Beat 1 ลมหนาวที่เริ่มพัดผ่านมา คุณเคยออกมาสูดอากาศยามเช้าช่วงตอนตี 4 ช่วงฤดูหนาวในแต่ละปีหรือไม่? คงจะไม่เคยกันซะส่วนใหญ่สิ อากาศยามเช้าเมื่อหน้าหนาว เป็นอากาศที่ชวนง่วงเหงาหาวนอน สำหรับคนขี้เกียจ แต่สดชื่น สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศดี ๆ อากาศเย็น ๆ ในหน้าหนาวมักทำให้เรา... ฮัดเช้ย!!!! ฟุดฟิด ๆ ๆ ๆ ๆ ฉัตรจามออกมาอย่างแรงแล้วกรนต่อ เป็นหวัดงอมแงม หรือไม่ก็หลับไม่ตื่น ขี้เกียจที่จะตื่นเพราะอากาศดี ป้อมเองก็ไม่เคย จนเมื่อมาถึงม.4 เขาต้องตื่นตี 4 ขึ้นมาบิดขี้เกียจ ล้างหน้าแปรงฟัน และซ้อมโน้ตกลองของตัวเอง แต่ทั้งๆที่เขาสอบเสร็จไปแล้ว เขาก็ยังไม่หยุด ไม่มีใครรู้ว่าทำไม อาจจะเป็นเพราะอากาศในฤดูหนาวยามเช้านั้น ทำให้เขาสดชื่น รู้สึกดี หรือเป็นเพราะมีเธอคนนั้น โทรมาปลุกแต่เช้าทุกวัน เธอคนนั้นก็คือ ดุจดาว ที่เขารักหมดหัวใจ ที่ไม่มีใครมาแทนได้... Ring
.Ring
เวลา 4 นาฬิกาพอดี โทรศัพท์หุ้มพลาสติกสีชมพูของป้อมก็ร้องดังขึ้น ทั้งสั่นทั้งดังอยู่บนโต๊ะจู่ ๆ ก็มีมืออันขาวซีดโผล่ขึ้นมาเหนือโต๊ะในทันที! .... มือนั้นคลำหาโทรศัพท์จนเจอ ...กดปุ่มรับสาย ฮาโหล.... ป้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ป้อม...ตื่นได้แล้วซ้อมได้แล้วนะ เสียงของหญิงสาวในฝันของป้อม....ดาว....พูดกับป้อมค ร้าบ...ป้อมตอบเธอด้วยน้ำเสียงเอื่อย ๆ ราวกับโดนความรู้สึกอยากนอนจะดึงเขากลับเข้าห้วงนิทร า ห้ามหลับต่อนะป้อม! แต่เขาก็โดนดักไว้ก่อนที่จะกลับไปนอนต่อ คร้าบ...ป้อมตอบรับเธอเพื่อให้เธอแน่ใจว่าเขาจะไม่ หลับต่ออีก ดาววางสายไปป้อมวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอีกครั้งค่อย ๆ ลุกขึ้นมาอย่างเกียจคร้าน บิดขี้เกียจที่ระเบียง สูดอากาศยามเช้าที่สดชื่นชวนให้ป้อมนอนหลับต่อ แต่เขาก็ไม่สนใจ เขาเดินเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าแปรงฟันให้เรียบแล้ว และเดินไปล้วงหยิบแผ่นพลาสติกกับไม้กลองจากใต้เตียงข องเฉดที่กำลังกรน... ต๊อก...แต๊ก....ต๊อก...แป๊ก!(เสียงช็อตขอบ)....ต๊อก .... และเขาก็ซ้อมจนถึง 6 โมงเช้า...จิ๊บ...จิ๊บ... เสียงนกกระจอก(เทศ)ที่เกาะราวตากผ้าหน้าห้องเฉดร้องอ ากาศพัดพาเจ้านกน้อยบินละห้อยตามนภาท้องฟ้าส่องแสงแด ดอ่อน ๆ ลงมาที่อาคารภูมิพลสังคีต กระทบกับพื้นคอนกรีต ทำให้เห็นเงาของเด็กนักเรียนที่กำลังเล่นกัน เล่นดนตรี วิ่งไล่กันอย่างชัดเจน และเสียงที่ทำให้บรรยากาศดีขึ้นก็คือ..... เฮ.....เฮ้ย ส่งมานี่ดิ ๆ เอ๊ย...โด่อีกนิดเดียวเอง.... เฮ้ย สกัดมันๆ ส่งมานี่ๆเอ๊ย....เข้าโว้ย ...เอ่อ...คิดซะว่า มันดีก็แล้วกันนะ - -||| ...ฝีเท้าราวๆ แสนฝีเท้า(นับจากเสียง)วิ่งอยู่บนลานปูนซีเมนต์ ที่กำลังใช้ความพยายามอย่างสูงดันลูกบอลไปข้างล็อคหล บขาแข้งอื่น เพื่อส่งบอลเข้าประตูรูหนู (ชาวบ้านเรียกโกลรูหนู)ป้อมกำลังใช้ความพยายามอย่างส ูง เตะบอลให้เข้าประตูรูหนู ให้ได้แต่สายตาก็มิได้อยู่กับลูกบอล แต่ไปอยู่ที่ดาวที่นั่งอยู่กับเพื่อนของเธอในอาคาร เขาส่งบอลไปให้เฉด แล้วยืนนิ่ง จ้องมองเธอที่รักด้วยสายตาหยาดเยิ้ม นี่ ๆ เมื่อวันก่อนเราไปร้านเครื่องดนตรีมา กะจะซื้อไวโอลินตัวใหม่แน่ะ จริงเหรอ แล้วเธอได้ซื้อมามั้ยอะ ป่าวอ่ะ ยังไม่มีตัง แล้วเธอจะไปทำไมละเนี่ย ยัยส้ม เปลืองตังค่ารถเปล่า ๆ จ้า แม่คนประหยัด เพื่อน ๆ ของดาวพูดคุยกันเป็นต่อยหอย ในขณะที่ดาวกำลังนั่งอ่านโน้ตไวโอลินอยู่ข้างๆ พวกเธอ นี่เธอ รู้มั้ยมีใครแอบมองดาวอยู่ล่ะเพื่อนของดาวพูดกับส้ม แล้วปรายตาไปทางป้อม หรอ...อ๋อ...คิคิส้มหันไปมองป้อมที่ยังคงทำหน้าเอ๋ อ ๆ ปากยิ้มแป้นมองดาวอย่างไม่กระพริบตา เมื่อดาวได้ยินชื่อของเธอ เธอหันไปมองเพื่อนๆของเธออย่างสงสัย และถามทันใดว่า อะไรหรอ? ดูที่สนามคอนกรีตสิ ใครมองเธออยู่ล่ะจ๊ะ? ส้มได้ที แซวดาวทันใด ดาวเหลือบไปมองป้อมที่มองเธออยู่ เธอหน้าแดงขึ้นมาทันที ป้อมยังไม่รู้สึกตัวเหมือนคนโดนมนต์เสน่ห์ความน่ารัก ของดาวสะกดเอาไว้จนไม่อาจคลาดสายตาและ... โป๊ก! ลูกบอลหล่นลงจากหัวของป้อม กระเด้งกระดอนบนพื้น และป้อมก็ล้มลงไป ดาวกับเพื่อนๆของเธอหัวเราะคิกคัก แล้วคนอื่นก็เอาบอลไปเล่นต่อโดยไม่สนใจป้อม มีแต่สายตาโดยรอบมองมาดูด้วยความขำแล้วก็หันไปส่งบอล ต่อให้เพื่อน หวืด....(ย้อนเทป) เฮ้ยๆ ส่งบอลมานี่เด๊ะ... เสียงใครก็ไม่รู้บนลานซีเมนต์ตะโกนบอกคนครองบอลที่ทำ หน้างงๆป้อมหยุดวิ่งและยืนนิ่ง ๆ มองดูนางฟ้าที่กำลังนั่งอ่านโน้ตไวโอลินอยู่กับเพื่อ นที่คุยกันอยู่ เขายืนนิ่ง ไม่กระพริบตาแม้แต่นิดเดียวและไม่ขยับตัว เหมือนโดนมนต์สะกดเข้าเต็มหัวใจ เออ ๆ มานี่ ๆ ส่งมา ๆ เสียงโวยวายของคนหมั่นไส้เอ่ยก่อนจะยิ้มเมื่อลูกบอล ลอยมาเข้าเท้าตุ๊บ... โป๊ก! ป้อมที่อยู่ในมนต์สะกดความน่ารักของดาว ล้มลงไปนอนกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ด้วยความมาดมากจึงรีบลุกขึ้นมาอย่างไม่เสียเชิง ทำเป็นหน่อมแน้มเกาหัวแกร้ก ๆ แล้วแกล้งเตะบอลต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้ านี้ 5555+ ป้อมนี่ตลกดีเนอะคิคิ เปิ่นเป็นบ้าเลย...555+ "คิคิ....ป้อมน้า..." เสียงพูดใส ๆ กับท่าทีหัวเราะน่ารัก ทำให้ป้อมยืนยิ้มอยู่เป็นนานสองนาน
ที่โรงอาหารผู้คนที่กำลังหาของใส่ท้องเดินให้พลุกพล่ านไปทั่ว เด็กสาวออกห้าวนิด ๆ และมั่นใจนั่งคุยกับเพื่อนที่โต๊ะอาหารอย่างร่าเริงส นุกสนานและออกจะบ้าหน่อย ๆ ตามนิสัย เธอคีบผักคะน้าเข้าปาก เคี๊ยวกรุบ ๆ !! อย่างเอร็ดอร่อยเมื่อจบประโยค นี่อ้อม แล้ว Hotwave นี่เมื่อไหร่ จะแข่งหรอ เพื่อนของเธอถาม ไม่รู้ดิ งั่บ.. อีกประมาน 2 เดือนมั้ง อ้อมตอบด้วยน้ำเสียงติดกวนนิด ๆ และยักไหล่ตอบกลับไป อื้อ เพื่อนสาวรับคำก่อนจะต้องหน้าตั้งตากินข้าวกันต่อ ฉับพลันเธอก็นึกอะไรสนุก ๆ ได้ เด็กสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับความคิดตัวเอง ยิ้มไรอ่ะยุ้ย อ้อมถามเพื่อนตรงข้าง ๆ ที่หันมาสบตาเธอพลางพยายามเก็บรอยยิ้มนั้นไว้อย่างยา กลำบาก เอ่อ ฉันแค่อยากรู้ว่าเธอจะเชียร์นายมือกลองแอสโฮลี่ออกนอ กหน้าขนาดไหน.....เอ๊ะอาจารย์มาละ แล้วเจ๊ยุ้ยก็ผละหายไป ทิ้งให้แม่มือฉาบคนเก่งนั่งคิดทบทวนคำพูดของเธออยู่ร าวๆ 5 วินาที... เฮ้ย!! แล้วทำไมฉันต้องไปเชียร์ไอ้ป้อมมันด้วยอ่ะยุ้ย! ฉัน ..อ่ะ อ้าวว อ้อมหันไปโวยวายเก้อกับที่ที่เพื่อนของเธอเคยนั่งอยู ่ (แต่ตอนนี้ไปแล้ว - -) เด็กสาวอมยิ้มหน้าแดงให้กับสายลมเย็นที่พัดเข้ามาปะท ะใบหน้าเบา ๆ ก่อนจะโชยผ่านไปยังลานซีเมนต์ เรื่อยมาจนปะทะเข้ากับระเบียงและนักเรียนที่เดินเอื่ อย ๆ กันอยู่บนนั้นให้พากันสะดุ้งเล็ก ๆ กับอุณหภูมิที่ต่ำกว่าปกติ... สายลมแห่งฤดูหนาวที่โอบพัดเอารอยยิ้มของเด็กหนุ่มและ อีกสองสาววนเวียนไปทั่วพื้นที่อาคารภูมิพลสังคีต ของวิทยาลัยดนตรีแห่งนี้.... To Be Continued
(ปล.ข้างบนนั่นบทนำครับ ผมลืมเขียนบอก - -*)