| ความฝัน คืออะไร
แล้วความจริง คืออะไร......
แล้วการที่เธอมาอยู่ตรงหน้าเรา.... แล้วยิ้มให้กับเรา
มันเป็นความจริง?
หรือมันเป็นแค่ความฝัน?
สตรีที่อยู่เบื้องหน้าเรา มองตรงมายังเรา พร้อมๆ กับส่งยิ้มให้อย่างอบอุ่น
นี้เป็นความฝันใช่ไหม......
เธอเดินเข้ามาหาเรา แล้วพูดคุยกับเราเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ ฟินิกซ์....... สบายดีเหรอ ” น้ำเสียงที่ตรงกับในความทรงจำยิ่งตอกย้ำว่าเบื้องหน้ าเขานั้นเป็นใครกัน
ถึงกระนั้น ก็ไม่มีคำพูดใดที่หลุดออกจากปากฟินิกซ์เลย
“ อะไรกัน ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไง? ไม่พอใจที่เห็นฉันรึไงกัน ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งๆ โมโห
“ ......หรือว่าลืมฉันไปแล้วกัน? ” น้ำเสียงเธอฟังดูเศร้าลงมาหน่อยๆ
“ ป.... เปล่า ไม่ใช่อย่างนั้น ”
“ แต่ก็นะ ฉันก็ไม่นึกว่าจะได้มาเจอเธอเหมือนกันนั้นหละ เหะๆ ” เธอหัวเราะคิกคัก
“ อุตสาห์ออกมาเดินเล่นได้ทั้งที ได้มาเจอเธออีกครั้งนี้มันเหลือเชื่อเลยเนอะ ”
“ ........ เธอคือ Yuko จริงๆ หรือ ”
“ เสียมารยาท!! มาถามแบบนี้กับผู้หญิงได้ไงกัน ” เธอเอ็ดเสียงดัง จนฟินิกซ์ถึงกับประหลาดใจ
เขาและเธอมองกัน ซักพัก ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมๆ กัน
“ ถ้างั้นนี้ก็เป็นความฝันสินะ? ”
“ อยากให้ฉันลองหยิกเธอไหมหละ “ Yuko ถามอย่างนึกสนุก
“ ถ้าทำแบบนั้นแล้วฉันตื่นก็ไม่ได้พบกับเธอพอดีหน่ะสิ ”
Yukoหน้าแดงไปชั่วครู่กับจะพูดต่อ “ เดี้ยวนี้หัดพูดคำหวานๆ กับผู้หญิงเป็นแล้วเหรอเนี่ย ”
ฟินิกซ์เองก็ตอบโต้กลับไป “ เธอก็หัดพูดหยอกเล่นกับผู้ชายได้แล้วหรือเนี่ย ”
“ เธอเปลี่ยนไปมากเลยนะ ” ทั้งสองก็พูดออกมาพร้อมๆ กัน โดยไม่ได้ตั้งใจ
“ แล้วนายจำได้ไหมตอนเราจะจากกันครั้งสุดท้าย ฉันบอกว่าไง ” Yuko พูดด้วยน้ำเสียงโมโหนิดๆ
“ ฉันบอกว่าให้เลิกเอาดอกไม้มาให้ที่หลุมศพฉันทุกๆ วันได้แล้ว ”
“ แล้ว? ” ฟินิกซ์เอนคออย่างสงสัย
“ ก็นายเล่นส่งแต่ดอกไม้มาให้จน ฉันได้ดอกไม้จนไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหนแล้วรู้ไหม!! ”
“ อ้าวไม่ดีรึไงกัน ”
“ ไม่ดี!! แล้วแบบนี้จะไปหาเจ้าสาวคนใหม่ได้ไหมหละเนี่ย ห่ะ!! ตอนฉันตายอุตสาห์บอกว่าให้ไปหาสาวดีๆ มาเป็นแฟนให้ได้ซักที แล้วนี่อะไรกัน ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้วยังหาไม่ได้อีกหรือไง!! ” Yuko ต่อว่าเป็นชุด
“ เฮ้ๆ ของแบบนั้นมันหากันง่ายๆ ก็ดีหน่ะสิ ”
“ เฮ้อ......... ” Yukoถอนหายใจอย่างเนือยๆ “นายเนี่ยนะ.....”
“ หือ.?...... ” Yuko มองเลยตัวฟินิกซ์ไปหน่อยก็เห็นเด็กสาวผมสีม่วง นอนกอดแขนของเขาไว้อยู่
“ …………………………………………………………. ”
เธอหันมามองฟินิกซ์สลับกับเด็กที่อยู่ข้างๆ “ โลลิค่อน ” “ จะบ้าเรอะ!!! ”
“ แหมๆ ล้อเล่นนิดหน่อยก็ไม่ได้นะ ” เธอพูดไปหัวเราะคิกคักไป
“ แต่แปลกนะ...... ปกติไม่ค่อยเห็นเด็กคนนี้ไม่ค่อยสนิทกับใครเท่านี้มา ก่อนเลยนะ ”
“ เธอรู้จักเด็กคนนี้เหรอ ? ” ฟินิกซ์ถาม เพราะYuko พูดราวกับว่าเธอรู้จักเด็กสาวผมสีม่วงที่นอนอยู่ข้าง ๆ เขา
“ อ้าว..... นายก็เคยพบกับเธอหลายครั้งอยู่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ” Yukoตอบกลับด้วยน้ำเสียงสงสัย
“ หา??? ” ฟินิกซ์กลับงงหนักเข้าไปอีก
“ อ๊ะ.........” จู่ๆ Yuko ก็อุธานขึ้นมา ทำเอาฟินิกซ์ประหลาดใจเล็กน้อย
“ ได้เวลาแล้วหละ ฉันต้องไปแล้ว ”
“ อา......... เดี้ยวก่อน Yuko…..” ฟินิกซ์
“ ...........ฉันดีใจที่พบเธออีกนะ ฟินิกซ์.....แต่ว่า ” Yukoเ ว้นช่วง “ มันคงจะดีกว่า......... ถ้าพวกเราจะไม่ได้เจอกัน.......... ”
ใบหน้าของYukoแม้จะยิ้มอยู่ แต่ว่ารอยยิ้มของเธอก็ดูเศร้าสร้อยเหลือเกิน
“ โชคดีนะ......... ” เธอหันหลังให้กับฟินิกซ์ แล้ววิ่งจากเขาไป
ฟินิกซ์ที่ตะโกนไล่หลัง เขาพยายามจะลุกจากเตียง แต่ว่า เด็กสาวผมสีม่วงก็ยังกอดแขนเข้าแน่น
จะสะบัดให้หลุดออกมันก็ทำได้อยู่หรอก แต่ว่าจะทำให้เธอตื่นเอาเปล่าๆ และพอมองออกไปข้างนอกอีกที
Yukoก็หายไปจากสายตาแล้ว.. จะวิ่งตามไปก็คงไม่ทัน
........ เขาได้แต่มองออกไปนอกกรอบหน้าต่าง แล้วมองทิวทัศน์ที่มีเพียงทะเลที่สะท้อนแสงไฟเท่านั้ น
คำพูดที่สะท้อนอยู่ในหู..... สีหน้า และรอยยิ้ม...... สิ่งเหล่านี้เหมือนจริงเกินกว่าจะพูดว่าเป็นความฝัน
แล้วมันเป็นความฝัน หรือความจริงกันหละ.......
ไม่รู้.......
แม้จันทราจะลาลับขอบฟ้าไป จนกระทั่ง ตะวันมาแทนที่ ฟินิกซ์ ก็ยังคงไม่แน่ใจ ว่าสิ่งที่เขาได้พบเห็นนั้น เป็นความจริง หรือไม่ “ มันคงจะดีกว่า......... ถ้าพวกเราจะไม่ได้เจอกัน.......... ”
คำพูดของYukoยังคงสะท้อนอยู่ในหัวของฟินิกซ์ ทั้งๆ ที่รู้ความหมาย ที่เธอพูดแล้วแท้ๆ
แต่ถึงอย่างนั้นทำไมมันถึงได้ปวดใจแบบนี้นะ.........
เพราะเรายังรักเธออยู่อีกงั้นหรือ
นั้นสินะ...... เป็นเพราะอย่างนั้นรึเปล่านะ..........
ไม่รู้สิ................
“ พี่ชาย? ” เด็กสาวพูดด้วยเสียงงัวเงียๆ พลางขยี้ตาเธอเบาๆ
“ อรุ่นสวัสดิ์ ” ฟินิกซ์ลูบหัว เด็กสาวเบาๆ
“ เมื่อคืนพี่คุยกับใครรึเปล่า………………..? ” เด็กสาวถามด้วยน้ำเสียงสงสัย
ฟินิกซ์มองไปทางเด็กสาวที่ถามด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา พอได้ยินแบบนั้นแล้วเขาก็ยิ้มออกมาหน่อยๆ
“ อื้ม........ ก็นิดหน่อยหน่ะ ”
เขาขยี้หัวเด็กน้อยเบาๆ แล้ว เดินออกมาเก็บข้าวของ “ ไปกันเถอะ…. ”
เขาพยายามจะเรียกชื่อเด็กน้อย แต่มานึกๆ ดูแล้วตัวเขาเองยังไม่รู้ชื่อของเด็กน้อยคนนี้เลย
“ จริงสิ เธอชื่ออะไรเหรอ? ”
ทั้งๆ ที่ถามไปแบบนั้นก็ตามที แต่ว่าเด็กน้อยกลับตอบกลับมาด้วยความเงียบแทน
“ ถ้าไม่บอก ฉันจะเรียกเธอลำบากนะ อื้มมม.......... ”
ฟินิกซ์ปรบมือเบาๆ เป็นการตัดสินใจให้ตัวเอง แล้วเขาก็พูดต่อ
“ เอาอย่างนี้แล้วกัน ฉันจะเรียกเธอว่า ‘พู’ ก็แล้วกัน จะพอใจหรือไม่ก็จะเรียกแบบนี้หละ! ”
“ พู........ ” เด็กสาว เรียกชื่อนั้นซ้ำ
“ ใช่ พู ที่มากจา... ”
“ พูที่มาจาก พูเพิ้ล ใช่ไหมค่ะ..... เพราะผมของเรามีสีเดียวกับสีม่วงสินะค่ะ…. ” เด็กสาวตอบ
“ อื้ม ใช่แล้ว ”
เด็กสาวหัวเราะคิกคักก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เบา ราวกับเสียงกระซิบ “ ตั้งชื่อมักง่ายเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยนะค่ะ.... ... ”
วินาทีนึงที่ เด็กสาวผมสีม่วงผู้นั้นหัวเราะนั้นเอง ฟินิกซ์ ก็รู้สึกว่าเธอดูโตกว่าวัยของเธอ นอกจากนั้น ใบหน้ายามหัวเราะของเธอ ก็ช่างคุ้นตาเสียเหลือเกิน เรารู้จักกับเธอ ???
-----------------------------------------------------------------------------------
ขากลับ พวกเขาก็ใช้บริการของคาฟร้าอีกครั้ง นับว่าเป็นโชคดีเหลือเกินที่ คาฟร้าจะต้องเดินทางไปที่พรอนเทร่าด้วย
วันนี้เป็นวันที่จะมีงานเลี้ยงฉลองใหญ่ ที่พรอนเทร่า
แต่ดูเหมือนอัศวินผมแดงดุจเปลวเพลิงจะลืมอะไรไปรึเปล ่า.....
ทันทีเมื่อย่างเข้าสู่เมืองพรอนเทร่า เขาก็ได้ตระหนักถึงสิ่งที่ตัวเองลืมไปเสียสนิท
“ หาสาวไปร่วมงานเต้นรำให้ได้นะ ฮึๆๆ ”
พอเข้ามาในพรอนเทร่า ซิกาชูก็เดินควงสาว มาอวดในทันใด
“ ไงๆ เจ้านกขนร่วง ไหนลั่นวาจาไว้เสียดิบดี ไหนหละสาวที่เจ้าจะชวนไปงานเต้นรำคืนนี้~~? ”
ซิกาชู พูดด้วยน้ำเสียงของผู้มีชัย
ฟินิกซ์ อัศวินผมแดงผู้ยิ่งใหญ่ ได้แต่กัดฟันรับความอัปยศนี้ แต่ ภาษิตโบราณว่าไว้ ถึงจะจนตรอกอย่างไรก็จงเห่าให้เสียงดังเอาไว้ก่อน
“ อะไรกัน แค่นี้นึกว่าจะชนะแล้วหรือ พาลาดินแห่งอิสสูด คอยดูเหอะ ในงานเจ้าจะได้อ้าปากค้าง ”
“ ฮ่าๆๆ ขอให้มันจริง เหอะ อัศวินแห่งอัคคีผู้พิทักษ์ พรอเทร่า ”
แล้วทั้งสองก็ต่อสู้กันด้วยสายตา ถ้าหากมีน้ำมันอยู่แถวนี้หละก็ มันจะต้องติดไฟแน่นอน
เด็กสาวผมสีม่วงนั่งดูฟินิกซ์ประมือกับศัตรูคู่ใจ กลัวตัวสั่น จนต้องหลบไปหลังอัศวินหนุ่มเลยทีเดียว
“ แล้วคอยดูเหอะ ซิกาชู นายจะต้องพ่ายแพ้!! ”
“ ทำได้ก็เอาซิว่ะไอ้นกขนร่วง ”
“ หาเรื่องเหรอว่ะ !! ”
หัวหน้า ผู้มียศใหญ่ค้ำคอมาทะเลาะกันอย่างกับเด็ก จนพวกทหารปลายแถวต้องแอบนินทากัน ด้วยความเหนื่อยว่าไอ้พวกนี้มันเป็นหัวหน้าพวกเราได้ ไง
พอกลับไปถึงปราสาท ณ ที่ ลานฝึกทหาร ฟินิกซ์ก็ตระหนักว่า ตัวเองตกอยู่ในที่นั่งลำบากแค่ไหน
ไอ้พวก ทหาร ตั้งแต่ปลายแถว ไปจนถึง พวกเก่งๆ ล้วนแต่มีคู่ควงไปงานเต้นรำทั้งนั้น
ตอนแรกคิดว่าจะมีซักคนที่ไม่มีคู่ จะได้เอามาเป็นข้ออ้างในการเอาตัวรอดซักหน่อย
แต่นี้มันอะไรกัน!!
ว่ากันว่า ทหารแห่งพรอนเทร่าทำตามคำสั่ง ผู้บังคับบัญชาได้เป็นอย่างดี แต่นี้มันดีเกินไปแล้วนะเฟ้ย!!
ไอ้พวกบ้า หัด ทำอะไรให้มันถูก กาลเทศหน่อยว้อยยย มาทำตามอะไรตอนนี้หล่ะฟ่ะ ไม่ได้ไปรบซะหน่อย ไอ้พวกเวรนี้
โอยยย ความซวยมาเยือนแล้วตรู
และแล้ว ประสาทหูผี ของฟินิกซ์ก็ทำงานในทันใด จู่ๆ ก็มีพวกทหารปลายแถวกำลังกระซิบด้วยน้ำหนักเสียงที่เบ าสุดชีวิต
“ อะไรนะ หัวหน้า Shadows ยังไม่หาคู่ควงไปงานเต้นรำเหรอ ”
เชืองฟางเส้นสุดท้าย!!
ในวินาทีนั้น ตาของฟินิกซ์ก็เปล่งประกาย แล้วออกวิ่งด้วยความเร็วแสงพุ่งตรงไปหาเจ้า Shadow ในทันใด
ตอนนั้นเอง Shadow กำลังกินบะหมี่ราวกับไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขาเล ย
“ ไง เจ้าเงา.......... ได้ข่าวว่าแกไม่ได้ไปหาคู่ไปที่งานเต้นรำใช่ไหม ”
Shadow ซดบะหมี่ถ้วย แล้วพยักหน้ารับ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฟินิกซ์เห็นแบบนั้น ก็ยิ่งได้ใจ ยกใบบังคับลาออกยัดเยียด ให้แก่ชาโดว์ในทันใด
“ งั้นแกก็เตรียมตัวลาออกไปพร้อมๆ กับฉันได้เลย เจ้าเงางี่เง่า ”
ชาโดว์ปัด มือฟินิกซ์ ด้วยความไม่พอใจ แล้วทำหน้าราวกับว่าจะเป็นคำถามว่า ‘มันเกี่ยวอะไรกับฉันหล่ะ’
“ อะไรกัน เป็นอัศวินก็ต้องรักษาคำสัตย์ซิเฟ้ย ”
ในใจ ชาโดว์ ก็คงคิดอยู่แล้ว ‘ แล้วฉันไปสาบานอะไรกับแกไว้ฟ่ะ ’
“ พูดอะไรอย่างนั้นหละเฟ้ย ไหนๆ ฉันจะซวยแล้วแกก็ต้องซวยตามฉันไปด้วยเฟ้ย ”
ชาวโดว์คิ้วขมวด เขาพิจารณาจากสถานการณ์ตอนนี้ และแน่นอน เขาเข้าใจทุกอย่างในทันที
ดูเหมือนว่า ฟินิกซ์จะ หาคู่ควงไปงานเต้นรำไม่ได้ ดังนั้น เขาจึงจะต้องหาคนซวยไปด้วย หรือไม่ ก็เอามาเป็นข้ออ้าง เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ต้องเด้งออกจากตำแหน่งด้วยเหต ุผลไร้สาระนั้น
ถึงจะเข้าใจสถานการณ์ แต่การกระทำของฟินิกซ์มันไม่ สบอารมณ์เขาเอาเสียเลย เขาเลย หยักไหล่แล้วแกล้งทำเป็นไม่สนใจ
“ หน่อย.... ไอ้บ้า นี่!!....... ”
ฟินิกซ์ที่โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ แล้วก็โวยวายเป็นการใหญ่ แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่อาจจะขัดขวางการกินบะหมี่ถ้วยข องชาโดว์ได้เลยแม้แต่น้อย
“ หัดฟังชาวบ้านพูดมั่งซิโว้ย!! ” แล้วฟินิกซ์ก็โวยวายจนปัด บะหมี่ถ้วยของ ชาวโดวจนตกลงไปที่พื้น
น้ำซุบที่อุตสาห์ปรุงมาอย่างดี ค่อยๆ ไหลนองพื้น พร้อมๆ กับเส้นบะหมี่ที่กำลังได้ที่ ค่อยๆ ไหลออกมาจากถ้วย
หมูสับที่แถมมากับซองสำเร็จรูปเองก็ กระเด็นจนมาโดนขาของเขา
บะหมี่ถ้วย ตกลงไปสู่พื้นแล้ว......
มันร่วงหล่นลงไปสู่พื้นแล้ว.......
บะหมี่ถ้วยที่ต้องใช้เวลา 5 นาที เพื่อปรุง
บะหมี่ถ้วยที่ต้องใช้เงิน 12zeny ซื้อมากิน...... เพื่อประทังชีวิต
“ ……………………… ” ชาโดวอ้าปาก ขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับแรงกดดันที่มากมายมหาศาลมาพร้อมๆ กับจิตสังหาร จำนวนนับไม่ถ้วน
“ แก...... ไอ้นกขนร่วง....... ”
ชาโดว ผู้ไม่เคยปริปากบ่นอะไร ไม่เคยพูดอะไรออกจากปาก จนใครๆ ก็คิดว่าเขาเป็นใบ้ ได้ปริปากพูดออกมาแล้ว
เขาค่อยๆ ชักดาบ มุรามาซะออกมาพร้อมกับ ไอดำทมิฬ เบื้องหลังเขา ปรากฏ เงาของปิศาจที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตที่ฟินิกซ์เคยเห็ นมา
“ …อะ.... เออ ใจเย็นก่อนสหาย......... ”
ดวงตาที่เคียดแค้น ไม่แสดงให้เห็นว่าได้ยินเสียงใดๆ แม้แต่น้อย หรือพูดง่ายๆ ก็คือไม่ต้องมาแก้ตัว........
“ สหายใจเย็นๆ ....... เดี้ยวฉันไปทำอันใหม่มาให้ก็ได้..... ” ฟินิกซ์ พูดราวกับร้องขอชีวิต
แต่ชาโดวก็ค่อยๆ เงื้อดาบขึ้นเหนือหัว โดยไม่สนใจฟังเสียงใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงแหบกร้านราวกับยมฑูตมาเอาชีว ิต
“ แก...........
“ เฮ้ย ใจเย็นซิเว้ย! นี้แค่บะหมี่ถ้วยอันเดียวเองนะว้อย จะเอากันถึงตายเลยรึไงว่ะ!! นี่แกคิดจะใช้ท่า Shadow Breaker ที่เคยล้ม มังกรไฟ 3 หัว ในครั้งเดียว มาเล่นกันแบบนี้เลยเหรอฟ่ะ!! ”
“ ตาย ”
วูบ!!
ชาโดว รวมเงามืดข้างหลังไว้ในดาบแล้วฟาดลงไปใส่ฟินิกซ์ด้วย พลังเต็มที่ ถ้าโชคดี ก็อาจจะหลบได้ แต่ถ้าโชคร้ายรับไปเต็มๆ ก็ต้องมีเจ็บกันบ้างหละนะ
“ อ๊ะ........ ” จู่ๆ ก็มีเสียงอะไรบางอย่างมาแทรกระหว่างการฆ่าฟันกัน
ทันใดนั้น เงาสีดำและรังสีอาฆาตทั้งหลายทั้งปวงก็ไปในพริบตา
“ ขอโทษนะค่ะ........ เรามาขัดจังหว่ะ เอ..อ.... การฝึกอะไรรึเปล่าค่ะ ? ” หญิงสาวผู้มีผมสีทองยาวสลวย ดวงตาสีเขียวสด แต่งกายด้วยชุดสีเขียวหน่อยๆ แต่จุดที่เด่นสะดุดตาจริงๆ ก็คงเป็นแหลมยาวของเธอ มองดูแปปเดียวก็รู้แล้วว่าเธอ เป็นเอลฟ์
ชาโดวเก็บดาบลงข้างเอวอย่างช้าๆ แล้วส่ายหัวให้ ฟินิกซ์เองก็โล่งใจที่เจ้านั้นเก็บดาบลงไปข้างตัวได้ เสียที
แต่ปริศนาใหม่ก็คือ สตรีงดงามนางนี้คือใครกัน ??
“ อ๊ะจริงสิ ชาโดว์ เราถักถุงมือให้เธอด้วยช่วยลองหน่อยสิ ” เด็กสาว เข้ามาแล้วยื่นถุงมือให้
ฟินิกซ์ค่อยๆ เรียบเรียงความคิด แล้วเขาก็จำได้ลางๆ ว่า วันวาเล็นไทด์เมื่อหลายปีก่อน ชาโดว์มันไปช่วยผู้หญิงคนนึงไว้นี้นา
จำเหตุการณ์ไม่ค่อยได้หรอกนะ แต่รู้สึกว่า.......... หลังจากนั้น เจ้าชาโดว์จะไปหาเธอบ่อยขึ้น.......?
( ย้อนกลับไปอ่าน ตำนานดาบRaganrok ตอนพิเศษสำหรับวันวาเล็นไทด์ )
“ จริงสิ คืนนี้เรา ไปเต้นรำด้วยกันนะ.... ” เธอกล่าวอย่างอายๆ
ราวกับมีสายฟ้าฟาด จาก ท้องฟ้า ผ่าลงมาที่กลางหัว ฟินิกซ์ เขาอึ้งจนได้แต่อ้าปากพะงาบๆ
ชาโดว์เองก็หน้าแดงหน่อยๆ แล้วพยักหน้านิดๆ (จนถ้าไม่สังเกตุก็ไม่รู้ว่าเขาพยักหน้า) ให้
แล้วเด็กสาวก็โอบแขนชาโดว์ไว้ แล้วเดินจากไปพร้อมๆ กับ บรรยากาศสุดหวานซึ้ง..........
ฟินิกซ์นั่งอ้าปากพะงาบๆ จนรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นสีขาวซีดทั้งตัวแบบในการ์ต ูนแล้ว
“ น่าๆ อย่าไปคิดมากเลยครับ พี่ฟินิกซ์ ” วิงก์เข้ามาปลอบ
แต่หารู้ไม่........... เป้าหมายของฟินิกซ์ได้เปลี่ยนไปที่เขาแล้ว เขารีบหันไปทางวิงก์ด้วยตาวาว
“ แก....... ไอ้วิงก์....... ”
วิงก์ นักดาบยศพิเศษ ถึงอย่างนั้นจริงๆ แล้วเขาก็มีอายุเพียงแค่ 10กว่าขวบเท่านั้นเอง เด็กขนาดนี้ไม่มีทางไปหาสาวที่ไหนมาควงไปเต้นรำได้หร อก!!
“ แกหา สาวไปเต้นรำได้รึยัง....... ” ฟินิกซ์พูดพร้อมกับ จิตอาฆาตจำนวนมหาศาล
“ พ..... พี่พูดเป็นเล่นไป ผมจะไปมาจากไหนหละ ”
เป็นไปตามคาด!!
“ ฮึๆๆ... งั้นแกก็เตรียมตัวโด.......!!!!!!!!!!!!!! ”
ทันใดนั้นก็มีเสียงแทรกเข้ามาอีก “ นี่วิงก์!! ”
มองไปที่ต้นเสียงก็เจอเด็กที่ผูกผมไว้ทั้งสองข้าง ทำหน้าบูดใส่
“ อ้าว..... เธอเด็กที่ขายดอกไม้นี่นา ” ฟินิกซ์ที่ไปซื้อดอกไม้บ่อยๆ ก็เลยรู้จักเธอดี
“ อ้าวลุง มาทำอะไรตรงนี้หละ ” เธอพูดแล้วก้มลงทำความเคารพฟินิกซ์เสียก่อน “ ขอโทษนะค่ะ ที่เสียมารยาท แต่พอดีหนูมีธุระกับวิงก์ค่ะ ”
“ อ้อ... เออ อื้มมมม..... ” ฟินิกซ์ที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกก็เลยต้องตอบรับไปตา มน้ำก่อน
แล้วเด็กสาวก็เดินมาดึงตัววิงก์ออกมาพร้อมกับบ่น “ เจ้าบ้า ไหนบอกจะไปแปปเดียวไง ปล่อยให้ lady รอนานแบบนี้ไม่ดีนะ รู้ไหม!! ”
หรือว่า.......
“ เดี้ยวก่อนสิ ยู ใจเย็นๆ หน่อยสิ ” วิงก์ที่ถูกลากไปพยายามดิ้นให้หลุดจากมือเธอแต่ดูเหม ือนพยายามไปก็ไร้ผล หรือว่า...............
“ ตาบ้า.......... ฉันเหงา.......นะรู้ไหม..... ” เด็กสาว เสียงอ่อนลงเล็กน้อย หรือว่า.............!!!!!!!!
“ เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ ” วิงก์เมื่อกี้มัวแต่สนใจว่าจะให้เธอปล่อยมือ เลยไม่ได้ยินประโยคเด็ดเมื่อกี้
“ หนวกหูๆๆ เธอสัญญาแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะพาฉันไปเต้นรำคืนนี้ หน่ะ!! ”
สายฟ้าระรอกสอง ผ่าใส่ฟินิกซ์จังๆ!!
“ ฉันไปสัญญากับเธอตอนไหนกันหล่ะ! ” วิงก์พูด ขณะที่ค่อยๆ ถูกลากไป
“ ไม่รู้หละ ถือว่า เป็นการลงโทษที่ทำให้ฉันรอ!! ”
“ อะไรกัน เดี้ยวก่อนสิ ยู ” แล้ววิงก์ก็ค่อยๆ ถูกลากไปจนลับสายตาฟินิกซ์
วิ้ว........
ไม่รู้ทำไม เวลาแบบนี้ต้องมีลมพัดมาด้วยนะ
ฟินิกซ์ยืนแข็งเป็นหิน ราวกับโดน Stone Curse เลยทีเดียว
แม้แต่ วิงก์ ที่เป็นเด็กสิบขวบ ยังหาสาวไปเต้นรำได้ (แถมเป็นพวก ซึนเดเร่ อีก.....) แต่เขากลับหาใครไปไม่ได้เลยซักคน......
นี้เขาพ่ายแพ้ให้กับแม้แต่เด็ก อายุ 10 ขวบหรือนี่......
“ พี่ชาย........ ”
เด็กสาวกระตุกชายเสื้อฟินิกซ์ แล้วมองเขาด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใยพร้อมกับถามเขา “ ไม่เป็นไรนะค่ะ พี่ชาย ”
ไม่สิ........ เรายังไม่แพ้.......
และแล้วฟินิกซ์ก็ก้มลงไปในระดับสายตาของพู พร้อมกับพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ไปเต้นรำกับพี่คืนนี้ไหม ”
เชือกฟางเส้นสุดท้ายแล้วสินะ....................... ..............
__________________
คนดีนะเหรอ........... ฉันเลิกเป็นไปแล้วหละ
เพราะอะไรนะเหรอ ?
เพราะที่โลกแห่งนี้ไม่มีใครต้องการไงหละ
|