ดูแบบคำตอบเดียว
เก่า 14 May 2008, 00:41   #1 (permalink)
Ignite Virgil
แฟนพันธ์แท้ TG
 
Ignite Virgil's Avatar
 
โพส: 2,569
ดาวโหลด: 27
อัพโหลด: 0
Blog Entries: 22
รับคำขอบคุณ: 297

TG ออร่า:
Ignite Virgil aura
Ignite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil auraIgnite Virgil aura


สถานที่: Thaigaming Site™

ส่งข้อความผ่าน AIM ถึง Ignite Virgil ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Ignite Virgil
80 เรื่องของในหลวงที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้ - ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

อ้างอิง:
80เรื่องของในหลวงที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้


เมื่อทรงพระเยาว์

1.ทรงพระราชสมภพเวลา08.45น.
2.นายแพทย์ผู้ทำคลอดชื่อ ดับลิวสจ๊วต วิตมอร์ มีน้ำหนักแรกประสูติ 6 ปอนด์
3.พระนาม”ภูมิพล”ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระป กเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7
4.พระยศเมื่อแรกประสูติคือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ภูมิพลอดุลยเดช
5.ทรงมีชื่อเล่นว่า เล็ก หรือ พระองค์เล็ก
6. ทรงเคยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมาแตร์เดอีเพราะช่วงพระช นมายุ 5 พรรษา ทรงเคยเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ 1 ปีมีพระนามในใบลงทะเบียนว่า
“H.H Bhummibol Mahidol”หมายเลขประจำตัว 449
7.ทรงเรียกสมเด็จพระราชชนนีหรือสมเด็จย่าอย่างธรรมดา ว่า”แม่”
8.สมัยทรงพระเยาว์ทรงได้ค่าขนม อาทิตย์ละครั้ง
9.แม้จะได้เงินค่าขนมทุกอาทิตย์แต่ยังทรงรับจ้างเก็บ ผักผลไม้ไปขาย เมื่อได้เงินมาก็นำไปซื้อเมล็ดผักมาปลูกเพิ่ม
10. สมัยพระเยาว์ทรงเลี้ยงสัตว์หลายชนิดทั้งสุนัขกระต่าย ไก่ นกขุนทอง ลิง แม้แต่งูก็เคยเลี้ยงครั้งหนึ่งงูตายไปก็มีพิธีฝังศพอ ย่างใหญ่โต
11.สุนัขตัวแรกที่ทรงเลี้ยงสมัยพระเยาว์เป็นสุนัขไทย ทรงตั้งชื่อให้ว่า”บ๊อบบี้”
12. ทรงฉลองพระเนตร(แว่นสายตา)ตั้งแต่พระชันษายังไม่เต็ม 10 ขวบเพราะครูประจำชั้นสังเกตเห็นว่าเวลาจะทรงจดอะไรจา กกระดานดำจะต้องลุกขึ้น บ่อยๆ
13.สมัยพระเยาว์ทรงซนบ้างหากสมเด็จย่าจะลงโทษ จะเจรจากันก่อนว่า โทษนี้ควรตีกี่ที ในหลวงจะทรงต่อรอง 3 ทีมากเกินไป 2ทีพอแล้ว
14.ระหว่างประทับอยู่ส วิตเซอร์แลนด์ โดยนะหว่างพี่น้องจะทรงใช้ภาษษฝรั่งเศสแต่จะใช้ภาษาไ ทยกับสมเด็จย่าเสมอ
15.ทรงได้รับการอบรมให้รู้จัก”การให้”โดยสมเด็จย่าจะ ทรงตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่า”ก
ระ ป๋องคนจน”หากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไรจะต้องถู ก”เก็บ ภาษี”หยอดใส่กระปุกนี้10% ทุกสิ้นเดือนสมเด็จย่าจะเรียกประชุมเพื่อถามว่าจะเอา เงินในกระป๋องนี้ไปทำ อะไรเช่น มอบให้โรงเรียนตาบอด มอบให้เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน
16.ครั้งหนึ่งในหลวงกราบทูลสมเด็จย่าว่าอยากได้รถจัก รยาน เพราะเพื่อนคนอื่นๆเขามีจักรยานกันสมเด็จย่าก็ตอบว่า ”ลูกอยากได้จักรยานลูก ก็ต้องเก็
บค่าขนมไว้สิ หยอดกระป๋องวันละเหรียญ ได้มาก ค่อยเอาไปซื้อจักรยาน”
17.กล้องถ่ายรูปกล้องแรกของในหลวงคือ Coconet Midget ทรงซื้อด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์เมื่อพระชนม์เพียง 8 พรรษา
18.ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่2 ทรงปั่นจักรยานไปโรงเรียนแทนรถพระที่นั่ง



พระอัจฉริยภาพ

19.พระอัจฉริยภาพของในหลวงมีพื้นฐานมาจาก”การเล่น”สม ัยพระเยาว์เพราะหากอยากได้ของเล
่นอะไร ต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเอง หรือ ประดิษฐ์เองทรงเคยหุ้นค่าขนมกับ พระชษฐาน ซื้อชิ้นส่วนวิทยุทีละชิ้นๆแล้วเอามาประกอบเองเป็นวิ ทยุ แล้วแบ่งกันฟัง
20.สมเด็จย่าทรงสอนให้ในหลวงรู้จักการใช้แผนที่และภู มิประเทศของไทยโดยโปรดเกล้าฯให้
โรงเรียนเพาะช่างทำแผนที่ประเทศไทยเป็นรูปตัวต่อเลื่ อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆเพื่อใ
ห้ทรงเล่นเป็น จิ๊กซอว์
21.ทรงเครื่องดนตรีได้หลายชนิดเช่น เปียโน กีตาร์ แซกโซโฟน แต่รู้หรือไม่ เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ทรงหัดเล่นคือบเพลง (แอกคอร์เดียน)
22. ทรงสนพระทัยดนตรีอย่างจริงจังราวพระชนม์14-15 พรรษ า ทรงซื้อแซกโซโฟนมือสองราคา 300 ฟรังก์มาหัดเล่นโดยใช้เงินสะสมส่วนพระองค์ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งสมเด็จย่าออกให้
23.ครูสอนดนตรีให้ในหลวงชื่อ เวย์เบรชท์ เป็นชาว อัลซาส
24. ทรงพระราชนิพนธ์เพลงครั้งแรกเมื่อพระชนม์พรรษา 18 พรรษา เพลงพระราชนิพนธ์แรกคือ”แสงเทียน” จนถึงปัจจุบันพระราชนิพนธ์เพลงไว้ทั้งหมด 48 เพลง
25.ทรงพระราชนิพนธ์ เพลงได้ทุกแห่งบางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดนตรี ช่วย อย่างครั้งหนึ่งทรงเกิดแรงบันดาลพระทัยทรงฉวยซองจดหม ายตีเส้น 5 เส้นแล้วเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นเดี๋ยวนั้น กลายเป็นเพลง”เราสู้”
26.รู้ไหม...? ทรงมีพระอุปนิสัยสนใจการถ่ายภาพเหมือนใคร : เหมือนสมเด็จย่าและ รัชกาลที่5
27.- - - -
28. นกจากทรงโปรดการถ่ายภาพแล้วยังสนพระทัยการถ่ายภาพยนต ร์ด้วย ทรงเคยนำภาพยนตร์ส่วนพระองค์ออกฉายแล้วนำเงินรายได้ม าสร้างอาคารสภากาชาดไทย ที่ รพ.จุฬาฯ โรงพยาบาลภูมิพลรวมทั้งใช้ในโครงการโรคโปลิโอและโรคเ รื้อนด้วย
29.ทรง พระราชนิพนธ์เรื่อง”นายอินทร์”และ”ติโต” ทรงเขียนด้วยบายพระหัตถ์แล้วให้เสมียนพิมพ์แต่พระมหา ชนก ทรงพิมพ์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
30.ทรงเล่นกีฬาได้หลายชนิดแต่กีฬาที่ ทรงโปรดเป็นพิเศษได้แก่ แบดมินตัน สกี และเรือใบทรงเคยได้เหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบประเ ภทโอเค ในกีฬาแหลมทอง(ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น”กีฬาซีเกมส์”)คร ั้งที่ 4 ปี พ.ศ.2510
31.ครั้งหนึ่งทรงเรือใบออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล ่นกลับฝั่งตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ
้าฯว่าเสด็จฯกลับเข้าฝั่งเพราะเรือแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟ
าวส์ ทั้งๆที่ไม่มีใครเห็นแสดงให้เห็นว่าทรงยึดกติกามากแค ่ไหน
32.ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับส ิทธิบัตรผลงานประดิษฐ์คิดค้นเคร
ื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่มลอย หรือ “กังหันชัยพัฒนา” เมื่อปี 2536
33.ทรงเป็นผู้ริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงน้ำมันจากวัส ดุการเกษตรเพื่อใช้เป็นพลังงานท
ดแทนเช่น แก๊สโซฮอล์,ดีโซฮอลล์ และ น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 20ปีแล้ว
34. องค์การสหประชาชาติได้ถวาย รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ แด่ในหลวงเมื่อ วันที่ 26 พฤษภาคม2549 เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาช ีวิตความเป็นอยู่ของ ประชาชนชาวไ
ทยโดยมี นายโคฟี อันนันเลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางมาถวายรางวัลด้วยตนเอง



เรื่องส่วนพระองค์

35.พระนามเต็มของในหลวง: พระบาทสมเด็จพระปรมินทรามหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
36. รักแรกพบ ของในหลวงและหม่อมสิริกิติ์เกิดขึ้นที่สวิสเซอร์แลนด ์แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น สมเด็จพระบรมราชินีนาถฯทรงให้สัมภาษณ์ว่า”น่าจะเป็น เกลียดแรกพบ มากกว่า รักแรกพบเนื่องเพราะรับสั่งว่าจะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงๆแล้วเสด็จมาถึงหนึ่งทุ่มช้ากว่าเวลานัดหมายต ั้งสามชั่วโมง
37. ทรงหมั้นกับม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2492 และจัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสที่วังสระปทุม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 โดยทรงจดทะเบียนสมรสเหมือนคนทั่วไปข้อความในสมุดทะเบ ียนก็เหมือนคนทั่วไป ทุกอย่าง ปิดอากรแสตมป์ 10 สตางค์เสียค่าธรรมเนียม 10 บาท
38.หลังอภิเษกสมรสทรง”ฮันนีมูน”ที่หัวหิน
39. ทรงผนวชณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เมืองวันที่ 22 ตุลาคม 2499และประทับจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 15 วัน
40.ระหว่างทรงผนวชพระอุปัชฌาย์และพระพี่เลี้ยง คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
41. ของใช้ส่วนพระองค์นั้นไม่จำเป็นต้องแพงต้องแบรนด์เนม ดังนั้นการถวายของให้ในหลวงจึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นขอ งแพงอะไรที่มาจากน้ำใจ จะทรงใช้ท
ั้งนั้น
42.เครื่องประดับ: ในหลวงไม่ทรงโปรดสวมเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ ของมีค่าต่างๆ ยกเว้นนาฬิกา
43.พระเกศาที่ทรงตัดแล้ว: ส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่ธงชัยเฉลิมพลเพื่อมอบแก่ทหารอีกส ่วนหนึ่งเก็บไว้สร้างวัตถุมงคลเ
พื่อมอบแก่ราษฎรที่ทำคุณงามความดีแก่ประเทศชาติ
44. พลอดยาสีพระทนทรงใช้จนแบนราบเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ โดยเฉพาะบริเวณคอหลอดยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปจนถึงเกล ียวคอหลอดซึ่งเป็นผลจาก การใช้ด้
ามแปรงสีพระทนช่วยรีด และ กดเป็นรอยบุ๋ม
45.วันที่ในหลวง เสียใจที่สุดคือวันที่สมเด็จย่าเสด็จสวรรณคต มีหนังสือเล่าไว้ว่าวันนั้นในหลวงไปเฝ้าแม่ถึงตีสี่ต ีห้า พอแม่หลับจึงเสด็จฯกลับ ถึงวัง ทางโรงพยาบาลก็โทรศัพท์มาแจ้งว่าสมเด็จย่าสิ้นพระชนม ์แล้ว ในหลวงรีบกลับไปที่โรงพยาบาล เห็นแม่นอนหลับตาอยุ่บนเตียงในหลวงคุกเข่าเข้าไปกราบ ที่อกแม่ ซบหน้านิ่งอยู่นานค่อยๆเงยพระพักตร์ขึ้นมาน้ำพระเนตร ไหลนอง


งานของในหลวง

46.โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจนถึงปัจจุบนมีจำ นวนกว่า 3,000 โครงการ
47. ทุกครั้งที่เสด็จฯไปยังสถานต่างๆจะทรงมีสิ่งของประจำ พระองค์อยู่3 สิ่งคือ แผนที่ซึ่งทรงทำขึ้นเอง(ตัดต่อเอง ปะกาวเอง) กล้องถ่ายรูปและดินสอที่มียางลบ
48.ในหลวงทรงงานด้วยพระองค์เองทุกอย่างแม้กระทั่งการ โรเนียวกระดาษที่จะนำมาให้ข้อรา
ชการที่เข้าเฝ้าฯถวายงาน
49.เก็บร่ม: ครั้งหนึ่งเมื่อในหลวงเสด็จฯเยี่ยมโครงการห้วยสัตว์ใ หญ่เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง
มา ถึง ปรากฏว่าฝนตกลงมาอย่างหนักข้อราชการและราษฎรที่เข้าแ ถวรอรับเปียกฝนกันทุกคน เมื่อทรงเห็นดังนั้น จึงมีรับสั่งให้องครักษ์เก็บร่ม แล้วทรงเยี่ยมข้าราชการและราษฎรทั้งกลางสายฝน
50.ทรงศึกษาลักษณะอากาศทุกวันโดยใช้ข้อมูลที่กรมอุตุ นิยมวิทยานำขึ้นทูลเกล้าฯร่วมกั
บข้อมูลจากต่างประเทศที่หามาเองเพื่อป้องกันภัยธรรมช าติที่อาจก่อความเสียหายแก่ประชา
ชน
51. โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เริ่มต้นขึ้นจากเงินส่วนพระองค์จำนวน 32,866.73บาทซึ่งได้จากการขายหนังสือดนตรีที่พระเจนด ุริยางค์ จากการขายนมวัวก็ค่อยๆเติบโตเป็นโครงการพัฒนามาจนเป็ นอย่างที่เราเห้นกันทุก วันนี้
52.เวลามีพระราชอาคันตุกะเสด็จมาเยี่ยมชมโครงการฯสวน จิตรลดาในหลวงจะเสด็จฯลงมาอธิบา
ยด้วยพระองค์เอง เนื่องจากทรงรู้ทุกรายละเอียด
53. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ปราโมช กราบบังคมทูลถามว่า เคยทรงเหนื่อยทรงท้อบ้างหรือไม่ ในหลวงตอบว่า “ความจริงมันน่าท้อถอยอยู่หรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเก ิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านเมืองคือความสุขของคนไทยทั่ วประเทศ
54.ทรงนึกถึงแต่ประชาชนแม้กระทั่งวันที่พระองค์ทรงกำ ลังจะเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสันหล
ังในอีก 5 ชั่วโมง (20กรกฎาคม 2549) ยังทรงรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปติดตั้งคอมพิวเตอร์เด ินสายออนไลน์ไว้เพราะกำลังมีพาย
ุเข้าประเทศ พระองค์จะได้มอนิเตอร์ เผื่อน้ำท่วมจะได้ช่วยเหลือทัน


ของทรงโปรด

55.อาหารทรงโปรด: โปรดผัดผักทุกชนิด เช่น ผัดคะน้า ผัดถั่วงอก ผัดถั่วลันเตา
56.ผักที่ไม่โปรด: ผักชี ต้นหอม และตังช่าย
57.ทรงเสวยข้าวกล้อง เป็นพระกระยาหารหลัก
58.ไม่เสวยปลานิลเพราะทรงเป็นผู้เลี้ยงปลานิลคนแรกใน ประเทศไทยโดยใช้สระว่ายน้ำในพระ
ตำหนักสวนจิตรลดาเป็นบ่อเลี้ยงแล้วแจกจ่ายพันธุ์ไปให ้กรมประมง
59.เครื่องดื่มทรงโปรด: โปรดโอวัลตินเป็นพิเศษ เคยเสวยวันหนึ่งหลายครั้ง
60.ทีวีช่องโปรดทรงโปรดข่าวช่องฝรั่งเศส ของยูบีซี เพื่อทรงรับฟังข่าวสารจากทั่วโลก
61.ทรงฟังจส.100 และเคยโทรศัพท์ไปรายงานสถานการณ์ต่างๆใน กทม.ไปที่ จส.100ด้วยโดยใช้พระนามแฝง
62. หนังสือที่ในหลวงอ่าน: ตอนเช้าตื่นบรรทม ในหลวงจะเปิดดูหนังสือพิมพ์รายวันทั้งไทยและเทศ ทุกฉบับและก่อนเข้านอนจะทรงอ่านนิตยสารไทม์ส นิวสวีก เอเชียวีก ฯลฯที่มีข่าวทั่วทุกมุมโลก
63.ร้านตัดเสื้อของในหลวงคือ ร้านยูดลย เจ้าของชื่อ ยูไลย ลาภประเสริฐ ถวายงานตัดเสื้อในหลวงมาตั้งแต่ปี 2501เมื่อนายยูไลยเสียชีวิต ก็มี ลูกชาย นายสมภพ ลาภประเสริฐมาถวายงานต่อ จนถึงตอนนี้ก็เกือบ 50 ปีแล้ว
64.ห้องทรงงานของในหลวงอยู่ใกล้ห้อง บรรทม บนชั้น 8 ของตำหนักจิตรลดาฯเป็นห้องเล็กๆ ขนาด 3x4 เมตร ภายในห้องมีวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์เครื่องบันทึกเสียง เครื่องพยากรณ์ แผนที่ ฯลฯ
65.สุนัขทรงเลี้ยงนอกจากคุณทองแด ง สุวรรณชาด สุนัขประจำรัชกาล ที่ปัจจุบันอยู่ที่พระราชวังไกลกังวลแล้ว ยังมีสุนัขทรงเลี้ยงอีก 33 ตัว



รู้หรือไม่?

66.ในหลวงเกิดจากคำที่ชาวเหนือใช้เรียกพระบาทสมเด็จพ ระเจ้าอยู่หัว ว่า “นายหลวง” ภายหลังจึงเปลี่ยนเป็นในหลวง
67.ทรงวชาญถึง6 ภาษา คือ ไทย ละติน ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน และ สเปน
68.อาชีพของในหลวงเมื่อผู้แทนพระองค์ไปติดต่อเอกสารส ำคัญใดๆทรงโปรดให้กรอกในช่อง อาชีพของพระองค์ว่า “ทำราชการ”
69. ในหลวงทรงพระเนตรเทียมข้างขวาเป็นผลจากอุบัติเหตุทาง รถยนต์ที่เมืองโลซานน์ สวิสเซอร์แลนด์ รถพระที่นั่งชนกับรถบรรทุกอย่างแรงทำให้เศษกระจกเข้า พระเนตรข้างขวา ตอนนั้นมีอายุเพียง 20 พรรษาและทรงใช้พระเนตรข้างซ้ายข้างเดียว ในการทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนชาวไทยมาตลอดกว่ า60 ปี
70.ครั้งหนึ่งหนังสือพิมพ์อเมริกันลงข่าวลือเกี่ยวกั บในหลวงว่าแซกโซโฟนที่ทรงอยู่เป
็นประจำนั้นเป็นแซกโซโฟนที่ทำด้วยทองคำเนื้อแท้บริสุ ทธิ์ซึ่งได้มีพระราชดำรัสว่า”อัน
นี้ไม่จริงเลยสมมติว่าจริงก็จะหนักมาก ยกไม่ไหวหรอก”
71.ปีหนึ่งๆในหลวงทรงเบิกดินสอแค่ 12 แท่ง ใช้เดือนละแท่ง จนกระทั่งกุด
72. หัวใจทรงเต้นไม่ปกติดในหลวงเคยประชวรหนักจนหัวใจเต้น ไม่ปกติ เนื่องจากติดเชื้อไมโครพลาสม่าขณะขึ้นเยี่ยมราษฎรที่ อำเภอสะเมิงติดต่อกัน หลายปี
73.รู้หรือไม่ว่าในหลวงเป็นคนประดิษฐ์รูปแบบฟอนต์ภาษ าในคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ทุก
วันนี้อย่างฟอนต์จิตรลดา ฟอนต์ภูพิงค์
74.ในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย ู่หัวเนื่องในโอกาสฉลองสิริราชส
มบัติครบ 60 ปี จัดขึ้นที่อิมแพ็ค มีประชาชนเข้าชมรวม 6ล้านคน
75. ในหลวงเริ่มพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2 4 93 จน 29 ปีต่อมาจึงมีผู้คำนวณว่าเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร 490ครั้งประทับครั้งละ 3 ชม. ทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทาน 470,000 ครั้งน้ำหนักปริญญาบัตรฉบับละ 3 ขีด รวมน้ำหนักทั้งหมด 141 ตัน
76.ดอกไม้ประจำพระองค์คือ ดอกดาวเรือง
77.สีประจำพระองค์คือสีเหลือง
78.นั่งรถหารสอง: ทรงรับสั่งกับข้าราชบริพารเสมอว่า การนั่งรถคนละคันเป็นการสิ้นเปลืองให้นั่งรวมกัน ไม่โปรดให้มีขบวนรถยาวเหยียด
79- - - -
80.พระราชประวัติในหลวง ฉบับการ์ตูน

Credit : louiszaa
__________________
Remain little bit toward
"the End of the Poorest Doll"




Cost just 260 won/U.S. Dollar.
(These products're proper for every poor children.
)
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิกที่ได้ขอบคุณ Ignite Virgil สำหรับโพสที่มีประโยชน์นี้