ต่อ ๆ อีกไม่กี่บทก็จบภาคแรกแว้ว ว่าแต่ดองไว้นานไปป่าวเนี้ยเรา..?
ปล. ต้องขอประทานโทษจริง ๆ ครับ งานที่โรงเรียนเยอะมาก
แล้วจะปลีกตัวมาทำงานให้ได้ครับ
-----------------------------------
“ โซมะ ครูสออ...คุณคงจะไม่รู้จักผมซินะงั้นเรามาคุยกันสักครู่ แต่ก่อนนั้น.. คุณจะช่วยลดดาบและเอามันออกไปก่อนจะได้ไหมครับ..? ” ............... ดูเหมือนการสนทนาจะกินเวลานานมาก และในช่วงหลัง อลิซาเบ็ธ เบลมอนต์ ก็มาร่วมด้วย นี่ก็เกือบ 7.40 น. ของวันใหม่แล้ว ในขณะที่ ลูซิเฟล กำลังนอนหันตัวผิดทิศและหลับฝันหวานอยู่บนเตียงอันแส นนุ่มนั้น ซิม หัวหน้าเหล่าSaint กำลังฝึกวิชาอยู่กับ คริส ที่ลานกว้างอย่างเมามัน และเป็นเวลาเดียวกันที่ เซลีน ตื่นขึ้นมาเดินเล่น และ มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของลู “ อิอิ ยังหลับอยู่สินะ อย่างนี้ต้องแกล้ง ” เซลีน แนบหูกับประตูห้องเพื่อฟังเสียงการเคลื่อนไหว พลางกระซิบกับตัวเอง เซลีน ถอยหลังไปประมาณ 2 ก้าว และเริ่มร่ายคาถา...... “ กรี๊ด..!!! ” เสียงดังลั่นมาจากในคฤหาสน์ อลูคาร์ด แปลงกลายเป็นค้างคาว บินขึ้นไปตามเสียง และมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของลูซิเฟล เขามองไปรอบ ๆ เห็นประตูห้องถูกแยกเป็น 2 ส่วน ก่อนจะรีบตรงเข้าห้อง สิ่งที่เขาเห็นก็คือ ลูซิเฟล นั่งค่อมอยู่บนร่างของเซลีน ที่ลงไปนอนหงายอยู่ที่พื้น เขากำลังง้างมือที่มีเล็บยาวแหลมคม และโดยไม่บอกกล่าว เขาก็พุ่งมันตรงลงมายังร่างของเซลีน แต่ทันใดนั้น... “ Blast!! ” อลูคาร์ดปล่อยลูกบอลพลังจิต ใส่ข้อมือของลูซิเฟล อย่างรวดเร็ว ทำเอาเขากระเด็นไปชนผนังห้อง แต่เขาก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นมา เผยให้เห็นใบหน้าที่จำแทบไม่ได้ว่าเป็น ลูซิเฟล ร่างกายเขาปกคุลมด้วยไอทมิฬ ดวงตาของเขาเป็นรูปเขี้ยวสีแดงก่ำ เขี้ยวของเขางอกยาวอย่างน่าขนลุก ใบหน้าโหดเหี้ยมขาดสติ อลูคาร์ด อ้ำอึ้งอยู่ แต่ลู ค่อย ๆ เดินตรงเข้ามาหาเขา อลูคาร์ด ตัดสินใจ พุ่งตัวผ่านร่างเขาไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว ลู หันมาและเหวี่ยงกรงเล็บจะข่วน แต่อลูคาร์ดไวกว่า เขาสับท้ายทอย ลู ครั้งนึง ร่างของเขาอ่อนเปลี้ย และลงมาซบทีอ้อมกอดของอลูคาร์ด ร่างกายของเขาค่อย ๆ กลับสู่สภาพเดิม ก่อนที่ทุกคนจะวิ่งตรงเข้ามาในห้อง “ เกิดอะไรขึ้นค่ะ... ? พระเจ้า...! ” อลิซาเบ็ธ กล่าว พลางวิ่งตรงไปยังร่างที่นอนแน่นิ่งไร้สติของเซลีน “ พาเขา 2 คนไปรักษาก่อน เดี๋ยวข้าจะเล่าให้ฟังทีหลัง ” อลูคาร์ด บอก ทุกคนพยักหน้ารับ และช่วยพาร่างของลู กับ เซลีนไปห้องพักฟื้น อลูคาร์ดกำลังจะเดินออกจากห้อง แต่ถูกหยุดไว้ด้วยสายตาที่มองทะลุของ โซมะ “ ท่านมีอะไรจะกล่าวกับข้า..? ” “ ข้าเห็นมันแล้ว เขาหนีไม่พ้นชะตากรรมจริง ๆ ” “ ชะตากรรมอะไร..? ” “ .... ชะตากรรม.... ที่จะเป็นมารน่ะสิ ” .................................................. .................. ณ ทะเลทราย ทางฝั่งของเฮฟเวนลี่ เวลา 8.30 น. “ เฮ้อ... ดูเหมือนเสบียงของเราเหลืออีกแค่ 3 –4 มื้อ เท่านั้น ถ้าวันนี้เรายังหาพวก Saint ไม่เจอล่ะก็ บอกได้เลยว่า เราตายแหง.... ” โทยะ บ่น ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินขึ้นเนินทรายสูงใหญ่ เฮฟเวนลี่ เริ่มตื่นเต้นอย่างไร้เหตุผล เขารีบวิ่งขึ้นเนินทราย เมื่อถึงจุดยอด เขาถึงกับร้องโอ้ออกมา “ อะไรกันอีกล่ะอย่าบอกนะว่า เจอสัตว์ทะเลทราย เมื่อวันก่อนก็เกือบหนีเจ้า ไส้เดือนทราย ไม่พ้นแล้ว ” โทยะ บ่นต่อ แต่พอเขาเดินขึ้นมาถึงจุดยอด เขาก็ต้องร้องโอ้ออกมาอีกคน เพราะสิ่งที่เขาเห็นคือ กองคาราวานของเหล่าSaintที่กำลังเดินตรงไป และเมื่อเขาทอดสายตามองไปเรื่อย ๆ เขาก็เห็นเมือง ๆ หนึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลนัก ใช่แล้ว มันคือ Blood Crossen ที่ตามหาอยู่ “ ฮ่า ๆ ๆ เฮฟ ดูนั่นซิ นั่นไง เราวิ่งตามพวกเขาไปดีกว่า ไปเถอะเฮฟ เฮ้ เฮฟ เป็นไรไปน่ะ ” โทยะ บอกกับเฮฟอย่างดีใจ แต่เขากลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ร่างของเฮฟ ยืนนิ่งอยู่บนเนินทราย ตาเหลือกลาน และจู่ ๆ ก็ล้มลงไปนอนดิ้นอย่างบ้าคลั่ง ร่างของเฮฟ กลิ้งลงไปตามทางลาดยาวของเนินทราย โทยะวิ่งตามไปทัน “ เฮฟ นายเป็นอะไรน่ะ ใครก็ได้มาช่วยทางนี้ที !!! ” โทยะ ตะโกนเรียกพวก Saint พวกเขาได้ยินเสียง และวิ่งตรงมาหาพวกโทยะ......... ตัดมาที่ปราสาทบรานลอยฟ้า เวลา 10.00 น. ตอนนี้ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในปราสาทจะนิ่งเงียบไป เสียหมด แม้แต่ใบไม้ก็ยังไม่พลิ้วไหว ไม่มีปฏิกิริยาของสิ่งมีชีวิตเลย ผ่านไปครู่หนึ่งก็มีเงาของชายร่างสูงใหญ่สวมชุดคลุมส ีดำปรากฏขึ้น เขาคือ เค้านท์ แดร็กคูล่า เวด เทปัส นั่นเอง เขาค่อย ๆ เดินตรงเข้าไปในปราสาท เมื่อเขาเดินผ่านดูเหมือนสิ่งต่าง ๆ จะเริ่มเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวา เขายังเดินอย่างช้าตรงไปทางเดินยาวที่ตรงเข้าสู่ตัวป ราสาท ระหว่างทางที่เขาเดินก็มีภูตผีปีศาจรวมไปถึงวิญญาณ ส่งเสียงร้องโหยหวน เหมือนเป็นบทเพลงขับร้องของปราสาทหลังนี้ยังไงยังงั้ น เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงวงกลมรูปดาวหกแฉกบนพื้นของห้องโ ถงขนาดเล็ก..... “ Eating Hall ” กล่าวจบ ร่างของเขาก็ค่อย ๆ กลายเป็นไอสีดำ พุ่งขึ้นและหายไป ..................... ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็มายืนอยู่บนพรมสีแดง ของห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ เขาหันหน้าไปยังทิศที่มีแขกไม่ได้รับเชิญนั่งทานอาหา รอยู่ “ หึ ไม่นึกเลยว่า เจ้าจะลืมมารยาทของการเข้าบ้านคนอื่น เยี่ยงนี้ ” แดร็กคูล่า กล่าว กับราดู ผู้เป็นน้องชาย “ คนอื่นเรอะ ข้าไม่คิดว่างั้นนะ เพราะปราสาทหลังนี้ก็เคยเป็นบ้านของข้าแล้วท่าน...ไม่ใช่พี่ข้าหรอกหรือ..? ราดู กล่าวอย่างไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด พลางดื่มไวน์เข้าไปครึ่งแก้วในรวดเดียว “ หึ ช่างเถอะ ดูเหมือนผู้ตระเตรียมทุกอย่างให้เจ้า จะเป็นเดธนะ ” แดร็กคูล่า กล่าวจบไม่ถึงเสี้ยววินาที เดธ ทาสผู้ซื่อสัตย์ ก็โผล่มายืนโค้งคำนับอยู่ตรงหน้าเขา “ นายท่าน ข้าต้องขอประทานโทษ ถ้าสิ่งที่ข้าทำไปทำให้ท่านไม่พอใจ ” เดธ กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ พวกเจ้าจะนอกเรื่องไปไย ราดูเอ๋ย ข้ารู้สึกได้ว่า พลังของเจ้ายังกลับมาไม่หมดนะ ” เมื่อเค้านท์ แดร็กคูล่า กล่าวจบ ราดูก็วางช้อนส้อม เช็ดมือเช็ดปากเรียบร้อย และหายตัวมายืนประจันหน้ากับเค้านท์ แดร็กคูล่า ด้วยระยะห่างประมาณ 1 กว่า ดูเหมือน ราดูจะตัวเตี้ยกว่า ท่าน เค้านท์ อยู่มาก “ ข้ารู้ตัวข้าดี ที่ข้ากล้ามาอยู่ที่นี่เพราะข้ามั่นใจว่า ถึงพลังข้ายังไม่กลับมาหมด แต่ข้าก็สามารถส็กับท่านได้อย่างสูสีหึ.. หรือท่านจะลองดู ” ราดู กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นลึก ไม่มีโทสะปนอยู่ในน้ำเสียง เค้านท์ แดร็กคูล่า กลับหลังหันและเดินตรงไปที่หน้าต่างอย่างช้า ๆ ก่อนจะพูดว่า.... “ เจ้ามั่นใจหรือไม่ว่า หากได้ประมือกับนักล่าแวมไพร์ที่เก่งกาจของตระกูลเบล มอนต์ซักคนหนึ่ง แล้วจะล้มเขาได้ ” แดร็กคูล่า กล่าวพลางมองออกไปข้างนอก ที่เต็มไปด้วยต้มไม้รกทึบ “ ข้า.... หึ ต่อให้มี ซักสองคนข้าก็ยังมั่นใจอยู่.... ” “ งั้นเจ้าก็โกหกข้าแล้วล่ะ น้องข้า ” เค้านท์ แดร็กคูล่า หันกลับมากล่าวอย่างเศร้า ๆ “ ไม่ใช่พวกเราหรอกหรือ ที่เป็นฝ่ายรุม ไซมอนต์ เบลมอนต์ ถึงแก่ความตายน่ะ ” “ ไม่... ข้าไม่ได้คิดแผนการนั่น คนที่คิดคือท่านต่างหาก ” “ แต่เจ้าก็เคยแพ้เขามาแล้วครั้งหนึ่ง อ๋อ ในขณะที่พลังของเจ้าเพียบพร้อมซะด้วยซิ หึหึ ” ราดู เงียบไป เค้านท์ แดร็กคูล่า จ้องหน้าเขา แต่เขาเบือนหน้าไปทางอื่น “ ชะตากรรมของพวกเรา คือ การเกิดมาเป็นตัวทดสอบความสามารถให้พวกเบลมอนต์งั้นห รือ ” ราดู กล่าวพลางก้มหน้า “ ไม่ใช่ เบลมอนต์แต่เป็นซาตานนามVedoraต่างหากล่ะ ” เค้านท์ แดร็กคูล่า ตอบ “ ถึงมันจะเป็นยังงั้น แต่ข้าก็ยังอยากจะลองกลับพวกมันซักตั้ง ” “ เพราะอะไร..? น้องข้า... ” “ เพราะความสะใจไงล่ะ ” เมื่อกล่าวจบ ราดู ก็เดินออกจากห้องไป ยังไม่ทันจะเปิดประตู เขาก็ถึงกลับตะลึงเมื่อเห็นพี่ของเขายืนอยู่หน้าประต ู แล้วชายที่อยู่ในห้องคือใคร...? ทั้งสามหันไปดูเค้านท์ แดร็กคูล่า ที่ยืนอยู่ในห้อง แต่เขากลับหายไปเสียแล้ว..... ในท้องฟ้านอกปราสาทบราน แวมไพร์ร่างสีขาวตนหนึ่ง กำลังบินห่างออกไปเรื่อย ๆ เขาเหลียวกลับมาดูตัวปราสาทชั่วหนึ่ง ก็ออกบินต่อ หายไปในท้องฟ้ายามที่ยังมีดวงอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้าอ ยู่....... กลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลเทปัส เวลา 16.00 น. ดูเหมือนว่า สถานการณ์ตอนนี้จะเรียบร้อยดีแล้ว ลูซิเฟล กำลังนอนอยู่บนเตียงทางซ้าย ส่วน เซลีน นอนอยู่บนเตียงทางขวา โดยมี อลิซาเบ็ธ และ คริส นั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ทั้งสอง นอกห้องมี ซิม ยืนเฝ้าอยู่ และข้างล่าง โซมะ กับ อลูคาร์ด หลังจากตระเตรียมอาหารมื้อเย็นเสร็จแล้ว เขาก็นั่งคุยกันที่ห้องรับแขก “ อะ อือ.. ” ลู เริ่มลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ และเริ่มขยับตัว “ อลิซ ลูกฟื้นแล้ว มาดูสิ ” คริส บอกอลิซาเบ็ธ ก่อนที่เธอจะรีบเดินมาจับมือ ลู “ ลู ลูกเป็นยังไงบ้างจ๊ะ..? ” อลิซาเบ็ธ ถามอย่างเอ็นดู “ ผมเป็นอะไรไปฮะ..? ” ลู ถามอย่างงง ๆ พลางเอามือแตะหน้าผาก ตอนนี้ดูเหมือนว่า เซลีน ก็จะเริ่มขยับตัวแล้ว “ อือ... ” อลิซาเบ็ธ เดินไปดูอาการ เซลีน พลางเอาผ้ามาเช็ดหน้าให้เธอ “ ฉันว่าเราพาทั้งสองคนลงไปข้างล่างดีกว่า จะได้เรียบเรียงเรื่องราวให้มันรู้เรื่องไปเลย ” อลิซาเบ็ธ บอก คริส พลางค่อย ๆ พยุงตัว เซลีน ขึ้นมา..........