เห็นห้องเงียบๆเอามาฝากหน่อย
แบบธรรมเนียมของทหารเรือ เรียกว่า วัฒนธรรมของทหารเรือ
ซึ่งเป็นระเบียบที่ทหารทุกคนต้อง ปฏิบัตินั้นมีดังนี้
1-การขึ้นลงเรือรบ และเข้าในเขตเสาท้ายเรือ ต้องหันหน้าไปทางท้ายเรือทำ
การเคารพก่อนเสมอทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่ อธงราชนาวี
2-จ่า และพลทหาร ตามปกติต้องขึ้นลงเรือใหญ่ทางบุม
3-ห้ามสูบบุหรี่ และตากผ้าเปียกในห้องใต้ดาดฟ้า และห้ามตากผ้าตามราว
ลวดท้ายเรือ
4-ทหารไม่มีการกางร่มเลย
5-วันอาทิตย์ และวันหยุดราชการ ต้องชักธงราชนาวีขนาดใหญ่เป็นธงท้ายเรือ
6-ห้ามนุ่งโสร่ง และใส่เกี๊ยะในเรือ
7-การตีระฆัง ตีบอกเวลาอย่างมากเพียง ๘ ที
8-เมื่อได้ยินคำสั่งใด ๆ ต้องตะโกนต่อ
9-ห้ามเดินผิวปากในเรือ และตะโกนพูด กับคนภายนอก
10-เมื่อได้รับคำสั่งด้วยวาจาอย่างใด ต้องรับตอบทวนคำสั่งด้วยเสมอ
11-ผู้ที่มียศต่ำกว่าสัญญาบัตรห้ามขึ้นลงทางบันไดขวา
12-ทหารต่ำกว่าสัญญาบัตรต้องเดินกราบซ้ายเสมอ นอกจากมีเหตุจำเป็น
13-อย่ายืนเอนพิงแสดงท่าทางอ่อนแอขี้เกียจ
14-การขึ้นบุม และขี้นบันไดเรือต้องว่องไว
15-การรับประทานอาหารต้องถอดหมวก
16-ธงต่าง ๆ อย่าให้พันเสา ต้องคลี่สะบัดอยู่เสมอ
17-การเคลื่อนไหวบนดาดฟ้าเรือต้องวิ่งเสมอ
18-เวลานั่ง ยืน เดิน ผู้อาวุโสต่ำกว่าอยู่ทางซ้ายของผู้ที่มีอาวุโสสูงกว่ า ถ้า
หลายคนผู้ที่มีอาวุโสอยู่กลาง
19-ถ้ามีนายทหารอยู่ในเรือโบต ห้ามมิให้พลเรือที่ไปด้วยถือท้าย
20-ก่อนเทน้ำทิ้ง ต้องเอามือคนก้นกระป๋องเสียก่อน เพื่อเป็นการตรวจตรา
สิ่งของที่หลงลืม และต้องเททางกราบใต้ลมเสมอ
21-การเคลื่อนไหวบนดาดฟ้าต้องสวมหมวกเสมอ
22-หยิบของใช้จากที่ใด เสร็จธุระแล้วต้องนำไปวางไว้ที่เดิมเพื่อเวลาฉุกเฉิน
หยิบใช้ได้สะดวก
23-เมื่อได้ยินเสียงนกหวีด ต้องคอยฟัง ให้ทราบอย่างแน่นอนว่าเป็นเรื่องอะไร
24-ห้ามนั่งห้อยเท้าตามที่ต่าง ๆ ห้ามนอนในเรือกระเชียง และดาดฟ้าเรือกระเชียง
25-เมื่อได้ยินเสีย “โฮ“ ต้องหยุดการฉุดลากเรือ งดการหย่อน “หะเบส“ ให
้ ฉุดลากโดยพยายามวิ่งไป “หะเรีย” ต้องหย่อน “ต๋ง” ต้องพันปลายเชือกกับ
สิ่งที่มั่นคงให้อยู่
26-เมื่อนอนแล้วข้ามกันได้ไม่ถือ เพราะในเรือที่คับแคบไม่มีทางเดินจัดไว้
27-การขึ้นลงเรือกระเชียง ต้องลงก่อนนายทหาร และขึ้นจากเรือที่หลัง และ
หน้าเหยียบกระทงเรือ
28-เชือกชักธงทุกเส้นต้องตึง ถ้าไม่มีการไว้ทุกข์ ธงต้องชักอยู่เต็มเสาเสมอ
เชื่อที่ชักธง ระวังอย่างให้หย่อน
29-เวลาเรือถูกคลื่น การเข้าแถวยืนถ่างขาได้
30-ห้ามเสพสุราในเรือ ( เฉพาะต่ำกว่าสัญญาบัตร )
พิธีปลงศพในทะเล
พิธีนี้สืบเนื่องมาแต่พิธีปลงศพพวกนอกศาสนา เพื่อแก้บบนพระเจ้าและให้ใส่เหรียญ
เงินในปากผู้ตายเป็นค่าโดยสารคนแจวเรือจ้างชารอน (Charon) ในการข้ามฟากแม่น้ำสติกซ์
(Styx) ในเมืองผี ตามประเพณีโบราณนั้น การเตรียมศพก่อนปลงลงทะเลใช้ห่อศพด้วยผ้าใบ
แล้วเย็บให้แน่นตามรูปศพ การเย็บครั้งสุดท้ายนั้นให้เอาเข็มแทงลอดเข้าไปในจมู กของผู้ตาย
เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าตายจริง ราชนาวีอังกฤษให้ค่าจ้างคนเย็บผ้าใบห่อศพนี้ศพละ 1 กินี
(กินี คือเหรียญทองโบราณของอังกฤษ กินีจะมีค่าเท่ากับ 21 ชิลลิ่ง)
ในปัจจุบันการปลงศพในทะเลเกือบจะไม่มีเลยยกเว้นในเวล าสงคราม ซึ่งจะต้อง
กระทำด้วยความจำเป็น จึงจำเป็นต้องทราบพิธีนั้นด้วย
เมื่อเตรียมศพเรียบร้อยโดยการห่อด้วยผ้าใบหรือใส่โลง พร้อมด้วยสิ่งของสำหรับ
ถ่วงน้ำหนักแล้วคลุมด้วยธงชาติ นายทหารและทหารทุกๆคนที่ไม่ติดภารกิจจำเป็นต้องมาร่ว ม
ภารกิจทั้งหมดเพื่อเป็นเกียรติแก่ศพ เมื่อผู้บังคับการเรือหรือผู้แทนกล่าวคำไว้อาลัย (สำหรับ
เรือของชาติที่มีอนุศาสนาจารย์ประจำเรือ นิยมให้อนุศาสนาจารย์เป็นผู้กล่าว) จบแล้ว เปิดฐาน
รองหีบศพและชักผ้าธงออก ร่างของผู้ตายจะพุ่งลงทะเลไป แตรหรือนกหวีดเป่าเพลงนอน
พิธีปลงศพในทะเลนี้ในเวลาปกติจะกระทำต่อเมื่อนายทหาร เรือหรือทหารซึ่งถึงแก่กรรมบนบก
ได้ทำพินัยกรรมไว้หรือขอร้องเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทำ เท่านั้น
การไว้ทุกข์ของเรือ
ประเพณีโบราณ การไว้ทุกข์ของเรือแสดงด้วยการปล่อยให้เรืออยู่ในสภา พที่ไม่เป็น
ระเบียบ เช่น กระดกพรวนต่างๆขึ้นแนบเสา ปลดนบบลันออก (นบบลับ คือ เชือกขึงเสา
ทางด้านขวา-ซ้าย) ปล่อยให้หางเชือกห้อย เสาใหญ่ล้มไปทางกราบขวา เสาหัวล้มไปทางกราบ
ซ้าย ทำการยิงปืนทุก 15 นาที ตั้งแต่เวลส 0800 จนถึงดวงอาทิตย์ตก และชักธงท้ายครึ่งเสา
ในปัจจุบันคงเหลือเพียงชักธงครึ่งเสาเป็นประเพณีสากล ของโลก รวมทั้งเรือสินค้าด้วย
การใช้ผ้าพันแขนทุกข์
1. ผ้าพันแขนทุกข์สีดำสำหรับใช้ประกอบเครื่องแบบทหารนั้ น ให้มีขนาดกว้างระหว่าง
7 ซม.ถึง 10ซม. และให้พันรอบแขนเสื้อด้านซ้ายเหนือศอกพองาม
2. ให้นายทหารสัญญาบัตร, พันจ่า และนักเรียนนายเรือใช้ผ้าพันแขนทุกข์กับเครื่อง
แบบทหารได้
3. ให้งดใช้ผ้าพันแขนทุกข์ในกรณีดังต่อไปนี้คือ
ก) เมื่อสวมเครื่องแบบที่ใช้เสื้อคอพับและเครื่องแบบสโม สร
ข) เมื่ออยู่ในแถวหรือเป็นผู้ควบคุมแถว เว้นแต่จะมีหมายกำหนดการ หรือคำสั่ง
ของกระทรวงกลาโหมให้ไว้ทุกข์
4. ถ้าอยู่ในต่างประเทศ หากจำต้องไว้ทุกข์ให้ปฏิบัติตามข้อ 2 และ 3 เว้นแต่ระเบียบ
การไว้ทุกข์ในต่างประเทศนั้นมีแตกต่างออกไป จึงให้ปฏิบัติตามควรแก่ขนบ
ธรรมเนียมของประเทศนั้นๆได้