......... นี่!! ช่วยหยุดกวนประสาทซักเดี๋ยวแล้วตอบคำถามดีๆได้มั้ย!? ...ฉัน... สาวผมเปีย
เงียบไป แล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง ฉันไม่อยาก...... ทำร้ายนายอีกต่อไปแล้ว...
......... ................ เฮ่อ~ สังคีตถอนหายใจออกมาสั้นๆครั้งนึง ก่อนจะเอนตัวมายืนพิง
ผนังผาด้านหลัง ก็เพราะเธอเป็นคนใจอ่อนแบบนี้ไงณา ฉันถึงปล่อยเธอไปไม่ได้
......... นะ... ณาไม่ได้...! พิชญาณาทำท่าเหมือนจะเถียงแต่ถูกสังคีตพูดดักเอาไว้ก ่อน
......... ใช่ เธอเป็นคนใจอ่อน ชายผมแดงเน้นเสียงหนักแน่น ดูอย่างตอนนี้สิ ทั้งที่ณาก็รู้
ว่าถ้าชกฉันด้วย หมัดเวทมนตร์ อีกครั้งเดียว ฉันก็คงสลบเหมือดไปแล้ว แต่เธอก็ไม่ทำ
...อย่างนี้ ถ้าไม่เรียกว่าใจอ่อนแล้วจะให้เรียกอะไรล่ะ
......... ...ที่ณาไม่ลงมือเพราะคิดเป็นเพื่อนตะหาก ถ้าเป็นคนอื่นล่ะก็ ณาอัดไม่ยั้งแน่
......... ไม่หรอก ถึงไม่ใช่ฉัน เธอก็ทำไม่ลงอยู่ดี เพราะว่าเธอเป็นคนแบบนั้น...
เป็นพิชญาณาที่ใจอ่อนแลสะเป็นห่วงเป็นใยทุกคนอยู่ตลอดเวล า... สังคีตมองคนใจอ่อนซึ่ง
กำลังยืนก้มหน้าหลบเลี่ยงการสบสายตา เขารู้ดีว่า เธอคนนี้มักจะใช้ท่าทีแข็งกระด้างเพื่อ
ปกปิดความอ่อนไหวในจิตใจเสมอ
......... การเป็นคนใจอ่อนไม่ใช่เรื่องผิด ...แต่ว่า ถ้าหากเธอออกเดินทางไปแล้วได้พบกับ
ศัตรู ความรู้สึกแบบนั้นมันจะนำอันตราย และความเจ็บปวดมาสู่ตัวเธอเอง ...เพราะฉะนั้น
...ฉัน ถึงต้องหยุดเธอเอาไว้
......... เชอะ! อันตรายน่ะเหรอ!? ณาไม่กลัวหรอก
......... ถึงตัวเธอจะไม่กลัว แต่พ่อแม่เธอ ,ลุงอาทิตย์ แล้วก็ทุกคนในหมู่บ้านจะต้องเป็นห่วง
เธอมากแน่ๆ ...แล้วเธอล่ะ ณา? ไม่ห่วงพวกเค้ารึไง เธอสามารถทิ้งคนที่เธอรักและรักเธอ
ไว้เบื้องหลังแล้วออกไปเสี่ยงอันตรายได้งั้นเหรอ? เธอใจแข็งพอที่จะทำแบบนั้นรึ?
......... ราวกับมีเข็มนับร้อยเล่มทิ่มแทงดวงใจของพิชญาณาเมื่อ เธอได้ฟังคำถามของ
สังคีต ...มันเป็นคำถามเดียวกันกับที่หญิงสาวเฝ้าถามตัวเองม าตลอด นับตั้งแต่ปู่บาลบอก
ให้เธอมาเข้ารับการทดสอบเป็นผู้สืบทอด ...คำถามซึ่งแม้เธอพยายามทำใจซักเท่าไร ก็ยัง
ไม่สามารถตอบได้...
......... ฉะ... ฉัน... สาวผมเปียอ้ำอึ้ง เธอยอมรับว่าสิ่งที่สังคีตพูดมานั้นถูก เธอคงจะใจอ่อน
เกินไปจริงๆ แต่ถ้าจะให้อยู่เฉยๆไม่ทำอะไรเลยหญิงสาวก็คงทนไม่ได้
......... ... พอแล้วล่ะ ณา เธอไม่ต้องพยายามทำอะไรเพื่อหมอนั่น... เตโช... ไปมากกว่า
นี้แล้ว แค่ที่เธอทำอยู่ตอนนี้มันก็มากเกินพอ เท่านี้โชก็มีความสุขแล้วล่ะ ... ... เพราะฉะนั้น
เรื่องบททดสอบนี้ปล่อยให้ฉันจัดการเอง ...ส่วนเธอ ... กลับไปอยู่กลับทุกคนในหมู่บ้าน
เถอะนะ อย่าทำให้พวกเขาเป็นห่วงเลย...
......... น้ำเสียงของสังคีตที่ใช้กว่าถ้อยคำเหล่านี้ออกมาฟังด ูอ่อนโยนอย่างที่พิชญาณา
ไม่เคยได้ยินมาก่อน บางสิ่งบางอย่างในน้ำเสียงนั้น ทำให้สาวผมเปียรู้สึกราวกับว่า ผู้ที่
กำลังยืนพูดกับเธออยู่ขณะนี้ ไม่ใช่สังคีต แต่เป็นเตโช
......... ทันทีที่หญิงสาวคิดเช่นนั้น ภาพของเตโชในอดีตก็ปรากฏขึ้นซ้อนทับภาพของสังคีต
ในสายตาของเธอ ริมฝีปากของเพื่อนรักที่เธอเฝ้าคิดถึงมาตลอด 3 ปีขยับขึ้นลงช้าๆ เพื่อ
เอื้อนเอ่ยออกมาว่า...
......... ณา... ฉันขอให้เธอ จงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนะ
......... น้ำตาหยดเล็กๆไหลรินลงมาจากดวงตาสีน้ำตาลเข้มของพิชญ าณาอย่างมิอาจกลั้น
แต่เธอก็รีบยกมือขึ้นปาดน้ำตานั้นออกไปอย่างรวดเร็ว ภาพของเตโชที่ได้เห็นเมื่อครู่หาย
ไปแล้ว คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากสังคีต เพื่อนจอมกวนของเธอ...
......... ... คิด เมื่อกี้นี้...
......... หือ? ว่าไง มีอะไรเหรอ ณา? สังคีตตอบกลับมาด้วยท่าทีปกติ
......... ... เปล่า ไม่มีอะไร พิชญาณาไม่รู้จะอธิบายในสิ่งที่เธอได้เห็นเมื่อครู่ใ ห้สังคีตฟัง
อย่างไรดี เพราะแม้แต่ตัวเธอเองยังไม่เข้าใจเลย ว่าสิ่งที่เธอได้เห็นนั้นคือวิญญาณของเตโช
จริงๆ หรือเป็นเพียงภาพหลอนซึ่งเกิดจากอุณหภูมิที่ร้องเกิน ไปกันแน่ ... ... แต่ไม่ว่ามันจะ
เป็นแบบไหน ความจริงที่ว่าเธอได้พบกับเตโชนั้นก็ไม่ต่างกัน ...แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว...
......... คิด ณาขอถามนายซัก 2 ข้อได้มั้ย?
......... ถามมาเลย พร้อมตอบเสมอ
......... ... นายมั่นใจว่าจะผ่านบททดสอบนี้แค่ไหน?
......... ปีนหน้าผาแค่เนี้ย มันเด็กๆ ผ่านแน่ ล้าน% สังคีตตอบอย่างไม่ลังเล
......... ... แล้วนายไม่เหนื่อยบ้างเหรอที่ต้องเดินทางอยู่ตลอดเวล า นายไม่อยากหยุดพักที่บ้านเกิดบ้างรึไง?
......... นั่นกลายเป็น 3 คำถามแล้วนี่ เกินโควต้านะ
......... ช่างเถอะ ตอบมาเถอะน่า! พิชญาณากระชากเสียง ใบหน้าขึ้นสีนิดๆ
......... เออ เออ ตอบ ตอบ ชายผมแดงพยักหน้าหงึกๆ ไม่เหนื่อย แล้วก็ยังไม่อยากพักด้วย
เพราะว่าฉันรักการผจญภัยยังไงล่ะ เป็นไง ชัดมั้ย
......... ฮึ ให้มันได้แบบนี้~สิ เพื่อนฉัน หญิงสาวนึกในใจ แล้วพูดต่อไปว่า
......... ณาจะขึ้นข้างบนแล้ว ...คุณอัง เราไปกันเถอะ
......... ขึ้นข้างบนเหรอ? งั้นก็หมายความว่าเธอ... สังคีตกล่าว แววตาของเขาเปล่งประกาย
แห่งชัยชนะระยิบระยับ จนพิชญาณาเห็นแล้วต้องพูดขัดขึ้นมา
......... หยุดพูดเลย! บอกไว้ก่อนว่าที่ณายอมถอยนี่ไม่ใช่เพราะนายนะ แต่เพราะณามีหน้าที่
ที่ต้องกลับไปทำที่หมู่บ้านตะหาก
......... อื้อ เข้าใจแล้ว เชิญเธอกลับไปทำหน้าที่ ดอกไม้งามประจำหมู่บ้าน ได้ตามสะดวก
......... เจอมุขนี้เข้าไป สาวผมเปียก็อายหน้าแดง ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน
......... ดะ ... ดอกไม้งามอะไรกัน ณาไม่ได้เป็นคนสวยแบบน้ำฝนซักหน่อย แล้ว... คนใน
หมู่บ้านที่น่ารักกว่าณาก็มีเยอะแยะ พิชญาณาก้มหน้าพูด พลางใช้นิ้วม้วนผมเปียตัวเองเล่นแก้เขิน
......... อุบ.. หึห ฮะฮ่าฮ่า เสียงหัวเราะดังมาจากสังคีต นี่เธอคิดว่าฉันพูดจริงรึไงณา
ถึงได้อายม้วนซะขนาดนั้น เธอนี่มันต๊องจริงๆ ฮ่าฮ่า
......... สาวผมเปียได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งหน้าแดงมากขึ้นไปอีก เธอทั้งอายทั้งโกรธ แต่ว่า ถ้าจะ
เข้าไปลงไม้ลงมือกับสังคีตซึ่งตอนนี้สะบักสะบอมไปทั้ งตัวก็ดูจะโหดร้ายเกินไป หญิงสาวจึง
ทำได้เพียงแค่ตวาดออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำว่า
......... ไอ้บ้า!!~~
......... เหอ~ นี่เป็นครั้งที่ 3 ของวันแล้วนะที่ฉันโดนเธอด่าว่า บ้า เนี่ย เก็บกดมามาก
เหรอณา? สังคีตไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับการโดนด่าเลย
......... ช่างณาเถอะ! ณาจะไม่ยุ่งกับนายแล้ว! อยากทำอะไรก็ทำ พิชญาณาสะบัดหน้าหนีสังคีต
แล้วก้าวเดินอย่างเร่งรีบไปหาอังลัคณาที่ยืนห่างออกไ ป
......... อังลัคณาซึ่งเฝ้าดูคนทั้งสองทะเลาะกันมาตั้งแต่ต้น ส่งยิ้มน้อยๆให้กับผลลัพธ์ที่ออกมา
เธอยื่นมือออกไปรับพิชญาณา แล้วพาลอยขึ้นสู่ด้านบนช้าๆ
......... นี่! เจ้าหัวแดง! อังลัคณาตะโกนเรียกสังคีต ฉันยอมรับว่านายมีดีมากกว่าที่คิด
แต่บททดสอบของจริงมันเริ่มหลังจากนี้ตะหาก แล้วฉันจะคอยดู ว่านายยังจะเรียกมันว่า
เด็กๆ ได้อีกมั้ย!
......... เสียงตะโกนนั้นดังแข่งกับเสียงคำรามจากธารลาวา สังคีตเฝ้ามองดูหญิงสาวทั้งสอง
ลอยสูงขึ้นไปจนลับสายตา เขาทรุดกายลงนั่งพิงผนังผา พลางนึกถึงข้อความของเตโชที่ได้เห็นมา...
ถึง ใครก็ตามที่ได้อ่านข้อความนี้ด้วยแสงจากสัญลักษณ์
คิด ว่า เวลาที่จะต้องหาผู้สืบทอดคงจะมาถึงแล้ว
อย่า ปล่อยให้ใจว้าวุ่นไปกับกระแสความวุ่นวายรอบตัว
ให้ มุ่งมั่นอยู่กับสิ่งที่ตนมุ่งหวัง แม้จะมีอุปสรรค
นา นาประการ ก็ขอให้พยายามเพื่อให้ได้
มา ซึ่งการยอมรับ ถึงบททดสอบนี้จะมีความ
เสี่ยง สูง แต่ถ้าเชื่อมั่นแล้วล่ะก็ คุณจะต้องผ่านมันไปได้...
เพื่อ ความสงบสุขของดาวฟีลโซล..... จาก .....
เตโช ผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งไฟโดยสายเลือด คนสุดท้าย...
......... หึ โช แกนี่มันสุดๆเลยนะ ทั้งที่มีโอกาสน้อยนิดที่มันจะส่งมาถึงฉัน แต่แกก็ยังฝาก
ข้อความแบบนี้เอาไว้ รู้รึเปล่าว่ามันลำบากคนทำนะเฟ้ย สังคีตนึกในใจ
......... เสียงลาวาปะทุดังขึ้น แต่สังคีตกลับได้ยินมันเป็นคำว่า ขอบใจนะ
......... แน่นอน แกต้องขอบใจฉันอยู่แล้ว สังคีตกล่าว สติของเขาค่อนข้างลางเลือน
เนื่องจากอาการบาดเจ็บ และอุณหภูมิที่ร้อนจนแสบผิว
......... อึก.. อั่ก แค่กๆ ..... มะ ... ไม่น่าไป.. รับหมัดเวทย์ของณา ... เลยแฮ ... ะ...
แล้วเขาก็ไม่อาจประคองสติเอาไว้ได้ ชายหนุ่มผมแดงสลบไสลไป... พร้อมกับร้อยยิ้มที่มุมปาก......