ดูแบบคำตอบเดียว
เก่า 24 Jun 2006, 19:32   #6 (permalink)
Poporin
สมาชิก TG รุ่นพี่
 
โพส: 457
ดาวโหลด: 54
อัพโหลด: 0
Blog Entries: 2
รับคำขอบคุณ: 0

TG ออร่า:
Poporin aura


สถานที่: บ้านอันแสนสุข

ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Poporin
เอามาลงอีกตอนครับ คราวนี้ลองเปลี่ยนขนาดอักษรดูให้อ่านง่ายขึ้น อาจจะเปลืองหน้าไปหน่อย คืออยากรู้ครับว่าแบบไหนจะดีกว่ากันระหว่างแบบเดิมกั บแบบนี้ครับ แล้วก็ ผมเอามาลงตอนนึงเยอะไปเปล่าเนี่ย? หรือควรจะลงถี่ๆแต่ทีละน้อยๆดีอ่ะครับบอกทีน้า(ถ้ามี คนอ่านเหอๆ) เอาเถอะไงๆก็อ่านตอนสองกันได้เลยครับ



ตำนานที่ 2 - การโจมตียามค่ำคืน!!

.....น้ำฝนกำลังเดินกลับบ้าน หลังจากที่ซื้อของที่เธอต้องการทั้งหมดมาแล้ว
(คนคนนั้น ... ไวท์ ... เป็นใครกันนะ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย....... หรือจะไม่ใช่คนเมืองนี้) น้ำฝนคิด

(ไม่สิ ถ้าเค้าไม่ใช่คนเมืองนี้ เค้าก็ควรจะไม่รู้จักชื่อเราสิ... แต่นี่เค้ากลับรู้จัก...มันยังไงกันแน่นะ?) .......

(แล้วยังเรื่องการแต่งตัวของเค้าอีก แต่งตัวหลงยุคซะจนดูโดดเด่นขนาดนั้น แต่กลับไม่เป็นที่สังเกตเลยจนกระทั่งเค้าออกมาช่วยเร า... ทำได้ยังไงกันนะ?)

น้ำฝนคิดยังไงก็หาคำตอบไม่ได้ เดินไปคิดไปจนกระทั่งมาถึงบ้านตัวเอง

.....บ้านของน้ำฝนเป็นบ้าน 2 ชั้นธรรมดาๆ ดูเรียบง่าย แต่มีพื้นที่ของสวนหน้าบ้านและหลังบ้านกว้างขวางมากท ีเดียว ...ที่สวนหน้าบ้านนั้นมีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง มีสะพานทอดผ่านตรงกลางสระไปจนถึงประตูหน้าบ้าน ในสระน้ำก็มีปลาสวยงามมากมายหลายชนิดว่ายเวียนวนอยู่
.....ส่วนบริเวณสวนรอบๆสระน้ำนั้น ถูกปลูกไว้จนเต็มด้วยไม้ดอกนานาชนิด ที่ตอนนี้กำลังแข่งขันกันออกดอกอวดโฉมความงามของตนเอ ง
.....สวนหลังบ้านนั้นเป็นที่ปลูกผักสวนครัวต่างๆของแม่ “แม่ไม่ชอบความหรูหราของวัตถุน่ะ แม่ชอบที่จะได้อยู่กับธรรมชาติที่สวยงามมากกว่า”
นั่นเป็นคำพูดของแม่ ที่ทำให้บ้านของน้ำฝนมีความสวยงามอย่างที่เป็นอยู่ใน ทุกวันนี้

“กลับมาแล้วค่ะคุณแม่ คุณพ่อยังไม่กลับใช่มั้ยคะ” ..น้ำฝนกล่าวขึ้นหลังจากเดินเข้ามาในบ้าน

“ยังเลยจ้ะ แล้วซื้ออะไรมาเยอะแยะล่ะนั่น”.. แม่ของน้ำฝนทักตอบ

น้ำผึ้ง คุณแม่ของน้ำฝนมีสีผมและสีตาเหมือนกับน้ำฝน แม้จะอายุ 40 ปีเข้าไปแล้วแต่ก็ยังดูสวย เคยมีคนทักน้ำฝนบ่อยๆว่า เธอคล้ายแม่ของเธอตอนสาวๆมาก

“อ๋อ หนูจะทำกับข้าวให้คุณพ่อทานเย็นนี้น่ะค่ะ คุณแม่ก็มาช่วยกันทำสิคะ”

“ดีจ้ะ แม่เองก็ไม่ได้เข้าครัวทำกับข้าวเองมานานแล้วเหมือนก ัน คงต้องลับฝีมือการทำอาหารซะหน่อย” ...คุณแม่ของน้ำฝนตอบ พร้อมกับรอยยิ้มที่มีความสุข แล้วสองแม่ลูกก็เข้าครัวไปทำอาหาร ปล่อยให้แม่บ้านว่างงานไปหนึ่งมื้อ


---------------------------------------------------------------------------------------


“กลับมาแล้ว~ว” ..กล้าหาญคุณพ่อของน้ำฝน กลับมาบ้านตอนที่ทั้งสองแม่ลูกทำอาหารเสร็จพอดีแล้วก ำลังจัดโต๊ะอาหารเย็น

“จ้า รู้แล้วจ้ะ เดินทางมาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำอาบท่าซะให้หายเหนื่อยแล้วมากินข้าวเถอะค่ะ มื้อเนี้ย ฉันกับลูกทำเองเลยนะคะ” .

“โอ้ อาหารฝีมือน้ำผึ้งกับน้ำฝนงั้นเหรอ หยั่งงี้เดี๋ยวเย็นนี้พ่อจะกินให้เกลี้ยงไม่ให้เหลือ แม้แต่ข้าวซักเม็ดเลย”

“จริงสิ น้ำฝนพ่อมีของฝากให้ลูกแน่ะ มานี่หน่อยสิ” พ่อเรียกน้ำฝนให้เข้าไปหา ขณะที่ตัวเองหาของในเป้

“ของฝากอะไรเหรอคะ? คุณพ่อ” น้ำฝนถามขึ้นหลังจากเดินมายืนอยู่ข้างๆพ่อของเธอ

“นี่ไงล่ะ 'ตะกร้อครอบปากคน' จากเมืองใต้นภา” พ่อของน้ำฝนตอบพร้อมกับเอา ตะกร้อครอบปากคน ที่ว่าปิดปากของน้ำฝน

“อุนอ้อ!!” น้ำฝนร้องประท้วงขึ้น

“ฮ่ะ ฮ่ะ ๆๆ เข้ากับลูกมากเลยล่ะน้ำฝน”

“แหม คุณล่ะก็ซื้อแต่ของประหลาดๆ แบบนี้มาฝากลูกระวังลูกจะกลายเป็นตัวประหลาดไปตามของ นะคะ” แม่พูดขึ้นพร้อมกับกลั้นหัวเราะ

“อุนแอ้!!”

เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และความสุข แผ่กระจายไปทั่วบ้าน ช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัวยังคงดำเนินต่อไปเรื่ อยๆ
(นี่แหละ เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของคุณพ่อคุณแม่เนี่ยแหละทำให ้ฝนมีความสุขที่สุด ฝนรักคุณพ่อคุณแม่ที่สุดเลย) น้ำฝนคิดโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า ความสุขที่มีอยู่ในขณะนี้กำลังจะถูกทำลายลงในไม่ช้าน ี้เอง!!


----------------------------------------------------------------------------------


วารีนคร : ท่าเรือ

“ เฮ้อ~อ น่าเบื่อเป็นบ้าเลยว่ะ ต้องมาคอยเฝ้าท่าเรือตอนดึกๆเนี่ย แกว่ามั้ยวะ”

“ เออนั่นดิ แต่มันก็เป็นงานที่ต้องทำนี่หว่า ช่วยไม่ได้”

ยามสองคนที่ถูกจ้างให้มาคอยดูแลท่าเรือของเมืองตอนกล างคืน กำลังคุยกันอยู่ในหอสังเกตการณ์ของท่าเรือ

“ว่าแต่แกรู้ยังวะ ที่ตลาดวันนี้มีโจรวิ่งราวด้วยนะเว้ย แล้วที่มันฉกไปน่ะ เป๋าของคุณหนูน้ำฝนด้วยนะ แกรู้เป่า?” ยามคนแรกพูดขึ้น

“รู้ดิ โห่เรื่องนี้ออกจะดัง เค้ารู้กันไปทั่วเมืองแล้วใครไม่รู้ดิแปลก” ยามอีกคนตอบ

“ ฮึ่ย ข้าล่ะอยากเห็นหน้าไอ้โจรวิ่งราวจริงๆ มันเป็นใครกันวะ บังอาจมาฉกกระเป๋าของคุณหนูน้ำฝน หนอยยย นี่ถ้าไห้ข้าเป็นคนช่วยนะ ข้าจะไม่ต่อยมันแค่หมัดเดียวหรอกว่ะ แต่จะกระทืบให้เละเลย” ยามคนแรกพูดพร้อมกับดัดนิ้วดัง กร๊อบ

“ เออๆ เรื่องของเอ็งเหอะ ข้าไม่บ้าไปกะ .............. เฮ้ย!!!!!! อะไรกันวะนั่น!!” ยามอีกคนตะโกนขึ้นอย่างตื่นตระหนก

.....เรือรบสีดำจำนวนมากกำลังแล่นเข้ามาที่ท่าเรือ แสงจันทร์จากดวงจันทร์ทั้งสองดวงของดวงดาวฟีลโซล ส่องลงมายังตัวเรือ เผยให้เห็นตราสัญลักษณ์ หิมะและจันทร์เสี้ยวบนพื้นสีดำของลำเรือ

“ นั่นมันกองเรือของเมืองหิมะราตรีนี่หว่า!! แย่แล้ว!!!!”

ตูม!!!

เสียงกระสุนปืนใหญ่นัดแรกยิงออกมาจากกองเรือรบ ก่อนที่นัดต่อๆไปจะตามมา!! ท่าเรือของวารีนคร กำลังถูกถล่มด้วยกองเรือรบสีดำ!!!



------------------------------------------------------------------------------------------


ตัวเมืองวารีนคร : บ้านของน้ำฝน

ชายคนหนึ่งวิ่งอย่างรวดเร็วข้ามสะพาน ที่ตัดผ่านสระน้ำหน้าบ้านเข้ามา ก่อนจะรัวกำปั้นเคาะประตูบ้านอย่างร้อนรน แล้วตะโกนขึ้นมา

“ ท่านผู้ครองเมือง! ท่านผู้ครองเมืองครับเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!!”

เสียงเคาะประตู และเสียงตะโกนหยุดลงเมื่อประตูเปิดออก และกล้าหาญ พ่อของน้ำฝนเดินออกมา

“มีเรื่องอะไรรึ?” กล้าหาญถาม

“แย่แล้วล่ะครับ ตอนนี้ที่ท่าเรือกำลังถูกยิงถล่ม จากกองทัพเรือ ของเมืองหิมะราตรีครับ!! ท่านผู้ครองเมืองจะทำยังไงดีครับ!!” ชายที่มาเคาะประตูตอบ ท่าทางร้อนรนมาก

“ห๊ะ!! ว่าไงนะ!! ท่าเรือกำลังถูกถล่มงั้นรึ!?” กล้าหาญถามซ้ำ ไม่อยากจะเชื่อหูตนเองกับสิ่งที่พึ่งได้ยิน

“ใช่แล้วครับ ท่าเรือกำลังถูกถล่มอย่างหนักเลยครับ ไฟไหม้หลายจุด ชาวเมืองบาดเจ็บหลายคน แล้วกองเรือของหิมะราตรีก็ยังไม่หยุดยิงเลยครับ” ชายคนนั้นตอบ

“จะทำอย่างไรดีครับท่านผู้ครองเมือง!! ” ชายคนนั้นถามอีกครั้ง

.....กล้าหาญตกตะลึงกับข่าวที่ได้ยิน นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมกองเรือของหิมะราตรีถึงได้โจมตีใส่วารีนคร นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่!?

“ไปบอกชาวเมืองให้อพยพออกมาใ ห้ห่างจากท่าเรือให้มากที่สุด คนบาดเจ็บพาเข้ามา ที่โรงพยาบาลในตัวเมือง แล้วให้หน่วยรักษาความปลอดภัยในเมืองทุกคน ช่วยคุ้มกันชาวเมืองในการอพยพ ห้ามทุกคนในวารีนคร เข้าใกล้บริเวณท่าเรืออย่างเด็ดขาด” กล้าหาญสั่ง ยังไงก็ต้องทำให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด

“ครับ จะรีบไปบอกเดี๋ยวนี้” ..ชายคนนั้นพูด แล้วหันหลังวิ่งออกไป แต่ก่อนที่ชายคนนั้นจะวิ่งพ้นสะพานไป ฉึก!! มีดสั้นเล่มหนึ่งถูกขว้างมา ปักเข้าที่หัวของชายคนนั้นทำให้เขาล้มลง ตายคาที่ในทันที!!!

“โอ๊ะๆ ไม่ดีน้า ถ้าท่านให้คนอพยพไปหมดแล้วมันจะไปสนุกได้ไงนี่ ” ..เสียงๆหนึ่งพูดขึ้นด้วยสำเนียงแปลกๆ ก่อนจะปรากฏร่างออกมา

.....ใบหน้าเหลี่ยมมีขนสีน้ำตาลสั้นๆขึ้นเต็มหน้า ดวงตาสีเหลืองคู่โต จมูกแบนราบไปกับใบหน้า ปากกว้าง รูปร่างเตี้ยแต่มีแขนขาที่ใหญ่กว่าคน มีขนสีน้ำตาลขึ้นปกคลุมทั้งตัว เสื้อที่มันใส่เป็นเสื้อเกราะรุ่นใหม่ที่มีตราจันทร์ เสี้ยวและหิมะติดอยู่ที่หน้าอก
“ เผ่าหิมะราตรี!! ”


---------------------------------------------------------------------------------------------



กล้าหาญตกตะลึง! เขาไม่คิดว่าเผ่าหิมะราตรีจะบุกเข้ามาถึงตัวเมืองได้ รวดเร็วอย่างนี้ นี่เขาควรจะทำอย่างไรต่อไปดีนี่ ระหว่างที่กล้าหาญกำลังอยู่ในความคิดอันสับสนนั่นเอง ประตูบ้านด้านหลังของเขาก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง

“คุณคะ เกิดอะไรขึ้นเหรอค่ะ” น้ำผึ้งถามหลังจากเปิดประตูออกมาพร้อมกับน้ำฝน แต่คำถามนั้นไม่ได้รับคำตอบในทันที ส้ำผึ้งและน้ำฝนจึงเดินออกมานอกบ้านและภาพที่ทั้งคู่ ได้เห็นก็ทำให้ทั้งสองตะลึงเช่นเดียวกัน

“ อ่ะฮ้าในที่สุด ตัวละครก็มากันครบแล้ว งั้นชั้นขอเข้าประเด็นเลยละกันนะ ” ชาวเผ่าหิมะราตรีพูดขึ้น

“ที่ชั้นมาในวันนี้ ก็เพื่อมารับตัวผู้สืบทอดจิตวิญญาณแห่งดวงดาว กับสัญลักษณ์ไป”
“เพราะฉะนั้นโปรดส่งตัวลูกวาวท่านมาและบอกที่เก็บสัญ ลักษณ์ด้วย!!”

“ไม่มีทาง!” กล้าหาญตอบกลับไป

“ ช่วยไม่ได้งั้นคงต้องใช้กำลังแล้ว ” ชาวเผ่าหิมะราตรีพูดขึ้นพร้อมกับตบมือให้สัญญาณ ทันใดนั้นชาวเผ่าหิมะราตรีอีกนับสิบคนก็ปรากฏตัวขึ้น !!

“ถามอีกครั้ง จะมอบตัวผู้สืบทอดจิตวิญญาณแห่งดวงดาวกับสัญลักษณ์มา มั้ย?" ..หัวหน้ากลุ่มของชาวหิมะราตรีถามอีกครั้ง พร้อมยกมือเป็นสัญญาณเตรียมพร้อมบุก

“ไม่มีทาง! แกจะไม่ได้อะไรไปทั้งนั้น ถ้าอยากได้ต้องข้ามศพขั้นไปก่อน!” กล้าหาญกล่าวเสียงแข็ง

“....น้ำผึ้ง เธอรีบพาน้ำฝนหนีไปก่อน!”

“ไม่ค่ะ ฉันจะไม่ทิ้งคุณไว้ที่นี่เด็ดขาด ต่อให้ต้องตายก็ตาม!” น้ำผึ้งพูด

“ใช่ค่ะคุณพ่อ หนูก็จะไม่ทิ้งคุณพ่อไปเหมือนกัน!” น้ำฝนเสริมขึ้น

“...น้ำผึ้ง... น้ำฝน...” ความรู้สึกของกล้าหาญตอนนี้ ยากที่จะบรรยายออกมาได้ มันทั้งดีใจ ทั้งเป็นห่วง แล้วก็ปลื้มใจ ผสมปนเปกันจนไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้

“ดีล่ะ ถ้าอย่างนั้นเราก็มาสู้ตายพร้อมๆกันเลย!” กล้าหาญพูด พร้อมๆกับหน่วงเวทย์น้ำไปไว้ที่มือ

“จะไม่มีใครตายหรอกค่ะคุณ พวกเราต้องรอด” น้ำผึ้งใช้จิตวิญญาณแห่งน้ำ สร้างบอลน้ำขนาดเล็กๆจำนวนมากขึ้นมารอบๆตัว

“ใช่แล้วค่ะ พวกเราต้องชนะ” น้ำฝนพูดก่อนใช้จิตวิญญาณแห่งน้ำ เหมือนแม่ของเธอ ทั้งสามคนเตรียมตัวตั้งรับเต็มที่!!

“จัดการได้!!” ...หัวหน้าชาวหิมะราตรีสั่ง ชาวหิมะราตรีในหน่วยสามคนก็วิ่งข้ามสะพานมาในขณะที่ค นอื่นๆ ในหน่วยเริ่มรวมจิตทำสมาธิเพื่อใช้เวทย์มนต์

.....เผ่าหิมะราตรีสามคนที่บุกเข้ามา คนหนึ่งโดนเวทย์น้ำของกล้าหาญ อัดกระเด็นลงไปในสระ ส่วนอีกสองคนโดนบอลน้ำจำนวนมากของน้ำฝน และน้ำผึ้งซัดใส่จนล้มลงหมดสติบนสะพาน
กล้าหาญกำลังหน่วงเวทย์ไว้ที่หมัดอีกครั้ง ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปประชิดตัวเผ่าหิมะราตรีที่กำลังร วมจิตเพื่อใช้เวทย์ แต่ไม่ทันแล้ว

“เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!” เวทย์สายฟ้าจำนวนมากผ่าลงมายังกล้าหาญ น้ำผึ้ง และน้ำฝน

“ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก!!!!”
เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของทั้งสามดังขึ้น แต่แวทย์สายฟ้ายังไม่หยุด ยังคงผ่าลงมาอย่างต่อเนื่อง เหมือนจะหวังปลิดชีพในคราเดียว!

"หยุดก่อน เดี๋ยวพวกมันตาย" ...หัวหน้าหน่วยสั่ง ทันใดนั้นสายฟ้าก็หยุดลง ร่างของทั้งสามร่วงลงไปนอนกองกับพื้น ตามตัวมีรอยไหม้ดำจากสายฟ้าปรากฏขึ้นมากมาย

หัวหน้าหน่วยเผ่าหิมะราตรีเดินข้ามสะพานมาและหยุดยืน หน้าร่างของกล้าหาญ แล้วถามขึ้นว่า

"ว่ายังไง? เปลี่ยนใจยัง?" ..พลางชักมีดสั้นออกมาจากกางเกง

“...ไม่...มี...ทาง...” กล้าหาญรวบรวมกำลัง ตอบกลับไปด้วยห้วงเสียงที่ขาดๆหายๆ

"ช่วยไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ตายซ้า!!" ...หัวหน้าหน่วยพูดขึ้น พร้อมกับแทงมีดสั้นลงมาที่หัวใจของกล้าหาญ หมายปลิดชีพในทีเดียว!!!

“ เคร้ง!! ”

จบตำนานที่ 2
__________________
เมื่อปลงใจกับคอมเก่าๆได้แล้ว ก็ขุดเกมเก่าๆ มาเล่นซะสิ

THE FEELSOUL สถานะ -คืนชีพ- ี้

แก้ไขโดย Poporin : 30 Nov 2006 เวลา 14:46.
  ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม