ดูแบบคำตอบเดียว
เก่า 23 Jul 2006, 02:45   #22 (permalink)
Poporin
สมาชิก TG รุ่นพี่
 
โพส: 456
ดาวโหลด: 54
อัพโหลด: 0
Blog Entries: 2
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
Poporin aura


สถานที่: บ้านอันแสนสุข

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Poporin
ตำนานที่ 6 - สัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณน้ำ

“กลับไปซะ ไม่งั้นคงจะต้องเจ็บตัวกันหน่อย” ไวท์พูดย้ำอีกครั้ง
“คนเจ็บตัวไม่มีหรอกโว้ย!! แต่คนตายมีอยู่หนึ่ง!!” อรุณและสายัณห์พูดขึ้นพร้องๆกันแล้วพุ่งเข้าหาไวท์ฟา ดฟันดาบลงมาอย่างรวดเร็ว!!!

“เช้งงง~ง!!!” ไวท์ใช้กระบองยาวของเขารับดาบทั้งสองเอาไว้ ก่อนจะกลับตัวแล้วเอากระบองยาวฟาดใส่อรุณและสายัณห์อ ย่างแรง!!!

“ ปึกก!!! กร๊อบบ!!!” อรุณและสายัณห์โดนกระบองของไวท์ซัดใส่เต็มๆจนกระเด็น ล้มลง กระดูกหักไปหลายซี่

“สัญญาซะ ว่าจะกลับไปแล้วไม่มายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก แล้วจะรักษาแผลให้” ไวท์พูด
“อั่กก ฮ่าๆๆๆๆๆๆ น่าขำ เจ้าดูถูกพวกเราเกินไปแล้ว!!” อรุณพูดพลางกระอักเลือด ทันใดนั้นก็มีหมอกสีดำปรากฏขึ้นรอบตัวของอรุณและสายั ณห์ ไม่นานกระดูกที่หัก และความเสียหายทั้งหมด ที่ได้รับจากการโจมตีของไวท์ ก็หายดีดังเดิม!!

“หึหึหึ ตกใจมั้ยล่ะไอ้หัวขาว!!!” สายัณห์พูดพลางยิ้มเยาะเย้ย

“.........พวกเจ้า กลายเป็นความชั่วร้ายไปแล้วสินะ” ไวท์พูดพลางเปลี่ยนกระบองของตนให้กลายเป็นดาบสองมือ
“ฮ่าๆๆๆๆ ใช่แล้วพวกข้าได้รับพลัง จากท่านซีลผู้ครองเมืองหิมะราตรีที่ยิ่งใหญ่ พลังแห่งความมืด ที่ไม่มีใครสามารถต่อกรได้!!!” อรุณพูดขึ้น แล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

“......ไม่หรอก สิ่งที่พวกเจ้าได้รับมา มันไม่ใช่พลังแห่งความมืด แต่เป็นพลังแห่งความชั่วร้าย ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อพิสุทธิ์ และสิ่งที่เป็นอันตรายต่อพิสุทธิ์จะต้องถูกกำจัด!!” ไวท์พูดจบ ก็พุ่งเข้าฟาดฟันกับอรุณและสายัณห์อย่างรวดเร็ว!

“เคร้ง!! เคร้ง!!” เสียงดาบปะทะกันดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง อรุณและสายัณห์ แข็งแกร่งขึ้นมากจากพลัง แห่งความชั่วร้าย แต่ทว่า...ทั้งสองก็ยังไม่ใช่คู่มือของไวท์อยู่ดี

“ฉัวะ!!” เสียงดาบของไวท์ ฟันสะพายแล่งลงไปบนตัวของอรุณ ส่งผลให้เลือดสีแดงไหลทะลักออกมาตามบาดแผล!!
“หนอย!! แก ไอ้หัวขาว!!” สายัณห์ร้องตะโกนและพุ่งเข้ามาหมายจะเอาดาบแทงไวท์ แต่ไวท์หลบได้และฟันสวนกลับไป!!

“ฉัวะ!!” ดาบของไวท์ฟันเข้ากลางลำตัวของสายัณห์ เลือดสีแดงสดทะลักออกมาตามบาดแผล ก่อนที่ร่างของสายัณห์จะทรุดลงไป!!
“อั่ก!! แค่กๆ” อรุณและสายัณห์กระอักเลือดอย่างเจ็บปวด และระหว่างนั้นเอง หมอกสีดำที่เคยรักษาบาดแผลของทั้งสอง ก็เริ่มเข้าปกคลุมตัวของพวกเขาอีกครั้ง

ไวท์ไม่เปิดโอกาสให้ทั้งสองรักษาตัว เขารีบเปลี่ยนดาบของเขา ให้กลายเป็นโซ่โลหะเส้นใหญ่ พุ่งเข้ารวบตัวของสายัณห์และอรุณเอาไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะยกร่างของทั้งสองขึ้นเหนือพื้นราวหนึ่งเมตร !!!

“ความชั่วร้าย ต้องถูกกำจัด!!” ไวท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับรวมแสงสว่างรอบๆ เอาไว้ในฝ่ามืออีกข้าง จนเกิดเป็นลูกพลังแสงกลมๆ อยู่บนฝ่ามือของเขา !!






“จะดีเหรอครับคุณหนู ทิ้งคุณไวท์เอาไว้ข้างนอกแบบนั้น” วิรัตน์พูดขึ้นหลังจากที่ประตูของวิหารวารีปิดสนิทลง
“ช่างเค้าเถอะค่ะ ฝนว่าเรารีบไปเอาสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณน้ำดีกว่านะค ะ” น้ำฝนตอบวิรัตน์ เธอรู้สึกหงุดหงิดกับนิสัยไม่ยอมพูดเหตุผลของไวท์มาก แล้วการกระทำแต่ละอย่างของเขามันก็ช่างเข้าใจยากจริง ๆ

น้ำฝนกับวิรัตน์เดินเข้ามาตามทางในวิหารที่มีเสาหินข นาดใหญ่สลักลวดลายเป็นเกลียวน้ำวนตั้งอยู่ทั้งสองด้า นของทางเดิน กำแพงของวิหารวารีประดับประดาด้วยภาพวาดจำนวนมากที่เ ป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของวารีนคร แสงอาทิตย์สาดส่องผ่านหน้าต่างโมเสกสีที่ถูกสร้างเรี ยงรายขึ้น ทำให้ภายในวิหารมีแสงสว่างแลดูงดงาม

น้ำฝนและวิรัตน์เดินตามทางเดินที่สวยงามนี้จนมาถึงปร ะตูอีกบานหนึ่ง ประตูบานนี้เป็นประตูบานเล็กๆ สลักลวดลายเป็นรูปหญิงสาวผมยาวกำลังยืนหันหลังมองออก ไปยังท้องทะเลกว้างใหญ่ น้ำฝนและวิรัตน์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตู

“ห้องนี้..........” น้ำฝนพูดขึ้นพลางเอื้อมมือไปสัมผัสประตู เธอรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่เหมือนเป็นส่วนที่เธอ ขาดหายไปตลอด อะไรบางอย่างที่เรียกร้องให้เธอเข้าไปหามัน
“หลังประตูนี้คือห้องที่เก็บสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณน ้ำเอาไว้ครับคุณหนู” วิรัตน์พูด
“ห้องนี้มีแต่ผู้สืบทอดจิตวิญญาณแห่งดวงดาวเท่านั้นท ี่เข้าไปได้ เพราะฉะนั้นผมจะรอคุณหนูอยู่ที่นี่นะครับ”
“จ้ะ งั้นเดี๋ยวฝนมานะวิรัตน์” พูดจบน้ำฝนก็เปิดประตูออกและเดินเข้าไปในห้องที่เก็บ สัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณน้ำเอาไว้

ห้องที่น้ำฝนเดินเข้ามามีแสงสว่างเพียงเล็กน้อย เป็นแสงสว่างสีน้ำเงิน ที่มาจากสิ่งที่ลอยอยู่กลางห้องที่ว่างเปล่า น้ำฝนค่อยๆเดินเข้าไปใกล้สิ่งที่ลอยอยู่นั้น ยิ่งเข้าไปใกล้เธอก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความเย็นสบาย แสงสว่างสีน้ำเงินที่ส่องสว่างออกมาจากสิ่งนั้น ทำให้จิตใจของเธอสงบลงอย่างน่าประหลาด ในที่สุด น้ำฝนก็เดินเข้ามาใกล้พอที่จะเห็นว่า สิ่งที่ลอยอยู่กลางห้องนั้น มีรูปร่างเช่นไร

สัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณน้ำ ที่น้ำฝนเห็นนั้นเป็นสร้อยคอเส้นหนึ่ง ที่มีอัญมณีสีน้ำเงิน รูปหยดน้ำขนาดใหญ่ประดับอยู่ ดวงแสงสีน้ำเงินขนาดเล็ก ส่องประกายสว่างไสวอยู่ ในอัญมณีรูปหยดน้ำเม็ดนั้น
น้ำฝนเอื้อมมือไปคว้าสร้อยเส้นนั้นขึ้นมามาสวมเอาไว้ ทันทีที่น้ำฝนสวมสร้อย เธอรู้สึกเย็นสบาย ราวกับร่างทั้งร่างอยู่ในสายน้ำที่ไหลริน พัดพาเอาความหมองหม่นทั้งมวลของเธอออกไป เหมือนกับจิตใจของเธอ ได้ถูกชำระล้างให้คืนสู่ความบริสุทธิ์

แสงสว่างจากดวงแสงสีน้ำเงินในอัญมณีอ่อนลง เหลือเป็นเพียงดวงแสงเล็กๆ ที่ส่องแสงเรืองๆ อยู่ในอัญมณีรูปหยดน้ำเท่านั้น ความรู้สึกเย็นสบายหายไป แต่จิตใจของน้ำฝนในตอนนี้แจ่มใส เธอหันหลังกลับ และเดินไปเปิดประตูห้อง ออกสู่ทางเดินในวิหารวารี

“เป็นอย่างไรบ้างครับคุณหนู” วิรัตน์ถาม หลังจากที่น้ำฝนเดินออกมา พร้อมกับสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณน้ำ
น้ำฝนไม่ได้ตอบแต่เธอเพียงแค่ยิ้มให้วิรัตน์ รอยยิ้มที่สดใสนั้น บ่งบอกความรู้สึกของเธอในตอนนี้ ออกมาได้ดีที่สุด สื่อความรู้สึกของเธอ ออกมาได้มากมายกว่าคำพูดใดๆ

“ถ้าอย่างนั้นเรากลับออกไปกันเถอะครับ” วิรัตน์พูด เขาเห็นรอยยิ้มของน้ำฝนแล้วก็เข้าใจ เพราะรอยยิ้มนั้นชั้นช่างเหมือนกับน้ำผึ้ง แม่ของเธอยามเมื่อเสร็จพิธีชำระล้างจิตวิญญาณ รอยยิ้มแห่งจิตใจที่บริสุทธิ์

น้ำฝนและวิรัตน์ เดินกลับมาตามทางเดินในวิหาร พร้อมกับสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณน้ำ ที่น้ำฝนสวมคออยู่
(สุดท้ายแล้วคุณไวท์ก็ไม่ได้ตามเข้ามา) วิรัตน์คิด เขารู้ว่าไวท์คงมีเหตุผลอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เขาไม่เข้ามาในวิหารแห่งนี้ด้วย แต่ว่าเหตุผลของไวท์นั้นเป็นอะไรวิรัตน์ก็คิดไม่ออก และก็คงจะคิดไม่ออกต่อไปแน่ๆ ถ้าหากไม่ได้ยินเสียงเหล่านี้

“เคร้ง!! เคร้ง!!” เสียงโลหะกระทบกัน ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องที่ด้านนอกของวิหาร
“นั่นเสียงอะไรน่ะ?” น้ำฝนถาม
“ไม่ทราบครับคุณหนู แต่ท่าทางจะไม่ดีซะแล้ว รีบออกไปข้างนอกกันเถอะครับ” แล้วน้ำฝนกับวิรัตน์ ก็วิ่งตรงไปยังประตูวิหาร น้ำฝนไปถึงประตูวิหารก่อน เธอรีบเปิดประตูวิหารออกอย่างรวดเร็ว

ภาพที่ปรากฏให้เห็นตรงหน้าของเธอคือ ภาพของอรุณและสายัณห์ที่มีแผลสาหัส เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากบาดแผล และหยดลงบนพื้น เขาทั้งสองถูกมัดรวมกันเอาไว้เหนือพื้นดิน ด้วยโซ่โลหะขนาดใหญ่ และที่ปลายโซ่อีกข้างหนึ่ง ผู้ที่มัดอรุณ และสายัณห์ รวมทั้งคงจะเป็นผู้สร้างบาดแผลให้ทั้งคู่ด้วย ก็คือ ไวท์ นั่นเอง!!!

“หยุดนะไวท์!! นั่นคุณกำลังจะทำอะไร!!” น้ำฝนพูดขึ้น พลางวิ่งเข้ามาขวางกลางระหว่างไวท์ กับอรุณและสายัณห์ จิตใจที่แจ่มใสของเธอเมื่อกี้ ถูกแทนที่ด้วยความสับสนอย่างรวดเร็ว
“กำจัดความชั่วร้าย” ไวท์ตอบ พลางเงื้อมือข้างที่ถือลูกพลังแสงออกไปด้านหลัง เตรียมปลดปล่อยพลังออกมาให้เต็มที่
“ความชั่วร้ายอะไรกัน!!! นั่นมันอรุณกับสายัณห์นะ พวกเค้าเป็นลูกเรือของเรือเรานะ!!” น้ำฝนพูด เธอรู้สึกร้อนใจมาก กลัวว่าไวท์จะฆ่าอรุณและสายัณห์ เพราะตอนนี้ ถึงแม้เธอเข้ามาขวาง แต่ไวท์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย
“สิ่งที่เป็นอันตรายต่อพิสุทธิ์ต้องถูกกำจัด!!” ไวท์พูดจบ ก็ซัดพลังแสงที่อยู่บนฝ่ามือออกมา เป็นลำแสงสีขาวสว่างขนาดใหญ่

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด~ด!!!!” น้ำฝนกรีดร้อง พลางยกมือขึ้นป้องกันลำแสงสีขาวนั่น ความสว่างของมันทำให้น้ำฝนต้องหลับตาลง
“อ๊ากกกกกกกกก~ก” เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ของอรุณและสายัณห์ดังขึ้น ร่างกายที่โดนลำแสงสีขาวของไวท์ค่อยๆสลายหายไป จนในที่สุด ทั้งสองก็สลายหายไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้เพียงเศษธุลีเดียว!!

ไวท์เปลี่ยนสภาพโซ่โลหะ ให้กลายเป็นปลอกแขนดังเดิม ก่อนจะเดินเข้ามาหาน้ำฝน ที่ตอนนี้เข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้น

“ลุกขึ้นคุณน้ำฝน เราจะออกเดินทางกลับวารีนครกันแล้ว” ไวท์พูดขึ้น
“ไวท์........คุณ............ทำไม.........ทำไมคุณโห ดร้ายแบบนี้ไวท์!! ทำไมคุณถึงต้องฆ่าอรุณและสายัณห์ด้วย ทำไมไวท์ ทำไม!!!” น้ำฝนตะโกนว่าไวท์ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเขา ดวงตาของเธอมีน้ำตาคลอเบ้า

“ใจเย็นๆก่อนครับคุณน้ำฝน” วิรัตน์เดินเข้ามาพูดกับน้ำฝน พลางช่วยพยุงให้เธอยืนขึ้น
“ผมคิดว่า....สองคนนั่น....... คงจะไม่ใช่อรุณและสายัณห์อีกต่อไปแล้วใช่มั้ยครับ” วิรัตน์พูดและมองหน้าไวท์ ด้วยอายุ 50 ปีของเขา ทำให้วิรัตน์เป็นคนที่มีสติ และมองสถานการณ์รอบตัวได้ดี เขาเห็นคุณหนูน้ำฝนโดนพลังของไวท์เข้าไปเต็มๆเ หมือนกับสองคนนั่นแท้ๆ แต่กลับมีเพียงอรุณและสายัณห์เท่านั้น ที่ร่างกายสลายหายไป นั่นเป็นเหตุการณ์ณ์ที่ทำให้วิรัตน์ คิดขึ้นได้และพูดกับไวท์ออกไปเช่นนั้น

“ใช่.... สองคนนั่นเป็นความชั่วร้าย เป็นอันตรายต่อพิสุทธิ์” ไวท์ตอบ
“หมายความว่าไงคะ? วิรัตน์” น้ำฝนถามขึ้น เธอไม่เข้าใจสิ่งที่ทั้งสองคนพูดกันอยู่เลย
“ก็หมายความว่า สองคนนั่นอาจจะเป็นนักล่าที่เผ่าหิมะราตรีจ้างมา เพื่อที่จะชิงเอาสัญลักษณ์ และตัวคุณหนูไปน่ะสิครับ” วิรัตน์ตอบ

“!!!!!!!” น้ำฝนรู้สึกตกใจมาก อรุณและสายัณห์เนี่ยนะ นักล่าที่เผ่าหิมะราตรีจ้างมา แล้วการที่ทั้งสองคนมาคุยกับเธอ ทำดีกับเธอล่ะมันคืออะไร หรือมันจะเป็นเพียงแค่การกระทำอันหลอกลวง เพื่อทำให้เธอตายใจเท่านั้น?
“แต่ว่า..... แต่ว่า...... ถึงอย่างนั้นก็ไม่เห็นจะต้องฆ่าเลยนี่นา.....” น้ำฝนพูดขึ้นและมองพื้น ที่เปื้อนเลือดของอรุณและสายัณห์
“รีบกลับกันเถอะครับคุณหนู อย่าอยู่ที่นี่นานไปกว่านี้เลย” วิรัตน์พูดขึ้น แล้วทั้งหมดก็พากันเดินกลับไปยังเรือใบ ที่ใช้เดินทางมาเกาะน้ำวน...

จบตำนานที่ 6
__________________
เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ

THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้

แก้ไขโดย Poporin : 15 Aug 2006 เวลา 11:27.
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม