจ้าขึ้นอีก จนรูนต้องรีบหลับตา จากนั้นก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น กระจกหน้าต่างแตกกระจายออกมาพุ่งเข้าใส่กลุ่มนักเรีย น รูน ซิลค์ นิก เจและวอลเลซอย่างรวดเร็ว
___ทันใดนั้นเอง เศษกระจกหยุดนิ่งค้างอยู่กลางอากาศ ความอึดอัดที่เกิดจากคลื่นพลังจากท่าไม้ตายของดาน่าพ ลันหายไปจากความรู้สึกของรูน เขากลับมาขยับตัวได้เหมือนเดิม เขามองไปข้างๆก็เห็นนิกกับซิลค์หันมามองเขาเช่นกัน ทั้ง 3 มองตากันความงุนงง บรรดานักเรียนรอบๆตัวทั้ง 3 ยังคงนิ่งค้างแต่กลับดูแปลกๆจากเดิมเพราะทุกคนไม่มีก ารกระพริบตาและหายใจ รูนลองเข้าไปเขย่าตัวนักเรียนคนหนึ่งที่ยืนนิ่งค้างอ ยู่ ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆเกิดขึ้น นิกหยิบนาฬิกาพกของเขาขึ้นมา เข็มนาฬิกาหยุดนิ่งสนิท ทั้งที่เขาเพิ่งจะนำไปส่งซ่อมมา
__________________________________________________ ___________________________
___เสียงกริ่งบอกเวลาพักดังขึ้นทำให้รูนสะดุ้งตื่นจา กภวังค์แห่งความคิด ท่ามกลางความเงียบงันและง่วงเหงาหาวนอนของบรรดานักเร ียนส่วนมากที่นั่งอยู่รอบๆโต๊ะเรียนไม้เก่าๆ ขัดจังหวะการพูดอันน่าเบื่อของอาจารย์เฟรเซอร์เกี่ยว กับภูมิศาสตร์ที่เขาสอนในวันจันทร์คาบก่อนพักกลางวัน นี้ ทันทีที่พวกนักเรียนได้ยินเสียงกริ่งนี้ก็จะเริ่มมีช ีวิตชีวาขึ้นจนอาจารย์รู้สึกได้
___ รูนไม่หลับด้วยล่ะ แอลหันหน้ามาพูดกับรูนจากที่นั่งตรงโต๊ะด้านหน้าทันท ีที่นักเรียนทำความเคารพและอาจารย์ออกจากห้องไปแล้ว ในมือยังถือการ์ตูนอยู่
___ นายก็ไม่หยุดอ่านการ์ตูนเหมือนกัน รูนย้อน
___ รีบไปโรงอาหารกันเถอะ เดี๋ยวแถวจะยาว ขี้เกียจรอ นิกลุกพรวด พูดข้ามหัวเจ แอลกับรูนขานรับอย่างร่าเริงทันทีพร้อมกับรีบลุกจากเ ก้าอี้ วิ่งไปทางประตูหน้าอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเองก็มีร่างในชุดสีน้ำเงินและขาวพุ่งเข้ามา ในห้องอย่างรวดเร็วและชนกับแอลอย่างแรงจนกระเด็นล้มล งกับพี้นทั้งคู่
___ ลีออน เกิดอะไรขึ้น ทำไมนายไม่เข้าเรียนวิชาภูมิศาสตร์ ปล่อยให้ผมทนนั่งเรียนอยู่คนเดียว แอลรีบถามขณะยันตัวลุกขึ้นยืน ไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆแสดงออกมาเลย ทั้งๆที่หัวของทั้งคู่โขกกันอย่างแรง และลีออนก็กำลังนอนกลิ้งอยู่บนพื้น มือกุมหัวร้องโอดโอย
___ หัวแข็งจังแฮะ รูนกระซิบกับนิก ขณะมองดูลีออนที่ยังคงนอนอยู่บนพื้น ซิลค์เดินช้าๆมาทางพวกเขา
___ หยั่งกับเอาหัวไปโขกกับหินเลย ลีออนพูด มีรอยปูดๆแดงๆอยู่บนหน้าผากใต้ผมสีน้ำตาลแดงที่หวีอย ่างเรียบร้อย เขาหยิบการ์ดใบหนึ่งที่เป็นรูปเครื่องหมายบวกสีแดงแล ะมีสีเขียวรอบๆทั่วทั้งพื้นผิวการ์ดจากกระเป๋ากางเกง ขายาวสีน้ำเงินมาแตะที่รอยแดงปูดที่อยู่บนใบหน้าขาวๆ ของเขา ก่อนที่จะมีแสงเรืองๆสว่างออกมาจากการ์ดและรอยแดงปูด ก็หายไป ไม่มีร่องรอยใดๆเหลืออยู่เลย
___ เป็นการใช้การ์ดที่เยี่ยมยอดจริงๆ เราแทบไม่ค่อยจะได้เห็นคนใช้การ์ดจากดินแดนอื่นเลย เจพูดช้าๆ ลีออนพยักหน้ารับ มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนมุมปากให้เห็นเล็กน้อย ลีออนไม่ใช่คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนเทอร์เคียรี-เมเทโอราตั้งแต่แรก เขาเดินทางข้ามประตูมิติมาจากดินแดนอื่นเพื่อมาเรียน ที่นี่ (คล้ายๆกับการไปเรียนเมืองนอก แต่นี่เป็นการไปเรียนต่างมิติ)
___ อืม... ลีออนมีสีหน้าใช้ความคิดอย่างหนัก ที่เขารีบวิ่งเข้ามาในห้องก็เพื่อจะทำอะไรบางอย่างหร ือมาบอกอะไรบางอย่าง แต่หลังจากที่หัวเขาโขกกับแอลก็ดูเหมือนว่าความคิดที ่จะเข้ามาทำอะไรบางอย่างในห้องจะกระเด็นตกหายไป เขาใช้มือเคาะหัวตัวเองเบาๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนมองตรงไปข้างหน้าแต่ไม่ได้จับจ้อ งที่ใดแน่นอน
___ นึกออกแล้ว เขาตะโกนเสียงดัง มีสีหน้าตื่นเต้นมากๆจนนักเรียนส่วนที่เหลือในห้องหั นมามองเป็นจุดเดียวกัน มีเรื่องใหญ่มาก ด่วนจี๋มาบอก และไม่น่าเชื่อเลย ทุกคนที่อยู่ในห้องสูดหายใจเสียงดังด้วยความตื่นเต้น ใครๆก็รู้ว่าลีออนเป็นหน่วยข่าวที่เก่งมาก สามารถหาข่าวและเรื่องที่ต้องการรู้ได้อย่างรวดเร็ว เที่ยงตรงและแม่นยำ ถึงแม้เรื่องนั้นจะถูกปิดเป็นความลับแค่ไหนก็ตาม เป็นคนมีฝีมือด้านนี้มากที่สุดในหมู่เด็กปี 1 ที่ทำงานสายนี้ และฝีมือพอๆกับหน่วยข่าวปี 3
___ เมื่อคืนดาน่าถูกขโมยซิลเวอร์ไลท์ของเธอไป ลีออนพูดรัวเร็ว (ซิลเวอร์ไลท์ก็คือดาบของเหล่าอัศวินขาว และมีเพียงอัศวินขาวเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ผลสูงสุด มีความสามารถในการดึงพลังของจิตใจผู้ใช้มาเป็นความคม และพลังทำลายล้าง พลังของจิตใจนี้จะเรียกว่าคลื่นพลัง) เกิดความเงียบขึ้นทั่วห้องอึดใจหนึ่ง ก่อนที่จะเกิดเสียงพูดคุยกันดังขึ้นมากกว่าเดิม บางคนก็รีบวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วเพื่อไปเล่าเ รื่องราวที่ได้ยินจากลีออน ปกติลีออนจะหาข่าวมาประกาศเฉพาะกับคนในห้องเท่านั้น ที่ข่าวต่างๆกระจายออกไปก็เพราะคนในห้องกระจายข่าวออ กไปเอง นิกกับรูนมองหน้ากันอย่างงุนงง ฝีมือระดับดาน่านะหรือจะถูกขโมยดาบไปได้ นี่ถือได้ว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับดาน่าที่ใหญ่มากเรื่อง ที่ 2 ต่อจากข่าวแรกที่เธอแพ้ให้แก่แอล
___ เป็นไปไม่ได้ ทั้งคู่พูดพร้อมๆกัน แต่ถ้าลีออนพูดเองละก็ เป็นความจริงแน่ๆ
__________________________________________________ ________________________
___ มันเป็นเรื่องจริง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมดาน่าไม่มาเรียนในวันนี้ ซิลค์พูดขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวล ขณะที่กำลังเดินไปตามทางระเบียงทางเดินหินอ่อนขาวปูด ้วยพรมสีแดงกับทอง แสงแดดส่องผ่านม่านบางๆที่บังอยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่ สะท้อนกับคบเพลิงเงินเงาวับที่อยู่ห่างกันทุกๆ 3 เมตรแยงตาทุกคนที่อยู่ตามระเบียง ไม่ว่าจะเดินหรือหยุดยืนจับกลุ่มคุยกัน ฉันไม่ได้เจอดาน่าเลยหลังจากที่เกิดเรื่องเมื่อคืนนี ้ ซิลค์พูดต่อ
ทั้งซิลค์และดาน่าต่างก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการผู้คุม กฎซึ่งมีหน้าที่หลักในการหยุดยั้งและจับตัวนักเรียนท ี่พยายามทำผิดกฎของโรงเรียนไปส่งให้อาจารย์ คู่ปรับตลอดกาลของเหล่าคณะกรรมการก็คือพวกหัวขโมย เนื่องจากพวกนักเรียนจะเริ่มฝึกอาชีพที่พวกเขาต้องกา รจะทำในอนาคตตั้งแต่ตอนเรียน เช่น อย่างลีออนที่อยากเป็นผู้หาข่าวที่เก่งกาจ จึงเริ่มฝึกตั้งแต่อยู่ปี 1 และก็อย่างที่พอจะเดาได้ มีบางส่วนที่อยากจะเป็นหัวขโมย พวกนี้จะรับจ้างขโมยของให้กับพวกนักเรียนที่มีเงิน และเป็นหน้าที่ของเหล่าคณะกรรมการที่จะต้องจับพวกนี้ ให้ได้
___ เมื่อคืนเราได้รับการร้องเรียนมาจากนักเรียนปี 2 คนหนึ่งว่ามีโจรคนหนึ่งได้ขโมยของบางอย่างจากเขาไป ซิลค์สูดหายใจลึกๆและเริ่มต้นเล่าเรื่อง มีนักเรียนสองสามคนเดินผ่านพวกเขาไป รูปวาดอัศวินถือดาบหนึ่งในวีรบุรุษของเมืองนี้แขวนอย ู่ตรงผนังสีขาวจะตรงหัวมุมบันได สีของเกราะอัศวินในรูปวาดนั้นดูเหมือนจริงมาก ใบหน้าของเขาดูแจ่มใสเหมือนกับจะทักทายผู้คนที่เดินผ ่านไปมา ฉัน ดาน่าและคณะกรรมการคนอื่นรีบออกตามหัวขโมยรายนั้นทัน ที ได้ยินว่าเจ้านั่นอยู่แถวๆชั้น 3 กับชั้น 4 แต่ไม่แน่ใจว่าชั้นไหน เลยคิดว่าจะแยกออกเป็น 2 กลุ่มตรวจคนละชั้น แต่ดาน่าขอแยกไปตรวจชั้น 4 คนเดียว อีกซักพัก คิดว่าแค่ 2 นาทีเองนับจากที่แยกกัน ฉันก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ที่ชั้น 4 ดังนั้นฉันก็รีบไปทันที เธอเล่าต่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย
___ และเธอก็พบว่าซิลเวอร์ไลท์ของดาน่าถูกขโมยไปแล้ว นิกพูดต่อให้ซิลค์ แต่ไม่น่าเรียกว่าขโมยไปนะ เรียกว่าชิงไปน่าจะดีกว่า เขาบอกลีออน ทั้งหมดเดินลงบันไดมาจนถึงห้องโถงกลางซึ่งกว้างและให ญ่มาก ประดับประดาด้วยภาพวาด ผ้าแขวนหลากสี คบเพลิงที่ออกแบบเป็นรูปหัวมังกรอย่างประณีตจนเห็นลา ยละเอียดเล็กๆได้ โคมไฟระย้าที่ห้อยอยู่กลางห้อง ดาบและโล่ติดผนัง ประตูใหญ่เป็นเหล็กหนาสีเงินมันวาวจนสะท้อนเงาของผู้ ที่เดินเข้าออกได้อย่างชัดเจน รวมถึงแสงแดดอีกด้วย (ซึ่งนิกบ่นเรื่องนี้ออกบ่อยๆว่าจะทำประตูให้เป็นแบบ สะท้อนแสงได้แบบนี้ไปทำไม)
___ พอฉันไปถึงห้องดนตรีก็พบดาน่าที่นั่น เธอนอนอยู่บนพื้น ซิลค์เล่าต่อ เธอบอกแค่ว่าเจ้าหัวขโมยคนนั้นมันเล่นสกปรก เจ้านั่นใช้อุปกรณ์ต้องห้ามของโรงเรียนนี้ เธอหมายถึง สิ่งของต่างๆที่ทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้นำเข้ามา
___ เจ้านั่นใช้อุปกรณ์ต้องห้ามด้วยเหรอ นี่น่าจะเป็นข่าวใหญ่ได้นะ ลีออนถามอย่างสนใจ มือหยิบการ์ดใบหนึ่งออกมา ก่อนที่การ์ดใบนั้นจะกลายเป็นสมุดเล็กๆกับดินสอ เป็นขโมยไม่จำเป็นต้องเล่นแบบใสสะอาดหรอก พวกนั้นไม่ได้ถือความมีศักดิ์ศรีแบบพวกอัศวินขาวนี่น า เขาพูดต่ออย่างมีเหตุผล
___ ไม่รู้สิ ดาน่าไม่ได้บอกว่ามันคืออะไร \
___ ลองเดาดูสิ รูนแนะ แอลส่ายหน้า อุปกรณ์ต้องห้ามในโรงเรียนนี้มีถึง 212 ชนิดที่ทำอันตรายได้ และอีก 78 ชนิดที่แค่กวนประสาทเท่านั้น ยังไม่รวมในหมวดอื่นๆอีก 5 หมวดนะ นายไม่มีทางเดาถูกหรอก แอลพูดขึ้น ทุกคนมองหน้าเขาอย่างประหลาดใจ
___ เธอจำได้ไงน่ะ ซิลค์ถามขึ้น น้ำเสียงแสดงความชื่นชม ขนาดพวกคณะกรรมการบางคนแค่ประเภทมีกี่ประเภทยังจำไม่ ได้เลย เธอท่องมาเหรอ
___ เปล่า ผมเคยอ่านหนังสือที่บอกเรื่องนี้ แต่แค่ครั้งเดียวเองนะ แอลตอบ เขายิ้มกว้างกระโดดโลดเต้นไปรอบๆตัวนิก จนสะดุดขาตัวเองล้มลง ของในกระเป๋าพวกหนังสือต่างๆซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนังส ือการ์ตูนกระจายทั่ว เจ ซิลค์ รูน นิกและลีออนช่วยกันเก็บ ซิลค์เกิดไปหยิบโดนหนังสือเล่มหนึ่งพอดี
\___ ตำราเวทย์มนต์และคาถาชั้นสูง เธอพูดเสียงสูงแสดงความสงสัย เจสบตากับนิกและรูนด้วยสายตาคมกริบก่อนจะรีบดึงหนังส ือไปจากมือซิลค์ทันที ซื้อมาจากร้านขายของเก่าในเมืองแห่งการค้าขายระหว่าง ทางที่มาน่ะ แอลกับเราคิดว่ามันดูตลกดี มันเป็นหนังสือประวัติเกี่ยวกับเรื่องด้านนี้น่ะ เจรีบพูดด้วยสีหน้าปกติ ซิลค์มองหน้าเขาอย่างนึกสงสัย
___ นี่ก็เท่ากับว่าดาน่าได้รับความพ่ายแพ้ถึง 2 ครั้งแล้วสินะ รูนพูดขึ้น หน้าตาดูยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นพิเศษกับสิ่งที่พูดออกมา นิกคิดว่ารูนพยายามเปลี่ยนหัวข้อสนทนา แต่ความจริงรูนไม่ได้คิดอะไรเลย เขาแค่พูดได้ถูกจังหวะพอดีเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรน่ายินดีไปกว่านี้อีกแล้ว รูนพูดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็รีบหยุดทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของซิลค์
\___ เราคิดว่าควรจะช่วยกันตามหาดาน่าให้เจอก่อนเพื่อดูสถ านการณ์ เผื่อเธอคิดจะทำอะไรบ้าๆออกไป เจพูดช้าๆ สิ่งที่เขาพูดออกมานั้นตรงกับความต้องการของซิลค์พอด ี อันที่จริงเธอกำลังคิดแบบนี้อยู่ด้วยซ้ำ แต่ประโยคนี้ก็ไม่ตรงกับความต้องการของบางคนอีกเช่นก ัน รูนทำหน้าไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน นิกยืนนิ่งค้าง เขายังไม่ลืมเรื่องที่ดาน่าต้องการจะเก็บเขากับแอล ไปไว้ในห้องพยาบาลพร้อมๆกัน ส่วนแอลกลับไม่มีท่าทีแตกต่างจากเดิม เขายังกระโดดไปรอบๆตัวทุกคนที่ยังคงอึ้งอยู่กับคำพูด ของเจ อย่างไม่คิดอะไรมาก
___ เอาเถอะ แต่ว่าก่อนอื่นเราควรจะรีบเข้าไปในโรงอาหารได้แล้วนะ จู่ๆแอลก็หยุดกึกจากการกระโดดโลดเต้น และพูดขึ้นท่ามกลางความอึ้งที่ยังคงครอบงำรูนกับนิกอ ยู่ จนทำให้รูนสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ หิวแล้ว เขาพูดต่อสั้นๆ
___ นึกว่านายจะไม่สนใจอะไรเลยซะอีก เจพูดช้าๆด้วยท่าทางเย็นชาเล็กน้อย
___ภายในโรงอาหารมีนักเรียนและอาจารย์นั่งอยู่แน่นไป หมด เสียงพูดคุยกันดังอื้ออึงและต่อเนื่องไม่มีการหยุด ข่าวการขโมยดาบของดาน่าแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วจากกา รพูดกันปากต่อปาก และตอนนี้ได้บรรจุเข้าในรายการของหัวข้อสนทนาในเวลาร ับประทานอาหารของบรรดานักเรียนเกือบจะทุกคน
___กลุ่มของรูนเข้าต่อแถวที่ยาวเหยียดเพื่อสั่งอาหาร ที่ร้านหนึ่งในหลายๆร้านที่ตั้งเรียงรายอยู่ด้านซ้าย สุดของโรงอาหาร ร้านอาหารแต่ละร้านจะถูกกั้นออกจากกันด้วยผนังกระเบื ้อง ด้านหลังร้านจะมีประตูเปิดเข้าไปยังห้องครัวใหญ่ห้อง เดียว ด้านหน้าร้านเป็นเพียงเคาท์เตอร์กระจกใสและมีอาหารที ่เพิ่งทำเสร็จตั้งไว้เท่านั้น ที่นี่นักเรียนไม่ต้องจ่ายเงิน จริงๆแล้วค่าเล่าเรียนที่นี่ก็ไม่มีการจ่ายหรอกเพราะ ว่าเจ้าเมืองของเมืองนี้จะออกค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ ่ายทุกๆอย่างเกี่ยวกับการเรียนให้เด็กๆจนเรียนจบและต ั้งตัวได้
___รูนและพวกเดินตามช่องทางเดินระหว่างโต๊ะไม้ตัวยาว ขัดเงาอย่างดีที่ตั้งเรียงเป็นแถวยาวมากกว่าครึ่งหนึ ่งของห้อง ซึ่งในโรงอาหารนี้มีโต๊ะอยู่ 8 แถว กว่าพวกเขาจะได้ที่นั่งก็เกือบจะสุดแถวที่ 2 อยู่แล้วและเป็นจุดที่แสงแดดส่องผ่านกระจกหน้าต่างบา นใหญ่เข้ามา โรงอาหารนี้มีหน้าต่างรอบๆห้องเกือบๆ 20 บานแต่ละบานอยู่สูงจากพื้นประมาณ 4 เมตร มีลวดลายของเหล่าอัศวินในท่าทางต่างๆ เวลาจะเปิดหน้าต่างจะต้องดึงเชือกที่ผูกติดกับกลไกที ่อยู่เหนือหน้าต่าง ที่นั่งของพวกเขาอยู่ใกล้ประตูบานใหญ่ที่เหมือนกับปร ะตูห้องโถงที่พวกเขาออกมา โต๊ะตัวที่ 6 ทางด้านขวาถัดจากที่พวกเขานั่งมีที่ว่างมากแต่ว่าเป็ นที่เฉพาะอาจารย์เท่านั้น
___ ทำไมในทุกๆส่วนของโรงเรียนนี้ดูหรูหราจัง เว้นแต่ที่ห้องเรียนประจำของเรา ทั้งโต๊ะ ทั้งเก้าอี้ ทุกๆส่วนในนั้นดูเก่าๆโทรมๆ แอลบ่นพึมพำออกมาพอให้เฉพาะรูนและพวกที่อยู่รอบๆเขาไ ด้ยิน
___ ห้องไหนที่ดาน่าอยู่บ่อยๆไม่เคยมีอะไรที่สภาพดีเลย บอกตรงๆนะ ห้องเราเสนอของบในการซ่อมแซมบ่อยมากจนเขารำคาญแล้วให ้พวกนักเรียนในห้องเราซ่อมกันเอง ที่ให้เบิกก็แค่พวกอุปกรณ์เท่านั้น นิกยักไหล่ ความจริงอาจารย์ใหญ่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดที่เลิ กให้งบห้องเราเท่าไหร่หรอก แต่มันเป็นความเห็นส่วนใหญ่ของพวกอาจารย์ ระบบการเบิกเงินที่นี่เงินมันยุ่งยากมากน่ะ
___ แดดส่องตรงนี้นี่ รูนบ่นเสียงดัง เขายืนนิ่งพร้อมกับถาดอาหารในมือของเขา ในขณะที่คนอื่นๆวางถาดลงบนโต๊ะและกำลังจะนั่งลง
\
___ ที่อื่นเต็มหมดแล้วรูน นั่งลงเหอะ อย่าคิดมาก นายอยากฝึกตัวเองเป็นอัศวินขาวไม่ใช่เหรอ แค่นี้ต้องทนได้สิ ลีออนพูดขณะที่เขาก้มลงเก็บส้อมที่ตกบนพื้นกระเบื้อง สากๆ
___แอลพึมพำบางอย่างพร้อมๆกับโบกมือเล็กน้อยเมื่อได้ ยินสิ่งที่รูนบ่น สายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้าผ่านทางหน้าต่าง ทันใดนั้นแสงที่ส่องลงมาพลันหายไป รูน นิกและคนอื่นๆที่นั่งแถวๆนี้เงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นเ มฆก้อนใหญ่ลอยมาหยุดอยู่ตรงกับหน้าต่างที่แสงส่องเข้ ามา และมีท่าหยุดนิ่งไม่ลอยไปไหนอีก
___ ผมชอบผนังที่เป็นแบบนี้ แอลพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง ซึ่งนิกเข้าใจว่าแอลพยายามจะเบนความสนใจของทุกคนจากเ รื่องแปลกนี้ เมฆหยุดอยู่กับที่ด้วยล่ะ แปลกจริงๆ นิกได้ยินนักเรียน 2 คนคุยกันขณะเดินผ่านพวกเขาไปทางประตูทางออก แอลเพิ่งจะร่ายเวทย์ไปเมื่อครู่นี้เอง เขาทำได้ไงน่ะ มองจากด้านนอกผนังเป็นหินธรรมดานี่นา แต่พอมองด้านในมันกลับเป็นหินที่แวววาว แอลพูดต่อ
___ นายจำแร่มอนไทด์ไม่ได้เหรอ เจพูดขึ้นช้าๆ มองแอลด้วยสายตาดุ ทั้งๆที่แร่นี้มาจากเมืองที่นายอยู่ตั้งหลายปีก่อนที ่จะมาที่นี่ จะบอกให้นะ แร่นี้หายากมาก ด้านหนึ่งที่เห็นจะเป็นหินสีน้ำตาลธรรมดา แต่อีกด้านหนึ่งจะคล้ายๆกับอัญมณีหรือไม่ก็เหมือนพวก หินอ่อน หินที่สวยๆและมีหลากสี ตึกทั้งหมดของโรงเรียนนี้ก็ใช้แร่นี้ แต่ต่างสีกัน แร่พวกมีความทนทานต่อพลังต่างๆด้วย มีราคาสูงมากในตลาดตอนนี้
___ นายนี่รอบรู้จังนะ ขนาดผมยังไม่รู้เท่านี้เลย อีกอย่างเรายังนึกอยู่ตลอดเลยว่าระเบียงทางเดินที่เร าเพิ่งผ่านมานั้นเป็นหินอ่อนแท้ๆ ลีออนพูดขึ้น คำพูดและน้ำเสียงของเขาแสดงความชื่นชมอย่างที่สุด ซิลค์นั่งฟังอย่างตั้งใจอยู่เงียบๆ เธอจะสนใจทุกๆเรื่องที่เป็นความรู้ใหม่ๆ รูนกับแอลแข่งกันว่าใครจะกินเสร็จก่อน ส่วนนิกไม่ได้ฟัง เขานึกไปถึงเรื่องที่เขาจำได้ในในตอนเย็นวันเปิดเรีย น
___ สิ่งที่เธอทั้งคู่ควรจะรู้ก่อนก็คือ แอลกับเจเป็นนักเวทย์ วอลเลซพูด ยืนพิงรั้วกัน ทะเลช่างเงียบสงบเหลือเกินในยามนี้ คลื่นซัดชายฝั่งเกิดเสียงที่แผ่วเบา นิกเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย อาจารย์ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย เขาถามด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจ พวกนักเวทย์สูญหายไปหมดเมื่อร้อยกว่าปีก่อนแล้ว ไม่มีหลักฐานการยืนยันการมีตัวตนของพวกเขา พิสูจน์ออกมาแล้วว่าไม่มีเหลือ
___ ครูรู้ว่ามันไม่น่าเชื่ออย่างมาก เน้นว่าอย่างมาก แต่เชื่อเถอะว่ามันเป็นความจริง เธอก็เห็นกับตาแล้ว วอลเลซพูด รูนเห็นว่าทั้งคู่ นิกและวอลเลซกำลังคุยกันแบบที่คล้ายกับในชั่วโมงเรีย นที่นิกเกิดสงสัยในเนื้อหาที่เรียน อย่างที่เธอรู้ ซึ่งครูแน่ใจว่าเธอรู้แน่นอน ประวัติศาสตร์ของเหล่านักเวทย์สิ้นสุดลงเมื่อร้อยกว่ าปีก่อน จากการขับไล่และเข่นฆ่ากันเองในเหล่านักเวทย์ระหว่าง ฝ่ายดีและฝ่ายชั่ว ตอนนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นทั้งหมดที่ตายไปหรอกนะ แต่ว่ายังเหลือและแยกย้ายกันหลบซ่อน ต่างก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะมาทำร้าย บางส่วนก็อาศัยในกลุ่มพวกเรา ลืมในวิถีแห่งเวทย์มนต์และมาเป็นอัศวิน ทิ้งตำราไปไว้เบื้องหลังจนกลายเป็นของหายาก แต่ว่าก็ยังคงมีบางส่วนที่ยังเหลือและรักษาความเป็นน ักเวทย์ของตนไว้ พวกเขาอยู่รวมกันในที่ที่พวกเขาปลอดภัยจากฝ่ายมืด ที่ที่มีเฉพาะคนวงในที่สุดเท่านั้นที่จะรู้ ที่ที่มีเวทย์แห่งแสงสว่างปกป้องอยู่มากที่สุด....เม ืองแห่งแร่ วอลเลซพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบๆแบบในชั่วโมงที่เขาสอ น
___ อืม อาจจะจริงก็ได้ใครจะรู้ ไม่ใช่ว่าหนังสือจะบอกทุกอย่างได้ทั้งหมดนี่เนอะ นิกทำท่าคิด จากนั้นก็มีสีหน้าเหมือนกับว่าได้ค้นพบอะไรใหม่ ถ้าอาจารย์ไม่หลอกผมเล่นนะ เขาคิด แต่ว่าเขาก็ค่อนข้างจะเชื่อ เพราะเขาได้เห็นกับตามาแล้ว ถึงแม้จะไม่แน่ใจ แต่ว่ามีหลักฐานอะไรว่าแอลกับเจเป็นนักเวทย์จริงๆ เขาอาจเป็นนักมายากลก็ได้ เดี๋ยวนี้พวกนี้มีกลที่ดูคล้ายๆกับว่าพวกเขาใช้เวทย์ ได้จริงๆ นิกยักไหล่ รูนเริ่มหาว ความเบื่อหน่ายเริ่มเข้าครอบงำ เขาไม่ชอบในเรื่องของประวัติศาสตร์และการวิเคราะห์หล ักฐานต่างๆว่าจริงไม่จริง รูนก้มลงหยิบก้อนหินก้อนหนึ่งขนาดเหมาะมือจากบนพื้นท ี่ปกคลุมด้วยต้นหญ้าสั้นๆแล้วขว้างไปในอากาศ ก้อนหินตกลงบนพื้นทรายที่ต่ำกว่าระดับของพื้นถนนไม่ไ กลจากจุดที่เขายืนมากนัก บรรดาแมลงเริ่มชุกชุม ไกลลิบๆตรงเส้นขอบฟ้า จุดเชื่อมระหว่างเส้นผืนน้ำกับผืนฟ้า ดวงอาทิตย์เริ่มที่จะจมลงในน้ำไปเกินครึ่งแล้ว เสียงนกร้องฟังดูเหงาหงอยแว่วมาแต่ไกล
___ เธอได้รับรู้เองแล้วนี่ เธอรู้สึกถึงพลังเวทย์ที่แผ่กระจายออกมา วอลเลซเน้นเสียง เขาหมายถึงเรื่องเมื่อตอนเช้า กระจกไม่ได้ฆ่าพวกเราไม่ใช่เหรอ ทำไมมันถึงลอยหยุดอยู่ในอากาศล่ะ รวมถึงนักเรียนอื่นๆหน้าห้องเรียนด้วย ทำไมพวกเขาถึงหยุดนิ่งไม่แม้แต่จะหายใจด้วยล่ะ นักมายากลไม่มีทริกแบบนี้หรอก นี่มันความสามารถในการควบคุมเวลาสั้นๆของนักเวทย์ที่ ครูรู้จัก
___ ฟังนะทั้งสองคน ครูมีเรื่องจะขอร้องหน่อย เขาพูดต่อ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมที่ทั้งรูนและนิกไม่เคยเห็นมาก่อ น ช่วยปิดเรื่องที่ทั้งสองคนนั่นเป็นนักเวทย์และพยายาม อย่าให้ใครรู้ได้ไหม พวกเขาทั้งคู่มากับภารกิจที่สำคัญมาก ครูไม่อยากให้เสียแผน ฝ่ายอื่นจะต้องไม่รู้ในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่
___ หมายความว่าไงครับ นิกถามขึ้นด้วยความสงสัย
___ ตอนนี้ยังบอกอะไรมากมายไม่ได้ เธอต้องค้นพบเอาเองจากแอลและเจ เอาเป็นว่าให้แค่เธอทั้ง 2 รู้ไว้ว่า เรื่องบางเรื่องที่ไม่สมควรจะเกิดมันกำลังจะเกิดขึ้น ความร้ายกาจของอำนาจฝ่ายมืด วอลเลซพูด รูนหยุดจากการปาก้อนหินและเริ่มที่จะตั้งใจฟัง และเรื่องนี้ต้องมีทั้ง 2 คนนั้น แอลกับเจเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เขากำลังปกป้องบางอย่างในเมืองนี้ บางอย่างที่สำคัญมากและเป็นความลับที่เธอและพวกนักเร ียน แม้กระทั่งชาวเมืองคนอื่นๆยังไม่สามารถรู้ได้ในตอนนี ้
___ อะไรกันครับ บอกให้รู้ไม่ได้เหรอ นิกรีบถาม ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าวอลเลซต้องไม่บอกแน่ๆแต่ก็ถาม ไว้ก่อนแหละ และมันก็จริง วอลเลซส่ายหน้าเป็นคำตอบ แต่ครูบอกได้ว่าเธอทั้งคู่ต้องได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกั บเรื่องของแอลกับเจแน่ๆ ครูรับประกัน และถึงแม้พวกเธอจะยังไม่พร้อมก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง
___วอลเลซพยักหน้ายิ้มๆ ดึงแขนทั้งคู่ให้ออกเดิน และทั้งสามก็กลับไปยังที่พักของแต่ละคน ขณะที่ความมืดเริ่มกระจายครอบคลุมไปทั่วบริเวณ
___ รูน นิก เธอทั้งคู่จะต้องพร้อมก่อนที่จะถึงเวลานั้นให้ได้นะ
__________________________________________________ ______________________
___เย็นวันนั้น รูน นิกและซิลค์เดินคุยกันมาตามทางถนนที่ปูด้วยอิฐก้อนสี แดงๆขรุขระเล็กน้อย ต้นไม้ยืนต้นปลูกเรียงรายสองข้างทาง จากจุดนี้สามารถมองเห็นโรงเรียนของพวกเขาที่ตั้งอยู่ ทางทิศใต้ได้อย่างชัดเจนเนื่องจากอาคารแต่ละหลังของโ รงเรียนมีขนาดใหญ่มาก
___ เราควรทำอะไรต่อดีล่ะ ฉันคิดไม่ออกเลยว่าดาน่าจะอยู่ที่ไหนอีก ซิลค์ถามเสียงค่อย มีท่าทางเหน็ดเหนื่อย หลังเลิกเรียนเธอและพวกรูนช่วยกันออกตามหาดาน่าในที่ ต่างๆที่คาดว่าดาน่าจะไปที่นั่นแต่ก็ไม่พบ (ซึ่งรูนกับนิกออกจะยินดี)
___ ผมว่าเราไปเจอแอลกับเจที่จุดนัดพบดีกว่า เผื่อพวกเขาอาจจะเจออะไรบ้าง นิกพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงออกเหนื่อยๆ จ้องมองไปเบื้องหน้าไปยังตึกสีเทาๆที่มีระเบียงยื่นอ อกมาจากทุกๆห้องในนั้นซึ่งเป็นหอพักชาย จุดนัดพบที่ตกลงไว้แต่แรกก่อนจะแบ่งกลุ่มออกค้นหาดาน ่า มีคน 3 คนอยู่ข้างหน้าตึกอยู่แล้ว
___ ดาน่า ซิลค์ตะโกน รีบวิ่งไปยังกลุ่มคนนั้น มีรูนกับนิกวิ่งตามไปติดๆแบบไม่ค่อยกระตือรือร้นเท่า ใดนัก หน้าตึกนั้นข้างๆประตู ดาน่านั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้พนักตรงท่าทางอ่อนล้าอย่าง เห็นได้ชัด มีแอลยืนยิ้มร่าแบบตามปกติกับเจที่สีหน้าแทบไม่เคยเป ลี่ยนแปลงอยู่ข้างๆ ไง แอลตะโกน โบกไม้โบกมือให้รูนที่วิ่งเข้ามาหาเขา
___ นายไปเจอดาน่าที่ไหน รูนถาม
___ เรื่องนี้เอาไว้ก่อนละกัน เจพูด โบกมือไปมาเล็กน้อยให้รูน เอ่อ... ซิลค์ เธอน่าจะพาดาน่ากลับหอพักก่อน นะ เขาพูดต่อ สายตามองข้ามรั้วกับต้นไม้สูงไปยังตึกหอพักหญิงที่ดู ค่อนข้างใหม่ซึ่งตั้งอยู่ข้างๆหอพักชาย ขณะที่ซิลค์พยักหน้าและทำตามอย่างว่าง่าย เธอบอกขอบใจแอลกับเจแล้วพยุงดาน่าค่อยๆพาเดินกลับไปย ังหอพักหญิง
___ขึ้นห้องดีกว่า เจพูดขึ้นเมื่อร่างของซิลค์และดาน่าลับสายตาเขาไป ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ แอลก็รีบวิ่งเข้าประตูหอพักอย่างรวดเร็ว ตามมาสิ ถ้าอยากให้เราเล่าให้ฟังเดี๋ยวนี้...หรือไม่...ถ้าอย ากฟังจากซิลค์ที่ฟังต่อมาจากดาน่า...ก็พรุ่งนี้ เขาหันมาพูดต่อกับรูนและนิก ซึ่งนิกรีบเดินตามแอลเข้าหอพักทันที มือก็ดึงแขนรูนที่มีท่าทางว่าอยากฟังจากซิลค์มากกว่า เข้าไปด้วย
___สภาพของห้องที่แอลกับเจอาศัยอยู่แตกต่างจากห้องขอ งรูนกับนิกมาก เครื่องเรือนทุกชิ้นมีสภาพใหม่เอี่ยมเหมือนเพิ่งซื้อ มา ด้านในสุดของห้องมีเตียง 2 ชั้นตั้งอยู่ ทางขวาของเตียงก็เป็นโต๊ะเขียนหนังสือไม้ บนพื้นข้างๆเต็มไปด้วยกองสิ่งของแปลกๆกองสุมกันอยู่ กลางห้องมีโต๊ะขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยเก้าอี้ไม้เข้าชุดกัน 8 ตัว บนผนังทั้ง 4 ด้านเต็มไปด้วยโปสเตอร์ กระจกและสร้อยคอหลายแบบติดห้อยอยู่ แสงสว่างเรืองๆสบายตาดูเหมือนจะแผ่ออกมาจากผนังสีขาว ทุกด้านทำให้ภายในห้องสว่างเหมือนกับตอนกลางวันทั้งๆ ที่ตอนนี้เป็นเวลาเกือบค่ำแล้ว
___ ขอโทษทีที่ไม่ได้จัดห้องให้เรียบร้อยก่อน เจพูดเสียงราบเรียบ ขณะเดินไปเปิดหน้าต่าง พร้อมๆกับเสียงดังตึงเนื่องจากแอลวิ่งกระโดดขึ้นบนเต ียงชั้น 2
___ อือ รูนร้อง เขาอ้าปากค้าง ความแตกต่างของห้องเขากับห้องนี้ทั้งๆที่อยู่ตึกเดีย วกัน ทำเอาเขาอึ้งไปเลย นิกค่อยๆนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างโต๊ะใหญ่กลางห้องพลาง หันสำรวจรอบๆ
___ ดูท่าว่านายอยากจะถามอะไรเราอยู่นี่นะ เจพูดขึ้น ดึงเก้าอี้ตัวหนึ่งที่อยู่ด้านตรงข้ามกับนิกออกมานั่ ง คำพูดของเขาดึงเอาความสนใจของนิกให้กลับมาสู่ประเด็น หลักที่เขาอยากรู้จนตามขึ้นมาถึงห้อง ส่วนรูนเลิกอาการอึ้งและค่อยๆทรุดตัวลงนั่งข้างๆนิก เรากับแอลไปพบดาน่าในเขตสวนธรรมชาติ ที่ห้องลับแห่งหนึ่ง เจพูดต่อโดยไม่รอให้นิกกับรูนยิงคำถามใดๆออกมา
___ เอ...แล้วเธอไปทำอะไรที่ห้องลับนั่นกันล่ะ วางแผนชิงดาบคืนงั้นเหรอ นิกถามออกมาอย่างรวดเร็ว
___ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เราคงพาเธอออกมาไม่ได้ง่ายๆหรอก เธอคงปฏิเสธเสียงแข็งไม่ให้พวกเราเข้าไปยุ่งหรอก จริงไหม ดีไม่ดีคงมาขอแก้มือเรื่องเมื่อตอนนั้นอีก เจตอบ ส่ายหน้าเล็กน้อย นิ้วโป้งชี้ไปที่แอลที่กำลังกลิ้งไปมาบนเตียง คืองี้นะ ที่ดาน่าไปอยู่ที่นั่นน่ะ เธอไม่ได้จะไปซุ่มทำอะไรหรอก แต่เป็นว่าเธอถูกจับตัวไปต่างหาก โดยเจ้าหัวขโมยคนหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า จอมโจรเงาน่ะ เขาพูดต่อ
___ จอมโจรเงา รูนพูดเสียงดัง ใครกันน่ะ เขาถาม
___ เขาเป็นนักเรียนปี 4 เป็นหัวขโมยติดอันดับ 1 ใน 10 ยอดหัวขโมยของโรงเรียน ได้ยินมาว่าเขาใช้วิชามายากลในการออกขโมยด้วย ไม่ค่อยมีใครที่เคยเห็นตัวเขาหรอก นี่คงเป็นที่มาของชื่อว่าจอมโจรเงา เห็นแต่เงามั๊ง นิกอธิบาย การจดจำเหล่าผู้โด่งดังในโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นสาขาไห นก็เป็นหนึ่งในความสามารถของเขา
___ แอลไปพบเธอถูกขังอยู่ในห้องที่ว่านั่น ข้างในโดนแต่งให้กลายเป็นห้องกระจกมายา ซึ่งเต็มไปด้วยทางวงกตที่สะท้อนไปมากับแสงไฟสลัวๆ เจพูดเมื่อนิกอธิบายจบ มีเสียงรูนสูดหายใจดังลั่นด้วยความกลัว ลองนึกภาพดูสิว่า ถ้าคุณไปติดอยู่ในห้องมืดๆเงียบๆเห็นแต่ตัวคุณเองหลา ยสิบคนแถมยังเดินแล้ววนไปมาหาทางออกไม่เจอนั้นจะเป็น ยังไง ถ้าเป็นเราก็คงจะเลือกใช้วิธีทลายกระจกนั่นให้หมด และดาน่าก็ใช้วิธีนั่นด้วย แต่คงลำบากหน่อยตรงที่ว่ากระจกเป็นกระจกกันการโจมตีแ ละเธอก็ไม่ได้มีอาวุธใดๆเลย ดังนั้นเธอก็ติดอยู่ในนั้นออกไม่ได้ เจเล่าต่อ นิ้วชี้ทั้งสองวาดรูปสี่เหลี่ยมในอากาศ
___ ว่าแต่ว่าเจ้านั่นจะจับดาน่าไปทำไมหว่า หลงเสน่ห์แม่นั่นหรือไง หรือไม่ก็คนอื่นที่หลงแล้วจ้างเจ้านั่นมา...เอ...แต่ ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ นิกพึมพำเบาๆแต่ให้ทุกคนได้ยินกันทั่ว
___ นั่นสิ ทำไมกันนะ เจพูด มีรอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นที่มุมปาก เรื่องเหตุผลอะไรนั่นเรายังไม่รู้หรอก และเรื่องที่เกิดขึ้นข้างในห้องนอกจากนี้เราก็ยังไม่ รู้เช่นกัน เราคอยอยู่นอกห้องน่ะ ส่วนทางคนที่บุกเข้าไปเป็นแอลเองแหละ ทั้งหมดหันไปจ้องแอลกันหมด แล้วแอลก็ยังไม่ได้เล่าอะไรให้เราฟังเลยในส่วนนี้ เจยักไหล่
___แอลเลิกกลิ้งตัวเปลี่ยนเป็นนั่งนิ่ง กระพริบตาปริบๆมองไปยังเหล่าผู้กระหายต้องการฟังข้อม ูลเพิ่มเติม ก่อนจะส่ายหน้ายิ้มๆ
___ จ้างให้ก็ไม่บอก แอลหัวเราะเสียงดัง กระโดดลงจากเตียงและวิ่งไปรอบๆห้องหนีรูนกับนิกที่ตา มจับตัวเขา ส่วนเจยืนหัวเราะหึๆเบาๆในลำคอ
__________________________________________________ ________________________
___ อนาคตของดินแดนนี้ทั้งหมดได้ถูกลิขิตไว้แล้ว ถึงเป็นเจ้าก็เปลี่ยนมันไม่ได้หรอก แอล จงยอมรับเสียเถอะ เสียงแผ่วๆเสียงหนึ่งดังมาจากฟากฟ้าที่มืดมิด
_____________________________________จบตอน |