| ตอน7 ลงแบบแก้ใหม่ครับ
______________________________-The Devil Brooch
มหัศจรรย์เข็มกลัดปิศาจ
ตอนทึ่7 สองบุคลิก สองจิตวิญญาณ
___ จงรับความโกรธของฉันไปซะ ลิเดียตะโกน ไม้กางเขนยักษ์สีขาวขนาดเท่ารถพุ่งขึ้นท้องฟ้าพร้อมก ับการหายวับไปของลิเดีย ไวต์รู้สึกโหวงๆในท้องจากพลังที่ถูกดูดไปมากมาย อาการชาตามแขนขาจู่โจมอย่างต่อเนื่องจนแทบทรุด มาย่าเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าและสั่นรัวถี่อย่างบ้าคลั ่ง ความโกรธที่ลุกโชนราวกับเปลวเพลิงของลิเดียถูกส่งมาแ ผดเผาจิตใจของไวต์จนแทบละลาย
___ อั๊ค! ไวต์สะอึก ความร้อนรุนแรงปั่นป่วนในอก ที่ยอดตึก ลิเดียยิงแสงวิบวับติดต่อกันทุกๆวินาที โดยมีสายฟ้าสีเหลืองพุ่งกลับมาแบบไม่หยุดยั้งเช่นกัน แส้และแท่งหินพุ่งวนเวียนไปมา ร้อน! ไวต์กัดฟันพูดออกมาสั้นๆ มือขยุ้มเสื้อนักเรียนตัวเองจนยับยู่ยี่
___ คุณไวต์ เป็นอะไรไหมคะ ลินน์ถาม สีหน้าเธอดูซีดเซียว ความโกรธและความบ้าคลั่งของลิเดียก็ส่งผลกระทบถึงเธอ เช่นกัน ข้างๆ เอมี่ทรุดนั่งอยู่บนพื้น มือกุมอก หอบหายใจ ใบไม้บนหัวเธอดูเหี่ยวแห้ง
___ อย่าเพิ่งมาถามผมเลย ไปดูเอมี่ก่อนเถอะ ไวต์กัดฟัน พลังถูกดูดออกไปมากยิ่งขึ้นอีก ตรงแถวลิ้นปี่รู้สึกเจ็บจี๊ด ท่าทางคู่มือลิเดียคงแข็งแกร่งมากทีเดียว
____ ย้าก!!! ลิเดียตะโกน พุ่งเข้าคว้าอากาศตรงจุดที่มีสายฟ้าเกิดขึ้นโดยที่ไม ่สนว่าตัวเองจะโดนแส้ฟาดฟาดกระหน่ำที่หลังหรือสายฟ้า ที่ซัดใส่ท้องจนชาไปทั้งตัว เธอกำหมัด ชก
ชก
หมัดแล้วหมัดเล่า แล้วจึงพาตัวเองกับเจ้าตัวที่ล่องหนอยู่พุ่งเข้าอัดก ำแพงอย่างรุนแรง ผนังแตกยุบเข้าไปข้างในอย่างง่ายดายราวกับทำจากกระดา ษ เศษกระจกร่วงกราวลงชั้นล่าง
___ อ๊าค! ไวต์ร้อง แขนรู้สึกเจ็บเหมือนโดนแท่งเหล็กยักษ์หล่นทับ อาการปวดตุบๆแผ่กระจายไปตามเส้นเลือดไปทั่วร่าง ภาพที่เห็นในดวงตาดูสั่นไหวและพร่ามัว สมองรู้สึกอื้ออึง สิ่งที่เขารับรู้เพียงอย่างเดียวก็คือ มาย่าที่ส่องแสงวูบวาบแสบตา แสงสีทองราวกับรุ่งอรุณ
___ คุณไวต์! ลินน์ตะโกน เธอยืนพิงกำแพง มือขวาบีบข้อมือซ้ายอย่างหนักหน่วงจนเป็นรอยแดงแผ่กร ะจายเด่นชัด เอมี่...เขา!
___เอมี่หน้าซีดจนน่ากลัวว่าเธอจะจอดตรงนี้เลย ใบไม้บนหัวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองดูกรอบๆ เธอกัดฟันกรอด นอนตัวสั่นหงึกๆบนพื้น
___ เอ้า! นี่ แอลพูดขึ้น หยิบขวดแก้วเล็กๆที่บรรจุน้ำใสๆสีฟ้าขึ้นมาสองขวด เขาโยนขวดหนึ่งให้ลินน์ที่ยังยืนได้อยู่รับ ก่อนจะเดินเข้าไปจับตัวเอมี่ให้นอนหงายหน้าขึ้น แล้วกรอกยาใส่ปากเธอ สักพักสีหน้าของทั้งคู่ก็ดูดีขึ้น
___ งวดนี้ร้ายแรงน่าดู แอลพูดเสียงเครียด พยุงไวต์ให้ลุกขึ้นยืนตรงๆ เป็นการ์เดียนของปิศาจหลายตัวก็หนักเหมือนกัน ความเจ็บปวดและการเผาผลาญพลังงานของนายจะรุนแรงมากกว ่าปกติ แอลพูด ก่อนจะยื่นขวดน้ำสีส้มให้ไวต์ดื่ม
___ ...รสส้มนี่ ไวต์พูด รู้สึกดีขึ้นมาก ถึงพลังจะยังคงถูกดูดออกไปอย่างมากมายต่อไปก็ตาม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะน้ำรสส้มหรือน้ำยาสีฟ้าใสที่ลินน์ กับเอมี่ดื่มกันแน่ ขอบใจ เขาพูด
___ แหงล่ะ ก็น้ำส้มนี่ น้ำส้มธรรมดา แอลพูด ยาฟื้นพลังสำหรับการ์เดียน ผมไม่มีหรอกนะ อย่างน้อยๆก็แค่ให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้ก็พอ ความจริงผมกะว่าจะเก็บไว้แอบกินในร้านคุณเอมีลี่ด้วย ล่ะ อย่าไปบอกเธอนะ เขาต่อด้วยเสียงกระซิบ
___ ดีจัง ลินน์พูด เธอทรุดตัวลงนั่งหลังพิงกำแพง เอมี่ก็เช่นกัน ทั้งสองคนดูดีขึ้นมากแล้ว
___ น้ำยาเพิ่มพลัง คงสามารถลดความเจ็บปวดรุนแรงที่ส่งมาจากลิเดียได้สัก พัก แอลพูด ชะโงกหน้ามองขึ้นไปข้างบน คู่ต่อสู้ที่เคยล่องหนอยู่กลับปรากฏร่างให้เห็นอย่าง ชัดเจน เจ้านั่นกับลิเดียยังคงซัดพลังใส่กัน มีการพุ่งเข้าเตะต่อยเพิ่มเข้าไปด้วย สำหรับไวต์นั้น ภาพที่เห็นดูซ่าๆเหมือนโทรทัศน์ที่ผ่านการใช้งานมานา นจนเกือบพังแล้ว เขาเห็นเพียงจุดสีขาวสลับดำและชมพูลอยชนกับจุดสีขาวอ ีกจุด และทุกครั้งที่จุดชนกัน เขาจะปวดตุบๆตามร่างกาย แล้วยังปิดกั้นการเชื่อมต่อความเสียหายระหว่างลินน์ก ับนายและลิเดียได้ ผมสามารถพูดได้เต็มปากว่า สักประมาณสิบนาทีเต็มๆที่ลินน์กับเอมี่จะไม่รู้สึกเจ ็บปวดไปกับนายด้วย
___ ฟังดูดีนี่! แล้วผมล่ะ ไวต์พูด
___ ก็บอกแล้วไงว่า ไม่มียาสำหรับนาย ที่ผมทำได้ก็แค่ช่วยลินน์กับเอมี่ แต่อย่าลืมนะว่า นายยังแชร์ความเจ็บปวดกับลินน์อยู่ เพราะอย่างนี้ไงนายถึงยังไม่เดี้ยงไปมากกว่านี้ แอลพูด ลากไวต์ไปนั่งพิงกำแพงข้างๆลินน์ ซึ่งจุดที่ไวต์ยืนเซอยู่เมื่อวินาทีก่อนก็มีเศษหินก้ อนเท่าลูกเทนนิสตกลงมาพอดี ถ้าจะพูดกันตามจริงนะ ที่ลิเดียซัดกับผู้ควบคุมซะขนาดเนี้ย นายน่าจะถึงกับกระอักเลือดออกมาได้เลย
___สิ้นเสียงของแอล เสียงระเบิดกึกก้องรุนแรงก็ดังขึ้น ร่างของลิเดียพุ่งฉิวลงอัดกระแทกพื้น ไวต์ที่นั่งพิงกำแพงอยู่งอตัวกระอักเลือดออกมา เขาแทบไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย แต่ภายในลำคอกลับร้อนแปลกๆและรู้สึกเหมือนมีน้ำไหลไป มาในนั้น
___ แย่แล้ว! แอลพูดเสียงตกใจ สีหน้าแปลกๆบ่งบอกว่าอึ้งที่พอพูดจบก็เป็นไปตามที่พู ดเลย ดูเหมือนว่าศัตรูจะได้ชัยเร็วกว่าที่เขาคาดไว้เสียอี ก ลิเดียนอนกองอยู่ท่ามกลางเศษอิฐที่กระจายเกลื่อนบนถน น
___เสียงต่างๆในหูไวต์กลายเป็นเสียงที่แผ่วเบาเสียจน แทบจะไม่ได้ยิน จิตใจดูจะล่องลอยออกไป ...หายไปท่ามกลางความมืดที่แผ่กระจายจากรอบๆดวงตาก่อ นจะพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลาง ความโคลงเคลงเกิดขึ้นราวกับเขากำลังนอนลอยอยู่ในน้ำ
___ความรู้สึกแบบนี้ก็ไม่เลวนะ...
___สบายจัง...ไม่ต้องรับรู้อะไร...
___ไม่มีภาระใดๆ...ปล่อยให้ล่องลอยไปเรื่อยๆ...
___เรื่อยๆ...
___เรื่อย...
___เรื่อ...ย...
___วินาทีต่อมา ความเจ็บปวดก็ทิ่มแทงทั้งร่าง เสียงในหูจู่ๆก็ดังขึ้นราวกับมีคนมาเร่งเสียงจากศูนย ์ไปจนสุดภายในวินาทีเดียว แสงสว่างวาบขึ้นมาในดวงตาที่มีแต่ความมืด ตอนแรกพร่ามัวแต่ตอนหลังชัดเจน
___ใบหน้าของลินน์ยื่นเข้ามาใกล้หน้าไวต์จนแทบชิดติด กัน ความรู้สึกแปลกๆยากจะบรรยายผุดขึ้นในหัวเขา มันเกิดอะไรขึ้น?
____ทันใดนั้นเอง ลินน์ก็ถอยออกห่างจากเขาช้าๆ ไวต์สังเกตเห็นหยดเลือดที่ริมฝีปากเธอ เขี้ยวเงาวับยื่นออกมา ดวงตาแหลมคมดุดันจ้องมองตรงเข้าในดวงตาเขา ตรงเข้าสู่ตัวตนที่แท้จริงในประตูแห่งจิตใจที่ซับซ้อ นของเขา
___ เลือดนาย... ไม่เลว เธอพูดพลางเลียริมฝีปาก บุคลิกเธอดูต่างออกไปจากปกติอย่างเห็นได้ชัด ขอบใจที่เลี้ยง เธอพูดต่อสั้นๆก่อนจะพุ่งตัวออกไปสู่การต่อสู้ที่รอค อยเธออยู่
___ ปวดไปหมดเลย ไวต์บ่น เสียงนกร้องร่าเริงและแสงแดดอ่อนๆส่องผ่านประตูกระจก พร้อมนำพาความสดใสเข้ามาสู่ตัวบ้านอีกครั้ง ราวกับจะลบเลือนร่องรอยอันหมองหม่นที่เคยเกิดขึ้นเมื ่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา นาฬิกาปลุกเรือนเล็กๆสีเหลืองบนทีวีบอกว่าเป็นเวลาหก โมงเช้า ไวต์นั่งบนโต๊ะไม้ กัดขนมไปพลาง ดูทีวีไปพลาง
___เมื่อเย็นวาน แอลเป็นคนลากสังขารที่ปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงของไวต์กล ับมาถึงบ้าน ในขณะที่ลินน์ เอมี่และลิเดียต่างก็ต้องกลับเข้าไปพักในเข็มกลัด แอลบอกว่า พลังของพวกเธอหมดเกลี้ยงเลย ไม่มีเหลือ
___ ดีแล้วล่ะที่แค่ปวด แอลพูด ขณะทาแยมสีแดงลงบนขนมปัง เขามาพักที่บ้านไวต์เมื่อคืน แล้วยังทำยารักษาให้ด้วย (พอไวต์นึกถึงยานั่นทีไรก็ต้องร้องอี๋ออกมาทุกที) ดูจากอาการนายเมื่อวานแล้ว นายไม่น่าจะมานั่งบ่นแบบนี้ได้เลย บางทีอาจเป็นเพราะนายมีพลังชีวิตที่อึดพอๆกับแมลงสาบ ก็ได้นะ แบบพวกที่มุ่งมั่นในการมีชีวิตยังไงล่ะ แอลเสริม
___ ไม่หรอก... ไวต์หัวเราะแหะๆ เขาไม่คิดว่าตัวเองเป็นพวกมุ่งมั่นในการมีชีวิตเลยสั กนิด และรู้สึกแปลกๆกับคำว่า อึดเหมือนแมลงสาบ
___ นั่นสินะ แอลยิ้มอย่างรู้ทัน ก็ดีแล้วล่ะที่รอดมาได้ ผมล่ะเสียววาบเลยว่าจะได้เห็นคนตายต่อหน้าต่อตา ตามประวัติการต่อสู้ของปิศาจกับการ์เดียนก็มีหลายราย เหมือนกันที่ตายในการต่อสู้ แต่สำหรับผมแล้ว ผมไม่ต้องการให้ใครตาย แม้จะเป็นฝ่ายชั่วร้ายก็ตาม
___
คำพูดของแอลทำเอาไวต์อึ้งจนพูดไม่ออกเลยทีเดียว
___ ข่าวต่อไป เขตโซนใต้ ทุ่งราบทางตอนเหนือของโอฟิลเลี่ยนทาวน์ ได้เกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่เมื่อเวลาสิบแปดนาฬิกาของวา นนี้... เสียงผู้ประกาศข่าวดังจากโทรทัศน์ดึงเอาความสนใจของไ วต์และแอล ในจอเป็นภาพของเพลิงไหม้ที่ลุกโหมกระหน่ำอย่างหนัก ...เปลวเพลิงสูงเกือบสี่เมตร ...ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า... เหมือนมีนกตัวใหญ่สยายปีกออกจากกองเพลิง... ...ทางผู้เชี่ยวชาญออกมาระบุ... ไวต์รู้สึกเหมือนเสียงบรรยายจะดังเป็นช่วงๆ ร่างกายเขาเริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่ได้เล็กน้อย ภาพที่เห็นในโทรทัศน์ เขาเคยเห็นมันมาก่อน
___ ผมว่าผมเคยเห็นภาพแบบนี้นะ ไวต์พูดเสียงสั่นๆ ความกลัวอย่างไร้สาเหตุแผ่ขยายขึ้นจนเต็มอก ผมว่า...ต้องเคยแน่ๆ
___ งั้นเหรอ... แอลพูดช้าๆ จ้องหน้าไวต์ค้างอยู่ครู่หนึ่ง ผมไม่รู้หรอกนะว่าไอ้เจ้าเปลวไฟที่เห็นในข่าวนี้หมาย ถึงอะไร แต่ก็รู้สึกไม่ดีเลย ยิ่งนายพูดแบบนี้ด้วย เอาเป็นว่าผมจะลองค้นหาข้อมูลดูสักหน่อยก็แล้วกัน
___ รู้สึกไม่ดีเลย ไวต์พยักหน้า ยังคงตัวสั่นอยู่
___แอลจ้องเขาต่ออีกนานด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์อย่าง ละเอียดถี่ถ้วน จนเมื่อไวต์เริ่มสงสัยและกำลังจะถามว่า เป็นเกย์หรือไงนาย (ประชดนิดหนึ่ง) แอลก็พูดขึ้น
___ ผมว่า...ท่าทางนายคงต้องรับรู้เรื่องสำคัญให้มากกว่า นี้หน่อยแล้วล่ะ แอลพูด เขาหลับตา สีหน้าฉายแววกังวลออกมาแว่บหนึ่งก่อนจะหายไป ความกังวลบางอย่างรบกวนจิตใจผมอยู่เรื่อยๆเมื่อนึกถึ งภาระอันตกอยู่ที่นาย
___ ภาระ? ไวต์พูดงงๆ
___ เอาเป็นว่า มาฟังกันตั้งแต่ต้นเลยดีกว่า แอลพูด
__________________________________________________ __________________________
____อาณาจักรเอ็มเมอรัลเป็นดินแดนที่คงอยู่ด้วยเวทย์ มนต์อย่างแท้จริง ที่นั่น คุณสามารถเห็น ได้ยินเสียงและสัมผัสกับสิ่งมีชีวิตที่ว่ากันว่ามีอย ู่เฉพาะในตำนานได้โดยตรงราวกับเป็นเรื่องธรรมดา มังกร มนุษย์หมาป่า นางเงือก แวมไพร์หรือแม้กระทั่งยูนิคอร์น แล้วถ้าพูดถึงภูมิประเทศของที่นั่น โดยรวมแล้ว องค์ประกอบก็ค่อนข้างเหมือนกับโลกมนุษย์ของเรา แต่กฎเกณฑ์ต่างๆกลับยึดถือตามกระแสเวทย์มนต์ของตัวมั นเอง บางสถานที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวที่มีรูปร่างเป็นก ้อนขยุกขยุยล่องลอยแหวกว่ายอากาศราวกับปลาในน้ำ ภูเขาหินใหญ่มหึมาจนสายตาไม่มีทางบรรจุเข้าไปได้หมดย กหัวทิ่มลงกับพื้นแทนฐาน บางที่สายน้ำไหลจากล่างขึ้นบนทีละหยดท่ามกลางทะเลแห่ งความว่างเปล่าสีน้ำเงินเข้มที่แผ่กระจายกว้างไกลสุด ลูกหูลูกตา และบางสถานที่ก็เป็นพื้นหินราบไร้สิ่งมีชีวิตโล่งๆไป จนถึงขอบฟ้า มีเพียงกลุ่มดาวทอแสงระยิบระยับกับเงาดำของรูปสลักหิ นหน้าคนสีน้ำเงินใหญ่โตที่ไม่มีใครรู้ว่ามีที่มาที่ไ ปอย่างไร
___สิ่งมีชีวิตในดินแดนนั้นมีหลากหลายสายพันธุ์จนไม่ สามารถนับได้ แต่สำหรับพวกที่มีวิวัฒนาการจนมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้แก่ กลุ่มผู้สร้าง กลุ่มกึ่งกลางและกลุ่มผู้ทำลาย
___กลุ่มผู้สร้างมักเป็นเผ่าพันธุ์ที่สามารถควบคุมดิ นฟ้าอากาศได้ และรวมถึงการควบคุมการเติบโตของสิ่งต่างๆ กลุ่มผู้ทำลายจะเป็นกลุ่มที่คอยรักษาสมดุลของโลก ส่วนพวกกึ่งกลางจะเป็นแค่เพียงผู้อาศัยธรรมดา มีพลังติดตัวบางอย่างซึ่งแตกต่างกันไป ลักษณะเด่นของสิ่งมีชีวิตส่วนมากนี้มักจะเป็นรูปร่าง คนผสมกับสิ่งต่างๆ ไม่มีสิ่งใดเป็นหนึ่งเดียวอย่างแท้จริงเลย และที่เด่นมากอีกอย่างหนึ่งก็คือ มีเฉพาะผู้หญิงเท่านั้นที่มีพลังเวทย์ ส่วนผู้ชายเทียบเคียงได้กับมนุษย์ในเดอะนิวเวิร์ลเท่ านั้น
___และแต่ละเผ่าพันธุ์ต่างก็แยกย้ายกันไปอยู่ในพื้นท ี่ที่เหมาะสมกับตนเอง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่อะแควเรียม ดินแดนน้ำแข็งผลึกแก้วที่ไม่มีวันละลาย ปกครองโดยราชินีผู้ถืออำนาจสูงสุดผู้เดียว ซึ่งทุกๆสองร้อยปีจะมีการคัดเลือกผู้ครองตำแหน่งจากช นเผ่าต่างๆ
___การคัดเลือกราชินีจะถูกเลือกโดยสามปิศาจผู้มีอำนา จสูงสุดในอดีตกาลจวบจนปัจจุบัน ผู้ถูกผนึกไว้ในพวงกุญแจ มาย่า เทียราและแลนเนต ซึ่งเป็นพลังของผู้สร้าง ผู้ทำลายและพลังแห่งการส่งเสริม
___การคัดเลือกราชินีครั้งล่าสุด แผนการบางอย่างดำเนินไปโดยกลุ่มปิศาจที่เกิดความโลภ อยากได้อำนาจขึ้นมา พวกนั้นปลุกพลังของเทียราเพื่อครอบงำผู้มีสิทธิ์ขึ้น เป็นราชินี แผนการสำเร็จลุล่วง แต่ทว่าราชินีกลับเพียงแค่ตกอยู่ใต้อำนาจของเทียราเท ่านั้น ไม่ได้ตกอยู่ใต้อำนาจของกลุ่มกบฏ ดังนั้น ความต้องการของเทียราจึงถูกปลดปล่อยให้ดำเนินต่อหลัง จากหยุดชะงักเมื่อหลายพันปีก่อน คำสั่งกวาดล้างทุกชีวิตบนเอ็มเมอรัลก็ได้เริ่มขึ้น กองทัพของราชินีและพลังอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครขัดขืน ได้
___ โกหกล่ะสิ ไวต์พูด เลิกคิ้วขึ้น แสดงสีหน้าไม่เชื่อออกมาอย่างชัดแจ้ง เรื่องมันหลุดโลกไปตั้งแต่ตอนขึ้นต้นแล้ว
___ แหงสิ! ก็ที่นั่นไม่ใช่เดอะนิวเวิร์ลนี่ แอลหัวเราะ ฟังนะ สิ่งที่สามารถหยุดเทียราที่ครอบงำราชินีอยู่ได้ก็คือ พลังที่ตรงข้ามกับการทำลาย พลังแห่งการสร้าง ไวต์! นั่นคือสิ่งที่นายมีอยู่
___ ไอ้เนี่ยอ่ะนะ ที่ว่ายิ่งใหญ่นักหนา ไวต์พูดเสียงดูถูก ชูพวงกุญแจขึ้นดู ก็ไม่เห็นอะไรมากกว่าพวงกุญแจอยู่ดี
___ เฮ้อ... จะบอกให้นะ แอลถอนหายใจ นายจะต้องไม่มองมันแค่เพียงภายนอก แต่มองเข้าไปถึงสิ่งที่แท้จริง พลังนั้นอยู่ในหอก หอกปิศาจ อาวุธของมาย่า
___ หอก? ไวต์ร้องงงๆ นึกถึงตอนที่ถูกเรียกว่า ไอ้หอก
___ ใช่ หอก...นั่นคืออาวุธที่แท้จริง แอลใช้นิ้วเคาะโต๊ะ ทางราชินีน่ะดึงดาบของเทียราออกมาได้แล้ว หล่อนมีความพร้อมเต็มเปี่ยมสำหรับการทำลายทุกชีวิตแล ้วล่ะ ทว่าเธอยังเริ่มไม่ได้เท่านั้น
___ ทำไมอ่ะ
___ การต่อต้านอำนาจของราชินีของเผ่าต่างๆนั้นได้ดึงเอาพ ลังที่ยิ่งใหญ่กว่าเทียรามาใช้ด้วย คือพลังของธรรมชาติ ถึงแม้ว่าพลังนั้นจะใช้ทำร้ายใครไม่ได้ แต่ก็ใช้คุ้มกันตัวเองได้ ดังนั้น ทางราชินีจึงจำเป็นต้องมีอาวุธทั้งสามครบ หอก ดาบและธนู ที่ว่ากันว่ามีพลังเทียบเท่ากับเวทย์ของดินแดนเอ็มเม อรัลเลยทีเดียว
___ แล้วทำไมราชินีถึงต้องการทำลายสิ่งมีชีวิตใต้อำนาจขอ งตัวเองล่ะ
___ ก็...บอกแล้วไง มันเป็นความต้องการของเทียรา อันที่จริง เทียราไม่ได้ต้องการทำลายแค่สิ่งมีชีวิตเท่านั้น เธอยังต้องการทำลายแผ่นดินเอ็มเมอรัลทั้งหมดด้วย ไม่มีใครรู้ว่าทำไม แอลตอบ ยังดีที่ว่าหอกได้ข้ามประตูมิติมาหานาย ซึ่งก็เป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงเวลาที่ยังมีเหลืออยู่บ้าง จนกว่านายจะดึงหอกออกมาได้ และการตามหาราชาผู้สาบสูญ เชื่อกันว่าเป็นผู้ถือธนูของแลนแนตอยู่
___ ราชา...อะไรนะ
___ ฟังไปก่อน แอลโบกมือ นายยังโชคดีที่ราชินีไม่อาจข้ามผ่านประตูมิติมายังโล กนี้ได้ โชคก็เป็นกุญแจอย่างหนึ่งเหมือนกัน ทุกๆสามเดือนประตูมิติทั่วเอ็มเมอรัลจะเปิดออกครั้งห นึ่ง และแต่ละครั้งที่เปิดจะมีปิศาจเพียงไม่กี่ตนเท่านั้น ที่ผ่านได้
___ อย่างนั้นเหรอ ไวต์พูดช้าๆ จ้องมองมาย่าในมือ
____ มาย่า...เธอมีพลังในการครอบงำมนุษย์ ผิดกับเทียราที่ครอบงำปิศาจ แต่ผู้ที่สามารถใช้มาย่าได้ก็มีเพียงมนุษย์ที่อยู่ต่ างโลกเท่านั้น ก็คือนาย แอลชี้ที่ไวต์ นายต้องดึงหอกปิศาจออกมาให้ได้ เพื่อที่จะปลดปล่อยราชินีออกจากอำนาจของเทียรา
___ แล้วทำไมต้องเป็นผมด้วยล่ะ ไวต์ถาม
___ อันนี้ผมก็บอกไม่ได้เหมือนกัน แอลตอบยิ้มๆ มีเพียงปิศาจที่จิตใจบริสุทธิ์เท่านั้นที่สามารถเสาะ หาผู้ครอบครองแท้จริงได้ ผมเชื่อเช่นนั้น และก็ไม่คิดว่าลินน์จะเลือกผิดด้วย
___ หา? ไวต์ร้อง เรื่องทั้งหมดนั้นฟังดูเหลือเชื่อจนทำใจยอมรับได้ยาก มากเหลือเกิน
___ ไม่ต้องกังวลไปหรอก แอลยิ้ม หยิบนาฬิกาพกเรือนทองขึ้นมาดู เวลาเรายังเหลืออีกมาก จนกว่าจะถึงตอนนั้น... นายก็จงเรียนรู้ถึงความแข็งแกร่งในใจของนายให้ดีที่ส ุดก็แล้วกัน ถึงพวกปิศาจจะเชื่อในตัวนาย แต่ถ้านายยังไม่เชื่อในตัวเอง มันก็ไม่ได้อะไร
___ ดูเหมือนนายจะแข็งแรงดีแล้ว แอลพูดขึ้นหลังจากเงียบกันไปครู่หนึ่ง ผมคงไม่ต้องอยู่เฝ้าแล้วล่ะ โชคดีนะครับ เขาพูดต่อ ก่อนจะเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป
___ พวกเธอ...เชื่อในผม...งั้นหรือ ไวต์พึมพำกับตัวเอง แล้วจู่ๆลินน์ ลิเดียกับเอมี่ก็ปรากฏตัวขึ้นมา เกิดควันสีชมพูอ่อนล้อมรอบตัวไวต์และเสียงดังปุ้ง
__________________________________________________ _________________________
___ แลนเนต...ผมยังห่วงมาย่าอยู่ ดูเธอจะไม่ค่อยยอมรับเจ้านายใหม่เลย เสียงหนึ่งดังขึ้นจากชายหนุ่มในชุดนักเรียนสีน้ำเงิน ที่นั่งอยู่บนชิงช้าในสวนสาธารณะ
___ มาย่าน่ะเหรอ เธอก็เป็นแบบนั้นทุกครั้งไม่ใช่หรือไง อย่าไปกังวลให้มากเลย เสียงหญิงสาวฟังดูร่าเริงดังตอบ ขอแค่มีเวลาสักหน่อย
___ นั่นสิเนอะ ชายหนุ่มพูด ผมสีทองเปล่งประกายท่ามกลางแสงแดด
______________________________________________จบตอ น
แก้ไขโดย rune : 05 Jun 2008 เวลา 01:46.
|