ชื่อกระทู้: Castlevania:Symphony Of Newworld
ดูแบบคำตอบเดียว
เก่า 25 Nov 2007, 21:22   #83 (permalink)
arx-lucifer
สมาชิก TG รุ่นพี่
 
arx-lucifer's Avatar
 
โพส: 493
ดาวโหลด: 113
อัพโหลด: 16
รับคำขอบคุณ: 8

TG ออร่า:
arx-lucifer auraarx-lucifer aura


สถานที่: -* โลกแห่งนวนิยาย*-

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง arx-lucifer
ต่อ ๆ อีกไม่กี่บทก็จบภาคแรกแว้ว ว่าแต่ดองไว้นานไปป่าวเนี้ยเรา..?
ปล. ต้องขอประทานโทษจริง ๆ ครับ งานที่โรงเรียนเยอะมาก
แล้วจะปลีกตัวมาทำงานให้ได้ครับ
-----------------------------------
โซมะ ครูสออ...คุณคงจะไม่รู้จักผมซินะงั้นเรามาคุยกันสักครู่ แต่ก่อนนั้น.. คุณจะช่วยลดดาบและเอามันออกไปก่อนจะได้ไหมครับ..? ” ...............
ดูเหมือนการสนทนาจะกินเวลานานมาก และในช่วงหลัง อลิซาเบ็ธ เบลมอนต์ ก็มาร่วมด้วย
นี่ก็เกือบ 7.40 น. ของวันใหม่แล้ว ในขณะที่ ลูซิเฟล กำลังนอนหันตัวผิดทิศและหลับฝันหวานอยู่บนเตียงอันแส นนุ่มนั้น ซิม หัวหน้าเหล่าSaint กำลังฝึกวิชาอยู่กับ คริส ที่ลานกว้างอย่างเมามัน และเป็นเวลาเดียวกันที่ เซลีน ตื่นขึ้นมาเดินเล่น และ มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของลู
อิอิ ยังหลับอยู่สินะ อย่างนี้ต้องแกล้งเซลีน แนบหูกับประตูห้องเพื่อฟังเสียงการเคลื่อนไหว พลางกระซิบกับตัวเอง เซลีน ถอยหลังไปประมาณ 2 ก้าว และเริ่มร่ายคาถา......
กรี๊ด..!!!
เสียงดังลั่นมาจากในคฤหาสน์ อลูคาร์ด แปลงกลายเป็นค้างคาว บินขึ้นไปตามเสียง และมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของลูซิเฟล เขามองไปรอบ ๆ เห็นประตูห้องถูกแยกเป็น 2 ส่วน ก่อนจะรีบตรงเข้าห้อง สิ่งที่เขาเห็นก็คือ ลูซิเฟล นั่งค่อมอยู่บนร่างของเซลีน ที่ลงไปนอนหงายอยู่ที่พื้น เขากำลังง้างมือที่มีเล็บยาวแหลมคม และโดยไม่บอกกล่าว เขาก็พุ่งมันตรงลงมายังร่างของเซลีน แต่ทันใดนั้น...
Blast!!
อลูคาร์ดปล่อยลูกบอลพลังจิต ใส่ข้อมือของลูซิเฟล อย่างรวดเร็ว ทำเอาเขากระเด็นไปชนผนังห้อง แต่เขาก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นมา เผยให้เห็นใบหน้าที่จำแทบไม่ได้ว่าเป็น ลูซิเฟล ร่างกายเขาปกคุลมด้วยไอทมิฬ ดวงตาของเขาเป็นรูปเขี้ยวสีแดงก่ำ เขี้ยวของเขางอกยาวอย่างน่าขนลุก ใบหน้าโหดเหี้ยมขาดสติ อลูคาร์ด อ้ำอึ้งอยู่ แต่ลู ค่อย ๆ เดินตรงเข้ามาหาเขา อลูคาร์ด ตัดสินใจ พุ่งตัวผ่านร่างเขาไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว ลู หันมาและเหวี่ยงกรงเล็บจะข่วน แต่อลูคาร์ดไวกว่า เขาสับท้ายทอย ลู ครั้งนึง ร่างของเขาอ่อนเปลี้ย และลงมาซบทีอ้อมกอดของอลูคาร์ด ร่างกายของเขาค่อย ๆ กลับสู่สภาพเดิม ก่อนที่ทุกคนจะวิ่งตรงเข้ามาในห้อง
เกิดอะไรขึ้นค่ะ... ? พระเจ้า...! ” อลิซาเบ็ธ กล่าว พลางวิ่งตรงไปยังร่างที่นอนแน่นิ่งไร้สติของเซลีน
พาเขา 2 คนไปรักษาก่อน เดี๋ยวข้าจะเล่าให้ฟังทีหลังอลูคาร์ด บอก ทุกคนพยักหน้ารับ และช่วยพาร่างของลู กับ เซลีนไปห้องพักฟื้น อลูคาร์ดกำลังจะเดินออกจากห้อง แต่ถูกหยุดไว้ด้วยสายตาที่มองทะลุของ โซมะ
ท่านมีอะไรจะกล่าวกับข้า..? ”
ข้าเห็นมันแล้ว เขาหนีไม่พ้นชะตากรรมจริง ๆ
ชะตากรรมอะไร..? ”
.... ชะตากรรม.... ที่จะเป็นมารน่ะสิ
.................................................. ..................

ณ ทะเลทราย ทางฝั่งของเฮฟเวนลี่ เวลา 8.30 น.

เฮ้อ... ดูเหมือนเสบียงของเราเหลืออีกแค่ 3 4 มื้อ เท่านั้น ถ้าวันนี้เรายังหาพวก Saint ไม่เจอล่ะก็ บอกได้เลยว่า เราตายแหง.... โทยะ บ่น ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินขึ้นเนินทรายสูงใหญ่
เฮฟเวนลี่ เริ่มตื่นเต้นอย่างไร้เหตุผล เขารีบวิ่งขึ้นเนินทราย เมื่อถึงจุดยอด เขาถึงกับร้องโอ้ออกมา
อะไรกันอีกล่ะอย่าบอกนะว่า เจอสัตว์ทะเลทราย เมื่อวันก่อนก็เกือบหนีเจ้า ไส้เดือนทราย ไม่พ้นแล้ว โทยะ บ่นต่อ แต่พอเขาเดินขึ้นมาถึงจุดยอด เขาก็ต้องร้องโอ้ออกมาอีกคน เพราะสิ่งที่เขาเห็นคือ กองคาราวานของเหล่าSaintที่กำลังเดินตรงไป และเมื่อเขาทอดสายตามองไปเรื่อย ๆ เขาก็เห็นเมือง ๆ หนึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลนัก ใช่แล้ว มันคือ Blood Crossen ที่ตามหาอยู่
ฮ่า ๆ ๆ เฮฟ ดูนั่นซิ นั่นไง เราวิ่งตามพวกเขาไปดีกว่า ไปเถอะเฮฟ เฮ้ เฮฟ เป็นไรไปน่ะ
โทยะ บอกกับเฮฟอย่างดีใจ แต่เขากลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ร่างของเฮฟ ยืนนิ่งอยู่บนเนินทราย ตาเหลือกลาน และจู่ ๆ ก็ล้มลงไปนอนดิ้นอย่างบ้าคลั่ง ร่างของเฮฟ กลิ้งลงไปตามทางลาดยาวของเนินทราย โทยะวิ่งตามไปทัน
เฮฟ นายเป็นอะไรน่ะ ใครก็ได้มาช่วยทางนี้ที !!!โทยะ ตะโกนเรียกพวก Saint พวกเขาได้ยินเสียง และวิ่งตรงมาหาพวกโทยะ.........

ตัดมาที่ปราสาทบรานลอยฟ้า เวลา 10.00 น.

ตอนนี้ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในปราสาทจะนิ่งเงียบไป เสียหมด แม้แต่ใบไม้ก็ยังไม่พลิ้วไหว
ไม่มีปฏิกิริยาของสิ่งมีชีวิตเลย ผ่านไปครู่หนึ่งก็มีเงาของชายร่างสูงใหญ่สวมชุดคลุมส ีดำปรากฏขึ้น
เขาคือ เค้านท์ แดร็กคูล่า เวด เทปัส นั่นเอง เขาค่อย ๆ เดินตรงเข้าไปในปราสาท เมื่อเขาเดินผ่านดูเหมือนสิ่งต่าง ๆ จะเริ่มเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวา เขายังเดินอย่างช้าตรงไปทางเดินยาวที่ตรงเข้าสู่ตัวป ราสาท ระหว่างทางที่เขาเดินก็มีภูตผีปีศาจรวมไปถึงวิญญาณ ส่งเสียงร้องโหยหวน
เหมือนเป็นบทเพลงขับร้องของปราสาทหลังนี้ยังไงยังงั้ น เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงวงกลมรูปดาวหกแฉกบนพื้นของห้องโ ถงขนาดเล็ก.....
Eating Hall กล่าวจบ ร่างของเขาก็ค่อย ๆ กลายเป็นไอสีดำ พุ่งขึ้นและหายไป
.....................
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็มายืนอยู่บนพรมสีแดง ของห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ เขาหันหน้าไปยังทิศที่มีแขกไม่ได้รับเชิญนั่งทานอาหา รอยู่
หึ ไม่นึกเลยว่า เจ้าจะลืมมารยาทของการเข้าบ้านคนอื่น เยี่ยงนี้แดร็กคูล่า กล่าว กับราดู ผู้เป็นน้องชาย
คนอื่นเรอะ ข้าไม่คิดว่างั้นนะ เพราะปราสาทหลังนี้ก็เคยเป็นบ้านของข้าแล้วท่าน...ไม่ใช่พี่ข้าหรอกหรือ..? ราดู กล่าวอย่างไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด พลางดื่มไวน์เข้าไปครึ่งแก้วในรวดเดียว
หึ ช่างเถอะ ดูเหมือนผู้ตระเตรียมทุกอย่างให้เจ้า จะเป็นเดธนะแดร็กคูล่า กล่าวจบไม่ถึงเสี้ยววินาที เดธ ทาสผู้ซื่อสัตย์ ก็โผล่มายืนโค้งคำนับอยู่ตรงหน้าเขา
นายท่าน ข้าต้องขอประทานโทษ ถ้าสิ่งที่ข้าทำไปทำให้ท่านไม่พอใจเดธ กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
พวกเจ้าจะนอกเรื่องไปไย ราดูเอ๋ย ข้ารู้สึกได้ว่า พลังของเจ้ายังกลับมาไม่หมดนะ
เมื่อเค้านท์ แดร็กคูล่า กล่าวจบ ราดูก็วางช้อนส้อม เช็ดมือเช็ดปากเรียบร้อย และหายตัวมายืนประจันหน้ากับเค้านท์ แดร็กคูล่า ด้วยระยะห่างประมาณ 1 กว่า ดูเหมือน ราดูจะตัวเตี้ยกว่า ท่าน เค้านท์ อยู่มาก
ข้ารู้ตัวข้าดี ที่ข้ากล้ามาอยู่ที่นี่เพราะข้ามั่นใจว่า ถึงพลังข้ายังไม่กลับมาหมด แต่ข้าก็สามารถส็กับท่านได้อย่างสูสีหึ.. หรือท่านจะลองดูราดู กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นลึก ไม่มีโทสะปนอยู่ในน้ำเสียง เค้านท์ แดร็กคูล่า กลับหลังหันและเดินตรงไปที่หน้าต่างอย่างช้า ๆ ก่อนจะพูดว่า....
เจ้ามั่นใจหรือไม่ว่า หากได้ประมือกับนักล่าแวมไพร์ที่เก่งกาจของตระกูลเบล มอนต์ซักคนหนึ่ง
แล้วจะล้มเขาได้แดร็กคูล่า กล่าวพลางมองออกไปข้างนอก ที่เต็มไปด้วยต้มไม้รกทึบ
ข้า.... หึ ต่อให้มี ซักสองคนข้าก็ยังมั่นใจอยู่....
งั้นเจ้าก็โกหกข้าแล้วล่ะ น้องข้าเค้านท์ แดร็กคูล่า หันกลับมากล่าวอย่างเศร้า ๆ
ไม่ใช่พวกเราหรอกหรือ ที่เป็นฝ่ายรุม ไซมอนต์ เบลมอนต์ ถึงแก่ความตายน่ะ
ไม่... ข้าไม่ได้คิดแผนการนั่น คนที่คิดคือท่านต่างหาก
แต่เจ้าก็เคยแพ้เขามาแล้วครั้งหนึ่ง อ๋อ ในขณะที่พลังของเจ้าเพียบพร้อมซะด้วยซิ หึหึ
ราดู เงียบไป เค้านท์ แดร็กคูล่า จ้องหน้าเขา แต่เขาเบือนหน้าไปทางอื่น
ชะตากรรมของพวกเรา คือ การเกิดมาเป็นตัวทดสอบความสามารถให้พวกเบลมอนต์งั้นห รือ
ราดู กล่าวพลางก้มหน้า
ไม่ใช่ เบลมอนต์แต่เป็นซาตานนามVedoraต่างหากล่ะเค้านท์ แดร็กคูล่า ตอบ
ถึงมันจะเป็นยังงั้น แต่ข้าก็ยังอยากจะลองกลับพวกมันซักตั้ง
เพราะอะไร..? น้องข้า...
เพราะความสะใจไงล่ะ
เมื่อกล่าวจบ ราดู ก็เดินออกจากห้องไป ยังไม่ทันจะเปิดประตู เขาก็ถึงกลับตะลึงเมื่อเห็นพี่ของเขายืนอยู่หน้าประต ู แล้วชายที่อยู่ในห้องคือใคร...?

ทั้งสามหันไปดูเค้านท์ แดร็กคูล่า ที่ยืนอยู่ในห้อง แต่เขากลับหายไปเสียแล้ว.....
ในท้องฟ้านอกปราสาทบราน แวมไพร์ร่างสีขาวตนหนึ่ง กำลังบินห่างออกไปเรื่อย ๆ
เขาเหลียวกลับมาดูตัวปราสาทชั่วหนึ่ง ก็ออกบินต่อ หายไปในท้องฟ้ายามที่ยังมีดวงอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้าอ ยู่.......

กลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลเทปัส เวลา 16.00 น.


ดูเหมือนว่า สถานการณ์ตอนนี้จะเรียบร้อยดีแล้ว ลูซิเฟล กำลังนอนอยู่บนเตียงทางซ้าย

ส่วน เซลีน นอนอยู่บนเตียงทางขวา โดยมี อลิซาเบ็ธ และ คริส นั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ทั้งสอง
นอกห้องมี ซิม ยืนเฝ้าอยู่ และข้างล่าง โซมะ กับ อลูคาร์ด หลังจากตระเตรียมอาหารมื้อเย็นเสร็จแล้ว เขาก็นั่งคุยกันที่ห้องรับแขก
อะ อือ.. ลู เริ่มลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ และเริ่มขยับตัว
อลิซ ลูกฟื้นแล้ว มาดูสิคริส บอกอลิซาเบ็ธ ก่อนที่เธอจะรีบเดินมาจับมือ ลู
ลู ลูกเป็นยังไงบ้างจ๊ะ..? ” อลิซาเบ็ธ ถามอย่างเอ็นดู
ผมเป็นอะไรไปฮะ..? ” ลู ถามอย่างงง ๆ พลางเอามือแตะหน้าผาก
ตอนนี้ดูเหมือนว่า เซลีน ก็จะเริ่มขยับตัวแล้ว
อือ...
อลิซาเบ็ธ เดินไปดูอาการ เซลีน พลางเอาผ้ามาเช็ดหน้าให้เธอ
ฉันว่าเราพาทั้งสองคนลงไปข้างล่างดีกว่า จะได้เรียบเรียงเรื่องราวให้มันรู้เรื่องไปเลย
อลิซาเบ็ธ บอก คริส พลางค่อย ๆ พยุงตัว เซลีน ขึ้นมา..........


-End Chapter X-
__________________

~เชิญอ่านนิยายที่ผมแต่งได้นะครับ~
Castlevania : Symphony Of Newworld
ข้อมูลปัจจุบัน
ยอดอ่าน&ผู้เข้าชม = ประมาณ 4,300
ระยะเวลาที่แต่ง = 4-5 ปี
จำนวนบท =13 บท
.. ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตล อดครับ ..
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม