ดูแบบคำตอบเดียว
เก่า 19 Nov 2007, 01:28   #1 (permalink)
Zero Xion
สมาชิก TG แรกเริ่ม
 
Zero Xion's Avatar
 
โพส: 233
ดาวโหลด: 158
อัพโหลด: 0
รับคำขอบคุณ: 2

TG ออร่า:
Zero Xion aura



ตำนานดาบRagnarok Side Story : Blinding Tear

ตำนานดาบRagnarok Side Story : Blinding Tear


ฉันเคยคิดว่าโลกใบนี้มันช่างสดใส

ฉันเคยคิดว่า ถ้าหากขาดดวงตาคู่นี้ไปหละก็ คงไม่มีสิทธ์ได้มอง สิ่งที่สวยงามเหล่านี้

มันคงจะเศร้าน่าดูหากไม่มีดวงตาคู่นี้

แต่ว่า....

ฉันกลับทำลายมันด้วยมือของฉันเอง

นั้นก็เพราะ.......

Ztara O Defiaza

__________________________________________________ ___________





เสียงร้องอันแสนโหยหวนที่ดังก้องไปทั่วปราสาทร่าง ซึ่งปัจจุบันนี้มีเพียงแค่เหล่า อันเดท หรือไม่ก็ปิศาจ อาศัยอยู่ที่นี้
พวกมันที่เคยตายไปครั้งนึงแล้ว กลับต้องมาหนีตายอีกครั้ง ส่วนพวกปิศาจก็ต้องพากันหวาดกลัวผู้มาเยือนผู้นี้
ปกติแล้วคนธรรมดาไม่เคยคิดจะมาเยือน กลาสเฮมเสียเท่าไหรแม้แต่นักล่าสมบัติบางคนยังหวาดหว ั่นที่จะมาชิง ทรัพย์สินจากที่แห่งนี้เลยทีเดียว
แต่ครั้งนี้ต่างออกไป ผู้มาเยือนครั้งนี้ไม่ได้ต้องการเงินทองไดๆ ทั้งนั้น

อินจัสติส ฝูงใหญ่ รีบเปิดประตูที่ใกล้ที่สุดออก แล้ววิ่งหนีไปตามช่องแคบโดยมีชีวิตของพวกมันเองเป็นเ ดิมพัน
แต่พวกมันได้คิดผิดเสียแล้ว เพราะสองผนังสองข้างทางมิใช่ผนังทึบ มันเป็นลูกกรงเหล็ก ที่มีช่องพอจะให้ ลูกธนูหรือ..


ปัง!!!


กระสุน........

ลูกกระสุน ผ่านหัวของพวกมันไป สองชีวิตได้หลุดร่วงไป ด้วยกระสุนเพียงแค่นัดเดียว
ร่างอันไร้วิญญาณของพวกมันล้มลงมาขวางทาง ทำให้ตัวอื่นๆ ที่หนีตามมา พลอยหกหล้มจนไม่อาจหนีต่อไปได้

พวกมันหันหลังกลับไปมองด้านหลัง เงาดำที่พวกมันคิดว่าหากวิ่งสุดแรงเกิดก็คงจะหนีได้ กลับค่อยๆ กระชันชิดเข้ามาเรื่อยๆ

ชุดสีดำราวกับสีของรัติกาล ปลิวไปตามแรงน้อยๆ ควันจางๆ ลอยจากปากกระบอกปืนข้างนึง

“ แก ไอ้ปิศาจ!! ” อินจัสติสพูดด้วยความแค้น เมื่อเห็นว่าหนีไม่ได้ พวกมันจึงหันกลับไปสู้กับผู้มาเยือนผู้นี้

ผู้มาเยือนไม่ตอบกลับ เขายืนนิ่งปล่อยให้เหล่าศัตรูของเขาตรงเข้ามาฟาดฟันอ าวุธใส่เขาเท่าที่มันจะพอใจ
เป็นที่เลื่องลือกันว่าเหล่าอินจัสติสนี้ เมื่อยามเป็นมนุษย์ พวกมันก็แอสซาซินที่มีฝีมือ แต่กลับต้องมาตายที่นี้ และถูกคำสาปให้ต้องมีชีวิตหลังความตาย

พวกมันเคลื่อนไหวอย่างรัดกุมและรวดเร็ว บางครั้งก็ทำงานกันเป็นกลุ่มสร้างความครั้นครามให้แก ผู้ที่หวังจะมาชิงสมบัติในปราสาทแห่งนี้นัก

แต่ถึงกระนั้น เด็กหนุ่มผมสีดำผู้นี้กลับหลบการโจมตีของพวกมันอย่าง ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ราวกับพวกมันเป็นแค่สายลมเย็นๆ เท่านั้น

เมื่อเห็นว่าศัตรูเข้า มากันเป็นกลุ่มล้อมตัวเขาได้เป็นระยะแล้ว เขาก็ควงปืนทั้งสองข้าง แล้วหมุนตัว สาดกระสุดรัวใส่พวกมันไม่มีหยุด

“ Desperrado!!! ”

เสียงกระสุนดังต่อเนื่องราวกับปืนกล ทั้งที่จริงแล้วมันเป็นเพียงแค่ปืนพกเท่านั้น สิ้นเสียงดังเหล่านั้น เหล่าฝูงอินจัสติสก็ล้มลงไปนอนกองกับพื้น

ผู้มาเยือน ควงปืนเพื่อไล่ควันออกจากปากกระบอก แล้วเก็บลงที่ข้างเอว

ฝีมือของเขาเป็นที่เลื่องลือกัน ในหมู่มือปืนด้วยกันเอง ว่าเขามีฝีมือเก่งกาจที่สุด เขาสามารถต่อสู้กับ อัศวินชั้นสูงได้อย่างสบายๆ

เขาเดินข้ามศพที่กองอยู่บนพื้นไปโดยไม่สนใจ ทว่าท่ามกลางกองศพเหล่านั้น มีอินจัสติสตัวหนึ่ง มันแกล้งนอนตาย เพื่อหาโอกาสหนีอยู่

มันรอโอกาศที่ เด็กหนุ่มผู้นั้น ห่างออกไป แล้วจะรีบหนีไปให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้


“ .....น่ารำคาญ ” แต่ทว่าเด็กหนุ่มกลับรู้สึกได้ว่าศัตรูของเขายังมีชี วิตอยู่ เขาหยิบปืนขึ้นมายิงทิ้ง โดยไม่จำเป็นต้องหันไปมอง
เพราะจริงๆ แล้วเขามองไม่ได้นั้นเอง...

ผ้าปิดตาสีดำปิดดวงตาเขาเสียมิด เป็นที่มาของฉายาเขา

ยมฑูตไร้เนตร

เขาเดินไปตามทางที่เต็มไปด้วยกำแพงสองข้าง สำหรับเขา การที่มีกำแพงสองข้าง ถือเป็นเรื่องน่ารำคาญนิดหน่อย เพราะ บางครั้ง กำแพงพวกนี้ จะสร้างเสียงสะท้อน ทำยากที่กะทิศทางในการโจมตี

แต่ตอนนี้เขาชินเสียแล้ว

ตอนนี้เขาได้ยินเสียงฝีเท้า สะท้อนไปมา เสียงฝีเท้านึง ทั้งหนักหน่วงและรวดเร็วไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เจ้าของเสียงฝีเท้านี้วิ่งมาด้วยความเร็วสูงมากๆ

ส่วนอีกฝีเท้านึง เบากว่า อาจจะเป็นเพราะน้ำหนักที่น้อยกว่าก็ได้ และฟังจากน้ำหนักเสียงก็บ่งบอกได้ว่า เจ้าของเสียงฝีเท้านี้ เป็นผู้หญิง


“ แก!! ไอ้ยาแก้ปวด!!!!!!!!!!!!!!!!!! ” เจ้าของเสียงฝีเท้าที่หนัก วิ่งเข้ามากระโดดถีบใส่เขาเต็มแรง

พอได้เด็กหนุ่มได้ยินแบบนั้น ก็ฉุนในทันใด เขาหันกลับไปแล้วชักปืนขึ้นมายิ่งใส่ เจ้าของเสียงเมื่อครู่นี้อย่างไม่เกรงใจ
กระสุนพุ่งเข้ากลางกระหม่อมของเด็กหนุ่มผู้เคราะร้าย ไปเต็มๆ ยังไม่ทันจะได้ถีบโดนตัว ก็ลงไปนอนเดี้ยงกับพื้นแล้ว

“ น่ารำคาญ........ บอกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามเรียกข้าแบบนั้นไง ” ชายตาบอดควงกระบอกปืนแล้วเก็บลงข้างเอว

แล้วเจ้าของฝีเท้าที่ว่าเป็นผู้หญิงก็ตามมาติดๆ เธอรีบเข้ามาดูอาการของเด็กหนุ่มที่นอนตายอยู่ทันที

“ว้าย ตายแล้ว!! ทำใจดีๆ ไว้นะ โฟตอน!!”

โฟตอน หรือเด็กหนุ่มที่กำลังนอนจมคากองเลือดพูดขึ้นมาลอยๆ

“ อ่า คิส..... ดูสิ สวนดอกไม้สวยจังเลย.... ”

เป็นที่รู้กันว่า เวลาคนเราตายไปแล้วจะเห็นสวนดอกไม้ สงสัยว่าจะเป็นเรื่องจริงเสียแล้ว

“ ว้ายย!! ไม่ได้นะ อย่าเพิ่งตายนะ!!! ” เด็กสาวที่ชื่อ คิส รีบค้นกระเป๋าตัวเองแล้วหยิบผลึกสีน้ำเงินที่รู้จักก ันว่ามีพลังเวทย์อยู่
สาวน้อยรีบใช้พลังเวทย์ตัวเองส่งผ่านเข้าไปในผลึกเวท ย์ แล้วร่ายเวทย์อย่างรวดเร็ว

“ Resurrection !!!!!!”

คาถาชุบชีวิต ช่วยดึงเอาโฟตอนให้กลับมาจากสวนดอกไม้ ทันทีที่เขารู้สึกตัว เขาก็ลุกขึ้นมาแล้วโวยวายด้วยความโมโห
“ เฮ้ย ไอ้ยาแก้ปวดหัว แกเป็นบ้าอะไรของแกฟ่ะ เล่นเดินไม่รอพวกเราเลย!! ”

พอได้ยินชื่อที่ถูกเปลี่ยนซะไม่เหลือเค้าเดิม ก็ทำให้ชายตาบอดโมโห เขาชักปืนขึ้นมาจ่อหัว ถ้าเขาไม่เห็นว่าหากเหนียวไกไปแล้ว จะต้องเสียงค่า กระสุน ราวๆ 30z อีกทั้งต้องเสียเงินซื้อ Blue Gem Stone เพื่อชุบชีวิตมันอีก ก็คงเหนี่ยวไกไปแล้ว

“ ก็พวกแกเดินช้าเอง แล้วอีกอย่าง.... Zra เป็นชื่อของข้า ไม่ใช้ยาแก้ปวดหัวอะไรของแก...... ”

“ ก็มันเรียกยากนี้หว่า… เรียกว่า ยาแก้ปวดหัวไปหน่ะดีแล้ว ”

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า โฟตอน มีเจตนากวนส้นตีนชัดๆ ครั้นจะสั่งสอนมันด้วยกระสุน 1 นัด แล้วก็เสียค่า blue gem stone อีกอันมันก็…




ปัง!!!!




คุ้มอยู่......
__________________
คนดีนะเหรอ........... ฉันเลิกเป็นไปแล้วหละ

เพราะอะไรนะเหรอ ?

เพราะที่โลกแห่งนี้ไม่มีใครต้องการไงหละ

แก้ไขโดย Zero Xion : 19 Nov 2007 เวลา 01:33.
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม