ต่อครับต่อ... ช่วงนี้เร่ง จะให้รีบ ๆ จบภาคแรกไว ๆคร้าบ
--------------------------
~ปราสาทบรานลอยฟ้า ห้องโถงใหญ่ เวลา 20.00 น.~ .... ตรงระเบียงที่มืดมิดของห้องหรูหราห้องหนึ่งในปราสาท กลับมีบุรุษผู้หนึ่งยืนรับสายลมยามค่ำคืนของฤดูหนาวอ ย่างไม่สะทกสะท้าน เขายืนทอดสายตาออกไปไกลราวกับมองเห็นดาวทุกดวงได้อย่ างชัดเจน ผ่านไปครู่ใหญ่ก็บังเกิดเงาร่างอีกร่างหนึ่งหายตัวมา อยู่ที่ประตู เขาค่อย ๆ เดินมา แสงจันทร์เสี้ยวช่วยสะท้อนใบหน้ากระดูกสีขาวโผลนของเ ขา ผสมปนเปกับบรยากาศที่มืดมิดทำให้รู้สึกขนพองขึ้นมาทั นที แต่มิใช่กับบุรุษที่ยืนอยู่ก่อนนี้ เขาเพียงแต่หันมาอย่างช้า ๆ พลางเผยอริมฝีปากพูด “ มีธุระอันใด นี่ไม่ใช่เวลานอนอย่างนั้นหรอกหรือ..? เดธ ” ราดูกล่าวเรียบ ๆ พลางหันกลับไปมองท้องฟ้าอีก “ ขออภัยที่ข้ามารบกวน แต่ข้ามีสิ่งของที่จะมามอบให้ท่าน ” บ่าวตอบอย่างสุภาพ เสียงของเขาช่างแหบแห้งยิ่ง “ แสดงม-.. ” ยังไม่ทันที่จะกล่าวจบ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง ตามมาด้วยรอยยิ้มที่เยือกเย็นบนใบหน้า “ เนต...ร... โลหิต ..... แห่ง Legion!!.... เจ้าไปได้มันมาอย่างไร” ดวงตาที่ลุกวาวจับจ้องสิ่งของกลมแววสีแดงฉานบนมือกระ ดูกของเดธ “ ข้าสัมผัสแปลก ๆ ตั้งแต่ตอนเข้ามาในปราสาท ข้าจึงไปตรวจดูหลังจากที่ท่านเค้านท์ตัวจริงเข้ามาใน ห้องรับประทานอาหาร เมื่อข้าเข้าประตูมิติไปดู ก็พบสิ่งนี้ในห้องLegionขอรับ ” “ พนันได้ว่า ต้องเป็นหลานรักของข้าที่ปราบมันลง ฮะฮะต้องไปขอบใจซักหน่อยแล้ว หลังจากที่ข้าใช้มันดูดซับพลังมารจนพอ ฮ่าฮ่าฮ่า ” ราดูพูดพลางหยิบเนตรสีแดงขึ้นมาตรวจดูอย่างประณีตเสียงที่เย็นยะเยือกของเขาค่อย ๆ หายไปกับสายลมที่พัดลงสู่เมืองทรานซิลวาเนียเบื้องล่ าง คฤหาสน์ตระกูลเทปัส เวลา 21.00 น. แม้จะค่ำแล้ว แต่ลูซิเฟลก็ยังนอนไม่หลับ เขาหมุนตัวอยู่บนเตียงซ้ายทีขวาที ทำให้ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร แต่เหมือนกับว่ายังมีเรื่องค้างคาใจที่ถ้าไม่แก้ภายใ นวันนี้ก็จะไม่มีโอกาสอีกเลย ลู ถีบตัวขึ้นจากเตียง แล้วเดินไปเปิดประตูโผงออก และอีกฝั่งหนึ่งเซลีนก็เปิดประตูโผงออกมาเช่นกัน ทำให้ไซมอนต์ที่นอนเฝ้าอยู่ตรงกลางระหว่างห้องของลูซ ิเฟลกับเซลีนถึงกับสะดุ้งตื่นอย่างตกใจ ลูซิเฟลมองซิมแวบเดียว ก็หันไปจ้องหน้าเซลีนทันที หล่อนก็เช่นกัน เกิดความเงียบขึ้นมาทันที ซิมหันไปมองลูทีเซลีนที ก็เผยอริมฝีปากจะพูด “ มีอะ-... ” “ หยุด!! ” ลูซิเฟลกับเซลีนตะหวาดพร้อมกัน ซิมต้องก้มหน้าจ่อยทันที และค่อย ๆ คลานต่ำ ๆ ออกมาจากสถานการณ์นั้น ซิมยังไม่ทันไปถึงไหน คนทั้งสองก็เริ่มพูดขึ้น “ มีอะไรฟะ / ย๊ะ..? ” ทั้งสองถามพร้อมกันอีกที ซิมก็สะดุ้งโยงขึ้นมาอีกครั้งและหยุดนิ่งอยู่กับที่ “ เธอ.. ว่ามาก่อน.. ” ลู พูดโดยไม่มองหน้าอีกฝ่าย “ จะอะไรซะอีกล่ะ.. ก็.. ” เซลีนค้างคำพูด ลูค่อย ๆ หันมามองอย่างมีความหวัง “ ก็นายเที่ยวเดินไปมา คนอื่นเค้ารำคาญนะ! ” เซลีนตะคอก “ เอ่อ... ก็.. ” “ คนบ้า! ” เซลีนตะหวาด พร้อมกับโยนถุงห่อผ้าใส่หน้าลู ตามมาด้วยเสียงปิดประตูดังปัง ลูยืนงงอยู่ครู่หนึ่งก็ปิดประตูเช่นกัน ซิมสะดุ้งเฮือกและหลบไปอยู่ในมุมมืด เสียงฝีเท้าของใครบางคนตรงมาทางซิม “ ไซมอนต์ เธอโตแล้วนะ ยังจะนอนละเมอดิ้นไปแล้วส่งเสียงดังอีกเหรอ ” อลิซาเบ็ธสั่งสอน ซิมนั่งคุดคู้ตัวรับกรรมไปเต็ม ๆ ภายในห้อง ลูกำลังมองดูถุงผ้าที่เซลีนโยนใส่เขา แม้จะเพียงชั่วแวบเดียว แต่เขาก็สาบานได้ว่า เห็นเซลีนหน้าแดงตอนตะหวาดด่าเขา เขากระโดดลงบนเตียงและเปิดปากถุงผ้าออก ข้างในมีสร้อยคอเงินประดับด้วยเพชรสีแดงรูปกุหลาบเม็ ดโตทอประกายกับแสงจันทน์ เขายิ้มให้มันก่อนจะกำมันไว้แน่นและนอนหลับไปโดยที่ไ ม่รู้ตัว รุ่งเช้าที่ทะเลทรายทางฝั่งของ Saint เวลา 08.30 น. ... ตอนนี้ดูเหมือนทุกคนจะวุ่นวายกันไปหมด เพราะใกล้จะถึงเวลารบเต็มทีแล้ว ทุกคนเตรียมข้าวของสัมภาระที่ใช้ในการรบจนพร้อม แบ่งกองกำลังเป็น 3 พวก พวกแรก 102 คนรวมเฮฟเวนลี่ โทยะ เป็นหน่วยสู้รบที่จะเข้าไปในเมืองบลัดคอร์สเซน พวกสอง หน่วยลอบสังหาร มีคนฝีมือดี 50 คนบวกกับเจฟและหมาป่า กาลิสอีกสองเป็นผู้นำอ้อมหลังไปทำลายที่พักของพวกแวม ไพร์และหมาป่า พวกนี้ออกเดินทางไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว และพวกสุดท้าย อีก 50 คน มีทั้งพวกประชิดและเวทมนต์ เฝ้าที่พัก ตอนนี้อีกครึ่งชั่วโมงแตรศึกก็จะดังขึ้นบอกเวลาแห่งก ารสู้รบ เห็นทีการนองเลือดคงจะเลี่ยงไม่ได้ซะแล้ว ...