ครึ่งตอนก่อนนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ หรือมะรืน จะเอาอีกครึ่งมาลง ไม่รู้เป็นไง แต่รู้สึกช่วงนี้ หัวสมองตีบตันแฮะ แต่ยังไงก็สู้ตายครับ
ตำนานที่ 25 - ตัวแทน บ้านของสังคีต ~ หมู่บ้านภูเขาไฟ .......... พี่น้ำฝนฮะ .......... มีอะไรเหรอจ๊ะ มารุต? .......... กระดาษเย็บเล่มพวกนี้ มันน่าสนใจมากขนาดนั้นเลยเหรอฮะ ผมเห็นพี่นั่งอ่านมาเป็นชั่วโมงแล้วอ่ะ ...มารุตถาม เขากำลังเซ็งสุดๆ เนื่องจากต้องนั่งเฉยๆ มานานแล้ว .......... อืม น่าสนใจสิจ้ะ มารุตรู้มั้ย หนังสือพวกเนี้ย ส่วนใหญ่ เป็นหนังสือหายากทั้งนั้นเลยนะ ...อย่างเรื่องที่พี่อ่านอยู่นี่ ทั่วทั้งดาว มีแค่ 1,000 เล่มเท่านั้นเองนะจ้ะ ...น้ำฝนชูหนังสือเล่มที่กำลังอ่านอยู่ให้มารุตดู บนปกของหนังสือเล่มนั้นเป็นภาพของเกาะ และนางเงือกที่ถูกวาดขึ้นอย่างหยาบๆ แต่มีตัวอักษรสวยหรูเขียนชื่อเรื่องเอาไว้ว่า... ปริศนาเกาะเงือก เกาะเงือกมีจริงหรือ? เชิญร่วมไขความลับแห่งตำนานที่เล่าขานต่อๆกันมา ของชนพื้นเมืองแห่งทวีปอราตรี .......... ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่ามันน่าสนใจยังไง ...มารุตเอียงคอ มองหนังสือเล่มนั้นด้วยความฉงนสนเท่ห์ .......... ขณะนี้ น้ำฝนและมารุตกำลังนั่งอยู่ในห้องหนังสือ ... ไม่สิ ที่จริงควรเรียกว่า ... ห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยหนังสือที่ล้นออกมาจากห้องห นังสือจริงๆ ของบ้าน ... มากกว่า จากการสอบถามปู่บาลที่ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ... ด้วยฝีมือของมารุต ทำให้ทราบว่า หนังสือเหล่านี้ เป็นของสังคีตและครอบครัว ...พ่อแม่ของสังคีตนั้นเป็นนักสำรวจ เวลาออกเดินทางไปสำรวจครั้งนึงก็จะไม่กลับบ้านเป็นปี ๆ เมื่อกลับมา ก็มักจะมีหนังสือกองโต ติดไม้ติดมือกลับมาด้วยเสมอ ...เพราะการเป็นนักสำรวจนั้น จำเป็นจะต้องอาศัยข้อมูลจากที่ต่างๆมากมาย และพ่อแม่ของสังคีตเองยังเป็นคนที่รักการอ่านมากทั้ง สองคนด้วย ดังนั้น หนังสือก็เลยเต็มบ้านอย่างที่เห็นนี่ .......... นอกจากห้องรับแขกและห้องเก็บหนังสือ บ้านสังคีตก็ยังมีห้องนอนอีกสองห้อง ห้องน้ำหนึ่ง และห้องอเนกประสงค์ซึ่งเป็นห้องโล่งๆที่เปิดประตูเข้ าบ้านมาก็เจอเลย ห้องอเนกประสงค์นี้ ใช้เป็นทั้งห้องนั่งเล่น ,ห้องครัว และห้องรับประทานอาหาร ...ปู่บาลก็ขึ้นอยู่ที่กลางห้องนี้แหละ .......... ปู่บาล~ล!! ตื่น~~!! ... เสียงตะโกนโหวกเหวกของสังคีต ดังขึ้นภายนอกห้องรับแขก ...น้ำฝนปิดหนังสือที่เธออ่านอยู่ลง และเดินออกจากห้องที่เธออยู่พร้อมกับมารุต .......... โอ๊ะ! น้องน้ำฝน ไม่เจอตั้งหลายชั่วโมง คิดถึงจัง~ง ...สังคีตเอ่ยขึ้นเมื่อสังเกตเห็นน้ำฝน เขาทำท่าเหมือนจะพุ่งเข้ามากอด น้ำฝนจึงผงะถอยออกมาโดยสัญชาติญาณ แต่ความจริงเธอไม่ต้องถอยก็ได้ เพราะก่อนที่สังคีตจะเข้าถึงตัวเธอ เขาก็ถูกขัดขาล้มลงหน้าทิ่มพื้น ด้วยฝีมือของหญิงสาวผมเปียที่ยืนอยู่ข้างๆ .......... โทษที แต่นายเดินไม่ระวังเองนะ คิด ...สาวผมเปียกล่าว และเดินเข้ามาทักทายน้ำฝนและมารุต .......... หวัดดี ชั้นชื่อพิชญาณา ยินดีที่ได้รู้จักนะ ...เธอแนะนำตัวเองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม .......... สวัสดีค่ะ ชั้น น้ำฝน ณ วารีนคร ส่วนเด็กชาวปักษาคนนี้ ชื่อมารุต ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ คุณพิชญาณา .......... แหม คุณ เคิน อะไรกัน เรียกชั้นว่า ณา เฉยๆก็พ่อแล้วล่ะ ...พิชญาณาได้ฟังน้ำฝนเรียกเธอว่า คุณ แล้วรู้สึกขัดๆเขินๆ ยังไงพิกล คงเพราะตัวเธอนั้นไม่เคยถูกเรียกแบบนี้มาก่อนเลย .......... พี่ณา เรียกผมว่า โครวที่ สอง นะ ... ได้มั้ยฮะ ...มารุตแนะนำตัวเองอีกครั้งอย่างมีความหวัง น้ำฝนและสังคีตไม่ยอมเรียกเขาด้วยชื่อนั้น แต่บางที พิชญาณาอาจจะยอมเรียกก็ได้ .......... อื้อ ได้สิ โครวที่สอง ...พิชญาณาตอบ ทำเอามารุตดีใจจนกระโดดตัวลอย .......... ... เจ้าปลุกข้าขึ้นมา มีเรื่องอะไรรึ สังคีต ...ปู่บาลเอ่ยขึ้น หลังจากทุกคนทำความรู้จักกันแล้ว .......... ก็ไม่มีอะไรมากหรอกปู่ ...แค่อยากปลุกก็เลยปลุกน่ะ .......... นายอย่ากวนประสาทให้มันมากไป คิด! ...พิชญาณาเตือน ก่อนจะหันไปพูดกับปู่บาล... คือว่า ณาอยากจะคุยกับปู่เรื่องลุงอาทิตย์น่ะ ปู่ช่วยพูดกับลุงให้เค้าเก็บค่ารักษาหน่อยสิ ไม่งั้นมีหวัง ลุงอาทิตย์ได้อดตายแน่เลย .......... ........เสียใจด้วย ที่ข้าไม่อาจช่วยเจ้าเรื่องนั้นได้ ...ปู่บาลตอบ หลังจากนิ่งคิดไปพักนึง... เจ้าเองก็รู้ ว่าลุงเจ้านะ หัวรั้นขนาดไหน ข้าว่า ลุงของเจ้าคงจะไม่ยอมรับฟังคำพูดของใครทั้งนั้น .......... ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ... ปู่ช่วยพูดกับลุงก่อนซักนิดไม่ได้เหรอ? .......... ...ทุกอย่างเป็นไปตามกระแสของมัน ... ข้ามิอาจแทรกแซง .......... พูดอะไรของปู่น่ะ ...สังคีตเอ่ยขึ้นด้วยความขัดใจ... กระแสอะไร ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย ก็แค่ปู่ยอมพูดกับลุงหน่อยก็จบแล้ว ปู่นี่เรื่องมากจริง .......... ช่างเถอะคิด อย่าไปว่าปู่อย่างนั้น ... มันก็คงจะจริงอย่าที่ปู่พูด ลุงอาทิตย์คงไม่ยอมฟังหรอก ...พิชญาณาพูด ในน้ำเสียงของเธอแฝงความผิดหวังเอาไว้เล็กน้อย .......... ...พิชญาณา เจ้าอย่ากังวลเลย เมื่อใดที่ลุงของเจ้าเรียกความมั่นใจในฐานะแพทย์กลับ มาได้อีกครั้ง เมื่อนั้น เขาก็จะกลับมาเก็บค่ารักษาเอง .......... เอ่อ... ขอโทษนะคะที่ขัดจังหวะ ...น้ำฝนเอ่ยขึ้น... ลุงอาทิตย์ที่พูดถึงกันอยู่นี้คือใครหรือคะ? .......... จริงสิ น้องน้ำฝนยังไม่รู้จักสินะ ลุงอาทิตย์เป็นหมอประจำหมู่บ้าน และเป็นพ่อของโช พ่อของผู้สืบทอดจิตวิญญาณแห่งไฟน่ะ ...สังคีตตอบคำถามของน้ำฝน สีหน้าของเขาเศร้าหมองลงไปนิดหน่อย ตอนเอ่ยถึงเตโช แต่ว่าก็แค่แป๊บเดียวเท่านั้น .......... อ้าว! เป็นพ่อของผู้สืบทอดจิตวิญญาณแห่งไฟ ก็หมายความว่า เป็นผู้สืบทอดรุ่นก่อนน่ะสิฮะ ...อย่างนี้ ที่ปู่ต้นไม้บอกว่า ผู้สืบทอดตายหมดแล้วก็โกหกสิ เพราะลุงเค้ายังมีชีวิตอยู่นี่นา ...มารุตพูด .......... นั่นสิคะ... ในกรณีที่ผู้สืบทอดคนปัจจุบันตายไป สัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณก็จะมองผู้สืบทอดรุ่นที่แล้ว เป็นผู้สืบทอดคนปัจจุบันแทนนี่คะ ...อย่างสมมุติว่า เกิดอะไรขึ้นกับหนู สัญลักษณ์ แห่งจิตวิญญาณน้ำนี้ ก็จะกลับคืนสู่คุณแม่ของหนู ....... อ๊ะ...... หรือว่า..... .......... ใช่แล้ว ถูกอย่างที่เจ้าคิดนั่นแหละ ...ผู้สืบทอดจิตวิญญาณแห่งไปรุ่นก่อน ไม่ใช่อาทิตย์ แต่เป็น เรวดี แม่ของเตโช ซึ่งเธอก็ไม่อยู่บนโลกนี้แล้วเช่นกัน ...ปู่บาลกล่าว .......... ใช่จริงๆด้วย .......... ยังไงฮะพี่น้ำฝน อธิบายให้ผมเข้าใจมั่งสิฮะ .......... คือ เรื่องมันเป็นแบบนี้นะจ๊ะ มารุต ...น้ำฝนเริ่มอธิบาย... ผู้สืบทอดสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณน่ะ เป็นตำแหน่งที่สืบต่อกันมาทางสายเลือด ตั้งแต่ผู้สืบทอดรุ่นแรก ซึ่งเป็นต้นตระกูล ไล่ลงมาจนถึงปัจจุบัน ...แน่นอนว่า การที่แต่ละรุ่นจะมีทายาทสืบต่อไปได้นั้น ก็จำเป็นจะต้อง แต่งงาน มีคู่ครอง ...แต่คู่ครองที่ว่านี้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนที่มีสายเลือดพิเศษใดๆ หรือพูดให้ง่ายๆก็คือ ...คุณลุงอาทิตย์ คู่ครองของคุณน้าเรวดีนั้น เป็นเพียงคนธรรมดาที่แต่งงานเข้าตระกูลมาเท่านั้น ไม่มีสายเลือดของผู้สืบทอดรุ่นแรกอยู่เลย แม้แต่นิดเดียว น่ะจ้ะ .......... อืม.... ...มารุตขมวดคิ้ว เอียงคอ ครุ่นคิดอยู่นิดนึง... ผมคิดว่า ผมพอจะเข้าใจแล้วล่ะฮะ ยังมีต่อ...