ตำนานที่ 3 - จุดประสงค์ ช่วยไม่ได้! ถ้าอย่างนั้นก็ตายซ้า!!" หัวหน้าหน่วยพูดขึ้น พร้อมกับแทงมีดสั้นลงมาที่หัวใจของกล้าหาญ หมายปลิดชีพในทีเดียว!!! เคร้ง!!" "อะไรกันนี่!!?" หัวหน้าหน่วยหิมะราตรีอุทานขึ้น เพราะมีดสั้นของตน ที่ควรจะปักลงบนหัวใจของเป้าหมาย ตอนนี้กลับปักลงบนโล่โลหะขนาดใหญ่ ที่ใครสักคนเอาขึ้นมากันไว้แทน!! โครม!! หัวหน้าหน่วยเผ่าหิมะราตรี ถูกชนกระเด็นออกมาด้วยโล่โลหะ อันเดียวกันกับ ที่ยกขึ้นมากันมีดของเขา! ใคร? แกเป็นใคร!! หัวหน้าหน่วยเผ่าหิมะราตรี ถามขึ้นหลังจากยืนตั้งหลักได้ โล่โลหะขนาดใหญ่เลื่อนออกไปด้านข้าง เผยให้เห็นชายผมขาว ในชุดเกราะอัศวินสีขาว เค้าก็คือ ไวท์ นั่นเอง!! คุณกล้าหาญ และครอบครัวยังมีความสำคัญต่อพิสุทธิ์ ไม่สามารถปล่อยให้ตายได้ พวกเจ้าเผ่าความมืดกลับไปซะเถอะ ไวท์พูด ไม่ภารกิจจะไม่ถูกยกเลิก เพราะมีผู้ขัดขวางคนเดียวหรอก หัวหน้าหน่วยเผ่าหิมะราตรี พูดขึ้นพร้อมกับถอยหลังไป เตรียมตัวสั่งลูกน้องเข้าจัดการกับไวท์ แบบเดียวกับที่จัดการกล้าหาญ น้ำผึ้ง และน้ำฝน "จัดการได้!!" สิ้นคำสั่ง เผ่าหิมะราตรีสองคน ก็พุ่งเข้ามาหาไวท์อย่างไม่กลัวตาย ในขณะที่ด้านหลัง เริ่มร่ายเวทย์มนต์บทเดิม ไวท์ใช้มือแตะที่โล่ของเขา ทันใดนั้นโล่โลหะขนาดใหญ่ ก็เปลี่ยนสภาพ กลายเป็นโซ่เหล็กจำนวนมาก พุ่งออกไปรัดเผ่าหิมะราตรีทั้งหมดเอาไว้ อย่างรวดเร็ว และแน่นหนา จนไม่สามารถขยับตัวได้!! กลับไปซะ ไวท์พูดอีกครั้ง ( เก่ง! เก่งเกินไป เราเอาชนะหมอนี่ไม่ได้แน่ๆ ถ้าทางภารกิจนี้จะไม่สำเร็จซะแล้ว! ) หัวหน้าหน่วยคิด พลางกัดฟันกรอด หนอย!! ฝากไว้ก่อนเถอะ พวกเรา ถอย!! หัวหน้าหน่วยสั่ง สิ้นเสียงหัวหน้าหน่วย โซ่ที่รัดอยู่ก็คลายตัวออก ทันทีที่ขยับตัวได้เผ่าหิมะราตรีทั้งหมด ก็กระโดดหนีหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว ไวท์เปลี่ยนสภาพโซ่ของเค้าอีกครั้ง ตอนนี้มันกลายเป็นปลอกแขนเหล็ก อยู่ที่แขนทั้งสองข้างของเขา หลังจากที่แน่ใจว่าเผ่าหิมะราตรีไปหมดแล้ว เขาก็หันหลังกลับมาหากล้าหาญ และวางฝ่ามือลงบนตัวของกล้าหาญซักพัก บาดแผลทั้งหมดของกล้าหาญก็หายไป! ว้าว!! สุดยอดเลยแฮะ ทำได้ไงเนี่ย!? กล้าหาญอุทานขึ้น พลางสำรวจร่างกายของตนเอง ตอนนี้แผลทั้งหมดของเขาหายไป และเขาไม่เจ็บแผลอีกแล้ว!! ไวท์ไม่ตอบ เขาเดินไปเอาวางมือลงบนตัวของน้ำผึ้ง และน้ำฝนต่อ และแผลของทั้งสองคนก็หายไปเช่นเดียวกัน! ขอบคุณค่ะ น้ำผึ้งพูดทั้งที่ยัง งงๆ อยู่ว่าแผลของตัวเองหายได้อย่างไร? ...ขอบคุณ น้ำฝนพูด ตอนนี้ในหัวของน้ำฝน มีคำถามมากมายทีเดียว ที่อยากจะถามชายคนนี้ เขารู้ชื่อเธอได้อย่างไร? เขารู้จักพ่อของเธอด้วยเหรอ? ทำไมเขาถึงพูดถึงแต่ชื่ออะไรประหลาดๆ? เขาทำให้แผลของเราหายได้ยังไง? คำถามเหล่านี้ผุดขึ้นมา ในหัวของน้ำฝนมากมาย จนถ้าไม่ได้ถามออกไป น้ำฝนคงต้องไข้ขึ้น เพราะสมองทำงานหนักเกินไปแน่ๆ ไวท์....... คุณ เป็นใครกันแน่ น้ำฝนถามขึ้น อ้าว ลูกเคยเจอเค้ามาก่อนแล้วหรือน้ำฝน? พ่อของน้ำฝนถามแทรกเข้ามา เพราะสงสัยว่าลูกตัวเอง รู้จักชื่อชายเกราะขาวนี้ได้อย่างไร ค่ะ คุณพ่อ หนูเคยเจอเค้ามาแล้วครั้งนึงที่ตลาด เค้าช่วยหนูเอาไว้จากโจรวิ่งราว น้ำฝนตอบพ่อ คราวที่แล้วคุณก็พูดอะไรแปลกๆเหมือนกัน ............ บอกชั้นหน่อยได้มั้ยคุณเป็นใครกันแน่ ........... ไวท์ ............................... ไวท์ไม่ตอบ เขายืนเงยหน้ามองท้องฟ้าอยู่ซักพัก ก่อนจะพูดออกมาว่า พวกคุณไปพักผ่อนเถอะ เวลาที่ผมจะพูดยังไม่ใช่ตอนนี้ พูดจบไวท์ก็หันหลังกลับ และเดินออกไปยังสะพานที่ทอดออกไปนอกบ้าน เดี๋ยว!! คุณยังไม่ได้บอกชั้นเลย คุณเป็นใครกันแน่! น้ำฝนถามซ้ำ ไวท์หยุดยืนมองท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะพูดออกมา ............ คืนนี้พักผ่อนเสียก่อนเถอะ พรุ่งนี้ผมจะมาใหม่เพื่อมาบอกสิ่งที่คุณต้องทำ ............. เพื่อพิสุทธิ์ ....ไปพักไม่ได้หรอก ตอนนี้ที่ท่าเรือกำลังถูกโจมตี ผมต้องรีบไปดูแลการอพยพคนโดยเร็วที่สุด กล้าหาญพูดพลางเดินมายังสะพาน ตรงที่ๆไวท์ยืน และกำลังจะเดินผ่านออกไป ไม่จำเป็น ไวท์ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นขวางกล้าหาญไว้ ตอนนี้ กองเรือของเผ่าความมืด ล่าถอยกลับไปแล้ว สถานการณ์ที่ท่าเรือกำลังกลับสู่สภาวะปกติ เพราะฉะนั้น พักผ่อนซะ อะ ....อื้ม กล้าหาญรับ เสียงของไวท์มีอำนาจประหลาดบางอย่าง ที่ทำให้เขาต้องทำตาม ซึ่งเขาไม่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมเขาต้องทำตามที่ไวท์พูด .............ราตรีสวัสดิ์ ไวท์พูดทิ้งท้าย ก่อนจะออกเดิน และหายตัวไปในความมืดยามราตรี.... เช้าวันรุ่งขึ้น อากาศยามเช้าแจ่มใส แสงอาทิตย์สาดส่องผ่านหน้าต่างห้องนอนของน้ำฝนเข้ามา เสียงนกร้องเพลงดังเจื้อยแจ้ว ปลุกให้น้ำฝนตื่นขึ้นจากนิทรา แม้อากาศยามเช้านี้จะแจ่มใส แต่จิตใจของน้ำฝนในยามนี้นั้นกลับไม่แจ่มใสเหมือนอาก าศ เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้มันรบกวนจิตใจของน้ำ ฝน ทำไมเผ่าหิมะราตรีถึงต้องการตัวเธอ และสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณน้ำ การกระทำที่คุกคามของเผ่าหิมะราตรี ทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย
น้ำฝนลุกขึ้นจากเตียงและเดินเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วน ตัวในยามเช้าของเธอ หลังจากนั้นเธอก็ออกมาจากห้องน้ำ แต่งเครื่องแบบของโรงเรียน ซึ่งเป็นชุดกระโปรงยาวสีฟ้าแขนกุด สวมทับด้วยเสื้อแขนสั้นสีขาว แล้วเดินลงที่ห้องอาหารด้านล่างเพื่อรับประทานอาหารเ ช้า
ที่ห้องอาหารมีคุณพ่อของเธอนั่งอยู่ก่อนแล้ว และกำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ ซึ่งข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์วันนี้ก็คงไม่พ้น ข่าวท่าเรือถูกโจมตี
อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพ่อ น้ำฝนทักทายพ่อของตนและนั่งที่โต๊ะอาหาร ซึ่งมีอาหารเช้าถูกจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เป็นขนมปังปิ้ง 2-3 แผ่นและนมหนึ่งแก้ว
อรุณสวัสดิ์ พ่อของน้ำฝนตอบผ่านหนังสือพิมพ์ออกมา
คุณแม่อยู่ในสวนเหรอคะ? น้ำฝนถามคุณพ่อหลังจากทานขนมปังปิ้งไปสองสามคำ
อืม เห็นแม่บอกว่าจะออกไปสูดอากาศซะหน่อยน่ะ พ่อของน้ำฝนตอบ
น้ำฝนทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว และกำลังดื่มน้ำตอนที่แม่ของเธอเดินเข้ามาในห้องอาหา ร
คุณคะ มีแขกมาหาค่ะ.............ชายเกราะขาวคนเมื่อวานนี้น ่ะค่ะ
คุณพ่อ คุณแม่ และน้ำฝน จึงเดินออกจากห้องอาหารไปยังห้องรับแขกที่อยู่ติดกัน ที่ห้องรับแขก ไวท์นั่งอยู่บนโซฟาตัวหนึ่งซึ่งจัดเอาไว้ให้สำหรับแข กที่มาหา เขายังคงใส่เกราะสีขาวอยู่เช่นเดิม จนน้ำฝนอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาเคยถอดเกราะนั้นออกมั้ยเน ี่ย?
................................................. ......... เงียบ ในห้องรับแขกมีแต่ความเงียบทั้งๆที่คนในครอบครัวน้ำฝ น และตัวน้ำฝนเองมีคำถามมากมายที่อยากจะถามชายเกราะขาว ที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้ แต่กลับไม่รู้ที่จะเริ่มถามตรงไหนดี จนในที่สุดไวท์ก็เป็นผู้พูดทำลายความเงียบขึ้นก่อน
จากเหตุการณ์เมื่อคืนพวกคุณคงจะรู้แล้วว่า เผ่าความมืดต้องการตัวคุณน้ำฝน และสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณน้ำ แต่ผมจะขอเสริมซักนิดว่า พวกเผ่าความมืดนั้นไม่ได้ต้องการเพียงแค่ตัวคุณน้ำฝน และสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณน้ำเท่านั้น แต่สิ่งที่มันต้องการคือ ตัวผู้สืบทอดและสัญลักษณ์ทั้งหมดต่างหาก ส่วนจุดประสงค์ของพวกมันนั้น ผมบอกได้แต่เพียงว่า มันเป็นอันตรายต่อดาวดวงนี้อย่างมาก
ไวท์หยุดพูดและยกน้ำที่คุณแม่เอามาให้ขึ้นดื่ม ก่อนจะพูดต่อไป
...อีกไม่นานเผ่าความมืดจะก่อสงครามขึ้น สงครามนั้นจะค่อยๆขยายตัวออกไป ความสับสนวุ่นวายจะเกิดขึ้น ผู้คนจะเริ่มหิวโหยและต่อสู้กันเองเพื่อความอยู่รอด ความชั่วร้ายทั้งมวลของมนุษย์จะทวีมากขึ้นเรื่อยๆ ความสงบสุขจะถูกความชั่วนั้นค่อยๆกลืนกินหายไป ในที่สุด ดาวดวงนี้ก็จะเต็มไปด้วยคลื่นแห่งความชั่วร้ายของมนุ ษย์ ที่จะค่อยๆย้อมจิตวิญญาณแห่งดวงดาว ให้กลายเป็นความมืดมิดแห่งดวงดาว และนำดาวดวงนี้เข้าสู่จุดจบ
ไวท์หยุดพูดอีกครั้งราวกับจะต้องการให้คนที่ฟังซึมซั บคำพูดของตนและตระหนักว่ามันเป็นเรื่องใหญ่เพียงไร
เพื่อไม่ให้เป็นเช่นนั้น ผมจึงต้องออกเดินทางตามหาผู้สืบทอด และสัญลักษณ์มารวมกันเพื่อรวบรวมจิตวิญญาณแห่งดวงดาว ให้เป็นหนึ่งอีกครั้ง ใช้พลังของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวชำระล้างดาวดวงนี้ให้บ ริสุทธิ์ดังเดิม เพราะฉะนั้น คุณน้ำฝน คุณจะต้องร่วมเดินทางไปกับผมในฐานะผู้สืบทอดจิตวิญญา ณแห่งดวงดาว และต้องนำเอาสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณน้ำไปกับคุณด้วย
ไวท์หยุดพูดอีกครั้ง ห้องรับแขกจึงตกลงสู่ความเงียบดังเดิม ซึ่งคราวนี้ความเงียบนั้นดูจะหนักขึ้นมากกว่าเดิมมาก นัก
............................. ถึงเวลาแล้วสินะ.... น้ำผึ้งคุณแม่ของน้ำฝนพูดขึ้นหลังจากเงียบกันไปซักพั ก
เวลาแห่งคำมั่นสัญญาที่สืบต่อๆกันมาในตระกูลผู้สืบทอ ดจิตวิญญาณแห่งน้ำ ในที่สุดก็มาถึง เวลาที่ดวงดาวฟีลโซลดวงนี้กำลังจะถูกความชั่วร้ายเข้ าครอบงำ
ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูห้องรับแขกดังขึ้น
เข้ามาได้ กล้าหาญตอบออกไป ประตูถูกเปิดออก ผู้ที่เปิดประตูคือ วิรัตน์ คนขับรถม้านั่นเอง
คุณน้ำฝนครับ ได้เวลาไปโรงเรียนแล้วครับ วิรัตน์พูดขึ้น
......... ไปโรงเรียนเถอะลูก น้ำผึ้งพูด นี่อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่ลูกจะได้เรียนที่โรงเรียน นี้แล้วก็ได้ ......... ไปเถอะแล้วใช้เวลาในวันนี้ให้เต็มที่นะจ้ะ พูดจบแม่ของน้ำฝนก็ยิ้มให้ แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ดูไม่มีความสุขเอาเสียเลย
........ คุณแม่ น้ำฝนมองดูใบหน้าแม่ของตน แววตาของแม่เศร้าหมอง น้ำฝนอยากจะพูดอะไรก็ได้ให้คุณแม่ดูมีความสุขขึ้น แต่ก็คิดคำพูดไม่ออกเพราะในเวลานี้เธอเองก็กำลังสับส นกับสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน น้ำฝนจึงได้แต่เดินออกจากห้องไปพร้อมกับวิรัตน์ เพื่อไปโรงเรียน
....... เข้าเรื่องเดิมเลยนะคะ น้ำผึ้งพูดขึ้นหลังจากน้ำฝนออกจากห้องไปแล้ว
สัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณน้ำถูกเก็บไว้ที่ วิหารวารี ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะน้ำวน ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือจากท่าเรือของวารีนคร แห่งนี้ ประมาณ 25 กิโลเมตร รอบๆเกาะจะมีน้ำวนจำนวนมากอยู่ ทำให้การเดินทางไปเกาะนั้นทำได้ยากลำบากมาก การเดินทางไปที่เกาะน้ำวนจึงต้องมีการเตรียมตัวเป็นพ ิเศษ ........คาดว่าวันพรุ่งนี้น่าจะพร้อมเดินทาง น้ำผึ้งพูด
ความจริง การเดินทางไปเกาะน้ำวนนั้นไม่ต้องมีการเตรียมการอะไร เป็นพิเศษเลย เพียงแค่มีผู้เดินเรือที่ชำนาญการอ่านกระแสน้ำก็สามา รถออกเดินทางได้แล้ว แต่น้ำผึ้งต้องการให้น้ำฝนลูกของเธอมีเวลาที่จะคิดทบ ทวนในสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น จึงได้พูดออกไปเช่นนั้น
....... เข้าใจแล้ว ไวท์พูดและลุกขึ้นยืน
ผมขอตัวก่อน พรุ่งนี้ผมจะรอที่ท่าเรือ พูดจบไวท์ก็เดินออกจากห้องไป
น้ำผึ้งและกล้าหาญมองไวท์เดินออกจากห้องรับแขกไป ทั้งคู่ไม่พูดอะไรแต่ก็รู้ดีถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย กล้าหาญจึงโอบไหล่น้ำผึ้งไว้เพื่อปลอบเธอ
จบตำนานที่ 3